Glenmorangie A Tale of Cake นำความหอมหวานของขนมเค้ก มาไว้ในวิสกี้!

“เกลนมอเรนจี” นำความหอมหวานของขนมเค้ก มาไว้ในวิสกี้
เค้กเทลส์ โดย “โดมินิก อันเซล” เพสตรี้เชฟ นำรสชาติอร่อยสุดห้ามใจ ใส่ไว้ในรูปแบบขนมเค้ก

เกลนมอเรนจี เฉลิมฉลองความหรรษาของการรับประทานขนมเค้ก ด้วยซิงเกิล มอลต์ สก๊อตช์ วิสกี้ ที่หวานหอมน่าดื่ม โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากความทรงจำสุดโปรดในการอบขนมเค้กใน วันเกิด และอื่นๆ อีกมาก “เกลนมอเรนจี อะ เทล ออฟ เค้ก” (Glenmorangie A Tale of Cake) เฉลิมฉลองกับทุกความสุขเกี่ยวกับเค้ก เอร็ดอร่อยไปกับรสชาติของวิสกี้ ลิมิเต็ด เอดิชั่น กับรสชาติของน้ำผึ้ง ช็อกโกแลตขาว และผลไม้ จน “โดมินิก อันเซล” (Dominique Ansel) เพสตรี้เชฟ ฝันถึงการนำเค้กมาจับคู่กับค็อกเทล เป็น “เค้กเทล” (CakeTail) ที่แสนพิเศษ


เกลนมอเรนจี อะ เทล ออฟ เค้ก เริ่มขึ้น เมื่อ ดร.บิล ลัมสเดน ผู้อำนวยการฝ่ายรังสรรค์วิสกี้ของเกลนมอเรนจี รำลึกถึงว่าคืนวันอันสนุกสนานที่สุดของเขามักมีเค้กเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ ตั้งแต่การช่วยคุณยายอบขนมเค้ก จนถึงเค้กสับปะรดที่ลูกสาวของเขาทำให้ในวันเกิด ซึ่งทำให้เขาฝันที่จะนำมนต์เสน่ห์ของเค้กมาใส่ไว้ในซิงเกิล มอลต์ วิสกี้ จึงได้ทดลองบ่มเกลนมอเรนจี ไว้ในถังไวน์โตกาจิ ไวน์รสหวาน ในขั้นตอนสุดท้าย เขาได้รังสรรค์ เกลนมอเรนจี อะ เทล ออฟ เค้ก อย่างเต็มไปด้วยทักษะ เรียงชั้นความหวานแบบน้ำผึ้ง เข้ากับบุคลิกอันเรียบรื่นที่หอมผลไม้ของเกลนมอเรนจี
แน่นอนว่า ซิงเกิล มอลต์ ชนิดนี้ มีรสชาติอร่อยเป็นพิเศษเมื่อดื่มเคียงคู่กับขนมเค้ก นั่นคือเหตุผลที่เกลนมอเรนจี ได้ร่วมงานกับ โดมินิก อันเซล เช่นเดียวกับดร.บิล เพสตรี้เชฟ ผู้มีฉายาว่า “วิลลี วองก้า แห่งนิวยอร์ก” ซึ่งมีความหลงใหลในการค้นหารสชาติใหม่ๆ (ดูตัวอย่างขนมโครนัท ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างโดนัทกับครัวซองต์จากฝีมือของเขา ซึ่งโด่งดังไปทั่วโลก) เขาจินตนาการว่าจะนำเค้กและวิสกี้มารวมตัวกันได้อย่างไร จึงทำเค้กสับปะรดที่ใส่ลูกเล่นพิเศษเฉพาะตัวเข้าไป โดยได้แรงบันดาลใจจากเกลนมอเรนจี อะ เทล ออฟ เค้ก จับคู่กับค็อกเทลดั้งเดิมรสสับปะรด โดยเจเรมี เลอ บลานช์ มิกโซโลจิสต์ ผู้เชี่ยวชาญ จนได้ผลลัพธ์ออกมาเป็น “เค้กเทล” แสนอร่อยน่าลิ้มลอง มากไปกว่านั้น โดมินิกและเจเรมี ยังได้จัดจับคู่ เค้กเทลเพื่อเชิดชูวิสกี้อันเป็นที่รักของเกลนมอเรนจี 3 ชนิด คือ ดิ ออริจินัล, เดอะ ลาซานตา และเดอะ ควินตา รูบัน
การจับคู่เค้กเทลของเกลนมอเรนจี มีบริการให้กับผู้โชคดีเพียงไม่กี่คนจากร้านขนมของเขาในนิวยอร์ก แต่เพื่อจะให้ทุกๆ คนได้ลิ้มรสความอร่อย โดมินิกและเจเรมี จะแบ่งปันสูตรที่ทำได้ง่ายที่บ้าน ผ่านทางภาพยนตร์สั้นเป็นซีรีส์ ซึ่งจะออกอากาศทางช่องทางโซเชียลของเกลนมอเรนจี

ดร.บิล กล่าวว่า “เช่นเดียวกับพวกเราหลายๆ คน ความทรงจำที่ผมโปรดปรานมากที่สุดมาจากเค้ก ไม่ว่าจะเป็นการช่วยคุณยายทำอาหารในครัว หรือเค้กสับปะรดที่ลูกสาวทำเซอร์ไพรส์ให้ผมในวันเกิด การบ่มวิสกี้ในถังไวน์โตกาจิในขั้นตอนสุดท้าย ผมได้นำเอาความสุขของช่วงเวลาความเอร็ดอร่อยของขนมเค้กมาใส่ไว้ในเกลนมอเรนจี อะ เทล ออฟ เค้ก วิสกี้ซึ่งมีสีทองแดงเข้ม หวาน และซับซ้อนด้วยการเรียงตัวเป็นชั้นของน้ำผึ้ง ช็อกโลแลตขาว และผลไม้ พร้อมด้วยกลิ่นมินต์เล็กน้อย และอย่างที่คุณคาดเอาไว้ มันมีรสชาติที่น่าทึ่งเมื่อได้ดื่มคู่กับขนมเค้ก ดังนั้นมันเป็นอะไรที่วิเศษมากเมื่อโดมินิก สามารถรังสรรค์มันออกมาให้เป็นรูปเป็นร่างได้ในเค้กเทลส์ของเขา”


โดมินิก กล่าวว่า “เมื่อผมชิมเกลนมอเรนจีครั้งแรก มันเปิดประสาทสัมผัสของผมสู่โลกอันน่าทึ่งของสีสัน ผิวสัมผัส รสชาติ และกลิ่น แต่ละอย่างคือการผจญภัย ผมไม่เคยคิดว่าจะชื่นชอบวิสกี้ได้มากขนาดนี้ แต่รสชาติของเกลนมอเรนจี มีความเป็นมิตร การอบขนมและการทำวิสกี้เป็นโลกที่แตกต่างกัน แต่ก็มีอะไรที่คล้ายกัน ถ้าคุณผสมความหลงใหลในซิงเกิล มอลต์ของดร.บิล เข้ากับความรักในขนมเค้กของผม คุณจะได้สิ่งที่ดีที่สุดของเราทั้งสองคน”
เกลนมอเรนจี อะ เทล ออฟ เค้ก มีจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน 2563 (หรือตามเวลาของแต่ละท้องถิ่น) ติดตามงานสร้างสรรค์ของโดมินิก อันเซล ได้ทางอินสตาแกรมของเกลนมอเรนจี

https://www.glenmorangie.com/
ติดตาม เกลนมอเรนจี ทาง
Facebook: https://www.facebook.com/Glenmorangie
Twitter: https://twitter.com/TheGlenmorangie
Instagram: https://www.instagram.com/glenmorangiecom

คุยกับคชา – นนทนันท์ ก่อนขึ้นไปพบกับเขาบนเวทีคอนเสิร์ต Be My Boyfriends

“ตื่นเต้นมากครับ” คำตอบของคชา – นนทนันท์ อัญชุลีประดิษฐ์ ไม่ต่างจากเพื่อนร่วมโปรเจ็กต์ที่กำลังจะขึ้นคอนเสิร์ต Be My Boyfriends เร็วๆ นี้สักเท่าไหร่ “ผมเชื่อว่าพวกเราทั้งสิบคนต้องตื่นเต้นแน่ๆ อยู่แล้วครับ แต่ผมว่านะ…” เขายิ้ม “คนที่ตื่นเต้นมากกว่าพวกผมน่าจะเป็นแฟนๆ เพราะพวกเราได้เคยคุยกับแฟนๆ ว่าถ้าทุกคนเรียกร้องเข้ามากันเยอะๆ คอนเสิร์ตครั้งนี้จะมีขึ้นมาได้จริงๆ เลยนะ และนี่คือสิ่งที่มัน… เรียกว่ายังไงดีล่ะ นี่คือสิ่งที่ตอบรับกลับไปไงครับ สิ่งที่แฟนๆ เรียกร้องมาครั้งนี้ พวกคุณจะได้ชมมันอย่างแน่นอนในวันที่ 19 ธันวาคมที่จะถึงนี้ครับ”

ขายตรงเสียจนเราอดถามต่อเลยไม่ได้ว่าการขึ้นคอนเสิร์ตของตัวเองกับการขึ้นคอนเสิร์ตพร้อมเพื่อนๆ จำนวนมากขนาดนี้นี่ต่างกันเยอะแค่ไหน “ผมว่าต่างครับ” คชาตอบทันทีโดยไม่ต้องหยุดคิด “อันดับแรกเลยคือ เวลาอยู่กับเพื่อนๆ เยอะๆ แต่ละคนจะมีพาร์ทของตัวเองที่จะต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้น ความต่างก็คือ ถ้าผมทำคอนเสิร์ตคนเดียว ผมก็จะต้องแบกโชว์ทั้งหมดด้วยตัวเอง ยิ่งโชว์ใหญ่ๆ กินเวลาหลายๆ ชั่วโมงนี่ความกดดันเยอะกว่ามากเลยครับ แต่กับคอนเสิร์ตนี้ จะมีเพื่อนๆ ที่มีพาร์ทของตัวเอง มีซีนของตัวเอง ทำให้ผมค่อนข้างผ่อนคลายมากขึ้น ผมรับผิดชอบในส่วนของผมให้ดีที่สุด บวกกับการได้มาเจอเพื่อนๆ นี่ก็เฮฮา ผ่อนคลายอยู่แล้วครับ”

การขึ้นเวทีด้วยทัศนคติที่ผ่อนคลายและมุ่งมั่นแบบนี้ เราจะคาดหวังอะไรกับความเป็นคชาในคอนเสิร์ตรวมครั้งนี้ได้บ้างนะ “คาดหวังความสนุกเลยครับ” อีกครั้งที่เขาตอบโดยไม่หยุดคิด “แค่นั้นเลยจริงๆ ครับ พวกเราทุกคนคาดหวังให้แฟนๆ สนุกไปกับพวกเรา และพวกเราจะทำโชว์ให้ดีที่สุด เท่านั้นเลยครับ”

Be My Boyfriends Concert

จัดแสดงในวันที่ 19 ธันวาคม 2020 ณ Union Hall 2 ศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์

รายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อบัตรได้ที่ www.thedndmore.com

Special thanks: The Dream and Destiny Co., Ltd.

คุยกับกวินท์ ดูวาล ก่อนไปพบกับเขาบนเวทีคอนเสิร์ต Be My Boyfriends

“ผมแต่งท่อนแร็ปของตัวเองในเพลงนี้ครับ” กวินท์ ดูวาล ลงนั่งสัมภาษณ์กับเราด้วยท่าทีสุขุมกว่าเพื่อนร่วมโปรเจ็กต์คนอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด “ผมได้เข้าร่วมโปรเจ็กต์นี้เพราะพี่ๆ เขาคิดว่าถ้าผมได้มาทำเพลงกับคชา มันจะเป็นอะไรที่ใหม่ขึ้นมาสำหรับตัวผมเองน่ะครับ เพราะตอนนี้ผมเองก็ค่อนข้างเป็นแร็ปเปอร์เต็มตัวไปแล้วน่ะครับ” ก็ไม่แปลกใจเลยที่เพลง ‘ผิดจังหวะ’ นั้นมีท่อนแร็ปของทั้งสองหนุ่มโดดเด่นออกมาอย่างเห็นได้ชัดเช่นนี้ “เวลาผมเขียนท่อนแร็ปของตัวเอง ผมก็รู้อยู่แล้วว่าทั้งวิธีการแร็ป เมโลดี้ หรืออะไรก็ตามแต่ จะเข้ากับตัวผม ผมจะทำเพลงโดยที่เอาตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมในตัวเพลงอยู่เสมอ ถ้าผมไม่มีส่วนร่วม อาจจะรู้สึกประหลาดครับ เพราะบางคำอาจจะไม่เข้าปาก

“ไม่ค่อยตื่นเต้นครับ” กวินท์ตอบด้วยอาการสบายๆ แฝงไปด้วยความมั่นใจในตัวเองในระดับที่กำลังน่ารัก “ทุกวันนี้ผมขึ้นคอนเสิร์ตทุกอาทิตย์เลยครับ แต่การขึ้นคอนเสิร์ตครั้งนี้อาจจะเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่สำหรับผม คนที่มาดูผมอาจจะเป็นคนละกลุ่มกับแฟนเพลงปกติครับ และปกติผมก็ไม่ค่อยเกาหลีหรือแต่งหล่อเท่าไหร่ สมัยนี้ผมชอบความเรียล ความจริง ความดิบ อยากจะแต่งตัวอย่างไรก็ได้ที่อยากแต่ง ไม่แต่งหน้าขึ้นเวที ชอบแบบนั้นครับ” ก็แปลว่าในคอนเสิร์ต Be My Boyfriends ครั้งนี้ แฟนๆ จะได้เห็นกวินท์กลับมาหล่ออีกครั้งสินะ ขอแสดงความยินดีกับแฟนๆ ล่วงหน้าเลยแล้วกัน

Be My Boyfriends Concert

จัดแสดงในวันที่ 19 ธันวาคม 2020 ณ Union Hall 2 ศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์

รายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อบัตรได้ที่ www.thedndmore.com

Special thanks: The Dream and Destiny Co., Ltd.

คุยกับทะเล สงวนดีกุลก่อนไปพบกับเขาบนเวทีคอนเสิร์ต Be My Boyfriends

“ตื่นเต้นที่ได้มาเจอกับนักแสดงและศิลปินจากค่ายอื่นหมดเลยน่ะครับ” ทะเล สงวนดีกุล ตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเมื่อเราถามถึงดีกรีความตื่นเต้นกับคอนเสิร์ต Be My Boyfriends ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ “ทุกคนมารวมตัวกันได้อย่างไรก็ไม่รู้ ผมดีใจมากด้วยที่เพลงที่ผมทำออกมานั้นได้ใส่ความเป็นตัวเองลงไปมากๆ เรียกได้ว่ามากที่สุดที่เคยทำมาเลยครับ เพราะก่อนหน้านี้ผมได้ร้องเพลงประกอบซีรีส์ ซึ่งเป็นเพลงที่ทำมาแล้ว แต่กับเพลงนี้ผมอยู่ด้วยตั้งแต่เริ่มแต่งเพลงเลยครับ เป็นเรื่องที่ผมอยากจะเล่าเลยครับ

“ยังไงดีอะพี่” ทะเลนิ่งคิดเมื่อเราถามถึงความอินในการถ่ายทอดเพลงที่เขามีส่วนร่วมเต็มตัวเป็นครั้งแรก “มันจะมีเพลงทั่วไปกับเพลงที่เราอิน เพลง ‘เหงาแหละ’ มันก็คือเพลงที่ผมอินอยู่แล้ว เป็นเรื่องราวที่ผมกับทอมมี่ตั้งใจจะเล่าอยู่แล้ว เวลาร้องไปเรื่อยๆ นี่เห็นชัดเลยครับว่า ถ้าเวลาร้องเพลงตัวเอง ผมจะหลับตาบ่อย อย่างทอมมี่นี่หลับตาตลอดเวลา โดยเฉพาะท่อน ‘รู้ตัวอีกทีก็ไปอยู่ที่ริมทะเล’ เพราะมันเป็นเรื่องของทอมมี่ตรงๆ เลยครับ เวลาเฮิร์ท ทอมมี่จะไปทะเลคนเดียว อะไรแบบนี้”

คอนเสิร์ต Be My Boyfriends ครั้งนี้ถือเป็นการขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่สองของทะเล “นอกจากแฟนมีตของซีรีส์ที่เพิ่งผ่านไปก่อนหน้านี้นะครับ คอนเสิร์ตครั้งนี้ผมน่าจะใส่ความเป็นตัวเองลงไปเยอะมากครับ เพราะทางทีมงานเปิดโอกาสให้ทุกคนเป็นตัวเองอยู่แล้ว ตอนที่แฟนมีตซีรีส์ยังมีคาแร็กเตอร์เข้ามาเกี่ยวกับตัวผมบ้าง แต่การขึ้นคอนเสิร์ตครั้งนี้น่าจะเป็นตัวเองได้เต็มร้อยจริงๆ ครับ” ท้ายเสียงติดอ้อนแฟนๆ ที่กำลังรอคอนเสิร์ตครั้งนี้อยู่อย่างแน่นอน ทีมงานเราแอบได้ยินอยู่

Be My Boyfriends Concert

จัดแสดงในวันที่ 19 ธันวาคม 2020 ณ Union Hall 2 ศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์

รายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อบัตรได้ที่ www.thedndmore.com

Special thanks: The Dream and Destiny Co., Ltd.

คุยกับทอมมี่ – สิทธิโชค ก่อนไปพบกับเขาบนเวทีคอนเสิร์ต Be My Boyfriends

“นี่เป็นเพลงแรกของผมเลยครับที่มีค่ายยักษ์ใหญ่มาช่วยทำให้” ทอมมี่ – สิทธิโชค เผือกพูลผล ออกอาการตื่นเต้นไม่แพ้เพื่อนร่วมโปรเจ็กต์คนอื่นๆ ที่เข้ามาสัมภาษณ์สั้นๆ กับเรา “ทีมงานมีประสบการณ์มาก และเราได้คุยกันอย่างลึกซึ้ง พี่ๆ ถามว่าผมอยากทำเพลงแนวไหน อยากให้มีอะไรในเพลงไหม ส่วนตัวผมเป็นคนที่ชอบเมโลดี้กีตาร์อยู่แล้วครับ และพอเพลง ‘เหงาแหละ’ ออกมาจริงๆ ก็ตรงใจเลยครับ เพราะเป็นเมโลดี้กีตาร์ใสๆ แถมยังมีเนื้อเรื่องของผมในเนื้อเพลงเหมือนกัน นั่นคือเวลาเหงาๆ ผมจะชอบไปทะเลพร้อมกีตาร์ตัวหนึ่ง ท่อนนี้เป็นท่อนที่ผมรู้สึกว่าชอบมากๆ คนอื่นอาจจะไม่รู้นะครับ แต่พอผมฟังก็รู้สึกได้ทันทีเลยครับว่าท่อนนี้นี่โคตรจะตัวผมเลย”

