ชาวอีดีเอ็มพร้อมลุย!! KULOV Present WARP Music Festival 2018 วันที่ 2-3 พ.ย. การกลับมาของงาน EDM ริมหาดอันดับ 1 ของไทย

Related Post SIWILAI Tour X The Avalanches เมื่อเทรนด์เปลี่ยน ช… Heineken® Presents Sensation Rise 2018 The Rebel – KHAN THAITANIUM ข่าวดีสำหรับสาวกอิเล็กทรอนิกดูโอ้อย่าง HONNE พวกเข… Staycation#1 ปาร์ตี้ให้สนุกแล้วจะต้องห่วงเรื่องขับ… Alternative Music เปิดประสบการณ์ทางดนตรีแบบไร้ขีดจ… 10 Greatest Bluffs in Pop Culture Volvo Ocean Race: ความท้าทายของการอยู่กลางทะเลนาน …

Related Post

Staycation#1 ปาร์ตี้ให้สนุกแล้วจะต้องห่วงเรื่องขับรถกลับบ้านกันทำไม

Related Post ชาวอีดีเอ็มพร้อมลุย!! KULOV Present WARP Music Fes… Heineken® Presents Sensation Rise 2018 เมื่อวรรณกรรมชิ้นเอกอย่าง LE PETIT PRINCE หรือ เจ้… SIWILAI Tour X The Avalanches เมื่อเทรนด์เปลี่ยน ช… Volvo Ocean Race: ความท้าทายของการอยู่กลางทะเลนาน … 10 เหตุการณ์น่าจดจำตลอดกาลในเทศกาลหนังคานส์… A Decade and a Half Later The Rebel – KHAN THAITANIUM

Related Post

Heineken® Presents Sensation Rise 2018

Related Post ชาวอีดีเอ็มพร้อมลุย!! KULOV Present WARP Music Fes… Staycation#1 ปาร์ตี้ให้สนุกแล้วจะต้องห่วงเรื่องขับ… SIWILAI Tour X The Avalanches เมื่อเทรนด์เปลี่ยน ช… Volvo Ocean Race: ความท้าทายของการอยู่กลางทะเลนาน … 10 เหตุการณ์น่าจดจำตลอดกาลในเทศกาลหนังคานส์… คอ EDM พลาดไม่ได้! กับการแสดงครั้งสุดท้ายของดีเจผู… A Decade and a Half Later The Rebel – KHAN THAITANIUM

Related Post

เมื่อวรรณกรรมชิ้นเอกอย่าง LE PETIT PRINCE หรือ เจ้าชายน้อย ร่วมสร้างความ Limited Edition อีกครั้ง

Related Post Staycation#1 ปาร์ตี้ให้สนุกแล้วจะต้องห่วงเรื่องขับ… A Decade and a Half Later The Rebel – KHAN THAITANIUM ข่าวดีสำหรับสาวกอิเล็กทรอนิกดูโอ้อย่าง HONNE พวกเข… The Artist Is Present – GUCCI L’Officiel Hommes Staycation Wrap Up Trip โค้งสุดท้าย!!! เสพงานศิลป์สุดติสต์จาก Marina Abram… ชาวอีดีเอ็มพร้อมลุย!! KULOV Present WARP Music Fes…

Related Post

Design & Desire สำหรับสุภาพบุรุษ กลิ่นหอมคือหัวใจสำคัญในการคอมพลีตลุค

Related Post พูดคุยภาษาฟุตบอลกับ “เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง… A Decade and a Half Later The Family I Dream of ครั้งแรกที่น็อต – วิศร… Gucci Gift Giving Campaign ในช่วงเทศกาลของขวัญสำหร… The Rebel – KHAN THAITANIUM ข่าวดีสำหรับสาวกอิเล็กทรอนิกดูโอ้อย่าง HONNE พวกเข… The Artist Is Present – GUCCI L’Officiel Hommes Staycation Wrap Up Trip

