Decibel – ลั่นระเบิดเมือง พร้อมจัดหนักทุกโปรดักชั่นแล้ว

เป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าจับตามอง ด้วยความยิ่งใหญ่ตั้งแต่เปิดรายชื่อนักแสดงก็สร้างกระแสบอกต่อ ปักธงรอของแฟนหนังแอ็กชันทั่วทั้งเอเชีย และยังทุบบ็อกซ์ออฟฟิศเกาหลี ทำรายได้อันดับ 1 ตั้งแต่วันแรกที่เข้าฉาย กวาดเสียงวิจารณ์จากผู้ชมมาอย่างล้นหลาม เพราะนอกจากจะเป็นการเจอกันครั้งประวัติศาสตร์ของวงการภาพยนตร์เกาหลี อย่าง คิมแรวอน – อีจงซอกและ ชาอึนอู แล้ว “Decibel” หรือชื่อไทย “ลั่นระเบิดเมือง” ยังเป็นภาพยนตร์แอ็กชัน-ทริลเลอร์ที่มีความสดใหม่ ด้วยการสร้างสถานการณ์วินาศกรรมทางเสียงได้สมจริง ถ่ายทอดเรื่องราวสุดระทึก ทุ่มทุนสร้างมหาศาล สมกับเป็นสุดยอดโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ส่งท้ายปี และพิเศษที่สุดสำหรับแฟนชาวไทย วันนี้สองนักแสดงนำจากภาพยนตร์ อีจงซอก และ คิมแรวอน รวมถึง ฮวางอินโฮ ผู้กำกับภาพยนตร์ จะขอเปิดเบื้องหลังสุดบิ๊ก และการทำงานที่ทุ่มเทสุดเดซิเบล เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อยแฟนชาวไทยก่อนไประเบิดอะดีนารีนพร้อมกัน

ในชีวิตประจำวัน เดซิเบลอาจหมายถึงค่าวัดเสียงที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว แต่สำหรับในภาพยนตร์เรื่องนี้หมายถึงความตายและชีวิตของผู้คนจำนวนมหาศาล เพราะนี่คือตัวแปรสำคัญที่จะทำให้ระเบิดทำงาน ภาพยนตร์จะถ่ายทอดความกดดัน ลุ้นระทึกส่งต่อไปยังผู้ชมทุกพื้นที่ในโรงภาพยนตร์ ตั้งแต่วินาทีแรกจนจบ เรามีฉากระเบิดเยอะมากที่สำคัญเราใช้ระเบิดจริงโดยไม่พึ่ง CG ทีมงานทุกคนพยายามสุดความสามารถที่จะใช้ระเบิดจริงไปพร้อมกับความปลอดภัยของทุกๆคน ฮวางอินโฮผู้กำกับกล่าว

อีกหนึ่งไฮไลท์พลาดไม่ได้ของภาพยนตร์ Decibel มาจากเลือกใช้โลเคชั่นขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการปิดสวนน้ำถ่ายฉากระเบิด ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีข้อจำกัดของการใช้เสียง โดยคิมแรวอนเปิดเผยว่า การถ่ายทำฉากนี้ยากที่สุดสำหรับเขา มันยากแต่น่าจดจำมากผมต้องดำน้ำลงไปเพื่อหาระเบิดท่ามกลางสระน้ำที่มีคลื่นเทียม  หรือการเหมาสนามกีฬา Busan Asiad Main Stadium เพื่อถ่ายทำเหตุการณ์วางระเบิดระหว่างการแข่งขันแมตช์ชิงแชมป์ระดับประเทศ รวมถึงการสร้างเรือดำน้ำขนาด 4000 ตัน ซึ่งมาจากการปะติดปะต่อของทีมงาน เพราะข้อมูลเรือดำน้ำของประเทศคือความลับ ทีมงานเลยต้องหาข้อมูลมหาศาลเพื่อนำมาสร้างให้สมจริงที่สุด โดยมีกัปตันตัวจริงร่วมเป็นที่ปรึกษา ฉากนี้สมจริงมากมันสมจริงมากๆผมนึกว่ากำลังอยู่ในเรือดำน้ำจริงๆครั้งแรกที่เห็นผมเดินวนอยู่ทั่วฉากกว่า 20 นาที ชาอึนอูผู้รับบทเจ้าหน้าที่โซนาร์ในเรือดำน้ำกล่าว

นอกจากความทุ่มเทของทีมงานเพื่อให้เกิดภาพที่สมจริงที่สุดในการชมภาพยนตร์แล้ว นักแสดงได้พิสูจน์ความตั้งใจ ด้วยความทุ่มเทและทำลายทุกข้อขีดจำกัดการแสดงออกมาอย่างเต็มที่ ซึ่ง คิมแรวอน นักแสดงนำแสดงฉากแอ็กชันด้วยตัวเองเกือบทั้งเรื่อง โดยเข้าพูดถึงตัวละครนี้ว่า ตัวละครนี้ต้องต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายเพียงคนเดียวนานถึง 6 ชั่วโมงและด้วยเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังปมของตัวละครทำให้ผมอยากทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ออกมาสมจริงผมเล่นฉากแอ็กชันเองเกือบทั้งหมดฉากขับรถไล่ล่าก็ขับเองฉากดำน้ำหาระเบิดกระโดดข้ามตึกระฟ้าทั้งหมดผมเล่นเองครับ

 สำหรับอีจงซอกเรื่องนี้ถือเป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญ กับบทผู้ก่อการร้าย เขาจึงทุ่มเทและต้องโชว์ลีลาการต่อสู้ด้วยมือเปล่า แสดงฉากแอ็กชันในพื้นที่จำกัดอย่างลิฟท์ บทนี้ค่อนข้างมีกรอบของตัวละครชัดเจนผมพยายามลองหาวิธีที่แตกต่างด้วยการหาข้อมูลปรึกษาเพื่อนนักแสดงผู้กำกับเพื่อให้เข้าถึงจิตใจตัวละคนมากๆเพื่อเป็นการเปิดประตูด้านมืดออกมา

นอกจากนี้ฮวางอินโฮ ผู้กำกับภาพยนตร์ยังกล่าวถึงหนึ่งในนักแสดงอย่าง ชาอึนอูว่าทุกซีนที่ชาอึนอูแสดงเป็นซีนยากทั้งหมดแต่เขาทำได้อย่างไร้ที่ติด้วยระยะเวลาสั้นๆ ชาอึนอูคือดาวรุ่งที่มอบชีวิตให้กับทุกตัวละครของเขาไม่ว่าจะเป็นบทนำหรือบทสมทบ

ภาพยนตร์บอกเล่าเรื่องราวของวินาศกรรมเสียงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เกาหลี เมื่อเมืองทั้งเมืองกลายเป็นระเบิดเวลา กลุ่มผู้ก่อการร้ายวางแผนจ้องยึดเมือง ด้วยระเบิดสั่งการด้วยเสียงชนิดพิเศษที่ถูกซ่อนไว้ตามจุดสำคัญต่างๆ ทันทีที่ความดังสูงถึง 100 เดซิเบล ระเบิดจะทำงานทันที โดยมีชีวิตของคนทั้งเมืองเป็นเดิมพัน

นับถอยหลังสู่ปรากฏการณ์หยุดเดซิเบล ด้วยสุดยอดโปรเจ็กต์แอ็กชัน-ทริลเลอร์ลุ้นระทึกแห่งปี “Decibel – ลั่นระเบิดเมือง” 1 ธันวาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

นิทรรศการ GUCCI GARDEN ARCHETYPES เปิดแล้วที่ประเทศออสเตรเลีย

Gucci Garden Archetypes นิทรรศการมัลติมีเดียที่ผสานโลกเสมือนจริง ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี เดินทางมาถึงที่ Powerhouse Ultimo ณ เมืองซิดนีย์ ออสเตรเลียแล้ว นิทรรศการครั้งนี้จะนำแคมเปญโฆษณาที่ประสบความสำเร็จ และมีแนวคิดอันแปลกใหม่ที่สุดของ Gucci จากวิสัยทัศน์ของ Alessandro Michele มาถ่ายทอดใหม่ โดยนิทรรศการที่กำลังจัดขึ้นที่ซิดนีย์นี้ถือว่าเป็นลำดับที่ 7 หลังจากที่จัดมาแล้วในเซี่ยงไฮ้ ไทเป ฮ่องกง โตเกียว และโซล

จากความหมายของคำว่า Archetype ที่กล่าวถึงรูปลักษณ์ดั้งเดิม มีเพียงหนึ่งเดียวและจะไม่ถูกสร้างอีกครั้ง เป็นต้นแบบของสำเนาที่ตามมาทั้งหมด แคมเปญโฆษณาทุกแคมเปญของ Gucci ล้วนกล่าวถึงห้วงเวลาอันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณของแต่ละคอลเล็คชั่น สะท้อนถึงความเป็นหนึ่งเดียว และถ่ายทอดปรัชญาแห่งความกล้าหาญและเสรีของ Alessandro Michele ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Gucci นั่นเอง

