มัดรวมเพลงฮิตที่เราอยากฟังสดๆ ของทุกศิลปินในงาน Very Festival

สุดสัปดาห์นี้แล้วที่เทศกาลดนตรีน้องใหม่อย่าง Very Festival มีกำหนดจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ สารภาพว่าตอนแรกแอบหวั่นใจเล็กๆ ว่าในช่วงสุดสัปดาห์ที่งานเล็กงานน้อยชนกันสนั่นขนาดนี้ ไลน์อัพหรือกิจกรรมของใครแน่นไม่พอ อาจจะต้องมีม้วนเสื่อกลับบ้าน แต่พอเห็นประกาศรายชื่อศิลปินต่างๆ ในเทศกาลดนตรีครั้งนี้ เราก็อดใจชื้นขึ้นมาไม่ได้

และนี่คือเพลงสุดโปรดของเราที่ใจอยากจะฟังสดๆ ในเทศกาลดนตรีครั้งนี้ มีกี่เพลงที่โดนใจคุณกันบ้างนะ

The Kooks: Naive

Nothing But Thieves: Particles

Sticky Fingers: Cyclone

FKJ: Tadow

Pale Waves: Television Romance

The Marías: Only in My Dreams

Shame: One Rizla

The LaFontaines: Under The Storm

Tahiti 80: Hurts

FUR: If You Know That I’m Lonely

Sun Rai: San Francisco Street

joan: i loved you first

RINI: My Favourite Clothes

TELEx TELEXs: 1991-1993

Whal & Dolph: ใจเดียว (JAI 1)

Safeplanet: คำตอบ (Answer)

My Life as Ali Thomas: Winter’s Love

Getsunova: คนไม่จำเป็น

FEVER: PASSWORD

SOMKIAT: คิดถึงขนาด

BOMB AT TRACK: เจ้าหน้าที่

ไปลุ้นด้วยกันว่าแต่ละวงจะเล่นสดเพลงที่เราอยากฟังไหม ซื้อบัตรได้ที่ TicketMelon.com

Deep Down: ดำดิ่งไปกับ DABOYWAY และ Violette Wautier

Interesting Facts:

  • Deep Down คือซิงเกิ้ลลำดับที่สามที่ DABOYWAY ปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อนี้
  • นี่เป็นการร่วมงานกันครั้งแรกระหว่าง DABOYWAY และ Violette Wautier
  • เนื้อเพลงถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับตัวตนของ DABOYWAY ทั้งในแง่ของการทำงานและผู้นำครอบครัว
  • DABOYWAY ต้องการให้เพลงนี้เป็นพลังงานด้านบวก และแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ เหมือนกับที่การทำงานของเขาเป็นแรงผลักดันให้เขาประสบความสำเร็จในทุกวันนี้
Behind the Scene

Special MV Contents:

  • อยากเห็น DABOYWAY ในมุมที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อนไหม?
  • ตามไปดูเลยครับ

Thanks: Universal Music Thailand

Bring Me My Horizon: ในวันที่คอนเสิร์ตไม่จำเป็นต้องอยู่ที่อารีน่าเท่านั้น

ไม่รู้ว่าทำไม โสตประสาทการรับรู้เรื่องเวนิวคอนเสิร์ตของเราสำหรับวงดนตรีใหญ่ๆ ระดับโลกนั้นจะยึดโยงอยู่กับอิมแพ็ก อารีน่า เมืองทองธานี และสนามรัชมังคลากีฬาสถานเท่านั้น ประมาณว่า ในยุคก่อน ถ้าไม่ใช่สองเวนิวนี้ ดูเหมือนจะไม่สมศักดิ์ศรีวงดนตรีระดับโลกเท่าใดนัก แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าวงดนตรีระดับโลกเหล่านั้นแฟนเพลงไม่หนา (หรือเงินไม่หนาพอ) ในประเทศไทย ภาวะความเสี่ยงจากการขายบัตรไม่หมด หรือเวนิวไม่เต็มก็ดูจะตกไปอยู่ที่ผู้จัดเต็มๆ

