Huawei เปิดตัวแล็ปท็อป MateBook E 2019 : ชิป Snapdragon 850, แรม 8 GB และรัน Windows 10

Huawei ได้เปิดตัว MateBook E 2019 อย่างเงียบๆ ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยเป็นแล็ปท็อปแบบ 2 in 1 รุ่นล่าสุดในซีรีส์ MateBook E ซึ่งใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 และเปลี่ยนจากใช้ชิปซีพียู Intel มาใช้ Snapdragon 850

สเปคและฟังก์ชันที่น่าสนใจ

  • หน้าจอ 12 นิ้ว ความละเอียด QHD อัตราส่วน 3:2
  • แรม/ความจุ :  4 GB/128 GB, 8 GB/256 GB
  • เป็นส่วนผสมระหว่าง iPad Pro และ Microsoft Surface ที่สามารถเชื่อมต่อกับขาตั้งและใช้งานได้ทั้งในรูปแบบแท็บเล็ตและคอมพิวเตอร์โดยการเชื่อมต่อเข้ากับคีย์บอร์ดได้
  • เชื่อมต่อ LTE แบบ Always-On
  • รองรับ eSIM
  • เซ็นเซอร์สแกนนิ้วด้านข้างตัวเครื่อง
  • ทำงานร่วมกับปากกา M-Pen ของ Huawei ที่รองรับแรงกด 2,048 ระดับ

ราคา

MateBook E 2019 มีราคาเริ่มต้นในประเทศจีนอยู่ที่ 3,999 หยวน (ประมาณ 19,000 บาท) สำหรับรุ่นแรม 4 GB และความจุ 128 GB โดยวางจำหน่ายผ่านทาง Huawei Mall และเล็งขยายตลาดไปยังประเทศแถบยุโรปด้วย

Cr. beartai.com

เพียงกดปุ่มก็จะได้ยินเสียง Dork Too นาฬิกาคอลเลคชั่นล่าสุดจาก Nixon

จับสไตล์ย้อนยุคและความสมัยใหม่เข้าด้วยกัน ผสมผสานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ย้อนยุคได้อย่างลงตัวไร้กาลเวลา โดยเพิ่มความน่าสนใจด้วยปุ่มกด Dork Too ที่เมื่อกดปุ่มจะส่งเสียงบอกเวลา

จากยุค 90 สู่ปี 2019  นาฬิกา Dork Too จาก Nixon นำความน่าหลงใหลในอดีตมารวมกับการออกแบบที่น่าสนใจ ถึงแม้นาฬิกาเรือนนี้จะไม่สามารถพูดคุยแบบเห็นหน้าได้ เนื่องจากมีเพียงลำโพงและปุ่มเท่านั้น แต่มันสามารถส่งเสียงที่ไม่คาดคิดออกมาเพื่อให้คุณยิ้มตลอดทั้งวัน

สำหรับตัวเรือนเป็นสแตนเลส มาพร้อมจอแอลซีดีดิจิตอลที่สามารถตั้งค่าต่างๆ ได้ง่ายดาย พร้อมคุณสมบัติเด่นอื่นๆ ได้แก่ วันที่การเตือนและไฟพื้นหลัง EL พอร์ต micro-USB ซึ่งเมื่อแบตจะหมดคุณก็แค่เสียบมันเข้ากับ USB

สำหรับหนุ่มๆ คนไหนที่กำลังมองหาการหยุดพักจากเทคโนโลยีอัจฉริยะล้ำๆ พบกับ Dork Too ได้แล้ววันนี้ ที่ Nixon Shop, Watch Else Shop หรือ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ

Cr.sanook.com

B&O ส่งสุดยอดนวัตกรรมหูฟังไร้สายรุ่นใหม่ล่าสุด ” BeoPlay E8 2.0 “

หูฟังจากทาง B&O PLAY ในรุ่น Beoplay E8 2.0 เป็นหูฟังไร้สายแบบ truly wireless ที่ต่อยอดจากรุ่นแรก โดยในรุ่นนี้จะเพิ่มในส่วนของการชาร์จแบบไร้สายเข้ามา