Gucci Garden Archetypes จะเจาะลึกลงไปสู่แรงบันดาลใจอันหลากหลาย ทั้งจากโลกแห่งเสียงดนตรี ศิลปะ การเดินทาง และป๊อปคัลเจอร์ ที่สะท้อนออกมาผ่านแคมเปญโฆษณาของ Gucci

“ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องน่าสนใจที่จะเปิดให้ผู้คนเข้ามาสัมผัสกับการผจญภัยอันยาวนานเกือบแปดปีนี้ และเชิญทุกคนให้ก้าวเข้ามาสู่จินตนาการ เรื่องเล่า สิ่งเหนือความคาดหมาย และความหรูหรา ดังนั้น ผมจึงได้สร้างสนามเด็กเล่นทางอารมณ์อันหลากหลาย ที่จะสะท้อนความรู้สึกที่อยู่ในแคมเปญเหล่านั้น เพราะนั่นจะเป็นการเดินทางที่ชัดเจนที่สุดไปสู่โลกแห่งจินตนาการของผม” Alessandro Michele กล่าวในฐานะภัณฑารักษ์ของนิทรรศการนี้


เทคโนโลยีสุดล้ำยุค งานฝีมืออันแสนวิจิตร และงานออกแบบภายในที่แปลกใหม่ ร้อยเรียงร่วมกันจนถือกำเนิดเป็นเรื่องราวที่แตกต่างภายในโลกที่ชวนดื่มด่ำ ซึ่งทั้งหมดออกแบบโดยสตูดิโอ Archivio Personale จากการแปลงวิสัยทัศน์ของ Alessandro Michele ให้กลายเป็นพื้นที่บอกเล่าเรื่องราวซึ่งทั้งสะท้อนและส่งเสริมวิสัยทัศน์สร้างสรรค์ของเขาในเวลาเดียวกัน  เมื่อก้าวเข้าสู่นิทรรศการ ผู้เยี่ยมชมจะได้รับประสบการณ์ที่เสมือนการชมงานเบื้องหลังผ่านทางห้องปฏิบัติการ ที่จะถ่ายทอดบรรยากาศสดภายในห้องจัดแสดงผ่านจอแสดงผลแบบแยก  ภายในนิทรรศการ พื้นที่ที่ถูกแบ่งเป็นธีมต่างๆ มากมายจะปลุกโลกที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนของแคมเปญโฆษณาของ Gucci ให้ดูมีชีวิตขึ้นมาในทันใด

“ทาง Powerhouse รู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เป็นสถานที่จัดนิทรรศการ Gucci Garden Archetypes ในซิดนีย์ ออสเตรเลีย  Alessandro Michele ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ผู้เลิศล้ำของ Gucci ได้นำเอาแง่มุมของแฟชั่นที่เกี่ยวข้องกับงานศิลปะ ดนตรีและสร้างสรรค์นิทรรศการที่จะนำผู้ชมไปสู่การเดินทางที่หลอมรวมโลกแห่งความจริงและโลกเสมือนเข้าด้วยกัน เป็นดั่งการเดินทางที่ท่องไปท่ามกลางแรงบันดาลใจเบื้องหลังแคมเปญโฆษณามากมาย ซึ่งกลายเป็นไอคอนของแบรนด์แฟชั่นเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงก้องโลก” Lisa Havilah ผู้บริหารสูงสุดของ Powerhouse กล่าวถึงงานนิทรรศการครั้งนี้

นอกจากนี้ ผู้ชมนิทรรศการยังจะได้เข้าชมสวนสวรรค์แห่งดอกไม้หอมอย่าง Gucci Bloom สวนลับในจินตนาการที่กลายมาเป็นสถานที่แห่งเสรีภาพสำหรับเซเลบริตี้ทั้งสาม ได้แก่ นักแสดงสาว Dakota Johnson  ศิลปินและช่างภาพ Petra Collins และนักแสดง/นางแบบ Hari Nef  ด้วยบุคลิกที่มีเสน่ห์และโดดเด่นไม่ซ้ำแบบใคร ทั้งสามจะทำหน้าที่เป็นบุกเบิกวิสัยทัศน์ใหม่ของ Alessandro Michele ในการตีความหมายของสตรีในโลกยุคปัจจุบัน 

ภาพวาดกราฟิตีบนฝาผนังนั้นนำมาจากแคมเปญก่อนฤดูใบไม้ร่วงปี 2018 ที่อุทิศให้กับเยาวชนของปารีสในเหตุการณ์ ‘May 68’ ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 50 ปีของเหตุการณ์ดังกล่าว

อีกหนึ่งแคมเปญที่ถูกนำมารังสรรค์ขึ้นใหม่ในนิทรรศการครั้งนี้คือ The Beloved Show ซึ่งเล่าฉากของดาราระดับเอลิสต์ของฮอลลีวูดหยอกล้อกับพิธีกรรายการทอลค์โชว์ช่วงดึก โดยมีฉากหลังเป็นทิวทัศน์ของเมืองซิดนีย์ พร้อมอวดกระเป๋าถือจากคอลเล็คชั่น Beloved ทั้งสี่รุ่น ได้แก่ Dionysus, Horsebit 1955  และ Jackie 1961 สุดคลาสสิคทั้งสี่รุ่นของ Gucci ซึ่งล้วนแต่เป็นกระเป๋าที่มีเรื่องราวของตนเองทั้งสิ้น

แคมเปญของคอลเล็คชั่นอันน่าหลงใหลจาก Fall Winter 2018 จะครองพื้นที่จากพื้นจรดเพดานขณะที่ผู้มาชมนิทรรศการไม่อาจละสายตาจากชั้นที่เต็มไปด้วยนาฬิกานกกาเหว่า (Cuckoo Clock) นับร้อยๆเรือน  เครื่องถ้วยเซรามิคและกระเป๋ารุ่น Marmont  นอกจากนี้ ผู้ชมยังจะได้พบตัวเองอยู่ในฉากของห้องน้ำในไนต์คลับยุค 80 จากแคมเปญ Spring Summer 2016 อีกด้วย

ในงานนี้ผู้เข้าชมนิทรรศการจะได้เดินผ่านเขาวงกตกระจกเข้าสู่คฤหาสน์หรูที่เป็นหัวใจของแคมเปญ Cruise 2016 และจะได้นั่งรถไฟใต้ดินของลอสแอนเจลิสอย่างที่ปรากฏในแคมเปญ Fall Winter 2015 ซึ่งเป็นผลงานแคมเปญแรกของอเลสซานโดร มิเคเลอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีการจัดทำแคตตาล็อกของนิทรรศการ Gucci Garden Archetypes ซึ่งจะสานต่อการเดินทางของนิทรรศการนี้ เข้าสู่โลกแห่งจินตนาการของ Alessandro Michele เปรียบเหมือนคลังแสงแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่เต็มไปด้วยภาพและความประหลาดใจมากมาย ผ่านถ้อยคำพรรณนาอันไม่ซ้ำแบบใครของบุคคลที่โดดเด่นในแวดวงศิลปวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นนักวิจารณ์ศิลปะ Achille Bonito Oliva, นักปรัชญา Emanuele Coccia, ศิลปินและนักวิจัย Anna Franceschini, ภัณฑารักษ์ Antwaun Sargent และที่ปรึกษาด้านความยั่งยืนและวัฒนธรรมอย่าง Shaway Yeh

นิทรรศการ Gucci Garden Archetypes เปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่ 17 พฤศจิกายน 2022 จนถึง 15 มกราคม 2023 ณ Powerhouse Ultimo กรุงซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย  จองตั๋วเข้าชมได้ที่ www.gucci.com

พูดคุยกับกู่เทียนเล่อ ในฐานะนักแสดงนำ และผู้อำนวยการสร้าง Warriors of Future

คุณมีความคาดหวังอย่างไรต่อเรื่อง Warriors of Future ในฐานะภาพยนตร์ Sci-Fi ของเอเชีย

เนื่องจากในเอเชียไม่ค่อยมีภาพยนตร์แนว Sci-Fi เราจึงอยากลองทำภาพยนตร์ Sci-Fi ฟอร์มยักษ์ดูสักเรื่อง เพื่อที่จะบอกให้ผู้ชมรู้ว่าพวกเราคนเอเชียก็มีความสามารถที่จะถ่ายทำภาพยนตร์แนวนี้ และผมก็หวังว่าในอนาคตจะได้ทำภาพยนตร์แนวนี้มากขึ้น และอยากให้ภาพยนตร์มีความหลากหลายขึ้นครับ

มีฉากไหนหรือโมเมนต์ไหนในการถ่ายทำที่คุณประทับใจและอยากเล่าให้ฟังบ้าง

สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือผมต้องใส่ชุดเกราะที่มีน้ำหนัก 33 ปอนด์ เราต้องใส่ชุดนั้นทั้งวิ่ง กระโดด หรือแม้แต่บินด้วยครับ และตอนที่ถ่ายทำเป็นหน้าร้อน ใส่แล้วจะร้อนมาก และอาจได้รับบาดเจ็บง่าย บางฉากต้องบิน ซึ่งทำให้หายใจยากด้วย ถึงแม้ว่าจะเหน็ดเหนื่อย แต่ก็เป็นเรื่องที่ผมประทับใจไม่ลืมเลยครับ

