เมื่อพลังเหนือมนุษย์ทำให้กลายเป็นตัวประหลาด “FREAKS” ผลงานระทึกขวัญกระแสแรงจากโตรอนโต้


‘หากพบเห็นเหตุการณ์ไม่ปกติ โปรดแจ้งเข้ามาที่หน่วยงานของรัฐโดยด่วน’ คือประโยคที่ปรากฏบนใบปิดของภาพยนตร์ “FREAKS คนกลายพันธ์” ผลงานระทึกขวัญน่าจับตามอง ที่กวาดรับกระแสคำชมเอกฉันท์ในหมู่นักวิจารณ์ หลังจากเปิดฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโทรอนโต (TIFF 2018) จนถึงกับได้รับคำนิยามว่า “นี่คือหนังลึกลับที่ยอดเยี่ยมที่สุดนับจาก 10 Cloverfield Lane” พร้อมพาผู้ชมดำดิ่งสู่โลกที่เต็มไปด้วยปริศนา ผ่านสายตาของเด็กสาวอายุ 7 ขวบ ที่ไม่เคยก้าวออกจากบ้าน และการตามล่าจากองค์กรรัฐบาลที่มีหน้าที่จับกุมมนุษย์ที่มีพลังเหนือธรรมชาติ หรือที่พวกเขาเรียกว่า “ตัวประหลาด”

ภาพยนตร์บอกเล่าเรื่องราวของลูกสาววัย 7 ขวบ โคลอี้ (รับบทโดย เลซี่ โคลเคอร์) และ อดัม ผู้เป็นพ่อ ( รับบทโดย อีมิล เฮิร์ช) ที่ขังลูกสาวอยู่ในบ้านถึง 7 ปี ผู้พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เธอออกไปจากบ้านของพวกเขา คอยบอกเธอเกี่ยวกับอันตรายที่อยู่ข้างนอกประตูบ้านหลังนั้นตลอดเวลา จนกระทั่งวันหนึ่งเธอได้รวบรวมความกล้าและตัดสินใจเปิดประตูบานนั้นออกไปเพื่อพบกับอิสรภาพที่ต้องแลกด้วยเลือด

จากตัวอย่างของภาพยนตร์ได้เผยให้เห็นถึงบรรยากาศแห่งความไม่น่าไว้วางใจและอันตรายที่รออยู่ข้างนอก ที่ผู้ชมเห็นได้จากข่าวที่ปรากฏบนหน้าจอทีวี ได้เห็นบ้านที่โดนถล่มโดยฝูงโดรนติดอาวุธ รวมถึงการเฝ้าระวังและจับตามองเหล่าตัวประหลาดที่ปราศจากการควบคุมจากรัฐบาล มิหนำซ้ำโคลอี้ยังคงได้เห็นคนถูกยิงด้วยตาของเธอเองด้วย แต่ถึงกระนั้นตัวอย่างก็ไม่เคยบอกเราว่าอันตรายที่ว่านั้นคืออะไร“เราต้องการเล่าผ่านมุมมองของเด็กหญิงอายุ 7 ขวบ ที่ไม่เคยรู้เรื่องราวของโลกภายนอก เธอไม่รู้แม้กระทั่งสิ่งที่อยู่นอกประตูบ้านของเธอเอง และเมื่อเธอค้นพบความจริง เธอก็ต้องเผชิญกับอารมณ์ต่าง ๆ ที่ถาโถมใส่เธออย่างไม่หยุดหย่อน และเป็นเพราะว่าเราเล่าเรื่องผ่านมุมมองของเธอ เวลาที่เธอกลัวมันจึงให้อารมณ์ของหนังสยองขวัญ เวลาที่เธอเดินออกไปสัมผัสโลกภายนอกบ้านเธอครั้งแรกและรู้สึกตื่นเต้น คุณก็จะรู้สึกเหมือนคุณกำลังดูหนังของสปีลเบิร์กในยุค 80 พวกเราไม่เคยมีความคิดเลยว่าหนังเรื่องนี้ควรจัดอยู่ในหนังประเภทไหนครับ” อดัม บี สตีน ผู้กำกับ กล่าว

ภาพยนตร์กำกับและเขียนบทโดยสองผู้กำกับมากฝีมือ อย่าง แซ็ค ลิพอลสกี้ และ อดัม บี สตีน ที่เพิ่งมีผลงานในทีวีซีรีย์ Kim Possible นำแสดงโดย อีมิล เฮิร์ช (Into the Wild), บรูซ เดิร์น (The Hateful Eight) และ เลซี่ โคลเคอร์ (The Little Mermaid) จงระวังเอาไว้ให้ดี มีมนุษย์บางสายพันธ์แอบซ่อนอยู่กับเรา

“FREAKS คนกลายพันธ์”
26 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

8 ศิลปินไทยฉลองอัลบั้มใหม่ “Ed Sheeran” คัฟเวอร์ 4 เพลงพิเศษเอาใจแฟนๆ

หลังจากที่แฟนๆ ได้ฟังอัลบั้มชุด Divide ที่มาพร้อมเพลงดังอย่าง “Castle on the Hill”, “Shape of You”, “Perfect” ศิลปินหนุ่ม Ed Sheeran ก็มาพร้อมอัลบั้ม No.6 Collaborations Project โดยมี “I Don’t Care” ที่ทำกับ Justin Bieber เป็นซิงเกิลแรกของอัลบั้มออกมาให้แฟนๆ ได้ฟัง

นอกจาก Justin Bieber แล้วอัลบั้มชุด No.6 Collaborations Project ยังมีศิลปินอย่าง Bruno Mars, Khalid, Cardi B, Eminem, Camila Cabello และ Skrillex กับศิลปินอีกมากมายที่มาร่วมแจม จนทำให้อัลบั้มนี้ครบรสชาติทางดนตรี

และ เพื่อร่วมต้อนรับการกลับมาของ Ed Sheeran ทาง Warner Music ทางค่ายเพลงไทยอย่าง HolyFox ในเครือ LOVEiS Entertainment, BOXX Music ในเครือ Muzik Move, Spicydisc, What the Duck, และ Wayfer Records ก็ได้จัดโปรเจกต์พิเศษ Ed Sheeran : No.6 Co(ver!)llaborations ด้วยการพา 8 ศิลปินอย่าง  สิงโต นำโชค (นำโชค ทะนัดธัมย์),แก้ม-วิชญาณี เปียกลิ่น,เก้า-จิรายุ ละอองมณี, D Gerrard (บิ๊ก-อุกฤษ วิลลีย์บรอดดอนกาเบรียล), แปม-ศิรภัสรา สินตระการผล, ส้ม-มารี เออเจนี เลอเลย์, โอ-ปวีร์ คชภักดี และ Marina (มารีน่า-ศดานันท์ บาเล็นซิเอก้า) มาคัฟเวอร์เพลงจากอัลบั้ม No.6 Collaborations Project รวมถึงผลงานดังของ Ed อย่าง “Shape of You”ในแบบฉบับตัวเอง

Cr. sanook.com

“เป๊ก ผลิตโชค” เปิดตัวมาดหนุ่มขี้เหงา ท่องราตรีในเอ็มวีฮอต “Lonely Night”

ที่ผ่านมา เป๊ก-ผลิตโชค อายนบุตร เป็นศิลปินผู้มาพร้อมซิงเกิลซึ่งผสมผสานความเป็นอาร์แอนด์บี และ ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ เข้าไว้ด้วยกัน โดยล่าสุดเขาก็มาพร้อมซิงเกิลใหม่ที่มีชื่อว่า “Lonely Night” ซึ่งมาจากความรู้สึกที่เป๊กมักพบเจอบ่อยๆ

เพลง “Lonely Night” เป๊กได้เล่าความรู้สึกเหงาที่เขามักพบเจอเวลาค่ำคืน ซึ่งเพลงนี้เป๊กก็ได้ แอ้ม-อัจฉริยา ดุลยไพบูลย์ ผู้แต่งเนื้อร้องเพลง “นี่แหละความรัก (This is love)”  มาดูแลเนื้อร้อง ส่วนทำนองก็เป็นฝีมือการดูแลของ Botcash (เอ้-สัณหภาส บุนนาค) ดีเจชื่อดัง และ สมาชิกวง Boom Boom Cash 

ในส่วนของเอ็มวี ผู้กำกับอย่าง จีน-คำขวัญ ดวงมณี ที่เคยฝากฝีมือไว้ในเอ็มวี “Don’t You Go” ของ แสตมป์-อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข และ “ดำสนิท” ของ ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์ ก็ได้เล่าเรื่องราวของเป๊กในค่ำคืนที่เขารู้สึกเหงา จนเขาตัดสินใจออกท่องราตรีพร้อมรถสปอร์ตคู่ใจ

โดยเป๊กได้เล่าถึงการทำเพลง “Lonely Night” ไว้ว่า “สำหรับเพลง “Lonely Night” เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ผมได้มีโอกาสทำร่วมกับพี่แอ้มและน้องเอ้ Boom Boom Cash ครับ เป็นเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสถานการณ์ตอนกลางคืน พี่แอ้มบอกว่าแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงนี้มาจากตัวผมเอง (หัวเราะ) เพราะเราชอบใช้ชีวิตตอนกลางคืน เป็นคนขี้เหงานิดๆ ก็คือจริงๆ แล้ว ทุกท่อน คือ เป็นแบบตัวเราเลย (หัวเราะ) กว่าจะออกมาสำเร็จได้นี่แก้ไปมาหลายรอบเลย ในพาร์ทดนตรีก็มีช่วยออกไอเดียบ้าง น้องเอ้จะเป็นสายอิเล็กทรอนิกส์มาเลย เราก็จะขอปรับความอิเล็กทรอนิกส์ลงนิดนึง เพิ่มความเป็นป็อปออกแนวอาร์แอนด์บี ขึ้นมาหน่อย สำหรับเอ็มวี ได้น้องจีน มากำกับให้ ส่วนตัวเราชอบผลงานน้องจีนอยู่แล้วเคยได้ร่วมงานกันตอนถ่ายน้ำหอม Colour Soul Secret Collection เลยจีบน้องมาทำเอ็มวีให้ครับ ฝากติดตามเพลง “Lonely Night” ด้วยนะครับ เพลงเพราะ ภาพสวย หวังว่าทุกๆ คนน่าจะชอบกันนะครับ”

Cr. sanook.com

หนุ่มเจ้าเสน่ห์ คังแดเนียล เตรียมมาขโมยหัวใจสาวไทย พร้อมจัดหนัก จัดเต็ม ในงานแฟนมีตติ้งเดี่ยวครั้งแรก!

เฮกันยกใหญ่ เมื่อหนุ่มสุดฮอต คังแดเนียล (KANG DANIEL) ได้อัพเดทผลงานผ่านทางไลฟ์ บนอินสตาแกรมส่วนตัวให้แฟนๆ ได้ชุ่มชื่นหัวใจว่าเขากำลังเตรียมเดบิวต์ผลงานเดี่ยวออกมาให้ได้ติดตามกันเร็วๆ นี้ และเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา คัง แดเนียล ก็ได้ปล่อยอัลบั้มเดบิวต์ออกมาพร้อมกับ มิวสิควีดีโอเพลงโปรโมตที่มีชื่อว่า “What are you up to” โดยเขาได้มีส่วนร่วมในการเขียนเนื้อเพลงนี้ด้วยตนเอง และนอกจากนี้ ในอัลบั้ม color on me ยังได้โปรดิวเซอร์ฝีมือดีอย่าง Kei Lim (CEO ของ Devine Channel) มาช่วยโปรดิวซ์อีกด้วย สำหรับกิจกรรมโปรโมตในฐานะศิลปินเดี่ยว ของหนุ่ม คัง แดเนียล นั้น อยู่ภายใต้การดูแลของค่าย KONNECT Entertainment ซึ่ง ณ ขณะนี้เขาก็พร้อมที่จะโชว์ผลงานเพลงให้แฟนๆ ได้ติดตามกันแล้ว รวมถึงงานแฟนมีตติ้งเดี่ยวขอเขาภายใต้ชื่อ “color on me” ก็กำลังจะจัดขึ้นที่ประเทศไทยในอีกไม่นานเกินรอ

นับตั้งแต่ คัง แดเนียล สามารถคว้าอันดับ 1 ในรายการ Produce 101 Season 2 มาได้สำเร็จ!! เขาก็กลายเป็นคนดังอันดับต้นๆ ของประเทศเกาหลีทันที! เพราะนอกจากจะมีรายการวาไรตี้ต่างๆ มากมายที่ติดต่อขอเชิญเขาไปร่วมรายการอย่างเนืองแน่นแล้ว งานโฆษณาก็หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสายเลยเช่นกัน ส่งผลให้ คัง แดเนียล ขึ้นครองอันดับ 1 ไอดอลชายที่มีชื่อเสียงต่อแบรนด์สินค้าประจำเดือนติดต่อกันถึง 13 ครั้ง และยังควบอันดับ 1 ในสาขานายแบบชายอีกด้วย

