Welcome the new comer Huawei MateBook X Pro

Welcome the new comer

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างน่าประทับใจจากการทำตลาดสมาร์ทโฟนของค่าย Huawei ก็ถึงเวลาที่จะมาลุยตลาดใหม่ที่ใหญ่และน่าสนใจไม่แพ้สมาร์ทโฟน

Huawei MateBook X Pro โน๊ตบุ๊กเรือธงรุ่นแรกของแบรนด์ที่พร้อมมาสู้ศึกโน๊ตบุ๊กระดับพรีเมียมสุดโหดที่มีขาประจำยืนคุมตลาดในประเทศไทย

ภายนอกเน้นเรื่องดีไซน์ที่สวยงาม บางเฉียบเพียง 14.6 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนักเบากำลังดีที่ 1.33 กิโลกรัมเท่านั้น สะดวกจะถือไปนั่งทำงานตามร้านกาแฟแบบไม่อายใคร

หน้าจอความละเอียดระดับ 3K ที่สามารถทัชสกรีนพร้อมกันได้มากถึง 10 จุด รองรับการเปิดเครื่องด้วยการสแกนลายนิ้วมือ มีฟีเจอร์ที่เป็นมัดเด็ดคือกล้องหน้าความละเอียด 1 MP ที่ซ่อนอยู่กลางคีบอร์ดด้านบน ทั้งยังได้ Dolby Atmos มารับหน้าที่ดูแลระบบเสียงให้ดังอย่างมีมิติ

มีจำหน่ายในประเทศไทยด้วยกัน 2 รุ่น รุ่นใหญ่ใช้ขุมพลัง 8th Generation Intel® Core™ i7-8550U พร้อมกับการ์ดจอ NVIDIA® GeForce® MX150 with 2GB GDDR5 RAM 16GB ที่เก็บความจุแบบ SSD 512 GB และ รุ่นเล็กใช้ขุมพลัง 8th Generation Intel® Core™ i5-8250U พร้อมกับการ์ดจอ Intel UHD 620  with RAM 8GB  ที่เก็บความจุ 256 GB

Related Post

Sony เปิดตัวกล้อง Mirrorless ในซีรี่ส์ Alpha รหัส A6400 เมื่อคืนที่ผ่านมา

เมื่อคืนนี้ Sony ได้มีการเปิดตัวกล้อง Mirrorless ในซีรี่ส์ Alpha รหัส A6400 ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อต่างๆ และมีสเปคที่น่าทึ่ง เหมาะกับคนที่อยากมี Vlog เป็นของตัวเองแล้วยังไม่รู้จะซื้อกล้องตัวไหน เราไปทำความรู้จักกล้องรุ่นนี้กันเลยครับ

Sony Alpha A6400 ต่อยอดมาจาก A6300

แม้จะไม่ได้มีการอัปเกรดให้แตกต่างกันมากนัก ทั้งเรื่องขนาดและสเปคโดยรวม แต่กล้อง Sony Alpha A6400 นั้น มาพร้อมกับฟีเจอร์บางอย่างที่เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน โดยเฉพาะหน้าควบคุมแบบ Touchscreen รวมถึงการเชื่อมต่อด้วย Bluetooth ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการถ่ายโอนรูปภาพและไฟล์วิดีโอนั่นเองครับ

เมื่อเทียบกับ Sony A6300 ก็จะเพิ่มลูกเล่นเข้ามาให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้นทั้งหน้าจอพับเซลฟี่, การถ่ายวิดีโอ 4K ที่โฟกัสดีขึ้น และฟังกชัน Time Lapes ภายในตัวกล้อง ซึ่งฟีเจอร์นั้นหมดที่อัพเกรดเพิ่มเข้ามานั้นเหมาะกับสายวิดีโออย่างมาก ทั้งคนที่ชอบท่องเที่ยวและคนที่เป็น Youtuber

Sony Alpha A6400 เป็นกล้องที่มี Autofocus ไวที่สุดในโลก

หนึ่งในข้อได้เปรียบและเป็นจุดแข็งของกล้อง Sony Alpha A6400 คือการรองรับจุดโฟกัสกว่า 425 ตำแหน่ง ครอบคลุมพื้นที่ในภาพถึง 84% ทำให้โฟกัสภาพได้แม่นยำกว่ารุ่นเก่า นอกจากนี้ Sony ยังเคลมอีกว่า กล้องรุ่นนี้สามารถโฟกัสวัตถุได้ภายในเวลา 0.02 วินาที!!