คุณมองว่าทำไมภาพยนตร์หรือซีรีส์ประเภท Sci-Fi ในเอเชียจึงมีค่อนข้างน้อย

ผมคิดว่าการถ่ายทำภาพยนตร์ Sci-Fi ต้องใช้เวลานาน ลงทุนค่อนข้างเยอะ และบุคลากรด้านการทำเทคนิคคอมพิวเตอร์สำหรับภาพยนตร์แนวนี้ยังค่อนข้างน้อย อีกทั้งผู้สร้างภาพยนตร์ Sci-Fi ในฮ่องกงก็มีไม่มาก ดังนั้นเราเลยยังไม่ค่อยเห็นใครลองทำภาพยนตร์แนวนี้ในเอเชียครับ

คุณยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่ทุกครั้งที่ภาพยนตร์ของคุณจะออกฉายไหม หรือค่อนข้างเฉยๆ แล้วเพราะว่าอยู่ในแวดวงนี้มานาน

ผมตื่นเต้นมากครับ

มีอะไรอยากฝากถึงแฟนๆ ชาวไทยไหม

ต้องมาดูเลยครับ ถ้าดูรอบเดียวไม่พอ ขอให้ดูสัก 10 รอบเลยครับ (หัวเราะ)

Warriors of Future สตรีมมิ่งแล้วทาง Netflix

Saint Laurent Rive Droite SEX by Madonna Exhibition Art Basel Miami Beach 2022

เตรียมพบกับการปรากฏตัวของ Saint Laurent ที่ Art Basel Miami Beach ด้วยนิทรรศการที่ได้รับการวางแผนและรังสรรค์โดย Madonna และ Anthony Vaccarello เพื่อเฉลิมฉลองการกลับมาอีกครั้งของหนังสือจาก Rive Droite ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของมาดอนน่า ‘Sex’ ตีพิมพ์โดย Callaway

Saint Laurent Rive Droite จะนำเสนอภาพขนาดใหญ่ที่มาจากหนังสือในงานแสดงศิลปะร่วมสมัยครั้งนี้ด้วย ภาพถ่ายที่ครั้งหนึ่งทุกคนเคยตกตะลึงและยังคงอยู่ในความทรงจำอย่างตลอดกาลจะถูกจัดแสดงใน pop-up ทรงกล่องบริเวณชายหาดที่สร้างขึ้นชั่วคราวเพื่อโอกาสนี้โดยเฉพาะ

ตั้งแต่การเปิดตัวขึ้นในปี 1992 หนังสืออันยั่วยวนของมาดอนน่าก็กลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันทั่วโลก เนื่องจากเนื้อหาที่เร้าอารมณ์และมุมมองที่เสรีเกี่ยวกับการแสดงออกทางเพศ ถ่ายทอดผ่านจินตนาการของหนึ่งในนักดนตรีที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดตลอดกาลหนังสือเล่มนี้มีภาพที่ตราตรึงจากมุมมองของ Steven Meisel รวมถึงข้อความที่เขียนโดย Madonna เป็นที่จดจำไปจนถึง 30 ปีต่อมา เซ็กส์ยังคงเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่สำคัญของวัฒนธรรมและสไตล์ โดยกลายเป็นแนวทางให้กับศิลปินจำนวนนับไม่ถ้วน

เพื่อเป็นการฉลองครบรอบพิเศษของหนังสือ Madonna และ Anthony Vaccarello ตัดสินใจร่วมกันตีพิมพ์ซ้ำโดยทำให้ Sex มีชีวิตขึ้นบนผนังของแกลเลอรี ภาพพิมพ์ขนาดใหญ่จากหนังสือเล่มนี้จะจัดแสดงในไมอามีเป็นครั้งแรก การพิมพ์ซ้ำของ Saint Laurent จัดพิมพ์โดย Callaway, New York ในจำนวนจำกัด 800 เล่มที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะสำหรับ Saint Laurent โดย Anthony Vaccarello ซึ่ง Madonna จะเซ็นบนหนังสือในจำนวนจำกัดด้วย รายได้จะนำไปใช้กับโปรเจกต์การกุศลของศิลปิน Raising Malawi ผ่านการประมูลในเดือนหน้า อีกทั้งเสื้อยืดและกระเป๋าผ้าจะวางขายในงานนิทรรศการด้วย

แกลเลอรีริมชายหาด Saint Laurent เปิดให้เข้าชมฟรีสำหรับผู้ที่มีอายุเกิน 18 ปี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 4 ธันวาคม 2022 นี้ (เวลา 10:00 น. – 19:00 น.)

“GMMTV” เปิดโผโปรเจกต์ใหม่สุดปัง!! ในงาน “GMMTV 2023 : DIVERSELY YOURS” พร้อมตอกย้ำความสำเร็จในระดับสากล

ก้าวสู่การเติบโตแบบไม่หยุดยั้งกับการมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตผลงานคุณภาพ หลากหลายความบันเทิง จนได้รับเครื่องการันตีกับกระแสความนิยมทุกกลุ่มเป้าหมายทั้งในและต่างประเทศ ล่าสุด “GMMTV” คอนเทนต์โพรไวเดอร์ชั้นนำของเมืองไทย ในเครือ “บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)” พร้อมเสิร์ฟโปรเจกต์ความสนุกครั้งใหม่กับความบันเทิงที่หลากหลายครบรส ในงานแถลงข่าวสุดยิ่งใหญ่ “GMMTV 2023 : DIVERSELY YOURS” เปิดโผซีรีส์เด็ดระดับพรีเมียมกว่า 19 เรื่อง ที่อัดแน่นด้วยคุณภาพ ความสนุกเข้มข้นครบทุกอารมณ์ และภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปี 1 เรื่อง จากทัพนักแสดงสุดปังกว่า 100 ชีวิต ซึ่งจะเกิดขึ้นภายในปี 2023 และทั้งหมดนี้คือปรากฏการณ์ความสนุกแบบจัดหนักจัดเต็มที่จะกระตุ้นให้อะดรีนาลีนของแฟนๆ พุ่งแรงเกินต้านอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังได้เสียงตอบรับแรงขั้นสุด มียอดผู้ชมผ่านทาง Facebook, YouTube : GMMTV จำนวน 136,450 View พร้อมส่งให้ #GMMTV2023 ทะยานขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์ “อันดับ 1” ในประเทศไทย และทั่วโลกเป็น “อันดับ 2” ยอดรวมทวีตกว่า 1.6 ล้าน โดยมีหัวเรือใหญ่ “คุณสถาพร พานิชรักษาพงศ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอ็มเอ็มทีวี จำกัด พร้อมด้วยทัพสื่อมวลชน พันธมิตรธุรกิจ เหล่าแฟนคลับตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ณ Union Hall ชั้น 6 ศูนย์การค้ายูเนียนมอลล์

ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาได้ตั้งแต่บรรยากาศภายในงานที่เต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ โดยเริ่มออกสตาร์ทด้วยโชว์สุดพิเศษจากผู้เข้าแข่งขัน 27 คนจากรายการ “Project Alpha” เรียลลิตี้เซอร์ไวเวอร์ที่จะสร้างไอดอลมากความสามารถให้เป็นที่รู้จักและพร้อมเดบิ้วต์สู่การขึ้นแท่นเป็นศิลปินหน้าใหม่ภายใต้สังกัด “GMMTV” จากนั้น 2 พิธีกรอารมณ์ดี “ป๋อมแป๋ม นิติ” และ “เลโอ โซสเซย์” เชิญบิ๊กบอส “คุณสถาพร พานิชรักษาพงศ์” ขึ้นเวทีพูดคุยถึงความสำเร็จในปีนี้ที่ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในและต่างประเทศ และโปรเจกต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟปี 2023 ที่พร้อมสร้างสรรค์คอนเทนต์หลากหลายรสชาติ เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ กับการกระจายสัญญาณความสนุกเสิร์ฟให้กับผู้ชมแบบจัดเต็ม ก่อนจะเปิดตัวซีรีส์เรื่องแรกกับความตื่นเต้นในซีรีส์ “Enigma คน มนตร์ เวท” ที่ได้ทีมนักแสดงนำสุดฮอต “วิน เมธวิน, พรีม ชนิกานต์, พิพลอย กัญญรัตน์, เอิร์น ปรียาภัทย์” ซึ่งเป็นการบอกเล่าเรื่องราวโรแมนติกระทึกขวัญสุดอันตรายในรั้วโรงเรียน ที่จะทำให้เด็กหญิงคนหนึ่งได้รู้ว่าโลกอันยิ่งใหญ่นี้มีบางสิ่งที่ไม่ได้เป็นแค่ “ความเชื่อ” แต่มันคือ “ความจริง” ผลงานของผู้กำกับ “โอ-ปัฏฐา ทองปาน” ต่อกันด้วยซีรีส์แนวโรแมนติกคอมเมดี้ “ชอกะเชร์คู่กันต์ A Boss and a Babe” เรื่องราวความรักสุดอลม่านของเกมเมอร์สุดเกรียนกับนักธุรกิจหล่อเนี้ยบ นำโดยทีมนักแสดงวัยรุ่นมาแรง “ฟอส จิรัชพงศ์, บุ๊ค กษิดิ์เดช, ไมค์ ชินรัฐ, ฟลุ๊ค ภูสิษฐ์, โอม ฐิภากร, จาว่า พบธรรม, โต๋ ทินพันธ์, เดรก สัตบุตร, ลูกจัน ภาสิดี” ผ่านฝีมือของผู้กำกับ “นิว-ศิวัจน์ สวัสดิ์มณีกุล” ก่อนจะถึงคิวของซีรีส์ระดับมาสเตอร์พีช “หารักด้วยใจเธอ Find Yourself” ที่ได้นักแสดงทัพนักแสดงคุณภาพ “แอฟ ทักษอร, นนกุล ชานน, เอิร์ท พิรพัฒน์, เอ็มม่า ปาณิสรา, ป๊อด ศุภกร, นีร สุวรรณมาศ” มาประชันฝีมือกันแบบสุดพลัง โดยบอกเล่าเรื่องราวความรัก 3 คน 3 มุมมอง ไม่ว่าจะผ่านชีวิตมาเท่าไหร่ แต่พวกเขาก็ยังคงตามหานิยามความรักในแบบฉบับของตัวเอง เพื่อเติมเต็มให้ชีวิตสมบูรณ์แบบ โดยเป็นการจับมือร่วมทุนสร้างระหว่าง “GMMTV” กับ “Insight Entertainment” ผู้นำด้านสื่อบันเทิงที่ผลิตและส่งออกละครไทยสู่ตลาดบันเทิงทั่วเอเชีย ผลงานของ 2 ผู้กำกับ “เขตต์ ฐานทัพ, เพชร-วรายุ รักษ์กุล” ต่อด้วยเรื่องราวความสนุกสุดลุ้นระทึกในซีรีส์ “สองเดือดเลือดเดียวกัน Double Savage” นำโดยทีมนักแสดง “โอม ภวัต, เพิร์ธ ธนพนธ์, ฟิล์ม รชานันท์, เฟย ภัทร” ผ่านการกำกับของ “ตูม-ปรีดาภรณ์ บัวตูม”

จากนั้นถึงคิวของซีรีส์ “วาระซ่อนเร้น Hidden Agenda” บอกเล่าความรักของคน 2 คนที่มีวาระซ่อนเร้นเป็นบททดสอบหัวใจ โดยได้ทีมนักแสดงวัยรุ่นมาแรง “จุง อาเชน, ดัง ณัฎฐ์ฐชัย, อู๋ ธนบูรณ์, บูม ธราธร, หลุยส์ ธณวิน, เอเจ ชยพล, เจมี่ จุฑาพิชญ์, ป๊อด ศุภกร, กาย ศิวกร, อาร์ม วีรยุทธ” ผลงานการกำกับของ “ตี๋-บัณฑิต สินธนภารดี” ต่อด้วยความสนุกรสชาติใหม่ในซีรีส์ “23.5 องศาที่โลกเอียง” นำแสดงโดยนักแสดง “มิ้ลค์ พรรษา, เลิฟ ภัทรานิษฐ์, โฟร์ท ณัฐวรรธน์, เจมีไนน์ นรวิชญ์, ยูโร ธนเศรษฐ์, ฟอร์ด อรัญญ์” กำกับการแสดงโดย “ฝน-ขนิษฐา ขวัญอยู่” แล้วไปพบกับเรื่องราวมิตรภาพที่งอกงามเป็นความรักจะเป็นรักแท้หรือรักข้างเดียวกันแน่ในซีรีส์ “เพราะเธอคือรักแรก” นำโดยทีมนักแสดง “ดิว จิรวรรตน์, พรีม ชนิกานต์, นีโอ ตรัย, เอมม่า ปาณิสรา, เป็นต่อ จีรภัทร” ฝีมือของผู้กำกับ “กังฟู-นิติวัฒน์ ชลวณิชสิริ” ซึ่งถือเป็นการร่วมมือกันระหว่าง “GMMTV” กับ “Insight Entertainment” อีกเรื่อง แล้วมาชุ่มชื่นหัวใจไปกับซีรีส์ “Cooking Crush อาหารเป็นยังไงครับหมอ” พบกับทีมนักแสดงสุดฮอต “ออฟ จุมพล, กัน อรรถพันธ์, นีโอ ตรัย, มาร์ค ภาคิน, วิคเตอร์ ชัชชวิศ, โดม จารุวัฒน์” กับเรื่องราวของคุณหมอหน้าตายกับกุ๊กปากร้ายใจดีที่การันตีได้เลยว่าจั๊กกะจี้หัวใจแน่นอน กำกับการแสดงโดย “กอล์ฟ-สกล วงษ์สินธุ์วิเสส” ก่อนจะถึงคิวของซีรีส์ “Wednesday Club คนกลางแล้วไง” เรื่องราวของกลุ่มคนหนุ่มสาวที่โคจรมาเจอกัน ซึ่งทุกคนล้วนแต่เป็นลูกคนกลาง นำแสดงโดย “โอม ภวัต, นานิ หิรัญกฤษฎิ์, จุง อาเชน, ภูวิน ภูวินทร์, เค เลิศสิทธิชัย, เจน รมิดา, พิพลอย กัญญรัตน์, ไมค์ ชินรัฐ, บิ่มบี๊ม แพรขวัญ, พร้อม ทีปกร, โต๋ ทินพันธ์, ปาแปง พรหมพิริยะ” ผ่านฝีมือการกำกับของ “เค-ไชยณรงค์ แต้มพงษ์”

ตามด้วยซีรีส์สุดชุลมุนชวนอบอุ่นหัวใจ “Last Twilight ภาพนายไม่เคยลืม” พบกับทีมนักแสดง “จิมมี่ จิตรพล, ซี ทวินันท์, น้ำตาล ทิพนารี, มาร์ค ภาคิน, โอม ฐิภากร” กำกับการแสดงโดย “ออฟ-นพณัช ชัยวิมล” ก่อนจะอินไปกับซีรีส์ “โคตรเหงา เราสองคน Loneliness Society” บอกเล่าความรักเศร้าๆ ของคนเหงา 2 คนที่โคจรมาเจอกัน นำโดยนักแสดงคุณภาพ “นุ่น วรนุช, จอส เวอาห์, เอี๊ยง สิทธา, แจน พลอยชมพู, ปอนด์ ณราวิชญ์, เจ้าหญิง ครองขวัญ, อั๋น ณภัทร” ผลงานของผู้กำกับมือทอง “กู่-เอกสิทธิ์ ตระกูลเกษมสุข” ต่อด้วยซีรีส์ “Only Friend เพื่อนต้องห้าม” เรื่องราวความรักที่เป็นความลับของกลุ่มเพื่อน 4 คน พบกับทีมนักแสดง “เฟิร์ส คณพันธ์, ข้าวตัง ธนวัฒน์, ฟอส จิรัชพงศ์, บุ๊ค-กษิดิ์เดช, นีโอ ตรัย, มาร์ค ภาคิน, ไตเติ้ล กีรติ, เจนนี่ ปาหนัน” ผลงานของ 2 ผู้กำกับ “โจ้-ทิชากร ภูเขาทอง, นิว-ภิญญา จู่คำศรี” จากนั้นถึงคิวของซีรีส์แนวโรแมนติกดราม่า “Faceless Love รักไม่รู้หน้า” เรื่องราวความรักของสาวความจำแม่นกับหนุ่มที่เป็นโรคจำหน้าคนไม่ได้ นำโดยนักแสดง “ดิว จิรวรรตน์, เก้า สุภัสสรา, พีช พชร, จูน วรรณวิมล, เปปเปอร์ ภานุโรจน์, วินนี่ ธนวินท์” ผลงานของผู้กำกับมือทอง “กู่-เอกสิทธิ์ ตระกูลเกษมสุข” ก่อนจะฟินเบอร์แรงไปกับเรื่องราวความรักสุดโรแมนติกในซีรีส์ “หัวใจในสายลม Dangerous Romance” พบทีมนักแสดง “เพิร์ธ ธนพนธ์, ชิม่อน วชิรวิชญ์, มาร์ค ปาหุณ, ภวิน ภวินท์, วิว เบญญาภา, เจเจ ชยกร, ปาแปง พรหมพิริยะ” ผลงานของ 2 ผู้กำกับ “ผดุง สมาจาร, วรวุฒิ ธนมาศชัยเจริญ” จากนั้นถึงคิวของซีรีส์ “The Jungle เกมรัก นักล่า บาร์ลับ” บอกเล่าเรื่องราวสุดลึกลับที่เกิดขึ้นในบาร์ลับแห่งหนึ่ง นำโดยทัพนักแสดงคุณภาพ “คริส พีรวัส, ออฟ จุมพล, ลี ฐานัฐพ์, ลุค อิชิคาว่า, นนน กรภัทร์, มิกซ์ สหภาพ, ปันปัน สุทัตตา, มุก วรนิษฐ์, มายด์ ลภัสลัล, แพต ชญานิษฐ์, อ้าย สรัลชนา, ลูกจัน ภาสิดี, กระปุก พัชรา, กาย ศิวกร, นะ ธนบูลย์” ผลงานการกำกับของ “Snap25”

