พาไปชมบรรยากาศ Lamborghini Bangkok Family Day ส่งมอบความสุขพร้อมเปิดประสบการณ์สุดพิเศษจากซูเปอร์สปอร์ตคาร์ลัมโบร์กินีให้เด็ก ๆ

เชื่อว่าวัยเด็กของทุกคนต้องมีไอเท็มชิ้นสำคัญที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและคุณค่าทางใจ ซึ่งหนึ่งในนั้นต้องมีรถยนต์ในฝันอยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน เพื่อเปิดโลกแห่งจินตนาการอย่างไร้ขอบเขตและเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมค้นหาแรงบันดาลใจให้แก่เด็กและเยาวชนที่ชื่นชอบและหลงใหลในยนตรกรรม 

บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย นำโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ,ศักดิ์ นานา และ ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ กรรมการ จัดงาน LAMBORGHINI BANGKOK FAMILY DAY ในชื่อ ‘GIORNO DELLA FAMIGLIA’ ซึ่งนอกจากจะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทยเพื่อร่วมฉลองเทศกาลวันเด็กแห่งชาติแล้ว มิชชั่นสำคัญในครั้งนี้คือการส่งมอบความสุข พร้อมเปิดประสบการณ์สุดพิเศษจากซูเปอร์สปอร์ตคาร์ลัมโบร์กินีให้เหล่าเด็ก ๆ ได้สัมผัสแบบเอ็กซ์คลูซีฟอีกด้วย ซึ่งเรียกได้ว่านับเป็นแบรนด์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์แบรนด์แรก ๆ ที่เล็งเห็นความสำคัญและพร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้เหล่าเด็ก ๆ 

ภายในงานอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมสนุก ๆ ที่เสริมสร้างหลากทักษะมากมายที่เหล่าผู้บริหารมีความตั้งใจและคัดสรรมาให้    เด็ก ๆ  อาทิ สนุกสุดมันส์ไปกับกิจกรรมการจำลองวันส่งมอบรถลัมโบร์กินี, กิจกรรมเยี่ยมชมศูนย์บริการโดยผู้เชี่ยวชาญ  ที่ไม่เคยเปิดให้ใครเข้าชมมาก่อน, กิจกรรมออกแบบรถลัมโบร์กินีในฝันผ่านโปรแกรมพิเศษ Ad Personam, กิจกรรมสวมบทบาทเป็นนักแข่งรถรุ่นจิ๋วที่ให้เด็ก ๆ เรียนรู้การขับขี่อย่างสนุกสนานและปลอดภัย,  กิจกรรมขี่วัวกระทิงพยศ, กิจกรรมบ้านลมสุดหรรษา, กิจกรรมเพนต์หน้าแฟนซี และเพลิดเพลินไปกับเมนูอาหารคาวรสเลิศและขนมหวานแสนอร่อยตลอดทั้งงาน

ซึ่งความพิเศษในครั้งนี้นอกจากเจตนารมณ์ในการส่งมอบความสุขให้แก่ท่านเจ้าของรถลัมโบร์กินีและครอบครัวแล้ว ยังเปิดโอกาสให้เหล่าเด็กและเยาวชนในพื้นที่เขตบางบอนและสายไหมร่วมงานด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นการตอบแทนสังคมและสานฝันให้กับน้อง ๆ ได้มีโอกาสสัมผัสรถลัมโบร์กินี พร้อมเปิดประสบการณ์การเรียนรู้โลกแห่งซูเปอร์สปอร์ตคาร์  ซึ่งทั้งหมดจัดขึ้นภายใต้มาตรการป้องกันโรคและความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เมื่อวันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2566 ณ   โชว์รูม ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ ถ.วิภาวดีรังสิตโดยมีเหล่าเซเลบริตี้ ครอบครัวแฟนพันธุ์แท้กระทิงดุ รวมถึงเด็กและเยาวชนทั่วไป ร่วมงานกว่า 300 ท่าน

ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นใหม่ล่าสุดได้ที่ “ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ” โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ถนนวิภาวดีรังสิต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-512-5111

rhunrun เรียบเรียง

พาไปชมบรรยากาศ “LAMBORGHINI NIGHT 2022: HIP HOP NIGHT” เรนาสโซ มอเตอร์ เอาใจสาวกกระทิงดุสายฮิปฮอปกับปาร์ตี้อัพบีทเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี

เติบโตอย่างแข็งแกร่งขึ้นทุกปีสำหรับ เรนาสโซ มอเตอร์ และ ลัมโบร์กินีคลับไทยแลนด์ เพราะนอกจากจะมียอดขายที่เพิ่มขึ้น จนส่งผลให้ยอดรวมการส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ของแบรนด์ บริษัทฯ ยังตอกย้ำวิสัยทัศน์ที่ไม่หยุดนิ่งและความเป็นมืออาชีพแบบรอบด้าน ตั้งแต่ประสบการณ์การส่งมอบรถอันยอดเยี่ยม บริการหลังการขาย 
ไปจนถึงแอคทิวิตี้ที่ให้เหล่าสมาชิกคลับและแฟนพันธุ์แท้กระทิงดุชาวไทยได้สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับตลอดทั้งปี

เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จ อีกทั้งแสดงความขอบคุณและตอบแทนความไว้วางใจให้กับลูกค้าคนสำคัญที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวลัมโบร์กินี อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ, ศักดิ์ นานา และ ม.ล.พลอยนภัส  ลีนุตพงษ์ กรรมการ บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย พร้อมด้วย ภานุเมศ จงกลรัตนาภรณ์ ประธาน LAMBORGHINI CLUB THAILAND (ลัมโบร์กินีคลับไทยแลนด์) ร่วมกันจัดกิจกรรมสุดพิเศษส่งท้ายปีกับ “LAMBORGHINI NIGHT 2022: HIP HOP NIGHT” ปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เชิญชวนเหล่าสาวกกระทิงดุ ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี ภายใต้คอนเซปต์ GLAM HIP HOP พร้อมอัพบีทแบบจัดเต็มไปกับมินิคอนเสิร์ตจากแร็ปเปอร์ตัวพ่อแห่งวงการฮิปฮอปไทย อย่าง “โจอี้บอย” 

โดยมีเหล่าเซเลบริตี้และสมาชิกคลับร่วมงานคับคั่ง อาทิ นที มาเสถียรวงศ์, บพิธ ธุระชน, ภัคคณวัฒน์ เหมะธนานันท์, พลอยนภัส เชษฐกุลรัตน์, สราวุธ เสรีธรณกุล, กันธิชา ฉิมศิริ และ น.พ.นพรัตน์ รัตนวราห เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดจัดขึ้นภายใต้มาตรการป้องกันโรคอย่างเข้มงวด เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม 2565 ณ ห้องบอลรูม โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ

ร่วมสัมผัสความหรูหราโฉบเฉี่ยวของซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นใหม่ ได้ที่ “ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ” โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ถนนวิภาวดีรังสิต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-512-5111  

rhunrun เรียบเรียง fu ms pk

ให้ทุกการ Brainstrom เป็นเรื่องง่าย Apple เปิดตัว Freeform แอปใหม่อันทรงพลังที่ออกแบบมาเพื่อการสร้างสรรค์คอนเทนท์ผ่านรูปภาพได้อย่างอิสระ

นนี้แอป Freeform พร้อมให้ใช้งานแล้วบน iOS, iPadOS, และ macOS เวอร์ชั่นล่าสุด โดยเป็นแอปที่เปิดให้ใช้งานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย Freeform ช่วยให้ผู้ใช้จัดระเบียบและจัดวางคอนเทนต์ลงบนผืนผ้าใบที่ยืดหยุ่นในรูปแบบภาพ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ทุกคนดู แชร์ และทำงานร่วมกันได้ในที่เดียวโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเลย์เอาท์หรือขนาดของหน้ากระดาษ ผู้ใช้สามารถเพิ่มไฟล์ได้หลากหลายประเภทและดูตัวอย่างได้เลยโดยไม่ต้องออกจากบอร์ด Freeform ซึ่งออกแบบมาเพื่อการทำงานร่วมกันช่วยให้การเชิญผู้อื่นมาทำงานร่วมกันบนบอร์ดเป็นเรื่องง่ายกว่าที่เคย ผู้ใช้ยังสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นขณะที่โทร FaceTime ได้ด้วย บอร์ด Freeform จะถูกจัดเก็บอยู่ใน iCloud ผู้ใช้จึงสามารถซิงค์ข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ได้

