Toyota C-HR Neon Lime 2019 ใหม่ ตัวถังสีเหลืองพิเศษจำกัดเพียง 2,000 คันที่ยุโรป

Toyota C-HR Neon Lime 2019 รุ่นพิเศษใหม่ เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่ยุโรป พร้อมตัวถังเหลืองพิเศษ ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 2,000 คันเท่านั้น

Toyota C-HR 2019 รุ่นพิเศษคันนี้ มาพร้อมตัวถังสีเหลืองอมเขียวที่เรียกว่า Neon Lime สีสันจัดจ้าน ตัดกับหลังคาสีดำ พร้อมไฟหน้าและไฟท้ายแบบ Full LED (แบบเดียวกับรุ่น Hybrid ในบ้านเรา) ตบท้ายด้วยล้ออัลลอยสีดำด้านขนาด 18 นิ้ว

จุดเด่นของ C-HR Neon Lime คันนี้ นอกจากจะมีสีสันภายนอกจัดจ้านแล้ว ภายในยังถูกติดตั้งเครื่องเสียง 360⁰ JBL Music Experience Pack ที่มาพร้อมลำโพง JBL รอบคัน และยังได้เป็นสมาชิกบริการ Deezer สำหรับสตรีมมิ่งเพลงฟรี 6 เดือน เสริมความหล่อด้วยเบาะนั่งแบบสปอร์ต ที่ถูกตกแต่งด้วยวัสดุ Alcantara สลับหนังสีดำอีกด้วย

ขุมพลังของ C-HR Neon Lime เป็นเครื่องยนต์ไฮบริด 1.8 ลิตร กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ซึ่งโตโยต้าระบุว่า ผู้ขับขี่จะได้รับอรรถรสจากระบบเสียง JBL ได้อย่างเต็มที่

Toyota C-HR Neon Lime 2019 จะถูกเปิดตัวพร้อมประกาศราคาจำหน่ายในภายหลัง

Cr. sanook.com

B&O ส่งสุดยอดนวัตกรรมหูฟังไร้สายรุ่นใหม่ล่าสุด ” BeoPlay E8 2.0 “

หูฟังจากทาง B&O PLAY ในรุ่น Beoplay E8 2.0 เป็นหูฟังไร้สายแบบ truly wireless ที่ต่อยอดจากรุ่นแรก โดยในรุ่นนี้จะเพิ่มในส่วนของการชาร์จแบบไร้สายเข้ามา

“รองรับการชาร์จแบบไร้สาย”

การออกแบบและบรรจุภัณฑ์

        สำหรับหูฟัง B&O PLAY รุ่น Beoplay E8 2.0 นั้นจะเป็นหูฟังแบบ truly wireless คือไม่มีสายเชื่อมต่อทั้งสองข้างครับ ตัวหูฟังมีน้ำหนักเบาออกแบบให้มีความโค้งมน รองรับกับช่องหู ใช้การเชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth 4.2 AAC codec พร้อมเทคโนโลยี Near Field Magnetic Induction ที่ใช้สนามแม่เหล็กส่งสัญญาณจากหูฟังข้างขวาไปยังข้างซ้าย ซึ่งทำได้รวดเร็วมาก ทำให้เสียงของหูฟังทั้งสองข้างไม่มีอาการขาดๆหายๆแม้แต่น้อยครับ ตัวหูฟังนั้นควบคุมการทำงานผ่านทางระบบสัมผัสทั้งหมด โดยจะไม่มีปุ่มกดที่ตัวหูฟังเลยครับ ซึ่งสามารถสั่งงานได้ทั้งการเล่น-หยุดเพลง, รับโทรศัพท์, เพิ่ม-ลดเสียง และเปิด Transparency mode ที่ทำให้เราสามารถได้ยินเสียงรอบตัวได้โดยที่ไม่ต้องถอดหูฟังออก

อุปกรณ์ในกล่อง

• 1 x B&O PLAY Beoplay E8 2.0
• 1 x เคสสำหรับเก็บและชาร์จแบตเตอรี่
• 4 x จุกหูฟังไซส์ S, M, L และจุก Comply Foam
• 1 x สาย USB-C
• 1 x คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

การเชื่อมต่อ

Bluetooth : Bluetooth 4.2 ล่าสุด เชื่อมต่อรวดเร็ว

USB-C : ชาร์จไฟผ่าน USB-C

ฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระยะเวลาใช้งาน ระยะเวลาการใช้งานอย่างต่อเนื่อง สามารถใช้งานได้นานถึง 4 ชั่วโมงด้วยแบตเตอรี่ Li-ion polymer และใช้เวลาชาร์จน้อยกว่า 2 ชั่วโมง

ตัว Beoplay E8 2.0 นั้นจะมาพร้อมกับเคสสำหรับพกพาที่หุ้มด้วยหนังแท้อย่างดี ตัวเคสนั้นจะมีแบตเตอรี่อยู่ภายใน สามารถใช้ชาร์จตัวหูฟังระหว่างวันได้ โดยสามารถใช้ชาร์จหูฟังเพิ่มได้อีก 3 รอบ ทำให้สามารถใช้งานได้สูงสุดถึง 16 ชั่วโมงเลยทีเดียว

