Louis Vuitton เซ็นสัญญาสามปีร่วมสร้างสรรค์เครื่องแบบ เสื้อผ้าลำลอง และเครื่องหนังให้บาสเก็ตบอลลีก NBA

 Louis Vuitton ภายใต้การนำของ Virgil Abloh หลังจากปล่อยภาพหลุดกระเป๋า Keepall ที่ทำร่วมกับ NBA ลีกบาสเก็ตบอลอันดับหนึ่งของโลกออกมา คราวนี้ก็ถึงคราวคอลเล็กชั่นเต็มๆกันบ้าง 

โดยทั้งคู่เซ็นสัญญากัน 3 ปี และแบรนด์หรูจากฝรั่งเศสจะเข้าออกแบบเสื้อผ้าที่ได้แรงบันดาลใจจาก 3 Dress Code หลักที่ผู้เล่นต้องพบเจอนอกเหนือจากการสวมชุด jersey ลงสนามอย่าง travels and transits, game arrivals (ชุดก่อนลงอบอุ่นร่างกายลงสนาม) & press conference (ชุดใส่แถลงข่าว) นอกจากนี้ยังมีเครื่องหนังและกระเป๋าหลากหลายไซส์ รวมไปถึง jewerly เงางามที่แสดงถึงความสำเร็จของผู้ครอบครองแหวนแชมป์ และ case หนังสุดหรูที่จะบรรจุถ้วยแชมป์ Larry O’Brien Trophy ให้แก่ทีมแชมป์นำกลับไปด้วย

ซึ่งจุดเด่นก็อยู่ที่การผสมลายโมโนแกรมเข้ากับโลโก้ของ NBA ที่เป็นเงา silhouette ของ Jerry West ตำนานของทีม LA Lakers (ดีไซน์ขึ้นในปี ค.ศ. 1969) กำลังเลี้ยงลูกบาส นอกจากนี้ยังมีดีเทลการทอที่ได้แรงบันดาลใจจากตาข่ายคล้องแป้นบาสมาใช้อีกด้วย นับว่าเป็นอีกคอลเล็กชั่นที่เต็มไปด้วยดีเทลและความสนุกสนานของเกมกีฬายัดห่วงครับ 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

We missed you, Larry 🏆

โพสต์ที่แชร์โดย Los Angeles Lakers (@lakers) เมื่อ

Mama’s Boy: การคัมแบ็กของ LANY ที่ความหวานถูกทดแทนด้วยคราบน้ำตา

สถานการณ์โควิด-19 ยังไม่คลี่คลายแบบนี้ งานแถลงข่าวเปิดตัวอัลบั้มใหม่แบบออฟไลน์ของศิลปินดูจะเป็นสิ่งที่ไกลเกินเอื้อมเสียเหลือเกิน อย่างไรก็ดี… งานแถลงข่าวออนไลน์ที่จัดขึ้นเพื่อฉลองการเปิดตัวอัลบั้มใหม่ Mama’s Boy ของสามหนุ่ม LANY ที่มาเปิดคอนเสิร์ตในสยามประเทศถี่ยิบยุคก่อนโควิดก็ทำให้เราแอบหายคิดถึงเขาไปได้นิดหน่อย แม้ว่าความแรกของอินเทอร์เน็ตจะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานครั้งนี้ของเรามากก็ตาม

หนึ่งคำถามที่เราได้ถามเขาก่อนที่อินเทอร์เน็ตของเราจะหักหลังเกิดจากความอยากรู้ของเราว่า ตัวเขาเติบโตขึ้นมากแค่ไหนในแง่ของความรักความสัมพันธ์ และเขาใส่มันลงไปในอัลบั้มใหม่ของเขามากน้อยกันแค่ไหนกันนะ

ก็ไม่รู้ว่าเราพูดจาไม่เคลียร์เอง หรืออินเทอร์เน็ตมันหักหลังเรากันแน่ พอลตอบคำถามเราแบบไม่ต้องคิดเลยว่า “พวกเราพยายามปรับปรุงทุกอย่างให้ดีขึ้นในทุกๆ วันอยู่แล้วครับ ไม่มีใครอยากทำอัลบั้มเดิมๆ ซ้ำเป็นครั้งที่สองหรอกเนอะ ในอัลบั้มนี้เราเพิ่มเติมเอเลเมนต์ต่างๆ ที่เราไม่เคยใช้กับเพลงของ LANY มาก่อนเยอะแยะไปหมดเลย ทั้งริฟฟ์กีตาร์ เครื่องสายอย่างเชลโล หรือออร์แกน ซึ่งมีอยู่ทั่วทั้งอัลบั้ม Mama’s Boy  เลยครับ พวกนี้เป็นเอเลเมนต์ใหม่ๆ และเครื่องดนตรีใหม่ที่เราไม่เคยใช้มาก่อนจริงๆ ดังนั้น อัลบั้มนี้จะแตกต่างจากอัลบั้มก่อนๆ มากเลยครับ” 

ฟังจบแล้วยังไม่ทันได้ทักท้วงว่าตกลงเราถามไม่ตรงคำตอบเขา หรือเขาเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถามเรากันแน่ อินเทอร์เน็ตของเราก็ทรยศเราไปเป็นที่เรียบร้อย เราจึงผ่อนคลายความหงุดหงิดกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีสายไฟระโยงระยางไปทั่วเมือง แต่คุณภาพก็ยุ่งเหยิงตามสายไฟนั่นไปด้วยโดยการเปิดสตรีมอัลบั้ม Mama’s Boy ฟัง และก็ค้นพบว่า แม้ว่าอัลบั้มนี้จะมีกลิ่นอายของความเป็น LANY แบบที่เราคุ้นชินไว้เป็นอย่างมาก แต่ซาวด์และเนื้อหาเพลง (ที่เราอยากรู้นักหนาว่ามันเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน) ก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

เครื่องสาย และออร์แกนที่เขาบรรยายมานั้นได้ยินอยู่ทั่วไปทั้งอัลบั้มจริงๆ ในส่วนของเนื้อหานั้นก็สังเกตได้เลยว่าไม่ค่อยมีเพลงฟูมฟาย หรือเพลงรักใสซึ้งแบบที่แฟนๆ เคยชอบเขาอีกแล้ว แต่เนื้อหาเติบโตขึ้น มีการพูดถึงความรักในแง่มุมอื่นๆ ทั้งครอบครัว ศาสนา และความหวังในหลายๆ เพลง อาจจะเป็นเพราะว่าพวกเขาเติบโตขึ้นผ่านกาลเวลาไปมากแล้วจริงๆ 