Related Post

MORE THAN A NORMAL CRIME MOVIE!!! หนังโจรกรรมสุดเพี้ยนน่าดู

มาจับเข่าคุยกับแบรี่ คีโอแกน หนุ่มน้อยหน้าตาแปลกผู้รับบทนำในภาพยนตร์สุดเพี้ยนอย่าง American Animals ว่าด้วยเรื่องการโจรกรรมของเด็กรวยไม่มีอะไรทำที่แท้จริงแล้วมีอะไรลึกไปกว่านั้น

เคยจินตนาการไหมว่า ถ้าบ้านคุณรวยล้นฟ้าชนิดที่นั่งหายใจทิ้งไปวันๆ จนตายก็ผลาญสมบัติไม่หมด คุณจะหาคุณค่าและนิยามความเป็นตัวเองได้อย่างไร? ภาพยนตร์เรื่อง American Animals นี้ได้เล่าเรื่องราวของนักศึกษาหัวกะทิอนาคตไกล ครอบครัวดีจำนวน 4 คนที่รวมหัวกันจารกรรมหนังสือ The Birds of America ที่ถือว่าเป็นหนังสือหายากด้วยแผนการที่แยบยลที่สุดเท่าที่โลกใบนี้เคยบันทึกไว้

ก่อนไปพบกับภาพยนตร์ฟอร์มเล็ก แต่เนื้อหาไม่เล็กขนาดนี้ เรามาทำความรู้จักกับแบรี่ คีโอแกน ดาราหนุ่มอนาคตไกลจากภาพยนตร์เรื่อง Dunkirk (2017) และ The Killing of Sacred Deer (2017) ที่รับบทสเปนเซอร์ ไรน์ฮาร์ด นักศึกษาเอกศิลปะ และหนึ่งในสมาชิกผู้ร่วมก่อเหตุการณ์ปล้นเหนือเมฆที่ทำเอาเอฟบีไอทึ่งมาแล้ว

Q: อะไรคือสิ่งที่ดึงดูดให้คุณเข้าร่วมโปรเจกต์หนัง “American Animals” ?

A: บาร์ท เลย์ตัน ครับ เขาคือหนึ่งในลิสต์ผู้กำกับที่ผมอยากจะร่วมงานด้วยตั้งแต่ช่วงที่ผมเริ่มอาชีพนักแสดง  รวมถึงผู้กำกับอย่าง คริสโตเฟอร์ โนแลน และ ยอร์กอส แลนธิมอส ดังนั้นเมื่อเขาประกาศหานักแสดง ผมก็ลองสมัครไปดู หลังจากนั้นบาร์ทก็ได้คุยกับผมผ่านทาง Twitter ว่า “คุณมีเวลามาที่ลอนดอนบ้างไหมผมเลยตอบกลับไปว่า “ครับ ผมมีเวลา” และเราก็ได้พบกัน และนั่งคุยกันถึงโปรเจกต์หนังเรื่องนี้  เขาพูดกับผมว่า “ผมอยากให้คุณส่งเทปแนะนำตัวมา” และหลังจากนั้นเราก็ได้ร่วมงานกันครับ

 

Q: หนังได้ฉายทั้งในเทศกาล Sundance และ SXSW คุณรู้สึกอย่างไรกับประสบการณ์เหล่านั้น?

A: เยี่ยมไปเลยครับ ผมรู้สึกดีที่ได้เห็นภาพแบบนั้น กลุ่มของผู้ชมใน SXSW ส่วนมากจะเป็นคนหนุ่มสาวเสียมากกว่า มันเป็นไปได้สวย และผมก็รู้สึกดีใจที่มันเป็นแบบนั้น

 

Q: คุณรู้จักคดีโจรกรรมคดีนี้ก่อนที่คุณจะมาเล่นเรื่องนี้หรือเปล่า?

