The Green Knight เปิดตัวใน Rotten Tomatoes สูงถึง 94% แถมกวาดคำวิจารณ์จากสารพัดสถาบันการันตีอีกเพียบ

หลังจากที่ The Green Knight ภาพยนตร์คุณภาพจากค่าย A24 เข้าฉายในต่างประเทศอย่างเป็นทางการ ก็สามารถกวาดคะแนนจาก Rotten Tomatoes ได้สูงถึง 94% พร้อมคำวิจารณ์และคำชมบวกๆ จากหลากหลายสถาบันทั้ง The Atlantic, Time Magazine, The Hollywood Reporter และ Indiewire

The Green Knight เป็นผลงานการกำกับของเดวิด โลเวอร์รี (จาก A Ghost Story และ Pete’s Dragon) นำแสดงโดยเดฟ พาเทล (จาก Slumdog Millionaire และ Lion) อลิเซีย วิกันเดอร์ (จาก The Danish Girl และ Tomb Raider) โจเอล เอ็ดเกอร์ตัน (จาก The King และ The Great Gatsby) ซาริตา ซาวด์ฮิวรี่ (จาก Modern Love) และฌอน แฮร์ริส (จาก Mission: Impossible-Fallout) บอกเล่าเรื่องราวสุดความกล้าหาญของเซอร์กาเวน หลานชายของกษัตริย์อาเธอร์ กับบททดสอบสำคัญของอัศวินเมื่อเขาต้องเผชิญกับคำท้าทายของอัศวินมรกต กาวนต้องเดินทางผ่าอุปสรรคต่างๆ ต้องรับมือกับวิญญาณอาฆาต ยักษ์ และโจร เพื่อค้นหาตัวตนและพิสูจน์คุณค่าของครอบครัวและอาณาจักร การเดิมพันเพื่อก้าวข้ามศึกสำคัญครั้งนี้จะเป็นอย่างไร เมื่อทุกคนรอบตัว และตัวเขาเองตกอยู่ในอันตราย

สำหรับแฟนๆ ชาวไทย… รอรัฐบาลตั้งสติเรื่องวัคซีนได้ก่อน แล้วไปพบกันในโรงภาพยนตร์อย่างแน่นอน

Netflix ประกาศสร้าง Sweet Tooth ซีซั่นสองอย่างเป็นทางการแล้ว!!!

ซีรีส์แฟนตาซีอย่าง Sweet Tooth โดย Netflix ประกาศสร้างซีซั่นสองโดยได้ทีมอำนวยการสร้างจากซีซั่นแรกกลับมาสานต่อเรื่องราวของกัส เด็กน้อยครึ่งคนครึ่งกวางที่ออกเดินทางหาต้นกำเนิดของตัวเอง และความหมายที่แท้จริงของคำว่า ‘บ้าน’ โดยจะกลับมาในรูปแบบซีรีส์จำนวน 8 ตอน เพื่อฉลองความสำเร็จในซีซั่นแรกที่มีจำนวนผู้ชมกว่า 60 ล้านครัวเรือนภายใน 4 สัปดาห์แรกที่เปิดตัวใน Netflix

Sweet Tooth เป็นผลงานการผลิตโดย Team Downey ร่วมกับ Warner Bros. Television สร้างจากหนังสือการ์ตูนชุด DC ผลงานของ เจฟฟ์ เลอเมียร์

เผยตัวอย่างใหม่ Sweet Girl เข้าฉายทาง Netflix วันที่ 20 สิงหาคมนี้

Netflix เผยตัวอย่างใหม่ภาพยนตร์เรื่อง Sweet Girl นำแสดงโดยเจสัน มอโมอา, อิซาเบลา เมอร์เชด และอาดริอา อาร์โฆนา ว่าด้วยเรื่องเรย์ คูเปอร์ (เจสัน มอโมอา) ชายหนุ่มที่รักครอบครัวเป็นชีวิต ออกทวงคืนความยุติธรรมจากบริษัทยาที่กำลังจะเพิกถอนการจำหน่ายยาที่อาจจะช่วยชีวิตภรรยาของเขา (อาดริอา อาร์โฆนา) ได้ แต่ในระหว่างภารกิจนั้น กลับทำให้เขาและเรเชล (อิซาเบลา เมอร์เซ็ต) ผู้เป็นลูกสาวตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องครอบครัวที่ยังเหลืออยู่ของเขา

Sweet Girl สตรีมมิ่งทาง Netflix ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคมเป็นต้นไป

ถึงร้าย เราก็รัก มัดรวม 6 ตัวร้ายจากซีรีส์ Netflix ที่จะทำให้คุณตกหลุมรักแบบถอนตัวไม่ขึ้น!

