“Wine Appreciation Course” ประสบการณ์อีกขั้นของคนรักไวน์

กว่า 67 ปี ที่ครํ่ำหวอดในวงการอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการเป็นคนชอบกิน ออกเดินทางเสาะหาของอร่อย เครื่องดื่มรสชาติดีเกือบทั่วทุกมุมโลก ล่าสุด “คุณกอล์ ฟ-ณชนก รัตนทารส” ประธาน กรรมการบริหาร บริษัท จี เอ็นเตอร์ ไพร์ ส แอนด์ โค จํากัด เซเลบริตี้ หนุ่มเจ้าพ่อโปรเจกต์ที่ขยันสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ เพิ่มสีสันให้กับวงการอาหารและเครื่องดื่มเมืองไทย ได้ตกตะกอนความคิดอยากถ่ายทอดประสบการณ์ที่มี ผ่านหลักสูตรสุด เอ็กคลูซีฟ “Wine Appreciation Course” ครั้งแรกในเมืองไทย Course ที่จะช่วยยกระดับชีวิต และประสบการณ์อีกขั้นให้ บรรดาคนรักการดื่มไวน์

คุณกอล์ฟ-ณชนก รัตนทารส เล่าว่า Wine Appreciation Course เกิดขึ้นมาจากความตั้งใจที่อยากจะถ่ายทอด ประสบการณ์ที่มีให้คนที่ชื่นชอบการดื่มไวน์ ได้รับรู้ และสัมผัสถึง “แก่นแท้” ของไวน์ ผ่านหลักสูตรที่ถูกออกแบบมาสุดพิเศษ เจาะลึกในทุกด้าน แบ่งออกเป็น 12 คลาส ตั้งแต่พื้นฐานการชิมไวน์, ความรู้ เกี่ยวกับแก้วดื่มไวน์, การเก็บรักษา, ขั้นตอนการ เตรียมไวน์, ไปจนถึงแหล่งที่มา, สายพันธุ์องุ่น ตลอดจนเคล็ดลับ และเทคนิคการดูฉลากที่ถูกต้อง

โดย Wine Appreciation Course มีกูรูผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มาร่วมถ่ายทอดเทคนิค และประสบการณ์เชิงปฏิบัติ ในการสํารวจไวน์หลากหลายสไตล์ พร้ อมอาหารหลากหลายประเภทอย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มทักษะการ Mix and Match ไวน์ กับอาหารบนโต๊ะในโอกาสพิเศษต่างๆ ได้อย่างเหมาะสมลงตัวในสไตล์ของแต่ละคน

งานนี้ ได้รับความสนใจจากเซเลบริตี .เมืองไทยสมัครร่วม Course อย่างคับคั่งกว่า 70 ชีวิตอาทิดร.ศรัณฐ์ หวั่งหลี, อัครรัฐ วรรณรัตน์ , เจย์ สเปนเซอร์ , วริสรา ศิริมงคลเกษม, หลุยส์ เตชะอุบล, นิติ โอสถานุเคราะห์, วัฒนา พัวพัฒนขจร, ฉัตรเบญจา นันทาภิวัฒน์, ม.ล.กอกฤษต กฤดากร, จิรายุทธ รุ่งศรีทอง, พิชญา อุทารธรรม, จุลพยัพ ศรีกาญจนา, ดร.ดวงฤทธิ์ิ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง, ดร.ดิสพล จันทร์สิริ, วินท์ภักดีจิตต์, กรกนก ยงสกุล, ดร.อัครวัฒน์ศรีณรงค์, โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์, ไอซ์ อภิษฎา ฯลฯ

แต่อย่างไรก็ตาม คุณกอล์ฟ-ณชนก แอบกระซิบว่า แม้จะได้รับการตอบรับคับคั่งเกินคาด แต่หากสาวกไวน์ท่านใด สนใจก็ยินดี Welcome สามารถ Walk in เข้าร่วมคลาสเปิดประสบการณ์ใหม่ไปด้วยกันได้ทุกวันพุธ สอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ประชาสัมพันธ์ประจําหลักสูตร คุณอารีรัตน์ กีทีประกูล (อ้อม) 092-692-2411

เซ็นทรัล เอ็มบาสซี นำเสนอนิทรรศการศิลปะแห่งโลกใต้สมุทร “ANIMA MUNDI: Soul of the World” ผลงานของอีโค่ อาร์ติสระดับโลก Mulyana ครั้งแรกในไทย หวังกระตุ้นให้ผู้คนตระหนักรักษ์สิ่งแวดล้อมและถิ่นอาศัย

เพราะในปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกัน  ดังนั้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อแนวคิดการใช้ชีวิตให้ผู้คนในสังคมร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนที่อยู่อาศัยให้น่าอยู่ยิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน

รวมไปถึงเพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจด้านศิลปะ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Let Life Inspire You ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ร่วมกับ Mulyana (มูล์ยานะ) อีโค่ อาร์ติสชื่อดังชาวอินโดนีเซีย สร้างสรรค์ศิลปะเชิงอนุรักษ์ระดับโลกที่แตกต่าง ด้วยการเปิดงาน ANIMA MUNDI: Soul of the World (อะนีมา มุนดิ: โซล ออฟ เดอะ เวิลด์)นิทรรศการครั้งแรกในประเทศไทยและเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุดของศิลปินผู้นี้ที่เคยจัดแสดงมา ณ ใจกลางศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ชั้น G และบริเวณด้านหน้าศูนย์การค้าฯ เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อรณรงค์เชิญชวนให้ทุกคนร่วมกันตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมที่กำลังถูกทำลายจากมนุษย์ ซึ่งเป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกคนจะได้รับผลกระทบในอนาคตและไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป โดยเปิดให้บุคคลทั่วไป และนักท่องเที่ยวได้เข้าชมและร่วมกิจกรรมรักษ์โลกโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้ ถึง 1 ก.ย. 2562 พร้อมการจำหน่ายไอเทมสุดอินโนเวทีฟคอลเลกชั่นพิเศษ ทั้งเสื้อยืดออร์แกนิค กระเป๋าผ้า กระเป๋าคาดอก และผ้าอเนกประสงค์ที่ทำจากขวดพลาสติกเหลือใช้ เพื่อนำรายได้ทั้งหมดมอบให้ กรีนพีซ ประเทศไทย (Greenpeace Thailand) องค์กรรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม

ภายในงานเปิดนิทรรศการ ได้รับเกียรติจาก Mulyana (มูล์ยานะ) ศิลปินเจ้าของผลงาน ซึ่งบินมาร่วมในงานเปิดตัวผลงานดังกล่าว โดยมี บรม พิจารณ์จิตร กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ร่วมต้อนรับ พร้อมด้วยเซเลบริตี้หัวใจสีเขียว อาทิ ม.ล. รจนาธร ณ สงขลา, พิสิษฐ์ ณ พัทลุง, ผศ.ดร.เวชสวรรค์ หล้ากาศ, ดอมินิก ภูวสวัสดิ์ จักรพงษ์, เสกสรร รวยภิรมณ์, อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์, ปัณพัท เตชเมธากุล และศิลปินสาว อรณิชา กรินชัย มาร่วมรวมพลังรักษ์โลกกันอย่างคับคั่ง

โดยคอนเซ็ปต์หลักในนิทรรศการนี้มีที่มาจากความหวัง ความฝัน และจินตนาการของศิลปินที่ชวนให้เราตระหนักว่า โลกของเรากำลังเปราะบางลงเรื่อย ๆ และในอีกไม่นาน โลกใบนี้อาจจะเหลือเพียงแค่จินตนาการก็เป็นได้ นิทรรศการครั้งนี้ Mulyana ได้นำผลงานชิ้นเอกที่ได้รังสรรค์ขึ้นใหม่มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในโลก ไม่ว่าจะเป็น ประติมากรรมกลางแจ้งจัดวางรูปซากโครงกระดูกวาฬขนาดมหึมา ความสูง 3 เมตร ยาว 12 เมตร ทำจากวัสดุเหลือใช้ทั้งเหล็ก อลูมิเนียม แทรกด้วยต้นไม้ใบหญ้าผลงานศิลปะรูปสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใหญ่ที่สุดในโลกชนิดหนึ่งที่กำลังใกล้สูญพันธ์ด้วยน้ำมือมนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อมชิ้นนี้ เป็นสัญลักษณ์แทนถึงความตายของธรรมชาติ ที่กระตุ้นให้มนุษย์ตระหนักรู้ถึงผลการกระทำ และบทบาทหน้าที่ของตนเองต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างทรงพลัง,ไจแอ้นท์ โมกุส (Giant Mogus) หรือหมึกยักษ์ขนาดมโหฬาร ความสูง 5 เมตรอันเป็นเอกลักษณ์มาจากผลงานซิกเนเจอร์ของศิลปิน ผลงานชิ้นนี้ทำขึ้นจากเส้นใยพลาสติกเหลือใช้ถักทอ ยัดไส้ผ้าคอตตอนเหลือใช้หลากสี ที่ผู้ชมสามารถเดินเข้าไปข้างในและสนุกกับการสวมบทบาทเป็นสัตวประหลาดถ่ายรูปเล่นได้ ซึ่งสัตว์ประหลาดที่ว่านี้ ถือเป็นสัญลักษณ์แทนมนุษย์ทุกคนที่มีส่วนในการทำลาย หรือแม้แต่ปกป้องธรรมชาติของเราเอาไว้ รวมถึง ศิลปะจัดวางรูปวาฬใหญ่4 ตัว ความสูง 2 เมตร และ 1.5 เมตร ที่ภายในทำจากเศษผ้าคอตตอนเหลือใช้ และศิลปะจัดวางรูปโครง
กระดูกวาฬ เพื่อย้ำเตือนให้เราตระหนักถึงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ว่า วาฬเคยเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะก่อนช่วง 1800 เพราะมีการล่าปลาวาฬเพื่อผลิตน้ำมันกันอย่างแพร่หลาย อีกทั้งเขายังได้นำผลงานชิ้นเด่นๆ ที่เคยแสดงมาก่อนหน้านี้ จากประเทศอินโดนีเซีย มาเผยสู่สายตาคนไทยเป็นครั้งแรก ทั้ง โมบายรูปปลากว่า 5,000 ตัว ที่ห้อยอยู่กลางอากาศ เกาะปะการังหลากสีและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึก ซึ่งผลงานทั้งหมดนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นจากวัสดุเหลือใช้ได้อย่างน่าทึ่ง

