อยากกินกุ้งแม่น้ำเหรอ ? ทำไมต้องไปไกลถึงอยุธยา

ห้องอาหาร อัพ แอนด์ อะบัฟ (Up & Above restaurant) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) เชิญชวนมาลิ้มรสเมนูพิเศษปรุงจากกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ๆ เนื้อหวานแน่น ให้บริการตั้งแต่ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2561

เชฟ เจษฎณรงค์ ทักษาปกรณ์ ผู้ช่วยหัวหน้าพ่อครัวใหญ่ประจำโรงแรมฯ คัดสรรแต่กุ้งแม่น้ำ สด ๆ ตัวใหญ่ ๆ เนื้อแน่น นำมาปรุงเป็นเมนูพิเศษหลากหลายรายการ เพื่อให้ทุกท่านได้ลิ้มรส ได้แก่ กุ้งแม่น้ำฉู่ฉี่ ปรุงรสชาติแบบต้นตำรับ หอมกลิ่นเครื่องแกง กุ้งแม่น้ำนึ่งซีอิ๊ว รสชาติกลมกล่อมหวานเค็ม รับประทานกับข้าวสวยร้อน ๆ กุ้งแม่น้ำทอดกระเทียม ที่ทอดสุกกำลังพอดีหอมกระเทียมทอดกรอบ และต้มยำกุ้งแม่น้ำ เมนูยอดนิยมของชาวไทย และชาวต่างชาติ ที่เชฟคัดกุ้งตัวโต ทำเป็นต้มยำที่รสชาติจัดจ้านเข้มข้นถึงเครื่องต้มยำและสมุนไพรหลากหลายชนิด

เมนูพิเศษปรุงจากกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ มีให้บริการเป็นอาหารจานเดี่ยว ที่ห้องอาหาร อัพแอนด์อะบัฟ ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00 น. – 22.30 น. ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2561 ราคาเริ่มต้นที่ 780++ บาทต่อจาน

ห้องอาหาร อัพแอนด์อะบัฟ ตั้งอยู่ที่ชั้น 24 โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง กรุณาติดต่อ 02 687 9000 หรือ upandabove@okurabangkok.com

ราคาทั้งหมดยังไม่รวมค่าบริการ 10% และภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7%

Related Post

ชะตากรรมของซูเปอร์โมเดลในศตวรรษที่ 19 กับชีวิตที่ไม่ได้สวยหรู

แคมเปญ Gucci: Spring Summer 2018 ที่สร้างสรรค์โดยศิลปินชาวสเปน Ignasi Monreal ได้สร้างความฮือฮาไม่แพ้คอลเลกชั่น เขานำเอางานศิลปะหลากยุคสมัยมาเป็นแรงบันดาลใจ ภาพเด่นหนึ่งในนั้นก็คือ Ophelia โดย Sir John Everett Millais ความน่าสนใจอยู่ที่ชะตากรรมของเหล่านางแบบที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นซูเปอร์โมเดลของศตวรรษที่ 19 พวกเธอมีชีวิตที่เศร้ารันทดไม่แพ้กัน และหนึ่งในนั้นก็คือนางแบบที่เป็นแบบให้วาดภาพโอฟีเลีย นี่เอง

เอ๊ะ…อย่างไร คำว่าซูเปอร์โมเดลเกิดขึ้นเมื่อปลายยุค 1980s ไม่ใช่หรือ Christy, Linda, Naomi ที่ถูกเรียกขานว่าเป็น The Trinity  ตรีเอกภาพของวงการแฟชั่นปลายยุคเอจตีส์ พร้อมประโยคที่ลือลั่นของลินดาที่ว่า ฉันจะไม่มีวันลุกจากที่นอนถ้าไม่ได้ทำเงินสองหมื่นหน้าพันเหรียญ แม้ภายหลังเธอจะปฎิเสธว่าเธอไม่ได้หมายความเช่นนั้น

เด็กๆ ยุคนนี้อาจจะ เอิ่ม คริสตี้ ลินดา นาโอมิ ไหน แต่คนหลังนี่ยังผาดโผนในวงการแฟชั่นและบันเทิง คริสตี้ก็กลับมารับงานถ่ายแบบโฆษณาบ้าง แต่เราจะไม่เรียกนามสกุลห้อยท้ายชื่อพวกเธอเป็นอันขาด เพราะบัญญัติหนึ่งของการจะเป็นซูเปอร์โมเดลก็คือเธอจะต้องถูกเรียกแค่ชื่อ แค่นั้นทุกคนก็ต้องร้องอ๋อ เพราะดังจนไม่ต้องอธิบายว่าลินดาไหน คริสตี้คือใคร แต่ซูเปอร์โมเดลปัจจุบันเขาวัดที่ยอดฟอลโลว์ ไม่เช่นนั้นเบลลา หรือจีจี้ ก็คงไม่ถูกเรียกว่าซูเปอร์โมเดล

