สัมภาษณ์พิเศษผู้กำกับและนักแสดงนำจาก Sweet Home ออริจินัลซีรีส์เรื่องล่าสุดจาก Netflix

Sweet Home ออริจินัลซีรีส์เรื่องล่าสุดจาก Netflix ว่าด้วยเรื่องแรงปรารถนาภายในใจของผู้คนที่เปลี่ยนให้คนกลายเป็นสัตว์ประหลาด โดยสร้างจากมังงะยอดนิยมใน Webtoon ของฮวังยังซาน ซึ่งเขาเองก็ได้มาร่วมได้อีอึงบก ผู้กำกับฝีมือดีที่เคยได้ฝากฝีมือไว้ในซีรีส์ชื่อดังหลากหลายเรื่องทั้ง Guardian: The Lonely and Great God และ Mr. Sunshine ร่วมด้วยนักแสดงอย่างซงคัง อีจินอุค อีชียอง อีโดฮยอน พัคกยูยอง โกยุนจอง คิมนัมฮี และโกมินซีมาร่วมงาน

เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังรุนแรงอยู่ในประเทศเกาหลีใต้ งานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์จึงเป็นการจัดออนไลน์ ลอฟฟีเซียล ออมส์ ไทยแลน์มีบทสัมภาษณ์ของทั้งนักแสดงและผู้กำกับมาฝากแฟนๆ ทุกคน

บทสัมภาษณ์ผู้กำกับ

เกาหลีเป็นประเทศที่สะท้อนความคิดผู้คนผ่านผลงานบันเทิงมากมาย สำหรับ Sweethome คุณได้ซ่อนแมสเสจหรือความคิดบางเรื่องอะไรเอาไว้ไหม ที่คนดูอาจจะยังไม่ทันสังเกต

แมสเสจที่ใส่ไว้เนี่ย คิดว่าถ้าผู้ชมสังเกตไม่ทันน่าจะไม่ได้ เลยตั้งใจใส่แมสเสจที่คิดว่าผู้ชมจะเห็นได้ชัดเจนไว้ค่อนข้างเยอะ และตั้งใจใส่จุดต่างๆ ที่จะทำให้คาดเดาเกี่ยวกับตัวละครแต่ละตัวไว้ตั้งแต่ตอนที่ 1 เลย ถ้าลองสังเกตไปด้วยระหว่างชมน่าจะสนุกขึ้น

K-Monster จะมีความแตกต่างอย่างไรกับ Hollywood-Monster บ้าง

สำหรับ K-Monster ตอนนี้ยังอยู่ในก้าวแรกอยู่ แต่ในอนาคตจะต้องพัฒนาไปไกลแน่นอน อยากให้รอติดตามชมกันด้วย ส่วนมอนสเตอร์หรือสัตว์ประหลาดที่อิงมาจากเว็บตูน Sweet Home จะมีลักษณะที่คล้ายมนุษย์ค่อนข้างมาก ทั้งในด้านรูปร่างและลักษณะนิสัย ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นจุดที่ต่างกับ Hollywood Monster 

คุณทำงานร่วมกับนักเขียนและนักวาดภาพประกอบจาก Webtoon อย่างไร มีคำแนะนำอะไรจากพวกเขาที่ช่วยให้คุณถ่ายทอดบุคลิกลักษณะและอารมณ์ของตัวละครออกมาในซีรีส์บ้าง

ได้รับกำลังใจจากนักเขียนเว็บตูนมากกว่า เพราะในส่วนของการร่วมงาน ตอนนั้นเอาท์ไลน์ของเรื่องยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ก็จะมีช่วงที่คอยแลกเปลี่ยน synopsis ของเรื่องด้วยกันอยู่เรื่อยๆ ในส่วนของการแสดงออกอารมณ์ของสัตว์ประหลาด ก็เป็นจุดที่ยากสำหรับผมเหมือนกัน แต่ได้รับการช่วยเหลือจากนักออกแบบท่าเต้น คุณคิมซอลจิน ช่วยกันศึกษาค้นคว้าและออกแบบวิธีการเคลื่อนไหวของมอนสเตอร์ด้วยกัน และนำไปใส่ซีจีต่อ

คุณได้กำกับซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จมาหลายเรื่อง คุณรู้สึกกดดันตัวเองในทุกครั้งที่ต้องเริ่มต้น

ถ้าบอกว่าไม่กดดันก็คงจะโกหก แต่พยายามจะกดดันตัวเองให้น้อยที่สุด ครั้งนี้เลือกชิ้นงานที่ท้าทายและเสี่ยง เลยคิดว่าถ้าออกมาไม่ดี ก็คงโดนต่อว่าไม่มากเท่าไหร่ ก็เลยคิดว่า ถ้าจะเจ๊งก็มาเจ๊งแบบที่เราสนุกด้วยดีกว่า

ในทีมนักแสดงของเรื่องมีใครที่ทำให้คุณรู้สึกเซอร์ไพรส์เป็นพิเศษระหว่างการร่วมงานกัน

แต่ละอีพีก็จะต่างกันไป คุณคิมนัมฮีก็ประทับใจมาก คุณซงคังก็สื่อสารอารมณ์ได้ดีมาก คุณอีจินอุคในบทพยอนซังอุกก็แสดงอารมณ์สองด้านออกมาได้อย่างดี ทั้งมุมที่บ้าคลั่งและมุมที่บริสุทธิ์ สำหรับคุณอีชียองที่รับบทซออีกยอง ทุกท่านน่าจะได้เห็นแล้วว่า แสดงบทบาทนักสู้หญิงที่ยอดเยี่ยมมาก นอกจากนี้ก็ยังมีนักแสดงอีกหลายท่านที่ทำให้รู้สึกเซอร์ไพร์สอยู่ตลอด

เห็นว่าเรื่องนี้ใช้ทุนสร้างเยอะมาก จุดไหนที่ทีมผู้สร้างทุ่มเท และอยากภูมิใจนำเสนอมากที่สุด 

จุดที่ภูมิใจนำเสนอที่สุด คือ การรวมตัวกันของนักแสดงในเรื่องที่ลงตัวมาก ด้วยความที่เป็นซีรีส์เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตและภัยพิบัติ เลยจะมีฉากที่ต้องรวมตัวกันเยอะ ถ้ากลุ่มนักแสดงไม่ลงตัว ซีรีส์ก็คงจะเละเทะมาก ในส่วนของจุดที่ทุ่มเท น่าจะเป็นจุดที่ผู้ชมจะเห็นจากผลลัพธ์ในซีรีส์ นั่นก็คือ ก้าวแรกในการผลิตสัตว์ประหลาดออกมาในรูปแบบต่างๆ ที่ท้าทาย 

ทีมนักแสดงในเรื่องเยอะมาก มีทั้งนักแสดงที่อยู่ในวงการมานานและนักแสดงรุ่นใหม่ อยากให้คุณช่วยเล่าจุดเด่นของนักแสดงแต่ละคนให้ฟังหน่อย และคุณมีวิธีปรับให้นักแสดงทั้ง 2 รุ่นแสดงร่วมกันได้อย่างกลมกลืนอย่างไร

นอกจากจะมีนักแสดงรุ่นใหม่เยอะแล้ว ยังมีนักแสดงหลายท่านที่แสดงซีรีส์เป็นครั้งแรก นักแสดงเหล่านั้นมาทานข้าวที่กองด้วยกัน (ที่เกาหลีจะเรียกเป็น รถข้าว) รวมตัวกันโดยที่ไม่เกี่ยงว่าใครเป็นนักแสดงที่อยู่วงการมานานแค่ไหนแล้ว ทุกคนเข้ากันได้ดีมากโดยไม่ต้องพึ่งไดเรกติ้งพิเศษใดๆ จากผม คิดว่าน่าจะเป็นพลังของข้าวกอง เวลาทานข้าวทุกคนดูปรองดองกันมาก และมันก็ลากยาวไปจนถึงเวลาเข้าฉาก ผมเลยไม่ต้องทำอะไรมาก สนุกสนานมาก

จุดเด่นของนักแสดงแต่ละคน: 

ซงคัง: แสดงอารมณ์และสายตาโดยที่ไม่มีบทพูดได้ดี  รู้จักอารมณ์เศร้าและแสดงมันออกมาได้ดีมาก

อึนฮยอกและอึนยู: ไม่ค่อยแสดงออกเช่นกัน แต่สามารถโชว์อารมณ์สองด้านที่แตกต่างออกมาได้ดี อย่างเช่น ตอนที่อยู่ใน trailer ที่อึนฮยอกพูดว่า “สงสัยโลกจะแตกแล้ว”

