ครอบครัวพร้อมหน้า วันปริศนาฆาตกรรม! เปิด 11 ใบปิดคาแรคเตอร์ “KNIVES OUT” เมื่อทุกคนคือผู้ต้องสงสัย ใครคือฆาตกรตัวจริง?

เปิดความสงสัยให้ได้ชวนลุ้นหาความจริงกันต่อ สำหรับภาพยนตร์สืบสวนสไตล์จัดจ้านที่เพิ่งกวาดเสียงวิจารณ์ชื่นชมชนิดมาแรงสุดๆ จากเทศกาลภาพยนตร์โตรอนโตอย่าง “ KNIVES OUT ” ด้วยล่าสุดกับ 11 ใบปิดคาแรคเตอร์ ที่ออกมาย้ำธีม คดีฆาตกรรมในวันรวมญาติ เมื่อทุกคนตกเป็นผู้ต้องสงสัย ใครกันคือฆาตกรตัวจริง? พร้อมขนทัพนักแสดงมากฝีมือมาประชันบทบาทกันแบบคับจอทั้ง

คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ เป็น “ฮาร์ลาน ธรอมบีย์” คุณปู่ของครอบครัว ผู้จัดงานเลี้ยงวันเกิดของตน เชิญทุกคนมาพร้อมหน้า แต่เขากลับกลายเป็นศพในเช้าวันนั้น, คริส อีแวนส์ เป็น “แรนซัม ดรายส์เดล” ลูกชายแกะดำของครอบครัวที่ไม่เอาใครทั้งสิ้น, ไมเคิล แชนนอน เป็น “วอลต์ ธรอมบีย์” ลูกชายคนเล็กของฮาร์ลานผู้ไม่เอาไหน, โทนี่ คอลเล็ตต์ เป็น “โจนี่ ธรอมบีย์” ลูกสะใภ้ของฮาร์ลาน กูรูด้านไลฟ์สไตล์ ผู้ใช้ชีวิตเยี่ยงฮิปปี้, แคทเธอรีน แลงก์ฟอร์ด เป็น “เม็ก ธรอมบีย์” ลูกสาวของโจนี่ เธอเป็นนักศึกษาศิลป์ศาสตร์ และละเอียดอ่อนอยู่ลึกๆ

เจมี่ ลี เคอร์ติส เป็น “ลินดา ดรายส์เดล” ลูกสาวคนโตของฮาร์ลาน เจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ เธอแสนทะเยอทะยานและเชื่อมั่นในตัวเองแบบสุดๆ, ดอน จอห์นสัน เป็น “ริชาร์ด ดรายส์เดล” สามีของลินดา คอยช่วยเธอดูแลบริษัท, อนา เดอ อาร์มาส เป็น “มาร์ทา” ผู้เป็นแม่บ้าน-พยาบาลส่วนตัวของฮาร์ลานมานานหลายปี, เจเดน มาร์เทล เป็น “เจค็อบ ธรอมบีย์” เด็ก Gen Z ของจริง เล่นมือถือตลอดเวลา, แดเนียล เคร็ก เป็น “เบอนัวต์ บลังก์” นักสืบแถวหน้าผู้เข้ามารับผิดชอบคดีนี้ และ ลาคีธ สแตนฟิลด์ เป็น “เอลเลียต” อีกหนึ่งนักสืบผู้เข้ามาสมทบคดีการเสียชีวิตของฮาร์ลาน

แฟนชาวไทยปักหมุดรอเลย! เตรียมไขคดีพร้อมกันใน “KNIVES OUT” ผลงานการกำกับโดย ไรอัน จอห์นสัน จาก Star Wars: The Last Jedi และ Looper :
10 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

เตรียมพบกับการเดินทางครั้งสุดท้ายของนักรบเดนตาย จอห์น แรมโบ้ “Rambo: Last Blood”

แรมโบ้ หรือชื่อจริงของเขา “จอห์น เจมส์ แรมโบ้” เป็นตัวละครที่พวกเราทุกคนต่างรู้จักกันดีจากไฟรนไชส์ภาพยนตร์แอคชั่น Rambo (หรือในชื่อไทย นักรบเดนตาย) ที่มีมาแล้วด้วยกันถึง 5 ภาค ตั้งแต่ปี 1982 จนถึง 2019 ประกอบไปด้วย “First Blood”, “Rambo: First Blood Part II”, “Rambo III”, “Rambo” และล่าสุด “Rambo: Last Blood” ที่มีกำหนดฉายตั้งแต่วันที่ 19 กันยายนนี้

แรมโบ้ เกิดในวันที่ 6 กรกฏาคม 1947 อดีตทหารหน่วยรบพิเศษกรีนเบอเรต์ที่ได้ผ่านความโหดร้ายในสมรภูมิของสงครามเวียดนามมาแล้ว ซึ่งการเป็นสมาชิกในหน่วยนี้หมายความว่า เขาจะต้องผ่านการฝึกฝนทักษะการสู้รบเเละเอาตัวรอดรอบด้าน ทั้งฝึกกระโดดร่ม การปีนเขา ยิงธนู ขี่ม้า ฝึกการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงการพรางตัวเพื่อหลบซ่อนจากข้าศึก

กรีนเบอเรต์เป็นหน่วยรบที่ทางสหรัฐฯ นิยมใช้ในการทำสงครามที่อยู่นอกตำราปกติ พวกเขาเชี่ยวชาญในด้านการแทรกซึมเข้าไปยังภูมิประเทศต่าง ๆ และใช้ยุทธวิธีแบบกองโจรเพื่อหาข้อมูลก่อนที่จะเริ่มเปิดสงครามเต็มรูปแบบ ซึ่งแตกต่างจากหน่วยรบพิเศษเดลต้าฟอร์ซที่มีหน้าที่ในทางสู้รบทางตรง แต่นอกจากการเป็นสมาชิกของหน่วยกรีนเบอเรต์แล้ว ตามคำบอกเล่าของนายพันเทราท์แมน ผู้เป็นทั้งเพื่อนและอดีตผู้บังคับบัญชาการของเขา แรมโบ้คือทหารที่เก่งกาจที่สุดในหน่วยนั้น เขาเป็นนักรบ และเขาถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องจักรสังหาร

