ฉลองครบรอบ 50 ปียานยนต์ระดับตำนาน Lamborghini Countach เผยโฉมโมเดลใหม่ LPI 800-4 เป็นครั้งแรกของโลกที่งาน The Quail: A Motorsports Gathering

แม้ว่าจะล่วงเลยมากว่า 50 ปีแล้วก็ตาม นับตั้งแต่การปรากฏตัวครั้งแรกของ Lamborghini Countach ในงาน Geneva International Motor Show แต่ดูเหมือนว่าตำนานที่ไม่เคยหลับใหลคันนี้ ยังคงเป็นแรงบันดาลใจหลักในการออกแบบรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่ผลิตในโรงงาน Sant’Agata Bolognese มาจนถึงปัจจุบัน เพราะไม่ว่าจะเป็น Aventador, Huracán, Sián, หรือแม้แต่ Urus ก็ล้วนหยิบเอาดีเอ็นเอคาแรคเตอร์บางอย่างของ Countach มาผสมผสานได้อย่างแยบยล

ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษ 1970 ยุคที่ขึ้นชื่อว่าเฟื่องฟูที่สุดสำหรับการออกแบบ – กระทิงดุอย่าง Countach ได้เผยโฉมอย่างสง่างามในดีไซน์ที่ล้ำสมัยแบบสุดขั้ว ยิ่งไปกว่านั้น คำว่า ‘Countach’ ยังเป็นคำอุทานของภาษา Piedmontese หนึ่งในภาษาพื้นเมืองอิตาลี ที่บ่งบอกถึงความประหลาดใจและความชื่นชมในบางสิ่งบางอย่างอีกด้วย

โดยในช่วงปีไล่เลี่ยกันนี้ ยังเป็นช่วงเวลาแห่งความสำเร็จของหลากหลายเหตุการณ์ ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักออกแบบและครีเอทีฟทั่วโลก รวมถึงมีอิทธิพลต่อแนวคิดการออกแบบ Countach ของ Marcello Gandini อีกด้วย อาทิ การแข่งขันทางอวกาศเพื่อมวลมนุษยชาติ, การถือกำเนิดของเทคโนโลยีขั้นสูงที่กลายมาเป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย, เทรนด์แฟชั่นที่เชื่อมโยงกับลวดลายเรขาคณิตและสีสันที่สดใส, การเข้าสู่ยุคเครื่องบินเจ็ต ที่สำคัญ Countach ยังเกิดจากวิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้ง อย่าง Ferruccio Lamborghini ที่เชื่อมั่นตั้งแต่แรกเริ่มว่า การปฏิวัติวงการยานยนต์ ณ เวลานั้น ย่อมส่งอิทธิพลถึงสไตล์ของโมเดล Lamborghini ในอนาคต โดยเอกลักษณ์ดั้งเดิมของ Countach ที่ถ่ายทอดดีเอ็นเอมายังกระทิงดุรุ่นหลัง ๆ อาทิ ประตูแบบ Scissor Doors ซึ่งเป็น  ซิกเนเจอร์ของรถยนต์เครื่องยนต์ V12 ของค่ายลัมโบร์กินี และ Countach เป็นรถรุ่นแรกที่ใช้ประตูรูปแบบนี้ของแบรนด์อีกด้วย

เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีให้กับ Countach ในฐานะยนตรกรรมแห่งขบถที่ฉีกกรอบการออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีได้อย่างไร้ที่ติ – Lamborghini ได้เผยโฉม Countach LPI 800-4 เป็นครั้งแรกของโลกที่งาน The Quail: A Motorsports Gathering โดยไอคอนนิคความแรงล่าสุดแห่งศตวรรษที่ 21 นี้ มาพร้อมตัวถังในโทนสีขาว Bianco Siderale ที่ซ่อนดีเทลสีฟ้ามุกไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ที่สำคัญยังชวนให้นึกถึง Countach LP 400 S คันโปรดของ Ferruccio Lamborghini อีกด้วย ภายในตกแต่งด้วยเฉดสีแดง-ดำ ซึ่งแม้จะถูกปรับดีเทลให้ทันสมัยและสอดรับกับไลฟ์สไตล์ปัจจุบันมากขึ้น แต่แบรนด์กลับคงกลิ่นอายของ Countach ต้นแบบไว้ได้อย่างครบครัน อาทิ Square Motif บนเบาะที่นั่งสไตล์สปอร์ต โดย Countach LPI 800-4  มาพร้อมเทคโนโลยีล่าสุดด้วยเครื่องยนต์ V12 ทำงานร่วมกับระบบไฮบริดมอเตอร์ไฟฟ้า 48V และระบบซูเปอร์คาปาซิเตอร์ที่ช่วยมอบพละกำลังสูงสุด 780 แรงม้าจากเครื่องยนต์ และ 34 แรงม้าจากมอเตอร์ไฟฟ้า

