TOGETHER FESTIVAL 2019 จบสวย แฟนเพลงประทับใจ ความเดือด ความมันส์ พร้อมเทใจ 2 สเตจใหม่คือที่สุดของงานเฟส

ปิดฉาก Together Festival 2019 ปาร์ตี้สุดเดือดแห่งปีไปเป็นที่เรียบร้อย โดยปีนี้ ผู้จัดมือทองอย่าง Retox Sessions ประกาศเพิ่ม 2 สเตจใหม่ Elrow และ Monstercat ที่ถล่มโปรดัคชั่น จัดหนัก จัดเต็ม เพื่อแฟนๆ ชาว Together ทุกคน ณ ไบเทค บางนา  เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาหลังจากเผยตัว Line Up ดีเจแถวหน้า ระดับหัวกะทิของโลกที่ถล่มมาใน 2 วันจัดงาน ก็เรียกเสียงฮือฮาได้อย่างหนัก จนบัตรขาย Sold out ไปเหมือนกับทุกปี ถึงแม้ว่าหัวแถว Line Up สุดเดือด ของ Together Festival 2019 ปีนี้ อย่าง DJ SNAKE จะป่วยกระทันหัน จนบินมาเปิดการแสดงไม่ได้ แต่ก็ไม่ทำให้แฟนเพลงล่าถอยไปแม้แต่น้อย เพราะทัพดีเจชื่อดัง ที่ตบเท้ามาในครั้งนี้ ล้วนแล้วแต่ที่สุดแห่งความจี๊ดของยุคนี้ทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็น  ALISON WONDERLAND,  GRYFFIN (Live) , JEFFREY SUTORIUS (DASH BERLIN) , KUNGS, MARLO, PARTY FAVOR , MERCER , SAM FELDT (Live) , MALAA , CHUS & CEBALLOS , FRANKY RIZARDO , TINI  GESSLER , TONI VARGA  , SHOCKONE  , LOOKAS  , JUSTIN OH , DIRTY AUDIO 

และที่สุดของที่สุด กับความแปลกใหม่ ที่ทีม Retox Sessions ผู้จัด พร้อมนำมาเสนอให้กับแฟนๆ ในครั้งนี้ นอกจากเวที เมนสเตจแล้วนั้น ความอลังการของ  เวที Elrow Stage  และ Monstercat Stage ก็โดนใจแฟนๆ ขาแดนซ์ ทุกคนเป็นอย่างมาก วันแรกกับ Concept Stage อย่าง Elrow ที่นอกจากจะได้ฟังเพลงเด็ดๆแล้วนั้น ความตระการตาของธีมบราซิลจังเกิ้ล ที่ปล่อยของกันอย่างสนุกสนาน ก็สร้างความประทับใจให้กับแฟนๆ เป็นอย่างมาก และ ต่อด้วยวันที่ 2 เอาใจเฮดแบงเกอร์ สายเบส-แทร็ป จัดหนัก โยกกันชนิดคอแทบหลุด กับ Monstercat Stage สนุกทั้งกองทัพดีเจ และ สเตจใหม่ทั้ง 2 เพื่อให้ทุกคนได้มันส์กันขนาดนี้  ใครที่พลาดงาน Together Festival 2019 ครั้งนี้ บอกได้คำเดียวว่าเสียใจมาก รอพบกับงานครั้งต่อไปจาก Retox Sessions กันได้ เร็วๆนี้ แน่นอน

Clash de Cartier

เมื่อค่ำคืนวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา คาร์เทียร์ได้จัดกาล่าดินเนอร์ “très particulier” เพื่อเฉลิมฉลองการมาถึงของคอลเลคชั่นแคลช เดอ คาร์เทียร์ (Clash de Cartier) อย่างอลังการที่ la Conciergerie วังที่สร้างขึ้นตั้งแต่ค.ศ. 1200 แบบศิลปะโกธิค ปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยมี ซีริล วิญเญอรอง (Cyrille Vigneron) President & CEO Cartier International และแขกรับเชิญที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ที่สะท้อนความสร้างสรรค์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคาร์เทียร์ได้เป็นอย่างดี