อีจินอุค: สลับเปลี่ยนการสื่อสายตาได้หลายรูปแบบ จุดเด่นคือสามารถแสดงสายตาที่สื่อทั้งอารมณ์ของคนที่โหดเหี้ยมและอารมณ์ของเด็กน้อยออกมาได้ในเวลาเดียวกัน

อีชียอง: เคยบอกไปว่าถ้าออกกำลังกายมาน่าจะดี แต่ก็ไม่ได้บังคับอะไร แต่พอเจออีกทีก็มาพร้อมกับกล้ามหน้าท้องเลย ออกมาเท่มาก ๆ

Netflix เป็นแพลทฟอร์มที่เปิดกว้างในการถ่ายทอดเรื่องราว และยังไปถึงคนดูทั่วโลก Sweet Home เป็นออริจินัลซีรีส์ของ Netflix อยากรู้ว่าคุณต้องปรับช่วงพรีโปรดักชั่นยังไงบ้าง และกระบวนการทำงานแตกต่างจากซีรีส์สำหรับช่องโทรทัศน์ในเกาหลีอย่างไรบ้าง 

ในส่วนของพรีโปรดักชั่น จุดที่สำคัญคือจำนวนตอนและคุณภาพของละคร สตรีมมิ่งจะมีจำนวนตอนได้มากกว่าละครโทรทัศน์ ผู้กำกับสามารถตัดต่อและส่งงานไปให้มากเท่าที่คิดว่าเหมาะสมกับละครได้ ซึ่งเป็นส่วนที่สนุกมากในขั้นตอนโปรดักชั่น นอกจากนี้ เนื่องจากผมอยากให้ทุกท่านได้ชม Sweet Home กันไว ๆ จึงเตรียมช่วงพรีโปรดักชั่นและช่วงโปรดักชั่นพร้อมกันเลย ในระหว่างที่เขียนบทก็ออกแบบสัตว์ประหลาดไปด้วย ระหว่างออกแบบสัตว์ประหลาดก็หา cg solution สำหรับโพสโปรดักชั่นไปด้วย เริ่มวางแผนตั้งแต่ประมาณช่วงกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว และตอนนี้ก็ได้นำมาให้ทุกท่านได้ชมกัน

สเปเชียลเอฟเฟกต์ของ Sweet Home ที่แตกต่างจากซีรีส์ทุกเรื่องของเกาหลีคืออะไร

จุดที่ต่างจากซีรีส์เรื่องอื่นก็คือ ไม่มีคัทไหนที่ไม่ใส่ซีจีลงไปเลย ซึ่งเป็นจุดที่เหนื่อยมาก และก็เป็นเรื่องแรกที่มีสัตวต์ประหลาดออกมาหลายรูปแบบ พยายามใส่ซีจีเข้าไปเยอะเพื่อให้ทุกอย่างออกมาครอบคลุม คิดว่าน่าจะเป็นจุดที่ยังไม่เคยเห็นในหนังหรือซีรีส์เรื่องอื่นๆ ที่ออกมาตอนนี้ ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ

คุณคิดว่าซีรีส์เรื่องนี้สะท้อนภาพสังคมในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัวและเครียดได้อย่างไร และอะไรในเรื่องที่คุณคิดว่าสามารถถ่ายทอดภาพของสังคมเกาหลีในปัจจุบันได้ดี

ไม่น่าจะสะท้อนแค่สังคมเกาหลีอย่างเดียว แต่พยายามแสดงภาพการเพิกเฉยต่อคนที่ถูกทอดทิ้ง ความอมนุษย์ โดยเรียกสิ่งเหล่านี้ว่า “การกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาด” ซึ่งเป็นส่วนที่แสดงถึงประเด็นที่ว่า “มนุษย์จะสามารถช่วยเหลือมนุษย์กันเองได้หรือไม่” ออกมาได้อย่างดี ครั้งแรกที่ได้อ่านเว็บตูนนี้เป็นช่วงก่อนจะเกิดโควิด แต่ตอนนั้นผมก็มองท้องฟ้าของกรุงโซลที่มีปัญหาเรื่องฝุ่น pm และรู้สึกถึงอารมณ์ดิสโทเปีย (dystopia) ณ ตอนนั้นรู้สึกว่า อยากเห็นท้องฟ้าที่เป็นสีฟ้าจริง ๆ แต่ในตอนนี้ที่เกิดโควิดขึ้น เป็นโรคระบาดไปทั่วโลก ทำให้เกิดคำถามนั้นขึ้นอีกครั้งว่า ท้ายที่สุดแล้วมนุษย์จะสามารถช่วยมนุษย์กันเองไว้ได้รึเปล่า

มีเรื่องอะไรน่าจดจำในระหว่างการถ่ายทำที่สามารถแชร์ร่วมกับเราได้บ้างไหม

น่าจะเป็นฉากที่ถ่ายทำเป็นฉากสุดท้าย รู้สึกว่า เอ้อ ถ่ายจบสักที เป็นฉากที่หิมะตก จะอยู่ตอนแรกสุดของอีพีแรกเลย แต่ว่าเป็นฉากที่ถ่ายทำท้ายสุด ก็เลยประทับใจที่สุด แล้วก็มีฉากที่เศร้าๆ อีกหลายฉากที่ประทับใจ

Sweet Home ดัดแปลงมาจาก Webtoon คุณให้สัมภาษณ์ว่าทำงานพร้อมๆ กับตอนที่เวบตูนออก ทำงานกับนักเขียนคิมคันบี และฮวังยังชาน เพิ่มเติมอย่างไรบ้าง ในการสร้างความแปลกใหม่ให้ซีรีส์เรื่องนี้

ต้องพูดว่านักเขียนทั้งสองท่านให้ความใส่ใจเป็นพิเศษมากกว่าทำงานร่วมกัน ส่วนที่เพิ่มเติมเข้าไปมีอยู่ในหลายตอนเลย แต่จุดเด่นที่สุดที่เพิ่มไป คือตัวละครซออีกยอง ส่วนอื่น ๆ ถ้าบอกตอนนี้น่าจะเป็นการสปอย พาร์ทหลังๆ สนุกมากกว่านี้อีก

บทสัมภาษณ์นักแสดง

ในฐานะที่เป็นแฟนเว็บตูนเรื่อง Sweet Home มาก่อน พอได้มาเล่นซีรีส์จากเว็บตูนที่ตัวเองชอบรู้สึกยังไงบ้าง และการได้มาแสดงเป็นตัวละครเองความรู้สึกแตกต่างจากการเป็นผู้อ่านอย่างไร 

ซงคัง: ตอนอ่านเว็บตูน รู้สึกเข้าใจตัวละคร มีความรู้สึกร่วมไปด้วย แต่พอมาแสดงก็คิดเยอะมากว่าจะทำยังไงให้คล้ายคลึงและกลมกลืนกับตัวละครได้มากที่สุด จะแสดงความในใจของชาฮยอนซูออกมายังไงได้บ้าง

คุณคิดว่าซีรีส์เรื่องนี้ หรือบทบาทที่คุณได้รับนั้นสะท้อนพฤติกรรมของมนุษย์ในสังคมปัจจุบันได้อย่างไร 

ซงคัง: คิดว่าซีรีส์สะท้อนภาพสังคมที่กลายเป็นสังคมปัจเจกนิยม คนสนใจแต่ตัวเอง ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้เกิดความโลภและกิเลสต่างๆ คิดว่าเป็นละครที่ทำให้เราได้ย้อนกลับมาคิดทบทวนเรื่องของความโลภเหล่านั้น

อีชียอง: ภัยพิบัติจะมาถึงตัวใครก็ได้ ถึงแม้ฉันจะแสดงบทผู้หญิง แต่ไม่ใช่แค่ผู้หญิงเท่านั้น คนแก่หรือแม้แต่เด็ก เมื่อเจอสถานการณ์ภัยพิบัติ เพื่อปกป้องคนที่เรารักหรือสิ่งที่สำคัญกับเราแล้ว ใคร ๆ ก็สามารถกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งได้ และเหมือนกับที่คุณซงคังได้กล่าวไป ปัญหาของปัจเจกนิยมมีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในเมื่อเกิดวิกฤต เราจะรวมพลังและพิชิตมันได้

ด้วยความที่คุณอีจินอุคเป็นนักแสดงมากประสบการณ์ ผ่านผลงานมาเยอะมาก บทบาทที่คุณแสดงในเรื่องนี้มีด้านไหนที่แฟนๆ จะได้สัมผัสความแตกต่างจากผลงานที่ผ่านๆ มาของคุณ