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าช่วงนี้กระแสคลั่งรักพัคแจออน (นำแสดงโดยซงคัง) จากซีรีส์เรื่อง ‘Nevertheless – รักนี้ห้ามไม่ได้’ ดูจะกลาดเกลื่อนไปทั่วอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย ทั้งๆ ที่คาแรกเตอร์สุดแสนจะแบดบอย แต่สาวๆ ทั้งในจอ และนอกจอก็อดไม่ได้ที่จะหลงรักเขาไม่ได้ วันนี้เรามามัดรวม 6 คาแรกเตอร์หนุ่มร้ายๆ แต่เราอดหลงรักไม่ได้ให้คุณชุบชูใจในวันเวลาที่ยากลำบากแบบนี้กัน

คาแรกเตอร์: พัคแจอออน

นักแสดง: ซงคัง

ซีรีส์: รักนี้ห้ามไม่ได้ (Nevertheless)

เป็นซีรีส์ที่กำลังมาแรงอย่างถึงที่สุดว่าด้วยเรื่องเพื่อนร่วมชั้นเรียนศิลปะสองคนอย่างยูนาบี (นำแสดงโดยฮันโซฮี) และพัคแจออน (นำแสดงโดยซงคัง) ซึ่งพัคแจออนนั้นก็สร้างสารพัดปัญหาให้กับหัวใจของยูนาบี แต่เธอก็ไม่สามารถปฏิเสธหัวใจของเธอได้ ก็มาร่วมลุ้นกับความรักของทั้งคู่ได้ทุกวันเสาร์ทาง Netflix ไปพร้อมกัน

คาแรกเตอร์: วินเชนโซ่ กาซาโน

นักแสดง: ซงจุงกิ

ซีรีส์: วินเชนโซ่ทนายมาเฟีย (Vincenzo)

ในตอนนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคนไทยหลายคนในประเทศอยากจะเชิญคุณทนายวินเชนโซ่ กาซาโน (นำแสดงโดยซงจุงกิ) มารับจ็อบในประเทศไทยกันบ้างแล้ว เขาคือคอนซีเยเร (ทนายประจำตระกูล) ของแก๊งมาเฟียในประเทศอิตาลีที่ต้องกลับมาเคลียร์ปัญหาวุ่นวายที่ประเทศเกาหลี เขายิงปืนเก่ง คารมคมคาย ประวัติไม่ใสสะอาด แต่มีแนวทางปฏิบัติส่วนตัวที่เน้นไปการ ‘ลงโทษแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน’ ที่เราเชื่อว่าประเทศเราอาจจะต้องการด่วนๆ ในช่วงนี้(หรือเปล่า)

คาแรกเตอร์: อีรัง

นักแสดง: คิมบอม

ซีรีส์: ตำนานรักจิ้งจอกเก้าหาง (Tale of the Nine Tailed)

ต้องยอมรับว่า แม้ ‘ผีเสื้อ’ จะมาแรงจัดในช่วงนี้ แต่เราก็อดคิดถึงอีรัง (นำแสดงโดยคิมบอม) จิ้งจอกน้องเก้าหางจากซีรีส์เรื่อง ‘ตำนานรักจิ้งจอกเก้าหาง – Tale of the Nine Tailed’ ที่มีคาแรกเตอร์ที่ซุกซน น่ารัก เซ็กซี่ และขี้เล่น แต่ก็แฝงความร้าย และกวนตีนอียอน (นำแสดงโดยอีดงอุค) ผู้เป็นจิ้งจอกพี่ชายอยู่เสมอๆ แม้ว่าคาแรกเตอร์นี้จะน่าปวดหัว และกวนโมโห แต่เชื่อเถอะว่าคุณจะไม่สามารถมองผ่านเบื้องหลังความขมขื่นและสิ่งที่เขาถูกกระทำมาในอดีตได้หรอก ถ้าไม่เชื่อ ลองไปตกหลุมรักเขาไปพร้อมกันได้เลย

คาแรกเตอร์: แบคคยอง

นักแสดง: อีแจอุค

ซีรีส์: Extraordinary You

แม้ว่าแบคคยอง (นำแสดงโดยอีแจอุค) จะดูเป็นคาแรกเตอร์ร้ายๆ หยาบคาย และหยิ่งยโส แต่ด้วยปมในใจที่ไม่สามารถหนีจากพ่อผู้ทำร้ายร่างกาย ทั้งยังโดนบังคับแต่งงานกับอึนดันโด (นำแสดงโดยคิมฮเยยุน) เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของเขาอีกด้วย เชื่อเถอะว่า เมื่อคุณเข้าใจปมลึกๆ ในใจของตัวละครนี้ คุณก็อดที่จะเห็นใจเขาไม่ได้จริงๆ

คาแรกเตอร์: กูดงแม

นักแสดง: ยูยอนซอก

ซีรีส์: สุภาพบุรุษตะวันฉาย (Mr. Sunshine)

