10 ภาพยนตร์สิ้นโลกไว้ดูเพิ่มอาการแพนิกยามต้องกักตัวหยุดเชื้อเพื่อชาติ

ออกไปไหนไม่ได้กันใช่ไหมล่า? เปิด Netflix.com แล้ว มาดูหนังว่าด้วยวันสิ้นโลกหนีความวุ่นวายบนโลกจริงกันดีกว่า

Into The Forest

ในยุคที่โรคระบาดครองเมือง สองพี่น้อง (นำแสดงโดย Evan Rachel Wood และ Ellen Page) ตัดสินใจที่จะซ่อนตัวอยู่ในบ้านกลางหุบเขาเพื่อให้ปลอดภัย แม้ว่าจะขาดแคลนทุกสิ่งอันก็ตาม แต่อย่างไรก็ดี…​ เมื่อกลุ่มคนแปลกหน้าค้นพบที่ซ่อนของพวกหล่อน โรคระบาดก็ดูน่ากลัวน้อยลงไปในทันที

Children of Men

ภาพยนตร์มาสเตอร์พีซของ Alfonso Cuarón ชิ้นนี้นำเสนอโลกที่มนุษยชาติกำลังจะสูญพันธ์ ในวันที่เด็กคนสุดท้ายที่เกิดขึ้นมาเสียชีวิตลง โลกทั้งใบก็ตกอยู่ในความแตกตื่น หน้าที่ในการปกป้องสาวน้อยที่กำลังตั้งครรภ์คนสุดท้ายให้ไปสู่ในที่ที่ปลอดภัยที่สุดก็ตกเป็นของเจ้าหน้าที่รัฐ (นำแสดงโดย Clive Owen) ไปโดยปริยาย (บอกแล้วว่ารัฐบาลมีหน้าที่ ‘ปกป้อง’ ประชาชน)

How It Ends

เมื่อวันสิ้นโลกมาถึง ก็ถึงเวลาที่วิลล์ (นำแสดงโดย Theo James) ต้องออกโรงปกป้องคู่หมั้นที่กำลังตั้งครรภ์ของตัวเองให้พ้นจากสภาวะการณ์ต่างๆ รอบตัว เขาจำต้องออกเดินทางไปขอความช่วยเหลือจากทอม (นำแสดงโดย Forest Whitaker) พ่อของหล่อน และทั้งสองก็ต้องร่วมมือกันต่อสู้กับภัยอันตรายรอบด้านเพื่อให้หล่อนมีชีวิตรอดให้ได้นานที่สุด

Cargo

ภาพยนตร์จากประเทศออสเตรเลียเรื่องนี้จะทำให้คุณน้ำตาไหลไปกับสายสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูก เมื่อเชื้อซอมบี้ระบาดหนักไปทั่วประเทศ และผู้เป็นพ่อต้องพาลูกน้อยที่ยังไม่โตและกำลังแบเบาะไปให้พ้น โดยต้องแข่งกับเวลาก่อนที่ตัวเขาเองจะทำอันตรายลูกตัวเองได้ในที่สุด

The Bad Batch

ภาพยนตร์แห่งการต่อสู้เอาตัวรอดจากทั้งมนุษย์กินคนและอันตรายอื่นๆ ท่ามกลางฉากหลังเป็นทะเลทรายอันร้อนระอุของรัฐเท็กซัส

Terminator Salvation

สงครามล้างเผ่าพันธุ์ระหว่างหุ่นยนต์และมนุษยชาติเรื่องนี้แม้จะไม่ได้เกิดขึ้นจากน้ำมือธรรมชาติ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความน่ากลัวของสิ่งประดิษฐ์จากน้ำมือมนุษย์และตัวมนุษย์เองได้เป็นอย่างดี

The Titan

ในปี 2048 ทรัพยากรธรรมชาติของโลกหมดลง เกิดเหตุจลาจลไปทั่วโลก ความหวังเดียวที่มนุษยชาติจะไม่สูญสิ้นคือการอพยพไปอยู่ที่ไททัน ดวงจันทร์บริวารของดาวเสาร์ และเพื่อเป็นการเตรียมพร้อม ทหารหนึ่งนายพร้อมครอบครัวจำต้องย้ายไปอยู่ก่อนเพื่อเตรียมยีนส์ของมนุษย์ให้พร้อมรับสภาวะบนดาวดวงใหม่นี้ พึงระวังไว้ว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ทริลเลอร์ มันน่ากลัวนะ (แต่คงไม่น่ากลัวไปกว่าความทริลเลอร์เหลือเชื่อในประเทศไทยตอนนี้หรอก)

The Rover

ในโลกียุคที่กฎหมายเป็นเพียงแค่เศษกระดาษ เมื่อเอริค (นำแสดงโดย Guy Pearce) พบว่ารถของเขาถูกหัวขโมยชิงไป เขาจึงบีบบังคับให้สมาชิกของแก๊งที่บาดเจ็บ (นำแสดงโดย Robert Pattinson) มาช่วยเขาออกตามหารถคันนั้น

Bird Box

ในโลกยุคที่สัตว์ประหลาด (แบบประหลาดจริงๆ) ครองเมือง และทุกคนห้ามจ้องมองมัน เพราะถ้าจ้องมัน มันจะทำให้คุณฆ่าตัวตาย มาลอรี่ (นำแสดงโดย Sandra Bullock) จะต้องทำอย่างไรเพื่อให้ตัวเองและลูกๆ ทั้งสองดำเนินชีวิตต่อไปได้บนโลกที่ปิดตากันไปหมดแบบนี้ (เอาเข้าจริง… โลกเราปัจจุบันนี้ต่างคนต่างก็ปิดตากันอยู่แล้วนะ คุณว่าไหม?)

IO

ในยามที่อากาศบนโลกเต็มไปด้วยควันพิษ มนุษย์จึงต้องหนีไปอยู่บนดวงจันทร์ของดาวจูปิเตอร์ แต่นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง (นำแสดงโดย Margaret Qualley) กลับติดแหง็กอยู่บนโลก ในห้องแล็บที่ไม่ต้องสูดอากาศพิษข้างนอก เพราะเธอต้องการสานต่อความตั้งใจของพ่อที่จะช่วยเหลือมนุษยชาติให้จงได้โดยการพยายามที่จะปรับให้โลกนี้พออาศัยอยู่ได้ แต่เมื่อเธอพบกับมนุษย์ผู้รอดตายอีกคนหนึ่ง (นำแสดงโดย Anthony Mackie) เธอจำต้องเลือกว่าเธอจะปักหลักอยู่ที่นี่ หรือละทิ้งดาวบ้านเกิดไปตายเอาดาบหน้ากันแน่