ถึงแม้ว่าตัวเขาจะห่างหายจากหน้าจอทีวีไปพักใหญ่ แต่ชื่อเสียงและความนิยมในตัวเขานั้นไม่เคยจางหาย แสดงให้เห็นว่าหนุ่ม คัง แดเนียล นั้นคือขวัญใจของชาวเกาหลี และแฟนคลับทั่วโลกอย่างแท้จริง โดยกระแสนิยมสุดร้อนแรงนี้ ก็มาจากเสน่ห์เฉพาะตัวของเขาที่ทำเอาสาวๆ ทั่วโลกเป็นอันต้องตกหลุมรักผู้ชายคนนี้อย่างยากที่จะถอนตัว

และใครที่กำลังคิดถึง อยากสัมผัสความน่ารัก ความสดใสที่มาพร้อมกับเสน่ห์อันเย้ายวนใจของหนุ่มสุดฮอตคนนี้แล้วละก็.. เตรียมตัว เตรียมใจ ไปฟินกันได้เลย เมื่อ UnUsUaL Entertainment ผู้จัดมากประสบการณ์ ยืนยันแล้วว่าจะนำพาหนุ่มที่ทุกคนรอคอย คัง แดเนียล มาเจอะเจอกับแฟนคลับชาวไทยอย่างแน่นอน กับงานแฟนมีตติ้งเดี่ยวครั้งแรกของเขาที่มีชื่อว่า KANG DANIEL FANMEETING: COLOR ON ME IN BANGKOK ที่จะจัดขึ้น ในวันเสาร์ที่ 7 กันยายน 2562 ณ ไบเทค Hall 98 งานนี้พลาดไม่ได้

#KangDanielColorOnMeinBKK #ColorOneMeinBKK #KangDaniel #ColorOnMe

Cr. music.sanook.com

10 ปีสู่ “วันนี้” ของ “โต๋ ศักดิ์สิทธิ์” คอนเสิร์ตใหญ่ที่ทั้งร้อง เต้น เล่นเปียโน

กลับมามอบบทเพลงสุดน่ารักอบอุ่นให้แฟนๆ ได้หายคิดถึงกันอีกครั้ง สำหรับหนุ่มนักร้อง-นักเปียโน โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร กับคอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 10 ปี “โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ ทูเดย์ ไลฟ์ แอท อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี” (Tor Saksit Today Live @ Impact Arena) จัดโดย บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เมื่อวันเสาร์ที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา งานนี้หนุ่มโต๋ พาแฟนๆ ย้อนเวลาตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ขนมาทั้งบทเพลงที่หลายคนคิดถึง และโชว์สุดเซอร์ไพรส์ให้แฟนๆ ได้ยิ้มกันไม่หยุดตลอด 3 ชั่วโมงเต็ม

หนุ่มโต๋เปิดเวทีด้วยเพลงจังหวะสนุกให้ได้โยกตามกันเบาๆ “ฝากมากับดวงดาว”, “รักเลยได้มั้ย?” ตามมาด้วยโชว์เดี่ยวเปียโนแรกกับเพลงฮิตตลอดกาล “รักเธอ” ต่อด้วยเพลงที่ทุกคนร้องตามกันได้อย่าง “คนไม่พิเศษ”, “ได้ไหม”, “เพื่อเธอ”, “อะไรก็ได้”, “อยากส่งความรัก”, “เพลงของหัวใจ”, “อยู่ที่ไหน” โดยนอกจากจะฟินไปกับเสียงร้องและเปียโนของหนุ่มโต๋แล้ว แฟนๆ ยังได้ตื่นตาตื่นใจไปกับเวที LED ที่ใช้เทคนิคฉายภาพ 3 มิติ เนรมิตเวทีคอนเสิร์ตครั้งนี้ให้เต็มไปด้วยภาพ แสง สี สุดอลังการ

ก่อนจะถึงคิวแขกรับเชิญสุดพิเศษคนแรก กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ ที่โชว์เสียงนุ่มๆ คู่กับโต๋ในเพลง “หัวใจ ผูกกัน” ต่อด้วย “รัก” โดยเพลงนี้สองหนุ่มเซอร์ไพรส์แฟนๆ ด้วยการโชว์บทเพลงประสานระหว่างเปียโนของโต๋กับเสียงขลุ่ยหวานๆ ของกัน เรียกเสียงกรี๊ดได้ทั่วทั้งฮอลล์ แล้วส่งต่อเวทีให้ กัน ได้โชว์พลังเสียงต่อในเพลงเดี่ยว “ข้างๆ หัวใจ” ที่ทำเอาแฟนๆ เคลิ้มไปตามๆ กัน ก่อนโต๋จะกลับขึ้นเวทีอีกครั้งพร้อมออกสเต็ปแดนซ์แบบที่ไม่ได้เห็นกันบ่อยๆ ในเพลง “เวลาของเรา” ตามด้วยเพลงฮิตจากอัลบั้มล่าสุด “เขตห้ามหวง” และเปลี่ยนบรรยากาศ หยิบกีตาร์มาโชว์เพลง “ไม่มีวันอยู่แล้ว”, “ปรากฏการณ์”, “รู้ไว้มีฉันรักเธอ” ในเวอร์ชั่นอะคูสติก ชวนแฟนๆ ให้ร้องไปพร้อมกัน

เสียงกรี๊ดในฮอลล์ดังสนั่นต้อนรับแขกรับเชิญคนสำคัญอีกครั้ง เมื่อสาวอารมณ์ดี จียอน ปรากฏตัวบนเวทีด้วยลุคร้อนแรงพร้อมโชว์สเต็ปแดนซ์คู่กับโต๋ในเพลง “Kill This Love” ต่อด้วย “Perhaps Love” เพลงรักหวานๆ ที่ทั้งคู่ถ่ายทอดออกมาเป็นเวอร์ชั่น 2 ภาษา ไทย-เกาหลีสุดน่ารัก

