ลองจินส์ เผยโฉมโมเดลใหม่จากคอลเลกชั่น HydroConquest นาฬิกาสปอร์ตยอดนิยม

ลองจินส์ เผยโฉมโมเดลใหม่จากคอลเลกชั่น HydroConquest นาฬิกาสปอร์ตยอดนิยมที่ได้แรงบันดาลใจจากกีฬาทางน้ำ กับหน้าปัดเฉดสีใหม่พิเศษด้วยขอบตัวเรือนเซรามิกพร้อมเปิดตัวมาริโอ้ เมาเร่อในฐานะ เฟรนด์ออฟลองจินส์ ประเทศไทย

Longines (ลองจินส์) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นำโดย ทิพาณัท เลณบุรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด และ ปราลี เพชรโรจน์ ไวซ์ เพรสซิเดนท์ (Vice President) ลองจินส์ ประเทศไทย ในเครือบริษัท เดอะ สวอทช์ กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานเดอะ ลอนช์ ออฟ ไฮโดรคอนเควสต์ เซรามิก” (The Launch of HydroConquest Ceramic) เพื่อเปิดตัวโมเดลใหม่ในคอลเลกชั่น ไฮโดรคอนเควสต์ (HydroConquest) นาฬิกาสไตล์สปอร์ตที่หลอมรวมความเชี่ยวชาญในองค์ประกอบด้านเทคนิคอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยวทันสมัยที่ได้แรงบันดาลใจจากกีฬาทางน้ำ พร้อมหน้าปัดเฉดสีใหม่ พิเศษด้วยขอบตัวเรือนเซรามิกและกระจกหน้าปัดแซปไฟร์กันรอยขีดข่วน เดอะ คิวบ์ แอท เดอะ ริเวอร์ (The Cube at The River) เจริญนคร 13 ที่ได้รับการเนรมิตเสมือนอยู่ท่ามกลางโลกใต้น้ำอย่างยิ่งใหญ่

คอลเลกชั่น ไฮโดรคอนเควสต์ (HydroConquest) เป็นผลงานรุ่นไอคอนของลองจินส์ ที่ยังคงความสง่างามและสร้างเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของแบรนด์นาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์ ขณะเดียวกันก็สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ที่หลงใหลในกีฬาทางน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยคุณสมบัติโดดเด่นด้วยมาตรฐานการสร้างสรรค์นาฬิกาทางน้ำเอาไว้ในหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการกันน้ำได้ลึกถึง 300 เมตร ขอบตัวเรือนหมุนได้ทิศทางเดียว ฝาหลังและเม็ดมะยมแบบขันเกลียว กระจกหน้าปัดแซปไฟร์กันรอยขีดข่วนพร้อมเคลือบป้องกันการสะท้อนแสง ตัวล็อคแบบพับสองชั้นเพื่อความปลอดภัยและตัวปรับขยายสำหรับการดำน้ำ (Diving Extension)

จุดเด่นของผลงานนาฬิกาโมเดลใหม่ล่าสุดในคอลเลกชั่นนี้คือ ขอบตัวเรือนบีเซล (Bezel) ทำจากเซรามิก ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานและป้องกันรอยขีดข่วนได้อย่างยอดเยี่ยม โดยขอบตัวเรือนบีเซลนี้จะมีสีเดียวกันกับหน้าปัดนาฬิกา ก่อให้เกิดเป็นผลงานดีไซน์สไตล์สปอร์ตและมีความทันสมัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในส่วนของเข็มนาฬิกาและมาร์กเกอร์ต่างๆ บนหน้าปัดได้รับการเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® ที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นตัดกับสีของหน้าปัดนาฬิกาที่มาใน 3 สีอย่าง สีเทา, สีดำ และสีน้ำเงิน อีกทั้งสายรัดข้อมือก็ได้รับการออกแบบให้สวมใส่สบายยิ่งขึ้น ทั้งสายสแตนเลสสตีลเป็นแบบขัดเงาและขัดด้านในสไตล์สปอร์ต โดยภายในคอลเลกชั่นนี้มีทั้งตัวเรือนขนาด 41 มม. และ 43 มม. แสดงเวลาแบบสามเข็มพร้อมปฏิทิน และฟังก์ชั่นโครโนกราฟจับเวลา ที่โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพการทำงานและสร้างสรรค์ได้อย่างลงตัว

ภายในค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองคอลเลกชั่น ไฮโดรคอนเควสต์ เซรามิก เริ่มต้นขึ้นด้วยการเปิดตัว เฟรนด์ออฟลองจินส์ ประเทศไทย คนล่าสุด มาริโอ้ เมาเร่ออย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยนักแสดงหนุ่มแถวหน้าของเมืองไทยที่ประสบความสำเร็จคนนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยสไตล์หรูหราคลาสสิกตามแบบฉบับของลองจินส์อย่างแท้จริง นอกจากนี้บรรดาแขกผู้มีเกียรติยังได้เพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงจาก ดีเจ SKA และดีเจ Jay Sarayu ที่มาสร้างความสนุกสานให้ตลอดทั้งคืน และอีกหนึ่งความพิเศษของปาร์ตี้คือ เครื่องดื่มที่ได้ Worldclass DMHT มารังสรรค์ให้เฉพาะลองจินส์เท่านั้น

 

 