ภาพยนตร์ทุกเรื่องดูได้ที่ netflix.com

8 หนังรักเหงาๆ เอาใจคนกักตัวอยู่บ้านฝีมือผู้กำกับ ชุนจิ อิวาอิ

ณ สถานการณ์สุ่มเสี่ยงตอนนี้ ออกไปดูหนังข้างนอกบ้านคงจะแอบสุ่มเสี่ยงเล็กน้อย มากักตัวอยู่บ้าน work from home และดื่มด่ำกับหนังรักเหงาๆ ฝีมือชุนจิ อิวาอิ เจ้าพ่อหนังเหงาชาวญี่ปุ่นกันดีกว่า

ชุนจิ อิวาอิ เกิดวันที่ 24 มกราคม ปี 1963 เมืองเซ็นได จังหวัดมิยางิ  เริ่มทำงานในเส้นทางการกำกับในปี 1988 จากการกำกับมิวสิควีดีโอ เพลง “いつか何処かで (I FEEL THE ECHO)” ของ เคย์สุเกะ คุวาตะ และเริ่มฉายแววจากผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่อง Fireworks, Should We See It from the Side or the Bottom? ซึ่งได้รับรางวัลผู้กำกับภาพยนตร์หน้าใหม่จากสมาพันธ์ผู้กำกับแห่งประเทศญี่ปุ่น ในปี 1993 ต่อมาในปี 1994 จึงได้เดบิวต์เป็นผู้กำกับภาพยนตร์เต็มตัวจากเรื่อง Undo ก่อนที่จะประสบความสำเร็จและสร้างปรากฏการณ์ทางสังคมจากภาพยนตร์เรื่องยาวเรื่องแรก Love Letter ในปี 1995 หลังจากได้รับการตอบรับในระดับปรากฏการณ์ของยุคนั้น จนเมื่อ All about lily chou chou  ออกฉายในปี 2001 นักวิจารณ์ในวงการภาพยนตร์เอเชีย ต่างยกย่องให้เขาเป็น บิดาแห่งหนังโรแมนติกยุคใหม่ของญี่ปุ่น ด้วยความโดดเด่น ของการถ่ายภาพ และดนตรีประกอบทำให้ หนังรักจากฝีมือ ชุนจิ อิวาอิ จะทำให้หัวใจคุณรู้สึกถึงความรักได้ในจังหวะที่ไม่เหมือนเดิม


LOVE LETTER – ถามรักจากสายลม (1995)

เรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่สูญเสียคู่หมั้นไปเพราะเขาประสบอุบัติเหตุตกเขา เธอชื่อ ‘วาตานาเบะ ฮิโรโกะ’ แม้ว่าเวลาจะผ่านมาแล้วสองปี แต่เธอก็ยังรู้สึกราวกับว่าเขายังอยู่ใกล้ๆ ในหัวใจ แล้วในวันที่ฮิโรโกะไปร่วมงานครบรอบวันตายของชายคนรัก ‘ฟูจิอิ อิทสึกิ’ เธอก็ได้ที่อยู่ในวัยเด็กของเขามา และถึงจะรู้อยู่แก่ใจว่าบ้านหลังนั้นไม่มีแล้ว แต่ฮิโรโกะก็เลือกที่จะเขียนจดหมายส่งไป เพื่อเป็นการปลอบประโลมหัวใจตัวเอง จดหมายควรจะถูกพัดพาให้หายไปโดยที่คงไม่มีใครสักคนเปิดอ่าน แต่แล้วกลับมีจดหมายตอบกลับมาที่ฮิโรโกะ มิหนำซ้ำชื่อผู้ส่งยังเป็นชื่อเดียวกับคู่หมั้นของเธอที่เสียไปแล้วด้วย ซึ่งคนที่เขียนจดหมายมานั้นเป็นฟูจิอิ อิทสึกิ จริงๆ แต่เป็นฟูอิจิที่เป็นผู้หญิง หญิงสาวที่เคยเรียนร่วมห้องกับฟูจิอิ (ชาย) และเธอมีใบหน้าที่เหมือนฮิโรโกะราวกับฝาแฝด เมื่อมาถึงจุดนี้ความเรียบง่ายของเรื่องราวก็เริ่มซับซ้อนขึ้นทีละน้อย และชวนให้เกิดข้อสงสัยจนนำไปสู่คำถามของหญิงสาวทั้งสองคนว่าจริงๆ แล้ว ฟูจิอิ (ชาย) รู้สึกอย่างไรต่อพวกเธอกันแน่


April Story – เพียงเพื่อรอพบหัวใจเรา (1998)  

งานตามหลังความสำเร็จ (Love Letter) และความล้มเหลว (Swallowtail $ Butterfly) ของผู้กำกับ ชุนจิ อิวาอิ จุดเด่นของหนังเรื่องนี้ก็คือการวางองค์ประกอบภาพ ชุนจิ อิวาอิ และ โนโบรุ ชิโนดะ เลือกที่จะใช้ภาพแบบไวด์สกรีนและแสงฟุ้งเพื่อที่ให้ความรู้สึกเวิ้งว้าง และแอบเหงาของเด็กผู้หญิงที่ออกมาใช้ชีวิตไกลบ้านตามลำพังเป็นครั้งแรก

ตัวหนังเปิดตัวด้วยการย้ายบ้านของ นิเรโกะ อุชุกิ (ทาคาโกะ มัตสึ) สาวฮอกไกโด ที่ย้ายมาอยู่หอพักเล็กๆ ในโตเกียวเพื่อเตรียมเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย มุชาชิ และการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ จนวันหนึ่งอุชุกิ ได้ไปที่ร้านหนังสือ มุชาชิ ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับมหาวิทยาลัย หนังแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เธอไม่ได้มาที่นี่โดยบังเอิญ เธอมาด้วยความตั้งใจแน่วแน่ เพียงเพื่อจะรอพบใครบางคน


All about Lily Chou Chou – ลิลี่ ชูชู แด่เธอตลอดไป (2001)

ยูอิจิ และโฮชิโนะ 2 เพื่อนรัก พวกเขารู้จักกันตอนช่วงเทอมแรกของวัยมัธยมต้น แล้วก็กลายมาเป็นเพื่อนสนิทกันในระยะเวลาหนึ่ง เที่ยวเล่นด้วยกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน และแบ่งปันเรื่องราวให้กันฟัง โดยเฉพาะเพลงของศิลปินคนหนึ่งที่ชื่อ ลิลี่ ชูชู ยูอิจิชอบเพลงของเธอมาก เขาถึงขนาดเปิดเว็บไซต์อันเป็นที่สิงสถิตของเหล่าแฟนๆ โดยใช้นามแฝงว่าฟิเลีย บนโลกอินเทอร์เน็ตนั้นเปรียบเสมือนหลุมหลบภัยของยูอิจิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโฮชิโนะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขากลายเป็นหัวโจกของเด็กเกเร ซึ่งไม่มีใครสามารถหยุดการกระทำร้ายๆ ของเขาได้เลย และยูอิจิก็กลายเป็นเบี้ยล่างของเขาไปด้วยเหมือนกัน


HANA & ALICE – สองหัวใจหนึ่งความทรงจำ (2004)

ฮานะ กับ อลิส สองสาวเพื่อนรักวัยมัธยมที่สนิทกันมาก อยู่มาวันหนึ่ง ฮานะก็บอกกับอลิสว่า แอบไปหลงรักชายหนุ่มคนหนึ่ง และเธอก็ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่ใกล้กับเขา แต่อยู่มาวันหนึ่งก็มีอุบัติเหตุ โดยที่ฮานะแอบมองอยู่ใกล้ๆ เธอจึงรีบไปหาเขา แต่เขายังคงมึนงงอยู่ ฮานะจึงโกหกไปว่าเป็นแฟนกับเขา และโกหกอีกว่าเขาความจำหายไป ต่อมาฮานะก็โกหกไปอีกว่า อลิสเป็นแฟนเก่ากับเขา


Rainbow Song – กว่าจะรู้ว่ารัก(เพื่อน) (2007)

บางความรักนั้นถูกซ่อนอยู่ในที่ที่เราไม่อาจมองเห็น ผลงานอำนวยการสร้างและเขียนบทของ ชุนจิ อิวาอิ ด้วยเรื่องราวที่นักวิจารณ์ยกย่องว่า เป็นเหมือนสารแห่งความรักในมุมมองที่ต่อจาก Love Letter 

หนังเปิดเรื่องด้วยภาพ เด็กหนุ่มคนหนึ่งตัดสินใจส่งแมสเสจภาพรุ้งกินน้ำแนวเส้นตรงพร้อมข้อความสารภาพรัก ให้กับเพื่อนสนิทที่เขาไม่เคยรู้ว่า เธอตกหลุมรักเขามาตลอด 5 ปี… หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง เขาก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวว่าเด็กสาวคนนั้นได้เสียชีวิตแล้วจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่อเมริกา ในเวลาต่อมา เด็กหนุ่มได้กลับไปร่วมงานศพของเพื่อนสนิท และเริ่มทบทวนความทรงจำที่พวกเขาเคยใช้ร่วมกัน ก่อนที่จะพบว่า ครั้งหนึ่งพวกเขาทั้งคู่เคยเห็นภาพรุ้งกินน้ำแนวเส้นตรงด้วยกันมาแล้ว และนั่นคือวันแรกที่เธอตกหลุมรักเขา


The Case of Hana & Alice – ฮานะ & อลิซ ปริศนาโรงเรียนหลอน (2015) 

หลังจากที่ใช้เวลาพัฒนาบทของอนิเมชั่น The Case Of Hana & Alice นานถึง 10 ปี โดยนอกจากผู้กำกับ ชุนจิ อิวาอิ จะรับทั้งหน้าที่ เขียนบท แต่งเพลง สเก็ตภาพด้วยตัวเอง เขายังได้ร่วมมือกับ ซาโตโกะ โมริคาว่า อนิเมเตอร์ผู้โด่งดังจากการออกแบบคาแร็คเตอร์ The Cat Returns อนิเมชั่นเรื่องดังจากสตูดิโอจิบลิ โดยโมริคาว่าดัดแปลงจากรูปโฉมของ ยู อาโออิ และแอนน์ ซูซูกิ รวมถึงนักแสดงคนอื่นๆ ด้วย รวมถึงการดึงเอาบรรยากาศต่างๆ ที่อิวาอิ วาดเอาไว้ในสตอรี่บอร์ด มาพัฒนาเป็นคาแร็คเตอร์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยหนังถ่ายทำโดยเทคนิคโรโตสโคป

เรื่องราวใน THE CASE OF HANA & ALICE จะเป็นเรื่องราวจุดเริ่มต้นมิตรภาพระหว่าง 2 สาว เมื่อฮานะและอลิซเริ่มเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมและรู้จักกันใหม่ๆ พวกเธอสนิทกันอย่างรวดเร็วเพราะเกิดคดีฆาตกรรมขึ้นที่โรงเรียนจนทำให้ทั้งคู่ต้องช่วยกันสืบคดีเพื่อตามหาเพื่อนร่วมชั้นที่หายตัวไป


A Bride for Rip Van Winkle (2016)

ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องสั้น Rip Van Winkle เรื่องราวของภาพยนตร์จะพาเราไปรู้จักกับนานามิ ครูสอนหนังสือที่ไขว่คว้าความรักจากโลกออนไลน์ ซึ่งเธอก็พบสิ่งนั้นจริงๆ เท็ตสึยะเป็นหนุ่มที่เธอออกเดทด้วย และทั้งคู่ตัดสินใจที่จะแต่งงานกัน ในงานแต่งงานที่ควรจะอบอุ่นฟุ้งเฟ้อไปด้วยความรัก แต่นานามิกลับต้องจ้างคนกลุ่มหนึ่งมาแสดงเป็นครอบครัวของเธอ ชีวิตบางส่วนของเธอขาดหายไป

หรือถ้าใครไม่กลัว COVID-19 ภาพยนตร์เรื่องใหม่ล่าสุดของเขา Last Letter จะเข้าฉายพร้อมกันในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศในวันที่ 12 มีนาคมนี้แล้ว…

ตามไปชมกันได้เลย

#ผีน้อย บุกทั่วโลกพร้อมกันในวันที่ 13 มีนาคมนี้นะจ๊ะ

เปล่าๆ พวกเขาไม่ได้มาแพร่เชื้อไวรัส COVID-19 แต่เหล่าซอมบี้ (และเจ้าชายรัชทายาทสุดหล่อ) จะกลับมาอีกครั้งใน Kingdom Season 2 ที่จะสตรีมมิ่งพร้อมกันทั่วโลกทาง Netflix ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคมนี้เป็นต้นไป

ไหนๆ #ผีน้อย จากเกาหลีก็เดินว่อนไปทั่วประเทศไทยจนคนไทยไม่สามารถออกไปไหนได้แล้ว ก็อยู่บ้าน ทำตัว Netflix ‘n’ Chill ดูผีน้อยในจอ 6 ตอนรวดกันไปดีกว่า

www.netflix.com

ไปชมภาพแรกจาก The Batman ภาคล่าสุดรับบทโดยหนุ่มหล่อ Robert Pattison กำกับโดย Matt Reeves

ภาพแรกมาแล้ว ! กับรถ Batmobile คู่ใจของอัศวินรัตติกาล Batman ในเวอร์ชั่นที่กำกับโดย Matt Reeves (ในชื่อ The Batman) ผู้กำกับชาวอเมริกันจาก Dawn of the Planet of the Apes และ Cloverfield ที่ได้หนุ่มหล่อ Robert Pattison มารับบท Batman และสาวเท่ Zoe Kravitz ในบท Catwoman กำหนดฉายในวันที่ 25 มิถุนายนปีหน้า (2021) ถือเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่น่าติดตามมากครับ

ดูโพสต์นี้บน Instagram

#DayOne #TheBatman

โพสต์ที่แชร์โดย @ mattreevesla เมื่อ

ไปชมโปสเตอร์อย่างเป็นทางการของ 007 “No Time To Die” ลั่นชัตเตอร์โดยตากล้องชื่อดัง Greg Williams

ไปชมโปสเตอร์อย่างเป็นทางการของ 007 “No Time To Die” ลั่นชัตเตอร์โดย Greg Williams ตากล้องชื่อดังชาวอังกฤษที่ได้ Nicola dove และ Jasin Boland อีกสองตากล้องมากฝีมือมาช่วย

โดยภาพยนตร์เรื่องที่ 25 ในซีรีย์ Bond ที่มี Rami Malek เจ้าของรางวัลออสการ์มาร่วมแสดงด้วยเรื่องนี้จะถูกเลื่อนไปเป็นในช่วงเดือนพฤศจิกายนแทนเนื่องจากการระบาดของ coronavirus เป็นโปสเตอร์ที่สวยงามและถือว่าน่าหามาสะสมมากครับ สำหรับการส่งท้าย Daniel Craig กับบทบาทสายลับมาดเท่ James Bond

5 ผลงานของทาคาชิ ยามาซากิ ก่อนนั่งแท่นผู้กำกับแอนิเมชั่นเรื่องเยี่ยม LUPIN III : THE FIRST

อีกไม่กี่อึดใจที่แฟนๆจะได้รับชมผลงานแอนิเมชั่นเรื่องล่าสุดของทาคาชิ ยามาซากิ ผู้กำกับมากฝีมือขวัญใจแฟนๆ แห่งวงการภาพยนตร์อนิเมชั่นสามมิติของญี่ปุ่น ที่ครั้งนี้เขากลับมาอีกครั้งใน “Lupin III: The First ลูแปงที่ 3: ฉกมหาสมบัติไดอารี่” ผลงานจากปลายปากกาของ มังกี้พันช์ (คาซูฮิโกะ คาโต) สู่บทบาทอนิเมชั่นสามมิติครั้งแรกบนโลกภาพยนตร์ของลูแปง เรื่องราวของจอมโจรอาเซน ลูแปง ที่ 3 และผองเพื่อน นักแม่นปืน จิเก็น ไดซุเกะ, ซามูไรหนุ่ม อิชิคาวะ โกเอมอน ที่ 13 และจอมโจรสาว มิเนะ ฟูจิโกะ ที่ต้องร่วมมือกับหญิงสาวนามว่าเลติเชีย ในการผจญภัยข้ามทวีปเพื่อไขปริศนาไดอารี่ของเบรสซองซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับปู่ของเขาเอง

และเพื่อเป็นการต้อนรับการมาของผู้กำกับแถวหน้าแห่งวงการอนิเมชั่นสามมิติ ทาคาชิ มิยาซากิ เรามาพบกับผลงานในอดีตที่เคยฝากความประทับใจแก่คอหนังมาแล้วมากมายของเขาคนนี้กัน

Stand by Me Doraemon โดราเอมอนเพื่อนกันตลอดไป (2014)

นี่คือภาพยนตร์เรื่องแรกที่ทำให้คนทั่วโลกได้เห็น “โดราเอมอน” ครั้งแรกในรูปแบบแอนิเมชั่นสามมิติ มันได้สร้างปรากฏการณ์ไปทั่วทั้งโลกด้วยการกวาดรายได้ทั่วโลกไปมากกว่า 5.7 พันล้านบาท โดยยามาซากิได้หยิบเอา 7 ตอนที่ประทับใจที่สุดในตลอด 45 ปีนับตั้งแต่การถือกำเนิดของโดราเอมอน เริ่มจากตอนแรกที่โดราเอมอนเดินทางมาช่วยเด็กผู้ชายขี้แยอย่างโนบิตะ จนไปถึงตอนสุดท้ายที่โดราเอมอนจะต้องลาจากโนบิตะเพื่อกลับโลกอนาคต


Parasyte ปรสิตเพื่อนรักเขมือบโลก (2014)

ภาพยนตร์ไลฟ์แอคชั่นที่สร้างจากมังงะชื่อดังของอาจารย์ ฮิโรชิ อิวาอากิ บอกเล่าเรื่องราวของโลกที่กำลังถูกคุกคามโดยสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่มาในรูปแบบของปรสิตที่ต้องอาศัยร่างมนุษย์เพื่อใช้เป็นพาหะในการดำรงชีพ โดยปกติปรสิตจะเข้าไปควบคุมสมองของมนุษย์ แต่ทว่าในกรณีของ “ชินอิจิ” นั้นปรสิตสามารถควบคุมได้เพียงแค่มือขวาของเขา ชินอิจิได้ตั้งชื่อปรสิตตัวนี้ว่า “มิกกี้” และทั้งสองก็ได้กลายเป็นความหวังหนึ่งเดียวของมนุษยชาติในการหยุดภัยคุกคามครั้งนี้


Space Battleship Yamato : 2199 ยามาโต้กู้จักรวาล (2010)

ภาพยนตร์ไลฟ์แอคชั่นไซไฟที่สร้างจากอนิเมะที่ฉายในช่วงปี 1974 และนับว่าเป็นต้นกำเนิดอนิเมะแนวไซไฟที่คลาสสิกที่สุดแห่งยุค ภาพยนตร์เรื่องนี้ของยามาซากิได้ใช้เวลาเตรียมงานสร้างกว่า 4 ปี ถ่ายทำนานกว่า 9 เดือน ใช้ทุนสร้างไปทั้งสิ้น 2.2 พันล้านเยน หรือกว่า 700 ล้านบาท มีการใช้ฉากวิชวลเอฟเฟคในหนังมากกว่า 80% ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้นับว่าเป็นก้าวสำคัญสำหรับวงการภาพยนตร์ในญี่ปุ่นเลยทีเดียว


Always: Sunset on Third Street ถนนสายนี้หัวใจไม่เคยลืม (2005)

ภาพยนตร์เรื่องแรกที่ทำให้ผู้คนทั้งโลกได้รู้จักชื่อของผู้กำกับยามาซากิ มีความสำเร็จทั้งในเรื่องของรายได้และกระแสวิจารณ์ หนังเล่าเรื่องวิถีความเป็นอยู่ของผู้คนกลุ่มหนึ่งในชุมชนเล็ก ๆ ที่ต่างดำเนินชีวิตอยู่บนความหวังและการรอคอย จุดเด่นที่สำคัญของภาพยนตร์ซีรีย์นี้ก็คือความรู้สึกซึ้งกินใจที่ผู้ชมทุกคนล้วนได้รับกันถ้วนหน้าจนเกิดเป็นกระแสบอกต่อเป็นวงกว้าง  อนึ่ง ภาค 3 ของ Always ได้มีการกล่าวถึงโอลิมปิกฤดูร้อนปี 1964 ที่กรุงโตเกียวได้รับเกียรติในการจัดงาน ซึ่งอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้กำกับยามาซากิได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งในผู้กำกับพิธีเปิด/ปิดของ “โตเกียวโอลิมปิก 2020” ที่กำลังจะถึงนี้ด้วย


Dragon Quest: Your Story (2019)

ผลงานภาพยนตร์แอนิเมชั่นสามมิติอีกเรื่องหนึ่งของผู้กำกับยามาซากิ ที่เพิ่งจะเข้าไปอยู่ในโปรแกรมของ Netflix เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2020 ที่ผ่านมา สร้างจากเกม Dragon Quest ซึ่งเป็นแฟรนไชส์ยอดนิยมของค่าย Square-Enix ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้หยิบเอาเนื้อเรื่องของ Dragon Quest ในภาคที่ 5 หรือ “Dragon Quest V: Hand of the Heavenly Bride” มาดัดแปลงอีกที เนื้อเรื่องของ Dragon Quest: Your Story จะติดตามเด็กหนุ่มที่ชื่อลูก้า บอกเล่าเรื่องราวการผจญภัยของเขาที่จะนำไปสู่การไขปริศนาเกี่ยวกับอดีตของพ่อของเขา และเพื่อช่วยเหลือแม่ของเขาจากพ่อมดผู้ชั่วร้าย

เตรียมพบผลงานอนิเมชั่นสามมิติของจอมโจรในตำนาน ลูแปงที่ 3 และผองเพื่อน ที่มาพร้อมภารกิจข้ามโลกสุดมันส์  “LUPIN III :THE FIRST ลูแปงที่ 3:ฉกมหาสมบัติไดอารี่” 27 กุมภาพันธ์นี้ ในโรงภาพยนตร์

#IAMHERE, Waiting for YOU

ทำความรู้จัก อแลง ชาบาต์ หนุ่มใหญ่อารมณ์ดี ในหนังรักคอเมดี้แห่งการรอคอยสุดประทับใจ #IAMHERE

ถ้าพูดถึงชื่อของ อแลง ชาบาต์ แล้วหลายคนอาจจะไม่รู้จักเขา แต่คุณทราบหรือไม่ว่านักแสดงชาวฝรั่งเศสวัย 61 ปี เจ้าของบทบาท สเตฟาน เชฟอาหารฝรั่งเศสที่กำลังรอคอยความรักอย่างเหงา ๆ ในผลงานโรแมนติกคอเมดี้  “#IAMHERE #ผมรอคุณอยู่ที่นี่…ซู” คนนี้ไม่ได้โนเนมอย่างที่คุณคิด

 อแลง ชาบาต์ เป็นนักแสดงที่ขึ้นชื่อในการแสดงในหนังประเภทตลกอันดับต้น ๆ ของประเทศ เขาจึงได้กลายเป็นตัวเลือกอันดับแรกของผู้กำกับอีริค ลาร์ติกู เจ้าของผลงานหนังอย่าง “La famille Bélier” หรือในชื่อไทย “ร้องเพลงรักให้ก้องโลก” ก่อนที่เขาจะได้มารับเล่นบทนี้คู่กับ “แบดูนา” นักแสดงสาวจากซีรีย์ Netflix “Kingdom” อแลง ชาบาต์ เคยได้รับบทบาทสลัดอวกาศบ๊อบ ใน “Valerian and the City of a Thousand Planets” บทนโปเลียน โบนาปาร์ท ในแฟรนไชส์ “Night at the Museum” และกูฟฟี่ ใน “Mood Indigo” และในวันนี้เขาก็จะมาพูดถึงตัวละครของเขาในหนังโรแมนติกคอเมดี้เรื่องล่าสุดของเขา “#IAMHERE” 

ตัวละครของผมใน ‘#IAMHERE’ เป็นคนที่โรแมนติกมากๆ ครับ”  ชาบาต์กล่าว นอกจากนั้นด้วยสัญชาติญาณของนักแสดง เขายังสามารถจับความรู้สึกลึก ๆ ที่แฝงอยู่ในตัวละครของเขาได้ด้วย ดูเหมือนจะมีบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัวของอีริคด้วย ผมจะไม่ถามเขาว่าในอดีตมันเคยมีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นในชีวิตเขาหรือเปล่าเพราะผมไม่อยากไปล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัวของเขาแต่ว่าผมก็เข้าใจเขานะ

สเตฟานเป็นผู้ชายที่น่าเอ็นดูครับแต่ว่าในตอนนี้เขาต้องการสิ่งใหม่ๆในชีวิตการเปลี่ยนแปลงจะช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นซึ่งผมเองก็ได้ลองเปลี่ยนแปลงตัวเองดูบ้างแล้วเหมือนกันและผมก็พบว่ามันได้ผลดีมากเลยทีเดียว เขากล่าว ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนต้องการช่วงเวลาสำหรับการพักผ่อนไม่ว่าคุณจะเป็นคนใหญ่คนโตหรือว่าคนธรรมดาคุณก็ต้องมีช่วงเวลาเหล่านั้นบ้างไม่มากก็น้อยตัวเอกของเราอย่างสเตฟานได้ค้นพบสิ่งนี้เมื่อเขาได้พบกับหญิงสวยคนหนึ่งทางโซเชียลเน็ตเวิร์กการที่เขาตัดสินใจเดินทางไปหาเธอนั้นได้พิสูจน์ว่าความหนุ่มยังไม่ได้หายไปจากตัวเขาเลยซะทีเดียวมันจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นการการเดินทางครั้งใหม่สำหรับสเตฟานครับ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในกองถ่ายก็มีเรื่องตลกอยู่เรื่องหนึ่ง นั่นก็คือ ทั้ง ๆ ที่สเตฟานได้รู้จักกับซู (แบ ดูนา) ผ่านทางแอพโซเชียล แต่ทว่านักแสดงที่รับบทเป็นสเตฟานอย่างชาบาต์กลับไม่เคยเล่นโซเชียลเลย เขาไม่มีแม้แต่บัญชีของแอพเหล่านั้นด้วยซ้ำ! ผมไม่อยากจะบอกเลยว่าผมไม่ได้เล่นอะไรที่เป็นโซเชียลเลย ชาบาต์ กล่าว ถ้าผมคิดจะเริ่มเล่นตั้งแต่ตอนนี้ผมคงต้องมีหลายเรื่องให้พิจารณาด้วยที่ผมมั่นใจก็คือผมคงจ้างแอดมินมาดูแลและสร้างเนื้อหาตลกๆที่ไม่ซ้ำใครแต่สำหรับตอนนี้ผมไม่รู้จริงๆนะว่าผมอยากจะเล่นโซเชียลจริงๆรึเปล่าบางทีในอนาคตมันอาจจะมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมเปลี่ยนใจก็เป็นได้

