สู่สังเวียนแฟชั่น! Mike Tyson ร่วมงานกับ Chinatown Market ในการสร้างสรรค์แคปซูลคอลเลคชั่นใหม่

หลังจากที่มีข่าวว่าจะคืนสังเวียนผืนผ้าใบอีกครั้งในรอบ 15 ปี ล่าสุด Mike Tyson นักมวยชื่อดังชาวอเมริกันเจ้าของผลโหวตระดับตำนานอย่าง “นักมวยรุ่นเฮฟวี่เวทที่หมัดหนักที่สุดตลอดกาล” จาก ESPN (The Hardest Hitters in Heavyweight History) ได้ร่วมงานกับ Chinatown Market – แบรนด์สตรีทแฟชั่นสุดกวนจากแอลเอ ในโปรเจ็กต์แคปซูลคอลเลคชั่นใหม่ ที่ประกอบด้วยไอเทมอย่าง เสื้อยืด, เสื้อฮูดดี้ และกางเกงขาสั้น 

นอกจากนี้ยังร่วมสร้างสรรค์ mockumentary หรือสารคดีหลอก ๆ สนุก ๆ 5 ตอนที่จะนำเสนอภาพของ Tyson ครั้นได้เยี่ยมชมออฟฟิศและได้ทำงานร่วมกับทีมของแบรนด์ ซึ่งจะปล่อยให้ชมกันวันละหนึ่งตอนเริ่มตั้งแต่วันเสาร์นี้ (27 มิถุนายน)  

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Training smarter every day. @smartcups SmartCups.com

โพสต์ที่แชร์โดย Mike Tyson (@miketyson) เมื่อ

“ผมตื่นเต้นที่จะได้ร่วมมือกับแบรนด์สายสตรีทอย่าง Chinatown Market และนำเสนอสิ่งที่พวกเราได้ลงมือทำ – ทั้งคอนเทนต์และผลิตภัณฑ์ – ให้แฟนคลับได้ชมกัน” นักมวยระดับตำนานเจ้าของสถิติ Win by KO 44 ครั้งจากการขึ้นชก 58 ครั้งได้กล่าวถึงโปรเจกต์ครั้งนี้ 

แคปซูลคอลเลคชั่นชุดแรกจะเริ่มจัดจำหน่ายในวันที่ 3 กรกฎาคม และชุดที่สองจะเริ่มการขายช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ โดยราคาสินค้าแต่ละชิ้นจะมีราคาอยู่ที่ 40-90 เหรียญฯ (ประมาณ 1,240-2,790 บาท) ซึ่งจะจัดจำหน่ายทางเว็บไซต์ของ Chinatown Market

รายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปสบทบทุนแก่ Tyson Cares Foundation ที่ช่วยเหลือเยาวชนจากครอบครัวที่มีปัญหาในด้านต่าง ๆ เช่น ที่พัก, คำปรึกษา, การช่วยเหลือทางการเรียน และสวัสดิการด้านสาธารณสุขครับ เรียกได้ว่ากลับมาแบบหล่อๆพร้อมกันหุ่นที่ฟิตจริงๆครับสำหรับ “IRON” Mike ในวัย 53 ปี 

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun

LeBron James และ Coach ออกมาสนับสนุนองค์กรที่ต่อสู้เพื่อสิทธิการเลือกตั้งของคนผิวสี

ดูเหมือนว่าจะมีการเคลื่อนไหวสำคัญในการเรียกร้องเพื่อชาวผิวสีในอเมริกาครับ เมื่อซูเปอร์สตาร์ NBA – LeBron James และแบรนด์หรูคอนเซ็ปต์สนุกจากนิวยอร์กอย่าง Coach ได้ออกมาสนับสนุนองค์กรอิสระ More Than A Vote ที่ต่อสู้กับปัญหาการจำกัดสิทธิคนผิวสีอเมริกันในการลงคะแนนเลือกตั้ง ซึ่งประจวบกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ครับ 

James ได้โพสต์ลง IG ส่วนตัวเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไว้ว่า “ถึงพี่น้องในวงการกีฬาและศิลปะ พวกเรามีอิทธิพลอันทรงพลังในชุมชนของเรา เราจึงต้องใช้โอกาสนี้ในการเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง เพราะวิธีการที่ขัดขวางเราจากการเปลี่ยนแปลงใด ๆ นั้น เริ่มจากการขัดขวางเราไม่ให้ได้เลือกตั้งนั่นเอง”

Jide Zeitlin

ด้าน Jide Zeitlin ประธานกรรมการบริหารของ Tapestry – บริษัทแม่ของ Coach ได้ออกแถลงการณ์ในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ว่า “พื้นฐานของประชาธิปไตยคือสิทธิในการลงคะแนนเสียง อเมริกาจะแก้ไขปัญหาการเหยียดผิวและความอยุติธรรมในระบบไม่ได้เลยหากไม่มีการหยุดยั้งการจำกัดสิทธิในการเลือกตั้ง เรามีความภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับ More Than A Vote และทำงานเพื่อให้ชาวอเมริกันผู้มีสิทธิทุกคนสามารถออกไปเลือกตั้งได้”

นอกจาก Coach และ James แล้ว องค์กร More Than A Vote ยังได้รับการสนับสนุนจากนักกีฬาและศิลปินอีกหลายราย เช่น Patrick Mahomes ควอเตอร์เบคดาวรุ่งใน NFL และ Sloane Stephens นักเทนนิสอดีตแชมป์ US Open อีกทั้งองค์กรอิสระนี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายแค่การปกป้องสิทธิในการเลือกตั้งของชาวผิวสีเท่านั้น แต่ยังมีความตั้งใจที่จะพัฒนาความปลอดภัยสาธารณะและขยายโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนชาวผิวสีและละตินอเมริกันอีกด้วย 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