“รองรับการชาร์จแบบไร้สาย”

การออกแบบและบรรจุภัณฑ์

        สำหรับหูฟัง B&O PLAY รุ่น Beoplay E8 2.0 นั้นจะเป็นหูฟังแบบ truly wireless คือไม่มีสายเชื่อมต่อทั้งสองข้างครับ ตัวหูฟังมีน้ำหนักเบาออกแบบให้มีความโค้งมน รองรับกับช่องหู ใช้การเชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth 4.2 AAC codec พร้อมเทคโนโลยี Near Field Magnetic Induction ที่ใช้สนามแม่เหล็กส่งสัญญาณจากหูฟังข้างขวาไปยังข้างซ้าย ซึ่งทำได้รวดเร็วมาก ทำให้เสียงของหูฟังทั้งสองข้างไม่มีอาการขาดๆหายๆแม้แต่น้อยครับ ตัวหูฟังนั้นควบคุมการทำงานผ่านทางระบบสัมผัสทั้งหมด โดยจะไม่มีปุ่มกดที่ตัวหูฟังเลยครับ ซึ่งสามารถสั่งงานได้ทั้งการเล่น-หยุดเพลง, รับโทรศัพท์, เพิ่ม-ลดเสียง และเปิด Transparency mode ที่ทำให้เราสามารถได้ยินเสียงรอบตัวได้โดยที่ไม่ต้องถอดหูฟังออก

อุปกรณ์ในกล่อง

• 1 x B&O PLAY Beoplay E8 2.0
• 1 x เคสสำหรับเก็บและชาร์จแบตเตอรี่
• 4 x จุกหูฟังไซส์ S, M, L และจุก Comply Foam
• 1 x สาย USB-C
• 1 x คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

การเชื่อมต่อ

Bluetooth : Bluetooth 4.2 ล่าสุด เชื่อมต่อรวดเร็ว

USB-C : ชาร์จไฟผ่าน USB-C

ฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระยะเวลาใช้งาน ระยะเวลาการใช้งานอย่างต่อเนื่อง สามารถใช้งานได้นานถึง 4 ชั่วโมงด้วยแบตเตอรี่ Li-ion polymer และใช้เวลาชาร์จน้อยกว่า 2 ชั่วโมง

ตัว Beoplay E8 2.0 นั้นจะมาพร้อมกับเคสสำหรับพกพาที่หุ้มด้วยหนังแท้อย่างดี ตัวเคสนั้นจะมีแบตเตอรี่อยู่ภายใน สามารถใช้ชาร์จตัวหูฟังระหว่างวันได้ โดยสามารถใช้ชาร์จหูฟังเพิ่มได้อีก 3 รอบ ทำให้สามารถใช้งานได้สูงสุดถึง 16 ชั่วโมงเลยทีเดียว

สำหรับตัวเคสนั้นจะออกแบบใหม่ให้มีความสวยงามมากกว่าเดิม โดยจะใช้การผสมผสานกันระหว่างพลาสติก อลูมิเนียม และหนัง ดูหรูหรามากกว่าเดิมยิ่งขึ้นไปอีก โดยตัวเคสจะใช้การชาร์จผ่านทาง USB-C และสามารถชาร์จแบตเตอรี่ตัวเคสแบบไร้สายผ่านระบบชาร์จ Qi ได้อีกด้วยครับ โดยจะต้องซื้อแท่นชาร์จแบบไร้สายแบกต่างหาก ไม่ได้แถมมาให้ภายในกล่องครับ

นอกจากนี้การจับคู่ก็สามารถทำได้อย่างง่ายได้ แค่เพียงโหลดแอพ Beoplay มายังสมาร์ทโฟนของเราและทำการจับคู่ตามขั้นตอนเท่านั้น ตัวแอพยังสามารถใช้ในการปรับแนวเสียงของตัวหูฟังได้อีกด้วย โดยจะมีให้เลือกทั้งโทน Warm, Relaxed, Excited, และ Bright ให้เลือกปรับได้ตามชอบครับ และในส่วนของการโทรศัพท์นั้นจะมีเสียงออกทั้งสองข้าง