สำหรับตัวเคสนั้นจะออกแบบใหม่ให้มีความสวยงามมากกว่าเดิม โดยจะใช้การผสมผสานกันระหว่างพลาสติก อลูมิเนียม และหนัง ดูหรูหรามากกว่าเดิมยิ่งขึ้นไปอีก โดยตัวเคสจะใช้การชาร์จผ่านทาง USB-C และสามารถชาร์จแบตเตอรี่ตัวเคสแบบไร้สายผ่านระบบชาร์จ Qi ได้อีกด้วยครับ โดยจะต้องซื้อแท่นชาร์จแบบไร้สายแบกต่างหาก ไม่ได้แถมมาให้ภายในกล่องครับ

นอกจากนี้การจับคู่ก็สามารถทำได้อย่างง่ายได้ แค่เพียงโหลดแอพ Beoplay มายังสมาร์ทโฟนของเราและทำการจับคู่ตามขั้นตอนเท่านั้น ตัวแอพยังสามารถใช้ในการปรับแนวเสียงของตัวหูฟังได้อีกด้วย โดยจะมีให้เลือกทั้งโทน Warm, Relaxed, Excited, และ Bright ให้เลือกปรับได้ตามชอบครับ และในส่วนของการโทรศัพท์นั้นจะมีเสียงออกทั้งสองข้าง

ซัมซุงคว้า ‘เป๊ก ผลิตโชค’ ประกบ ‘LAZYLOXY’ ขึ้นแท่นพรีเซ็นเตอร์ ‘Galaxy A50’

ซัมซุง คว้า เป๊ก ผลิตโชค ประกบ ‘LAZYLOXY’ ปล่อยภาพยนตร์โฆษณาตัวใหม่ เปิดตัว Galaxy A50 ที่สุดแห่งสมาร์ทโฟนที่จะเข้ามาเปลี่ยนประสบการณ์ที่แตกต่าง ให้สนุกสนาน เรียลไทม์ และให้คุณเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นกว่าที่เคย ภายใต้แนวคิด ซัมซุง กาแลคซี่ เอ “สมาร์ทโฟนของคนชอบไลฟ์” โดยถ่ายทอดผ่านพรีเซนเตอร์ที่ทรงอิทธิพลในโลกโซเชียล  ‘เป๊ก ผลิตโชค’ ที่สุดศิลปินชายแห่งยุคขวัญใจเหล่า ‘นุช’ ประกบคู่กับ ‘ท็อป LAZYLOXY’ แรปเปอร์หนุ่มเลือดใหม่มากความสามารถ

นับเป็นครั้งแรกของการจับคู่กันของทั้งสองศิลปินสุดฮอต ตัวแทนของเหล่าเจน Z ผู้ชอบคิดค้นและลงมือทำสิ่งใหม่ ๆ เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังสร้างสรรค์ กล้าแสดงความเป็นตัวของตัวเอง และที่พร้อมจะออกไปไลฟ์ ออกไปมูฟ อย่างไร้ขีดจำกัด! แค่วันแรกที่ปล่อยโฆษณาก็ทำเอาเหล่าแฟนคลับฮือฮา จนกระแส #GalaxyA50TH ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ ซึ่งนอกจากโฆษณาแล้ว ทั้งสองศิลปินก็ยังได้ออกซิงเกิลเพลงเต็ม “Life is live” ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้สุด ๆ

มาติดตามกันต่อ ว่าทั้งสองหนุ่มจะมีเซอร์ไพร์สอะไรให้กับแฟน ๆ กาแลคซี่อีกบ้าง สามารถรับชมวิดีโอโฆษณาตัวเต็มได้แล้วทาง Facebook Samsung Thailand: https://www.facebook.com/SamsungThailand/


Galaxy A50 สมาร์ทโฟนที่ออกแบบมาให้คนรุ่นใหม่สนุกสนานกับการถ่ายภาพและวิดีโอมากยิ่งขึ้น ด้วย 3 กล้องหลัง 1 กล้องหน้า ที่มีความละเอียดถึง 25 ล้านพิกเซล เก็บภาพสวยคมชัดทั้งกลางแจ้งและในที่ๆแสงน้อย พร้อมเพิ่มความพิเศษด้วยเลนส์ Ultra Wide ถ่ายภาพมุมกว้าง ได้มากถึง 123 องศา เสมือนกล้องมืออาชีพ ให้พร้อมออกไปเก็บภาพความประทับใจ เปิดมุมมองใหม่ให้กว้างมากยิ่งขึ้น บนหน้าจอ Full HD+ ความละเอียดสูง Super AMOLED ดีไซน์ใหม่แบบ Infinity-U ขนาด 6.4 นิ้วและเต็มที่กับทุกกิจกรรมตลอดทั้งวัน ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 4,000 มิลลิแอมป์ ที่รองรับการชาร์จเร็ว ให้ผู้ใช้งานเชื่อมต่อได้ตลอดเวลา สมกับที่เป็นสมาร์ทโฟนเพื่อการใช้ชีวิตของคนเจเนอเรชั่น Z  อย่างแท้จริง สามารถติดตามรายละเอียด ซัมซุง กาแลคซี่ เอ 50 และรุ่นอื่น ๆ ใน เอ ซีรีส์ ได้ที่ https://www.samsung.com/th/smartphones/galaxya/