#BlackOutTuesday✊🏽✊🏾✊🏿

โพสต์ที่แชร์โดย Patrick Mahomes II (@patrickmahomes) เมื่อ

ทางเราก็ขอเป็นกำลังใจให้องค์กร More Than A Vote และองค์กรอิสระต่าง ๆ ทั่วโลกที่กำลังต่อสู้เพื่อสิทธิที่เท่าเทียมกันของทุกคนในสังคมครับ 

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun

ร่วมเดินทางครั้งพิเศษไปกับอีซึงกิและแจสเปอร์ หลิวใน ‘Twogether คู่เที่ยวเพื่อนทัวร์’ ทาง Netflix

แม้ว่าช่วงนี้จะมีการผ่อนปรนมาตรการล็อคดาวน์แล้ว แต่ก็ยังคงมีการจำกัดการเดินทางทั้งในและระหว่างประเทศอยู่ คงดีไม่ใช่น้อยหากจะมีรายการแนววาไรตี้-ท่องเที่ยวที่จะพาเราออกสู่โลกกว้างเพื่อคลายเหงาในยามนี้ และคงจะเป็นเรื่องยอดเยี่ยมไปเลย หากคนนำเที่ยวของเรานั้นเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับเอเชีย…ถึง 2 คน!  

รายการที่ว่านั้นคือ Twogether คู่เที่ยวเพื่อนทัวร์ original content ชุดใหม่ที่จะสตรีมให้ชมกันทาง Netflix ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ครับ 

ความพิเศษของรายการนี้คือ การนำซูเปอร์สตาร์อย่าง อีซึงกิ – นักแสดงเกาหลีจากซีรีส์สุดฮิต Vagabond ที่เจนจัดในวงการเรียลลิตี้ – กับ แจสเปอร์ หลิว – นักแสดงไต้หวันจากภาพยนตร์รีเมกสุดซึ้ง More Than Blue ที่มาประเดิมการเป็นพิธีกรรายการวาไรตี้ –  มาโคจรพบกันเป็นครั้งแรก เขาทั้งสองจะร่วมกันออกเดินทางพบปะแฟน ๆ และเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นนอกบ้านเกิดของพวกเขาใน 6 เมือง 3 ประเทศ ได้แก่ ยอกยาการ์ตา-บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย, โพคารา-กาฎมัณฑุ ประเทศเนปาล และสุดท้าย กรุงเทพ-เชียงใหม่ ในบ้านเรานั่นเอง  

แม้เขาทั้งสองคนจะมีที่มาต่างกัน พูดกันคนละภาษา อีกทั้งยังต้องเดินทางร่วมกันในสถานที่ที่พวกเขาไม่คุ้นเคย แต่ดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านี้ไม่อาจเป็นกำแพงขวางกั้นมิตรภาพและความสนิทสนมที่ได้ก่อตัวขึ้นระหว่างทริป  

“ปกติแล้วเวลาที่สมาชิกในรายการจะเริ่มรู้สึกสบาย ๆ ต่อกัน คือตอนที่เราใส่กางเกงนอนลายๆ ได้อย่างไม่เคอะเขิน…วันที่ผมเห็นแจสเปอร์ใส่กางเกงนอนลาย ๆ กับตอนที่เขาให้กางเกงนอนผมซึ่งเหมือนกันกับของเขาเลย แค่คนละสี ผมว่าตอนนั้นล่ะครับที่เคมีของเราเข้าที่แล้ว” อีซึงกิกล่าวถึงเคมีของทั้งคู่ไว้ผ่านงานแถลงข่าวทาง virtual-conference ของรายการใหม่นี้ 

นอกจากนี้ Twogether ยังได้ทีมผู้สร้างเดียวกับ Running Man และ Busted! มาเป็นผู้บันทึกและดูแลการเดินทางครั้งพิเศษนี้ ดังนั้นแฟน ๆ จึงมั่นใจได้เลยว่า ความสนุกสนานและความรู้สึกต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างสองนักแสดงนั้นเป็นของจริง ไม่มีสคริปต์ โดยแจสเปอร์ หลิว ออกมายืนยันถึงความเป็นธรรมชาติของรายการด้วยตัวเองว่า “เราสองคนได้เรียนรู้ความแตกต่างระหว่างกันและสร้างมิตรภาพขึ้น แล้วรายการนี้ไม่มีสคริปต์ครับ ทุกครั้งที่ผมถามโปรดิวเซอร์ว่าตอนไหนจะได้พบแฟน ๆ โปรดิวเซอร์ก็บอกว่าไม่รู้…ซึ่งทำให้ทุกครั้งที่ได้พบแฟนๆ ผมยิ่งรู้สึกประทับใจมากขึ้นไปอีก เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันจริงมาก ๆ”  

ใครที่เป็นแฟนคลับของอีซึงกิและแจสเปอร์ หลิว เตรียมออกเดินทางร่วมทริปแห่งความพิเศษและมิตรภาพนี้ได้ใน Twogether คู่เที่ยวเพื่อนทัวร์ ศุกร์ที่ 26 มิถุนายนนี้ รับชมพร้อมกันทั่วโลก ครบทุกตอนทาง Netflix ครับ 