ส่วนตัวเราแนะนำเพลงนี้เลย ‘anything 4 u’ มีกลิ่นอายของ LANY ที่เราคุ้นชิน แต่ก็ผ่านการเติบโตผ่านอะไรต่อมิอะไรมาเช่นกัน 

Mama’s Boy สตรีมมิ่งแล้วทุกช่องทางออนไลน์

ไปชมภาพ Zoë Kravitz ในบท Selina Kyle หรือ Catwomen หน้าเซทล่าสุดที่ประเทศอังกฤษ

ราเห็นภาพนักแสดงนำชายสุดหล่อ Robert Pattinson ในบท Batman (2020) กำกับโดย Matt Reeves กันอย่างต่อเนื่องวันนี้เราจึงขอนำภาพหน้าเซทของนักแสดงนำฝ่ายหญิงสุดฮอตอย่าง Zoë Kravitz ในบท Selina Kyle หรือ Catwomen มาฝากกัน ลุคเสื้อ trench coat ดำเงา headpiece ชิ้นสวย ถุงน่องตาข่ายและแอตติจูดมั่นๆ เรียกได้ว่าทำหนุ่มๆแบบเราไปไม่เป็นเลยทีเดียวครับ

ดูโพสต์นี้บน Instagram

2019 vs. 2020

โพสต์ที่แชร์โดย Zoë Kravitz (@zoeisabellakravitz) เมื่อ

Zoë Kravitz และ Robert Pattinson (ซ้าย)

ดูโพสต์นี้บน Instagram

#MyBatman

โพสต์ที่แชร์โดย The Batman (@battinsonverse) เมื่อ

The School Nurse File: เพราะวัยเด็กต้องการจินตนาการหล่อเลี้ยง

ในขณะที่ประเทศไทยเรามีข่าวครึกโครมเรื่องครูอนุบาลโรงเรียนเอกชนกระทำทารุณกรรมเด็กจนทำให้เราเริ่มเสื่อมศรัทธาในระบอบการศึกษา และการคัดเลือกครูไปอย่างช่วยไม่ได้นั้น The School Nurse Files ออริจินัลซีรีส์จาก Netflix ที่สร้างจากหนังสือ School Nurse Ahn Eun-young ของจองเซรังก็ปรากฏมาให้เราใจชื้นและเชื่อมั่นในปาฏิหาริย์และความน่ารักในโรงเรียนอีกครั้ง

ซีรีส์เรื่องนี้นำแสดงโดยนัมจูฮยอก ในบทฮงอินพโย ครูจีนสุดหล่อ และอันอึนยอง ครูพยาบาลนิสัยแปลก ร่วมด้วยปิศาจเจลลี่หน้าตาน่ารัก…​ แต่อย่าปล่อยให้มันหลอกคุณเชียว และด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลายลง งานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์เรื่องนี้จึงมาในรูปแบบออนไลน์ โดยมีดารานำทั้งสอง ร่วมด้วยอีคยองมิ ผู้กำกับ จองเซรัง เจ้าของบทประพันธ์และผู้เขียนบทซีรีส์ และที่สำคัญ…​ เหล่าปิศาจเจลลี่ที่ว่ายวนอยู่ในฉากหลัง

เรามีบทสัมภาษณ์แบบละเอียดยิบมาให้แฟนๆ ของลอฟฟีเซียล ออมส์ค่ะ

1. ผู้กำกับอีช่วยเล่าเกี่ยวกับซีรีส์เรื่องนี้หน่อยค่ะ

อีคยองมิ:เรื่องนี้มันค่อนข้างแปลกแต่ก็น่าสนใจนะคะ เรื่องของครูพยาบาล อึนยอง เธอเป็นคนธรรมดามากๆ แต่มีความสามารถพิเศษในการเห็นและล่าปีศาจเจลลี่แบบที่คนอื่นทำไม่ได้ เธอเริ่มงานที่โรงเรียนใหม่ได้ไม่นาน และได้รู้ความลึกลับบางอย่างของโรงเรียนแห่งนี้ ส่วนครูฮงอินพโยก็ได้เข้ามามีส่วนร่วมในความลึกลับเหล่านี้ด้วย

2. เจลลี่เหล่านี้คืออะไร

จองเซรัง:ฉันได้ไอเดียครั้งแรกตอนที่เห็นหอยทากกำลังเคลื่อนไหว และมีเมือกที่ทิ้งไว้  ฉันก็นึกถึงตัวเจลลี่เหล่านี้ที่อาจมีอยู่จริงบนโลกใบนี้เหมือนกัน ซึ่งเป็นที่มาของซีรีส์เรื่องนี้

3. จองยูมิและนัมจูฮยอกช่วยเล่าถึงคาแรกเตอร์ในเรื่องนี้หน่อย?

จองยูมิ: อันอึนยองมีชื่อที่ปกติธรรมดามากๆ แต่ก็มีความสามารถที่พิเศษจากคนอื่นมากๆ เธอเป็นครูพยาบาลที่สามารถมองเห็นเจลลี่เหล่านี้ และมีดาบพลาสติก บีบีกัน ที่ใช้ต่อสู้กับเจลลี่ได้ เพราะเธอเกิดมาพร้อมกับโชคชะตาที่สามารถมองเห็นสิ่งที่คนอื่นๆไม่สามารถมองเห็นและต่อสู้กับเจลลี่เหล่านี้ได้ 

นัมจูฮยอก: เขาเป็นหลานของเจ้าของโรงเรียน เป็นครูสอนภาษาจีน เขาได้เจอกับเหตุการณ์แปลกๆ มากมายในโรงเรียนและได้ร่วมมือกับอันอึนยองในการต่อสู้ปีศาจเหล่านี้ไปด้วยกัน

4. จองเซรังได้ยินว่าคุณอยากให้จองยูมิมาแสดงในบทบาทของอันอึนยองมากใช่หรือไม่?

จองเซรัง: ใช่ค่ะ บทนี้ฉันนึกถึงแต่จองยูมิตั้งแต่แรกเลย นึกถึงคนอื่นไม่ได้เลย จริงๆทั้งคู่เป็นนักแสดงที่เพอร์เฟ็คมากๆ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะได้เห็นนัมจูฮยอกกับจองยูมิเล่นซีรีส์ด้วยกัน อย่างตอนนี้ที่ได้เห็นทั้งสองคนในซีรีส์เรื่องนี้ฉันก็ยังตกใจอยู่เลย ไม่อยากเชื่อว่ามันจะเป็นจริง

5. คุณรู้สึกอย่างไรกับบทบาทที่แปลกใหม่ในเรื่องนี้?