อาทิ เจค จิลเลนฮาล (Jake Gyllenhaal), โซเฟีย คอปโปลา (Sofia Coppola), ทิลดา สวินทัน (Tilda Swinton),โมนีกา เบลลุชชี (Monica Bellucci), คายา สโคเดลาริโอ (Kaya Scodelario) ผู้เป็นเฟซของคอลเลคชั่นแคลช เดอ คาร์เทียร์, รามี มาเลค (Rami Malek) ผู้ได้รับรางวัลออสการ์นักแสดงชายยอดเยี่ยม จากการรับบทFreddie Mercury ในภาพยนตร์เรื่อง Bohemian Rhapsod

นอกจากนี้ยังมีนักแสดงสาวแคลร์ ฟอย (Claire Foy) ผู้ได้รับรางวัลลูกโลกทองคำจากซีรี่ย์ The Crown และภาพยนตร์ First Man, เลทิเทีย ไรท์ (Letitia Wright) ผู้ชนะรางวัล BAFTA Rising Star Award จากภาพยนตร์เรื่อง Black Panther และ Avengers: Infinity War ในส่วนของประเทศไทย ได้รับเกียรติจากเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ นักแสดงสาวผู้มีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเองร่วมงานกาล่าดินเนอร์สุดพิเศษ แขกผู้มีเกียรติตื่นตาไปกับเซอร์ไพรส์มากมายและการแสดงจากศิลปินดัง ไม่ว่าจะเป็น L’Impératrice, Chris (Christine & The Queens), Billy Idol และ 2 Many DJ’s แคลช เดอ คาร์เทียร์ (Clash de Cartier) เครื่องประดับคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดจาก คาร์เทียร์ (Cartier) ที่หลีกหนีความโบราณจำเจแต่ยังคงไว้ซึ่งความคลาสสิกที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งหมุดสตั๊ด ลูกปัด และหมุดจัตุรัสทรงโดม (Clous Carrés) ที่สอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน กลายเป็นเอกลักษณ์ใหม่ของเครื่องประดับคาร์เทียร

Author : Sethapong Pawwattana
Pictures courtesy of Cartier

ครั้งแรกของไทย! ซีอีเอ ผนึก เจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ เปิดนิทรรศการ “ออกแบบ แบบญี่ปุ่น” สร้างแรงบันดาลใจดีไซเนอร์เจนใหม่ ด้วย 100 งานดีไซน์ ที่สุดแห่งพลัง

โอกาสเดียวของคนไทย! กับนิทรรศการจากแดนปลาดิบ “ออกแบบ แบบญี่ปุ่น” เปิดให้เข้าชมฟรี! ถึง 26 พฤษภาคม 2562 ที่ทีซีดีซี กรุงเทพฯ #japandesign100

กรุงเทพฯ 23 เมษายน 2562 – สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) จับมือ เจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ เปิดตัวนิทรรศการ “ออกแบบ แบบญี่ปุ่น” (Japanese Design Today 100) นิทรรศการสัญจรที่รวมสุดยอดงานดีไซน์จำนวน 100 ชิ้น
ที่สะท้อนแนวคิดการออกแบบของดีไซเนอร์ญี่ปุ่น ผ่านการคิดออกแบบบนพื้นฐานของความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานเป็นหลัก พร้อมบูรณาการศาสตร์และศิลป์การออกแบบที่ร่วมสมัย โดยไม่ละทิ้งวัฒนธรรมดั้งเดิม อาทิ “ขวดบรรจุซอสถั่วเหลืองชิ้นแรก”
ที่ออกแบบให้เทซอสได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดฝา “อุปกรณ์บอกอุณหภูมิ” สำหรับปิดฝาถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และ “กล้องเล็กเลนส์กว้าง GR” กล้องคอมแพคที่มีระบบชัตเตอร์สูงเหมาะสำหรับถ่ายภาพเหตุการณ์และความรู้สึกแนวสตรีท เพื่อจุดประกายไอเดียการออกแบบแก่นักออกแบบและผู้ผลิตไทย เรียนรู้ทักษะในการมิกซ์แอนด์แมชต์สิ่งรอบตัว วัสดุพื้นถิ่น ภูมิปัญญาดั้งเดิม และเทคโนโลยีงานดีไซน์รูปแบบต่างๆ สู่การสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตรงความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ทั้งนี้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) และ เจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ ได้จัดพิธีเปิดนิทรรศการ “ออกแบบ แบบญี่ปุ่น” เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ กรุงเทพฯ

