5 ซีรีส์ที่แฟนๆจักรวาลมาร์เวลห้ามพลาด

1. The Iron Fist

ฮีโร่ที่ค่อนข้างแตกต่างไปจากคนอื่น ๆ เพราะเป็นการรวมเอาเสน่ห์ของเรื่องราวความเป็นโลกตะวันตกมาผสมผสานกับการต่อสู้แบบตะวันออก เหตุเกิดจาก แดนนี่ แรนด์ ประสบอุบัติเหตุเครื่องตก นอกจากจะรอดตายแล้วยังไปโผล่ที่ เทือกเขาคุนหลุน ทำให้แดนนี่มีโอกาสฝึกฝนวิชากังฟูและการใช้อาวุธทุกชนิดจนเชี่ยวชาญ เกิดเป็นครอบครัวพลังหมัดเหล็กในตำนานได้สำเร็จ ก่อนที่วันหนึ่งจะต้องกลับมาใช้ชีวิตในนิวยอร์กอีกครั้ง

2. Cloak & Dagger

เป็นเรื่องราวของฮีโร่ดูโอ้อย่าง Tyrone Johnson (Cloak) และ Tandy Bowen (Dagger) ที่มาพร้อมกับพลังหยินและหยาง ความสว่างกับความมืดที่ต้องคอยพึ่งพากันและกัน ในวัยเด็กทั้งสองคนเกิดอุบัติเหตุและอุบัติเหตุในครั้งนั้นนำพามาซึ่งพลังพิเศษ หลังจากทั้งคนดำเนินชีวิตที่แตกต่างกันตลอดมาทำให้ ไทโรน ถูกพลังความมืดเข้าครอบงำ สามารถเปิดมิติมืดและเทเลพอร์ตได้ ความมืดของไทโรนสามารถลดความรุนแรงลงได้ด้วยความสว่างของแทนดี้ ที่มีพลังแสงเป็นทั้งอาวุธป้องกันตัว รวมถึงช่วยในการรักษา เยียวยาผู้คนทั้งร่างกายและจิตใจได้ เมื่อพบกันอีกครั้งในวันที่โตขึ้นทั้งสองคนจึงต้องใช้พลังที่มีร่วมต่อสู้ คอยซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน

3. Marvel Agent Of S.H.I.E.L.D

Marvel Agent Of S.H.I.E.L.D เป็นซีรีส์ชุดเรื่องยาวที่มีความเกี่ยวโยงกับโลกภาพยนตร์มากที่สุดในจำนวนซีรีส์ต่าง ๆ ของมาร์เวล อีกทั้งยังดำเนินเรื่องไปพร้อม ๆ กันกับไทม์ไลน์ภาพยนตร์อีกด้วย ซึ่งหน่วย S.H.I.E.L.D ที่เรารู้จักกันในภาพยนตร์ อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของ ผู้อำนวยการ นิค ฟิวรี่ เป็นองค์กรที่ริเริ่มโครงการ Avengers (รับชมได้ในภาพยนตร์ Avengers) และคืนชีพให้กับสตีฟ โรเจอร์ส หลังจากถูกแช่ในทะเลน้ำแข็งนานกว่า 70 ปี 

4. Daredevil

แมท เมอร์ด็อก สูญเสียดวงตาทั้งสองข้างไปในขณะที่ยังเป็นเด็ก และเสียพ่อแท้ๆไปในเวลาต่อมา ทว่าในความสูญเสียนี้เขากลับได้ประสาทสัมผัสในส่วนต่างๆดีที่ดีขึ้น อีกทั้งยังได้รับการฝึกฝนทักษะการต่อสู้จากชายตาบอดผู้เชี่ยวชาญวิชานินจาจนเขามีความสามารถเต็มเปี่ยมและเติบโต เรียนจบจนได้เป็นทนายความที่เชี่ยวชาญ ก่อตั้งบริษัทกฎหมายกับเพื่อนซี้ แต่ในเวลาที่ตะวันลับขอบฟ้า แมทกลับสวมชุดดำโพกหน้าออกตะเวนราตรีเพื่อช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์โดยไม่สนกฎหมายใดๆ

5. Jessica Jones

ซุปเปอร์ฮีโร่สาวที่วางมือมาเป็นนักสืบอิสระเนื่องจากเหตุการณ์ในอดีตที่ทำให้ใจบอบช้ำ รับจ้างเป็นนักสืบไปวันๆแต่มีเหตุให้เจอปมปัญหาที่ยังค้างคาใจตั้งแต่อดีต สูญเสียครอบครัวไปจากอุบัติเหตุรถชนจนสารเคมีตกใส่รถ ก่อนจะระเบิด เจสสิก้าเป็นเพียงคนเดียวที่มีชีวิตรอดกลับมา หลังจากผ่านเหตุการณ์นั้น เจสสิก้า เริ่มรับรู้ถึงความสามารถพิเศษที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น

เตรียมพบภาพยนตร์ชุดใหม่จากโปรเจกต์ “หนังผมไม่เล็กนะครับ” ที่จะทำให้ “เสียง” ของคุณกลับมามีความหมายได้อีกครั้ง

“เพราะเรื่องหนัง ไม่เคยเล็กสำหรับเรา” เตรียมพบสามภาพยนตร์ชุดต่อไปจากโปรเจกต์ “หนังผมไม่เล็กนะครับ” SHUT THE F*CK UP เมื่อเสียงของคุณไม่เคยมีค่า เมื่อทั้งชีวิตคุณได้แต่ถูกสั่งให้เงียบ นี่คือโปรเจกต์ล่าสุดที่รวมเอาสามภาพยนตร์คุณภาพ ที่จะปลุกระดมให้ “เสียง” ของคุณกลับมามีความหมายได้อีกครั้ง

เริ่มโปรแกรมแรกกับ Official Secrets (10 ต.ค.) จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่ผู้เผยความจริงกลับตกอยู่ในอันตรายเสียเอง ภาพยนตร์อิงจากเหตุการณ์จริงในช่วงสงครามอิรักที่หลายคนยังไม่รับรู้จากเรื่องจริงของเจ้าหน้าที่สำนักข่าวกรองอังกฤษผู้หมายจะหยุดยั้งสงครามอิรัก “แคธารีน กัน” สู่ศึกครั้งใหญ่ระหว่างเธอและรัฐบาลสหรัฐ เมื่อกลุ่มผู้มีอำนาจต้องการให้เธอ “หุบปาก” ทุกวิถีทาง นำมาสู่เกมส์ไล่ล่าครั้งใหญ่ที่มีชีวิตเธอ และ ความจริง ของคนทั้งโลกเป็นเดิมพัน

ต่อด้วย Liam Gallagher: As It Was (17 ต.ค.) ภาพยนตร์สารคดีตามติดชีวิตจริงของชายผู้ไม่เคย “หุบปาก” แต่โลกทั้งใบคงไร้สีสัน หากไม่มีชายคนนี้! พบกับเบื้องหลังชีวิตตลอดทศวรรษที่ผ่านมาของตำนานชาวร็อก “เลียม กัลลาเกอร์” อดีตฟรอนท์แมนตัวเจ็บแห่งวง Oasis ที่คุณจะไม่เคยพบเห็นมาก่อน ตั้งแต่การล่มสลายของวงที่เขารัก เหตุที่ทำให้วงใหม่ของเขาต้องหายไปจากวงการ และการกลับมาดุจปาฏิหาริย์ของหนึ่งในตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการเพลง

ปิดท้ายด้วย Light of My Life (28 พ.ย.) ภาพยนตร์แนวทริลเลอร์ ดราม่า สุดบีบคั้น เรื่องราวของพ่อผู้จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ ลูกสาว ของเขารอดชีวิตจากโลกที่เต็มไปด้วยคนเถื่อน ผลงานล่าสุดของนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ เคซีย์ แอฟเฟล็ก จาก Manchester by the Sea ที่เจ้าตัวทั้งกำกับ เขียนบท และแสดงนำ กับภาพยนตร์ดราม่าในโลกที่ประชากรหญิงทุกคนบนโลกต้องตายเพราะโรคระบาด เหลือเพียงลูกสาวที่น่ารักคนเดียวของเขาเท่านั้นที่มีชีวิตรอด

“เราคัดสรรหนังทั่วทุกมุมโลก เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่”
“เพราะเรื่องหนังไม่เคยเล็กสำหรับเรา”

ห้องอาหาร ยามาซาโตะแนะนำอาหารชุดพิเศษช่วงฤดูใบไม้ร่วงในประเทศญี่ปุ่น

ห้องอาหารยามาซาโตะ (Yamazato) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) ห้องอาหารญี่ปุ่น ที่ได้รับ ‘มิชลิน เพลท’ (Michelin Plates) ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 จากคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก ‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย เตรียมอาหารชุดพิเศษที่ปรุงจากวัตถุดิบที่มีรสชาติโดดเด่นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 – 27 ตุลาคม 2562

เชฟชิเงรุ ฮางิวาระ (Shigeru Hagiwara) หัวหน้าพ่อครัว (Master Chef) ประจำห้องอาหาร ยามาซาโตะ สั่งนำเข้าวัตถุดิบสดใหม่ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานในช่วงฤดูใบไม้ร่วง มาปรุงเป็นอาหารญี่ปุ่นชุดพิเศษรสชาติแบบต้นตำรับ ให้บริการทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ

อาหารชุดมื้อกลางวัน ประกอบไปด้วย ปลาแมคเคอเรลและกุ้งย่างเสิร์ฟกับสาหร่ายและแตงกวาดอง ซุปใสใส่ลูกชิ้นเนื้อเป็ดบดละเอียด ไข่ตุ๋นและเห็ดชิเมจิ ปลาดิบชั้นดี 5 ชนิด (ปลาทูน่า ปลาหางเหลือง ปลาซาดีน กุ้งหวาน และหอยปีกนก) ปลาฮิราสึและเห็ดย่างทาซอสมายองเนสผสมมิโซะ ปลาซัมมะตุ๋นเสิร์ฟพร้อมฟองเต้าหู้ต้มซีอิ้ว มะเขือม่วงและฟักทอง เทมปุระกุ้ง ปลาดาบ และผักญี่ปุ่นนานาชนิด ข้าวญี่ปุ่นหุงกับน้ำซุปคลุกเคล้าเนื้อปลาแมคเคอเรลโรยหน้าไข่ปลาแซลมอน ใบโอบะและสาหร่าย ปิดท้ายอาหารกลางวันมื้อพิเศษนี้ด้วยพุดดิ้งเต้าหู้และมันหวานญี่ปุ่นโรยผงถั่วเหลืองราดน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง เสิร์ฟพร้อมผลไม้ตามฤดูกาล

ส่วนมื้อค่ำให้บริการอาหารชุด “ไคเซกิ” ตำรับราชสำนักญี่ปุ่นโบราณ ประกอบไปด้วยอาหารญี่ปุ่นอันหลากหลายที่ปรุงอย่างพิถีพิถันทั้งหมด 9 รายการ ได้แก่ ฟองเต้าหู้ราดซอสถั่วเหลืองและไข่หอยเม่น ตามด้วยปลาหมึกยักษ์ หอยปีกนกญี่ปุ่น เห็ดไมทาเกะ แปะก๊วย และเครื่องในปลาโบนิโต้ดองราดซอสไข่แดง ซุปเกี๊ยวปูใส่สาหร่ายคอมบุและเห็ด และปลาดิบชั้นดี 4 ชนิด (ปลาทูน่า ปลาซัมมะ ปลากระพงแดง และกุ้งหวาน) ส่วนอาหารย่างให้บริการเนื้อปลากระพงและเนื้อญี่ปุ่นย่างแบบโฮบายากิ (Hobayaki) เสิร์ฟพร้อมเห็ดหลวงญี่ปุ่น แปะก๊วย และเกาลัด อาหารตุ๋นเชฟให้บริการลูกชิ้นปลาแซลมอนตุ๋นเสิร์ฟกับต้นหอมญี่ปุ่นและเห็ดหอมญี่ปุ่นย่างในน้ำซุปผักโขม จากนั้นจึงให้บริการเทมปุระปูหิมะ กุ้ง ปลาดาบ และเห็ดชิเมจิ ตามด้วยเส้นหมี่ญี่ปุ่นน้ำญี่ปุนหน้าปลาไหลและเห็ดชิเมจิเสิร์ฟพร้อมกับข้าวห่อสาหร่ายไส้ผักดอง ปิดท้ายอาหารชุด “ไคเซกิ” ด้วยพุดดิ้งเต้าหู้และมันหวานญี่ปุ่นโรยผงถั่วเหลืองราดน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง และผลไม้ตามฤดูกาล

อาหารชุดพิเศษช่วงฤดูใบไม้ร่วงในประเทศญี่ปุ่น มีให้บริการระหว่าง
วันที่ 1 – 27 ตุลาคม 2562
มื้อกลางวันให้บริการตั้งแต่เวลา 11.30น. ถึง 14.30 น.
และมื้อค่ำให้บริการตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 22.30 น.

“เป้ อารักษ์” ปล่อยเพลงใหม่ “ไม่บอก” ทดลองแนวดนตรีที่หลายคนคาดไม่ถึง

นับตั้งแต่เปิดตัวเพลงแรกจาก EP ชุด Arakochinaเป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ ก็ได้โชว์ทิศทางดนตรีใหม่ๆ ซึ่งล่าสุดเขาก็ได้มาพร้อมเพลง “ไม่บอก” ผลงานใหม่ที่นอกจากจะสะท้อนสังคมแล้ว เป้ยังได้ทดลองวิธีการร้องเพลงแบบใหม่ที่เขาไม่เคยทำมาก่อนอีกด้วย

เพลง “ไม่บอก” เป้ได้สื่อสารเรื่องราวของคนที่เลือกอยากเก็บเรื่องราวความรักของตัวเองไว้เป็นส่วนตัว ในขณะที่คนรอบตัวอยากเปิดเผยและแสดงออกความรักผ่านโลกออนไลน์ ซึ่งทำให้เพลงนี้มีเนื้อหาที่พูดถึงความรักและสะท้อนสังคมยุคใหม่ไปพร้อมกัน

นอกจากเนื้อหาของเพลงแล้ว เป้ยังได้เซอร์ไพรส์แฟนๆ ด้วยการใช้เทคนิคกึ่งร้องกึ่งแร็ปในการถ่ายทอดเพลง ประกอบกับดนตรีเสียงสังเคราะห์ ซึ่งเป้ได้นำมาใช้กับอัลบั้มชุด Arakochina เป็นครั้งแรก

ในส่วนของเอ็มวี เป้ และทีมงานก็ได้เล่าเรื่องความสัมพันธ์ของคู่รักคู่หนึ่งผ่านการไลฟ์อินสตาแกรมของทั้งคู่ ซึ่งจะมีทั้งภาพขณะที่ทั้งสองอยู่ด้วยกัน และวันที่ฝ่ายหญิงไปรักษาแผลใจในวันที่อะไรต่างๆ ไม่เป็นใจอีกด้วย ซึ่งแฟนๆ สามารถชมเอ็มวีได้แล้วที่ YouTube ค่าย What The Duck

Cr. What The Duck

ห้องอาหาร อัพ แอนด์ อะบัฟ นำเข้าหอยเชลล์ฮอกไกโดจากประเทศญี่ปุ่นมาปรุงเมนูพิเศษ

ห้องอาหาร อัพ แอนด์ อะบัฟ (Up &Above) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) นำเข้าหอยเชลล์สดใหม่ ตัวใหญ่ คุณภาพดี ส่งตรงจากฮอกไกโดประเทศญี่ปุ่น มาปรุงเป็นเมนูพิเศษต้อนรับลมหนาว ให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 23 ธันวาคม 2562

หอยเชลล์ หรือในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า โฮตาเตะ (Hotate) เป็นอาหารทะเลชั้นดีที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะหอยเชลล์จาก ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ขนาดใหญ่เนื้อนุ่ม รสชาติอร่อย อุดมไปด้วยโปรตีนและวิตามิน B1 ที่ได้มาจากความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติของท้องทะเลบริเวณเกาะฮอกไกโด เชฟ อัลวาโร โรอ์ (Alvaro Roa) หัวหน้าพ่อครัวใหญ่ (Executive Chef) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ คัดสรรหอยเชลล์สดใหม่ตัวใหญ่ ส่งตรงจากฮอกไกโดนำมาย่างเป็นเมนูพิเศษให้ทุกท่านได้ลิ้มลอง อาทิ โฮตาเตะย่างเนย ที่ย่างให้สุกกำลังพอดี ชูรสชาติหวานอันเป็นเอกลักษณ์ของหอยเชลล์จากฮอกไกโด หรือจะราดซอสสูตรพิเศษ เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม จัดจ้านมากยิ่งขึ้น

เมนูหอยเชลล์ฮอกไกโดพร้อมให้บริการทุกวันที่ห้องอาหาร อัพ แอนด์ อะบัฟ
ตั้งแต่เวลา 12:30 น. – 22:30 น. ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม- 23 ธันวาคม 2562

เอ็ด สไครน์•ลุค อีแวนส์•แพทริก วิลสัน•นิก โจนัส นำทัพ 13 ใบปิดคาแรกเตอร์โคตรเท่ ของเหล่าขุนพลสมรภูมิมิดเวย์ “MIDWAY”

7 พฤศจิกายนนี้! เตรียมตัวพบกับอีกหนึ่งโปรแกรมยักษ์ปลายปี 2019 สำหรับภาพยนตร์แอคชั่น-สงคราม “MIDWAY” โดยฝีมือผู้กำกับ โรแลนด์ เอมเมอริช ที่เคยฝากผลงานมาแล้วใน Independence Day ซึ่งครั้งนี้เขากลับมาผงาดครั้งใหญ่ ปล่อยความมันส์ยกแรกออกมาด้วยการนำทัพยกพล 13 ใบปิด 13 คาแรกเตอร์โคตรเท่ของเหล่าขุนพลสมรภูมิมิดเวย์ “MIDWAY” ถ่ายทอดยุทธการเหนือชั้นนาทีต่อนาที ที่พลิกเกมสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปตลอดกาล

“ลุค อีแวนส์” รับบท นาวาตรีเวด แม็คคลัสกี้

“เอ็ด สไครน์” รับบท นาวาตรีดิก เบสต์

“แพทริก วิลสัน” รับบท นาวาตรีเอ็ดวิน เลย์ตัน

“วู้ดดี้ ฮาร์เรลสัน” รับบท พลเรือเอกเชสเตอร์ เนมิตซ์

“ดาร์เรน คริส” รับบท นาวาตรียูจีน ลินด์ซีย์

“คีแอน จอห์นสัน” รับบท พลสื่อสารเจมส์ เมอร์เร่

“เดนนิส เควด” รับบท พลเรือโทบูล ฮาลซีย์

“นิค โจนาส” รับบท บรูโน่ พี ไกโด

“แอรอน เอ็คฮาร์ต” รับบท พันโทจิมมี่ ดูลิตเติ้ล

“ลุค ไคล์นแทงค์” รับบท เรือโทแคลเรนซ์ เอิร์ล ดิกคินสัน

“แมนดี้ มัวร์” รับบท แอน เบสต์

“เอทซีชิ โทโยกาว่า” รับบท พลเรือเอก ยามาโมโตะ

“ทาดาโนบุ อาซาโน่” รับบท พลเรือตรีทามอน ยามากูจิ

“MIDWAY” บอกเล่าเรื่องราวของ ยุทธนาวีมิดเวย์ ซึ่งว่ากันว่าเป็น ยุทธการที่สำคัญที่สุดในแนวรบด้านมหาสมุทรแปซิฟิก ของช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยการปะทะกันของกองทัพสหรัฐอเมริกาและกองทัพญี่ปุ่น เมื่อทางญี่ปุ่นมีแผนบุกเข้าโจมตีกองเรือ และเครื่องบินทั้งหมดของสหรัฐฯ ทางกองทัพสหรัฐฯ จึงต้องหาแนวทางป้องกัน และจู่โจมกลับเพื่อพลิกสถานการณ์ให้ได้

จากวีรกรรมจริงอันน่าเหลือเชื่อ หนึ่งการปะทะเปลี่ยนเกมสงครามโลกไปตลอดกาล “MIDWAY” มีกำหนดเข้าฉาย 7 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

การจัดกิจกรรมเทศกาล เวิลด์ กูร์เมต์ เฟสติวัล ครั้งที่ 20 ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ เพื่อสบทบทุนเพื่อการกุศล

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ โปรดเกล้าให้หม่อมราชวงศ์สมลาภ กิติยากร เป็นผู้แทนพระองค์ไปเปิดงานเทศกาลอาหารและไวน์ระดับโลก (เวิลด์ กูร์เมต์ เฟสติวัล) ประจำปี ครั้งที่ 20 ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2562

จากการจัดงานครั้งนี้ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ ได้รวบรวมรายได้จากการขายบัตรรับประทานอาหารมื้อค่ำตลอดเทศกาลทุกที่นั่ง (บริจาค 600 บาทต่อบัตร) และรายได้ทั้งหมดจากการประมูลของรางวัล อาทิ บัตรที่พักสุดหรูจากโรงแรม และรีสอร์ทหลายแห่งจากทั่วโลกในเครืออนันตรา และไมเนอร์ โฮเทลส์ รวมถึงตั๋วเครื่องบินจากสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลนส์ โดยจะนำไปร่วมบริจาคสมทบทุน กองทุนพระเจ้าวรวงศ์เธอฯ กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เพื่อช่วยลดการติดเอดส์ สภากาชาดไทย ต่อไป

โดยงานเทศกาลประจำปีนี้เกิดขึ้นและประสบความสำเร็จไปด้วยดี ด้วยการตอบรับจากเชฟระดับมิชลินสตาร์ทั้ง 16 ท่าน บินตรงมาจาก 9 ประเทศทั่วโลก เพื่อมาปรุงอาหารจานเด่นเคียงคู่กับไวน์รสเลิศกันอย่างสุดฝีมือ รวมถึงกิจกรรมมาสเตอร์คลาสเพื่อโชว์เทคนิคการทำอาหาร ตลอดเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็ม เชฟที่มาร่วมงานทั้งหมด คือ

เชฟโวล์ฟกัง เบคเกอร์ (Wolfgang Becker) จากห้องอาหาร Becker’s เยอรมนี ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 2 ดาว

เชฟไค โฮ (Kai Ho) จากห้องอาหาร Taïrroir ไต้หวัน ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 2 ดาว

เชฟอลัน จีแอม (Alan Geaam) จากห้องอาหาร Alan Geaam ฝรั่งเศส ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

เชฟชิโฮ คันซากิ และ เชฟมาร์เซโล ดิ กิอาโคโม (Chiho Kanzaki and Marcelo di Giacomo) จากห้องอาหาร Virtus ฝรั่งเศส ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

เชฟฮิเดกิ อี (Hideki Ii) จากห้องอาหาร Shirosaka ญี่ปุ่น ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

• เชฟแองเจล ซาปาตา มาร์ติน (Angel Zapata Martin) จากห้องอาหาร Barrafina สหราชอาณาจักร ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

เชฟฮาจิเมะ โอโตวะ และ เชฟโซ โอโตวะ (Hajime Otowa and So Otowa) จากห้องอาหาร Ciel et Sol ญี่ปุ่น ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

เชฟรุย ซิลเวสเตร (Rui Silvestre) จากห้องอาหาร Vistas in Vila Nova de Cacela โปรตุเกส ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

เชฟแอนเดรีย สปาโกนี (Andrea Spagoni) จากห้องอาหาร BeefBar ฮ่องกง ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

เชฟโยจิ โตกุโยชิ (Yoji Tokuyoshi) จากห้องอาหาร Tokuyoshi อิตาลี ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

เชฟริชชี่ ลิน (Richie Lin) จากห้องอาหาร Mume ไต้หวัน ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

เชฟเออร์เว่ เดอวิลล์ (Hervé Deville) จากห้องอาหาร Momo สหราชอาณาจักร

เชฟโรเจอร์ แวน แดม (Roger van Damme) จาก Het Gebaar เบลเยียม ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

เชฟเอียน พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย จากห้องอาหาร อิษยา สยามมิสคลับ ประเทศไทย

9 คอนเทนต์ไทยๆ จาก GDH บน Netflix ที่จะพาคุณไป ฮา หลอน พร้อมหวนนึกถึงวันเก่าๆ

เดือนกันยายนนี้ ร่วมเพลิดเพลินไปกับคอนเทนต์แบบไทย ๆ บนแพลตฟอร์มบันเทิงชั้นนำระดับโลกอย่าง Netflix ที่รวบรวมคอนเทนต์จากค่ายหนังยักษ์ใหญ่ GDH มาไว้มากมายหลากหลายสไตล์เพื่อเอาใจคอหนังชาวไทย มาร่วมขำตัวสั่นความฮาสุดขั้ว ขนลุกกับความหลอนสุดขีด และอิ่มเอมกับความทรงจำครั้งเก่าที่จะถูกปลุกให้ตื่นกับ 9 คอนเทนต์บน Netflix จะมีเรื่องไหนกันบ้างนั้น..ตามไปดูกันเลย!

เริ่มกันที่ กวน มึน โฮ (Hello Stranger) ภาพยนตร์แนวโรแมนติก-คอมเมดี้ เรื่องราวความรักเกี่ยวกับคนแปลกหน้าสองคนที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับกันและกัน พวกเขาเดินทางและแชร์ประสบการณ์ร่วมกันในประเทศเกาหลี อากาศหนาว ๆ กับความรู้สึกเปล่าเปลี่ยวในต่างแดนจะนำพาความสัมพันธ์ครั้งนี้ไปในทิศทางไหน ความสัมพันธ์แบบงง ๆ ที่ก่อตัวขึ้นบนความไม่รู้จักครั้งนี้จะไปสิ้นสุดลงที่ใด ต้องติดตาม

ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ (Diary of Tootsies) ซีรีส์คอมเมดี้ที่สร้างขึ้นมาจากเรื่องราวสุดฮาในเพจเฟซบุ๊ก “บันทึกของตุ๊ด” แต่ละตอนเหล่าก๊วนเพื่อนสุดฮาจะพาคุณไปเจอกับเหตุการณ์สุดขำอย่างที่คุณคาดไม่ถึง ซีรีส์เรื่องนี้จะทำให้คุณได้รู้สึกเหมือนกับมีเพื่อนสุดฮาที่พร้อมจะพาคุณไปเจอกับเรื่องราวขำ ๆ ทีเราล้วนสามารถพบเจอได้ในทุก ๆ วัน

ปิดท้ายความฮาด้วย น้ำตากามเทพ (Stupid Cupid) ซีรีส์แนวเมโลดราม่าเสียดสีสังคมและยังเสียดสีขนบของละครไทยได้อย่างเจ็บแสบ หลาย ๆ คนคงเคยนึกขำกับความไม่สมจริงของละครไทยหลาย ๆ เรื่องซึ่งน้ำตากามเทพได้หยิบประเด็นนี้มาขยี้ได้อย่างสนุกสนาน อีกทั้งได้นักแสดงหนุ่มสุดกวนอย่าง ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ที่จะมาส่งต่อความฮาที่รับรองว่าไม่ซ้ำกับละครเรื่องไหนอย่างแน่นอน

ต่อกันที่ความหลอนกับภาพยนตร์แนวสยองขวัญชื่อดังของไทย 4 แพร่ง (4 Bia) ที่ประกอบไปด้วยสี่เรื่องราวจากสี่ผู้กำกับกับที่มาพร้อมกับสี่แนวทางเขย่าขวัญ จะทำอย่างไรเมื่อความกลัวมีหลายรูปแบบ กลัวเมื่อได้รับข้อความจากคนตาย กลัวเมื่อต้องโดนคนตายเอาคืน กลัวเมื่อต้องนอนติดกับคนตาย และกลัวเมื่อต้องร่วมเดินทางไปกับศพ รับรองว่า 4 แพร่งจะทำให้คุณขนลุกและนั่งไม่ติดเก้าอี้ไปกับทั้ง 4 เรื่องราว

หากพูดถึงหนังสยองขวัญของไทย คงไม่มีใครไม่รู้จัก โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต (Coming Soon) ผ่านฝีมือการกำกับภาพยนตร์ครั้งแรกของผู้กำกับ โสภณ ศักดาพิศิษฐ์ ที่ต่อมาได้ฝากผลงานระดับตำนานไว้คู่วงการภาพยนตร์ไทยอีกมากมาย โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต คือภาพยนตร์สุดหลอนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงภาพยนตร์ ความอาฆาตแค้นของวิญญาณหญิงสาวกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความหลอนทั้งหมด ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจทำให้หลายคนกลัวการเข้าโรงหนังไปอีกพักใหญ่เลยทีเดียว

หลอนกันให้สุดกับ บอดี้ศพ 19 (Body) ภาพยนตร์สยองขวัญแนวจิตวิทยา นี่คือหนังไทยไม่กี่เรื่องที่ใช้ปมทางจิตวิทยามาเป็นตัวดำเนินเรื่อง โดยหนังหยิบเอาคดีฆาตกรรมสะเทือนวงการแพทย์มาเป็นโครงหลักในการเล่าเรื่อง ผู้ชมจะได้ดำดิ่งสู่โลกอันซับซ้อนชวนสยองขวัญของฆาตกรโรคจิต ซึ่งในอีกมุมหนึ่งหนังก็สะท้อนความรู้สึกอันดำมืดของผู้ที่ป่วยด้วยโรคจิตเภทได้อย่างลึกซึ้ง

หากพูดถึงค่ายหนัง GDH คงไม่มีใครไม่นึกถึงหนังอมตะอย่าง แฟนฉัน (My Girl) ที่ประสบความสำเร็จทั้งด้านกระแสตอบรับและรายได้เป็นอย่างสูง นี่คือภาพยนตร์ไทยแนวโรแมนติก-คอมเมดี้ ที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความรักวัยเด็กในอดีตแห่งความทรงจำได้อย่างงดงาม ทุกคนคงมีภาพความทรงจำในวัยเด็กกันทั้งนั้น อาจเหมือนกันในรูปแบบแต่ล้วนต่างกันในรายละเอียด ภาพแห่งอดีตเหล่านั้นล้วนไม่เคยจากไปไหน มันแค่ซุกอยู่ที่ซอกหนึ่งในลิ้นชักแห่งความทรงจำ เพื่อรอวันเวลาที่จะถูกปลุกให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

“คุณเคยแอบรักเพื่อนสนิทไหม?” คำถามสุดแสนจะเรียบง่ายที่หลายคนอาจบ่ายเบี่ยงที่จะตอบ เพราะหลาย ๆ ครั้งราคาที่มากับความรักก็อาจจะเป็นมิตรภาพที่ต้องสูญเสียไป เพื่อนสนิท (Dear Dakanda) สะท้อนความสัมพันธ์และความรู้สึกบนความขัดแย้งระหว่างการเป็นเพื่อนและคนรักได้อย่างเรียบง่ายและงดงาม เรื่องราวของสองนักศึกษาเพื่อนสนิท ที่ตกหลุมรักกันและกันโดยไม่รู้ตัว ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความเป็นเพื่อน เติบโตและสุกงอมผ่านกาลเวลา แต่การเปิดเผยความรู้สึกต่อกันละกันอาจไม่ใช่คำตอบของความสัมพันธ์ครั้งนี้

หนังที่ถูกนำมาวนฉายหลายต่อหลายครั้งบนจอโทรทัศน์ และก็ยังคงเรียกรอบยิ้มและเสียงหัวเราะจากผู้ชมได้อย่างสม่ำเสมอคงหนีไม่พ้นหนังสุดคลาสสิคอย่าง รถไฟฟ้ามาหานะเธอ (Bangkok Traffic Love Story) หนังโรแมนติกคอมเมดี้ที่เล่าเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวชาวกรุงเทพฯ การใช้ฉากหลังเป็นรถไฟฟ้าที่เปรียบเสมือนเส้นทางการสัญจรหลักของคนส่วนใหญ่ในเมืองหลวงทำให้ผู้ชมอินกับหนังเรื่องนี้ได้ไม่ยาก อีกทั้งหนังเรื่องนี้ยังถือเป็นคู่มือชั้นยอดของเหล่าสาวโสดที่จะคอยย้ำเตือนว่าการจีบผู้ชายก่อนไม่ใช่เรื่องเสียหาย

Steve Aoki x Backstreet Boys เพลงใหม่ล่าสุดของบอยแบนด์ ‘90s กับดีเจ EDM แห่งยุค

เซอร์ไพรส์แฟน ๆ ทั้งฝั่งวงการดนตรี EDM และเพลงป็อป เมื่อได้เห็นการโคจรมาเจอกันของ Steve Aoki ดีเจชื่อดังแห่งทศวรรษ และ Backstreet Boys บอยแบนด์ยุค ‘90s-2000s ในตำนาน ร่วมงานกันในเพลงใหม่ล่าสุด “Let It Be Me” เพลงป็อปสไตล์ EDM ที่ในมิวสิควิดีโอเล่าเรื่องราวอุปสรรคในชีวิตของคนจริงหลากเพศหลายวัย แต่สุดท้ายความรักก็ชนะทุกสิ่ง ส่งพลังด้านบวกให้กับแฟน ๆ คลอเคล้าไปกับจังหวะสนุก ๆ ที่ทำให้เราโยกตามกันได้อย่างง่ายดาย

Backstreet Boys เตรียมมาทัวร์คอนเสิร์ตในบ้านเราวันที่ 24 ต.ค. 62 นี้ ใน Backstreet Boys DNA World Tour Live in Bangkok ที่ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5-6 นอกจากเพลงในอัลบั้มใหม่ DNA แล้ว เราต้องมาลุ้นกันว่าจะได้ยินเพลงนี้ในทัวร์ครั้งนี้หรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ ซ้อมเต้น “Everybody” รอได้เลย เพราะ Backstreet’s back, alright ?

Cr. Backstreet Boys Official

เทศกาลภาพยนตร์นอร์ดิก 2019 ตอกย้ำอนาคตสดใสอุตสาหกรรมภาพยนตร์และเอกลักษณ์วัฒนธรรม

เทศกาลภาพยนตร์นอร์ดิก 2019 จัดฉายอย่างเป็นทางการในกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 27-29 กันยายน 2562 ณ ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต ชั้น 4 ศูนย์การค้าดิเอ็มควอเทียร์ เพื่อประกาศความสำเร็จของภาพยนตร์กลุ่มประเทศนอร์ดิก เฉลิมฉลองวัฒนธรรมและสร้างความตระหนักรู้ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยจัดฉายภาพยนตร์คุณภาพคัดสรรหลากหลายประเภทจำนวน 8 เรื่องจากกลุ่มประเทศนอร์ดิกที่ถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวยุโรปเหนือให้กับคนรักหนังชาวไทยโดยเฉพาะ ภาพยนตร์ทุกเรื่องเปิดฉายให้เข้าชมฟรีและมีบทบรรยายภาษาอังกฤษ ผู้สนใจสามารถจองที่นั่งได้ที่ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต ชั้น 4 ศูนย์การค้าดิเอ็มควอเทียร์ก่อนภาพยนตร์เริ่มฉายครึ่งชั่วโมง สงวนสิทธิ์สำหรับผู้มาจองก่อน

เทศกาลภาพยนตร์นอร์ดิก2019 จัดขึ้นโดยความร่วมมือของสถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก ฟินแลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดน โดยมุ่งหวังที่จะเพิ่มความสนใจภาพยนตร์นอร์ดิก ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีความสร้างสรรค์และนวัตกรรมในวงการภาพยนตร์ ทั้งยังเป็นการตอบสนองความต้องการภาพยนตร์คุณภาพในตลาดภาพยนตร์ของเมืองไทย

ภาพยนตร์คัดสรรสำหรับเทศกาลปีนี้ได้แก่ Becoming Astrid ภาพยนตร์ชีวประวัติชีวิตวัยรุ่นของ Astrid Lindgren นักเขียนสวีเดนชื่อก้อง “Monky” มีเนื้อหาบางส่วนเกิดขึ้นในประเทศไทย เล่าเรื่องของแฟรงค์และมิตรภาพที่ซ่อนเร้นของเขากับชะนีลึกลับ ภาพยนตร์นอร์เวย์สองเรื่อง “What will people say” และ “The Liverpool Goalie” อาจดูแตกต่างแต่ต่างพูดถึงคุณค่าของความรักและเหตุการณ์ที่จะพลิกผันชีวิต ฟินแลนด์ในปีนี้นำเสนอภาพยนตร์เรื่อง “My Stuff” เรื่องราวเกี่ยวกับการให้คุณค่าของวัตถุในยุคดิจิตัลกับสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจ และ “One Last Deal” เรื่องราวเกี่ยวกับสายสัมพันธ์ของครอบครัวและความยากลำบากในการแก้ไขทุกอย่างให้ถูกต้องแม้ว่าจะมีโอกาสครั้งสุดท้ายก็ตาม “Darling” จากเดนมาร์กเป็นเรื่องเกี่ยวกับนักบัลเล่ต์ชื่อเสียงก้องโลกที่ต้องพบกับความล้มเหลวกลางคันขณะรุ่งโรจน์ “I am William”เล่าเรื่องวิลเลียมที่อาศัยอยู่กับลุงนิลส์ สร้างจากหนังสือของ Kim Fupz Aakeson

เวลาฉาย

  • ศุกร์ 27 กันยายน 2562
    – เวลา 18:00 My Stuff ความยาว 83 นาที
    ประเภท สารคดี, ตลก จากประเทศ ฟินแลนด์
    – เวลา 20:00 Darling ความยาว 102 นาที
    ประเภท ดราม่า จากประเทศ เดนมาร์ก
  • เสาร์ 28 กันยายน 2562
    – เวลา 15:00 I am William ความยาว 86 นาที
    ประเภท ดราม่า จากประเทศ เดนมาร์ก
    – เวลา 17:00 Monky ความยาว 90 นาที
    ประเภท ดราม่า จากประเทศ สวีเดน
    – เวลา 19.30 What will people say ความยาว 106 นาที
    ประเภท ดราม่า จากประเทศ นอร์เวย์
  • อาทิตย์ 29 กันยายน 2562
    – เวลา 5:00 The Liverpool Goalie ความยาว 90 นาที
    ประเภท ตลก จากประเทศ นอร์เวย์
    – เวลา 17:00 One Last Deal ความยาว 95 นาที
    ประเภท ดราม่า จากประเทศ ฟินแลนด์
    – เวลา 19:30 Becoming Astrid ความยาว 100 นาที
    ประเภท ดราม่า ชีวประวัติ จากประเทศ สวีเดน