และก็ไม่รู้ว่าทำไมอีกเหมือนกัน ในโลกยุคใหม่ที่จู่ๆ กรุงเทพมหานครก็ดูจะกลายเป็นเมืองคอนเสิร์ตขึ้นมาภายในระยะเวลาไม่ถึงห้าปีดี ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะมีผู้จัดหน้าใหม่ที่กล้าเสี่ยงมากขึ้น แฟนๆ ของวงที่กล้าจ่ายมากขึ้น และอาจจะด้วยการตอบรับของวงเองที่พร้อมจะเล่นในเวนิวขนาดย่อมลงมาอีกนิด อาจจะด้วยเหตุผลในการใกล้ชิดกับแฟนเพลง หรือลดความเสี่ยงในการขายบัตรก็ได้

ในยุคก่อน สิ่งที่ได้ยินบ่อยๆ ก็คือ วงร็อกบางสเกลจะไม่รับเล่นในเวนิวที่ความจุไม่ถึงเกณฑ์ที่วงกำหนดไว้ อาจจะด้วยเหตุและปัจจัยอะไรหลายๆ อย่าง (ซึ่งเราเองก็ไม่รู้รายละเอียดนักหรอก) ทำให้ภาระในการจัดการนั้นตกอยู่กับผู้จัดไปเต็มๆ และหลายครั้งที่เราได้เห็นวงร็อกระดับโลกในดวงใจของเราขึ้นเล่นในเวนิวระดับอิมแพ็ก อารีน่า เมืองทองธานี (ความจุ 12,000 ที่นั่ง ไม่รวมที่ยืน) ในสภาพแฟนเพลงโหรงเหรงจนน่าใจหาย ทำให้เรารู้สึกจุกอย่างบอกไม่ถูก ทั้งๆ ที่ถ้าวงไปเล่นในเวนิวที่น้อยกว่านี้ แฟนเพลงจะแน่นขนัดชวนใจชื้นอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดี… ในโลกยุคที่วงสามารถสื่อสารกับแฟนเพลงโดยตรงได้ผ่านโซเชียลมีเดียแบบนี้ สิ่งที่เราได้เห็นคือ การรวมพลังของแฟนเพลงเรียกร้องให้มีการจัดคอนเสิร์ต ทำให้ผู้จัดสามารถต่อรองและเจรจากับศิลปินในการเลือกเวนิวที่ขนาดย่อมเยาว์ แต่การันตีความใกล้ชิด และลดความเสี่ยงจากการขายบัตรไม่หมดลงไปได้มากมาย จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เราจะเห็นวงดนตรีระดับโลกหลายต่อหลายวงรับมาเล่นในเวนิวขนาดย่อมเยาว์ลงมาอีกนิด ด้วยราคาบัตรแพงขึ้นอีกหน่อย แต่การันตีว่าแฟนๆ จะอุ่นหนาฝาคั่ง และทุกฝ่ายก็จะวิน-วินกันได้ ไม่มากก็น้อย