ด้วยเหตุนี้เอง แรมโบ้จึงได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจนอกประเทศอยู่บ่อยครั้ง ใน “Rambo: First Blood Part II” เขาได้พบและร่วมมือกับนักรบในพื้นที่ โค และร่วมปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือเชลยสงครามในประเทศเวียดนาม ใน “Rambo III” เขาได้ร่วมมือกับกองกำลังปลดปล่อยในประเทศอัฟกานิสถานเพื่อช่วยเหลือเพื่อนของเขา เทราท์แมน ที่ถูกจับ และใน “Rambo” เขาได้ร่วมมือกับกลุ่มทหารรับจ้างเพื่อช่วยเหลือซาร่าห์ และกลุ่มผู้เผยแพร่ศาสนาในประเทศพม่า การสู้รบของเขาไม่เคยมีแบบแผน เขาคือนักรบที่สามารถรับมือได้กับสถานการณ์ทุกรูปแบบ แทรกซึมไปได้ทุกที่ เชี่ยวชาญการใช้อาวุธทุกขนาน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นนักรบที่ไร้เทียมทาน เพราะนักรบทุกคนย่อมเคยมีบาดแผล

ในช่วงที่แรมโบ้ยังคงปฏิบัติการอยู่ในหน่วยรบพิเศษกรีนเบอเรต์ เขาถูกจับเป็นเชลยสงครามในเวียดนามและโดนทรมานด้วยวิธีการต่าง ๆ นา ๆ จนทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่มีบาดแผลภายในจิตใจเพราะเหตุรุนแรง หรือที่เราเรียกกันว่าโรค PTSD (Post-traumatic stress disorder) โรคชนิดนี้สามารถพบได้มากในหมู่ทหารผ่านศึก แม้ว่าร่างกายของพวกเขาจะไม่ได้อยู่ที่สนามรบ จิตใจของพวกเขาก็ไม่เคยออกมาจากสถานที่แห่งนั้น บางคนหายจากโรคนี้หลังได้รับการรักษาเพียงหกเดือน ในขณะที่บางคนจะมีอาการของโรคนี้ไปตลอดชีวิต และหนึ่งในผู้โชคร้ายที่ต้องอยู่กับโรคนี้ไปจนตลอดชีวิตก็คือ จอห์น แรมโบ้

สำหรับใน “Rambo: Last Blood” นี้ ถึงแม้ว่าแรมโบ้จะไม่ได้ปฏิบัติภารกิจให้กับประเทศของเขาอีกต่อไปแล้ว เพื่อนของเขาเทราท์แมนก็เสียชีวิตไปแล้ว (ในระหว่างภาค 3 และภาค 4) และเขาก็ได้กลับมายังบ้านของเขาในรัฐอริโซนามาแล้ว 10 ปี จิตใจของเขาก็ยังคงอยู่ในสนามรบแห่งนั้น อาการของเขาไม่เคยดีขึ้น เขายังคงต้องข่มมันไว้ทุกวันด้วยการใช้ยา แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเราไม่เคยมีโอกาสได้เห็นมาก่อนจนกระทั่งมาถึงในภาคนี้ก็คือ “ครอบครัว” ตลอดช่วงเวลาที่เขาอยู่บ้านหลังนั้น เขาได้อยู่ดูการเจริญเติบโตของ แกเบรียลล่า หลานสาวของมาเรียที่เป็นผู้ดูแลคนในตระกูลแรมโบ้มาตั้งแต่รุ่นที่แล้ว เธอเป็นเด็กสาวที่สูญเสียแม่ พ่อที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ได้ทอดทิ้งเธอไปหลังจากที่ทำร้ายเธอ เธอเติบโตขึ้นมาพร้อมกับมาเรียและแรมโบ้ พวกเขาช่วยชุบเลี้ยงเธอขึ้นมาตั้งแต่เธอยังเป็นเด็ก เพราะฉะนั้นแกเบรียลล่าจึงเป็นเสมือนตัวแทนของความบริสุทธิ์ที่ยังคงเหลืออยู่บนโลกนี้สำหรับแรมโบ้

ทว่า ในวันหนึ่งแสงสว่างหนึ่งเดียวของแรมโบ้ก็ได้ถูกพรากจากเขาไป มัจจุราชที่ได้หลับไหลมากว่าทศวรรษจึงถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง และก็จะไม่มีใครมาหยุดการชำระแค้นของเขาได้

“แรมโบ้พยายามหาสถานที่สุดท้ายสำหรับการเดินทางของเขา” ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน กล่าว “เขารู้ว่าหน้าที่ของเขาก็คือการปกป้องครอบครัวที่เขามี มันเป็นสิ่งเดียวที่เขาเชี่ยวชาญ แต่แรมโบ้ก็รู้ตัวเองดีว่าถ้าเขาฝืนเกินไป เขาก็จะกลับกลายเป็นตัวเขาในอดีตอีกครั้ง ซึ่งมันเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาอยากจะเป็น เขารู้ดีว่าถ้าเขาถูกพรากสิ่งที่เขารักที่สุดไป เขาก็จะทำให้ผู้คนเหล่านั้นต้องชดใช้ เจ็บปวด และตายเพื่อชดใช้ความผิด”

เตรียมตัวพบกับภารกิจสุดท้ายของนักรบเดนตาย “Rambo: Last Blood แรมโบ้ 5:
นักรบคนสุดท้าย” 19 กันยายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

5 ซีรีส์ที่แฟนๆจักรวาลมาร์เวลห้ามพลาด

1. The Iron Fist

ฮีโร่ที่ค่อนข้างแตกต่างไปจากคนอื่น ๆ เพราะเป็นการรวมเอาเสน่ห์ของเรื่องราวความเป็นโลกตะวันตกมาผสมผสานกับการต่อสู้แบบตะวันออก เหตุเกิดจาก แดนนี่ แรนด์ ประสบอุบัติเหตุเครื่องตก นอกจากจะรอดตายแล้วยังไปโผล่ที่ เทือกเขาคุนหลุน ทำให้แดนนี่มีโอกาสฝึกฝนวิชากังฟูและการใช้อาวุธทุกชนิดจนเชี่ยวชาญ เกิดเป็นครอบครัวพลังหมัดเหล็กในตำนานได้สำเร็จ ก่อนที่วันหนึ่งจะต้องกลับมาใช้ชีวิตในนิวยอร์กอีกครั้ง

