ขับขี่อย่าง 007! Aston Martin เผยโฉมรถยนต์ DB5 สุดคลาสสิกจากภาพยนตร์ James Bond

แม้ว่าภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ภาคสุดท้ายของ Daniel Crag อย่าง No Time to Die จะยังไม่เข้าฉายจนว่าจะถึงเดือนพฤศจิกายน แต่ผลงานรถยนต์ DB5 ของ Aston Martin ครั้งใหม่นี้ก็พอที่จะทำให้เราหายคิดถึงสายลับแดนผู้ดีคนนี้ไปพลาง ๆ ก่อนได้ไม่มากก็น้อยเลยครับ 

รถรุ่นนี้ปรากฏให้เห็นในหนังบอนด์ครั้งแรกในภาค Goldfinger (1964) ที่รับบทโดย Sean Connery ส่วนในการสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะมีรูปลักษณ์ภายนอกตามแบบต้นฉบับแล้ว DB5 ยังซ่อน gadget ต่าง ๆ ไว้ประหนึ่งว่าเป็นรถของสายลับ 007 จริง ๆ  

ภายนอกนั้นมีหน้าตาตามฉบับ DB5 รุ่นปกติจากตัวถังอะลูมิเนียมและโครงเหล็ก มีสมรรถนะที่น่าประทับใจด้วยเครื่องยนต์ 4.0 ลิตร ระบบ N/A อินไลน์ 6 สูบที่มากับขุมพลัง 290 แรงม้า แต่หากดูใกล้ ๆ แล้ว จะพบกับอุปกรณ์เสริมสุดร้ายกาจตามสไตล์ 007 ทั้งช่องปล่อยควันและช่องปล่อยน้ำมันจำลอง ช่องปืนกลจำลอง กันชนกระแทก ป้ายทะเบียนที่สลับได้เอง และตัวเจาะยางจำลอง อีกทั้งแผงหลังคานั้นสามารถถอดออกได้ด้วย

ส่วนด้านในก็มีลูกเล่นไม่แพ้กัน ทั้งโทรศัพท์ที่ประตูด้านข้างคนขับ จอติดตามเรดาร์จำลอง ถาดลับใส่อาวุธใต้ที่นั่ง รีโมทสั่งการทุกเก็ตเจ็ตของรถ และกระปุกเกียร์ตรงแผงคอนโซลกลาง จะมีก็แต่ที่นั่งที่ดีดตัวได้ที่ยังคงเป็นออฟชั่นเสริมเพียงในหนังเท่านั้น 

รถยนตร์ DB5 Goldfinger รุ่นพิเศษนี้ผลิตขึ้นเพียง 25 คันเท่านั้น และทุกคันกำลังจัดส่งไปสู่มือเจ้าของแล้ว ส่วนตอนนี้ เรามาชมความเท่ของ DB5 สุดคลาสสิกนี้กันได้เลยครับ! 

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun

แรงไม่หยุด! Tesla ก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดของโลกเป็นที่เรียบร้อย

นอกจากจะประสบความความสำเร็จในการพา SpaceX ออกสู่อวกาศ และลูกชายของเขาได้ลืมตาดูโลกแล้ว ปีนี้ยังคงเป็นปีของ Elon Musk อย่างต่อเนื่องครับ โดยเว็บไซต์ Visual Capitalist รายงานว่า Tesla ของ Musk นั้นได้ก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดของโลกที่ 183 พันล้านเหรียญฯ (5.67 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นถึง 375% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน แซงหน้าแชมป์เก่าอย่าง Toyota ที่ตกไปอันดับ 2 ที่ 176 พันล้านเหรียญฯ (5.45 ล้านล้านบาท) 

สาเหตุที่ Telsa สามารถขึ้นมาผงาดบนหัวตารางได้นั้น มาจากราคาหุ้นของบริษัทที่เพิ่มสูงขึ้นมาตั้งเดือนมกราคมแม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไปบ้างเล็กน้อย และความนิยมของรถรุ่น Tesla Model 3 

ทำให้บริษัทมียอดขายรถยนต์ในอเมริกาขึ้นมาที่ 192,250 คัน มากกว่ายอดขายของปี 2017-18 รวมกัน อีกทั้ง Tesla ยังมีการเพิ่มกำลังการผลิตและการสร้างโรงงานอย่างต่อเนื่องทั้งในสหรัฐฯ เยอรมณี และจีน  