อีจินอุค: ใช่แล้วครับ บทบาทก่อนหน้านี้ที่ผมเคยแสดง ส่วนมากจะเป็นบทที่ทุกคนคุ้นเคยกันและสามารถจินตนาการออก แต่คราวนี้เป็นบทบาทที่คิดว่าแฟนๆ น่าจะจินตนาการกันไม่ออก อยากจะให้แฟนๆ มองว่าเป็นตัวละครตัวนึง ถ้าหากเป็นเช่นนั้นได้ จะรู้สึกเป็นเกียรติมากในฐานะนักแสดง อยากให้ทุกคนมองว่านี่ไม่ใช่อีจินอุคในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง แต่เป็นนักแสดงอีจินอุค เป็นพยอนซังอุก

จากเรื่องปีศาจที่เราเห็นมาจากตัวมนุษย์เอง สำหรับคุณ อะไรคือความปรารถนาของมนุษย์ที่คุณคิดว่าน่ากลัวที่สุดในปัจจุบันนี้

ซงคัง: ความเห็นแก่ตัว สนใจแต่ตัวเอง (ปัจเจกนิยม) 

อีโดฮยอน: เห็นด้วย

อีจินอุค: คิดว่าน่าจะเป็นพื้นฐานของสิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้อยากจะสื่อถึง

นอกเหนือจากตัวละครของตัวเองแล้ว มีตัวละครไหนที่ทำให้คุณรู้สึกประทับใจเป็นพิเศษบ้าง

อีโดฮยอน: ผมประทับใจตัวละครฮยอนซูมากที่สุด ตั้งแต่ตอนที่ได้อ่านเว็บตูน และตอนที่ถ่ายทำก็เช่นกัน เราจะเห็นทั้งภาพในจินตนาการและภาพความเป็นจริงของฮยอนซู ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นภาพของมนุษย์เราที่ใช้ชีวิตอยู่จริงๆ เลยประทับใจที่สุด

อีจินอุค: ประทับใจทุกตัวละครเลย แต่คิดว่าน่าจะประทับใจตัวละครชาฮยอนซู ที่คุณซงคังเล่นมากที่สุด คุณซงคังแสดงบทบาทของนักเรียนที่จะช่วยปกป้องรักษาอนาคตของพวกเราไว้ได้ดีมาก เป็นตัวละครที่จะนำพาไปสู่อนาคตที่ดี อยากให้ผู้ชมได้ปฏิบัติตามตัวละครของฮยอนซูที่มีจิตใจที่ดีงาม

อีชียอง: คิดว่าพยอนซังอุคเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์มาก เป็นตัวละครที่ดูมีความเหงา และมีความน่ากลัว แต่ก็เป็นตัวละครที่มีความเป็นมนุษย์มากที่สุด มีเสน่ห์มาก

ซงคัง: ผมก็คิดว่าตัวละครทุกตัวมีเสน่ห์มาก แต่ส่วนตัวชอบตัวละครอีกยอง เพราะชอบออกกำลังกาย คิดว่าเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์และเท่มาก

เรื่องนี้คุณใช้เวลาแต่งหน้ากับแต่งสเปลเชียลเอฟเฟกต์นานแค่ไหนก่อนจะได้เข้าฉาก

อีจินอุค: ผมต้องแต่งแผลรอยไหม้ แล้วแต่ว่าฉากนั้นจะเห็นเยอะแค่ไหนด้วย ช่วงแรกๆ ยังไม่ค่อยชิน เลยใช้เวลาประมาณหนึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง หลังจากนั้นเริ่มชินขึ้นเลยใช้เวลาไม่เกินหนึ่งชั่วโมง การแต่งหน้าก็ยาก แต่ที่ลำบากจริงๆ คือการล้างหน้าหลังจากถ่ายเสร็จ ล้างยากมาก แล้วก็เจ็บด้วย ผมเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ออกจากห้องแต่งหน้าคนสุดท้ายเลย

คุณคาดหวังอะไรจากทั้งแฟนๆ และจากตัวเองหลังจากซีรีส์เรื่องนี้ออกฉาย

อีจินอุค: ถึงแม้จะต่างจากสถานการณ์ในละครของพวกเรา แต่ตอนนี้ทุกคนก็กำลังประสบกับสถานการณ์ที่ยากลำบากเหมือนกัน คิดว่าถ้าได้ดูละครของพวกเราแล้ว น่าจะได้รู้ว่า ยิ่งสถานการณ์เป็นเช่นนั้น เราไม่ควรจะนึกถึงแต่ความปลอดภัยและความสุขของตัวเองอย่างเดียว แต่ควรจะนึกถึงคนอื่นๆ ด้วย

อีชียอง: เป็นออริจินัลซีรี่ส์ที่ลองทำอะไรใหม่ๆ หลายอย่าง หวังว่าคนดูจะชอบและดูกันอย่างสนุกสนาน จะได้มีซีรีส์แนวนี้ออกมาอีกเยอะๆ 

อีโดฮยอน: ผมคิดว่าสัตว์ประหลาดที่อยู่ในซีรีส์ ก็คือโคโรน่าในชีวิตจริงของพวกเรา อย่างที่พี่อีจินอุคบอกไป ถ้าซีรีส์เรื่องนี้ เป็นโอกาสที่ทำให้ผู้ชมนึกถึงคนอื่นๆ มากกว่าตัวเองได้ ก็น่าจะเป็นอิทธิพลที่ดีจากซีรีส์

ซงคัง: ผมก็เหมือนกันครับ อยากให้จิตใจที่ดีของทุกคนเป็นกำลัง ทำให้ผ่านช่วงที่ยากลำบากนี้ไปได้

เรื่อง Sweet Home ถือว่าเป็นผลงานการแสดงเรื่องแรกของคุณที่ลงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ มีอะไรแตกต่างจากการเล่นละครโทรทัศน์ และการร่วมงานครั้งแรกกับ Netflix เป็นยังไงบ้าง

อีโดฮยอน: รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ร่วมงานกับ Netflix ผมเชื่อว่านักแสดงทุกคนน่าจะอยากแสดงละครของทาง Netflix เลยรู้สึกเป็นเกียรติและขอบคุณมาก ในส่วนตอนถ่ายทำ สิ่งที่ชอบที่สุดคือ มีขนมของว่างเตรียมไว้ให้ตลอดเลย เวลาที่สตาฟหรือนักแสดงเหนื่อย ๆ ก็มาทานกัน (ในจังหวะนี้ ซงคัง แซวขึ้นมาว่า เห็นอีโดฮยอนกินตลอดเลย)

อะไรคือสิ่งที่คุณได้เรียนรู้จากเนื้อเรื่องของ Sweet Home ที่คุณสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตจริงได้บ้าง 

อีจินอุค: เหมือนกับที่ตอบก่อนหน้านี้ คือ คิดว่าได้เรียนรู้ว่า สิ่งที่เราคิดว่าเราทำเพื่อตัวเอง มันอาจจะไม่ใช่อย่างนั้นก็ได้ และเราไม่สามารถตัดสินได้ว่า สัตว์ประหลาดต้องเป็นสิ่งที่แย่ มนุษย์เป็นสิ่งที่ดี  ภายนอกอาจจะเป็นสัตว์ประหลาด แต่การกระทำและการตัดสินใจอาจจะมีความเป็นมนุษย์มากกว่าก็ได้  หรือภายนอกอาจจะเป็นมนุษย์ แต่การกระทำและการตัดสินใจอาจจะแย่กว่าสัตว์ประหลาดอีก และคิดว่าปัญหาของการตัดสินใจด้วย

(ช่วงตอบคำถามนี้ อีจินอุคบอกว่า คำถามยากจัง ทำไมผมได้แต่คำถามยากๆ อีชียองเลยแซวว่า คุณเหมาะกับคำถามแบบนี้แล้ว)

Sweet Home สตรีมมิ่งที่ Netflix ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคมเป็นต้นไป

เตรียมพบกับ Original Series เรื่องใหม่ของคนไทย Bangkok Breaking ได้ที่ Netflix เร็วๆ นี้