จองยูมิ: ตอนที่ได้อ่านบทครั้งแรก มันค่อนข้างแปลกมากๆเลย ตอนที่ได้รู้ว่าจะมี live action ฉันรู้สึกดีใจและเป็นเกียรติมากๆที่ได้รับเลือกให้แสดงเรื่องนี้ ฉันอยากให้เรื่องราวสามารถสัมผัสถึงหัวใจของผู้ชมได้ เพราะเรื่องราวอบอุ่นเหมือนในนิยายที่ทำให้คนอ่านรู้สึกอบอุ่นได้

นัมจูฮยอก: เรื่องนี้เป็นบทที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แปลกใหม่มากครับ ผมอยากรับบทฮงอินพโย ผมคิดว่ามันท้าทายมากที่จะถ่ายทอดตัวตนของเขาออกมา และอยากทำให้เรื่องนี้กลายมาเป็นซีรีส์จริง การทำงานกับผู้กำกับลีและผู้เขียนบทเป็นสิ่งที่ผมตั้งตารอมาตลอดคับ

6. หลังจากที่คุณเห็นข้อความให้กำลังใจจากคนที่เคยร่วมงานกับคุณมาก่อนคุณรู้สึกอย่างไรบ้าง

อีคยองมิ: ใช่ค่ะ ฉันอ่านข้อความให้กำลังใจเหล่านี้แล้วเมื่อวาน ฉันค่อนข้างตื่นเต้นตอนแรก แต่หลังจากได้รับข้อความจากพวกเขาแล้วก็รู้สึกดีใจและคลายความตื่นเต้นไปได้มากเลย ฉันมารับผู้กำกับครั้งแรกมีความกังวลมาก เพราะกลัวว่าคนอ่านนิยายมาก่อนจะไม่สบายใจ และไม่อยากทำให้คนที่ตั้งตารอคอยผิดหวัง แต่พอได้ทำงานซีรีส์เรื่องนี้ไปเรื่อยๆ ก็ได้คิดสร้างสรรค์อะไรหลายอย่าง ทดลองกระบวนการใหม่ๆ ซึ่งฉันพยายามนำเจลลี่ที่เป็นคาแรคเตอร์ในตัวละครให้ออกมาในรูปแบบที่คนดูจะชอบ

The School Nurse Files

7. จองยูมิรู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้ร่วมงานกับผู้กำกับอี

อีคยองมิ:ฉันรู้สึกดีใจและตื่นเต้นมากที่รู้ว่าอีคยองมิจะมาเป็นผู้กำกับเรื่องนี้ ฉันคิดว่าเธอเป็นผู้กำกับที่เก่งมาก สามารถให้คำแนะนำ แนวทางการแสดงและอุทิศตัวเองในการทำงานมากๆ ทำให้ฉันตั้งใจทำงานมากยิ่งขึ้นไปอีก ฉันอยากขอบคุณผู้กำกับและผู้เขียนบทที่สนับสนุนฉันและทำให้ฉันได้เป็นอันอึนยองที่สมบูรณ์ที่สุด

8. อีคยองมิรู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้ร่วมงานกับจองยูมิและนัมจูฮยอก?

อีคยองมิ: ถึงแม้การทำงานในซีรีส์เรื่องนี้จะค่อนข้างแตกต่างจากการกำกับภาพยนตร์ แต่ฉันมีความสุขมากในการทำงานเรื่องนี้เพราะทั้งยูมิและจูฮยอกเป็นคนน่ารักและคอยช่วยเหลือ เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานกับฉันตลอดเลย ทำให้ฉันอยากทำงานกับทั้งคู่อีกในเรื่องต่อๆ ไป

9. ความรู้สึกของจองเซรังจากนิยายกลายมาเป็นซีรีส์ Netflix ออริจินัล

จองเซรัง:ฉันเป็นนักเขียนซึ่งเป็นงานที่ต้องพูดคุยกับผู้คนในยุคปัจจุบันและตอนนี้ฉันสามารถพูดคุยกับทุกคนทั่วโลกได้ ถือเป็นประสบการณ์และโอกาสที่ไม่เหมือนใครและพิเศษมากๆ สำหรับฉัน

10. อธิบายเกี่ยวกับเจลลี่ในเรื่องนี้หน่อย

จองเซรัง: ในนิยายเรียกว่าเจลลี่ แต่พอมาอยู่บนจอฉันคิดเยอะมากว่าจะเรียกมันว่าอย่างไรดี คิดว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมเรามายาวนาน จนพบว่ามีหนังและซีรีส์หลายเครื่องที่เกี่ยวกับตัวสัตว์ประหลาดเจลลี่ ฉันก็คิดที่จะทำคาแรคเตอร์เจลลี่ให้ SCP foundation ที่มีอยู่จริง ซึ่งเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดในสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่จริง ฉันก็เข้าไปศึกษาว่ามีหน้าตาอย่างไร ฉันก็หยิบมาใช้ในบางคาแรคเตอร์ นำองค์ประกอบทั้งหมดเหล่านั้นเข้ามาจากนั้นฉันก็ทำการปรับเปลี่ยนบางอย่างเพื่อสร้างสิ่งที่ค่อนข้างคุ้นเคย แต่อาจจะยังไม่คุ้นเคยสำหรับผู้ชม

11. คุณรู้สึกยังไงเมื่อเห็นเจลลี่บนหน้าจอ?

จองเซรัง: ฉันไม่ได้จินตนาการอะไรมากนักในขณะที่เขียนนวนิยายเรื่องนี้ ฉันแค่คิดว่า เจลลี่ตัวดีจะมีสีขาวและใส และ เจลลี่ตัวร้ายจะค่อนข้างมีสีสัน หลังจากมีคนเข้ามาช่วยตีความ ทำให้ฉันมีโอกาสได้เห็นถึงความสวยงามในรูปแบบของการเคลื่อนไหว ทำให้เจลลี่ดูน่าหลงใหลและดึงดูดมากยิ่งขึ้น

12. คุณรู้สึกอย่างไรกับ BB gunและดาบสีรุ้งที่เป็นอาวุธในการต่อสู้กับเจลลี่

จองยูมิ: ตอนแรกที่ได้เห็นเครื่องมือเหล่านี้ฉันก็ไม่รู้สึกสบายใจเท่าไหร่ที่จะใช้ดาบหรือบีบีกันเหล่านี้ แต่พอเริ่มทำงานก็เริ่มคุ้นเคยกับมัน และยิ่งทำงานไปจนใกล้จบก็รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับมัน ผู้กำกับช่วยอธิบายให้เข้าใจว่าภาพที่จะออกมาเป็นอย่างไร ฉันก็มั่นใจที่จะแสดงบทนี้ได้สนุกมากขึ้น

The School Nurse Files

13. จองยูมิอยากเล่นบทแอคชั่นในเรื่องนี้คุณเตรียมตัวยังไงในการแสดงเรื่องนี้?

