เตรียมตัวให้พร้อม! ซีรี่ส์ยอดฮิตอย่าง Island จะมาสานต่อความเข้มข้นใน Part 2 ให้เราได้ชมกันแล้ว

Prime Video ได้ประกาศให้เราได้ทราบกันแล้วครับ สำหรับพาร์ทต่อของซีรี่ส์สุดเข้มข้นอย่าง ‘Island’ (เกาะปีศาจ) ซีรี่ส์เกาหลีแนวแอ็คชั่นแฟนตาซี ที่ได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง คิมนัมกิล, อีดาฮี, ชาอึนอู และ ซองจุน กำกับโดย พัคแบจง โดยซีรี่ส์ภาคต่อเรื่องนี้ จะฉายให้แฟนๆ ได้ชมกันใน วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2023 ซีรี่ส์สุดเข้มข้นนี้ ได้ปล่อยออกมาให้แฟนๆ ได้รับชมเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว โดยตอนสุดท้ายของภาค 1 ออกอากาศให้เราได้รับชมไปในวัน ศุกร์ที่ 13 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา หรือหากใครอยากทราบเบื้องลึก เบื้องหลัง รวมไปถึงความรู้สึกของนักแสดงทั้ง 4 ที่มีต่อซีรีส์เรื่องนี้ สามารถตามอ่านบทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คูลซีฟ ที่เราได้บินลัดฟ้าถึงประเทศเกาหลี เพื่อพูดคุยกับทั้งนักแสดงนำทั้ง 4 คนได้ที่ลิงก์นี้ได้เลยครับ! https://hommesthailand.com/2022/12/the-modern-demon-slayer/

หลังจากที่ตอนสุดท้ายของภาค 1 ได้สิ้นสุดลง ทาง Prime Video ก็ได้ออกมาประกาศถึงวันฉายภาคต่อของซีรี่ส์เรื่องนี้ นั้นก็คือวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2566 นี้แล้วครับ ซึ่งจะเป็นการฉายพร้อมกันกับประเทศเกาหลีใต้ หรือหากใครที่ยังไม่ได้รับชม สามารถรับชม ภาคแรก ทั้ง 6 ตอนได้แล้ววันนี้ทาง Prime Video และหากใครเป็นแฟนของซีรี่ส์เรื่องนี้อยู่ละก็ ต้องห้ามพลาดเลยครับ!

มาแล้ว!!! ตัวอย่าง Christmas Carol ปิดท้ายปี ผลงานสุดระทึกของพัคจินยอง แห่ง GOT7

ส่งท้ายปี 2565 กับผลงานระทึกขวัญที่แฟนๆ ทุกคนต่างรอคอยกับ “Christmas Carol” ภาพยนตร์ ระทึกขวัญโปรเจกต์ยักษ์ปิดท้ายปีที่จะมอบนิยามใหม่ให้วันคริสต์มาส โดยได้ “พัคจินยอง” ศิลปินระดับแถวหน้าของเอเชียจากวง GOT7 และนักแสดงมากความสามารถที่เคยฝากผลงานโด่งดังมาแล้วจากซีรีส์ He is Psychometric และ Yumi’s Cells 2 มาแสดงนำในบทบาทฝาแฝดที่ต้องกลับมาล้างแค้นซึ่งถือเป็นผลงานที่ท้าทายที่สุดในชีวิตของจินยอง ล่าสุดภาพยนตร์ได้ปล่อย “ตัวอย่างซับไทย” ออกมาพร้อมคอนเฟิร์มวันเข้าฉายให้แฟนๆชาวไทยเตรียมปักหมุดรอชมได้แน่นอน 

Christmas Carol เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากนิยายขายดีของเกาหลีใต้ในชื่อเรื่องเดียวกันและถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์แอ็กชัน-ทริลเลอร์จากผู้กำกับฝีมือฉกาจอย่าง “คิมซองซู” ที่เคยสร้างผลงานระทึกขวัญไว้จาก Running Wild  และซีรีส์ดราม่า Save Me โดยภาพยนตร์เรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวโศกนาฏกรรมสุดระทึกการล้างแค้นของฝาแฝดคนพี่ที่ต้องยอมโดนจับเข้าสถานดัดสันดานเยาวชนเพื่อสืบหาสาเหตุการตายของน้อง หลังจากพบศพชายผู้พิการทางสติปัญญาในแทงก์น้ำร่างกายเต็มไปด้วยร่องรอยแต่เจ้าหน้าที่กลับแจ้งว่าเป็นอุบัติเหตุ แฝดพี่จึงต้องเดินหน้าสืบหาสาเหตุ และชำระแค้นคนที่อยู่เบื้องหลังให้สาสม 

นอกจากได้พัคจินยอง จาก Got7  มาแสดงนำในภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วยังได้นักแสดงชื่อดังที่มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวการล้างแค้นสุดเข้มข้นอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น  คิมยองมิน (Crash Landing On You) , คิมดงฮวี (In Our Prime), ซงกอนฮี(Snowdrop) และ ฮอดงวอน (Extraordinary Attorney Woo)

ห้ามพลาด! เมอร์รี่ “แค้น” มาสกับ Christmas Carol 29 ธันวาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