2. Cloak & Dagger

เป็นเรื่องราวของฮีโร่ดูโอ้อย่าง Tyrone Johnson (Cloak) และ Tandy Bowen (Dagger) ที่มาพร้อมกับพลังหยินและหยาง ความสว่างกับความมืดที่ต้องคอยพึ่งพากันและกัน ในวัยเด็กทั้งสองคนเกิดอุบัติเหตุและอุบัติเหตุในครั้งนั้นนำพามาซึ่งพลังพิเศษ หลังจากทั้งคนดำเนินชีวิตที่แตกต่างกันตลอดมาทำให้ ไทโรน ถูกพลังความมืดเข้าครอบงำ สามารถเปิดมิติมืดและเทเลพอร์ตได้ ความมืดของไทโรนสามารถลดความรุนแรงลงได้ด้วยความสว่างของแทนดี้ ที่มีพลังแสงเป็นทั้งอาวุธป้องกันตัว รวมถึงช่วยในการรักษา เยียวยาผู้คนทั้งร่างกายและจิตใจได้ เมื่อพบกันอีกครั้งในวันที่โตขึ้นทั้งสองคนจึงต้องใช้พลังที่มีร่วมต่อสู้ คอยซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน

3. Marvel Agent Of S.H.I.E.L.D

Marvel Agent Of S.H.I.E.L.D เป็นซีรีส์ชุดเรื่องยาวที่มีความเกี่ยวโยงกับโลกภาพยนตร์มากที่สุดในจำนวนซีรีส์ต่าง ๆ ของมาร์เวล อีกทั้งยังดำเนินเรื่องไปพร้อม ๆ กันกับไทม์ไลน์ภาพยนตร์อีกด้วย ซึ่งหน่วย S.H.I.E.L.D ที่เรารู้จักกันในภาพยนตร์ อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของ ผู้อำนวยการ นิค ฟิวรี่ เป็นองค์กรที่ริเริ่มโครงการ Avengers (รับชมได้ในภาพยนตร์ Avengers) และคืนชีพให้กับสตีฟ โรเจอร์ส หลังจากถูกแช่ในทะเลน้ำแข็งนานกว่า 70 ปี 

4. Daredevil

แมท เมอร์ด็อก สูญเสียดวงตาทั้งสองข้างไปในขณะที่ยังเป็นเด็ก และเสียพ่อแท้ๆไปในเวลาต่อมา ทว่าในความสูญเสียนี้เขากลับได้ประสาทสัมผัสในส่วนต่างๆดีที่ดีขึ้น อีกทั้งยังได้รับการฝึกฝนทักษะการต่อสู้จากชายตาบอดผู้เชี่ยวชาญวิชานินจาจนเขามีความสามารถเต็มเปี่ยมและเติบโต เรียนจบจนได้เป็นทนายความที่เชี่ยวชาญ ก่อตั้งบริษัทกฎหมายกับเพื่อนซี้ แต่ในเวลาที่ตะวันลับขอบฟ้า แมทกลับสวมชุดดำโพกหน้าออกตะเวนราตรีเพื่อช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์โดยไม่สนกฎหมายใดๆ

5. Jessica Jones

ซุปเปอร์ฮีโร่สาวที่วางมือมาเป็นนักสืบอิสระเนื่องจากเหตุการณ์ในอดีตที่ทำให้ใจบอบช้ำ รับจ้างเป็นนักสืบไปวันๆแต่มีเหตุให้เจอปมปัญหาที่ยังค้างคาใจตั้งแต่อดีต สูญเสียครอบครัวไปจากอุบัติเหตุรถชนจนสารเคมีตกใส่รถ ก่อนจะระเบิด เจสสิก้าเป็นเพียงคนเดียวที่มีชีวิตรอดกลับมา หลังจากผ่านเหตุการณ์นั้น เจสสิก้า เริ่มรับรู้ถึงความสามารถพิเศษที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น

เตรียมพบภาพยนตร์ชุดใหม่จากโปรเจกต์ “หนังผมไม่เล็กนะครับ” ที่จะทำให้ “เสียง” ของคุณกลับมามีความหมายได้อีกครั้ง

“เพราะเรื่องหนัง ไม่เคยเล็กสำหรับเรา” เตรียมพบสามภาพยนตร์ชุดต่อไปจากโปรเจกต์ “หนังผมไม่เล็กนะครับ” SHUT THE F*CK UP เมื่อเสียงของคุณไม่เคยมีค่า เมื่อทั้งชีวิตคุณได้แต่ถูกสั่งให้เงียบ นี่คือโปรเจกต์ล่าสุดที่รวมเอาสามภาพยนตร์คุณภาพ ที่จะปลุกระดมให้ “เสียง” ของคุณกลับมามีความหมายได้อีกครั้ง

เริ่มโปรแกรมแรกกับ Official Secrets (10 ต.ค.) จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่ผู้เผยความจริงกลับตกอยู่ในอันตรายเสียเอง ภาพยนตร์อิงจากเหตุการณ์จริงในช่วงสงครามอิรักที่หลายคนยังไม่รับรู้จากเรื่องจริงของเจ้าหน้าที่สำนักข่าวกรองอังกฤษผู้หมายจะหยุดยั้งสงครามอิรัก “แคธารีน กัน” สู่ศึกครั้งใหญ่ระหว่างเธอและรัฐบาลสหรัฐ เมื่อกลุ่มผู้มีอำนาจต้องการให้เธอ “หุบปาก” ทุกวิถีทาง นำมาสู่เกมส์ไล่ล่าครั้งใหญ่ที่มีชีวิตเธอ และ ความจริง ของคนทั้งโลกเป็นเดิมพัน