มาพร้อมเทคโนโลยี Real-time Eye AF และ Real-time Tracking

นอกจะมีโฟกัสที่ทำงานได้รวดเร็วแล้ว Sony จึงเสริมด้วยเทคโนโลยี Real-time Eye AF ที่สามารถโฟกัสไปที่ดวงตาของผู้คนได้อย่างแม่นยำ และ Real-time Tracking ซึ่งใช้ในการโฟกัสไปที่ตำแหน่งของวัตถุหรือสิ่งมีชีวิต จึงเหมาะแก่การใช้ถ่ายภาพทั้งบุคคลและสัตว์ต่างๆ โดยเทคโนโลยีทั้ง 2 นี้ จะควบคุมด้วย AI อันชาญฉลาดนั่นเองครับ

เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ด้วยจอควบคุมแบบสัมผัส และการเชื่อมต่อไร้สาย

ดังที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ว่ากล้อง A6400 นั้น ได้เพิ่มฟีเจอร์สำคัญที่ช่วยให้เราใช้งานได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น นั่นคือจอควบคุมขนาด 3 นิ้ว ที่มาพร้อมระบบ Touchscreen แถมยังเป็นรุ่นแรกในซี่รี่ย์ A6000 ที่มีจอพับเซลฟี่ได้ถึง 180 องศาอีกด้วย แล้วสามารถใช้งานสั่งการเพียงไม่กี่คลิก หรือถ่ายรูปเซลฟี่ก็ทำได้ง่ายๆ นอกจากนี้เมื่อถ่ายรูปเสร็จแล้ว ก็ยังสามารถส่งรุปภาพไปยัง PC หรือมือถือได้ ผ่านการเชื่อมต่อ Bluetooth ถือว่าตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบันได้ดีทีเดียว

รองรับการอัดวิดีโอคุณภาพสูงระดับ 4K

ทางด้านการอัดวิดีโอนั้น กล้อง Sony Alpha A6400 สามารถอัดวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K ในเฟรมเรต 30 FPS ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ลดคุณภาพ ได้ครบทุกเม็ดพิกเซล อีกทั้งยังรองรับการอัดวิดีโอความละเอียด 1080p ในอัตรา 120 fps อีกด้วย ที่สำคัญไปกว่านั้นในเรื่องเสียงก็มีช่องเสียบไมค์แยกอีกด้วย

นอกจากนี้ทาง Sony ยังได้เพิ่มฟีเจอร์ Time-Lapes เข้ามาในตัวกล้อง ทำให้สะดวกต่อการทำ Time-Lapes มากขึ้น โดยที่เราไม่ต้องไปหาชื้ออุปกรณ์เสริมหรือลงแอพพิเคชั่น

รองรับ Hybrid Log-Gamma (HLG) picture profile

เพื่อให้การถ่ายภาพและอัดวิดีโอออกมาสวยสมจริง Hybrid Log-Gamma (HLG) picture profile จะช่วยให้กล้อง A6400 รองรับช่วงสีที่กว้างขึ้น จึงสามารถเก็บภาพหรือเรื่องราวต่างๆ ได้ โดยไม่ลดทอนคุณภาพสี และชิ้นงานที่ได้สวยสมจริงราวกับอยู่ในเหตุการณ์นั้นๆ เลยทีเดียว

วันวางจำหน่ายและราคา

Sony Alpha A6400 ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 899 ดอลลาร์ หรือประมาณ 29,000 บาทครับ สำหรับตัวบอดี้ และ 999 ดอลลาร์ หรือประมาณ 32,500 บาท พร้อมเลนส์ Kits 16-50 mm เริ่มจำหน่ายช่วงเดือนกุมภาพันธ์ในสหรัฐอเมริกา สำหรับประเทศไทยคาดการณ์ว่าจะไม่ห่างกันนักครับ

Related Post

Leica “Bold Grey” นักสะสมเตรียมพร้อม ดีไซน์ คุณภาพคับจอลิมิเต็ดอิดิชั่นแค่ 60 ตัวเท่านั้น

Related Post Leica รุ่นไหนน่าเล่น น่าเก็บ… New Leica Camera : LEICA T 701 Welcome the new comer Huawei MateBook X Pro The brave come to town : ออเนอร์ (Honor) ปฏิวัติวง… “อยากจะอยู่รอดก็ต้องวิวัฒนาการ” Nokia … “ผมคนหนึ่งล่ะ ที่ไม่สนใจ iPhone 7” คำพ… Leica M-D กล้องดิจิตอลสไตล์วินเทจไร้จอแสดงผล… Huawei P9 เรือธงใหม่ ที่มาพร้อมกล้องแบบคู่จาก Leic…