Decibel – ลั่นระเบิดเมือง พร้อมจัดหนักทุกโปรดักชั่นแล้ว

เป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าจับตามอง ด้วยความยิ่งใหญ่ตั้งแต่เปิดรายชื่อนักแสดงก็สร้างกระแสบอกต่อ ปักธงรอของแฟนหนังแอ็กชันทั่วทั้งเอเชีย และยังทุบบ็อกซ์ออฟฟิศเกาหลี ทำรายได้อันดับ 1 ตั้งแต่วันแรกที่เข้าฉาย กวาดเสียงวิจารณ์จากผู้ชมมาอย่างล้นหลาม เพราะนอกจากจะเป็นการเจอกันครั้งประวัติศาสตร์ของวงการภาพยนตร์เกาหลี อย่าง คิมแรวอน – อีจงซอกและ ชาอึนอู แล้ว “Decibel” หรือชื่อไทย “ลั่นระเบิดเมือง” ยังเป็นภาพยนตร์แอ็กชัน-ทริลเลอร์ที่มีความสดใหม่ ด้วยการสร้างสถานการณ์วินาศกรรมทางเสียงได้สมจริง ถ่ายทอดเรื่องราวสุดระทึก ทุ่มทุนสร้างมหาศาล สมกับเป็นสุดยอดโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ส่งท้ายปี และพิเศษที่สุดสำหรับแฟนชาวไทย วันนี้สองนักแสดงนำจากภาพยนตร์ อีจงซอก และ คิมแรวอน รวมถึง ฮวางอินโฮ ผู้กำกับภาพยนตร์ จะขอเปิดเบื้องหลังสุดบิ๊ก และการทำงานที่ทุ่มเทสุดเดซิเบล เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อยแฟนชาวไทยก่อนไประเบิดอะดีนารีนพร้อมกัน

ในชีวิตประจำวัน เดซิเบลอาจหมายถึงค่าวัดเสียงที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว แต่สำหรับในภาพยนตร์เรื่องนี้หมายถึงความตายและชีวิตของผู้คนจำนวนมหาศาล เพราะนี่คือตัวแปรสำคัญที่จะทำให้ระเบิดทำงาน ภาพยนตร์จะถ่ายทอดความกดดัน ลุ้นระทึกส่งต่อไปยังผู้ชมทุกพื้นที่ในโรงภาพยนตร์ ตั้งแต่วินาทีแรกจนจบ เรามีฉากระเบิดเยอะมากที่สำคัญเราใช้ระเบิดจริงโดยไม่พึ่ง CG ทีมงานทุกคนพยายามสุดความสามารถที่จะใช้ระเบิดจริงไปพร้อมกับความปลอดภัยของทุกๆคน ฮวางอินโฮผู้กำกับกล่าว

อีกหนึ่งไฮไลท์พลาดไม่ได้ของภาพยนตร์ Decibel มาจากเลือกใช้โลเคชั่นขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการปิดสวนน้ำถ่ายฉากระเบิด ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีข้อจำกัดของการใช้เสียง โดยคิมแรวอนเปิดเผยว่า การถ่ายทำฉากนี้ยากที่สุดสำหรับเขา มันยากแต่น่าจดจำมากผมต้องดำน้ำลงไปเพื่อหาระเบิดท่ามกลางสระน้ำที่มีคลื่นเทียม  หรือการเหมาสนามกีฬา Busan Asiad Main Stadium เพื่อถ่ายทำเหตุการณ์วางระเบิดระหว่างการแข่งขันแมตช์ชิงแชมป์ระดับประเทศ รวมถึงการสร้างเรือดำน้ำขนาด 4000 ตัน ซึ่งมาจากการปะติดปะต่อของทีมงาน เพราะข้อมูลเรือดำน้ำของประเทศคือความลับ ทีมงานเลยต้องหาข้อมูลมหาศาลเพื่อนำมาสร้างให้สมจริงที่สุด โดยมีกัปตันตัวจริงร่วมเป็นที่ปรึกษา ฉากนี้สมจริงมากมันสมจริงมากๆผมนึกว่ากำลังอยู่ในเรือดำน้ำจริงๆครั้งแรกที่เห็นผมเดินวนอยู่ทั่วฉากกว่า 20 นาที ชาอึนอูผู้รับบทเจ้าหน้าที่โซนาร์ในเรือดำน้ำกล่าว

นอกจากความทุ่มเทของทีมงานเพื่อให้เกิดภาพที่สมจริงที่สุดในการชมภาพยนตร์แล้ว นักแสดงได้พิสูจน์ความตั้งใจ ด้วยความทุ่มเทและทำลายทุกข้อขีดจำกัดการแสดงออกมาอย่างเต็มที่ ซึ่ง คิมแรวอน นักแสดงนำแสดงฉากแอ็กชันด้วยตัวเองเกือบทั้งเรื่อง โดยเข้าพูดถึงตัวละครนี้ว่า ตัวละครนี้ต้องต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายเพียงคนเดียวนานถึง 6 ชั่วโมงและด้วยเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังปมของตัวละครทำให้ผมอยากทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ออกมาสมจริงผมเล่นฉากแอ็กชันเองเกือบทั้งหมดฉากขับรถไล่ล่าก็ขับเองฉากดำน้ำหาระเบิดกระโดดข้ามตึกระฟ้าทั้งหมดผมเล่นเองครับ

 สำหรับอีจงซอกเรื่องนี้ถือเป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญ กับบทผู้ก่อการร้าย เขาจึงทุ่มเทและต้องโชว์ลีลาการต่อสู้ด้วยมือเปล่า แสดงฉากแอ็กชันในพื้นที่จำกัดอย่างลิฟท์ บทนี้ค่อนข้างมีกรอบของตัวละครชัดเจนผมพยายามลองหาวิธีที่แตกต่างด้วยการหาข้อมูลปรึกษาเพื่อนนักแสดงผู้กำกับเพื่อให้เข้าถึงจิตใจตัวละคนมากๆเพื่อเป็นการเปิดประตูด้านมืดออกมา

นอกจากนี้ฮวางอินโฮ ผู้กำกับภาพยนตร์ยังกล่าวถึงหนึ่งในนักแสดงอย่าง ชาอึนอูว่าทุกซีนที่ชาอึนอูแสดงเป็นซีนยากทั้งหมดแต่เขาทำได้อย่างไร้ที่ติด้วยระยะเวลาสั้นๆ ชาอึนอูคือดาวรุ่งที่มอบชีวิตให้กับทุกตัวละครของเขาไม่ว่าจะเป็นบทนำหรือบทสมทบ