ดูโพสต์นี้บน Instagram

I’m gonna tell my kids this is the first pick-up

โพสต์ที่แชร์โดย Tesla (@teslamotors) เมื่อ

ตอนนี้ทางบริษัทกำลังให้ความสำคัญกับการผลิตรถกึ่งกระบะไฟฟ้าออกสู่ตลาด โดยมีคู่แข่งสำคัญในสายอย่าง Nikola ที่มีมูลค่าสูงถึง 24 พันล้านเหรียญฯ (744,000 ล้านบาท) แม้จะยังไม่มีการผลิตก็ตาม ทาง Hommes ก็ขอแสดงความยินดีกับ Tesla และ Musk สำหรับความสำเร็จในครั้งนี้ด้วยครับ!  

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun

ไปชมบรรยากาศการทดลองขับที่สุดของรถสปอร์ตขุมพลัง V8 “Ferrari F8 Tributo Track Drive Experience”

คาวาลลิโน มอเตอร์ เฟอร์รารี่ ประเทศไทย จัดกิจกรรมสุดเอกคลูซีฟท์ให้กับลูกค้า “Ferrari F8 Tributo Track Drive Experience” ณ สนามแข่งพีระ จังหวัดชลบุรี ในวันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา

คาวาลลิโน มอเตอร์ พาคณะลูกค้าไปสัมผัสประสบการณ์สุดประทับใจพร้อมร่วมทดลองขับเฟอร์รารี่ F8 Tributo รถสปอร์ตขุมพลัง V8 ที่แสดงถึงความเป็นที่สุดแห่งตำนานยนตรกรรมจากค่ายม้าลำพอง ที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับโลกแห่งยนตรกรรมทั้งในด้านของสมรรถนะและอรรถรสในการขับขี่ ให้ลูกค้าได้ร่วมทดสอบความแรงของขุมพลัง 8 สูบที่ดีที่สุดในโลกการันตีรางวัล “Best Engine” จาก International Engine Of The Year Awards ถึง 4 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2016 ถึง 2019 อีกทั้งยังสามารถปลดปล่อยพลังทั้ง 720 แรงม้าออกมาได้เต็มพิกัดถึง 8,000 รอบ/นาที เคียงข้างกับแฮนด์ลิ่งอันยอดเยี่ยมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และความสะดวกสบายอย่างมีระดับ  พร้อมการออกแบบจาก Ferrari Styling Centre ส่งให้ F8 Tributo เป็นดั่งสะพานเชื่อมต่อของแก่นแท้แห่งภาษาการออกแบบยุคใหม่ เพื่อสืบสานบุคลิกของรถสมรรถนะสูงและประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ขั้นสูงสุดอันเป็นเอกลักษณ์ของเฟอร์รารี่ให้ดำเนินต่อไป

สามารถเยี่ยมชมพร้อมทดลองขับเฟอร์รารี่ F8 Tributo ได้ที่โชว์รูม คาวาลลิโน มอเตอร์ เฟอร์รารี่ ประเทศไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-319-6109

Brabus จัดการแปลงโฉม G63 AMG ให้ดุดันกว่าเดิมพร้อมขุมกำลัง 789 แรงม้า

Brabus สำนักแต่งจากเยอรมันที่เน้นในเรื่องอุปกรณ์เพื่อสมรรถนะและประสิทธิภาพสูงสุดของรถร่วมมือกับ Mercedes Benz อีกครั้งกับการปล่อยรถยนต์ตัวแต่งเสร็จในโมเดล G63 AMG กับชื่อรุ่นดุเท่อย่าง Black&Gold Edition


ในครั้งนี้ Brabus ได้สร้างสรรค์ชุดบอดี้คิทรอบคัน พร้อมตัวเครื่องที่มีกำลังทวินเทอร์โบ 4.0 ลิตร V8 ที่ถูกจูนให้มีแรงม้าถึง 789 แรงม้า และสามารถเร่งเครื่องให้ถึง 62mph (99.7kph) ได้ใน 4.2 วินาที และความเร็วสูงสุดในโหมดไฟฟ้าสูงถึง 150 mph (241kph)

