คุณมีเพื่อนในจินตนาการบ้างไหม มาร่วมค้นหา Z เพื่อนในจินตนาการไปกับเรา

เชื่อว่าทุกคนล้วนแต่มีเพื่อนวัยเด็กกันทั้งนั้น ทั้งเพื่อนข้างบ้าน เพื่อนอนุบาล แฟนคนแรกที่ลืมไม่ลง และก็เชื่อว่ามีหลายคนเช่นกันที่มีเพื่อนในจินตนาการที่เราอาจจะเห็นเขาอยู่เพียงคนเดียว โจชัวร์เองก็มี Z เป็นเพื่อนรักของเขา และถ้าเขาเชื่อมั่นมากพอ Z ก็จะปรากฏตัวให้เขารับรู้ได้จริงๆ 

ภาพยนตร์เรื่อง ‘Z ซีปีศาจซ่อนแอบ’ ถือเป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถถ่ายทอดภาพของเพื่อนในจินตนาการได้อย่างสยองขวัญที่สุด การันตีจากคะแนนเว็บมะเขือเน่า Rotten Tomatoes สูงถึง 96% ในวันเปิดตัว 

เรื่องราวของเพื่อนในจินตนาการของเด็กชายโจชัวร์ ลูกชายของเบ็ธ คุณแม่ยังสาวที่อยากจะมีตัวตนในชีวิตจริง ท่ามกลางเสียงคัดค้านของมนุษย์รอบตัว และเมื่อเบ็ธเริ่มเห็นสิ่งผิดปกติที่รายล้อมลูกชายตัวเอง เธอตัดสินใจค้นหาความจริง และค้นพบความน่าสะพรึงว่า ซีอาจจะไม่ได้อยู่แค่ในจินตนาการของลูกเธอเท่านั้น

เตรียมพบกับซีและความสยองขวัญชนิดนั่งไม่ติดเก้าอี้พร้อมกันทุกโรงภาพยนตร์ในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป 

ไปเยี่ยมบ้านเกิดปิศาจในประเทศเพื่อนบ้านเรา ที่รับประกันว่าสยองไม่แพ้กับเรื่องผีบ้านเราอย่างแน่นอน

ปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ว่าความหลอน ความเฮี้ยน และความน่ากลัวของ ‘ผี’ จากทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นลือลั่นสนั่นในเรื่องความสยองขวัญไปทั่วโลก นอกจากผีไทยที่หลอนจนทำเอาคนนอนไม่หลับอย่างต่อเนื่องแล้ว เราขอส่งผีจากประเทศอินโดนีเซียเข้าประกวด ว่ากันว่า ใครเจอผีอินโดฯ มาแล้วนี่คือกลับมาคุยเม้ามอยเป็นเพื่อนกับผีไทยกันเลยทีเดียว

ถ้าไม่เชื่อ ลองไปพิสูจน์ 4 เรื่องเฮี้ยนจากประเทศอินโดนีเซียในภาพยนตร์ ‘Impetigore บ้านเกิดปิศาจ’ ที่เรียกเสียงฮือฮาเพราะได้รับคะแนนจากเว็บมะเขือเน่า Rotten Tomatoes สูงถึง 95% พร้อมกันในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

Honest Thief: เมื่อคนนอกกฎหมายน่ากราบกว่าผู้รักษากฎหมาย

อาทิตย์ที่ผ่านมาคงไม่มีอะไรเดือดไปกว่าภาพยนตร์เรื่องใหม่ของป๋าเลียม นีสัน ขวัญใจคอหนังแอ็กชั่นทั่วโลกอย่าง ‘Honest Thief ทรชนปล้นชั่ว’ เพราะโดนใจแฟนๆ ของป๋าทั้งในเรื่องราวของฉากแอ็คชั่นที่ทำออกมาแบบไม่ให้แฟนๆ เดนตายของป๋าเดาทางถูก ในขณะที่ป๋าเองก็ขายดราม่าน้ำตาแตกตามประสาตัวเอง ทำให้เราอดไม่ได้ที่จะเอาใจช่วยโจรอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งก่นด่าสาปแช่งความโสมมของทั้งระบบและบุคคลที่สมควรจะเป็นผู้รักษากฎหมายอย่างพร้อมเพรียง

Honest Thief เล่าเรื่องราวความรัก ศีลธรรม และความเป็นมนุษย์ โดยทอม คาร์เตอร์ (รับบทโดยเลียม นีสัน) โจรผู้อยากล้างมลทินในอดีตให้กับตัวเองและเริ่มต้นชีวิตใหม่กับหญิงสาวที่เขารัก แต่กลับโดนหักหลังโดยเจ้าหน้าที่เอฟบีไอใจทราม ปฏิบัติการล่าล้างโคตรเพื่อล้างมลทินให้กับตัวเองโดยป๋าเลียมจึงเริ่มขึ้น 

ฟังๆ แล้ว…​ ดูเหมือนว่าอะไรหลายๆ อย่างในภาพยนตร์เรื่องนี้จะสามารถเป็นจุดร่วมให้กับคนที่อยู่กันคนละซีกโลกได้ไม่ยาก คุณเห็นด้วยไหม