เตรียมพบกับภาพยนตร์แห่งการรอสุดประทับใจ! “#IAMHERE #ผมรอคุณอยู่ที่นี่…ซู” เพราะคำว่า “รอ” ไม่ได้ยากเท่าคำว่า “รัก” 5 มีนาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

The Shaman King of the Closet

มาทำความรู้จักกับหมอผีปริศนา รับบทโดยคิม นัมกิล ในภาพยนตร์เรื่อง THE CLOSET  ตู้นรก ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด ภาพยนตร์เกาหลีสยองขวัญที่มียอดตั๋วเข้าชมทะลุ 1 ล้านใบในเกาหลีเป็นที่เรียบร้อย

พระเอกความสามารถรอบด้าน: คิม นัมกิล ไม่ใช่แค่นักแสดงมากฝีมือเท่านั้น เขายังเป็นนักเขียนหนังสือที่น่าจับตาอีกด้วย กับผลงานของเขาชื่อ  “Way Back to the Road” ที่เป็นเหมือนไดอารี่เล่าถึงชีวิตของเขาในช่วง 2 ปี ประกอบด้วยภาพถ่าย ที่เขาเป็นคนถ่ายเอง และเขายังเคยเป็นโปรดิวเซอร์ของสารคดีเรื่อง “Ensemble” พูดถึงกลุ่มนักดนตรีคลาสสิคที่รวมตัวกันแสดงดนตรีบนถนนหลังจากถูกปลดออกจากกองทัพ

ชายอารมณ์ศิลปิน: นอกจากคิม นัมกิลเป็นโปรดิวเซอร์สารคดีเกี่ยวกับกลุ่มนักดนตรีคลาสสิค ตัวเขาเองยังเล่นดนตรี “ฟลุต” และร้องเพลงได้ จนถึงขั้นเคยปล่อยซิงเกิ้ลที่ญี่ปุ่นชื่อเพลง Roman ออกมา

“ถ้าคุณจะแต่งงานกับนักแสดงต้องคิด 2 ครั้ง”: เขาเคยบอกว่า ถ้าผู้หญิงอยากจะแต่งงานกับคนที่มีอาชีพเป็นนักแสดง ควรจะคิดให้ดี คิดอย่างน้อย 2 ครั้ง ไม่ว่าผู้ชายคนนั้นจะน่ารักแค่ไหน เพราะการแต่งงานกับนักแสดงถือเป็นชีวิตที่อ้างว้างและโดดเดี่ยว

ผู้มุ่งมั่นทุกบทบาท: คิม นัมกิลเคยถูกโหวตให้เป็นอันดับ 1 ดาราที่ประสบความสำเร็จทางอาชีพการแสดง จากเว็บไซต์เกาหลี เนื่องจากเขาทุ่มเทกับทุกบทบาท บทตลกก็เล่นใหญ่ แอ็คชั่นก็ทุ่มทุนจัดเต็ม จนต้องเข้าแอดมินโรงพยาบาลไปหลายครั้ง

จนมาถึงภาพยนตร์แนวสยองขวัญ “The Closet ตู้นรกไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด” ที่ตอนแรกคิม นัมกิล เกือบจะไม่รับเล่นเพราะเป็นคนกลัวผี แต่พอรับเล่นเขาก็จัดเต็มเช่นกัน กับบท “คยองฮุน” หมอผีปริศนาที่เชื่อว่าเด็กสาวที่หายไปต้องหายไปในตู้ลึกลับนั้นอย่างแน่นอน คิม นัมกิลได้ให้สัมภาษณ์ว่า เขาอยากแสดงเป็นตัวละครที่มีความขัดแย้ง เพราะถึงแม้คยองฮุนจะดูเป็นคนอารมณ์ดีแต่ กลับซีเรียสขึ้นทันทีเมื่อพูดถึงความลับของตู้ เขาสร้างตัวละครนี้ขึ้นจากจินตนาการ เขาทั้งเติมรอยสัก และใช้สลิงเพื่อเพิ่มลีลาเหนือมนุษย์ให้ตัวละครนี้

คิม นัมกิล นักแสดงมากความสามารถ มากประสบการณ์ มากฝีมือ รับบทเป็นหมอผีปริศนา ผู้ไล่ล่าแสวงหาเด็กที่หายไป เรื่องราวปริศนา ภายใต้ประตูตู้ที่แง้มอยู่นั้นจะเป็นเช่นไร เตรียมตัวเตรียมใจไขปริศนานี้ไปพร้อมกัน สัมผัสประสบการณ์สยองขวัญที่ไม่คาดคิด “The Closet ตู้นรก ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด”  วันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

Apple ประกาศไม่อนุญาตให้ตัวร้ายในภาพยนตร์ถือผลิตภัณฑ์ของแบรนด์เข้าฉาก

อีกหนึ่งเรื่องราวชวนหัวเราะเมื่อ Rian Johnson ผู้กำกับ Star Was: The Last Jedi และ Knives Out ภาพยนตร์สืบสวนพล็อตสนุกออกมาให้สัมภาษณ์ว่าApple บริษัทไอทียักษ์ใหญ่นั้นไม่อนุญาติให้ตัวร้ายหรือศัตรูของพระเอกถือผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ในการเข้าฉาก

ดูโพสต์นี้บน Instagram

As the family unravels, so does the mystery. Watch #knivesout now on Digital. On 4K Ultra HD, Blu-ray & DVD 2/25.

โพสต์ที่แชร์โดย Knives Out (@knivesout) เมื่อ

“ต่อไปนี้ในหนังสืบสวนคนดูอาจจะเดาออกละล่ะว่าใครเป็นตัวร้ายเพราะพวกเขาจะไม่สามารถถือiphone ในมือได้” ผู้กำกับอเมริกันวัย46 กล่าวติดตลก แต่ถ้าย้อนกลับไปดูภาพยนตร์เรื่องเยี่ยมอย่าง Knives Outที่เป็นการตามหาคนร้ายที่ฆ่านักเขียนนิยายสืบสวนชื่อดังอย่างHarlan Thrombey ก็จะพบว่านี่คือความจริง

ซึ่งถ้าย้อนกลับไปเมื่อปี2002 ก็มีบทความที่ตั้งข้อสังเกตว่าในทีวีซีรีย์24 ที่ว่าด้วยการต่อกรกับผู้ก่อการร้ายใน Los Angeles ว่าพวกตัวร้ายทั้งหมดจะใช้คอมพิวเตอร์ Window PC ส่วนตัวดีจะใช้ Macs ถือเป็นอีกหนึ่งข้อสังเกตที่น่าลองเอาไปใช้สำหรับการชมภาพยนตร์ครั้งหน้า

C’Mon, Let’s Play!

ทำความรู้จักกับนักแสดงเด็กหน้าใหม่คนล่าสุด คริสโตเฟอร์ คอนเวอรี่ เพื่อนรักน้องบรามส์ในภาพยนตร์สยองขวัญภาคต่อสุดระทึก Brahms: The Boy II ตุ๊กตาซ่อนผี 2

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งปังหรือแป้กนั้นคือนักแสดงนำที่ทำหน้าที่ราวกับผู้แบกภาพยนตร์ไว้ทั้งเรื่อง ซึ่งภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่องนั้นก็ได้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากบทบาทของดารานำเด็ก และในขณะเดียวกัน ดาราเด็กเหล่านั้นก็สามารถหาที่ทางในวงการบันเทิงได้จากการเปิดตัวในภาพยนตร์เรื่องใดเรื่องหนึ่งเช่นกัน

เรามาทำความรู้จักกับ คริสโตเฟอร์ คอนเวอรี่ ว่าที่ดาราเด็กดาวรุ่งคนใหม่ที่หลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาเขาในบทบาทของบิลลี่จากซีรีส์เรื่อง Stranger Things และมาร์ติน จากซีรีส์เรื่อง Gotham กันให้มากขึ้นอีกสักนิด ก่อนจะไปพบกับบทบาทครั้งสำคัญของเขาในฐานะเพื่อนรักน้องบรามส์ Brahms: The Boy II ตุ๊กตาซ่อนผี 2

คุณช่วยเล่าเกี่ยวกับความผูกพันต่อหนังสยองขวัญให้หน่อยและคุณเป็นแฟนหนังแนวนี้มาก่อนเล่นหนังเรื่องนี้หรือเปล่า?

คริสโตเฟอร์ : ใช่ครับ ผมรักหนังสยองขวัญจริงๆ ผมคิดว่ามันสนุกมากไม่ว่าจะดูที่บ้านหรือที่โรงหนัง ก็แค่ได้ไปกับเพื่อนด้วยกัน กินป๊อปคอร์นและได้ขวัญผวากันเป็นกลุ่ม มันเป็นประสบการณ์ที่สนุกจริงๆ ครับ

คุณมีหนังสยองขวัญในดวงใจหรือซักเรื่องที่ติดตาตรึงใจคุณหรือเปล่า?

คริสโตเฟอร์ : ผมชอบเรื่อง Us แล้วหนังเรื่อง Halloween ก็เป็นหนังโปรดของผมด้วย แต่จริงๆแล้ว ผมก็ชอบ The Boy ภาคแรกด้วย มันยอดเยี่ยมมากๆ ครับ

แล้วพอคุณได้ดู The Boy ภาคแรกแล้วนั่นเป็นประโยชน์ต่อการสร้างแรงบันดาลใจหรือมันช่วยให้คุณได้เตรียมตัวบทบาทของหนังภาคนี้หรือเปล่า?

คริสโตเฟอร์ : มันช่วยผมได้เยอะครับ ทันทีที่ผมได้บทบาททนี้ ผมก็ดูหนังภาคแรกและสิ่งที่โดดเด่นของหนังคือโทนของมัน ผมพยายามปรับตัวให้เข้ากับบรรยากาศในการถ่ายทอดคำพูดและตัวละครของผมทั้งหมดครับ

แล้วผู้กำกับหนังก็เป็นคนเดียวกับภาคแรก (วิลเลี่ยม เบรนท์ เบลล์) มันจึงเป็นเรื่องดีที่คุณสามารถเข้าใจความรู้สึกต่อสไตล์ของเขาก่อนทำงานร่วมกันหรือเปล่า?

คริสโตเฟอร์ : วิลเลี่ยมคือผู้กำกับที่ยอดเยี่ยมมากๆ และเขาก็ช่วยผมมากมายจริงๆ เราได้พูดคุยกันซึ่งเราก็อ่านสคริปท์ทั้งหมดและต่างใส่ข้อมูลเพิ่มเติมในฉากที่แตกต่างกัน เรามีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยตามวิธีการที่ช่วยให้ตัวละครจู๊ดมีชีวิตขึ้นมา และทำให้ตัวละครของเขาเป็นได้มากกว่าที่เห็นบนหน้ากระดาษครับ

มันมีตัวอย่างของวิธีการนั้นหรือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่คุณถ่ายทอดตัวจู๊ดระหว่างกระบวนการสร้างหรือเปล่า?

คริสโตเฟอร์ : ตัวอย่างนี้มันเจ๋งจริงๆ ครับอย่าง เคที่ดูคลิปผมเล่นเปียโนในอินสตาแกรมของผม แล้วเธอก็ชอบจนเอาไปโชว์ให้ผู้กำกับดู ทั้งคู่ก็ได้ไอเดียว่ามันสนุกแน่ที่จะเพิ่มฉากใหม่ในหนังเป็นฉากผมเล่นเปียโนซึ่งมันก็เกิดขึ้นจริงๆ ครับ

คุณพูดถึงเคที่ โฮล์มส์ผู้ที่เล่นเป็นแม่ของคุณในหนังเรื่องนี้เธอเป็นนักแสดงผู้คร่ำหวอดในวงการหนังด้วยการได้ร่วมงานกับเธอเป็นอย่างไรบ้าง?

คริสโตเฟอร์ : เธอยอดเยี่ยมมากและใจดีด้วย เธอมีบางอย่างที่ผมได้เรียนรู้จากเธอคือเธอจะด้นสดหลายครั้งไม่ว่าจะผ่านบทพูดหรือการแสดงออกกับผม มันช่วยให้ผู้ชมเชื่อว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่และเราก็เป็นครอบครัวกันจริงๆ เพราะการด้นสดแบบนั้นมันทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากครับ

มันมีบทเรียนการแสดงหรือเทคนิคที่คุณได้เรียนรู้จากเคที่ โฮล์มส์หรือใครก็ตามในการถ่ายทำหนังเรื่องนี้หรือเปล่า?

คริสโตเฟอร์ : โดยทั่วไปแล้วมันเป็นประโยชน์มากๆ ที่จะดูทุกคนเข้าถึงบทบาทในแนวทางที่แตกต่างกันหรือวิธีเข้าใจตัวละคร มันเป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่สำหรับผมครับ

มีฉากไหนในหนังเรื่องนี้ที่ท้าทายมากๆ ในการทำความเข้าใจสถานการณ์หรือต้องเตรียมตัวมากกว่าฉากอื่นๆ?

คริสโตเฟอร์ : ฉากทั้งหมดที่ผมต้องแสดงกับตุ๊กตาบรามส์มันท้าทายครับ เมื่อผมเจอบรามส์เป็นครั้งแรก ผมคิดว่าเขาน่ากลัวมากๆ  ในหนังภาคแรก เขาทำมาจากกระเบื้องเคลือบแต่ในหนังภาคนี้เขาทำมาจากซิลิโคน เขามีผิวหนังที่เหมือนมนุษย์และนัยน์ตาที่สมจริง บรามส์เลยดูเหมือนได้รับการพัฒนาขึ้น มันมีรายละเอียดมากมายในตัวเขาที่ช่วยให้เขาดูเหมือนมนุษย์จริงๆ มันสยองจริงๆ ครับ

แม้แต่เราก็มีช่วงเวลาหนึ่งที่เราเตรียมพร้อมสำหรับฉากหนึ่งแล้วไฟก็ดับ ทันใดนั้นผมรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างแตะคอผม จากนั้นไฟกลับมาติดอีกครั้งแต่ไม่มีใครอยู่ที่นั่นเลย นอกจากบรามส์ ตอนนี้บรามส์ทำให้ผมกลัวตุ๊กตาไปเลยครับ

แน่นอนว่าคุณคงกลัวตุ๊กตาตอนนี้แต่มันมีอย่างอื่นไหมที่ทำให้คุณขวัญผวา?

คริสโตเฟอร์ : พวกแมลงครับ โดยเฉพาะแมงมุม หลายอย่างที่น่ากลัวทั่วๆ ไปครับ

มันมีหนังสยองขวัญหลายเรื่องไม่นานมานี้ที่นำเสนอแรงขับเคลื่อนของครอบครัวและให้ความสำคัญแก่ประเด็นนั้นไม่ว่าจะเป็นหนังเรื่องนี้เรื่อง  A Quiet Place หรือเรื่อง Us ทำไมถึงคุณคิดว่านี่อาจจะเป็นกระแส?

คริสโตเฟอร์ : ผมไม่รู้จริงๆ ครับ แต่มันอาจจะช่วยเกิดกระบวนการสร้างบางอย่างที่น่ากลัวหรือน่าเจ็บปวดร่วมกันในฐานะครอบครัวมากกว่าการอยู่คนเดียว ช่วงสุดท้ายของหนังสยองขวัญทำนองนี้ พวกคุณทุกคนจะอยู่ร่วมกันในฐานะครอบครัวหนึ่ง และอาจจะแข็งแกร่งกว่าหรือได้เห็นคุณค่าซึ่งกันและกันมากกว่าพวกเขาเคยทำครับ

หนังสยองขวัญบางเรื่องมีความเลือดสาดมากๆ และจะใช้เทคนิคทำมือคุณเป็นแฟนหนังแบบนั้นหรือเปล่าแบบว่ามันจะสนุกไหมในการเล่นเป็นปีศาจหรือได้ทำอะไรที่บ้าคลั่ง?

คริสโตเฟอร์ :  ผมไม่รู้ว่าผมสนุกกับการดูหนังเลือดสาดหรือเปล่า แต่มันก็สนุกดีที่จะได้สำรวจหนังแบบนี้จากมุมมองอีกด้าน มันน่าสนใจจริงๆ นะที่จะแสดงบทบาทแบบนั้น ผมเต็มใจ ผมอยากจะลองบทบาทที่แตกต่างกันมากๆ เท่าที่เป็นไปได้ครับ  

ถ้าคุณสามารถทำงานร่วมกับใครก็ได้ในวงการหนังมีนักแสดงหรือผู้กำกับคนไหนที่คุณจะตื่นเต้นแน่ๆที่ได้ร่วมงาน?

คริสโตเฟอร์ :  ผมชอบลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ และทิโมธี ชาลาเมต์จริงๆ ครับ ลีโอนาร์โดสวมบทบาทที่แตกต่างและแสดงให้เห็นความหลากหลาย เขาทำได้ทั้งหมดและเขาเป็นแรงบันดาลใจให้ผมทำแบบเขา เคยมีคนบอกว่าผมสามารถเล่นเป็นลีโอนาร์โดตอนวัยหนุ่มได้ซึ่งจะเป็นเกียรติอย่างยิ่ง จากนั้นพอผมได้ดูทิโมธี ชาลาเมต์ในหนังเรื่อง Beautiful Boy นั่นเป็นบทบาทที่หนักหน่วงและสะเทือนอารมณ์มากๆ มันเป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากจะลองเล่นบทบาทที่ท้าทายและผลักดันตัวเองได้มากกว่านี้ครับ

คุณกล่าวถึงหนังเรื่อง Halloween และฆาตกรนามว่าไมเคิล ไมเออร์ส คุณคิดว่าฆาตกรตัวไหนที่น่ากลัวที่จะถูกทำร้ายสุดๆ เฟรดดี้ ครูเกอร์, เจสัน วูร์ฮีส์ หรือไมเคิล ไมเออร์ส ?

คริสโตเฟอร์ :  โอ้ เลือกยากจริงๆ ครับ ผมรู้สึกว่าเฟรดดี้ ครูเกอร์สยองสุดๆ แล้วและเขาก็อำมหิตจริงๆ แต่ผมคิดว่าไมเคิล ไมเออร์ส น่ากลัวกว่ามาก ในหนังอย่าง Freddy Vs. Jason เจสันฆ่าเฟรดดี้ได้ แล้วเจสันและไมเคิลก็แข็งแกร่งกว่าและมันรู้สึกว่าพวกเขาตายไม่เป็นครับ

แล้วในบรรดาหนังตุ๊กตาปีศาจที่ออกฉายคุณคิดว่าใครจะชนะในศึกนั้นระหว่างบรามส์, ชัคกี้ (แฟรนไชส์ Child’s Play) และแอนนาเบลล์ ?

คริสโตเฟอร์ :  ผู้ชนะต้องเป็นบรามส์แน่นอนครับ มันมีด้านที่แตกต่างหลากหลายเกี่ยวกับตุ๊กตาตัวนี้ ในหนังภาคแรก เขามีวิธีการคุกคามผู้คน แต่ครั้งนี้เขาจะครอบงำทางจิตใจมากกว่า ผมรู้สึกว่าบรามส์มีความเฉลียวฉลาดที่สุดในบรรดาตุ๊กตาทั้งสาม ชัคกี้อาจจะแข็งแรงแต่บรามส์จะมีชัยเพราะความคิดของเขา นั่นทำให้หนังดูดีจริงๆ ครับ

ท้ายที่สุดคุณมีคำแนะนำสำหรับใครก็ตามที่คิดว่าหนึ่งในบรรดาตุ๊กตาเหล่านั้นจะมีชีวิตขึ้นมาและรับมือกับมันว่าอย่างไร ?

คริสโตเฟอร์ :  โอเค ผมจะบอกว่าให้ระวังข้างหลังของคุณให้ดี พรรคพวก และมั่นใจว่าคุณได้เก็บตุ๊กตาตัวนั้นในที่ๆ ปลอดภัยแน่นหนาจนพวกเขาไม่สามารถเล็ดลอดออกไปได้ หรือไม่ก็โยนทิ้งไปได้เลยครับ

Brahms: The Boy II ตุ๊กตาซ่อนผี 2 เข้าฉายทุกโรงภาพยนตร์ชั้นนำตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคมนี้เป็นต้นไป