#NetflixTH 

#NetflixOriginal 

#Twogether 

#JasperLiu 

#LeeSeungGi 

ยังไม่สิ้นเสียงคำราม! Jurassic Park กลับมาทำเงินเป็นอันดับ 1 ในสหรัฐฯ อีกครั้งหลังจากผ่านมา 27 ปี

ดูเหมือนว่าเจ้า T-Rex จะกลับมาคำรามบนตาราง Box Office อีกครั้งหลังจากการปรากฎตัวครั้งแรกเมื่อ 27 ปีก่อนครับ โดยภาพยนตร์สุดคลาสสิกอย่าง Jurassic Park (ปี 1993) ของพ่อมดฮอลีวูด Steven Spielberg ทำรายได้เป็นอันดับหนึ่งในสหรัฐฯ ด้วยจำนวนเงิน 517,000 เหรียญฯ (ประมาณ 16,027,000 บาท) 

ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่มาจากการฉายในโรงภาพยนตร์ Drive-in ที่มีการเว้นระยะห่างทางสังคม ระหว่างวันที่ 19-21 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับสัปดาห์วันพ่อของอเมริกาพอดี 

นอกจาก Jurassic Park แล้ว ยังมีภาพยนตร์ของ Spielberg ที่ติดอันดับ Box Office อีกหลายเรื่อง ทั้งฉลามระทึกโลกอย่าง Jaws (ปี 1975) ที่อยู่ในอันดับ 2 ด้วยรายได้ตามติดเจ้าทีเร็กซ์อยู่ที่ 516,000 เหรียญฯ, E.T. the Extra Terrestrial (ปี 1982) หรืออีทีเพื่อนรัก ติดอันดับ 7 และ Raiders of the Lost Art (ปี 1981) หรืออินเดียน่าโจนส์ภาคแรกได้เข้ามาที่อันดับ 17 นอกจากนี้ยังมีภาพยนตร์ไซไฟที่อาจารย์แห่งวงการภาพยนตร์คนนี้ได้อำนวยการสร้าง อย่าง Back to the Future (ปี 1985) ก็ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 6 บนตารางครับ 

คาดว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์และโรงฉายในอเมริกาและทั่วโลกจะกลับมาคึกคักอีกครั้งในเดือนกรกฎาคมนี้ ที่จะมีมาตรการผ่อนปรนแก่โรงภาพยนตร์มากขึ้น และจะมีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่ผู้ชมรอคอยเข้าฉาย อย่าง Disney’s Mulan และ Tenet ของเสด็จพ่อ Christopher Nolan ครับ 

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun

ชมเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสวยที่ได้แรงบันดาลใจจาก “Game of Thrones” ซีรีส์ชื่อดังเรื่องโปรดของหลายๆคน

แม้ว่าซีรีส์ดรามา-แฟนตาซีสุดฮิตอย่าง Game of Thrones ของ HBO จะอวสานไปปีกว่า ๆ แล้ว แต่ก็ยังไม่หยุดที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้แก่แฟนคลับและศิลปินนทั่วโลกครับ อย่างเช่นผลงานล่าสุดของ Lionel Jadot ศิลปินและนักออกแบบชาวเบลเยี่ยม ที่นำเสนอผลงานเฟอร์นิเจอร์ชุด “Game of Thrones” ที่สร้างสรรค์ขึ้นจากอิทธิพลของซีรีส์เรื่องนี้ 

ผลงานชุดนี้ของ Jadot ประกอบด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบต่าง ๆ ที่สะท้อนถึงสไตล์ที่ต่อต้านความเข้าชุด (anti-conformist) และความรักอิสระในการออกแบบของตัวศิลปิน โดยผลงานทุกชิ้นทำขึ้นจากวัสดุรีไซเคิลและวัสดุใกล้ตัวต่าง ๆ ที่ Jadot สะสมเองเป็นเวลาหลายปี และจุดเด่นของผลงานชุดนี้ คือ เก้าอี้นั่งแบบต่าง ๆ ที่ศิลปินบรรยายไว้ว่าเป็น “บัลลังก์” นั่นเอง 

Lionel Jadot

นอกจากนี้ ยังมีผลงานอื่น ๆ นอกจากบัลลังก์ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เช่น เก้าอี้ที่ทำจากเทป VHS ยุคเก่า, โคมไฟตั้งโต๊ะที่มีฐานเป็นเครื่องลายคราม และม้านั่งยาวที่ประกอบด้วยเบาะหลากหลายขนาด

ผลงานชุดนี้กำลังจัดแสดงในชื่อนิทรรศการ “Enthrone Dethrone” ณ Everyday Gallery ประเทศเบลเยี่ยม หรือใครสนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของผลงานชุดนี้ทางออนไลน์ สามารถติดตามที่เว็บไซต์ของ Everyday Gallery ได้ถึงวันที่ 16 สิงหาคมนี้ครับ เชื่อว่าผลงานชุดนี้จะโชว์ความคิดสร้างสรรค์ให้แก่แฟน ๆ ซีรีส์ได้ ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียวครับ 

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun

YouTube กำลังแซง Facebook ขึ้นมาเป็นแหล่งข่าวออนไลน์ที่ฮิตที่สุดในอเมริกา

นอกจากจะเป็นช่องทางในการชมคลิปวีดิโอสนุก ๆ หรือฟังเพลงเพราะ ๆ แล้ว ดูเหมือนว่า YouTube กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นช่องทางออนไลน์ในการติดตามข่าวสารที่ฮิตที่สุดในอเมริกา และอีกหลายประเทศทั่วโลกครับ 