‘Honest Thief ทรชนปล้นชั่ว’ ฉายแล้วทุกโรงภาพยนตร์ๆ

Winter Journey set dinner

    ห้องอาหารมิชลินสตาร์สระบัว บายกินกิน ต้อนรับช่วงปลายปีพร้อมเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองกับเซ็ตเมนูม้ือค่ำประจำฤดูหนาว (Winter Journey set dinner) เซ็ตเมนูม้ือค่ำประจำฤดูหนาวเกิดจากความร่วมกัน ระหว่างเชฟมิชลินสตาร์ “ชยวีร์ สุจริตจันทร์” หัวหน้าพ่อครัวอาวุโสห้องอาหารสระบัวบายกินกิน และเชฟมิชลินสตาร์“เฮนริคอูล-แอนเดอร์เซน”เจ้าของร้านอาหารกินกิน (Kiin Kiin) ณ เมืองโคเปนเฮเกน

ภายในเซ็ตเมนูประกอบไปด้วยอาหารไทยสไตล์โมเดิร์นจำนวน 8 คอร์ส มาพร้อมอภินันทนาการ อาหารท้องถิ่นสไตล์ร้านข้างทาง(street food) ทำเป็นคำเล็กๆในรูปแบบที่ตื่นตาตื่นใจ เช่น ขนมเมอแรงก์ซีอิ๊วพร้อมครีมโยเกิร์ตวาซาบิ ขนมข้าวพองต้มข่าในถุงใสๆที่สามารถรับประทานได้ ไก่สเต๊ะ ไส้อั่วคอร์นเน็ตโตไอศกรีมแกงเขียวหวานปูและใบไม้หลากหลายชนิด

เมนูอาหารเรียกน้ำย่อยสื่อถึงการต้อนรับเข้าสู่ฤดูหนาวจากเชฟเฮนริค เริ่มต้น ด้วยเมนูปลาแซลมอนวาซาบิเย็น เสิร์ฟปลาแซมอนนำเข้าจากประเทศนอร์เวย์ พร้อมโฟมวาซาบิและซอสพอนซึเพิ่มความสดชื่น ช่วยกระตุ้น รสสัมผัส ตั้งแต่เมนูแรกตามด้วยเมนูซุปเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายกับต้มยากุ้งเสิร์ฟในเครื่องไซฟรอน ที่จะทำให้น้ำต้มยำที่ถูกต้มร้อน ไหลขึ้นไปผ่านกับเครื่องต้มยำก่อนจะไหลลงมาในกระเปาะพร้อมเสิร์ฟร้อนๆ  มาพร้อมเครื่องเคียงข้าวเกรียบกุ้ง ทาโก้กุ้ง กุ้งล็อบสเตอร์ และเส้นมาม่าเต้าหู้สดที่ทุกท่านสามารถทำเองได้ด้วยการบีบหลอดฉีดยาที่มีเต้าหู้เหลวลงไปลวกในน้ำต้มยำให้กลายเป็นเส้นชวนลิ้มลอง

เมนูถัดมาคือกะเพราตับห่านพร้อมซอสฮอลแลนเดส และข้าวพองทอด จานนี้นำเอารสชาติที่คนไทยหลงใหลมารวมเข้าด้วยกัน ข้าวพองในซองเล็กๆ เขียนว่าเป็นรถด่วน(หนอนไม้ไผ่ทอดกรอบ)เพราะดูคล้ายกัน แต่จริงๆ คือข้าวพอง เมื่อจะรับประทานให้โรยข้าวพองลงไปด้านบนก่อนคลุกเคล้าให้ไข่นกกระทาดาวเคล้าไปจนทั่วตักรับประทานจะได้สัมผัสของผัดกะเพรารสเข้มข้นทุกคำ แต่มีความเนียนละมุนของฟัวการ์และความกรุบของเครื่องในไก่หั่นเต๋า  

จานหลักเสิร์ฟข้าวอบเน้ือซอสหวานท่ีตุ๋นเน้ือซี่โครงนาเข้าจากประเทศออสเตรเลียเป็นเวลา 48 ชั่วโมงพร้อม เครื่องเคียงท่ีประกอบด้วยข้าวอบเน้ือส้มจี๊ด ผักกวางตุ้งฮ่องเต้ และโรยด้วยเน้ือกรอบ จานนี้ต้องลองนอกเสียจากว่าคุณไม่รับประทานเนื้อ เพราะทุกอย่างจัทบคู่เข้ากันอย่างลงตัวมาก โดยเฉพาะส้มจี๊ดที่รสชาติเสริมกับเนื้อตุ๋นได้อย่างน่าอัศจรรย์

“ปิดท้ายเซ็ตเมนูประจำฤดูหนาวทั้ง 8 คอร์สด้วยเมนูขนมหวานที่นำเสนอออกมาได้อย่างน่าหลงใหลชวนให้รับประทาน” เชฟเบิ้ม ชยวีร์ สุจริตจันทร์  กล่าวเสริม“เมนูขนมหวานที่เสิร์ฟเป็นเซอร์ไพรส์ส่งท้ายประกอบไปด้วย เค้กลิ้นจี่เฟลมเบ้พร้อมโฟมดอกกุหลาบและข้าวเหนียวไอศกรีมข้าวโพดเสิร์ฟกับขนมสายไหมราดด้วยน้ำกะทิ”

รสชาติอาหารอันโดดเด่นและส่วนประกอบต่างๆในแต่ละเมนูถูกรังสรรค์ขึ้นมาด้วยความใส่ใจและพิถีพิถันเพื่อชูโรงรสชาติอาหารไทยให้โดดเด่นในแต่ละจาน โดยผสมผสานวัตถุดิบชั้นเลิศและเทคนิคอันหลากหลายท่ีใช้ในการปรุงอาหารได้อย่างลงตัว