บรม พิจารณ์จิตร กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เผยว่า “เซ็นทรัล เอ็มบาสซี มีความตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญในโลกปัจจุบัน โดยในครั้งนี้ เราได้เลือกนำเสนอศิลปะเชิงอนุรักษ์ผลงานของ Mulyana อีโค่ อาร์ติสระดับโลก มาจัดแสดงในประเทศไทยเป็นครั้งแรก เพื่อเน้นเรื่องการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาสร้างสรรค์ให้กลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์รวมถึงการจัดพื้นที่เพื่อสร้างแรงบันดาลใจทางด้านศิลปะ ที่ทุกคนสามารถเข้าร่วมทำกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ เรามีความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการรับรู้และส่งต่อแนวคิดในการใช้ชีวิตให้ผู้คนเล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์มากที่สุด เพื่อนำไปสู่เป้าหมายในการช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป”

ANIMA MUNDI (อะนีมา มุนดี้) ซึ่งเป็นภาษาละตินที่แปลว่า Soul of the World หรือ “จิตวิญญาณของโลก” เป็นนิทรรศการศิลปะที่นำเสนอโลกใต้ทะเลลึกอันน่ามหัศจรรย์ ผ่านศิลปะการถักนิตติ้ง ซึ่งไม่ได้ใช้ไหมพรมแบบธรรมดาทั่วไป หากแต่ใช้เส้นใยที่ได้จากขยะและวัสดุเหลือใช้อย่าง ขยะยาง หรือขยะพลาสติก เศษด้ายและเศษผ้าจากโรงงานนำมาถักทอเป็นสิ่งมีชีวิตในจินตนาการหลากหลายรูปแบบ รวมถึงเศษเหล็ก และเศษอลูมิเนียมจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ถูกนำมาประยุกต์เป็นงานประติมากรรมรูปแบบใหม่ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้เป็นเสมือนตัวตนที่สอง (Alter Ego) ของศิลปิน ที่ได้แรงบันดาลใจจากสิ่งมีชีวิตในโลกใต้ทะเลลึกอันหลากหลาย ที่สวยงามและลึกลับ โดยเฉพาะ Mogus (สัตว์ประหลาด) อย่าง Gurita (หมึกยักษ์ ในภาษาอินโดนีเซีย) ที่เป็นเสมือนหนึ่งลายเซ็นอันเปี่ยมเอกลักษณ์ของศิลปิน

ระยางค์หนวดนับไม่ถ้วนของเจ้าหมึกยักษ์ เป็นเหมือนตัวแทนของมือและแขนอันมากมายของมวลมนุษย์ในโลกนี้ ที่สามารถทำหลายสิ่งหลายอย่าง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งการเป็นผู้ทำลายธรรมชาติ เป็นสาเหตุของปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ในขณะเดียวกัน มนุษย์ก็มีความสามารถในการปกป้องและรักษาสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน ผลงานชุดนี้ของเขาเป็นเสมือนการแสดงความขอบคุณต่อธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ที่สร้างสรรค์มนุษย์และสิ่งมีชีวิตทั้งมวลขึ้นมา