จากรายงานข่าวดิจิทัลปี 2020 ที่จัดทำโดยสถาบัน Reuters นั้นเผยว่า ชาวอเมริกันกว่า 24% ใช้ YouTube ในการติดตามข่าวสาร แม้ว่าจะตัวเลขจะยังคงน้อยกว่า Facebook ที่มีผู้ใช้งานเพื่อจุดประสงค์นี้ที่ 35% แต่เมื่อดูความเปลี่ยนแปลงแล้ว ความนิยมใน Facebook นั้นตกลงไป 4% ขณะที่ความนิยมใน YouTube เพิ่มขึ้น 4% สาเหตุที่ทำให้ Facebook เริ่มเสื่อมความนิยมนั้น มาจากการถูกกล่าวหาว่าเป็นศูนย์ข่าวปลอมออนไลน์หรือ Fake News โดยเฉพาะข่าวการเมืองมาตั้งแต่ช่วงการเลือกตั้งของสหรัฐฯ ในปี 2016 

ไม่ใช่แค่ในอเมริกาเท่านั้น แต่แนวโน้มลักษณะนี้ยังเกิดขึ้นในอีก 12 ประเทศทั่วโลก – รวมถึงสหราชอาณาจักร เยอรมณี และญี่ปุ่น – มาตั้งแต่ปี 2016 โดยความนิยมในการติดตามข่าวผ่าน Facebook นั้นค่อย ๆ ลดลง แต่ YouTube นั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ ยังมีการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 80,000 คน จาก 40 ประเทศ พบว่า Facebook กลายเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือมากที่สุด โดยผู้ทำแบบสำรวจ 29% นั้นรู้สึกกังวลถึงข้อมูลข่าวสารที่อาจนำเสนอผิดพลาดหรือทำให้เข้าใจผิด ความกังวลนี้เพิ่มเป็น 35% ในกลุ่มตัวอย่างชาวอเมริกัน ทว่าความไม่ไว้ใจในแพลตฟอร์ม YouTube นั้นมีเพียง 5% เท่านั้น 

ก็ต้องดูกันต่อไปครับว่า Facebook จะรับมือและแก้ปัญหานี้อย่างไร และ YouTube จะสามารถคงความนิยมและน่าเชื่อถือนี้ต่อไปได้หรือไม่ในอนาคต 

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun

อยู่บ้านก็เสพย์งานศิลป์ระดับโลกได้! Jeff Koons เปิดให้ชมผลงานสุดไอคอนิก ‘Balloon Venus’ สีล่าสุด ได้ผ่านสตูดิโอออนไลน์ของ David Zwirner

Jeff Koons ศิลปินชาวอเมริการที่โด่งดังจากงานศิลป์สไตล์ balloon modelling หรือการสร้างงานศิลปะจากรูปทรงของลูกโป่งที่ถูกนำมาดัดเป็นสิ่งต่างๆ กำลังจัดนิทรรศการออนไลน์เกี่ยวกับผลงานประติมากรรม Balloon Venus อันโด่งดังของเขาผ่าน Studio สตูดิโอออนไลน์แห่งใหม่ของ David Zwirner ตัวแทนซื้อขายงานศิลป์และเจ้าของแกลเลอรี่ชื่อดังชาวเยอรมัน 

Jeff Koons

Venus ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความรักและความเจริญพันธุ์นั้น ถูกนำมาตีความใหม่ในผลงานของ Koons นับตั้งแต่ยุค 70’s เป็นต้นมา ผลงานที่โด่งดังที่สุดของ Koons ยังรวมถึงการตีความ Venus of Lespugue ประติมากรรมขนาดเล็กจากยุคหินเก่าเมื่อ 24,000-26,000 ปีก่อน ซึ่งสร้างข้อถกเถียงเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันเกี่ยวกับการค้นพบผลงานศิลปะเชิงนามธรรมชุดแรก ๆ ของโลก  

Venus ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความรักและความเจริญพันธุ์นั้น ถูกนำมาตีความใหม่ในผลงานของ Koons นับตั้งแต่ยุค 70’s เป็นต้นมา ผลงานที่โด่งดังที่สุดของ Koons ยังรวมถึงการตีความ Venus of Lespugue ประติมากรรมขนาดเล็กจากยุคหินเก่าเมื่อ 24,000-26,000 ปีก่อน ซึ่งสร้างข้อถกเถียงเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันเกี่ยวกับการค้นพบผลงานศิลปะเชิงนามธรรมชุดแรก ๆ ของโลก  

Koons ได้เล่นกับความเป็นนามธรรมการอุปมาในรูปปั้น Venus ให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น จนกลายเป็นผลงานอย่าง Ballon Venus Lespugue เมื่อปี 2013 และ Ballon Venus Lespugue (Red) ที่เพิ่งเสร็จสมบูรณ์ในปีนี้ โดยในนิทรรศการครั้งนี้นั้น ประกอบด้วยวีดิโอการทำงาน ภาพวาดแบบร่าง และการบรรยายถึงผลงานโดย Koons เอง 

“นี่เป็นครั้งแรกที่ได้นำผลงานมาจัดแสดงสู่สาธารณชนผ่าน Studio ทางออนไลน์ ตัวประติมากรรมก็จะยังคงเปลี่ยนแปลงและมีปฏิสัมพันธ์ไปตามสภาพแวดล้อมเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในร่มหรือกลางแจ้งก็ตาม และแม้จะเป็นภาพแทนของวัตถุโบราณที่มีอายุกว่า 25,000 ปี แต่ขณะเดียวกันก็มีความร่วมสมัยอยู่ด้วย” Koons กล่าวถึงผลงานของตัวเอง 