ก่อนที่โต๋จะเริ่มโชว์สุดพิเศษด้วยการ เฟซบุ๊กไลฟ์ สื่อกลางที่ทำให้โต๋ได้ใกล้ชิดกับแฟนๆ มากขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา จำลองบรรยากาศไลฟ์ที่ทุกคนคุ้นเคยให้ดูกันอีกครั้งบนเวที ในเพลง “ไม่พูดก็เข้าใจ”, “หมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจ”, “รักในซี เมเจอร์​ (C Major)”, “เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว”, “ชอบแบบนี้” และโชว์พิเศษสุดๆ ในเพลง “อยู่ในใจฉัน” จาก นางสาวไม่จำกัดนามสกุล ละครเรื่องแรกในชีวิตของโต๋ กับการโชว์เดี่ยวเปียโนลอยกลางอากาศ ที่หนุ่มโต๋ได้ขยับเข้าไปใกล้ชิดกับแฟนๆ มากขึ้นไปอีก สร้างความตื่นเต้นและประทับใจให้แฟนเพลงสุดๆ

แขกรับเชิญชุดสุดท้าย กลุ่มคนสำคัญที่อยู่กับโต๋มาตั้งแต่ก้าวแรกในวงการบันเทิง วง B5 ทั้ง เบน-ชลาทิศ ตันติวุฒิ, มาเรียม เกรย์, เค้ก-อุทัย ปุญญมันต์, และ คิว-สุวีระ บุญรอด ได้กลับมารวมตัวกับโต๋เพื่อมอบความประทับใจบนเวทีกันอีกครั้งในเพลง “วีนัส” ต่อด้วย “บางสิ่ง”, “ตัดสินใจ” ก่อนโต๋จะพาทุกคนสนุกกันต่อกับเพลง “ยิ้มก็พอ”, “รักจริงๆ” และ “มั้ง” จากนั้นก็เพิ่มระดับความมันด้วยเพลงลูกทุ่งแห่งยุค “เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว”, “เต่างอย” ที่เหล่าสมาชิก B5 ขึ้นมาร่วมโชว์ลูกคอ ออกสเต็ปหมอลำไปด้วยกัน ก่อนจะมอบเพลงซึ้งๆ อย่าง “รอยยิ้มของวันพรุ่งนี้” และ “สักวันคงได้เจอ” ให้กับแฟนๆ เป็นการปิดท้ายคอนเสิร์ตที่เต็มไปด้วยความคิดถึงของหนุ่มโต๋ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นับว่าเป็น 3 ชั่วโมงที่เต็มอิ่มและอัดแน่นไปด้วยความอบอุ่น ทั้งบทเพลงเพราะๆ แขกรับเชิญสุดพิเศษตลอดโชว์ และอย่างที่โต๋ได้ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า “ชีวิตคนเรามีขึ้น มีลง มีจังหวะเร่ง จังหวะเดิน แต่มันไม่สำคัญว่าเราจะเดินช้าหรือเร็ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคนที่เดินอยู่ข้างเรา” สำหรับแฟนๆ ที่เดินเคียงข้างกันมาอย่างยาวนาน คอนเสิร์ต “โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ ทูเดย์ ไลฟ์ แอท อิมแพ็ค อารีน่า” จะเป็นความสุขและความทรงจำในรอบ 10 ปี ที่แฟนๆ จะไม่ลืมกันอย่างแน่นอน

Cr. music.sanook.com

“บุรินทร์” เผยข่าวคอนเสิร์ตใหญ่ผ่านหนังสั้น แถมเปิดตัว 5 แขกรับเชิญวายร้ายที่น่าจับตา

หลังจากเขาได้พักในด้านของการทำเพลงนานถึง 7 ปี ศิลปินหนุ่มผู้แจ้งเกิดจากการทำวง Groove Riders อย่าง บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ ก็ได้กลับมาทำเพลงในค่าย Muzik Move Records และปล่อยผลงานเดี่ยวให้แฟนๆ ได้ติดตาม โดยล่าสุด ก็ถึงเวลาที่แฟนๆ จะได้ชมคอนเสิร์ตใหญ่ของเขาในบ้านหลังใหม่แล้ว

ซึ่งการประกาศคอนเสิร์ตคราวนี้ก็ไม่ธรรมดา เพราะเขาได้ปล่อยภาพยนตร์สั้นออกมาเพื่อโปรโมทงานคอนเสิร์ต Burin Boonvisut Disco in Tuxedo ซึ่งคอนเสิร์ตนี้จะมาพร้อมเรื่องราวเกี่ยวกับบุรินทร์ที่ต้องเป็นสายลับและเผชิญหน้ากับ 5 แขกรับเชิญที่เปรียบเสมือนวายร้าย

ทางฝั่ง 5 แขกรับเชิญที่เปรียบเสมือนวายร้ายงานนี้ก็จะมีทั้ง 2 สาว โบ-สุรัตนาวี สุวิพร และ จ๊อยซ์-กรภัสสรณ์ รัตนเมธานนท์ จากวง Triumphs kingdom, พระเอกหนุ่มฮอต นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ, แร็ปเปอร์มาแรง Twopee Southside (โต้ง-พิทวัส พฤกษกิจ), ดีโว่เสียงทรงพลัง เบน-ชลาทิศ ตันติวุฒิ และวงดนตรีโซล The Parkinson ซึ่งงานนี้ยังมีอีก 1 ศิลปินรับเชิญที่ยังไม่ถูกเปิดเผยออกมา 

คอนเสิร์ต Burin Boonvisut Disco in Tuxedo จะจัดขึ้นในวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2562 อิมแพ็คอารีน่า เมืองทองธานี โดยแฟนๆ สามารถซื้อบัตรได้แล้วที่ Thaiticketmajor

Cr. music.sanook

“โต๋ ศักดิ์สิทธิ์” เปิดชื่อแขกรับเชิญสุดพีค ในคอนเสิร์ตใหญ่ที่แฟนๆ รอคอย

นับว่าเป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่น่าจับตามองของปีนี้เลย เพราะ โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร ได้เตรียมความสนุกมามอบให้กับแฟนๆ กับคอนเสิร์ตใหญ่ที่มีชื่อว่า Tor Saksit Today Live @ Impact Arena เพื่อฉลอง 16 ปีในวงการ ใกล้เข้ามาทุกขณะแล้วสำหรับคอนเสิร์ต Tor Saksit Today Live @ Impact Arena ที่ศิลปินหนุ่ม โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร จะเตรียมความสนุกมามอบให้กับแฟนๆ เพื่อฉลองเส้นทาง 16 ปีในวงการเพลงของเขาใน วันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2562