A Watch for All Seasons

Maurice Lacroix เผยโฉมนาฬิการุ่นใหม่ โดยภูมิภาคนี้จัดขึ้นที่โกตากีนาบาลู ประเทศมาเลเซีย เป็นการเผยโฉมนาฬิกา AIKON รุ่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น AIKON Venturer, AIKON Automatic: All Black, AIKON Automatic Mercury เป็นต้น โดยเริ่มจากงานดินเนอร์ในค่ำคืนแรกที่ทุกคนได้เห็นนาฬิการุ่นใหม่เหล่านี้ ก่อนที่วันรุ่งขึ้นจะได้สัมผัสนาฬิกาเหล่านี้อย่างใกล้ชิด 

ดัช – ณัฐกิจ แตงไทย

หนึ่งในคนที่มาร่วมงานอย่างดัช – ณัฐกิจ แตงไทยนายแบบและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่ชอบออกกำลังกายและเล่นกีฬากลางแจ้ง ดัชได้ลองสวมนาฬิกา Maurice Lacroix แต่ละแบบกับไลฟ์สไตล์ในแต่ละวันที่อยู่ที่นั่น อย่างการสวมนาฬิกา Maurice Lacroix AIKON Venturer ตอนเล่นเจ็ตสกี นาฬิกานี้ออกแบบมาสำหรับคนที่ชอบเล่นกีฬาและไลฟ์สไตล์กลางแจ้ง ตัวเรือนสเตนเลสสตีลหน้าปัดขนาด 43 ม.ม. พร้อมวงหน้าปัด (bezel) เซรามิกหมุนได้ทิศทางเดียว กันน้ำได้ 30 ATM มาพร้อมสายสเตนเลสสตีล ดีไซน์โก้และสายยางสุดเท่

ดัชสวมนาฬิการุ่นนี้กับสายสเตนเลสสตีลก่อนจะเปลี่ยนเป็นสายยางอย่างง่ายดายเมื่อจะลงเล่นเจ็ตสกี นาฬิการุ่นนี้ออกแบบมาสำหรับคนชอบเล่นกีฬาและคนรักการผจญภัยโดยเฉพาะ พร้อมฟังก์ชั่นต่างๆ ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนชอบความท้าทาย Maurice Lacroix รุ่นใหม่ AIKON Venturer พร้อมจำหน่ายในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้

นอกจากนี้ยังมีรุ่น Aikon Automatic Chronograph ที่เป็นนาฬิกาเท่สไตล์สปอร์ตสามารถจับเวลาได้ โดยระบบฟังก์ชั่นต่างๆ ออกแบบมาเพื่อการใช้งานได้อย่างง่ายดาย ตัวเรือนเป็นสแตนเลสสตีล หน้าปัดขนาด 44 มม. ภายในมีหน้าปัดเล็กๆ จับเวลาเป็นวินาทีที่ 9 นาฬิกา จับเวลารอบละ 30 นาทีที่ 12 นาฬิกา จับเวลารอบละ 12 ชั่วโมงที่ 6 นาฬิกา เข็มและขีดบอกเวลาเป็น Rhodium plated กลไกอัตโนมัติ ML112 สำรองพลังงานนาน 48 ชั่วโมง ในประเทศไทยมีจำหน่ายเพียง 5 เรือนเท่านั้น

แต่ใครที่หลงใหลเสน่ห์ของสีดำ นาฬิกา Maurice Lacroix รุ่นใหม่ AIKON Automatic: All Black ทั้งตัวเรือนและสายเป็นสีดำโทนเดียวกันทั้งหมดรวมทั้งหน้าปัด 42 ม.ม. ไม่ว่าคุณจะแต่งตัวสไตล์ไหน นาฬิกาสีดำล้วนเรือนนี้คือเพื่อนคู่กายคุณเสมอ

ตัวเรือนสเตนเลสสตีลเคลือบสีดำ PVD ที่สวยและทนทานต่อการขูดขีด หน้าปัด black sun brushed Clous de Paris สวยเท่ ขีดบอกเวลาและเข็มนาฬิกาเคลือบ black Super-LumiNova เรืองแสงในที่มืด ทำให้อ่านเวลาได้อย่างง่ายดายในทุกสภาพแสง 

ใครที่ชอบดีไซน์หรูโก้ Aikon Automatic Mercury เท่สะดุดตาด้วยหน้าปัด 44 ม.ม. แบบ Skeketon ที่มีนวัตกรรมพิเศษในการดูเวลาที่เฉพาะคนสวมจะเห็นเวลาจริงเท่านั้น

เรามีโอกาสได้พูดคุยกับ Mr. Stephane Waser ซึ่งเป็น Managing Director ของ Maurice Lacroix Ltd. โดยเขาบินมางานเปิดตัวนาฬิกานี้ เราจึงได้ถามคำถามสั้นๆ กับเขา

Mr. Stephane Waser

ทำอย่างไรให้ Maurice Lacroix แตกต่างจากนาฬิกาอื่นๆ ในตลาด

“นอกจากการพัฒนานวัตกรรมและดีไซน์ของนาฬิกาของเราให้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นแล้ว กลุ่มเป้าหมายของเราก็มีความชัดเจนคือเป็นกลุ่มมิลเลนเนียล กลุ่มคนที่มองหานาฬิกาที่มีคุณภาพ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่ระดับราคาของนาฬิกาสะสมหรือนาฬิกาคลาสสิก ในแง่ของฟังก์ชั่นและดีไซน์ของ Maurice Lacroix จะตอบโจทย์คนกลุ่มนี้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่านาฬิกาของเราจะเป็นนาฬิกาสะสมไม่ได้ เพียงแต่เราไม่ได้ไปเน้นที่กลไกที่ซับซ้อนอย่างตูร์บิญองเหมือนนาฬิกาสะสมทั้งหลาย ของเราจะเน้นที่พวกเขาสวมใส่ใช้งานจริง ใช้ในชีวิตประจำวันเลย และไม่ต้องทะนุถนอมมาก คือถ้าเป็นระดับของสะสมก็คงไม่ได้นำมาใส่จริงๆ คงจะเก็บไว้ดู”