สำหรับนิทรรศการดังกล่าว เปิดให้เข้าชมฟรี!  ระหว่างวันที่ 24 เมษายน – 26 พฤษภาคม 2562 (ทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์) เวลา 10.30-21.00 น. ณ ห้องแกลอรี่ ชั้น 1 ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ TCDC อาคารไปรษณีย์กลาง (ส่วนหลัง) เขตบางรัก กรุงเทพฯ หรือติดต่อเพื่อขอเข้าชมแบบหมู่คณะได้ที่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 02-105-7400 ต่อ 213, 214 หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ tcdc.or.th และ #japandesign100

ชาวอีดีเอ็มพร้อมลุย!! KULOV Present WARP Music Festival 2018 วันที่ 2-3 พ.ย. การกลับมาของงาน EDM ริมหาดอันดับ 1 ของไทย

Staycation#1 ปาร์ตี้ให้สนุกแล้วจะต้องห่วงเรื่องขับรถกลับบ้านกันทำไม

The Standard and Olivier Rousteing Host

วันนี้ L’Officiel Hommes Thailand รวมภาพเอ็กคลูซีฟ งาน After Party แห่ง Met Gala 2018 มาให้ชมครับ งานนี้จัดขึ้นที่โรงแรมเก๋ระดับโลก ‘The Standard’ โรงแรมหรูแอนด์ชิคที่สุดของวินาทีนี้ ซึ่งกระซิบครับว่า  ‘แสนสิริ’ ได้เข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นที่เรียบร้อย งานนี้แสนสิริเลยได้เป็นเจ้าภาพร่วมจัดงานปาร์ตี้ โดยได้ Olivier Rousteing ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์จากแบรนด์ Balmain มาเป็นพ่องานให้ไม่ต้องสืบก็รู้ว่ามันขนาดไหน

After Party นี้รวมตัวจี๊ดของฮอลลรีวูดไว้หนาแน่น ทั้ง Jennifer Lopez, Paris Jackson, Sean O’Pry, Jared Leto, Michael B Jordan, Lily Collins และ Emma Stone 2018

ใครไป New York อย่าลืมแวะไปเชคอินกันนะ เพราะถึงแม้จะไม่มี Met Gala แล้ว แต่เซเลปเบอร์ใหญ่ก็ตบเท้ามา The Standard อยู่ดี เพราะปาร์ตี้ที่นี่ การันตรีว่าดีเสมอ

 

 

 

SIWILAI Tour X The Avalanches เมื่อเทรนด์เปลี่ยน ช็อปจึงต้องขายมากกว่าเสื้อผ้า

Text: Patsaya Ch.

แม้ SIWILAI มีจุดกำเนิดจากการเป็นร้านจำหน่ายเสื้อผ้าและเครื่องประดับแบรด์ดังจากทั่วโลก แต่ด้วยพฤติกรรมการช้อปปิ้งที่เปลี่ยนไปของคนยุคนี้ การรอให้คนเข้าเดินเข้าห้างสรรพสินค้าเพื่อเลือกซื้อสินค้าในราวแขวนอาจไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ด้วยเหตุนี้เองเราจึงเห็นหลายแบรนด์เปลี่ยนทิศทางจากการเป็น selected shop คัดของเท่ๆ คูลๆ เข้ามาวางขายในร้าน ด้วยการสร้างแบรนดิ้งที่ครอบคลุมทั้งเสื้อผ้าและไลฟ์สไตล์เพื่อดึงกลุ่มคนที่มีความชอบเดียวกันจนเกิดเป็น SIWILAI CITY CLUB หรือแหล่งแฮงเอาท์ของคนที่หลงใหลในดนตรี ศิลปะ และแฟชั่น ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 5 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

บริเวณด้านนอกของ SIWILAI CITY CLUB

 

 

หลังจากความสำเร็จของ SIWILAI CITY CLUB จึงต่อยอดเป็น SIWILAI Tour งานดนตรีร่วมสมัยที่แปลกและไม่เหมือนใคร ที่ผ่านมาพวกเขาได้ดึงเอาศิลปินระดับโลกมาแสดงบ่อยครั้ง เช่น A$AP Rocky, Hot Chip & Holy Ghost และ The Cool Kids ซึ่งล้วนเป็นสายแข็งทางดนตรีร่วมสมัย มาปีนี้ SIWILAI Tour ขอพรีเซ็นต์ DJ Set ของ Robbie Chater และ Tony Di Blasi ศิลปินและโปรดิวเซอร์ชื่อดังหรือที่รู้จักกันในนาม The Avalanches ซึ่งดังสุดๆ จากเพลง Since I Left You ในปี 2000 ล่าสุดในปีที่ผ่านมา พวกเขายังขึ้นเล่นในเทศกาลดนตรีระดับโลกอีกถึงสามรายการ อาทิ Coachella, Glastonbury และ St. Jerome’s Lane Way Festival

 

ดูโอ Robbie Chater และ Tony Di Blasi หรือ The Avalanches

 

Wildflower งานเพลงชิ้นที่ 2 ซึ่งออกมาในปี 2016

 

และเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศเอาท์ดอร์ของ SIWILAI CITY CLUB ที่ตั้งอยู่บนชั้น 5 ธีมของงานนี้จึงยกความสนุกของ ‘ฟูลมูนปาร์ตี้’ มาไว้บนหาดทรายลอยฟ้า ที่ต่างจากการเล่นในคลับหรือสถานที่จัดคอนเสิร์ตอื่นๆภายในงานเราจะเห็นคนที่ตั้งใจมาฟังดนตรีจริงๆ เพราะความชอบส่วนตัว และกลุ่มคนที่มาเพราะเชื่อในเทสต์ของ SIWILAI ว่าพวกเขาเองก็น่าจะชอบฟังเพลงแนวนี้ได้เหมือนกัน และแม้แต่ละคนจะมาด้วยแรงกระตุ้นที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ SIWILAI สามารถหลอมทุกคนในงานให้สนุกกับปาร์ตี้ได้อย่างไร้พรมแดน ดังนั้นไม่ว่าคุณจะปลื้มวงหรือเป็นแฟนขาประจำของ SIWILAI ลองไปพิสูจน์ด้วยกันในวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม 2018 ใครสนใจเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ https://www.ticketmelon.com/siwilai/theavalanches

Volvo Ocean Race: ความท้าทายของการอยู่กลางทะเลนาน 9 เดือน

การล่องเรือใบรอบโลกนั้นหมายความว่า ลูกเรือนับ 10 ชีวิตจะต้องใช้ชีวิตบนเรือกันตามลำพังนานถึง 9 เดือน มหาสมุทรแม้จะสวยงามแต่ย่อมเต็มไปด้วยอันตรายและความเปลี่ยนแปลงที่คาดเดาไม่ได้ ลองมาดูกันว่า ลูกเรือเขาต้องฝึกฝนร่างกายกันอย่างไรให้พร้อมสู้ความโหดร้ายของมหาสมุทร

8-11

เดิมที ใน Volvo Ocean Race อนุญาตให้มีลูกเรือไม่เกิน 8 คนต่อทีม โดยลูกเรือทั้งหมดเป็นผู้ชาย แต่ในปัจจุบันมีนักแข่งเรือใบหญิงอาชีพเยอะขึ้น จึงมีการเปลี่ยนแปลงกฏเกณฑ์ดังนี้

  • ทีมที่มีลูกเรือชายล้วน อนุญาตให้มีสมาชิกได้ 8 คน
  • ทีมที่มีทั้งลูกเรือหญิงและชาย อนุญาตให้มีสมาชิกได้ไม่เกิน 10 คน
  • ทีมที่มีลูกเรือหญิงล้วน อนุญาตให้มีสมาชิกได้ 11 คน

ก่อนเข้าแข่งขันลูกเรือทุกคนจะต้องผ่านการอบรมเรื่องความปลอดภัยและตรวจเช็คสภาพร่างกายอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ลูกเรือ 2 คนจากทุกทีมจะต้องผ่านการฝึกอบรมการแพทย์เบื้องต้น ในกรณีที่มีเพื่อนในเรือเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ

ลูกเรือแต่ละคนจะมีตำแหน่งของตัวเอง อาทิ Pit, Trimmer, Bowman เป็นต้น นอกจากลูกเรือแล้ว ทุกลำยังมีช่างภาพประจำการไปด้วย 1 คนเพื่อคอยเก็บภาพความบ้าระห่ำของการแข่งเรือใบครั้งนี้

ชีวิตบนเรือ

ส่วนชีวิตบนเรือนั้นลืมความสบายไปได้เลย เรือถูกออกแบบมาให้คล่องแคล่วที่สุด นั่นหมายความว่าเรือจะบรรทุกเฉพาะสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น

12 ชั่วโมงสุดโหด

ลูกเรือมี 3 กิจกรรมหลักที่ต้องจัดการ ได้แก่ ควบคุมเรือ 4 ชั่วโมง นอนพัก 4 ชั่วโมง และแสตนด์บายเผื่อกรณีฉุกเฉิน 4 ชั่วโมง

น้ำ

แม้จะอยู่กลางน้ำผืนใหญ่ แต่น้ำจืดนั้นน้อยนิด เครื่องกรองน้ำที่ติดตั้งไว้บนเรือสามารถผลิตน้ำจืดได้วันละ 50 ลิตรเท่านั้น เรามีโอกาสได้สัมภาษณ์หนึ่งในลูกเรือ เราถามเธอว่า “แล้วอาบน้ำกันอย่างไร เพราะน้ำจืดก็แทบไม่พอกิน” เธอตอบปนขำว่า “ก็ถ้าฝนตกเมื่อไร ลูกเรือทุกคนก็จะคว้าสบู่แล้ววิ่งไปอาบน้ำด้วยน้ำฝน”

 

อาหาร

การแข่งขันไม่อนุญาตให้เอาอาหารสดขึ้นเรือ ตลอด 9 เดือน (ไม่นับจุดแวะพัก) ลูกเรือจะประทังชีวิตด้วยอาหารแห้งที่แพ็กไว้ตามจำนวนคน สถิติของ Volvo ระบุว่า การบังคับเรือนั้นใช้พลังงานมากถึง 5,000 แคลอรีต่อวัน นั่นหมายความว่า นักแข่งอาจน้ำหนัก 15-25 กิโลกรัมระหว่างการแข่งขัน เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาสุขภาพ ลูกเรือจึงจะต้องกินวิตามินมากถึง 20 เม็ดต่อวัน

เครื่องนุ่งห่ม

เครื่องแบบแต่ละทีมย่อมมีสีสันแตกต่างกันไป แต่หลัก ๆ แล้วมี 2 ชุด ชุดแรกสำหรับสภาพอากาศหนาวเย็น  ประกอบด้วยชุดกันลม กันน้ำ และรองเท้าบูต สำหรับสภาพอากาศร้อนก็จะสบายหน่อย อาจเป็นเสื้อยืดและกางเกงขาสั้น

กรณีฉุกเฉิน

ภายในอาคารที่จัดแสดงเรือจำลอง ไกด์ของเราเล่าว่า ส่วนหัวของเรือนั้นกั้นไว้เป็นห้องใช้เก็บศพในกรณีที่ลูกเรือเสียชีวิต

เห็นอย่างนี้แล้วคุณผู้อ่านคงจะเข้าใจแล้วว่า ทำไมเราถึงจะต้องบินไปถึงเกาะฮ่องกงเพื่อเก็บข้อมูลมาเล่าให้คุณฟัง สำหรับคนที่อยากรู้ว่าเรือแล่นไปถึงไหนแล้ว แนะนำให้ตามไปอัพเดตข่าวคราวบนเว็บไซต์นี้ได้เลย www.volvooceanrace.com

10 เหตุการณ์น่าจดจำตลอดกาลในเทศกาลหนังคานส์

1.เจ้าหญิงเกรซพบกับเจ้าชาย Rainier ที่ 3
ในฤดูร้อนปี 1954 เกรซ เคลลี่เข้าพักที่โรงแรมคาร์ลตัน กับ Cary Grant และ Hitchcock ระหว่างที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง ’To Catch a Thief’ และในช่วงนั้นในเดือนพฤษภาคมเธอต้องไปเป็นตัวแทนสมาคมภาพยนตร์แห่งเอเมริกาที่เมืองคานส์ และที่แห่งนี้นี่เองที่เกรซ เคลลี่ได้พบกับเจ้าชายที่ 3 แห่งโมนาโก เป็นครั้งแรก ในปี 1955 และหลังจากนั้นเธอก็ไม่เคยปรากฏตัวในภาพยนตร์อีกเลย

10

 

2.เมื่อเจ้าชายชาล์สและเจ้าหญิงไดอาน่าปรากฏตัว
เพราะเมื่อทันทีที่เจ้าชายชาล์สและเจ้าหญิงไดอาน่าปรากฏตัวเพื่อเป็นเกียรติในให้กับ ‘British Film Day’ ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ในปี 1987 ที่สายตาก็พร้อมจับจ้องไปที่ทั้งคู่ เจ้าชายชาล์สได้พูดถึงการไปเยือน Pinewood Studios เมื่อยังทรงพระเยาว์ที่เคียงข้างกับเจ้าหญิงไดอาน่าในชุดราตรีผ้าชีฟองสีฟ้าที่กลบรัศมีของทุกคนในบริเวณนั้น