 “เรามีความรู้สึกตื่นเต้น เป็นอย่างมากท่ีได้เปิดห้องอาหารต้อนรับเหล่าบรรดานักชิมทุกท่านและมีความตั้งใจในการนำเสนอประสบการณ์ในการรับประทานอาหารไทยไฟน์ไดนิ่งระดับมิชลินสตาร์พร้อมการให้บริการอาหารและเครื่องดื่มด้วยนิวนอร์มอลหรือความปรกติใหม่กับบริการ ‘เคมปินสกี้ ไวท์ โกล์ฟ เซอร์วิส’ (Kempinski White GloveServices)เพื่อรักษามาตรฐานอันสูงสุดในด้านสุขอนามัยครอบคลุมทั้งบริเวณห้องครัวห้องอาหารรวมไปถึงพื้นที่สาธารณะในส่วนต่างๆ ของโรงแรมฯ” มร.ริชาร์ด เชสตัค ผู้อำนวยการใหญ่โรงแรมสยามเคมปินสกี้กรุงเทพฯ กล่าว 

เซ็ตเมนูม้ือคำ่ประจำฤดูหนาว 8 คอร์ส(Winter Journeys set dinner)ให้บริการ ณ ห้องอาหารสระบัวบายกินกิน ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มีนาคม พ.ศ. 2564 ราคา 3,200 บาท++ ต่อท่าน พร้อมตัวเลือกแพ็คเกจไวน์แพริ่ง (wine pairings) จับคู่กับอาหารเพิ่มเติมในราคา 2,300 บาท++ ต่อท่าน

นอกจากน้ีห้องอาหารสระบัวบายกินกิน ยังมีตัวเลือกเซ็ตเมนูประจำฤดูหนาวสำหรับม้ือกลางวัน 4 คอร์สในราคา 1,850 บาท++ ต่อท่าน พร้อมตัว เลือกแพ็คเกจไวน์ แพริ่ง (wine pairings) จับคู่กับอาหารเพิ่มเติมในราคา 1,200 บาท++ และแขกทุกท่านสามารถเลือกรับประทานเซ็ตเมนู 6 คอร์ส ราคา 2,600 บาท++ ต่อท่าน พร้อมตัวเลือกแพ็คเกจไวน์แพริ่ง ในราคา 1,800 บาท++ เพิ่มเติมได้ในทั้งสองม้ืออาหารได้อีกด้วย *ราคาดังกล่าวเป็นราคาเฉพาะค่าอาหารไม่รวมภาษีมลูค่าเพิ่ม 7% และค่าบริการ 10%

ห้องอาหารสระบัวบายกินกิน เปิดให้บริการทุกวันพุธถึงวันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์สำหรับม้ือกลางวันเวลา 12:00 น. ถึง 15:00 น. (สั่งอาหารได้ถึงเวลา 14.30 น.) และม้ือค่ำเวลา 18:00 น. ถึง 24:00 น. (สั่งอาหารแบบเซ็ตเมนู ได้ถึงเวลา 21:00 น. และแบบอาหารจานเดี่ยวได้ถึงเวลา 22:30 น.) โดยมีให้เลือกรับประทานทั้งแบบเซ็ตเมนูและ อาหารจานเดี่ยว (a la carte)    

ชมเรือใบ SIRIMAHANOP ต้นแบบจากเรือหลวงในรัชกาลที่ 4

โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค สร้างปรากฏการณ์เหนือแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเปิดตัว “สิริมหรรณพ” เรือใบสามเสาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย รังสรรค์ห้องอาหารและนิทรรศการรูปภาพสะท้อนประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณของเอเชียทีค ชูความเป็น “ไอคอนิค แลนด์มาร์ค” ชวนสัมผัสประสบการณ์รับประทานอาหารและดื่มด่ำกับบรรยากาศบนเรือหรู ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ 

หนึ่งในแลนด์มาร์คของกรุงเทพฯ ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาเยี่ยมเยือนอย่างต่อเนื่องคือ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ โครงการที่พัฒนาโดย บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ด้วยศักยภาพของพื้นที่ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งยังเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก แอสเสท เวิรด์ จึงได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ด้วยการทุ่มทุน 135 ล้านบาทสร้างเรือภายใต้ชื่อ “สิริมหรรณพ” ซึ่งจะเป็นเรือใบสามเสาที่ใหญ่ที่สุด ความยาว 58.50 เมตร กว้าง 11 เมตร จอดเทียบท่าเรือเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ บริหารงานโดย โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค มืออาชีพระดับโลกเพื่อชูความเป็น “ไอคอนิค แลนด์มาร์ค” ที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือน

 สิริมหรรณพมีต้นแบบจากเรือทูลกระหม่อม ซึ่งเป็นเรือหลวงที่สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ. 2411-2453) สร้างขึ้นเพื่อสะท้อนประวัติศาสตร์ สะท้อนจิตวิญญาณของเอเชียทีค ซึ่งมีประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยเมืองไทยเริ่มมีการค้าขายกับต่างชาติ เนื่องจากที่ดินตรงนี้มีประวัติศาสตร์ ในฐานะท่าเรือระหว่างประเทศแห่งแรกของสยามประเทศ ในสมัยที่ประเทศในแถบเอเชียนั้นอยู่ภายใต้การคุกคามของการรุกรานจากมหาอำนาจยุโรป ไม่เพียงแต่เรือลำนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยและยุโรปแล้ว ยังมีส่วนช่วยกอบกู้บ้านเมืองและรักษากรุงเทพฯ ให้พ้นภัยในช่วงวิกฤตการณ์ ร.ศ.112 เมื่อปี พ.ศ. 2436 อีกด้วย

