I am Groot : Tree amazingly beautiful

หลายคนคงสงสัยว่า เพียงแค่ประโยคเดียว “I am Groot” ถึงกลายเป็นคำพูดที่ฮิตติดปาก รวมไปถึงทำไมต้องลงทุนจ่ายเงินจ้างวิน ดีเซล มาพากษ์เสียงด้วย และมั่นใจว่าเมื่อดูภาพยนตร์เรื่องนี้จบ คุณคงได้คำตอบให้ตัวเองทันที

Groot เป็นกษัตริย์ที่ 23 ของดาวเคราะห์ x (Planet-X) สมาชิกของ Flora Colossus สังคมต้นไม้ที่มีชีวิต และเมื่อปี 1960 พวกเขาได้เดินทางมาโลกเป็นครั้งแรก แต่ก็ถูกนักวิทยาศาตร์ทำลายโดยใช้ปลวกกัดกินตัวของเขา ทำให้พ่ายแพ้กลับไป ถัดมา Area 13 หน่วยย่อย S.H.I.E.L.D ได้นำพาพวกเขาไปต่อสู้กับสัตว์ประหลาด Howling Commando จากนั้น Groot ได้ร่วมทีมกับ Guardian of the Galaxy จนเกิดเหตุการณ์ Annihilation เขาได้เสียสละชีวิตช่วยเพื่อนในทีม และเพื่อนเขาได้นำชิ้นส่วนที่เหลือมาปลูกใหม่จนเติบโตมีขนาดเท่าเดิม
i-am-groot

ลอปติมัมมั่นใจว่า สาวๆหลายคนต่างก็หลงรัก Groot มนุษย์ต้นไม้จากอวกาศผู้นี้ เหตุผลนะหรือลอปติมัมจะแจงให้ทราบเป็นข้อๆ

guardians_of_the_galaxy___groot_by_p1xer-d7tf5sp
1.เขาเป็นคนอ่อนโยน
ถึงแม้จะดูเป็นคนอ่อนไหวไม่แข็งแรง ท่าทางอ่อนแอดูไม่ค่อยสู้คนเท่าไหร่ แต่ถ้าถึงคราวต้องลุยเขาเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยถอย หรือเมื่อไหร่ที่ใครทำให้เขาโมโห คุณจะได้เห็นความโหดของเขาที่ยิ่งกว่าภูเขาไฟระเบิดแน่ๆ
groot_1600
2.เขาเป็นคนพูดน้อย
หมดปัญหาลำคาญหรือหงุดหงิดเวลาเจอผู้ชายพูดมาก ปากเสีย หรือชอบเม้าท์ เพราะตลอดชีวิตของผู้ชายคนนี้ เขาก็พูดอยู่แค่ประโยคเดียว “I am Groot” ที่สำคัญเวลาทะเลาะกันเขาไม่มีวันเถียงชนะคุณแน่
Groot-smile-gotg
3.เขาเป็นคนยิ้มหวาน
Groot เป็นพ่อหนุ่มหน้าตายและยิ้มยากมาก แต่ถ้าเขายิ้มเมื่อไหร่ รับรองได้ว่าสาวๆต้องใจละลาย และให้โลกทั้งใบกลายเป็นสีชมพูแน่นอน
maxresdefault
4.เขาเป็นคนชอบเต้น
หนุ่มหลายคนมักจะอายและไม่กล้าโชว์สเต็ปการเต้นต่อหน้าแฟน แต่ไม่ใช่ปัญหาของ Groot เพราะเขาเป็นคนที่ชอบเต้นมากๆ แถมลีลาไม่เบาเสียด้วย
Groot-Guardians-Of-The-Galaxy-guardians-of-the-galaxy-37217326-2048-1035
5.เขาเป็นคนชอบปลูกต้นไม้
ถ้าคุณเป็นอีกคนที่หลงรักธรรมชาติและยังชอบปลูกต้นไม้ คุณมาถูกทาง! เพราะผู้ชายคนนี้รักต้นไม้ยิ่งกว่าชีวิต รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับต้นไม้ เมื่อไรที่คุณประสบปัญหา ปลูกต้นไม้ไม่ขึ้น ใบไม่สวย ต้นไม่โต ไม่ออกดอก ไม่ออกผล เขาคือที่ปรึกษาที่ดีเยี่ยมเลยทีเดียว แถมเขายังพร้อมมอบดอกไม้ให้คุณตลอดเวลา
NCP0020_B_comp_v055.1189
6.เขาเป็นผู้ชายตัวสูง
ผู้หญิงหลายคนอยากได้ผู้ชายหุ่นนายแบบ เขาคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่คุณไม่ควรมองข้าม เพราะส่วนสูง 3.79 เมตร (หยิบของหลังตู้ได้สบาย) และน้ำหนัก 114.51 กิโลกรัม สรุป Groot เป็นผู้ชายที่เพียบพร้อม ทั้งอบอุ่นและตัวใหญ่
groot lopt1
7.เขาเป็นสุภาพบุรุษ
ถ้าคุณมองหาสุภาพบุรุษตัวจริง เขาเป็นหนุ่มนักปกป้องที่ไม่ใช่แค่จักรวาลเท่านั้น รวมไปถึงเพื่อนตัวแสบที่ชอบสร้างปัญหาอย่าง Rocket ที่สำคัญเขาเป็นผู้ชายแมนๆที่ไม่ใช่คนชอบโชว์ออฟ