A: ไม่เลยครับ ก่อนผมเซ็นสัญญาผมไม่เคยได้ยินเรื่องของคดีนี้มาก่อนเลย ผมไม่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ แต่ผมเชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะไปได้สวย เพราะมั่นใจในฝีมือและประสบการณ์ของบาร์ท เลย์ตั้น อย่าง “The Imposter” ซึ่งผมก็ชอบหนังเรื่องนี้มากๆ

 

Q: ดูเหมือนว่าปี 2017 จะเป็นที่ดีของคุณ เพราะคุณได้รับบททั้งใน “Dunkirk” และ บทของตัวร้ายใน “The Killing of the Sacred Deer”แล้วตัวละครของคุณใน “American Animals” แตกต่างจากบทที่คุณเคยได้รับอย่างไร?

A: สิ่งที่ผมเห็นในนั้นเป็นสิ่งที่ผมตั้งคำถามทุกครั้ง คำถามนั้นคือ ตัวละครตัวนี้แตกต่างจากตัวละครที่ผมเคยรับบทที่แล้วๆ มาอย่างไร   ผมรับบท ไรน์ฮาร์ด นักศึกษาเอกศิลปะ หนึ่งในสมาชิกแกงค์โจร ความท้าทายคือผมจะสร้างความแตกต่างให้กับตัวละครนี้ได้หรือเปล่า  ผมจะต้องพูดด้วยน้ำเสียงแบบไหน ผมอยากจะแสดงให้หลากหลาย และผมต้องการให้ผู้คนพูดถึงผมว่าเจ้าหนูนั่นเป็นคนที่เล่นบทบาทไหนก็ได้ นั่นคือเป้าหมายหลักของผมครับ และก่อนจะไปถึงจุดนั้นต้องทำงานกับผู้กำกับฝีมือดี และแสดงในบทบาทที่มีความเป็นเอกลักษณ์

American Animals เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ชั้นนำตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคมเป็นต้นไป

Related Post

Ocean8 x Cartier รังสรรค์จิวเวลรี่ชิ้นพิเศษสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้โดยเฉพาะ 

 

ได้รับความสนใจไม่แพ้พลังนักแสดงระดับแถวหน้าของฮอลลีวู้ดในภาพยนตร์เรื่อง Ocean’s 8 โดย Cartier ได้ปลุกตำนานสร้อยพระศอของมหาราชาแคว้น Nawanagar  ร่วมเป็นเอ็กซ์คลูซีฟพาร์ทเนอร์ในภาพยนตร์ฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์แห่งปี Ocean’s 8 ภาคต่อของภาพยนตร์   แอคชั่นในตำนาน Ocean’s 11อันโด่งดัง บรรจงรังสรรค์จิวเวลรี่ชิ้นพิเศษสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้โดยเฉพาะ 

คาร์เทียร์ได้ระดมช่างฝีมือของแผนกอัญมณีชั้นสูง (High Jewelry) ณ Rue de la Paix ในกรุงปารีส ใช้ช่างอัญมณีที่เชี่ยวชาญที่สุดเพื่อรังสรรค์สร้อยคอชิ้นเอกในระยะเวลาไม่เกิน 8 สัปดาห์ สร้อยคอได้ถูกปรับให้เข้ากับสรีระของดารานำในเรื่อง แอน แฮทธาเวย์ โดยลดขนาดลงราว 15-20% ของขนาดดั้งเดิมที่ออกแบบมาเพื่อมหาราชาแห่งแคว้น Nawanagar

สามารถถอดเปลี่ยนได้และได้รับการปรับแต่งให้พอดีกับสรีระของนักแสดงอย่างสมบูรณ์แบบสำหรับสร้อยคอตูซองต์ที่ผลิตขึ้นใหม่เพื่อการถ่ายทำภาพยนตร์ ประกอบไปด้วย เพชรน้ำงามไม่มีสีใดๆ เจือปน ส่วนดั้งเดิมที่ใช้เพชรสี ช่างได้ใช้วัสดุจากธรรมชาติที่เรียกว่าเซอร์คอเนียมออกไซด์แทนที่และวางลงบนตัวเรือนทองคำขาว