นอกจากการแสดงของ โต๋ แล้วงานนี้แฟนๆ จะได้พบกับการแสดงของแขกรับเชิญอย่าง ซอ จียอน และ กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ, นักร้องนักแสดงชื่อดังที่เคยร่วมงานกับโต๋มาก่อน รวมไปถึง เบน-ชลาทิศ ตันติวุฒิ, คิว-สุวีระ บุญรอด , มาเรียม เกรย์ อัลคาลาลี่ และ เค้ก-อุทัย ปุญญมันต์ เพื่อนร่วมวง B5

โดย เบน คิว มาเรียม และ เค้ก ได้เผยเกี่ยวกับการขึ้นคอนเสิร์ตครั้งนี้ว่า รู้สึกเหมือนเวลาเพื่อนเรามีงานบุญ แน่นอนเราต้องไปร่วมแสดงความยินดีด้วย พอ B5 ได้รับเกียรติเป็นแขกรับเชิญในครั้งนี้ ก็หวังว่า พวกเราจะได้ไปเติมเต็มงานของโต๋ให้สมบูรณ์ครับเราจะดึงมุมที่โต๋ทำไม่ได้ตอนอยู่คนเดียวออกมาให้ทุกคนได้เห็น”

Cr. sanook.com

“ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน” กลับมาปิดตำนานสุดยอดนักรบเดนตาย “Rambo : Last Blood”

นักรบทุกคนย่อมเคยมีบาดแผล แม้แต่แอ็คชั่นสตาร์มือเก๋า ผู้รับบทบาทนักรบเดนตาย จอห์น แรมโบ้ อย่าง ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ก็ไม่มีข้อยกเว้น ใน “Rocky IV” เขาถูกต่อยที่หน้าอกจนหัวใจเกือบหยุดเต้น ใน “The Expendables” การต่อสู้กับ ‘สโตนโคลด์’ สตีฟ ออสติน ทำให้กระดูกคอเขาร้าว ใน “First Blood” ฉากสตั๊นท์ที่เขาต้องกระโดดลงมาจากต้นไม้ทำให้ซี่โคงของเขาหัก แต่บาดแผลเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้เขาหยุดแสดงแต่อย่างใด

“ระดับความเจ๋งของหนังตามความคิดผมนั้นวัดจากความรุนแรงของแบดแผลครับ” สตอลโลน กล่าวด้วยสีหน้ารื่นเริงในขณะให้สัมภาษณ์

ถึงแม้ว่าในปีนี้ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน จะมีอายุ 73 ปีแล้ว เขาก็ยังไม่คิดเลิกเล่นแนวของภาพยนตร์ที่ทำให้เขามีชื่อเสียงแต่อย่างใด และในระหว่างการถ่ายทำ “Rambo: Last Blood” เขาก็ต้องถูกหามส่งโรงพยาบาลอีกครั้ง ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีรายงานความรุนแรงของอาการบาดเจ็บในครั้งนั้น ภายหลังเขาก็ได้เผยว่า การเล่นฉากบู๊ด้วยอายุขนาดเขานั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย

“ผมเข้าโรงยิมมาไม่ได้สักพักใหญ่แล้วครับ นั่นไม่ใช่เพราะผมขี้เกียจ แต่เป็นเพราะผมกำลังแสดงใน Rambo อยู่ ซึ่งมันได้สร้างความเสียหายและอาการบาดเจ็บกับร่างกายของผมเป็นอย่างมาก” สตอลโลนได้เผยข้อความดังกล่าวผ่าน Instagram ส่วนตัวของเขา “การกลับมารับบทนี้ ถ้าว่ากันตามความจริงแล้วมันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย ใครล่ะที่ไม่อยากจะนอนนิ่ง ๆ สบาย ๆ อยู่บนเตียง แต่ฟังผมนะ ชีวิตมันก็เหมือนกับภาพยนตร์นั่นล่ะ คุณคือนักแสดงที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่องนั้น และถ้าคุณอยากจะได้บทตัวเอก คุณก็จะต้องออกไปไขว่คว้ามันมาให้ได้ด้วยมือของคุณเองไง”จาก First Blood ถึง Last Blood

เมื่อสตอลโลนเล่นเป็นจอห์น แรมโบ้ครั้งแรกใน First Blood ปี 1982 ก็สร้างความสั่นสะเทือนให้แฟนๆ ตั้งแต่ที่เขาเป็นที่รู้จักจากบทนักมวยร็อคกี้ บัลบัวใน Rocky การที่สตอลโลนเล่นเป็นแอนตี้ฮีโร่ถือเป็นเรื่องท้าทายในเมื่อกระแสแอนตี้ฮีโร่ดูห่างไกลจากการเป็นตัวโครงเรื่องหลักของหนังกระแสหลัก แต่อีกประการหนึ่ง ตัวละครแรมโบ้ก็มีด้านที่น่าเห็นใจในการเป็นศาลเตี้ยอดีตทหารผ่านศึกเวียดนาม สงครามเวียดนามเป็นที่พูดถึงในต้นยุค 80 และพูดถึงสภาพจิตใจของทหารผ่านศึก และหนังที่สำรวจประเด็นสงครามอย่างลึกซึ้งก็ยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากไปกว่าหนังเรื่อง The Deer Hunter และ Apocalypse Now เมื่อพิจารณา First Blood ผ่านสายตาของคนยุคใหม่ คุณจะเห็นความสดใหม่ของหนังในการถ่ายทอดฉากแอ็คชั่น นักวิจารณ์บางคนสับเละหนังในปี 1982 ขณะที่ภายหลังก็เปลี่ยนความคิดใหม่เกี่ยวกับวิธีปฏิวัติของตัวหนัง

ทหารผ่านศึกที่เข้าใจผิดก็ยังเป็นประเด็นที่เหมาะสมในปัจจุบันนี้เช่นกัน ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมการที่สตอลโลนคิดสวมบทแรมโบ้อีกครั้งในอายุ 73 เป็นความคิดที่น่าสนใจในการถ่ายทอด ดูจากหน้าหนังแล้ว มันอาจจะทำให้หนังภาคก่อนๆ กลายเป็นของเด็กเล่น

ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน จัดเต็มภาคสุดท้ายในรูปแบบเรต R