อย่างนาฬิการุ่น AIKON ล่าสุดนี้มีอะไรที่คุณคิดว่าพิเศษที่แม้แต่นักสะสมก็คงอยากจะมีไว้

“อย่างที่บอกว่าเราเน้นนวัตกรรม ดังนั้น AIKON Automatic Mercury ที่คนทั่วไปจะมองเห็นเวลาเป็น 12 นาฬิกาเสมอ แต่ถ้าเจ้าของยกแขนขึ้นมาดูนาฬิกาก็จะแสดงเวลาจริง ซึ่งเราใช้ตุ้มถ่วงและแรงดึงดูดของโลกทำให้เกิดลูกเล่นเช่นนี้ ซึ่งผมคิดว่าจะโดนใจกลุ่มเป้าหมายหลักของเรา แต่คนที่ซื้อนาฬิกาเพื่อสะสมก็คงจะสนใจฟังก์ชั่นนี้ รวมทั้งดีไซน์ที่เป็น skeleton ที่ผมเชื่อว่าหลายคนชอบ เพราะเราได้เห็นความสวยงาม
ของกลไกที่ซับซ้อนของนาฬิกา”

จะเห็นว่าแม้จุดยืนของนาฬิกา Maurice Lacroix จะมีกลุ่มเป้าหมายที่เป็นชาวมิลเลนเนียลที่มีไลฟ์สไตล์เป็นของตัวเองและชื่นชอบงานดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ แต่ขณะเดียวกันการพัฒนากลไกของนาฬิกาก็ยังเน้นนวัตกรรมใหม่ๆ รวมทั้งลูกเล่นที่บ่งถึงศาสตร์ของการทำนาฬิกาแบบสวิสที่ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นอันดับหนึ่งเสมอ

Incase แบรนด์แห่งไลฟ์สไตล์เพื่อการปกป้องกับความเชี่ยวชาญในการออกแบบผลิตภัณฑ์สำหรับ Apple โดยเฉพาะ ด้วยดีไซน์อันเรียบง่าย ครบครันด้วยฟังก์ชั่นที่สาวกห้ามพลาด

เดือนที่จะถึงนี้ หนุ่มๆสาวๆอาจเริ่มเตรียมตัวไปเที่ยวต้อนรับซัมเมอร์กันแล้ว แต่การจะสะสางงานหรือปล่อยวางงานที่มีอยู่เต็มบ่าก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หลายๆคนจึงเลือกที่จะพกโน้ตบุ๊คหรืออุปกรณ์การทำงานของคุณไปลุยกับคุณด้วยเลย Incase (อินเคส) แบรนด์ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักของ Apple มาอย่างยาวนาน และเชี่ยวชาญเรื่องการออกแบบ Sleeve และ Case ที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ของ Apple เป็นอย่างดี จะขอดูแลทุกอุปกรณ์การทำงานของชาวออฟฟิศ ไม่ว่าจะเป็น Macbook, iPad และ iPhone ให้คุณไม่ว่าจะไปที่ไหนเมื่อไหร่ก็สบายใจหายห่วง

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องพก Notebook อุปกรณ์คู่กายของชาวออฟฟิศติดตัวไปตลอด Incase มีตัวช่วยที่จะทำให้คุณสามารถพก Macbook ไปได้ทุกที่อย่างไม่ต้องกังวลด้วย เคสแข็ง MacBook Hardshell-dots พัฒนาจากรุ่นออริจินอลที่เป็นที่สุดของการปกป้อง มีการพัฒนารูปแบบเพื่อรองรับ device รุ่นใหม่ๆ โดยใช้พลาสติดโพลีคาร์บอเนต Bayer Makrolon polycarbonate เกรดพรีเมี่ยมเท่านั้น สำหรับรุ่น Dots ด้วยดีไซน์ที่ออกแบบผิวด้านในเป็นลายปุ่มกลมนูน สามารถมองเห็นเป็นลายจุดได้จากภายนอก ไม่ได้มีไว้เพื่อความเก๋ไก๋เพียงอย่างเดียว แต่ยังเปรียบเสมือนเบาะรองรับแรงกระแทก แต่ไม่เพิ่มความเทอะทะ ง่ายต่อการพกพา และยังออกแบบเฉพาะสำหรับพอร์ทของรุ่นต่างๆ ตั้งแต่ Macbook 11” ไปจนถึง 15” พร้อมสีให้เลือกอีกหลากหลาย เป็นเจ้าของได้ในราคา 1790 – 2290 บาท

สำหรับชาวออฟฟิศหรือ Macbook user รวมถึงผู้ใช้ iPad ที่ชอบความเปลือยของเครื่องไม่ถนัดกับการใส่เคสระหว่างการใช้งาน แต่ก็ยังกังวลกับความปลอดภัยขณะพกพาและเดินทาง incase ขอแนะนำ sleeve กระเป๋าใส่ Macbook รุ่นต่างๆ โดยมีตัวเลือกเรื่องสีและวัสดุที่หลากหลายอย่างวัสดุที่ผลิตโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