สลัดภาพอันอบอุ่นของคุณหมออันจงวอนจาก Hospital Playlist เมื่อยูยอนซอก รับบทกูดงแม คาแรกเตอร์ที่ถูกเหยียดหยามเพียงเพราะเกิดมาเป็นลูกของคนฆ่าสัตว์ เขาหนีไปที่ประเทศญี่ปุ่นหลังสูญเสียพ่อแม่ ผันตัวเองเป็นมือสังหารสุดโหด และกลับมาประเทศบ้านเกิดเพื่อช่วยญี่ปุ่นยึดแผ่นดินโซซอน แม้ว่าเขาจะโหดเหี้ยมมากขนาดไหน เมื่อได้มาเจอกับเพื่อนวัยเยาว์อย่างแอชิน (นำแสดงโดยคิมแทรี) เขาก็อดที่จะอ่อนโยนกับเธอ เหมือนกับที่เธอเคยอ่อนโยนกับเขาไม่ได้ และด้วยความรักที่ทั้งคู่มีต่อกัน ‘ความร้าย’ ของผู้ชายคนนี้ก็เปลี่ยนแปลงไปได้จริงๆ

คาแรกเตอร์: ควอนชีฮยอน

นักแสดง: อูโดฮวาน

ซีรีส์: เกมรักกลลวง (Tempted)

แม้ตัวจะอยู่ในกรม แต่อูโดฮวานก็ยังมีซีรีส์เรื่อง ‘เกมรักกลลวง – Tempted’ มาให้แฟนๆ ได้ชม โดยเขาแสดงเป็นควอนชีฮยอน ทายาทเศรษฐีที่ก่อเรื่องวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน หลังจากรับคำท้าพนันจากเพื่อนๆ ว่าจะแกล้งจีบสาให้คนร้ายๆ หยุดที่ใครได้จริงหรือไม่

พบกับชายหนุ่มร้ายๆ ทั้งหกคนได้แล้วใน Netflix

โปสเตอร์แรกมาแล้ว! House of Gucci ภาพยนตร์แฟชั่นฟอร์มยักษ์ที่เล่าเรื่องการฆาตกรรมทายาทตระกูล Gucci

โปสเตอร์แรกมาแล้ว! House of Gucci (@theguccimovie) ภาพยนตร์แฟชั่นฟอร์มยักษ์ที่เล่าเรื่องการฆาตกรรม Maurizio Gucci ทายาทของแบรนด์ Gucci ในปี 1995 เพื่อชิงมรดกและความมั่งคั่ง นำแสดงโดยนักแสดงชั้นนำของฮอลลีวูดอย่าง Adam Driver, Jared Leto, Al Pacino, Jeremy Irons และป็อปสตาร์มากความสามารถ Lady Gaga กำกับโดย Ridley Scott ซึ่งทั้งหมดมารางวัลระดับ Oscars การันตีทุกคนครับ


ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเข้าฉายในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ครับ รอติดตามได้เลยกับภาพยนตร์ไฮไลต์แห่งปีที่ดักแปลงจากหนังสือ The House of Gucci : A Sensational Story of Murder, Madness, Glamour and Greed ชมตัวอย่างเรียกน้ำย่อยได้ด่านล่างเลยครับ

เรื่อง-เรียบเรียง rhunrun

บทสัมภาษณ์และมินิแฟชั่นเซ็ตสุดพิเศษจาก Youngjae ถึงอากาเซ่ชาวไทยที่เขาคิดถึง

พบกับบทสัมภาษณ์ของ Youngjae จากวง GOT7 ในฐานะศิลปินเดี่ยว นักแสดง และนักแสดงมิวสิคอล และการท้าทายตัวเองไปอีกขั้น เพื่อทั้งตัวเขาเอง และอากาเซ่ที่เขารัก

Photographer: sopia.k

Stylist: Kim Young Seo

Interview by: Pacharee Klinchoo

ในวันที่เราได้รับคำคอนเฟิร์มว่าชเวย็องแจ นักร้องหลักแห่งวง GOT7 จะมาถ่ายมินิแฟชั่นเซ็ตพร้อมสัมภาษณ์กับเรานั้น ซิทคอมเรื่อง So Not Worth It ที่เขาเล่นเพิ่งจะเข้าฉายทาง Netflix หมาดๆ และในตอนนั้น เขายังนำแสดงมิวสิคอลเรื่อง Midnight Sun ร่วมกับโอนิว จากวง SHINee อีกด้วย เรียกได้ว่าบทบาทนักแสดงของเขากำลังเปล่งแสงเจิดจรัสอย่างเต็มที่ และเราเข้าใจความคิดถึงของอากาเซ่ที่มีต่อเมมเบอร์ของกั๊ซทุกคน บทความและมินิแฟชั่นเซ็ตนี้จึงการันตีได้ว่าย็องแจและทีมงานตั้งใจทำเพื่ออากาเซ่ที่รอเขาอยู่จริงๆ