ด้วยการมองการณ์ไกลของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงมีความคิดริเริ่มที่จะยกระดับสยามให้เป็นประเทศชั้นนำของโลก โดยตัดสินใจสร้างความสัมพันธ์กับประเทศเดนมาร์ก ให้นาย ฮันส์ นีลส์ แอนเดอร์เซนอดีตกัปตันของเรือลำนี้ ตั้งบริษัท อีสต์เอเชียติ๊กเทรดดิ้ง ซึ่งทำธุรกิจส่งออกไม้สัก สร้างท่าเรืออีสต์เอเชียติ๊กบนพื้นที่ที่ตั้งของโครงการ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ในปัจจุบัน เป็นการเริ่มต้นการทำการค้าระหว่างประเทศ ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับประเทศในยุโรป รวมทั้งเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาอธิปไตยและความเป็นอิสระจวบจนทุกวันนี้

สิริมหรรณพร่วมต่อยอดการอนุรักษ์หลักฐานอิงประวัติศาสตร์เมื่อครั้งอดีต และพร้อมแล้วที่จะพาแขกผู้มีเกียรติย้อนเวลาสู่สมัยรัชกาลที่ 5 ภายในเรือตกแต่งบรรยากาศอย่างวิจิตรงดงาม สะท้อนความคลาสสิคเหนือกาลเวลา จัดแสดงภาพถ่ายและสิ่งของเครื่องใช้ในอดีตอันบอกเล่าเรื่องราวของยุคสมัยอันเรืองรอง 

สิริมหรรณพจอดเทียบท่าถาวรที่ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อน ศูนย์รวมสินค้าและไลฟ์สไตล์หลากหลายที่ขึ้นชื่อริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเรือใบสามเสาที่งามสง่าลำนี้พร้อมแล้วที่จะต้อนรับแขกทุกท่านเข้าสู่โลกของอาหารและเครื่องดื่มชั้นเลิศ เครื่องดื่มต้นตำรับผสานสมุนไพรและผลไม้เมืองร้อน ค็อกเทลจากรัมสูตรพิเศษ คราฟท์เบียร์ ไวน์ชั้นดี สปิริตระดับพรีเมียม และเมนูอาหารมากมายทั้งไทยและยุโรปรวมไปถึงอาหารทะเลและเมนูสไตล์ทาปาส

สิริมหรรณพ สามารถรองรับผู้มีเกียรติได้ราว 300 คน โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ชั้นหลัก ๆ ประกอบด้วยชั้นบน(Upper Deck) และชั้นล่าง (Lower Deck) ที่รายล้อมด้วยทัศนียภาพของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยชั้นบนที่สามารถรองรับแขกได้ราว 100 คน เอื้อต่อการรับประทานอาหารเคล้าไวน์ในพื้นที่เปิดโล่ง เพื่อสัมผัสวิวสวยงามได้อย่างเต็มอิ่ม เลือกอิ่มอร่อยกับอาหารพอดีคำหรือเมนูจานใหญ่สำหรับแบ่งปัน จึงเหมาะทั้งสำหรับกลุ่มครอบครัวและเพื่อนฝูง ด้านกราบขวาของเรือยังมีม้านั่งเรียงรายให้ซึมซับวิถีชีวิตริมแม่น้ำของแผ่นดิน พร้อมเพลงเฮ้าส์สร้างบรรยากาศจากดีเจที่สปินแผ่นกันสด ๆ ทั้งยังมีรายการบันเทิงอาทิวงดนตรีสด การแสดงและธีมปาร์ตี้มากมายตามแต่วันเวลา

นอกจากนี้ที่ชั้นบนยังมีห้องวีไอพี เดอะ บริดจ์ (The Bridge) รองรับได้สูงสุด 6 ท่าน มอบประสบการณ์การรับประทานอาหารตั้งแต่ 3 ถึง 5 คอร์ส ที่ผสานรสชาติแบบไทย และยูโรเปียนอื่น ๆ เข้ากันอย่างลงตัว และจะต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้าเท่านั้น นอกจากนี้ หากกัปตันอนุญาต แขกยังสามารถเปิดประตูเข้าสู่บาร์รัมที่ซ่อนตัวอยู่ เพื่อลิ้มรสรัมของชาวเรือที่เรียกว่า ท็อตส์ (tots) ซึ่งเป็นปริมาณแอลกอฮอล์ที่นักเดินเรือได้รับอนุญาตให้ดื่มในแต่ละวัน 

ส่วนของชั้นล่าง (Lower Deck) ประกอบด้วยพื้นที่ห้องโถงสามารถสำรองทั้งชั้นเพื่อเป็นห้องจัดเลี้ยง งานแต่งงาน หรือปาร์ตี้ที่มีความเป็นส่วนตัว ที่รองรับผู้มีเกียรติได้ถึง 120 คน และห้องรับรองส่วนตัวอีก 2 ห้องที่รองรับแขกได้ห้องละ 6 คนพร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่ม

“เราตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่เปิดตัวสิริมหรรณพให้ทุกท่านได้สัมผัส และพร้อมพาคุณย้อนกลับไปยังรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งถือว่าเป็นยุครุ่งเรืองที่สุดของไทยยุคหนึ่ง เพื่อมอบค่ำคืนแสนพิเศษและอีเวนต์ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครแก่แขกของเรา รวมไปถึงอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก ผสานในวัฒนธรรมการเดินเรือแบบดั้งเดิมตามประวัติศาสตร์ไทย ไม่ว่าคุณจะมองหาสถานที่หรูหราสง่างามเพื่อดื่มกับคนรัก หรือสถานที่จัดงานในโอกาสพิเศษ สิริมหรรณพพร้อมแล้วที่จะพาคุณไปสู่การเดินทางที่น่าประทับใจ” มร. ไซมอน เบลล์ ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค กล่าว