จากนั้นถึงคิวของซีรีส์ “Cherry Magic 30 ยังซิง” พบกับเรื่องราวของตำนานที่บอกไว้ว่า ถ้าอายุ 30 แล้วยังซิงอยู่จะมีพลังวิเศษ แต่ใครจะไปคาดคิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริง นำโดยทีมนักแสดงสุดฮอต “เต ตะวัน, นิว ฐิติภูมิ, ซิง หฤษฎ์, แจน พลอยชมพู, จูเนียร์ ปณชัย, มาร์ค จิรันธนิน” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่หนุ่ม “จูเนียร์” เปิดตัวในฐานะนักแสดงสังกัด “GMMTV” กำกับการแสดงโดย “เอ็กซ์-ณัฐพงษ์ มงคลสวัสดิ์” ต่อด้วยซีรีส์ฟอร์มยักษ์ “Midnight Museum พิพิธภัณฑ์รัตติกาล” เรื่องราวสุดพิศวงที่เกิดขึ้นในพิพิธภัณฑ์สุดลึกลับ นำโดยนักแสดงมากฝีมือ “ต่อ ธนภพ, กัน อรรถพันธ์, น้ำตาล ทิพนารี, เฟย ภัทร, สายป่าน อภิญญา, พลอยภัช ภัชธร” ผลงานของผู้กำกับคนเก่ง “หนุ่ม-อรรถพร” ก่อนจะอินกันสุดขีดกับซีรีส์ “Our Skyy 2” ที่จะทำให้คุณได้ฟินกันอย่างต่อเนื่องกับ 8 เรื่องน่าเลิฟ ของ 8 คู่น่ารัก พบกับทีมนักแสดงสุดปัง “โอม ภวัต, นนน กรภัทร์, เอิร์ท พิรพัฒน์, มิกซ์ สหภาพ, เฟิร์ส คณพันธ์, ข้าวตัง ธนวัฒน์, ปอนด์ ณราวิชญ์, ภูวิน ภูวินทร์, จุง อาเชน, ดัง ณัฎฐ์ฐชัย, ฟอส จิรัชพงศ์, บุ๊ค-กษิดิ์เดช, จิมมี่ จิตรพล, ซี ทวินันท์, เจมีไนน์ นรวิชญ์, โฟร์ท ณัฐวรรธน์” โดย 6 ผู้กำกับ “ออฟ-นพณัช ชัยวิมล, เอ็กซ์-ณัฐพงษ์ มงคลสวัสดิ์, โจ้-ทิชากร ภูเขาทอง, นิว-ศิวัจน์ สวัสดิ์มณีกุล, กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์, อู๋-กรพรหม นิยมศิลป์” แล้วไปอมยิ้มกับความสนุกชวนหัวจะปวดในซีรีส์ “Beauty Newbie หัวใจไม่มีปลอม” บอกเล่าความรักระหว่างสาวหน้าศัลย์กับหนุ่มเบ้าหน้าพระเจ้าสร้าง พบกับทีมนักแสดงสุดฮอต “วิน เมธวิน, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก, เกรท สพล, ฟ้า ยงวรี” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่หนุ่ม “เกรท” เปิดตัวในฐานะนักแสดงสังกัด “GMMTV” ผ่านฝีมือการกำกับของ “มุ้ย-อาทิชา ตันธนวิกรัย” ก่อนจะเผยโปรเจกต์หมัดเด็ดกับ ความปังเบอร์แรงในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปี “The Interest ผ่อนรักนอกระบบ” ที่ได้พระเอกสุดฮอต “ไบร์ท วชิรวิชญ์” โคจรมาประกบคู่กันเป็นครั้งแรกกับนางเอกซุปตาร์ “ญาญ่า อุรัสยา” บอกเล่าเรื่องราวของหนุ่มอาชีพรับทวงหนี้ มาดกวน หล่อเท่ ดันตกหลุมรักสาวสวยที่ต้องทำงานใช้หนี้แทนพ่อตัวเอง ทำให้เขาค้นพบความรู้สึกใหม่ ที่ไม่แน่ใจว่ามันใช่ความรักหรือไม่? ผลงานของผู้กำกับคุณภาพ “วา-วาสุเทพ เกตุเพ็ชร์” ปิดท้ายงานด้วยการเชิญผู้บริหาร “GMMTV” พร้อม “คุณระฟ้า ดำรงชัยธรรม” ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด กลุ่มบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) และทีมนักแสดงถ่ายภาพร่วมกันบนเวที ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญกับปรากฏการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายครบทุกมิติความสนุกที่พร้อมเสิร์ฟให้ผู้ชมแบบเต็มอิ่มเลยทีเดียว

เตรียมพบกับซีรีส์ใหม่สุดปังทั้ง 19 เรื่อง กับอีก 1 ภาพยนตร์เอ็กซ์คลูซีฟของ “GMMTV” ได้ในปี 2023 สามารถติดตามทุกความเคลื่อนไหวได้ที่ www.facebook.com/gmmtvofficial & IG & YouTube & Twitter & Weibo : GMMTV

บทสัมภาษณ์ Rian Johnson ผู้กำกับ Glass Onion: A Knives Out Mystery แบบเอ็กซ์คลูซีฟ

คุณรู้สึกกดดันไหมที่ต้องกำกับภาพยนตร์ภาคต่อ และที่สำคัญ Knives Out (2019) ก็เป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จมากๆ ด้วย

พระเจ้าช่วย… พวกเราสนุกกับการสร้างภาคต่อนี้มากๆ เลยนะครับ และสำหรับผม สิ่งที่สนุกก็คือ ผมอยากจะแสดงให้ผู้ชมเห็นว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องที่มันต่อเนื่องมาจากภาพยนตร์เรื่อง Knives Out แต่มันเป็นเรื่องสืบสวนสอบสวนเรื่องใหม่เลยต่างหาก เหมือนกับนวนิยายชุดสืบสวนสอบสวนของ Agatha Christie ที่จะเป็นคดีใหม่ๆ ในทุกเล่ม แบบนั้นน่ะครับ ผมอยากจะแสดงให้คนดูเห็นว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้จะมีลักษณะแบบนั้น โดยแต่ละเรื่องก็จะมีความแตกต่างไปจากเรื่องที่แล้วอย่างชัดเจน พอผมตระหนักได้แบบนั้น การทำงานกับภาพยนตร์เรื่องนี้ก็สนุกมากเลยครับ เพราะว่าผมไม่จำเป็นต้องทำเรื่องต่อเนื่องจากภาคที่แล้วเลย ผมกำลังทำภาพยนตร์เรื่องใหม่เลยต่างหากล่ะ 

เราสามารถคาดหวังอะไรจาก Glass Onion: A Knives Out Mystery ในเรื่องของคาแรกเตอร์ตัวละคร พล็อต และมุกตลกในนั้น

ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะดูตลกกว่า Knives Out นะครับ เพราะว่าผู้คนที่เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องแหละครับ ทั้งมหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยีที่เป็นจุดศูนย์กลางของเรื่อง และคุณก็มียูทูบเบอร์ที่เป็นอินฟลูฯ เน็ตไอดอลจากอินสตาแกรม แล้วก็มีนักการเมืองมาเกี่ยวข้องอีกด้วย พอเอามารวมกัน ทุกอย่างก็กลายเป็นคอมเมอดี้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ สำหรับผม มันเป็นเรื่องสนุกมากที่จะทำหนังตามตัวละครเหล่านี้ ผมรู้สึกว่าพวกเขาลงตัวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ฉากก็ลงตัวมากเช่นกันครับ และการได้เห็นแดเนียล เครกเล่นคอมเมอดี้แบบเต็มๆ ก็ทำให้ผมรู้สึกดีมากๆ เลยครับ ผมคิดว่าเขาดูตลกมากกว่าภาคที่แล้วมากเลยนะ 

คุณประทับใจอะไรในตัวแดเนียลในขณะที่พวกคุณได้ร่วมงานกันบ้าง

พวกเราทำงานด้วยกันคือสนุกมากเลยครับ เหตุผลทั้งหมดที่ผมยอมกำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะพวกเรามีช่วงเวลาดีๆ ร่วมกันนี่แหละครับ ตอนที่เราทำหนังภาคแรกด้วยกัน ระหว่างที่กำลังถ่ายๆ อยู่ เรามองหน้ากันแล้วก็พูดว่า ‘มันสนุกมากเลยนะ ถ้าเราไปต่อด้วยกันได้ ก็ไปต่อด้วยกันเถอะนะ’ แดเนียลไม่ใช่แค่เป็นหนึ่งในนักแสดงที่ดีที่สุดในโลกนี้เท่านั้น แต่เขายังเป็นมูฟวี่สตาร์อีกด้วยนะ ซึ่งนั่นคือคนละบทบาทเลย และก็ไม่ค่อยมีคนทำได้ทั้งสองบทบาท แต่เขานี่มาทั้งแพคเกจเลย สำหรับผมการได้เห็นเขามีความสุขระหว่างการแสดงเป็นเรื่องที่ดีมาก ผมก็คงจะทำงานกับเขาต่อไปเรื่อยๆ แหละครับ