Related Post

The brave come to town : ออเนอร์ (Honor) ปฏิวัติวงการ การเล่นเกมบนสมาร์ทโฟนแรงดีไม่มีตก

The brave come to town

ในสมมรภูมิการต่อสู้แต่ละครั้ง ก็จะมีเจ้าสนามที่คุ้นเคยหรือเป็นผู้ชนะในการประลองเสมอๆ แต่ก็จะมีผู้กล้าที่ชูมือสุดแขนพร้อมความมั่นใจที่อยากจะขอเอาจุดเด่นของตัวเองมาฟัดกับเหล่าเซียนที่คุมสนามมานานจนบางทีผู้ชมโดยรอบก็เริ่มเบื่อกับมุก หรือท่าไม้ตายเดิมๆ

ออเนอร์ (Honor) อีแบรนด์ ชั้นนำด้านสมาร์ทโฟนซึ่งก่อตั้งขึ้นภายใต้สโลแกน “เพื่อผู้กล้า” (For the Brave) ขอมาเป็นผู้กล้าเพื่อลงสู้ศึกสมาร์ทโฟนที่ดุเดือดตลอดช่วงปี ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟน ออเนอร์เพลย์ (Honor Play) เป็นครั้งแรกในประเทศไทยโดยสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวจะเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกในกลุ่มผลิตภัณฑ์ ที่จะปฏิวัติวงการ การเล่นเกมบนสมาร์ทโฟนด้วยความรวดเร็วและลื่นไหลในการเล่นเกม และเสพความบันเทิงต่าง ๆ ในแบบที่อุตสาหกรรมเกมทั่วโลกต่างรอคอย ออเนอร์เพลย์ มาพร้อมประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือกว่า ด้วยเทคโนโลยี GPU Turbo ใหม่ล่าสุดที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการประมวลผลกราฟิกที่รวดเร็ว และมีแบตเตอรี่ ที่สามารถใช้งานติดต่อกันได้อย่างยาวนาน ตอบสนองต่อความต้องการของเกมเมอร์รุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี (แบตเตอรี่สามารถอยู่ได้นานกว่าผลิตภัณฑ์รุ่นเรือธงของแบรนด์อื่น ๆ กว่า 30 นาที ทำให้สามารถเล่นเกมได้อย่างต่อเนื่องถึง 4.5 ชั่วโมงแบบไม่มีสะดุด )

ส่งมอบประสบการณ์ความบันเทิงและการเล่นเกมบนสมาร์ทโฟนอย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด ซึ่งก่อนหน้านี้ ไม่มีสมาร์ทโฟนรุ่นใดสามารถตอบสนองได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดด้านพื้นที่และประสิทธิภาพในการถ่ายเทความร้อนและการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ เมื่อความนิยมในการเล่นเกมเชิงกลยุทธ์ เพิ่มสูงขึ้นและเทคโนโลยี อย่าง AR VR และ HDR ต้องอาศัยพลังในการประมวลผลกราฟิกสูง ออเนอร์ จึงร่วมมือกับ ผู้ผลิตเกมชั้นนำต่าง ๆ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงแต่สามารถแก้ปัญหาด้านสมรรถนะในการทำงานเท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาสมาร์ทโฟนสำหรับผู้ใช้งานที่ชื่นชอบการเล่นเกมโดยเฉพาะ ซึ่งไม่เคยมีใครทำมาก่อน เรียกได้ว่าเป็นการ “เดินเกมรุก” ของออเนอร์ในตลาดอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนระดับโลก ด้วยสมาร์ทโฟนที่จะมาเปลี่ยนประสบการณ์การเล่นเกมบนสมาร์ทโฟน ด้วยประสิทธิภาพและราคาที่จับต้องได้เพียง 9,990 บาท


นอกจากนั้นออเนอร์เพลย์ยังมีเทคโนโลยี AI ที่ช่วยให้ประสบการณ์การเล่นเกมบนสมาร์ทโฟนลื่นไหลยิ่งขึ้นด้วยการส่งมอบประสบการณ์แบบ 4 มิติ ซึ่งประกอบด้วยเอฟเฟกต์เสียงแบบ 3 มิติ และระบบสั่นสะเทือนด้วย AI ซึ่งออกแบบมาสำหรับวัตถุและฉากต่าง ๆ ในหลากหลายเกมซึ่งเป็นที่นิยมบนสมาร์ทโฟนโดยเฉพาะทำให้สามารถเปิดใช้งานโหมด AI 4D Smart Shock เพื่อการสั่นสะเทือนที่มีมากกว่า 30³ รูปแบบ ขึ้นอยู่กับทิศทางการเคลื่อนที่ของศัตรูหรือกระสุนปืนภายในเกม นอกจากนั้นยังมีระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 3 มิติจากเทคโนโลยี Histen 3D Audio ที่ช่วยให้เสียงรอบทิศทางสมจริงราวกับอยู่ในพื้นที่สู้รบจริงทำให้ผู้ใช้งานสามารถเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์เสียงที่เหนือระดับได้เหมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์