ตัวอย่างการทำแอป Freeform ไปใช้งาน

  • FaceTime: ผู้ใช้สามารถวาดภาพร่วมกันได้ขณะ FaceTime เพื่อให้ผู้อื่นเห็นภาพไอเดียของคุณชัดเจนยิ่งขึ้น
  • ด้านการศึกษาและกิจกรรมในห้องเรียน: คุณครูสามารถใช้ Freeform เป็นสื่อการเรียนการสอน โดยสามารถให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกันทำงานบนผืนผ้าใบเดียวกันคนละมุม จากนั้นนำกลับมารวมกลุ่มและเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันได้
  • Mood Boards หรือโปรเจคส์ต่างๆ: ผู้ใช้งานสามารถแบ่งปันไอเดีย ภาพ reference และนำไปต่อยอดได้ โดยเฉพาะงานด้านการออกแบบต่างๆ ตลอดจนจัดงานอีเว้นต์ หรือแม้กระทั่งจัดงานแต่งงาน
  • การซ่อมแซมปรับปรุงบ้าน: ถ้าหากกำลังวางแผนตกแต่งบ้านใหม่อยู่นั้น Freeform สามารถเป็นผืนผ้าใบที่ช่วยให้คุณรวบรวมข้อมูลเฟอร์นิเจอร์ สี รูปแบบการก่อสร้างไว้ในที่เดียวกันได้ โดยสามารถส่งต่อให้คนในครอบครัวสามารถเข้ามาดูและแบ่งปันความคิดเห็นลงไปได้เช่นกัน 
  • การท่องเที่ยว: ผู้ใช้งานสามารถวางแผนทริปที่กำลังจะเกิดขึ้นบนแอป Freeform ได้ โดยครอบคลุมได้ตั้งแต่สถานที่ที่ต้องการจะไป ร้านอาหาร แผนที่ เส้นทางการเดินทาง งบประมาณ รูปภาพ หรือแม้แต่เพลย์ลิสต์ท่ีอยากเปิดขณะเดินทาง
  • แฟชั่น: ผู้ใช้สามารถสเก็ตช์ ออกแบบเสื้อผ้า ตลอดจนออกแบบโชว์ ใส่ภาพแรงบันดาลใจต่างๆ ฯลฯ และแบ่งปันให้แก่ทีมงานของผู้ใช้งานได้

พื้นที่สำหรับการทำงานร่วมกัน

ไม่ว่าผู้ใช้จะทำงานที่โต๊ะหรือทำงานระหว่างเดินทาง Freeform ก็มีประโยชน์อย่างเหลือเชื่อสำหรับโปรเจ็กต์แบบสแตนด์อโลนหรือเมื่อทำงานร่วมกับผู้อื่น Freeform มาพร้อมความสามารถในการทำงานร่วมกันได้สูงสุด 100 คนบนบอร์ดเดียวกัน จึงเป็นพื้นที่ในการแบ่งปันความคิดสร้างสรรค์ร่วมกับผู้อื่น เมื่อทำงานในโปรเจ็กต์แบบกลุ่มหรือแม้แต่วางแผนวันหยุดพักผ่อนกับเพื่อนๆ

Freeform ใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติการทำงานร่วมกันแบบใหม่ในแอปข้อความ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถเชิญผู้อื่นมาที่บอร์ด Freeform ได้ง่ายๆ เพียงแค่ลากลงในเธรดข้อความ สมาชิกทั้งหมดของเธรดนั้นจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมบอร์ดโดยอัตโนมัติและสามารถเริ่มทำงานร่วมกันได้ทันที เมื่อมีคนแก้ไข การอัปเดตกิจกรรมจะแสดงที่ด้านบนของเธรดข้อความ

ความพร้อมใช้งาน

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป Freeform จะใช้งานได้ฟรีบน iPhone, iPad และ Mac ทุกเครื่องที่รองรับ iOS 16.2, iPadOS 16.2 หรือ macOS Ventura 13.1

rhunrun เรียบเรียง

Nothing Ear (stick) นวัตกรรมสุดล้ำกับดีไซน์อ้างอิงหลักยศาสตร์เพื่อความสบายสูงสุด มาพร้อมกับเสียงที่สมจริงทรงพลังด้วยไดร์เวอร์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อพลิกโฉมวงการหูฟัง

Nothing ได้นำเสนอประสบการณ์ทางด้านเสียงที่ล้ำหน้าที่สุดในปัจจุบัน กับหูฟัง Ear (stick) ที่สามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 29 ชั่วโมง มีไดร์เวอร์ที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะขนาด 12.6 มม. และออกแบบมาในรูปแบบ half-in ear สามารถสวมใส่ได้อย่างสบาย Nothing Ear (stick) ถ่ายทอดเสียงที่ทรงพลังอย่างแท้จริง มอบความรู้สึกเบาสบายในราคาเพียง 4,190 บาท

ออกแบบมาเพื่อความสบาย

ดีไซน์มาในรูปแบบ half-in-ear ที่ทำให้การสวมใส่สบายเป็นพิเศษ Ear (stick) มอบทางเลือกใหม่ให้กับผู้ใช้ในระบบEcosystem เสียงของ Nothing หูฟังที่มาในเคสทรงกระบอกขนาดกะทัดรัดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงของลิปสติก ตัวหูฟังอยู่ในระดับที่พอดีกับหู เพื่อให้สวมใส่ได้อย่างพอดีและเป็นธรรมชาติ ได้รับการออกแบบตามหลัก การยศาสตร์และผ่านการทดสอบกับผู้คนมากกว่า 100 คน Nothing Ear (stick) ให้ความรู้สึกเบาสบายราวกับไม่ได้สวมใส่ มีน้ำหนักเพียง 4.4 กรัมต่อข้าง เพื่อการใช้งานที่สะดวกตลอดทั้งวัน

เสียงที่ชัดเจน
สัมผัสเสียงที่มีชีวิตชีวามากขึ้นด้วยไดร์เวอร์ไดนามิคที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะของ Nothing Ear (stick) ซึ่งเป็นหนึ่งในไดร์เวอร์ที่มีความไวที่สุดในตลาด มีขนาด 12.6 มม. ซึ่งสามารถที่จะให้ความลึกของเสียงได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยรายละเอียดเสียงสูงที่ชัดเจนและครบถ้วน ในขณะเดียวกันก็ยังมีขนาดที่เล็กพอสำหรับการสวมใส่ที่พอดี ให้ความสม่ำเสมอของเสียงแม้อยู่ในความถี่สูงสุดและต่ำที่สุด เพื่อประสบการณ์การรับฟังที่สมจริงอย่างทรงพลัง

เผยเทคโนโลยีใหม่อย่าง Bass Lock Technology ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์อัจฉริยะที่จะวัดรูปร่างของช่องหูที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้ใช้แต่ละคนและความพอดีของหูฟัง และทำการตรวจเสียงเบสที่หายไประหว่างการสวมใส่ หลังจากนั้นเส้นโค้งของอีควอไลเซอร์จะปรับโดยอัตโนมัติไปยังระดับที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ใช้ เพื่อให้เสียงมีความลึกและคมชัดทุกครั้ง

Clear Voice Technology 

Nothing’s Clear Voice Technology อีกหนึ่งนวัตกรรมที่เพิ่มประสิทธิภาพให้ไมโครโฟนมีความละเอียดสูงสามตัว ทำงานร่วมกับระบบอัลกอริทึมที่ได้รับการพัฒนามาเพื่อตัดเสียงรบกวนรอบข้าง และเพิ่มประสิทธิภาพการสนทนาของผู้ใช้ด้วยการป้องกันเสียงจากสิ่งแวดล้อมภายนอก


การเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพ

Ear (stick) มีเสาอากาศที่ออกแบบใหม่ซึ่งอยู่ห่างจากใบหน้าเพื่อลดการปิดกั้นของสัญญาณ เมื่อคุณเล่นเกมบนสมาร์ทโฟนของ Nothing Phone (1) ฟังก์ชันนี้จะสลับไปที่โหมดความหน่วงต่ำโดยอัตโนมัติเพื่อให้เสียงและกราฟิกตรงกันอย่างพอดี นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Android ได้อย่างง่ายดายด้วย Fast Pair[1]


Press Controls
ปุ่มควบคุมหูฟังถูกออกแบบมาเพื่อการสัมผัสที่แม่นยำมากขึ้นเป็นพิเศษ โดยปุ่มควบคุมหูฟังสามารถใช้งานได้แม้ในขณะที่นิ้วมือเปียก ผู้ใช้สามารถกดสั่งการผ่านก้านหูฟังเพื่อเปิดใช้งานระบบด้วยเสียงและปรับระดับเสียงได้อย่างง่ายดาย


ใช้ร่วมกับ Phone (1)