Mulyana ศิลปินชาวอินโดนีเซีย จากเมืองยอคยาการ์ต้า ที่มีความมุ่งมั่นในการใช้ประโยชน์จากผลงานศิลปะ  ให้เป็นเหมือนสื่อกลาง และแบ่งปันค่านิยมในเชิงบวก ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะรูปสิ่งมีชีวิตและแนวปะการังใต้ทะเลลึกหลากสีสัน โดยใช้วัสดุเหลือใช้มาทำเป็นผลงานของเขา อดีตครูสอนศิลปะผู้นี้ สร้างสรรค์ตัวตนที่สอง (Alter Ego) ของเขาออกมาในรูปแบบของสิ่งมีชีวิตในโลกใต้ทะเลหลากสีสัน น่าพิศวง ซึ่งผลงานของเขาได้ถูกนำไปจัดแสดงร่วมหลากหลายงานและกิจกรรมเกี่ยวกับศิลปะมาแล้วทั้งในประเทศบ้านเกิดและอีกหลายประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย และสิงคโปร์

นอกจากนี้ ตลอดการจัดงานยังมีกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย ซึ่งเปิดให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมสร้างจิตสำนึก โดยเน้นเรื่องการนำวัสดุเหลือใช้ นำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าที่สุด ไม่ว่าจะเป็น เวิร์กช็อปที่ออกแบบโดยศิลปิน ทุกเสาร์-อาทิตย์ วันละ 2 รอบ เวลา 13.00-15.00 น., 16.00-18.00 น. (จำกัด รอบละ 20 ท่าน) ทำเครื่องประดับจากวัสดุเหลือใช้ เศษผ้าต่างๆ ทำตุ๊กตาจากเศษผ้า ถักถุงผ้าพลาสติกเป็นของใช้ เช่น ที่รองแก้ว, ต่างหู, กล่องดินสอ และกิจกรรมจากองค์กรไม่แสวงผลกำไร ทุกเสาร์-อาทิตย์ เวลา 14.00-15.30น. (จำกัดวันละ 15 ท่าน) วันที่ 3-4 ส.ค. ฟังการบรรยายและสาธิตการทำของใช้จากขยะพลาสติก, วันที่ 10-12 ส.ค. สอนทำผ้าเคลือบด้วยไขผึ้งใช้ห่ออาหารแทนพลาสติก, วันที่ 17-18 ส.ค. สนุกกับการเรียนรู้ทำผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค สครับจากข้าว,
วันที่ 24-25 ส.ค. เปลี่ยนขยะจากทะเลให้เป็นพวงกุญแจรูปสัตว์ต่างๆ กับ Tlejourn (ทะเลจร), วันที่ 31 ส.ค. – 1 ก.ย. การให้ความรู้การจัดการกับขยะที่ถูกต้อง และการทำ Eco bricks และร่วมกันทำ Eco bricks เป็นของใช้ที่มีประโยชน์กับ Trash Hero Thailand (แทรช ฮีโร่ ประเทศไทย)  กิจกรรมประดิษฐ์ของใช้จากวัสดุเหลือใช้อย่าง การประดิษฐ์กระเป๋าใส่เหรียญจากยางในรถยนต์ พวงกุญแจจากไวนิลเหลือใช้ เวลา 11.00-20.00 น. ทุกวัน (จำกัดวันละ 50 ท่าน) เพียงร่วมบริจาคเงินตามจิตศรัทธา เพื่อนำรายได้ทั้งหมดสนับสนุนองค์กรรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม กรีนพีซ ประเทศไทย

อีกทั้ง ร่วมพูดคุยกับนักอนุรักษ์ในมุมมองต่างๆ เพื่อการตระหนักถึงการใช้ชีวิตร่วมกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน  ทุกวันอาทิตย์ เวลา 15.00-16.00 น. โดยวันที่ 4 ส.ค. พบกับ ผศ.ดร.เวชสวรรค์ หล้ากาศ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ หัวข้อ ถนนรีไซเคิลเพื่อแก้ปัญหาขยะถุงพลาสติกในประเทศ,  วันที่ 11 ส.ค. คุณดอมินิก-ภูวสวัสดิ์ จักรพงษ์  ผู้ก่อตั้ง  Precious plastic Bangkok  หัวข้อ  “พลาสติกไม่ใช่ปัญหา แค่ต้องรู้จักใช้”, วันที่ 18 ส.ค.  โดย ดร.ศิริกุล เลากัยกุล ผู้อานวยการโครงการ Sustainable Brands  หัวข้อ “รักษ์โลกในมุมมองของแบรนด์ต่างๆ”, วันที่ 25 ส.ค. ดร.ณัฐพงศ์ นิธิอุทัย อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาควิชาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ หัวข้อ “การปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวในอนาคต”  และ วันที่ 1 ก.ย. พิชามญชู์​ รักรอด จาก Greenpeace Thailand หัวข้อ “การใช้ชีวิตที่ตระหนักถึงธรรมชาติและส่วนรวม”