ด้วยราคาจำหน่ายที่ 380,672 Euro หรือประมาณ 13,572,000 บาทนี่ถือเป็นรถในฝันของหลายๆคนอย่างแน่นอนครับทั้งสมรรถนะและหน้าตาที่โดดเด่นเหลือเกิน

ไปชมภาพเต็มๆของ 2021 Porsche 911 Turbo S โมเดลคลาสสิคที่มาพร้อมขุมกำลังใหม่สุดทรงพลัง

แม้จะต้องเปิดตัวออนไลน์แทนเพราะงาน Geneva Motor Show นั้นถูกแคนเซิลเนื่องจากการระบาดของไวรัสแต่ก็ไม่มีอะไรหยุดความฮอตของ Porsche 2021 911 Turbo S และ Turbo S Cabriolet ได้ด้วยการสร้างความเร็ว 0-62 mph (99 kph) ภายในเวลา 2.7 วินาที เครื่องยนต์ทรงพลังขนาด 3.8 ลิตร 6 บล็อกเทอร์โบคู่ ที่มีแรงม้าสูงถึง 640 ไปชมภาพเต็มๆของรถในฝันของหลายๆคนคันนี้กันเลยครับ

รู้ทันทีว่าเป็นรถใคร ! Porsche เปิดบริการพิมลายนิ้วมือของลูกค้าลงบนรถ 911 คันหรู

เป็นอีกหนึ่งบริการล่าสุดที่น่าสนใจสำหรับ Porsche รถหรูสัญชาติเยอรมันในฝันของหลายๆคน กับการแสกนและพิมลายนิ้วมือของเจ้าของรถลงบนยานยนต์โมเดลคลาสสิกอย่าง 911 ที่บริเวณฝากระโปรง

โดยลายกราฟฟิคที่เป็นเอกลักษณ์ส่วนบุคคลนี้ตอนนี้เริ่มให้บริการแล้วแต่ยังสามารถพิมได้ที่ฝากระโปรงเท่านั้นส่วนอื่นๆทาง Porsche กำลังพัฒนาเพิ่ม

ส่วนในเรื่องความปลอดภัยทางแบรนด์ก็การันตีว่าจะไม่มีใครสามารถมาขโมยข้อมูลลายนิ้วมือของลูกค้าไปใช้ได้เพราะในขั้นตอนการแสกนก่อนพิมด้วยหุ่นยนต์นั้นจะมีการใส่โค้ดป้องกันไว้

ใครที่สนใจก็รอบริการนี้ในไทยได้เลยเพราะที่ Europe นั้นจะเริ่มผลิตและส่งมอบรถตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมนี้ ที่ราคาเริ่มต้น 8,100 ยูโร หรือประมาณ 280,000 บาท

Driving with Privileges

ความร่วมมือกันครั้งสำคัญระหว่างสองแบรนด์ระดับไฮเอนด์ Mercedes-Benz และ Citibank ที่จะยกชีวิตของคุณขึ้นไปอีกหนึ่งระดับ

เปิดตัวไปแล้วอย่างยิ่งใหญ่กับความร่วมมือระดับโลกออกมาเป็นผลิตภัณฑ์สุดพรีเมี่ยมทางการเงิน ‘บัตรเครดิตซิตี้ เมอร์เซเดส’ ภายใต้รูปลักษณ์อันหรูหรา และสิทธิประโยชน์มากมายที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์อันโดดเด่นของลูกค้าคนสำคัญของทั้ง Mercedes-Benz และ Citibank

“การร่วมมือกันระหว่าง Mercedes-Benz (Thailand) และ Citibank เกิดจากคอนเซ็ปต์คล้ายคลึงกัน เราต่างก็เชื่อมั่นใจการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของตัวเอง ซึ่งในเบนซ์เองก็ถือว่าเป็นอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์ลักชัวรี่ ส่วนซิตี้แบงก์ก็เป็นผู้ให้บริการเครดิตการ์ดอันดับหนึ่งของโลก หลังจากการร่วมมือกันในครั้งนี้ เราเชื่อว่าผู้ที่ถือบัตรจะยิ่งได้รับประโยชน์สูงสุด” อัชฌ์ บุณยประสิทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กรของ Mercedes-Benz (Thailand) กล่าว “บางครั้งการบอกว่าอะไรคือสิ่งพรีเมี่ยม หรือหรูหราก็ไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างรถยนต์ Mercedes-Benz นี่ก็ต้องลองเข้าไปนั่งเอง ลองไปสัมผัสจับต้องหนัง พวงมาลัย อุปกรณ์ภายใน คุณถึงจะรู้สึกได้ถึงความพรีเมี่ยม เช่นเดียวกับบัตรเครดิตซิตี้เมอร์เซเดส ที่เราเชื่อว่าถ้าคุณได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง แล้วจะเข้าใจความพรีเมี่ยม”