เริ่มกันที่ ICON sleeve สุดยอดนวัฒกรรมการปกป้อง ที่ใช้เทคโนโลยีทางวัสดุขึ้นรูป TENSAERLITE ฉีดขึ้นรูปพลาสติกแบบไร้รอยต่อ เพื่อปกป้องรับแรงกระแทก 360 องศา สำหรับ ICON sleeve นี้เรียกได้ว่าเป็น form-fitting สำหรับ sleeve เนื่องจากมีความพอดีของช่องใส่ตัวอุปกรณ์ ล็อคกับตัวเครื่องพอดี ปราศจากซิป และยังมีวัสดุของตัวซองให้เลือกกันได้อย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็น Diamond ripstop, Diamondwire, Ecoya และ Woolenex ถือว่าเป็น sleeve ที่ตอบทุกความต้องการและยังให้คุณสามารถพกโน้ตบุ๊คของคุณไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก ไร้กังวล การันตีด้วยรางวัล Reader’s choice award, IF design award 2016 และ reddot design award winner 2015 วางจำหน่ายในราคา 2990 บาท แอบกระซิบว่าทั้งรุ่นที่กล่าวมานี้ นอกจากจะมีรุ่นที่หลากหลายสำหรับ Macbook แล้ว ยังมีรุ่นสำหรับ iPad อย่าง ICON Sleeve with Tensaerlite for iPad Pro 12.9″ ซึ่งมีน้ำหนักเบา สะดวกสบายด้วยฟังก์ชั่นสามารถชาร์จแบตได้แม้อยู่ในซอง เพิ่มความมั่นใจให้กับไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่งของคนวัยทำงาน และรุ่นยอดนิยมอย่าง Compact sleeve เป็น sleeve รุ่นขายดี ในราคาที่จับต้องได้ ผลิตจากวัสดุ flight Nylon ที่บางเบา แต่ทนทาน พร้อมช่องใส่โน้ตบุ๊คเปิดปิดด้วยซิป และมีช่องแยกสำหรัปใส่อุปกรณ์เสริมต่างๆเพิ่มเข้ามา ด้านในบุด้วยกำมะหยี่ขนเทียมตลอดแนว เพื่อการปกป้อง Macbook ของคุณในทุกการเดินทาง

มาถึงอุปกรณ์ที่เปรียบเสมือนอวัยวะที่ 33 ของมนุษย์ทำงานอย่างโทรศัพท์มือถือ incase เอาใจสาวก iPhone ด้วยเคสมือถือที่ออกแบบมาเพื่อ iPhone แต่ละรุ่นโดยเฉพาะ อย่าง Protective Clear Cover เคสใสกันกระแทกที่ปกป้องตัวเครื่องของคุณอย่างรอบด้าน กันรอยขีดข่วน พร้อมเผยตัวเครื่องอันป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และขอบด้านข้างยังป้องกันโทรศัพท์ไม่ให้ลื่นหลุดมือ ออกแบบมาสำหรับ iPhone หลายๆรุ่นโดยเฉพาะ วางจำหน่ายในราคา 790 บาท แต่สำหรับชาว first jobber คนไหนที่คิดว่า Clear Case อาจจะดูธรรมดาไป อยากได้เคสที่มีลูกเล่นมากกว่านี้ Incase ยังมี Textured Snap Case เคสสีดำที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานผ้า Woolenex ไว้ที่ตัวเคส ออกมาเป็นเคสที่มีดีไซน์โมเดิร์น ทันสมัย และทนทาน แต่ยังคงฟังก์ชั่นกันกระแทกและลดการขีดข่วนที่ตัวเครื่องที่อาจเกิดจากการใส่เคสอีกด้วย มีสำหรับ iPhone หลายรุ่น สามารถเป็นเจ้าของได้ในราคา 1,290 บาท

พบกับประสบการณ์การเลือกซื้อตัวช่วยปกป้องอุปกรณ์สำคัญของคุณให้เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ที่เหนือกว่าได้แล้ววันนี้ ณ Incase Flagship Store ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และสั่งซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ออนไลน์ได้ที่ https://incase.co.th/

Sony RX0 II กล้องคอมแพคระดับพรีเมี่ยมขนาดเล็กและเบาที่สุดในโลก

Sony RX0 II ได้รับการเปิดตัวอย่างทางการ โดยทาง Sony อ้างว่าเป็นกล้องคอมแพคระดับพรีเมี่ยม ที่มีขนาดเล็กและเบาที่สุดในโลก ถูกออกแบบมาให้มีความทนทานเป็นพิเศษ สามารถกันน้ำได้ลึกสูงสุด 10 เมตร กันตกสูงสุด 2 เมตร กันกระแทกจากแรงกดสูงสุด 200 กิโลกรัม รวมถึงกันฝุ่นได้ด้วย

Sony RX0 II สร้างความแตกต่างจากรุ่นแรกด้วยจอแสดงผล LCD ที่สามารถพับได้ ซึ่งหมายถึงพลิกขึ้นมา 180 องศา เพื่อถ่ายภาพตัวเอง และยังพับลงได้ 90 องศา Sony RX0 II มากับกล้องความละเอียด 15.3 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ภาพ Exmor RS CMOS พร้อมเลนส์ ZEISS 24mm F4.0 และตัวประมวลผลภาพ BIONZ X รองรับการบันทึกวีดีโอ 4K และมีโหมด Super Slow Motion สูงสุด 1,000 เฟรมต่อวินาที

