“โคลิน ฟาร์เรล” และ “ราเชล ไวสซ์” ร่วมตามหา ‘รักแท้’ ในภาพยนตร์ “The Lobster”

สำหรับภาพยนตร์เรื่องเยี่ยมขวัญใจนักวิจารณ์ประจำปีนี้อย่าง “The Lobster” ที่สามารถคว้ารางวัล Jury Prize’ (จูรี่ไพรส์) หรือ รางวัลขวัญใจกรรมการจากเทศกาลภาพยนตร์ภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งล่าสุดมาครอบครอง

IMG_0930.CR2

The Lobster คือภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องในยุคอนาคตที่ผู้คนหมดศรัทธาในเรื่องของความรัก คนโสดจะถูกบังคับให้ย้ายเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่เรียกว่า The Hotel” ก่อนเดินทางพวกเขาต้องเลือกว่า ในชีวิตที่อยู่อย่างไร้รักและโดดเดี่ยว ถ้าเลือกเป็นสัตว์ได้ ชนิด คุณจะเลือกเป็นอะไร หลังการเลือก พวกเขาจะมีเวลา 45 วัน ในการตกหลุมรักและค้นหาคนที่จะเป็นคู่แท้  ถ้าหากว่าหาคู่ไม่ได้ภายในเวลาที่กำหนด ก็จะต้องกลายร่างเป็นสัตว์ที่ตนต้องการไปตลอดกาล แต่ทว่า ก่อนหมดเวลา 45 วัน  เดวิด ได้หนีออกจาก The Hotel”  เมื่อเขาพบคำตอบที่ว่า  ” ไม่มีใครปฏิเสธความรักได้ แม้ในวันที่เราต้องการอยู่อย่างเดียวดายมากที่สุดในโลก “

L_YL_07097

นำแสดงโดยดาราคุณภาพระดับแถวหน้าของวงการ อาทิเช่น โคลิน ฟาร์เรล ราเชล ไวสซ์เลอา เซย์ดูซ์ เบน วิสชอว์ และ จอห์น ซี.ไรล์ลี่ ผ่านฝีมือโดยผู้กำกับฉมัง ยอร์กอส ลานธิมอสจาก Dogtooth (2009) ผลงานที่เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ในสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมเมื่อปี 2011 มาแล้ว

IMG_2135.CR2

รวมทั้งล่าสุด The Lobster ยังการันตีความเยี่ยมด้วยการได้รับเลือกให้เข้าฉายใน เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโทรอนโต (Toronto International Film Festivalซึ่งถือเป็น 1 ใน 5 ของเทศกาลภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในโลก และ เทศกาลภาพยนตร์นิวยอร์ค (New York Film Festival) อีกด้วยเช่นกัน

Victor Frankenstein ตำนานนิยายสยองขวัญที่จะกลับมาอีกครั้ง

Victor Frankenstein อีกหนึ่งภาพยนตร์ที่เตรียมเข้าฉายปลายปีนี้ เป็นเรื่องราวของนิยายวิทยาศาสตร์แนวโกธิคสุดคลาสสิก ตั้งแต่เมื่อช่วงต้นคริตศตวรรษที่ 18

FHdgKeN

เป็นผลงานกำกับของ พอล แม็คกิวแกน ผู้กำกับชาวสก็อตแลนด์โดยได้ เจมส์ แม็ควอย มารับบท วิคเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ และ แดเนียล เรดคลิฟฟ์ มารับ อิกอร์ ซึ่งจะเกี่ยวโยงกับนิตยสาร L’Optimum Thailand เล่มที่ 23 อย่างไร มาลองติดตามดูกันเร็วๆนี้

_D3S7384.NEF

_D3S7384.NEF

The New Burberry Flagship Store

หลังจากที่ทาง Burberry  ได้ปิดปรับปรุงแฟลกชิปสโตร์ ณ ห้างพาราก้อน ใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อขยายพื้นที่และตกแต่งภายในใหม่หมดเพื่อรองรับลูกค้าคนพิเศษเช่นคุณอีกครั้ง กับบรรยากาศภายในแฟลกชิปสโตร์ที่หรูหราและเป็นเอกลักษณ์