และด้วยความพรีเมี่ยมของบัตรเครดิตซิตี้เมอร์เซเดส ไม่ใช่ว่าใครก็จะสามารถครอบครองบัตรใบนี้ได้ นี่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับผู้ที่ซื้อรถยนต์ Mercedes-Benz จากผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งหลังจากเปิดให้สมัครสมาชิกอย่างเป็นทางการแล้ว เสียงตอบรับในเดือนแรกนั้นดีกว่าที่ซิตี้แบงก์คาดการไว้เป็นอย่างมาก เหตุก็มาจากสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่มาพร้อมกับบัตรใบเล็ก แต่ความสามารถไม่เล็กใบนี้นี่เอง “สิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่มีพื้นฐานมาจากซิตี้แบงก์เองก็ไม่น้อยอยู่แล้ว” อัชฌ์อธิบายเพิ่มเติม “เรายังเพิ่มบริการเลาจน์มิราเคิลที่สนามบิน บริการลีมูซีนของ Mercedes-Benz รับส่งที่สนามบิน และส่วนลดค่าบริการ 15% ส่วนลดค่าอะไหล่และอุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ เมื่อเข้ารับบริการที่ศูนย์ของเราด้วยครับ”

ภายในงานเปิดตัวบัตรเครดิตซิตี้เมอร์เซเดสนั้น มีสามคนดังจากสามวงการมาเป็นตัวแทนความสำเร็จในด้านต่างๆ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ความหรูหราพรีเมี่ยมของแบรนด์ขึ้นไปอีก ทั้ง ปราง – อภินรา ศรีกาญจน์ ผู้ร่วมก่อตั้งแอพพลิเคชั่น You Drink I Drive อั๋น – ภูวนาท คุนผลิน พิธีกร นักร้อง ดีเจ และนักธุรกิจ และบุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ ศิลปินคนสำคัญของประเทศไทย ซึ่งแต่ละคนนั้นก็มีเรื่องราวของตัวเองที่ผูกพันกับความพรีเมี่ยมทั้งสองแบรนด์มาแบ่งปันให้ผู้เข้าร่วมงานกันทั้งสิ้น

“ส่วนตัวปรางไม่ค่อยขับรถยนต์เท่าไหร่ค่ะ เพราะขับไม่เก่ง” ปราง ผู้ก่อตั้ง You Drink I Drive ให้สัมภาษณ์ “ปรางเลยตั้ง You Drink I Drive ค่ะ เราชอบเป็นผู้โดสาร เราจึงคิดว่าความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ การทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย เราต้องอดทน มีความเชื่อมั่น ทุกครั้งที่เราท้อ ปรางจะคิดแค่ว่า อยากเห็นคนไทยกลับบ้านอย่างปลอดภัย เท่านั้นเองค่ะ”

ในส่วนของความผูกพันกับ Mercedes-Benz และ Citibank นั้น ปรางออกความเห็นว่า “Mercedes-Benz เป็นรถคันแรกที่คุณพ่อซื้อให้ตอนเรียนจบ ทำให้ปรางเชื่อมั่นมาตลอดว่า german-made คือ The Best ค่ะ ส่วนสิทธิประโยชน์ที่ชอบที่สุดคือบริการ Reserved Parking ที่จะช่วยเราไปจอดรถในห้าง หรือที่ที่เราไม่คุ้นเคย และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมงก็ทำให้อุ่นใจด้วยค่ะ”