Bangkok Breaking ออริจินอลซีรีส์ไทยอันดับสองของ Netflix ได้ประกาศเปิดตัวทีมนักแสดงพร้อมเริ่มต้นการถ่ายทำอย่างเต็มรูปแบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยนักแสดงนำได้แก่ เวียร์ – ศุกลวัฒน์ คณารส และออม – สุชาร์ มานะยิ่ง ร่วมด้วยนักแสดงทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่อย่างคับคั่ง ทั้งแบงค์ – ปวริศร์ มงคลพิสิฐ / ฮาร์ท – สุทธิพงศ์ ทัดพิทักษ์กุล / เป้ – ทวีฤทธิ์ จุลละทรัพย์ / เฟรช – อริศรา วงษ์ชาลี / ปุ้มปุ้ย – พรรณทิพา อรุณวัฒนชัย และอื่นๆ อีกมากมาย

นอกจากนั้น ยังได้มือกำกับและเขียนบทอย่าง ก้องเกียรติ โขมศิริ และ ปราบดา หยุ่น รับบท showrunner และอำนวยการผลิต เรียกได้ว่าจัดเต็มกันทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง โดยปราบดาได้เปิดเผยคอนเซ็ปต์ของซีรีส์เรื่องนี้ไว้ว่า “Bangkok Breaking จะนำเสนอภาพของกรุงเทพฯ ในมุมมองที่คนกรุงเทพฯเอง ก็ไม่คุ้นตาและไม่เคยเห็น ถ่ายทอดภาพของเมืองที่ซับซ้อนและมีความขัดแย้งในตัวเอง เมืองที่ทุกมิติในชีวิตของคนมีความเป็นสีเทา ไม่อาจตัดสินทุกเรื่องราวได้แค่ขาว-ดำ เราโชคดีมากที่ได้ เวียร์ กับ ออม มานำแสดง รวมถึงทีมนักแสดงคุณภาพท่านอื่นๆ นี่เป็นการรวมทีมนักแสดงที่แข็งแรงและทำให้ซีรีส์น่าสนใจและน่าดูอย่างแท้จริง” ก่อนก้องเกียรติจะเสริมว่า “ตัวละครของเวียร์จะพาคนดูไปพบกับกรุงเทพฯในมุมที่แปลกใหม่ ที่ผู้ชมทั้งไทยและต่างชาติไม่เคยเห็นในหนังสือหรือภาพถ่ายท่องเที่ยวใดๆมาก่อน ผมเลือกนำเสนอภาพผ่านมุมกล้องที่ย้อนแย้งแปลกตา แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งที่ผสมกลมเกลียวของวิถีชีวิตใหม่และเก่า ในขณะเดียวกันก็มีความรักที่ไม่คาดคิดก่อตัวขึ้นระหว่างที่เรื่องราวดำเนินไป”

Bangkok Breaking เตรียมเดินหน้าถ่ายทำวันที่ 3 ธันวาคมนี้ โดยถ่ายทำในประเทศไทยทั้งหมด ซีรีส์เรื่องนี้มีจำนวนตอนทั้งหมด 6 ตอน และมีกำหนดออกฉายมากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก ในปี 2564 ติดตามได้เฉพาะใน Netflix เท่านั้น

เปิดตัวอย่างแรก Chaos Walking กับโลกที่ความคิดของคุณถูกถ่ายทอดมาเป็นภาพให้คนเห็นกันทั่ว

เปิดตัวอย่างแรกของภาพยนตร์ดิสโทเปีย Chaos Walking ผลงานการกำกับของดั๊ก ไลแมน (The Bourne Identity และ Edge of Tomorrow) ที่ได้นักแสดงนำตัวยท็อปของวงการอย่าง ทอม ฮอลล์แลนด์ และ เดย์ซี่ ริดลีย์มาตอกย้ำความน่าดูให้เพิ่มขึ้นอีกหลายสเต็ป

Chaos Walking สร้างจากนวนิยายไตรภาคที่เขียนโดยแพทริค เนสส์ (A Monster Calls) ที่เล่าเรื่องโลกดิสโทเปีย ที่สังคมตกอยู่ในสภาวะสงคราม และได้เกิดเชื้อโรคแปลกประหลาดคร่าสิ่งมีชีวิตเพศหญิงจนหมดสิ้น ส่วนผู้ชายทุกคนที่เหลืออยู่จะเกิดอาการบางอย่างที่ไม่สามารถควบคุมตัวได้ นั่นคือทุกความคิดในหัวจะถูกถ่ายถอดออกมาเป็นภาพ หรือที่พวกเขาเรียกมันว่า เสียงคิด 

กระทั่งวันหนึ่งขณะที่ ทอดด์ ฮิววิตต์ (ทอม ฮอลแลนด์) ออกเดินทางพร้อมกับสุนัขตัวโปรด ได้บังเอิญพบกับ วิโอล่า (เดย์ซี่ ริดลีย์) ผู้หญิงคนแรกในชีวิต สิ่งที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้เจอ เหตุการณ์นี้นำไปสู่เรื่องราวแห่งการผจญภัย ค้นหาคำตอบสุดลึกลับ เพื่อหยุดยั้งภัยร้ายครั้งสำคัญที่กำลังจะมาถึง!

เตรียมพบกับ Chaos Walking ได้เร็วๆ นี้ ทุกโรงภาพยนตร์

ออกแล้ว!!! ตัวอย่างเต็มซับไทยของ SEOBOK นำแสดงโดยพัคโบกอมและกงยู

ในระหว่างที่รอกำหนดวันฉายแบบบิ๊กเซอร์ไพรส์ แฟนๆ ของหนุ่มน้อย พัคโบกอม และหนุ่มใหญ่ กงยู ก็กรี๊ดล่วงหน้าไปกับตัวอย่างฉบับเต็มของ SEOBOK ภาพยนตร์ไซไฟว่าด้วยเรื่องซอบก (พัคโบกอม) มนุษย์โคลนร่างแรกของโลก และมินกีฮอน (กงยู) อดีตเจ้าหน้าที่พิเศษที่มารับภารกิจปกป้องมนุษย์โคลนเด็กน้อยนี้โดยมีอนาคตของโลกเป็นเดิมพันได้แล้วครับ

บทสัมภาษณ์พิเศษ ‘ซาราห์ พอลสัน’ จาก ‘Run มัมอำมหิต’

คุณเคยเกิดอารมณ์​ ‘ไม่อยากกลับบ้าน’ หรือเบื่อกับวาทกรรม ‘แม่คือทุกอย่างของลูก’ ที่ชนชั้นกลางบางกลุ่มหยอดเข้ามาในหัวคุณบ้างไหม วันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ มาพบกับซาราห์ พอลสัน (American Horror Story / American Crime Story / Ocean 8 / Carol และ 12 Years A Slave) ที่มารับบทไดแอน เชอร์แมน ในภาพยนตร์เรื่อง ‘RUN มัมอำมหิต’ ที่เธอรับบทเป็นแม่ที่ทุ่มเททั้งพลังกายและพลังใจดูแลลูกสาวพิการ แต่ด้วยความรักที่มากเกินไป ทำให้ลูกสาวต้องถึงขั้นหนีเอาชีวิตรอด

โดยในครั้งนี้ ภาพยนตร์​ได้อานีช ชาแกนตี้ ผู้กำกับและมือเขียนบทจากภาพยนตร์สุดแหวกอย่าง Searching และไม่ต้องคาดเดา ทันทีที่เปิดตัว ภาพยนตร์เรื่อง ‘RUN มัมอำมหิต’ ก็ได้รับคะแนน 100% เต็มจากเว็บไซต์มะเขือเน่า Rotten Tomatoes เรียกได้ว่าห้ามพลาดด้วยประการทั้งตัว

และในระหว่างที่รอภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉาย เรามาอ่านบทสัมภาษณ์ของซาราห์รอกันไปพลางๆ ก่อนดีกว่า

Revolve-D2-0025.dng

ทำไมคุณถึงตัดสินใจเล่นหนังเรื่องนี้?

ฉันชอบสไตล์การเล่าเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์ของ RUN แล้วยังมีเรื่องสายสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกด้วย แต่สิ่งที่ทำให้ฉันตัดสินใจเล่นเรื่องนี้คือความประทับใจที่มีต่อ Searching เพราะมันทั้งสดใหม่ มีความเป็นออริจินัล ฉันว่าอานีช (อานีช ชาแกนตี้ ผู้กำกับ) คือคลื่นลูกใหม่แห่งวงการเลยทีเดียว

ช่วยเล่าให้พวกเราฟังได้ไหมว่า Run เกี่ยวกับอะไร?