สเวตเตอร์ จาก Acne Studios

รู้สึกอย่างไรที่ได้ร่วมงานกับ Netflix เป็นครั้งแรก

ผมได้รับโอกาสที่ดีมากเลยครับ มันมีความหมายสำหรับผมมาก เพราะนี่คือซิทคอมเรื่องแรกของประเทศเกาหลีที่ Netflix สร้างด้วยนะครับ ผมรู้สึกมีความสุขมากที่ได้รับทั้งความท้าทายและประสบการณ์ใหม่ๆ และถ้าหากว่ามีโอกาสเข้ามาอีกครั้ง ผมก็อยากจะทำงานกับ Netflix อีกแน่นอนครับ

ในฐานะนักแสดงมิวสิคอล คุณมองอนาคตตัวเองในสายงานนี้ไว้อย่างไรบ้าง

ผมยังรู้สึกเขินๆ อยู่เลยครับที่จะเรียกตัวเองว่า ‘นักแสดงมิวสิคอล’ ผมไม่มีแพลนชัดเจนสำหรับอาชีพนักแสดงมิวสิคอลของตัวเองเลยครับ มันเป็นสายงานที่ผมอยากจะท้าทายตัวเอง และมันก็เป็นโอกาสที่ดีในคราวเดียวกันอีกด้วย ถ้าหากว่ามีโอกาสดีๆ เข้ามาอีกในอนาคต ผมก็คงอยากจะแสดงมิวสิคอลเรื่องใหม่ให้แฟนๆ ได้ดูอย่างแน่นอนครับ แต่ตอนนี้ จุดมุ่งหมายที่ใหญ่กว่าของผมก็คือการเติบโตไปเป็นนักดนตรีที่ดีมากกว่าครับ ผมอยากจะทำเพลงออกสู่สายตาแฟนๆ และโลกใบนี้ให้มากกว่านี้น่ะครับ

ดูเหมือนว่าคุณจะเลือกอาชีพหลักเป็นนักแสดงไปแล้วนะ จะมีข่าวดีมาจากฝั่งอาชีพศิลปินบ้างไหม

ผมกำลังทำอัลบั้มใหม่อยู่นะครับ กำลังเตรียมเพลงดีๆ อยู่หลายเพลงเลยครับ ตั้งใจจะปล่อยออกมาแน่ๆ ภายในปีนี้ครับ ผมหวังว่าแฟนๆ ทุกคนจะชอบเพลงพวกนี้นะครับ

ตอนนี้ทำงานในฐานะศิลปินเดี่ยวอย่างเต็มตัวแล้ว คิดถึงเวลาที่วง GOT7 ยังอยู่พร้อมหน้ากันบ้างไหม แล้วรับมือกับมันอย่างไรบ้าง

คิดถึงมากจริงๆ เลยครับ เวลาผมคิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้น ผมก็จะดูคลิปวิดีโอเก่าๆ ของพวกเรา ผมคิดว่าเมมเบอร์ทั้งเจ็ดคนของเราเป็นกลุ่มที่เจ๋งและฉายแสงที่สุดแล้วนะครับ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ทุกคนก็ยังส่องประกายอย่างเต็มที่เหมือนเดิม ผมหวังว่าทุกคนจะเปล่งแสงของตัวเองได้อย่างเจิดจ้าในอนาคตนะครับ

แจ๊กเก็ตหนังกลับ กางเกงยีนส์ฟอกสี ทั้งหมดจาก Maison Margiela

มีอะไรอัพเดทเกี่ยวกับอาชีพนักแสดงของคุณบ้างไหม โปรเจ็กต์ใหม่ๆ หรืออะไรแบบนั้น

ตอนนี้ ผมกำลังจดจ่ออยู่กับการเตรียมอัลบั้มใหม่ที่จะออกภายในปีนี้เท่านั้นเลยครับ

คุณมองตัวเองในอีกสิบปีข้างหน้าในวงการบันเทิงไว้อย่างไร

ในอีกสิบปี ผมจะอายุ 36 ปี ไม่รู้เหมือนกันว่าจะยังทำงานอยู่ในวงการบันเทิงหรือเปล่า แต่ผมอาจจะแต่งงานแล้วหรือเปล่าครับในตอนนั้น