ซัมซุงคว้า ‘เป๊ก ผลิตโชค’ ประกบ ‘LAZYLOXY’ ขึ้นแท่นพรีเซ็นเตอร์ ‘Galaxy A50’

ซัมซุง คว้า เป๊ก ผลิตโชค ประกบ ‘LAZYLOXY’ ปล่อยภาพยนตร์โฆษณาตัวใหม่ เปิดตัว Galaxy A50 ที่สุดแห่งสมาร์ทโฟนที่จะเข้ามาเปลี่ยนประสบการณ์ที่แตกต่าง ให้สนุกสนาน เรียลไทม์ และให้คุณเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นกว่าที่เคย ภายใต้แนวคิด ซัมซุง กาแลคซี่ เอ “สมาร์ทโฟนของคนชอบไลฟ์” โดยถ่ายทอดผ่านพรีเซนเตอร์ที่ทรงอิทธิพลในโลกโซเชียล  ‘เป๊ก ผลิตโชค’ ที่สุดศิลปินชายแห่งยุคขวัญใจเหล่า ‘นุช’ ประกบคู่กับ ‘ท็อป LAZYLOXY’ แรปเปอร์หนุ่มเลือดใหม่มากความสามารถ

นับเป็นครั้งแรกของการจับคู่กันของทั้งสองศิลปินสุดฮอต ตัวแทนของเหล่าเจน Z ผู้ชอบคิดค้นและลงมือทำสิ่งใหม่ ๆ เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังสร้างสรรค์ กล้าแสดงความเป็นตัวของตัวเอง และที่พร้อมจะออกไปไลฟ์ ออกไปมูฟ อย่างไร้ขีดจำกัด! แค่วันแรกที่ปล่อยโฆษณาก็ทำเอาเหล่าแฟนคลับฮือฮา จนกระแส #GalaxyA50TH ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ ซึ่งนอกจากโฆษณาแล้ว ทั้งสองศิลปินก็ยังได้ออกซิงเกิลเพลงเต็ม “Life is live” ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้สุด ๆ

มาติดตามกันต่อ ว่าทั้งสองหนุ่มจะมีเซอร์ไพร์สอะไรให้กับแฟน ๆ กาแลคซี่อีกบ้าง สามารถรับชมวิดีโอโฆษณาตัวเต็มได้แล้วทาง Facebook Samsung Thailand: https://www.facebook.com/SamsungThailand/


Galaxy A50 สมาร์ทโฟนที่ออกแบบมาให้คนรุ่นใหม่สนุกสนานกับการถ่ายภาพและวิดีโอมากยิ่งขึ้น ด้วย 3 กล้องหลัง 1 กล้องหน้า ที่มีความละเอียดถึง 25 ล้านพิกเซล เก็บภาพสวยคมชัดทั้งกลางแจ้งและในที่ๆแสงน้อย พร้อมเพิ่มความพิเศษด้วยเลนส์ Ultra Wide ถ่ายภาพมุมกว้าง ได้มากถึง 123 องศา เสมือนกล้องมืออาชีพ ให้พร้อมออกไปเก็บภาพความประทับใจ เปิดมุมมองใหม่ให้กว้างมากยิ่งขึ้น บนหน้าจอ Full HD+ ความละเอียดสูง Super AMOLED ดีไซน์ใหม่แบบ Infinity-U ขนาด 6.4 นิ้วและเต็มที่กับทุกกิจกรรมตลอดทั้งวัน ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 4,000 มิลลิแอมป์ ที่รองรับการชาร์จเร็ว ให้ผู้ใช้งานเชื่อมต่อได้ตลอดเวลา สมกับที่เป็นสมาร์ทโฟนเพื่อการใช้ชีวิตของคนเจเนอเรชั่น Z  อย่างแท้จริง สามารถติดตามรายละเอียด ซัมซุง กาแลคซี่ เอ 50 และรุ่นอื่น ๆ ใน เอ ซีรีส์ ได้ที่ https://www.samsung.com/th/smartphones/galaxya/