FU7A9764

และทาง Burberry ได้เพิ่มมุม Scarf Bar เอาใจสุภาพบุรุษและสุภาพสตรที่ชื่นชอบในผ้าพันคอเป็นพิเศษ

FU7A9741

และที่จะขาดไปไม่ได้เลยคือแบรนด์แอมบาสเดอร์ของทางลอฟฟิเซ๊บลที่เข้าไปเยี่ยมชมแฟลกชิปสโตร์ของทาง Burberry มาแล้ว

8L1A6221

8L1A6286

11 ข้อของ Harry Potter ที่คุณอาจจะไม่รู้มาก่อน

ขณะนี้ลอปติมัมไทยแลนด์ของเรานั้นกำลังจะวางแผงเล่มที่ 23 เราเลยนำเสนอ 11 ข้อที่น่าสนใจข้อเกี่ยวกับภาพยนตร์ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่คุณอาจจะไม่รู้มาก่อน เพราะหลังจากที่หนังจบไปแล้วบรรดานักแสดงที่คุณชื่นชอบนั้นก็ต่างโตขึ้นและคุณเองก็คงจะคิดถึงกันอยู่ไม่ด้วยเลยทีเดียว

hogwards-hogwarts-potter-gaara-flag-coat-of-arms-hogvrtsa-harry-potter

1.722 ตัวละครที่ถูกพูดถึงในภาพยนตร์ แฮรรี่ พอตเตอร์
2.โรงเรียนฮอกวอตส์ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 993
3.แฮร์รี่ พอตเตอร์เป็นพ่อมดเพียงคนเดียวที่โดนคำสาปโทษผิดสถานเดียวทั้ง 3 คำสาปแล้วยังมีชีวิตรอดมาได้
900c10fc-775b-4dce-9df7-c76174ad9965
4.แฮร์รี่ พอตเตอร์ในหนังมีดวงตาสีฟ้าเนื่องจาก แดเนียล เรดคลิฟแพ้คอนแทคเลนส์
5.มีเด็กกว่า 16,000 คนที่แคสท์บทแฮร์รี่ พอตเตอร์
6.หนังสือ 4 ภาคสุดท้ายในชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ได้รับการบันทึกว่าขายได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์
ron-weasley,-harry-potter-139180
7.แฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟินิกซ์เป็นภาคที่เวอร์ชั่นหนังสือยาวที่สุดแต่หนังกลับสั้นที่สุด
8.ในปราสาทฮอกวอตส์มีบันไดทั้งสิ้น 142 แห่ง
9.การตายของนกฮูกเฮ็ดวิกถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการสูญเสียความไร้เดียงสา และก้าวเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวของแฮร์รี่
gryffindor,-hermione-granger,-ron-weasley,-harry-potter-140753
10.เกือบตลอดการถ่ายทำหนังชุดนี้ แดเนียลมักจะสวมแว่นกรอบกลมที่ไม่มีเลนส์
11.หมายเลขตู้นิรภัยของซิเรียส (711) เป็นหมายเลขหน้าที่มีฉากซิเรียสตายในฉบับอังกฤษของแฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟินิกส์

THE LAST WITCH HUNTER (เพชฌฆาตแม่มด)

The Last Witch Hunter ทีได้ วิน ดีเซล จาก Fast and Furious และ xXx มารับบทเป็นนักล่าแม่มดคนสุดท้ายในโลก ที่เขาจะต้องหยุดยั้งเหล่า แม่มดสุดโหด และ พ่อมด ผู้เฒ่า ทั้งหลาย ที่เตรียมจะมา ยึดครองโลกชนิดที่ว่านรกแตกโดยยึดเอามหานครนิวยอร์กเป็นขุมกำลัง