ภาพยนตร์บอกเล่าเรื่องราวของวินาศกรรมเสียงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เกาหลี เมื่อเมืองทั้งเมืองกลายเป็นระเบิดเวลา กลุ่มผู้ก่อการร้ายวางแผนจ้องยึดเมือง ด้วยระเบิดสั่งการด้วยเสียงชนิดพิเศษที่ถูกซ่อนไว้ตามจุดสำคัญต่างๆ ทันทีที่ความดังสูงถึง 100 เดซิเบล ระเบิดจะทำงานทันที โดยมีชีวิตของคนทั้งเมืองเป็นเดิมพัน

นับถอยหลังสู่ปรากฏการณ์หยุดเดซิเบล ด้วยสุดยอดโปรเจ็กต์แอ็กชัน-ทริลเลอร์ลุ้นระทึกแห่งปี “Decibel – ลั่นระเบิดเมือง” 1 ธันวาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

พูดคุยกับกู่เทียนเล่อ ในฐานะนักแสดงนำ และผู้อำนวยการสร้าง Warriors of Future

คุณมีความคาดหวังอย่างไรต่อเรื่อง Warriors of Future ในฐานะภาพยนตร์ Sci-Fi ของเอเชีย

เนื่องจากในเอเชียไม่ค่อยมีภาพยนตร์แนว Sci-Fi เราจึงอยากลองทำภาพยนตร์ Sci-Fi ฟอร์มยักษ์ดูสักเรื่อง เพื่อที่จะบอกให้ผู้ชมรู้ว่าพวกเราคนเอเชียก็มีความสามารถที่จะถ่ายทำภาพยนตร์แนวนี้ และผมก็หวังว่าในอนาคตจะได้ทำภาพยนตร์แนวนี้มากขึ้น และอยากให้ภาพยนตร์มีความหลากหลายขึ้นครับ

มีฉากไหนหรือโมเมนต์ไหนในการถ่ายทำที่คุณประทับใจและอยากเล่าให้ฟังบ้าง

สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือผมต้องใส่ชุดเกราะที่มีน้ำหนัก 33 ปอนด์ เราต้องใส่ชุดนั้นทั้งวิ่ง กระโดด หรือแม้แต่บินด้วยครับ และตอนที่ถ่ายทำเป็นหน้าร้อน ใส่แล้วจะร้อนมาก และอาจได้รับบาดเจ็บง่าย บางฉากต้องบิน ซึ่งทำให้หายใจยากด้วย ถึงแม้ว่าจะเหน็ดเหนื่อย แต่ก็เป็นเรื่องที่ผมประทับใจไม่ลืมเลยครับ

คุณมองว่าทำไมภาพยนตร์หรือซีรีส์ประเภท Sci-Fi ในเอเชียจึงมีค่อนข้างน้อย

ผมคิดว่าการถ่ายทำภาพยนตร์ Sci-Fi ต้องใช้เวลานาน ลงทุนค่อนข้างเยอะ และบุคลากรด้านการทำเทคนิคคอมพิวเตอร์สำหรับภาพยนตร์แนวนี้ยังค่อนข้างน้อย อีกทั้งผู้สร้างภาพยนตร์ Sci-Fi ในฮ่องกงก็มีไม่มาก ดังนั้นเราเลยยังไม่ค่อยเห็นใครลองทำภาพยนตร์แนวนี้ในเอเชียครับ

คุณยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่ทุกครั้งที่ภาพยนตร์ของคุณจะออกฉายไหม หรือค่อนข้างเฉยๆ แล้วเพราะว่าอยู่ในแวดวงนี้มานาน

ผมตื่นเต้นมากครับ

มีอะไรอยากฝากถึงแฟนๆ ชาวไทยไหม

ต้องมาดูเลยครับ ถ้าดูรอบเดียวไม่พอ ขอให้ดูสัก 10 รอบเลยครับ (หัวเราะ)

Warriors of Future สตรีมมิ่งแล้วทาง Netflix

บทสัมภาษณ์ Rian Johnson ผู้กำกับ Glass Onion: A Knives Out Mystery แบบเอ็กซ์คลูซีฟ

คุณรู้สึกกดดันไหมที่ต้องกำกับภาพยนตร์ภาคต่อ และที่สำคัญ Knives Out (2019) ก็เป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จมากๆ ด้วย

พระเจ้าช่วย… พวกเราสนุกกับการสร้างภาคต่อนี้มากๆ เลยนะครับ และสำหรับผม สิ่งที่สนุกก็คือ ผมอยากจะแสดงให้ผู้ชมเห็นว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องที่มันต่อเนื่องมาจากภาพยนตร์เรื่อง Knives Out แต่มันเป็นเรื่องสืบสวนสอบสวนเรื่องใหม่เลยต่างหาก เหมือนกับนวนิยายชุดสืบสวนสอบสวนของ Agatha Christie ที่จะเป็นคดีใหม่ๆ ในทุกเล่ม แบบนั้นน่ะครับ ผมอยากจะแสดงให้คนดูเห็นว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้จะมีลักษณะแบบนั้น โดยแต่ละเรื่องก็จะมีความแตกต่างไปจากเรื่องที่แล้วอย่างชัดเจน พอผมตระหนักได้แบบนั้น การทำงานกับภาพยนตร์เรื่องนี้ก็สนุกมากเลยครับ เพราะว่าผมไม่จำเป็นต้องทำเรื่องต่อเนื่องจากภาคที่แล้วเลย ผมกำลังทำภาพยนตร์เรื่องใหม่เลยต่างหากล่ะ 

เราสามารถคาดหวังอะไรจาก Glass Onion: A Knives Out Mystery ในเรื่องของคาแรกเตอร์ตัวละคร พล็อต และมุกตลกในนั้น

ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะดูตลกกว่า Knives Out นะครับ เพราะว่าผู้คนที่เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องแหละครับ ทั้งมหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยีที่เป็นจุดศูนย์กลางของเรื่อง และคุณก็มียูทูบเบอร์ที่เป็นอินฟลูฯ เน็ตไอดอลจากอินสตาแกรม แล้วก็มีนักการเมืองมาเกี่ยวข้องอีกด้วย พอเอามารวมกัน ทุกอย่างก็กลายเป็นคอมเมอดี้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ สำหรับผม มันเป็นเรื่องสนุกมากที่จะทำหนังตามตัวละครเหล่านี้ ผมรู้สึกว่าพวกเขาลงตัวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ฉากก็ลงตัวมากเช่นกันครับ และการได้เห็นแดเนียล เครกเล่นคอมเมอดี้แบบเต็มๆ ก็ทำให้ผมรู้สึกดีมากๆ เลยครับ ผมคิดว่าเขาดูตลกมากกว่าภาคที่แล้วมากเลยนะ 

คุณประทับใจอะไรในตัวแดเนียลในขณะที่พวกคุณได้ร่วมงานกันบ้าง

พวกเราทำงานด้วยกันคือสนุกมากเลยครับ เหตุผลทั้งหมดที่ผมยอมกำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะพวกเรามีช่วงเวลาดีๆ ร่วมกันนี่แหละครับ ตอนที่เราทำหนังภาคแรกด้วยกัน ระหว่างที่กำลังถ่ายๆ อยู่ เรามองหน้ากันแล้วก็พูดว่า ‘มันสนุกมากเลยนะ ถ้าเราไปต่อด้วยกันได้ ก็ไปต่อด้วยกันเถอะนะ’ แดเนียลไม่ใช่แค่เป็นหนึ่งในนักแสดงที่ดีที่สุดในโลกนี้เท่านั้น แต่เขายังเป็นมูฟวี่สตาร์อีกด้วยนะ ซึ่งนั่นคือคนละบทบาทเลย และก็ไม่ค่อยมีคนทำได้ทั้งสองบทบาท แต่เขานี่มาทั้งแพคเกจเลย สำหรับผมการได้เห็นเขามีความสุขระหว่างการแสดงเป็นเรื่องที่ดีมาก ผมก็คงจะทำงานกับเขาต่อไปเรื่อยๆ แหละครับ

บอกอะไรกับแฟนๆ ชาวไทยหน่อยสิ

สวัสดีครับ แฟนๆ หนังสืบสวนสอบสวนชาวไทย ผมหวังว่าทุกคนจะได้ดู Glass Onion: A Knives Out Mystery นะครับ มันเป็นหนังสืบสวนสอบสวนที่สนุกมากๆ หวังว่าทุกคนจะชอบนะครับ ขอบคุณครับ 

Glass Onion: A Knives Out Mystery กำลังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เร็วๆ นี้ และพร้อมสตรีมมิ่งทาง Netflix ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม เป็นต้นไป

Netflix เผยคาแรกเตอร์ Uncle Foster จากซีรีส์ WEDNESDAY เป็นครั้งแรกในตัวอย่างใหม่

g

เตรียมพบกับซีรีส์สุดสยองขวัญ WEDNESDAY เล่าเรื่องของครอบครัวอดัมส์ ได้อย่างเป็นทางการทาง Netflix ตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายนเป็นต้นไป และในระหว่างนี้ มาดูตัวอย่างใหม่ ที่เปิดคาแรกเตอร์ Uncle Foster อย่างเป็นทางการ

เปิด 4 ลุคสุดเท่ของ “ฮยอนบิน” จารชนโอปป้าตัวพ่อที่สาวๆ ทั่วโลกคลั่ง

ใกล้ระเบิดความมันส์ ความรั่วส์ข้ามโลกกันแล้ว สำหรับภาพยนตร์แอ็กชันคอเมดี้ “Confidential Assignment 2 จารชนโอปป้ารั่วส์ข้ามโลก” ที่ได้นักแสดงหนุ่มสุดฮอตอย่าง “ฮยอนบิน” แสดงนำร่วมกับ ยูแฮจิน, แดเนียล เฮนนีย์, จินซอนกยู และไอดอลชื่อดัง อิมยุนอา ฮยอนบินถือเป็นซุปตาร์ที่มีสาวๆ หมายปองและยกให้เป็นอีกหนึ่งสามีแห่งชาติทุกคนต่างหลงรัก โดยเฉพาะเมื่อเขารับบทนำในซีรี่ส์ชื่อดังอย่าง Crash Landing on you ซึ่งเป็นซีรี่ส์ที่ได้รับการต้อนรับและกระแสคำชมจากผู้ชมทั่วโลกพร้อมสร้างตำนานคู่จิ้นให้กลายเป็นคู่จริงได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้จะห่างหายจากการแสดงภาพยนตร์ไปนานถึง 4 ปี แต่ฮยอนบินยังคงความเป็นนักแสดงระดับเอลิสต์ที่มีฝีมือทางการแสดงอันดับต้นของเกาหลี ทำให้เขากลายเป็นนักแสดงหนุ่มที่แฟนๆต่างรอคอยและรอสนับสนุนผลงานต่างๆของเขามากที่สุด 

ก่อนที่จะได้ชมผลงานใหม่ของพระเอกที่ทุกคนหลงรัก วันนี้เราขอเปิดที่สุดของจารชนโอปป้า “ฮยอนบิน” กับ 4 ลุคโคตรเท่ที่ทำให้สาวๆคลั่งและอยากคว้ามาครอง 

ลุคสนามบิน 

ฮยอนบินถือเป็นนักแสดงเกาหลีใต้ที่มีการแต่งตัวที่ดูดีภูมิฐาน สมกาละเทศะอยู่เสมอ และแม้จะเป็นวันสบายๆที่สวมใส่เสื้อผ้าแบบน้อยชิ้น แต่เขาก็ยังคงหล่อสะดุดตาคนที่พบเห็นอยู่ตลอดเวลา 

ลุค Cover

นอกจากจะเป็นนักแสดงที่มีผลงานทั้งซีรี่ส์และภาพยนตร์ ฮยอนบินยังเป็นหนุ่มหล่อสุดฮอตที่แบรนด์ต่างๆ อยากได้มาเป็นแอมบาสเดอร์ ทำให้เขาได้รับโอกาส และได้รับเลือดให้เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์ต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงได้การถ่ายแบบและแฟชั่นให้กับนิตยสารชื่อดังต่างๆ มากมาย 