9

 

3.มาดอนน่ากับชุดชั้นในจาก Jean Paul Gaultier
ในปี 1991 มาดอนน่าปรากฏตัวพร้อมกับชุดชั้นในซาตินทรงกรวยแหลมสีขาวที่เป็นอีกหนึ่งไอคอนนิคตลอดกาลจาก Jean Paul Gaultier ในภาพยนตร์สารคดีรอบปฐมทัศน์ของผู้กำกับ Alek Keshishian ที่เกี่ยวชีวประประวัติของมาดอนน่า ‘Madonna: Truth or Dare’

8

 

4.สุดยอดงานอาฟเตอร์ปาร์ตี้ในเทศกาลหนังเมืองคานส์
ในปี 2001 Baz Luhrmann เปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง ‘Moulin Rouge’ พร้อมกับเป็นแม่ทัพในการจัดงานเลี้ยงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ในครั้งนั้น ซึ่งแน่นอนว่ายกกองทัพเหล่าบรรดานักเต้นมูแรง รูจและออรินัลซาวแทร็คในภาพยนตร์มาเต็มพิกัด นั้นยังไม่นับรวมดีเจดังอย่าง Fat Boy Slim ตามด้วยนิโคล คิดแมนที่กระโดดเข้าร่วมขึ้นบูธดีเจ และนั้นก็เพียงพอที่ทำให้ค่ำคืนนั้นเป็นที่น่าจดจำมากที่สุดอีกหนึ่งคืน

 

5.ภาพยนตร์ที่ช็อคคนดูจนมีคนเดินออกและได้รับเสียงโห่
เชื่อว่าคานส์คือหนึ่งในเทศกาลหนังที่คนดูสามารถมีปฏิกิริยากับตัวหนังที่เรียกได้ว่า ‘มันส์’ ที่สุดเทศกาลหนึ่ง และ ‘Irreversible’ ก็ทำมันได้ในรอบปฐมทัศน์เริ่มตั้งแต่ฉากแรกที่แสดงถึงความรุนแรง ฉากข่มขื่นทางประตูหลังล องช็อตที่แสดงโดยโมนิก้า เบลลูชี่ ที่นานกว่า 10 นาที นั้นก้เพียงพอที่จะทำให้คนดูเดินออกจากโรงแทบทั้งหมดได้ (ส่วนตัวผู้เขียน ‘Irreversible’ เป็นหนังในดวงใจอีก 1 เรื่อง)

6

 

6.เรื่องราวโรแมนติกระหว่างไรอัน กลอสลิ่งกับ นิโคลัส ไวดิง รีฟิน
รสจูบสุดดูดดื่มของเขาทั้งคู่เกิดขึ้นในปี 2011 ระหว่างการเข้าฉายหนังรอบปฐมทัศน์เรื่อง ‘Drive’ ท่ามกลางสายตาของคนทั่วทั้งโลก โดย นิโคลัส วินดิ้ง เรฟเฟน คือผู้อำนวยการสร้างและผู้กำกับหนังเรื่องนี้นั้นเอง ส่วนจูบนั้นก็เป็นรางวัลที่ ไรอัน กลอสลิ่ง มอบให้กับนิโคลัสในฐานะที่เขาได้รับรางวัล Best Director (ผู้กำกับยอดเยี่ยม)

5

 

7.ปัญหาระหว่าง Netflix กับ เทศกาลหนังเมืองคานส์
ล่าสุดในปี 2017 นี้ Netflix ผู้ให้บริการวีดีโอสตรีมมิงชื่อดังจากอเมริกาได้เข้าชิงรางวัล แต่ก็อาจเป็นปีแรกและปีสุดท้ายด้วย เนื่องจาก Netflix ต้องเปลี่ยนนโยบายให้หนังของตัวเองเข้าฉายในโรงภาพบยตร์ด้วยแทนที่จะให้สมาชิกชมอยู่บ้านเพียงอย่างเดียว และตั้งกฎชัดเจนว่า ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปภาพยนตร์ทุกเรื่องที่ต้องการร่วมแข่งขันในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ จะต้องเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

4

 