LWH_D05_01945.CR2

ยังมีความลับดำมืดมากมายที่ซ่อนเร้นในโลกใบนี้ และหนึ่งในความลับที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด นั่นคือ เผ่าพันธุ์ “แม่มด” ยังคงใช้ชีวิตปะปนอยู่กับเราทุกคน และรอคอยที่จะปลดปล่อยพลังคำสาปมนตร์มรณะทำลายล้างโลก ความหวังเดียวของมนุษยชาติอยู่ที่ “เพชฌฆาตแม่มด” แห่งภราดรแอ็กซ์+ครอสผู้มีชีวิตอมตะนามว่า “คาลเดอร์” (วิน ดีเซล) แม้เขาจะสามารถสยบ “ราชินีแม่มด” ลงได้เมื่อหลายศตวรรษก่อน แต่กลับต้องแลกด้วยการถูกสาปให้ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวไปตลอดกาล

CE7A5277.cr2

และเมื่อถึงเวลาที่โลกปัจจุบัน มีผู้คิดแผนการชั่วร้าย หวังจะปลุกราชินีแม่มดให้ฟื้นคืนอีกครั้งใจกลางมหานครของโลกอย่างนิวยอร์ก คาลเดอร์พร้อมด้วยพันธมิตรแห่งแอ็กซ์+ครอสทั้งนักบุญผู้ทรงเวทย์ “โดแลนที่ 37” (เอไลจาห์ วู้ด) และแม่มดสาวนักผจญฝัน “โคลเอ้” (โรส เลสลี่) จะรวมพลังแห่งศาสตราวุธ เวทมนตร์ และความหวังของมวลมนุษย์ หยุดยั้งกำเนิดใหม่ของราชินีแม่มดให้จงได้

CE7A7534.cr2

ภาพบรรยากาศงาน Panerai ส่งตรงจาก ION ถนน Orchard ประเทศสิงคโปร์

1440666996391

เก็บภาพมาฝากผู้อ่าน L’Optimum Thailand ที่เป็นแฟนนาฬิกา Panerai โดยเฉพาะ โมเดลจำลองยานพาหนะชื่อ SLC หรือ Siluro a Lenta Corsa ที่หน่วยคอมมานโดของกองทัพเรืออิตาเลียนในสมัยก่อนใช้เดินทางใต้น้ำไปปฏิบัติภารกิจโดยมีนาฬิกา Panerai อยู่บนข้อมือ

1440667003744

 ขณะนี้จัดแสดงอยู่ที่ ION ถนน Orchard ประเทศสิงคโปร์พร้อมสิ่งน่าสนใจอีกจำนวนมากซึ่งเราจะได้นำเสนอมาให้คุณได้ชมก่อนใคร

1440667005395

1440667009722

THE SCENT OF A GENTLEMAN เสน่ห์แห่งกลิ่นสำหรับสุภาพบุรุษตัวจริง

น้ำหอมเป็นมากกว่าสินค้าที่แค่เอายี่ห้อมาติดแล้วขาย เพราะฉะนั้นเรื่องความทุ่มเทตั้งแต่ดีไซน์ขวดไปจนถึงตัวน้ำหอมนี่ไม่ต้องพูดถึง ‘Dunhill Icon’ น้ำหอมกลิ่นล่าสุดของดันฮิลล์นี้เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดี ที่มาของกลิ่น คาร์ลอส เบนาอิม เล่าว่า “เมื่อกว่าหนึ่งปีมาแล้วตอนเรากำลังถกกับจอห์น เรย์ มีคนเสนอขึ้นมาว่าน่าจะลองทำน้ำหอมบ้าง โปรเจกต์นี้มีความเป็นดันฮิลล์อยู่เต็ม ตรงที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพทั้งสิ้น และตรงที่เน้นออกแบบให้ทันสมัยที่สุด”

dunhill_icon-hi-res

ขวดน้ำหอมออกแบบโดยมาร์ก ไอเซ็น เพื่อให้ความละเอียดอ่อนกับน้ำหอม เขาเน้นที่การใช้การตัดลายด้วยเครื่องจักร (เรียกว่า ‘Guillochage’) อันเป็นเทคนิคที่ทำออกมาแล้วเป็นลายเหมือนตะแกรง สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์อื่นๆของดันฮิลล์ซึ่งได้แก่ ไฟแช็ก ปากกาและกระดุมติดข้อมือแขนเสื้อ ซึ่งผลิตด้วยเทคนิคเดียวกันทั้งสิ้น ต้องใช้วัสดุถึงห้าอย่างกว่าจะออกมาเป็นขวดแบบนี้ได้ นักออกแบบผู้นี้กล่าวว่า “ทั้งนี้เป็นเพราะการออกแบบด้วยเครื่องจักรที่ยังต้องใช้ฝีมือร่วมด้วยนั้นเป็นเอกลักษณ์ของดันฮิลล์”

maxresdefault-3

น้ำหอมสำหรับผู้ชายเท่านั้นคาร์ลอสอธิบายว่า “น้ำหอมนี้คือการผสมผสานระหว่างส่วนประกอบหลายอย่าง โดยมีกลิ่นที่เน้นให้โดดขึ้นมา อย่างเครื่องเทศ และพริกไทย ส่วนประกอบพวกนี้ในน้ำหอมผู้หญิงก็มีแต่ข้อแตกต่างของเราคือวิธีที่เราจะผสมมันเข้าด้วยกัน และบาลานซ์ของมันต่างหาก ที่ทำให้น้ำหอมของเรามีเอกลักษณ์”

IT’S MOTHER ISSUE : ตามดูหนังแม่แม่…แบบทางเลือก

Mother-3-20150812-224143288

ถ้าให้พูดถึงเดือนสิงหาคม นอกจากสภาพฟ้าฝนคะนองอันหนาวเหน็บเปียกปอน สิ่งแรกที่ทุกคนมักจะนึกถึงในทุกๆ เดือนแปดของแต่ละปีคือบรรยากาศอบอุ่นสวนทางดินฟ้าอากาศของ “วันแม่แห่งชาติ” สำหรับคอภาพยนตร์เดนตายอย่างเรา เพื่อให้เข้ากับกลิ่นอายบรรยากาศของ “วันแม่แห่งชาติ” ภาพยนตร์ที่เราควรเลือกชมในช่วงนี้ก็น่าจะเกี่ยวกับกับเรื่อง “แม่” อยู่บ้าง แต่ถ้าจะให้เราพูดแนะนำภาพยนตร์เชิดชู “พระคุณแม่” กันแบบโต้งๆ ในแบบที่นั่งดูกับบุพการีแล้วมีน้ำตาซึม  ก็ฟังดูน่าเบื่อเกินไปสำหรับคนแนวๆ อย่างเรา ด้วยเหตุนี้เราเลยนึกถึงภาพยนตร์ที่น่าสนใจและมาพร้อมกับชื่อเรื่องที่แปลว่า “แม่” จากสองฝั่งฟากโลกมาฝากให้เลือกชมกันแบบสองเรื่องควบ ส่วนจะเหมาะเอาไว้นั่งดูกับแม่ที่บ้านหรือเปล่า…ก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละท่านจะพิจารณาเอาก็แล้วกัน