ลุคกาล่า

อีกลุคที่เชิดฉายและชวนหลงรักคือ การแต่งกายเวลาออกงานต่างๆ หลังจากที่ห่างหายไปจากจอภาพยนตร์มานาน ฮยอนบิน กลับมารับงานแสดงอีกครั้งในภาพยนตร์แอ็กชันคอเมดี้ฟอร์มใหญ่ ซึ่งทุกลุคที่เขาไปร่วมงานต่างๆทั้งงานแถลงข่าวภาพยนตร์ งานรอบปฐมทัศน์ของภาพยนตร์ก็ยังคงความโดดเด่นและประทับใจในทุกลุค

ลุคนักสืบ

อีกหนึ่งลุคที่ผู้หญิงทั่วโลกจะต้องคลั่งกับความเท่ แต่ฮากระจาย เมื่อฮยอนบินคัมแบ๊คกลับมารับงานแสดงในภาพยนตร์เรื่อง Confidential Assignment 2: International จารชนโอปป้า รั่วส์ข้ามโลก ซึ่งเขารับบทเป็น อิมชอลรยอง นักสืบมือพระกาฬจากเกาหลีเหนือที่ถูกส่งไปยังเกาหลีใต้เพื่อปฎิบัติภารกิจล่าอาชญากรข้ามชาติ จารชนโอปป้าสายโหดที่สามารถคว้าทุกอย่างมาเป็นอาวุธแม้กระทั่งไม้ตียุง งานนี้มันส์ ฮากระจายแน่ เมื่อเขาต้องมาร่วมมือกับ นักสืบสายมึนจากเกาหลีใต้, เจ้าหน้าที่เอฟบีไอจากสหรัฐอเมริกา และยูทูบเบอร์สาวสุดรั่วที่มาป่วนภารกิจล่าให้สนุกแบบทวีคูณ

Confidential Assignment 2 จารชนโอปป้ารั่วส์ข้ามโลกเข้าฉายตั้งแต่ 13 ตุลาคมเป็นต้นไปที่โรงภาพยนตร์

Timothée Chalamet นักแสดงมาดเท่เลือกสวมเสื้อแจ็คเก็ตแบบอสมมาตร กางเกงขายาวทรงสอบจากคอลเล็กชั่นล่าสุด SS2023 ของ Alexander McQueen

Timothée Chalamet สวมเสื้อแจ็คเก็ตแบบอสมมาตร กางเกงขายาวทรงสอบ พร้อมรองเท้าบูท Chelsea หนัง สีขาวล้วน ในรอบปฐมทัศน์ของภาพยนตร์ ‘Bones & All’ ที่งาน 66th BFI London Film Festival เมื่อวันเสาร์ที่ 8ตุลาคม จาก Alexander McQueen คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2023

LONDON, ENGLAND – OCTOBER 08: Timothée Chalamet attends the “Bones & All” premiere during the 66th BFI London Film Festival at The Royal Festival Hall on October 08, 2022 in London, England. (Photo by John Phillips/Getty Images for BFI)

rhunrun เรียบเรียง

สัมภาษณ์พิเศษ ‘ฮยอนบิน’ กับ Confidential Assignment 2 : International

อีกไม่นานแล้วที่ภาพยนตร์เรื่อง ‘Confidential Assignment 2 : International – จารชนโอปป้า รั่วส์ข้ามโลก’ จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ นอกจากจะได้ว่าที่คุณพ่อมือใหม่อย่าง ฮยอนบิน มารับบทนำหลังจากห่างหายจากจอภาพยนตร์ไปกว่า 4 ปีแล้ว ยังได้ยูแฮจิน นักแสดงตลกชั้นแนวหน้าของประเทศเกาหลี อิมยุนอา วิชวลคนสวยจาก Girl’s Generation แดเนียบ เฮนนีย์ โอปป้าระดับอินเตอร์ และจินซอนกยู นักแสดงแถวหน้ามาร่วมกันอย่างคับคั่ง

เรามีบทสัมภาษณ์พิเศษจากฮยอนบินมาให้ทุกคนเสพก่อนภาพยนตร์เรื่องนี้จะเข้าอย่างเป็นทางการในวันที่ 13 ตุลาคมนี้

ในเมื่อภรรยาของคุณ ซนเยจิน เคยร่วมงานกับอีซอกฮุน ผู้กำกับภาพยนตร์มาก่อน คุณได้ถามเธอก่อนไหมว่าการร่วมงานกับเขาเป็นยังไง

ฮยอนบิน:  แน่นอน ผมถามเธอก่อนเปิดกล้อง ว่าการร่วมงานกับอีซอกฮุนเป็นอย่างไรบ้าง เพราะเธอเคยร่วมงานกับเขาใน The Pirates เมื่อปี 2014 เธอเองก็แปลกใจนะ ที่คนขรึมๆ อย่างอีซอกฮุนสนใจทำหนังตลกอย่างเรื่องนี้ ผมไม่ได้ถามอะไรเธอไปกว่านั้น เพราะเราเองต่างเป็นนักแสดง รู้จักงานของตัวเองดีกว่าอีกฝ่ายอยู่แล้ว เราเลยต่างพยายามหลีกเลี่ยงคำแนะนำที่มันเกินความจำเป็นจนเกินไป

ความน่าสนใจของ Confidential Assignment 2

ฮยอนบิน: Confidential Assignment 2 มีความเข้มข้นของแอ็กชันแม้จะเพิ่มระดับแต่มันไม่ได้มีประเด็นตึงเครียดขนาดนั้น ภาพรวมจะดูผ่อนคลายและสนุก ผมอยากแสดงให้เห็นว่าตัวละครอิมชอลรยองคุ้นเคยดีกับชีวิตในเกาหลีใต้แล้ว เช่นเดียวกับการต้องต่อกรกับแจ็ก 

พูดถึงการร่วมงานกับนักแสดงในเรื่องอย่างยูแฮจิน อิมยุนอา และแดเนียล เฮนนีย์ เป็นยังไงบ้าง

ฮยอนบิน: เมื่อบรรยากาศโดยรวมของเรื่องมันผ่อนคลายขึ้น การทำงานในกองถ่ายก็เช่นกัน ผมกับเขา (ยูแฮจิน) แลกเปลี่ยนไอเดียกันตลอด แบบไม่มีฝ่ายใดเกรงใจอีกฝ่ายเลย เราคุ้นเคยกันดี  รวมถึงยุนอาเธอแสดงได้ดี ยิ่งในเรื่องนี้เธอปล่อยของยิ่งกว่าเดิม เธอทุ่มเทให้กับงานมาก เธอเป็นนักแสดงรุ่นใหม่ที่ผมเฝ้าติดตามผลงานตลอด ส่วนแดเนียล ผมเคยร่วมงานกับแดเนียล ในเรื่อง My Lovely Sam Soon เมื่อปี 2004 หลังจากนั้นเราแทบไม่ได้คุยกันเลย แต่พอกลับมาได้ทำงานกันอีกครั้งเรากลับมาสนิทกันได้เร็วมาก ทำงานไปถามไถ่ สารทุกข์สุขดิบกันไป

มีคนบอกว่าถ้าเมื่อไหร่ที่ฮยอนบินรับบทเป็นคนเกาหลีเหนือ รับรองได้ว่าโปรเจกต์นั้นต้องปังแน่นอน

ฮยอนบิน: ผมคงไม่รับบทเป็นคนเกาหลีเหนืออีกแล้ว ผมไม่รู้เหมือนกันว่ามันกลายเป็นแบบนี้ได้ยังไง ผมหัดพูดสำเนียงเกาหลีเหนืออยู่สามเดือนเพื่อถ่าย Confidential Assignment 2 สำเนียงเกาหลีเหนือใน Confidential Assignment มันต่างกับใน Crash Landing on You อยู่บ้าง ตอนที่ผมถ่าย Crash Landing on You ผมต้องพยายามลืมสำเนียงแบบ Confidential Assignment ไป ตอนนี้ผมต้องทำตรงกันข้าม แต่ผมพยายามสุดความสามารถเลยนะ

แล้วคุณต้องเตรียมตัวเล่นฉากแอ็กชันยังไงบ้างภาคนี้

ฮยอนบิน: ผมทุ่มเทอย่างหนักเพื่อทำให้ตัวละครชอลรยองดูมีมิติขึ้นในทุกแง่มุม เราเพิ่มระดับความมันส์ของฉากแอ็กชัน ผมต้องฝึกการใช้สลิงและฝึกยิงปืนกับทีมสตันต์ ฝึกแบบเข้มข้นเลยทีเดียว ผมยังต้องหยิบเอาของใกล้ตัวมาเป็นอาวุธเหมือนเดิม     อย่างในภาคแรกชอลรยองและจินแทใช้กระดาษชำระเปียกเป็นอาวุธ ซึ่งมันฮาใช่เล่น ในภาคนี้ชอลรยองใช้ไม้ตีแมลงวันแช่ซุปเผ็ดเป็นอาวุธในการจัดการวายร้าย นี่ยังไม่นับฉากเปิดเรื่องที่เป็นการดวลปืนกลางนิวยอร์ก ต้องขอบคุณทีมงานที่จำลองย่านถโซโห มันใช้เวลาสร้างกว่าหกเดือน พวกเขาสร้างฉากที่มีถนน 4 เลน ความยาว 100 เมตร รับรองว่ามันจะเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของหนังเรื่องนี้เลย

ติดตามชม ‘Confidential Assignment 2 : International – จารชนโอปป้า รั่วส์ข้ามโลก’ 13 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

THE TEERADON’S METHOD

90 วัน กับภารกิจอันยิ่งใหญ่ในประเทศออสเตรเลีย รอยยิ้มและคราบน้ำตาจากบทบาทใหม่ที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน

Photographer: Perakorn Voratananchai

Direction by: Napat Roongruang

Author: Neeraj Trirongaubon

23 มิถุนายน 2561 เวลา 22:00 น. เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้รับแจ้งว่ามีผู้ติดอยู่ในถ้ำหลวง 13 ชีวิต

“ถ้าเป็นคนดูที่ไม่ใช่คนไทย คิดว่าไม่มีใครจำผมได้ เพราะแต่ละบทที่รับมาไม่เคยเหมือนกันเลย” ไม่รู้ว่าอะไรอยู่ในหัวของเจมส์ – ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ ถึงทำให้เขาตอบกับเราแบบนี้เพียงเพราะเราถามว่าอยากให้คนดูคาดหวังอะไรในตัวเขา ในช่วงกลางเรื่องของภาพยนตร์ Thirteen Lives เราแทบจำเขาไม่ได้เพราะหน้าตาผอมซูบจนเห็นกระดูกโครงหน้าอันชัดเจนและเบ้าตาที่ลึกลงไปอย่างน่าใจหาย เจมส์ต้องรับบทเป็น ‘โค้ชเอก’ (เอกพล จันทะวงษ์) 1 ใน 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงนับสิบวันเพราะระดับน้ำเพิ่มสูงจนไม่สามารถออกมาได้ นี่เป็นความท้าทายครั้งใหม่ของเขาที่ต้องเล่นเป็นคนอื่นซึ่งมีชีวิตอยู่จริง เจมส์ค่อยๆ เปลี่ยนตัวเองเป็นโค้ชเอกจากการดูคลิปในอินเทอร์เน็ตทุกวัน เลียนแบบสำเนียงและท่าทาง รวมทั้งสายตาของชาวแม่สายที่ไร้รัฐไร้สัญชาติผู้ต้องดูแลเยาวชนอีก 12 ชีวิตให้รอดไปพร้อมกัน