ตลอดจนยังมีสินค้าคอลเลคชั่นรักษ์โลกสุดอินโนเวทีฟมาวางจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อยืดออร์แกนิค กระเป๋าผ้า กระเป๋าคาดอก และผ้าอเนกประสงค์ที่ทำจากขวดพลาสติกเหลือใช้ ที่แสดงข้อมูลของการประหยัดพลังงานและการช่วยรักษาธรรมชาติจากการรีไซเคิล ที่ถูกดีไซน์ขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปสมทบทุน กรีนพีซ ประเทศไทย รวมทั้งยังมีสเตชั่นรับบริจาคถุงหูหิ้ว ถุงพลาสติกใส และขวดพลาสติกที่เหลือใช้และไม่ปนเปื้อนเศษอาหารหรือสารเคมี ที่เชิญชวนให้ทุกคนได้แสดงพลังร่วม เพื่อนำไปทำบล็อกปูถนนที่วัดอุโมงค์ จังหวัดเชียงใหม่ โดย Thailand Green Road ก่อตั้งโดย ผศ.ดร. เวชสวรรค์ หล้ากาศ (ทั้งนี้ ถุงพลาสติก 4,000 ใบ สามารถทำบล็อคปูถนนได้ 1 ตรม.)

ที่สำคัญ งานแสดงครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในการจับมือกับ 5 พันธมิตรระดับเวิลด์คลาส ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ได้จัดเตรียมไว้ในวาระครบ 5 ปี เซ็นทรัล เอ็มบาสซี และถือเป็นจุดเริ่มต้นของกิจกรรมรักษ์โลกสุดสร้างสรรค์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปเรื่อยๆ ในอนาคตอีกด้วยซึ่งในช่วงเวลาของการแสดงนิทรรศการ ยังต่อยอดออกไปเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล โดย เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ร่วมกับ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา และมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดกิจกรรมเก็บและคัดแยกขยะในบริเวณชายหาดบางแสน ในวันเสาร์ที่ 24 ส.ค. 62 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น. เพื่อนำขยะพลาสติกที่สามารถใช้การได้กลับไปทำการรีไซเคิล และนำไปทำบล็อกปูถนนที่วัดอุโมงค์ จังหวัดเชียงใหม่ต่อไป

#ANIMAMUNDI   #SouloftheWorld #CE5thAnniversary   #CentralEmbassy   #LetLifeInspireYou

Netflix ชวนสาวก Stranger Things สัมผัสโลก Upside Down ใจกลางสยาม! ในงาน “Stranger Thailand Experience” 29-30 มิถุนายนนี้

 “One Summer Can Change Everything หน้าร้อนจะเปลี่ยนทุกอย่าง”…ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วสำหรับ Stranger Things 3 (สเตรนเจอร์ ธิงส์ 3) ที่จะออกอากาศให้ชมกันในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้ เพื่อต้อนรับการกลับมาและตอกย้ำความแรงของซีรีส์เรื่องนี้ Netflix เอาใจแฟน ๆ ชาวไทย ด้วยการยก “เมืองฮอว์กินส์” มาไว้กลางกรุงกับงาน “Stranger Thailand Experience” ณ โรงภาพยนตร์สกาลา เพื่อให้แฟน ๆ ได้เข้าร่วมกิจกรรมและสัมผัสประสบการณ์สุดระทึก ในวันที่ 29-30 มิถุนายนนี้ ตั้งแต่เวลา 11.00 – 19.00 น.