Mother-4-20150812-224155562

สำหรับภาพยนตร์ “วันแม่” เรื่องแรกที่เราอยากยกมานำเสนอนั้น มาจากประเทศเกาหลีใต้และเป็นผลงานภาพยนตร์โดยผู้กำกับตัวท็อปของวงการภาพยนตร์เกาหลีอย่างบองจุนโฮ หลังจากที่ภาพยนตร์สัตว์ประหลาดฟอร์มยักษ์อย่าง “The Host” (2006) ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามทั้งในแง่ของรายได้และคำวิจารณ์ด้วยประเด็นวิพากษ์สังคมเกาหลีใต้ยุคหลังอาณานิคมผ่านมุมมองแบบตลกร้ายได้อย่างเผ็ดร้อน ต่อมาในปี 2009 บองจุนโฮก็ปล่อยผลงานเรื่อง “Mother” ซึ่งเป็นภาพยนตร์ขนาดยาวลำดับที่สี่สู่สายตาผู้ชม โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคัดเลือกให้ร่วมฉายที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งที่ 62 (ปี 2009) ในสายประกวด Un Certain Regard ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่มีรางวัลติดมือมาจากเทศกาล แต่สองนักแสดงนำในบทแม่ลูกอย่างคิมเฮจาและวอนบินก็ ก็ได้รับคำชมอย่างล้นหลามเลยทีเดียว

ภาพยนตร์บอกเล่าเรื่องราวของแม่ม่ายนิรนามฐานะยากจน ผู้หาเลี้ยงชีพตัวเองและลูกชายสติไม่สมประกอบด้วยการเก็บสมุนไพรมาขายและรับจ้างฝังเข็มรักษาโรค อยู่มาวันหนึ่งเกิดเหตุฆาตกรรมนักเรียนสาวในเมืองที่ทั้งสองอาศัยอยู่ ลูกชายของเธอตกเป็นผู้ต้องสงสัย ด้วยความรักของความเป็นแม่ ทำให้ตัวเธอเองต้องทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้กับลูกชาย เรื่องราวฟังดูเหมือนจะเป็นภาพยนตร์ดราม่าซาบซึ้งซึ่งเชิดชูความสัมพันธ์อันสวยงามระหว่างแม่ผู้จริงจังกับลูกชายอันเป็นที่รัก แต่กับ “Mother” บองจุนโฮเลือกนำเสนอประเด็นนั้นผ่านการดำเนินเรื่องราวตามแบบฉบับภาพยนตร์สืบสวน “ใครเป็นคนทำ” (Whodunit) เช่นเดียวกับภาพยนตร์สืบสวนรื่องก่อนหน้าของผู้กำกับเองอย่าง “Memories of Murder” (2003) ที่มีเส้นเรื่องของการสืบหาความจริงอันสุดแสนจะดำมืด นอกจากนั้นบองจุนโฮก็ยังบ่งบอกความเป็นตัวของเขาเองในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยการใส่ความเป็นตลกร้ายให้เราได้เห็นอยู่ตลอด เพราะนอกจากจะใช้เสียดสีเหน็บแนมประเด็นร่วมสมัยต่างๆ ได้อย่างแยบคายแล้ว องค์ประกอบ “ชวนเหวอ” เหล่านี้ยังทำหน้าที่สร้างระยะให้ผู้ชมได้ถอยตัวเองออกไปจากเรื่องราวภาพยนตร์เป็นระยะๆ เพื่อตรึกตรองกับตัวเองถึงคำถามในเรื่องความเหมาะสมและขีดจำกัดของ “ความเป็นแม่” ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นหมัดฮุคกระแทกใจที่ทางผู้กำกับตั้งใจโยนทิ้งไว้ให้ผู้ชมได้ครุ่นคิดกันต่อไปหลังจากได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้