สิริมหรรณพพร้อมเปิดให้บริการทุกท่านที่ต้องการความพิเศษในทุกโอกาสสำคัญ อาทิ งานวิวาห์ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว งานเลี้ยงฉลองสุดเอ็กซ์คลูซีฟทั้งแบบค็อกเทล และ กาลาดินเนอร์ รวมถึงการจัดงานอีเว้นท์ที่ต้องการความแตกต่างอย่างมีสไตล์ ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิค พร้อมมอบประสบการณ์ความอร่อยด้วยอาหารไทยเลิศรส และอาหารนานาชาติจากสุดยอดเชฟฝีมือคุณภาพ ตลอดจนบาร์ที่คุณสามารถดื่มด่ำความสุนทรีย์ด้วยเครื่องดื่มที่รังสรรค์โดยมิกซ์โซโลจิสต์มืออาชีพที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเส้นทางการเดินเรือจากอดีตที่เผยให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่แตกต่างของแต่ละประเทศและทวีป จึงเกิดเป็นเมนูเหล้ารัมต่าง ๆ ที่เสิร์ฟคู่กับช็อคโกแลตและผลไม้แห้ง ซึ่งจะสร้างความประทับใจให้กับทุกท่านอย่างมิรู้ลืม นอกจากนี้สมาชิก แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy) และ คลับ แมริออท (Club Marriott) ยังได้รับสิทธิประโยชน์อีกมากมายจากการใช้บริการอีกด้วย

 

สิริมหรรณพเปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป (วันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 16.00 – 00.00 น. วันเสาร์ – อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 12.00 – 00.00 น.) ที่ท่าเรือ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อน สามารถเดินทางมาถึงได้อย่างสะดวกทั้งทางบกและทางน้ำ รวมไปถึงเรือรับส่งฟรีจากท่าเรือติดกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสะพานตากสิน

www.bangkokmarriottmarquisqueenspark.com

เฟสบุ๊ค      https://www.facebook.com/sirimahannop/

Be the Top at Topone Club Bangkok!

ขันเงิน ไทยเทเนียม นำทีมเซเลบริตี้มากหน้าหลายตาร่วมงานแกรนด์โอเพ่นนิ่ง Topone Club Bangkok อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งธีมหลักที่ทำให้ทุกคนตื่นตาก็คือการพาแขกทุกคนไปตะลุยอวกาศร่วมกันนั่นเอง

Topone Club Bangkok มีคอนเซ็ปต์ล้ำๆ อย่าง ‘The Galactic Exploration Journey is Now Beginning at TOPONE.’ ดังนั้นบรรยากาศประเภททะลุมิติจักรวาล พร้อมโปรดักชั่นจัดเต็มทุกสเตจให้ทุกคนรู้สึกเหมือนอยู่ในยานอวกาศที่พาท่องจักรวาลไปกับเหล่าดีเจชั้นนำของไทยและต่างประเทศที่พร้อมมาชวนคุณระเบิดความมันแบบอันลิมิตตลอดทั้งคืน ให้คุณรู้สึกเหมือนเข้าร่วมเทศกาลดนตรีระดับโลกในกรุงเทพฯ นี่เอง

Topone Club Bangkok รัชดา เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 21.00 น.​ เป็นต้นไป

FB/toponeclubbangkok

InterContinental Hua Hin Resort ชวนร่วมกิจกรรมแห่งปี “ The Wind of Memories อิ่มเอมไปกับ Tea Pairing Experience ริมชายหาด

“อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซสหัวหิน” ชวนร่วมกิจกรรมแห่งปี “ The Wind of Memories – สายลมแห่งกาลเวลา” สัมผัสประสบการณ์ตากอากาศ พร้อมอิ่มกายอิ่มใจไปกับ Tea Pairing Experience ร่วมสนุกกับกิจกรรมริมทะเล และ DJ-ดนตรีร่วมสมัยบน Floating Stage ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ และ วันหยุดยาว 10 ต.ค.- 1 พ.ย. นี้

เริ่มแล้ววันนี้กับกับกิจกรรมแห่งปี “สายลมแห่งกาลเวลา” โครงการ “อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน” คอนโดระดับลักชัวรี่ ติดชายหาดใจกลางเมืองหัวหิน ชวนพักผ่อน และใช้เวลาช่วงวันหยุด พารำลึกถึงเส้นทางอดีตอันงดงามของ “หัวหิน” เมืองตากอากาศขึ้นชื่อของไทย กับสถาปัตยกรรมยุคโคโลเนียล ที่มาการออกแบบโครงการ “อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน” พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว และผู้ที่กำลังมองหาที่พักอาศัยในเมือง “หัวหิน” ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ และวันหยุดยาว ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายนนี้

คุณพราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ชวนลูกค้าร่วมผ่อนคลายไปกับชายหาดอันสวยงาม และบรรยากาศที่เงียบสงบ ที่เรียงรายด้วยบ้านพักเก่าแก่ที่มีอายุนับศตวรรษ สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในนั้นคือที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของ Sales Gallery ของโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน และ 111 Social club พร้อมรับ “สายลม” อันเป็นสัญลักษณ์ คู่กับเมืองตากอากาศแห่งนี้มาทุกยุคทุกสมัย

