ผลงานการร่วมมือกันของ โลตัส อาร์ต เดอ วิฟว์ (Lotus Arts De Vivre) และฮาฟ แคส ครีเอชั่นส์ (Half Caste Creations) ที่หนุ่มๆ ที่ชอบความแรงและหลงใหล

ผลงานการร่วมมือกันของ โลตัส อาร์ต เดอ วิฟว์ (Lotus Arts De Vivre) และฮาฟ แคส ครีเอชั่นส์ (Half Caste Creations) ที่หนุ่มๆ ที่ชอบความแรงและหลงใหลในเครื่องยนต์จะต้องชอบกับการออกแบบเครื่องประดับทั้งสำหรับแต่งกายและประดับยนต์ที่จะเผยโฉมในวันที่ 13 มีนาคมนี้นั่นก็คือมอร์เตอร์ไซค์ที่ชื่อ KETO อันเป็นผลงานรังสรรค์ที่นำเอาความเก่งกาจเรื่องงานฝีมือของ Lotus Arts De Vivre มาผสานกับความเชี่ยวชาญและหลงใหลในเครื่องยนต์วินเทจของ Half Caste Creations

แต่ก่อนที่เราจะได้ชม KETO เราได้พบกับคอลเล็กชั่นเครื่องประดับที่มีทั้งแหวน กำไล เข็มขัด ฯลฯ รวมทั้งเสื้อเชิ้ตผ้าไหมลายพิมพ์พิเศษ และเราได้เห็นชิ้นส่วนที่จะรวมร่างเป็น KETO นอนนิ่งสงบในตู้ปลาขนาดใหญ่ แน่นอนว่าจะต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ เพราะชิ้นส่วนทั้งหมดที่เราเห็นทำจากเงินสเตอร์ลิง 925 ทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ KETO เป็นจิวเวลรีที่เคลื่อนที่ได้ด้วยความแรงระดับซูเปอร์ไบค์

#LotusArtsDeVivre #HalfCasteCreations

Related Post

Welcome the new comer Huawei MateBook X Pro

Welcome the new comer

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างน่าประทับใจจากการทำตลาดสมาร์ทโฟนของค่าย Huawei ก็ถึงเวลาที่จะมาลุยตลาดใหม่ที่ใหญ่และน่าสนใจไม่แพ้สมาร์ทโฟน

Huawei MateBook X Pro โน๊ตบุ๊กเรือธงรุ่นแรกของแบรนด์ที่พร้อมมาสู้ศึกโน๊ตบุ๊กระดับพรีเมียมสุดโหดที่มีขาประจำยืนคุมตลาดในประเทศไทย

ภายนอกเน้นเรื่องดีไซน์ที่สวยงาม บางเฉียบเพียง 14.6 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนักเบากำลังดีที่ 1.33 กิโลกรัมเท่านั้น สะดวกจะถือไปนั่งทำงานตามร้านกาแฟแบบไม่อายใคร

หน้าจอความละเอียดระดับ 3K ที่สามารถทัชสกรีนพร้อมกันได้มากถึง 10 จุด รองรับการเปิดเครื่องด้วยการสแกนลายนิ้วมือ มีฟีเจอร์ที่เป็นมัดเด็ดคือกล้องหน้าความละเอียด 1 MP ที่ซ่อนอยู่กลางคีบอร์ดด้านบน ทั้งยังได้ Dolby Atmos มารับหน้าที่ดูแลระบบเสียงให้ดังอย่างมีมิติ

มีจำหน่ายในประเทศไทยด้วยกัน 2 รุ่น รุ่นใหญ่ใช้ขุมพลัง 8th Generation Intel® Core™ i7-8550U พร้อมกับการ์ดจอ NVIDIA® GeForce® MX150 with 2GB GDDR5 RAM 16GB ที่เก็บความจุแบบ SSD 512 GB และ รุ่นเล็กใช้ขุมพลัง 8th Generation Intel® Core™ i5-8250U พร้อมกับการ์ดจอ Intel UHD 620  with RAM 8GB  ที่เก็บความจุ 256 GB

Related Post

Sony เปิดตัวกล้อง Mirrorless ในซีรี่ส์ Alpha รหัส A6400 เมื่อคืนที่ผ่านมา

เมื่อคืนนี้ Sony ได้มีการเปิดตัวกล้อง Mirrorless ในซีรี่ส์ Alpha รหัส A6400 ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อต่างๆ และมีสเปคที่น่าทึ่ง เหมาะกับคนที่อยากมี Vlog เป็นของตัวเองแล้วยังไม่รู้จะซื้อกล้องตัวไหน เราไปทำความรู้จักกล้องรุ่นนี้กันเลยครับ

Sony Alpha A6400 ต่อยอดมาจาก A6300

แม้จะไม่ได้มีการอัปเกรดให้แตกต่างกันมากนัก ทั้งเรื่องขนาดและสเปคโดยรวม แต่กล้อง Sony Alpha A6400 นั้น มาพร้อมกับฟีเจอร์บางอย่างที่เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน โดยเฉพาะหน้าควบคุมแบบ Touchscreen รวมถึงการเชื่อมต่อด้วย Bluetooth ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการถ่ายโอนรูปภาพและไฟล์วิดีโอนั่นเองครับ

เมื่อเทียบกับ Sony A6300 ก็จะเพิ่มลูกเล่นเข้ามาให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้นทั้งหน้าจอพับเซลฟี่, การถ่ายวิดีโอ 4K ที่โฟกัสดีขึ้น และฟังกชัน Time Lapes ภายในตัวกล้อง ซึ่งฟีเจอร์นั้นหมดที่อัพเกรดเพิ่มเข้ามานั้นเหมาะกับสายวิดีโออย่างมาก ทั้งคนที่ชอบท่องเที่ยวและคนที่เป็น Youtuber

Sony Alpha A6400 เป็นกล้องที่มี Autofocus ไวที่สุดในโลก

หนึ่งในข้อได้เปรียบและเป็นจุดแข็งของกล้อง Sony Alpha A6400 คือการรองรับจุดโฟกัสกว่า 425 ตำแหน่ง ครอบคลุมพื้นที่ในภาพถึง 84% ทำให้โฟกัสภาพได้แม่นยำกว่ารุ่นเก่า นอกจากนี้ Sony ยังเคลมอีกว่า กล้องรุ่นนี้สามารถโฟกัสวัตถุได้ภายในเวลา 0.02 วินาที!!