Incase แบรนด์แห่งไลฟ์สไตล์เพื่อการปกป้องกับความเชี่ยวชาญในการออกแบบผลิตภัณฑ์สำหรับ Apple โดยเฉพาะ ด้วยดีไซน์อันเรียบง่าย ครบครันด้วยฟังก์ชั่นที่สาวกห้ามพลาด

เดือนที่จะถึงนี้ หนุ่มๆสาวๆอาจเริ่มเตรียมตัวไปเที่ยวต้อนรับซัมเมอร์กันแล้ว แต่การจะสะสางงานหรือปล่อยวางงานที่มีอยู่เต็มบ่าก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หลายๆคนจึงเลือกที่จะพกโน้ตบุ๊คหรืออุปกรณ์การทำงานของคุณไปลุยกับคุณด้วยเลย Incase (อินเคส) แบรนด์ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักของ Apple มาอย่างยาวนาน และเชี่ยวชาญเรื่องการออกแบบ Sleeve และ Case ที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ของ Apple เป็นอย่างดี จะขอดูแลทุกอุปกรณ์การทำงานของชาวออฟฟิศ ไม่ว่าจะเป็น Macbook, iPad และ iPhone ให้คุณไม่ว่าจะไปที่ไหนเมื่อไหร่ก็สบายใจหายห่วง

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องพก Notebook อุปกรณ์คู่กายของชาวออฟฟิศติดตัวไปตลอด Incase มีตัวช่วยที่จะทำให้คุณสามารถพก Macbook ไปได้ทุกที่อย่างไม่ต้องกังวลด้วย เคสแข็ง MacBook Hardshell-dots พัฒนาจากรุ่นออริจินอลที่เป็นที่สุดของการปกป้อง มีการพัฒนารูปแบบเพื่อรองรับ device รุ่นใหม่ๆ โดยใช้พลาสติดโพลีคาร์บอเนต Bayer Makrolon polycarbonate เกรดพรีเมี่ยมเท่านั้น สำหรับรุ่น Dots ด้วยดีไซน์ที่ออกแบบผิวด้านในเป็นลายปุ่มกลมนูน สามารถมองเห็นเป็นลายจุดได้จากภายนอก ไม่ได้มีไว้เพื่อความเก๋ไก๋เพียงอย่างเดียว แต่ยังเปรียบเสมือนเบาะรองรับแรงกระแทก แต่ไม่เพิ่มความเทอะทะ ง่ายต่อการพกพา และยังออกแบบเฉพาะสำหรับพอร์ทของรุ่นต่างๆ ตั้งแต่ Macbook 11” ไปจนถึง 15” พร้อมสีให้เลือกอีกหลากหลาย เป็นเจ้าของได้ในราคา 1790 – 2290 บาท

สำหรับชาวออฟฟิศหรือ Macbook user รวมถึงผู้ใช้ iPad ที่ชอบความเปลือยของเครื่องไม่ถนัดกับการใส่เคสระหว่างการใช้งาน แต่ก็ยังกังวลกับความปลอดภัยขณะพกพาและเดินทาง incase ขอแนะนำ sleeve กระเป๋าใส่ Macbook รุ่นต่างๆ โดยมีตัวเลือกเรื่องสีและวัสดุที่หลากหลายอย่างวัสดุที่ผลิตโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

เริ่มกันที่ ICON sleeve สุดยอดนวัฒกรรมการปกป้อง ที่ใช้เทคโนโลยีทางวัสดุขึ้นรูป TENSAERLITE ฉีดขึ้นรูปพลาสติกแบบไร้รอยต่อ เพื่อปกป้องรับแรงกระแทก 360 องศา สำหรับ ICON sleeve นี้เรียกได้ว่าเป็น form-fitting สำหรับ sleeve เนื่องจากมีความพอดีของช่องใส่ตัวอุปกรณ์ ล็อคกับตัวเครื่องพอดี ปราศจากซิป และยังมีวัสดุของตัวซองให้เลือกกันได้อย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็น Diamond ripstop, Diamondwire, Ecoya และ Woolenex ถือว่าเป็น sleeve ที่ตอบทุกความต้องการและยังให้คุณสามารถพกโน้ตบุ๊คของคุณไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก ไร้กังวล การันตีด้วยรางวัล Reader’s choice award, IF design award 2016 และ reddot design award winner 2015 วางจำหน่ายในราคา 2990 บาท แอบกระซิบว่าทั้งรุ่นที่กล่าวมานี้ นอกจากจะมีรุ่นที่หลากหลายสำหรับ Macbook แล้ว ยังมีรุ่นสำหรับ iPad อย่าง ICON Sleeve with Tensaerlite for iPad Pro 12.9″ ซึ่งมีน้ำหนักเบา สะดวกสบายด้วยฟังก์ชั่นสามารถชาร์จแบตได้แม้อยู่ในซอง เพิ่มความมั่นใจให้กับไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่งของคนวัยทำงาน และรุ่นยอดนิยมอย่าง Compact sleeve เป็น sleeve รุ่นขายดี ในราคาที่จับต้องได้ ผลิตจากวัสดุ flight Nylon ที่บางเบา แต่ทนทาน พร้อมช่องใส่โน้ตบุ๊คเปิดปิดด้วยซิป และมีช่องแยกสำหรัปใส่อุปกรณ์เสริมต่างๆเพิ่มเข้ามา ด้านในบุด้วยกำมะหยี่ขนเทียมตลอดแนว เพื่อการปกป้อง Macbook ของคุณในทุกการเดินทาง

มาถึงอุปกรณ์ที่เปรียบเสมือนอวัยวะที่ 33 ของมนุษย์ทำงานอย่างโทรศัพท์มือถือ incase เอาใจสาวก iPhone ด้วยเคสมือถือที่ออกแบบมาเพื่อ iPhone แต่ละรุ่นโดยเฉพาะ อย่าง Protective Clear Cover เคสใสกันกระแทกที่ปกป้องตัวเครื่องของคุณอย่างรอบด้าน กันรอยขีดข่วน พร้อมเผยตัวเครื่องอันป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และขอบด้านข้างยังป้องกันโทรศัพท์ไม่ให้ลื่นหลุดมือ ออกแบบมาสำหรับ iPhone หลายๆรุ่นโดยเฉพาะ วางจำหน่ายในราคา 790 บาท แต่สำหรับชาว first jobber คนไหนที่คิดว่า Clear Case อาจจะดูธรรมดาไป อยากได้เคสที่มีลูกเล่นมากกว่านี้ Incase ยังมี Textured Snap Case เคสสีดำที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานผ้า Woolenex ไว้ที่ตัวเคส ออกมาเป็นเคสที่มีดีไซน์โมเดิร์น ทันสมัย และทนทาน แต่ยังคงฟังก์ชั่นกันกระแทกและลดการขีดข่วนที่ตัวเครื่องที่อาจเกิดจากการใส่เคสอีกด้วย มีสำหรับ iPhone หลายรุ่น สามารถเป็นเจ้าของได้ในราคา 1,290 บาท

พบกับประสบการณ์การเลือกซื้อตัวช่วยปกป้องอุปกรณ์สำคัญของคุณให้เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ที่เหนือกว่าได้แล้ววันนี้ ณ Incase Flagship Store ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และสั่งซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ออนไลน์ได้ที่ https://incase.co.th/

Sony RX0 II กล้องคอมแพคระดับพรีเมี่ยมขนาดเล็กและเบาที่สุดในโลก

Sony RX0 II ได้รับการเปิดตัวอย่างทางการ โดยทาง Sony อ้างว่าเป็นกล้องคอมแพคระดับพรีเมี่ยม ที่มีขนาดเล็กและเบาที่สุดในโลก ถูกออกแบบมาให้มีความทนทานเป็นพิเศษ สามารถกันน้ำได้ลึกสูงสุด 10 เมตร กันตกสูงสุด 2 เมตร กันกระแทกจากแรงกดสูงสุด 200 กิโลกรัม รวมถึงกันฝุ่นได้ด้วย