มันออกจะเป็นเรื่องสั่นสะเทือนที่คิดว่าสตอลโลนปรากฏตัวในหนังเรต R หนักๆ เพราะเรารู้จักเขาในฐานะดารานักบู๊เข้มข้นในด้านใดด้านหนึ่งมากกว่าดาราเข้าถึงผู้ชมทุกวัย หนังอย่าง Rocky มักรักษาความสมดุลของทั้งสองด้านนี้เช่นเดียวกับ Creed และหนังภาคต่อ

Rambo มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่เริ่มต้น ไม่รวมถึงการถูกปรับความแรงให้ลดลงในยุค 80 เพื่อหลีกเลี่ยงเรต R.ในตอนนั้น จากปากของสตอลโลนแล้ว หนังภาคที่ใกล้จะฉายอย่าง Rambo: Last Blood จะแตกต่างจะเรื่องอื่นๆที่เคยดูมา ครั้งนี้แรมโบ้ต้องทำศึกกับแก๊งค้ามนุษย์ใกล้ชายแดนเม็กซิโก

บางคนอาจจะรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับความรุนแรงแบบเข้มข้นเมื่อสิ่งที่เราเห็นตามหนังและรายการทีวีมันเลือดสาดในระดับชวนช็อกแล้ว การได้เห็นสตอลโลนเล่นภาค Last Blood จึงอาจจะเป็นความเซอรไพรส์ครั้งใหญ่และสร้างมาตรฐานของการไม่กีดกันดารานักบู๊อายุ 70 กว่าในการถ่ายทอดสิ่งที่น่าสนใจบนจอเงิน

การออกกำลังกายของสตอลโลนทำให้เขาดูหนุ่ม

คุณต้องสงสัยว่าอายุของจอห์น แรมโบ้ใน Rambo: Last Blood คืออายุ 73 หรือเปล่า คงไม่มีใครเชื่อ แม้วันเดือนปีเกิดของสตอลโลนคือ 1946 เขาก็ยังดูหนุ่มในอายุ 40 หรือ 50 มากกว่าอยู่ในวัยเลยเกษียณเพราะโปรแกรมการออกกำลังกายของเขา

บางคนอาจจะเถียงว่าเขาดูหนุ่มกว่าอาร์โนลด์ ชวาสเซเนกเกอร์ มากซึ่งเขามีเรื่องขัดแย้งแบบเดียวในสมัยการเป็นดาราดังแห่งยุค 80 ปัจจุบันขณะที่สตอลโลนเซ็นสัญญากำกับและอำนวยการสร้างหนังทีวี The International กับเพื่อนสนิท ดอล์ฟ ลันด์เกรน สตอลโลนก็ยังอยู่ติดกับหนังแนวแอ็คชั่นเมื่อ Rambo: Last Blood จะเป็นหนังแอ็คชั่นเข้มข้นเรื่องสุดท้ายที่เขาเคยเล่นในแบบที่หลายคนยากที่จะเชื่อ

ดารานักบู๊ในอายุ 70 อาจจะเป็นที่ต้องการถ้าพวกเขารักษาหุ่นแบบเดียวกับที่สตอลโลนทำได้ การรู้ว่าพวกเขาอาจจะเจ็บตัวแบบเดียวกับนักแสดงหนุ่มกว่าอาจจะช่วยดึงดูดผู้ชมอายุมากกว่าที่คิดว่าหนังแนวแอ็คชั่นได้ละเลยพวกเขามาหลายปีแล้วเตรียมพบกับภารกิจสุดท้ายของนักรบเดนตายแรมโบ้ กับการการกลับมาปิดตำนานครั้งยิ่งใหญ่เกือบ 40 ปี ระห่ำความมันส์ พร้อมสาดกระสุนแบบนันสต็อป เดือดกว่า โหดกว่า ระห่ำยิ่งกว่าครั้งไหนๆ  

“Rambo: Last Blood แรมโบ้ 5: นักรบคนสุดท้าย”  พิสูจน์ความมันส์พร้อมกัน
19 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

ทำความรู้จัก “ซิตี้ฮันเตอร์” ผ่าน10 สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนดู City Hunter: Shinjuku Private Eyes

“ซิตี้ฮันเตอร์” คืออะไร ?

ซิตี้ฮันเตอร์ (City Hunter) คือชื่อมังงะของอาจารย์ ซึคาสะ โฮโจ ที่ตีพิมพ์ลงนิตยสาร “Weekly Shonen Jump” ในช่วงปี 1985 – 1991 กระแสความดังของมังงะเรื่องนี้ได้ทำให้มันถูกนำไปสร้างเป็นอนิเมะซีรีย์ในช่วงปี 1987-1991 ภาพยนตร์ในระบบปกติและภาพยนตร์โทรทัศน์รวมกันอีก 6 ตอน และล่าสุด “City Hunter: Shinjuku Private Eyes” คือ การกลับมาครั้งแรกของอนิเมชั่นซิตี้ฮันเตอร์บนจอภาพยนตร์ครั้งแรกในรอบ 20 ปี

ใครคือ ซาเอบะ เรียว ?

ซาเอบะ เรียว คือตัวละครตัวหลักของ City Hunter เขาเป็นนักสืบ/นักกวาดล้างมือฉกาจที่มีฐานปฏิบัติการอยู่ในย่านชินจูกุของโตเกียว เรียวเป็นตัวละครที่มีความทะลึ่งทะเล้น ขี้เล่น จนได้รับฉายา “ม้าพ่อพันธุ์แห่งชินจูกุ” แต่ในช่วงเวลาสำคัญ เขาก็จะเป็นคนที่คุณสามารถพึ่งพาได้มากที่สุดเช่นกัน (โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นผู้หญิง) เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญการใช้อาวุธทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นปืนพก ปืนกลกึ่งอัตโนมัติ ปืนสไนเปอร์ไรเฟิล หรือแม้แต่บาซูก้า อาวุธประจำกายของเรียวคือ ปืนลูกโม่ Colt Python .357 เขาเป็นนักแม่นปืนที่แทบจะไม่มีใครเทียบเท่าได้ มีความสามารถในการยิงปืนด้วยมือข้างเดียว และให้กระสุนทุกนัดทะลุเข้าจุดเดียวกัน

อะไรคือ “พลังบี๊ป” ?