อาการดีใจของทอมมี่ปิดไม่มิดจริงๆ เราอดอมยิ้มตามไปไม่ได้ “ยังไงดีนะพี่…” เขาอึกอักเมื่อพยายามหาคำอธิบายความรู้สึกในใจ “หนึ่งความรู้สึกในตอนที่ผมอยากจะแต่งเพลงนี้ก็คือ ผมรู้สึกว่าในบางอารมณ์ของผมที่พยายามหาหลายๆ เพลงมาเป็นเพื่อนกับผมเวลาผมรู้สึกอะไรบางอย่าง ผมคิดว่าเพลงนี้น่าจะเป็นเพลงที่คอยเป็นเพื่อนยามเหงาให้กับทุกคนได้ เหมือนกับเวลาที่ผมต้องการเพลงสักเพลงน่ะครับ

“โปรเจ็กต์นี้มีพี่ๆ หลายคนเป็นศิลปินชื่อดังอยู่ก่อนแล้ว” ทอมมี่เอ่ยอย่างถ่อมตัวเมื่อเราถามถึงคอนเสิร์ต Be My Boyfriends ครั้งนี้ “และมีประสบการณ์การร้องเพลงเยอะกว่าผมมากๆ เลย ผมดูเหมือนจะเป็นเด็กใหม่เสียด้วยซ้ำ ผมรู้สึกว่าตื่นเต้นมากๆ เลยครับ ไม่เคยเจองานคอนเสิร์ตที่ใหญ่ขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ผมคงต้องตั้งใจมากกว่าคนอื่นมั้งครับ” เขานิ่งคิด “ที่ตั้งใจมากๆ คืออยากมาทำให้ทุกคนมีความสุข ผมจะซ้อมเพลงที่ตัวเองจะได้โชว์ให้เต็มที่มากที่สุดครับ สัญญาว่าจะทำให้เต็มที่ที่สุดครับ”

Be My Boyfriends Concert

จัดแสดงในวันที่ 19 ธันวาคม 2020 ณ Union Hall 2 ศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์

รายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อบัตรได้ที่ www.thedndmore.com

Special thanks: The Dream and Destiny Co., Ltd.

คุยกับเกรท – สพล ก่อนขึ้นไปพบกับเขาบนเวทีคอนเสิร์ต Be My Boyfriends

“น้องเป็นคนน่ารักๆ ตลกดีครับ” เกรท – สพล อัศวมั่นคง พูดถึงเพื่อนร่วมร้องเพลง ‘คิดได้’ ด้วยน้ำเสียงสบายๆ “ใครที่เคยได้คุยกับน้องก็จะรู้สึกเลยครับว่าลุคของน้องกับนิสัยของน้องนี่ไม่เหมือนกันเลยครับ น้องเขาจะมีลุคเท่ๆ คูลๆ หน่อย แต่พอได้ลงนั่งคุยกันนี่น้องมาสายฮา เป็นมิตร อะไรแบบนี้ครับ” หลังจากนินทาน้องไปแล้ว เกรทก็เล่าเรื่องการทำงานเบื้องหลังว่าเขาเป็นคนเอ่ยปากว่าอยากได้เพลงออกแนวเศร้า จังหวะที่ 6/8 เป็นเพลงบัลลาดช้าๆ และเขายังได้แชร์ประสบการณ์ความรักกับเก้า – นพเก้า เดชาพัฒนคุณ จนออกมาเป็นเพลงช้าของสองหนุ่มที่เราได้ฟังกันอยู่

“ตอนที่ได้ยินมาสเตอร์ครั้งแรกผมตื่นเต้นมากจริงๆ ครับ เพราะนี่เป็นเพลงแรกของผมเลยนะครับ และมันยังเป็นเพลงที่เป็นไปในทิศทางที่ผมอยากได้อยู่แล้วด้วย จริงๆ ชอบตั้งแต่ฟังเดโมแล้วครับ พอได้ฟังเพลงจริงๆ รู้สึกดีใจเลยครับที่ได้มีโอกาสมาทำเพลง” เกรทดูตื่นเต้นจนเราอดอมยิ้มตามไปด้วยไม่ได้ “และคอนเสิร์ต Be My Boyfriends นี่เป็นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของผม ผมตื่นเต้นมากจนไม่รู้ว่าจะต้องหาคำไหนมาพูดเหมือนกันครับว่าตื่นเต้นแค่ไหน มันน่าจะเป็นคอนเสิร์ตที่แหวกแนวหน่อยนะครับ เพราะเราน่าจะได้ทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อนน่ะครับ”

ตื่นเต้นขนาดนี้นี่ตกลงชอบเป็นศิลปินหรือนักแสดงมากกว่ากันนะ “จริงๆ ผมชอบ…” เกรทนิ่งคิด “หมดเลยครับ (หัวเราะ) เพราะผมรู้สึกว่าทุกบทบาทในวงการบันเทิงเป็นอะไรที่ท้าทายแตกต่างกันออกไป แต่การได้เป็นนักร้อง เป็นศิลปิน เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ผมไม่เคยทำมาก่อน เป็นอะไรที่ใหม่ที่สุดแล้วในตอนนี้ เลยรู้สึกว่าตอนนี้คงจะสนุกกับการเป็นศิลปินก่อนล่ะครับ”

Be My Boyfriends Concert

จัดแสดงในวันที่ 19 ธันวาคม 2020 ณ Union Hall 2 ศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์

รายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อบัตรได้ที่ www.thedndmore.com

Special thanks: The Dream and Destiny Co., Ltd.

คุยกับเพิร์ธ – ธนพนธ์ ก่อนไปพบกับเขาบนเวทีคอนเสิร์ต Be My Boyfriends

“พี่ๆ เขามาถามผมเลยครับว่าผมอยากได้แนวเพลงแบบไหน ดนตรีเป็นอย่างไร ผมก็เลยตอบแบบไม่คิดเลยครับว่าผมชอบแนวเพลงยุค ’80s ครับ เขาเลยเอาโจทย์ไปตีร่วมกับความต้องการของพี่ริทที่อยากได้เพลงที่มีศัพท์ทางการแพทย์ ก็เลยรวมตัวกันมาเป็นเพลง ‘อาการงี้’ ล่ะครับ” เพิร์ธ – ธนพนธ์ สุขุมพันธนาสาร แวะทักริท คู่หูร่วมร้องเพลงที่กำลังถ่ายภาพอยู่อย่างเป็นมิตรก่อนจะแวะมาสัมภาษณ์กับเรา “เอาจริงๆ ผมเป็นคนฟังเพลงหลายแนวมากเลยครับ เรียกได้ว่าฟังแทบจะทุกแนวเลย แต่เหตุผลที่อินกับเพลงยุค ’80s เพราะผมได้ฟังเพลงยุคนี้กับคุณพ่อคุณแม่มาตั้งแต่เด็กครับ ก็เหมือนกับซึมซับเข้าไปในดีเอ็นเอว่าผมชอบเพลงยุคนั้นและอินกับมันเป็นพิเศษครับ

“ตื่นเต้นสุดเลยครับ” เสียงของเพิร์ธตื่นเต้นจริงๆ เมื่อเราถามถึงการได้ร่วมงานกับริท และการได้ขึ้นคอนเสิร์ต Be My Boyfriends ในครั้งนี้ “พอได้จับคู่กับพี่ริท ผมกังวลมากเลยครับ เพราะผมเป็นนักแสดง การร้องเพลงของผมอาจจะไม่ได้ดีเท่ากับนักร้องมืออาชีพ ผมก็กลัวว่าตัวเองจะไปดึงพี่ริทเขาไหม ทำให้พี่ริทเสียหรือเปล่า แต่พอได้มาซ้อม มาอัดจริงๆ พี่ริทแค่บอกผมว่า ‘ไม่เป็นไร เราต้องสู้ไปด้วยกัน’ เท่านั้นเองครับ ทำให้ผมรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกไปจากอกเลย จากที่เคยคิดว่าจะทำพี่เขาเสียหรือเปล่า ก็กลายเป็นว่าผมเริ่มสนุกกับงานนี้มากจริงๆ ครับ และผมตื่นเต้นกับคอนเสิร์ตมากครับ เพราะศิลปินแต่ละคนก็มาจากหลากหลายค่าย อยากให้ทุกคนลองมาดูกันครับว่านี่เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากจริงๆ”

ดูตื่นเต้นกับคอนเสิร์ตมากนะ แล้วกับเพลงนี่ตื่นเต้นขนาดนี้ไหม เราแซว “ภูมิใจมากๆ เลยครับ” เพิร์ธตอบแบบไม่หยุดคิด “เป็นผลงานชิ้นหนึ่งที่ผมภูมิใจมากๆ ภูมิใจที่สามารถทำเพลงแบบนี้ออกมาได้ครับ รู้สึกเลยว่าเพลงนี้จะเป็นผลงานหนึ่งชิ้นที่เก็บไว้เลยว่าเป็นผลงานที่ผมภูมิใจที่สุดในชีวิตครับ”

Be My Boyfriends Concert

จัดแสดงในวันที่ 19 ธันวาคม 2020 ณ Union Hall 2 ศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์

รายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อบัตรได้ที่ www.thedndmore.com

Special thanks: The Dream and Destiny Co., Ltd.

คุยกับริท – เรืองฤทธิ์ ก่อนขึ้นไปพบกับเขาบนเวทีคอนเสิร์ต Be My Boyfriends

“ตั้งแต่แรกที่ค่ายเรียกเข้าไปคุย ก็จะให้ทุกคนเสนอไอเดียครับ” ริท – เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช เล่าย้อนความหลัง “ผมเป็นหมอ ผมก็เลยเสนอไอเดียอยากได้เพลงที่มีศัพท์ทางการแพทย์อยู่ในนั้น อาจจะมีประยุกต์เรื่องการตรวจโรคหรืออาการของโรคมาเป็นเนื้อหาในเพลงได้ ก็ออกมาเป็นเพลง ‘อาการงี้’ นี่ล่ะครับ และตอนที่ได้ยินมาสเตอร์ครั้งแรกคือตรงใจมากเลยครับ” ริทลากเสียง “ได้ใส่ศัพท์ทางการแพทย์เข้าไป และเนื้อหาเกี่ยวกับคนที่มีอาการผิดปกติทางความรู้สึก ทางหัวใจ ไม่ต้องตรวจอะไรมากมายหรอกครับ มันก็แค่อาการตกหลุมรัก เท่านั้นเองครับ เป็นเพลงที่เอาเรื่องราวทางการแพทย์มาทำให้น่ารักๆ ได้น่ะครับ”

คอนเสิร์ต Be My Boyfriends นี้ไม่ใช่คอนเสิร์ตครั้งแรกของริท แต่นี่อาจจะเป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกที่ริทมีเพื่อนร่วมคอนเสิร์ตเยอะขนาดนี้ก็ได้นะ เราแซว “ไม่ได้ตื่นเต้นในแง่การต้องขึ้นคอนเสิร์ตครับ” ริทตอบรับ “แต่ตื่นเต้นในแง่ของการทำงานกับสังคมใหม่ๆ เพราะบางคนนี่เพิ่งเจอกันครั้งแรกในโปรเจ็กต์นี้เลยครับ ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ต้องมาทำงานร่วมกัน ก็ค่อนข้างสนุกและท้าทาย ผมเองนี่แทบจะโตที่สุดในรุ่นนี้แล้ว คนอื่นๆ ก็จะเป็นน้องๆ ที่มาแรงในยุคนี้ การได้ทำงานร่วมกันถือเป็นความท้าทายของผมเลยครับ”

และในฐานรุ่นพี่ ริทสามารถให้กำลังใจน้องๆ ได้อย่างไรกันล่ะ เราสงสัยต่อ “มองย้อนกลับไปสมัยที่ผมยังเป็นเด็กใหม่ ผมก็อยากได้กำลังใจจากรุ่นพี่ครับ สิ่งที่ผมพยายามทำตอนนี้ก็คือละลายพฤติกรรมเวลาน้องๆ รวมตัวกัน ให้ไม่เกร็งเวลาเจอกัน เวลาไปทำงานร่วมกันจะได้ไปได้ง่าย และพยายามให้คำแนะนำอะไรที่พอให้ได้ครับ อยากให้ทุกคนรีแล็กซ์ที่สุด เพราะถ้าเครียดไป งานก็ไม่ออกอยู่ดี”

Be My Boyfriends Concert

จัดแสดงในวันที่ 19 ธันวาคม 2020 ณ Union Hall 2 ศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์

รายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อบัตรได้ที่ www.thedndmore.com

Special thanks: The Dream and Destiny Co., Ltd.

คุยกับวอร์ – วนรัตน์ ก่อนขึ้นเวทีคอนเสิร์ต Be My Boyfriends ไปด้วยกัน

“ก่อนที่จะมาเป็นเพลงนี้ พี่โปรดิวเซอร์เขามาสัมภาษณ์ก่อนว่ามุมมองทางความรักของเราเป็นแบบไหน และเราอยากให้เพลงออกมาเป็นแนวไหน” วอร์ – วนรัตน์ รัศมีรัตน์ ตอบด้วยรอยยิ้ม “ผมก็เหมือนกับกลัฟตรงที่ว่าเราเป็นผู้ชายที่ไม่รู้ว่าเวลาแฟนงอนแล้วต้องทำอย่างไรแฟนถึงจะหายงอน เลยได้มาเป็นเพลง ‘แฟนผมหาย’ ที่ไม่ได้หมายความว่าแฟนหายไปแบบโดนจับไปไหนนะครับ (หัวเราะ) แต่หมายถึงแฟนคนเดิมที่น่ารัก ที่เคยเอาใจเรา หายไปไหน และต้องทำอย่างไรถึงจะได้แฟนคนเดิมกลับคืนมา อะไรแบบนี้ครับ”

โอ้โห… ถ้าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเองขนาดนี้นี่ตอนร้องเพลงอินขนาดไหนกันนะ ทีมงานเราคนหนึ่งอดสงสัยไม่ได้ “อินขนาดไหนเหรอครับ” วอร์นิ่งคิด “เขาบอกให้ทำฟีลแบบเสียงอ้อนๆ น่ารักๆ นิดหนึ่ง อารมณ์ก็จะออกมาเป็นเหมือนอ้อนแฟน สวมวิญญาณแมวเข้าไปตอนร้องน่ะครับ” ท้ายประโยคมีน้ำเสียงเขิน หรือแอบหัวเราะติดนิดหน่อย เราไม่แน่ใจ “ตอนได้ยินมาสเตอร์ครั้งแรกก่อนเปิดตัวแป๊บเดียวคือรู้สึกดีมากเลยครับ กลัฟร้องแร็ปดีมากจริงๆ

“นี่เป็นคอนเสิร์ตจริงๆ ครั้งแรกของผมเลยครับ” วอร์ออกอาการตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิดเมื่อเราถามถึงคอนเสิร์ต Be My Boyfriends ที่กำลังจะมาถึงในปลายปีนี้ “ผมตื่นเต้นมากเลยครับ ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง รู้แค่ว่าจะต้องมีคอนเสิร์ต และคงจะต่างจากแฟนมีตนะครับ เพราะแฟนมีตนี่แฟนๆ ไม่ได้มาดูเราเพราะการร้องเพลงเท่านั้น ต้องมีกิจกรรมอื่นๆ ประกอบด้วย แต่คอนเสิร์ตนี่คือการคอนโทรลคนดูด้วยการร้องเพลงของเราเท่านั้นจริงๆ ถ้าถามว่าผมมั่นใจขนาดไหนเหรอครับ” วอร์นิ่งคิด “ตอนนี้ผมยืนที่ 50% ครับ เพราะยังไม่มั่นใจว่าจะต้องทำอะไรบ้าง แต่หลังจากฝึกซ้อม มั่นใจว่าตัวเลขจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนครับ”

Be My Boyfriends Concert

จัดแสดงในวันที่ 19 ธันวาคม 2020 ณ Union Hall 2 ศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์

รายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อบัตรได้ที่ www.thedndmore.com

Special thanks: The Dream and Destiny Co., Ltd.

คุยกับเก้า – นพเก้า เดชาพัฒนคุณ ก่อนขึ้นคอนเสิร์ต Be My Boyfriends เดือนธันวาคมนี้

“ตื่นเต้นสุดๆ เลยครับ” เสียงของเก้า – นพเก้า เดชาพัฒนคุณ ตื่นเต้นจนเพื่อนร่วมโปรเจ็กต์ที่เดินอยู่แถวนั้นอดอมยิ้มพร้อมส่งเสียงแซวไม่ได้ ซึ่งเจ้าตัวก็เพียงแค่ยิ้มรับ “ผมเองก็ไม่ได้ร้องเพลงเป็นธรรมชาติมาตั้งแต่แรก ได้มีโอกาสมาลองทำเพลงก็เกร็งอยู่แล้ว พอรู้ว่าได้มาทำเพลงกับพี่เกรทก็ยิ่งเกร็งกว่าเดิมเข้าไปอีก เพราะไม่ได้ทำงานคนเดียว แต่มีพี่เขาเข้ามาช่วยอีกคนหนึ่ง แต่พอได้สัมผัสกับพี่เกรท ก็รู้สึกว่าพี่เขาช่วยผ่อนคลายความตื่นเต้นของผมไปได้เยอะ ทำให้การทำงานไหลลื่นขึ้นครับ

“ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลยครับ” เก้าปฏิเสธด้วยรอยยิ้ม “แต่ผมติดตามผลงานของพี่เกรทมาก่อนหน้านั้นแล้วครับ รู้ว่าพี่เกรทมีชื่อเสียงมาก่อนนี่ยิ่งเกร็งหนักเลยครับ ก่อนเจอตัวจริงนี่คิดตลอดว่าเขาจะเป็นอย่างไรนะ แต่พอได้มาเจอตัวจริงแล้วคือพี่เกรทเป็นพี่ที่น่ารักมากจริงๆ ครับ ถึงเราจะอายุไล่เลี่ยกัน แต่ผมก็นับถือพี่เขาในฐานะรุ่นพี่ในวงการครับ”

เก้าเล่าให้เราฟังว่าเขาได้แชร์ประสบการณ์กับเกรททั้งเรื่องความรักและมุมมองต่างๆ ในชีวิตให้กับทีมโปรดิวเซอร์ และทุกคนก็ลงความเห็นว่าทั้งคู่มีจุดร่วมกันคือความเป็นผู้ชายจ๋าๆ นั่นเอง “เวลามีความรักเข้ามาในชีวิต เราสองคนจะไม่ค่อยกล้าแสดงออกครับ ทำให้สุดท้ายกลายเป็นพวกเราเฉยเมยกับคนรักมากเกินไป พอคนรักต้องการการแสดงออกที่ชัดเจนกว่านี้ พวกเราไม่สามารถให้เขาได้ ก็ต้องเลิกรากันไป อะไรแบบนั้นครับ

“ไม่เคยขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่มาก่อนเลยครับ” เก้าออกอาการตื่นเต้นทันทีที่เราวกมาถามเรื่องคอนเสิร์ต Be My Boyfriends ครั้งแรกของเขา “นี่เป็นครั้งแรกเลยครับที่ได้มีโอกาสขึ้นเวทีที่เรียกว่า ‘คอนเสิร์ต’ ตื่นเต้นมากครับ ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ที่ให้โอกาสผมเข้ามาทำงานตรงนี้ ผมไปเรียนร้องเพลงเพิ่มเติมเพื่อโปรเจ็กต์นี้โดยเฉพาะเลยครับ อยากให้ทุกคนมาดูกันเยอะๆ นะครับ”

Be My Boyfriends Concert

จัดแสดงในวันที่ 19 ธันวาคม 2020 ณ Union Hall 2 ศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์

รายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อบัตรได้ที่ www.thedndmore.com

Special thanks: The Dream and Destiny Co., Ltd.