อีกหนึ่งในตัวอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นในบ้านเราเร็วๆ นี้เห็นจะได้แก่คอนเสิร์ตของวงร็อกชื่อดังจากประเทศอังกฤษ Bring Me The Horizon ที่กำลังจะมาเปิดการแสดงในกรุงเทพมหานคร เมืองแห่งคอนเสิร์ตในวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ ณ เวนิว Show DC Arena ซึ่งเป็นเวนิวขนาดไม่ใหญ่จนน่าตกใจกลัว แต่ก็ไม่ได้เล็กจนกระทั่งไม่สมศักดิ์ศรีวงดนตรีระดับโลกเช่นนี้ และที่สำคัญ… คอนเสิร์ตของ BMTH ครั้งนี้จะเป็นคอนเสิร์ตเดียวที่จัดขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เพื่อเป็นการโปรโมทคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ในเวนิวขนาดอบอุ่นเอาใจแฟนเพลงชาวไทยครั้งนี้ สมิทธิ เพียรเลิศ Music Promoter แห่ง The Very Company ผู้จัดคอนเสิร์ต BRING ME THE HORIZON Live In Bangkok 2019 ได้จัดงานแถลงข่าวพร้อมรับประกันกับแฟนๆ ไว้ว่า “ปัจจุบัน Bring Me The Horizon กลายเป็นวงร็อกแถวหน้าของโลกไปแล้ว ทาง Very รู้สึกภูมิใจมากๆ ที่ได้นำพวกเขามาแสดงให้แฟนเพลงได้ชมกัน และต้องบอกว่า ช่วงหลัง โอกาสที่วงจะมาเปิดโชว์ในเอเชีย เริ่มน้อยลง และ โชว์ในเมืองไทย วันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ ถือเป็นเพียงโชว์เดียวของ Bring Me The Horizon ในเซาธ์อีสเอเชียในปีนี้ แฟนเพลงที่มาดู อาจจะไม่ได้มีแค่ชาวไทย แต่ยังมีแฟนเพลงจากประเทศเพื่อนบ้านที่บินเข้ามาดูด้วย แฟนเพลงบ้านเราเองก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเสียแต่เนิ่นๆ นะครับ ทาง Very เอามาให้ดูถึงที่แล้ว ก็ไม่อยากให้พลาดจริงๆ ส่วนตัว ผมเชื่อว่า คอนเสิร์ตครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งงานที่ถูกจดจำในฐานะคอนเสิร์ตร็อกเข้มๆ ขนาดใหญ่ที่เกิดในเมืองไทย ซึ่งนานแล้วเหมือนกันที่ไม่มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้น”

ก็ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับแฟนๆ วงร็อกระดับโลกที่จะได้มีโอกาสใกล้ชิดศิลปินมากขึ้น โดยที่ผู้จัดก็ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงมากเกินไปจากเวนิวขนาดยักษ์ ซึ่งเราเองก็แอบดีใจที่ความหลากหลายของเวนิวในประเทศไทยมีมากขึ้น (แม้จะมีปัญหาขลุกขลักบางประการตามมาด้วยก็ตาม แต่ก็คงจะมองข้ามๆ ไปได้บ้าง) และวงร็อกในดวงใจของเราจะมีทางเลือกในการใกล้ชิดกับแฟนเพลงของตัวเองมากขึ้นเช่นกัน

พบกับ BRING ME THE HORIZON Live In Bangkok 2019 ในวันพุธที่ 13 พฤศจิกายน 2562 ที่ Show DC Arena 

ซื้อบัตรได้ที่ TicketMelon.com

DABOYWAY พาฮิปฮอปไทยสู่สากล! ร่วมงานเปิดตัว DEF JAM SOUTH EAST ASIA ภายใต้บริษัทเพลงยักษ์ใหญ่อย่าง Universal Music Group

Universal Music Group พร้อมผลักดันศิลปินฮิปฮอปไทย และฮิปฮอปเอเซียให้สู่สากลโลก จัดงานเปิดตัวค่ายเพลง DEF JAM SOUTH EAST ASIA (เดฟ แจม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) พร้อมวางแผนแนวโน้มในการผลักดันศิลปินให้ไปไกล ทั่วทุกมุมโลก ทั้งในประเทศเวียดนาม ประเทศพม่า ,ประเทศกัมพูชา และประเทศอื่นๆ ในโซนภูมิภาค โดยมีทีมการตลาดจากหลากหลายประเทศเข้าร่วมการประชุม อาทิ ประเทศมาเลเซีย ,ประเทศอินโดนีเซีย ,ประเทศฟิลิปปินส์ ,ประเทศสิงคโปร์ และประเทศไทยบ้านเรา ถือเป็นดินแดนที่ครอบคลุมกว่า 700 ล้านคนเลยทีเดียว

