Leica Q2 Monochrom กับกล้องดิจิทัลคอมแพคฟูลเฟรมภาพขาวดำตัวแรกของโลก


ไลก้า คาเมร่า ไทยแลนด์ ชวนเก็บความทรงจำดีดีไปกับ กล้องไลก้ารุ่นใหม่ล่าสุด Leica Q2 Monochrom (ไลก้า คิว2 โมโนโครม) กล้องดิจิทัลคอมแพคฟูลเฟรมภาพขาวดำตัวแรกของโลก ด้วยความละเอียด 47.3 ล้านพิกเซล โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบหรูดูคลาสสิกเป็นเอกลักษณ์

แต่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมการถ่ายภาพที่ล้ำสมัย ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการความสมบูรณ์ของการถ่ายภาพทั้งแนวสตรีท สถาปัตยกรรม และภูมิทัศน์ ผสานเข้ากับไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับผู้ที่รักการถ่ายภาพขาว – ดำ หรือเริ่มสนใจการถ่ายภาพแนวนี้

มาสัมผัสกล้องจุดแดงฟังก์ชั่นเท่ตัวนี้ที่ Leica Store ชั้น 2 ศูนย์การค้าเกษร วิลเลจ ตั้งแต่ 10.00 – 20.00 น.

บรรยากาศ Livestream แบบเรียลไทม์ส่งตรงจากอิตาลีเปิดตัว Lamborghini Huracán STO

อวดโฉมพร้อมกันทั่วโลกเป็นที่เรียบร้อย ผ่านการ Livestream แบบเรียลไทม์ส่งตรงจากอิตาลี กับไอคอนนิคความแรงล่าสุดจากลัมโบร์กินี Lamborghini Huracán STO (ลัมโบร์กินี ฮูราแคน เอสทีโอ) จากสนามแข่งขันสู่ที่สุดแห่งยนตรกรรมบนท้องถนน

ที่ปรับแต่งให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงอารมณ์ของการขับรถแข่งในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง มาพร้อมเครื่องยนต์ v10 ที่ให้กำลังสูงสุด 640 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรในเวลาเพียง 3 วินาที เท่านั้นโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ แห่ง เรนาสโซ มอเตอร์ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการรายเดียวในไทย ได้จัดเอ็กซ์คลูซีฟ พรีวิว ปาร์ตี้ ส่งเทียบเชิญเหล่าสาวกกระทิงดุมาร่วมยลโฉมกันอย่างคับคั่ง

อภิชาติ ลีนุตพงษ์ แห่ง เรนาสโซ มอเตอร์ (ขวา)

Apple เปิดตัว MacBook Air, MacBook Pro และ Mac mini รุ่นใหม่ ที่ขับเคลื่อนโดย M1 ชิพสุดล้ำที่เร็วขึ้นกว่ารุ่นเดิมถึง 6 เท่า!

Apple เปิดตัว  MacBook Air, MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว และ Mac mini รุ่นใหม่ ที่ขับเคลื่อนโดย M1 ชิพสุดล้ำตัวแรกที่ Apple ออกแบบมาเพื่อ Mac โดยเฉพาะ (ถือเป็นชิพที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ Apple เคยสร้างมา) M1 ช่วยพลิกโฉมหน้าประสบการณ์ของ Mac ครั้งใหม่ และด้วยประสิทธิภาพการทำงานต่อวัตต์ระดับชั้นนำในอุตสาหกรรมที่ผสานเข้ากับ macOS Big Sur ทำให้ M1 มี CPU ที่ทำงานเร็วขึ้นสูงสุด 3.5 เท่า, GPU ที่ทำงานเร็วขึ้นสูงสุด 6 เท่า, 

ความสามารถด้านการเรียนรู้ของระบบ (ML) ที่เร็วขึ้นสูงสุด 15 เท่า และระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ที่นานขึ้นกว่าเดิมสูงสุด 2 เท่า ผู้ใช้สามารถเข้าถึงคอลเลกชั่นแอพสำหรับ Mac ที่มีจำนวนมากที่สุดกว่าที่เคย อันเป็นผลจากทั้ง M1 และ Big Sur เรียกว่า Mac รุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนโดย M1 มาพร้อมประสิทธิภาพการทำงานอันน่าทึ่งและคุณสมบัติใหม่ที่ไม่ธรรมดา ในราคาที่คุ้มค่า

MacBook Air: สุดยอดขุมพลังที่ทั้งบางและเบา

MacBook Air ถือเป็น Mac ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของ Apple และเป็นโน้ตบุ๊คขนาด 13 นิ้ว ที่ขายดีที่สุดในโลก โดย MacBook Air ที่มาพร้อมชิพ M1 สามารถทำงานได้เร็วขึ้นทุกด้าน ตั้งแต่การปรับแต่งรูปภาพครอบครัวไปจนถึงการส่งออกไฟล์วิดีโอสำหรับเว็บ การทำงานของ CPU แบบ 8-core ที่ทรงพลัง สามารถประมวลผลเร็วขึ้นสูงสุด 3.5 เท่า เมื่อเทียบกับเจเนอเรชั่นก่อน ขณะเดียวกัน GPU สูงสุด 8-core ก็ทำให้การประมวลผลกราฟิกเร็วขึ้นสูงสุด 5 เท่า ถือเป็นความก้าวหน้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับ MacBook Air อันทำให้เกมต่างๆ ที่เน้นกราฟิกและความสมจริงสามารถทำงานได้ที่อัตราความเร็วของเฟรมที่สูงกว่าเดิมอย่างมาก 