Sony RX0 II สร้างความแตกต่างจากรุ่นแรกด้วยจอแสดงผล LCD ที่สามารถพับได้ ซึ่งหมายถึงพลิกขึ้นมา 180 องศา เพื่อถ่ายภาพตัวเอง และยังพับลงได้ 90 องศา Sony RX0 II มากับกล้องความละเอียด 15.3 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ภาพ Exmor RS CMOS พร้อมเลนส์ ZEISS 24mm F4.0 และตัวประมวลผลภาพ BIONZ X รองรับการบันทึกวีดีโอ 4K และมีโหมด Super Slow Motion สูงสุด 1,000 เฟรมต่อวินาที

Sony RX0 II ยังสามารถทำงานร่วมกับกล้องตัวอื่นๆ ในรุ่นเดียวกันได้สูงสุด 5 – 50 ตัว และถ้าใช้ Camera Control Box CCB-WD1 จะสามารถเชื่อมต่อกล้อง RX0 II เข้าด้วยกันได้สูงสุด 100 ตัว เพื่อสร้างภาพเหมือนฉากหลบกระสุนแบบภาพยนตร์ The Matrix

Sony RX0 II จะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนเมษายนนี้ ราคา 700 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 22,235 บาท

เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ Samsung Galaxy S10 ที่สุดของสมาร์ทโฟนแห่งปี

 

เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ Samsung Galaxy S10 ที่สุดของสมาร์ทโฟนแห่งปี ที่ทางซัมซุงได้รวมเอาสุดยอดนวัตกรรมแห่งอนาคต มาไว้ในรุ่นนี้แบบจัดเต็ม ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งดีไซน์การออกแบบ คุณภาพกล้อง และฟีเจอร์อัจฉริยะที่ครบครันเข้าใจผู้ใช้งานยุคใหม่ ที่รักการสร้างสรรค์คอนเทนท์ โดยประเทศไทยยังถือเป็นประเทศแรก ๆ ที่ทางซัมซุงเลือกจัดงานเปิดตัว กาแลคซี่ เอส 10 ให้กาแลคซี่แฟนชาวไทย ได้เป็นเจ้าของเครื่องก่อนใครอีกด้วย

งานนี้ซัมซุงทำเซอร์ไพรส์ด้วยการขนทัพศิลปินเหล่าไอดอลทั้งไทยและเทศ มาสร้างสีสัน ความสนุกสนาน และเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ได้ตลอดงาน นำทัพโดย ไอคอน (iKON) ศิลปินบอยแบนด์สุดฮอตจากเกาหลีใต้ ที่ไปสร้างปรากฏการณ์มาแล้วทั่วเอเชีย ประเดิมเวทีด้วยเพลง Love Scenario, Killing Me และ Bling Bling ต่อด้วย หนุ่มๆ  9×9 (ไนน์บายนาย) กลุ่มศิลปินชาวไทยที่ขนเพลงดัง อย่าง พริบตา และ Night Light มาร้องและเต้นบนเวที รวมทั้งไอดอลชาวไทย ขวัญใจวัยรุ่น เซเลบริตี้ และเหล่าดารา เข้าร่วมงานเปิดตัว กาแลคซี่ เอส 10 กันอย่างคับคั่ง แน่นลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ซัมซุงเปิดจอง กาแลคซี่ เอส 10 และ เอส 10 พลัส ล่วงหน้าแล้ว ตั้งแต่วันนี้ ถึง 4 มีนาคม 2562 เท่านั้น! พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษมากมาย สามารถติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมได้ที่ http://www.samsung.com/th/s10preorder

Welcome the new comer Huawei MateBook X Pro

Welcome the new comer

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างน่าประทับใจจากการทำตลาดสมาร์ทโฟนของค่าย Huawei ก็ถึงเวลาที่จะมาลุยตลาดใหม่ที่ใหญ่และน่าสนใจไม่แพ้สมาร์ทโฟน