ภาพยนตร์ชื่อ “แม่” อีกเรื่องที่เราอยากพูดถึงคือ “Mommy” ผลงานของซาวิเยร์ โดลองที่ออกฉายในปี 2014 ด้วยวัยเพียงแค่ 26 ปี แฟ้มสะสมผลงานของผู้กำกับหนุ่มที่ผันตัวจากการเป็นนักแสดงผู้นี้ค่อนข้างสวยหรูเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ที่ผลงานของเขาได้รับคัดเลือกให้ร่วมฉายมาแล้วในทุกระดับ พ่วงด้วยตำแหน่งคณะกรรมการตัดสินของสายประกวดหลักเทศกาลเมื่อต้นปี 2015 นี้ไปหมาดๆ ทั้งหมดนี้ทำให้ซาวิเยร์ โดลองกลายเป็นอีกหนึ่งผู้กำกับหน้าใหม่ไฟแรงที่น่าจับตามองแห่งยุคที่โดดเด่นในด้านการหยิบยกประเด็น “ความสัมพันธ์ในครอบครัว” มานำเสนอและสไตล์การเล่าเรื่องอันแสนฉูดฉาดแต่หนักแน่น ชวนให้นึกถึงผลงาน “กลิ่นอายแบบยุโรป” ของผู้กำกับรุ่นลายครามอย่างมิคาเอล ฮาเนอเกอ อย่างที่ทราบกันดีว่า “Mommy” เป็นภาพยนตร์เจ้าของรางวัล Jury Prize จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งที่ 64 ร่วมกับภาพยนตร์ “Goodbye to Language” ของผู้กำกับชั้นครูฌอง ลุค โกดาร์ด นอกจากนั้นยังเป็นตัวแทนภาพยนตร์จากประเทศแคนาดาเพื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ในสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศครั้งล่าสุดด้วยแต่หลุดโผโค้งสุดท้ายไปอย่างน่าเสียดาย

“Mommy” ทำให้เรานึกถึงภาพยนตร์เรื่องแรกอย่าง “I Killed My Mother” ซึ่งได้รับคัดเลือกให้ร่วมฉายในสาย Directors’ Fortnight ของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ประจำปี 2009 หลังจากที่หันไปเล่นกับประเด็นเพศทางเลือกในภาพยนตร์ช่วงหลังๆ นับได้ว่า “Mommy” คือการหวนคืนมากำกับภาพยนตร์ที่มีประเด็นหลักเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง ”แม่กับลูก” อีกครั้งหนึ่งของซาวิเยร์ โดลอง โดยภาพยนตร์เรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวของดีอาน (ที่ใครๆ เรียกว่า “ดี” ในเรื่อง) แม่ม่ายที่ต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูสตีฟ ลูกชายวัยรุ่นของเธอผู้มีอาการสมาธิสั้นขั้นรุนแรง ซึ่งไม่ว่าอาการของสตีฟจะรุนแรงหนักหนาสักแค่ไหน คนเป็นแม่ก็พร้อมที่จะยอมรับและห่วงใยดูแลเขาอยู่เสมอ ด้วยเรื่องราวสุดแสนจะลึกซึ้งตรึงใจแบบเรียบง่ายตรงไปตรงมา (และที่สำคัญคือไม่พยายามขยี้อารมณ์ผู้ชมจนเกินไป) ขับเคลื่อนด้วยการแสดงอันทรงพลังของนักแสดงนำ พ่วงด้วยสไตล์แอบเก๋กับการเลือกใช้ภาพอัตราส่วน 1:1 ซึ่งเป็นการแหวกขนบการถ่ายภาพยนตร์ที่ส่วนใหญ่จะเป็นอัตราส่วนภาพ 1.85:1 (หรือ 2.35:1) ทำให้ภาพออกมาเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมจัตุรัสแทนที่จะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบที่เราคุ้นกัน โดยผู้กำกับเองอธิบายว่ามุมมองแบบนี้ทำให้ไม่มีอะไรมารบกวนสมาธิให้ผู้ชมวอกแวกไปกับสิ่งที่อาจปรากฎทางซ้ายหรือทางขวาของจอภาพยนตร์และทำให้สามารถมองเห็นและสัมผัสตัวละครได้ตรงตามจริงที่สุด ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ยิ่งทำให้ผลงานชิ้นล่าสุดของซาวิเยร์ โดลองเรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ประเด็นความสัมพันธ์แม่ลูกธรรมดาที่ “ล้ำ” และ “ลึก” เกินธรรมดาและน่าจะเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ “วันแม่” ทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจประจำปีนี้

 

 

เปิดฤดูกาลแห่งการแข่งกีฬาเช่นนี้ อาหารที่ทำง่าย รสชาติอร่อย และหนุ่มๆ ทำทานเองที่บ้านได้น่าจะตอบโจทย์ใครหลายคนได้เป็นอย่างดี

ในฤดูกาลแข่งกีฬาเช่นนี้ หนุ่มคอกีฬาหลายคนคงนอนดึกหามรุ่งหามค่ำเชียร์นักกีฬาทีมโปรดกัน แล้วถ้าหิวขึ้นมา คงไม่อยากออกไปซื้อของรับประทานตามร้านสะดวกซื้อกันเราแนะนำวิธีทำเมนูอร่อยง่ายๆ อย่าง Beef Burger Max Cheese เมนูนี้

FU7A2891

Making The Burger 

-นำส่วนผสมของเบอร์เกอร์ทั้งหมดผสมให้เข้ากัน พักไว้ในตู้เย็น ประมาณ 30 นาที 

เติมน้ำมันมะกอกลงในกระทะเล็กน้อย ตั้งกระทะย่างให้ร้อน แบ่งเนื้อบดออกเป็น 4 ส่วน ปั้นเป็นก้อนแล้วกดเบาๆ ให้แบนพอประมาณ นำลงไปย่างในกระทะให้ด้านนอกเกรียม ตักขึ้นพักไว้

Making The Sauce

-นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ในชามผสม คนจนส่วนสมเข้ากันดี พักไว้

On The plate 

-วางขนมปังช้อนแรกก่อน ตามด้วยเนื้อเบอร์เกอร์ และ เชดดาร์ชีส หอมหัวใหญ่ พริกหวานย่าง เบคอนและมอสซาเรลาชีส และขนมปังส่วนทึ่เหลือ นำเข้าเตาอบ ด้วยความร้อน 200 องศา เป็นเวลา 5 นาที แค่นั้นก็พร้อมเสิร์ฟร้อนๆ แล้วค่ะ

LOPF_9320

ส่วนประกอบในเบอร์เกอร์

เนื้อสับ 240 กรัม

หอมหัวใหญ่สับ 1-2 ช้อนโต๊ะ

ไข่แดงของไข่ไก่ 1 ฟอง

เกลือ 1/4 ช้อนชา

พริกไทย 1/8 ช้อนชา

ออริการ์โน่ 1/8 ช้อนชา

น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ

ส่วนประกอบในซอส

Dijon มัสตาร์ด 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำส้มสายชู บัลซามิก 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

น้ำมันมะกอก

Extra virgin 1 ช้อนโต๊ะ

Toppings

หอมหัวใหญ่, พริกหวานย่าง, เบคอนทอดกรอบ, มอสซาเรลาชีสขูด, เชดดาร์ชีส, ขนมปังเบอร์เกอร์

STAY FIT WHILE TRAVELLING

การเดินทางเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเรา ไม่ว่าจะเดินทางเพื่อไปทำงานหรือท่องเที่ยว แต่เราก็สามารถรักษารูปร่างให้คงความฟิตไว้ได้แม้จะอยู่ในโรงแรมหรือมีเวลาน้อยนิด ที่สำคัญ การออกกำลังกาย ให้ได้เหงื่อสักหน่อย จะช่วยผ่อนคลายความเครียดระหว่างการเดินทางได้ดี

Trainer : พิชญ์ เหล่าจำปา (เทรนเนอร์จาก Fitness First)

Up Right Row 

ท่าบริหารกล้ามเนื้อหัวไหล่และบ่าโดยใช้ของใกล้ตัวระหว่างเดินทาง เช่น เป้ หรือกระเป๋าขึ้นเครื่องที่มีน้ำหนักพอประมาณ

07.07.15 loptimum 16331

Leg Lunge

ท่าบริหารกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า โดยเพิ่มความท้าทายด้วยการยกระดับขาหลังให้สูงขึ้น

07.07.15 loptimum 16372

Push Up 

ท่าวิดพื้นบริหารกล้ามเนื้อหน้าอก แต่เพิ่มความท้าทายด้วยการยกระดับขาหลังให้สูงขึ้น

Fitness