8.Olivia de Havilland ผู้หญิงคนแรกที่ขึ้นเป็นประธานตัดสินรางวัลเทศกาลหนังเมืองคานส์
นักแสดงหญิงชาวอังกฤษผู้นี้ก้าวขึ้นเป็นประธานกรรมการตัดสินรางวัลสำหรับเทศกาลหนังเมืองคานส์ในปี 1965 ซึ่งถือว่าสถานการณ์ ณ ตอนนั้นไม่ธรรมดาอย่างยิ่งสำหรับการก้าวขึ้นเป็นผู้ตัดสินเหนือเหล่ากรรมการคนอื่นที่เป็นสุภาพบุรุษ ซึ่งในขนาดนั้นมีหนังร่วมเข้าชิงทั้งหมด 26 เรื่อง และเธอกล่าวไว้ว่า “การขึ้นเป็นประธานในคณะลูกขุนชายทั้งหมดเป็นประสบการณ์ที่น่ารื่นรมย์ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นความรับผิดชอบที่น่ากลัว”

3

 

9.Milla Jovovich กับการเดินพรมแดงเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง ‘The Fifth Element
ในปี 1997 Milla Jovovich ควงคู่มากับ Luc Besson ผู้กำกับในพรมแดงเรียกแสงเฟลสจากเหล่าบรรดาช่างภาพได้อย่างล้นหลามกับชุดที่เรียกได้ว่ากึ่งเปลือยของเธอ ซึ่งเบื้องหลังก่อนเดินเข้างานไม่กี่นาทีชุดร้อยลูกปัดคริสตัลของเธอก็เกิดพังทลายขึ้นมา และเป็นช่วงเวลาที่เธอไม่สามารถถอยหลังกลับได้แล้ว แต่แล้วก็ได้เดมี่ มัวร์ นักแสดงสาวที่เดินมาพร้อมกันได้นำชุดเย็บผ้าเล็กๆ ที่ติดหยิบติดมาจากโรงแรมช่วยซ่อมเธอไว้ได้อย่างรวดเร็ว และชุดสวยที่เราเห็นนั้นใครจะคิดว่าเป็นฝีมือการออกแบบของเดมี่ มัวร์ นั่นเอง

French film director Luc Besson, left, arrives with U.S. actress Milla Jovovich and U.S. actor Chris Tucker at the Cannes Film Festival Palace in Cannes, France, Wednesday May 7, 1997 for the screening of Luc Besson's movie "The Fifth Element." Besson's film is being shown out of competition at the 50th International film festival. (AP Photo/Remy de la Mauviniere)

10.สงครามโลกครั้งที่สองทำให้เทศกาลหนังครั้งแรกเกิดขึ้นไม่ได้
เชื่อหรือไม่ว่างานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์นี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในสองอาทิตย์ของเดือนกันยายน 1939 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เพื่อต่อกรกับเทศกาลภาพยนตร์เมืองเวนิสที่ถูกลัทธิฟาสซิสต์เข้าครอบงำอย่างเต็มตัวไปแล้ว โดยงานวันเปิดเทศกาล พวกเขาจัดฉายภาพยนตร์เรื่อง The Hunchback of Notre Dame โดยจัดฉากริมทะเลเป็นโบสถ์นอร์เธอร์ดาม แต่ฮิตเลอร์ตัดสินใจบุกโปแลนด์ในวันเปิดงานพอดี ดังนั้น Hunchback จึงเป็นภาพยนตร์เรื่องเดียวที่ได้ฉาย เพราะเทศกาลทั้งหมดถูกยกเลิกทันที ซึ่งพวกเขาไม่ได้กลับมาฉายอีกจนกระทั่งอีก 7 ปีถัดมาในค.ศ. 1946 หรือหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ

1

อย่างไรก็ดี … ในคืนเปิดงานเดือนกันยายน 1946 (ตอนนั้นเทศกาลนี้ชื่อว่า Grand Prix International du Festival) ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Berlin จากสหภาพโซเวียตฉายเปิดนิทรรศการ แต่ก็เกิดอาเพศว่าโปรเจ็กเตอร์เสีย ไฟดับทั้งเทศกาล นอกจากนั้น ม้วนภาพยนตร์เรื่อง Notorious ของเสด็จพ่อฮิทช์ฮ็อค (Alfred Hitchcock) พังก่อนงานประกวด ทำให้ภาพยนตร์ไม่ได้เข้าชิงในเทศกาลไปโดยปริยาย

ก็ยังรอดมาได้จนครบ 78 ปีในปีนี้เนอะ!!!!