“Mercedes-Benz เป็นแบรนด์ที่ใช้มาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่ ผมใช้มาจนชินกับระบบแล้วครับ เรียกได้ว่าเป็นครอบครัว Mercedes-Benz ก็ได้ครับ” อั๋นเสริม “เพราะผมให้ความสำคัญกับรถมาก ใช้เวลาอยู่กับมันเยอะในแต่ละวัน จึงต้องเป็นรถที่สวยและขับสบาย ผมขับรถเองครับ Mercedes-Benz ตอบโจทย์ผมมาตลอด และสิทธิประโยชน์ที่ผมคิดว่าคุ้มที่สุดสำหรับบัตรซิตี้เมอร์เซเดสนี่ก็คือเมื่อใช้บัตรใบนี้ซื้อรถยนต์ Mercedes-Benz ก็จะได้คะแนนคูณแปดเลยนะครับ คุ้มที่สุดแล้ว ผมว่า”

“ทุกสิ่งที่ผมทำนี่เกิดจากความรักความหลงใหลอยู่แล้วครับ” บุรินทร์กล่าว “ถ้าผมไม่รัก ผมจะไม่ทำเลยครับ และถ้าผมรักอะไรก็ตาม ผมจะไม่ทิ้งมัน แต่พัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เท่านั้นเองครับ” ซึ่งความหลงใหลของบุรินทร์นั้นก็ไม่ต่างจากสโลแกน The Best or Nothing ของ Mercedes-Benz นั่นเอง “นี่เป็นรถในฝันของคนใช้รถทุกคนเลยก็ว่าได้นะครับ มันเป็นรถที่ดีที่สุด และไว้วางใจได้จริง ส่วนซิตี้แบงก์นั้น ผมเองก็เป็นลูกค้าอยู่แล้ว ตั้งแต่ทำบัตรเครดิตใบแรกในชีวิตจนถึงใบที่ใช้อยู่ มันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผมได้เป็นอย่างดี ผมเดินทางบ่อย ได้ใช้เลานจ์ที่สนามบินอย่างแน่นอน เรียกบริการลีมูซีน Mercedes-Benz ก็ได้ และได้คูณสองในทุกอย่างที่ใช้จ่ายผ่านบัตร ผมว่าดีจริงๆ ครับ”

#CitiMercedesBenz #CitiBank #Benz #hommesthailand

“เมอร์เซเดส-เบนซ์”จับมือสองพันธมิตรระดับโลกจัดกิจกรรม“สปอร์ต แพลตฟอร์ม”

“เมอร์เซเดส-เบนซ์” ตอกย้ำภาพผู้นำตลาดรถยนต์ระดับพรีเมี่ยม จับมือสองพันธมิตรระดับโลกมอบประสบการณ์ใหม่ผ่านการจัดกิจกรรมภายใต้ “สปอร์ต แพลตฟอร์ม” ประกอบด้วย “อีเอสแอล” (ESL: Electronic Sports League) ยักษ์ใหญ่วงการอีสปอร์ตระดับโลกสนับสนุนอีสปอร์ตเกมดัง “DOTA 2” และ “ROV”ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ดึง 2 ทัวร์นาเม้นต์ใหญ่ “ESL National Championship” และ “ESL Clash of Nation” จัดในประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย/สิงคโปร์ เวียดนาม และไทย

มร.โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  “ในปีที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ ครองตำแหน่งแบรนด์รถหรูระดับพรีเมี่ยมที่มียอดขายมากที่สุดเป็นปีที่สามติดต่อกัน จากยอดจำหน่ายรถยนต์สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 2.3 ล้านคัน และยังเป็นสถิติการเติบโตที่ต่อเนื่องยาวนานถึงแปดปี ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวมาจากการนำเสนอรถยนต์ ในรุ่นต่างๆ ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า”

พร้อมสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับสังคมไทยด้วยการร่วมกับ “ลอริอุส สปอร์ต ฟอร์ กู๊ด” (Laureus Sport for Good) องค์กรระดับสากลที่ใช้กีฬาเพื่อพัฒนาชีวิตของคนรุ่นใหม่ทั่วโลก สนับสนุนมูลนิธิ “ไร้ท์ ทู เพลย์ ประเทศไทย” (Right to Play Thailand) ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรของลอริอุส สปอร์ต ฟอร์ กู้ด ในการดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเด็ก และเยาวชนในพื้นที่ด้อยโอกาสให้สามารถก้าวข้ามปัญหาความยากจน ความรุนแรง และการแบ่งแยกที่เกิดขึ้นในสังคมด้วยการให้ความรู้ ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างพลังด้วยกีฬา และกิจกรรมการเล่นในรูปแบบต่างๆ