ตัวเครื่อง มาพร้อมดีไซน์แบบ Metal Unibody บางเฉียบ มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ สีน้ำเงิน และสีม่วง พร้อมหน้าจอจับถนัดมือขนาด 6.3 นิ้วและแสดงผลในอัตราส่วน 19.5:9 แบบไร้ขอบ

ออเนอร์ เป็นสมาร์ทโฟน อีแบรนด์ (e-brand) ที่มีความหลงใหลในการพัฒนาความเร็วและสมรรถนะ ในการทำงานของผลิตภัณฑ์เช่นเดียวกับ Audi ทำให้ทั้งสองแบรนด์นี้กำลังร่วมมือกันในการเฉลิมฉลองการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ออเนอร์เพลย์ ในฐานะพันธมิตรอย่างเป็นทางการของ Audi R8 และ Audi Sports R8 LMS Cup ทำให้ ออเนอร์เป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างดีไซน์ที่นุ่มนวลและทันสมัยกับสมรรถนะในการใช้งานที่ไม่เป็นรองใคร เรียกได้ว่าทั้ง Audi R8 และ ออเนอร์เพลย์ ต่างก็นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเร็วเหนือจินตนาการได้อย่างไม่น้อยหน้ากัน เอา Audi R8 มาล่อซื้อแบบนี้ถ้าคุณเป็นคอเกมส์ตัวจริงที่ต้องการความเกรี้ยวกราดของระบบปฎิบัติการเฉกเฉ่นรถซุปเปอร์คาร์แล้ว ด้วยราคาที่น่ารักขนาดนี้ ซื้อมาติดตัวไว้แค่เล่นเกมส์ก็ยังได้เลย

ออเนอร์เพลย์เปิดให้พรีออเดอร์ในราคา 9,999 บาทได้ที่ LAZADA ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม เวลา 17:00 น. ของประเทศไทยเป็นต้นไป

Related Post

Unbox: Honor 10 มาร์ทโฟนใหม่จากค่าย Honor

L’Officiel Hommes Thailand ได้สมาร์ทโฟนใหม่จากค่าย Honor มาลองเล่นครับสารภาพว่า ตอนที่ได้มา ตื่นเต้นนิดๆ เพราะรู้จักเจ้านี่ผ่านเพื่อนชาวฝรั่งเศสที่คุยกันผ่าน FB เมื่อสัปดาห์ก่อน ว่าได้ Honor 10 มาใช้แล้ว แถมยังป้อนข้อมูลย้ำความแรงอีกว่า ที่ยุโรป สามาร์ทโฟนเชื้อสายจีนรุ่นนี้ ขายดีแบบ #หมดเกลี้ยง ภายในวันเดียว! (ที่สเปน หมดภายใน 6 ชั่วโมง) เจ้า Honor 10 จัดอยู่ในตระกูล ซีรี่ส์ N (Honor มีด้วยกัน 4 ซีรี่ส์ คือ View, N, X และ Lite) ซึ่ง N เป็นซีรี่ส์ที่สเป็กสูงสุดของแบรนด์เค้าครับ

สำหรับตัวเครื่อง เราให้ผ่านนะ สวยดี! รูปทรงโค้งมน บนความหนากำลังดี แถมสีก็สะดุดตาดีครับ อ้อ! Honor เป็นลูกพี่ลูกน้องกับ Hauwei นะ ตัว Honor10 เลยเกือบจะดูเหมือนถอดแบบมาจาก Hauwei P20 ที่เปิดตัวก่อนหน้าไปไม่นานต่างกันก็เล็กน้อยเท่านั้น

ปุ่มเปิดปิดเครื่องและปรับเสียงอยู่ที่ข้างตัวเครื่องในขณะที่ใช้การสแกนนิ้วหรือสแกนใบหน้าเพื่อการปลดล็อกที่น่าสนใจคือจอภาพติดฟิล์มกระจกมาให้เรียบร้อยเรียกได้ว่าซื้อปุ๊ปใช้ได้ทันที ความพิเศษของเจ้านี่เด่นในเรื่องกล้องครับ