ซึ่งนอกจากสีที่เปิดตัวแล้ว เจ้าของ Countach LPI 800-4 รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น ยังสามารถปรับแต่งสีของรถตามสไตล์ของตนเองได้อย่างไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นสีที่สะท้อนความเป็น Heritage Style ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสีแบบ Solid เช่น สีที่โดดเด่นอย่าง สีขาว Impact White และสีเขียว Verde Medio หรือหากเจ้าของรถต้องการสีที่มีความร่วมสมัยมากขึ้น ก็ยังมีสีแบบเมทัลลิกให้เลือกตามชอบ เช่นสียอดนิยมอย่าง สีม่วง Viola Pasifae หรือ สีฟ้า Blu Uranus

โดยรุ่นพิเศษนี้ผลิตจำกัดเพียง 112 คันเท่านั้น ซึ่งตัวเลขดังกล่าวได้แรงบันดาลใจมาจากชื่อโปรเจกต์ ‘LP 112’ ที่ตั้งขึ้นในช่วงการพัฒนา Countach ตัวต้นแบบนั่นเอง

ร่วมสัมผัสความหรูหราโฉบเฉี่ยวของซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นใหม่ ได้ที่ “ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ” โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ถนนวิภาวดีรังสิต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-512-5111

เรื่องเรียบเรียง  rhunrun 

ออกวิ่งแล้ว! รถไฟ L Line train โดย Supreme แบรนด์สเก็ตสุดไฮป์ร่วมกับ MTA เริ่มวิ่งให้บริการในนิวยอร์กแล้ว!

ออกวิ่ง! รถไฟ L Line train โดย Supreme แบรนด์สเก็ตสุดไฮป์ร่วมกับ MTA (Metropolitan Transportation Authority) ขนส่งมวลชนของมหานิวยอร์กออกให้บริการแล้วครับ(หลังจากเคยร่วมออกแบบบัตรโดยสารด้วยกันเมื่อปี 2017) โดยจุดเด่นก็อยู่ที่ลาย Box Logo สีแดงเอกลักษณ์ของ Supreme ที่ wrap รอบนอกขบวนซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการให้รถไฟที่มีการ wrap โฆษณาแบบนี้มาวิ่งบนเส้นทางเดินรถ L Line นอก Grand Central shuttle ครับ


ซึ่งเส้นทางเดินรถ L Line จะเป็นตัวเชื่อมระหว่าง Chelsea, Manhattan, Rockaway Parkway ใน Canarsie และ Brooklyn ครับ

เล่นใหญ่จริงๆครับสำหรับ Supreme ที่ลงทุนโปรโมทคอลเล็กชั่น FW21 ล่าสุดที่กำลังจะวางจำหน่ายอย่างยิ่งใหญ่ขนาดนี้ (ส่วนค่าโดยสารยังปกติครับ ไม่มีการขึ้นราคาแม้จะเป็นขบวน Supreme!)

เรื่อง-เรียบเรียง rhunrun


ไม่ต้องใช้เอฟเฟ็กต์หรือแอพให้เสียเวลากับโหมด Portrait ขณะถ่ายวีดีโอจาก Apple iphone 13 เปิดตัวเดือนหน้านี้!

สำหรับการเตรียมเปิดตัว iPhone 13 รุ่นล่าสุดตามเวลาประจำของทุกปีในช่วงเดือนกันยายน และสำหรับปีนี้ทาง Apple เองนั้นก็ได้เพิ่มจำนวนการผลิตขึ้นถึง 20% เลยทีเดียว ที่จากเดิมจะส่งออกเพียง 75 ล้านเครื่องต่อปี ก็ได้ขยับเข้ามาเพิ่มขึ้นถึง 90 ล้านเครื่องเรียกได้ว่ามั่นใจว่าฟังก์ชั่นที่ทำมาต้องตอบโจทย์และทำให้แฟนๆยอมเสียเงินเพื่อจับจองครับ

ภาพเรนเดอร์เบื้องต้นของ iphone 13 Pro ที่มีสีใหม่สุดเท่คือส้มในโทนสีแนวสปอร์ตครับ