Huawei MateBook X Pro โน๊ตบุ๊กเรือธงรุ่นแรกของแบรนด์ที่พร้อมมาสู้ศึกโน๊ตบุ๊กระดับพรีเมียมสุดโหดที่มีขาประจำยืนคุมตลาดในประเทศไทย

ภายนอกเน้นเรื่องดีไซน์ที่สวยงาม บางเฉียบเพียง 14.6 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนักเบากำลังดีที่ 1.33 กิโลกรัมเท่านั้น สะดวกจะถือไปนั่งทำงานตามร้านกาแฟแบบไม่อายใคร

หน้าจอความละเอียดระดับ 3K ที่สามารถทัชสกรีนพร้อมกันได้มากถึง 10 จุด รองรับการเปิดเครื่องด้วยการสแกนลายนิ้วมือ มีฟีเจอร์ที่เป็นมัดเด็ดคือกล้องหน้าความละเอียด 1 MP ที่ซ่อนอยู่กลางคีบอร์ดด้านบน ทั้งยังได้ Dolby Atmos มารับหน้าที่ดูแลระบบเสียงให้ดังอย่างมีมิติ

มีจำหน่ายในประเทศไทยด้วยกัน 2 รุ่น รุ่นใหญ่ใช้ขุมพลัง 8th Generation Intel® Core™ i7-8550U พร้อมกับการ์ดจอ NVIDIA® GeForce® MX150 with 2GB GDDR5 RAM 16GB ที่เก็บความจุแบบ SSD 512 GB และ รุ่นเล็กใช้ขุมพลัง 8th Generation Intel® Core™ i5-8250U พร้อมกับการ์ดจอ Intel UHD 620  with RAM 8GB  ที่เก็บความจุ 256 GB

Sony เปิดตัวกล้อง Mirrorless ในซีรี่ส์ Alpha รหัส A6400 เมื่อคืนที่ผ่านมา

เมื่อคืนนี้ Sony ได้มีการเปิดตัวกล้อง Mirrorless ในซีรี่ส์ Alpha รหัส A6400 ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อต่างๆ และมีสเปคที่น่าทึ่ง เหมาะกับคนที่อยากมี Vlog เป็นของตัวเองแล้วยังไม่รู้จะซื้อกล้องตัวไหน เราไปทำความรู้จักกล้องรุ่นนี้กันเลยครับ

Sony Alpha A6400 ต่อยอดมาจาก A6300

แม้จะไม่ได้มีการอัปเกรดให้แตกต่างกันมากนัก ทั้งเรื่องขนาดและสเปคโดยรวม แต่กล้อง Sony Alpha A6400 นั้น มาพร้อมกับฟีเจอร์บางอย่างที่เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน โดยเฉพาะหน้าควบคุมแบบ Touchscreen รวมถึงการเชื่อมต่อด้วย Bluetooth ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการถ่ายโอนรูปภาพและไฟล์วิดีโอนั่นเองครับ

เมื่อเทียบกับ Sony A6300 ก็จะเพิ่มลูกเล่นเข้ามาให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้นทั้งหน้าจอพับเซลฟี่, การถ่ายวิดีโอ 4K ที่โฟกัสดีขึ้น และฟังกชัน Time Lapes ภายในตัวกล้อง ซึ่งฟีเจอร์นั้นหมดที่อัพเกรดเพิ่มเข้ามานั้นเหมาะกับสายวิดีโออย่างมาก ทั้งคนที่ชอบท่องเที่ยวและคนที่เป็น Youtuber

Sony Alpha A6400 เป็นกล้องที่มี Autofocus ไวที่สุดในโลก

หนึ่งในข้อได้เปรียบและเป็นจุดแข็งของกล้อง Sony Alpha A6400 คือการรองรับจุดโฟกัสกว่า 425 ตำแหน่ง ครอบคลุมพื้นที่ในภาพถึง 84% ทำให้โฟกัสภาพได้แม่นยำกว่ารุ่นเก่า นอกจากนี้ Sony ยังเคลมอีกว่า กล้องรุ่นนี้สามารถโฟกัสวัตถุได้ภายในเวลา 0.02 วินาที!!