พร้อมอิ่มอร่อยกับ  High Tea และเมนูไทยชาววังสุดหรูเมนูพิเศษจาก เชฟ Mamadu Executive Chef, InterContinental Hua Hin Resort ผสมผสานด้วยของอร่อยจากเมืองหัวหิน อย่าง ตะโก้ และมะม่วงกวนจากร้านแม่เก็บ,  ข้าวเหนียวมูนจากร้านป้าเจือ และขนมบ้าบิ่นจากร้านแม่นงนุช  ที่จับคู่กับชาจากชั้นเลิศจาก TWG Tea โดยจะมี Tea Master คอยให้คำแนะนำในการจับคู่ชากับขนมไทยเพื่อเพิ่มอรรถรสในการทานของว่างยามบ่าย

ดูโพสต์นี้บน Instagram

𝙏𝙖𝙠𝙚 𝙩𝙞𝙢𝙚 𝙩𝙤 𝙢𝙖𝙠𝙚 𝙮𝙤𝙪𝙧 𝙨𝙤𝙪𝙡 𝙝𝙖𝙥𝙥𝙮…🥰 Another luxurious way to enhance your culinary experience. Enjoy the sumptuous breakfast, elegant afternoon tea set and evening cocktail while swimming around … 🥂☀️🌴 Credit image @sjqueenq Explore the resort with 360 virtual tour: https://bit.ly/2pbQG2n BOOK NOW ☎️ Tel: 032-616-999 📩 Email: ichh.rsvn@ihg.com 📲 Line ID: @interconhuahin #luxuryhotel #Beachresort #IHGLuxlife #intercontinentalhuahin #Floatingbreakfast #ClubInterContinental #livetheintercontinentallife

โพสต์ที่แชร์โดย intercontinentalhuahin (@intercontinentalhuahin) เมื่อ

สามารถลิ้มรสมนต์เสน่ห์อาหารไทยรสชาติต้นตำรับ จากรสมือแม่จากรุ่นสู่รุ่น กับเชฟมาม่าดู๋ ทุกวันเสาร์ที่ 𝗣𝗶𝗿𝗼𝗺 𝗣𝗼𝗽-𝘂𝗽 𝗧𝗵𝗮𝗶 𝗖𝘂𝗶𝘀𝗶𝗻𝗲 ณ𝟭𝟭𝟭 𝗦𝗼𝗰𝗶𝗮𝗹 𝗖𝗹𝘂𝗯 ตั้งแต่เวลา 18.30 น.เป็นต้นไป โดยในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ อาหารเย็น 3 คอร์ส ราคาเพียง 1,100 บาทสุทธิเท่านั้น (รวมเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ไม่จำกัด) หรือเพิ่มอีกเพียง 500 บาทกับ Wine Pairing สำรองที่นั่งได้ที่ 032-616-999 หรือ ichh.dining@ihg.com

ผู้สนใจสามารถเข้ามาสัมผัสประสบการณ์แห่งการพักผ่อนที่เหนือระดับ หรือชมห้องตัวอย่างที่เซลล์ แกลเลอรี โครงการ ณ ซอยหัวหิน 71 การออกแบบห้องพักที่ให้ full function เน้นความอยู่สบาย เหมาะกับการพักอาศัยของทุกคนในครอบครัว และการออกแบบ Master Plan ที่เป็นรูปตัว U เพื่อรับลมและวิวทะเลได้อย่างเต็มที่ โดยพื้นที่ 80% ของโครงการเป็นห้องแบบเป็นเห็นวิวทะเล (Seaview) พิเศษสุดสำหรับผู้นัดหมายเยี่ยมชมโครงการตลอดเดือนกรกฎาคม 2563  รับ complementary High Tea Set เมนูชาวรั้วชาววัง โทร. 02-026-8999  หรือ Line@ Proudrealestate  สามารถชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.intercontinentalresidenceshuahin.com 

หรือสายวายจะครองวงการบันเทิงไทย?

ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ สำหรับความแรงของซีรีส์สายวายนั้นอยู่ทั่วทุกหัวระแหง ทั้งในและนอกประเทศ และเพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับวงการบันเทิงของประเทศไทย กันตนา กรุ๊ป ประกาศจับมือกับ สตาร์ ฮันเตอร์ผลิตออริจินัลคอนเทนต์ว่าด้วยเรื่องวายโดยเฉพาะ โดยเปิดปูพรมที่ 1 รายการ กับ 3 ซีรีส์ภายในปี 2021 อย่างแน่นอน

ในระหว่างที่รอออริจินัลคอนเทนต์วายๆ ก็มาดูรูปศิลปินทั้งจากกันตนา กรุ๊ป และสตาร์ ฮันเตอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์กันไปพลางๆ กันดีกว่า

แนะนำเมนูใหม่เอี่ยม ณ ห้องอาหารจีนแชงพาเลซ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ

เปิดเมนูใหม่ไม่หวั่นสถานการณ์โควิด-19 ห้องอาหารจีนแชงพาเลซ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ แนะนำเชฟเชา ไวแมน พ่อครับใหญ่ชาวจีนแนะนำอาหารใหม่พร้อมให้คุณเปิดประสบการณ์ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป โดยเชฟเชานั้นมีเก็บเกี่ยวประสบการณ์การปรุงอาหารจีนในหลากหลายประเทศมากว่าสี่ทศวรรษ และช่วงเวลานี้ เขาสร้างสรรค์เมนูใหม่ในสไตล์จีนกว้างตุ้งดั้งเดิมเพื่อให้ชาวไทยได้ลิ้มรสพร้อมกันแล้ว