จองยูมิ:จริงๆ แล้ว บทนี้เป็นสิ่งที่ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลย เพราะอึนยองเป็นตัวละครที่แตกต่างจากตัวละครอื่นๆที่รู้จัก อย่างตัวละครนำอื่นๆที่เคยอ่านตอนเด็กๆ ฉันว่าเป็นพรหมลิขิตที่ได้รับบทฮีโร่แบบอันอึนยอง และฉันก็ดีใจที่ได้เริ่มงานแอคชั่นในเรื่องนี้ พอทำงานก็รู้สึกว่ามันต่างจากที่ฉันคิดมาก อาจจะดูแปลกๆ สำหรับคนอื่น แต่สำหรับฉันมีความสุขมาก รู้สึกโชคดีที่ได้รับบทนี้และมันมีความหมายกับฉันมาก

14. จูฮยอกรู้สึกอย่างไรกับความสามารถพิเศษของฮงอินพโยในเรื่องนี้?

นัมจูฮยอก:ผมคิดว่าการใช้ความสามารถพิเศษที่ช่วยเหลือคนอื่นได้ สามารถส่งต่อพลังให้คนอื่นได้ มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษมากๆ ครับ 

15. จองยูมิมีคนอยากให้คุณรับบทอันอึนยองคุณรู้สึกอย่างไรบ้าง

จองยูมิ:ฉันรู้สึกดีใจและตื่นเต้นมาก ที่ได้แคสท์เป็นตัวละครนี้และนำเธอมามีชีวิตจริงบนจอได้ มีหลายอย่างที่ฉันชอบมาก เพราะได้ท้าทายตัวเองหลายๆ อย่าง ยิ่งพอมาเป็นตัวเธอก็รู้สึกเข้าใจเธอมากขึ้น เธออาจจะไม่ได้รู้สึกมีความสุขเพราะเธอแตกต่างจากคนอื่น เธอสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆที่คนอื่นมองไม่เห็น ทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวมากๆ เมื่อฉันต้องเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิต ฉันจะคิดถึงอันอึนยองและวิธีที่เธอต่อสู้ผ่านโชคชะตาของเธอ ฉันรู้สึกราวกับว่าเธอเป็นเพื่อนที่ฉันมีในชีวิตที่คอยปลอบโยนฉัน

16. ความรู้สึกที่ทั้งสองคนได้ร่วมงานกันเป็นอย่างไรบ้าง

นัมจูฮยอก: ทำงานด้วยกันมันดีมากครับ ทั้งตอนเราจับมือ หรือเราอยู่ด้วยกันในฉาก เราก็คุยกันเยอะมาก และรู้สึกว่าเคมีระหว่างอันอึนยองและ ฮงอินพโย ดีมากๆครับ ได้รู้จักกันและกันมากขึ้นด้วย ผมคิดว่าผมทำตามการแสดงของเธอมากกว่านะครับ เธอเป็นผู้นำที่ดีเลย ผมคิดว่าเหมือนจองยูมิให้ผมขี่หลังไปด้วยมากกว่า

จองยูมิ: ฉันไม่คิดว่าจะได้เล่นซีรีส์กับเขามาก่อนเลย รู้สึกดีใจมากๆที่ได้ร่วมงานกับเขา ตอนทำงานด้วยกัน สิ่งที่ฉันเรียนรู้จากเขาคือเขาเป็นคนที่ทำอะไรรวดเร็วมากๆ ในการคิดอะไรใหม่ๆ ทำให้ฉันได้รับสิ่งนั้นไปด้วย เราได้คิดอะไรใหม่ๆ ด้วยกัน ซึ่งมันเข้ากันมากๆ

17. ซีรีส์เรื่องนี้แตกต่างจากผลงานก่อนหน้านี้ของคุณอย่างไร?

อีคยองมิ:ฉันคิดว่ามันเป็นความท้าทายใหม่ๆในทุกแง่มุมเลยค่ะ ปกติฉันจะกำกับจากงานที่ฉันเขียนบทเอง แต่เรื่องนี้ฉันทำงานจากนิยายที่มีอยู่แล้ว ทำให้ฉันได้ทำงานกับผู้เขียนบท ได้เข้าไปศึกษาและทำความเข้าใจว่าเขาคิดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ถึงเป็นเรื่องราวเหล่านี้ออกมา นอกจากนี้การทำภาพยนตร์ เรามีเวลา 2 ชั่วโมงที่ทำให้คนดูรู้สึกอิ่มเอม แต่สำหรับซีรีส์เรามีเวลา 50 นาทีในแต่ละตอนในการทำให้คนดูชื่นชอบ และอยากติดตามตอนต่อไป ซึ่งฉันคิดว่าเป็นสิ่งที่ยากและท้าทายมากๆ ฉันคิดว่าซีรีส์เรื่องหน้าฉันจะทำได้ดีกว่านี้แน่ๆ

18. ครูพยาบาลและครูสอนภาษาจีนเป็นบทบาทที่ไม่ค่อยได้เห็นในอาชีพครูทำไมคุณถึงเลือกบทบาทนี้ในการสร้างตัวละครของคุณ 

จองเซรัง: ฉันคิดว่าสองคนนี้อยู่ในอาชีพที่ไม่ได้โดดเด่นในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่โรงเรียน ครูพยาบาลจะเป็นคนแรกๆที่จะปรากฏตัวให้คุณได้เห็น เธอเป็นตัวแทนของความปลอดภัยและสุขภาพ สำหรับครูสอนภาษาจีน เขาเป็นตัวแทนของการศึกษา ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่วิชาหลักในโรงเรียน แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นในชีวิต

19. ความรู้สึกของตัวละครที่คุณสามารถส่งต่อพลังให้กับคนอื่นได้

นัมจูฮยอก:พลังงานส่งต่อไปยังคนอื่นได้ ช่วยเหลือคนอื่นได้ ผมคิดว่ามันเป็นประสบการณ์ที่พิเศษที่บางคนจะได้รับพลังและก้าวไปข้างหน้าต่อไปได้ ตัวละครนี้เขาไม่รู้จักตัวเองมากนัก แต่พอได้รู้ว่าตัวเองมีพลังวิเศษบางอย่างทำให้ตัวละครนี้โดดเด่นและมีเสน่ห์มาก

20. อะไรที่ไม่อยากให้คนลืมในซีรีส์เรื่องนี้

อีคยองมิ:ฉันคิดว่าซีซั่นแรกคุณจะมีคำถามที่ยังไม่ได้เฉลย ทั้งจองยูมิและกก พวกเขาจะเป็นยังไงต่อไป จะร่วมมือกันฝ่าฟันอุปสรรคและจัดการเจลลี่ต่อไหม ถ้าเหนื่อยล้า เจ็บปวด ไม่ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรก็ตาม คุณจะมองเห็นว่าอันอึนยองจะต้องต่อสู้กับอะไรบ้าง ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นกับการใช้ชีวิตในทุกวันนี้

The School Nurse Files

21. ในชีวิตจริงอะไรคือพาวเวอร์แบงค์ของคุณ

จองยูมิ: อาหารสุขภาพค่ะ และคนที่ฉันรักมากๆ นี่คือสิ่งที่รีชาร์ตฉัน

นัมจูฮยอก: แน่นอนคือคนที่ผมรักครับ อาหารสุขภาพ อาหารอร่อยๆด้วยครับ และการพักผ่อนแบบอยู่เฉยๆไม่ต้องทำอะไร ผมชอบกิมจิชิเกที่สุดเลย 

22. มีฉากที่ต่อสู้กับเจลลี่ถ่ายทำนานไหมและการถ่ายทำเป็นยังไงบ้าง

จองยูมิ:เราถ่ายซีนนี้นานแค่ไหน ฉันก็จำไม่ได้เหมือนกัน ฉันต้องจินตนาการเยอะมากตอนที่แสดง ก่อนที่คอมพิวเตอร์กราฟฟิกจะเข้ามาใช้ในฉาก ฉันตื่นเต้นมาก และสนุกมาก เรามีสตาฟฟ์บนเซ้ท และฉันต้องเคลื่อนไหวในพื้นที่จำกัด และทำตามที่ผู้กำกับแนะนำ เป็นประสบการณ์ที่สนุกและแตกต่างมากจากการทำงานเรื่องอื่น

23. ความท้าทายและการเตรียมตัวกับบทครูสอนภาษาจีนเป็นอย่างไรบ้าง

นัมจูฮยอก:เขาเป็นครูสอนภาษาจีน ในฉากเขาก็ไม่ได้สอนอะไรเยอะไงครับ ส่วนใหญ่จะเป็นฉากที่พบกับอันอึนยองนอกห้องเรียน ผมเลยไม่ได้เตรียมตัวอะไรมากนักนะครับ 

24. คุณได้ร่วมแสดงผลงานหลากหลายสำหรับการทำงานกับ Netflix ครั้งแรกมีความแตกต่างหรือไม่

นัมจูฮยอก: ผมเคยดูออริจินัลซีรีส์ ของ Netflix มาก่อน แล้วตอนนี้ผมได้มาแสดง รู้สึกดีมากครับ เป็นประสบการณ์ใหม่ๆและสภาพแวดล้อมใหม่ๆที่ได้เจอครับ

ยองจูมิ:ฉันก็เคยดูมาก่อน ตอนนี้มาเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์นี้ มีความท้าทายและเนื้อเรื่องมีความละเอียดมาก เป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆค่ะ

The School Nurse Files สตรีมมิ่งแล้วที่ Netflix

Apple เปิดตัว iphone 12 และ iPhone 12 mini แล้ว!

Apple เปิดตัว iphone 12 แล้ว! เผยโฉม iPhone® 12 และ iPhone 12 mini ที่มาพร้อมเทคโนโลยี 5G โดย iPhone 12 ได้รับการออกแบบใหม่ให้มาพร้อมจอภาพ Super Retina® XDR ที่กว้างแบบขอบจรดขอบเพื่อมอบประสบการณ์ในการรับชมที่เต็มมุมมองและสมจริงยิ่งขึ้น

พร้อมด้วยด้านหน้าแบบ Ceramic Shield ใหม่รอบตัวเครื่อง ซึ่งเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ที่สุดในเรื่องความคงทนของ iPhone และชิพ A14 Bionic ที่ออกแบบโดย Apple นั้นยังนับได้ว่าเป็นเป็นชิพที่เร็วที่สุดในสมาร์ทโฟนและเป็นขุมพลังที่ขับเคลื่อนทุกๆ ประสบการณ์บน iPhone 12 และครั้งนี้ A14 Bionic จับคู่มากับระบบกล้องคู่ที่มีรูรับแสงขนาดกว้างถึง ƒ/1.6 นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกของ iphone กับ การรองรับ 5G อันล้ำสมัยครอบคลุมทั่วโลก

โดยจุดเด่นของ 5G บน iPhone มีตั้งแต่ความเร็วในการดาวน์โหลดและอัพโหลดที่สูงขึ้น การสตรีมวิดีโอที่มีคุณภาพสูงยิ่งขึ้น การเล่นเกมที่ลื่นไหลยิ่งขึ้น การโต้ตอบภายในแอพที่รวดเร็วทันใจ ในด้านของดีไซน์ iPhone 12 และ iPhone 12 mini มาในดีไซน์อะลูมิเนียมที่มี 5 สีสันสวยงามให้เลือก ได้แก่ น้ำเงิน เขียว ดำ ขาว และ (PRODUCT)RED1 แฟนๆเก็บเงินรอกันได้เลยครับ!

ติดอีกราย! Cristiano Ronaldo นักฟุตบอลซุปเปอร์สตาร์ติดโควิด-19

ติดอีกราย! Cristiano Ronaldo ซุปเปอร์สตาร์แห่งวงการฟุตบอล ของทีมชาติโปรตุเกสและสโมสร Juventus มีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก อย่างไรก็ตามเจ้าตัวยังมีสภาพร่างกายแข็งแรงดีแต่จะพลาดการลงสนามให้โปรตุเกสที่จะต้องเจอสวีเดนในการแข่ง Nations League เราขอให้ยอดนักเตะวัย 35 ขวัญใจแฟนๆ หายป่วยไวๆครับ!

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Unidos dentro e fora do campo! 🇵🇹👏🏽👊🏽 #todosportugal

โพสต์ที่แชร์โดย Cristiano Ronaldo (@cristiano) เมื่อ

ขอแสดงความยินดีกับ LA Lakers กับแชมป์บาสเกตบอล NBA สมัยที่ 17

ขอแสดงความยินดีกับ LA Lakers กับแชมป์บาสเกตบอล NBA สมัยที่ 17 ด้วยฟอร์มสุดโหดของผู้นำทีม LeBron James ที่ทำ Triple Double ช่วยให้ทีมเอาชนะ Miami Heat ไป 106-93 (รวม 4-2 เกม) ถือว่าทำได้อย่างสวยงามสำหรับทีมใหญ่จาก Los Angeles ที่สูญเสียตำนานของทีมอย่าง Kobe Bryant ไปเมื่อต้นปีครับ

ดูโพสต์นี้บน Instagram

💍💍💍💍

โพสต์ที่แชร์โดย • #WholeNewGame • (@nba) เมื่อ

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Lakers Legend LeBron James & Lakers Legend Anthony Davis

โพสต์ที่แชร์โดย Los Angeles Lakers (@lakers) เมื่อ

LeBron James กับฟอร์มสุดโหด 28 points, 14 rebounds and 10 assists

Souvenir from Rome คอลเล็กชั่นล่าสุดจาก Gucci Décor ที่ยกเอามนต์สเน่ห์ชวนฝันร่วมสมัยมาใช้กับของแต่งบ้าน

พื้นที่ส่วนตัวของเรานั้นบ่งบอกถึงตัวเราได้ในหลาย ๆ ด้าน วิธีที่เราเลือกใช้ในตกแต่งพื้นที่เหล่านั้นก็เปิดเผยให้เห็นถึงจิตวิญญาณและตัวตนของเราได้เช่นกัน Gucci Décor เป็นคอลเลคชั่นเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่งบ้านที่มีความโดดเด่น สร้างสรรค์ และสดใส ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้คนสามารถแต่งเติมที่อยู่อาศัยของตัวเองได้ในแบบที่สวยงาม ร่วมสมัย และสร้างสรรค์

คอลเลคชั่น Gucci Décor ได้สะท้อนแนวคิดที่ผสมผสานและความโรแมนติกของผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ อเลสซานโดร มิเคเล โดยนำเสนอการผสมผสานระหว่างสีสัน ลวดลาย การออกแบบ รวมไปถึงการใช้ข้อความและลวดลายต่าง ๆ ของ Gucci ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องกับดอกไม้และสิ่งมีชีวิต มันไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัวสำหรับเรื่องนี้ Gucci เพียงแค่จัดเตรียมวัตถุดิบและการปรับแต่งเพิ่มเติมเท่านั้น

“Souvenir from Rome” เป็นหนึ่งในแนวคิดใหม่ ๆ ที่อยู่ในคอลเลคชั่น Gucci Décor ปี 2020 โดยอ้างอิงจากการตกแต่งห้องต่าง ๆ ด้วยหินอ่อนที่ดูหรูหราและสวยงามของพิพิธภัณฑ์คาปิโตลิเน (Musei Capitolini) ในกรุงโรม ที่ซึ่งถูกใช้จัดแสดงแฟชั่นโชว์คอลเลคชั่น Cruise ปี 2020 โดยโชว์นี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับการนำเสนอแนวคิดนี้อีกด้วย ลวดลายเหล่านี้จะถูกวาดขึ้นด้วยมือก่อนที่จะนำไปทำเป็นลายอินอ่อนและจึงนำไปผลิตเพื่อใช้กับสินค้าอื่น ๆ  แนวคิด “Souvenir from Rome” นี้ได้ถูกนำไปใช้กับที่เขี่ยบุหรี่พอร์ซเลนรูปทรงสี่เหลี่ยมและรูปดาว (เป็นรูปทรงใหม่ล่าสุดสำหรับคอลเลคชั่นนี้), กล่อง     พอร์ซเลนทรงกลม, เชิงเทียนพอร์ซเลนที่มาพร้อมกับฝาปิด, โต๊ะโลหะแบบพับได้, ถาดโลหะทรงกลม, วอลล์เปเปอร์ และฉากกั้นห้อง โดยทั้งหมดถูกเชื่อมโยงถึงกันด้วยข้อความ “Souvenir from Rome” ที่ปรากฏอยู่บนสินค้าแต่ละชิ้นในคอลเลคชั่นนี้ ยกเว้นแค่ที่เขี่ยบุหรี่รูปดาวที่ใช้เป็นลวดลาย GG

ลวดลายหินอ่อนรูปแบบใหม่แสดงให้เห็นถึงทักษะและความเชี่ยวชาญด้านงานฝีมือที่ถูกนำไปใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานของคอลเลคชั่น Gucci Décor  โดยคอลเลคชั่นนี้ถูกผลิตขึ้นในอิตาลีทั้งหมดและถือเป็นการเฉลิมฉลองให้กับวัฒนธรรมทางด้านศิลปะอันล้ำค่าของชาวอิตาลีและให้กับประเพณีอันยิ่งใหญ่ของช่างฝีมือในอิตาลีด้วยเช่นกัน นี่คือตัวอย่างของเครื่องกระเบื้องพอร์ซเลนในคอลเลคชั่นที่ผลิตขึ้นโดย Richard Ginori บริษัทที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากเมืองฟลอเรนซ์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1735 เครื่องกระเบื้องพอร์ซเลนที่ดูสะดุดตาของ Gucci มีการใช้กระบวนการที่ยากลำบากในการเผาซึ่งต้องอาศัยทักษะและความชำนาญในระดับสูง รวมถึงความสามารถในการวาดภาพด้วยมือ

ดูโพสต์นี้บน Instagram

“With these campaigns, I am working on different ways of being elegant, and these three men embody this idea perfectly. I like to tell the story of elegance in completely arbitrary and unexpected ways. Perhaps elegance is something in the air that sometimes you are not even ready for. Male elegance can be unpredictable and strange,” @alessandro_michele on the new #GucciTailoring campaign, with @asaprocky, @feliciathegoat Tyler, The Creator and @iggypopofficial wearing pieces he designed including double-breasted suits, and fabrics featuring jacquard House logos. #AlessandroMichele Discover the collection through link in bio.