กล้องหน้า มาพร้อมความละเอียด 24 ล้านพิกเซล ที่มีโหมด Beauty มาพร้อมในตัวเครื่อง ถ่ายแล้วสวยเลย ไม่ต้องผ่านแอป แถมยังมีโหมด Portrait และ Portrait Lightning ให้เลือกปรับแสงให้เข้ากับสภาพหน้าได้อีกด้วย โหมดนี้เจ๋งเลยครับ หากใครได้ลอง Hauwei P20 แล้วเชื่อว่าจะรักโหมดนี้เพราะมันทำให้ภาพที่ได้ดูเหมือนถ่ายจากกล้องโปรฯเลยละ ส่วนกล้องหลัง มาด้วยเลนส์คู่ 16MP และ 24MP พร้อมระบบ AI (ที่ค่ายนี้ทั้ง Hauwei และ Honor การันตรีว่าฉลาดกว่าบ้านผลไม้) ระบบนี้ จะช่วยให้ภาพสมบูรณ์ สมจริง (บางทีก็สวยเหนือจริง) มากยิ่งขึ้น ปกติแล้วการถ่ายรูปจากมือถือ หรือสมาร์ทโฟน ภาพที่ได้จะมีความแบน เพราะไม่มีระบบจัดการในการแยกวัตถุ ซึ่ง AI ฉลาดมาก สามารถแยกออกว่า อะไรคือ คน สัตว์ ต้นไม้ สิ่งของ อาหาร หรือวิว มันเลยทำให้ภาพสวยเกินมือถือด้วยกัน

เดี๋ยวจะหาว่ามีดีเฉพาะกล้อง การใช้งานทั่วไปอย่างที่โทรศัพท์ที่ดีควรจะมี ทาง Honor เค้าก็พัฒนามาให้ครับ นั่นคือระบบ ‘Easy Talk’ ซึ่งจะช่วยให้การคุยโทรศัพท์ของคุณ เอ็นจอยมากขึ้น เพราะมันจะช่วยปรับความดังของเสียงคุณแบบอัตโนมัติ เช่น ตัดเสียงรบกวนรอบข้าง ถ้าคุณอยู่ในโรงหนัง หรือคอนเสิร์ต อีกฝั่งก็ได้ยินเสียงคุณแบบชิลล์ๆ หรือ ต่อให้คุณกระซิบเพราะอยู่ในห้องประชุม ก็มั่นใจได้ว่าเสียงคุณก็ดังกำลังดี ไม่มีแผ่ว ข้อนี้ไม่ได้เขียนเอาเวอร์ เพราะลองเทสดูแล้ว เวิร์ก

ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ มาในราคา 13,990 บาท ว้าวเลยมั้ยครับสำหรับเราแล้ว ราคาเท่านี้ ทำได้ตั้งเท่านั้น ถือว่าดีงามเลยละ

Related Post

ชวนมาสัมผัส Sony XPERIA XZ2 มือถือเอาใจสายเกมและคอหนัง

โลกนี้ไม่ได้มีแค่ไอโฟนหรือซัมซุง โซนี่เองก็เป็นอีกหนึ่งค่ายผลิตมือถือที่มีศักยภาพ หลังปล่อยออกมาหลายต่อหลายรุ่นจนมาถึง Sony XPERIA XZ2 รุ่นที่มีแต่คนถามถึง

จุดเด่นของมือถือรุ่นได้แก่โปรเซสเซอร์เร็วที่สุดอย่าง Qualcomm Snapdragon 845 Mobile Platform ที่ทำงานได้เร็วและมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เล่นเกมได้ไม่สะดุด สตรีมคมชัดเร็ว แทบไม่ต้องรอ เราลองให้คอเกมเล่น ROV และ PUBG ผ่านเครื่องนี้ ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าระบบแสง สี เสียง อลังการงานสร้างมาก เกมลื่นไหลไม่มีกระตุกให้เสียอารมณ์ เมื่อเทียบกับมือถือค่ายอื่นแล้วถือว่ากินขาด

ในขณะที่การดูหนังก็ทำได้ดีเพราะนี่เป็นครั้งแรกของโลกที่เราสามารถบันทึกและดูหนังแบบ 4K HDR บนสมาร์ทโฟนที่ถือติดตัวไปได้ทุกที่ ภาพที่ได้คมชัดถึงชัดมาก คอนทราสต์สวย ทั้งสีและรายละเอียดต่างๆ เด่นชัดประทับใจ ทั้งยังมีระบบเสียงแบบ Dynamic Vibration ที่เครื่องจะสั่น Dual Shock ตามบรรยากาศของหนัง เกม หรือเพลง ในขณะที่ภาพนิ่งก็ทำได้ดีเพราะความละเอียดของกล้องหลังอยู่ที่ 19 MP ส่วนกล้องหน้าได้ไป 5MP