“ผมเริ่มได้ยินข่าวจากทวิตเตอร์ประมาณ 2 วันหลังเกิดเหตุเพราะติดเทรนด์ขึ้นมา ตอนแรกที่เห็นก็คิดว่าวันสองวันคงจะออกมาแล้ว รู้สึกว่าไม่ใช่เหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่อะไร แต่สักพักหนึ่ง พอเวลามันเริ่มผ่านไปหลายๆ วัน หน่วยซีลเริ่มเข้าไปแล้วช่วยไม่ได้ ยังไม่เจอ ก็เริ่มรู้สึกว่ามันซีเรียสเหมือนกันนะ ผมก็ตามอยู่เรื่อยๆ เพราะตอนนั้นเป็นข่าวใหญ่มากทั้งในประเทศไทย แล้วก็สำหรับคนทั้งโลกเหมือนกัน” เขานึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์วันนั้นในฐานะผู้ชมที่เฝ้ามองอย่างสนใจ “ผมว่า (นิ่งคิด) มันเป็นภารกิจที่ดูเป็นไปไม่ได้ เรียกอย่างนั้นดีกว่า ทุกคนเลยอยากช่วย เรามีเป้าหมายเดียวกันทั้งโลก อยากจะช่วยพวกเขาออกมาให้ได้ เป้าหมายนี้มันใหญ่มาก”

26 มิถุนายน 2561 เวลา 20:00 น. ทีมกู้ภัยจากองค์กร British Cave Rescue Council มาถึงถ้ำหลวง

“ทุกคนต้องแคสต์หมดเลย” เจมส์เริ่มเล่าขั้นตอนคัดเลือกนักแสดงตั้งแต่ช่วงแรกให้ฟัง “คนไทยทุกคนก็ทำการแคสต์โดยเอเจนซี่ของไทย ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าแคสต์เป็นบทอะไรไม่รู้ว่าแคสต์เรื่องอะไรด้วย ไม่รู้อะไรเลย แต่เขาบอกว่าเป็นหนังต่างประเทศ โปรดักชั่นใหญ่ รู้แค่ว่าเล่นเป็นโค้ช ก็ลองแคสต์ดู หลังจากนั้นอีกหนึ่งอาทิตย์เขาก็บอกว่าอยากแคสต์อีกรอบ คราวนี้จะให้วิดีโอคอลกับรอน (รอน ฮาวเวิร์ดผู้กำกับ) โห ยิ่งใหญ่แล้วนะ ไม่ได้คิดว่าจะได้ เพราะต้องเล่นเป็นบุคคลที่มีอยู่จริง รูปลักษณ์หน้าตาเราก็ไม่ได้เหมือนโค้ชเอกตัวจริง คิดว่าเราคงไม่ได้ แต่หลังจากนั้น 3 วันทีมงานก็โทรมาบอกว่า รอนเขาเลือกนะ เดี๋ยวทำวีซ่า สิ้นเดือนต้องบินเลย ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ขั้นตอนทุกอย่างเกิดขึ้นในระยะเวลาแค่เดือนครึ่งเอง

“ผมดูคลิปโค้ชเอกทุกวันเลยนะ แล้วก็พูดเลียนเสียงเขาพูดตามประโยคที่เขาพูด ก็อปปี้ไปเรื่อยๆ แล้วก็ต้องไปฝึกภาษาเหนือเพิ่ม สังเกตว่าเวลาออกสื่อเขาจะพูดเป็นสำเนียงกลาง แต่พออยู่กับเด็กเขาก็จะพูดเป็นภาษาถิ่นเชียงราย ซึ่งผมรู้ว่ามันแตกต่างกับเชียงใหม่” ถ้าเอาประโยคแรกของบทสัมภาษณ์นี้ทาบกับผลงานของเขาที่ผ่านมาก็จะรู้ว่าสิ่งที่เจมส์พูดไม่ใช่เรื่องโกหก เขาเคยรับบทเด็กนักเรียนมัธยม หนุ่มสกินเฮด เด็กรวยลูกเจ้าของโรงแรม และเด็กเนิร์ดที่เฝ้ามองคนในตระกูลห้ำหั่นกันเอง เหมือนกับครั้งนี้ เจมส์นับหนึ่งใหม่กับหลายอย่างในชีวิต มีภารกิจซ้อนภารกิจมากมายที่เขาต้องเริ่มก่อนการถ่ายทำ “ต้องทำหลายอย่างทั้งฝึกนั่งสมาธิ พูดสำเนียงเหนือ ลดน้ำหนักด้วย ผมไม่เคยนั่งสมาธิเลย มาศึกษาเพราะเรื่องนี้นี่แหละ ไปอยู่วัด ไปนอนวัด ไปให้พระสอนการนั่งสมาธิ ก็รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ดีนะมันทำให้เรามีสมาธิกับการทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตได้มากขึ้นเราโฟกัสกับสิ่งต่างๆ ที่จะทำได้มากขึ้น รับรู้ได้มากขึ้น พอถึงเวลาที่ต้องซ้อมกับเด็กหลายๆ คน ก็พยายามลิ้งก์เข้ากับบทที่ต้องสอนให้เด็กนั่งสมาธิตอนอยู่ในถ้ำ ทุกการซ้อม ผมจะนำเด็กนั่งสมาธิก่อนเวิร์กช็อป 10 นาที แล้วก็หลังเวิร์กช็อปอีก 10 นาทีเป็นเหมือนแอคติ้งโค้ชช่วยสอนเด็กๆ ไปด้วย ตอนแรกน้องจะซนหน่อย แต่พอถึงเวลาทำงานจริงพวกเขาตั้งใจมากนะ ได้ความเรียลมากๆ แม้แต่วิกโก้ (วิกโก มอร์เทนเซน) กับคอลลิน (โคลิน ฟาร์เรล) ก็บอกว่าอะเมซิ่งมากตั้งแต่วันแรก”

2 กรกฎาคม 2561 เวลา 21:38 น. นักประดาน้ำชาวอังกฤษ 2 คน ได้ค้นพบผู้รอดชีวิตทั้ง 13 คน

ในภาพจำของเรา เจมส์เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความมั่นใจสูง และเป็นตัวของตัวเองอย่างถึงที่สุด เขาเคยผ่านงานในวงการมาหลายประเภทจนไม่น่าจะมีอะไรเป็นอุปสรรคในอาชีพของเขาได้อีกแล้ว แต่ความเป็นจริงที่เจมส์ต้องเผชิญมันไม่ได้ง่ายอย่างนั้น“ผมพยายามนำเสนอสิ่งที่ได้รับมอบหมายออกมาให้ดีที่สุด ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด สิ่งที่ต้องปรับตัวคือการไปถ่ายที่ออสเตรเลียนาน 3 เดือน ภาษาที่ใช้สื่อสารก็แตกต่าง พยายามฝึกมาเพราะผมไม่ได้มีภาษาอังกฤษที่แข็งแรง เวลานั่งรถไปโลเคชั่นจะใช้เวลาประมาณ 40 นาที เราก็คุยกับคนขับรถไปเรื่อยๆ อ่านหนังสือภาษาอังกฤษ อยู่ให้มันคุ้นชินมากขึ้น แต่เรื่องงานไม่กังวลอะไรมาก เพราะระบบในกองถ่ายมันมีความคล้ายกันอยู่แล้วในความเป็นสากลของการทำงาน

“ผมว่าทีมโปรดักชั่นจากต่างประเทศมี work-life balance ดีมาก” เราไม่คิดว่าเจมส์จะเปิดด้วยประโยคนี้หลังจากที่เราถามว่าเขาได้เรียนรู้อะไรจากการทำงานกับกองถ่ายในต่างประเทศ เจมส์นิ่งคิดสักพักแล้วอธิบายความอึดอัดของเขาออกมาเพื่อให้เราเข้าใจมากขึ้น “พวกเขาทำงาน 10-12 ชั่วโมงแล้วผมว่าด้วยเวลาเท่านี้เราสามารถดึงศักยภาพของตัวเองออกมาได้ ที่จริงกองถ่ายในไทยก็ควรเป็นอย่างนี้ ผมว่าการทำงาน16 ชั่วโมงมันไม่เมคเซนส์เลย พูดตรงๆ เลยว่า work-lifebalance ไม่มี ยังไม่รวมตอนแหกคิวไปอีก ผมรู้สึกว่าสิ่งนี้เมคเซนส์สุดแล้ว ถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้ประเทศไทยมาถึงจุดนี้เหมือนกัน การที่เรามีสหภาพแรงงาน มีระบบ มีระเบียบการทำงานที่ชัดเจน จะสร้างคุณภาพชีวิตคนในกองให้ดี เพราะว่าทุกวันนี้กฎหมายยังเรียกการถ่ายหนังว่ากิจกรรมอยู่เลย (ถอนหายใจ) ไหนจะกฎหมายคุ้มครองแรงงานอีก เราควรทำสิ่งนี้ได้แล้ว เราไม่ควรโลกสวยโดยมองว่าการทำงานแบบ 24 ชั่วโมงคือความทุ่มเท Nah! Sh*t! ผมว่ามันไม่เท่ จะเท่กว่าคือมี 12 ชั่วโมงแล้วถ่ายจบ คุณภาพออกมาดี ทำให้ทุกคนมี work-life balance อันนี้เท่กว่า เราเห็นคนในกองถ่ายทำงานหนัก เริ่ม 6 โมง เสร็จ 4 ทุ่ม บางคิวเลทไปถึงเที่ยงคืน กว่าจะถึงบ้าน แล้วนัดกองอีกวันนึงคือ 6 โมงเช้า แล้วทีมไฟที่กลับทีหลังแต่มาก่อน เฮ่ย!นอนน้อยตายไวนะ เข้าใจปะ ชีวิตมันจะสั้นลง นี่คือเรื่องจริง!”

8 กรกฎาคม 2561 เวลา 17:40 น. เจ้าหน้าที่นำเยาวชนคนแรกออกจากถ้ำหลวงได้สำเร็จ

ภารกิจของเจมส์สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ภาพยนตร์เรื่อง Thirteen Lives ถือเป็นความสำเร็จอีกหนึ่งขั้นของเขาในฐานะนักแสดงที่พาตัวเองออกไปสู่คนดูระดับสากลบนแพลตฟอร์มที่มีสมาชิกทั่วโลกไม่ต่ำกว่า 200 ล้านคน “ไม่รู้ว่ามันจะไปไกลได้ขนาดไหน แต่นี่เป็นโอกาสแรกของผม สำหรับผมมันยิ่งใหญ่มาก แค่เป็นจุดเล็กๆ ในตรงนั้นได้เราก็ดีใจแล้ว มันสำคัญมาก หมายถึงว่าเราไม่รู้ว่าผลลัพธ์มันจะเป็นยังไง แต่วันนี้เราดีใจมากที่ได้มาถึงตรงนี้ มันมีโอกาสที่มาถึงเรา แล้วเราไปตรงนั้นได้ เป็นความท้าทายที่สนุก ผมชอบความท้าทาย ชอบสิ่งที่ดูจะไม่ใช่เราเลยแต่ต้องเป็นให้ได้ เรียกว่าเป็นความสนุกละกัน” แม้จะยากแค่ไหน แต่ก็ยังดีที่เจมส์มองประสบการณ์เหล่านี้เป็นเรื่องสนุก 8 ปีในวงการบันเทิงอาจเป็นเพียงช่วงเวลาบ่มเพาะให้เขาไปต่อกับภารกิจอันยิ่งใหญ่กว่านี้ ยังมีความสนุกอีกหลายดีกรีที่เราอยากเห็นจากเขา และหวังว่าจะมีโอกาสได้เห็นจริงๆ ในสักวัน

10 กรกฎาคม 2561 เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเยาวชนนักฟุตบอลและผู้ช่วยผู้ฝึกสอนได้ครบทั้ง 13 คน

สามารถรับชมภาพยนตร์เรื่อง Thirteen Lives ได้ที่ Prime Video