โดยภายในงานได้รับเกียรติจากเซเลบริตี้แถวหน้าและผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาสไตล์สปอร์ตมาร่วมปาร์ตี้กันอย่างคับคั่ง อาทิ ญาณินท์ วีระไวทยะ, กรัชเพชร อิสสระ, พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์, ทองเทพ เทพกาญจนา, ธฤต ภูวนัตตรัย, ทัตวร สุกัณศีล, พริษฐ์ จิตตโรภาส, ปรีดากร เมธเกรียงชัย, พอล สิริสันต์, วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์, วสุวัส คูหาเปรมกิจ และ อรรถรส ลิปตพัลลภ โดยมี อกนิษฐ์ วิเชียรเจริญ รับหน้าที่พิธีกร

คุณสามารถเป็นเจ้าของนาฬิกาในคอลเลกชั่น HydroConquest ได้แล้วที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.longines.co.th และ www.facebook.com/LonginesThailand

Related Post

The Golden Campass หนังจบแต่ไม่สุดทิ้งไว้กลางทาง มันกำลังจะกลับมาอีกครั้ง

หลังจากความล้มเหลวที่จะสร้างให้มันเป็นหนังอีพิคแบบ The Lord of The Ring เมื่อปี 2007 เรากำลังจะได้ดูเวอร์ชั่นซีรีส์ที่ไม่เพียงแต่จะนำเล่มแรกมาทำ แต่นำทั้งสามเล่มมาทำเลยทีเดียว

His Dark Materials หรือ ธุลีปริศนา คือหนึ่งในซีรีส์ที่รอคอยที่สุดของปีนี้เลยก็ว่าได้ครับ เลยอยากมาบอกต่อไม่อยากให้ทุกคนพลาดซีรีย์เรื่องนี้

เพราะเรื่องนี้มันเป็นการ Collaboration กันระหว่างช่อง BBC One กับ HBO เพื่อสร้างซีรีส์ดัดแปลงจากนิยายชุดชื่อเดียวกันที่ประกอบไปด้วย Northern Lights (หรือ The Golden Compass), The Subtle Knife และ The Amber Spyglass ของผู้แต่ง Philip Pullman นอกจากนี้ความน่าสนใจคือได้ James McAvoy มารับบทนำเป็น Lord Asriel กับน้อง Dafne Keen (X 23 จาก Logan) มารับบทเป็น Lyra Belacqua เด็กขี่หมีคนเดียวกับในรูปอีกด้วย

ซึ่งซีซั่นแรกของ His Dark Materials จะมี 8 EP โดยเพิ่งมีการถ่ายทำเสร็จไปเมื่อวานซืนและช่องอนุมัติซีซั่น 2 เรียบร้อยแล้ว ส่วนกำหนดการพรีเมียร์คือทางทั้งสองช่องภายในปีนี้แต่ยังไม่ได้กำหนดวันเดือนที่แน่นอน ถ้าทราบเมื่อไหร่จะมาอัพเดตให้ทราบกันอีกทีนะครับ

Related Post

ระเบิดความมันส์เข้าสู่ปีที่ 5 กับ หลากหลายแนวดนตรี ใน Kolour In The Park 2019

 กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ไม่เหมือนใคร โดยทีมผู้จัดผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดงานอีเว้นท์และปาร์ตี้แบบเต็มวันลำดับต้นๆของไทย คัลเลอร์ (Kolour) พร้อมเปิดประสบการณ์ความแปลกใหม่ครั้งใหม่ใน “ สิงห์ มิวสิค พรีเซนต์ : คัลเลอร์ อิน เดอะ พาร์ค 2019 ” (Singha Music Presents: Kolour In The Park 2019) ซึ่งเป็นการจัดงานในปีที่ 5 แล้ว โดยงานในปีนี้จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 2 มีนาคม 2562 ณ ไทยเวคพาร์ค ลำลูกกาคลอง 6 จังหวัดปทุมธานี

 

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของผู้จัดงานเทศกาล ดนตรีในภูมิภาคเอเชีย คัลเลอร์ อิน เดอะ พาร์ค ได้ต่อยอดและเพิ่มสีสันด้วยแนวดนตรี และรายชื่อศิลปินต่างๆ ที่หลากหลายที่สุดเท่าที่เคยมีมา นอกเหนือไปจากแนวเพลงเฮาส์และเทคโน อาทิ  Charlotte de Witte หนึ่งในดีเจและโปรดิวเซอร์แนวเทคโนผู้หญิงที่มากความสามารถจากเบลเยี่ยม ที่ได้รับการยอมรับและเติบโตเร็วที่สุดในวงการ Masego ศิลปินที่มาพร้อมทักษะทางดนตรีที่โดดเด่นครบ ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการเล่นแซกโซโฟน นักร้อง แร๊ปเปอร์ นักแสดง SG Lewis นักร้องและนักแต่งเพลงอิเล็กทรอนิกส์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณและยังได้รับอิทธิพลจากแนวเพลงใต้ดินอีกด้วย Floyd Lavine ศิลปินแนวอิเล็กทรอนิคชาวแอฟริกาใต้ที่ตั้งรากฐานอยู่ในเบอร์ลิน ATMA ดีเจและโปรดิวเซอร์จากประเทศ ออสเตรเลีย ที่ถ่ายทอดความเป็นมืออาชีพในการผสมผสานดนตรีเฮาส์ เทคโน และเทคโน เฮาส์  และเวทีใหม่ล่าสุด ‘Park’ ได้รวบรวมการแสดงสดจากศิลปินคุณภาพหลากหลายชีวิต ซึ่งครอบคลุมไปถึงแนวเพลงอิเล็คโทรนิกส์ อินดี้ที่ได้รับอิทธิพลจากดิสโก้ แจ๊ส เฮาส์ ฮิพฮอพ อิเล็กโทรนิกา และอินสตรูเมนทัล