 

คาร์เทียร์ยังเป็นแบรนด์เครื่องประดับเพียงหนึ่งเดียวที่ดารารับเชิญในภาพยนตร์สวมใส่ในระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโปลิตันหรือ The Met เป็นเวลา 5 คืนติดต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับชั้นสูง ไฮ จิวเวลรี่ นาฬิกาและเครื่องประดับแบบต่างๆ

 

 

 

 

บูติคแฟลกชิพ ณ ถนนฟิฟท์อเวนิวหรือคาร์เทียร์แมนชั่น (Cartier Mansion) หนึ่งในแลนด์มาร์กของกรุงนิวยอร์กได้ใช้เป็นที่ถ่ายทำหลายฉากที่สำคัญ โดยคาร์เทียร์ปิดทำการแมนชั่นเป็นเวลา 2 วันในการถ่ายทำภาพยนตร์ รวมถึงสถาปัตยกรรมด้านนอกของคาร์เทียร์แมนชั่นบนถนนหมายเลข 52 ยังปรากฏในภาพยนตร์อีกด้วย

 

Related Post

Benicio for Sicario บทสัมภาษณ์ของเบเนซิโอที่มีต่อภาพยนตร์เรื่องนี้

Sicario ภาคที่แล้วเป็นที่ชื่นชอบมาก คนรอดูภาคสองไม่ไหวแล้ว คุณพอจะบอกใบ้อะไรได้บ้างไหม?

เบเนชิโอ: คือว่า มันเป็นอีกบทนึงของหนัง แต่ก็จะมีตัวละครจากภาคเก่าที่ต้องมาประจันหน้ากันในสถานการณ์เดียวกันอีกครั้งเหมือนในภาคก่อน แต่บอกเลยนะว่ามันจะมีโมเมนต์ที่ต้องร้องว่า “ชิบ–ละ!” เยอะเลย บทมันคาดเดาไม่ได้ เต็มไปด้วยอารมณ์แต่ก็บันเทิงมาก

ในภาคนี้ มีอะไรที่คุณต้องเปลี่ยนแปลง หรือบทบาทของคุณเปลี่ยนแปลงไปบ้างไหม

เบเนชิโอ: สิ่งที่ทำให้การเดิมพันในครั้งนี้ยิ่งใหญ่ขึ้นคือความจริงที่ว่า ตัวอเลฮานโดรติดอยู่ในความลังเลเรื่องศีลธรรม ระหว่างสงครามที่เขามีส่วนก่อ และความต้องการที่จะปกป้องสาวน้อยอิซาเบลลาที่เป็นเหยื่อของสงครามนั่นแหละเพราะฉะนั้น ปมตรงนี้ทำให้ตัวละครของผมเปลี่ยนแปลงไปอย่างที่ผมเคยคิดไว้เลยครับ เปลี่ยนแปลงไปจากการเป็นตัวละครที่ผมรู้จักใน Sicario ภาคเก่า ตอนนี้ตัวละครตัวนี้พัฒนาไปอีกระดับแล้ว สู่ความเป็นมนุษย์ที่ผมไม่เคยเห็นในภาคก่อน

รู้สึกยังไงตอนที่รู้ว่า Sicario จะมีภาคสองอีก คุณตื่นเต้นไหม

เบเนชิโอ: ตอนที่ผมถ่ายภาคแรกจบ ก็ไม่คิดว่าจะมีภาคสองต่อ แล้ววันนึงโปรดิวเซอร์ก็โทรมา ผู้จัดการและเอเจนต์ผมมาบอกว่ามีสคริปต์ภาคสองให้อ่าน ผมก็ว่าเอาสิ ตั้งแต่หน้าแรกที่อ่านผมก็รู้สึกได้ว่ามันยอดมาก มีความเป็นเทย์เลอร์ (เทย์เลอร์ เชอริแดน คนเขียนบท) อยู่เต็มไปหมด แล้วทั้งนักแสดง ผู้กำกับ ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับหนังเรื่องนี้ก็พยายามทำให้สคริปต์ของเทย์เลอร์มีชีวิตขึ้นมา แล้วในอีกทางนึงก็เพราะว่าสคริปต์นั่นเป็นฝีมือของเทย์เลอร์ด้วย เราถึงมีชีวิตจริงขึ้นมาได้ เขามีส่วนในหนังและโลกที่เขาสร้างขึ้นมามากทีเดียว