มาพร้อมเทคโนโลยี Real-time Eye AF และ Real-time Tracking

นอกจะมีโฟกัสที่ทำงานได้รวดเร็วแล้ว Sony จึงเสริมด้วยเทคโนโลยี Real-time Eye AF ที่สามารถโฟกัสไปที่ดวงตาของผู้คนได้อย่างแม่นยำ และ Real-time Tracking ซึ่งใช้ในการโฟกัสไปที่ตำแหน่งของวัตถุหรือสิ่งมีชีวิต จึงเหมาะแก่การใช้ถ่ายภาพทั้งบุคคลและสัตว์ต่างๆ โดยเทคโนโลยีทั้ง 2 นี้ จะควบคุมด้วย AI อันชาญฉลาดนั่นเองครับ

เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ด้วยจอควบคุมแบบสัมผัส และการเชื่อมต่อไร้สาย

ดังที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ว่ากล้อง A6400 นั้น ได้เพิ่มฟีเจอร์สำคัญที่ช่วยให้เราใช้งานได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น นั่นคือจอควบคุมขนาด 3 นิ้ว ที่มาพร้อมระบบ Touchscreen แถมยังเป็นรุ่นแรกในซี่รี่ย์ A6000 ที่มีจอพับเซลฟี่ได้ถึง 180 องศาอีกด้วย แล้วสามารถใช้งานสั่งการเพียงไม่กี่คลิก หรือถ่ายรูปเซลฟี่ก็ทำได้ง่ายๆ นอกจากนี้เมื่อถ่ายรูปเสร็จแล้ว ก็ยังสามารถส่งรุปภาพไปยัง PC หรือมือถือได้ ผ่านการเชื่อมต่อ Bluetooth ถือว่าตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบันได้ดีทีเดียว

รองรับการอัดวิดีโอคุณภาพสูงระดับ 4K

ทางด้านการอัดวิดีโอนั้น กล้อง Sony Alpha A6400 สามารถอัดวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K ในเฟรมเรต 30 FPS ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ลดคุณภาพ ได้ครบทุกเม็ดพิกเซล อีกทั้งยังรองรับการอัดวิดีโอความละเอียด 1080p ในอัตรา 120 fps อีกด้วย ที่สำคัญไปกว่านั้นในเรื่องเสียงก็มีช่องเสียบไมค์แยกอีกด้วย

นอกจากนี้ทาง Sony ยังได้เพิ่มฟีเจอร์ Time-Lapes เข้ามาในตัวกล้อง ทำให้สะดวกต่อการทำ Time-Lapes มากขึ้น โดยที่เราไม่ต้องไปหาชื้ออุปกรณ์เสริมหรือลงแอพพิเคชั่น

รองรับ Hybrid Log-Gamma (HLG) picture profile

เพื่อให้การถ่ายภาพและอัดวิดีโอออกมาสวยสมจริง Hybrid Log-Gamma (HLG) picture profile จะช่วยให้กล้อง A6400 รองรับช่วงสีที่กว้างขึ้น จึงสามารถเก็บภาพหรือเรื่องราวต่างๆ ได้ โดยไม่ลดทอนคุณภาพสี และชิ้นงานที่ได้สวยสมจริงราวกับอยู่ในเหตุการณ์นั้นๆ เลยทีเดียว

วันวางจำหน่ายและราคา

Sony Alpha A6400 ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 899 ดอลลาร์ หรือประมาณ 29,000 บาทครับ สำหรับตัวบอดี้ และ 999 ดอลลาร์ หรือประมาณ 32,500 บาท พร้อมเลนส์ Kits 16-50 mm เริ่มจำหน่ายช่วงเดือนกุมภาพันธ์ในสหรัฐอเมริกา สำหรับประเทศไทยคาดการณ์ว่าจะไม่ห่างกันนักครับ

Related Post

Leica “Bold Grey” นักสะสมเตรียมพร้อม ดีไซน์ คุณภาพคับจอลิมิเต็ดอิดิชั่นแค่ 60 ตัวเท่านั้น

Related Post Leica รุ่นไหนน่าเล่น น่าเก็บ… New Leica Camera : LEICA T 701 Welcome the new comer Huawei MateBook X Pro The brave come to town : ออเนอร์ (Honor) ปฏิวัติวง… “อยากจะอยู่รอดก็ต้องวิวัฒนาการ” Nokia … “ผมคนหนึ่งล่ะ ที่ไม่สนใจ iPhone 7” คำพ… Leica M-D กล้องดิจิตอลสไตล์วินเทจไร้จอแสดงผล… Huawei P9 เรือธงใหม่ ที่มาพร้อมกล้องแบบคู่จาก Leic…

Related Post

THE TINY BEAST ซูเปอร์คาร์ที่ไว้ใช้ชีวิตประจำวันได้สบายและเต็มไปด้วยพละกำลังที่สมบรูณ์แบบในทุกๆด้าน

Related Post บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์5 ใหม่ล่าสุดที่อัดแน่นมาด้วย… New BMW 4 Series เจ้าใบพัดฟ้าขาวสองประตูจะพาคุณทะย… ผลงานการร่วมมือกันของ โลตัส อาร์ต เดอ วิฟว์ (Lotus… Awaken Monkey จักรยานยนต์ในตำนานที่ถูกปลุกขึ้นมาซน… Guardian นวัตกรรมสุดไฮเทคป้องกันการ หลับใน จากออสเ… Positive Attitude Makes Even More Positive Opportu… 10 คันสุดเจ๋งจากค่ายม้าลำพอง Ferrari… สำรวจ 6 รถเก่าแต่เก๋าที่แค่มีเงินก็ซื้อไม่ได้…

Related Post

The brave come to town : ออเนอร์ (Honor) ปฏิวัติวงการ การเล่นเกมบนสมาร์ทโฟนแรงดีไม่มีตก

The brave come to town

ในสมมรภูมิการต่อสู้แต่ละครั้ง ก็จะมีเจ้าสนามที่คุ้นเคยหรือเป็นผู้ชนะในการประลองเสมอๆ แต่ก็จะมีผู้กล้าที่ชูมือสุดแขนพร้อมความมั่นใจที่อยากจะขอเอาจุดเด่นของตัวเองมาฟัดกับเหล่าเซียนที่คุมสนามมานานจนบางทีผู้ชมโดยรอบก็เริ่มเบื่อกับมุก หรือท่าไม้ตายเดิมๆ

ออเนอร์ (Honor) อีแบรนด์ ชั้นนำด้านสมาร์ทโฟนซึ่งก่อตั้งขึ้นภายใต้สโลแกน “เพื่อผู้กล้า” (For the Brave) ขอมาเป็นผู้กล้าเพื่อลงสู้ศึกสมาร์ทโฟนที่ดุเดือดตลอดช่วงปี ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟน ออเนอร์เพลย์ (Honor Play) เป็นครั้งแรกในประเทศไทยโดยสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวจะเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกในกลุ่มผลิตภัณฑ์ ที่จะปฏิวัติวงการ การเล่นเกมบนสมาร์ทโฟนด้วยความรวดเร็วและลื่นไหลในการเล่นเกม และเสพความบันเทิงต่าง ๆ ในแบบที่อุตสาหกรรมเกมทั่วโลกต่างรอคอย ออเนอร์เพลย์ มาพร้อมประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือกว่า ด้วยเทคโนโลยี GPU Turbo ใหม่ล่าสุดที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการประมวลผลกราฟิกที่รวดเร็ว และมีแบตเตอรี่ ที่สามารถใช้งานติดต่อกันได้อย่างยาวนาน ตอบสนองต่อความต้องการของเกมเมอร์รุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี (แบตเตอรี่สามารถอยู่ได้นานกว่าผลิตภัณฑ์รุ่นเรือธงของแบรนด์อื่น ๆ กว่า 30 นาที ทำให้สามารถเล่นเกมได้อย่างต่อเนื่องถึง 4.5 ชั่วโมงแบบไม่มีสะดุด )

ส่งมอบประสบการณ์ความบันเทิงและการเล่นเกมบนสมาร์ทโฟนอย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด ซึ่งก่อนหน้านี้ ไม่มีสมาร์ทโฟนรุ่นใดสามารถตอบสนองได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดด้านพื้นที่และประสิทธิภาพในการถ่ายเทความร้อนและการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ เมื่อความนิยมในการเล่นเกมเชิงกลยุทธ์ เพิ่มสูงขึ้นและเทคโนโลยี อย่าง AR VR และ HDR ต้องอาศัยพลังในการประมวลผลกราฟิกสูง ออเนอร์ จึงร่วมมือกับ ผู้ผลิตเกมชั้นนำต่าง ๆ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงแต่สามารถแก้ปัญหาด้านสมรรถนะในการทำงานเท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาสมาร์ทโฟนสำหรับผู้ใช้งานที่ชื่นชอบการเล่นเกมโดยเฉพาะ ซึ่งไม่เคยมีใครทำมาก่อน เรียกได้ว่าเป็นการ “เดินเกมรุก” ของออเนอร์ในตลาดอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนระดับโลก ด้วยสมาร์ทโฟนที่จะมาเปลี่ยนประสบการณ์การเล่นเกมบนสมาร์ทโฟน ด้วยประสิทธิภาพและราคาที่จับต้องได้เพียง 9,990 บาท


นอกจากนั้นออเนอร์เพลย์ยังมีเทคโนโลยี AI ที่ช่วยให้ประสบการณ์การเล่นเกมบนสมาร์ทโฟนลื่นไหลยิ่งขึ้นด้วยการส่งมอบประสบการณ์แบบ 4 มิติ ซึ่งประกอบด้วยเอฟเฟกต์เสียงแบบ 3 มิติ และระบบสั่นสะเทือนด้วย AI ซึ่งออกแบบมาสำหรับวัตถุและฉากต่าง ๆ ในหลากหลายเกมซึ่งเป็นที่นิยมบนสมาร์ทโฟนโดยเฉพาะทำให้สามารถเปิดใช้งานโหมด AI 4D Smart Shock เพื่อการสั่นสะเทือนที่มีมากกว่า 30³ รูปแบบ ขึ้นอยู่กับทิศทางการเคลื่อนที่ของศัตรูหรือกระสุนปืนภายในเกม นอกจากนั้นยังมีระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 3 มิติจากเทคโนโลยี Histen 3D Audio ที่ช่วยให้เสียงรอบทิศทางสมจริงราวกับอยู่ในพื้นที่สู้รบจริงทำให้ผู้ใช้งานสามารถเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์เสียงที่เหนือระดับได้เหมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์

ตัวเครื่อง มาพร้อมดีไซน์แบบ Metal Unibody บางเฉียบ มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ สีน้ำเงิน และสีม่วง พร้อมหน้าจอจับถนัดมือขนาด 6.3 นิ้วและแสดงผลในอัตราส่วน 19.5:9 แบบไร้ขอบ

ออเนอร์ เป็นสมาร์ทโฟน อีแบรนด์ (e-brand) ที่มีความหลงใหลในการพัฒนาความเร็วและสมรรถนะ ในการทำงานของผลิตภัณฑ์เช่นเดียวกับ Audi ทำให้ทั้งสองแบรนด์นี้กำลังร่วมมือกันในการเฉลิมฉลองการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ออเนอร์เพลย์ ในฐานะพันธมิตรอย่างเป็นทางการของ Audi R8 และ Audi Sports R8 LMS Cup ทำให้ ออเนอร์เป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างดีไซน์ที่นุ่มนวลและทันสมัยกับสมรรถนะในการใช้งานที่ไม่เป็นรองใคร เรียกได้ว่าทั้ง Audi R8 และ ออเนอร์เพลย์ ต่างก็นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเร็วเหนือจินตนาการได้อย่างไม่น้อยหน้ากัน เอา Audi R8 มาล่อซื้อแบบนี้ถ้าคุณเป็นคอเกมส์ตัวจริงที่ต้องการความเกรี้ยวกราดของระบบปฎิบัติการเฉกเฉ่นรถซุปเปอร์คาร์แล้ว ด้วยราคาที่น่ารักขนาดนี้ ซื้อมาติดตัวไว้แค่เล่นเกมส์ก็ยังได้เลย