 

เตรียมสร้างความทรงจำอันสุดประทับใจกันจากงานครั้งนี้ได้ โดยความร่วมมือของโปรดิวเซอร์และนักออกแบบจากทั้งในประเทศและนานาประเทศกับนวัตกรรมใหม่ๆ รวมไปถึงเทคนิคสุดพิเศษ ทั้งแสง สี เสียง จัดเต็มไม่อั้น อีกทั้งเพลิดเพลินไปกับการแสดงงานศิลปะ รูปปั้น การแสดงต่างๆ บูทิคบาร์ ฟู๊ดทรัค อาหารนานาชนิด และบริการนวดฟรีอีกด้วย ถ้าไม่อยากพลาดงานดีๆครั้งนี้ รีบจองบัตรกันได้ บัตรปกติราคา 1,500 บาท และบัตร Kolour Plus+ ราคา 2,900 บาท ช่องทางจองบัตรและรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.kolourinthepark.com และ Facebook.com/kolourinthepark

Related Post

7 บทบาทของ Natalie Portman ที่เราหลงรัก

Léon: The Professional (1994)

ภาพยนตร์เรื่องนี้นั้นเรียกได้ว่าเปิดประสบการณ์การดูภาพยนตร์ต่างประเทศให้กับเราเลยก็ว่าได้ นอกเหนือไปจากการได้รู้จักกับนาตาลี (และทำให้เราติดตามผลงานของเธออย่างต่อเนื่อง) แล้ว มันยังทำให้เรารู้จักกับผู้กำกับอย่าง Luc Besson ที่ทำให้เราให้เราเข้าใจถึงศิลปะและสุนทรียะแห่งการเสพภาพยนตร์อย่างแท้จริง

ตัวอย่างภาพยนตร์:

Star Wars: Episode I – III (1995 / 2002 / 2005)

สารภาพ(อีกแล้ว)เลยว่าเราไม่ใช่แฟนเดนตายของแฟรนไชส์ชุดนี้ แต่ทันทีที่มีการประกาศว่านาตาลีจะมารับบทสำคัญในไตรภาคย้อนอดีต เราก็ไม่รีรอที่จะพุ่งเข้าไปยลโฉมเธอทันที ซึ่ง… Star Wars ก็คือ Star Wars นั่นล่ะนะ และที่สำคัญ เราก็เป็นแฟนเธออยู่ดี ไม่ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ภาพจำอันสวยงามของเจ้าหญิงแพดเม่ก็จะอยู่ในใจเราไปตลอดนั่นล่ะ

ตัวอย่างภาพยนตร์:

Closer (2004)

สารภาพเลยว่า ฉากที่ทำเราตื่นตะลึงในภาพยนตร์เรื่องนี้ อาจจะไม่ได้มาจากตัวนาตาลีโดยตรง แต่เป็นฉากใบหน้าของตัวละครที่ Jude Law แสดง หลังจากที่เขาค้นพบว่า แท้จริงแล้ว เขาอาจจะไม่เคยรู้จักผู้หญิงที่อยู่ข้างเขามานานเลยก็ได้ มันเป็นฉากที่ติดตาเรามาก แต่ในขณะเดียวกัน ภาพจำของนาตาลีในวิกผมสีชมพูดนั้นก็เด่นชัดจนเราลืมเธอไม่ลงจริงๆ

ตัวอย่างภาพยนตร์:

Black Swan (2010)

หลังจากที่แว่บไปรับบทรอมคอมและภาพยนตร์แฟรนไชส์อยู่ได้สักพัก นาตาลีก็กลับมาเซอร์ไพรส์พวกเราอีกครั้งกับบทบาทนางหงส์สาวภายใต้การกำกับของ Darrn Aronofsky ซึ่งก็ไม่ทำให้เราผิดหวังเลย เรียกได้ว่าเธอคืนฟอร์มอีกครั้ง และทำให้เรากลับไปนึกขึ้นได้ว่า เหตุใดเราถึงหลงรักเธอผ่านหน้าจอตั้งแต่แรก

ตัวอย่างภาพยนตร์:

Jackie (2016)

ภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงในประวัติศาสตร์แบบนี้ ก็ต้องยอมรับว่า ภาระหนักต้องตกอยู่ที่นักแสดง เพราะการถอดบุคลิกคนที่มีอยู่จริงนั้น ผลลัพธ์มีเพียงพังกับปังเท่านั้น ซึ่งก็เป็นดังคาดที่นาตาลีสามารถถ่ายทอดอารมณ์ และความหวั่นไหวของสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งที่ต้องตกสวรรค์เพียงชั่วเสียงปืนนัดเดียวได้อย่างน่าเห็นใจ

ตัวอย่างภาพยนตร์:

V for Vendetta (2005)

คุณอาจจะจำภาพยนตร์เรื่องนี้จากหน้ากากอันเป็นเอกลักษณ์ และถูกนำเอามาเป็นสัญลักษณ์แห่งการเรียกร้องเสรีภาพและการก่อกบฎในประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้ แต่สำหรับเรา สิ่งที่ติดตาเราเป็นอย่างมากคือภาพของนาตาลีที่พลิกโฉมตัวเองกลายเป็นหญิงสาวสกินเฮ้ด ลบภาพจำ ‘คนสวย’ แบบเดิมๆ ในตัวเราไปเสียหมด และที่สำคัญ เราแอบคิดว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้แทบจะเป็นเรื่องแรกที่พิสูจน์ความสามารถของเธอแบบออกสื่อให้ทุกคนเห็นในวงกว้างได้เลยนะ หรือคุณว่าไง?