ภายในงานเต็มไปด้วยกิจกรรมสุดพิเศษมากมายที่แฟน ๆ Stranger Things ไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะเป็น Bikes & Demogorgons (เกมบันไดเดโมกอร์กอน) Infinity Byers’ Living Room (ห้องกระจกไบเออร์ส) Cycle Escape (ปั่นสุดใจหนีเดโมกอร์กอน) Mindflaying Mosaic (โมเสคไมนด์เฟลเยอร์) หรือ Glam Studio (ย้อนยุค 80 ที่ห้างสตาร์คอร์ท) ซึ่งทุกกิจกรรมจะทำให้คุณได้สัมผัสกลิ่นอายของเมืองฮอว์กินส์ในยุค 80 ที่เต็มไปด้วยความพิศวง ความสนุกสนาน และความตื่นเต้นเร้าใจ ทั้งยังเป็นการทบทวนความจำและเตรียมความพร้อมกับซีซั่น 3 ที่กำลังจะมาถึงอีกด้วย

ทั้งนี้ Stranger Things เป็นซีรีส์ไซไฟ-ทริลเลอร์ ซึ่งเหตุการณ์ต่าง ๆ ภายในเรื่องเกิดขึ้นที่เมืองฮอว์กินส์ รัฐอินเดียน่า ช่วงค.ศ. 1980 เรื่องราวเริ่มต้นที่การหายตัวไปของวิล หนึ่งในสมาชิกแก๊งเด็กเนิร์ดที่รักเรื่องวิทยาศาสตร์ และเมื่อตัวละครค่อย ๆ ตามหาวิลทำให้พวกเขาได้พบกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้นรอบ ๆ เมืองแห่งนี้ สเน่ห์ของซีรีส์เรื่องนี้นอกจากจะสะท้อนกลิ่นอายของยุค 80 ได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว เหล่านักแสดงเด็กในเรื่องก็เป็นอีกอย่างที่ทำให้  ซีรีส์เรื่องนี้แตกต่างและโดดเด่น และในซีซั่น 3 ที่กำลังจะออกอากาศในวันที่ 4 กรกฎาคม นี้ แฟน ๆ จะได้เห็นการเติบโตของเหล่านักแสดงที่กำลังก้าวพ้นจากวัยเด็ก ความรักที่ผลิบานทำให้มิตรภาพยุ่งเหยิง ในขณะเดียวกันอันตรายก็ได้   คืบคลานเข้ามา นี่คือเวลาที่พวกเขาต้องรวมตัวกันเพื่อความอยู่รอด และพิสูจน์ว่ามิตรภาพมีอำนาจเหนือความกลัว

แฟน ๆ Stranger Things เตรียมตัวให้พร้อม และมาร่วมท่องเมืองฮอว์กินส์ไปด้วยกันในงาน “Stranger Thailand Experience” วันเสาร์ที่ 29 ถึงวันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน นี้ ตั้งแต่เวลา 11.00 – 19.00 น ณ โรงภาพยนตร์ สกาลา ที่สำคัญ งานนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้างาน และคุณอาจเป็นผู้โชคดีได้ของที่ระลึกสุดพิเศษจากซีรีส์เรื่องนี้กลับบ้านอีกด้วย!

TOGETHER FESTIVAL 2019 จบสวย แฟนเพลงประทับใจ ความเดือด ความมันส์ พร้อมเทใจ 2 สเตจใหม่คือที่สุดของงานเฟส

ปิดฉาก Together Festival 2019 ปาร์ตี้สุดเดือดแห่งปีไปเป็นที่เรียบร้อย โดยปีนี้ ผู้จัดมือทองอย่าง Retox Sessions ประกาศเพิ่ม 2 สเตจใหม่ Elrow และ Monstercat ที่ถล่มโปรดัคชั่น จัดหนัก จัดเต็ม เพื่อแฟนๆ ชาว Together ทุกคน ณ ไบเทค บางนา  เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาหลังจากเผยตัว Line Up ดีเจแถวหน้า ระดับหัวกะทิของโลกที่ถล่มมาใน 2 วันจัดงาน ก็เรียกเสียงฮือฮาได้อย่างหนัก จนบัตรขาย Sold out ไปเหมือนกับทุกปี ถึงแม้ว่าหัวแถว Line Up สุดเดือด ของ Together Festival 2019 ปีนี้ อย่าง DJ SNAKE จะป่วยกระทันหัน จนบินมาเปิดการแสดงไม่ได้ แต่ก็ไม่ทำให้แฟนเพลงล่าถอยไปแม้แต่น้อย เพราะทัพดีเจชื่อดัง ที่ตบเท้ามาในครั้งนี้ ล้วนแล้วแต่ที่สุดแห่งความจี๊ดของยุคนี้ทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็น  ALISON WONDERLAND,  GRYFFIN (Live) , JEFFREY SUTORIUS (DASH BERLIN) , KUNGS, MARLO, PARTY FAVOR , MERCER , SAM FELDT (Live) , MALAA , CHUS & CEBALLOS , FRANKY RIZARDO , TINI  GESSLER , TONI VARGA  , SHOCKONE  , LOOKAS  , JUSTIN OH , DIRTY AUDIO 