ต่อด้วย Liam Gallagher: As It Was (17 ต.ค.) ภาพยนตร์สารคดีตามติดชีวิตจริงของชายผู้ไม่เคย “หุบปาก” แต่โลกทั้งใบคงไร้สีสัน หากไม่มีชายคนนี้! พบกับเบื้องหลังชีวิตตลอดทศวรรษที่ผ่านมาของตำนานชาวร็อก “เลียม กัลลาเกอร์” อดีตฟรอนท์แมนตัวเจ็บแห่งวง Oasis ที่คุณจะไม่เคยพบเห็นมาก่อน ตั้งแต่การล่มสลายของวงที่เขารัก เหตุที่ทำให้วงใหม่ของเขาต้องหายไปจากวงการ และการกลับมาดุจปาฏิหาริย์ของหนึ่งในตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการเพลง

ปิดท้ายด้วย Light of My Life (28 พ.ย.) ภาพยนตร์แนวทริลเลอร์ ดราม่า สุดบีบคั้น เรื่องราวของพ่อผู้จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ ลูกสาว ของเขารอดชีวิตจากโลกที่เต็มไปด้วยคนเถื่อน ผลงานล่าสุดของนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ เคซีย์ แอฟเฟล็ก จาก Manchester by the Sea ที่เจ้าตัวทั้งกำกับ เขียนบท และแสดงนำ กับภาพยนตร์ดราม่าในโลกที่ประชากรหญิงทุกคนบนโลกต้องตายเพราะโรคระบาด เหลือเพียงลูกสาวที่น่ารักคนเดียวของเขาเท่านั้นที่มีชีวิตรอด

“เราคัดสรรหนังทั่วทุกมุมโลก เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่”
“เพราะเรื่องหนังไม่เคยเล็กสำหรับเรา”

เอ็ด สไครน์•ลุค อีแวนส์•แพทริก วิลสัน•นิก โจนัส นำทัพ 13 ใบปิดคาแรกเตอร์โคตรเท่ ของเหล่าขุนพลสมรภูมิมิดเวย์ “MIDWAY”

7 พฤศจิกายนนี้! เตรียมตัวพบกับอีกหนึ่งโปรแกรมยักษ์ปลายปี 2019 สำหรับภาพยนตร์แอคชั่น-สงคราม “MIDWAY” โดยฝีมือผู้กำกับ โรแลนด์ เอมเมอริช ที่เคยฝากผลงานมาแล้วใน Independence Day ซึ่งครั้งนี้เขากลับมาผงาดครั้งใหญ่ ปล่อยความมันส์ยกแรกออกมาด้วยการนำทัพยกพล 13 ใบปิด 13 คาแรกเตอร์โคตรเท่ของเหล่าขุนพลสมรภูมิมิดเวย์ “MIDWAY” ถ่ายทอดยุทธการเหนือชั้นนาทีต่อนาที ที่พลิกเกมสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปตลอดกาล

“ลุค อีแวนส์” รับบท นาวาตรีเวด แม็คคลัสกี้

“เอ็ด สไครน์” รับบท นาวาตรีดิก เบสต์

“แพทริก วิลสัน” รับบท นาวาตรีเอ็ดวิน เลย์ตัน

“วู้ดดี้ ฮาร์เรลสัน” รับบท พลเรือเอกเชสเตอร์ เนมิตซ์

“ดาร์เรน คริส” รับบท นาวาตรียูจีน ลินด์ซีย์

“คีแอน จอห์นสัน” รับบท พลสื่อสารเจมส์ เมอร์เร่

“เดนนิส เควด” รับบท พลเรือโทบูล ฮาลซีย์

“นิค โจนาส” รับบท บรูโน่ พี ไกโด

“แอรอน เอ็คฮาร์ต” รับบท พันโทจิมมี่ ดูลิตเติ้ล

“ลุค ไคล์นแทงค์” รับบท เรือโทแคลเรนซ์ เอิร์ล ดิกคินสัน

“แมนดี้ มัวร์” รับบท แอน เบสต์

“เอทซีชิ โทโยกาว่า” รับบท พลเรือเอก ยามาโมโตะ

“ทาดาโนบุ อาซาโน่” รับบท พลเรือตรีทามอน ยามากูจิ

“MIDWAY” บอกเล่าเรื่องราวของ ยุทธนาวีมิดเวย์ ซึ่งว่ากันว่าเป็น ยุทธการที่สำคัญที่สุดในแนวรบด้านมหาสมุทรแปซิฟิก ของช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยการปะทะกันของกองทัพสหรัฐอเมริกาและกองทัพญี่ปุ่น เมื่อทางญี่ปุ่นมีแผนบุกเข้าโจมตีกองเรือ และเครื่องบินทั้งหมดของสหรัฐฯ ทางกองทัพสหรัฐฯ จึงต้องหาแนวทางป้องกัน และจู่โจมกลับเพื่อพลิกสถานการณ์ให้ได้

จากวีรกรรมจริงอันน่าเหลือเชื่อ หนึ่งการปะทะเปลี่ยนเกมสงครามโลกไปตลอดกาล “MIDWAY” มีกำหนดเข้าฉาย 7 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

9 คอนเทนต์ไทยๆ จาก GDH บน Netflix ที่จะพาคุณไป ฮา หลอน พร้อมหวนนึกถึงวันเก่าๆ

เดือนกันยายนนี้ ร่วมเพลิดเพลินไปกับคอนเทนต์แบบไทย ๆ บนแพลตฟอร์มบันเทิงชั้นนำระดับโลกอย่าง Netflix ที่รวบรวมคอนเทนต์จากค่ายหนังยักษ์ใหญ่ GDH มาไว้มากมายหลากหลายสไตล์เพื่อเอาใจคอหนังชาวไทย มาร่วมขำตัวสั่นความฮาสุดขั้ว ขนลุกกับความหลอนสุดขีด และอิ่มเอมกับความทรงจำครั้งเก่าที่จะถูกปลุกให้ตื่นกับ 9 คอนเทนต์บน Netflix จะมีเรื่องไหนกันบ้างนั้น..ตามไปดูกันเลย!

เริ่มกันที่ กวน มึน โฮ (Hello Stranger) ภาพยนตร์แนวโรแมนติก-คอมเมดี้ เรื่องราวความรักเกี่ยวกับคนแปลกหน้าสองคนที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับกันและกัน พวกเขาเดินทางและแชร์ประสบการณ์ร่วมกันในประเทศเกาหลี อากาศหนาว ๆ กับความรู้สึกเปล่าเปลี่ยวในต่างแดนจะนำพาความสัมพันธ์ครั้งนี้ไปในทิศทางไหน ความสัมพันธ์แบบงง ๆ ที่ก่อตัวขึ้นบนความไม่รู้จักครั้งนี้จะไปสิ้นสุดลงที่ใด ต้องติดตาม

ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ (Diary of Tootsies) ซีรีส์คอมเมดี้ที่สร้างขึ้นมาจากเรื่องราวสุดฮาในเพจเฟซบุ๊ก “บันทึกของตุ๊ด” แต่ละตอนเหล่าก๊วนเพื่อนสุดฮาจะพาคุณไปเจอกับเหตุการณ์สุดขำอย่างที่คุณคาดไม่ถึง ซีรีส์เรื่องนี้จะทำให้คุณได้รู้สึกเหมือนกับมีเพื่อนสุดฮาที่พร้อมจะพาคุณไปเจอกับเรื่องราวขำ ๆ ทีเราล้วนสามารถพบเจอได้ในทุก ๆ วัน

ปิดท้ายความฮาด้วย น้ำตากามเทพ (Stupid Cupid) ซีรีส์แนวเมโลดราม่าเสียดสีสังคมและยังเสียดสีขนบของละครไทยได้อย่างเจ็บแสบ หลาย ๆ คนคงเคยนึกขำกับความไม่สมจริงของละครไทยหลาย ๆ เรื่องซึ่งน้ำตากามเทพได้หยิบประเด็นนี้มาขยี้ได้อย่างสนุกสนาน อีกทั้งได้นักแสดงหนุ่มสุดกวนอย่าง ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ที่จะมาส่งต่อความฮาที่รับรองว่าไม่ซ้ำกับละครเรื่องไหนอย่างแน่นอน

ต่อกันที่ความหลอนกับภาพยนตร์แนวสยองขวัญชื่อดังของไทย 4 แพร่ง (4 Bia) ที่ประกอบไปด้วยสี่เรื่องราวจากสี่ผู้กำกับกับที่มาพร้อมกับสี่แนวทางเขย่าขวัญ จะทำอย่างไรเมื่อความกลัวมีหลายรูปแบบ กลัวเมื่อได้รับข้อความจากคนตาย กลัวเมื่อต้องโดนคนตายเอาคืน กลัวเมื่อต้องนอนติดกับคนตาย และกลัวเมื่อต้องร่วมเดินทางไปกับศพ รับรองว่า 4 แพร่งจะทำให้คุณขนลุกและนั่งไม่ติดเก้าอี้ไปกับทั้ง 4 เรื่องราว

หากพูดถึงหนังสยองขวัญของไทย คงไม่มีใครไม่รู้จัก โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต (Coming Soon) ผ่านฝีมือการกำกับภาพยนตร์ครั้งแรกของผู้กำกับ โสภณ ศักดาพิศิษฐ์ ที่ต่อมาได้ฝากผลงานระดับตำนานไว้คู่วงการภาพยนตร์ไทยอีกมากมาย โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต คือภาพยนตร์สุดหลอนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงภาพยนตร์ ความอาฆาตแค้นของวิญญาณหญิงสาวกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความหลอนทั้งหมด ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจทำให้หลายคนกลัวการเข้าโรงหนังไปอีกพักใหญ่เลยทีเดียว

หลอนกันให้สุดกับ บอดี้ศพ 19 (Body) ภาพยนตร์สยองขวัญแนวจิตวิทยา นี่คือหนังไทยไม่กี่เรื่องที่ใช้ปมทางจิตวิทยามาเป็นตัวดำเนินเรื่อง โดยหนังหยิบเอาคดีฆาตกรรมสะเทือนวงการแพทย์มาเป็นโครงหลักในการเล่าเรื่อง ผู้ชมจะได้ดำดิ่งสู่โลกอันซับซ้อนชวนสยองขวัญของฆาตกรโรคจิต ซึ่งในอีกมุมหนึ่งหนังก็สะท้อนความรู้สึกอันดำมืดของผู้ที่ป่วยด้วยโรคจิตเภทได้อย่างลึกซึ้ง

หากพูดถึงค่ายหนัง GDH คงไม่มีใครไม่นึกถึงหนังอมตะอย่าง แฟนฉัน (My Girl) ที่ประสบความสำเร็จทั้งด้านกระแสตอบรับและรายได้เป็นอย่างสูง นี่คือภาพยนตร์ไทยแนวโรแมนติก-คอมเมดี้ ที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความรักวัยเด็กในอดีตแห่งความทรงจำได้อย่างงดงาม ทุกคนคงมีภาพความทรงจำในวัยเด็กกันทั้งนั้น อาจเหมือนกันในรูปแบบแต่ล้วนต่างกันในรายละเอียด ภาพแห่งอดีตเหล่านั้นล้วนไม่เคยจากไปไหน มันแค่ซุกอยู่ที่ซอกหนึ่งในลิ้นชักแห่งความทรงจำ เพื่อรอวันเวลาที่จะถูกปลุกให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

“คุณเคยแอบรักเพื่อนสนิทไหม?” คำถามสุดแสนจะเรียบง่ายที่หลายคนอาจบ่ายเบี่ยงที่จะตอบ เพราะหลาย ๆ ครั้งราคาที่มากับความรักก็อาจจะเป็นมิตรภาพที่ต้องสูญเสียไป เพื่อนสนิท (Dear Dakanda) สะท้อนความสัมพันธ์และความรู้สึกบนความขัดแย้งระหว่างการเป็นเพื่อนและคนรักได้อย่างเรียบง่ายและงดงาม เรื่องราวของสองนักศึกษาเพื่อนสนิท ที่ตกหลุมรักกันและกันโดยไม่รู้ตัว ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความเป็นเพื่อน เติบโตและสุกงอมผ่านกาลเวลา แต่การเปิดเผยความรู้สึกต่อกันละกันอาจไม่ใช่คำตอบของความสัมพันธ์ครั้งนี้