ตัวอย่างภาพยนตร์:

Vox Lux (2018)

แล้วเธอก็กลับมาอีกครั้งกับลุคที่คล้ายคลึงกับตัวละครจาก Black Swan ที่ทำให้เราตกหลุมรักเธออย่างโงหัวไม่ขึ้น ทันทีที่เราเห็นเทรลเลอร์ เราก็แอบตั้งความหวังไว้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งในความประทับใจระหว่างเรากับเธอได้ต่อไปในอนาคต…​ และถึงว่ามันจะไม่ได้เป็นตามนั้น แต่เราก็เชื่อว่า พลังงานอันล้นเหลือของเธอก็น่าจะแบกภาพยนตร์เรื่องนี้ไปได้ไม่ยากนัก

ตัวอย่างภาพยนตร์:

ภาพยนตร์เรื่อง Vox Lux เข้าฉายตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป

Related Post

The Umbrella Academy – ซีรีส์ข้ามเวลากู้โลกของเหล่าฮีโร่ใจบอบช้ำ

จุดเด่น

  • เป็นซีรีส์ฮีโร่ที่เน้นด้านมืดของครอบครัวได้อย่างถึงแก่น
  • โรเบิร์ต ชีฮาน เล่นได้มีเสน่ห์มาก
  • เอลเลน เพจ กลับมารับบทฮีโร่ที่มีด้านดราม่าที่แข็งแรง

จุดสังเกต

  • ซีรีส์ปูเรื่องราว 5 ตอนแรกด้วยเหตุการณ์ยิบย่อยขาดความเป็นเอกภาพไปหน่อย
  • ดูแล้วก็ยังไม่ค่อยผูกพันกับตัวละครนัก
  • ไม่ปูปมสำคัญๆของตัวละครให้คนดูติดตามและเอาใจช่วยตัวละคร

1 ตุลาคม 1989 เกิดเหตุการณ์ประหลาดเมื่อสาวบริสุทธิ์ให้กำเนิดบุตรและธิดารวม 43 คน โดยเด็กทุกคนจะมีพลังพิเศษแอบแฝงอยู่แต่มีเด็ก 7 คนที่ เซอร์ เรจินัลด์ ฮาร์กรีฟส์  (คอล์ม ฟิออร์) ได้อุปถัมภ์และก่อตั้ง อัมเบรลลา อคาเดมี เพื่อฝึกให้พวกเขากลายเป็นฮีโร่พิทักษ์โลกได้แก่ อาร์เธอร์ (ทอม ฮอปเปอร์) หรือหมายเลข 1 นักบินอวกาศผู้มีพละกำลังอันแข็งแกร่ง ,ดิเอโก (เดวิด แคสตานีดา) หรือหมายเลข 2 มือมีด, อลิสัน (เอมี เลเวอร์ แลมป์แมน) หรือหมายเลข 3 ดาราดังผู้สามารถบิดเบือนความจริงด้วยคำโกหก, เคลาส์ (โรเบิร์ต ชีฮาน) หรือหมายเลข 4 ผู้สามารถสื่อสารกับวิญญาณได้, หมายเลข 5 (ไอแดน กัลลาเกอร์) เด็กชายไร้ชื่อผู้สามารถเดินทางข้ามเวลาได้ และวานย่า (เอลเลน เพจ) หรือหมายเลข 7 ผู้ถูกตีตราว่าไร้พลังแต่คอยบันทึกประวัติศาสตร์ของพวกเขาเป็นหนังสือ และด้วยบาดแผลในวัยเด็กของพวกเขาก็ทำให้แต่ละคนแยกย้ายไปตามทาง แต่หลังการตายของ เซอร์เรจินัลด์ พวกเขาก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุการตายของพ่ออุปถัมภ์และต้องร่วมมือกันหยุดยั้งหายนะโลกที่ถูกบงการโดย เดอะคอมมิชชั่น

The Umbrella Academy เดิมทีเป็นคอมิกในค่าย ดาร์ค ฮอร์ส คอมิก ที่มีซูปเปอร์ฮีโร่ดังอย่างเด็กนรก Hellboy และ The Mask หน้ากากเทวดา เป็นหัวหอกของค่าย ซึ่งคอมิกค่ายนี้มักเน้นเรื่องราวของตัวละครเอกที่มีด้านมืดหรือเกิดจากผลกระทบบางอย่างจากสังคมเป็นสำคัญ ซึ่งก็ไม่เว้น The Umbrella Academy ผลงานการสร้างสรรค์เรื่องราวโดย เจอร์ราด เวย์ ผ่านลายเส้นของ แกเบรียล บาร์ โดยแรกเริ่มเป็น คอมิกแบบ 6 ฉบับจบระหว่างปี 2007 – 2008 และได้รับรางวัล ไอส์เนอร์อวอร์ด สาขาลิมิเต็ดซีรีส์คอมิกยอดเยี่ยม และคอมิกซีรีส์ที่ 2 ก็เพิ่งวางแผงเล่มแรกจาก 3 ฉบับไปเมื่อปี2018ที่ผ่านมา โดยโครงการดัดแปลงคอมิกชุดนี้เป็นซีรีส์ได้เริ่มต้นในปี 2015 หลังจากล้มเหลวในการดัดแปลงเป็นฉบับภาพยนตร์มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน และในที่สุดมันก็ได้กลายเป็นซีรีส์ของทาง Netflix และเริ่มสตรีมมิง 10 ตอนไปเมื่อวันที 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั่นเอง