ซึ่งมีดาบอยเวย์ หรือ เวย์-ปริญญา อินทชัย เป็นตัวแทนศิลปินฮิปฮอปจากค่าย DEF JAM RECORDINGS (เดฟ แจมเรเคิดดิงส์) ประเทศไทย, Joe Flizzow ประเทศมาเลเซีย , A.Nayaka ประเทศอินโดนีเซีย Yung Raja , ALIF และ Fariz Jabba ประเทศสิงคโปร์ 6 แรปเปอร์ตัวท็อปยอดนิยมของแต่ละประเทศเดินทางเข้าร่วมประชุมและฟังนโยบายต่างๆ ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยกลยุทธ์ที่ทาง Universal Music Group เน้นหนักคือการให้ความสำคัญกับ A&R ท้องถิ่น ที่ปรับใหม่ให้แตกต่างไปจากเดิม แต่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐอเมริกา และยุโรป

ทางด้าน Adam Granite รองประธานฝ่ายการตลาดของ UMG กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า “สิ่งที่เราพยายามหลีกเลี่ยงคือแนวทางการล่าอาณานิคม ความจริงคือคุณต้องการคนที่มีความเกี่ยวข้อง และเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นในแบบที่ผมไม่เคยทำ และผมจะพัฒนาศักยภาพด้วยการใช้กลยุทธ์ เพิ่มทรัพยากรที่มีพรสวรรค์ให้มากขึ้นกว่าเดิม ด้วยวิวัฒนาการของการสตรีมมิ่ง เรามีความเข้าใจที่ดียิ่งขึ้นเกี่ยวกับวิธีการ และสิ่งที่ผู้ชมกำลังมองหา และนั่นคือการเริ่มต้นใหม่ในส่วนของท้องถิ่น”

“เป้ อารักษ์” ปล่อยเพลงใหม่ “ไม่บอก” ทดลองแนวดนตรีที่หลายคนคาดไม่ถึง

นับตั้งแต่เปิดตัวเพลงแรกจาก EP ชุด Arakochinaเป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ ก็ได้โชว์ทิศทางดนตรีใหม่ๆ ซึ่งล่าสุดเขาก็ได้มาพร้อมเพลง “ไม่บอก” ผลงานใหม่ที่นอกจากจะสะท้อนสังคมแล้ว เป้ยังได้ทดลองวิธีการร้องเพลงแบบใหม่ที่เขาไม่เคยทำมาก่อนอีกด้วย

เพลง “ไม่บอก” เป้ได้สื่อสารเรื่องราวของคนที่เลือกอยากเก็บเรื่องราวความรักของตัวเองไว้เป็นส่วนตัว ในขณะที่คนรอบตัวอยากเปิดเผยและแสดงออกความรักผ่านโลกออนไลน์ ซึ่งทำให้เพลงนี้มีเนื้อหาที่พูดถึงความรักและสะท้อนสังคมยุคใหม่ไปพร้อมกัน

นอกจากเนื้อหาของเพลงแล้ว เป้ยังได้เซอร์ไพรส์แฟนๆ ด้วยการใช้เทคนิคกึ่งร้องกึ่งแร็ปในการถ่ายทอดเพลง ประกอบกับดนตรีเสียงสังเคราะห์ ซึ่งเป้ได้นำมาใช้กับอัลบั้มชุด Arakochina เป็นครั้งแรก

ในส่วนของเอ็มวี เป้ และทีมงานก็ได้เล่าเรื่องความสัมพันธ์ของคู่รักคู่หนึ่งผ่านการไลฟ์อินสตาแกรมของทั้งคู่ ซึ่งจะมีทั้งภาพขณะที่ทั้งสองอยู่ด้วยกัน และวันที่ฝ่ายหญิงไปรักษาแผลใจในวันที่อะไรต่างๆ ไม่เป็นใจอีกด้วย ซึ่งแฟนๆ สามารถชมเอ็มวีได้แล้วที่ YouTube ค่าย What The Duck

Cr. What The Duck

Steve Aoki x Backstreet Boys เพลงใหม่ล่าสุดของบอยแบนด์ ‘90s กับดีเจ EDM แห่งยุค

เซอร์ไพรส์แฟน ๆ ทั้งฝั่งวงการดนตรี EDM และเพลงป็อป เมื่อได้เห็นการโคจรมาเจอกันของ Steve Aoki ดีเจชื่อดังแห่งทศวรรษ และ Backstreet Boys บอยแบนด์ยุค ‘90s-2000s ในตำนาน ร่วมงานกันในเพลงใหม่ล่าสุด “Let It Be Me” เพลงป็อปสไตล์ EDM ที่ในมิวสิควิดีโอเล่าเรื่องราวอุปสรรคในชีวิตของคนจริงหลากเพศหลายวัย แต่สุดท้ายความรักก็ชนะทุกสิ่ง ส่งพลังด้านบวกให้กับแฟน ๆ คลอเคล้าไปกับจังหวะสนุก ๆ ที่ทำให้เราโยกตามกันได้อย่างง่ายดาย

Backstreet Boys เตรียมมาทัวร์คอนเสิร์ตในบ้านเราวันที่ 24 ต.ค. 62 นี้ ใน Backstreet Boys DNA World Tour Live in Bangkok ที่ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5-6 นอกจากเพลงในอัลบั้มใหม่ DNA แล้ว เราต้องมาลุ้นกันว่าจะได้ยินเพลงนี้ในทัวร์ครั้งนี้หรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ ซ้อมเต้น “Everybody” รอได้เลย เพราะ Backstreet’s back, alright ?

Cr. Backstreet Boys Official

งานแฟนมีตติ้งแห่งปีที่ทุกคนรอคอย ของไอดอลหนุ่มเซ็นเตอร์แห่งชาติ ผู้มาพร้อมรอยยิ้มพิฆาตใจ “คัง แดเนียล”

ออกสตาร์ทเอเชียทัวร์แฟนมีตติ้งไปแล้ว สำหรับศิลปินหนุ่มสุดฮอต ยืนหนึ่งในดวงใจแฟนคลับทั่วโลก! “คัง แดเนียล” (KANG DANIEL) เจ้าของรอยยิ้มพิฆาตใจ ขอบอกเลยว่างานนี้เจ้าตัวมาเต็มทั้งความสนุกสุดฟิน บวกเซอร์ไพร์ที่คาดไม่ถึง กับการมากระชากใจแฟนคลับไทยอีกครั้งกับงาน ‘KANG DANIEL FAN MEETING: COLOR ON ME IN BANGKOK’ แฟนมีตติ้งเดี่ยวครั้งแรกในประเทศไทยของเขาในวันที่ 7 กันยาที่ผ่านมา ณ ไบเทค ฮอลล์ 98 ที่กระแสดีตั้งแต่เปิดจำหน่ายบัตร เพราะแค่หลังเปิดจำหน่ายบัตรก็ ‘Sold Out’ ทุกที่นั่ง จนเกิดกระแสเรียกร้องจากแฟนๆ หนักมาก ให้เปิดจำหน่ายบัตรเพิ่ม นี่เป็นการการันตีอย่างดีว่าความรักและแรงสนับสนุนจากแฟนคลับชาวไทยที่มีใหเกับ “คัง แดเนียล” ยังคงอบอุ่นไม่เปลี่ยนแปลง

สำหรับเมืองไทย กระแสความตื่นเต้นของแฟนคลับที่เฝ้ารอพบเจอเซ็นเตอร์แห่งชาติคนนี้ก็เริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่เพียงแต่สำหรับแฟนเพลงเท่านั้นที่เฝ้ารองานนี้ หนุ่มคัง แดเนียลเองก็เฝ้ารอคอยอย่างใจจดใจจ่อและตื่นเต้นมากๆ ด้วยเช้นกัน เพราะการมาเมืองไทยครั้งนี้นับว่าเป็นการกลับมาเจอะเจอแฟนชาวไทยในรอบปีเลยก็ว่าได้ ยิ่งไปกว่านั้นเขามาในฐานะศิลปินเดี่ยวอีกด้วย ดังนั้นหลังจากเสร็จสิ้นการเปิดทัวร์ที่สิงคโปร์ เขาจึงกลับไปตั้งใจซ้อมโชว์อย่างหนักอีกครั้ง เพื่อนโชว์เพอร์ฟอร์มแมนซ์สุดคูลและเตรียมเซอร์ไพรส์มากมายให้กับแฟนๆ ที่เฝ้ารออยู่ นอกจากโชว์สุดพิเศษ สเตจเพอร์ฟอร์มเมนซ์เจ๋งๆ ที่คุณได้พบเจอในงานแฟนมีตติ้งครั้งนี้แล้ว ยังได้รับอรรถรสและตื่นตา ตื่นใจไปกับโปรดักชั่น แสง สี เสียง สุดอลังการงานสร้างเทียบเท่าโปรดักชั่นระดับคอนเสิร์ตกันอีกด้วย

เมื่อพลังเหนือมนุษย์ทำให้กลายเป็นตัวประหลาด “FREAKS” ผลงานระทึกขวัญกระแสแรงจากโตรอนโต้


‘หากพบเห็นเหตุการณ์ไม่ปกติ โปรดแจ้งเข้ามาที่หน่วยงานของรัฐโดยด่วน’ คือประโยคที่ปรากฏบนใบปิดของภาพยนตร์ “FREAKS คนกลายพันธ์” ผลงานระทึกขวัญน่าจับตามอง ที่กวาดรับกระแสคำชมเอกฉันท์ในหมู่นักวิจารณ์ หลังจากเปิดฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโทรอนโต (TIFF 2018) จนถึงกับได้รับคำนิยามว่า “นี่คือหนังลึกลับที่ยอดเยี่ยมที่สุดนับจาก 10 Cloverfield Lane” พร้อมพาผู้ชมดำดิ่งสู่โลกที่เต็มไปด้วยปริศนา ผ่านสายตาของเด็กสาวอายุ 7 ขวบ ที่ไม่เคยก้าวออกจากบ้าน และการตามล่าจากองค์กรรัฐบาลที่มีหน้าที่จับกุมมนุษย์ที่มีพลังเหนือธรรมชาติ หรือที่พวกเขาเรียกว่า “ตัวประหลาด”

ภาพยนตร์บอกเล่าเรื่องราวของลูกสาววัย 7 ขวบ โคลอี้ (รับบทโดย เลซี่ โคลเคอร์) และ อดัม ผู้เป็นพ่อ ( รับบทโดย อีมิล เฮิร์ช) ที่ขังลูกสาวอยู่ในบ้านถึง 7 ปี ผู้พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เธอออกไปจากบ้านของพวกเขา คอยบอกเธอเกี่ยวกับอันตรายที่อยู่ข้างนอกประตูบ้านหลังนั้นตลอดเวลา จนกระทั่งวันหนึ่งเธอได้รวบรวมความกล้าและตัดสินใจเปิดประตูบานนั้นออกไปเพื่อพบกับอิสรภาพที่ต้องแลกด้วยเลือด

จากตัวอย่างของภาพยนตร์ได้เผยให้เห็นถึงบรรยากาศแห่งความไม่น่าไว้วางใจและอันตรายที่รออยู่ข้างนอก ที่ผู้ชมเห็นได้จากข่าวที่ปรากฏบนหน้าจอทีวี ได้เห็นบ้านที่โดนถล่มโดยฝูงโดรนติดอาวุธ รวมถึงการเฝ้าระวังและจับตามองเหล่าตัวประหลาดที่ปราศจากการควบคุมจากรัฐบาล มิหนำซ้ำโคลอี้ยังคงได้เห็นคนถูกยิงด้วยตาของเธอเองด้วย แต่ถึงกระนั้นตัวอย่างก็ไม่เคยบอกเราว่าอันตรายที่ว่านั้นคืออะไร“เราต้องการเล่าผ่านมุมมองของเด็กหญิงอายุ 7 ขวบ ที่ไม่เคยรู้เรื่องราวของโลกภายนอก เธอไม่รู้แม้กระทั่งสิ่งที่อยู่นอกประตูบ้านของเธอเอง และเมื่อเธอค้นพบความจริง เธอก็ต้องเผชิญกับอารมณ์ต่าง ๆ ที่ถาโถมใส่เธออย่างไม่หยุดหย่อน และเป็นเพราะว่าเราเล่าเรื่องผ่านมุมมองของเธอ เวลาที่เธอกลัวมันจึงให้อารมณ์ของหนังสยองขวัญ เวลาที่เธอเดินออกไปสัมผัสโลกภายนอกบ้านเธอครั้งแรกและรู้สึกตื่นเต้น คุณก็จะรู้สึกเหมือนคุณกำลังดูหนังของสปีลเบิร์กในยุค 80 พวกเราไม่เคยมีความคิดเลยว่าหนังเรื่องนี้ควรจัดอยู่ในหนังประเภทไหนครับ” อดัม บี สตีน ผู้กำกับ กล่าว

ภาพยนตร์กำกับและเขียนบทโดยสองผู้กำกับมากฝีมือ อย่าง แซ็ค ลิพอลสกี้ และ อดัม บี สตีน ที่เพิ่งมีผลงานในทีวีซีรีย์ Kim Possible นำแสดงโดย อีมิล เฮิร์ช (Into the Wild), บรูซ เดิร์น (The Hateful Eight) และ เลซี่ โคลเคอร์ (The Little Mermaid) จงระวังเอาไว้ให้ดี มีมนุษย์บางสายพันธ์แอบซ่อนอยู่กับเรา

“FREAKS คนกลายพันธ์”
26 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

8 ศิลปินไทยฉลองอัลบั้มใหม่ “Ed Sheeran” คัฟเวอร์ 4 เพลงพิเศษเอาใจแฟนๆ

หลังจากที่แฟนๆ ได้ฟังอัลบั้มชุด Divide ที่มาพร้อมเพลงดังอย่าง “Castle on the Hill”, “Shape of You”, “Perfect” ศิลปินหนุ่ม Ed Sheeran ก็มาพร้อมอัลบั้ม No.6 Collaborations Project โดยมี “I Don’t Care” ที่ทำกับ Justin Bieber เป็นซิงเกิลแรกของอัลบั้มออกมาให้แฟนๆ ได้ฟัง

นอกจาก Justin Bieber แล้วอัลบั้มชุด No.6 Collaborations Project ยังมีศิลปินอย่าง Bruno Mars, Khalid, Cardi B, Eminem, Camila Cabello และ Skrillex กับศิลปินอีกมากมายที่มาร่วมแจม จนทำให้อัลบั้มนี้ครบรสชาติทางดนตรี

และ เพื่อร่วมต้อนรับการกลับมาของ Ed Sheeran ทาง Warner Music ทางค่ายเพลงไทยอย่าง HolyFox ในเครือ LOVEiS Entertainment, BOXX Music ในเครือ Muzik Move, Spicydisc, What the Duck, และ Wayfer Records ก็ได้จัดโปรเจกต์พิเศษ Ed Sheeran : No.6 Co(ver!)llaborations ด้วยการพา 8 ศิลปินอย่าง  สิงโต นำโชค (นำโชค ทะนัดธัมย์),แก้ม-วิชญาณี เปียกลิ่น,เก้า-จิรายุ ละอองมณี, D Gerrard (บิ๊ก-อุกฤษ วิลลีย์บรอดดอนกาเบรียล), แปม-ศิรภัสรา สินตระการผล, ส้ม-มารี เออเจนี เลอเลย์, โอ-ปวีร์ คชภักดี และ Marina (มารีน่า-ศดานันท์ บาเล็นซิเอก้า) มาคัฟเวอร์เพลงจากอัลบั้ม No.6 Collaborations Project รวมถึงผลงานดังของ Ed อย่าง “Shape of You”ในแบบฉบับตัวเอง

Cr. sanook.com

“เป๊ก ผลิตโชค” เปิดตัวมาดหนุ่มขี้เหงา ท่องราตรีในเอ็มวีฮอต “Lonely Night”

ที่ผ่านมา เป๊ก-ผลิตโชค อายนบุตร เป็นศิลปินผู้มาพร้อมซิงเกิลซึ่งผสมผสานความเป็นอาร์แอนด์บี และ ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ เข้าไว้ด้วยกัน โดยล่าสุดเขาก็มาพร้อมซิงเกิลใหม่ที่มีชื่อว่า “Lonely Night” ซึ่งมาจากความรู้สึกที่เป๊กมักพบเจอบ่อยๆ

เพลง “Lonely Night” เป๊กได้เล่าความรู้สึกเหงาที่เขามักพบเจอเวลาค่ำคืน ซึ่งเพลงนี้เป๊กก็ได้ แอ้ม-อัจฉริยา ดุลยไพบูลย์ ผู้แต่งเนื้อร้องเพลง “นี่แหละความรัก (This is love)”  มาดูแลเนื้อร้อง ส่วนทำนองก็เป็นฝีมือการดูแลของ Botcash (เอ้-สัณหภาส บุนนาค) ดีเจชื่อดัง และ สมาชิกวง Boom Boom Cash 

ในส่วนของเอ็มวี ผู้กำกับอย่าง จีน-คำขวัญ ดวงมณี ที่เคยฝากฝีมือไว้ในเอ็มวี “Don’t You Go” ของ แสตมป์-อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข และ “ดำสนิท” ของ ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์ ก็ได้เล่าเรื่องราวของเป๊กในค่ำคืนที่เขารู้สึกเหงา จนเขาตัดสินใจออกท่องราตรีพร้อมรถสปอร์ตคู่ใจ

โดยเป๊กได้เล่าถึงการทำเพลง “Lonely Night” ไว้ว่า “สำหรับเพลง “Lonely Night” เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ผมได้มีโอกาสทำร่วมกับพี่แอ้มและน้องเอ้ Boom Boom Cash ครับ เป็นเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสถานการณ์ตอนกลางคืน พี่แอ้มบอกว่าแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงนี้มาจากตัวผมเอง (หัวเราะ) เพราะเราชอบใช้ชีวิตตอนกลางคืน เป็นคนขี้เหงานิดๆ ก็คือจริงๆ แล้ว ทุกท่อน คือ เป็นแบบตัวเราเลย (หัวเราะ) กว่าจะออกมาสำเร็จได้นี่แก้ไปมาหลายรอบเลย ในพาร์ทดนตรีก็มีช่วยออกไอเดียบ้าง น้องเอ้จะเป็นสายอิเล็กทรอนิกส์มาเลย เราก็จะขอปรับความอิเล็กทรอนิกส์ลงนิดนึง เพิ่มความเป็นป็อปออกแนวอาร์แอนด์บี ขึ้นมาหน่อย สำหรับเอ็มวี ได้น้องจีน มากำกับให้ ส่วนตัวเราชอบผลงานน้องจีนอยู่แล้วเคยได้ร่วมงานกันตอนถ่ายน้ำหอม Colour Soul Secret Collection เลยจีบน้องมาทำเอ็มวีให้ครับ ฝากติดตามเพลง “Lonely Night” ด้วยนะครับ เพลงเพราะ ภาพสวย หวังว่าทุกๆ คนน่าจะชอบกันนะครับ”

Cr. sanook.com