มีอะไรในวงการบันเทิงที่คุณอยากทำแต่ยังไม่ได้ทำไหม

ผมแค่อยากจะทำงานหนัก และทำดนตรีออกมาให้แฟนๆ และโลกใบนี้ได้ฟัง เท่านั้นเองครับ

บอกอะไรกับอากาเซ่ชาวไทยที่กำลังรอคอยคุณอยู่หน่อยสิ

ผมอยากไปประเทศไทยมากๆ เลยนะครับ ผมคิดถึงแฟนๆ ชาวไทยมาก จริงๆ แล้วผมกำลังจะได้ขึ้นคอนเสิร์ตกับวง GOT7 ที่ประเทศไทยอยู่แล้ว แต่ก็ต้องยกเลิกไป นั่นทำให้ผมยิ่งคิดถึงพวกคุณหนักกว่าเดิมอีก และผมก็ยังยึดติดกับมันอยู่เลย ถ้าสถานการณ์อะไรๆ ดีขึ้น ผมจะกลับไปที่ประเทศไทยอย่างแน่นอนครับ เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

คุณจะทำอะไรเป็นอย่างแรกเมื่อสถานการณ์โควิด-19 นี้ผ่านไปและคุณสามารถใช้ชีวิตและเดินทางได้อย่างปกติสุขเสียที

ขึ้นแสดงต่อหน้าแฟนๆ จัดคอนเสิร์ต และเดินสายพบปะแฟนๆ แน่นอนครับ

สตรีมผลงาน So Not Worth It ของย็องแจได้แล้วทาง Netflix

พบกับบทสัมภาษณ์และมินิแฟชั่นเซ็ตของชเวย็องแจได้ในนิตยสารลอฟฟีเซียล ออมส์​ ฉบับเดือนสิงหาคม เร็วๆ นี้

Assistant Photographers: Jo Byung Gyu / Kim Gyu Hee

Hair Stylist: Kim Min Kyeong

Make Up Artist: Lim Jung Hyun

Artist Coordination: MAXPERIENCE (MPE)

HBO GO ส่งสารคดีออริจินัล Traffickers: Inside The Golden Triangle ว่าด้วยกระบวนการค้าแป้ง ณ สามเหลี่ยมทองคำลงสตรีมมิ่งเร็วๆ นี้

Traffickers: Inside The Golden Triangle เป็นสารคดีออริจินัลคอนเทนต์ของ HBO Asia ที่ว่าด้วยเรื่องราว และความลับเบื้องหลังบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ที่ถือว่าเป็นจุดศูนย์กลางการผลิตยาเสพติดรายใหญ่ของโลก มาติดตามเรื่องราวเริ่มต้น และจุดจบของขบวนการค้ายาเสพติด และราชายาเสพติดสามคนในประเทศไทย เมียนมาร์​ และลาวได้พร้อมกัน และคุณจะรู้ว่ายาเสพติดคือยาเสพติด หาใช่แป้งดังที่เขาได้หลอกลวงไว้

ซีรีส์สารคดีความยาว 3 ตอนชุดนี้เป็นสารคดีเรื่องแรกของโลกที่บุกตะลุยพื้นที่ต้องห้ามอย่างสามเหลี่ยมทองคำ เพื่อเปิดโปงชีวิตของสามราชายาเสพติดคนสำคัญทั้ง ‘ราชาฝิ่น’ ‘โจรสลัดแม่น้ำโขง’ และ ‘เจ้าพ่อค้ายาเพลย์บอย’ ในทุกแง่ทุกมุมแบบรับประกันความขนลุก… ด้วยความรังเกียจ

พบกับ Traffickers: Inside The Golden Triangle ทาง HBO Go ได้ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม เป็นต้นไป

คุยกับทีมสร้าง ‘DEEP โปรเจ็กต์ลับหลับเป็นตาย’ ภาพยนตร์ไทยออริจินอลเรื่องแรกจาก Netflix

ทีมผู้กำกับและเขียนบท 5 ชีวิตได้ใช้เวลากว่า 3 ปีในการสร้างสรรค์ผลงานโปรเจ็กต์ภาพยนตร์ ‘DEEP โปรเจ็กต์ลับหลับเป็นตาย’ โดยเริ่มต้นตั้งแต่ครั้งที่พวกเขายังเป็นนักศึกษาคณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ด้วยความร่วมมือกับบริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้สร้างสรรค์ผลงานผ่านการโค้ชจากเมนเทอร์ผู้คร่ำหวอดในวงการภาพยนตร์

โดยไหม – สิตา ลิขิตวณิชกุล ผู้ริเริ่มไอเดียของสโลแกนติดหู “หลับเป็นตาย” เล่าว่าได้แรงบันดาลใจของภาพยนตร์มาจากไลฟ์สไตล์ของวัยนักศึกษาที่มักนอนดึกเป็นกิจวัตร “จุดเริ่มต้นของ DEEP มาจากตอนที่ไหมเรียนอยู่ปี 2 ด้วยความที่เรียนสาขาภาพยนตร์ ผ่านการออกกองต่างๆ ทำให้เราไม่ค่อยได้นอน เราก็เลยเกิดไอเดียว่า ถ้าเราอดนอนแล้วได้เงินจะเป็นยังไง ไหมมองว่าเป็นการหยิบเรื่องธรรมดาประจำวันของวัยรุ่น มาเล่าให้มันน่าสนใจขึ้น เสร็จแล้วเราก็เพิ่มความเข้มข้นเข้าไปว่า การอดนอนเพื่อได้เงิน แต่เราต้องเดิมพันด้วยชีวิตเนี่ย มันจะมีจุดจบอย่างไร”