Related Post

รายชื่อหนังเข้าชิงรางวัล “ออสการ์ 2019” เรื่องไหนมาแรงสุด !

The Academy of Motion Picture Arts and Sciences ประกาศรายชื่อภาพยนตร์และนักแสดงที่ได้เข้าชิงรางวัลตุ๊กตาทอง หรือออสการ์ สาขาต่างๆ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาโดยถือว่าเป็นเรื่องพลิกความคาดหมายเป็นอย่างมาก เมื่อหนังฟอร์มเล็กฝีมือผู้กำกับต่างชาติ คือ Roma และ The Favorite ได้เข้าชิงมากที่สุด คือเรื่องละ 10 สาขา !!

Roma เป็นหนังขาว-ดำเสนอเรื่องราวของแม่บ้านชาวเม็กซิกันผู้หนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่ในเขตโคโลเนีย โรม่าในกรุงเม็กซิโกซิตี้และเป็นหนังเรื่องแรกของ Netflix ที่ได้เข้าชิงออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากฝีมือของผู้กำกับชาวเม็กซิกัน Alfonso Cuaron ผู้เคยฝากผลงานมาแล้วใน Gravity 

นอกจากสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม Roma ยังได้เข้าชิงในสาขาผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม กำกับภาพยอดเยี่ยม และบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยมด้วย

มาต่อกันที่ The Favorite เป็นหนังแนวย้อนยุค เรื่องของคนใกล้ชิดราชินีอังกฤษในสมัยต้นทศวรรษที่ 18 ที่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันอย่างเข้มข้น หนังเรื่องนี้เข้าชิงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ดารานำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมจาก Olivia Colman ดาราสมทบฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมจาก Rachel Weisz และ Emma Stone รวมทั้งรางวัลอื่นๆ ทั้งหมด 10 สาขาด้วยกัน

มาต่อกันที่ A Star is Born ภาพยนตร์แนวโรแมนติกปนเสียงเพลงที่ปัดฝุ่นสร้างใหม่มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งคราวนี้ได้ Bradley Cooper มาในฐานะนักแสดงนำฝ่ายชาย ผู้สร้าง และผู้กำกับ ประชันบทกับนักร้องสาวมากความสามารถ Lady Gaga ซึ่งหนังเรื่องนี้เข้าชิง 8 สาขาด้วยกัน รวมทั้งสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และดารานำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมจาก Lady Gaga อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์หลายคนบอกว่า ตัวเต็งสำหรับรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของปีนี้ คือ Green Book ที่ได้ 2 นักแสดงนำชาย Viggo Mortensen และ Mahershala Ali มาร่วมถ่ายทอดเรื่องจริงของเส้นทางสู่มิตรภาพต่างชาติพันธุ์ในอเมริกายุคทศวรรษ 1960 ที่ปัญหาการเหยียดผิวยังรุนแรง

Green Book เพิ่งคว้ารางวัลลูกโลกทองคำมาหมาดๆ รวมทั้งรางวัลหนังยอดเยี่ยมจากเวทีสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ของฮอลลีวู้ดด้วย ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา หนังที่คว้ารางวัลนี้สามารถชนะบนเวทีออสการ์ได้ถึง 8 เรื่องด้วยกัน

และนอกจาก 4 เรื่องที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว อีก 4 เรื่องที่ได้เข้าชิงในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมรางวัลออสการ์ปีนี้ คือ Vice, Bohemian Rhapsody, BlacKkKlansman และ Black Panther ซึงกลายเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้เข้าชิงในสาขาสำคัญนี้

Related Post

5 ร้านอาหาร บาร์ และคลับเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ

ตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้วจนถึงขึ้นปีใหม่ 2562 ก็มีร้านเปิดใหม่มากมาย ที่อ้าแขนรอต้อนรับลูกค้าอย่างเราๆให้ลองไปเปิดประสบการณ์ ณ สถานที่เหล่านั้นดูสักครั้ง เราจึงรวบรวมร้านอาหาร บาร์ และคลับที่พึ่งเปิดให้บริการสดๆร้อนๆจำนวน 10 ร้านทั่วกรุงเทพฯ ให้คุณได้ลองไปใช้เวลายามว่างตอนค่ำนั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ฟังเพลงเพราะๆ หรือมีมื้ออาหารอันแสนอร่อยกับคนใกล้ชิดของคุณ