และไม่ต้องกลัวว่าทั้งดูหนัง เล่มเกม และถ่ายวีดีโอแล้ว แบตฯ จะอยู่ไม่ทน เพราะเครื่องนี้โซนี่การันตรีว่าแบตเตอรี่อึดและใช้งานได้นานตลอดวัน มาพร้อมหน้าจอ 18:9 เครื่องแรกของ Sony ที่มีขนาดหน้าจออยู่ที่ 5.7 นิ้ว ดีไซน์โค้งมนสวยงาม ไม่เป็นเหลี่ยมมุมเหมือนรุ่นก่อนๆ สามารถสอดไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงได้สบาย ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่สนใจแอนดรอยด์เน้นความบันเทิง  สนนราคาอยู่ที่ 25, 990 บาท 

 

Related Post

Apple Watch 3 GPS + Cellular พร้อมวางขายในไทยแล้ว!

Text: Patsaya Ch.

สำหรับชายหนุ่มที่ชื่นชอบเทคโนโลยีของสมาร์ตวอชท์แต่ไม่อยากทิ้งความหรูหราหรือ DNA ของตัวเอง ข่าวดี! เช้านี้ Apple ได้ประกาศวางขาย Apple Watch Series 3 GPS + Cellular ในไทย ที่สามารถโทรออก/รับสาย /ส่งข้อความ/สตรีมเพลง (ฟังเพลงออนไลน์) /ค้นหาสถานที่ ฯลฯ ผ่านนาฬิกาบนข้อมือได้เลย โดยที่รุ่นใหม่นี้จะมาพร้อมจุดแดงที่เม็ดมะยม (Digital Crown) และหน้าปัด Explorer (ไฟสีเขียวเพื่อแสดงสัญญาณโทรศัพท์) ที่ช่วยให้การทำงานลื่นไหลยิ่งขึ้น ส่วนเบอร์ที่ใช้ในการติดต่อก็เป็นเบอร์เดียวกับเบอร์มือถือของคุณ วิธีนี้ช่วยตัดปัญหายุ่งยากเรื่องการมีหลายเบอร์ เพียงแต่คุณต้องแจ้งให้ค่ายมือถือทราบ 

รุ่น Cellular ต้องมาพร้อมจุดแดง

 

ข้อดีของระบบเซลลูลาร์คือต่อไปจากนี้คุณไม่จำเป็นต้องพกไอโฟนติดตัวตลอดเวลา เพราะนาฬิกาเรือนนี้จะทำหน้าที่แทนมือถือให้คุณเอง คุณอาจทิ้งมือถือไว้บนโต๊ะทำงานขณะประชุมหรือเดินไปซื้อกาแฟ หรือออกกำลังกายเอาท์ดอร์ เช่น วิ่ง ว่าย ปั่น โดยไม่ต้องพะวังว่าจะพลาดการติดต่อ    

สายใหม่สีสันรับซัมเมอร์

ข่าวดีต่อที่สองได้แก่ Apple Watch Hermès ก็มีรุ่น GPS + เซลลูลาร์ วางขายเช่นเดียวกัน มาพร้อมสายใหม่ 2 แบบ ได้แก่ Simple Tour Rallye ที่อิงจากถุงมือขับรถสุดคลาสสิกประจำแบรนด์และ Eperon d’Or หรือสายหนังพิมพ์ลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผ้าพันคอ Hermès ออกแบบโดย Henri d’Origny แน่นอนว่าสายหนังทั้งสองแบบนี้ผลิตขึ้นจากช่างฝีมือของ Hermès ในฝรั่งเศส 

สาย Single Tour Rallye ตัดเย็บด้วยหนังลูกวัว Gala

 

หน้าปัดพิเศษสำหรับผู้เป็นเจ้าของ Apple watch Hermès เท่านั้น

สาย Eperon d’Or ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากผ้าพันคอ Hermès

ส่วนคนที่อยากใส่ Apple Watch Hermès ออกกำลังกายก็ไม่ยากเพราะรุ่นใหม่ยังมีสายยาง Sport Band สีส้ม Hermès ซึ่งมีทีเด็ดอยู่ตรงหมุดที่มีการสลักหลังตามแบบฉบับของแบรนด์ เรียกได้ว่ารุ่นนี้ตอบโจทย์สมาร์ตวอชท์ที่ให้ทั้งความหรูหรามีระดับของซูเปอร์ไฮแบรนด์ในวงการแฟชั่นและฟังก์ชั่นการใช้งานระดับ tech-savvy อย่างแท้จริง  