โดยเมนูแนะนำมีทั้งซี่โครงแกะอบชานจาและซอสสับปะรด ซึ่งเราแนะนำจานนี้เป็นอย่างยิ่ง กลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเนื้อแกะเข้ากันกับซอสรสชาติพิเศษ ต่อด้วยเนื้อวากิวผัดกระเทียม ที่รสชาติเข้มข้น ทานคู่กับข้าวผัดกานาฉ่ายรสอ่อน เข้ากันได้ดี และยังมีอีกเมนูหลากหลายให้เลือกกินแบบไม่ซ้ำอย่างแน่นอน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่โทร. 02-236-7777 และ 02-236-9952 

อีเมล์: restaurants.slbk@shangri-la.com 

www.shangri-la.com

Photographer: Perakorn Voratananchai

Light Up The Sky with BLINK!: มาร่วมเดินทางไปกับสี่สาว BLACKPINK กับภาพยนตร์สารดคีครั้งแรกของพวกเธอจาก Netflix

BlackPink- LIGHT UP THE SKY (L to R) LISA, JENNIE, JISOO and ROSÉ from BlackPink- LIGHT UP THE SKY. Courtesy of NETFLIX/Netflix © 2020

เคยสงสัยกันไหมว่าเบื้องหลังความสำเร็จของสี่สาวแห่ง BLACKPINK นั้นมาได้อย่างไร ความโด่งดังอย่างเปรี้ยงปร้างของพวกเธอนับตั้งแต่เดบิวต์ในเดือนสิงหาคม 2016 นั้นไม่ได้มาเพราะโชคช่วยอย่างเดียวแน่นอน และในวันนี้ Netflix พาคุณไปสำรวจเบื้องหลังความสำเร็จของสาวๆ ในสารคดี BLACKPINK: Light Up The Sky ตั้งแต่วันที่พวกเธอเริ่มต้นในฐานะเด็กฝึกหัด จนถึงวันที่เธอกลายเป็นไอคอนของเจเนอเรชั่นนี้ไปแล้ว 

เรามีบทสัมภาษณ์ของทั้งสี่สาวและแตโรลิน เซอ ผู้กำกับในวันแถลงข่าวออนไลน์มาเรียกน้ำย่อยของบลิงก์ทุกคนด้วยนะ 

สารคดีเรื่องใหม่ล่าสุดของ BLACKPINK กำลังจะได้ฉายใน 190 ประเทศทั่วโลกผ่านทาง Netflix คุณรู้สึกอย่างไร

โรเซ่: พวกเราทุกคนดู Netflix แล้วเราก็รู้สึกเป็นเกียรติมากๆ ที่สารคดีของเราจะได้ฉายออกอากาศทาง Netflix แล้วก็ตื่นเต้นมากๆ เพราะสารคดีเรื่องนี้มีทั้งเบื้องหลัง ความกดดัน ความรักจากแฟนๆ และที่สำคัญ เรามีเซอไพรซ์ด้วย พรุ่งนี้ ทุกคนจะสามารถเลือกหน้าเราทั้ง 4 คน ตั้งเป็น profile ใน Netflix ของทุกคนได้แล้ว 

ลิซ่า: ฉันแทบอยากจะเปลี่ยนไอคอนบนโปรไฟล์ Netflix ของฉันเดี๋ยวนี้เลย

แคโรไลน์ ซอ ผู้กำกับสารคดีผู้อยู่เบื้องหลังการถ่ายทอดเรื่องราวอันน่าทึ่งของ BLACKPINK

แคโรไลน์: สวัสดีค่ะทุกคน ตอนนี้ฉันอยู่ที่นิวยอร์ค ฉันตื่นเต้นมากๆ สำหรับสารคดีของ BLACKPINK เรื่องนี้ และขอแสดงความยินดีกับสาวๆ BLACKPINK ที่จะได้ปรากฎตัวบน Netflix ด้วยค่ะ

เจนนี่: สำหรับโปรเจกต์นี้ เราทำงานกันอย่างใกล้ชิดมากๆ กับผู้กำกับของเรา เราตั้งตารอคอยที่จะได้ชมผลงานสารคดีชิ้นนี้อย่างใจจดใจจ่อเลยค่ะ สารคดีเรื่องนี้จะเป็นเหมือนของขวัญให้ BLINK ทุกคน หวังว่าสารคดีนี้ จะเป็นสะพานที่ช่วยเชื่อมระหว่างเราและแฟนๆ BLINK ไว้ด้วยกันค่ะ

จีซู: การที่ Netflix เลือกที่จะทำสารคดีของเราต่อจากศิลปินระดับโลกอย่าง Beyonce, Taylor Swift และ Lady Gaga  ทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้นมาก และรอคอยจะได้เผยแง่มุมต่างๆ ของเราให้แฟนๆ ได้เห็นค่ะ

เจนนี่: เราเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นศิลปินฝึกหัด จนได้เดบิวต์ และมาถึงวันนี้ แฟนๆ BLINK จะได้เห็นการทำงาน ความทุ่มเทของเรา ความ authentic ที่ไม่เคยได้เห็นที่ไหน และเราหวังว่าพวกเค้าจะชอบค่ะ

สมาชิกของวงมาจากต่างวัฒนธรรมต่างสิ่งแวดล้อมทำให้สารคดีนี้มีความหลากหลายทางภาษามาก