แต่ Lizzie Siddal คือซูเปอร์โมเดลของศตวรรษที่ 19 เธอเติบโตมาในย่านสลัมของเซ้าต์แบงค์ ลอนดอน มีความกร้านโลกและขบถในตัวเอง เธอไม่มีอะไรที่เหมาะกับคำว่า กุหลาบอังกฤษ แต่เธอกลายเป็นโฉมหน้าความงามของสตรียุควิกตอเรียน เมื่อเธอได้พบกับกลุ่มศิลปินแนว Pre-Raphaelite เธอได้เป็นนางแบบให้กับพวกเขา และหนึ่งในนั้นก็คือ John Everett Millaisได้สร้างผลงานที่ลือลั่นก็คือภาพ Ophelia(1852)

ภาพนี้ทำให้ลิซซี่แจ้งเกิดและกลายเป็นมิวส์ของศิลปินพรี-ราฟาเอลไลท์ อันหมายถึงแนวนิยมที่รังสรรค์งานเหมือนจริงหรือเหนือจริงให้สะเทือนอารมณ์ผู้ชมงานศิลปะ โดยใช้หลักการวาดภาพแบบราฟาเอล แต่เรื่องราวในภาพจะมาจากตำนานอัศวินของอังกฤษเช่นเรื่องเล่าของกษัตริย์อาร์เธอ

เอกลักษณ์ของงานแนวนี้จะเป็นภาพหญิงสาวผมแดง(ลิซซี่เป็นสาวผมแดงโดยธรรมชาติ) ผิวขาวซีดเหมือนคนอมโรค แต่แก้มมีสีชมพูดเพื่อให้ดูมีชีวิต แม้แต่ภาพโอฟีเลียที่จมน้ำตายก็ยังมีแก้มและริมฝีปากสีชมพู เป็นความกำกวมรู้สึกกึ่งเป็นกึ่งตาย แต่ที่เกือบตายจริงๆ ก็คือนางแบบคือลิซซี่ เพราะมิลลายส์ ผู้วาดภาพ ให้เธอสวมเสื้อผ้านอนแช่ลงไปในน้ำในอ่างทั้งๆ ที่อากาศหนาวและน้ำนั้นเยือกเย็น ศิลปินยุคนั้นจะเน้นความเหมือนจริง ฉะนั้นเธอก็ต้องดูเหมือนคนที่เคลิ้มฝันด้วยการเสพย์สารกล่อมประสาท เพราะถ้าไม่เคลิ้มเธอก็จะไม่ทนนอนในอ่างน้ำที่เย็นเยือกเช่นนั้นได้ ผลจากการนี้ทำให้เธอป่วยด้วยอาการปอดบวม แลกกับการเป็นโฉมหน้าของความสวยแบบพรี-ราฟาเอลไลท์

แต่คนที่ทำให้เธอตกหลุมรักคือศิลปิน Dante Gabriel Rossetti เขามองเธอเป็นมิวส์เช่นกัน แต่ไม่มีงานชิ้นไหนของเขาที่ใช้เธอเป็นแบบโดดเด่น แต่เป็นการใช้นางแบบคนอื่นๆ มากกว่าและชื่อเสียงของโรเซตติ ก็โด่งดังเป็นแถวหน้าของศิลปินกลุ่มนี้ ลิซซี่เฝ้ารอให้เขาเอ่ยปากขอแต่งงาน พร้อมกับกล้ำลืนความขมขื่นที่เขามีรักใหม่กับสาวใหม่เรื่อยๆ ในที่สุดทั้งสองก็แต่งงานกัน แต่ไม่ช่วยให้ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ดีขึ้น โรเซตติ มีสาวใหม่เรื่อยๆ ลิซซี่ ที่ผันตัวเองมาเป็นจิตรกรและสร้างผลงานได้น่าสนใจรวมทั้งแต่งบทกวีจนได้รับการยอมรับ แต่ชีวิตของเธอกลับซึมเศร้า มีอาการป่วยเรื้อรัง ติดยา laudanum แต่ท้ายที่สุดหลังจากมีลูกสาวไม่นาน ลิซซี่ปลิดชีพตัวเองด้วยการดื่มยาเกินขนาด เป็นการจบชีวิตของซูเปอร์โมเดลในศตวรรษที่ 19 อย่าน่ารันทด

 

Related Post

นิทรรศการ “From Le Brassus to Bangkok” กับการเดินทางของ โอเดอมาร์ส ปิเกต์

ก่อนจะถึงนิทรรศการที่ยิ่งใหญ่ของ โอเดอมาร์ส ปิเกต์ เรามาดูกันว่า สุดยอดแบรนด์เครื่องบอกเวลาชั้นสูงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่จะนำเรื่องราวระดับตำนานมาสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับนิทรรศการ “From Le Brassus to Bangkok” ในวันที่ 8 ถึง 17 มิถุนายน 2561 ที่จะถึงนี้ ณ ชั้น G ลานเอเทรี่ยม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี

นิทรรศการที่บอกเล่าการเดินทางของ โอเดอมาร์ส ปิเกต์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์กว่า 143 ปี และจิตวิญญาณอันทุ่มเทต่อศาสตร์การประดิษฐ์เรือนเวลาชั้นสูงในแต่ละยุคสมัย ร่วมด้วยโชว์เคสผลงานชิ้นพิเศษที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างทรงพลัง รังสรรค์ขึ้นโดย “อริญชย์ รุ่งแจ้ง” ศิลปินร่วมสมัยเชื้อสายไทยเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับเกียรติร่วมงานกับ โอเดอมาร์ส ปิเกต์ อย่างเป็นทางการ

ภายในงานแบ่งการจัดแสดงเป็นโซนต่างๆ อาทิ โซนต้นกำเนิดของศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกาชั้นสูงอย่าง “วัลเลย์ เดอ ฌูซ์” (Vallée de Joux) ที่เสมือนพาคุณย้อนเวลาสู่จุดเริ่มต้นของแบรนด์ โอเดอมาร์ส ปิเกต์ โซนวิวัฒนาการเรือนเวลา ที่หยิบเอานวัตกรรมชั้นเลิศมาหลอมรวมกับประเพณีการรังสรรค์เรือนเวลายุคก่อนได้อย่างน่าสนใจ ร่วมด้วยสุดยอดเรือนเวลารุ่นประวัติศาสตร์กว่า 50 เรือน ที่แต่ละชิ้นถูกเก็บรักษาและคัดเลือกอย่างพิถีพิถันโดย เซบาสเตียน วิวาส (Sébastian Vivas) ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์แห่ง โอเดอมาร์ส ปิเกต์ อาทิ นาฬิกาพก Triple Complication รุ่นบุกเบิกปี 1880, นาฬิกาอาร์ต เดโค ที่มาพร้อมระบบแสดงเวลาแบบ Jumping hours จากปี 1930, นาฬิการุ่นรอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ รุ่นบุกเบิก ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1993

ไฮไลท์ห้ามพลาดคือการสาธิตหลากทักษะอันเชี่ยวชาญโดยช่างฝีมือชั้นสูง กับเบื้องหลังในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเรือนเวลาที่หาชมได้ยาก ทั้งยังสะท้อนถึงปรัชญาหลักของแบรนด์ “To Break the Rules, You Must First Master Them” ได้เป็นอย่างดี

Related Post

Celebrities Behind the Camera

มาดูกันว่า ดาราฮอลลีวูดตัวพ่อตัวแม่ที่คุณคุ้นหน้านั้นมีบทบาทอยู่เบื้องหลัง ภาพยนตร์ หรือ ซีรีส์ เรื่องใดใน Netflix กันบ้าง ?

มาเริ่มกันที่คนแรกกันเลยดีกว่าใครจะไปคิดว่านักร้องสาวสุดเช็กซี่อย่าง

Selena Gomez

จากนักแสดงเด็กช่อง ดิสนีย์ แชนแนล สู่การเป็นนักร้องสุดเซ็กซี่ Selena Gomez พิสูจน์แล้วว่าเธอมีความสามารถรอบด้าน ล่าสุดเธอสวมหมวกอีกใบ นั่นคือการเป็น Executive Producer ให้กับซีรีส์วัยรุ่นสุดฮิต 13 Reasons Why ที่สะท้อนสังคมของชีวิตวัยรุ่นที่ต้องเผชิญกับปัญหาการโดนกลั่นแกล้ง จนเกิดความซึมเศร้ารุนแรงในรั้วโรงเรียน นอกจากนี้เธอยังร้องเพลงประกอบซีรีส์เรื่องนี้อีกด้วย

Charlize Theron

คนถัดมาต้องขอบอกว่าเป็นตัวแม่เลยก็ว่าได้เพราะเธอคนนี้ผ่านการเป็นนักแสดงมาแล้วมากมายนับไม่ถ้วนผ่านมาแล้วทุกบทบาทการแสดงนั่นก็คือ

Charlize Theron

Charlize Theron เป็นที่รู้จักกันอย่างดีจากฝีมือการแสดงขั้นเทพบนจอเงิน แต่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า นักแสดงมากฝีมือคนนี้ ก็ได้โลดแล่นอยู่หลังกล้องมานานหลายปีแล้วเช่นกัน ผลงานล่าสุด Girlboss ที่ Theron ร่วมกับเพื่อนของเธอสร้างสรรค์ขึ้นมา โดยได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือชีวประวัติเล่มหนึ่งที่เธอติดใจจนอยากจะเอามาทำเป็นซีรีส์ตั้งแต่ครั้งแรกที่อ่าน และ Netflix ก็ช่วยให้ความตั้งใจของเธอเป็นความจริง

Charlize Theron

Julie Andrew

Julie Andrew นักแสดงอาวุโสวัย 81 ปี ที่มีผลงานในวงการมาอย่างโชกโชน ทั้งละคร ภาพยนตร์ พิธีกรและละคอนเวที วันนี้เธอจับมือกับ Netflix ผลิตรายการสำหรับเด็กชื่อ Julie’s Greenroom ที่ Julie รับหน้าที่เป็นพิธีกรหลัก ดำเนินรายการผ่านการร้อง ละครและเต้น ซึ่งในแต่ละตอนจะมีดารา นักแสดงดังๆ มาเป็นแขกรับเชิญ เพิ่มความสนุกสนานอีกด้วย อายุเป็นเพียงตัวเลขจริงๆสำหรับเธอคนนี้

Julie Andrew

Adam Sandler

นักแสดงตลกชายที่มีผลงานให้ได้รับชมโดยตลอดมานานกว่า 20 ปี โดยในปี 2014  Netflix จับมือ Adam Sandler เซ็นสัญญาสร้างภาพยนตร์ให้เขาถึง 4 เรื่อง (และเพิ่งจะต่อสัญญาไปเมื่อต้นปีอีก 4 เรื่อง) โดยตัว Adam เองนั้น นอกจากจะนำแสดงเองแล้ว เขายังมีส่วนในการคิด เขียนบทและโปรดิวซ์เองอีกด้วย นอกจากนี้หนึ่งในภาพยนตร์ของเขาเรื่อง The Meyerowitz Stories ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์อีกด้วย

Adam Sandler

Brad Pitt

คงจะไม่น่าเกลียดมากนักถ้าจะพูดว่า ไม่มีใครไม่รู้จักพระเอกตลอดการอย่าง Brad Pitt โดยตั้งแต่ปี 2001 เขาได้ร่วมเปิดบริษัทสร้างภาพยนตร์ชื่อ Plan B ที่ผลิตหนังออกสู่ตลาดมากกว่า 30 เรื่อง กวาดรางวัลต่างๆ มาแล้วมากมาย และภาพยนตร์เรื่องล่าสุด War Machine ที่ Brad Pitt ร่วมงานกับ Netflix เป็นครั้งแรก โดยเขาสวมบทบาททั้งเป็นโปรดิวเซอร์และนักแสดงนำ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่ว่าจะเบื้องหน้า หรือเบื้องหลัง ชายคนนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวัง

Brad Pitt

Tina Fey

นักแสดงตลกที่แจ้งเกิดจากรายการคอมเมดี้สเก็ตช์เสียดสีสังคมสุดฮิตจากอเมริกา Saturday Night Life รวมไปถึงรางวัลการันตีคุณภาพจากหลากหลายเวที ทำให้ Tina Fey คือตัวแม่ตัวจริงของวงการอีกหนึ่งคน Unbreakable Kimmy Schmidt คือซีรีส์คอมเมดี้อีกเรื่องหนึ่ง ที่ Tina Fey สร้างสรรค์ขึ้น ด้วยบทที่เฉียบคมและนักแสดงที่มากความสามารถ ทำให้เรื่องนี้เป็นซีรีส์ยอดฮิตติดลมของ Netflix มานานกว่า 3 ซีซันเลยทีเดียว

Tina Fey

Related Post

Alternative Music เปิดประสบการณ์ทางดนตรีแบบไร้ขีดจำกัดที่จะทำให้คุณต้องร้อง HUH ?


เพจคนรักดนตรีอย่าง HUH? ร่วมกับ Asahi Super Dry Beer เลี่ยงกฎหมายห้ามโฆษณาแอลกอฮอล์อย่างโจ่งแจ้งไปจัดงานดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ทางเลือก Beat and Beyond ที่เลือกศิลปินอย่าง Coucou Chloe และ Chad Valley มาประเดิมโปรเจ็กต์นี้เป็นคู่แรก

ซึ่งโปรเจ็กต์ HUH? นี่ก็ถือเป็นไซด์โปรเจ็กต์ที่แตกหน่อมาจากผู้จัดคอนเสิร์ตนอกกระแสอย่าง Have You Heard? ที่ต้องการนำเสนอประสบการณ์ทางดนตรีใหม่ๆ นอกเหนือจากไลฟ์แบรนด์อย่างงานดีเจและโปรดิวเซอร์ดนตรีต่างๆ ให้เป็นตัวเลือกในบ้านเรา (ซึ่งเราแอบดีใจนะที่บ้านเราจะมีผู้จัดที่แหวกแนว กล้าเสี่ยง และไม่ฟัดกับคนอื่นไปทั่วมาสร้างสีสันให้กับคนรักคอนเสิร์ตอย่างพวกเราบ้าง)

โดยโปรเจ็กต์ Beat and Beyond by Asahi Super Dry สองครั้งแรกจะจัดขึ้นในวันที่ 24 เมษายน ที่ De Commune โดยพบกับ Coucou Chloe และวันที่ 5 พฤษภาคม ที่ NOMA BKK โดยพบกับ Chad Valley

รอลุ้นว่าการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในรอบนี้จะปังหรือจะแป้กไปด้วยกัน (แต่เราเชียร์ให้ปังนะ เพราะเราแอบรักความกล้าหาญและ boldly do things other can’t do before ของพวกเขา)

รายละเอียดเพิ่มเติมเชิญที่ https://www.facebook.com/HUHBKK/

Related Post

The Joy of Hua Hin #หัวหินถิ่นนี้จอย

ร้อนๆ อย่างนี้หลายคนคงอยากไปอยู่ริมทะเล  เมื่อนึกถึงทะเลก็ต้องนึกถึงหัวหิน เพราะมีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นที่หัวหินในช่วงปีหลังๆ นี้ โดยเฉพาะร้านกิน ร้านนั่งชิลเก๋ๆ ที่เราเข้าไปดูที่  #SansiriSummerVibes ซึ่งเป็นแคมเปญไลฟ์สไตล์ ลีฟวิ่ง คอมมิวนิตี้ (Lifestyle Living Community) สุดเก๋บนไอจีด้วยการแนะนำร้านอาหาร ร้านคาเฟ่และขนมหวานชื่อดังของหัวหิน ร้านอาหารสตรีทฟู้ด ชื่อดังมากมายกว่า 60 ร้าน และสถานที่แฮงเอ้าท์ไลฟ์สไตล์ไม่ซ้ำใคร เช่น บาร์เก๋ๆ เปรียบเสมือนเพื่อนบ้านที่คุ้นเคยกันอย่างดี รวมถึงร้าน Hidden gem

หมูปิ้งลุงแต @ตลาดเช้าหัวหิน

เห็นคิวคนที่ต่อแถวซื้อหมูปิ้งร้านนี้รับรองได้ว่าเด็ดแน่ ทั้งคนหัวหินเองและนักท่องเที่ยว หมูปิ้งที่หมักอย่างดี ปิ้งบนเตาถ่านส่งกลิ่นหอมกรุ่น แอบกระซิบว่า เมนูหมูปิ้งของลุงแต่นี้เป็นเมนูที่เข้าวังมาแล้วเชียว

The Tea House (เต ที เฮ้าส์) @Flynow outlet

ร้านน้ำชาในบรรยากาศเก๋ๆเหมาะจิบชายามบ่าย ตกแต่งอย่างสวยงามในบรรยากาศความเป็นฝรั่งเศส ทั้งชาที่เลือกสรรมาอย่างดีที่สุดรวมทั้งขนมอบแสนอร่อยสไตล์ฝรั่งเศส

โสภาซีฟู้ด

มาหัวหินก็ต้องรับประทานอาหารทะเลให้สะใจ ร้านนี้มีชื่อเสียงเรื่องรสชาติที่จัดจ้านและเป็นรสแบบท้องถิ่นแท้ๆ ใครต้องการชิมอาหารทะเลที่ได้มาสดๆ ปรุงเป็นอาหารรสจัดต้องมาที่นี่

ป้ารวยปูเป็น

แค่ชื่อร้านก็เชื่อได้ว่ารสแซบแท้แน่นอน ไม่ใช่แค่ปูสดๆ แต่อาหารทะเลอื่นๆ ก็สดเช่นกัน นำมาปรุงเป็นอาหารรสจัดจ้านต่างๆ นอกจากนี้ยังมีร้านแนะนำเช่น เฮียชัยเป็ดย่าง ร้านอาหาร  Red Coral Restaurant โรงแรมเอสเคปหัวหิน คาเฟ่ วิไลวรรณ Together Café, INU Café, Velo Café สตรีทฟู้ด ขนมจีนเจ้รุ่ง ลอดช่องลุงดำ สาลี่กะปิสูตรโบราณ Socialize Space@Seen SpaceDer, Tanya’s, Sundance, Umikaze, Oasia, Burning Day Light Tamarind Market Pizza Art, PRASITA RIBS, กุ้งถัง และอีกมากมาย

โดยมีคอนเซ็ปต์ “เปลี่ยนทั้งย่านให้เป็นบ้านหลังใหญ่ของเรา” เปิดบ้านหลังใหม่ในโลเคชั่นล่าสุดที่ “หัวหิน” ของแสนสิริ ที่จะชวนทุกคนมาสนุกพักผ่อนกับไลฟ์สไตล์ใหม่ๆเฉลิมฉลองความเป็นเพื่อนบ้าน พร้อมมอบพริวิเลจสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากเหล่าร้านค้าที่เป็นเพื่อนบ้านในย่านนี้มากมายกว่า 60 ร้านค้า ผ่านแฮชแท็ก #SansiriSummerVibes เอาใจเหล่า แสนสิริ แฟมิลี่ ได้มาจอยกันครบจบในที่เดียวตลอดซัมเมอร์ ง่ายๆเพียงแค่แจ้งรับสิทธิ์ผ่าน IG direct message หรือสแกนบาร์โค้ดรับสิทธิ์ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ – 31 พ.ค. นี้


Related Post

ยกระดับการออกกำลังกายด้วย GymKit ที่จะทำให้ชีวิตของคุณในฟิตเนสสะดวกสบายยิ่งขึ้น


หลังเปิดตัวครั้งแรกอย่างน่าตื่นเต้นในช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2017 วันนี้เราสามารถใช้งานฟังก์ชั่นนี้ได้แล้ว และไม่ใช่แค่ในสหรัฐอเมริกา แต่ในบ้านเราเองก็มีฟิตเนสที่รองรับ GymKit แล้วเช่นกัน 

GymKit คืออะไร

GymKit ของ Apple เป็นฟังก์ชั่นที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถจับคู่ Apple Watch กับอุปกรณ์คาร์ดิโอในฟิตเนสเพียงการแตะครั้งเดียว (ทดสอบแล้วการเชื่อมต่อทำได้ง่ายมาก ไม่ยุ่งยากเลยสักนิด) ตอนนี้เครื่องที่รองรับมีทั้งหมดสี่ตัว ได้แก่ treadmills, ellipticals, indoor bikes และ stair steppers จากผู้ผลิตใหญ่อย่าง Matrix, Technogym และ Life Fitness แต่ในอนาคตจะมีผู้ผลิตรายอื่นๆ ตามมาอีกเพียบ

เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่สมาร์ทวอชสามารถซิ้งค์ข้อมูลกับอุปกรณ์ออกกำลังกายผ่าน GymKit ที่ช่วยให้ Apple Watch ทำงานร่วมกับเครื่องอุปกรณ์เหล่านั้นได้อย่างลื่นไหล จากเดิมที่เราอ่านผลลัพท์ของการออกกำลังกายจากแหล่งใดแหล่งหนึ่ง ที่อาจไม่แม่นยำเท่าที่ควร

แต่ด้วยวิธีนี้ทำให้เราสามารถนำข้อมูลส่วนตัวที่มีอยู่ในสมาร์ทวอช มาใช้งานร่วมกับข้อมูลที่ได้จากเครื่องออกกำลังกาย ผลลัพท์ที่ได้ไม่ว่าจะเป็นจำนวนแคลลอรี่ ระยะทาง ความเร็ว ความสูง ความชัน และอัตราการวิ่ง จึงแม่นยำกว่าที่เคยเป็นมา และตัดปัญหายุ่งยากเรื่องการจัดการกับอุปกรณ์ (เช่น ต้องเซตข้อมูลส่วนตัวในเครื่อง กดเริ่ม จากนั้นใส่ข้อมูลในมือถือ ก่อนกดเริ่มทำงาน เมื่อเสร็จสิ้นก็ต้องกดหยุดที่เครื่อง ก่อนหันมากดหยุดบนสมาร์ทวอชอีกที เป็นต้น)

ถือเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลทั้งสองทางแบบเรียลไทม์ครั้งแรก ข้อมูลที่แสดงบนเครื่องและข้อมือของคุณจึงตรงกัน ทำให้คุณไม่ต้องละสายตาเพื่อก้มมองสมาร์ทวอชบ่อยๆ

ตอนนี้ในบ้านเรา มีฟิตเนสที่มีอุปกรณ์รองรับ GymKit รายเดียวนั่นคือ Jetts 24 Hour Fitness ที่เปิด 24 ชั่วโมง มีทั้งหมด 7 สาขาในกรุงเทพฯ และมีแนวโน้มว่าตัวเลขของฟิตเนสที่รองรับจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะ 80% ของผู้ผลิตอุปกรณ์คาร์ดิโอทั่วโลกเล่นด้วยกับไอเดียนี้

ดังนั้น หากว่าฟิตเนสที่คุณเป็นสมาชิกอยู่ถึงคราวต้องอัพเกรดเครื่องขึ้นมาเมื่อไร ก็เป็นไปได้ว่าเครื่องใหม่เหล่านั้นจะมาพร้อม GymKit ของ Apple ที่สังเกตเห็นได้จากสัญลักษณ์ที่อยู่มุมบนด้านขวาของหน้าจอที่พร้อมให้คุณเชื่อมต่อ

สังเกตุสัญลักษณ์บนมุมขวาและจุดให้แตะบนตัวเครื่อง

Related Post

ประมวลภาพสวยๆ จากภาพยนตร์เรื่อง Avengers : The Infinity Wars

วันนี้ L’Officiel Hommes Thailand ได้ประมวลภาพสวยๆ จากภาพยนตร์เรื่อง Avengers: The Infinity Wars ที่กำลังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายนนี้เป็นต้นไปมาฝากแฟนๆให้ได้ชมกัน

เอาล่ะ!! บอกเลยว่าเราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่สามารถลากบักกี้ บาร์นส์ (หรือ The Winter Soldier) มานั่งหล่ออยู่บนปกนิตยสาร L’Officiel Hommes ฉบับเดือนพฤษภาคมเพื่อต้อนรับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง Avengers: The Infinity Wars ได้ในเมื่อภาพยนตร์กำลังจะเข้า และต่างก็มีเสียงคาดเดาไปต่างๆ นานาว่าใครจะรอด ใครจะตาย หรือใครจะได้กับใครกันนะ เรามาดูประมวลภาพสวยๆ ระดับไฮเดฟจากภาพยนตร์ให้กระชุ่มกระชวยใจเล่นๆ ระหว่างที่รอภาพยนตร์เข้ากันดีกว่า

Avenger: The Infinity Wars เข้าฉายตั้งแต่วันที่ 25 เมษายนเป็นต้นไป

 

Related Post

ชิลล์อย่างหรูที่ Park Hyatt Seoul ใครไปห้ามพลาด !

L’Officiel Hommes Thailand ขอแนะนำสองสถานที่นั่งชิลล์อย่างหรูหราเมื่อคุณไปเยือนกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

The Lounge: Korean Tea House

ตั้งอยู่ ณ ชั้นที่ 24 โรงแรม Park Hyatt Seoul นำเสนอประสบการณ์การดื่มชาแบบเกาหลีแท้ๆ ทีเฮ้าส์นี้ออกแบบโดยบริษัท Super Potato ที่ให้อารมณ์ของประเทศญี่ปุ่นโดยไม่ละทิ้งกลิ่นอายของเกาหลีแบบดั้งเดิม สามารถมองออกไปเห็นวิวอันโอ่อ่างดงามของเมืองยามจิบชา ถือว่าเป็นจุดที่โรแมนติกที่สุดจุดหนึ่งของเมืองนี้ คุณสามารถเลือกจิบชาเขียวสารพัดประเภทที่ปลูกในคาบสมุทรเกาหลี ในส่วนของของหวานนั้น ก็มีให้เลือกมากมายตามฤดูกาล ทำให้ทั้งวันของคุณทั้งสวยงามและอิ่มอร่อย

The Timber House: Vinyl Music Bar

ตั้งอยู่ชั้นใต้ดินของโรงแรม Park Hyatt Seoul ถือเป็นไวนิลบาร์และร้านอาหารแห่งแรกในทวีปเอเชีย ออกแบบโดย Super Potato เพื่อให้ระบบเสียงภายในมีคุณภาพสูงสุด แต่ละคืนจะมีดีเจทั้งหมด 6 ชีวิตมาสับเปลี่ยนเล่นเพลงขับกล่อมทุกคน นอกจากนั้นภายในบาร์ยังมีคอลเลกชั่นแผ่นเสียงโชว์เคสอยู่กว่า 2,000 แผ่นอีกด้วย นอกจากดนตรีสุดเหวี่ยงแล้ว อาหารและเครื่องดื่มก็ไม่แพ้กัน มีเสิร์ฟแอลกอฮอล์ระดับพรีเมี่ยมอิมพอร์ตจากทั่วโลก และมีเมนูสไตล์อิซากายะแบบญี่ปุ่นมาในจานเล็ก เป็นกับแกล้มน่ารัก และอาหารเกาหลีพื้นเมืองให้เลือกอีกมากมาย

ทั้งสองตั้งอยู่ที่โรงแรม Park Hyatt Seoul

www.parkhyattseoul.com

 

Related Post

5 ซีรีส์ย้อนยุคสำหรับคนที่อยากทิ้งตัวนอนอยู่บ้านในช่วงสงกรานต์

สงกรานต์นี้หากใครไม่อยากไปไหน ขอขี้เกียจให้เต็มที่ด้วยการฝังตัวอยู่บ้าน โทรสั่งไลน์แมน แล้วนอนเอกเขนกอยู่บนเตียงหรือโซฟา (อาจจะพร้อมไวน์แดงสักขวด) เราขอแนะ 5 ซีรีส์เกาะกระแสละครพีเรียดหรือละครย้อนยุคจาก Netflix ที่นำเรื่องราวและเหตุการณ์สำคัญๆ ในอดีตมาสร้างเป็นซีรีส์ให้คนดูติดกันหนึบหนับ จริงอยู่ว่าซีรีส์ย้อนยุคเหล่านี้อาจมีการแต่งแต้มสีสันไปบ้างเพื่อเพิ่มอรรรถในการรับชม แต่ตัวละครล้วนมีอยู่จริง ยิ่งถ้าคุณอินกับประวัติศาสตร์หรือเคยไปเยือนสถานที่นั่นๆ มาก่อนจะยิ่งเพิ่มความสนุก รับรองว่าดูมัน (ส์) ลืมวันลืมคืนกันไปเลย

เดอะ คราวน์ (The Crown) ซีรีส์ชีวประวัติของควีนอลิซาเบ็ธที่ 2 กับเรื่องราวของเกาะอังกฤษตั้งแต่สมัยพระราชพิธีอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าหญิงอลิซาเบธและเจ้าชายฟิลิป โดยที่ตอนนั้นอังกฤษยังคงปกครองโดย King George VI เนื้อหาดำเนินมาจนถึงตอนที่คิงทรงเสด็จสวรรคต เจ้าหญิงอลิซาเบธเลยได้ขึ้นครองราชย์ต่อมา ซีรีส์เรื่องนี้นำพาเราสู่ยุคสมัยที่อังกฤษเผชิญปัญหาและวิกฤติต่างๆ รอบด้าน รวมถึงเรื่องในมุ้งของคนในวัง  ที่บางครั้งเรายังอดสงสัยไม่ได้ว่านี่มันจริงหรือเรื่องแต่ง ต้องกูเกิ้ลเช็กข้อมูลกันอุตลุดเลยทีเดียว

แวร์ซายส์ (Versailles) ตำบลแวร์ซายส์ของฝรั่งเศสอันเป็นสถานที่ตั้งของพระราชวังแวร์ซายส์อันเลื่องชื่อที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศฝรั่งเศส เป็นแรงบันดาลใจของซีรีส์ดราม่าสุดเข้มข้น แวร์ซายส์ (Versailles)ตีแผ่เรื่องราวของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่มีพระราชดำริให้บูรณะพระราชวังแวร์ซายส์ที่ใช้เงินภาษีมหาศาล พร้อมทั้งขุนนางที่ใช้ชีวิตสบายโดยไม่สนใจบ้านเมือง จนเกิดเป็นเรื่องราวการปฏิวัติฝรั่งเศสครั้งใหญ่ต่อมานั่นเอง ซีรีส์เรื่องนี้มาพร้อมกับความตื่นตาตื่นใจของฉากและเสื้อผ้าที่อลังการสมยุค ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศฝรั่งเศสยุคเฟื่องฟูก่อนการล้มสลาย เรื่องนี้คือคำตอบ

 

เอาท์แลนเดอร์ (Outlander) เรื่องราวสุดยิ่งใหญ่ที่ดัดแปลงจากนวนิยายโรแมนติกแฟนตาซีชื่อดังของไดอานา กาบัลดอน (Diana Gabaldon) กับความดราม่าสุดเข้มข้นระหว่างคู่รักต่างภพที่เกิดขึ้นในอดีตช่วงปี ค.ศ. 1945 ที่นางเอกก็ย้อนอดีตไปอีกทีในช่วงค.ศ. 1743 เรียกได้ว่าย้อนยุคสองต่อ ได้กลิ่นอาย 2 ช่วงสำคัญของโลกแบบแท้จริง แล้วคุณจะพบว่าเรื่องราวของการเดินทางมาพบรักต่างยุคต่างสมัยนี่ฮิตกันทุกประเทศจริงๆ

เอเลียส เกรซ (Alias Grace) มินิซีรีส์ 6 ตอนที่สร้างจากนิยายที่อ้างอิงจากเหตุการณ์ของนักเขียนชื่อดังมาร์กาเร็ต แอทวูด (Margaret Atwood) ที่จะพาคุณย้อนกลับไปในประเทศแคนาดาราวปีค.ศ. 1843 นำเสนอเรื่องราวของเกรซ มาร์คส์ หญิงสาวผู้อพยพชาวไอริชที่ยากไร้ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าในคดีฆาตกรรมนายจ้างของเธอเอง จนถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต แต่ในท้ายที่สุดเธอได้รับการปล่อยตัวออกมาหลังจากถูกจองจำเป็นเวลา 30 ปี พร้อมกับคำถามที่ถูกตั้งขึ้นมาอีกครั้งว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น

Alias Grace

สามก๊ก ขุนศึกเลือดมังกร (Three Kingdoms) วรรณกรรมจีนสุดคลาสสิคที่จะพาคุณย้อนไปยังช่วงประวัติศาสตร์ของประเทศจีนในช่วของราชวงศ์ฮั่นราวคริสตวรรษที่ 3 ซึ่งมีการต่อสู้แย่งดินแดนและแบ่งเป็นกลุ่มก๊ก โดยในภาพยนตรร์เรื่องสามก๊ก ขุนศึกเลือดมังกร (Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon) ตามติดชีวิตของจูล่งที่ต่อสู้เพื่อปกป้องบ้านเกิดของตัวเอง นำแสดงโดยพระเอกตลอดกาลอย่าง หลิว เต๋อหัว ที่ชาวไทยรู้จักดี

 

 

 

Related Post