และที่สุดของที่สุด กับความแปลกใหม่ ที่ทีม Retox Sessions ผู้จัด พร้อมนำมาเสนอให้กับแฟนๆ ในครั้งนี้ นอกจากเวที เมนสเตจแล้วนั้น ความอลังการของ  เวที Elrow Stage  และ Monstercat Stage ก็โดนใจแฟนๆ ขาแดนซ์ ทุกคนเป็นอย่างมาก วันแรกกับ Concept Stage อย่าง Elrow ที่นอกจากจะได้ฟังเพลงเด็ดๆแล้วนั้น ความตระการตาของธีมบราซิลจังเกิ้ล ที่ปล่อยของกันอย่างสนุกสนาน ก็สร้างความประทับใจให้กับแฟนๆ เป็นอย่างมาก และ ต่อด้วยวันที่ 2 เอาใจเฮดแบงเกอร์ สายเบส-แทร็ป จัดหนัก โยกกันชนิดคอแทบหลุด กับ Monstercat Stage สนุกทั้งกองทัพดีเจ และ สเตจใหม่ทั้ง 2 เพื่อให้ทุกคนได้มันส์กันขนาดนี้  ใครที่พลาดงาน Together Festival 2019 ครั้งนี้ บอกได้คำเดียวว่าเสียใจมาก รอพบกับงานครั้งต่อไปจาก Retox Sessions กันได้ เร็วๆนี้ แน่นอน

Clash de Cartier

เมื่อค่ำคืนวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา คาร์เทียร์ได้จัดกาล่าดินเนอร์ “très particulier” เพื่อเฉลิมฉลองการมาถึงของคอลเลคชั่นแคลช เดอ คาร์เทียร์ (Clash de Cartier) อย่างอลังการที่ la Conciergerie วังที่สร้างขึ้นตั้งแต่ค.ศ. 1200 แบบศิลปะโกธิค ปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยมี ซีริล วิญเญอรอง (Cyrille Vigneron) President & CEO Cartier International และแขกรับเชิญที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ที่สะท้อนความสร้างสรรค์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคาร์เทียร์ได้เป็นอย่างดี

อาทิ เจค จิลเลนฮาล (Jake Gyllenhaal), โซเฟีย คอปโปลา (Sofia Coppola), ทิลดา สวินทัน (Tilda Swinton),โมนีกา เบลลุชชี (Monica Bellucci), คายา สโคเดลาริโอ (Kaya Scodelario) ผู้เป็นเฟซของคอลเลคชั่นแคลช เดอ คาร์เทียร์, รามี มาเลค (Rami Malek) ผู้ได้รับรางวัลออสการ์นักแสดงชายยอดเยี่ยม จากการรับบทFreddie Mercury ในภาพยนตร์เรื่อง Bohemian Rhapsod

นอกจากนี้ยังมีนักแสดงสาวแคลร์ ฟอย (Claire Foy) ผู้ได้รับรางวัลลูกโลกทองคำจากซีรี่ย์ The Crown และภาพยนตร์ First Man, เลทิเทีย ไรท์ (Letitia Wright) ผู้ชนะรางวัล BAFTA Rising Star Award จากภาพยนตร์เรื่อง Black Panther และ Avengers: Infinity War ในส่วนของประเทศไทย ได้รับเกียรติจากเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ นักแสดงสาวผู้มีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเองร่วมงานกาล่าดินเนอร์สุดพิเศษ แขกผู้มีเกียรติตื่นตาไปกับเซอร์ไพรส์มากมายและการแสดงจากศิลปินดัง ไม่ว่าจะเป็น L’Impératrice, Chris (Christine & The Queens), Billy Idol และ 2 Many DJ’s แคลช เดอ คาร์เทียร์ (Clash de Cartier) เครื่องประดับคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดจาก คาร์เทียร์ (Cartier) ที่หลีกหนีความโบราณจำเจแต่ยังคงไว้ซึ่งความคลาสสิกที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งหมุดสตั๊ด ลูกปัด และหมุดจัตุรัสทรงโดม (Clous Carrés) ที่สอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน กลายเป็นเอกลักษณ์ใหม่ของเครื่องประดับคาร์เทียร

Author : Sethapong Pawwattana
Pictures courtesy of Cartier

ครั้งแรกของไทย! ซีอีเอ ผนึก เจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ เปิดนิทรรศการ “ออกแบบ แบบญี่ปุ่น” สร้างแรงบันดาลใจดีไซเนอร์เจนใหม่ ด้วย 100 งานดีไซน์ ที่สุดแห่งพลัง