โรเซ่: ตอนที่ถ่ายซีนสัมภาษณ์ เราจริงใจกันมากๆ เปิดใจ เปิดความคิด พวกเราจะพูดในภาษาที่สบายใจ มีหลายภาษาเลยค่ะ ลิซ่าพูดภาษาไทย จีซูภาษาเกาหลี ฉันกับเจนนี่โตในต่างประเทศก็จะพูดทั้งเกาหลี-อังกฤษ เราได้พูด ได้แสดงออกในภาษาที่เราถนัด ผู้ชมจะได้เห็นถึงความแตกต่างหลากหลาย ซึ่งมันเป็นสัญลักษณ์ความเป็น BLACKPINK ที่ผสมผสานความหลากหลาย และมันคือตัวเราทุกคน เราเชื่อว่าแฟนๆ จะชอบค่ะ

เจนนี่: ถึงแม้เราจะสื่อสารกันหลากหลายภาษา แต่เราทุกคนเข้าใจกันเป็นอย่างดี ภาษาไม่ได้เป็นอุปสรรคเลย We’re the world

การถ่ายทำสารคดีเป็นอย่างไรบ้าง

ลิซ่า: นี่เป็นครั้งแรกที่ถ่ายทำสารคดีแบบที่มีกล้องและทีมงานติดตาม 24 ชั่วโมง แรกๆ ฉันรู้สึกประหม่ามาก แต่สักพักก็เริ่มชิน ยิ่งถ่ายทำไปนานๆ เรายิ่งเป็นธรรมชาติ และสนุกไปกับการถ่ายทำ เพราะผู้กำกับน่ารัก และเป็นกันเองมากๆ เรื่องนี้ต้องขอบคุณผู้กำกับมากที่เตรียมตัวในการทำงานอย่างดี และทำให้เราได้เป็นตัวเราเองจริงๆ

ช่วยเล่าถึงความเป็น BLACKPINK ในสารคดีเรื่องนี้หน่อย

แคโรไลน์: พวกเขาเป็นเหมือนทั้งเพื่อนและครอบครัว

เจนนี่: เราอยู่ด้วยกัน ทำงานด้วยกันมาตั้งแต่เป็นศิลปินฝึกหัด เห็นการเติบโตของกันและกัน แบ่งปันความรู้สึก ช่วยเหลือกัน เราเหมือนเป็นครอบครัวจริงๆ ที่มีความผูกพัน รู้สึกสบายใจ เป็นตัวของตัวเองได้เมื่ออยู่ด้วยกัน และเราดึงส่วนที่ดีของกันและกันออกมา

จีซู: Teddy Park เป็นคนที่เก่งมากค่ะ เค้ารับฟัง เข้าใจ และสามารถสะท้อนสิ่งต่างๆ ออกมาเป็น direction ของวงได้ อาจจะเรียกว่าเขาเป็นสมาชิกคนที่ 5 ของวงก็ว่าได้ เขามีความสำคัญและจำเป็นต่อวงของเรามากๆ ค่ะ

โรเซ่: การทำงานกับแคโรไลน์ เธอจะพูดคุยรายละเอียดกับเราก่อน ว่าเราสบายใจที่จะทำจริงๆ และดึงความเป็นธรรมชาติของเราออกมาได้ดีมาก เธอเจ๋งมากๆ เลยค่ะ 

การทำงานกับ BLACKPINK เป็นอย่างไรบ้าง

แคโรไลน์: เป็นโปรเจกต์ที่สนุกมาก BLACKPINK เป็นวงที่ทำงานด้วยแล้วสนุก สารคดีนี้ก็จะเป็นสารคดีที่สนุก เป็นเรื่องราวที่ดูแล้วรู้สึกถึงพลังบวก สาวๆ  BLACKPINK ก็มีเสน่ห์มาก และฉลาดมากๆ ด้วยค่ะ

อะไรที่ทำให้คุณมาทำสารคดีเรื่องนี้

แคโรไลน์: จริงๆ แล้วฉันไม่ได้คุ้นเคยกับ K-Pop เท่าไหร่ แต่ทางหลานของชั้นจะเป็นแฟน K-Pop ตัวยงเลยค่ะ แต่ฉันรู้จัก BLACKPINK นะคะ พอเริ่มทำ research เกี่ยวกับวงการนี้มากขึ้น ชั้นก็รู้สึกตื่นเต้นมากค่ะ

ไฮไลท์ของสารคดี BLACKPINK: Light Up The Sky

แคโรไลน์: สำหรับสารคดีเรื่องนี้ จะถ่ายทอดมุมมองของ BLACKPINK ในหลากหลายแง่มุม มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น ไม่ได้มีเพียงมิติเดียว โดยจะเล่าเรื่องราวตั้งแต่การมารวมตัวกันของสมาชิกทั้ง 4 คน และอะไรที่ทำให้ BLACKPINK กลายมาเป็นปรากฎการณ์แห่งยุคสมัย

ในฐานะผู้กำกับคุณคงได้รับรู้และเห็นเรื่องราวเบื้องหลังมากมายพอจะเล่าให้เราฟังหน่อยได้ไหม

แคโรไลน์: ใช่เลย มันน่าตื่นเต้นมากๆ ที่ได้เห็นการทำงานเบื้องหลัง และการร่วมงานของศิลปินระดับโลกด้วยกัน โดยเฉพาะตอนที่เราไปถ่ายทำ  BLACKPINK มีโปรเจกต์กับ Lady Gaga พอดี เป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจ

BLACKPINK: Light Up The Sky สตรีมมิ่งแล้วที่ Netflix