นอกจากนี้การทำงานของ ML ยังเร็วขึ้นสูงสุด 9 เท่า ดังนั้นแอพต่างๆ ที่ใช้คุณสมบัติด้าน ML เช่น การรู้จำใบหน้าหรือการตรวจจับวัตถุ จึงสามารถประมวลผลโดยใช้เวลาเพียงเสี้ยวเดียวของที่ผ่านมา อีกทั้งตัวควบคุมตัวจัดเก็บข้อมูลและเทคโนโลยีแฟลชล่าสุดของชิพ M1 ยังให้ประสิทธิภาพด้าน SSD ที่เร็วขึ้นสูงสุด 2 เท่า ทำให้การเรียกดูตัวอย่างรูปภาพขนาดมหึมาหรือการนำเข้าไฟล์ขนาดใหญ่จำนวนมาก สามารถทำได้เร็วขึ้นกว่าที่เคย และชิพ M1 ใน MacBook Air ยังทำงานได้เร็วกว่าชิพอื่นที่อยู่ใน 98 เปอร์เซ็นต์ของแล็ปท็อป PC ที่จำหน่ายเมื่อปีที่ผ่าน
MacBook Air ที่มาพร้อมชิพ M1 ซึ่งประหยัดพลังงานในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม ยังมอบประสิทธิภาพผ่านดีไซน์แบบไม่มีพัดลม ดังนั้นไม่ว่าผู้ใช้จะกำลังทำอะไรก็ตาม ก็จะยังคงทำงานได้อย่างเงียบสนิท นอกจากนี้ MacBook Air รุ่นใหม่ยังมีระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานเป็นพิเศษ สามารถท่องเว็บผ่านระบบไร้สายนานสูงสุดถึง 15 ชั่วโมง และสามารถเล่นวิดีโอนานสูงสุดถึง 18 ชั่วโมง เรียกว่ามีระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานที่สุดสำหรับ MacBook Ai

MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว: ทรงพลังยิ่งขึ้นและโปรยิ่งกว่าเดิม

MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว ถือเป็นโน้ตบุ๊คระดับโปรที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของ Apple เหล่านักศึกษาใช้เพื่อการเรียนในมหาวิทยาลัย และเหล่ามืออาชีพใช้เพื่อถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ และเมื่อ MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว มาพร้อมชิพ M1 และ Big Sur ก็ทำให้ทรงพลังยิ่งขึ้นและโปรยิ่งกว่าเดิม โดย CPU แบบ 8-core ที่ทำงานร่วมกับระบบระบายความร้อนของ MacBook Pro มอบความเร็วที่เหนือกว่าเจเนอเรชั่นก่อนสูงสุดถึง 2.8 เท่า 

ให้ประสิทธิภาพการทำงานในมิติใหม่ทั้งด้านการคอมไพล์โค้ด การแปลงไฟล์วิดีโอ การปรับแต่งรูปภาพความละเอียดสูง และอีกมากมาย ส่วน GPU แบบ 8-core นั้น ก็เร็วขึ้นกว่าเดิมสูงสุดถึง 5 เท่า ทำให้ผู้ใช้ได้รับประสิทธิภาพด้านกราฟิกที่สุดจะราบรื่นไม่ว่าจะกำลังออกแบบเกมที่เน้นกราฟิกหรือออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ก็ตาม และ M1 ยังทำให้ MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว ทำความเร็วได้เหนือกว่าแล็ปท็อป Windows ยอดนิยมระดับเดียวกันสูงสุดถึง 3 เท่า  ขณะเดียวกัน ML ก็ทำงานเร็วขึ้นสูงสุด 11 เท่า และหากพูดถึงการทำงานของ ML บนตัวเครื่องซึ่งใช้ Neural Engine ต้องบอกว่าปัจจุบัน MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว ใหม่ล่าสุด ถือเป็นโน้ตบุ๊คระดับโปรรุ่นกะทัดรัดที่ทำงานได้เร็วที่สุดในโลก นอกจากนี้ MacBook Pro ยังมอบระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ที่นานกว่าเดิมสูงสุด 2 เท่า เมื่อเทียบกับเจเนอเรชั่นก่อน และยังเป็นระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่บน Mac ที่ยาวนานที่สุด โดยสามารถท่องเว็บได้สูงสุด 17 ชั่วโมง และเล่นวิดีโอได้นานถึงกว่า 20 ชั่วโมง