Sony RX0 II ยังสามารถทำงานร่วมกับกล้องตัวอื่นๆ ในรุ่นเดียวกันได้สูงสุด 5 – 50 ตัว และถ้าใช้ Camera Control Box CCB-WD1 จะสามารถเชื่อมต่อกล้อง RX0 II เข้าด้วยกันได้สูงสุด 100 ตัว เพื่อสร้างภาพเหมือนฉากหลบกระสุนแบบภาพยนตร์ The Matrix

Sony RX0 II จะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนเมษายนนี้ ราคา 700 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 22,235 บาท

All NEW Mazda 3 (2019) ดีไซน์ใหม่ พร้อมเครื่องยนต์ SKYACTIV-X

Mazda ทำตลาดรถยนต์นั่งขนาดกระทัดรัด C-segment ของพวกเขาด้วยรถอย่าง Familia ตั้งแต่ปี 1963 และได้วิวัฒนาการต่อมาอีก 8 เจนเนอเรชั่นโดยใช้ชื่อในการทำตลาด 323 และ Protege ในบางประเทศ หลังจาก 8 เจนเนอเรชั่นผ่านไป Mazda ก็ยุบชื่อเดิม แล้วใช้ชื่อรุ่นเป็นตัวเลขแทน นั่นคือจุดเริ่มต้นของ Mazda 3 (ในญี่ปุ่นเรียกว่า Axela) ซึ่งเปิดตัวเจนเนอเรชั่นแรกในญี่ปุ่นเมื่อเดือนตุลาคมปี 2003 โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกับ Ford จนกระทั่งวันที่ 26 มิถุนายน 2013 Mazda เผยโฉมเจนเนอเรชั่นที่ 3 ที่มีโครงสร้างพื้นฐานและเครื่องยนต์แบบ SKYACTIV เป็นการปฏิวัติรูปแบบของรถจากนอกถึงใน

นับจากปี 2003 ถึงปัจจุบัน Mazda ขายรุ่น 3 ไปแล้วมากกว่า 6 ล้านคัน เป็นรถรุ่น Global ที่มียอดขายดีที่สุดของค่าย สร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรมให้กับ Mazda รถเจนเนอเรชั่นที่ 3 (SKYACTIV 1) เป็นแรงผลักดันสำคัญส่วนหนึ่งในเรื่องการออกแบบ KODO design และวิศวกรรมที่มุ่งเน้นความรู้สึกที่ดีเมื่อได้ขับ ตลอดจนการตอบสนองต่อคำสั่งของผู้ขับ และลดอัตราการสิ้นเปลืองลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับ Mazda 3 สมัยที่อยู่ใต้ร่มของ Ford

Mazda 3 ในทุกรุ่น มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ SkyActiv-X ขนาด 2.5 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 222 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ตามมาตรฐาน นอกจากนี้ ทั้งแบบแฮทช์แบ็คและซีดาน จะมาพร้อมกับตัวเลือก i-Activ all-wheel drive ของมาสด้า ซึ่งจะมีเฉพาะเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เท่านั้น

นอกจากนี้แล้ว Mazda ยังมีแพ็คเกจใหม่ทั้งในรุ่นแฮทช์แบ็คและรุ่นซีดาน ที่อาจจะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลการขับขี่แบบ Active Driving เบาะหนัง มี Moonroof ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED และมีระบบปรับแสงสว่างที่ด้านหน้า

เจษฎาเทคนิคมิวเซียม พิพิธภัณฑ์สำหรับคนรักรถ Classic อย่างแท้จริง

“โอ้โห…” เป็นคำอุทานของเหล่าทีมงานที่หลุดออกมาจากปากอย่างพร้อมเพรียงกันเมื่อก้าวเท้าเข้าไปในพื้นที่อันกว้างขวางของเจษฎาเทคนิคมิวเซียมที่ดูเหมือนจะคับแคบไปถนัดตาเพราะรถสารพัดขนาดและหน้าตาที่จอดเรียงรายกันจนเต็มพื้นที่ ทีมงานหลายคนดูจะตื่นเต้นกับรถขนาดกะทัดรัดที่เรียกว่า ‘ไมโครคาร์’ ส่วนอีกหลายคนก็ตาดีไปเห็นใบพัดใต้ท้องรถและตระหนักว่ารถคันตรงหน้านั้นสามารถแปลงร่างเป็นเรือได้ในยามจำเป็น ในขณะที่ทีมงานเพศชายที่มีใจรักรถยนต์เป็นทุนเดิมอยู่นั้นก็ดูจะตื่นตาไปกับรถโบราณหน้าตาดีที่รายเรียงกัน จนทำให้เราต้องปล่อยให้ทุกคนแยกย้ายกันไปเก็บภาพและหาโลเคชั่นกันตามใจ ท่ามกลางสายตาอันอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจของเจษฎา เดชสกุลฤทธิ์ ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ด้วยใจรัก

“ที่นี่เปิดให้เข้าชมฟรีนะครับ” เขาเริ่มต้นเล่าด้วยน้ำเสียงใจดีไม่ผิดกับหน้าตา “เปิดบริการตั้งแต่พ.ศ. 2549 แล้วครับ ผมไม่หวังผลกำไร แค่อยากจะอนุรักษ์มรดกและประวัติศาสตร์เรื่องยานพาหนะและเครื่องจักรกลจากทั่วโลกเท่านั้นเองครับ