บอกอะไรกับแฟนๆ ชาวไทยหน่อยสิ

สวัสดีครับ แฟนๆ หนังสืบสวนสอบสวนชาวไทย ผมหวังว่าทุกคนจะได้ดู Glass Onion: A Knives Out Mystery นะครับ มันเป็นหนังสืบสวนสอบสวนที่สนุกมากๆ หวังว่าทุกคนจะชอบนะครับ ขอบคุณครับ 

Glass Onion: A Knives Out Mystery กำลังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เร็วๆ นี้ และพร้อมสตรีมมิ่งทาง Netflix ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม เป็นต้นไป

บทสัมภาษณ์สุดพิเศษจากทัพนักแสดง Curtain Call

*

หลังจากอ่านบทแล้ว อะไรที่ทำให้คุณประทับใจมากที่สุด และตัดสินใจที่จะรับเล่นซีรีส์เรื่องนี้

คังฮานึล: ผมคิดว่าหลายคนคงจะรู้สึกแบบเดียวกัน ธีมของเรื่องนี้แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร และคุณจะไม่ได้เจอบทแบบนี้บ่อยๆ  เรื่องราวจะลงเอยอย่างไร ผมคิดไปอ่านไป แต่พออ่านบทไปเรื่อยๆ ผมก็สามารถเข้าใจการดำเนินเรื่อง และค่อยๆ หลงรักเรื่องราวในเรื่องนี้

ฮาจีวอน: ฉันก็เหมือนกันค่ะ ตอนฉันอ่านบทฉันรู้สึกว่ามันแปลกใหม่มาก โครงสร้างของเนื้อเรื่องก็เหมือนกัน มันทำให้ฉันอยากรู้ด้วยว่าฉันจะทำอย่างไรถ้าเหตุการณ์เดียวกันนี้เกิดขึ้นกับฉัน ฉันรู้สึกว่าเรื่องนี้จะต้องสนุกมากๆ

จองจีโซ: อย่างแรกเลยและเป็นเหตุผลสำคัญที่สุด นี่เป็นโอกาสเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยมสำหรับฉัน ในการทำงานร่วมกับนักแสดงท่านอื่นๆ ที่มากด้วยประสบการณ์ นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีมาก และฉันต้องเล่นในซีรีส์เรื่องนี้ให้ได้ อีกทั้งเรื่องราวในเรื่องนี้ก็ยังแปลกใหม่มากๆ สำหรับฉัน ฉันรู้สึกเซอร์ไพรส์กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเรื่องและอยากจะเล่นเรื่องนี้จริงๆ ค่ะ

โนซังฮยอน: ผมเองก็เหมือนกันครับ ธีมและเรื่องราวแปลกใหม่และน่าสนใจ และบทบาทที่ผมได้รับการแนะนำจากผู้กำกับก็แตกต่างจากบทอื่นๆ ที่ผมเคยรับมาก่อน ซีรีส์เรื่องนี้จะทำให้ผมสามารถแสดงด้านใหม่ๆ ของผมออกมาได้ ผมจึงอยากลองท้าทายกับบทบาทนี้

นี่เป็นซีรีส์ที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและน้ำตา คุณช่วยเล่าให้เราฟังหน่อยได้มั้ย ว่าระหว่างการถ่ายทำ อะไรที่ทำให้คุณรู้สึกสนุกที่สุด และอะไรที่ช่วยเยียวยาจิตใจคุณได้มากที่สุด

ฮาจีวอน: เรามีฉากกินข้าวในครอบครัว ที่แจฮอนต้องทำเกี๊ยวแบบเกาหลีเหนือ และพวกเราทั้งหมดทั้งนักแสดงรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่ นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารและพูดคุยกัน ในตอนที่ถ่ายทำฉันรู้สึกอบอุ่นหัวใจมาก ครอบครัวใหญ่กินอาหารเย็นด้วยกันเป็นสิ่งที่หาได้ยากมากในทุกวันนี้ ดังนั้นการที่ทุกคนนั่งล้อมวงที่โต๊ะอาหารเย็น ทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นจากข้างใน นี่เป็นช่วงเวลาที่เยียวยาจิตใจและฉันรู้สึกว่าพวกเราคือครอบครัวจริงๆ ถึงแม้การถ่ายทำจะยาก แต่ฉากพวกนี้ช่วยเยียวยาความรู้สึกได้

คังฮานึล: ตอนแรกรู้สึกแปลกๆ นิดหน่อย นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนมากมายมากินอาหารเย็นด้วยกัน ผมแทบจะจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นคือเมื่อไหร่ ดังนั้นในตอนแรกมันค่อนข้างจะเคอะเขิน แต่พวกเราก็สนุกกันมาก สนุกมากกว่าในบทเองซะอีก อีกอย่างหนึ่งที่เป็นการเยียวยาสำหรับผมคือการที่ได้ร่วมงานกับคุณโกดูชิม ฉากต่างๆ ที่ผมได้ถ่ายทำร่วมกับเธอ เธอทำให้ผมนึกถึงครอบครัวของผมเอง ดังนั้นนี่จึงช่วยเยียวยาจิตใจผมได้

จองจีโซ: ฉันก็เหมือนกันค่ะ การได้กินอาหารเย็นในครอบครัวร่วมกับทุกคนช่วยเยียวยาได้ แต่รีมุนซึงไม่ได้อยู่ตรงนั้น…

ฮาจีวอน: ไว้มากินข้าวกับเราด้วยสิ

โนซังฮยอน: ช่วยชวนผมด้วย!

คังฮานึล: เขาเป็นตัวละครผู้ลึกลับ เขาก็เลยมากินข้าวกับครอบครัวเราไม่ได้

ฮาจีวอน: แต่คุณจะมาที่บ้านเราเร็วๆ นี้ใช่มั้ย

โนซังฮยอน: ผมจะไปหาพวกคุณเร็วๆ นี้

ฮาจีวอน: ทำไมไม่มากินข้าวกับเราตอนนั้นล่ะ

คังฮานึล: มาเลย! มาเลย!

ฮาจีวอน: คุณจะทำเกี๊ยวอีกหรือเปล่า

คังฮานึล: เกี๊ยว ได้เลย มันจะเป็นของกินของเรา แวะมากินข้าวกัน

มีข้อความอะไรจากซีรีส์เรื่องนี้ที่คุณอยากจะถ่ายทอดให้ผู้ชมบ้างมั้ย

ฮาจีวอน: ตัวละครของฉันเชื่อว่าแจฮอนคือมุนซึงตัวจริง ดังนั้นเธอจึงยินดีมากที่ได้ต้อนรับน้องชายคนเล็กของเธอเข้าสู่ครอบครัว พวกเขาสนิทสนมกันราวกับว่าพวกเขาเป็นครอบครัวที่แท้จริง อย่างไรก็ตามเธอได้รู้ว่าแจฮอนไม่ใช่น้องชายตัวจริงของเธอ และเธอจะได้พบกับน้องชายตัวจริง นั่นทำให้ฉันคิดว่าอะไรคือจริงและอะไรคือไม่จริง ความรักที่แท้จริงคืออะไร คุณต้องมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดจึงจะเรียกว่าครอบครัวและมอบความรักในครอบครัวให้แก่กันได้อย่างนั้นหรือ ฉันคิดว่าทุกคนสามารถเป็นครอบครัวได้ ในชีวิตจริงเรามัวแต่ยึดติดกับคำว่าจริงและปลอม ดังนั้นนี่จึงเป็นสิ่งที่ฉันกำลังขบคิดอยู่ อันที่จริงแล้วมันแปลกมากที่เรา (ชี้ไปที่ซังฮยอน) ถ่ายทำฉากด้วยกันเมื่อเร็วๆ นี้ ทั้งๆ ที่เขาเป็นน้องชายตัวจริงของเซยอน แต่ฉันกลับรู้สึกกลัวเขา

โนซังฮยอน: จริงเหรอ แต่คุณหัวเราะเยอะมากเลยนะ

ฮาจีวอน: ฉันน่ะเหรอ ไม่มีทาง ฉันกลัวนะ เขาจ้องตรงมาที่ฉันเมื่อฉันเข้าไปในห้อง ฉันเรียกชื่อเขาออกมาว่า “รีมุนซึง!” และเขาก็มองมาที่ฉันแบบข่มขู่ ฉันก็เลยพูดไปว่าไม่เป็นไร

คังฮานึล: นั่นเป็นข้อความที่ดีเลย แล้วอันไหนจริงอันไหนปลอม นี่เป็นแนวคิดที่เราตั้งคำถามกันอยู่แล้วใช่มั้ย

Curtain Call เป็นซีรีส์ที่รวมนักแสดงชื่อดังไว้เยอะมาก ผู้ชมจึงคาดหวังอย่างมากกับซีรีส์เรื่องนี้ คุณคิดว่ามีส่วนไหนที่ผู้ชมควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ

โนซังฮยอน: ผมรู้สึกว่ามีสิ่งต่างๆ มากมายที่น่าสนใจให้พูดถึง

คังฮานึล: ใช่ครับ มีหลายอย่างที่เราพูดถึง สิ่งหนึ่งสำหรับผม ผมคิดว่าบทบาทของนักแสดงอย่างพวกเราคือการพยายามถ่ายทอดข้อความของเรื่องราวให้น้อยลง แต่พยายามหาวิธีที่เราจะหลอมรวมไปกับฉากต่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติให้มากขึ้น เราสนุกกันแค่ไหนในแต่ละฉาก ผู้ชมจะได้เห็นแจฮอน ไม่ใช่ คังฮานึล เห็นเซยอน ไม่ใช่ ฮาจีวอน ผมคิดว่านี่เป็นสิ่งที่ผู้ชมควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะใน Curtain Call ผมคิดว่าทำได้ดีในหลายๆ ฉาก พูดง่ายๆ ก็คือ สนุกไปกับซีรีส์ โดยให้สนุกไปกับการดูว่าพวกเรานักแสดงเนียนไปกับบรรยากาศต่างๆ ของ Curtain Call ได้อย่างเป็นธรรมชาติมากแค่ไหน บางทีนั่นอาจจะเป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องคอยดู

จองจีโซ: สิ่งหนึ่งที่ฉันสะดุดใจก็คือ ผู้ชมจะเพลิดเพลินถ้าพวกเขาให้ความสนใจกับความคิดที่แว่บเข้ามาในชั่วขณะนั้นระหว่างที่ดูซีรีส์ของเรา น่าจะมีความคิดโน่นนี่ผุดขึ้นมามากมายในหัวของพวกเขา

อะไรที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้เป็นโปรเจกต์ที่สำคัญมากสำหรับคุณ และทำไมถึงต้องดูเรื่องนี้

คังฮานึล: สำหรับผม ส่วนตัวเลยนะ Curtain Call ทำให้ผมได้พบกับ ฮาจีวอน, จีโซ และ ซังฮยอน

ฮาจีวอน: ฉันกำลังจะบอกแบบนั้นเลย!

คังฮานึล: ผมจะพูดมันก่อน ดังนั้นนั่นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ Curtain Call นำมาให้ผม

ฮาจีวอน: นั่นเป็นสิ่งที่ฉันกำลังคิดอยู่เลย

คังฮานึล: เห็นมั้ยว่าเราเหมือนกันแค่ไหน

ฮาจีวอน: บังเอิญอะไรอย่างนี้!

คังฮานึล: ทำไมคุณไม่พูดถึงผู้กำกับและคนเขียนบทล่ะ

ฮาจีวอน: Curtail Call เป็นเหมือนเวทีให้นักแสดงอย่างเราได้แสดงฝีมือ และทุกช่วงเวลาก็มีค่ามาก ฉันได้ร่วมงานกับนักแสดงเก่งๆ มากมาย ฉันเริ่มต้นอาชีพนักแสดงของฉันด้วยการทำงานกับคุณโกดูชิม และฉันก็ได้กลับมาร่วมงานกับเธอใน Curtain Call ดังนั้น Curtain Call จึงเป็นเหมือนโอกาสอันล้ำค่า ที่พาฉันไปเจอกับกล่องสมบัติที่เต็มไปด้วยนักแสดงที่ยอดเยี่ยมมากมาย

จองจีโซ: เมื่อพี่จีวอนพูดถึงคุณโกดูชิม…

คังฮานึล: พวกเรากำลังจะหมดคนให้พูดถึงแล้ว

จองจีโซ: ฉันก็เลยอดไม่ได้ที่จะพูดถึงพี่ฮาจีวอนค่ะ พี่ฮาจีวอนและฉัน เราทั้งคู่เคยแสดงซีรีส์เรื่อง Empress Ki ที่จริงฉันแสดงเป็นตัวละครของเธอตอนเด็ก นั่นประมาณเก้าปีที่แล้วใช่มั้ยคะ

ฮาจีวอน: น่าจะใช่นะจ๊ะ

จองจีโซ: ย้อนกลับไปตอนนั้น ฉันไม่ค่อยได้เจอพี่จีวอนในกองถ่าย มาในตอนนี้ฉันได้เจอกับเธอในกองถ่ายตอนที่ฉันโตขึ้นแล้ว ฉันเคยประหม่าเวลาอยู่ต่อหน้าเธอ แต่ตอนนี้ฉันมีความสุขมากที่สามารถแสดงให้เห็นว่าฉันเติบโตขึ้นและได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ในระหว่างเก้าปีที่ผ่านมา นี่ฉันต้องตอบประเด็นไหนนะคะ

ฮาจีวอน: ซีรีส์เรื่องนี้มีความหมายอะไรกับคุณ

จองจีโซ: Curtain Call สำคัญกับฉัน เพราะทำให้ฉันได้กลับมาร่วมงานกับพี่ฮาจีวอนอีก

ฮาจีวอน: ฉันด้วยค่ะ ฉันมีความสุขมากๆ ที่ได้เจอกับจีโซอีกครั้ง

โนซังฮยอน: มีใครพูดถึงผู้กำกับและผู้เขียนบทรึยังนะครับ

คังฮานึล: ใช่ ผู้เขียนบทของเรา และ คุณซองดงอิล ยังไม่มีใครพูดถึงพวกเขาเลย

โนซังฮยอน: ผมอยากจะขอบคุณผู้กำกับของพวกเราที่เสนอบทบาทนี้ให้กับผม และเหมือนกับที่ทุกคนบอก ผมมีความสุขที่ได้พบกับนักแสดงชื่อดังเหล่านี้ อย่างที่ทุกคนรู้พวกเขายอดเยี่ยมมาก นับเป็นเกียรติของผมจริงๆครับ

อะไรคือสิ่งที่ท้าทายที่สุดในบทบาทนี้เมื่อเทียบกับผลงานเรื่องก่อนๆ ของคุณ

ฮาจีวอน: ฉันอยากแสดงให้เห็นด้านที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ฉันอยากแสดงบทบาทของฉันในฐานะคนที่มีมุมมองที่ชาญฉลาดต่อผู้ชมซีรีส์เรื่องนี้ มีตัวละครในซีรีส์ต่างๆที่ร่ำรวยและมั่งคั่งที่เราเคยเห็นมาแล้ว ดังนั้นฉันจึงอยากแสดงให้เห็นด้านที่แตกต่างจาก “คนรวย” ทั่วไป ด้วยการเพิ่มความฉลาดและวุฒิภาวะ ฉันได้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้กับผู้เขียนบทและผู้กำกับของเราและเน้นย้ำถึงประเด็นเหล่านี้ การแสดงของฉันเคยมุ่งเน้นที่คาแรคเตอร์ตัวละคร แต่คราวนี้ฉันได้รับบทบาทที่ค่อนข้างธรรมดา โดยจะเน้นการแสดงความเป็นผู้ใหญ่

บทบาทของคุณในซีรีส์เรื่องนี้ค่อนข้างมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ถ้าเทียบกับผลงานก่อนหน้านี้ของคุณ การแสดงด้านใหม่ในส่วนไหนที่คุณตื่นเต้นที่จะแสดงให้ผู้ชมได้เห็นผ่านซีรีส์เรื่องนี้มากที่สุด

จองจีโซ: จนถึงตอนนี้ ฉันมีผลงานมากมายในแนวทางที่เจาะจง ดังนั้นเมื่อวิเคราะห์ตัวละครของฉัน ฉันจะไม่ค่อยเน้นไปที่บุคลิกท่าทางของตัวละคร แต่จะเน้นไปที่ลักษณะเฉพาะของตัวละครมากกว่า อย่างเช่น ที่ผ่านมาฉันจะดูหนังเรื่อง “Let Me In” หรือศึกษาเรื่องแวมไพร์ มาในครั้งนี้ฉันใช้วิธีที่แตกต่างออกไป ฉันวิเคราะห์ตัวละครในฐานะคนคนหนึ่งและอารมณ์ของเธอ ฉันคิดว่าฉันพยายามจะแสดงเสน่ห์ของตัวละครออกมาให้มากขึ้น

คุณฝึกพูดสำเนียงเกาหลีเหนืออย่างไร

โนซังฮยอน: ผมได้รับบันทึกเสียงบทพูดของผมที่อ่านเป็นสำเนียงเกาหลีเหนือเหมือนกันครับ โดยจะมีครูจะอยู่ในกองถ่ายกับพวกเราในขณะถ่ายทำด้วย มันเป็นขั้นตอนเดียวกับที่พี่ฮานึลอธิบายไป การพูดด้วยสำเนียงเกาหลีเหนือแท้ๆ มากเกินไปอาจรบกวนการแสดงอารมณ์ ดังนั้นเราจึงแก้ไขและปรับเปลี่ยนบ้าง

นี่เป็นครั้งที่สองที่คุณได้แสดงร่วมกับรุ่นพี่โกดูชิมช่วยเล่าประสบการณ์การแสดงร่วมกับเธอให้เราฟังหน่อยและอะไรที่คุณได้เรียนรู้จากเธอเมื่อได้ร่วมงานกัน

คังฮานึล: ผมไม่สามารถบอกถึงสิ่งต่างๆ ที่ได้เรียนรู้จากคุณโกดูชิมออกมาได้ แต่ทุกช่วงเวลาที่ได้ร่วมงานกับเธอ ผมรู้สึกมีความสุขมาก ผมแน่ใจว่าทุกคนรู้สึกได้ เธอมีพลังที่ทำให้ผู้คนรอบตัวเธอรู้สึกสบายใจเป็นอย่างมาก

อะไรที่ทำให้คุณตัดสินใจรับเล่นซีรีส์เรื่องนี้ คุณคิดว่าบทบาทของคุณน่าสนใจอย่างไร

ฮาจีวอน: ที่จริงแล้วเป็นเพราะตัวละครเซยอนน้อยมาก มันเป็นเพราะความแปลกใหม่ของเค้าเรื่องและโครงสร้างของซีรีส์เรื่องนี้มากกว่า และฉันก็เห็นภาพที่จะแสดงตัวละครเซยอนให้เป็นผู้หญิงสมัยใหม่ที่ต้องการทำงานได้ดี ดังนั้นฉันจึงรับบทนี้

ฉันได้ดูผลงานของคุณในเรื่อง Parasite และ Doom at Your Service และคุณแสดงออกมาได้ยอดเยี่ยมมากทั้งสองเรื่อง คุณใช้วิธีไหนในการแสดงสองบทบาทที่แตกต่างกันมากให้ออกมายอดเยี่ยมได้อย่างนี้ คุณใช้วิธีไหนในการเข้าถึงตัวละครของคุณใน Curtain Call

จองจีโซ: ทุกครั้งเวลาที่ฉันอ่านบทที่แตกต่างกัน ฉันก็จะรู้สึกแตกต่างกันไป หมายความว่าฉันจะสวมเลนส์ที่แตกต่างกันในการแสดงเป็นตัวละครของฉัน การตีความของฉันในขณะที่อ่านบททำให้ฉันได้ค้นพบตัวละครใหม่ ดังนั้นฉันจึงอยากที่จะถ่ายทอดเอกลักษณ์นั้นในการแสดงของฉันด้วย ฉันอยากแน่ใจว่ามันแสดงให้เห็นในการแสดงของฉัน ซึ่งฉันคิดว่าทำให้ฉันแตกต่างไม่เหมือนใคร

เหมือนว่าบทบาทนี้จะฉีกไปจากหลายๆ บทบาทที่คุณแสดงเลย คุณทำการบ้านเกี่ยวกับบทบาทนี้อย่างไรบ้าง และคิดว่าด้านใหม่ที่แฟนๆ จะได้ทำความรู้จักคุณผ่านเรื่องนี้ มีความท้าทายอย่างไรบ้าง

โนซังฮยอน: ผมทุ่มเทเวลาและความพยายามอย่างเต็มที่ในการพูดสำเนียงเกาหลีเหนือและแสดงฉากแอ็คชั่นให้ออกมาสมบูรณ์แบบ มันแตกต่างจากบทบาทที่ผมเคยเล่นมาก่อน อย่างเช่นในเรื่อง Pachinko ตัวละครของผมจะเป็นคนอบอุ่นและอ่อนหวาน นี่ทำให้ผมคิดว่าตัวละครตรงข้ามกันเลย ตัวละครของผมในเรื่องนี้แข็งกร้าวและดุดัน ซึ่งเป็นด้านใหม่ที่ผมสามารถแสดงให้เห็นได้

เช่นเดียวกับตัวละครของคุณยูแจฮอนคุณเริ่มต้นด้วยการเป็นนักแสดงละครเวทีมีความคล้ายคลึงกันอื่นๆระหว่างคุณกับตัวละครของคุณหรือไม่คุณมีการเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษเพื่อเข้าถึงตัวละครหรือไม่

คังฮานึล: ความคล้าย หน้าตาผมเหรอ

ฮาจีวอน: ไม่ หน้าตาคุณดูไม่เหมือนใคร!

คังฮานึล: จริงเหรอ (หัวเราะ) จริงๆ แล้วเวลาผมแสดง ผมพยายามใช้ตัวเองเป็นพื้นฐาน ตัวละครต่างๆ ที่ผมเล่นจะมีความคล้ายกับตัวผมในทางใดทางหนึ่ง ลักษณะหรือช่วงเวลาหนึ่งที่แจฮอนเหมือนผมมากที่สุดในซีรีส์คือ เมื่อมีฉากของแจฮอนในโรงละครเล็ก ฉากเหล่านั้นเกือบจะเหมือนกับตอนที่ตัวผมเองอยู่ในโรงละครเล็ก บทละครในเรื่องนี้ถูกเขียนขึ้นอย่างละเอียดมาก ดังนั้นผมจึงทำให้มันง่ายขึ้นโดยการจำลองประสบการณ์จริงตอนที่ผมอยู่ในโรงละครเล็ก

ฉันอ่านเจอในออนไลน์ว่าคุณเตรียมตัวอย่างหนักมากเพื่อแสดงบทบาทต่างๆ ของคุณ คุณเรียนทำอาหารตอนเล่นเป็นเชฟในเรื่อง Chocolate และเรียนศิลปะป้องกันตัวต่างๆ เพื่อบทแอ็คชั่นในเรื่อง Curtain Call คุณมีการเตรียมตัวอะไรสำหรับบทในเรื่องนี้บ้าง

ฮาจีวอน: เซยอนเป็นผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม เธอมีรูปลักษณ์ที่ฉลาดดูดี ดังนั้นฉันจึงให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และการแต่งตัวของเธอ รวมถึงฉันยังใส่ใจกับอารมณ์และบรรยากาศที่ฉันอยากจะนำเสนอด้วย

สตรีมซีรีส์ Curtain Call ได้แล้ววันนี้ที่ Prime Video Thailand

l

l

“เจเจ-กฤษณภูมิ” ตัวแทนศิลปินไทยร่วมรายการ Tripmate: Who Are You? ออกอากาศทางช่อง KBS World ประเทศเกาหลีใต้

“เจเจ-กฤษณภูมิ” ตัวแทนศิลปินไทยร่วมรายการ Tripmate: Who Are You? ออกอากาศทางช่อง KBS World ประเทศเกาหลีใต้

เรียกได้ว่าเป็นการเดินทางครั้งสำคัญของ “เจเจ-กฤษณภูมิ” จาก QOW Entertainment (คาวว์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์) เลยก็ว่าได้ กับการเป็นศิลปินไทยหนึ่งเดียวในรายการเกาหลีใต้อย่าง “Tripmate: Who Are You?” วาไรตี้ท่องเที่ยวที่ยกทัพศิลปินเอเชียร่วมสร้างมิตรภาพไร้พรมแดน ไม่ว่าจะเป็น Yoon Bo-mi และ Kim Nam-joo เกิร์ลกรุปวง Apink, Sam Kim, Son Dong-woon จากวง Highlight, Lee Jin-hyeok สมาชิกวง UP10TION และยังมีนักแสดงยอดนิยม Jun Vu จากประเทศเวียดนาม และ Afgansyah Reza ศิลปินจากประเทศอินโดนีเซียร่วมสร้างความสนุกในครั้งนี้ด้วย

แฟนๆ ร่วมเปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ไปพร้อมๆ กับ “เจเจ” และเพื่อนๆ ศิลปินได้ในรายการ Tripmate: Who Are You? ได้ทุกวันเสาร์ ทางช่อง KBS World เริ่มตอนแรกวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ เวลา 12.40PM (KST, UTC+9)

Machine Gun Kelly ได้รับรางวัล “Favorite Rock Artist” ในงาน American Music Awards 2022

ยินดีด้วยกับหนุ่ม Machine Gun Kelly ที่ได้รางวัล “Favorite Rock Artist” ในงาน American Music Awards 2022 โดยมาในลุค สูทสีม่วงประดับหมุดยาวพร้อมกางเกงเข้าชุด กับรองเท้าหนังประดับหมุด ทั้งหมดจาก Dolce&Gabbana

Junkook แห่งวง BTS ขึ้นโชว์เพลง “Dreamers” เปิดบอลโลกงาน FIFA WORLD CUP 2022

FIFA World Cup 2022 ได้เริ่มขึ้นในเย็นวันอาทิตย์โดยมีพิธีเปิดที่กรุงโดฮา เมืองอัลคอร์ ประเทศกาตาร์ ที่สนามอัล บายท์ สเตเดียม พิธีเปิดก่อนการแข่งขันนัดแรกของการแข่งขันกีฬาและ ชมการแสดงสดครั้งแรกของเพลง “Dreamers” อย่างเป็นทางการของฟุตบอลโลกปีนี้โดย Jungkook แห่งวง BTS และ Fahad Al Kubaisi