ตื่นเต้นไหมกับการกลับมารับบทตัวละครนี้ในภาคสอง เพราะเหมือนคุณจะตอบตกลงโดยทีทันเลย

เบเนชิโอ: ครับ ผมตื่นเต้นมาก เพราะว่า ถึงแม้เดนีจะไม่สามารถมาร่วมงานกับเราคราวนี้ได้ แต่เมื่อผมได้อ่านบท มันเปลี่ยนไปไม่เหมือนภาคแรก แต่ยังมีความเป็น เทย์เลอร์ เชอริแดน อยู่ในนั้น มีความสมจริง ถึงแม้จะเป็นบทภาพยนตร์แต่ก็สมจริงมากๆ ซึ่งมันดึงดูดผมกับ จอช โบรลิน และผมก็เชื่อมือ สเตฟาโน่ โซลลิม่า ผู้กำกับคนใหม่ เขาต้องทำมันออกมาดีแน่ๆ เพราะงั้น เรื่องภาพและดนตรีมันเจ๋งแน่นอน หนังภาคนี้มีเสน่ห์ของมันเอง ส่วนโยฮัน โยฮานสัน (นักประพันธ์ดนตรีประกอบ) เป็นเรื่องน่าเศร้ามากที่เขาคงไม่ได้ร่วมงานกับเราอีกแล้ว เขาเป็นคนเก่งมาก น่าเศร้ามากครับ

ผลงานของเขาในเรื่อง Sicario มันเป็นปรากฎการณ์ที่สุดยอดมากจริงๆ เห็นว่า เทย์เลอร์ เชอริแดน คิดจะทำเป็นไตรภาคด้วย ถ้าคุณกลับมารับบทในภาคสองแบบนี้ ได้พูดคุยเรื่องของภาคสามไหม หรือแค่ภาคสอง?

เบเนชิโอ: หลังจากที่เขาพูดว่าเขาจะเขียนภาคสอง ผมก็ได้มีบทสนทนาสั้นๆ กับว่าเขาต้องการเขียน Sicario ออกมาเป็นสามภาค เขาน่าจะวางแผนอะไรอยู่ ผมแค่หวังว่าภาคนี้  Sicario: Day of Sodaldo จะทำให้คนสนใจมากๆ เพื่อให้ภาคสามเกิดขึ้นได้

ระหว่างที่ถ่ายทำ Sicario คุณรู้มาก่อนรึเปล่าว่าเรื่องนี้ได้รับการถ่ายทำเป็นพิเศษ

เบเนซิโอ: ไม่เลย ไม่รู้มาก่อนเลยครับ

มารู้ตอนเห็นผลลัพธ์การถ่ายทำใช่ไหมแบบนี้

เบเนชิโอ: สำหรับภาคแรก ผมกำลังพูดถึง Sicario นะ ตอนที่ได้อ่านสคริปต์ ผมไม่มั่นใจว่ามันจะเวิร์คเท่าไหร่ เพราะว่าเราดำเนินเรื่องตามตัวละครของ เอมิลี่ บลันท์ สองในสามส่วน จากนั้นก็ดำเนินเรื่องตามตัวละครของผม อเลฮานโดร ผมก็เลยไม่มั่นใจว่ามันจะเวิร์ค แต่แล้วมันก็ปรากฏให้เห็นว่า “มันไม่มีกฎ” สำหรับหนังเรื่องนี้หรอก