“จุดเริ่มต้นเหรอครับ” เขานิ่งคิด “ผมก็คงคล้ายกับเด็กผู้ชายหลายคนที่ตอนเด็กๆ ชอบรถยนต์และบรรดาเครื่องยนต์กลไกต่างๆ บังเอิญที่บ้านก็มีอาชีพเกี่ยวกับการซ่อมรถด้วย ผมจึงเติบโตมากับพวกรถยนต์และเครื่องยนต์น่ะครับ พอโตมาก็มีอาชีพเกี่ยวกับยานพาหนะด้านบรรเทาสาธารณภัย โดยเฉพาะรถดับเพลิง ทำให้ผมได้มีโอกาสเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในทวีปยุโรป เวลาว่างผมก็จะเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์รถยนต์และเครื่องจักรกล หรือที่แถบนั้นเรียกกันว่า Technik Museum เรียกได้ว่าไปกี่ครั้งๆ ก็จะต้องเจียดเวลาเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ทุกครั้ง เห็นรถสะสมที่เป็นรถยนต์ขนาดเล็ก หรือ ‘ไมโครคาร์’ ก็เริ่มอยากสะสมบ้าง เลยเริ่มต้นซื้อตามงานประมูลต่างๆ โดยรถคันแรกที่มาถึงมือผมได้แก่ Messerschmitt KR200 เป็นรถสัญชาติเยอรมันที่ผมประมูลได้มาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อพ.ศ. 2540 ตั้งแต่คันนั้นมาถึงบัดนี้ผมมีไมโครคาร์รวมๆ แล้วกว่า 300 คันครับ

“Messerschmitt เป็นบริษัทผลิตเครื่องบินให้กับกองทัพเยอรมันครับ หลังจากแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง บริษัทก็ถูกประเทศสัมพันธมิตรสั่งห้ามผลิตเครื่องบินต่อ เลยเบี่ยงมาผลิตรถยนต์แทน แต่เขาก็ยังรักษารูปร่างหน้าตาไว้ให้เหมือนเคบินของเครื่องบิน ตัวเครื่องไม่กี่ซีซีเท่านั้น เพราะน้ำมันราคาสูง และวัสดุผลิตก็หายากเนื่องจากประเทศแพ้สงคราม รถ Messerschmitt KR200 คันแรกของผมนี่เปิดประตูโดยยกขึ้นจากด้านข้าง แบบนี้นะครับ” มีคนแสดงกลไกการเปิดประตูอันน่าทึ่งนี้ให้เราเห็นจริงจัง ท่ามกลางเสียงฮือฮาของทีมงาน “นี่คือไมโครคาร์คันแรกของผม ผมเลยเอามาทำเป็นสัญลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์ครับ

“ส่วนคันนี้คือ BMW Isetta ซึ่งความพิเศษคือมันเคยเป็นบริษัทผลิตสกูตเตอร์และตู้เย็นของประเทศอิตาลี เขาจึงออกแบบมาให้ไมโครคาร์คันนี้เปิดหน้าเหมือนกับประตูตู้เย็น พอ BMW ซื้อลิขสิทธิ์มาก็ผลิตต่อโดยเคารพรูปแบบดั้งเดิม ลักษณะกลมมนแบบนี้ทำให้มันถูกเรียกว่า ‘บับเบิลคาร์’ ซึ่งไมโครคาร์ส่วนใหญ่ก็มีสามล้อเป็นปกติแล้วนะครับ และที่สำคัญคือเวลาเกิดอุบัติเหตุสามารถเปิดหลังคาผ้าใบแล้วลุกหนีออกจากรถได้เลย หลังๆ ก็มีการซื้อลิขสิทธิ์ไปผลิตต่อโดยหลายบริษัทครับ อย่าง Heinkel Kabine ก็ใช่ครับ ในพิพิธภัณฑ์มีหลายคันอยู่”

นอกจากนั้นแล้วเจษฎายังเล่าเรื่องราวของไมโครคาร์หลากหลายสัญชาติให้พวกเราฟัง ซึ่งก็ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะก่อตั้งพิพิธภัณฑ์นี้ขึ้นมา เพราะกระแสเสียงความรักนั้นส่งผ่านมาถึงทีมงานเราได้ไม่ยากนัก “ความสุขของการสะสมจริงๆ คือการได้เห็นรถเก่าพวกนี้กลับมาวิ่งได้อีกครั้งหนึ่ง ผมให้ทีมงานของผมซ่อมจนทุกคันกลับมาใช้การได้จริงนะครับ และผมโชคดีมากๆ ที่มีโอกาสได้นำของสะสมเหล่านี้ไปรับใช้ในงานสำคัญๆ ของประเทศ การได้เห็นไมโครคาร์คันจิ๋วๆ วิ่งเรียงรายกันบนถนนราชดำเนิน ถนนเยาวราชนั้น เป็นภาพที่สวยงามและแปลกตาจริงๆ ครับ ถือเป็นขบวนพาเหรดบนถนนสายสำคัญของประเทศจริงๆ” สีหน้าของเขาแสดงความสุขอย่างปิดไม่มิด