มาพร้อมเทคโนโลยี Real-time Eye AF และ Real-time Tracking

นอกจะมีโฟกัสที่ทำงานได้รวดเร็วแล้ว Sony จึงเสริมด้วยเทคโนโลยี Real-time Eye AF ที่สามารถโฟกัสไปที่ดวงตาของผู้คนได้อย่างแม่นยำ และ Real-time Tracking ซึ่งใช้ในการโฟกัสไปที่ตำแหน่งของวัตถุหรือสิ่งมีชีวิต จึงเหมาะแก่การใช้ถ่ายภาพทั้งบุคคลและสัตว์ต่างๆ โดยเทคโนโลยีทั้ง 2 นี้ จะควบคุมด้วย AI อันชาญฉลาดนั่นเองครับ

เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ด้วยจอควบคุมแบบสัมผัส และการเชื่อมต่อไร้สาย

ดังที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ว่ากล้อง A6400 นั้น ได้เพิ่มฟีเจอร์สำคัญที่ช่วยให้เราใช้งานได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น นั่นคือจอควบคุมขนาด 3 นิ้ว ที่มาพร้อมระบบ Touchscreen แถมยังเป็นรุ่นแรกในซี่รี่ย์ A6000 ที่มีจอพับเซลฟี่ได้ถึง 180 องศาอีกด้วย แล้วสามารถใช้งานสั่งการเพียงไม่กี่คลิก หรือถ่ายรูปเซลฟี่ก็ทำได้ง่ายๆ นอกจากนี้เมื่อถ่ายรูปเสร็จแล้ว ก็ยังสามารถส่งรุปภาพไปยัง PC หรือมือถือได้ ผ่านการเชื่อมต่อ Bluetooth ถือว่าตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบันได้ดีทีเดียว

รองรับการอัดวิดีโอคุณภาพสูงระดับ 4K

ทางด้านการอัดวิดีโอนั้น กล้อง Sony Alpha A6400 สามารถอัดวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K ในเฟรมเรต 30 FPS ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ลดคุณภาพ ได้ครบทุกเม็ดพิกเซล อีกทั้งยังรองรับการอัดวิดีโอความละเอียด 1080p ในอัตรา 120 fps อีกด้วย ที่สำคัญไปกว่านั้นในเรื่องเสียงก็มีช่องเสียบไมค์แยกอีกด้วย

นอกจากนี้ทาง Sony ยังได้เพิ่มฟีเจอร์ Time-Lapes เข้ามาในตัวกล้อง ทำให้สะดวกต่อการทำ Time-Lapes มากขึ้น โดยที่เราไม่ต้องไปหาชื้ออุปกรณ์เสริมหรือลงแอพพิเคชั่น

รองรับ Hybrid Log-Gamma (HLG) picture profile

เพื่อให้การถ่ายภาพและอัดวิดีโอออกมาสวยสมจริง Hybrid Log-Gamma (HLG) picture profile จะช่วยให้กล้อง A6400 รองรับช่วงสีที่กว้างขึ้น จึงสามารถเก็บภาพหรือเรื่องราวต่างๆ ได้ โดยไม่ลดทอนคุณภาพสี และชิ้นงานที่ได้สวยสมจริงราวกับอยู่ในเหตุการณ์นั้นๆ เลยทีเดียว

วันวางจำหน่ายและราคา

Sony Alpha A6400 ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 899 ดอลลาร์ หรือประมาณ 29,000 บาทครับ สำหรับตัวบอดี้ และ 999 ดอลลาร์ หรือประมาณ 32,500 บาท พร้อมเลนส์ Kits 16-50 mm เริ่มจำหน่ายช่วงเดือนกุมภาพันธ์ในสหรัฐอเมริกา สำหรับประเทศไทยคาดการณ์ว่าจะไม่ห่างกันนักครับ

Leica “Bold Grey” นักสะสมเตรียมพร้อม ดีไซน์ คุณภาพคับจอลิมิเต็ดอิดิชั่นแค่ 60 ตัวเท่านั้น