Related Post

ไขความลับสุดยอดของ ชา ที่มีราคาร่วมแสน

ชาเขียวเป็นเครื่องดื่มที่สะท้อนวิถีชีวิตอันทรงคุณค่าของชาวญี่ปุ่นมายาวนาน  มาสเตอร์ หรือ “เซนเซ” จากจังหวัดชิซึโอกะ ประเทศญี่ปุ่น อย่าง โอตะ มาซาตากะ ปราชญ์ชาวบ้านวัย 75 ปี เจ้าของไร่ชา Kaneda Otaen ในจังหวัดชิซึโอกะ สะท้อนถึงความรักและความพิถีพิถันในการปลูกชาที่ฝังรากลึกอยู่ในวิถีชีวิตของคนชิซึโอกะ “ลุงอยากแสดงให้เห็นว่าใบชาคุณภาพดีก็สามารถทำเครื่องดื่มคุณภาพดีได้ไม่แพ้ไวน์ราคาแพง”

โอตะ มาซาตากะ

ในแต่ละปี ไร่ชาของคุณโอตะจะผลิตใบชาสดรวมทั้งหมด 30 กิโลกรัม ซึ่งเมื่อนำไปผ่านกระบวนการทำให้แห้งแล้วจะเหลือเพียง 3 กิโลกรัมเท่านั้น หลังจากนั้นใบชาทั้งหมดจะส่งเข้าการประมูล เพื่อนำไปผลิตเป็นชาเขียวชั้นเลิศ ซึ่งมีราคาสูงถึงกระป๋องละ 300,000 เยน หรือประมาณ 100,000 บาท ด้วยความพิถีพิถันและความใส่หัวใจในการพัฒนา ทำให้ชาเขียวของคุณโอตะได้รับเลือกให้ถวายต่อสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ รวมถึงกลุ่มผู้นำประเทศในการประชุม G7 ที่ประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว แม้แต่การทำผลิตภัณฑ์ชาเขียวญี่ปุ่นพร้อมดื่มคุณภาพระดับพรีเมียมก็ต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ของการปลูกชาและการคิดค้นสูตรที่เหมาะสมที่สุด

โอตะเล่าว่า “การทำชาที่ดีจะต้องมีดินที่อุดมสมบูรณ์  แหล่งน้ำในการทำเกษตรกรรมที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ ภูมิอากาศที่เอื้ออำนวย และการดูแลต้นชาที่ดี ด้วยความที่ชิซึโอกะเป็นพื้นที่ที่มีสิ่งเหล่านี้ครบ จึงทำให้ชาชิซึโอกะมีกลิ่นหอม รสชาติดี  และคุณภาพสูงกว่าที่อื่น” สิ่งสำคัญที่ทำให้ชาจากไร่ Kaneda Otaen ในจังหวัดชิซึโอกะ มีราคาแพงกว่าใครเพื่อนนั้นเป็นเพราะคุณโอตะ ใส่ใจเลี้ยงดูต้นชาเหมือนลูก โดยคุณโอตะเผยว่า “เวลาอากาศหนาว  ต้นชาก็ต้องการพักผ่อนอยู่นิ่งๆ เหมือนคน ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกหนาว ต้องห่มผ้าให้ลูกอยู่เสมอ  ลุงก็ห่มผ้าให้ต้นชาเหมือนกัน”