โดยไฮไลต์ของ iPhone รุ่นนี้ก็จะมาพร้อมกับฟังชั่นที่เสริมเทคนิคและการถ่ายภาพและวีดีโอที่มากยิ่งขึ้น กับโหมดถ่ายวิดีโอของไอโฟนที่ทางแอปเปิ้ลเองก็ได้มีการอัพเดตให้ผู้ใช้สามารถถ่ายวิดีโอได้สนุกมากขึ้นกับโหมด Portrait ที่ช่วยให้ผู้ใช้ได้เอฟเฟ็กต์ของระยะภาพที่ชัดลึกและสามารถจับภาพคมชัดได้ดียิ่งขึ้นรวมถึงโบเก้หลังเบลอที่โหมดถ่ายภาพ Portrait ของ iphone ทำได้ดีมาตลอด ด้วยคุณสมบัติ ProRes เวอร์ชั่นใหม่ของทาง Apple ที่จะทำให้รูปแบบของการบีบอัดวิดีโอนั้นมีคุณภาพสูงขึ้นและลื่นไหลอย่างไม่มีสะดุดอีกทั่งยังรองรับความละเอียดวิดีโอได้สูงสุดถึงระดับ 8K จากเดิม 4K

ซึ่งนอกจากฟีเจอร์วิดิโอที่อัปเดตแล้วนั้น iPhone รุ่นนี้ก็จะมาพร้อมชิปล่าสุก A15 ที่จะทำให้การประมวลผลของโทรศัพท์นั้น มีความรวดเร็วที่มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีลูกเล่นใหม่ให้เราได้ตื่นเต้นกับระบบฟิลเตอร์ที่จะปรับปรุงรูปลักษณ์และสีของภาพให้สวยงามโดดเด่นเพิ่มขึ้นไปอีกด้วยหน้าจอที่กว้างและรอยบากที่น้อยลงเรียกได้ตอบโจทย์การสร้างคอนเทนท์ของคนรุ่นใหม่และการถ่ายวีดีโอเพื่อลงใน social media ต่างๆได้รับความนิยมขึ้นอย่างมาก

อย่างไรก็ตามข่าวลือที่ว่าไอโฟนรุ่นนี้อาจจะมีระบบ Touch ID มาให้เรารึเปล่าหรือชื่อไอโฟนอาจจะเป็น 12s หรือ 13 กันแน่นั้น ก็คงต้องรอดูเซอร์ไพร์สพร้อมกันในเร็วๆนี้ครับ ถ้ารู้แล้วเราจะรีบมาบอกอย่างแน่นอน!

เรื่อง Eknaphat Noonwong

เรียบเรียง rhunrun

The new Mercedes-Benz S-Class

The new S-Class คือที่สุดแห่งยนตรกรรมในตระกูลเอสคลาสของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่พร้อมมอบประสบการณ์ความหรูหราและความปลอดภัย ด้วยนวัตกรรมสุดล้ำหน้าที่ให้ความสำคัญกับผู้ใช้ ทั้งในเรื่องของการมอบความสะดวกสบายในการขับขี่ การปกป้องผู้โดยสารในทุกเบาะที่นั่ง ตลอดจนการมอบประสบการณ์การใช้งานแบบอินเทอร์แอคทีฟ ที่ตอบทุกความต้องการของผู้ขับขี่และผู้โดยสารผ่านระบบดิจิทัลในทุกรายละเอียด

The new S-Class มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลแบบ 6 สูบเรียง ขนาด 2,925 ซีซี พร้อมเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ มอบพละกำลังสูงสุดถึง 286 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดถึง 600 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.4 วินาที โดยขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย เครื่องยนต์ชุดนี้นับเป็นเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเป็นเครื่องยนต์ดีเซลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

การออกแบบภายนอกของ The new S-Class ถ่ายทอดความหรูหราออกมาภายใต้คอนเซ็ปต์ Sensual Purity ในภาษาดีไซน์ที่ได้รับการยกระดับขึ้นในทุก ๆ ส่วน ภายใต้การตีความใหม่ให้ดูโมเดิร์นยิ่งกว่าที่เคย ตั้งแต่ไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ดีไซน์ใหม่ที่ช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น ล้อแบบ AMG ขนาดใหญ่สูงสุด 20 นิ้ว กับระยะฐานล้อที่ยาวขึ้นกว่ารุ่นเดิมมากถึง 51 มิลลิเมตร เส้นโค้งหลังคา Catwalk line ที่กดองศาของหลังคาให้ต่ำลง ทำให้รถยนต์คันนี้ดูสปอร์ตขึ้น ทว่าพื้นที่ห้องโดยสารไม่ลดลงแต่กลับเพิ่มพื้นที่มากขึ้น นอกจากนี้ การออกแบบให้มือจับประตูเป็นแบบไร้รอยต่อ (Seamless door handles) ยังช่วยเพิ่มความกลมกลืนของเส้นสายทางด้านข้าง และช่วยให้การล็อกและปลดล็อกประตูทำได้อย่างสะดวกสบายเพียงใช้มือสัมผัสที่มือจับประตู

ดีไซน์ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่นที่มอบทั้งความหรูหรา คุณภาพระดับสูง และวิสัยทัศน์ในการขับขี่ที่ดีที่สุด พรั่งพร้อมด้วยระบบ ENERGIZING comfort control ที่ควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ ไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ 64 เฉดสี ระบบปรับอากาศพร้อม AIR BALANCE package ที่ทำให้ห้องโดยสารสะอาดยิ่งขึ้น และระบบเครื่องเสียงจากลำโพง Burmester® 3D surround sound system ที่ให้คุณภาพเสียงที่มีมิติลุ่มลึก ฯลฯ ในห้องโดยสารยังพร้อมมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ตอบรับความต้องการของผู้โดยสารในทุกที่นั่ง ตั้งแต่เบาะที่นั่งตอนหน้าเรื่อยไปจนถึงตอนหลัง เริ่มตั้งแต่การออกแบบคอนโซลหน้าด้วยรูปลักษณ์ใหม่ที่ดูโมเดิร์นขึ้นและตอบรับกับสรีระของผู้ใช้มากขึ้น พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ตหุ้มด้วยหนัง Nappa leather และหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ความละเอียดสูงแบบ Digital Instrument clusters ขนาด 12.3 นิ้ว

นอกจากนี้ The new S-Class ยังนำทุกปุ่มควบคุมตรงคอนโซลส่วนกลางให้เข้ามาอยู่บนหน้าจอ MBUX7 แบบทัชสกรีนขนาด 12.8 นิ้วทั้งหมด โดยใช้หน้าจอแบบ OLED ที่มอบพื้นที่การใช้งาน (active area) บนหน้าจอที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมกว่า 64% ภายใต้การออกแบบในลักษณะฟรีฟอร์มดูบางเบาทว่าตอบสนองฉับไว ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทุกฟังก์ชันการทำงานของรถยนต์และฟังก์ชันต่าง ๆ ภายในห้องโดยสารได้อย่างใจเพียงปลายนิ้วสัมผัส โดยผสานการทำงานร่วมกับระบบจดจำโปรไฟล์ผู้ขับขี่ด้วยการสแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint scanner) ที่จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ขับขี่แต่ละคนเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลตลอดการขับขี่ได้อย่างตรงใจ

เบาะที่นั่งตอนหลังแบบมัลติคอนทัวร์ ยังมาพร้อม Rear Seat Comfort Package ที่พร้อมมอบความสะดวกสบายในการโดยสารสูงสุด ทั้งการเป็นเบาะไฟฟ้าที่สามารถปรับตำแหน่งที่นั่งได้ และฟังก์ชันการนวด ENERGIZING ที่สามารถเลือกโปรแกรมการนวดได้สูงสุด 6 โปรแกรม

ระบบมัลติมีเดีย MBUX7 (Mercedes-Benz User Experience) เจเนอเรชันใหม่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ขึ้นอีกขั้น ทั้งการมี MBUX Interior Assistant ที่จะทำงานอย่างฉับไวในการตอบรับการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้โดยสาร โดยระบบ Gesture Control 2.0 จะตรวจจับการเคลื่อนไหวของมือ ศีรษะ และร่างกาย เพื่อแปลความต้องการของผู้ใช้ นำไปสู่การควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ภายในรถยนต์ เช่น หากยื่นมือขึ้นหรือลงทางกระจกมองหลัง ไฟอ่านหนังสือจะติดขึ้นหรือดับลงเองโดยอัตโนมัติ ฯลฯ ส่วนระบบ MBUX High-End Rear Seat Entertainment จะทำงานร่วมกับ Rear Tablet หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ยกระดับการควบคุมความบันเทิงของผู้โดยสารตอนหลังให้สะดวกสบายมากขึ้น โดยเฉพาะการควบคุมความบันเทิงบนหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว 2 หน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง โดยภายในห้องโดยสารยังมาพร้อมระบบเสียง Burmester® 3D surround sound system พร้อมชุดลำโพง 15 ตัวด้วย

ใน The new S-Class ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ล้ำหน้าอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น การนำเสนอถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ตำแหน่งสำหรับผู้โดยสารด้านหลังเป็นครั้งแรก ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ พร้อมกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง (Parking Package with 360° camera) ที่มอบมุมมองรอบรถยนต์แบบ 360 องศาที่เสมือนจริงยิ่งกว่าที่เคย ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE® PLUS ที่ดีขึ้น ระบบ ATTENTION ASSIST รุ่นใหม่ที่ช่วยตรวจจับความผิดปกติของผู้ขับขี่และส่งสัญญาณเตือนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงระบบความปลอดภัยที่รวมอยู่ใน Driving Assistance Package เจเนอเรชันล่าสุด ไม่ว่าจะเป็น Evasive Steering Assist ที่ช่วยดึงให้รถยนต์กลับมาอยู่ในเลนหากมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน Active Emergency Stop Assist หรือระบบการหยุดรถฉุกเฉินที่จะทำงานตลอดเวลา รวมถึงฟังก์ชัน Exit Warning ที่จะทำงานหากมือของผู้โดยสารมีการขยับไปใกล้ที่จับประตูด้านใน ฯลฯ

The new S-Class มีจำหน่าย 2 รุ่น ได้แก่
• Mercedes-Benz S 350 d Exclusive ราคา 6,690,000 บาท
• Mercedes-Benz S 350 d AMG Premium ราคา 7,190,000 บาท

ราชวังบนรางรถไฟกับสุดยอดยานยนต์สุดล้ำ G-Train รถไฟฟ้าสุดหรูที่มีมูลค่ามากถึง 350 ล้านเหรียญสหรัฐและตัวขบวนยาวกว่า 400 เมตร

แนวคิดมุมมองในเรื่องของการเดินทางด้วยรถไฟจะต้องเปลี่ยนไป เมื่อ Thierry Gaugain กำลังวางแผนที่จะยกระดับประสบการณ์การเดินทางโดยรถไฟไปสู่อีกระดับหนึ่งที่เหนือกว่า ด้วยแนวคิดสุดพิเศษล่าสุดของเขา ” G-Train

Thierry Gauguin หรือ Gaugain ดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศส เป็นที่รู้จักกันดีกับการที่เขาทำงานร่วมกับ Philippe Stark นักออกแบบชื่อดังที่ฝากผลงานมานับไม่ถ้วนรวมถึง Superyacht ที่สร้างให้กับ สตีฟ จอบส์ ช่วงบั้นปลายของชีวิต ซึงตอนนี้แนวคิดล่าสุดของเขานั้นกำลังเป็นที่น่าจับตามองแก่นักลงทุนทั้งหลายอย่างมากในขณะนี้ เนื่องจากเขานั้นได้สร้างรถไฟสุดล้ำ G-Train รถไฟฟ้าอัจฉริยะไฮเทค ที่มีมูลค่ามากถึง 350 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งนักลงทุนคนไหนที่ตาถึงหรือมีกำลังทรัพย์มากพอ ก็สามารถเป็นเจ้าของแนวคิดและครอบครองรถไฟสุดล้ำขบวนนี้ได้กันเลยทีเดียว

สำหรับการออกแบบ G-Train ถูกดีไซน์ออกมาให้เหมือนราวกับ “พระราชวังบนรางรถไฟ” ที่มีขนาดราว 1300 ฟุต (ประมาณ 396 เมตร) ซึ่งในช่วงลำตัวถูกประกอบด้วยรถที่มีรูปทรงโฉบเฉี่ยวถึง 14 คันพร้อม Feature กระจกสุด High tech ที่สามารถปรับเปลี่ยนความทึบให้เป็นโปร่งใสได้อีกทั้งยังสามารถปรับสีทั้งหมดให้เข้ากับธรรมชาติภายนอกได้ตามต้องการ ซึ่งภายในรถไฟขบวนนี้จะมาพร้อมกับห้องสวีท 20 ห้อง มีห้องออกกำลังกายและห้องสปา เพื่อให้สมกับการถูกออกแบบมาให้เหมือนพระราชวังเคลื่อนที่

อีกทั้งความสำเร็จดังกล่าว Gaugain ยังได้ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำอย่าง Stadier ผู้สร้างรถไฟสัญชาติสวิสเซอร์แลนด์และบริษัทวิศวกรรมจากอังกฤษ Eckersley O’callaghan เพื่อทำให้รถไฟขบวนนี้สามารถเดินทางตามเส้นทางทั่วโลกได้อย่างอิสระและปลอดภัยรวมถึงก้าวไปเป็นยานพาหนะที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยครับ

ชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เรื่อง Eknaphat Noonwong

เรียบเรียง rhunrun

วงการเกมส์และ E-sport สั่นสะเทือน! กับการกระเป๋าเป้สุดหรูที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกการเล่นเกม 100 Thieves X Gucci ผลิตในจำนวนสุดจำกัด!

Gucci ได้เปิดตัว collaboration ใหม่ล่าสุดร่วมกับแบรนด์เครื่องแต่งกายอุปกรณ์เกมส์ศูนย์รวมสตรีมเมอร์เกมส์ชื่อดังจาก Los Angeles อย่าง 100 Thieves ด้วยกระเป๋าเป้สะพายหลังที่ดีไซน์ใหม่ด้วยสีแดงสดพร้อมกระเป๋าด้านหน้า 3ช่องที่สะดวกสบายและประดับด้วยแผ่นหนังรูปทรงวงกลมที่มีสัญลักษณ์ 100 Thieves สีเงินสวยงาม

โดยวัสดุที่ใช้สำหรับทำกระเป๋ารุ่นนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาจากวัสดุรีไซเคิล ECONYL® เส้นใยไนลอนที่ถูกผลิตจากขยะพลาสติกในทะเล นอกทะเล ไม่ว่าจะเป็น แหจับปลาและเส้นใยสิ่งทอต่างๆที่จมอยู่ในทะเล ซึ่งถือว่าวัสดุที่ใช้ถือว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างมากเช่นเดียวกับ Off The Grid คอลเลคชั่นล่าสุดที่สร้างขึ้นจากวัสดุรีไซเคิลของทาง Gucci

ซึ่งนอกจากกระเป๋ารุ่นพิเศษที่ถูกผลิตนี้แล้ว Gucci ยังเปิดตัวเเคมเปญของสินค้าชิ้นนี้กับตัวละคร Thieve ทั้ง7คนใน100คน ได้แก่ Valkyrae , Neekolul , BrookeAB , Nadeshot , CouRageJD , Yassuo และ Kris London ที่ตัวอย่างวิดีโอนี้ถูกถ่ายทำโดยช่างภาพ Guy Aroch กับสถานที่เล่นเกมระดับโลกของ 100 Thieves ที่ใช้ในการถ่ายทำวีดีโอ content ต่างๆ

ความพิเศษสุดท้ายสำหรับกระเป๋าใบนี้อยู่ที่การผลิตเพียง 200 ชิ้นเท่านั้นครับ โดยราคานั้นจะอยู่ที่ $2500 USD หรือราวประมาณ 82,100 บาท โดยสามารถสั่งซื้อได้ทางเว็บไซต์ของทาง Gucci ผ่านการสร้างบัญชี My Gucci ได้เลยครับ

เรื่อง Eknaphat Noonwong

เรียบเรียง rhunrun

ลาก่อนพาวเวอร์แบงค์แบบมีสาย! Apple เปิดตัวไอเท็มใหม่ MagSafe Battery Pack กับที่ชาร์จไร้สายที่ติดไว้หลังเครื่องหรือเคสก็สามารถชาร์จ iphone ได้ทันที!

ลาก่อนพาวเวอร์แบงค์แบบมีสาย! Apple เปิดตัวไอเท็มใหม่ MagSafe Battery Pack สำหรับ iPhone12  ทั้งสี่รุ่น ในราคา $99 (ประมาณ 3,200 บาท)ที่มาพร้อมคุณสมบัติชาร์จ iPhone แบบไร้สายด้วยกำลังไฟ 5W และสูงสุดถึง 15 Wและ 20W เมื่อเชื่อมต่อกับสายชาร์จ (ตัว MagSafe Battery Pack มีความจุไฟที่ 1,460mAh) 

นอกจากนี้ที่น่าสนใจก็คือ MagSafe กับ iPhone นั้นสามารถชาร์จพร้อมกันได้อีกด้วยและด้วยขนาดที่เล็กพอดีกับตัวเครื่อง iPhone 12 mini และติดตัว MagSafe Battery Pack ผ่านเคสได้หลายชนิดและจะมีการแจ้งเตือนเมื่อชาร์จแบต iphone เต็มทำให้การพกพาทำได้สะดวกครับ

ใครที่สนใจก็สามารถสั่งซื้อตอนนี้ได้เลยทางเว็บไซต์ Apple ที่จะเริ่มการจัดส่งในสัปดาห์หน้า สำหรับอเมริกาครับส่วนประเทศไทยยังคงต้องรอกันต่ออีกนิด!

แก้คิดถึง iPod! Tannerv เวปไซต์ที่จะช่วยเปลี่ยนมือถือให้กลายเป็น iPod ได้ง่ายๆครบทั้งฟังก์ชั่นฟังเพลงและเล่นเกมส์!

แก้คิดถึง iPod! หลายคนคงมี Apple iPod เป็น gadget ชิ้นแรกๆที่พกติดตัวตลอดก่อนการมาของ smartphone ซึ่งหลังจากหยุดผลิตทุกรุ่นไปในปี 2014 ตอนนี้ถ้าใครคิดถึงแป้นหมุนและรูปทรงเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์สามารถเข้าเวปไซต์ tannerv.com เข้าไปใช้งาน iPod Classic ได้ออนไลน์ทั้งฟังเพลงผ่าน Apple Music และ Spotify หรือเล่นเกม Brick สุดคลาสสิคพร้อมแป้นหมุนแบบเดิม(เปลี่ยนสีเครื่องไดัทั้ง เทา ดำ และ U2 edition ดำ-แดง