นอกจากที่ผู้ชมจะได้ลุ้นไปกับตัวละครทั้งสี่ เมื่อพวกเขาเข้าสู่ภารกิจการ “DEEP” ที่เสี่ยงชีวิต เจตริน รัตนเสรีเกียรติ หนึ่งในทีมกำกับและเขียนบท มองว่าผู้ชมจะได้ข้อคิด และเรียนรู้ไปกับตัวละคร บนเส้นทางของการยอมเสี่ยงชีวิต เพื่อให้ได้มาซึ่งเงิน ผมว่า DEEP ยังมีคอนเซ็ปต์ Coming of Age (การก้าวข้ามวัย) ที่เด่นชัดอีกด้วย การเติบโตของตัวละครใน DEEP ผมเชื่อว่ามันตรงกับวัยรุ่นหลายๆ คน และเป็นเหมือนการเดินทางที่น่าสนใจ ต่อยอดจากความลุ้นของการห้ามหลับไปอีกครับ”

สำหรับความท้าทายในการสร้างภาพยนตร์เรื่องแรก ทั้งห้าบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเต็มไปด้วยช่วงเวลาที่ได้เรียนรู้ ลองผิดลองถูก จนเกิดเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ โดยธนบดี เอื้อวิทยา ผู้กำกับและเขียนบทมองว่า “การทำงานสเกลใหญ่ขนาดนี้เป็นครั้งแรกทำให้เราเรียนรู้หลายอย่าง ทั้งการสื่อสาร การเป็นผู้นำ และการตัดสินใจ ผมมองเห็นการทำภาพยนตร์ในภาพที่กว้างมากขึ้น และเข้าใจกระบวนการผลิตจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การทำงานกับผู้ใหญ่ไปจนถึงการโปรโมท พอได้รู้ว่าจะได้เข้า Netflix ให้ได้ดูกันทั่วโลกก็ดีใจมากครับ”

ทีมผู้กำกับ-เขียนบทไฟแรงทีมนี้ได้ร่วมงานกับโค้ชรุ่นใหญ่มากประสบการณ์อย่าง อังเคิล – อดิเรก วัฏลีลา และวิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ที่มารับบทบาทเมนเทอร์ตลอดทุกขั้นตอน โดยอภิรักษ์ สมุดกิจไพศาล ผู้กำกับและเขียนบทเล่าให้ฟังว่า “พี่ๆ มาเป็นเมนเทอร์ในเรื่องการเขียนบทแล้วก็ในด้านกำกับด้วย มาในรูปของการแนะนำและเสนอไอเดีย ฝึกให้เราทุกคนเชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง และเติมความแตกต่างให้ภาพยนตร์มีความหลากหลายมากขึ้นครับ”

สำหรับเมนเทอร์ฝ่ายกำกับของโปรเจกต์อย่างอดิเรกก็ได้เอ่ยชมความตั้งใจ และความพยายามของกลุ่มผู้สร้างรุ่นใหม่ “แม้จะประสบการณ์น้อย แต่ใจเขามาเต็มร้อย บางวันทำงานกันอยู่ในออฟฟิศถึงตีสี่ตีห้า นอนในห้องประชุม ถ้าพวกเขาไม่ใจรักจริงๆ ก็ทำไม่ได้หรอก คนรุ่นใหม่ชอบท้าทายตนเอง ถ้ามีโอกาสผมอยากทำโปรเจกต์อื่นๆกับเขาต่อ”

ส่วนวิศิษฏ์ เมนเทอร์ทีมเขียนบท ก็ได้กล่าวถึงไอเดียสดใหม่ของกลุ่มผู้สร้างว่าเป็นสิ่งที่น่าติดตาม“ผมมองว่าการให้โอกาสกับคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถสำคัญมาก เพราะถ้าไม่มีคนรุ่นใหม่เข้ามา ทุกอย่างก็จะล้าหลังไม่ทันกับตลาด เราต้องการเลือดใหม่ๆเข้ามาในวงการเสมอ สิ่งที่ Netflix ทำน่าจะเป็นเรือธงให้กับเด็กรุ่นใหม่ เพราะการได้ฉายทาง Netflix ถือเป็นความสำเร็จของพวกเขา”