มันเกี่ยวกับความรักที่แม่มอบให้ลูกสาว ไดแอนและโคลอี้ใช้ชีวิตในด้านตะวันตกเฉียงเหนือของอเมริกา มันอ้างว้างโดดเดี่ยวมาก พวกเขามีแค่กันและกัน ไม่มีใครรู้เจตนาที่แท้จริงของไดแอน ซึ่งตรงนี้แหละที่ทำให้มันน่าสนใจ โคลอี้กำลังเติบโต เธอจะได้ไปอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ที่มหาวิทยาลัย แต่ไดแอนกลัวว่าลูกสาวจะเติบโตจนพ้นอกของเธอ เธอรักโคลอี้เกินไป เธอแทบจะไม่มีชีวิตของตัวเองเลย เธอยอมให้โคลอี้หนีไปไม่ได้

เคียร่า อัลเลน รับบทโคลอี้ เธอเป็นผู้พิการจริงๆ การร่วมงานกับเธอเป็นอย่างไรบ้าง?

เป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้เข้ามารับบทในเรื่องนี้คือการได้ร่วมงานกับเคียร่า นี่เป็นผลงานเรื่องแรกของเคียร่า ฉันดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในผลงานที่จะทำให้เธอได้แจ้งเกิด เธอต้องปังแน่นอน

Run_D017_02718.ARW

อะไรที่ทำให้ Run โดดเด่นกว่าหนังเขย่าขวัญในตลาดเรื่องอื่นๆ

ฉันว่าหนังเรื่องนี้มีจุดพลิกผันเพียบ คุณไม่มีทางเดาออกว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป มันทำให้คุณคอยลุ้นไม่ติดเบาะ วินาทีต่อวินาทีการได้เห็นสองตัวละครชิงไหวชิงพริบกันมันตื่นเต้นมาก เป็นสงครามประสาทที่ไม่สามารถเดาผู้ชนะได้ คุณจะสนุกไปกับประสบการณ์ที่ไม่เคยสัมผัสที่ไหนมาก่อน ที่สำคัญแก่นของเรื่องมันเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าใจได้ เป็นสากล เพราะมันว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างลูกและแม่ แน่นอนว่าแม่ๆ ทั่วไป คงไม่ปกป้องลูกตัวเองขนาดไดแอน แต่ผู้ชมจะเข้าใจเหตุผลที่เธอทำแบบนั้น

หลังจากทั่วโลกเผชิญวิกฤตโควิด 19 วงการภาพยนตร์ได้รับผลกระทบอย่างหนักคุณต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง

ฉันเพิ่งถ่าย Coastal Elites  ทาง HBO เสร็จ ซึ่งได้ใช้วิธีการถ่ายทำแบบใหม่มันแปลกมากเลย ฉันถ่ายซีนของฉันในบ้านตากอากาศส่วนตัว มีทีมงานมาช่วยผู้กำกับคอยกำกับฉันผ่านโน้ตบุ้คส่วน คนเขียนบทสไกป์มาจากนิวยอร์กนู้น ฉันไม่ได้ชอบวิธีการทำงานแบบนี้หรอกนะ แต่มันจำเป็นมันทำให้การแสดงของฉันยากขึ้น ฉันชอบแสดงตอบโต้กับนักแสดงคนอื่นมากกว่าพูดคนเดียว

Sarah Paulson stars as ‘Mother / Diane’ in RUN. Photo Credit: Allen Fraser.

ได้ยินมาว่าคุณเป็นคนสันโดษ ชอบเก็บตัว คุณรับมือกับชื่อเสียงที่เข้ามาได้อย่างไร

เวลาที่ฉันไม่ได้อยู่กับคนใกล้ชิดอย่างครอบครัวหรือเพื่อนสนิท บางทีฉันก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกันนะ พอเจอคนแปลกหน้าเข้ามาทักเยอะเข้าก็สับสนพอควร ฉันไม่ได้มือโปรด้านเข้าสังคมเลยทำให้ฉันดูไม่เป็นตัวของตัวเอง ฉันคงไม่มีทางชินกับมัน

ทำไมคุณมักจะเลือกรับบทในหนังสยองขวัญหรือหนังเขย่าขวัญ?

ฉันไม่กลัวที่จะใช้ทักษะในการถ่ายทอดสิ่งที่น่าอกสั่นขวัญแขวน ฉันไม่กลัวที่จะต้องรับบทเป็นคนน่าเกลียด น่ากลัว ฉันภูมิใจนะที่กล้าทำสิ่งเหล่านั้น ฉันกว่าบ่อยครั้งที่มนุษย์เราถูกขับเคลื่อนด้วยความกลัวในจิตใจ แม้สิ่งเหล่านั้นจะเป็นที่ยากจะยอบรับ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ คุณจะเห็นได้ในงานของฉันตั้งแต่ American Horror Story จนไปถึง Run

“RUN มัมอำมหิต” เข้าฉายตั้งแต่ 26 พฤศจิกายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

Reflection of My Life: หวนคืนวงการอีกครั้งกับอัลบั้มเดี่ยวครั้งแรกในชีวิตของ Park Yu Chun (พัคยูชอน) และการเริ่มต้นใหม่ที่ไม่มีคำว่าสายไป

Author: Pacharee Klinchoo / Photographer: Virunan Chiddaycha / Stylist: Napat Roongruang

“จากคนที่เคยเป็นไอดอลในตำนาน แต่พอเจอเหตุการณ์ไม่ดี ทำให้เขารู้สึกเสียใจ ว่างเปล่า คอยปลอบใจตัวเอง แต่เขารู้ว่าตัวเองยังโชคดีที่มีคนยังให้กำลังใจและรักเขาอยู่ เขาจึงต้องดำเนินชีวิตต่อไป” นี่คือคำบรรยายอัลบั้มเดี่ยวครั้งแรกของพัคยูชอนที่มีชื่อว่า Re:Mind ที่เจ้าตัวให้นิยามว่ามันคือ ‘การเริ่มต้นใหม่’ ซึ่งอัลบั้มนี้มีเพลงทั้งหมด 7 เพลงด้วยกัน และที่สำคัญคือมีเพลงไทย 1 เพลงที่ชื่อว่า See You Again และเขาเลือกที่จะมาแถลงข่าวการคัมแบ็กพร้อมคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้มที่กรุงเทพฯ เรานี่เอง

ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังตึงเครียดเป็นอย่างมากในประเทศไทย ยูชอนจึงต้องผ่านกระบวนการการกักตัวยาวนานถึง 14 วันก่อนจะปรากฏตัวให้แฟนๆ ทั่วโลกหายคิดถึง และก็ไม่ต้องบรรยายนะว่าทีมงานเราตื่นเต้นแค่ไหนเมื่อตัวแทนของยูชอนในประเทศไทยคอนเฟิร์มกับเราว่า ทันทีที่เขาเป็นอิสระ เขาจะมาถ่ายทำแฟชั่นเซ็ตกับเราในฉบับ music issue และปรากฏตัวบนโปรเจ็กต์ L’Officiel Hommes ME หรือปกดิจิตอลเป็นคนแรก

ในวันถ่ายทำ ทีมงานของเรามาถึงกองถ่ายกันตั้งแต่ก่อนเวลานัด และทันทีที่ทีมงานของเขาปรากฏตัว เราก็รู้สึกถึงแรงกระเพื่อมในกองถ่ายได้อย่างทันที เขาเป็นคนพูดน้อย ยกมือไหว้ทุกคนที่เขาสบตาพร้อมกล่าวสั้นๆ “สวัสดีครับ” อย่างชัดถ้อยชัดคำ เราได้ยินเสียงกระซิบมาว่า หลังจากออกจากการกักตัว เขาก็มีตารางงานที่ค่อนข้างแน่นขนัดอย่างต่อเนื่อง นั่นก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับแฟนๆ ทุกคนที่กำลังรอคอยเขาอยู่ว่าถึงเวลาอีกครั้งแล้วที่เขาจะกลับมาเฉิดฉายในวงการที่เขารักที่จะอยู่จริงๆ

ระหว่างการถ่ายทำ ทีมงานบางคนของเราเดินขึ้นลงสตูดิโอเพื่อประสานงานและวิ่งเอาของต่างๆ ทุกคนวิ่งมากระซิบบอกทีมงานที่ตั้งสมาธิถ่ายทอดเรื่องราวของเขาผ่านแฟชั่นเซ็ตใหญ่อยู่บนสตูดิโอกับเขาว่า มีแฟนคลับมานั่งรอเขาอยู่ใต้สตูฯ จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว นั่นก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ดีเลยว่าในการกลับมาครั้งนี้เขายังมีคนที่รักและรอคอยเขาอยู่เสมอจริงๆ