ผ้าห่มในไร่ชาของคุณโอตะคือตาข่ายเนื้อหนา ซึ่งจะนำไปคลุมก่อนเก็บผลิต 1 สัปดาห์  ตาข่ายเนื้อหนานี้นอกจากจะปกป้องต้นชาจากความหนาวแล้วยังช่วยยับยั้งปฏิกิริยายามที่ใบชาต้องแสงแดดเพื่อให้ชาที่ได้จากการเก็บเกี่ยวคงรสชาติที่ดีที่สุดไว้ “วิธีการเก็บใบชาที่ดีคือเลือกยอดที่มี 2 ใบติดกันและมีความยาวของใบเท่ากับ 3 นิ้วเรียงกัน เด็ดด้วยมือ ดินที่นำมาใช้ปลูกชาจะต้องนุ่ม เพราะต้นชาก็อยากจะเติบโตบนพื้นดินนุ่มๆ ไม่ต่างจากคนเราที่ไม่อยากนอนบนที่แข็งๆ ลุงจะผสมดินเข้ากับหญ้าภูเขาให้ดินหยุ่น  ส่วนปุ๋ยก็ทำเองตามธรรมชาติ มีกิ้งกือ ดักแด้ชอนไช ทำให้ดินพรุนเต็มไปด้วยอากาศ  จนกลายเป็นเตียงนุ่มๆ สบายสำหรับต้นชา”  วันนี้ไร่ Kaneda Otaen  ได้รับรางวัลระดับประเทศนับร้อยรางวัล

“ที่จริงภรรยาของลุงเป็นคนแรกที่ได้รับรางวัล โดยที่ตอนนั้นลุงไม่เคยคิดส่งชาเข้าประกวด  แต่เมื่อลองดูก็ ได้รับรางวัลมาเรื่อยๆ  ลุงเองจำไม่ได้ว่ามีอะไรบ้าง  แต่ที่จำได้ก็คือไม่กี่ปีก่อนมีเจ้าหน้าที่รัฐบาลมาตามหาชาคุณภาพดีที่สุดเพื่อนำไปเสิร์ฟกลุ่มผู้นำประเทศ G7  ลุงอยากแสดงให้เห็นว่าใบชาคุณภาพดีก็สามารถทำเครื่องดื่มคุณภาพดีได้ไม่แพ้ไวน์ราคาแพง  เลยส่งให้รัฐบาลพิจารณาจนได้รับการคัดเลือกให้เสิร์ฟในการประชุมครั้งนั้น”

คุณภาพของชาชิซึโอกะนั้นนอกจากจะเป็นผลลัพธ์ของทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ สภาพอากาศที่เอื้ออำนวย และการดูแลเลี้ยงต้นชาอย่างดีแล้ว ยังต้องอาศัยฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ในการชงชาควบคู่กันไปด้วย เหล่าบรรดามันสมองผู้อยู่เบื้องหลังความอร่อยของชานั้นเรียกว่า ผู้เชี่ยวชาญเรื่องชา หรือ “Tea Master” สำหรับในวงการชาญี่ปุ่นนั้น ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก เซนเซ ซาโตรุ ฟูจิโมโต หนึ่งในทีมาสเตอร์ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็นยอดฝีมือในการการเบลนด์ใบชา เจ้าของต้นตำรับสูตรชาเกือบ 1,000 สูตร

“ทุกวันจะมีชากว่า 50 ชนิด จำนวน 50,000 – 290,000 กิโลกรัม ขนส่งเข้ามา ผมนั้นมีหน้าที่คัดแยกใบชาทั้งหมดด้วยผ่านกรรมวิธีต่างๆ นับตั้งแต่การนำไปคั่วร้อน ไปจนถึงใส่น้ำร้อนแล้วชิมเพื่อแยกรสชาติ จึงจำเป็นต้องรู้ว่าใบชาแต่ละชนิดปลูกที่ไหน เพื่อให้ทราบรสชาติเบื้องต้นและสามารถกำหนดสูตรการเบลนด์ชาได้” เขาเผยถึงกิจวัตรการทำงานในฐานะทีมาสเตอร์ แต่ละวันเซนเซ ซาโตรุ ฟูจิโมโต จะดื่มชากว่า 100 ถ้วย เพื่อจับสังเกตทุกรายละเอียด ตั้งแต่สีของน้ำชาเมื่อผ่านความร้อน ไปจนถึงกลิ่นหอมระหว่างความร้อนระดับต่างๆ จนสามารถสัมผัสรับรู้รส กลิ่น สี ของชา และแยกแยะรสสัมผัสของชาได้อย่างลงตัว โดยหลังจากประสบความสำเร็จในการคิดค้นสูตรชาให้ชาวญี่ปุ่นได้ลิ้มลองกันมาแล้วมากมายตลอดระยะเวลากว่าสามทศวรรษ ล่าสุด เซนเซ ฟูจิโมโต ได้หันมาฝากผลงานเป็นผู้พัฒนาสูตรชาเขียวพร้อมดื่มระดับพรีเมียม “ชาชิซึโอกะ” ให้คอชาเขียวในเมืองไทยได้บริโภคกันด้วย