ทั้งเมื่อวันสตรีมภาพยนตร์ใกล้เข้ามา ทีมกำกับและเขียนบทต่างกล่าวว่ารู้สึกดีใจและตื่นเต้นที่โปรเจกต์ที่ตั้งใจสร้างสรรค์มากว่า 3 ปีจะได้ออกสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก

กิตติ ธัชนกงาม ผู้เขียนบท กล่าวว่า “ผมดีใจมากๆที่ทาง Netflix มองเห็นความพยายามของกลุ่มนักศึกษาอย่างพวกผม และเห็นศักยภาพของภาพยนตร์เรื่องนี้ มันรู้สึกเหมือนฝันที่จะได้เห็นหนังเรื่องแรกของพวกเราได้ขึ้น Netflix เลย ผมตื่นเต้นที่จะได้เห็น DEEP ออกสู่สายตาผู้ชม และสิ่งที่พวกเราตั้งใจสร้างกว่า 3 ปีมันจะไปไกลกว่าเมืองไทย ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นสิ่งที่พวกผมทุ่มเทสุดชีวิต อยากให้ลองเปิดใจให้โอกาส และมาเสพย์ความบันเทิงในผลงานของพวกผมครับ”

เตรียมลุ้นไปกับโปรเจกต์ภาพยนตร์สุดพิเศษนี้ และไปหาคำตอบกันว่าการอดนอนจะพาเราไปถึงจุดไหนได้บ้าง กับ DEEP Project โปรเจกต์ลับหลับเป็นตาย พบกันวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ เวลา 14:00 น. เป็นต้นไป ทาง Netflix เท่านั้น

นักแสดงนำจากภาพยนตร์ Emergency Declaration พร้อมแสดงแสนยานุภาพในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์แล้ว

โปรเจ็กต์ภาพยนตร์​มหันตภัยฟอร์มยักษ์ของประเทศเกาหลีอย่าง Emergency Declaration ที่ได้นักแสดงมากฝีมือตัวพ่อตัวแม่มารวมตัวกันอย่างคับคั่ง ไล่ตั้งแต่ ซงคังโฮ​ (จาก Parasite) อีบยองฮอน (จาก RED 2) จอนโดยอน (จาก Secret Sunshine) คิมนัมกิล (จาก The Closet) อิมชีวาน (จาก Strangers from Hell) คิมโซจิน (จาก The King) และพัคแฮจุน (จาก The World of The Married) ได้ถูกรับเชิญไปให้ฉายโชว์ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งที่ 74 แต่กระแสยังแรงไม่หยุด เพื่อมีข่าวคอนเฟิร์มแล้วว่า นักแสดงนำของเรื่องทั้งซงคังโฮ อีบยองฮอน และอิมซีวาน จะเป็นตัวแทนของภาพยนตร์เรื่องนี้ไปร่วมงานเทศกาลเมืองคานส์อย่างเป็นทางการ

ภาพยนตร์เรื่อง Emergency Landing เล่าเรื่องราวของมหันตภัยที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อเครื่องบินที่กำลังมุ่งหน้าไปฮาวายต้องลงจอดฉุกเฉินเนื่องจากมีผู้โดยสารเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา ผู้ชมจะได้สัมผัสความกลัว ความวุ่นวาย และความดำมืดในจิตใจของมนุษย์ที่ถูกถ่ายทอดผ่านเรื่องราวบนเครื่องบินเที่ยวนี้อย่างห้ามไม่ได้ งานนี้ได้ฮันแจริม ผู้กำกับมากฝีมือจากทั้ง The Face Reader และ The King มานั่งแท่น

ระหว่างรอความชัดเจนในการใช้ชึวิตของตัวเองจากรัฐบาลคนดีนี้ รับชมภาพเซ็ตใหม่ของภาพยนตร์เรื่อง Emergency Declaration ไปพลางๆ ก่อนไปชมภาพยนตร์เต็มๆ กันในโรงภาพยนตร์ เมื่อไรก็เมื่อกันล่ะฮะ ท่านผู้ชม

5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ protest song เพลงแรกของโลก ‘Strange Fruit’ จาก Billie Holiday

ก่อนที่ ‘The Unitd States VS Billie Holiday บิลลี ฮอลิเดย์ เสียงเพลงสู้อเมริกา’ ภาพยนตร์อัตชีวประวัติของนักร้องสาว Billie Holiday และบทเพลงต่อต้านเพลงแรกของเธออย่าง Strange Fruit ของเธอจะเข้าฉาย (เมื่อไหร่ไม่รู้…​ เพราะการจัดการของรัฐบาลเป็นแบบนี้) เรามาทำความรู้จักกับ 5 เรื่องจริงสุดช็อคอันเป็นที่มาและแรงบันดาลใจให้กับทั้งบทเพลงนี้ และภาพยนตร์เรื่องนี้กัน