แม้ว่าการถ่ายทำของเราจะถูกจำกัดด้วยเรื่องเวลา แต่ในช่วงเวลาที่เขาใช้กับทีมงานเรานั้นก็เป็นช่วงเวลาที่เราตั้งใจเต็มที่ที่จะถ่ายทอดตัวตนของเขาออกมาให้กับแฟนๆ ที่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยเขาอยู่ได้ชื่นใจ เหมือนกับที่ทีมงานเราหลายคนได้สัมผัสในระหว่างการร่วมงานสั้นๆ กับเขาในครั้งนี้นั่นเอง

ช่วยเล่าคอนเซ็ปต์ เรื่องราว และสารที่คุณต้องการจะสื่อถึงแฟนๆ ในอัลบั้มใหม่ที่กำลังจะออกหน่อย

อัลบั้ม Re:mind เป็นการสื่ออารมณ์ความรู้สึกผ่านบทเพลง บอกเล่าถึงประสบการณ์ต่างๆ ที่ตัวเองได้พบเจอและผ่านเข้ามาในชีวิตไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบัน และบอกกับตัวเองว่าจะต้องเป็นคนที่ดีกว่าเดิม

ในระหว่างการทำงานในฐานะศิลปินเดี่ยว คุณคิดว่ากระบวนการทำงานยากง่ายหรือแตกต่างจากการทำงานร่วมกับวงมากน้อยแค่ไหน

การทำงานเป็นวงและเดี่ยวไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไหร่ อย่างการทำงานกับวงจะมีเวลาว่างมากกว่า อย่างเช่นเวลามีถ่ายงานต่างๆ ก็จะมีเวลาว่างตอนนั่งรอเมมเบอร์คนอื่นถ่ายงานแบบเดี่ยว นอกนั้นก็คิดว่าไม่มีจุดไหนแตกต่างกันมากนักครับ

คุณรู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้ปล่อยอัลบั้มใหม่ในครั้งนี้ คาดหวังอะไรจากอัลบั้มชุดนี้บ้างไหม ตื่นเต้นขนาดไหน กลัวหรือไม่มั่นใจบ้างไหม

ไม่ได้ปล่อยอัลบั้มมาก็นานแล้วพอหายไปนานแบบนี้เลยมีสิ่งที่อยากทำเยอะเลย แต่สิ่งที่อยากทำเหล่านั้นก็ไม่สามารถทำได้ทั้งหมด แต่ก็ยังคงมีความโลภเล็กๆ ที่อยากจะทำอยู่ ก็จะพยายามทำให้ออกมาดีที่สุด แล้วก็อยากให้แฟนๆ รู้สึกว่า ‘ตัวเขาทำอัลบั้มนี้มาด้วยความตั้งใจนะ’ การที่ได้ปล่อยอัลบั้มในครั้งนี้ก็รู้สึกดีใจมากๆ ครับ

เรารู้ว่าแฟนๆ ของคุณอยากให้คุณกลับมา หลายคนกำลังรอคุณคัมแบ็กอย่างใจจดใจจ่อ การที่มีแฟนๆ รอคอยคุณอยู่แบบนี้ รู้สึกอย่างไรบ้าง และช่วยเล่าตอนที่เตรียมอัลบั้มให้ฟังหน่อย มันทำให้คุณกดดันบ้างไหม หรือจริงๆ แล้วนี่คือแรงผลักดันที่ทำให้คุณตัดสินใจกลับมา ตอบเราหน่อย

ความจริงอยากจะรีบทำอัลบั้มออกมาให้เสร็จได้เร็วกว่านี้นะครับ แต่ด้วยสถานการณ์ไวรัสโควิด เลยทำให้ล่าช้าออกไป คือตอนนี้ทุกคนต่างก็ได้รับผลกระทบกันทั้งนั้น เลยอยากให้สถานการณ์ไวรัสนี้จบไปเร็วๆ เพื่อที่ผมจะได้โชว์ภาพลักษณ์ที่ดีให้แฟนๆ ได้เห็นกันครับ

ในความคิดของคุณ คุณคิดว่า ‘ดนตรี’ มีความหมายอย่างไรสำหรับชีวิตคุณ ช่วยอธิบายให้หน่อย

ผมเป็นคนที่ชอบเพลงและดนตรีมาก ไม่แบ่งแยกประเภทของดนตรี เหมือนกับว่าดนตรีจะช่วยคลายความเครียดได้ด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังทำให้ผมใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข โดยปกติแล้วผมจะชอบฟังมากกว่าที่จะร้องเพลงครับ

ทีมงานหลายคนของเราลงความเห็นว่าคุณเป็นนักแสดงที่เก่งมากจริงๆ แฟนๆ หลายคนคิดถึงและยังรอติดตามผลงานการแสดงใหม่ของคุณ มีบทบาทไหนที่คุณอยากเล่นเป็นพิเศษไหมถ้าเป็นไปได้

ถ้าได้แสดงละครก็ดีนะครับ แต่ก็ไม่ได้แสดงละครมานานมากแล้ว ถ้าเกิดให้กลับมาแสดงละครอีกครั้งก็ไม่แน่ใจว่าละครเรื่องนั้นจะไปได้สวยไหม มากกว่าความรู้สึกรอคอย ผมรู้สึกกังวลมากกว่าครับ ถ้าจะให้กลับไปแสดงละครเหมือนแต่ก่อน อาจจะกังวลว่าตัวเองจะสามารถทำได้ดีเหมือนเมื่อก่อนหรือเปล่า ณ ตอนนี้ยังไม่มีบทไหนที่อยากแสดงครับ แต่ถ้ามีโอกาสก็จะแสดงให้เต็มที่ครับ

อะไรคือสิ่งที่คุณคิดว่าสำคัญที่สุดในชีวิต

(นิ่งคิด) คิดหนักเลยครับ เพราะสิ่งที่สำคัญในชีวิตไม่ได้มีแค่อย่างเดียว ถ้าให้เลือกก็คงจะตอบว่า ‘เวลา’ ครับ เพราะต้องมีเวลาถึงจะสามารถทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตได้ เช่น การใช้เวลากับครอบครัว ใช้เวลาเพื่อทำงาน ใช้เวลาไปกับความสุขและความทุกข์ในชีวิต คำพูดที่ว่า ‘ยิ่งมีเวลามากก็ยิ่งดี’ นั้น ผมไม่ค่อยแน่ใจกับคำพูดนี้ แต่ก็คิดว่ามันสำคัญตรงที่ถ้าเรายิ่งมีเวลาเยอะมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสามารถทำอะไรหลายๆ อย่างได้มากขึ้นเท่านั้นครับ

ช่วยพูดถึงแฟนๆ ที่ติดตามคุณอยู่หน่อย พวกเขาสำคัญกับคุณขนาดไหน ถ้าเป็นไปได้ คุณอยากบอกอะไรกับพวกเขาตัวต่อตัว และพวกเขาจะคาดหวังอะไรกับผลงานใหม่ของคุณได้บ้าง

จริงๆ แล้วผมควรที่จะได้พบปะแฟนๆ ให้เร็วกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นแฟนๆ ชาวไทยก็ดี หรือแฟนๆ ต่างประเทศก็ดี อยากจะรีบไปพบพวกเขาเร็วๆ แล้ว และรู้สึกขอบคุณที่พวกเขายังรอคอยอยู่เสมอ ในอนาคตผมก็จะมีงานและกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น ก็อยากจะให้ติดตามผลงานของผมที่กำลังจะออกมาในเร็วๆ นี้ด้วยนะครับ ขอบคุณที่ยังคงรอคอยเสมอมาครับ

สำหรับคุณ แฟนๆ สำคัญขนาดไหน

มีแฟนๆ หลายคนที่ยังคอยสนับสนุนกันมาตั้งแต่สมัยก่อนอย่างยาวนาน พวกเขาก็ยังรอคอยผมอยู่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาเป็นเหมือนคนที่คอยจับมือผมเอาไว้ไม่ปล่อย การที่มีแฟนๆ คอยสนับสนุนแบบนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยทำให้ผมมีกำลังใจอย่างมาก เปรียบแฟนๆ เป็นดั่งต้นไม้ใหญ่เลยก็ว่าได้ครับ

คุณตื่นเต้นกับคอนเสิร์ตเดี่ยวคัมแบ็กครั้งแรกของตัวเองที่กำลังจะเกิดขึ้นมากขนาดไหน พูดถึงมินิคอนเสิร์ตให้ฟังหน่อยได้ไหม

มินิคอนเสิร์ตในครั้งนี้จะเป็นงานที่พิเศษและสำคัญสำหรับผม ซึ่งจะแตกต่างจากงานและกิจกรรมครั้งก่อนๆ เป็นการแสดงพิเศษ รวมไปถึงเป็นการประกาศกิจกรรมและงานที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย และสามารถสื่อสารกับแฟนๆ ชาวไทย โดยจะมีการปล่อยเพลงเวอร์ชั่นภาษาไทยอีกด้วยครับ ก็อยากให้ทุกคนมาเจอกันในงาน และฝากติดตามผลงานของผมด้วยนะครับ

Park Yu Chun Re:Mind 1st Comeback Mini Concert 

28 November 2020 at Union Hall 2, Union Mall

More Info: www.thelimethailand.com 

Special Thanks: The Dream and Destiny Co., Ltd.