Gucci Men’s Tailoring Short Film

เมื่อครั้งที่กุชชิโอ กุชชี่ (Guccio Gucci) ก่อร่างสร้างอาณาจักรกุชชี่ (Gucci) ขึ้นจากการเปิดร้านจำหน่าย
กระเป๋าสูทเคสหนังในปี 1921 ณ เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ถึงแม้ตอนนั้นเขาจะมีอายุล่วงเลย 40 ปีแล้ว
ทว่าบุตรชายของช่างเย็บหนังผู้รอนแรมจากบ้านเกิดในเมืองฟลอร์เรนซ์เพื่อไปผจญภัยเสี่ยงโชคยังกรุงลอนดอน
เป็นเวลานานถึง 20 ปี และเลือกที่จะกลับบ้านเกิดมาพร้อมกับภาพฝันและวิสัยทัศน์ใหม่ๆของชนชั้นสูง รวมถึงการ
หลงใหลในความสวยงามของกระเป๋าเดินทาง จนผลงานทุกชิ้นจากแบรนด์กุชชี่เป็นที่ประจักษ์ถึงความใส่ใจในราย
ละเอียดและงานหัตถศิลป์ชั้นสูงที่สืบทอดกันมาของช่างฝีมือชาวฟลอเรนซ์

CA4_gucci-film04

CA3_gucci-film03

วันนี้กุชชี่เปิดตัวหนังสั้นนำเสนอการตัดเย็บเครื่องแต่งกาย รองเท้า กระเป๋า นาฬิกาสำหรับผู้ชาย กับการเดินทางไปยัง
3 เมืองหลวงแห่งแฟชั่นคือ ลอนดอน นิวยอร์ก และโตเกียว เน้นสถานที่ท่องเที่ยวสุดพิเศษและนำเสนอประสบการณ์
ทางวัฒนธรรมของแต่ละมุมโลก

CA1_gucci-film01

CA2_gucci-film02
ผ่านผลงานกำกับของ Rémi Paringaux เขียนบทโดย Sascha Ring, Patrick Christensen และ Anja Plaschg
หนังสั้นชุดนี้มีระยะเวลา 30 วินาที และจะเปิดตัวในวันที่ 1 กันยายน

Gucci The Director

ในยุค60 เหล่าดาราภาพยนตร์ที่เดินทางไปยังกรุงโรม (Rome) ต่างสังเกตเห็นถึงฝีมือช่างที่ยอดเยี่ยมของร้านรับตัดเย็บหนังที่ก่อตั้งขึ้นโดยกุชชี่โอ กุชชี่ (Guccio Gucci) เมื่อปี 1921 พวกเขากลับไปยัง Hollywood แล้วปรากฎตัวภาพยนตร์พร้อมกระเป๋าและรองเท้าที่ทำให้แบรนด์จากฟลอเรนซ์นี้กลายมาเป็นแบรนด์แฟชั่นชั้นนำที่ทรงอิทธิพล 90 ปีให้หลัง ฟรีดา จิอานนินี (Frida Giannini) แห่งกุชชี่ (Gucci) ได้นำแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เหล่านั้น รวมไปถึงศิลปะ ดนตรีและวิถีชีวิตกลับมาอีกครั้ง นับตั้งแต่ได้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ในปี 2006 จิอานนินี ได้ค้นลึกลงไปยังชิ้นงานเก่าแก่อันลุ่มลึก เพื่อตีความผลงานออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ในขณะที่ยังคงสร้างตำนานของตัวเองขึ้นมาด้วย