“ตอนนี้ผมซื้อที่ริมแม่น้ำไว้ขยายพิพิธภัณฑ์แล้วนะครับ” เขาเล่าต่อ “ตอนแรกๆ น่ะผมก็สะสมรถเหล่านี้ไว้ดูคนเดียว แต่มันก็เพิ่มจำนวนขึ้นจนกลายเป็นหลายร้อยคัน เวลาเพื่อนฝูงได้มาชมทุกคนก็ชอบ พอผมได้ตัดสินใจซื้อเรือดำน้ำเก่าของโซเวียตก็จัดแถลงข่าว เริ่มมีคนภายนอกรู้จัก ผมจึงตัดสินใจเปิดพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นทางการเมื่อพ.ศ. 2549 เพราะทุกอย่างก็พร้อมอยู่แล้ว ตอนนี้ผมเปิดให้เข้าชมฟรีครับ แต่ถ้าส่วนที่สร้างใหม่เสร็จเมื่อไรผมค่อยเก็บค่าเข้าครับ อยากจะให้พิพิธภัณฑ์เป็นไปตามมาตรฐานสากล และให้บริการครบวงจร มีการจัดแสดงยานพาหนะทุกประเภท แบ่งเป็นโซนชัดเจน และผมก็จะมีเรือรบหลวงมาอยู่ในคอลเลกชั่นด้วยนะครับ”

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.jesadatechnikmuseum.com

เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ Samsung Galaxy S10 ที่สุดของสมาร์ทโฟนแห่งปี

 

เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ Samsung Galaxy S10 ที่สุดของสมาร์ทโฟนแห่งปี ที่ทางซัมซุงได้รวมเอาสุดยอดนวัตกรรมแห่งอนาคต มาไว้ในรุ่นนี้แบบจัดเต็ม ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งดีไซน์การออกแบบ คุณภาพกล้อง และฟีเจอร์อัจฉริยะที่ครบครันเข้าใจผู้ใช้งานยุคใหม่ ที่รักการสร้างสรรค์คอนเทนท์ โดยประเทศไทยยังถือเป็นประเทศแรก ๆ ที่ทางซัมซุงเลือกจัดงานเปิดตัว กาแลคซี่ เอส 10 ให้กาแลคซี่แฟนชาวไทย ได้เป็นเจ้าของเครื่องก่อนใครอีกด้วย

งานนี้ซัมซุงทำเซอร์ไพรส์ด้วยการขนทัพศิลปินเหล่าไอดอลทั้งไทยและเทศ มาสร้างสีสัน ความสนุกสนาน และเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ได้ตลอดงาน นำทัพโดย ไอคอน (iKON) ศิลปินบอยแบนด์สุดฮอตจากเกาหลีใต้ ที่ไปสร้างปรากฏการณ์มาแล้วทั่วเอเชีย ประเดิมเวทีด้วยเพลง Love Scenario, Killing Me และ Bling Bling ต่อด้วย หนุ่มๆ  9×9 (ไนน์บายนาย) กลุ่มศิลปินชาวไทยที่ขนเพลงดัง อย่าง พริบตา และ Night Light มาร้องและเต้นบนเวที รวมทั้งไอดอลชาวไทย ขวัญใจวัยรุ่น เซเลบริตี้ และเหล่าดารา เข้าร่วมงานเปิดตัว กาแลคซี่ เอส 10 กันอย่างคับคั่ง แน่นลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ซัมซุงเปิดจอง กาแลคซี่ เอส 10 และ เอส 10 พลัส ล่วงหน้าแล้ว ตั้งแต่วันนี้ ถึง 4 มีนาคม 2562 เท่านั้น! พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษมากมาย สามารถติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมได้ที่ http://www.samsung.com/th/s10preorder

ผลงานการร่วมมือกันของ โลตัส อาร์ต เดอ วิฟว์ (Lotus Arts De Vivre) และฮาฟ แคส ครีเอชั่นส์ (Half Caste Creations) ที่หนุ่มๆ ที่ชอบความแรงและหลงใหล

ผลงานการร่วมมือกันของ โลตัส อาร์ต เดอ วิฟว์ (Lotus Arts De Vivre) และฮาฟ แคส ครีเอชั่นส์ (Half Caste Creations) ที่หนุ่มๆ ที่ชอบความแรงและหลงใหลในเครื่องยนต์จะต้องชอบกับการออกแบบเครื่องประดับทั้งสำหรับแต่งกายและประดับยนต์ที่จะเผยโฉมในวันที่ 13 มีนาคมนี้นั่นก็คือมอร์เตอร์ไซค์ที่ชื่อ KETO อันเป็นผลงานรังสรรค์ที่นำเอาความเก่งกาจเรื่องงานฝีมือของ Lotus Arts De Vivre มาผสานกับความเชี่ยวชาญและหลงใหลในเครื่องยนต์วินเทจของ Half Caste Creations

แต่ก่อนที่เราจะได้ชม KETO เราได้พบกับคอลเล็กชั่นเครื่องประดับที่มีทั้งแหวน กำไล เข็มขัด ฯลฯ รวมทั้งเสื้อเชิ้ตผ้าไหมลายพิมพ์พิเศษ และเราได้เห็นชิ้นส่วนที่จะรวมร่างเป็น KETO นอนนิ่งสงบในตู้ปลาขนาดใหญ่ แน่นอนว่าจะต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ เพราะชิ้นส่วนทั้งหมดที่เราเห็นทำจากเงินสเตอร์ลิง 925 ทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ KETO เป็นจิวเวลรีที่เคลื่อนที่ได้ด้วยความแรงระดับซูเปอร์ไบค์

#LotusArtsDeVivre #HalfCasteCreations