เราเชื่อว่าต้องมีสักร้านที่เข้าตา…จนคุณต้องชวนเพื่อนไปซ้ำอีกหลายรอบอย่างแน่นอน

Pirate Arena

จาก Seenspace ได้ปรับโฉมมาเป็นเรือโจรสลัดกลางทองหล่ออย่าง Pirate Arena เป็นแหล่งกิน ดื่ม เที่ยวที่ใหม่จำนวน 3 ขั้น บรรยากาศของร้านในแต่ละชั้นจะมอบประสบการณ์ดีๆให้กับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนของคุณได้ ชั้นแรกคือ Pirate Saloon เบียร์และวิสกี้บาร์ที่ตกแต่งราวกับกำลังนั่งอยู่กลางมหาสมุทรใต้ท้องเรือ มีอาหารและเครื่องดื่มรสชาติดีสารพัดเมนูให้เลือกทาน ชั้น 2 เป็น Pirate Bazaar ที่จะมีโซนอาหารและร้านไวน์พร้อมดนตรีแจ๊สเพราะๆ ส่วนชั้น 3 คือ Fallabella Luxe ที่เที่ยวในตำนานที่กลับมามอบความสนุกและสีสันในยามค่ำคืนให้ทุกคนอีกครั้ง ต้องลองสัมผัสความพิถีพิถันของการปรุงและจัดอาหาร รวมถึงความสร้างสรรค์ของเมนูค็อกเทลและเครื่องดื่มต่างๆด้วยตัวเองสักครั้ง

สถานที่:
ทองหล่อ ซอย 13
(สถานี BTS ที่ใกล้ที่สุด: ทองหล่อ)

เวลาเปิดทำการ:
18.00 – 02.00 น.

ติดต่อร้าน:
โทร 083-639-9919

Pink Flamingo by Prelude

ค็อกเทลบาร์แห่งนี้ซ่อนตัวอยู่หลังร้านอาหาร Prelude การตกแต่งภายในร้านเป็นธีมเรโทรยุค 80’s ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกิจกรรมและดนตรีในสมัยนั้น มีนกฟลามิงโกสีชมพูแสนน่ารักรายล้อมไปทั่วร้าน ให้บรรยากาศราวเป็นเป็นทรอปิคอลบาร์ใจกลางทองหล่อเลยก็ว่าได้ สำหรับเมนูค็อกเทล คิดค้นและสร้างสรรค์โดยหัวหน้าบาร์เทนเดอร์จากสถาบัน Culinary Institute of America (CIA) ซึ่งถ่ายทอดออกมาเป็นเครื่องดื่มที่น่าสนใจทั้งรสชาติและหน้าตา เช่น Angel Pink (350 บาท) ที่มีส่วนผสมของจิน ไซรัปดอกเอลเดอร์ และชิโซะแดง Mystery Box (350 บาท) ค็อกเทลตามใจบาร์เทนเดอร์ ซึ่งถ้าใครอยากลุ้นว่าบาร์เทนเดอร์จะเลือกเครื่องดื่มชนิดไหนให้เรา เมนูนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย

สถานที่:
ชั้น 2 Arena 10 ทองหล่อ ซอย 10
(สถานี BTS ที่ใกล้ที่สุด: ทองหล่อ)

เวลาเปิดทำการ:
อังคาร – อาทิตย์
18.00 – 24.00 น.

ติดต่อร้าน:
โทร 061-384-1067

Koi Restaurant & Lounge

ร้านอาหารญี่ปุ่นฟิวชั่นบนชั้น 39 อาคาร Sathorn Square แห่งนี้เป็นสาขาที่ 2 ในประเทศไทย โดย Koi เป็นที่กล่าวขานมาอย่างยาวนานในระดับโลก มีสาขามากมายทั้ง ลาสเวกัส ลอสแอนเจลิส นิวยอร์ก อาบูดาบี และประเทศไทย ด้วยเหตุผลที่อาหารและเครื่องดื่มสร้างสรรค์ขึ้นด้วยความพิถีพิถันจากวัตถุดิบชั้นเลิศ ภายในร้านแบ่งเป็น 2 โซน ได้แก่ ห้องอาหาร และ เลานจ์ ตกแต่งอย่างทันสมัย ด้านในร้านมีมุมกระจกที่สามารถเห็นวิวกรุงเทพได้อย่างถนัดตา นอกจากนี้ยังมีเพลงแจ๊สเล่นคลอเพื่อสร้างบรรยากาศดีๆ อีกด้วย

สถานที่:
ชั้น 39 อาคาร Sathorn Square สีลม
(สถานี BTS ที่ใกล้ที่สุด: ช่องนนทรี)

เวลาเปิดทำการ:
อังคาร – อาทิตย์
18.00 – 01.00 น.

ติดต่อร้าน:
โทร 02-258-1590

ABar & ABar Rooftop

บาร์ทั้งสองแห่งนี้ให้บรรยากาศที่แตกต่างกัน โดย ABar เป็นอินดอร์บาร์ที่ตกแต่งในสไตล์เรโทรเท่ๆ ผสมผสานระหว่างยุควิกตอเรียและช่วงยุค 30’s ด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มเป็นหลัก มีระเบียงที่สามารถออกไปนั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ชมวิวของสวนเบญจสิริได้ ส่วน ABar Rooftop ตกแต่งออกมาในลักษณะโมเดิร์นและสบายๆมากกว่า ความพิเศษของบาร์บนดาดฟ้าโรงแรมแห่งนี้เป็นบาร์จิน ที่มีมากกว่า 55 ชนิด ซึ่งแต่ละเมนูผ่านการคิดและทดลองสูตรมาแล้ว เมนูซิกเนเจอร์ของที่ร้านคือ G&T No.3 (425 บาท) มีส่วนผสมของจิน Martin Miller และโทนิก Fever-Tree Mediterranean ที่ตกแต่งด้วยดอกไม้ทานได้นานาชนิดที่ จึงมั่นใจได้ว่ารสชาติค็อกเทลอร่อยๆ และบรรยากาศเมืองกรุงสวยๆ จะทำให้มีค่ำคืนที่ดี

สถานที่:
ชั้น 37-38 โรงแรม Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park สุขุมวิท ซอย 22
(สถานี BTS ที่ใกล้ที่สุด: พร้อมพงษ์)

เวลาเปิดทำการ:
17.00 – 01.00 น.