หมุกสลักหลังที่มักเห็นใช้กับเครื่องประดับของแบรนด์นี้

สนนราคาเริ่มต้นสำหรับเรือนอะลูมิเนียมอยู่ที่ 14, 900 บาท (ไม่รวมค่าใช้บริการโทรศัพท์) ในขณะที่รุ่น Apple Watch Hermès ยังไม่เผยราคาแต่คาดว่าไม่น่าจะหนีจากรุ่นก่อนหน้ามากนัก 

Related Post

Leica รุ่นไหนน่าเล่น น่าเก็บ

เสน่ห์ของกล้อง Leica รุ่นเก่าก็ไม่ต่างจากนาฬิกาโรเล็กซ์วินเทจ ที่ยิ่งเก่า ยิ่งเก็บ ราคายิ่งขึ้น หลังพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญว่าเพราะอะไรเราถึงต้องเสียเงินครึ่งแสนไปกับกล้องฟิลม์ที่ไม่ใช่มือหนึ่ง ไม่ได้มีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมหรูหรา แถมใช้งานก็ยาก ไม่สะดวกสบายเหมือนกล้องสมัยใหม่ แต่ร้อยทั้งร้อยคำตอบที่ได้ยินก็หนีไม่พ้นเสน่ห์และเอกลักษณ์ของกล้อง Leica ที่ต่างกันไปในแต่ละรุ่น ไม่ว่าจะเป็นปีที่ผลิต แหล่งผลิต และจำนวนการผลิต (ครั้งหนึ่ง Leica เคยย้ายฐานการผลิตไปยังแคนาดาเพราะต้องการลดต้นทุน ก่อนย้ายกลับไปผลิตที่เยอรมันในเวลาถัดมา กลับกลายเป็นว่า Leica Made in Canada บางรุ่นมีราคาส่งต่อสูงว่าเยอรมันเสียอีก) ทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลให้ Leica ยิ่งเก่า ยิ่งหายาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าสภาพสวยๆ มา โอกาสที่คุณจะหาเจอในตลาดยิ่งน้อย เพราะต้องประมูลเท่านั้น และเหล่านี้คือกล้อง Leica รุ่นเก่าที่เจอที่ไหนต้องรีบเก็บเพราะนานไปอาจจะหาไม่ได้แล้ว

Leica M3

ต้นตระกูลของ Leica M ซึ่งหลายคนนั้นหวังว่าจะมีไว้ในครอบครอง อาจจะมีเฟรมไลน์ให้เลือกน้อย แต่บรรดาเลนส์ระยะยอดฮิตก็ครอบคลุมเกือบทั้งหมด และยังมีความเท่ตรงที่ขึ้นชัตเตอร์นั้นจะมีทั้งแบบ 2 จังหวะและจังหวะเดียว สนนราคาเริ่มต้น 30K

Leica M4-P 70th Jahre

รุ่นฉลองครบรอบ 70 ปีของ Leica และยังเป็นรุ่นแรกของตระกูล M ที่มีเฟรมไลน์ให้เลือกเทียบเท่ากับ M6 ด้านหลังนั้นบริเวณที่ขึ้นฟิลม์นั้นจะมีแกะสลักบ่งบอกถึงความพิเศษเอาไว้ แต่จะแตกต่างกับรุ่น M6 ตรงที่ไม่มีวัดแสงในตัวแต่นั้นก็เป็นข้อดีที่ไม่ต้องคอยกังวลว่าวัดแสงจะเสียหรือไม่ สนนราคาเริ่มต้นประมาณ 40k

Leica IIIC LUFTWAFFEN-EIGENTUM

หนึ่งในรุ่นแห่งประวัติศาสตร์ที่ผลิตออกมาในช่วงสงครามโลก ซึ่งจะมีช่วงหนึ่งนั้น Leica ใช้ม่านชัตเตอร์เป็นสีแดง ซึ่งเป็นหนึ่งใน Leica รุ่นคลาสสิกที่น่าสะสมเช่นกัน และการโฟกัสกับการจัดคอมโพสภาพนั้นจะใช้ช่องมองภาพคนละช่องกันด้วย สนนราคาเริ่มต้นประมาณ 50K