โอกาสเดียวของคนไทย! กับนิทรรศการจากแดนปลาดิบ “ออกแบบ แบบญี่ปุ่น” เปิดให้เข้าชมฟรี! ถึง 26 พฤษภาคม 2562 ที่ทีซีดีซี กรุงเทพฯ #japandesign100

กรุงเทพฯ 23 เมษายน 2562 – สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) จับมือ เจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ เปิดตัวนิทรรศการ “ออกแบบ แบบญี่ปุ่น” (Japanese Design Today 100) นิทรรศการสัญจรที่รวมสุดยอดงานดีไซน์จำนวน 100 ชิ้น
ที่สะท้อนแนวคิดการออกแบบของดีไซเนอร์ญี่ปุ่น ผ่านการคิดออกแบบบนพื้นฐานของความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานเป็นหลัก พร้อมบูรณาการศาสตร์และศิลป์การออกแบบที่ร่วมสมัย โดยไม่ละทิ้งวัฒนธรรมดั้งเดิม อาทิ “ขวดบรรจุซอสถั่วเหลืองชิ้นแรก”
ที่ออกแบบให้เทซอสได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดฝา “อุปกรณ์บอกอุณหภูมิ” สำหรับปิดฝาถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และ “กล้องเล็กเลนส์กว้าง GR” กล้องคอมแพคที่มีระบบชัตเตอร์สูงเหมาะสำหรับถ่ายภาพเหตุการณ์และความรู้สึกแนวสตรีท เพื่อจุดประกายไอเดียการออกแบบแก่นักออกแบบและผู้ผลิตไทย เรียนรู้ทักษะในการมิกซ์แอนด์แมชต์สิ่งรอบตัว วัสดุพื้นถิ่น ภูมิปัญญาดั้งเดิม และเทคโนโลยีงานดีไซน์รูปแบบต่างๆ สู่การสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตรงความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ทั้งนี้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) และ เจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ ได้จัดพิธีเปิดนิทรรศการ “ออกแบบ แบบญี่ปุ่น” เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ กรุงเทพฯ

สำหรับนิทรรศการดังกล่าว เปิดให้เข้าชมฟรี!  ระหว่างวันที่ 24 เมษายน – 26 พฤษภาคม 2562 (ทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์) เวลา 10.30-21.00 น. ณ ห้องแกลอรี่ ชั้น 1 ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ TCDC อาคารไปรษณีย์กลาง (ส่วนหลัง) เขตบางรัก กรุงเทพฯ หรือติดต่อเพื่อขอเข้าชมแบบหมู่คณะได้ที่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 02-105-7400 ต่อ 213, 214 หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ tcdc.or.th และ #japandesign100

ชาวอีดีเอ็มพร้อมลุย!! KULOV Present WARP Music Festival 2018 วันที่ 2-3 พ.ย. การกลับมาของงาน EDM ริมหาดอันดับ 1 ของไทย

Staycation#1 ปาร์ตี้ให้สนุกแล้วจะต้องห่วงเรื่องขับรถกลับบ้านกันทำไม

The Standard and Olivier Rousteing Host

วันนี้ L’Officiel Hommes Thailand รวมภาพเอ็กคลูซีฟ งาน After Party แห่ง Met Gala 2018 มาให้ชมครับ งานนี้จัดขึ้นที่โรงแรมเก๋ระดับโลก ‘The Standard’ โรงแรมหรูแอนด์ชิคที่สุดของวินาทีนี้ ซึ่งกระซิบครับว่า  ‘แสนสิริ’ ได้เข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นที่เรียบร้อย งานนี้แสนสิริเลยได้เป็นเจ้าภาพร่วมจัดงานปาร์ตี้ โดยได้ Olivier Rousteing ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์จากแบรนด์ Balmain มาเป็นพ่องานให้ไม่ต้องสืบก็รู้ว่ามันขนาดไหน

After Party นี้รวมตัวจี๊ดของฮอลลรีวูดไว้หนาแน่น ทั้ง Jennifer Lopez, Paris Jackson, Sean O’Pry, Jared Leto, Michael B Jordan, Lily Collins และ Emma Stone 2018

ใครไป New York อย่าลืมแวะไปเชคอินกันนะ เพราะถึงแม้จะไม่มี Met Gala แล้ว แต่เซเลปเบอร์ใหญ่ก็ตบเท้ามา The Standard อยู่ดี เพราะปาร์ตี้ที่นี่ การันตรีว่าดีเสมอ