สามารถเข้าไปเยี่ยมชมนิทรรศการของ Koons นี้ได้ที่สตูดิโอออนไลน์ของ Zwirner ที่นี่เลยครับ

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Tap the 𝗹𝗶𝗻𝗸 𝗶𝗻 𝗯𝗶𝗼 to step inside ‘Studio: @JeffKoons,’ now live at #DavidZwirnerOnline.⁣ ⁣ This special, expanded edition of ‘Studio’ illuminates for the first time, a large-scale balloon sculpture recently completed by #JeffKoons of the goddess Venus, a figure that has recurred in the artist’s work since the late 1970s.⁣ ⁣ Featuring process videos, the artist’s preparatory drawings, and Koons’s own voice as a guide, this presentation offers an unprecedented look at his practice and work.⁣ —⁣ Jeff Koons⁣ ‘Balloon Venus Lespugue (Red),’ 2013–2019⁣ Mirror-polished stainless steel with transparent color coating⁣ 105 1/16 x 48 13/16 x 41 3/16 inches⁣ 266.9 x 124.1 x 104.7 cm⁣ ⁣ #davidzwirner #onlineexhibition #sculpture #artiststudio #artistlife #historyofart #arthistory⁣ ⁣

โพสต์ที่แชร์โดย David Zwirner (@davidzwirner) เมื่อ

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun

เห็นผลแล้ว! Gucci ประกาศ ผลประกอบการด้านสิ่งแวดล้อมปี 2562 โดยปริมาณการปล่อยคาร์บอนลดลงกว่า 21%

ในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก Gucci เปิดตัวแคมเปญใหม่ที่อุทิศให้กับงานพัฒนาความยั่งยืนบนอินสตราแกรม Instagram.com/GucciEquilibrium และ Equilibrium เว็บไซต์ www.equilibrium.gucci.com เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นที่มีอย่างต่อเนื่องของGucciในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้เกิดขึ้นกับผู้คนและโลกใบนี้ นอกจากนั้น Gucci ยังได้ประกาศผลประกอบการด้านสิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกว่า EP&L ว่าสามารถลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมโดยรวมไปได้อย่างมากถึง-21% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

Gucci Equilibrium เปิดตัวครั้งแรกในงานวันสิ่งแวดล้อมโลกในปี 2561โดยในปีนี้แคมเปญมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและแสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันของคนในชุมชนที่รวมตัวกันแสดงความคิดเห็นในหัวข้อต่างๆ ที่มีความสำคัญมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในโลกปัจจุบัน นอกเหนือจากช่องทางดิจิตัลอื่น ๆ ของGucci Instagram.com/GucciEquilibriumและ www.equilibrium.gucci.comแคมเปญนี้เป็นการปูทาง ปละเปิดช่องทางใหม่เพื่อสื่อสารกับกลุ่มคนที่มีความสนใจ ชื่นชอบ และมีแรงบันดาลใจเดียวกัน ที่เรียกกันในชื่อว่า #GucciCommunity

GucciCommunity นี้ประกอบด้วยบุคคลที่มีความคิดเห็นเดียวกัน ต้องการทำงานร่วมกันเพื่อยืนหยัดขึ้นต่อสู้เพื่อประเด็นทางสังคมที่กำหนดวิถีปฏิบัติต่อโลกและซึ่งกันและกัน แพล็ทฟอร์มดิจิตัลใหม่ของGucci จะทำหน้าที่แบ่งปันข้อมูลจากชุมชนที่อยู่บน Gucci Equilibrium และที่อื่น เพื่อกระตุ้นให้เกิดการแบ่งปันประสบการณ์และความคิดสร้างการเปลี่ยนแปลง

ดูโพสต์นี้บน Instagram

@gucciequilibrium is defined by one of its pillars—Planet—to reduce environmental impacts within Gucci’s direct operations and across the entire supply chain and introduce sustainability at every stage of the Gucci creation process—from the design phase where designers think outside traditional material choices, to use alternative and sustainable approaches. Other production and manufacturing processes include the Gucci Scrap-less program, uses less water and chemicals and minimizing the amount of finished leather scraps by tanning only the leather needed for production. Gucci also promotes metal or chrome free tanning for a lower environmental impact and upcycles leather and textile offcuts created during manufacturing through the ‘Gucci-Up’ program. Discover more on @gucciequilibrium.

โพสต์ที่แชร์โดย Gucci (@gucci) เมื่อ

Gucciดำเนินการภายใต้แรงผลักดันของประเด็นปัญหาที่เป็นพื้นฐานและมีอิทธิพลต่อการสร้างอนาคตส่วนรวมของพวกเราทุกคน เราจะยืดหยัดมุ่งมั่นสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับผู้คนและธรรมชาติที่อยู่รายล้อมธุรกิจของพวกเรา ดังจะเห็นได้จากผลประกอบการและความคืบหน้าในการลดปริมาณคาร์บอนที่เห็นได้อย่างชัดเจนจากรายงาน EP&L ฉบับใหม่ปี2562นอกจากนั้น เรายังได้แสดงความรับผิดชอบในฐานะแบรนด์ดังระดับโลกและพาร์ทเนอร์ที่ทำงานภายในชุมชนเพื่อ  เพื่อปลุกระดมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและGucci Equilibrium มีความสามารถในการเรียกประชุมและรวบรวมเสียงของสมาชิกชุมชนเพื่อช่วยนำทางให้งานนี้ก้าวไปข้างหน้าได้”  Marco BizzarriประธานและซีอีโอของGucci กล่าว

เว็บไซต์www.equilibrium.gucci.comถูกกำหนดกรอบการทำงานภายใต้หลักสองประการคือ เพื่อมนุษย์และโลก จึงมุ่งเน้นสนับสนุนคำมั่นสัญญาและการดำเนินงานเพื่อลดปริมาณคาร์บอนในสิ่งแวดล้อมและปกป้องธรรมชาติ ในขณะที่ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและต่อสู้เพื่อการเคารพระหว่างบุคคล รวมถึงการมีส่วนร่วม เพื่อให้ทุกคนในGucci Community มีอิสรภาพในการแสดงออกตัวตนที่แท้จริงและแตกต่าง เว็บไซต์นี้มาพร้อมกับโลโก้ใหม่ออกแบบโดยศิลปิน MP5

นอกจากนั้น Gucci ยังเพิ่มความหนักแน่นให้กับข้อความที่ต้องการสื่อสารในEquilibrium ให้เป็นมากกว่าข้อความจากแพลตฟอร์มด้วยการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ Gucci.com, และGucci App  ที่ทำให้ผู้คนจากทั่วโลกสามารถมีส่วนร่วมและชมสินค้าต่างๆที่มีส่วนในการสร้างความยั่งยืนมากกว่า400แบบ

Gucci 2019 EP&L

วันนี้ Gucci ได้ประกาศผลประกอบการด้านสิ่งแวดล้อมปี2562 (EP&L) เพื่อเป็นข้อมูลมาตรฐาน     สำหรับวัดความคืบหน้าการทำงานเปรียบเทียบกับเป้าหมายความยั่งยืนที่ตั้งไว้ด้วยความทะเยอทะยาน และเป็นปัจจัยผลักดันกลยุทธ์วัฒนธรรมการทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในช่วงปี 2558-2568วัตถุประสงค์เหล่านี้รวมถึง การลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมรวมของ Gucci 40% ของการดำเนินงานตรงและตลอดห่วงโซ่อุปทาน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 50% ภายในปี 2568 เมื่อเทียบกับปีฐาน พ.ศ.2558ทั้งหมดนี้ Gucci ได้สร้างความก้าวหน้าไปไกลกว่าที่กำหนดไว้และใกล้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้สำหรับปี2568 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

รายละเอียดผลประกอบการEP&L ปี2562 แบบดิจิตัลแสดงให้เห็นว่า เมื่อเทียบกับข้อมูลฐานปี พ.ศ.2558 Gucci สามารถลดผลกระทบโดยรวมของห้องเสื้อไปได้ทั้งหมด 39% โดย 37% เป็นการลดก๊าซเรือนกระจกเพียงอย่างเดียว,เมื่อเทียบกับผลประกอบการด้านสิ่งแวดล้อมปี 2561 Gucci สามารถลดปริมาณคาร์บอนรวมได้ทั้งหมด21% เป็นก๊าซเรือนกระจก 18% ซึ่งสัมพันธ์กับการเติบโต(ปีฐาน 2558) ผลลัพธ์ที่สุดยอดแบบนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับความพยายามของGucci ทั้งหมดที่เน้นขับเคลื่อนการปรับปรุงในพื้นที่ที่มีผลกระทบสูงตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกและสามารถวัดผลได้รวมถึง:

  • เพิ่มการใช้วัตถุดิบรีไซเคิลและเส้นใยแบบธรรมชาติกับคอลเลคชั่นต่าง ๆ ของห้องเสื้อ และนำเหล็กมีค่าที่นำมาจากแหล่งวัตถุดิบที่ดำเนินงานอย่างมีความรับผิดชอบมาใช้กับฮาร์ดแวร์และจิวเวลรี่ตกแต่ง เช่น การใช้ทองคำ 100% ethical gold ในงานผลิตจิวเวลรี่
  • ขยายกระบวนการทำงานแบบยั่งยืนและการผลิตแบบมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้วัตถุดิบไร้เศษ (scrap-less) สำหรับผลิตหนังและGucci-up เพื่อเวียนในวัฏจักรการผลิต
  • เปลี่ยนมาใช้พลังงานสีเขียว ทำให้ Gucci ใช้พลังงานแบบหมุนเวียนในร้าน สำนักงาน คลังสินค้า และโรงงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย100% ที่ตั้งไว้สิ้นปี 2563 

Gucci มีความมุ่งมั่นดำเนินงานโครงการที่เห็นว่าสำคัญต่อการทำงานเพื่อกราฟผลประกอบการด้านสิ่งแวดล้อมดำเนินต่อไปอย่างสวยงามรากฐานที่สาคัญของกลยุทธ์ด้านสภาพภูมิอากาศของGucciนั้นรวมถึง ความรับผิดชอบต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ภายใต้Scope 1, 2 และ 3ของพิธีสารเกียวโต) ที่ห้องเสื้อยึดถือจนกลายเป็นกลางทางคาร์บอนตั้งแต่ปี2561  แนวทางประจำปีของGucci ด้านความเป็นกลางทางคาร์บอนดำเนินงานตามขั้นตอนอย่างแรกเพื่อหลีกเลี่ยงและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากนั้นในมาตรการขั้นสุดท้ายทำการทดแทนการปล่อยก๊าซที่เหลือผ่านวิธีการทางธรรมชาติเช่น การส่งเสริมการอนุรักษ์ป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลกที่อยู่ภายใต้สถานการณ์วิกฤต


เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก 50% ของ Gucci (เทียบกับปีฐาน2558) เกี่ยวข้องกับScope1 และ 2 และควบคุมโดยScope3(การขนส่งและกระจายสินค้าต้นน้ำ, การเดินทางทางอากาศชั้นธุรกิจ, และการปล่อยก๊าซผ่านการใช้พลังงานและเชื้อเพลิงทุกชนิด) ด้วยอัตราการลดเพิ่มเติมอีก 40% ตามการปล่อยก๊าซ Scope3จากการซื้อสินค้าและบริการในช่วงเวลาเดียวกัน

พิธีสารเกียวโตเป็นกรอบมาตรฐานระดับนานาชาติเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดย Scope1 พูดถึงการปล่อยก๊าซโดยตรงจากแหล่งที่ควบคุมได้หรือเป็นเจ้าของเอง; Scope 2 กล่าวถึง การปล่อยก๊าซทางอ้อมจากการผลิตพลังงานที่ซื้อขาย; และ Scope 3กล่าวถึงการปล่อยก๊าซทางอ้อมที่เป็นทางอ้อมทั้งหมด (ไม่รวมอยู่ในScope 2) ที่เกิดขึ้นในห่วงโซ่คุณค่าของบริษัทที่กำลังรายงานอยู่ รวมทั้งการปล่อยก๊าซต้นน้ำและปลายน้ำ

การทดแทนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เหลืออยู่ในปี2018 ทั่วโลกของ Gucci ผ่านโครงการ REDD+ระดับเยี่ยมที่ดำเนินงานครอบคลุมประเทศเคนย่า เปรู อินโดนีเซีย และกัมพูชา ได้รับการตรวจสอบเปรียบเทียบกับมาตรฐานที่เข้มงวดระดับโลก เรียกว่า Verified Carbon Standard และthe Climate, Community and Biodiversity Standards

เกี่ยวกับ Gucci Equilibrium

Gucci Equilibrium เป็นความมุ่งมั่นของเราที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้เกิดกับมนุษย์และโลก สร้างขึ้นจากความคิดสร้างสรรค์และความร่วมมือเพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและปกป้องธรรมชาติ ในขณะที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมและความเคารพซึ่งกันและกัน ทำให้ทุกคนใน Gucci Community ทั่วโลกมีอิสรภาพในการแสดงออกถึงตัวตนที่แท้จริงและแตกต่าง  ในขณะนี้เรากำลังเข้าสู่การเฉลิมฉลองครบรอบ100 ปีของเรา เรากำลังมุ่งหน้าไปสู่ทศวรรษใหม่ด้วยความมุ่งมั่นส่งเสริมวัฒนะธรรมการทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย แสดงให้เห็นคุณค่าผ่านแนวทางนวัตกรรมสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม Gucci Equilibrium รวมหลักการทั้งหมดที่เรายึดถือเข้าไว้ด้วยกัน รวมถึงการกระทำเพื่อดูแลโลกของเราและพวกเราเอง เพื่ออนาคตโดยรวมที่ดีขึ้น

ดูโพสต์นี้บน Instagram

*My heavenly gang*

โพสต์ที่แชร์โดย Alessandro Michele (@alessandro_michele) เมื่อ

อยู่บ้านก็ชมงานศิลป์ระดับโลกได้! Art Basel จะจัดนิทรรศการศิลปะประจำเดือนมิถุนายนทางออนไลน์

Art Basel ผู้จัดนิทรรศการและจัดจำหน่ายผลงานศิลปะชื่อดัง พร้อมจัดนิทรรศการ.ในรูปแบบออนไลน์ประจำเดือนมิถุนายน ระหว่างวันที่ 19-26 มิถุนายนที่จะถึงนี้ แทนที่การจัดนิทรรศการ ณ เมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งปกติจะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนของทุกปี 

ก่อนหน้านี้ นิทรรศการประจำเดือนมีนาคม – ซึ่งปกติจะจัดขึ้น ณ ฮ่องกงนั้น – ต้องย้ายมาจัดงานออนไลน์เป็นครั้งแรกเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่วนในงานครั้งล่าสุดนี้ จะมีแกลเลอรี่ 281 แห่งจาก 35 ประเทศมาร่วมกันจัดแสดงผลงานศิลปะกว่า 4,000 ชิ้น ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ผลงานสมัยใหม่ ยุคหลังสงคราม จนถึงยุคร่วมสมัย 

ก่อนหน้านี้ นิทรรศการประจำเดือนมีนาคม – ซึ่งปกติจะจัดขึ้น ณ ฮ่องกงนั้น – ต้องย้ายมาจัดงานออนไลน์เป็นครั้งแรกเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่วนในงานครั้งล่าสุดนี้ จะมีแกลเลอรี่ 281 แห่งจาก 35 ประเทศมาร่วมกันจัดแสดงผลงานศิลปะกว่า 4,000 ชิ้น ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ผลงานสมัยใหม่ ยุคหลังสงคราม จนถึงยุคร่วมสมัย 

นอกจากนี้ แกลเลอรี่ต่าง ๆ ก็จะมีการจัดนิทรรศการเฉพาะเรื่องด้วยเช่นกัน อย่าง Jack Shainman Gallery – แกลเลอรี่ศิลปะร่วมสมัยในนิวยอร์ก – จะจัดนิทรรศการในชื่อ “Reach out and touch me” ที่จะสำรวจความใกล้ชิดทางกายในช่วงเวลาที่การติดต่อกันระหว่างบุคคลหายไป หรืออย่าง OMR – แกลเลอรี่ในแม็กซิโกซิตี้ –จะนำเสนอผลงานที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส เพื่อกระตุ้นให้ทบทวนยุคสมัยที่เรากำลังดำเนินชีวิตอยู่นี้ และพิจารณาลำดับความสำคัญใหม่อีกครั้ง 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

OMR is pleased to present a selection of works for the first iteration of @artbasel Online Viewing Rooms. Our 2020 Hong Kong booth includes works from @piacamil @josedavila #CandidaHöfer @artur_lescher @jorge_mendez_blake #GabrielRico @christianrosastudio @superflexstudio @troika_london #JamesTurrell We are excited to participate in this new digital initiative that will connect the art community in new ways across the world on a shared online platform. From Mexico City, we invite you to engage with our booth which launches to the public on March 20, 6pm HKT / 11am CET / 6am ET and remains live until March 25. The VIP Preview Days are on March 18 – 20, 6pm HKT / 11am CET / 6am ET. Images: [1]. Jorge Méndez Blake, "Monumento Georges Perec II", 2016. [2]. James Turrell, "Elliptical Glass: KEPLER 1638b", 2017. [3]. Troika, "Hebe Bust", 2020. [4]. Pia Camil, "From life to death to life…", 2020. [5]. Jose Dávila, "Untitled", 2019. #artbaselOVR @artbasel #OMR #GaleriaOMR #OnlineViewingRooms #PiaCamil #JoseDavila #CandidaHöfer #ArturLescher #JorgeMendezBlake #GabrielRico #ChristianRosa #SUPERFLEX #TroikaLondon #Troika #JamesTurrell

โพสต์ที่แชร์โดย Galería OMR (@galeriaomr) เมื่อ

อีกหนึ่งสิ่งที่น่าจับตา คือ นิทรรศการที่เกี่ยวข้องกับความเท่าเทียมทางเชื้อชาติและความยุติธรรมในช่วงเวลาแห่งการเคลื่อนไหวนี้ เช่น ห้องจัดแสดงออนไลน์ของ Sikkema Jenkins & Co. ซึ่งจะมีผลงานของ Deana Lawson ช่างภาพชาวนิวยอร์กที่ตั้งคำถามถึงอัตลักษณ์และความสำคัญของวัฒนธรรมชาวผิวสีผ่านภาพถ่ายบุคคลต่าง ๆ และภาพถ่ายสี่ส่วนจากผลงาน “Fons Americanus” อันโด่งดังของ Kara Walker ศิลปินชาวอเมริกัน ที่นำเสนอระบบอำนาจของคนผิวขาว ที่ปรากฏในการค้าทาสระหว่างทวีปยุโรปและอเมริกา 

นิทรรศการออนไลน์ของ Art Basel ประจำเดือนมิถุนายนจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-26 มิถุนายนทางเว็บไซต์ของ Art Basel ส่วนนิทรรศการขององค์กรประจำเดือนธันวาคม ณ เมืองไมอามี่จะจัดขึ้นในรูปแบบใดนั้น ต้องรอติดตามกันต่อไปครับและแน่นอนถ้ารู้ข่าวแล้วเราจะมาอัพเดทให้ฟังก่อนใครแน่นอนครับ! 

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun

เติมสีสันการวีดิโอคอลงานด้วยซีนสุดไอคอนิกจากภาพยนตร์ปรากฏการณ์ Parasite

แม้ว่าช่วงนี้บริษัทต่าง ๆ อาจให้พนักงานกลับไปทำงานที่ออฟฟิศได้อีกครั้ง แต่ก็ยังมีสำนักงานอีกหลายแห่งที่ยังคงให้พนักงานของตัวเองทำงานแบบ Work from Home เพื่อเว้นระยะห่างทางสังคมอยู่ บรรดาสตูดิโอและผู้สร้างสรรค์จึงได้นำภาพจากภาพยนตร์/ซีรีส์ของตนมาทำเป็น background เพื่อให้การวีดิโอคอลงานสนุกยิ่งขึ้นแถมยังช่วยให้การประชุมไม่น่าเบื่ออีกด้วย!

เมื่อไม่นานมานี้ ทวิตเตอร์แฟนเพจของ Parasite ในญี่ปุ่น ได้ปล่อยภาพนิ่งจากหนังระดับปรากฏการณ์ 4 รางวัลออสการ์เรื่องนี้ เพื่อให้แฟน ๆ เอาไปใช้เป็นภาพพื้นหลังในการวีดิโอคอลได้โดยไม่ติดลิขสิทธิ์เช่นกัน มีทั้งภาพจากฉากบ้านสุดหรูของตระกูลพาร์ค หรือบ้านคนรวย ทั้งห้องลูกเสือของลูกชายคนเล็ก สวนหน้าบ้านสุดชิก โถงทางเข้าบ้าน และบันไดแห่งห้องลับ ปิดด้วยภาพที่มีกลิ่นอย่างฉากห้องน้ำบ้านตระกูลคิม หรือบ้านคนจนนั่นเอง 

แต่ถ้าใครอยากชมความเลื่อมล้ำของชนชั้นปรสิตบนจอใหญ่อีกครั้ง ตอนนี้ ทางสหมงคลฟิล์มฯ ได้นำ Parasite กลับมาฉายในเครือเมเจอร์ฯ เรียกได้ว่ากระแส Parasite Fever ฮิตตั้งแต่หน้าจอโรงหนังไปจนถึงหน้าจอ Zoom กันเลยทีเดียวครับ 

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun