SWIPE and Match!: มัจฉา โมซิมันน์ ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ SWIPE และได้โต้ง TWOPEE มาร่วมงานด้วย

หลังจากปล่อยซิงเกิ้ลแรกอย่าง ‘So What’ ไปจนยอดวิวในยูทูบทะลุ 14 ล้านวิวไปแล้ว มัจฉา โมซิมันน์ ศิลปินเบอร์แรกของค่าย White Fox ในเครือ GMM Grammy ก็ได้ฤกษ์ปล่อยซิงเกิ้ลที่สอง ‘SWIPE’ ที่ได้โต้ง TWOPEE มาช่วยแรปอย่างสนุกสนาน

ซึ่งสำหรับเพลงนี้ มัจฉาได้ออกอาการตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด “สำหรับเพลงนี้ฉาชอบมากๆค่ะ ซึ่งคำว่า SWIPE จะมาจาก Dating App ค่ะ ซึ่งท่อนฮุคของเพลงก็มีท่าเต้นให้ทุกๆคนเต้นตามได้ง่าย น่ารักๆ ความพิเศษของเพลงนี้ ก็ได้ฟีทเป็นเพลงแรกกับพี่โต้ง TWOPEE ฉาดีใจมากๆ ซึ่งฉาเคยไปเล่นมิวสิกวิดีโอ เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ฉาเลยรู้สึกไม่เกร็ง ทำงานสนุก และเราก็มีส่วนในการออกแบบชุดในเอ็มวีด้วยค่ะ เพราะเราเรียนแฟชั่นดีไซน์อยู่ด้วยตอนนี้ค่ะ ฉาจะชอบแนววินเทจ ยุค 90 บวกกับยุค 2000 มิลลิเนียม เอ็มวีเลยจะออกมาย้อนยุคนิดๆ ส่วนเรื่องท่าเต้น ตอนแรกเราเต้นไม่ได้เลย เพราะห่างไปนาน ก็ได้ครูอู๋ D Dance (เปรมจิตต์ อำนรรฆมณี) มาสอนและคิดท่าเต้นให้ทั้งหมดด้วยค่ะ ยังไงฉาก็ขอฝากเพลง SWIPE ด้วยนะคะ หวังว่าทุกคนจะชอบเพลงนี้นะคะ (ยิ้ม) หรือใครซ้อมเต้นแล้วแท็กวิดีโอมาให้ฉาชมบ้างนะคะที่ @matcha_cha หรือ @whitefoxgmm ค่ะ

ส่วนโต้ง TWOPEE เองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน “เพลง SWIPE พี่เวย์ทาบทามมาร่วมงานครับ (หัวเราะ) วันที่เข้าห้องอัด น้องมืออาชีพมากๆ เราเห็นน้องทำหลายอย่างมากๆ เป็นคนมีความสามารถรอบด้าน เราเชื่อในตัวน้อง ฝากด้วยนะครับ มัจฉา ฟีทเจอริ่ง TWOPEE นะครับ เป็นเพลงที่ฟังสบายๆ เชื่อว่าทุกคนร้องตามได้ ยิ่งท่าเต้นแล้วเนี่ย ต้องรีบไปเต้นตามกันทั้งเมือง ก็ฝากไว้ด้วยเพลงนี้ น้องตั้งใจทำมาก ผมตั้งใจแร๊ปมากครับ”

สตรีมเพลง SWIPE ของมัจฉาและ TWOPEE ได้ในทุกช่องทางออนไลน์

Stamp ft. Young K.: แมตช์หยุดโลกระหว่างยอดฝีมือจากสองประเทศในเพลง ‘ใจอ้วน / Sugar High’

จากที่เคยสัญญากับแฟนๆ ไว้ในลอฟฟีเซียล ออมส์​ มิวสิคอิชชู่เมื่อปลายปีที่แล้วว่าปีนี้แสตมป์ – อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข จะคัมแบ็กอย่างยิ่งใหญ่ ผู้ชายยิ้มตาสระอิคนนี้ก็ไม่ทำให้เราผิดหวังเลย เมื่อเขาเปิดปีด้วยเพลง ‘ใจอ้วน (Sugar High)’ แห่งค่าย 123Records (นึง-ส่อง-ซั่ม เรคคอร์ดส์) ซึ่งความพิเศษสุดๆ ในครั้งนี้ เขาได้ Young K. ไอดอลตัวจี๊ดแห่งวง Day6 ของ JYP Entertainment มาร่วมแต่งและร้องท่อนแร็ปภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารถึงอาการ Sugar High หรือเมาน้ำตาล อันเกิดขึ้นเมื่อร่างกายคนเราได้รับน้ำตาลมากเกินไป

ซึ่งก็ตรงกับเนื้อหาเพลงโรแมนติกที่เล่าถึงความสัมพันธ์ของคนสองคนที่ดูจะเกินกว่าคำว่าเพื่อน แต่ก็ไม่มีคำยืนยันที่แท้จริง และทุกครั้งที่ใจได้รับการเอาใจใส่เป็นพิเศษ มันก็จะพองโตจนเกือบจะระเบิด อันเป็นที่มาของชื่อเพลง ‘ใจอ้วน’ ที่แสตมป์เล่นกับคำว่า ‘ใจบาง’ ศัพท์วัยรุ่นที่หมายถึงอาการหวั่นไหวเมื่อได้เจอคนที่ถูกใจนั่นเอง

ในส่วนของเอ็มวี เขาก็ร่วมมือกับผู้กำกับที่รู้ใจกันอย่าง หมู – ชยนพ บุญประกอบ ที่เคยร่วมงานกันมาแล้วในเพลง ‘แอบดี’ ของเขานั่นเอง และเพื่อการันตีว่าสาวๆ ที่ชมเอ็มวีนั้นจะเกิดอาการ ‘ใจอ้วน’ กันโดยพร้อมเพรียง แสตมป์จึงเลือกนาย – ณภัทร เสียงสมบุญ มาเป็นพระเอกเอ็มวี เพราะมั่นใจในความเป็นสุภาพบุรุษสุดละมุนที่รับประกันว่าตัวเลือกของสาวๆ มีเพียงแค่ใจอ้วนมาก กับใจอ้วนน้อย เท่านั้นเอง

เพลง ‘ใจอ้วน / Sugar High’ สตรีมมิ่งแล้วทุกช่องทางออนไลน์

The Groovy Friends: ทำความรู้จักกับเสียงดนตรีที่ให้ความรู้สึกเหมือนคุณกำลังถูกโอบล้อมด้วยทรายดูดตัวอันแสนสบายของ quicksand bed และความฝันระยะสั้นที่สมาชิกวงพร้อมใจกันเดินไปให้ถึงอย่างพร้อมเพรียง

Photographer: Panupong Banluesin

Stylist: Napat Roongruang

Author: Pacharee Klinchoo

“ปกติผมเล่นแบ็คอัพเบสให้กับน้องพลอย (วาเลนติน่า พลอย) อยู่แล้วครับ” เจสัน โสตางกูล มือเบสประจำวง quicksand bed ตอบเมื่อเราถามถึงความเป็นมาเป็นไปในความร่วมมือกับนักร้องสาวเสียงใสในเพลง Road of Vacation ที่เพิ่งจะปล่อยออกมาหมาดๆ ในวันที่เรานัดสัมภาษณ์กับพวกเขา “เป็นเพื่อนกันอยู่แล้วครับ รู้สึกว่าประทับใจในตัวตน และโทนเสียงของเขาอยู่แล้ว รู้สึกได้เลยครับว่าเสียงเขาเข้ากับเพลงของเรามากๆ เลยได้มาร่วมงานกันครับ” 

ถ้าเข้ากันได้ขนาดนี้นี่ การทำงานร่วมกันเป็นอย่างไรบ้างล่ะ เราถามต่อ “ผมชอบมากตั้งแต่วันลงเสียงอัดแล้วครับ”​ เจสันตอบทันที “จริงๆ คือผมโอเคตั้งแต่เทคแรกเลยครับ โอเคทันทีเลย” เพื่อนๆ รอบวงต่างพยักหน้าโดยพร้อมเพรียง “แต่คนที่ไม่โอเคคือตัวพลอยนั่นล่ะครับ เขารู้สึกว่าตัวเองยังร้องไม่โอเค แต่สำหรับพวกเราเทคแรกคือได้ทันที ใจชื้นไปเลยครับ เพราะทุกอย่างตรงกับภาพที่คิดกันไว้ในหัวทั้งหมดเลย” 

“ใช้คำว่าสะใจได้เลยครับ” พัด – บริพัตร แสงสิริ มือคีย์บอร์ดพูดด้วยน้ำเสียงบ่งบอกความ ‘สะใจ’ อย่างแท้จริง ก่อนที่เกม – สรวิชญ์ วงศ์ปิยะ นักร้องนำและมือกีตาร์จะอธิบายถึงกระบวนการการทำอัลบั้มเต็มที่มีกำหนดจะวางในอีกไม่นานนัก (ซึ่งอาจจะเป็นช่วงเวลา

ที่นิตยสารเล่มนี้ออกพอดีก็เป็นได้) “การทำงานอัลบั้มคือมีการกดดันเรื่องเวลาครับ จำนวนเพลงเยอะขึ้น ความกดดันก็มากขึ้น แต่ในส่วนอื่นๆ ที่เหลือ ทุกอย่างก็สนุกเหมือนเดิมครับ พวกเราแค่ทดลองเปลี่ยนวิธีการทำงานจากอีพีแรก จากการที่ทำงานกันเพลงต่อเพลง คือจบเพลงหนึ่งแล้วค่อยขึ้นเพลงใหม่ ก็เปลี่ยนเป็นทำเดโม่ไว้หมดเลยสิบเพลงยี่สิบเพลง แล้วค่อยมาคัดอีกทีครับผม นี่คือความแตกต่าง” 

ถ้าการทำงานเป็นอย่างนี้ แล้วความต่อเนื่องในเรื่องเนื้อหาจะเป็นอย่างไรล่ะ เราอดสงสัยต่อไม่ได้ “พวกเราไม่ได้วางแผนให้เนื้อหาในอัลบั้มนี้มันต่อกันขนาดนั้นครับ”​ เกมตอบเกือบจะทันที “แต่ผมเชื่อว่า เมื่อมันเสร็จออกมาแล้ว มันคงมีความต่อเนื่องในตัวของมันเองอยู่แล้วครับ เพราะแต่ละเพลงที่เขียนออกมาก็คือเขียนออกมาจากตัวของเกมและเจสันอยู่แล้วครับ” 

“ส่วนใหญ่ก็เขียนจากเรื่องที่พวกเราเจอมา ณ ขณะนั้นอยู่แล้วครับ” เจสันรีบเสริม “ผมเลยคิดเหมือนเกมครับว่าสุดท้ายเนื้อหาก็จะต่อกันเองตามธรรมชาติของพวกเราที่เดินทางไปด้วยกันพร้อมกับเสียงเพลง” ซึ่งเกมก็รับช่วงต่อทันทีราวกับนัดกันไว้ “track ชีวิตของผมกับเจสันนี่ก็โตมาคล้ายๆ กันอยู่แล้วครับ วัยก็ใกล้กัน ถึงจะเจออะไรที่แตกต่างกันมาบ้าง แต่ก็เชื่อว่ามีอะไรที่เป็นจุดเชื่อมโยงกันอยู่แล้วครับ

“อีพีที่แล้วกับอัลบั้มที่กำลังทำกันอยู่นี่คือต่อกันเลยครับ” เกมเล่าต่อด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน “ไม่มีเว้นระยะพักเลยครับ ผมว่า

ความเปลี่ยนแปลงด้านเนื้อเพลงอาจจะมีไม่มากนัก ถ้าจะให้คิดเรื่องการเปลี่ยนแปลงก็คือ ในอีพีแรกเราไม่มีเพลงอกหักเลยเนอะ” เพื่อนร่วมวงพยักหน้ากันอย่างพร้อมเพรียง “ไม่มีเพลงเศร้าเลยครับ เป็นเพลงตกหลุมรัก หรือมีความสุขกับความรักกันหมดเลย แต่พอมาเป็นอัลบั้มเต็ม เราเลือกที่จะหยิบแง่มุมบางอย่างของความเศร้า และความไม่สบายใจในตัวเองออกมาเขียนบ้าง ซึ่งสาเหตุก็คือ ในอีพีแรกเราเลือกหยิบอารมณ์ใกล้ตัวมาถ่ายทอด ซึ่งตอนนั้นเราไม่ได้ผิดหวังกันขนาดนั้นไงครับ พอมาเป็นอัลบั้มเต็ม ก็เลยคิดว่า

จะลองขุดแง่มุมอะไรบางอย่างในตัวเรา หรือในความทรงจำออกมาถ่ายทอดดูบ้าง เท่านั้นเองครับ” 

ก่อนเราจะบอกลากับนักดนตรีทั้งสี่ชีวิต เราอดถามคำถามสามัญประจำเล่มของเราไม่ได้ บอกตรงๆ ว่าเราชอบฟังความคาดหวังและความทะเยอทะยานของแต่ละศิลปินที่เราคุยด้วยอยู่แล้ว “ความคาดหวังของวงเราจะเป็นความคาดหวังระยะสั้นครับ” เกมตอบทันที ในขณะที่เพื่อนร่วมวงเพียงนั่งอมยิ้ม “พอทำตามความคาดหวังสำเร็จแล้ว ถึงจะมีความคาดหวังอื่นๆ ต่อไปครับ บางวงเขาอาจจะมีความคาดหวังว่าจะต้องไปอยู่ในจุดนี้ให้ได้ วงพวกผมจะไม่ใช่อย่างนั้นเลย ตอนแรกสุดพวกเราก็หวังอยากทำเพลงที่ตัวเองชอบ พอได้ทำเพลงที่ตัวเองชอบออกมา ก็อยากมีอีพีอัลบั้มเป็นของตัวเอง พอมีอีพีแล้ว ก็อยากมีอัลบั้มเต็ม อะไรอย่างนี้ครับ ค่อยๆ ไปด้วยกัน ความคาดหวังของพวกเราในช่วงนี้ก็คือ ทำอัลบั้มเต็มนี้ให้สำเร็จให้ได้ และได้ไปเล่นคอนเสิร์ตที่ต่างประเทศครับ”

วงบอกกับเราว่าเวทีคอนเสิร์ตในฝันของพวกเขาคือเทศกาล Primavera Sound ที่ประเทศสเปน ซึ่งก็ตรงใจเราแบบไม่น่าเชื่อ ดังนั้น ก่อนเราจะเอ่ยคำลา เราเพียงบอกกับพวกเขาสั้นๆ ว่า ทริปไปสเปนครั้งหน้าของเรา เราจะได้มีโอกาสไปเจอพวกเขาบนเวทีที่เราเองก็ชอบมากเช่นกันนะ

เพลง Road of Vacation ของ quicksand bed ft. Valentina Ploy สตรีมมิ่งแล้วทุกช่องทางออนไลน์

LOVE POTION No.9: จากบทบาทของ ‘กรณ์’ ใน ‘ด้ายแดง – Until We Meet Again the Series’ ที่ส่งให้เก้า – นพเก้า เดชาพัฒนคุณ โด่งดังเปรี้ยงปร้างในช่วงข้ามคืน วันนี้เขาได้ก้าวไปอีกสเต็ปหนึ่งกับการตามความฝันในฐานะศิลปินใน Boyfriends Project

Photographer: Napat Gunkham

Fashion Editor: Chanond Mingmit 

Author: Pacharee Klinchoo

 

      “ตอนเซ็นสัญญาครั้งแรกผมยังอายุไม่ถึง 20 ปีเลยครับ” เก้า – นพเก้า เดชาพัฒนคุณ ตอบคำถามเราด้วยน้ำเสียงใสซื่อ ไร้การเสแสร้งใดๆ เมื่อเขามาปรากฏตัวที่สตูดิโอของเราในวันถ่ายแฟชั่น และก็เป็นดังคาด… ทีมงานของเราวิ่งมากระซิบว่ามีแฟนคลับกลุ่มหนึ่งนั่งรอเขาอยู่ด้านล่างสตูดิโออย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งเมื่อมองรูปลักษณ์ภายนอกของเขาที่ดูเหมือนจะเป็นรูปปั้นเทพบุตรกรีกเดินได้ เราก็ไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย “เริ่มจากงานถ่ายโฆษณาเป็นส่วนใหญ่ครับ มีถ่ายแบบบ้าง แต่เดินแบบนี่ยังไม่เคยเลยครับ”

      ด้วยคำตอบนั้น ทำให้เรารู้ว่าเก้าไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการ เขาอยู่คู่กับวงการบันเทิงมาเข้าปีที่ 7 แล้ว “ถ้าไม่ได้ก้าวเข้ามาในวงการบันเทิงด้วยตัวเองเลยนะครับ ผมคิดว่าผมอยากเป็นนักร้อง เป็นศิลปิน มากกว่าเป็นนักแสดง” ความซื่อของเก้าที่ส่งผ่านน้ำเสียงมาเรียกรอยยิ้มของทีมงานที่รายล้อมเขาอยู่ได้ทันที “แต่พอได้มาลองทำจริงๆ ผมรู้สึกว่าผมเป็นนักแสดงแล้วสนุกกว่า ท้าทายตัวเองมาก แต่จริงๆ เป็นนักร้องก็ท้าทายตัวเองเหมือนกันนะครับ แต่การเป็นนักแสดงผมรู้สึกว่ามันคือการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา เพราะผมได้รับบทบาทใหม่ๆ เสมอ

      “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าคนอื่นเขาเป็นอย่างไร” เก้าตอบอย่างลังเลนิดหน่อยเมื่อเราถามถึงกระบวนการเข้าถึงบทบาทที่เขาได้รับ “ผมก็หน้าใหม่นะครับ เพิ่งมีผลงานการแสดงไม่นาน ผมต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งเลยในการขลุกกับตัวละคร ต้องลองใช้ชีวิตเป็นเขา แล้วผมจะกลายเป็นตัวเขาเองโดยธรรมชาติไปได้ครับ” แล้วมีปัญหากับการเอาตัวเขาออกจากตัวเราตอนจบวันบ้างไหม เราอดสงสัยไม่ได้ “ผมไม่ได้อะไรขนาดนั้นนะครับ ผมเป็นคนที่กดสวิตช์ตัวเองไวมาก ด้วยพื้นฐานผมเป็นคนเฮฮาด้วยมั้งครับ เวลาเข้าบทที่เป็นซีนเค้นอารมณ์มากๆ ผมจะกลับมาไวเสมอ ไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไรเลยครับ แต่…” เขานิ่งคิดไปสักพัก “ผมอาจจะยังไม่เคยเจอบทอะไรที่หนักมากจริงๆ ก็ได้มั้งครับ ที่ผ่านมาเหมือนเป็นการเรียนรู้เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์มากกว่าครับ”

      เก้าเล่าว่าเขาเคยอยากเล่นบทดราม่ามากๆ แต่ในเมื่อเปิดตัวงานละครแรกด้วยบทดราม่าเบอร์นั้น เขาก็อยากลองเล่นบทประเภทรักคอมเมอดี้ดูบ้าง “เพราะบทแบบนี้ต้องใช้ความเป็นธรรมชาติของตัวละครสูงมากครับ ซึ่งผมว่าผมยังหาจุดในการแสดงได้ไม่มากนัก ได้ลองหลายๆ บทก็ดีนะครับ ถ้าเลือกเล่นอะไรก็ได้เหรอ” เก้าทวนคำถามเราก่อนจะตอบทันที “ผมอยากเล่นเป็นตัวร้ายครับ ตัวร้ายธรรมดา ไม่ใช่แบบตัวร้ายในภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่นะครับ ผมว่าในละครหลายๆ เรื่องบทของตัวร้ายจะโฟกัสกับเรื่องราวที่ดูเหมือนจะเป็นตัวเดินเรื่องเลยนะครับ ยิ่งกว่าพระเอก อินเนอร์ตัวร้ายจะมาเต็มมาก ดูใช้พลังงานเยอะมากเลยนะพี่”

      เอาล่ะ… แม้ว่าเก้าจะดูตื่นเต้นกับบทบาทนักแสดงเป็นอย่างมาก แต่เราก็อดที่จะวกไปถึงบทบาทศิลปินที่เขาเพิ่งจะร่วมงานกับ Boyfriends Project ที่รวบรวม 10 หนุ่มฮ็อตที่สาวๆ อยากได้เป็นแฟนมากที่สุดมาจับคู่ออกเพลงพิเศษ ทำอัลบั้มพิเศษ ซึ่งเก้านั้นก็ได้จับคู่กับเกรท – สพล อัศวมั่นคง ในเพลง ‘คิดได้’ และก็แน่นอนว่าทำเอาสาวๆ ใจละลายกันถ้วนหน้า “อินเนอร์ในการร้องเพลงกับอินเนอร์ในการแสดง สำหรับผม ไม่ต่างมากหรอกครับ” เก้าตอบทันทีแบบแทบจะไม่หยุดคิด “มันเป็นการสื่อสารเหมือนกัน ตอนร้องเพลงแรกๆ ผมก็ไม่รู้หรอกครับ ร้องไปเฉยๆ แต่พอเริ่มเห็นคนอื่นร้องแล้วเขาอิน ผมก็รู้ว่าต้องใส่อารมณ์ ต้องสื่อสารกับคนดูให้มากผ่านบทเพลง ถ้าเกิดว่าผมไม่ใส่อารมณ์ไปในเพลงเลย ก็จะเหมือนกับการท่องบทโดยพูดไปเรื่อยๆ คนดูก็จะไม่มีอารมณ์ร่วม และจะไม่รู้สึกอินกับเนื้อหาในเพลงนั้นหรอกครับ”

      แม้ว่าบุคลิกภายนอกของเก้าจะค่อนข้างนิ่งเงียบ แต่เราเดาอาการเขาได้ว่าเขาดูตื่นเต้นกับการถ่ายแฟชั่นเซ็ตกับเราไม่น้อย เราจึงขอคำถามสุดท้ายสั้นๆ ว่า เขาหวังอะไรกับวงการบันเทิงที่เขาอยู่มานานขนาดนี้แล้วบ้าง เก้าเพียงยิ้มซื่อๆ ตามสไตล์ และจบบทสนทนากับเราด้วยคำตอบง่ายๆ “ผมก็ไม่กล้าหวังอะไรมากหรอกครับ อยากจะทำงานไปเรื่อยๆ แต่คนเราก็ต้องมีความหวังนิดหนึ่งใช่ไหมครับ ผมอยากลองเป็นพระเอกเต็มตัวดูสักครั้งครับ เล่นบทอะไรก็ได้ แค่อยากเป็นพระเอกดูครับ”

My Life, My Dream: เพราะเชื่อว่าทุกอย่างเกิดจากความรักเซ้นต์ – ศุภพงษ์ อุดมแก้วกาญจนาจึงเลือกถ่ายทอดความเป็นตัวตนเพื่อตอบแทนความรักที่ได้รับ และส่งต่อความรักของเขาไปให้ทุกคนที่รอคอยอยู่เสมอ

Photographer: Virunan Chiddaycha

Stylist: Napat Roongruang

Author: Pacharee Klinchoo

“ผมคิดว่าแต่ละงานที่ผมทำมีเสน่ห์ไม่เหมือนกันเลยครับ” เซ้นต์ – ศุภพงษ์ อุดมแก้วกาญจนา ตอบเราด้วยรอยยิ้มเปื้อนหน้า “ผมตอบไม่ได้จริงๆ ครับว่าผมถนัดงานอะไรมากที่สุด เพราะเวลาทำงานเพลง ผมก็เอ็นจอยไปกับงานเพลง เวลาทำงานแสดง ผมก็รู้สึกว่าอยากเล่าเรื่องตัวละครที่ผมรับบทอยู่ ผมแค่รู้สึกว่าทุกอย่างที่ผมทำคือความสุขหนึ่งก้อน มันคือก้อนที่เป็นการเล่าเรื่องราว ทั้งผ่านการร้องเพลง และผ่านการแสดงครับ

“อินเนอร์ที่ผมใช้ในการแสดงกับการร้องเพลงนี่ต่างมากเลยครับ” คำตอบกระตือรือร้นของเซ้นต์ทำเอาเราขมวดคิ้วบางๆ เพราะมันตรงข้ามกับคำตอบอื่นๆ ที่เราเคยได้รับมาอย่างสิ้นเชิง “ในแง่ของการแสดง มันคือการเอาตัวละครหนึ่งมาทำอย่างไรก็ได้ให้คนอื่นเข้าใจเขาให้ได้ ซึ่งผมอาจจะเป็นคนเดียวบนโลกเลยก็ได้ที่ได้เข้าไปนั่งอยู่ในใจเขา แต่โจทย์ในการทำงานตรงนี้คือ ทำอย่างไรก็ได้ให้คนทั้งโลกที่ดูเขา เข้าใจเขาให้ได้ แต่เวลาร้องเพลง มันเหมือนกับว่าผมได้มานั่งล้อมวงอยู่ในกลุ่มเพื่อน ได้มาสนุก นั่งร้องเพลงกับเพื่อน เป็นฟีลนั้นมากกว่าครับ”

เซ้นต์บอกกับเราโดยไม่ลังเลเลยว่า จริงๆ แล้วเขาอยากจะเป็นนักธุรกิจ แต่งานด้านบันเทิงนั้นก็ติดอยู่กับกิจกรรมประจำวันของเขาจนกระทั่งแทบจะแยกไม่ออก เขาจึงเลือกเดินเส้นทางนี้อย่างไม่ลังเล “มันเป็นความฝันแหละ ผมว่า” ดวงตาเขาเหม่อไปไกล “มันคือการตามหาตัวเองของเด็กคนหนึ่ง ผมเคยอยากเป็นหมอตามเพื่อน แต่ต่อมาก็รู้สึกว่าไม่ใช่ อยากทำธุรกิจมากกว่า เลยไปลงเรียนด้านธุรกิจ ก็รู้สึกว่าชอบนะแต่งานวงการบันเทิงมันสอดแทรกอยู่ในทุกกิจกรรมที่ผมทำอยู่แล้ว ทั้งเรื่องงานอาสาที่ทำกับเพื่อน หรือการจัดกิจกรรมต่างๆ กับเพื่อนๆ ผมก็เลยคิดว่าอยากจะลองไปในเส้นทางนี้ดู และก็ลองทำมาเรื่อยๆ จนตอนนี้ก็คิดได้แล้วครับว่าอยากทำทั้งงานธุรกิจและงานในวงการบันเทิง”

ในวันที่เรานัดถ่ายแฟชั่นกับเขา เซ้นต์กำลังอยู่ในช่วงเตรียมตัวงานแฟนมีต SOLO SAINT 2020 Race to Bangkok ซึ่งแม้ว่าจะจัดมาหลายครั้งแล้ว เขาก็ยังดูตื่นเต้นแบบปิดอาการไม่มิดอยู่เลย “ตื่นเต้นทุกครั้งครับ”เขายอมรับ “ผมอยากจะเล่าเรื่องอะไรบางอย่างทุกครั้งที่มีโอกาส ทุกอย่างเกิดจากความรักครับ งานแฟนมีตทุกครั้งผมมีเป้าหมายว่าผมอยากจะทำให้แฟนคลับภูมิใจ

ว่าศิลปินของเขาทำในสิ่งที่เขาอยากจะให้ทำได้ ในโชว์นี้ผมใส่ความเป็นตัวเองไปเยอะมาก ส่วนตัวผมชอบรถมากๆ ซึ่ง Ferrari คันที่เอามาถ่ายในโปสเตอร์เป็นคันแรกที่ผมได้มีโอกาสได้ลงไปนั่งในชีวิตนี้ มันเคยเป็นความฝันของผม ในวันนี้ผมสามารถเอาความฝันนั้นมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผม ส่วนหนึ่งในการทำงาน ส่วนหนึ่งในความรัก ผมว่าทุกอย่างมันเกิดจากความรักทั้งหมดนั่นล่ะครับ ผมรักที่จะทำมัน และผมก็จะทำมันตลอดไปครับ”

ร่วมฉลอง 10 ล้านวิวไปกับ MV ‘So What’ ของมัจฉา โมซิมันน์!

หลังจากที่มัจฉา โมซิมันน์ ศิลปินคนล่าสุดจาก GMM GRAMMY ปล่อยซิงเกิ้ล ‘So What’ ออกไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ในวันนี้ ยอดวิวในยูทูบก็ทะลุ 10 ล้านวิวไปเรียบร้อยแล้ว และมีทีท่าว่าจะพุ่งทะยานไปเรื่อยๆ อีกด้วย ปรบมือให้ดังๆ หน่อยครับ

ซึ่งในการนี้ มัจฉาก็ได้เปิดใจด้วยอาการตื่นเต้นแบบปิดไม่มิดว่า ว้าววว… ตอนนี้เพลง “So What” ก็ 10 ล้านวิวแล้ว ขอบคุณแฟนๆ ทุกคนมากนะคะ ที่เข้าไปชมมิวสิควิดีโอกัน เพลงนี้ก็เป็นซิงเกิลแรกของฉา ซึ่งเพิ่งปล่อยไปได้สิบกว่าวันได้ตั้งสิบล้านวิวแล้วเกินคาดมากๆ ฉาดีใจมากๆ เลยค่ะ เพราะฉาตั้งใจทำงานตรงนี้มากทุ่มเต็มร้อย อยากให้ทุกคนชอบกัน ใครที่ฟังเพลงหรือดูเอ็มวีแล้วมีคอมเม้นท์อะไรบอกกันมาได้นะคะ ฉาน้อมรับทุกคำติชมเพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆค่ะ Love you all so much!” 

ฉลอง 1 วัน 1 ล้านวิวกับ ‘จีบก่อนผิดไหม’ จากแนทเธอรีน ดุสิตา

หลังจากแกรดจากการเป็นสมาชิกวงไอดอลเป็นที่เรียบร้อย แนทเธอรีน ดุสิตาก็มุ่งมั่นเดินตามความรักในการร้องและการเต้นโดยการเป็นศิลปินเดี่ยว และได้โอกาสพบกับสองหนุ่มจาก Lipta ซึ่งก็มาช่วยโปรดิวซ์เพลง ‘จีบก่อนผิดไหม’ ให้กับเธอ และสามารถได้ยอดวิว 1 ล้านภายใน 1 วันที่ปล่อยออกไป งานนี้เรียกได้ว่าแนทเธอรีนกลั้นความดีใจไว้ไม่อยู่เลยทีเดียว

“จีบก่อนผิดไหม ถ้าเป็นลิปตาร้องเพลงนี้ก็คงจะแปลกอยู่นะ เพราะเนื้อเพลงมีความเป็นผู้หญิงมาก และก็ได้พี่เอฟู – ณรงค์ศักดิ์ ที่ลิปตารู้จักกันมานานและอยากร่วมงานด้วยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ได้มาร่วมงานกันครั้งแรกอย่างไม่เคอะเขินเพราะเป็นเพลงของแนทเธอรีน คุยคอนเซปต์ชัดเจนแล้วก็ลงตัวมาเป็นดนตรีของเพลงนี้ ซึ่งเราสองคนชอบกันมาก เพลงเหมาะกับน้องเขามาก น้องอยากได้เพลงที่ฟังแล้วเต้นได้ อยากให้ติดหูและแตกต่างจากที่เคยทำมา ก็สนุกมากครับ น้องเขาเอนเนอจี้เยอะมาก อยากทำ อยากรีบออก อยากทุกอย่าง แต่จากที่น้องเคยเป็นศิลปินกลุ่มมาก่อนแล้วต้องมาเดี่ยว สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับน้องคือ การร้องนี่แหละ เพราะฉะนั้นเลยมีการอัดร้องหลายรอบ และให้น้องไปเรียนเพิ่มเติมอีกด้วย และเพลงนี้ก็มีท่าเต้น ซึ่งค่อนข้างแตกต่างจากทุกเพลงที่ผมทำมาครับ เป็นการทำงานมิติใหม่ของลิปตาเลย เพราะไม่เคยโปรดิวซ์ให้ใครเลย ดูแลทุกขั้นตอนการผลิตตั้งแต่ เพลง ไปจนถึง มิวสิควิดีโอ อยากให้มาพิสูจน์ผลงานใหม่ครั้งนี้ของแนทเธอรีนกันนะครับ” แทน – ธารณ ลิปพัลลภ เป็นตัวแทนของวงกล่าวความรู้สึกที่เขามีต่อจากเพลงนี้

คุยกับคชา – นนทนันท์ ก่อนขึ้นไปพบกับเขาบนเวทีคอนเสิร์ต Be My Boyfriends

“ตื่นเต้นมากครับ” คำตอบของคชา – นนทนันท์ อัญชุลีประดิษฐ์ ไม่ต่างจากเพื่อนร่วมโปรเจ็กต์ที่กำลังจะขึ้นคอนเสิร์ต Be My Boyfriends เร็วๆ นี้สักเท่าไหร่ “ผมเชื่อว่าพวกเราทั้งสิบคนต้องตื่นเต้นแน่ๆ อยู่แล้วครับ แต่ผมว่านะ…” เขายิ้ม “คนที่ตื่นเต้นมากกว่าพวกผมน่าจะเป็นแฟนๆ เพราะพวกเราได้เคยคุยกับแฟนๆ ว่าถ้าทุกคนเรียกร้องเข้ามากันเยอะๆ คอนเสิร์ตครั้งนี้จะมีขึ้นมาได้จริงๆ เลยนะ และนี่คือสิ่งที่มัน… เรียกว่ายังไงดีล่ะ นี่คือสิ่งที่ตอบรับกลับไปไงครับ สิ่งที่แฟนๆ เรียกร้องมาครั้งนี้ พวกคุณจะได้ชมมันอย่างแน่นอนในวันที่ 19 ธันวาคมที่จะถึงนี้ครับ”

ขายตรงเสียจนเราอดถามต่อเลยไม่ได้ว่าการขึ้นคอนเสิร์ตของตัวเองกับการขึ้นคอนเสิร์ตพร้อมเพื่อนๆ จำนวนมากขนาดนี้นี่ต่างกันเยอะแค่ไหน “ผมว่าต่างครับ” คชาตอบทันทีโดยไม่ต้องหยุดคิด “อันดับแรกเลยคือ เวลาอยู่กับเพื่อนๆ เยอะๆ แต่ละคนจะมีพาร์ทของตัวเองที่จะต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้น ความต่างก็คือ ถ้าผมทำคอนเสิร์ตคนเดียว ผมก็จะต้องแบกโชว์ทั้งหมดด้วยตัวเอง ยิ่งโชว์ใหญ่ๆ กินเวลาหลายๆ ชั่วโมงนี่ความกดดันเยอะกว่ามากเลยครับ แต่กับคอนเสิร์ตนี้ จะมีเพื่อนๆ ที่มีพาร์ทของตัวเอง มีซีนของตัวเอง ทำให้ผมค่อนข้างผ่อนคลายมากขึ้น ผมรับผิดชอบในส่วนของผมให้ดีที่สุด บวกกับการได้มาเจอเพื่อนๆ นี่ก็เฮฮา ผ่อนคลายอยู่แล้วครับ”

การขึ้นเวทีด้วยทัศนคติที่ผ่อนคลายและมุ่งมั่นแบบนี้ เราจะคาดหวังอะไรกับความเป็นคชาในคอนเสิร์ตรวมครั้งนี้ได้บ้างนะ “คาดหวังความสนุกเลยครับ” อีกครั้งที่เขาตอบโดยไม่หยุดคิด “แค่นั้นเลยจริงๆ ครับ พวกเราทุกคนคาดหวังให้แฟนๆ สนุกไปกับพวกเรา และพวกเราจะทำโชว์ให้ดีที่สุด เท่านั้นเลยครับ”

Be My Boyfriends Concert

จัดแสดงในวันที่ 19 ธันวาคม 2020 ณ Union Hall 2 ศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์

รายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อบัตรได้ที่ www.thedndmore.com

Special thanks: The Dream and Destiny Co., Ltd.

คุยกับกวินท์ ดูวาล ก่อนไปพบกับเขาบนเวทีคอนเสิร์ต Be My Boyfriends

“ผมแต่งท่อนแร็ปของตัวเองในเพลงนี้ครับ” กวินท์ ดูวาล ลงนั่งสัมภาษณ์กับเราด้วยท่าทีสุขุมกว่าเพื่อนร่วมโปรเจ็กต์คนอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด “ผมได้เข้าร่วมโปรเจ็กต์นี้เพราะพี่ๆ เขาคิดว่าถ้าผมได้มาทำเพลงกับคชา มันจะเป็นอะไรที่ใหม่ขึ้นมาสำหรับตัวผมเองน่ะครับ เพราะตอนนี้ผมเองก็ค่อนข้างเป็นแร็ปเปอร์เต็มตัวไปแล้วน่ะครับ” ก็ไม่แปลกใจเลยที่เพลง ‘ผิดจังหวะ’ นั้นมีท่อนแร็ปของทั้งสองหนุ่มโดดเด่นออกมาอย่างเห็นได้ชัดเช่นนี้ “เวลาผมเขียนท่อนแร็ปของตัวเอง ผมก็รู้อยู่แล้วว่าทั้งวิธีการแร็ป เมโลดี้ หรืออะไรก็ตามแต่ จะเข้ากับตัวผม ผมจะทำเพลงโดยที่เอาตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมในตัวเพลงอยู่เสมอ ถ้าผมไม่มีส่วนร่วม อาจจะรู้สึกประหลาดครับ เพราะบางคำอาจจะไม่เข้าปาก

“ไม่ค่อยตื่นเต้นครับ” กวินท์ตอบด้วยอาการสบายๆ แฝงไปด้วยความมั่นใจในตัวเองในระดับที่กำลังน่ารัก “ทุกวันนี้ผมขึ้นคอนเสิร์ตทุกอาทิตย์เลยครับ แต่การขึ้นคอนเสิร์ตครั้งนี้อาจจะเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่สำหรับผม คนที่มาดูผมอาจจะเป็นคนละกลุ่มกับแฟนเพลงปกติครับ และปกติผมก็ไม่ค่อยเกาหลีหรือแต่งหล่อเท่าไหร่ สมัยนี้ผมชอบความเรียล ความจริง ความดิบ อยากจะแต่งตัวอย่างไรก็ได้ที่อยากแต่ง ไม่แต่งหน้าขึ้นเวที ชอบแบบนั้นครับ” ก็แปลว่าในคอนเสิร์ต Be My Boyfriends ครั้งนี้ แฟนๆ จะได้เห็นกวินท์กลับมาหล่ออีกครั้งสินะ ขอแสดงความยินดีกับแฟนๆ ล่วงหน้าเลยแล้วกัน

Be My Boyfriends Concert

จัดแสดงในวันที่ 19 ธันวาคม 2020 ณ Union Hall 2 ศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์

รายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อบัตรได้ที่ www.thedndmore.com

Special thanks: The Dream and Destiny Co., Ltd.

คุยกับทะเล สงวนดีกุลก่อนไปพบกับเขาบนเวทีคอนเสิร์ต Be My Boyfriends

“ตื่นเต้นที่ได้มาเจอกับนักแสดงและศิลปินจากค่ายอื่นหมดเลยน่ะครับ” ทะเล สงวนดีกุล ตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเมื่อเราถามถึงดีกรีความตื่นเต้นกับคอนเสิร์ต Be My Boyfriends ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ “ทุกคนมารวมตัวกันได้อย่างไรก็ไม่รู้ ผมดีใจมากด้วยที่เพลงที่ผมทำออกมานั้นได้ใส่ความเป็นตัวเองลงไปมากๆ เรียกได้ว่ามากที่สุดที่เคยทำมาเลยครับ เพราะก่อนหน้านี้ผมได้ร้องเพลงประกอบซีรีส์ ซึ่งเป็นเพลงที่ทำมาแล้ว แต่กับเพลงนี้ผมอยู่ด้วยตั้งแต่เริ่มแต่งเพลงเลยครับ เป็นเรื่องที่ผมอยากจะเล่าเลยครับ

“ยังไงดีอะพี่” ทะเลนิ่งคิดเมื่อเราถามถึงความอินในการถ่ายทอดเพลงที่เขามีส่วนร่วมเต็มตัวเป็นครั้งแรก “มันจะมีเพลงทั่วไปกับเพลงที่เราอิน เพลง ‘เหงาแหละ’ มันก็คือเพลงที่ผมอินอยู่แล้ว เป็นเรื่องราวที่ผมกับทอมมี่ตั้งใจจะเล่าอยู่แล้ว เวลาร้องไปเรื่อยๆ นี่เห็นชัดเลยครับว่า ถ้าเวลาร้องเพลงตัวเอง ผมจะหลับตาบ่อย อย่างทอมมี่นี่หลับตาตลอดเวลา โดยเฉพาะท่อน ‘รู้ตัวอีกทีก็ไปอยู่ที่ริมทะเล’ เพราะมันเป็นเรื่องของทอมมี่ตรงๆ เลยครับ เวลาเฮิร์ท ทอมมี่จะไปทะเลคนเดียว อะไรแบบนี้”

คอนเสิร์ต Be My Boyfriends ครั้งนี้ถือเป็นการขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่สองของทะเล “นอกจากแฟนมีตของซีรีส์ที่เพิ่งผ่านไปก่อนหน้านี้นะครับ คอนเสิร์ตครั้งนี้ผมน่าจะใส่ความเป็นตัวเองลงไปเยอะมากครับ เพราะทางทีมงานเปิดโอกาสให้ทุกคนเป็นตัวเองอยู่แล้ว ตอนที่แฟนมีตซีรีส์ยังมีคาแร็กเตอร์เข้ามาเกี่ยวกับตัวผมบ้าง แต่การขึ้นคอนเสิร์ตครั้งนี้น่าจะเป็นตัวเองได้เต็มร้อยจริงๆ ครับ” ท้ายเสียงติดอ้อนแฟนๆ ที่กำลังรอคอนเสิร์ตครั้งนี้อยู่อย่างแน่นอน ทีมงานเราแอบได้ยินอยู่

Be My Boyfriends Concert

จัดแสดงในวันที่ 19 ธันวาคม 2020 ณ Union Hall 2 ศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์

รายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อบัตรได้ที่ www.thedndmore.com

Special thanks: The Dream and Destiny Co., Ltd.