ติดต่อร้าน:
โทร 02-059-5999

Asia Today

บาร์แห่งนี้เกิดขึ้นจากทีมผู้ก่อตั้ง บาร์ Teen of Thailand ที่ต้องการเน้นความสำคัญของวัตถุดิบที่ใช้ในเครื่องดื่มเมนูต่างๆ โดยใช้น้ำผึ้ง สมุนไพร ฯลฯ จากท้องถิ่น ที่ทีมเจ้าของเดินทางไปหามาด้วยตนเองทั้งสิ้น ทำให้เมนูเครื่องดื่มจะสับเปลี่ยนหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังมีค็อกเทลพื้นฐานที่สามารถไปชิมได้อยู่เรื่อยๆ เมนูค็อกเทลส่วนใหญ่ใช้รัมเป็นเบส และตั้งชื่อตามวัตถุดิบหลักที่ใช้ เช่น ใบหูเสือ (360 บาท) หรือ Wild Honey Khao Yai (360 บาท) หากได้คุยกับบาร์เทนเดอร์เรื่องเครื่องดื่มนานาชนิดที่คุณสั่ง จะได้ทราบเรื่องราวของวัตถุดิบเบื้องหลังอันน่าสนใจอย่างแน่นอน

สถานที่:
ซอยนานา ถนนเจริญกรุง
(สถานี MRT ที่ใกล้ที่สุด: หัวลำโพง)

เวลาเปิดทำการ:
อังคาร – อาทิตย์
19.30 – 01.00 น.

ติดต่อร้าน:
โทร 097-134-4704

 

Related Post

FINE DINING DESTINATION IN CHIANG MAI

กิจกรรมที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเยือนเชียงใหม่ คือการต้องไปแวะชิมและชิวที่ โฟร์ซีซั่นส์รีสอร์ท เชียงใหม่ รีสอร์ท ที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางหุบเขาที่เขียวชอุ่มของทุ่งนา พร้อมชมทัศนียภาพอันสวยงามของภูเขาที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติท่ามกลางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมอันดีงามที่หาได้ยากในจังหวัดเชียงใหม่

เริ่มต้นการรับประทานอาหารกลางวัน ที่ห้องอาหารข้าว (Khao) กับเชฟอัญชลี นำเสนออาหาร ด้วยการเปิดเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘ข้าว’ อันเป็นธัญญาหารหลักของคนไทย ผ่านเสน่ห์รสชาติและหน้าตาของเมนูต่างๆ ที่ล้วนเกิดจากความทุ่มเทของเชฟที่คิดค้นด้วยการใช้วัตถุท้องถิ่นคุณภาพดีจากชุมชน ด้วยการนำเอาผลิตภัณฑ์จากโครงการหลวงมาไว้ที่นี่ เมนูที่ถูกคิดค้นผ่านศิลปะที่มีกลิ่นอายของ จีนยูนาน ยุโรป และ พม่าเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยหุงสุกใหม่ๆ หอมกรุ่น ให้แขกที่เข้าพักลิ้มลองรสชาติแสนอร่อยพร้อมกับวิวทุ่งนาสุดลูกหูลูกต

นอกจากนี้ในช่วงยามบ่ายเรายังมี Tea Room สำหรับ Afternoon Tea ให้ผู้เข้าพักและแขกที่มาเยือนได้เพิ่มประสบการณ์ใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการดื่มชาและกาแฟ ด้วยการนำเอาชาและกาเเฟคุณภาพดีในภาคเหนือที่มีกระบวนการผลิตเป็นมิตรต่อป่าและธรรมชาติ อาทิ Mae Salong Classic Green, Mae Teng Lychee, Coconut Scented Miang Tree Leaves หรือ Tropical Sunset โดยลูกค้าสามารถจับจ่ายซื้อชาเพื่อเป็นของที่ระลึกได้อีกด้วย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ fb.chiangmai@fourseasons.com หรือโทร. 053-298-181

 

Related Post

DESIGNED FOR UNFORGETTABLE STAYS: PRIVATE RESIDENCES AT FOUR SEASONS RESORT CHIANG MAI

 

ท่ามกลางหุบเขาที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติบริเวณแม่ริม แขกผู้เข้าพัก ณ​ private residences ที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์ รีสอร์ท เชียงใหม่จะได้สัมผัสประสบการณ์สุดหรูหรา มีระดับ พร้อมการบริการจากพนักงานมืออาชีพท่ามกลางความเป็นส่วนตัวถึงขีดสุด