“พลังปี๊ป” คือคำเรียกปฏิกิริยาอย่างหนึ่งของผู้ชายที่บัญญัติโดย ซาเอบะ เรียว ปฏิกิริยาดังกล่าวเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติของผู้ชายทุกคนเมื่อได้เห็นสิ่งมีชีวิตเพศตรงข้ามที่มีรูปร่างลักษณะสวยงาม “ม้าพ่อพันธุ์แห่งชินจูกุ” จึงได้ใช้คำดังกล่าวอธิบายปรากฏการณ์ตามธรรมชาตินี้ทุกครั้งที่อวัยวะส่วนล่างของเขามีอาการแข็งตัว

ตัวละครหลักมากันครบ!

ตัวละครหลักจากมังงะและอนิเมะได้กลับมาอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาใน “City Hunter: Shinjuku Private Eyes” ไม่ว่าจะเป็น คู่หูของเรียวเจ้าของค้อน 100 ตัน “มากิมุระ คาโอริ”, ลูกสาวของอธิบดีกรมตำรวจสุดเซ็กซี่ “ โนงามิ ซาเอโกะ”, อดีตทหารรับจ้างที่เคยร่วมต่อสู้ในสนามรบเดียวกับเรียว “อุมิโบซึ” หรือว่า อดีตทหารที่อุมิโบซึเลี้ยงดูขึ้นมา (จนได้แต่งงานกัน) “มิกิ”

ทีมนักพากย์เดิมก็มากันครบ!

City Hunter เป็นอนิเมะที่ใช้นักพากย์ชุดเดียวกันมาตลอดนับตั้งแต่ปี 1987 จนถึง 1999 และข้อเท็จจริงนี้ก็ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง นักพากย์ที่เคยให้เสียงตัวละครในอนิเมะซีรีย์และมูวี่ “ทุกคน” ได้กลับมาพากย์ให้กับ “City Hunter: Shinjuku Private Eyes” อีกครั้ง ประกอบไปด้วย: อากิระ คามิยะ ในบท ซาเอบะ เรียว ,คาซูเอะ อิคุระ ในบท มากิมุระ คาโอริ , ฮารุมิ อิชชิริวไซ (หรือ โยโกะ อาซากามิ) ในบท โนงามิ ซาเอโกะ ,เทชโช เกนดะ ในบท อุมิโบซึ ,มามิ โคยามะ ในบท มิกิ ส่วนนักพากย์หน้าใหม่ประกอบไปด้วย มาริเอะ อิโตโยะ ในบท ชินโด ไอ โมเดลสาว/นักศึกษามหาวิทยาลัยผู้จ้างเรียวให้เป็นบอดี้การ์ด, โคอิจิ ยามาเดระ ในบท มิคุนิ ชินจิ เพื่อนในสมัยเด็กของคาโอริ , โฮวชู โอสุกะ ในบท วินซ์ อิงเลิท พ่อค้าอาวุธปริศนา , โยชิมิ โทคุอิ ในบท โคนิตะ นักออกแบบแฟชั่น

การร่วมมือครั้งแรกระหว่างซิตี้ฮันเตอร์และจอมโจรปริศนา Cat’s Eye

จอมโจรปริศนา Cat’s Eye คือ กลุ่มโจรที่เกิดจากการรวมตัวของสามสาวพี่น้องจากมังงะของอาจารย์ ซึคาสะ โฮโจ ที่เขาเขียนขึ้นมาในปี 1981 ซึ่งผู้กำกับ เคนจิ โคดามะ ที่กำกับอนิเมะ City Hunter ทั้งหมดก็เคยได้กำกับอนิเมะซีรีย์ของ Cat’s Eye เช่นกัน

ในส่วนของนักพากย์นั้น เคย์โกะ โทดะ ต้องพากย์ควบทั้งบทของ ฮิโตมิ คิสุกิ และ รุย คิสุกิ เนื่องจาก โทชิโกะ ฟูจิตะ หรือนักพากย์ของ รุย ได้เสียชีวิตเมื่อเดือนธันวาคม 2018 ที่ผ่านมา

ดำเนินเรื่องในยุคปัจจุบัน

ไม่ต้องแปลกใจไปหากว่าคุณได้เห็น ซาเอบะ เรียว ใช้มือถือสมาร์ทโฟน เพราะว่าใน “City Hunter: Private Eyes” นั้นเรื่องราวได้มีการปรับเปลี่ยนให้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบันแทน ตึกอาคารใหม่ ๆ ที่ยังไมถูกสร้างขึ้นมาในยุค 80 ก็จะปรากฏให้เห็นในภาพยนตร์ด้วย และนั่นยังรวมไปถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ร่วมสมัยอย่าง โดรนจู่โจม ซึ่งคุณไม่มีทางได้เห็นสิ่งเหล่านี้ในยุค 80-90 อย่างแน่นอน

เรื่องราวที่ชวนหน้าติดตาม

ในเรื่องราวของ City Hunter ภาคใหม่นี้ คุณจะได้พบกับผู้ว่าจ้างสาวสวย ชินโด ไอ ที่กำลังโดนกลุ่มผู้คนปริศนาตามล่าอยู่ พวกมันมีจุดประสงค์ในการตามหา “กุญแจ” บางอย่างที่แม้แต่เธอเองก็ไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร

เธอโชคดีที่ได้พบกับ ซาเอบะ เรียว ซิตี้ฮันเเตอร์ นักกวาดล้างหมายเลขหนึ่งแห่งชินจูกุก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าม้าพ่อพันธุ์แห่งชินจูกุจะไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ต่อสาวสวยคนนี้ ดังนั้นหน้าที่ในการปกป้องไอจากกลุ่มคนปริศนาจึงเป็นหน้าที่ของเรียว แต่หน้าที่ในการปกป้องไอจากเรียวก็คงหนีไม่พ้นเจ้าของค้อน 100 ตันในตำนาน มากิมุระ คาโอริ คู่หูของเรียวคนนี้เอง

เผยความลับบางอย่างที่แฟนสายฮาร์ดคอร์ก็ไม่เคยรู้

ตามที่เราได้เอ่ยไปข้างต้นแล้วว่า City Hunter ภาคนี้จะมีจอมโจรปริศนา Cat’s Eye เข้ามามีส่วนร่วมด้วย และนอกจากนั้นร้านกาแฟของอุมิโบซึและมิกินั้นก็มีชื่อว่า Cat’s Eye เช่นเดียวกัน อาจารย์ ซึคาสะ โฮโจ จึงได้เผยความจริงอย่างหนึ่งที่ทำให้แฟน ๆ ทุกคนต่างตกตะลึง “ทั้งสามสามนั้นเป็นเจ้าของที่แท้จริงของร้านกาแฟ Cat’s Eye ครับ” โฮโจ กล่าว