Sean Connery นักแสดงระดับตำนานชาวสกอตแลนด์ผู้รับบทบาทสายลับ James Bond 007 คนแรกเสียชีวิตลงบนวัย 90 ปี

#RIP ข่าวเศร้าวันนี้ Sean Connery นักแสดงระดับตำนานชาวสกอตแลนด์ผู้รับบทบาทสายลับ James Bond 007 คนแรกเสียชีวิตลงบนวัย 90 ปีครับ เรารวบรวมภาพเจ้าตัวสมัยรับบท James Bond ในช่วงปี ค.ศ. 1962-1983 (รวมทั้งหมด 7 ภาค) มาฝากแฟนๆเพื่อรำลึกถึงยอดนักแสดงคนนี้ครับ

ฉลองครบรอบ 20 ปี In The Mood for Love กับบทสัมภาษณ์หว่องกาไว ผู้กำกับคนสำคัญแห่งวงการ

เนื่องในโอกาสครบรอบสองทศวรรษภาพยนตร์ In The Mood for Love ของผู้กำกับ หว่องกาไว พวกเราจะได้หวนระลึกความทรงจำในโรงภาพยนตร์แบบ 4K จากการบูรณะฟิล์มเป็นดิจิตัล และในระหว่างที่รอความพิเศษนี้อยู่นั้น เรามาอ่านบทสัมภาษณ์ผู้กำกับคนสำคัญ ศาสดาของลัทธิ ‘กระทำความหว่อง’ แห่งประเทศไทยกันดีกว่า

คุณคิดพลอตเรื่องนี้ขึ้นมาได้อย่างไร

ตอนแรกเราเริ่มถ่ายหนังซึ่งเป็นคนละเรื่องกันเลย เดิมทีเราเรียกหนังที่เราถ่ายกันว่า “เรื่องของอาหาร” (A story about food) แล้วเรื่องสั้นๆ หนึ่งในนั้น คือเรื่องของเพื่อนบ้านสองคน ที่ออกมาเจอกันเวลาพวกเขามาซื้อบะหมี่ ผ่านไปสักพักผมก็รู้สึกว่า เหตุผลหลักที่ผมทำโปรเจคต์นี้ เพราะผมชอบเรื่องพาร์ทนี้ ผมเลยตัดสินใจทิ้งพาร์ทอื่นๆ แล้วขยายพาร์ทนี้ให้เป็นหนังยาว

มันดูเป็นหนังแบบคิดไปถ่ายไปอยู่เหมือนกันถ้าเทียบกับหนังเรื่องอื่นๆคุณเปลี่ยนแปลงอะไรมากน้อยแค่ไหนตอนอยู่ในห้องตัดต่อ

ตอนแรกผมคิดว่าจะทำหนังง่ายๆ ขึ้นมาสักเรื่อง เพราะมันมีแค่ตัวละครสองตัว ทั้งเรื่องก็มีแค่คนสองคนคุยกัน แต่แล้วผมก็พบว่ามันยากกว่าหนังทุกเรื่องที่ผมทำมาเสียอีก ทั้งๆ ที่ผมเคยทำหนังที่เคยมีตัวละครประมาณ 10 ตัวมาแล้วก็ตาม ด้วยความที่มีกันแค่ 2 คน ผมจึงต้องใส่รายละเอียดยิบย่อยเข้าไปเยอะมาก เราถ่ายตัวละครจากช่วงปี 1962-1972 คือช่วง 10 ปีของความสัมพันธ์ แต่พอไปดูในห้องตัดต่อ ผมตัดสินใจให้หนังจบแค่ปี 1966 แล้วตัดส่วนที่เหลือทิ้งไป

คุณทิ้งส่วนนั้นไปหมดเลยเหรอ

ไม่แน่ในอนาคต ผมอาจจะเอาส่วนนั้นมาทำอีกเวอร์ชั่น

ทำไมคุณถึงเลือกฉากหลังเป็นยุค 60 ของฮ่องกง

ผมมักจะเลือกช่วงเวลานั้นมาทำหนัง เพราะผมคิดว่ามันเป็นช่วงเวลาที่สำคัญทางประวัติศาสตร์สำหรับฮ่องกง เพราะนับตั้งแต่ปี 1949 (เหมาเจ๋อตงพาจีนเข้าสู่ระบอบสังคมนิยม) คนจีนแผ่นดินใหญ่ที่มาอาศัยอยู่ในฮ่องกงยังคงฝันถึงบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง เหมือนชุมชนชาวจีนในหนัง พวกเขามาจากเซี่ยงไฮ้ พวกเขาพูดภาษาของตนเอง และไม่ข้องแวะกับคนกวางตุ้งซึ่งเป็นคนท้องถิ่นของฮ่องกง พวกเขาดูหนัง ฟังเพลง และมีพิธีกรรมที่ไม่เหมือนคนฮ่องกง ผมคิดว่าช่วงเวลานั้นมันพิเศษ และผมก็เติบโตมากับสภาพแวดล้อมแบบนั้น ผมอยากจึงอยากทำหนังด้วยบรรยากาศและอารมณ์แบบนั้น

ทำไมถึงตั้งชื่อเรื่องว่า In the Mood for Love

ผมตั้งใจมาตลอดว่าจะตั้งชื่อหนังว่า Secrets (ความลับ) หรือชื่ออะไรก็ได้ที่มีคำว่า ความลับ อยู่ในนั้น แต่คนที่เมืองคานส์บอกว่า อย่าเลย มีหนังเรื่องความลับเยอะแล้ว เราเลยต้องหาชื่อใหม่ จนเราได้ฟังเพลงของ ไบรอัน เฟอร์รี เพลง In the Mood for Love เราเลยตัดสินใจใช้ชื่อนี้ ซึ่งมันก็เข้ากับเรื่องดี เพราะความรักทำให้คนสองคนในเรื่องแอบมาเจอกัน

บรรยากาศในเรื่องมีความเป็นละตินสูงมากคุณยังติดกลิ่นนี้มาจากตอนไปถ่าย Happy Together ที่อเมริกาใต้หรือเปล่า

ผมชอบวรรณกรรมละตินอเมริกา ผมคิดว่าคนละติน คนอิตาเลียน มีลักษณะคล้ายคนจีนมาก โดยเฉพาะผู้หญิงเวลาแสดงอารมณ์รักใคร หึงหวง และการเชิดชูครอบครัว เพลงละตินในหนัง ผมใส่เข้ามาเพราะว่า มันเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมในฮ่องกงตอนนั้นจริงๆ เนื่องจากวงดนตรีที่แสดงในฮ่องกงสมัยนั้น เป็นนักดนตรีจากฟิลิปปินส์ ไนท์คลับแทบทุกแห่งมีแต่นักร้องนักดนตรีจากฟิลิปปินส์ เพลงละตินจึงตัดไปขาดกับสังคมฮ่องกง นอกจากนี้ผมยังใส่เพลงของแนท คิง โคล เข้ามาด้วย เพราะเขาเป็นนักร้องคนโปรดของแม่ผม

ใครๆก็รู้จักคุณในฐานะผู้กำกับที่ทำหนังด้วยสไตล์ปล่อยทุกอย่างให้เป็นอิสระ (ทั้งมุมกล้องและการตัดต่อ) อย่างใน Chungking Express หรือ Fallen Angels แต่กับ In the Mood for Love เป็นไปในทางตรงข้ามคุณดูเคร่งขรึมขึ้นมากคุณตั้งใจจะลองทำอะไรใหม่ๆหรือเปล่า