มร.ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับในประเทศไทย อีสปอร์ตนับเป็นวงการกีฬาที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และถูกพูดถึงในวงกว้าง ด้วยรูปแบบของกีฬาที่มีดิจิทัลเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนหลักทำให้อีสปอร์ตเป็นแพลตฟอร์มที่เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ง่าย และยังช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายผ่านช่องทางออนไลน์ได้เป็นอย่างดี เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์พรีเมี่ยมของเมอร์เซเดส-เบนซ์…”

สำหรับการแข่งขันรายการ ESL National Championships จะเป็นการแข่งขันระดับประเทศ เพื่อเฟ้นหาทีมที่เก่งที่สุดในแต่ละประเทศ ส่วนรายการ ESL Clash of Nations จะเป็นการแข่งขันในระดับภูมิภาคระหว่างทีมผู้ชนะการแข่งขันจากประเทศไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย/สิงคโปร์ และเวียดนาม เพื่อหาทีมที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังได้เตรียมมอบประสบการณ์สุดเร้าใจให้กับเหล่าสาวกอีสปอร์ตชาวไทยด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเกม DOTA 2 รายการ ESL Clash of Nations รอบไฟนอลของฤดูกาลแรกอีกด้วย

“นอกจากมุ่งเน้นการร่วมมือกับยักษ์ใหญ่แห่งวงการอีสปอร์ตระดับโลกแล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการยกระดับ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคมให้ดีขึ้นภายใต้สปอร์ต แพลตฟอร์มเช่นเดียวกัน โดยล่าสุดบริษัทฯ ได้ร่วมมือกับ ‘ลอริอุส สปอร์ต ฟอร์ กู้ด’ องค์กรระดับสากลที่ใช้ ‘กีฬา’ เป็นเครื่องมือในการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนสามารถก้าวข้ามปัญหาความยากจน ความรุนแรง และการแบ่งแยกที่เกิดขึ้นในสังคม รวมไปถึงอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของพวกเขา ด้วยการให้การสนับสนุนมูลนิธิ ‘ไร้ท์ ทู เพลย์ ประเทศไทย’ ในการดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเด็ก และเยาวชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนต่างๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร …” มร.ฟรังค์ กล่าวสรุป

#MercedesBenz #MercedesBenzThailand #HommesThailand

Mercedes-Benz Thailand สร้างความเชื่อมั่นจับมือ 6 โรงแรมห้าดาวชั้นนำในประเทศไทย มอบที่สุดแห่งประสบการณ์ความหรูหรา ด้วยการส่งมอบรถลิมูซีนเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาสพร้อมกันกว่า 40 คัน

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน “The Taste of Legacy” ย้ำภาพลักษณ์ที่สุดแห่งความหรูหราเหนือระดับ ด้วยการร่วมเป็นพันธมิตรกับ 6 โรงแรมชั้นนำระดับห้าดาวของเมืองไทย ในการทำธุรกิจรถยนต์สำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กรครั้งยิ่งใหญ่ พร้อมส่งมอบ Mercedes-Benz S 350 d Exclusive รุ่นใหม่ล่าสุด จำนวนกว่า 40 คัน เพื่อเป็นรถลิมูซีนในการให้บริการแก่ลูกค้าคนสำคัญ 

มร.โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-Benz ไม่ใช่แค่การเสริมสร้างภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงความหรูหราที่สะท้อนผ่านวัสดุคุณภาพ ที่มาพร้อมระบบความปลอดภัยของ Mercedes-Benz ซึ่งเหล่านี้คือเหตุผลที่องค์กรชั้นนำทั่วโลกต่างเลือกเป็นพันธมิตรธุรกิจรถยนต์กับ Mercedes-Benz สำหรับในประเทศไทย เราถือเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของตลาดรถยนต์ลิมูซีนสำหรับโรงแรมชั้นนำระดับห้าดาว โดยรถยนต์ตระกูล S-Class ถือเป็นรถยนต์รุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะเป็นรถยนต์ที่มีความโดดเด่นในทุกองค์ประกอบ สมฐานะยนตรกรรมที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก”    