ที่มาอันแสนเศร้าของบทเพลงนี้เกิดจากเหตุการฆ่าแขวนคอโทมัส ชิปป และอับราม สมิธ เพราะทั้งคู่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าร่วมมือกันฆ่าชายผิวขาวนามคลอด ดีเทอร์ และข่มขืนแมรี่ บอล แฟนสาวของเขา (ซึ่งภายหลังเธอรับสารภาพว่ากุเรื่องข่มขืนนี้ขึ้นเอง) และภาพโศกนาฏกรรมนี้ถูกบันทึกไว้ในนาม Lynching of Thomas Shipp and Abram Smith ต่อมาเอเบล มีโรโพล กวีชาวอเมริกันเชื้อสายยิวเกิดสะเทือนใจจากภาพนั้น จึงนำมาถ่ายทอดเป็นบทกวีที่ชื่อว่า ‘Bitter Fruit’ และตีพิมพ์ลงในวารสาร The New York Teacher ของสหภาพครู เพื่อแสดงความเห็นต่อต้านการทำร้ายและใช้ความรุนแรงต่อนผิวดำ นอกจากนั้น เขายังนำกวีของตัวเองมาแต่งทำนองและให้ภรรยาของเขาร้อง จนไปถึงหูเจ้าของคลับที่บิลลี ฮอลิเดย์ร้องเพลงอยู่ เอเบลจึงได้ทำเพลงนี้ให้กับบิลลีอย่างเป็นทางการ

ครั้งแรกที่บิลลีได้ฟังเพลงนี้ เธอเจ็บปวด และยอมร้องเพลงนี้ทันที เนื่องจากเนื้อเพลงทำให้เธอนึกถึงสถานการณ์ของบิดาของเธอ ที่เสียชีวิตเพราะโรงพยาบาลปฏิเสธการรักษา เนื่องจากเข้าเป็นผู้ป่วยผิวดำ

หลังจากที่เพลง Strange Frui โด่งดังจากการที่บิลลีร้องสดในคลับแล้ว เธอก็พยายามที่จะหาทางบันทึกเสียง แต่จอห์น แฮมมอนด์ โปรดิวเซอร์ของเธอ ภายใต้โคลัมเบีย เรดดคอร์ดส์ ปฏิเสธการบันทึกเสียง เพราะกลัวอำนาจมืดจากคนผิวขาว พวกเขาเลยแก้ปัญหาโดยการอนุญาตให้เธอไปบันทึกเสียงกับค่ายอื่นได้ มิลต์ เกเบลอร์ เจ้าของค่ายเพลงแจ๊สทางเลือกอย่างคอมโมดอร์ ที่ได้ยินบิลลีร้องเพลงนี้สดๆ แบบอะแคปเปลลาก็เข้ามาเป็นโปรดิวเซอร์ให้เธอ บันทึกเสียง และเพลงนี้ก็ถูกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในปี 1939

Strange Fruit ถือเป็นเพลงที่ประสบความสำเร็จที่สุดของบิลลีด้วยยอดขายมากกว่า 1 ล้านก็อปปี้ มันคือเสียงสะท้อนอย่างเป็นรูปธรรมครั้งแรกของผู้คนที่ต้องเผชิญกับความอยุติธรรม เป็นบทเพลงอย่างเป็นทางการของคนผิวดำที่ถ่ายทอดความเจ็บปวดที่พวกเขาถูกเลือกปฏิบัติเสมอมา

อย่างไรก็ดี ด้วยความเปราะบางของรัฐบาลสหรัฐฯ ในขณะนั้น บวกกับเนื้อหาที่ตรงไปตรงมา สะท้อนปัญหาที่รัฐบาลพยายามซุกไว้ใต้พรมที่ถูกถ่ายทอดผ่านบทเพลง Strange Fruit ทำให้รัฐบาลไม่พอใจ กดดันให้บิลลีหยุดร้องเพลงดังกล่าว นำมาซึ่งการต่อสู้ระหว่างเธอและรัฐบาล ซึ่งการต่อสู้ครั้งนี้นั้น แลกมาด้วย ‘เลือดเนื้อ’ ของบิลลี

ฟังแล้วเหมือนเหตุการณ์ยุค 2021 ในสารขัณฑ์แลนด์สักประเทศแถวๆ นี้เลยทีเดียว ไปร่วมเติมแรงบันดาลใจเรื่องการต่อสู้ระหว่างผู้ที่เชื่อมั่นในความเป็นคนเท่าเทียมกันกับรัฐบาลกดขี่ได้ในภาพยนตร์เรื่อง ‘The United States VS Billie Holiday – บิลลี ฮอลิเดย์ บทเพลงสู้อเมริกา’ กันได้เมื่อรัฐบาลทำงานได้สัมฤทธิ์ผลกว่านี้