)เรียกได้ว่าเป็นการนำช่วงเวลาดีๆและความทรงจำเก่าๆกลับมาได้ดีเลย ขอปรบมือให้กับ Tanner Villarette ผู้พัฒนาเวปไซต์นี้ครับไปลองเล่นกันเลย!(Spotify ต้องใช้ chrome ผ่านคอมพิวเตอร์ในการ sign in)

Cavallino Motors ผู้นำเข้าเฟอร์รารี่อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภูมิใจนำเสนอ Ferrari SF90 Spider สุดยอดสปอร์ตคาร์เปิดประทุนปลั๊ก-อิน ไฮบริด 1,000 แรงม้า คันแรกของเฟอร์รารี่

คาวาลลิโน มอเตอร์ ผู้นำเข้าเฟอร์รารี่อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภูมิใจนำเสนอ Ferrari SF90 Spider สุดยอดสปอร์ตคาร์เปิดประทุนปลั๊ก-อิน ไฮบริด 1,000 แรงม้า คันแรกของเฟอร์รารี่ ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อมอบความเพลิดเพลินในการขับขี่อย่างที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้ ผ่านการเปิดตัวรูปแบบดิจิทัล ท่ามกลางบรรยากาศสุดตื่นตาตื่นใจ ถ่ายทอดสด Live Streaming เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา

SF90 Spider คือซูเปอร์คาร์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด แบบเปิดประทุนรุ่นแรกจากม้าลำพอง ที่สร้างมาตรฐานใหม่ทั้งในส่วนของสมรรถนะ นวัตกรรม และความเร้าใจในการขับขี่ให้กับแบรนด์เฟอร์รารี่ ตลอดจนบรรดารถสปอร์ตในกลุ่มเดียวกันอีกด้วย อีกทั้งยังมีสเปกและสมรรถนะระดับทำลายสถิติเช่นเดียวกับที่สุดแห่งซูเปอร์คาร์อย่าง SF90 Stradale (เอสเอฟ 90 สตราดาเล) ทั้งยังเพิ่มความน่าตื่นตาตื่นใจขึ้นไปอีกขั้น ด้วยหลังคาแข็งแบบพับเก็บได้ สถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเฟอร์รารี่ ซึ่งนำมาใช้ครั้งแรกในปี 2011 กับ Berlinetta (เบอร์ลิเนตต้า) เครื่องวางกลางลำ SF90 Spider แสดงให้เห็นนิยามใหม่ของซูเปอร์คาร์ที่ได้รับการปรับปรุงจนเป็นรถในอุดมคติของผู้ที่ต้องการสุดยอดแห่งเทคโนโลยีจากเฟอร์รารี่ ทว่ายังคงหลงใหลความสุขแห่งการขับขี่รถยนต์แบบเปิดประทุน

เช่นเดียวกับรถแบบสไปเดอร์รุ่นอื่น ๆ ของม้าลำพอง หลังคาแข็งแบบพับเก็บได้ของ  SF90 Spider รับประกันได้ว่าจะมีเสียงรบกวนน้อยที่สุด ปกป้องผู้โดยสารจากสภาพแวดล้อมภายนอกได้เป็นอย่างดีเมื่อปิดหลังคา ทั้งยังให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางและสะดวกสบายสำหรับทุกคน หลังคามีขนาดกะทัดรัด เรียบง่าย และน้ำหนักเบา สามารถเปิดหรือปิด ได้ในเวลาเพียง 14 วินาที และทำงานได้แม้ในขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่อีกด้วย 

สำหรับราคาของเฟอร์รารี่ SF90 Spider เริ่มต้นที่ 44,900,000 บาท โดยมี Warranty การรับประกันฟรี 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สามารถต่ออายุได้ถึง 15 ปี และการดูแลบำรุงรักษาฟรี 7 ปี โดยบริการจากทีมช่างผู้ชำนาญการด้วยเครื่องมือตามมาตรฐานจากโรงงานเฟอร์รารี่ เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าที่ต้องการรักษาประสิทธิภาพและความเป็นเลิศ อันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ทุกคันที่สร้างขึ้นจากโรงงานในมาราเนลโล ประเทศอิตาลี

พิสูจน์สมรรถนะอันทรงพลังของเฟอร์รารี่ SF90 Spider สุดยอดรถสปอร์ตเปิดประทุนปลั๊ก-อิน ไฮบริด คันแรกของเฟอร์รารี่ในรูปแบบการนัดหมายส่วนตัวเพื่อชมแบบใกล้ชิดและปลอดภัยได้ที่คาวาลลิโนมอเตอร์ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ ระหว่างวันที่ 1730 มิถุนายนนี้ โดยพนักงานทุกคนจะต้องผ่านการคัดกรองโควิด-19 ก่อนเริ่มงาน 48 ชั่วโมง และมีการตรวจคัดกรองสม่ำเสมอทุกเดือน ภายใต้มาตราการเข้มงวดของบริษัทฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 319 6109 หรือ info@cavallino.co.th หรือ www.bangkok.ferraridealers.com   