Leica M6

คือรุ่นที่โด่งดังที่สุดและมีการผลิตออกมายาวนานมากที่สุดรุ่นหนึ่ง เป็นรุ่นยอดฮิตที่เหล่าพ่อบ้าน Leica นั้นเลือกเป็นอาวุธคู่กายเนื่องจากมีฟังก์ชั่นและการทำงานที่ครอบเครื่อง แถมยังราคาค่อนข้างแน่นอนอีกด้วย สนนราคาเริ่มต้นประมาณ 50K

Related Post

“อยากจะอยู่รอดก็ต้องวิวัฒนาการ” Nokia ประกาศ Come Back ปลายปีนี้

หลังจากห่างหายไปพักใหญ่ในวงการอุปกรณ์สื่อสาร Nokia (โนเกีย) อดีตยักษ์ใหญ่จากประเทศฟินแลนด์ที่ตอนนี้อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัท HMD Global กำลังจะกลับมาอีกครั้งกับสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ซึ่งโนเกียเองก็ได้ตกลงกับ Microsoft แล้วว่าสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้จะอยู่ภายใต้แบรนดิ้งของโนเกีย

nokia-c1-render_0

และภายในสิ้นปี 2016 นี้เองที่โนเกียตั้งใจจะปล่อยสมาร์ทโฟนออกมาถึง 3 รุ่น และแท็ปเล็ตอีก 1 รุ่น

ข่าวลือหนาหูมากมายต่างหลุดออกมาเรื่อยๆ บ้างว่าสมาร์ทโฟน 3 รุ่นที่จะออกมานั้นมีขนาด 5, 5.5,6.0 นิ้วตามลำดับ ใช้ชิป Snapdragon 820 และแสดงผลหน้าจอ QHD OLED ความละเอียดกล้อง 22 ล้านพิกเซล ซึ่ง 2 ใน 3 รุ่นนั้นจะเป็นตัวยืนของแบรนด์ 2 ขนาด

เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าสเป็คที่แท้จริงจะเป็นอย่างไร แต่ปลายปีนี้เราคงจะได้เห็นตลาดสมาร์ทโฟนที่มีการแข่งขันที่เข้มขันกันอีกครั้ง

Content by Kornpat K.

Related Post

“ผมคนหนึ่งล่ะ ที่ไม่สนใจ iPhone 7” คำพูดสุดเจ็บจากผู้ร่วมก่อตั้ง Apple

Steve Wozniak (สตีฟ วอซเนียก) ลาออกจากบริษัทไปตั้งแต่ปี 1985 ก็จริง แต่เขายังติดตามผลงานของ Apple อยู่ห่างๆ และมีความหวังดีต่อบริษัทมาตลอด

“ผมได้ยินข่าวลือมาเยอะมาก ว่าไอโฟนรุ่นใหม่จะเอาช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5 มม. ออก แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ” เขากังวลเพราะว่าช่องเสียบแบบ 3.5 มม. แทบจะเป็นของมาตรฐานที่มีกับอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด

“ไห้ตายเถอะ คุณกำลังทำให้ผู้ใช้อารมณ์เสียนะ ผมไม่ชอบใช้บลูธูธหรือระบบไร้สายอะไรนี่เลย รถผมก็เชื่อมต่อบลูธูธกับมือถือได้เหมือนกัน”

“ผมมีหูฟังสั่งทำที่มันเข้ากับหูผมพอดี สบายจนสามารถใส่นอนได้เลยล่ะ … ทำไมผมต้องมาสนใจหูฟังบลูธูธนี่ด้วย? ถ้าสักวันหนึ่งหูฟังบลูธูธมันจะเจ๋งกว่าแบบมีสาย ผมอาจเปลี่ยนใจก็ได้”

ก่อนหน้านั้นเขาเคยออกมาพูดถึง Apple Watch “ผมชอบนาฬิกา Apple Watch ของผมนะ แต่คุณก็รู้ มันไม่ได้ทำให้เราเลิกสนใจนาฬิกาอนาล็อก อะไรจะดึงดูดความน่าสนใจนี้ได้บ้าง?”

“ผมไม่ค่อยชอบเลยที่บริษัท Apple พยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษี ผมทำงานอย่างหนัก จ่ายภาษีเกิน 50% ทุกปี มันควรจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเรานะ ไอ้การเสียภาษีเนี่ย”

หลังจากวอซเนียกออกมาจาก Apple ในปี 1985 เขาไปทำงานเป็นผู้บรรยาย อาจารย์ เป็นคนสร้างรากฐานของอุปกรณ์ระบบ GPS แล้วก็จัดสัมนาคอมมิกในซิลิคอนวัลเล่กับสแตน ลี บ้างเป็นครั้งคราว

Content by Kornpat K., Source by www.theguardian.com

Related Post