THE DIRECTOR  ซึ่งอำนวยการสร้างโดยเจมส์ ฟรังโก และกำกับโดยคริสตินา โวรอสนั้น เป็นเรื่องราวของ กุชชี่ภายใต้การดูแลของจิอานนินี ภาพสะท้อนของดีไซน์เนอร์ผู้ฟูมฟักสายใยที่เชื่อมโยงไปยังอดีต เพื่อจะสานต่อตำนานอันยิ่งใหญ่ไปสู่อนาคต ทั้งสามององก์ของภาพยนตร์ THE DIRECTOR เล่าถึงช่วงเวลา 18 เดือนจากเบื้องหลังแบรนด์ การค้นหาแรงบันดาลใจและความซับซ้อนในความละเมียดละไม ที่ซ่อนอยู่ในตัวหญิงสาวเงียบขรึมผู้ทรงพลัง ผู้ซึ่งการพัฒนาตัวเองจนกลายมาเป็นผู้ก่อกำเนิดพลังอันสร้างสรรค์ของแบรนด์นั้น ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวสำคัญของแบรนด์นี้เช่นกัน

 

ผู้กำกับ: คริสตินา โวรอส (Christina Voros)

ผู้อำนวยการสร้าง: เจมส์ ฟรังโกจากแร็บบิต แบนดินี (Rabbit Bandini’s James Franco)

ไมล์ส เลวี (Miles Levy) และวินซ์ โจลิเว็ตต์ (Vince Jolivette)

Top 5 Hot Love scene in Movies

คงไม่แปลกนักถ้าปัจจุบันหนังหนึ่งเรื่องที่เราดู จะมีฉากเลิฟซีนอยู่ด้วยบ้าง (มีเป็น10ฉากและซูมเฉพาะที่ขอให้เข้าใจว่านั่นอาจจะไม่ใช่เสียแล้ว!!)เพราะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เสียงฮือฮาและกระแสนิยมได้เป็นอย่างดี งั้นแบบนี้มาดูกันดีกว่าว่าในระยะเวลา10ปีที่ผ่านมา 5หนังเด็ดเรื่องใดบ้างที่มีฉากเลิฟซีนสุดเร่าร้อนกันบ้าง

loptimumthailand-lovescene-movie -5

1.  Havoc
เรื่องราวของเหล่าวัยรุ่นผู้มากด้วยวัตถุนิยมในแอลเอ ถิ่นของผู้คนในยุควัฒนธรรมแก๊งสเตร์ฮิปฮอปครองเมือง แต่กลับต้องพบปัญหาในชีวิตเข้ามาเมื่อไปยุ่งเกี่ยวกับนักค้ายาตัวจริง เหตุนี้จึงทำให้เราได้เห็นฉาก แอน แฮททาเวย์ตั้งแต่สมัยนานนม ในบทบาทสาวฮอตผู้ออกเดทกับผู้ชายโสโครก ที่ดูแล้วไม่รู้งานนี้จะอิจฉาหรือสงสารสาวแอนกันแน่

loptimumthailand-lovescene-movie -2

2.American Psycho
ยอมรับอย่างโดยดีว่าเป็นฉากเลิฟซีนที่ดูมีชั้นเชิงมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพราะผู้กำกับแมรี่ ฮาร์รอน ได้ผูกเรื่องให้แพทริค เบทแมน ฆ่ากรรมคู่นอนขณะที่กำลังชื่นชมตัวเองอยู่ในกระจก โอ้ว!!โหดดีมั้ยหละ

loptimumthailand-lovescene-movie -4

3. Hollow Man
ชายหนุ่มนักอณูชีววิทยา ผู้คิดค้นให้ตัวเองเกิดล่องหนได้เพื่อเข้าสืบความลับบางอย่างจากสาวข้างบ้านแต่ผลพลอยได้ที่ตามมานั่นคือการได้ขึ้นสวรรค์อย่างลับๆกับสาวคนนั้น( ฟังดูมันช่างคล้ายกับบทของขุนแผนยังไงชอบกล) รู้แบบนี้อยากได้สารพิเศษนั่นขึ้นมาบ้างแล้วหละซิ!

loptimumthailand-lovescene-movie -1

4.Mulholland Drive
บางครั้งการได้เห็นฉากเลิฟซีนของคู่สาวๆเลสเบี้ยนก็ดูแปลกตาไปอีกแบบ คงเป็นเพราะผู้กำกับ เดวิด ลินช์ อยากชี้ให้เห็นถึงความเบี่ยงเบนของนาโอมิ วัตต์ และ ลอร่า แฮร์ริ่ง ที่พวกหล่อนไม่เพียงแต่เป็นคู่ฮอตสุดแพศยาด้วยกัน แต่วัตต์ยังมีฉากสำเร็จความใคร่แถมพ่วงมาด้วย

loptimumthailand-lovescene-movie -3

5. Lust, Caution
ส่งท้ายด้วยหนังดัง ในชื่อไทยชวนให้คิดตามกับ “เล่ห์ราคะ” กับเนื้อเรื่องที่ดำเนินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองที่ญี่ปุ่นเข้าบุกยึดครองเมืองต่างๆ ของจีน แต่เรื่องทั้งหมดคงไม่พีคเท่า กับฉากเลิฟซีนของ เหลียงเฉาเหว่ย และถังเหว่ย ที่สวมบทบาทช่างดูสมจริงซะเหลือเกิน เห็นแล้วถึงกับร้องอ่อ…ในชื่อหนังขึ้นมาทันที