เรื่อง-เรียบเรียง rhunrun

Maserati ผู้ผลิตยานยนตร์สมรรถนะสูงสุดหรูจากอิตาลีร่วมเป็นพันธมิตรกับ Hiroshi Fujiwara เจ้าพ่อแห่งวัฒนธรรมสตรีทของญี่ปุ่น

นวัตกรรม การออกแบบ และความหลงใหล คือ ค่านิยม ที่เชื่อมโยงยานยนต์เข้ากับโลกแห่งศิลปะและวัฒนธรรมประชานิยม มาเซราติ ประกาศความร่วมมือครั้งใหม่กับ ฮิโรชิ ฟูจิวาระ ผู้รังสรรค์วัฒนธรรมเครื่องแต่งกายแนวสตรีทแฟชั่นของญี่ปุ่น และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Fragment Design

ภายใต้แบรนด์ Fragment Design ฮิโรชิ ฟูจิวาระ ร่วมมือกับศิลปินจากทั่วทุกมุมโลก ทำให้ ‘Fragment x Maserati’ มิได้เป็นเพียงการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกัน แต่เป็นการผสานวัฒนธรรมและหลอมรวมแบรนด์ระดับไอคอนของ 2 วงการ มาเซราติ ฉีกกฎเกณฑ์ดั้งเดิมด้วยการเป็นพันธมิตรในครั้งนี้ ขณะที่ ฮิโรชิ ฟูจิวาระ ก็ได้โอกาสในการสื่อสารถึงความเป็น มาเซราติ ผ่านมุมมองของวัฒนธรรมแบบสตรีท ซึ่งเป็นศิลปะแขนงใหม่ ที่โดดเด่นและน่าสนใจมาก

“ผมชอบรถยนต์และรักในการขับขี่มาก และเมื่อได้ไปเยือนสำนักงานใหญ่ มาเซราติ ที่เมืองโมเดนา ประเทศอิตาลี ก็พบว่ามรดกของแบรนด์นั้นทรงพลังอย่างมาก และได้แรงบันดาลใจจากการพัฒนารูปลักษณ์ของกระจังหน้า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยขณะอยู่ที่ Centro Stile Maserati ก็รู้สึกอัศจรรย์ใจกับภาพร่าง วัสดุ การศึกษารูปแบบ และความใส่ใจในทุกรายละเอียด มาเซราติ จึงเป็นนับพันธมิตรอันยอดเยี่ยม สำหรับการรังสรรค์ผลงานเกี่ยวกับรถยนต์เป็นครั้งแรก” ฮิโรชิ ฟูจิวาระ กล่าว

เส้นทางแห่งความสร้างสรรค์ ระหว่างศิลปินชาวญี่ปุ่นและ มาเซราติ เริ่มต้นด้วยการไปเยือนสถานที่ต่างๆ ของ มาเซราติ ในเมืองโมเดนา และ Centro Stile Maserati ที่ใช้สำหรับการออกแบบ รถยนต์หลากรุ่นในปัจจุบันและอนาคต ช่วยให้เข้าใจถึงวิวัฒนาการของแบรนด์อย่างถ่องแท้ อีกทั้งเป็นแหล่งค้นหาแรงบันดาลใจ จากการออกแบบชั้นเลิศ การวิจัยเกี่ยวกับสีและวัสดุในเชิงลึก ตลอดจนรายละเอียดทางศิลปะ เกิดเป็นประสบการณ์น่าประทับใจ นำไปสู่นวัตกรรมด้านวิศวกรรมอันล้ำสมัย โดย ฮิโรชิ ฟูจิวาระ ได้จำแนกองค์ประกอบที่มีบทบาทสำคัญ ในการสร้างประวัติศาสตร์ของ มาเซราติ เพื่อรังสรรค์ ‘Fragment x Maserati’ ให้เป็นรถสปอร์ตที่สะท้อนอดีตอันรุ่งโรจน์ ผสานแนวคิดทางศิลปะสไตล์ญี่ปุ่น และแสดงถึงอนาคตอันรุ่งโรจน์ของค่ายตรีศูล

การร่วมเป็นพันธมิตรระหว่าง มาเซราติ และ ฮิโรชิ ฟูจิวาระ จะนำไปสู่การสร้างรถ มาเซราติ กิบลี่ ไฮบริด (Ghibi Hybrid) แบบลิมิเต็ดเอดิชัน กำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกวันที่ 24 มิถุนายน 2564 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

เรื่อง-เรียบเรียง rhunrun