เพลงประกอบ “Get Wild” ได้ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง

เตรียมพบกับการกลับมาครั้งแรกในรอบ 20 ปี ของเพลง “Get Wild” ของ TM Network มันเป็นเพลงปิดของอนิเมะที่ฉายในช่วงปี 1987 แต่ความดังของเพลงนั้นได้แพร่กระจายไปในญี่ปุ่นอย่างรวดเร็ว และเนื้อหาของเพลงยังมีส่วนที่สอดคล้องกับโลกของ City Hunter ได้อย่างลงตัว ผู้แต่งเพลงนี้ก็คือ เท็ตสึยะ โคมูโระ ผู้ก่อตั้งวง TM Network นั่นเอง

แถม อย่าพลาดฉาก End Credit!

เนื่องจากว่ามันอาจจะเป็นการสปอยภาพยนตร์เราจึงขอไม่บอกตรงนี้ว่า End Credit ของ “City Hunter: Shinjuky Private Eyes” นั้นเกี่ยวข้องกับอะไร แต่เราบอกได้ว่ามันเป็นฉากที่เซอร์วิสแฟน ๆ ของ City Hunter ได้อย่างจุใจแน่นอนเตรียมพบการหวนคืนสู่จอเงินครั้งแรกในรอบ 20 ปี ของ “ซาเอบะ เรียว” สุดยอดนักสืบสายหื่นแห่งชินจูกุ หื่น มันส์ ฮา ยิ่งกว่าเก่าใ น City Hunter : Shinjuku Private Eyes ซิตี้ฮันเตอร์ โคตรนักสืบชินจูกุ “บี๊ป” 12 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

Cr. https://cinema.ne.jp/recommend/cityhunter2019021306/

เตรียมตัว Turnt กับ DJ. Carnage 6 กันยานี้ นำทัพ Trap บุกไทย ในงาน CARNAGE & OUTPUT FESTIVAL PRESENTS “RARE BANGKOK 2019”

สายแทรป สายเทริน ชาวไทย เตรียมตัวเต้นยับกันอีกหน เมื่อโปรโมเตอร์สายแข็งอย่าง Retox Sessions ที่รู้จักกันดีในฐานะโปรโมเตอร์ ปาร์ตี้ ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ ชั้นนำของเมืองไทย ประกาศนำคุณเข้าสู่เทศกาลดนตรีระดับคุณภาพที่ร้อนแรงที่สุด มันส์ที่สุด และ เร้าใจที่สุดแห่งพ.ศ. นี้ กับงาน Carnage & Output Festival Presents RARE BANGKOK 2019 เทศกาลดนตรี ที่จะชวนคุณมาสนุกสุดๆ ไปกับเหล่าศิลปินตัวจี๊ดชื่อดัง

นำทีมโดย DJ Carnage ตัวพ่อสายแทรป ขาโหด ที่จะมาเป็นผู้นำทัพ RARE ไปทั่วโลก พร้อมประโยคสุดฮอต HEADBANGERS WHERE YOU AT? จากเค้า DJ Carnage ดีเจ โปรดิวเซอร์ เชื่อสาย Guatemalan-American ชื่อดัง เจ้าของซิงเกิ้ลฮิต อย่าง “I Like Tuh” ,” Touch”, “Bricks”, และ “November Skies” และอีกมาก รวมทั้งยังทำงานกับศิลปินชื่อดังอีกมากมาย อาทิเช่น ASAP Ferg , Borgore, G-Eazy, KSHMR, Lil Pump , Lil Uzi, Vert, Lil Yachty , Rich the Kid, iLoveMakonnen , Young Thug, รวมไปถึง แรปเปอร์คนดัง อย่าง Wiz Khalifa อีกด้วย Carnage เป็นอีกคนที่เมื่อถึงเวลาที่เค้าเล่น Live set บนหลายๆ เวทีดังทั่วโลก บอกได้คำเดียวว่า โคตรมันส์ ขนิดพลาดไม่ได้เลยทีเดียว ครั้งนี้เขาจะมาพร้อมกับ Timmy Trumpet ดีเจที่มาพร้อมกับ เสียงทรัมเปต แสนหวาน ปนโหดด้วยการซีเล็คชั่นเพลงของเค้า Hard Style ในแบบ ทิมมี่ ก็เป็นอีกหนุ่งดีเจที่พลาดไม่ได้อีกเช่นกัน , SAYMYNAME ได้ฉายาว่าเป็น Gad Father of Hard Trap เจ้าของเพลงฮิตอย่าง Swerve, Get On My Level & Propaganda (SAYMYNAME Remix) แค่นี้ก็คงการรันตีได้ว่า มันสืไม่แพ้ใครแน่นอน นอกจากนี้ยังเสริมทัพด้วย Salvatore Ganacci เจ้าของฉายา ‘เปิดตัว’ แบบธรรมดาโลกไม่จำ ทำมาแล้วทั้งเต้นกวาดพื้น และเคยหายไปจากบูธดีเจ ปรากฎว่าลงไปเต้นกับแฟน ๆ เฉย เรียกได้ว่าเป็นดีเจที่สร้างรอยยิ้ม ความสนุกทุกครั้งที่เห็นเค้าโชว์ เอนเตอร์เทนเนอร์ตัวจริงต้อง Salvatore Ganacci เท่านั้น , TERROT BASS สองหนุ่มแทรปจากพม่า ที่ทำท่าจะไม่หยุดอยู่แค่เอเซียอีกต่อไปแล้ว เมื่อเค้าเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ในวงกว้าง ออกไปสู่ระดับโลกในเวลาไม่นาน ต่อด้วย GRAVEDGR และ อีกเพียบ

พลาดไม่ได้กับเทศกาลดนตรีสุดมัน CARNAGE & OUTPUT FESTIVAL PRESENTS RARE BANGKOK 2019 วันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2562 ณ Hall 105 ไบเทค บางนา บัตรมีจำหน่ายแล้ววันนี้ ทาง www.Ticketmelon.com

** จำกัดสำหรับผู้มีอายุ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้น ต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน
หรือ หนังสือเดินทางก่อนเข้างาน**