 

"THE PLAYERS" : Dior Homme Winter 2013-2014

Dior Homme เผยเซ็ตภาพนิ่งและภาพยนตร์ที่ Kris Van Assche ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์แห่ง Dior Homme ได้สร้างสรรค์ร่วมกับช่างภาพ Willy Vanderperre กับภาพยนตร์เรื่องนี้มีชื่อว่า “The Players” นับเป็นการปฏิวัติที่เริ่มโปรเจ็คนี้ ที่นำเสนอในมุมมองใหม่ให้ดูแปลกแหวกแนวมากขึ้น ผ่านการถ่ายทอดด้วยภาพของอนาคต ซึ่งอาจจะใกล้หรือไกล กำแพงภาษามลายหายไป หนุ่มๆ ต่างรอคอยที่จะท่องไปในอวกาศ อย่างไรก็ตาม อารมณ์และบรรยากาศในภาพยนตร์นี้มิใช่การนำเสนอ “อนาคต” ในรูปแบบทั่วไปที่เห็นแต่อย่างใด แต่กลับเป็นฉากอันดั้งเดิมที่เกิดขึ้นในคลับของคุณสุภาพบุรุษและการเล่นเกมส์บิลเลียด (BILLIARDS)

ทั้งนี้เพราะอนาคตล้วนก่อเกิดขึ้นจากองค์ประกอบของอดีต เฉกเช่นงานออกแบบ Dior Homme Winter 2013-2014 คอลเลกชั่นนี้ เอกลักษณ์ของ Dior Homme ถ่ายทอดผ่านลุคสูทสีดำ ซิลูแอ็ตแบบ slim-fit ซึ่งความตั้งใจของ Kris Van Assche คอลเลกชั่นนี้คือต้องการปรับเปลี่ยนซิลูแอ็ต ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ ให้เป็นองค์ประกอบที่ดูทะมัดทะแมงดั่งมาดนักกีฬาและแข็งแกร่งทั้งนี้เพราะอนาคตล้วนก่อเกิดขึ้นจากองค์ประกอบของอดีต เฉกเช่นงานออกแบบ Dior Homme Winter 2013-2014 โดยถ่ายทอดผ่านลุคสูทสีดำ ซิลูแอ็ตแบบ slim-fit ซึ่งความตั้งใจของ Kris Van Assche คอลเลกชั่นนี้คือต้องการปรับเปลี่ยนซิลูแอ็ต ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ ให้เป็นองค์ประกอบที่ดูทะมัดทะแมงดั่งมาดนักกีฬาและแข็งแกร่ง แคมเปญภาพยนตร์ “The Players” นี้ เป็นการเล่าเรื่องราวในภาพอนาคตของหนุ่ม Dior Homme ในมาดใหม่ที่มาพร้อมกับความเป็นสุภาพบุรุษและฮีโร่ จับคู่เข้ากับซิลูแอ็ตใหม่ของ Dior Homme

                             

51 copy4

Pain & Gain ไม่เจ็บ ไม่รวย

จากภาพโปสเตอร์ที่เห็นเพียงแวบแรกที่เห็น มาร์ค วอห์ลเบิร์ก ดเวย์ จอห์นสัน และ แอนโธนี แมกกี้ ในมาดฟิตเนสเทรนเนอร์ที่ดูกี่ที ก็มั่นใจถึงความตลกร้ายที่นำเอาAmerican Dream มาล้อเลียนได้อย่างสนุกสนาน กับภารกิจคิดรวยทางลัด ด้วยการลักพาตัวเศรษฐีสันดานเลวน่าหมั่นไส้ไปเรียกค่าไถ่ งานนี้แม้เหล่าสามนักแสดงจะทำเป็นเก็กมาดเครียด แต่กลับฮาสุดขีด ด้วยความที่เป็นมนุษย์กล้ามใหญ่แต่ดันสมองเล็ก อีกหนึ่งผลงานกำกับจาก ไมเคิล เบย์ เริ่มฉายในไทย วันที่ 12 กันยายน นี้