“สำหรับงาน ‘The Taste of Legacy’ จัดขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความร่วมมือ
ครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการรถลิมูซีนสำหรับโรงแรมชั้นนำรายใหญ่ของเมืองไทย อย่าง เบลล์ ทรานสพอร์ท และโรงแรมชั้นนำระดับ 5 ดาวของเมืองไทยทั้ง 6 แห่ง อย่าง โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพฯ ,โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ ,โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ,โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ,โรงแรม สุโขทัยกรุงเทพ และโรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ ที่พร้อมส่งมอบที่สุดแห่งความหรูหราเหนือระดับ ผ่านขบวนยนตรกรรมหรู Mercedes-Benz S 350 d Exclusive กว่า 40 คัน เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินงานที่ต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของตน” มร.โรลันด์ กล่าวเพิ่มเติม

การส่งมอบรถยนต์ Mercedes-Benzในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งมอบครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี ด้วยมูลค่ารถยนต์รวมกว่า 300 ล้านบาท โดยหลากหลายโรงแรมพันธมิตร นับเป็นลูกค้าธุรกิจกลุ่มองค์กรยุคแรกเริ่มที่เลือกใช้รถยนต์ Mercedes-Benz เพื่อดูแลลูกค้าคนสำคัญมายาวนานกว่า 10 ปี ตั้งแต่รุ่น Mercedes-Benz S 320 CDI จนเปลี่ยนมาใช้ Mercedes-Benz S 350 d Exclusive ซึ่งสิ่งนี้สามารถสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของแต่ละโรงแรมที่มีต่อรถยนต์ Mercedes-Benz ในฐานะเครื่องหมายที่แสดงถึงมาตรฐานและคุณภาพขั้นสูงที่ทางโรงแรมตั้งใจจะมอบให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งในปัจจุบัน S-Class นับเป็นรถลิมูซีนระดับพรีเมี่ยมที่ดีที่สุดในประเทศไทย ที่พร้อมสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้สัมผัส

รถยนต์ Mercedes-Benz S 350 d Exclusive ถือเป็นรถยนต์ที่พร้อมจะมอบนิยามอีกขั้นของความสะดวกสบาย จากห้องโดยสารที่มาพร้อมกับระบบ ENERGIZING Comfort Control เทคโนโลยีที่ควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน เช่น การปรับโทนสีของไฟภายในห้องโดยสาร Premium Ambient Light ระบบปรับอากาศ ระบบเครื่องเสียง รวมถึงโปรแกรมนวดของเบาะที่นั่งด้านหลัง 6 แบบ เพื่อช่วยให้ผู้โดยสารผ่อนคลาย พร้อมการตกแต่งภายในด้วยวัสดุคุณภาพเยี่ยม รวมถึงที่นั่งตอนหลังที่มาพร้อมกับ Chauffeur Seat Package ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้าซึ่งเป็นผู้โดยสารด้านหลังได้มากยิ่งขึ้น จากการปรับเลื่อนเบาะที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าไปด้านหน้าได้อีก 4 ซม. และเลื่อนขึ้นด้านบนได้อีก 3.7 ซม. จากตำแหน่งปกติ ทำให้มีพื้นที่วางขาสำหรับผู้โดยสารตอนหลังฝั่งซ้ายเพิ่มขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีและระบบมัลติมีเดียอันล้ำสมัย ด้วยฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือ Apple CarPlay™ และ Android Auto ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® surround sound system ระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมจอแสดงผล 2 ตำแหน่ง รวมถึงดีไซน์ภายนอกอันโดดเด่น และสมรรถนะอันดีเยี่ยม

Still Feels Ahead of Its Time

ในอดีต Citroën DS ได้ดึงอนาคตมาให้คนรุ่นก่อนได้สัมผัส แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านไปร่วม 60 ปี อนาคตในวันนั้นยังไม่จางหายไป มันยังคงทำหน้าที่อนาคตของอดีตได้ไม่เสื่อมคลาย มนต์เสน่ห์ของรถรุ่นนี้ยังคงสะกดสายตาผู้คนยามเห็นมันเฉิดฉายบนท้องถนนได้เสมอ