Mac mini: ประสิทธิภาพสุดทึ่งและดีไซน์สุดกะทัดรัด

Mac mini ถือเป็นคอมพิวเตอร์ที่อเนกประสงค์ที่สุดของ Apple และเมื่อมาพร้อม M1 ก็ทำให้มีประสิทธิภาพการทำงานอันสุดทึ่งและคุณสมบัติใหม่ ๆ อันตื่นตา ภายใต้ดีไซน์ที่แสนกะทัดรัด โดย M1 ช่วยมอบ CPU แบบ 8-core ที่มีประสิทธิภาพเร็วกว่าเจเนอเรชั่นก่อนสูงสุดถึง 3 เท่า สามารถเร่งความเร็วเวิร์กโหลดได้อย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นการคอมไพล์โค้ดนับล้านบรรทัดหรือจัดการกับโปรเจ็กต์เพลงขนาดใหญ่แบบหลายแทร็คก็ตาม ส่วน GPU แบบ 8-core ก็ให้ประสิทธิภาพด้านกราฟิกที่สูงขึ้นถึงกว่า 6 เท่า ทำให้ Mac mini สามารถรับมือกับงานที่เน้นประสิทธิภาพได้สบาย ๆ อาทิ การเรนเดอร์ 3D ที่ซับซ้อน 

นอกจากนี้การทำงานของ ML ยังเป็นไปอย่างเหนือระดับกว่าเดิม ให้ประสิทธิภาพที่เร็วขึ้นสูงสุด 15 เท่า เมื่อเทียบกับเจเนอเรชั่นก่อน และหากเทียบกับเดสก์ท็อป Windows ในระดับราคาเดียวกัน ก็ชัดเจนว่า Mac mini นั้นมีขนาดตัวเครื่องที่เล็กกว่าถึง 1 ใน 10 เท่า อีกทั้งยังให้ประสิทธิภาพการทำงานที่เร็วกว่าสูงสุดถึง 5 เท่า

ราคาและความพร้อมในการวางจำหน่าย

MacBook Air รุ่นใหม่ ราคาเริ่มต้นที่ 32,900 บาท และ 29,600 บาท สำหรับนักศึกษา; MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว ใหม่ ราคาเริ่มต้นที่ 42,900 บาท และ 39,600 บาท สำหรับนักศึกษา; และ Mac mini รุ่นใหม่ ราคาเริ่มต้นที่ 22,900 บาท และ 22,200 บาท สำหรับนักการศึกษา 

ดูข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่นี่เลยครับ

“Koenigsegg” (เคอนิกเส็กก์) เปิดบ้านในไทย ส่ง 2 ไฮเปอร์คาร์หาชมยาก! จากสวีเดนสู่กรุงเทพมหานคร พร้อมฉลองแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

“Koenigsegg” (เคอนิกเส็กก์) สุดยอดแบรนด์รถไฮเปอร์คาร์สมรรถนะสูงสัญชาติสวีเดน ร่วมกับ บริษัท       เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย จำกัด (ในเครือชาริช โฮลดิ้ง) นำโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ และ ศักดิ์ นานา กรรมการ จัดงาน “Koenigsegg Bangkok: The Ultimate Performance” แกรนด์ โอเพนนิ่ง ปาร์ตี้ เปิดตัวแบรนด์ “Koenigsegg” ที่ล่าสุดเปิดบ้านในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมร่วมเฉลิมฉลองกับอีกก้าวประวัติศาสตร์ของ เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย (ในเครือชาริช โฮลดิ้ง) เมื่อ Koenigsegg Automotive AB(เคอนิกเส็กก์ ออโตโมทีฟ เอบี) ประกาศแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายไฮเปอร์คาร์       เคอนิกเส็กก์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย 

ร่วมด้วยไฮไลท์ที่หาชมยาก! ส่งตรงจากสวีเดนสู่กรุงเทพมหานคร กับการเผยโฉมที่สุดแห่งนวัตกรรมไฮเปอร์คาร์ 2 รุ่น มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท อย่าง Koenigsegg Gemera Mega-GT สี่ที่นั่งคันแรกของโลก (The World’s First Mega-GT and Koenigsegg’s First For Four) และ Koenigsegg Jesko Absolut ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วและแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Koenigsegg (The Fastest Koenigsegg Ever – Forever) โดยมีเหล่าเซเลบริตี้แถวหน้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ เฉลิมชัย มหากิจศิริ,     สุรเชษฐ วรวงศ์วสุ, วงศ์ชนก ชีวะศิริ, ทวี – นรรจาพร จงควินิต, ธีระ ซอโสตถิกุล, สาริศ รัตนาวะดี, วารีนิธิ  กันท์ไพบูลย์, และ ดีเจเพชรจ้า- วิเชียร กุศลมโนมัย เป็นต้น เมื่อค่ำวันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2563 ณ ห้องบอลรูม โรงแรม พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ

“Koenigsegg” ก่อตั้งขึ้นในปี 1994 จากปณิธานอันแน่วแน่ของเด็กหนุ่มวัย 22 ปี ที่ต้องการสร้างรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบโดยไร้ขีดจำกัดอย่าง Christian von Koenigsegg (มร.คริสเตียน ฟอน เคอนิกเส็กก์) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KoenigseggAutomotive AB โดยทุกรายละเอียดองค์ประกอบของรถจะต้องทำงานร่วมกันอย่างลงตัวเพื่อประสิทธิภาพการขับขี่สูงสุด (Ultimate performance) ทุกขั้นตอนตั้งแต่การผลิตโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ ไปจนถึงการตกแต่งภายในของ “Koenigsegg” ถูกสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันด้วยมือ รถทุกคันจึงเปรียบดั่งงานศิลป์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ สร้างขึ้นตามมาตรฐานสูงสุดของแบรนด์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกรายละเอียด ขณะที่ความล้ำสมัยทางนวัตกรรมก็เป็นที่ขึ้นชื่อ โดยช่วงหลายปีที่ผ่านมาแบรนด์เดินหน้าเปิดตัวและจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมาย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะได้เห็นการทำลายสถิติโลกอย่างต่อเนื่องในรถหลากหลายรุ่น

อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ บริษัท เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย จำกัด (ในเครือชาริช โฮลดิ้ง) กล่าวว่า

“วันนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย ที่พิสูจน์ตัวเองถึงความเป็นโปรเฟสชั่นแนลในอุตสาหกรรมยานยนต์โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ ขณะที่ “Koenigsegg” เองก็เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้คนทั่วโลกมาโดยตลอดในเรื่องการสร้างไฮเปอร์คาร์สมรรถนะสูง ผมจึงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับแต่งตั้งจาก Koenigsegg Automotive AB ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายไฮเปอร์คาร์ เคอนิกเส็กก์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย (Koenigsegg Bangkok) เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ยากจะมีใครได้สัมผัสให้แก่ลูกค้าแบบรอบด้าน เสมือนไปเยือนบ้านของ “Koenigsegg” ที่เมือง Ängelholm ประเทศสวีเดน ด้วยตนเอง”

ดูโพสต์นี้บน Instagram

ชมภาพบรรยากาศงานเปิดตัว Koenigsegg Bangkok กับแบรนด์รถ hypercar สมรรถนะสูงจากประเทศสวีเดน ภายในงานมีรถไฮไลท์ 2 รุ่น อย่าง Koenigsegg Jesko Absolut และ Koenigsegg Gemera ส่งตรงจากสวีเดน ให้แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนในงาน ได้สัมผัสและยลโฉมกันอย่างใกล้ชิด สัมผัสความเร็วเหนือขีดจำกัดกับ Koenigsegg ได้ที่โชว์รูม Koenigsegg Bangkok วิภาวดี 22 #KoenigseggBangkok #Koenigsegg #Gemera #JaskoAbsolut #UltimatePerformance

โพสต์ที่แชร์โดย koenigseggbangkok (@koenigseggbangkok) เมื่อ

Transparent ผู้ผลิตลำโพงดีไซต์มินิมอลจากสวีเดนเปิดตัวลำโพงขนาดเล็กแต่พลังเสียงแน่นๆรุ่นล่าสุด!

หนึ่งในลำโพงที่ดีไซน์จัดจ้านที่สุดตอนนี้ Transparent จากประเทศสวีเดนเปิดตัวลำโพงขนาดเล็กรุ่นล่าสุด The Small Transparent Speakers ที่มากับดอกลำโพง 15 วัตต์ 2 ตัว พร้อมชุดวงจรควบคุมแบบมินิมอล-เรียบง่าย โดยมีให้เลือกสองสีคือขาวและดำ ซึ่งราคาก็อยู่ที่ 550 USD หรือประมาณ 17,400 บาทถือเป็นอีกหนึ่ง gadget ที่น่าสนใจมากๆครับ!

Samsung Galaxy Z Fold2 5G กับบทสัมภาษณ์ First Impression จาก 2 นักธุรกิจแถวหน้า

เปิดตัวไปแล้วอย่างงดงามและสร้างความตื่นใจให้กับวงการ ด้วยสุดยอดนวัตกรรมสมาร์ทโฟนจอพับได้ยิ่งใหญ่ที่สุดของสมาร์ทโฟนกาแลกซี่ ที่เป็น“สมาร์ทโฟนจอพับได้ที่ผสมผสานสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตไว้ในเครื่องเดียว” พกพาสะดวก มาในดีไซน์สุดหรูบ่งบอกนิยามแห่งอนาคต โดยเฉพาะนักธุรกิจแถวหน้าทั้งหลายที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตแบบไม่มีข้อจำกัด เพราะสมาร์ทโฟนนี้เหมือนย่อเอาออฟฟิศมาอยู่ในโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว

มีโอกาสได้ถามความเห็นของนักธุรกิจแถวหน้าอย่างกรณ์ ณรงค์เดช ผู้บริหารหนุ่มแห่งเคพีเอ็น กรุ๊ป ที่กำลังมีข่าวดีที่จะมีทายาทน้อยๆ กับภรรยาสาวแสนสวยศรีริต้า เจนเซ่น ฉะนั้นชีวิตของเขาจึงต้องมีสมาร์ทโฟนที่ทันสมัยสุดล้ำทำให้ชีวิตทั้งการงานและส่วนตัวของเขาเกิดความคล่องตัวไม่ว่าเขาจะสวมบทบาทไหน ความที่เป็นนักธุรกิจอสังหาฯ ระดับท็อปของประเทศ ทำให้คุณกรณ์ต้องเลือกสรรทุกสิ่งว่าต้องดีที่สุดสำหรับเขา แม้แต่การได้ร่วมเป็น KOL ให้กับสมาร์ทโฟน Samsung รุ่นนี้ ทำให้เขามีโอกาสได้สัมผัสความพิเศษและฟังก์ชั่นต่างๆ ก่อนใคร 