ออเนอร์เพลย์เปิดให้พรีออเดอร์ในราคา 9,999 บาทได้ที่ LAZADA ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม เวลา 17:00 น. ของประเทศไทยเป็นต้นไป

Related Post

Awaken Monkey จักรยานยนต์ในตำนานที่ถูกปลุกขึ้นมาซนอีกครั้ง

ถ้ากล่าวถึงจักรยานยนต์โมเดลระดับตำนานของฮอนด้าแล้วล่ะก็ Honda Monkey คงเป็นรุ่นหนึ่งที่น้อยคนจะไม่รู้จัก เพราะดีไซน์รูปโฉมที่เป็นเอกลักษณ์และชื่อเสียงที่สั่งสมมานานกว่า 50 ปี ทำให้เหล่านักสะสมมอเตอร์ไซค์ตัวจริงพากันเสาะหาเพื่อได้มาครอบครอง

“เพราะจุดเริ่มต้นของตำนานไม่ได้มาพร้อมความตั้งใจเสมอไป”
เช่นเดียวกับ Honda Monkey ที่เริ่มต้นในปี ค.ศ. 1961 ด้วยความคิดซนๆ ของวิศวกรฮอนด้า ที่ต้องการสร้างรถคันเล็กๆ ขึ้นมาไว้ขี่เล่นในยามว่าง จึงเลือกหยิบเอาวัสดุใกล้ตัว นำมาสร้างสรรค์ประกอบเป็นรูปร่าง และนั่นคือเหตุผลที่ก่อให้เกิดเสน่ห์อันน่าหลงใหลของรถมินิไบค์อย่าง Honda Monkey ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้าทรงกลม ถังน้ำมันขนาดเล็กที่วางแยกออกจากเบาะ ล้อขนาด 5 นิ้ว ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 50cc ทำให้จักรยานยนต์คันนี้สามารถส่งมอบความสนุกในการขับขี่ได้อย่างไม่เคยมีมาก่อน

ด้วยรูปร่างขนาดเล็กกะทัดรัด ขี่สนุก แถมหน้าตาที่ผนวกไว้ทั้งความน่ารักและความเท่ ได้อย่างลงตัว จึงทำให้เป็นที่สนใจของชาวญี่ปุ่นได้ในเวลาอันสั้น หลังจากที่ฮอนด้าได้ปล่อยของครั้งแรกโดยนำมาทดลองสนามให้เด็กๆ ได้ขับขี่ ณ สวนสนุกทามาเทค

ต่อมาในปี ค.ศ. 1967  ความสนุกของ Honda Monkey ยิ่งชัดเจนมากขึ้น หลังจากที่ฮอนด้าได้ออกแบบและพัฒนา Honda Z50M โมเดลที่ถูกออกแบบให้สามารถพับเก็บและพกพาไปได้ทุกที่ สร้างสรรค์ให้ไลฟ์สไตล์ใหม่แบบ Leisure Bike ให้ใครต่อใครไม่ว่าจะเป็นเพศไหนได้สนุกกันได้อย่างเต็มที่

Honda Monkey จึงไม่ได้เป็นแค่รถที่ไว้ขับเล่นๆ อีกต่อไป แต่ได้กลายมาเป็น Toy Bike ของเล่นของสะสมสำหรับผู้ใหญ่ที่มีความซนในหัวใจ ด้วยเอกลักษณ์ของ Monkey ที่สามารถตกแต่ง ดัดแปลงชิ้นส่วนต่างๆ ได้ตามแต่เจ้าของจะรังสรรค์ไอเดียลงไปกับตัวรถ ทำให้ Monkey สามารถสะท้อนตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี ถ้าลองค้นหาข้อมูลกันดูจะพบว่าชื่อเสียง ความนิยมของ Honda Monkey นั้น ไม่ได้หยุดแค่ที่ญี่ปุ่นแต่ความซนได้ถูกส่งต่อ และครองใจคนทั่วโลกทั้งในยุโรป และอเมริกา เพราะเราะจะได้เห็นภาพคนดังกับลีลาซนๆ บนหลัง Monkey คันน้อย ไม่ว่าจะเป็น Elsa Martinelli ดาราสาวชาวอิตาลี่ ที่กำลังขี่เจ้า Monkey บนถนนสักสายท่ามกลางความวุ่นวายและจอแจ หรือ ภาพกลุ่มสมาชิก Jackson Five สมัยเฟื่องฟูที่อยากให้คุณลองทายกันดูว่า เด็กหนุ่มบนรถ Monkey สีเหลืองตรงกลางภาพนั้นเป็นใคร หรือ แม้กระทั่ง John Lennon และลูกชายบนรถคันเล็กที่ฝรั่งบอกว่านี่คือ Mini bike ที่ชื่อว่า Honda Monkey

 

นี่คือสิ่งยืนยันว่า Honda Monkey นั้นตอบโจทย์ตรงใจนักสะสมที่ยังมี DNA ความซนแบบเด็กๆ ให้ได้กลับมาจริงจังกับการเล่นเพื่อเติมเต็มความสนุกแบบวัยเด็กได้อย่างสมบูรณ์แบบ