Phone (1) สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานร่วมกับ Ear (stick) ได้อย่างลงตัว เพราะการตั้งค่าและคุณสมบัติพิเศษต่าง ๆ ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานกับ Phone (1) โดยตรง ทั้งในเรื่องของการควบคุมและการตั้งค่าของ EQ ในทุกย่านความถี่ของเสียงได้อย่างรวดเร็วผ่านการตั้งค่าด่วน เพื่อการฟังที่ราบรื่นและลงตัวที่สุดสำหรับคุณ สำหรับอุปกรณ์ Android และ iOS อื่น ๆ ฟังก์ชันทั้งหมดจะมีอยู่ในแอปใหม่ Nothing X app[2]

แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ตลอดทั้งวัน
Ear (stick) มาพร้อมกับเคสที่ถูกดีไซน์มาเป็นพิเศษ ด้วยสรีระที่ไม่ซ้ำใคร สามารถพกพาได้สะดวก ด้วยแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน ให้คุณได้เพลิดเพลินกับการฟังได้สูงสุดถึง 7 ชั่วโมงและรองรับการสนทนาการคุยโทรศัพท์ได้นานถึง3 ชั่วโมง อีกทั้งเคสยังบรรจุการชาร์จได้ถึง 22 ชั่วโมง ตัวหูฟังสามารถชาร์จได้อย่างรวดเร็วทุกที่ทุกเวลา เพียงใส่ในเคสในระยะเวลา 10 นาที ก็สามารถเพิ่มระยะเวลาการใช้งานได้สูงสุด 2 ชั่วโมง

จับคู่กับอุปกรณ์ Android ที่ใช้งานร่วมกันได้ทันที เพียงแค่เปิดเคสและกดปุ่มจับคู่ [2] แอปสามารถใช้งานได้กับ Android 5.1 ขึ้นไปและ iOS 11 ขึ้นไป

การวางจำหน่ายและราคา

Ear (stick) จะวางจำหน่ายที่ประเทศไทยในจำนวนจำกัดครั้งแรกที่ Carnival ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป และจะเริ่มวางจำหน่ายทั่วประเทศวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 ที่:

  • Dotlife ทุกสาขา
  • Nothing official store บน Shopee และ Lazada 
  • เว็บไซต์ KOAN 

rhunrun เรียบเรียง

coffin dodger 

t o n g


4 เซเลบริตี้ วางใจ BMW EUROPA MOTOR โชว์รูมรถหรูสัญชาติเยอรมันที่เปรียบเหมือนเพื่อนที่คอยดูแลกัน

BMW Europa Motor (บีเอ็มดับเบิลยู ยุโรปามอเตอร์) ผู้นำด้านการให้บริการรถยนต์ BMW และ BMW Premium Selection ในฐานะตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ BMW Thailand เปิดตัวแคมเปญใหม่ล่าสุด Friends With Best support พร้อมเป็นเพื่อนที่ดูแลคุณในทุกเป้าหมายตลอดไป เพื่อทุกจุดหมายไปด้วยกัน โดยงานนี้ได้ 4 เซเลบริตี้ชื่อดังจาก 4 วงการร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ความประทับใจที่มีกับการใช้บริการที่ BMW Europa Motor เปรียบเหมือนเพื่อนสนิทที่คอยเคียงข้างทุกเส้นทาง พร้อมให้คำแนะนำ มอบประสบการณ์พิเศษและดูแลกัน ผ่านวีดีโอ 4 เรื่อง ได้แก่ จารุจิต ใบหยก , ณ ชนก รัตนทารส ,วรากฤธ วิวัฒนาเกษม, ศรันยารินท์ หิรัญโชคอนันต์ และ นพวิชญ์ ไทยแท้ 

เริ่มต้นที่สาวมั่น จารุจิต ใบหยก เซเลบริตี้สาวทายาทเจ้าของตึกใบหยกที่ตอนนี้มาเอาจริงเอาจังกับธุรกิจส่วนตัว Gemster Thailand แบรนด์เครื่องประดับจากพลอยสีเหมาะกับแฟชั่นนิสต้าสาวยุคใหม่ ซึ่งเจ้าตัวดีไซน์เองทุกขั้นตอน ซึ่งถ้าพูดถึงเรื่องไลฟ์สไตล์การขับรถหรือการเลือกซื้อรถซักคัน คุณบุ๋มเผยว่า “ปกติผู้หญิงเราๆจะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องรถอะไรมาก เราก็จะมองดีไซน์กับไลฟ์สไตล์การใช้งานเป็นหลัก ซึ่งด้วยแบรนด์ BMW ก็ตอบโจทย์อยู่แล้ว บุ๋มเองเป็นคนที่เวลารถมีปัญหาอะไรเกี่ยวกับรถเล็กๆน้อยๆก็จะต้องมีคนคอยดูแลให้ตลอด อย่างที่ BMW Europa Motor พนักงานดูแลดีมาก มีอะไรก็ปรึกษาและช่วยแก้ปัญหาให้เหมือนเป็น personal assistant เลยครบจบในที่เดียว และที่บุ๋มชอบคือเค้าเข้าใจลูกค้าว่าอย่างเราไม่ค่อยรู้เรื่องเครื่องยนต์เค้าก็จะใช้ศัพท์ ใช้คำที่พูดกับเราแล้วเราเข้าใจง่าย จริงเพื่อนๆก่อนหน้านี้ก็คุยกับเพื่อนหลายคนเค้าก็แนะนำที่นี่ และที่บ้านก็เป็นลูกค้าของที่นี่อยู่แล้วด้วยค่ะ เลยมั่นใจโชว์รูม “BMW Europa Motor”

ณ ชนก รัตนทารส CEO, G Enterprise & Co ซึ่งเป็นผู้คร่ำหวอดในแวดวงอาหาร เล่าถึงความประทับใจในโชว์รูม Europa Motor ว่า “ปกติเวลาผมเลือกรถก็จะศึกษารุ่น หรือสมรรถนะ ดูรีวิวมาระดับหนึ่ง มีเกณฑ์ในใจของตัวเอง นอกจากจะต้องสวยถูกใจเพราะรถคันนึงบ่งบอกคาแรคเตอร์ของคนขับชัดเจนมาก เรื่องคุณภาพของรถยนต์ต้องดี ไม่เสียบ่อยและที่สำคัญโชว์รูมที่เราซื้อรถก็ต้องเลือกโชว์รูมที่มั่นใจด้วย โดยเฉพาะเซลล์ที่ดูแลผมจะต้องมีความเชี่ยวชาญและทำงานที่นั่นมาหลายปีหน่อย เพราะเราซื้อรถคันนึงอยู่กับเราก็อย่างน้อย 3-5 ปี เราก็อยากมั่นใจว่าเซลล์ที่ดูแลเรายังเป็นคนเดิมในระหว่างที่เราใช้ อีกอย่างศูนย์ซ่อมของที่นี่ก็ได้มาตรฐานมาก ที่สำคัญซ่อมเร็ว มีโชว์รูมใกล้บ้าน และมีหลายที่ อีกอย่างที่สังเกตได้เลยว่าโชว์รูมที่ไหนดี ดูได้เลยถ้ารถที่จอดโชว์มีรุ่นพิเศษ เบาะพิเศษ สีพิเศษ หรือสเปคตัวท็อปโชว์อยู่แสดงว่าอย่างน้อยโชว์รูมนี้ขายดีมีลูกค้าไว้ใจเยอะ ทำให้ได้โควต้าตัวท็อปๆมาขาย ซึ่งที่นี่มีครบ”

วรากฤธ วิวัฒนาเกษม

จ๊ะจ๋า-ภูผา ศรันยารินท์ หิรัญโชคอนันต์ และ นพวิชญ์ ไทยแท้ สองคู่รักที่ชอบการเดินทางและหาประสบการณ์ใหม่ๆในชีวิตอยู่เสมอ ได้เล่าเรื่องราวความประทับใจกับโชว์รูม BMW Europa Motor ว่า “ผมกับจ๊ะจ๋าเรามีบ้านที่สุรินทร์ เพราะทำธุรกิจที่โน่นด้วย จะขับรถกลับบ้านที่ต่างจังหวัดบ่อยๆ เรียกได้ว่าใช้งานหนัก ขับทางไกลด้วย เวลาซื้อนอกจากรถจะต้องสมรรถนะดี ขับขี่ปลอดภัย ก็ต้องเลือกโชว์รูม หรือบริการศูนย์ซ่อมที่มั่นใจได้ แล้วด้วยความที่เราเป็นรถที่สลับกันขับ บางทีเราก็ต้องเลือกรถให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของทั้งสองคน ต้องมีที่เก็บของเยอะ ต่อไปวางแผนว่าจะวางแผนจะมีลูกก็ต้องวางคาร์ซีทได้ เลยเลือกเป็นรุ่นที่ใหญ่หน่อยแต่อาจจะไม่ถึงกับใหญ่มากเพราะผู้หญิงขับด้วย โชว์รูมนี้ก็ให้คำแนะนำค่อนข้างดี อีกอย่างที่ผมชอบเพราะมีถึง 4 สาขาทั่วกรุงเทพเลย แล้วที่ประทับใจมากๆ คือที่นี่ตรงต่อเวลา นัดซ่อมค่อนข้างไว ทำให้เราตัดปัญหาความยุ่งยากในการส่งเรื่อง ส่งซ่อม เช็คสภาพไปได้เลย เพียงแค่โทรหาเค้าก็จัดการให้หมด สุดท้ายผมว่าการเลือกซื้อรถซักคันต้องซื้อกับโชว์รูมที่ได้มาตรฐาน และไว้ใจได้เท่านั้น”

สัมผัสประสบการณ์การให้บริการด้านรถยนต์เหนือระดับ

เปรียบเสมือนเพื่อนที่ดูแลคุณในทุกเป้าหมายตลอดไป เพื่อ“ทุกจุดหมายไปด้วยกัน”

ที่ BMW Europa Motor ทุกสาขา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

ยุโรปามอเตอร์ สาขา จรัญสนิทวงศ์    โทร.02-864-0077          ยุโรปามอเตอร์ สาขา พระราม 2            โทร.02-848-1111

ยุโรปามอเตอร์ เซอร์วิสเอาท์เลท       โทร. 02-408-2266        ยุโรปามอเตอร์ สาขาตลิ่งชัน     โทร. 02 458 2266

Line official : @BMWEuropaMotor

พาไปชมทุกดีเทลของซูเปอร์เอสยูวีระดับโลก กับ Lamborghini Urus Performante ความจัดจ้านและเร้าใจที่ท้าให้คุณมาพิสูจน์

ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี (Automobili Lamborghini) สุดยอดแบรนด์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์หรูระดับโลกสัญชาติอิตาลี เผยโฉม Urus Performante” ปรากฏการณ์ใหม่แห่งสุดยอดสมรรถนะและสัมผัสการขับขี่แนวสปอร์ตในแบบฉบับซูเปอร์เอสยูวี ที่พร้อมสะกดทุกสายตาทั้งบนท้องถนน สนามแข่งขัน หรือแม้แต่บนเส้นทางสุดทรหด 

ซึ่งก่อนเผยโฉมที่งาน Pebble Beach Concours d’Elegance ครั้งที่ 71 ซูเปอร์เอสยูวีคันนี้ได้สร้างสถิติใหม่ในหมวดยานยนต์เอสยูวีเป็นที่เรียบร้อย จากการทดสอบวิ่งบนทางลาดชันสุดหฤโหดของ Pikes Peak International Hill Climb Road ที่มีระดับความสูงกว่า 4,302 เมตร (14,115 ฟุต) โดยสามารถทำเวลาเพียง 10:32.064 นาที ทุบสถิติเดิมที่ Bentley Bentayga เคยทำไว้เมื่อปี 2018 ที่ 10:49.902 นาที ถึง 17.838 วินาที

และนี่คือดีเทลสุดจัดจ้านที่ท้าให้คุณมาพิสูจน์ความเร้าใจ กับ Urus Performante มาตรฐานใหม่แห่งสุดยอดงานดีไซน์อันเปี่ยมพลัง ที่ผสานระบบวิศวกรรมยานยนต์ระดับซูเปอร์สปอร์ตไว้อย่างลงตัว

  • สะกดทุกสายตาตั้งแต่แรกเห็นด้วยดีไซน์แนวอากาศยานในทุกมุมมอง โดดเด่นตั้งแต่รูปลักษณ์ด้านหน้า ด้วยงานออกแบบฝากระโปรงและแผงกันชนขนาดใหญ่โดยใช้รูปทรงที่เฉียบคม ที่นอกจากสื่อถึงดีเอ็นเอสายพันธุ์ซูเปอร์สปอร์ตของ Performante ได้อย่างเด่นชัดแล้ว ยังแฝงกลิ่นอายแห่งความหรูหรา
    ภูมิฐานของรถยนต์ Urus ไว้อย่างกลมกลืน ขณะที่การออกแบบฟินสปอยเลอร์หลังซึ่งช่วยเพิ่มแรงกดให้ตัวรถได้แรงบันดาลใจจากAventador SVJ 
  • เหนือระดับด้วยดีไซน์อากาศพลศาสตร์แบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นช่องดักอากาศด้านหน้าที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการระบายความร้อนเครื่องยนต์พร้อมเพิ่มความดุดันแนวซูเปอร์สปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์, ม่านดักลมที่ทำให้อากาศไหลเข้าทางล้อหน้าได้มากขึ้น ไปจนถึงการออกแบบอย่างเหนือชั้นตรงช่องระบายลมบนฝากระโปรง 
  • มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ V8 มอบสัมผัสแห่งการขับขี่ที่ตื่นเต้นเร้าใจด้วยกำลังเครื่องยนต์สูงสุดที่ 660 แรงม้า และด้วยน้ำหนักที่เบาลงถึง 47 กก. จึงทำให้ Urus Performante มีอัตราส่วนน้ำหนักต่อกำลังเครื่องยนต์ดีที่สุดในคลาส สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.3 วินาที มีแรงบิด 850 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 2,300 – 2,400 รอบต่อนาที ซึ่งความสามารถที่เหนือกว่ารุ่นอื่น ๆ ในเซกเมนต์เดียวกันยังรวมถึงความเร็วสูงสุดที่ 306 กม./ชม.
  • ยาง Pirelli P Zero ที่ใช้เป็นรุ่นที่พัฒนาขึ้นเพื่อ Urus Performante รุ่นนี้โดยเฉพาะ โดยนับเป็นครั้งแรกที่มีการผลิตยาง Pirelli แบบกึ่งสลิคเพื่อให้สอดคล้องกับคาแรกเตอร์ของรถเอสยูวีซึ่งเกิดจากการร่วมมือพัฒนากับลัมโบร์กินี ผลลัพธ์ของความร่วมมือครั้งนี้ทำให้ได้ยางที่ใช้งานได้แบบอเนกประสงค์ดีขึ้น แต่ยังคงมอบประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมทั้งบนพื้นผิวแห้งที่มีอุณหภูมิสูง และบนพื้นผิวเปียกที่มีอุณหภูมิต่ำ
  • นอกจากโหมดการขับขี่มาตรฐานต่าง ๆ Urus Performante ยังมาพร้อมโหมดใหม่อย่าง RALLY เพื่อยกระดับการขับขี่แนวสปอร์ตที่สนุกสนานในแบบฉบับเอสยูวี และนำเสนออีกระดับของความตื่นเต้นเร้าใจในการวิ่งบนทางดิน

ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นใหม่ล่าสุดได้ที่ “ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ” โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ถนนวิภาวดีรังสิต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-512-5111

rhunrun เรียบเรียง

Mercedes-Benz Experience Center

BENZ BKK GROUP อวดโฉม Mercedes-Benz Experience Center เวิลด์คลาสออโต้โมทีฟเดสติเนชั่น ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย แลนด์มาร์คเชื่อมโยงโลกแห่งยานยนต์และประสบการณ์ไลฟ์สไตล์เหนือระดับ เบนซ์ บี เคเค กรุ๊ป จัดงานแกรนด์โอเพ่นนิ่ง เผยโฉม Mercedes-Benz Experience Center อย่างเป็นทางการ สู่การเป็นเวิลด์คลาสออโต้โมทีฟเดสติเนชั่น ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย

พร้อมทั้งเป็นแลนด์มาร์คเชื่อมโยงโลกแห่งยานยนต์และประสบการณ์ไลฟ์สไตล์เหนือระดับ ด้วยแฟซิลิตี้ หลากหลาย สุดพรีเมี่ยม ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ชูความลักซูรี ในงานเปิดตัวพบกับการปรากฏโฉม Mercedes-Maybach GLS 600 4MATIC Premium, Mercedes-EQS 450+ AMG Premium และ Mercedes-AMG GT C นำโดย ประณัย พรประภา เซเลบริตี้หนุ่มไฟแรง พร้อมโชว์สุดพิเศษจาก “แต้ว” ณฐพร เตมีรักษ์ และ เจ-เจตริน วรรธนะสิน ที่ BENZ BKK GROUP – BANGNA

ตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบนซ์ บี เคเค กรุ๊ป จำกัด (BENZ BKK GROUP) ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ที่ได้รับความไว้วางใจมายาวนานกว่า 30 ปี เผยว่างานแกรนด์โอเพ่นนิ่งครั้งนี้จะเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Mercedes-Benz Experience Center ที่จะเป็นเวิลด์คลาสออโต้โมทีฟ แห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ไม่เพียงตอบโจทย์การเป็นศูนย์จำหน่ายและศูนย์บริการเทคโนโลยียานยนต์ครบวงจรที่ทันสมัยที่สุดแล้ว

ที่สำคัญ Mercedes-Benz Experience Center แห่งนี้จะเป็นเดสติเนชั่นแห่งใหม่ที่จะมอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่เหนือกว่า ด้วยการเนรมิตพื้นที่พักผ่อนสุดหรูหราไม่ต่างจากคลับเฮ้าส์ กว่า 2,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับเทรนด์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่

“ทุกวันนี้โลกแห่งยานยนต์คนรุ่นใหม่ไม่ได้ต้องการแค่นวัตกรรมรถยนต์ แต่ต้องการเสพประสบการณ์แห่งการใช้ชีวิต เบนซ์ บี เคเค กรุ๊ป เข้าใจถึงเทรนด์นี้ จึงสร้างสรรค์ Mercedes-Benz Experience ให้มีแฟซิลิตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟและบริการที่มารองรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ได้ทุกกลุ่ม ทุกเจเนอเรชั่น โดยตั้งเป้าให้ที่นี่เป็น ไอคอนนิคบิลดิ้ง เข้าสู่บางนา New CBD แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก”

สุดยอดความยิ่งใหญ่ของ BKK Group, Mercedes-Benz Experience Center แห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ย่านบางนา-ตราด บนถนนเทพรัตน์ (บางนา-ตราด) กม.ที่ 4.2 อลังการด้วยพื้นที่ใช้สอยกว่า 50,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่โชว์ยานยนต์กว่า 6,000 ตารางเมตร สามารถรองรับการให้บริการหลังการขายได้มากกว่า 1,500 คัน/เดือน โดดเด่นด้วยโชว์รูม 3 มิติ โถงสูงกว่า 15 เมตร เชื่อมต่อกัน 3 ชั้น ด้วยบันไดเลื่อน

สูงตระหง่านด้วยสัญลักษณ์ดาวสามแฉกบนยอดอาคาร สะกดทุกสายตาด้วยเสน่ห์แห่ง Mercedes-Benz ผ่าน Car Display Box เด่นชัดทุกมุมมอง ทั้งจากทางด่วนบูรพาวิถีและถนนเทพรัตน์ ครบครันทุกฟังก์ชัน พิถีพิถันการดีไซน์ทุกมิติ ด้วยคอนเซ็ปต์การออกแบบเช่นเดียวกับยุโรป โดยเป็นผลงานการดีไซน์จาก Gensler (เจนส์เลอร์) บริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมระดับโลกจากซานฟรานซิสโก แคลิฟอร์เนีย ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ากว่า 100 ประเทศทั่วโลก

“ดีไซน์แบบ Car Display Box เราตั้งใจให้เป็นเสมือนออโต้มอลล์เช่นเดียวกับวงการยานยนต์ระดับโลกในต่างประเทศ ที่ลูกค้าสามารถสัมผัส-จับต้องประสบการณ์จริงของเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ครบทุกรุ่นมากที่สุด อีกทั้งยังสามารถให้บริการ ดูแล-ซ่อมบำรุงยานยนต์แบรนด์อื่นๆ นอกจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ด้วย ซึ่งเป็นการย้ำว่าเราสามารถตอบสนอง
บริการด้านยานยนต์ได้ครบวงจรที่สุด ด้วยศูนย์บริการที่เน้นความรวดเร็ว ปลอดภัย มาพร้อมเซอร์วิสด้านไลฟ์สไตล์ระดับเวิลด์คลาส”

BKK Group, Mercedes-Benz Experience Center พร้อมตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าให้ได้สัมผัสประสบการณ์ขั้นสุด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “World-class Automotive Destination” ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่โชว์รูม ตั้งแต่ชั้น 1 ตระการตากับ Mercedes-Benz รุ่นใหม่ทุกประเภท, BKK Café, Service Lobby และ Accessories Shop
ชั้น 2 พบกับโชว์รูม Mercedes-AMG จัดแสดงรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ แบบสปอร์ต ด้วยขุมพลังของเครื่องยนต์ ที่มอบพละกำลังแรงม้าที่เร้าใจในชั่วพริบตา และ Exclusive Mercedes-Maybach Lounge เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป ได้รับสิทธิ์อย่างเป็นทางการในการจัดจำหน่าย และดูแลบริการหลังการขาย Mercedes-Maybach ซึ่งโชว์รูมและศูนย์บริการได้รับการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ให้ลูกค้าได้สัมผัสความหรูหรา สะดวกสบายระดับเวิลด์คลาส ในการเลือกชม และสัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมบริการหลังการขายที่มีการจัดเตรียมพื้นที่พิเศษเฉพาะ มีการจัดสรรบุคลากรเฉพาะทั้งด้านการขาย และบริการหลังการขาย นอกจากนั้นที่ชั้นนี้ยังมีความโดดเด่นเหนือระดับด้วยห้องส่งมอบรถที่ไม่เหมือนใครให้ลูกค้าและครอบครัวสามารถเฉลิมฉลองการรับรถแบบไพรเวท ตื่นตาตื่นใจไปกับการรับมอบรถระดับ VIP จัดเต็มเทคโนโลยีแสงสีเสียง และ Turntable Car ที่ให้ชมทุกมุมของยานยนต์แบบ 360 องศา ในบรรยากาศเอ็กซ์คลูซีฟเลาจน์ Cigar Bar สุดหรู นั่งดื่มไวน์เคล้าเสียงดนตรี

ชั้น 3 โชว์รูมโอ่โถงของ Mercedes-Benz Certified ที่จัดแสดงรถยนต์ Pre-owned ให้เลือกมากกว่า 100 คัน พร้อมพื้นที่ Co-working Space ดีไซน์สุดฮิป, DIY Cafe และ Business Center ที่มีห้องประชุมให้ใช้ถึง 4 ห้อง 4 สไตล์ รองรับไลฟ์สไตล์ชีวิตไม่หยุดนิ่งของคนยุคใหม่ ให้ได้นั่งทำงานหรือคุยธุรกิจได้ตลอดวัน

สัมผัสการพักผ่อนสุดพิเศษ ยกระดับการใช้บริการเมื่อเข้ามาศูนย์บริการบนชั้น 8 ด้วย Sky Lounge ที่มีบริการทั้งอาหารและเครื่องดื่มจากเชฟมืออาชีพ, Massage Studio ห้องนวดผ่อนคลายระดับโรงแรม, ฟิตเนส พร้อมห้องอาบน้ำแยกชายหญิง ไปจนถึงเปิดรับวิวสุดสายตาบนสวนลอยฟ้าแบบ Semi -Outdoor รวมไปถึงพื้นที่อเนกประสงค์ให้เป็นตัวเลือกผ่อนคลายหรือทำงานได้อย่างใจ

“ในอนาคตเรามีแผนจับมือ (Collaborate) ต่อยอดความเป็นแลนด์มาร์คไลฟ์สไตล์ให้ชัดเจนขึ้น โดยอาจจัดเป็นพื้นที่จัดแสดงงานอาร์ตแกลเลอรี หรืออาคารมิกซ์ยูสจัดกิจกรรมลักซ์ชัวรี่ไลฟ์อื่นๆ ที่จะมาตอบโจทย์เทรนด์ชีวิตคนเมืองรุ่นใหม่ ทั้งหมดนี้คือมิติใหม่แห่งความสมบูรณ์แบบ ทันสมัยและยิ่งใหญ่ที่สุดของโชว์รูมและศูนย์บริการ Mercedes-Benz ที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อนในเมืองไทย”

สำหรับภายในงานแกรนด์โอเพ่นนิ่งเปิดโชว์รูมสุดอลังการ “BENZ BKK GROUP GRAND OPENING : WORLD-CLASS AUTOMOTIVE DESTINATION” นำโดย เหรียญชัย ลิขิตพฤกษ์ ท่านประธานใหญ่ ที่จะพาไปพบกับที่สุดแห่งยานยนต์สุดพรีเมี่ยมที่ทุกคนเฝ้ารอคอย กับการปรากฏโฉมของ Mercedes-Maybach GLS600 4MATIC Premium ยนตรกรรมตระกูล SUV ที่ได้สืบทอดประวัติศาสตร์ของ Mercedes-Maybach มาทุกประการ นำโดย อนุพล ลิขิตพฤกษ์ไพศาล และตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์ ผู้บริหารใหญ่แห่ง Benz BKK Group

ตลอดจนการเผยโฉม Mercedes-EQS รถยนต์ไฟฟ้าคันแรกภายใต้แบรนด์ Mercedes-EQ ที่ได้ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง ประณัย พรประภา มาเป็นตัวแทนของรถยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต และร่วมค้นพบมิติใหม่ของ “Comfort zone” กับ The new C-Class พร้อมโชว์สุดพิเศษ จาก “แต้ว” ณฐพร เตมีรักษ์” และ Mercedes-AMG GT C Roadster ที่มาพร้อมแรปเปอร์ชื่อดัง “เจ-เจตริน วรรธนะสิน” คับคั่งด้วยเหล่าเซเลบริตี้ตบเท้าร่วมงาน อาทิ พล.ต.ต สันต์ – ยุวเรศ ศรุตานนท์, ปิยะเลิศ – สุนทรี ใบหยก, นภัสดล หวั่งหลี, คุณาคม-นันทวิมล พลพานิช, สยาม-คริสตินา เศรษฐบุตร

ทั้งนี้ BKK Group, Mercedes-Benz Experience Center โดดเด่นด้วยการนำเสนอรถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์ครบทุกซับแบรนด์ Mercedes-Benz Passenger Cars & Van, Mercedes-AMG, Mercedes-Maybach, Mercedes-EQ, และ Mercedes-Benz Certified ที่มาพร้อมเทคโนโลยีและการบริการที่ทันสมัยที่สุด ถือเป็นศูนย์บริการศูนย์ช่อมสีตัวถังครบวงจรใหญ่ที่สุดในเอเชีย กับการบริการศูนย์ซ่อมสีรถยนต์มาตรฐาน (Body & Paint) ที่รองรับรถยนต์ได้กว่า 400 คันต่อเดือน พร้อมเซอร์วิสต่างๆ ที่รองรับได้มากถึง 1,500 คันต่อเดือน

กลุ่ม เบนซ์ บีเคเค มีความภาคภูมิใจ และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้บริการลูกค้าแบบครบวงจร กับ 3 โชว์รูม 3 มุมเมือง ที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็น Benz BKK Group (บางนา) ที่ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันออก Benz BKK Vipawadee ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันตก และ BKK Autohaus Kanchanapisek ครอบคลุมพื้นที่ตอนเหนือ โดยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอนัดหมายได้ที่เบอร์ 1449
www.benzbkkgroup.co.th

Mercedes-Benz: The Reinvention of Tomorrow ค่านิยมใหม่ของคำว่าพรีเซนเตอร์รถยนต์ ที่เป็นการแทนที่ภาพจำเดิมๆด้วยการให้ความสำคัญและคุณค่ากับความหลากหลาย

เทคโนโลยี ค่านิยม และความคิดของผู้คน คือสิ่งที่ถูกเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นตลอดเวลา “เมอร์เซเดส-เบนซ์” ผู้นำของโลกยนตรกรรมสมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลาย(diversity) และความเท่าเทียมอย่างต่อเนื่องเสมอมา จึงต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตที่ดีกว่าเดิม โดยเริ่มจากการเปลี่ยน “ค่านิยม” ที่อยู่คู่กับงานจัดแสดงรถยนต์ในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน

นั่นก็คือวัฒนธรรมการใช้ “พรีเซนเตอร์” ที่ทุกคนรู้จักในนาม “พริตตี้” ที่ช่วยโปรโมทรถยนต์ในงานอีเวนต์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย จนอาจส่งผลต่อมุมมองของคนไทยที่มีต่อ “พริตตี้” และหลาย ๆ ครั้งก็ส่งผลกระทบกับคุณค่าของผู้หญิงและอาจนำไปสู่การกระทำที่ไม่เหมาะสมต่อพวกเธอ

เพราะคุณค่าของแต่ละบุคคล อยู่ที่หลากหลายองค์ประกอบ ไม่ใช่แค่เพศสภาพ เมอร์เซเดส-เบนซ์ จึงเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ด้วยการสร้างนิยามใหม่ เพื่อให้พรีเซนเตอร์คนนี้ถูกให้เกียรติ และสร้างจุดยืนใหม่ ๆ ในวงการ ด้วยการนำเสนอ

พรีเซนเตอร์…ที่ไม่จำกัดเพศ สีผิว หรือรูปร่าง                                                                        

พรีเซนเตอร์…ที่ไม่จำเป็นต้องแต่งตัววาบหวิว

พรีเซนเตอร์…ที่ได้รับการอบรมเรื่องรถยนต์ และมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ให้ข้อมูลอย่างแม่นยำ

เราเรียกพวกเขาว่า “Digital Guide” (ดิจิทัล ไกด์) กลุ่มคนที่จะมาทำหน้าที่ในการให้ความรู้เรื่องรถยนต์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่น ในงานจัดแสดงรถยนต์ทุกงานในประเทศไทย โดยเป็นการแสดงจุดยืน ผ่านทางภาพยนตร์โฆษณาหนึ่งเรื่อง ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Reinvention of Tomorrow ว่านี่เป็นเพียงหนึ่งสิ่งที่เราเปลี่ยน เพื่อสร้างค่านิยมใหม่และแนวคิดใหม่ของงานแสดงรถยนต์

..และยังมีสิ่งใหม่ ๆ อีกมากมายจากเมอร์เซเดส-เบนซ์รอคุณอยู่

rhunrun เรียบเรียง

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัว 3 KOLs

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัว 3 KOLs เป็นตัวแทน 3 แนวคิดที่เผยจุดยืนของเมอร์เซเดส-เบนซ์
ทั้งในเรื่องการออกแบบประสบการณ์ สมรรถนะและความหลงใหล และความยั่งยืน

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ย้ำจุดยืนในการนำเสนอการออกแบบประสบการณ์ สมรรถนะของรถยนต์ที่อัดแน่นไปด้วยความหลงใหล พร้อมความยั่งยืน ผ่านวิดีโอที่เล่าเรื่องของ 3 ผู้นำทางความคิด (Key Opinion Leaders: KOLs) ผู้เป็นตัวแทนของ 3 จุดยืนดังกล่าว ได้แก่ พล หุยประเสริฐ นักออกแบบประสบการณ์ผู้ผสมผสานดีไซน์และนวัตกรรม พลอย ปิ่นแสง นักกีฬาโปโลทีมชาติผู้มุ่งมั่นก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง และต้น บดินทร์ พลางกูร สถาปนิกและนักออกแบบภายในที่ใช้ธรรมชาติเป็นแรงบันดาลใจในการทำงาน

มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จุดยืนของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในเรื่องของการนำเสนอนวัตกรรมการออกแบบที่มีความโดดเด่น สมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ ควบคู่ไปกับความยั่งยืนนั้นเป็นสิ่งที่ชัดเจนในใจผู้บริโภคอยู่แล้ว และการเลือกบุคคลที่มีความโดดเด่นทั้ง 3 ท่านนี้มาเป็นตัวแทนของจุดยืนของเราก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำในทุก ๆ ด้าน ทั้งการเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมภายใต้ประสบการณ์การออกแบบที่น่าจดจำและน่าตื่นเต้น สามารถสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้กับผู้คน การตอบสนองความต้องการของลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ด้วยโซลูชันที่ผลักดันให้ทุกคนไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างราบรื่น และการสร้างความน่าเชื่อถือผ่านจุดยืนด้านการมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยนวัตกรรมที่มีความยั่งยืน ทั้งหมดนี้คือการตอกย้ำความตั้งใจของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่จะให้ความสำคัญกับ 3 จุดยืนนี้ทั้งในปีนี้และปีต่อ ๆ ไป ซึ่งเมอร์เซเดส-เบนซ์มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ KOL ทั้ง 3 ท่านและหวังว่าแคมเปญนี้จะช่วยประกายและเติมเต็มแรงบันดาลใจให้กับลูกค้า พร้อมทั้งช่วยให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเป็นแบรนด์ลักชัวรีอันดับ 1 ที่ตอบสนองความต้องการของทุกท่านได้”

พล หุยประเสริฐ นักออกแบบประสบการณ์ผู้ทำงานออกแบบหลากหลายรูปแบบโดยเฉพาะคอนเสิร์ตที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับผู้ชม บอกว่า “งานของผมคืองานออกแบบประสบการณ์ โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสให้คนได้รู้สึก มีส่วนร่วม และได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในช่วงเวลานั้น ๆ ได้มาสัมผัสบรรยากาศไม่ว่าจะเป็นความสุข เศร้า ตื่นเต้น และความสนุก เมื่อผมได้ฟังเรื่องราวของรถยนต์รุ่น The new C-Class ที่ออกแบบมาจากแนวคิดเกี่ยวกับประสบการณ์ พฤติกรรมของผู้ขับขี่ และการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการนำเสนอ ดึงดูดความสนใจ และเข้าถึงความรู้สึกและความต้องการ ไม่ว่าปลายทางจะเป็นการออกแบบคอนเสิร์ตหรือดีไซน์รถยนต์ สุดท้ายแล้วสิ่งที่สำคัญคือการสร้างประสบการณ์ทีดีให้กับผู้ใช้ ผมดีใจที่เมอร์เซเดส-เบนซ์เปิดโอกาสให้ผมเป็นตัวแทนการนำเสนอแนวคิดจากการทำความเข้าใจในพฤติกรรมและความต้องการของมนุษย์ ซึ่งตอนนี้ผมกำลังร่วมทำโปรเจกต์ออกแบบประสบการณ์พิเศษใหม่ร่วมกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ อยากให้ติดตามกันครับ”

พลอย ปิ่นแสง นักกีฬาโปโลทีมชาติผู้มุ่งมั่นก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง กล่าวว่า “พลอยบอกตัวเองเสมอว่า ถ้าเราเชื่อและเรามี passion กับสิ่งไหนแล้ว เราจะทำสิ่ง ๆ นั้นได้ดี ดังนั้นพลอยจะตั้งใจมาก ๆ ทุ่มเทและเต็มที่กับสิ่งที่ทำ ทำให้สุด ใส่ให้เต็มร้อย เรียกว่า Go Hard or Go Home เราจะทำได้ดี ทำได้มาก หรือไปได้แค่ไหน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเราทั้หงมด นี่คือพลังผลักดันและขับเคลื่อนตัวเราให้มุ่งมั่นก้าวไปข้างหน้าถึงจุดมุ่งหมาย สำหรับพลอย รถยนต์ Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe Special EDITION ที่พลอยได้เห็นครั้งแรก แค่ดีไซน์ก็คงไม่ต้องบรรยายแล้ว พอได้ฟังและได้สัมผัสถึงพลังของเครื่องยนต์ แค่เสียงและฟีเจอร์แบบเข้ม ๆ นี้ passion ของพลอยก็มาเต็มเลยค่ะ อยากจะลองขับและพุ่งไปข้างหน้าเพื่อไปยังจุดหมายด้วยกัน รถยนต์คันนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเวลาที่พลอยได้ขี่ม้า ได้สัมผัสถีงพลังของรถ เหมือนต้องการคนขับที่พร้อมจะใส่พลังแล้วออกไปสุดด้วยกัน อยากให้ทุกคนมาลองประสบการณ์กับรถยนต์คันนี้ ได้ลองขับ แล้วก็จะเข้าใจความหมายเกี่ยวกับ Performance ที่พลอยพูดถึงค่ะ”

ต้น บดินทร์ พลางกูร สถาปนิกและนักออกแบบภายในหนุ่มผู้ใช้ธรรมชาติเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานออกแบบ พร้อมนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาผสมผสานเพื่อสร้างผลงานที่มีความยั่งยืน เล่าว่า “ส่วนตัวผมเชื่อในพลังของธรรมชาติที่เป็นทั้งแหล่งสร้างแรงบันดาลใจและเป็นพื้นที่ที่ช่วยฟื้นพลังให้กับตัวเอง แนวคิดในการทำงานออกแบบของผมส่วนใหญ่มาจากการนำสิ่งแวดล้อมหรือสิ่งต่าง ๆ ตามธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในงานดีไซน์ ส่วนเรื่องเทคโนโลยีก็เป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ในปัจจุบัน ซึ่งในการออกแบบ เทคโนโลยีก็ช่วยอำนวยความสะดวกและทำให้เกิดประสิทธิภาพ ผมคิดว่าเราต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจความสำคัญของธรรมชาติ พร้อมไปกับการเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีเพื่อให้ธรรมชาติสามารถอยู่กับเราได้อย่างยืนยาวต่อไปในอนาคต เหมือนกับวิวัฒนาการของรถยนต์ ที่ปัจจุบันมีรถยนต์ที่ใช้ได้ทั้งน้ำมันและมีเทคโนโลยีไฟฟ้าให้เลือกใช้ ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่สนับสนุนเรื่องความยั่งยืนมาตลอด ไม่ว่าจะผ่านงานดีไซน์ แนวคิด หรือการใช้ชีวิตประจำวัน รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ปลั๊กอินไฮบริด สำหรับผม คือส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างความยั่งยืน ซึ่งเราสามารถเริ่มต้นได้จากตัวเราและสิ่งที่เราเลือก นี่คือจุดเริ่มต้นของวันพรุ่งนี้ และผมคิดว่าตอนนี้น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีให้กับหลาย ๆ คนเลยครับ ผมกำลังมีโปรเจกต์ที่เกี่ยวกับความยั่งยืนที่ผมจะทำร่วมกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ด้วย ฝากติดตามด้วยครับ”

การทำงานร่วมกับ KOL ทั้งสามท่านคือเครื่องยืนยันว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ไม่มีวันหยุดนิ่งที่จะจินตนาการถึงวันพรุ่งนี้ที่ดียิ่งกว่าด้วยการสร้างสรรค์รถยนต์และนำเสนอนวัตกรรมจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่เป็นที่ปรารถนาและทำให้ลูกค้ามีความภาคภูมิใจทุกครั้งที่ได้เป็นเจ้าของออกมาอย่างต่อเนื่อง

เกี่ยวกับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี เป็นผู้รับผิดชอบธุรกิจทั่วโลกของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และรถตู้เมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยจำนวนพนักงานกว่า 170,000 คนทั่วโลก โดยมี โอล่า คัลเลนเนียส เป็นประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนา ผลิต และจำหน่ายรถยนต์ รถตู้ และบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ นอกจากนั้น ยังมีเจตนารมณ์ในการเป็นผู้นำของโลกในด้านยานยนต์ไฟฟ้าและซอฟต์แวร์รถยนต์ กลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัทประกอบด้วยแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และแบรนด์ย่อย เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี เมอร์เซเดส-มายบัค เมอร์เซเดส-อีคิว จี-คลาส และแบรนด์สมาร์ท โดยแบรนด์เมอร์เซเดส มีนำเสนอการเข้าถึงบริการด้านดิจิทัลจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์โดยสารระดับพรีเมียมรายใหญ่ที่สุดของโลก ในปี 2563 บริษัทฯ จำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลราว 2.1 ล้านคัน และรถตู้เกือบ 375,000 คัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี ขยายเครือข่ายการผลิตใน 2 กลุ่มธุรกิจอย่างต่อเนื่องทั่วโลก โดยมีฐานการผลิตราว 35 แห่งใน 4 ทวีป ควบคู่ไปกับแนวทางการพัฒนาที่ตอบสนองความต้องการในด้านยานยนต์ไฟฟ้า ขณะเดียวกัน บริษัทได้พัฒนาเครือข่ายการผลิตแบตเตอรี่ของตัวเองทั่วโลกใน 3 ทวีป การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนล้วนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งทั้งต่อกลยุทธ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์และต่อบริษัท สำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี ความยั่งยืนหมายถึงการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายในระยะยาว ทั้งลูกค้า พนักงาน นักลงทุน พันธมิตรทางธุรกิจ และสังคมโดยรวม โดยอาศัยพื้นฐานของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของเดมเลอร์ ซึ่งมุ่งรับผิดชอบต่อผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม และสังคม จากกิจกรรมทางธุรกิจต่าง ๆ ของบริษัท และให้ความสำคัญต่อห่วงโซ่คุณค่าโดยรวม

ชมรถยนต์ไฮไลต์ที่ Mercedes-Benz จะเปิดตัวในงาน“บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43”

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัวรถยนต์ไฮไลต์ “The new Mercedes-Benz C-Class”
เดอะนิวเบบี้ลักชัวรี และ “Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION”
ที่งาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43” ภายใต้คอนเซปต์ “Reinvention of Tomorrow” 23 มีนาคมถึง 3 เมษายนนี้

เมอร์เซเดส-เบนซ์ยกทัพรถยนต์ลักชัวรีแบบครบครันทุกเซกเมนต์ลุยงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Reinvention of Tomorrow” ไฮไลต์นำโดย “The new Mercedes-Benz C-Class” เดอะนิวเบบี้ลักชัวรีของรถยนต์รุ่นยอดนิยมพร้อมสมรรถนะการขับขี่สุดเร้าใจ และ “Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION” สัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์แบบเหนือใครในแบบฉบับรถยนต์สปอร์ตจาก Mercedes-AMG นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์มอบโปรโมชันสุดพิเศษ “Mercedes-Benz Reinvention of Tomorrow Offers” กับข้อเสนอสำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์หลายรุ่นและสิทธิประโยชน์มากมาย ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 เมษายนนี้ด้วย

เมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดรถยนต์ระดับลักชัวรีอย่างต่อเนื่อง ด้วยทัพรถยนต์หรูแบบครบทุกเซกเมนต์ที่นำมาจัดแสดงในงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43” ตั้งแต่ 23 มีนาคมถึง 3 เมษายนนี้ ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 เมืองทองธานี โดยภายใต้คอนเซ็ปต์ “Reinvention of Tomorrow” ที่สื่อความหมายถึงการนำเสนอประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตที่ดียิ่งกว่าจากเมอร์เซเดส-เบนซ์

โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์พร้อมนำเสนอไฮไลต์ที่หลายคนรอคอย นำโดย “The new Mercedes-Benz C-Class” เดอะนิวเบบี้ลักชัวรีของรถยนต์รุ่นยอดนิยมตลอดกาลจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่สุดเร้าใจ และ “Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION” สัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์แบบที่พิเศษเหนือใครของรถยนต์สปอร์ตในแบบฉบับ Mercedes-AMG ที่เตรียมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับคุณ โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ยังเตรียมโปรโมชันพิเศษ “Mercedes-Benz Reinvention of Tomorrow Offers” กับข้อเสนอที่พลาดไม่ได้สำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์หลายรุ่น และสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 เมษายนนี้ ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 และที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์พร้อมเน้นย้ำความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับทุกคน และนั่นคือสิ่งที่สะท้อนออกมาทั้งในทุกรายละเอียดของการสร้างสรรค์บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Reinvention of Tomorrow” ที่สื่อความหมายถึงการนำเสนอประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตที่ดียิ่งกว่า ผ่านการสร้างสรรค์รถยนต์ที่ลูกค้าจะภาคภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของ เป็นรถยนต์ที่มีความโดดเด่นทั้งในเรื่องของสุนทรียะ สมรรถนะ เทคโนโลยี นวัตกรรม และความยั่งยืน เพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า โดยคำนึงถึงการลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน”

“สำหรับทัพรถยนต์รุ่นใหม่ที่เป็นไฮไลต์ภายในงานในปีนี้ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 รุ่น ได้แก่ “The new Mercedes-Benz C-Class” โฉมใหม่ของรถยนต์รุ่นยอดนิยมตลอดกาลจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ และ “Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION” สัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์แบบของรถยนต์สปอร์ตในแบบฉบับ Mercedes-AMG ที่เตรียมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับคุณ การนำเสนอรถยนต์รุ่น C-Class โฉมใหม่นั้น เมอร์เซเดส-เบนซ์มีความตั้งใจที่ตอบรับความต้องการของคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ เพราะจากผลการวิจัยตลาดทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์พบว่า ฐานผู้ใช้งานรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์นั้นกว้างขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่อายุน้อยที่ต้องการรถยนต์ที่มีคุณภาพและตอบรับไลฟ์สไตล์ของตนเองได้อย่างลงตัว การแนะนำ The new Mercedes-Benz C-Class ในวันนี้จึงเป็นการนำเสนออีกหนึ่งทางเลือกของรถยนต์ซีดานขนาดเล็กที่ตอบทุกโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ ด้วยขุมพลังดีเซลภายใต้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้า เพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างดีที่สุด” มร.โฟลเกอร์ กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังพร้อมเชื่อมต่อประสบการณ์การขับขี่ที่หรูหราไร้ขีดจำกัดทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อผ่านการนำเสนอประสบการณ์พิเศษในทุกรายละเอียดที่บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งในเรื่องประสบการณ์การขับขี่จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ผ่านหน้าจอต่าง ๆ ที่ติดตั้งอยู่รายรอบบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ผ่านการพูดคุยกับ “ดิจิทัลไกด์” ที่ครอบคลุมและครบครันตอบทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกไลฟ์สไตล์

สำหรับไฮไลต์ของรถยนต์ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์นำมาจัดแสดงภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ได้แก่

“The new Mercedes-Benz C-Class” เจเนอเรชันที่ 6 รหัส W206 คือเดอะนิวเบบี้ลักชัวรีที่มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่สุดเร้าใจ กับขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร พัฒนาใหม่พร้อมระบบ Mild Hybrid สร้างและจ่ายไฟฟ้าเพื่อเลี้ยงระบบไฟฟ้าของรถ โดยเป็นระบบมอเตอร์ไฟฟ้าแบบพิเศษ แบบ 48V technology ทำให้ได้กำลังรวมมากถึง 200 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที และให้แรงบิด 440 นิวตันเมตรที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที และทำความเร็วได้สูงสุด 245 ก.ม./ช.ม. พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9G-TRONIC) ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์แบบสปอร์ตและขนาดตัวรถที่กว้างขึ้นในทุกมิติ จึงช่วยมอบความสะดวกสบายในการเดินทางมากยิ่งขึ้น ส่วนดีไซน์ภายในก้าวไปอีกขั้นกับการตกแต่งที่ถอดแบบมาจากรุ่น S-Class ทั้งหน้าจอ LCD ความละเอียดสูง การปรับรูปแบบการแสดงผลได้ 3 แบบ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านหุ้มด้วยหนัง คอนโซลกลางแบบ LED จอสัมผัสแนวตั้งขนาดใหญ่ 11.9 นิ้วที่เบี่ยงเป็นมุมเฉียงมายังผู้ขับขี่เล็กน้อย ทั้งยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยและมาตรฐานของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ได้รับการยกระดับขึ้นอีกขั้น

The new Mercedes-Benz C-Class มีจำหน่าย 2 รุ่น ได้แก่
– รุ่น C 220 d Avantgarde
– รุ่น C 220 d AMG Dynamic

“Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION” คือสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์แบบที่พิเศษเหนือใครของรถยนต์สปอร์ตในแบบฉบับ Mercedes-AMG ด้วยขุมพลังของเครื่องยนต์เบนซินแบบวี 6 สูบ BITURBO engine มอบพละกำลังที่แข็งแกร่งกับแรงม้าสูงสุด 390 แรงม้าที่ 6,100 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 520 นิวตันเมตรที่ 2,500-5,000 รอบต่อนาที มอบความเร็ว แรง และเร้าใจในชั่วพริบตาด้วยอัตราเร่งจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 4.7 วินาที

นอกจากนี้ยังเพิ่มความเร้าใจเหนือชั้นด้วยเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC ที่ทำให้การออกตัวพุ่งทะยานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ควบคุมการเข้าโค้งได้เฉียบคม ตอบโจทย์การขับขี่ทุกสภาพถนน ส่วนระบบเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G Transmission แบบใหม่ยังมาพร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ลื่นไหลและแม่นยำ เปิดโอกาสให้คุณรับประสบการณ์การขับขี่ได้อย่างดีที่สุด ดีไซน์ภายนอกสะท้อนความเร้าใจตามแบบฉบับ AMG ได้อย่างลงตัว ส่วนดีไซน์ภายในพร้อมเปิดประสบการณ์สปอร์ตเหนือจินตนาการให้กับคุณ ผ่านการรวบรวมความสปอร์ตเหนือระดับมาให้คุณได้สัมผัสจิตวิญญาณของนักแข่งในที่เดียว

สำหรับแคมเปญพิเศษที่ไม่ควรพลาดสำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์หลากหลายรุ่น และสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

– สำหรับรุ่น A 200 AMG, GLB 200 Progressive และ GLS 350 d AMG Premium รับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection นาน 3 ปี เมื่อทำสัญญามายสตาร์* กับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง ประเทศไทย
– สำหรับรุ่น C-Class, E-Class, GLC, GLC Coupé, C Coupé และ AMG 43 Coupé, GLC 43 Coupé และ AMG GLA 35 เลือกได้ 2 ทางเลือก ได้แก่
ฟรี MBSP Extra Guarantee ระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง หรือ
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection นาน 4 ปี เมื่อทำสัญญามายสตาร์* กับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง ประเทศไทย

*เงื่อนไขแถมฟรีประกันภัยเป็นไปตามที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง ประเทศไทยกำหนด

ผู้สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ เพื่อพบกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่นต่าง ๆ นำโดย “The new Mercedes-Benz C-Class” และ “Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION” พร้อมรับข้อเสนอในแคมเปญ “Mercedes-Benz Reinvention of Tomorrow Offers” ได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ตั้งแต่ 23 มีนาคมถึง 3 เมษายนนี้ ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 เมืองทองธานี หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์และข้อเสนอต่าง ๆ ได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