โดยเรสซิเดนส์แต่ละห้องนั้นมีขนาดตั้งแต่ 3-6 ห้องนอน พร้อมศาลากลางแจ้งที่พร้อมให้คุณนอนเล่นชมวิวทุ่งข้าวและหุบเขาสุดลูกหูลูกตาในความเป็นส่วนตัวถึงขีดสุด พร้อมสระว่ายน้ำที่จะทำให้คุณพักผ่อนยาวนานได้ทั้งวันแบบไม่ต้องลุกไปไหน

ภายในห้องพักมีบริการเอนเทอร์เทนเมนต์ครบครัน สำหรับทุกคนในครอบครัว ทั้งโทรทัศน์ เครื่องเล่นดีวีดี สเตอริโอซิสเต็ม ที่วางไอพ็อดสำหรับฟังเพลง รวมไปถึงบอร์ดเกมสารพัดอย่างให้เลือก และยังมีบริการสปานวดผ่อนคลายให้สำหรับผู้ที่ต้องการการผ่อนคลายแบบไม่อยากออกไปไหนอีกด้วย

และนอกจากนี้ โรงแรม Four Seasons Resort จังหวัดเชียงใหม่ยังเสนอบริการพิเศษสำหรับแขกผู้เข้าพัก ณ private residence ด้วยการบริการรับส่งจากสนามบิน บัตเลอร์ส่วนตัว คานาเป้ของว่างตอนเย็น บุฟเฟต์อาหารเช้า ไวน์หนึ่งขวดเมื่อเช็กอิน และเครดิตพิเศษสำหรับสั่งอาหาร หรือทำสปาอีกด้วย

สามารถติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.fourseasons.com/chiangmai

Related Post

LIVING WELL WITH TAILOR-MADE JOURNEYS OF WELLBEING

สัมผัสช่วงเวลาที่สวยงามของ โฟร์ซีซันส์ รีสอร์ท เชียงใหม่ (Four Seasons Resort Chiang Mai) ในแบบฉบับที่ให้คุณได้พักผ่อน ณ สถานที่อันเงียบสงบและสะดวกสบายในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ดื่มด่ำไปกับความสดชื่นด้วยทัศนียภาพอันเขียวชอุ่มที่โอบล้อมด้วยทิวเขาสลับซับซ้อน ดุจดั่งภาพวาดที่ธรรมชาติรังสรรค์ กับข้อเสนอสุดพิเศษที่รอต้อนรับทุกท่านที่มาเยือนตลอดช่วงเดือนเมษายนที่กำลังจะมาถึงนี้

จุดเด่นสำคัญของโฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ท คือผืนดินและรวงข้าวขนาดใหญ่ที่ถูกโอบล้อมด้วยหุบเขาสลับซับซ้อนให้คุณได้ชมพระอาทิตย์ตก พร้อมฟังเสียงขบวนพาเหรดชาวนาในเวลา 5 โมงเย็น รวมถึง น้องเท่ร์ และ น้องโทน ทุยตัวน้อยที่คอยต้อนรับทุกท่านเมื่อเยือนถึงรีสอร์ท กิจกรรมใส่บาตรกับพระที่ออกบิณฑบาตรในตอนเช้าให้คุณได้ทำบุญต้อนรับเช้าวันใหม่ ซึ่งแขกที่มาเข้าพัก ณ สถานที่แห่งนี้จะได้รับความอิ่มอกอิ่มใจกับธรรมชาติและวิถีดังกล่าวได้ไม่ยากนัก

นอกจากนี้ ความเป็นอยู่ที่ดี (Well-Being) ที่แขกทุกคนจะได้รับเป็นสิ่งที่ทางรีสอร์ทให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง รวมถึงความสะดวกสบายที่แขกทุกท่านสามารถเลือกและวางแผนการพักผ่อนได้ด้วยตัวเองผ่านเว็ปไซต์ mychiangmai.fourseasons.com โดยโฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ท เชียงใหม่ จัดทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อรวบรวมกิจกรรมที่หลากหลายและประสบการณ์ที่น่าสนใจ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่สร้างไอเดียให้การท่องเที่ยวของแขกแต่ละท่านเป็นที่น่าจดจำและสะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัว

โฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ท เชียงใหม่ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 80 ไร่ ซึ่งภายในรีสอร์ทนั้นประกอบไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์และนาข้าวอันเขียวขจีตัดกับวิวทิวเขาสูงใหญ่เปรียบดั่งฉากหลังที่สุดอลังการ สามารถเพลิดเพลินไปกับการเดินเล่นรอบๆบริเวณและสัมผัสถึงความผ่อนคลายเมื่อถูกล้อมรอบโดยธรรมชาติที่งดงาม

แพ็คเกจกลอเรียส กรีน ซีซั่นส์ (Glorious Green Season) ถูกออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนที่แท้จริง ดื่มด่ำไปกับทัศนียภาพที่งดงามภายในรีอสร์ท สัมผัสประสบการณ์ที่แปลกใหม่กับกิจกรรมการปลูกข้าวดำนาหรือชื่นชมและศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติผ่านการชม ชิม ดม และสัมผัสกับดอกไม้และพืชพันธุ์หายากภายในรีสอร์ทไปกับกิจกรรมเนเชอร์เทรล (Nature Trail) อีกทั้งยังสามารถเลือกผ่อนคลายไปกับการใช้เครดิตมูลค่า 6,000 บาท เพื่อทำสปาทรีทเมนต์หรืออิ่มอร่อยที่ห้องอาหารต่างๆ  

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://www.fourseasons.com/chiangmai/offers/glorious-green-season/

Related Post