“ตำนานก็ไม่ต้องเป็นสิ่งที่มีไว้เพียงแค่ให้คนระลึกถึงเพียงอย่างเดียว” วันนี้ Honda Monkey 2018 พร้อมกลับมาสานต่อความสนุกซนให้เต็มที่มากยิ่งขึ้น ด้วยการส่งต่อเอกลักษณ์ จิตวิญญาณความซนของ Honda Monkey จากอดีตมาสู่ปัจจุบันสมกับที่เรียกว่า Today’s Original จริงๆ ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้าทรงกลม และเบาะนั่งเดี่ยวที่แยกกับตัวถังน้ำมันที่ทำจากเหล็ก รวมถึงท่วงท่าอันเป็นเอกลักษณ์ในการขับขี่ แบบค่อมคู้ และทุกท่านยังสามารถสนุกไปกับการ Custom รถคันโปรดได้อย่างเต็มที่กับชุดแต่งจาก 5 สำนักแต่งชื่อดังระดับโลก H2C for CUB House, Bikers, G’craft, Kitaco ,Moriwaki

 

Honda Monkey พร้อมให้คุณได้ไปสัมผัสประสบการณ์ความซนครั้งใหม่ได้แล้ววันนี้ที่ CUB House เอกมัย ซอย3 

หรือติดตามข่าวสารได้เพิ่มเติมทาง CUB House Fanpage

https://goo.gl/2KQVwa

นอกจากนั้น Honda Monkey นี้ยังได้สองพี่น้องสุโกศล คุณน้อย คุณสุกี้ สองพี่น้องสุดซนแห่งวงการดนตรีและวงการไบเกอร์มาปลุกความซนในตัวของทุกคนให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิมเสียอีก ทำให้เราอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า…

คุณซนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

Awaken Monkey

 #HondaMonkey #Monkey2018 #CUBHouse

Related Post

Unbox: Honor 10 มาร์ทโฟนใหม่จากค่าย Honor

L’Officiel Hommes Thailand ได้สมาร์ทโฟนใหม่จากค่าย Honor มาลองเล่นครับสารภาพว่า ตอนที่ได้มา ตื่นเต้นนิดๆ เพราะรู้จักเจ้านี่ผ่านเพื่อนชาวฝรั่งเศสที่คุยกันผ่าน FB เมื่อสัปดาห์ก่อน ว่าได้ Honor 10 มาใช้แล้ว แถมยังป้อนข้อมูลย้ำความแรงอีกว่า ที่ยุโรป สามาร์ทโฟนเชื้อสายจีนรุ่นนี้ ขายดีแบบ #หมดเกลี้ยง ภายในวันเดียว! (ที่สเปน หมดภายใน 6 ชั่วโมง) เจ้า Honor 10 จัดอยู่ในตระกูล ซีรี่ส์ N (Honor มีด้วยกัน 4 ซีรี่ส์ คือ View, N, X และ Lite) ซึ่ง N เป็นซีรี่ส์ที่สเป็กสูงสุดของแบรนด์เค้าครับ

สำหรับตัวเครื่อง เราให้ผ่านนะ สวยดี! รูปทรงโค้งมน บนความหนากำลังดี แถมสีก็สะดุดตาดีครับ อ้อ! Honor เป็นลูกพี่ลูกน้องกับ Hauwei นะ ตัว Honor10 เลยเกือบจะดูเหมือนถอดแบบมาจาก Hauwei P20 ที่เปิดตัวก่อนหน้าไปไม่นานต่างกันก็เล็กน้อยเท่านั้น

ปุ่มเปิดปิดเครื่องและปรับเสียงอยู่ที่ข้างตัวเครื่องในขณะที่ใช้การสแกนนิ้วหรือสแกนใบหน้าเพื่อการปลดล็อกที่น่าสนใจคือจอภาพติดฟิล์มกระจกมาให้เรียบร้อยเรียกได้ว่าซื้อปุ๊ปใช้ได้ทันที ความพิเศษของเจ้านี่เด่นในเรื่องกล้องครับ

กล้องหน้า มาพร้อมความละเอียด 24 ล้านพิกเซล ที่มีโหมด Beauty มาพร้อมในตัวเครื่อง ถ่ายแล้วสวยเลย ไม่ต้องผ่านแอป แถมยังมีโหมด Portrait และ Portrait Lightning ให้เลือกปรับแสงให้เข้ากับสภาพหน้าได้อีกด้วย โหมดนี้เจ๋งเลยครับ หากใครได้ลอง Hauwei P20 แล้วเชื่อว่าจะรักโหมดนี้เพราะมันทำให้ภาพที่ได้ดูเหมือนถ่ายจากกล้องโปรฯเลยละ ส่วนกล้องหลัง มาด้วยเลนส์คู่ 16MP และ 24MP พร้อมระบบ AI (ที่ค่ายนี้ทั้ง Hauwei และ Honor การันตรีว่าฉลาดกว่าบ้านผลไม้) ระบบนี้ จะช่วยให้ภาพสมบูรณ์ สมจริง (บางทีก็สวยเหนือจริง) มากยิ่งขึ้น ปกติแล้วการถ่ายรูปจากมือถือ หรือสมาร์ทโฟน ภาพที่ได้จะมีความแบน เพราะไม่มีระบบจัดการในการแยกวัตถุ ซึ่ง AI ฉลาดมาก สามารถแยกออกว่า อะไรคือ คน สัตว์ ต้นไม้ สิ่งของ อาหาร หรือวิว มันเลยทำให้ภาพสวยเกินมือถือด้วยกัน

เดี๋ยวจะหาว่ามีดีเฉพาะกล้อง การใช้งานทั่วไปอย่างที่โทรศัพท์ที่ดีควรจะมี ทาง Honor เค้าก็พัฒนามาให้ครับ นั่นคือระบบ ‘Easy Talk’ ซึ่งจะช่วยให้การคุยโทรศัพท์ของคุณ เอ็นจอยมากขึ้น เพราะมันจะช่วยปรับความดังของเสียงคุณแบบอัตโนมัติ เช่น ตัดเสียงรบกวนรอบข้าง ถ้าคุณอยู่ในโรงหนัง หรือคอนเสิร์ต อีกฝั่งก็ได้ยินเสียงคุณแบบชิลล์ๆ หรือ ต่อให้คุณกระซิบเพราะอยู่ในห้องประชุม ก็มั่นใจได้ว่าเสียงคุณก็ดังกำลังดี ไม่มีแผ่ว ข้อนี้ไม่ได้เขียนเอาเวอร์ เพราะลองเทสดูแล้ว เวิร์ก

ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ มาในราคา 13,990 บาท ว้าวเลยมั้ยครับสำหรับเราแล้ว ราคาเท่านี้ ทำได้ตั้งเท่านั้น ถือว่าดีงามเลยละ

Related Post

Guardian นวัตกรรมสุดไฮเทคป้องกันการ หลับใน จากออสเตรเลีย

Guardian (การ์เดียน) นวัตกรรมป้องกันการหลับในจากออสเตรเลีย เทคโนโลยีป้องกันอาการหลับใน ละสายตา และอุบัติเหตุแบบเรียลไทม์ ที่ได้รับความไว้วางใจและนิยมใช้งานอย่างแพร่หลายทั้งจากบริษัทขนส่งทั่วโลก รวมถึงรสบัส รถตู้สาธารณะ ตลอดจนบุคคลทั่วไปที่ใช้รถยนต์ในการเดินทางไกลเป็นประจำ รวมทั้ง 3 เซเลบริตี้หนุ่ม ได้แก่ ศิรเดช โทณวณิก, กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี และ ดิฐวัฒน์ อิสสระ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยของชีวิตหลังพวงมาลัย ร่วมแบ่งปันเคล็ดลับการเดินทางด้วยรถยนต์อย่างปลอดภัย โดยมี Guardian (การ์เดียน) เป็นผู้ช่วยสำคัญในทุกการเดินทางที่เพิ่มความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนน และป้องกันเหตุไม่คาดฝัน

ศิรเดช โทณวณิก

ศิรเดช โทณวณิก หนุ่มนักธุรกิจไฟแรงที่แต่ละวันเต็มไปด้วยกิจกรรมมากมายตั้งแต่เช้าจรดค่ำเล่าถึงไลฟ์สไตล์ในการใช้รถยนต์ในชีวิตประจำวันของตัวเอง ที่ช่วยสร้างความมั่นใจในการเดินทางด้วยรถยนต์อย่างปลอดภัยว่า 

“ในแต่ละวันผมมีภารกิจค่อนข้างมาก ทั้งเรื่องงาน และส่วนตัว ทำให้มีเวลาพักผ่อนค่อนข้างน้อยมากจนเคยวูบหลับระหว่างขับรถหลายครั้ง การ์เดียน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ในการป้องกันการหลับใน ที่ตรวจจับใบหน้า และวัดระดับการละสายตาจากถนน ด้วย IN-Cab sensors ที่สามารถตรวจจับการหลับตา หากเกิน 1.5 วินาที รวมทั้งจับการเคลื่อนไหวของใบหน้า ในกรณีที่คนขับไม่มองถนนเกิน 4 วินาที ซึ่งเป็นจำนวนวินาทีที่ผ่านการวิจัยมาแล้วว่า จะทำให้เกิดความเสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุมาเป็นผู้ช่วยที่คอยระมัดระวังในอีกระดับ ก็ทำให้เราอุ่นใจ ช่วยทำให้รู้สึกมั่นใจและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เพราะอุบัติเหตุเป็นเรื่องไม่คาดฝันและอะไรก็เกิดขึ้นได้ ซึ่งนวัตกรรมใหม่ ๆเหล่านี้ ก็ช่วยทำให้มีความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนมากขึ้นด้วย”

กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี

กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี คุณพ่อลูกสองที่รักการเดินทางท่องเที่ยว ผู้ชื่นชอบการขับรถไปพักผ่อนต่างจังหวัดเป็นประจำในวันหยุดสุดสัปดาห์ เผยการเตรียมตัวก่อนการเดินทาง ที่ต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยของทุกชีวิตในรถยนต์ ว่า ปกติวันทำงานจันทร์ ศุกร์ จะมีผู้ช่วยขับรถ เพราะบางทีทำงานเหนื่อยจัดๆ แค่ช่วงติดไฟแดง หลับไปเลยก็มี บางทีไฟเขียวนานแล้ว รถคันหลังต้องบีบแตรไล่ เรียกว่ามีรถคันข้างหลังมาช่วยปลุกก็เคยมีมาแล้ว การมีนวัตกรรมใหม่ อย่างการ์เดียน ที่มีเทคโนโลยีตรวจจับการหลับตา รวมทั้งมีระบบการแจ้งเตือน ทั้งเสียงเตือน และสั่นเบาะแบบเรียลไทม์ มาช่วยเตือนก่อนจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้นับเป็นเรื่องที่ดี และสามารถบรรเทาอุบัติเหตุได้เยอะ รวมทั้งปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัวที่โดยสารรถไปกับเราด้วย

ดิฐวัฒน์ อิสสระ

ดิฐวัฒน์ อิสสระ นักธุรกิจเรียลเอสเตท ที่ต้องเดินทางขึ้นล่องกรุงเทพฯ และต่างหวัดเป็นประจำ บวกกับความที่เป็นคนไม่ชอบขับรถระยะทางไกล รวมทั้งเคยมีประสบการณ์หลับในสมัยเดินทางไปเที่ยวสหรัฐอเมริกากับครอบครัว จึงทำให้เขาเลือกที่จะมีผู้ช่วยขับรถมากกว่าเป็นขับรถด้วยตัวเอง “ตอนนั้นน่าจะเจ็ทแล็กด้วยพอลงจากเครื่องบินก็ตรงดิ่งไปขี่ม้าซึ่งได้จองล่วงหน้าไว้แล้ว คิดว่าไม่เกินสองทุ่มก็คงเสร็จ แต่ก็ล่วงเลยมาจนเที่ยงคืน แล้วก็ต้องขับข้ามมาอีกเมืองเพื่อไปโรงแรมที่พัก เผลอหลับไปวูบหนึ่ง ดีว่าถนนโล่ง แต่ก็มีเหวด้านข้าง ซึ่งน่ากลัวพอสมควร ตอนนั้นเลยต้องตบหน้าเรียกสติตัวเอง ซึ่งวันนั้นก็รู้ว่าตัวเองฝืนขับทั้งที่เพลียมากเพราะคิดว่าเป็นระยะทางไม่ไกลมาก อีกนิดเดียวจะถึงแล้วทำให้รู้เลยว่า ถ้าร่างกายไม่ไหว ยังไงก็ต้องพักงีบสักนิด เพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้เร็วมากโดยที่เราไม่คาดคิดเพียงแค่แว่บเดียวเท่านั้นเอง” อย่างการ์เดียนก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้ลดการเกิดอุบัติเหตุได้เยอะและไม่ใช่แค่ตัวเราแต่เป็นถึงครอบครัวและคนที่เรารักอีกด้วย

Guardian (การ์เดียน) นวัตกรรมป้องกันการหลับในจากออสเตรเลีย มีคุณสมบัติอันโดดเด่นของซอฟแวร์ Seeing Machines ที่เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทโดยเฉพาะ ในการตรวจจับใบหน้า และวัดระดับการปิดสายตา เพื่อป้องกันภาวะหลับในขณะขับรถ ซึ่งระบบสามารถตรวจพบเหตุการณ์ด้วย IN-Cab sensors เกิดเหตุการณ์ขึ้นจะมีการเสียงเตือนภายในห้องโดยสาร และการสั่นเตือนเบาะที่นั่ง เพื่อเตือนให้ผู้ขับขี่กลับมามีสมาธิบนท้องถนน จากนั้นคลิปวิดิโอที่บันทึกเหตุการณ์ไว้จะถูกส่งไปยังศูนย์ Guardian 24 ชม. ในทันที เพื่อรายงานข้อมูลให้ทีมผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเหตุดังกล่าว 

(กล้องหน้ารถ)

(ติดใต้เบาะรถ)

(ติดใต้เบาะรถ)

IR pod In-cab Sensor IR pod

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.guardiansystem.in.th 

รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ :

บริษัท เดอะ ไฮป์ โปรเจค (ที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์)

อรุโณทัย  แก้วอุบล 086-362-4842 , สามสรา  เอี่ยมเอกดุลย์ 089-811-2111

 

Related Post

Positive Attitude Makes Even More Positive Opportunity

ทันทีที่ลอฟฟีเซียล ออมส์ได้รับเชิญไปร่วมทริปสุดเร้าใจอย่าง Fearless Driving with the Master กับไมค์ ฮอร์น และลูกสาวทั้งสองเพื่อทดสอบสมรรถนะรถยนต์ GL-Class (และแน่นอนว่าต้องมี G-Class ที่ไมค์ใช้เป็นพาหนะคู่ใจมานานกว่า 17 ปีไปร่วมขบวนด้วย) เราไม่ลังเลเลยที่จะตอบตกลง เพราะหลังจากที่เราได้มีโอกาสสัมภาษณ์ไมค์ในงานแถลงข่าวสั้นๆ (หาอ่านบทสัมภาษณ์ที่เราแสนจะภูมิใจได้ในนิตยสารลอฟฟีเซียล ออมส์ พลัส ฉบับพิเศษที่กำลังจะวางแผงในเดือนมิถุนายนนี้) นั้น เราก็รู้สึกได้ถึงพลังงานด้านบวกของไมค์ที่ถูกส่งมาหาเรา จนทำให้คนในบริษัทเราหลายคนลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองตามไมค์ไปเลยทีเดียว (แต่เราไม่ได้เป็นหนึ่งในนั้นนะ เราแค่เอาปรัชญาการใช้ชีวิตของไมค์และลูกสาวคนสวยมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันของเรา และใช้ชีวิตของเราให้สมบูรณ์แบบและมีความสุขที่สุดเท่าที่เราพอจะทำได้)

และหลังจากเราได้มีโอกาสขับรถทั้ง GLC 250d 4MATIC Coupé AMG Plus และ GLE 350d 4MATIC Coupé AMG Dynamic ผ่านเส้นทางอันรกชัฏระดับที่เราไม่มีวันดั้นด้นมาถึงเองได้อย่างแน่นอน เราก็ยิ่งปลาบปลื้มใจเข้าไปใหญ่กับโอกาสหนึ่งครั้งในชีวิตนี้ ในระหว่างเส้นทางทดสอบ นอกจากเราจะได้รับคำกระตุ้นผ่านว. จากไมค์ว่า ไม่ต้องเหยียบเบรก ไม่ต้องหลบหลุมใดๆ เพราะสมรรถนะรถ GL-Class ที่เรากุมพวงมาลัยอยู่นั้นสามารถรองรับได้ทุกสถานการณ์ที่แท้จริง ไมค์ยังสั่งหยุดขบวนเป็นระยะๆ และเปิดโอกาสให้พวกเราได้ร่วมทดสอบสมรรถนะของ G-Class คู่ใจของเขาที่สามารถบุกป่าฝ่าดงได้ในระดับที่ทำพวกเราทึ่งเป็นอย่างมาก (หลังจากทริปนี้จบลง เราถึงขั้นโทรศัพท์ไปปรึกษาผู้ปกครองว่า จะมีโอกาสได้ถอย GLA คันเล็กมาประดับบารมีที่บ้านสักคันไหมเลยทีเดียว) ซึ่งนอกจากเราจะทึ่งในสมรรถนะและความสามารถของเทคโนโลยีที่อัดแน่นมาใน Mercedes-Benz เหล่านี้แล้ว เราก็อดทึ่งกับทัศนคติอันโดดเด่น และความหลงใหลในอาชีพตัวเองที่ไมค์ถ่ายทอดออกมาเป็นอย่างมาก

ในระหว่างการทดสอบนั้น มิสเตอร์ฟรังค์ได้เลือกมานั่งข้างเราในระหว่างทางสมบุกสมบัน (ซึ่งเราแอบเกร็งเล็กน้อย เพราะเราเป็นคนถือพวงมาลัย แต่ด้วยสมรรถนะที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้ เราก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลงเรื่อยๆ จนกระทั่งกลายเป็นความสนุกสนานที่ได้มีโอกาสขับรถออฟโร้ดให้กับผู้บริหารบริษัทรถนั่งเลยทีเดียว) เราจึงได้มีโอกาสพูดคุยกับเขาในเรื่องต่างๆ ซึ่งประเด็นที่ติดใจเรามากนั้นคือเมื่อเขาบอกกับเราว่า “ไมค์เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าต่อแบรนด์ของเราเป็นอย่างมาก”

ทัศนคติสั้นๆ ที่หลุดออกมาจากปากผู้บริหารคนนี้ ทำให้เรามาย้อนคิดถึงสถานะของตัวเองทันที เราตั้งคำถามอย่างรวดเร็วว่า คุณค่าของตัวเราที่เราทำให้บริษัทนั้น มากเพียงพอที่จะทำให้ ‘แบรนด์’ หนึ่งเชื่อใจเราได้เทียบเท่ากับที่เมอร์เซเดส-เบนซ์เชื่อใจไมค์จนกระทั่งให้เขาเป็นหน้าเป็นตาของ G-Class มาอย่างต่อเนื่องกว่า 17 ปีหรือไม่ และถ้าวันหนึ่ง เราต้องจากบริษัทของเราไป คุณค่าในตัวของเราจะมากพอที่จะทำให้บริษัทรู้สึกเสียดายเราไหม หรือเราจะมีค่าเพียงแค่ให้บริษัทภาวนาให้เราไปพ้นๆ เสียทีกันแน่

เราจึงกระตือรือร้น(มาก)ที่จะดึงตัวมิสเตอร์ฟรังค์มาคุยกันต่อในประเด็นดังกล่าว ซึ่งเราก็ไม่ผิดหวังเลย “ผมคิดว่าแบรนด์แอมบาสเดอร์ทุกคนของเรา ไม่ว่าจะอยู่ในระดับโลคอลหรือโกลบอลนั้นมีจุดร่วมหนึ่งที่เหมือนๆ กันก็คือ ทัศนคติในการดำรงชีวิตครับ” ฟรังค์ตอบคำถามเราเมื่อเราถามว่า เหตุใดไมค์จึงถูกเลือกใช้งานให้เป็นเฟซของ G-Class มาอย่างต่อเนื่องยาวนานได้ขนาดนี้ “ต้องเข้าใจก่อนนะครับว่า แบรนด์แอมบาสเดอร์ของเราทุกคนนั้นเป็นคนที่ประสบความสำเร็จไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเสมอ จุดร่วมของพวกเขาคือ พวกเขาผลักดันตัวเองให้เกินขีดจำกัดอะไรบางอย่างเสมอ สร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ให้กับวงการที่พวกเขาอยู่ อย่างเช่นไมค์ เขาเป็นนักผจญภัย เขาได้ทำสิ่งต่างๆ เป็นคนแรก ไม่ว่าจะว่ายน้ำในแม่น้ำอะแมซอน เดินทางจากขั้วโลกหนึ่งไปอีกขั้วโลกหนึ่งโดยไม่ต้องอาศัยตัวช่วย หรือพาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์อะไรบางอย่างที่มีเขาเพียงคนแรกเท่านั้นที่จะทำ ซึ่งเราเห็นว่า เขาสามารถแสดงคุณค่าของแบรนด์เราออกมาได้อย่างชัดเจน โดยที่เราไม่ต้องพูดอะไรมากมายเสียด้วยซ้ำ”

ทัศนคติด้านบวกของไมค์นั้นราวกับเป็นโรคติดต่อถึงกันได้ นอกจากคนในบริษัทของเราจะลุกขึ้นมาตัดสินใจอะไรบางอย่างหลังจากได้คุยกับเขาแล้ว ฟรังค์เองก็ยอมรับว่าการ ‘ขายของ’ ของไมค์นั้นเป็นไปได้อย่างเรียบลื่นไม่มีที่ติจริงๆ “คุณก็ได้ฟังที่เขาพูดแล้วใช่ไหม” เขาเอ่ยปากถาม “เขาไม่ได้ขายรถ G-Class แบบที่เซลส์ทั่วไปขาย แต่เขาอธิบายได้ชัดเจนว่าทำไมเขาถึงต้องการเทคโนโลยีที่ดีที่สุด หรือสินค้าที่ดีที่สุดเพื่อสนับสนุนการผจญภัยของเขา เท่ากับว่า สินค้าที่เขาเลือกมาสนับสนุนตัวเขานั้นจะต้องมีความเป็นมืออาชีพและเชื่อใจได้เทียบเท่ากับตัวเขา เขาจึงเลือกแบรนด์และพาร์ตเนอร์ต่างๆ อย่างระมัดระวังมาก ดังนั้น พวกเราจึงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอ G-Class เป็นส่วนหนึ่งให้กับการผจญภัยของเขา เพราะนั่นเป็นข้อพิสูจนได้เป็นอย่างดีว่า สมรรถนะของเจ้าสี่ล้อคันนี้นั้นเป็นที่เชื่อใจได้ที่สุดในการขับขี่แบบออฟโร้ดนั่นเอง ดังนั้น การได้เป็นส่วนหนึ่งในทีมกับเขา ได้สนับสนุนเขา ในขณะเดียวกันก็ได้รับการสนับสนุนจากเขานั้นก็ถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของแบรนด์เราจริงๆ”

นั่นยิ่งทำให้เราต้องมองย้อนกลับมาดูคุณค่าในตัวเราให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และเราหวังว่า ทัศนคติด้านบวกที่เราได้รับจากไมค์และลูกสาวทั้งสองนั้น จะสามารถติดต่อจากเราไปสู่ผู้อ่านของเรา และทำให้ชีวิตของทุกคนนั้นดีขึ้นอีกสักครึ่งเลเวล… ก็ยังดี

เพื่อที่วันหนึ่ง เราจากไป เราจะได้จากไปให้คนคิดถึง… ไม่ใช่ให้คนสาปแช่งไล่หลัง

ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ Mercedes-Benz ทุกรุ่นได้ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือ FB: MercedesBenzThailand

Mr.Frank Steinacher

 

Related Post