หนังที่ถูกนำมาวนฉายหลายต่อหลายครั้งบนจอโทรทัศน์ และก็ยังคงเรียกรอบยิ้มและเสียงหัวเราะจากผู้ชมได้อย่างสม่ำเสมอคงหนีไม่พ้นหนังสุดคลาสสิคอย่าง รถไฟฟ้ามาหานะเธอ (Bangkok Traffic Love Story) หนังโรแมนติกคอมเมดี้ที่เล่าเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวชาวกรุงเทพฯ การใช้ฉากหลังเป็นรถไฟฟ้าที่เปรียบเสมือนเส้นทางการสัญจรหลักของคนส่วนใหญ่ในเมืองหลวงทำให้ผู้ชมอินกับหนังเรื่องนี้ได้ไม่ยาก อีกทั้งหนังเรื่องนี้ยังถือเป็นคู่มือชั้นยอดของเหล่าสาวโสดที่จะคอยย้ำเตือนว่าการจีบผู้ชายก่อนไม่ใช่เรื่องเสียหาย

เทศกาลภาพยนตร์นอร์ดิก 2019 ตอกย้ำอนาคตสดใสอุตสาหกรรมภาพยนตร์และเอกลักษณ์วัฒนธรรม

เทศกาลภาพยนตร์นอร์ดิก 2019 จัดฉายอย่างเป็นทางการในกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 27-29 กันยายน 2562 ณ ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต ชั้น 4 ศูนย์การค้าดิเอ็มควอเทียร์ เพื่อประกาศความสำเร็จของภาพยนตร์กลุ่มประเทศนอร์ดิก เฉลิมฉลองวัฒนธรรมและสร้างความตระหนักรู้ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยจัดฉายภาพยนตร์คุณภาพคัดสรรหลากหลายประเภทจำนวน 8 เรื่องจากกลุ่มประเทศนอร์ดิกที่ถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวยุโรปเหนือให้กับคนรักหนังชาวไทยโดยเฉพาะ ภาพยนตร์ทุกเรื่องเปิดฉายให้เข้าชมฟรีและมีบทบรรยายภาษาอังกฤษ ผู้สนใจสามารถจองที่นั่งได้ที่ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต ชั้น 4 ศูนย์การค้าดิเอ็มควอเทียร์ก่อนภาพยนตร์เริ่มฉายครึ่งชั่วโมง สงวนสิทธิ์สำหรับผู้มาจองก่อน

เทศกาลภาพยนตร์นอร์ดิก2019 จัดขึ้นโดยความร่วมมือของสถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก ฟินแลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดน โดยมุ่งหวังที่จะเพิ่มความสนใจภาพยนตร์นอร์ดิก ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีความสร้างสรรค์และนวัตกรรมในวงการภาพยนตร์ ทั้งยังเป็นการตอบสนองความต้องการภาพยนตร์คุณภาพในตลาดภาพยนตร์ของเมืองไทย

ภาพยนตร์คัดสรรสำหรับเทศกาลปีนี้ได้แก่ Becoming Astrid ภาพยนตร์ชีวประวัติชีวิตวัยรุ่นของ Astrid Lindgren นักเขียนสวีเดนชื่อก้อง “Monky” มีเนื้อหาบางส่วนเกิดขึ้นในประเทศไทย เล่าเรื่องของแฟรงค์และมิตรภาพที่ซ่อนเร้นของเขากับชะนีลึกลับ ภาพยนตร์นอร์เวย์สองเรื่อง “What will people say” และ “The Liverpool Goalie” อาจดูแตกต่างแต่ต่างพูดถึงคุณค่าของความรักและเหตุการณ์ที่จะพลิกผันชีวิต ฟินแลนด์ในปีนี้นำเสนอภาพยนตร์เรื่อง “My Stuff” เรื่องราวเกี่ยวกับการให้คุณค่าของวัตถุในยุคดิจิตัลกับสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจ และ “One Last Deal” เรื่องราวเกี่ยวกับสายสัมพันธ์ของครอบครัวและความยากลำบากในการแก้ไขทุกอย่างให้ถูกต้องแม้ว่าจะมีโอกาสครั้งสุดท้ายก็ตาม “Darling” จากเดนมาร์กเป็นเรื่องเกี่ยวกับนักบัลเล่ต์ชื่อเสียงก้องโลกที่ต้องพบกับความล้มเหลวกลางคันขณะรุ่งโรจน์ “I am William”เล่าเรื่องวิลเลียมที่อาศัยอยู่กับลุงนิลส์ สร้างจากหนังสือของ Kim Fupz Aakeson

เวลาฉาย

  • ศุกร์ 27 กันยายน 2562
    – เวลา 18:00 My Stuff ความยาว 83 นาที
    ประเภท สารคดี, ตลก จากประเทศ ฟินแลนด์
    – เวลา 20:00 Darling ความยาว 102 นาที
    ประเภท ดราม่า จากประเทศ เดนมาร์ก
  • เสาร์ 28 กันยายน 2562
    – เวลา 15:00 I am William ความยาว 86 นาที
    ประเภท ดราม่า จากประเทศ เดนมาร์ก
    – เวลา 17:00 Monky ความยาว 90 นาที
    ประเภท ดราม่า จากประเทศ สวีเดน
    – เวลา 19.30 What will people say ความยาว 106 นาที
    ประเภท ดราม่า จากประเทศ นอร์เวย์
  • อาทิตย์ 29 กันยายน 2562
    – เวลา 5:00 The Liverpool Goalie ความยาว 90 นาที
    ประเภท ตลก จากประเทศ นอร์เวย์
    – เวลา 17:00 One Last Deal ความยาว 95 นาที
    ประเภท ดราม่า จากประเทศ ฟินแลนด์
    – เวลา 19:30 Becoming Astrid ความยาว 100 นาที
    ประเภท ดราม่า ชีวประวัติ จากประเทศ สวีเดน

สาวคนไหนตลกแล้วยังนกฟังทางนี้! เปิด 4 สเต็ปความโก๊ะของสาวสวย “อเล็กซานดรา แดดดาริโอ” ที่โดนใจหนุ่มหล่อในฝัน “ไทเลอร์ เฮอคลิน”

ใครที่คิดว่า ซุ่มซ่าม เปิ่น ตลก แล้วจะนกตลอด ลบเมมนั้นทิ้งไปได้เลย! กันยายนนี้! เตรียมพบกับ “อเล็กซานดรา แดดดาริโอ” สาวสวยตาคมจาก San Andreas, Baywatch ที่ครั้งนี้เธอจะพิสูจน์ให้สาวๆทุกคนรู้ว่า “แม้จะโก๊ะแต่ก็โป๊ะใจหนุ่มในฝัน” กับบทบาทของ “เอมม่า” ตัวแม่ความเปิ่นที่เผลอหลุดความลับชนิดหมดไส้หมดพุงให้ “แจ็ค” ซีอีโอหนุ่มหล่อที่สาวๆทั้งออฟฟิศหลงใหลรู้! ซึ่งรับบทโดย “ไทเลอร์ เฮอคลิน” นักแสดงหนุ่มหุ่นแซ่บจาก Fifty Shades Freed

เมื่อความลับสุดยอดของเธอไปอยู่กับผู้ชายที่ผู้หญิงทั้งหลายอยากครอบครอง เรื่องราวความรักอลเวงสุดป่วนของสาวสวยจอมซวยจึงเกิดขึ้นในภาพยนตร์โรแมนติก-คอมเมดี้ “Can You Keep a Secret? คุณเก็บความลับได้ไหม?” หนังที่สร้างจากนิยายขายดีในชื่อเดียวกัน โดยผู้เขียน Confession of a Shopaholic

และก่อนที่จะพิสูจน์ความเปิ่นและความตลกของเธอ รวมทั้งร่วมอบอุ่นหัวใจไปกับความรักสุดหรรษาของเขาทั้งคู่ เราจะมาเปิด 4 สเต็ปสาวโก๊ะ “อเล็กซานดรา แดดดาริโอ” ที่น่ารักโดนใจหนุ่มหล่อในฝัน “ไทเลอร์” เฮอคลิน”

เตรียมตัวให้พร้อมเพราะ นี่คือหนังของคนที่ตกหลุมร๊าก จนเก็บความลับไว้ไม่อยู่
“Can You Keep a Secret? คุณเก็บความลับได้ไหม?”

“AS IT WAS” สารคดีตามติดชีวิต เลียม กัลลาเกอร์ หลังแยกทางจาก Oasis

เขาคือชายผู้เคยถูกสายการบินแบนจากการสูบบุหรี่ในปี 1998 เคยสบถและเสียฟันหลายซี่จากการหาเรื่องชกต่อยกับตำรวจเยอรมันในปี 2002 “เลียม กัลลาเกอร์” ร็อคสตาร์ชื่อดังอดีตฟรอนท์แมนตัวเจ็บแห่งวง Oasis

ฟังดูเหมือนอาจจะมีความหวังซึ่งเราจะได้เห็นมุมมองอีกด้านของนักร้องวัย 46 ปีในหนังสารคดี Liam Gallagher: As It was หนังตามติดชีวิตของชายหนุ่มจากแมนเชสเตอร์เมื่อเขาพยายามหาหนทางใหม่หลังจากวง Oasisถูกยุบในปี 2009 และแตกหักกับผู้เป็นพี่ชาย โนล กัลลาเกอร์

ยิ่งไปกว่านั้นการก่อตั้งวงหลังจาก Oasis อย่าง Beady Eye ก็ล้มเหลว แต่เขาก็ยังมุ่งมั่นที่จะออกอัลบั้มเดี่ยวในวันที่ 20 กันยายน หนังเรื่อง As It Was จะเผยให้เห็นถึงอีกด้านหนึ่งอีกของเลียม กัลลาเกอร์ ร็อคสตาร์ระดับไอค่อนที่แตกต่างจากที่แท็บลอยด์ของอังกฤษเคยเปิดเผยมา
“แรกเริ่ม ผมประหลาดใจนะที่เขาเป็นคนดี” ผู้กำกับสารคดี กาวิน ฟิตซ์เจอรัลด์ กล่าวแก่สื่อ “เขาเป็นคนขี้เล่น ตลก และขี้โอ่ และเขาดูผ่อนคลายมากๆ ด้วย”

นี่คือตัวตนในปัจจุบันของเลียมที่สนุกสนานกับการวิ่งจ็อกกิ้งตอนเช้าตรู่ขณะกำลังออกทัวร์คอนเสิร์ต เขาเป็นคุณพ่อที่ภาคภูมิใจสำหรับลูกชายวัยรุ่นสองคน เช่นเดียวกับลูกสาวที่เขาได้ติดต่อเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1997 เขาสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของเขาและเขาก็เสียใจที่ไม่อาจใช้เวลามากกว่านี้กับแม่ของเขา

บางช่วงเวลาเขาก็ยังดูเข้าถึงจิตวิญญาณอีกด้วย ขณะที่มีการเยี่ยมเยือนห้องสมัยเด็กที่เขาแบ่งปันร่วมกับพี่ชาย โนล กัลลาเกอร์ เลียมก็รู้สึกถึงบุญคุณต่อสิ่งที่ทำให้เขาเปลี่ยนจากวัยรุ่นเหลวแหลกกลายเป็นร็อกสตาร์ “ชีวิตมันมหัศจรรย์นะเมื่อคุณคิดถึงเรื่องนั้น” เลียมกล่าวในหนัง

หนึ่งสิ่งที่เขายังสร้างความสงบสุขสันติได้นั่นคือเรื่องของโนล ความขัดแย้งของพี่น้องทำให้พวกเขาไม่ได้พูดคุยกันเป็นระยะเวลาหลายปี เห็นได้ชัดเจนว่าการแตกหักครั้งนี้ทำให้เลียมเจ็บปวด “เมื่อโนลจากวงไป นั่นทำให้เลียมเจ็บปวด เพราะที่สุดแล้ว พวกเขาเป็นพี่น้องและเลียมก็คิดถึงเขา” ฟิตซ์เจอรัลด์ กล่าว

ขณะที่ โนล ในวัย 52 ปี อาจรู้สึกแตกต่างออกไปจากน้องชาย เขาปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์และไม่ให้ใช้เพลงของวง Oasis (ซึ่งส่วนใหญ่เขาเป็นคนแต่งขึ้นมา) มาประกอบในหนังเด็ดขาด

สำหรับเลียมที่พี่ชายของเขาเคยเรียกเขาว่า “คนทึ่มบ้านนอก” ดูเหมือนจะคิดวิธีการเอาคืนที่ดีที่สุดนั่นคือความสุขส่วนตัวของเขา “โนล กัลลาเกอร์เหรอ, ผมไม่คิดว่าเขาจะมีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับผม ณ ตอนนี้” เลียมกล่าวในหนัง “ผมคิดว่าเขากำลังนั่งคิดว่า ‘ไอ้เวรคนนี้ มันเป็นยังไงวะ คุณรู้ว่าผมหมายถึงอะไร’”

ผลงานอัลบั้มเดี่ยวของเลียม As You Were ปี 2017 ขึ้นอันดับหนึ่งในอังกฤษและกลายเป็นผลงานคัมแบ็กของเขา นอกจากนี้เขายังพึ่งหมั้นหมายกับอดีตผู้ช่วยส่วนตัวของเขา อย่าง เด็บบี้ กวิเธอร์ คนที่ทำให้เขามีความมั่นใจในตัวเองและการแต่งเพลง

แต่นั่นไม่ใช่การฉลองชัยที่ยิ่งใหญ่สำหรับเขาเมื่อมีข่าวว่าเลียมจับคอเด็บบี้ขณะทะเลาะกันในร้านอาหารแห่งหนึ่ง กรุงลอนดอนเมื่อปีที่แล้ว (แม้ทั้งคู่จะปฏิเสธ)และช่วงต้นฤดูร้อนที่ผ่านมา เลียมก็ขอโทษที่ส่งข้อความขู่เข็ญให้ลูกสาววัยรุ่นของโนล
“เขาออกจะสุดโต่งบ้าง แต่เขาก็มีจิตใจงดงาม เขามีด้านที่แข็งกร้าว แต่ถ้าคุณคาดหวังให้เขาขึ้นบนเวที มันก็ต้องมีการเดือดดาลบ้าง” ชาร์ลี ไลท์เทนนิง เพื่อนและผู้กำกับสารคดีตามติดชีวิต เลียม กัลลาเกอร์ กล่าว พบกับเบื้องหลังชีวิตตลอดทศวรรษที่ผ่านมาของร็อคสตาร์ชื่อก้องโลก เลียม กัลลาเกอร์ อดีตนักร้องนำของวง Oasis ที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน ตั้งแต่จุดของการล่มสลายของวงที่เขารัก เหตุที่ทำให้วงใหม่ของเขาต้องหายไปจากวงการ ผลพวงของความรักที่อยู่นอกกฎหมาย และการกลับมาดุจปาฏิหาริย์ของหนึ่งในตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการเพลง

“As It Was”
17 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

“KNIVES OUT” เปิดตัวรอบแรกของโลก ในงาน Toronto International Film Festival

งานนี้ไม่ใช่เล่น ๆ แล้ว! กับ “ปริศนาฆาตกรรมวันรวมญาติ” เพราะล่าสุดผู้กำกับ “ไรอัน จอห์นสัน” นำทีมพาภาพยนตร์ที่มาแรงสุด ณ วินาทีนี้ อย่างเรื่อง “KNIVES OUT” ไปเปิดตัวรอบแรกของโลกในงาน 2019 Toronto International Film Festival (TIFF’19) เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2019 ที่ผ่านมา

ซึ่งแน่นอนว่าทัพนักแสดงมากฝีมือก็ไม่พลาดที่จะมาตบเท้าร่วมเดินพรมแดง พร้อมทักทายแฟน ๆ ที่มารอต้อนรับ ทั้ง แดเนียล เคร็ก , คริส อีแวนส์ , คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ , อนา เดอ อาร์มาส , เจมี่ ลี เคอร์ติส , โทนี่ คอลเลตต์ , ดอน จอห์นสัน , แคทเธอรีน แลงก์ฟอร์ด , เจเดน มาร์เทล และ โนอา ซีแกน

บอกเลยว่าหลังจากฉายภาพยนตร์เรื่อง “KNIVES OUT” ก็ได้รับเสียงฮือฮาหนักมาก ทั้งชื่นชมในส่วนของบทภาพยนตร์ ความเทพของนักแสดง และมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ที่สำคัญยังกวาดมะเขือสดจากนักวิจารณ์ชุดแรก บนเว็บไซต์ Rotten Tomatoes ไปถึง 100% คะแนนเต็ม!

“ไม่ได้ดูหนังที่มีทีมนักแสดงแข็งแกร่งเท่านี้มานานแล้ว เคมีของทุกคนลงตัวสุด ๆ แบ่งบทได้ยอดเยี่ยม เด่นพอกันทุกคนเลยทีเดียว” – Adam, Collider
“ผลงานที่ได้แรงบันดาลใจจากงานของ อกาธ่า คริสตี้ แต่ไม่ลืมที่จะใส่เอกลักษณ์ของตัวเองลงไป มันสดใหม่ เต็มไปด้วยสิ่งที่จะทำให้คนดูเซอร์ไพรส์ตลอดเรื่อง” – IndieWire
“หนังเรื่องนี้สำเร็จด้วยเพราะความรักในหนังแนวสืบสวนสอบสวนของไรอัน จอห์นสัน ผู้กำกับ แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะมอบความสดใหม่ลงไป” – RogerEbert.com
“เป็นหนึ่งในหนังที่ฮาที่สุดของปี 2019” – Solzy at the Movies
“ไรอัน จอห์นสัน มอบมุมมองใหม่ๆ ให้แนวคลาสสิกอย่างแนวสืบสวนสอบสวน” – Variety
“คนดูไม่สามารถละสายตาจากจอได้ ตั้งแต่เฟรมแรกถึงเฟรมสุดท้ายของหนัง” –
The Curvy Film Critic

แฟนชาวไทยปักหมุดรอเลย! เตรียมพบกับคดีฆาตกรรมวันรวมญาติ และเมื่อผู้ต้องสงสัยเป็น “พวกเขาทุกคนในบ้าน” ใคร คือ ฆาตกรตัวจริง? “KNIVES OUT” ไขคดีพร้อมกัน
10 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์