ย้อนไปวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 1955 ที่ปารีสมอเตอร์โชว์ เป็นวันที่ประวัติศาสตร์ของวงการรถยนต์ต้องบันทึกไว้ เพราะเพียงแค่วันแรกที่ลืมตามาเพื่อให้โลกได้รู้จัก มันได้เรียกยอดจองไปมากถึง 12,000 คัน เป็นยอดจองที่มากที่สุดตลอด 60 ปีที่ผ่านมา จนเมื่อ 2 ปีที่แล้วมาถูกโค่นตำแหน่งด้วยรถยนต์แห่งอนาคตอย่างแบรนด์ Tesla

ในช่วงเวลานั้นแบรนด์รถยนต์ทั่วไปที่มีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ก็ยังไม่ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีอะไรมากนัก ถ้ามีก็จะค่อยๆ ปล่อยทีเด็ดออกมาเรื่อยๆ มากบ้าง น้อยบ้าง แต่สิ่งที่ Citroën ทำคือปล่อยมันออกมาทีเดียว รวดเดียว เพื่อสะกดสายตาคนทั้งโลกให้อยู่หมัด ด้วยงานออกแบบที่ลงตัวตั้งแต่หัวจรดท้าย เส้นสายโค้งมนที่รับกันทั้งคัน มีความเหลี่ยมเข้ามาเจือบ้างเพื่อตัดเลี่ยน ดีไซน์ทรงฉลามเมื่อมองจากด้านข้าง แต่ถ้ามองด้านหน้าก็จะมีหน้าตาคล้ายกบ

ระบบอำนวยความสะดวกสบายและความปลอดภัยอย่าง พวงมาลัยพาวเวอร์ ระบบเกียร์แบบเซมิออโต้ ระบบช่วงล่างแบบ hydropneumatic suspension systems ที่นุ่มนวลสุดๆ (ระดับที่รถรุ่นใหม่ๆ ในทุกวันนี้ไม่สามารถสร้างความนุ่มนวลที่เนียนได้มากเท่านี้ เชื่อผมเถอะ ผมสัมผัสมันมาแล้ว) ระบบไฟหน้าที่หมุนตามพวงมาลัยเพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยยามกลางคืน ที่ซึ่งเป็นอินสไปเรชั่นของรถในปัจจุบัน ระบบดิสก์เบรกทั้งสี่ล้อ อินทีเรียร์ดีไซน์ ที่ล้ำสมัย พวงมาลัยก้านเดียวพร้อมปุ่มควบคุมต่างๆ ที่ถูกออกแบบมาให้เข้ามือ ไม่ต้องละมือจากพวงมาลัยแม้แต่ เสี้ยววินาที และสุดท้ายที่ทำให้มันยิ่งน่าสนใจมากขึ้นไปอีกขั้น เมื่อยามคุณจอดรถ มันจะค่อยๆ ลดตัวลงหมอบกับพื้นอย่างสงบ แต่พอสตาร์ทก็พร้อม
กลับขึ้นมาอยู่ในท่วงท่าที่สง่างาม

ตัวเลข 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมงคือความเร็วสูงสุดที่ DS สามารถจะทำได้ มันถูกส่งกำลังมาจากเครื่องยนต์แบบ 4 สูบ ขนาด 1,911 ลิตร ขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า ให้กำลังสูงสุด 70.5 แรงม้า ถึงแม้เป็นตัวเลขแรงม้าที่ดูไม่เยอะ แต่ก็ต้องยอมความอัจฉริยะของทีมออกแบบที่เลือกใช้ fiberglass เป็นวัสดุทำหลังคาซึ่งช่วยลดน้ำหนักรวมของตัวรถไปได้มากทีเดียว

Flaminio Bertoni ดีไซเนอร์ชาวอิตาเลียน คือผู้รังสรรค์ Citroën DS ให้ออกมาสง่างาม แต่ก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้เท่านี้หากขาดนักวิศวกรรมชาวฝรั่งเศสที่คิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีแสนอัจฉริยะราวกับซื้ออนาคตล่วงหน้ามาใช้งานก่อน ทำให้ Citroën DS ได้รับการชื่นชมจากสื่อทุกสำนักทั่วโลก บางสื่อถึงขั้นยกให้มันเป็นรถยนต์ที่มีการออกแบบที่สวยและลงตัวที่สุดตลอดกาล ถึงตอนนี้ถ้าคุณอยากได้มาจอดในโรงจอดรถสักคัน   เราคงปลอบใจได้คำเดียวว่า “มีเงินก็อาจจะซื้อไม่ได้”

Author: Chatchanan Chantajinda