โพสต์ที่แชร์โดย Gucci Official (@gucci) เมื่อ

แม้ว่าคอลเลคชั่น Gucci Décor จะเป็นคอลเลคชั่นตามฤดูกาล แต่ก็มีความเชื่อมโยงถึงกันในเรื่องของการใช้ลวดลายต่าง ๆ ของ Gucci อย่างอิสระและการผสมผสานรูปภาพและลวดลายที่มีสีสันสดใสและดูแปลกตาก็คงมีให้เห็นอยู่ในสินค้าทุกชิ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือสินค้าเหล่านี้ได้สร้างความรู้สึกที่เชื่อมโยงถึงกัน ดังนั้นลูกค้าสามารถซื้อสินค้าชิ้นใหม่ ๆ เพิ่มเข้าไปรวมกับของเดิมที่มีอยู่ และมั่นใจได้ว่าสินค้าแต่ละชิ้นจะเข้ากันได้อย่างไร้ที่ติ

Gucci Décor มีจำหน่ายแล้วที่ Gucci flagship store, Gucci boutique และ speciality store บางสาขา สำหรับช่องทางออนไลน์สั่งซื้อได้ที่ gucci.com

ดูโพสต์นี้บน Instagram

* me and Dioniso /a tea for two *

โพสต์ที่แชร์โดย Alessandro Michele (@alessandro_michele) เมื่อ

ไปชมโคมไฟสุดคลาสสิกดีไซน์สวย Flowerpot VP3 จากแบรนด์ &Tradition หนึ่งในสัญลักษณ์ของ Flower Power

โคมไฟ Flowerpot VP3 จากแบรนด์ &Tradition หนึ่งในสัญลักษณ์ของ Flower Power หรือการเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพโดยใช้ดอกไม้ในยุค 1960 ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังชาวเดนมาร์ก Verner Panton ที่นำเอาความเรียบง่ายของรูปทรงเรขาคณิต รายละเอียดของสายไฟใส และสีสันที่มีให้เลือกหลากหลาย ช่วยเพิ่มความละเมียดละไมของงานดีไซน์ชิ้นนี้ให้ยังคงยังคงร่วมสมัย แปลกใหม่ และสร้างความน่าดึงดูดใจกับ ทุกสไตล์การตกแต่ง แม้ว่าจะผ่านกาลเวลามานานกว่า 50 ปี

ผสานสองความต่างอย่างลงตัวกับ Boss X Riedel

ประสบการณ์เปี่ยมรสนิยมผ่านสุนทรียรสในการรับประทานอาหารมื้อค่ำสุดพิเศษ “Boss X Riedel #BOSSTOGETHERTH” เมื่อแฟชั่นและอาหารโคจรมาพบกัน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวในมิติใหม่จาก BOSS สู่การรังสรรค์แห่งอนาคต  ผสานความมุ่งมั่นในการรังสรรค์เมนูอาหารจากเชฟแพทริก มาร์ตินส์ เชฟเชื้อสายเยอรมัน ผู้ใช้ชีวิตวัยเด็กในหลายประเทศทั่วโลกซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการทำอาหารญี่ปุ่น เชฟแพทริกเสาะหาวัตถุดิบจากธรรมชาติที่พบได้ในเฉพาะแต่ละท้องถิ่น และรังสรรค์จนกลายเป็นเมนูเลิศรสที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาได้อย่างมีเอกลักษณ์

เร่ิมจากจานแรก UNI X KRABBEN หอยเม่นและกุ้งจากทะเลเหนือ เสิร์ฟบนหอยนางรมคอฟฟินเบย์และซอสพอนสึเย็นฉ่ำ

วัตถุดิบชั้นเลิศจากท้องทะเล 3 ชนิดที่เดินทางมาพบกันสร้างสรรค์เป็นเมนูพิเศษ เตรียมแบบสด ๆ  พร้อมเสิร์ฟบนกระดาษรีไซเคิลแบบญี่ปุ่น ที่เชฟใช้หมึกจากหมึกทะเลมาป้ายลงบนกระดาษเป็นรูปกากะบาทอย่างแม่นยำ ก่อนจะเทกรวดและเกลือเม็ดลงไปตรงกลางเพื่อเป็นที่วางของเปลือกหอย เพื่อแสดงถึงความแม่นยำเป็นเลิศในการสร้างสรรค์เมนุที่เครื่องปรุงเป็นอาหารสดๆ ไม่ผ่านความร้อน วัตถุดิบสดชั้นเยี่ยมจากท้องทะเลช่วยให้รสสัมผัสโดดเด่นตั้งแต่แรกชิมแม้ขณะหลับตา หอยนางรมคอฟฟินเบย์จากออสเตรเลียเสิร์ฟบนกุ้งจากทะเลเหนือผ่าครึ่งขนาดพอดีคำ ราดด้วยซอสพอนสึเย็นฉ่ำเจือกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสมุนไพรให้รสเปรี้ยวสดชื่น ประดับด้วยหอยเม่นจากฮอกไกโด เกาะเหนือสุดของทะเลญี่ปุ่น รังสรรค์ทุกส่วนผสมเป็นความอร่อยจากท้องทะเล

จานต่อมาคือ KYABIA X BUTTERMILCH

เปโตรเชียน ออสเซตรา คาร์เวียร์, บัตเตอร์มิลค์ มูส และทาร์ตมันฝรั่ง เชฟเล่าว่า ไม่มีวัตถุดิบที่ใช้ปรุงอาหารชนิดใดให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านและพาผมย้อนกลับไปในวัยเด็กได้เทียบเท่ามันฝรั่งและบัตเตอร์มิลค์ คุณแม่บอกว่าผมโตมาด้วยมันฝรั่งต้มและบัตเตอร์มิลค์เนื่องจากใช้เป็นส่วนผสมหลักของอาหารกลางวันที่ทำรับประทานกันที่บ้าน ในโอกาสที่ลูกชายคนโตของผมเข้าโรงเรียนอนุบาลในปีนี้ ผมจึงอยากจะรื้อฟื้นและความทรงจำแสนอบอุ่นเดินทางข้ามเวลามาสู่ปัจจุบัน

เราใช้บัตเตอร์มิลค์และมันฝรั่งนำเข้า โดยเลือกมันฝรั่งคิปเฟลอร์ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีต้นกำเนิดในบ้านเกิดของผมและของฮิวโก บอส นำมาหั่นเป็นรูปทรงทาร์ตที่ออกแบบเป็นพิเศษ ซึ่งคัดมาจากลวดลายในคอลเล็กชันฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวปีค.ศ.2020 นี้ ในส่วนของบัตเตอร์มิลค์ นำไปผ่านกระบวนการแล้วนำมาแบ่งเป็นสองส่วน บัตเตอร์มิลค์เหลวใช้สำหรับต้มมันฝรั่ง ส่วนที่ข้นนำมาทำเป็นมูสเพื่อใช้เป็น “หมอนรอง” คาร์เวียร์เปโตรเชียน ออสเซตรา จากปารีส

อีกจานที่ท้าทายรสสัมผัสของผู้รับประทาน เพราะเป็นจานที่ปรุงแต่งรสน้อยแต่ใช้เครื่องปรุงที่มีรสชาติจากธรรมชาติที่เด่นชัด ANKO X ENTENGRUeTZE