“จริงๆ ไม่ค่อยรับทำอะไรแบบนี้ คือจะรับอะไรก็ต้องดูว่าเป็นโปรดักส์ที่ชอบและคิดว่าจะใช้จริง และก็เลือกนิดนึง แล้วสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็ชอบเลย ปัจจุบันนี้ใช้มือถือก็ใช้ทุกฟังก์ชั่นหมด ไม่ว่าจะใช้อีเมล์ ดูคลิป ดูโน่นดีนี่ บางทีมือถือทั่วไปก็อาจจะเล็กไป ยิ่งถ้าต้องทำอีเมล์ยาวๆ อันนี้ก็ตอบโจทย์ จากสมัยก่อนเราก็ต้องพกทั้งแล็บท็อป ทั้งแท็บเล็ต ทั้งมือถือ อันนี้ตอบโจทย์มากๆ  เพราะว่าขนาดหน้าจอเปิดออกมาให้ใหญ่ขึ้นได้ แถมยังทำงานได้ง่าย ขณะเดียวกันเวลาพับก็สามารถใส่กระเป๋าแจ็คเก็ตได้ พกพาสะดวก และอีกฟังก์ชั่นนึงที่เป็นพระเอกของเขาเลย คือ Split Screen สามาถทำ Multi-Active Window สามารถเปิดแอพได้พร้อมๆกัน 2-3 แอพเลย ต้องยอมรับว่าเหนือชั้นและตอบโจทย์ทุกอย่างของไลฟ์สไตล์จริงๆ”

ฟีเจอร์ใหม่ๆที่พัฒนามามาจากสมาร์ทโฟนจอพับได้รุ่นก่อนๆของซัมซุง เพื่อตอบโจทย์คนที่ชอบทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกันให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด  

เมื่อพับเครื่อง ใช้งานสมาร์ทโฟนได้เต็มจอบนหน้าจอกว้างขนาด 6.2 นิ้ว จับถนัดมือ พกใส่กระเป๋าได้สะดวก และเมื่อกางเครื่องออกยังสามารถใช้งานแอพลิเคชันได้ต่อเนื่อง บนหน้าจอหลักด้านใน อาทิเมื่อมี VDO Call เข้ามาในขณะแชตไลน์ สามารถกางเครื่องรับสายวิดีโอคอลเพื่อภาพที่เต็มตามมากขึ้น โดยที่ยังสามารถแชตต่อได้

 

มาถึงสาวนักธุรกิจแถวหน้าอีกท่านที่เธอทั้งเก๋และทั้งเก่ง แพม-สิตามนินท์ สุสมาวัฒนะกุล หรือที่เราคุ้นกันในชื่อ แพม Superrich เธอก็เป็นอีกหนึ่งที่ได้เป็นเจ้าของสุดยอดสมาร์ทโฟนนี้ก่อนใคร และได้ทดลองใช้จนเห็นถึงประสิทธิภาพว่าตอบสนองต่อนักธุรกิจเช่นเธออย่างไร

“รู้สึกว่าตื่นเต้นกับโทรศัพท์เครื่องใหม่นี้ เมื่อมีมีโอกาสได้ใช้ รู้สึกว่าฟังก์ชั่นหลายอย่างที่ช่วยเราทำงานสะดวกขึ้น ปกติชีวิตประจำวันก็ค่อนข้างจะวุ่นนิดหน่อย ต้องทำอะไรหลายๆ อย่างไปพร้อมๆ กัน โดยเฉพาะการติดต่อสื่อสารอะไรตลอดทั้งวันแบบนี้ค่ะ  คือดีมากๆ ถ้าสามารถทำหลายๆ ฟังก์ชั่นได้พร้อมๆกัน ก็ประทับใจ ปกติเราจะต้องพกสมาร์ทโฟนกับแท็บเล็ตอย่างละหนึ่ง แต่ว่าอันนี้พอจอใหญ่มากก็เหมือนรวมอุปกรณ์ทั้งสองอย่างไว้เป็นหนึ่งเดียว แล้วเราก็พกอย่างเดียว ไม่ต้องพกอะไรเยอะแยะ สะดวกมาก คือว่าทำงานอย่างนี้ปกติจะต้องดูอะไรหลายอย่าง มีข้อมูล ข่าว ราคาค่าเงิน พอเป็นจอใหญ่ก็ใช้สะดวก ไม่ต้องพก 2 อย่างแล้ว สำหรับใครชอบถ่ายรูปสามารถ Selfie กล้องหลังแบบนี้ได้ด้วยนะคะ ได้ภาพสวยด้วย”

ขนาดหน้าจอด้านในเมื่อกางเครื่องออก มีขนาดกว้างถึง 7.6” เทียบเท่าแท็บเล็ต รองรับค่ารีเฟรชเรท 120 Hz (เฮิร์ซ) ให้ภาพสมูท รู้สึกสบายตาในการใช้งาน มาพร้อมฟีเจอร์ Multi-Active Window ให้คุณเปิดใช้งานได้พร้อมกันถึง 3 หน้าจอพร้อมจัดวาง Layout หน้าจอได้อิสระ ตอบโจทย์คนที่ชอบทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ทั้งวิดีโอคอล, แชตไลน์ไปพร้อมกับเสิร์ชหาข้อมูลได้ในเวลาเดียวกัน

พร้อม Flex Mode โหมดที่ให้คุณกางเครื่องใช้งานได้หลายองศา รองรับการใช้งานได้หลากหลาย ทั้งการถ่ายรูป วิดีโอคอล ดูหนัง ได้โดยไม่ต้องถือเครื่อง, ถ่ายเซลฟี่ ภาพสวยคมชัดด้วย กล้องหลัง หรือ Dual Preview ที่ทำให้ผู้ถูกถ่ายเห็นตัวเองได้ในขณะกำลังถูกถ่ายอยู่ด้วยกล้องหลัง ให้คุณจัดแต่งหน้าตาและทรงผม ไปในรูปแบบที่คุณอยากจะให้เป็นได้ มาพร้อมกล้องระดับโปร 5 ตัว, รองรับความเร็ว 5G โดยในประเทศไทยจะมีการนำ Samsung Galaxy Z Fold2  มาขายใน 2 เฉดสี Mystic Bronze (มิสทีค บรอนซ์)  และ Mystic Black (มิสทีค แบล็ค)  

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://www.samsung.com/th/galaxy-z-fold2/

โดดเด่นทะลุกาแล็คซี่กับ Samsung Galaxy Z Fold2 5G

สร้างกระแสความฮือฮาลั่นวงการกับการเปิดตัวนวัตกรรมสมาร์ทโฟนจอพับได้แห่งอนาคต Galaxy Z Fold2 5G (กาแลคซี่ ซี โฟลด์ ทู ห้าจี) สมาร์ทโฟนจอพับได้ที่ผนวกการใช้งานของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตไว้ในเครื่องเดียว ไม่เพียงรูปลักษณ์ที่สวยหรู แต่ทั้งยังเพียบพร้อม ไปด้วยฟีเจอร์ใหม่ๆที่ได้รับการพัฒนามาจากสมาร์ทโฟนจอพับได้รุ่นก่อนๆของซัมซุง เพื่อตอบโจทย์คนที่ชอบทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกันให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

เรามาดูกันว่าความพิเศษที่ว่านั้นเป็นเช่นไร

เมื่อพับเครื่อง เราใช้งานสมาร์ทโฟนได้เต็มจอบนหน้าจอกว้างขนาด 6.2 นิ้ว กระชับจับถนัดมือ พกใส่กระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงได้สะดวก เมื่อกางเครื่องออกยังสามารถใช้งานแอพลิเคชันได้ต่อเนื่อง บนหน้าจอหลักด้านใน ยกตัวอย่าง ขณะที่คุณกำลังแชตไลน์ติดพันกลับมีเมื่อมี VDO call เข้ามาในที่คุณจำเป็นต้องรับสาย คุณสามารถกางเครื่องเพื่อรับสายวิดีโอคอลเพื่อให้ได้ภาพที่เต็มตามมากขึ้น โดยที่ยังสามารถแชตต่อได้ คุณจะแชตเรื่องงานกับลูกค้าไปพร้อมๆ กับประชุมทางวิดีโอคอลกับทางออฟฟิศในคราวเดียวกันได้สบายๆ ไม่ต้องพูดถึงเมื่อใช้ฟังก์ชั่นเหล่านี้ในเวลาสังสรรค์กับคนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูงว่าจะสะดวกและเพลินแค่ไหน


คราวนี้เรามาดูขนาดหน้าจอด้านในเมื่อกางเครื่องออก มีขนาดกว้างถึง 7.6” เทียบเท่าแท็บเล็ต ดูภาพได้อิ่มเต็มตา รองรับค่ารีเฟรชเรท 120 Hz (เฮิร์ซ) จึงให้ภาพชัดคม รู้สึกสบายตาเมื่อใช้งาน มาพร้อมฟีเจอร์ Multi-active window ที่คุณเปิดใช้งานได้พร้อมกันถึง 3 หน้าจอพร้อมจัดวาง Layout หน้าจอได้อิสระ ตอบโจทย์คนที่ชอบทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ใครจะวิดีโอคอลไปพร้อมๆ กับแชตไลน์แล้วต้องเสิร์ชหาข้อมูลได้ในคราวเดียวกันก็ย่อมได้ นี่คือประสิทธิภาพที่มาเหนืออย่างแท้จริง ลองใช้แล้วคุณจะรู้ว่าฟังก์ชั่น 3 หน้าจอนี้คือไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่อย่างแท้จริง


แน่นอนว่าหน้าจอพับนี้ไม่ได้สะดวกหรือมีประโยชน์เพียงการขยายหน้าจอ แต่ Flex Mode ทำให้คุณกางเครื่องใช้งานได้หลายองศา รองรับการใช้งานได้หลากหลาย บางคนอาจจะนึกไม่ถึงว่าจำเป็นเช่นนั้นจริงหรือ ลองคิดดูว่า คุณสามารถถ่ายรูป วิดีโอคอล ดูหนัง ได้โดยไม่ต้องถือเครื่อง, สามารถถ่ายเซลฟี่ ภาพสวยคมชัดด้วยกล้องหลัง หรือ Dual Preview ที่ทำให้ผู้ถูกถ่ายเห็นภาพตัวเองได้ในขณะกำลังถูกถ่ายอยู่ด้วยกล้องหลัง โดยเฉพาะคนที่พิถีพิถันว่าต้องได้ภาพตัวเองที่เป๊ะ คุณจึงสามารถดูแลความเรียบร้อยของหน้าตาและทรงผมในแบบที่คุณอยากจะให้เป็นได้ง่ายๆ ไม่ว่าสายถ่ายภาพแนวมืออาชีพหรือสายเซลฟี่สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกล้องระดับโปร 5 ตัวนี้ตอบโจทย์คุณแน่ๆ และรองรับความเร็ว 5G


ทีนี้อยากทราบแล้วใช่ไหมว่าในประเทศไทยจะมี Samsung Galaxy Z Fold2 5G ให้เลือกกี่เฉดสี คำตอบก็คือ 2 เฉดสี Mystic Bronze (มิสทีค บรอนซ์) และ Mystic Black (มิสทีค แบล็ค) โดยเริ่มเปิดจอง พร้อมรับสิทธิพิเศษตั้งแต่วันนี้ 2 ก.ย. – 13 ก.ย. นี้ โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก www.samsung.com/th

ล้างรูปได้ทุกที่! Polaroid เปิดตัวเครื่องปริ้นท์รูปขนาดพกพาน้ำหนักเพียง 225 กรัม

ล้างรูปได้ทุกที่! Polaroid เปิดตัวเครื่องปริ้นท์รูปขนาดพกพาน้ำหนักเพียง 225 กรัมที่สามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ผ่านแอพแล้วปริ้นรูปขนาด 2*3 นิ้วคุณภาพสูง high-resolution ได้ทันทีภายในเวลาไม่ถึง 1 นาที!

วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ราคา 130 USD หรือประมาณ 4,000 บาทโดยในเซทจะมาพร้อมกระดาษอีกสองกล่อง กล่องละ 20 รูป ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง gadget ที่น่าสนใจมากครับ!

เสปคโดยรวมมีดังต่อไปนี้ครับ

  • ระบบการพิมพ์ Dye Diffusion Thermal Transfer
  • ความละเอียด 291 dpi
  • เวลาในการพิมพ์ < 50 วินาที
  • ขนาดกระดาษพิมพ์ 54 x 86 มม. (2.1” x 3.4”)
  • รองรับสมาร์ทโฟน iOS versions 12.2+, Android 7+
  • พลังงาน แบตเตอรี่ Li-ion 620mAh ชาร์จไฟผ่านพอร์ต micro USB
  • ขนาดตัวเครื่อง สูง 26.9 × กว้าง 149.8 × หนา 79.5 มม.
  • น้ำหนัก 260 กรัม

ขับขี่อย่าง 007! Aston Martin เผยโฉมรถยนต์ DB5 สุดคลาสสิกจากภาพยนตร์ James Bond

แม้ว่าภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ภาคสุดท้ายของ Daniel Crag อย่าง No Time to Die จะยังไม่เข้าฉายจนว่าจะถึงเดือนพฤศจิกายน แต่ผลงานรถยนต์ DB5 ของ Aston Martin ครั้งใหม่นี้ก็พอที่จะทำให้เราหายคิดถึงสายลับแดนผู้ดีคนนี้ไปพลาง ๆ ก่อนได้ไม่มากก็น้อยเลยครับ 

รถรุ่นนี้ปรากฏให้เห็นในหนังบอนด์ครั้งแรกในภาค Goldfinger (1964) ที่รับบทโดย Sean Connery ส่วนในการสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะมีรูปลักษณ์ภายนอกตามแบบต้นฉบับแล้ว DB5 ยังซ่อน gadget ต่าง ๆ ไว้ประหนึ่งว่าเป็นรถของสายลับ 007 จริง ๆ  

ภายนอกนั้นมีหน้าตาตามฉบับ DB5 รุ่นปกติจากตัวถังอะลูมิเนียมและโครงเหล็ก มีสมรรถนะที่น่าประทับใจด้วยเครื่องยนต์ 4.0 ลิตร ระบบ N/A อินไลน์ 6 สูบที่มากับขุมพลัง 290 แรงม้า แต่หากดูใกล้ ๆ แล้ว จะพบกับอุปกรณ์เสริมสุดร้ายกาจตามสไตล์ 007 ทั้งช่องปล่อยควันและช่องปล่อยน้ำมันจำลอง ช่องปืนกลจำลอง กันชนกระแทก ป้ายทะเบียนที่สลับได้เอง และตัวเจาะยางจำลอง อีกทั้งแผงหลังคานั้นสามารถถอดออกได้ด้วย

ส่วนด้านในก็มีลูกเล่นไม่แพ้กัน ทั้งโทรศัพท์ที่ประตูด้านข้างคนขับ จอติดตามเรดาร์จำลอง ถาดลับใส่อาวุธใต้ที่นั่ง รีโมทสั่งการทุกเก็ตเจ็ตของรถ และกระปุกเกียร์ตรงแผงคอนโซลกลาง จะมีก็แต่ที่นั่งที่ดีดตัวได้ที่ยังคงเป็นออฟชั่นเสริมเพียงในหนังเท่านั้น 

รถยนตร์ DB5 Goldfinger รุ่นพิเศษนี้ผลิตขึ้นเพียง 25 คันเท่านั้น และทุกคันกำลังจัดส่งไปสู่มือเจ้าของแล้ว ส่วนตอนนี้ เรามาชมความเท่ของ DB5 สุดคลาสสิกนี้กันได้เลยครับ! 

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun

ASUS ROG ZEPHYRUS G14 โน้ตบุ๊กสายเกมมิ่งที่โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบหรูและน้ำหนักสุดเบา

เป็นอีกหนึ่ง gadget ที่ขาดไม่ได้อยู้แล้วสำหรับโน้ตบุ๊กโดยเฉพาะอย่างยิ่งสายเกมมิ่งหรือสายดีไซน์ที่ต้องการฟังก์ชั่นครบๆ ดีไซน์เรียบเท่ แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นาน และ น้ำหนักที่เบาสะดวกต่อการพกพา ASUS ROG ZEPHYRUS G14 จึงเป็นคำตอบที่ลงตัวและตอบโจทย์ความต้องการได้ครบถ้วน แต่จะโดดเด่นกว่าโน้ตบุ๊กรุ่นอื่นๆอย่างไรนั้น L’Officiel Hommes จะขอมาสรุปฟังก์ชั่นแรงๆของโน้ตบุ๊กดีไซน์เท่เครื่องนี้ครับ

  • น้ำหนักเบาเพียง 1.6 KG ดีไซน์เรียบหรูสะกดทุกสายตา สีดำ Eclipse Gray ใช้งานได้ทุกสถานที่ไม่ว่าจะในที่ประชุมหรือการพกไปเล่นเกมกับเพื่อน
  • ระบบการทำงานด้วยโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุดจาก AMD สุดยอดความแรงแห่งปี 2020 ที่จะทำให้การเล่นเกมและงานทุกงานลื่นไหลกว่าที่เคยเป็นมา
  • ใช้งานนอกบ้านได้ทั้งวันกับแบตเตอรี่ ใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 10 ชั่วโมง , รองรับการชาร์จแบบ PD ผ่านช่อง USB Type-C ให้คุณชาร์จแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กโดยการใช้อแดปเตอร์ร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆได้อย่างง่ายดาย
  • การ์ดจอสุดละเอียด NVIDIA GEFORCE GTX1650TI 4 GB GDDR6 รุ่นใหม่ล่าสุดประจำปี 2020 พร้อมรองรับการใช้งานที่หลากหลาก ทั้งเล่นเกมและทำงาน
  • หน้าจอแบบ FHD IPS 120Hz 100% sRGB, พร้อมมาตราฐานสีของจอ  Pantone® Validated หน้าจอคมชัดทุกมุมมองแสดงสีสันได้แม่นยำในทุกเฉด เหมาะสำหรับทุกความบันเทิงและการแต่งภาพระดับมืออาชีพ
  • Dolby Atmos ระบบเสียงรอบทิศทางแบบเดียวกับในโรงภาพยนตร์ พร้อมลำโพงมากถึง 4 ตัว สัมผัสเสียงคุณภาพสูงโอบล้อมรอบทิศทางซึ่งหาได้ยากในโน้ตบุ๊กรุ่นทั่วไป

เรียกได้ครบถ้วนตอบโจทย์มากๆครับไม่ว่าไลฟ์สไตล์ของคุณนั้นจะเป็นแบบไหนทั้ง ทำงาน เล่นเกมส์ สตรีม หรือสร้างสรรค์ผลงานต่างๆก็ทำได้ง่ายๆครับ

Spec:

• CPU: AMD R7-4800HS

• Memory: 16GB DDR4 BUS 3200 Mhz. (8GB*2)

• Graphics:  NVIDIA Geforce GTX 1650Ti

• Storage:  512GB PCIE SSD

• Display: 14.0” FHD 120 Hz IPS-level panel ,100% sRGB, Pantone validated

• Keyboard:lighting

• Intel® Wi-Fi 6 with Gig+ performance (802.11ax) + Bluetooth 5.0

• OS: Windows 10 Home

• Weight: 1.6kg

• Support PD Adapter(USB Type-C charging)

สามารถเลือกชมสินค้าได้ที่นี่เลยครับ