มิสเตอร์ซาโตรุ ฟูจิโมโต ทีมมาสเตอร์ผู้พัฒนาสูตรชาชิซึโอกะ

ด้วยกระบวนการปลูกที่พิถีพิถันในทุกขั้นตอน การผลิตที่ได้มาตรฐาน ประกอบกับสูตรการเบลนด์ใบชาระดับฝีมือปรมาจารย์และการเลือกสรรเฉพาะใบชาต้นฤดูจากการเก็บเกี่ยวครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ของปี จึงก่อให้เกิดเป็นชาที่มีความหอมหวานกลมกล่อมตามธรรมชาติของใบชาชิซึโอกะ และรวมความสดและความเข้มข้นของคุณค่าชาไว้อย่างสมบูรณ์

Related Post

ชวนชิมอาหารจีนจากเชฟ 2 ดาวมิชลินจากสิงคโปร์

ตั้งแต่วันที่ 6 ถึง 12 มิถุนายนนี้ ห้องอาหารจีนแชงพาเลซ  โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ พร้อมเสิร์ฟสุดยอดอาหารจีนโดยฝีมือเชฟมิชลินสตาร์ระดับ 2 ดาว เชฟม๊ก กิ๊ด คว่อง จากสิงคโปร์

อาหารจีนที่ได้รับการรับรองจากมิชลินสตาร์ระดับ 2 ดาว ไม่ได้มีมาก แต่อาหารจีนก็เป็นอาหารที่ดูจะถูกปากคนไทย และรสชาติอาหารจีนจากเชฟที่ได้ 2 ดาวมิชลินนั้นจะเป็นเช่นไรย่อมน่าลิ้มลอง เชฟม๊ก กิ๊ด คว่อง มีประสบการณ์มากกว่า 35 ปี เขามีโอกาสแสดงฝีมือการปรุงอาหารถวายแด่กษัตริย์แห่งโมร็อกโก ประธานาธิบดีแห่งรัสเซีย นายกรัฐมนตรีแห่งสิงคโปร์ รวมถึงบุคคลสำคัญและมีชื่อเสียงทั่วโลก

เขาเชี่ยวชาญด้านการผสมผสานศิลปะและกลิ่นอายความทันสมัยเข้าไปในขั้นตอนการตกแต่งอาหาร เชฟม๊กยังได้รังสรรค์เมนูแปลกใหม่ด้วยรสชาติที่กลมกล่อมกว่า 20 เมนู

คุณสามารถลิ้มลองอาหารจานเด่นของเชฟมิชลินสตาร์ระดับ 2 ดาว อาทิ ปลาคอดอบไข่ขาวและกังป๋วย เป๋าฮื้อออสเตรเลียเจี๋ยนน้ำแดง หมูแดงเลิศรส ปลิงทะเลยัดไส้กุ้ง ตับห่านราดด้วยซอสเป๋าฮื้อ ซุปไก่ตุ๋นรังนกพิเศษ และขานกกระทาทอดกระเทียมกรอบ ฯลฯ ราคาเริ่มต้นที่จานละ 380++บาท ถึง 8,880++บาท

เชฟม๊ก กิ๊ด คว่อง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองโต๊ะได้ที่ฝ่ายสำรองที่นั่งห้องอาหารของโรงแรมฯ โทร.0 2236 7777  หรือ 0 2236 9952 หรือ www.shangri-la.com/bangkok

Related Post