ปลามังก์ ไข่น้ำและเห็ดแตรสีดำ น้ำพาร์สลีย์

เชฟเล่าว่า สำหรับอาหารเยอรมันหลากหลายเมนู มักเรียกปลามังก์กันว่า “ล็อตเตอ” เมื่อผมเริ่มเรียนทำอาหารเป็นอาชีพ ปลามังก์เป็นปลาชนิดแรกที่ผมต้องหัดแล่และกะปริมาณให้พอเหมาะ โดยเริ่มงานในร้านอาหารเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า “Bergischer Loewe” ในเมืองเวอร์เมลเคอร์เชน บ้านเกิดของผม ซึ่งมีเชฟลาร์ โรเอ็นท์เกน เป็นเจ้าของและผู้ดำเนินการ

ส่วนผสมของจานนี้คล้ายกับการเดินทางกลับจากท้องทะเล ผ่านทะเลสาบและป่าเขาลำเนาไพรหลายต่อหลายแห่ง มุ่งหน้ามายังสวนหลังบ้านของครอบครัวผม เราได้ “ล็อตเตอ” จากทะเล ได้ “เอนเทนกรูทเซอ” หรือสาหร่ายน้ำจืดมาจากทะเลสาบ สมัยเด็ก ๆ ผมชอบนำสาหร่ายชนิดนี้มาเล่น แต่ด้วยยังเยาว์วัย ผมจึงไม่รู้ว่ามันรับประทานได้ จนกระทั่งผมได้เดินทางมายังบ้านหลังที่สองของผม…ประเทศไทย จึงได้ค้นพบว่าสาหร่ายชนิดเดียวกันนี้ที่ทางภาคเหนือของไทย เรียกว่า “ไคน้ำ” นั้นรับประทานได้ สำหรับเห็ดแตรสีดำซึ่งเป็นเห็ดป่าที่ขึ้นตามฤดูกาล เราเข้าไปเก็บในป่า ส่วนพาร์สลีย์เราเก็บจากสวนหลังบ้านของเราเอง

ส่วนจานที่ได้รับเสียงชื่นชมเป็นอย่างมากเพราะเชฟนำเนื้อชั้นดีมาปรุงได้อย่างเลิศรสก็คือ WAGYU X TRUEFFEL

เนื้อมิยะซะกิระดับ A5 กระเทียมดำ อาร์ติโช้ก และเห็ดทรัฟเฟิลในฤดูใบไม้ร่วง

เนื้อมิยะซะกิ คือต้นแบบความเป็นเลิศของเนื้อวัวอย่างแท้จริง ได้รับรางวัลชนะเลิศสองปีซ้อนในปีค.ศ.2007 และ 2012 จากการแข่งขันที่เรียกได้ว่า เป็นการแข่งขันโอลิมปิคของเนื้อวากิวจากญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้นทุก ๆ 5 ปี และยังได้รับรางวัล “Prime Minister’s Award” เป็นครั้งที่ 3 ในปีค.ศ.2017 ซึ่งชนะเลิศสามปีซ้อน เชฟมีประสบการณ์การทำงานในภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นระดับไฮเอ็นด์หลายแห่งทั่วโลก เนื้อมิยะซะกิมักจะเป็นเนื้อที่เขาเลือกเสมอเมื่อต้องใช้เนื้อจากญี่ปุ่นเมื่อต้องสร้างสรรค์เมนูพิเศษจากเนื้อที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในโลก เขาย้ำว่าคุณต้องมั่นใจว่าส่วนผสมอื่น ๆ มีคุณภาพทัดเทียมกัน อีกทั้งกรรมวิธีการปรุงยังต้องเรียบง่ายที่สุดเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์แบบ ผมปรุงเนื้อด้วยเกลือทะเลมัลดันจากชายฝั่งเมืองเอสเส็กซ์ของอังกฤษ นำไปย่างบนเตาถ่านด้วยไฟอ่อน ๆ ทาน้ำมันมะกอกอาร์บิควินาจากสเปน ซึ่งเป็นกรรมวิธีเดียวกันกับใจอาร์ติโช้ก จากนั้นจึงเสิร์ฟบนน้ำมันจากกระเทียมดำและโรยด้วยเห็ดทรัฟเฟิลในฤดูใบไม้ร่วงฝานจากปารีส

ส่วนของหวานเป็นาจบอย่างสวยงาม GYUNYU X HONIG

ไอศกรีมนมฮอกไกโด มูสนมผึ้ง และรวงผึ้ง

นมร้อน ๆ กับน้ำผึ้งคืออาหารหลากวัฒนธรรมที่สร้างความผ่อนคลายให้กับคนทั้งโลก โดยเฉพาะท่ามกลางบรรยากาศสายฝนโปรยในฤดูใบไม้ร่วงและอากาศหนาวจับใจในฤดูหนาว แต่เพื่อให้เข้ากับอากาศของประเทศไทย ผมจึงปรับแนวคิดของหวานจานโปรดนี้เสียใหม่

ไอศกรีมนมฮอกไกโดแบบโฮมเมด ผลิตจากนมวัวที่เลี้ยงในทุ่งหญ้าบนเกาะฮอกไกโดทางตอนเหนือของญี่ปุ่น พร้อมมูสจากผงนมผึ้งจากภาคกลางของประเทศไทยและรวงผึ้งป่าในจังหวัดฉะเชิงเทราที่ซ่อนซอฟต์คุกกี้ช็อคโกแลตไว้ข้างใต้

โดยเมนูอาหารสุดพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นมาในครั้งนี้จะมีให้บริการที่ร้านรีเดล เรสทัวร์รองต์ แอนด์ ไวน์ เซลล่าร์ ในราคา 4,200 .- ++ ตั้งแต่วันที่ 5 – 31 ตุลาคมนี้ โดยมีการนำเงิน 10% จากรายได้เมนูนี้บริจาคให้กับมูลนิธิชัยพัฒนาเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยไวรัสโควิด 19 รวมถึงโรคระบาดต่างๆ 

ดื่มด่ำผลงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซที่สัมผัสได้ด้วยปลายลิ้นและเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์อาหารมื้อพิเศษจากเมนูอาหารค่ำ 5 คอร์สที่จับคู่กับไวน์ได้อย่างลงตัว ได้แล้วที่ร้าน รีเดล เรสทัวร์รองต์ แอนด์ ไวน์      เซลล่าร์ ชั้น 2 เกษรวิลเลจ 

BOSS In Collaboration With Riedel

@ Riedel Restaurant & Wine Cellar

ตุลาคม 2020 #BOSSTOGETHERTH, #EatAtGaysorn