ผมและทีมงานชินกับการเล่าเรื่องแบบเดิมมาก จนมันกลายเป็นเครื่องหมายการค้าของเราไปแล้ว และเราก็คิดว่ามันคงน่าเบื่อถ้าต้องทำแบบเดิม เราเลยพยายามถ่ายหนังด้วยวิธีใหม่ อีกอย่างคือ คริส ดอยล์ ไม่ว่างถ่ายหนังให้กับผม นานถึง 15 เดือน เราจึงต้องมีผู้กำกับภาพร่วมอีกคน ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมก็จะขี้เกียจ และปล่อยให้คริสจัดการทุกอย่างไป พอผมต้องมาใช้ตากล้องคนใหม่ (หลี่ผิงปิง – ผู้กำกับภาพคู่ใจของโหวเสี้ยวเสียน) ผมเลยต้องขยันมากขึ้น ต้องคิดว่าแต่ละช็อตควรถ่ายอย่างไรเพื่อสนับสนุนเนื้อหาหรืออารมณ์ของหนัง หลี่ผิงปิงเป็นตากล้องชั้นยอด เขาทำให้ผมมองเห็นวิธีใหม่ๆ ในการถ่ายหนัง

พวกลายพิมพ์ดอกไม้ในหนังสวยงามมากเราอยากให้คุณพูดถึงส่วนนี้หน่อย

ผมโชคดีที่ได้ผู้กำกับศิลป์ที่เก่งอย่าง วิลเลียมชาง เขาทำงานกับผมมาตั้งแต่หนังเรื่องแรก เราเติบโตมาด้วยภูมิหลังที่คล้ายกัน เราเลยรู้ใจกันทุกอย่าง เราแทบจะไม่ต้องปรึกษาอะไรกันเลย เพราะทุกอย่างมันเป็นไปโดยอัตโนมัติ เขาไม่ได้สร้างงานเพื่อรับใช้ผม เขาทำงานเพื่อรังสรรค์ความคิดของตนเองออกมา และผมก็แค่มีหน้าที่ถ่ายมันเก็บไว้ นอกจากนี้เขายังเป็นคนตัดต่อให้ผมด้วย บางครั้งผมก็แทบไม่ต้องบอกอะไรเขาเลย เขารู้ดีว่าอะไรควรตัด อะไรควรเอาไว้

หนังของคุณชอบมีอะไรวางอยู่หน้ากล้องเสมอคล้ายกับทำให้พื้นที่ในแต่ละช็อตอึดอัดคับแคบ

ผมชอบวางอะไรไว้เป็นโฟร์กราวด์ตลอดเวลา เพราะผมอยากให้คนดูรู้สึกเหมือนพวกเขากำลังแอบมองตัวละครอยู่ อย่างในหนังเรื่องนี้ เรากำลังแอบมองคนสองคนพลอดรักกัน

การออกแบบเครื่องแต่งกายก็โดดเด่นมากจางมั่นอวี้เปลี่ยนชุดใหม่ตลอดเวลาเลยทีเดียว

เราเตรียมชุดให้แม็กกี้ (จางมั่นอวี้) ราว 20-25 ชุด เพื่อถ่ายหนังทั้งเรื่อง แต่เนื่องจากเราตัดให้แต่ละฉากกลายเป็นฉากสั้นๆ คนดูจึงรู้สึกเหมือนเธอเปลี่ยนชุดใหม่ตลอดเวลา ความตั้งใจเดิมของผมคือ การถ่ายหนังเรื่องนี้ด้วยวิธีการซ้ำๆ เปิดเพลงเดิมๆ โลเกชั่นเดิมๆ ตรอกแคบๆ หรือโถงๆ เดิม เพราะผมอยากให้คนดูรู้สึกว่า ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย นอกจากความรู้สึกระหว่างพวกเขาทั้งคู่

คุณเคยพูดถึงแรงบันดาลใจและอิทธิพลที่คุณได้รับจากอันโตนิโอนี, โกดาร์และทรุฟโฟต์งานของคนทำหนังเหล่านี้ช่วยสร้างรูปแบบการเล่าเรื่องให้คุณอย่างไร

ในฮ่องกงยุค 60 การไปดูหนังถือเป็นเรื่องสำคัญ เรามีโรงหนังที่ฉายหนังฮอลลีวูด หนังฮ่องกง และหนังจากยุโรป สมัยนั้นยังไม่มีการแปะป้ายว่านี่คือหนังอาร์ต แม้กระทั่งหนังของเฟลลีนี ก็ยังถือว่าเป็นหนังตลาด ตอนเด็กผมไปโรงหนังกับแม่บ่อยมาก ผมกับแม่แยกไม่ออกหรอกว่าอันไหนหนังอาร์ต อันไหนหนังตลาด เราแค่ชอบดูสิ่งที่อยู่บนจอ เราไปดูหนังเพราะชอบดูหนัง ในส่วนของอิทธิพลที่ผมได้รับ ความชื่นชมที่ได้ชมหนังพวกนั้น มันยังอยู่ในความทรงจำผมเสมอมา

ตอนนี้คุณกลายเป็นไอดอลให้กับคนทำหนังรุ่นใหม่ๆคุณอยากบอกอะไรกับพวกเขาบ้าง

อดทนไว้ อดทนให้มากๆ คอยจนกว่าจังหวะเหมาะๆ จะมาถึง

In The Mood for Love เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ House Samyan / SF Cinema / Major Cineplex ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมเป็นต้นไป

“ผมก็แค่อยากเป็นมนุษย์เท่านั้นเอง” – มาร่วมลุ้นให้หุ่นไม้มีหัวใจที่มีความเป็นมนุษย์มากกว่ามนุษย์บางคนไปพร้อมกัน

ใครเคยเสียน้ำตาให้กับเจ้าหุ่นไม้หน้าตาน่ารัก ผู้ใฝ่ฝันอยากเป็นมนุษย์กันมาแล้วบ้าง ในปีนี้หุ่นไม้อันเป็นที่รักของทุกคนจะกลับมาตั้งคำถามถึงความหมายของการเป็นมนุษย์ในแบบไลฟ์แอคชั่นกับ ‘Pinocchio พินิคคิโอ’ กำกับโดยมัตเตโอ การ์โรเน่ (Gomorra 2008) และนำแสดงโดยโรเบอร์โต เบนิญญี จาก Life is Beautiful (1997)

แล้วคุณจะหลงรักหุ่นไม้ผู้มีหัวใจ พร้อมกับตั้งคำถามถึงความเป็นมนุษย์ในตัวมนุษย์ผู้ใหญ่รอบตัวคุณมากยิ่งขึ้น

พบกับ Pinocchio ได้ทุกโรงภาพยนตร์ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคมเป็นต้นไป

คุณมีเพื่อนในจินตนาการบ้างไหม มาร่วมค้นหา Z เพื่อนในจินตนาการไปกับเรา

เชื่อว่าทุกคนล้วนแต่มีเพื่อนวัยเด็กกันทั้งนั้น ทั้งเพื่อนข้างบ้าน เพื่อนอนุบาล แฟนคนแรกที่ลืมไม่ลง และก็เชื่อว่ามีหลายคนเช่นกันที่มีเพื่อนในจินตนาการที่เราอาจจะเห็นเขาอยู่เพียงคนเดียว โจชัวร์เองก็มี Z เป็นเพื่อนรักของเขา และถ้าเขาเชื่อมั่นมากพอ Z ก็จะปรากฏตัวให้เขารับรู้ได้จริงๆ 

ภาพยนตร์เรื่อง ‘Z ซีปีศาจซ่อนแอบ’ ถือเป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถถ่ายทอดภาพของเพื่อนในจินตนาการได้อย่างสยองขวัญที่สุด การันตีจากคะแนนเว็บมะเขือเน่า Rotten Tomatoes สูงถึง 96% ในวันเปิดตัว 

เรื่องราวของเพื่อนในจินตนาการของเด็กชายโจชัวร์ ลูกชายของเบ็ธ คุณแม่ยังสาวที่อยากจะมีตัวตนในชีวิตจริง ท่ามกลางเสียงคัดค้านของมนุษย์รอบตัว และเมื่อเบ็ธเริ่มเห็นสิ่งผิดปกติที่รายล้อมลูกชายตัวเอง เธอตัดสินใจค้นหาความจริง และค้นพบความน่าสะพรึงว่า ซีอาจจะไม่ได้อยู่แค่ในจินตนาการของลูกเธอเท่านั้น

เตรียมพบกับซีและความสยองขวัญชนิดนั่งไม่ติดเก้าอี้พร้อมกันทุกโรงภาพยนตร์ในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป