ไปชมบรรยากาศ Listening Party กับอัลบั้มเต็มชุดที่ 10 จาก Kanye West ในชื่อ Donda ที่ทั้งโลกรอคอยส่งตรงจาก Mercedes Benz Stadium ที่ Georgia!

บรรยากาศ Listening Party กับส่วนนึงของอัลบั้มเต็มชุดที่ 10 จาก Kanye West ในชื่อ Donda ตามคุณแม่ของเจ้าตัวที่จากไปเมื่อปี 2007โดยไฮไลต์นอกจากจะมีกลิ่นไอเพลงของศาสนาคริสต์ Kanye ยังได้ Travis Scott แร็พเปอร์ขวัญใจมหาชนมาร่วมงานด้วยพร้อมกับแร็พเปอร์มากฝีมือหลายคนตั้งแต่ Pusha T, Playboi Carti, Baby Keem, Don Toliver, Lil Baby, Lil Durk รวมไปถึง Pop Smoke แร็พเปอร์หนุ่มผู้ล่วงลับไปอีกด้วยครับ

และที่เซอร์ไพรส์กว่านั้นก็คือการที่ Jay-Z เพื่อนรักที่มีข่าวมาตลอดว่าแคลงใจและงอนๆกันไปพักใหญ่ก็กลับมาร่วมงานกับเจ้าตัวทวงบัลลังก์ฮิปฮอปอันดับ 1 อีกครั้งครับ! ไปชมบรรยากาศส่งตรงจาก Mercedes Benz Stadium ที่ Georgia และ Kanye ในเสื้อกันลมสีแดงจาก GAP ที่เจ้าตัวร่วมออกแบบกันได้เลยครับ! (อัลบั้มยังไม่เสร็จสมบูรณ์ 100% และจะมีการปล่อยอัลบั้มเต็มออกมาหลังจากนี้ครับ)

เรื่อง-เรียบเรียง rhunrun

สมราคาแชมป์! กับหีบ Louis Vuitton สุดหรูที่ใช้เก็บถ้วยรางวัล Larry O’Brien สำหรับทีมแชมป์บาสเกตบอล NBA อย่าง Milwakee Bucks

เป็นที่ทราบกันดีกับการแข่งขันบาสเกตบอล NBA รอบชิงชนะเลิศ ประจำฤดูกาล 2020/2021 ที่สนาม Fiserv Forum สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 ที่ผ่านมา ซึ่งผลของการแข่งขันทำให้ Milwakee Bucks เอาชนะ Phoenix Suns ไปได้ด้วยสกอร์ 105-98 คะแนน จึงทำให้มิลวอกี้ บักส์กลายเป็น Championship ครั้งแรกในรอบ 50 ปีและนับเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ปี 1971 ซึ่งนำชื่อเสียงกับมาสู่บ้านเกิดอีกครั้ง

โดยสำหรับบทบาทของ Louis Vuitton ในครั้งนี้ก็ได้รับหน้าที่เป็นผู้ออกแบบหีบถ้วยรางวัล Larry O’Brien ชนะเลิศนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งถือว่าเป็นการตอกย้ำความเป็นเลิศของแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการออกแบบหีบเดินทางกันมาอย่างยาวนาน เพราะถูกออกแบบพิเศษโดย Asnières (อาเตลิเยร์) ศูนย์กลางหลอมรวมสิ่งประดิษฐ์ดีไซน์อันเฉพาะของทาง หลุยส์ วิตตอง

กับรูปทรงลักษณะของหีบที่มีการติดตัวอักษร “V” สีขาวอันเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความหมายของคำว่า Victory ( ชัยชนะ) แซมขอบด้วยสีแดงและน้ำเงิน อันเป็นคู่สีของโลโก้ NBA กับวัสดุลวดลายภายนอกที่ยังคงใช้ลวดลาย Monogram ของหลุยส์ และด้านในที่บุด้วยผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงิน

โดยหลุยส์ยังเป็นแบรนด์แรกที่ได้รับเกียรติออกแบบหีบใส่ถ้วยรางวัลนี้อีกด้วย และจะยังคงเป็นผู้ออกแบบไปอีกหลายปีตามสัญญาที่ Virgil Abloh artistic director ของแบรนด์เป็นผู้ผลักดันครับ

เรื่อง Eknaphat Noonwong

เรียบเรียง rhunrun

ผู้กำกับ Loki Kate Herron ยืนยันจะไม่กลับมารับช่วงกำกับต่อในซีซั่น 2 แม้ซีรี่ย์จะประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม !

นับว่าเป็นกระแสการตอบรับที่ดีมากๆถึงขั้นมีการยืนยันว่าจะมีซีซั่น2 ตามมาติดๆ สำหรับซีรีส์จากค่ายหนัง Marvel Studio ที่ทุกคนตั้งตารอดูกันมานานกับ LoKI (โลกิ) ซีรีส์ฉายเดี่ยวของจอมวายร้ายมาดกวนมากเสน่ห์ที่ก็ยังคงได้ Tom Hiddleston นักแสดงหนุ่มหล่อมากความสามารถชาวอังกฤษกลับมาสวมบทบาทอีกครั้ง โดยมี Michael Waldron ผู้เขียนบท และ Kate Herron เป็นผู้กำกับของเรื่องนี้

ซึ่งก็เป็นที่น่าเศร้าครับเมื่อ Kate Herron ผู้กำกับ นักเขียน โปรดิวเซอร์ชาวอังกฤษที่ได้กำกับซีรีส์โลกิในเรื่องนี้ให้เราได้รับชมกันอย่างสนุกสนานว่า เธอนั้นยืนยันจะไม่รับหน้าที่ต่อใน Season 2 เนื่องจากเธอได้ทุ่มเทไปสุดตัวกับการกำกับหนังในซีซั่นนี้ อีกทั้งเธอก็กำลังติดงานอื่นๆอยู่อีกด้วย โดยเธอได้ให้บทสัมภาษณ์ Exclusive กับทาง Deadline

ดังนั้นก็เห็นได้ชัดเลยครับว่าทางค่ายหนัง Marvel ไม่ได้ตั้งใจจะให้โลกิจบเพียงแค่ Season นี้อย่างแน่นอน เพราะเธอได้เสริมต่ออีกว่าซีซั่นถัดไปที่กำลังจะเกิดขึ้น เธอก็พึ่งทราบข่าวมาไม่นานเหมือนกัน เธอตื่นเต้นมากๆและตั้งตารอเลยที่จะได้ดูโลกิในซีซั่นถัดไป ซึ่งเธอก็ภูมิใจที่เธอได้เป็นส่วนหนึ่งของหนังเรื่องนี้และจะยังเอาใจช่วยอยู่เสมอ เคทกล่าว

โดยสำหรับคนที่ยังไม่ได้ดูซีรีส์ LoKI ก็สามารถเข้าไปรับชมได้ทาง Disney plus ส่วนว่าใครจะรับบทเป็นผู้กำกับซีรีส์คนต่อไปก็คงต้องติดตามรอดูประกาศกันอีกทีครับ

เรื่อง Eknaphat Noonwong

เรียบเรียง rhunrun

จอห์นคะ! John Mayer ส่งกีต้าร์พร้อมลายเซ็นให้สาว ROSÉ BLACKPINK หลังประทับใจการคัฟเวอร์เพลง Slow Dancing in a Burning Room ของไอดอลสาวคนดัง โดยโรเซ่ก็ตอบกลับแบบหวานๆผ่านไอจีเช่นกัน!

คงต้องใช้คำว่า Super duper happy กันเลยล่ะครับเมื่อนักร้องนักแต่งเพลงชาวอเมริกัน John Mayer ได้จัดทำเซอร์ไพร์สสุดแสนพิเศษถึงที่ ให้กับสาว Rose’ จากวง BLACKPINK ด้วยการส่งของขวัญที่เป็นซิกเนเจอร์สุดคลาสิคอย่างกีต้าร์ PRS Silver sky ROXY PINK Rosewood Fingerboard ที่เป็นตัวใหม่ล่าสุดออกแบบโดย Paul Reed Smith แบรนด์กีต้าร์ high-end จากอเมริกา

ทำให้สาวโรเซ่รู้สึกดีใจที่สุดถึงขั้นโพสภาพถ่ายตัวกีต้าร์พร้อมแคปชั่นลงในไอจีว่า ” Life is complete “ซึ่งชื่อกีต้าร์นั้นก็ยังมีความคล้ายคลึงกับชื่อของเธออีกด้วยคิดมาดีเลยนะ John! (Roxy Pink คือชื่อสีของกีต้าร์ PRS ตัวนี้ครับ)งานนี้แฟนๆชาว Blink ยิ้มกันตามๆไปเลยล่ะ (แต่ก็น่าจะมีหึงหวงสาวโรเซ่กันบ้างเพราะพี่จอห์นก็ขึ้นชื่อมาตลอดเรื่องสาวๆ)

เพราะหลังจากที่โรเซ่ได้ไปเป็นแขกรับเชิญพิเศษจากการเปิดตัวของรายการ Sea of Hope ของช่อง JTBC ในเกาหลีใต้ เธอได้ร้องเพลงคัฟเวอร์ Slow Dancing in a Burning Room ที่เป็นเพลงยอดฮิตของเจ้าตัว จอห์น เมเยอร์กลางรายการแบบสดๆ ทำให้จอห์นเมื่อได้เห็นคลิปวิดีโอนี้ถึงกับรู้สึกประทับใจเป็นอย่างมากจึงจัดเตรียมของขวัญสุดพิเศษชิ้นนี้มอบให้กับเธอครับ ต้องมารอดูเลยล่ะว่าจะมีอะไรตามมามั้ยสำหรับคู่นี้

เรื่อง Eknaphat Noonwong

เรียบเรียง rhunrun

บทสัมภาษณ์และมินิแฟชั่นเซ็ตสุดพิเศษจาก Youngjae ถึงอากาเซ่ชาวไทยที่เขาคิดถึง

พบกับบทสัมภาษณ์ของ Youngjae จากวง GOT7 ในฐานะศิลปินเดี่ยว นักแสดง และนักแสดงมิวสิคอล และการท้าทายตัวเองไปอีกขั้น เพื่อทั้งตัวเขาเอง และอากาเซ่ที่เขารัก

Photographer: sopia.k

Stylist: Kim Young Seo

Interview by: Pacharee Klinchoo

ในวันที่เราได้รับคำคอนเฟิร์มว่าชเวย็องแจ นักร้องหลักแห่งวง GOT7 จะมาถ่ายมินิแฟชั่นเซ็ตพร้อมสัมภาษณ์กับเรานั้น ซิทคอมเรื่อง So Not Worth It ที่เขาเล่นเพิ่งจะเข้าฉายทาง Netflix หมาดๆ และในตอนนั้น เขายังนำแสดงมิวสิคอลเรื่อง Midnight Sun ร่วมกับโอนิว จากวง SHINee อีกด้วย เรียกได้ว่าบทบาทนักแสดงของเขากำลังเปล่งแสงเจิดจรัสอย่างเต็มที่ และเราเข้าใจความคิดถึงของอากาเซ่ที่มีต่อเมมเบอร์ของกั๊ซทุกคน บทความและมินิแฟชั่นเซ็ตนี้จึงการันตีได้ว่าย็องแจและทีมงานตั้งใจทำเพื่ออากาเซ่ที่รอเขาอยู่จริงๆ

สเวตเตอร์ จาก Acne Studios

รู้สึกอย่างไรที่ได้ร่วมงานกับ Netflix เป็นครั้งแรก

ผมได้รับโอกาสที่ดีมากเลยครับ มันมีความหมายสำหรับผมมาก เพราะนี่คือซิทคอมเรื่องแรกของประเทศเกาหลีที่ Netflix สร้างด้วยนะครับ ผมรู้สึกมีความสุขมากที่ได้รับทั้งความท้าทายและประสบการณ์ใหม่ๆ และถ้าหากว่ามีโอกาสเข้ามาอีกครั้ง ผมก็อยากจะทำงานกับ Netflix อีกแน่นอนครับ

ในฐานะนักแสดงมิวสิคอล คุณมองอนาคตตัวเองในสายงานนี้ไว้อย่างไรบ้าง

ผมยังรู้สึกเขินๆ อยู่เลยครับที่จะเรียกตัวเองว่า ‘นักแสดงมิวสิคอล’ ผมไม่มีแพลนชัดเจนสำหรับอาชีพนักแสดงมิวสิคอลของตัวเองเลยครับ มันเป็นสายงานที่ผมอยากจะท้าทายตัวเอง และมันก็เป็นโอกาสที่ดีในคราวเดียวกันอีกด้วย ถ้าหากว่ามีโอกาสดีๆ เข้ามาอีกในอนาคต ผมก็คงอยากจะแสดงมิวสิคอลเรื่องใหม่ให้แฟนๆ ได้ดูอย่างแน่นอนครับ แต่ตอนนี้ จุดมุ่งหมายที่ใหญ่กว่าของผมก็คือการเติบโตไปเป็นนักดนตรีที่ดีมากกว่าครับ ผมอยากจะทำเพลงออกสู่สายตาแฟนๆ และโลกใบนี้ให้มากกว่านี้น่ะครับ

ดูเหมือนว่าคุณจะเลือกอาชีพหลักเป็นนักแสดงไปแล้วนะ จะมีข่าวดีมาจากฝั่งอาชีพศิลปินบ้างไหม

ผมกำลังทำอัลบั้มใหม่อยู่นะครับ กำลังเตรียมเพลงดีๆ อยู่หลายเพลงเลยครับ ตั้งใจจะปล่อยออกมาแน่ๆ ภายในปีนี้ครับ ผมหวังว่าแฟนๆ ทุกคนจะชอบเพลงพวกนี้นะครับ

ตอนนี้ทำงานในฐานะศิลปินเดี่ยวอย่างเต็มตัวแล้ว คิดถึงเวลาที่วง GOT7 ยังอยู่พร้อมหน้ากันบ้างไหม แล้วรับมือกับมันอย่างไรบ้าง

คิดถึงมากจริงๆ เลยครับ เวลาผมคิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้น ผมก็จะดูคลิปวิดีโอเก่าๆ ของพวกเรา ผมคิดว่าเมมเบอร์ทั้งเจ็ดคนของเราเป็นกลุ่มที่เจ๋งและฉายแสงที่สุดแล้วนะครับ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ทุกคนก็ยังส่องประกายอย่างเต็มที่เหมือนเดิม ผมหวังว่าทุกคนจะเปล่งแสงของตัวเองได้อย่างเจิดจ้าในอนาคตนะครับ

แจ๊กเก็ตหนังกลับ กางเกงยีนส์ฟอกสี ทั้งหมดจาก Maison Margiela

มีอะไรอัพเดทเกี่ยวกับอาชีพนักแสดงของคุณบ้างไหม โปรเจ็กต์ใหม่ๆ หรืออะไรแบบนั้น

ตอนนี้ ผมกำลังจดจ่ออยู่กับการเตรียมอัลบั้มใหม่ที่จะออกภายในปีนี้เท่านั้นเลยครับ

คุณมองตัวเองในอีกสิบปีข้างหน้าในวงการบันเทิงไว้อย่างไร

ในอีกสิบปี ผมจะอายุ 36 ปี ไม่รู้เหมือนกันว่าจะยังทำงานอยู่ในวงการบันเทิงหรือเปล่า แต่ผมอาจจะแต่งงานแล้วหรือเปล่าครับในตอนนั้น

มีอะไรในวงการบันเทิงที่คุณอยากทำแต่ยังไม่ได้ทำไหม

ผมแค่อยากจะทำงานหนัก และทำดนตรีออกมาให้แฟนๆ และโลกใบนี้ได้ฟัง เท่านั้นเองครับ

บอกอะไรกับอากาเซ่ชาวไทยที่กำลังรอคอยคุณอยู่หน่อยสิ

ผมอยากไปประเทศไทยมากๆ เลยนะครับ ผมคิดถึงแฟนๆ ชาวไทยมาก จริงๆ แล้วผมกำลังจะได้ขึ้นคอนเสิร์ตกับวง GOT7 ที่ประเทศไทยอยู่แล้ว แต่ก็ต้องยกเลิกไป นั่นทำให้ผมยิ่งคิดถึงพวกคุณหนักกว่าเดิมอีก และผมก็ยังยึดติดกับมันอยู่เลย ถ้าสถานการณ์อะไรๆ ดีขึ้น ผมจะกลับไปที่ประเทศไทยอย่างแน่นอนครับ เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

คุณจะทำอะไรเป็นอย่างแรกเมื่อสถานการณ์โควิด-19 นี้ผ่านไปและคุณสามารถใช้ชีวิตและเดินทางได้อย่างปกติสุขเสียที

ขึ้นแสดงต่อหน้าแฟนๆ จัดคอนเสิร์ต และเดินสายพบปะแฟนๆ แน่นอนครับ

สตรีมผลงาน So Not Worth It ของย็องแจได้แล้วทาง Netflix

พบกับบทสัมภาษณ์และมินิแฟชั่นเซ็ตของชเวย็องแจได้ในนิตยสารลอฟฟีเซียล ออมส์​ ฉบับเดือนสิงหาคม เร็วๆ นี้

Assistant Photographers: Jo Byung Gyu / Kim Gyu Hee

Hair Stylist: Kim Min Kyeong

Make Up Artist: Lim Jung Hyun

Artist Coordination: MAXPERIENCE (MPE)

HBO GO ส่งสารคดีออริจินัล Traffickers: Inside The Golden Triangle ว่าด้วยกระบวนการค้าแป้ง ณ สามเหลี่ยมทองคำลงสตรีมมิ่งเร็วๆ นี้

Traffickers: Inside The Golden Triangle เป็นสารคดีออริจินัลคอนเทนต์ของ HBO Asia ที่ว่าด้วยเรื่องราว และความลับเบื้องหลังบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ที่ถือว่าเป็นจุดศูนย์กลางการผลิตยาเสพติดรายใหญ่ของโลก มาติดตามเรื่องราวเริ่มต้น และจุดจบของขบวนการค้ายาเสพติด และราชายาเสพติดสามคนในประเทศไทย เมียนมาร์​ และลาวได้พร้อมกัน และคุณจะรู้ว่ายาเสพติดคือยาเสพติด หาใช่แป้งดังที่เขาได้หลอกลวงไว้

ซีรีส์สารคดีความยาว 3 ตอนชุดนี้เป็นสารคดีเรื่องแรกของโลกที่บุกตะลุยพื้นที่ต้องห้ามอย่างสามเหลี่ยมทองคำ เพื่อเปิดโปงชีวิตของสามราชายาเสพติดคนสำคัญทั้ง ‘ราชาฝิ่น’ ‘โจรสลัดแม่น้ำโขง’ และ ‘เจ้าพ่อค้ายาเพลย์บอย’ ในทุกแง่ทุกมุมแบบรับประกันความขนลุก… ด้วยความรังเกียจ

พบกับ Traffickers: Inside The Golden Triangle ทาง HBO Go ได้ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม เป็นต้นไป

เปิดตัวบอยแบนด์วงใหม่ SKYLIZE กับเพลงแดนซ์สุดมันให้ทุกคนตามเลือกเมนกันได้แล้ววันนี้

SKYLIZE วงบอยแบนด์หน้าใหม่อันประกอบไปด้วย 6 หนุ่ม อย่าง บอสบอส – พิธิวัธ รังษีนรบุตร, ป่า – อรัณย์ ธรรมธิราชเกื้อกูล, ป๊อป – ทัตพล แซ่โง้ว, หลุยส์ – ณรงค์ฤทธิ์ สุขะเสวต, ปอนด์ – ปิยะวัฒน์ วิจิตรภัทร และทอย – นรินธร เอื้อวุฒิธรรม เปิดตัวเอ็มวีใหม่พร้อมชิน – ชินวุฒ มาร่วมโชว์สเต็ปเทพพร้อมกัน เชิญทุกคนมาเลือกเมนกันได้แล้ว

คุยกับทีมสร้าง ‘DEEP โปรเจ็กต์ลับหลับเป็นตาย’ ภาพยนตร์ไทยออริจินอลเรื่องแรกจาก Netflix

ทีมผู้กำกับและเขียนบท 5 ชีวิตได้ใช้เวลากว่า 3 ปีในการสร้างสรรค์ผลงานโปรเจ็กต์ภาพยนตร์ ‘DEEP โปรเจ็กต์ลับหลับเป็นตาย’ โดยเริ่มต้นตั้งแต่ครั้งที่พวกเขายังเป็นนักศึกษาคณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ด้วยความร่วมมือกับบริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้สร้างสรรค์ผลงานผ่านการโค้ชจากเมนเทอร์ผู้คร่ำหวอดในวงการภาพยนตร์

โดยไหม – สิตา ลิขิตวณิชกุล ผู้ริเริ่มไอเดียของสโลแกนติดหู “หลับเป็นตาย” เล่าว่าได้แรงบันดาลใจของภาพยนตร์มาจากไลฟ์สไตล์ของวัยนักศึกษาที่มักนอนดึกเป็นกิจวัตร “จุดเริ่มต้นของ DEEP มาจากตอนที่ไหมเรียนอยู่ปี 2 ด้วยความที่เรียนสาขาภาพยนตร์ ผ่านการออกกองต่างๆ ทำให้เราไม่ค่อยได้นอน เราก็เลยเกิดไอเดียว่า ถ้าเราอดนอนแล้วได้เงินจะเป็นยังไง ไหมมองว่าเป็นการหยิบเรื่องธรรมดาประจำวันของวัยรุ่น มาเล่าให้มันน่าสนใจขึ้น เสร็จแล้วเราก็เพิ่มความเข้มข้นเข้าไปว่า การอดนอนเพื่อได้เงิน แต่เราต้องเดิมพันด้วยชีวิตเนี่ย มันจะมีจุดจบอย่างไร”

นอกจากที่ผู้ชมจะได้ลุ้นไปกับตัวละครทั้งสี่ เมื่อพวกเขาเข้าสู่ภารกิจการ “DEEP” ที่เสี่ยงชีวิต เจตริน รัตนเสรีเกียรติ หนึ่งในทีมกำกับและเขียนบท มองว่าผู้ชมจะได้ข้อคิด และเรียนรู้ไปกับตัวละคร บนเส้นทางของการยอมเสี่ยงชีวิต เพื่อให้ได้มาซึ่งเงิน ผมว่า DEEP ยังมีคอนเซ็ปต์ Coming of Age (การก้าวข้ามวัย) ที่เด่นชัดอีกด้วย การเติบโตของตัวละครใน DEEP ผมเชื่อว่ามันตรงกับวัยรุ่นหลายๆ คน และเป็นเหมือนการเดินทางที่น่าสนใจ ต่อยอดจากความลุ้นของการห้ามหลับไปอีกครับ”

สำหรับความท้าทายในการสร้างภาพยนตร์เรื่องแรก ทั้งห้าบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเต็มไปด้วยช่วงเวลาที่ได้เรียนรู้ ลองผิดลองถูก จนเกิดเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ โดยธนบดี เอื้อวิทยา ผู้กำกับและเขียนบทมองว่า “การทำงานสเกลใหญ่ขนาดนี้เป็นครั้งแรกทำให้เราเรียนรู้หลายอย่าง ทั้งการสื่อสาร การเป็นผู้นำ และการตัดสินใจ ผมมองเห็นการทำภาพยนตร์ในภาพที่กว้างมากขึ้น และเข้าใจกระบวนการผลิตจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การทำงานกับผู้ใหญ่ไปจนถึงการโปรโมท พอได้รู้ว่าจะได้เข้า Netflix ให้ได้ดูกันทั่วโลกก็ดีใจมากครับ”

ทีมผู้กำกับ-เขียนบทไฟแรงทีมนี้ได้ร่วมงานกับโค้ชรุ่นใหญ่มากประสบการณ์อย่าง อังเคิล – อดิเรก วัฏลีลา และวิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ที่มารับบทบาทเมนเทอร์ตลอดทุกขั้นตอน โดยอภิรักษ์ สมุดกิจไพศาล ผู้กำกับและเขียนบทเล่าให้ฟังว่า “พี่ๆ มาเป็นเมนเทอร์ในเรื่องการเขียนบทแล้วก็ในด้านกำกับด้วย มาในรูปของการแนะนำและเสนอไอเดีย ฝึกให้เราทุกคนเชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง และเติมความแตกต่างให้ภาพยนตร์มีความหลากหลายมากขึ้นครับ”

สำหรับเมนเทอร์ฝ่ายกำกับของโปรเจกต์อย่างอดิเรกก็ได้เอ่ยชมความตั้งใจ และความพยายามของกลุ่มผู้สร้างรุ่นใหม่ “แม้จะประสบการณ์น้อย แต่ใจเขามาเต็มร้อย บางวันทำงานกันอยู่ในออฟฟิศถึงตีสี่ตีห้า นอนในห้องประชุม ถ้าพวกเขาไม่ใจรักจริงๆ ก็ทำไม่ได้หรอก คนรุ่นใหม่ชอบท้าทายตนเอง ถ้ามีโอกาสผมอยากทำโปรเจกต์อื่นๆกับเขาต่อ”

ส่วนวิศิษฏ์ เมนเทอร์ทีมเขียนบท ก็ได้กล่าวถึงไอเดียสดใหม่ของกลุ่มผู้สร้างว่าเป็นสิ่งที่น่าติดตาม“ผมมองว่าการให้โอกาสกับคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถสำคัญมาก เพราะถ้าไม่มีคนรุ่นใหม่เข้ามา ทุกอย่างก็จะล้าหลังไม่ทันกับตลาด เราต้องการเลือดใหม่ๆเข้ามาในวงการเสมอ สิ่งที่ Netflix ทำน่าจะเป็นเรือธงให้กับเด็กรุ่นใหม่ เพราะการได้ฉายทาง Netflix ถือเป็นความสำเร็จของพวกเขา”

ทั้งเมื่อวันสตรีมภาพยนตร์ใกล้เข้ามา ทีมกำกับและเขียนบทต่างกล่าวว่ารู้สึกดีใจและตื่นเต้นที่โปรเจกต์ที่ตั้งใจสร้างสรรค์มากว่า 3 ปีจะได้ออกสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก

กิตติ ธัชนกงาม ผู้เขียนบท กล่าวว่า “ผมดีใจมากๆที่ทาง Netflix มองเห็นความพยายามของกลุ่มนักศึกษาอย่างพวกผม และเห็นศักยภาพของภาพยนตร์เรื่องนี้ มันรู้สึกเหมือนฝันที่จะได้เห็นหนังเรื่องแรกของพวกเราได้ขึ้น Netflix เลย ผมตื่นเต้นที่จะได้เห็น DEEP ออกสู่สายตาผู้ชม และสิ่งที่พวกเราตั้งใจสร้างกว่า 3 ปีมันจะไปไกลกว่าเมืองไทย ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นสิ่งที่พวกผมทุ่มเทสุดชีวิต อยากให้ลองเปิดใจให้โอกาส และมาเสพย์ความบันเทิงในผลงานของพวกผมครับ”

เตรียมลุ้นไปกับโปรเจกต์ภาพยนตร์สุดพิเศษนี้ และไปหาคำตอบกันว่าการอดนอนจะพาเราไปถึงจุดไหนได้บ้าง กับ DEEP Project โปรเจกต์ลับหลับเป็นตาย พบกันวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ เวลา 14:00 น. เป็นต้นไป ทาง Netflix เท่านั้น

นักแสดงนำจากภาพยนตร์ Emergency Declaration พร้อมแสดงแสนยานุภาพในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์แล้ว

โปรเจ็กต์ภาพยนตร์​มหันตภัยฟอร์มยักษ์ของประเทศเกาหลีอย่าง Emergency Declaration ที่ได้นักแสดงมากฝีมือตัวพ่อตัวแม่มารวมตัวกันอย่างคับคั่ง ไล่ตั้งแต่ ซงคังโฮ​ (จาก Parasite) อีบยองฮอน (จาก RED 2) จอนโดยอน (จาก Secret Sunshine) คิมนัมกิล (จาก The Closet) อิมชีวาน (จาก Strangers from Hell) คิมโซจิน (จาก The King) และพัคแฮจุน (จาก The World of The Married) ได้ถูกรับเชิญไปให้ฉายโชว์ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งที่ 74 แต่กระแสยังแรงไม่หยุด เพื่อมีข่าวคอนเฟิร์มแล้วว่า นักแสดงนำของเรื่องทั้งซงคังโฮ อีบยองฮอน และอิมซีวาน จะเป็นตัวแทนของภาพยนตร์เรื่องนี้ไปร่วมงานเทศกาลเมืองคานส์อย่างเป็นทางการ

ภาพยนตร์เรื่อง Emergency Landing เล่าเรื่องราวของมหันตภัยที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อเครื่องบินที่กำลังมุ่งหน้าไปฮาวายต้องลงจอดฉุกเฉินเนื่องจากมีผู้โดยสารเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา ผู้ชมจะได้สัมผัสความกลัว ความวุ่นวาย และความดำมืดในจิตใจของมนุษย์ที่ถูกถ่ายทอดผ่านเรื่องราวบนเครื่องบินเที่ยวนี้อย่างห้ามไม่ได้ งานนี้ได้ฮันแจริม ผู้กำกับมากฝีมือจากทั้ง The Face Reader และ The King มานั่งแท่น

ระหว่างรอความชัดเจนในการใช้ชึวิตของตัวเองจากรัฐบาลคนดีนี้ รับชมภาพเซ็ตใหม่ของภาพยนตร์เรื่อง Emergency Declaration ไปพลางๆ ก่อนไปชมภาพยนตร์เต็มๆ กันในโรงภาพยนตร์ เมื่อไรก็เมื่อกันล่ะฮะ ท่านผู้ชม

5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ protest song เพลงแรกของโลก ‘Strange Fruit’ จาก Billie Holiday

ก่อนที่ ‘The Unitd States VS Billie Holiday บิลลี ฮอลิเดย์ เสียงเพลงสู้อเมริกา’ ภาพยนตร์อัตชีวประวัติของนักร้องสาว Billie Holiday และบทเพลงต่อต้านเพลงแรกของเธออย่าง Strange Fruit ของเธอจะเข้าฉาย (เมื่อไหร่ไม่รู้…​ เพราะการจัดการของรัฐบาลเป็นแบบนี้) เรามาทำความรู้จักกับ 5 เรื่องจริงสุดช็อคอันเป็นที่มาและแรงบันดาลใจให้กับทั้งบทเพลงนี้ และภาพยนตร์เรื่องนี้กัน

ที่มาอันแสนเศร้าของบทเพลงนี้เกิดจากเหตุการฆ่าแขวนคอโทมัส ชิปป และอับราม สมิธ เพราะทั้งคู่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าร่วมมือกันฆ่าชายผิวขาวนามคลอด ดีเทอร์ และข่มขืนแมรี่ บอล แฟนสาวของเขา (ซึ่งภายหลังเธอรับสารภาพว่ากุเรื่องข่มขืนนี้ขึ้นเอง) และภาพโศกนาฏกรรมนี้ถูกบันทึกไว้ในนาม Lynching of Thomas Shipp and Abram Smith ต่อมาเอเบล มีโรโพล กวีชาวอเมริกันเชื้อสายยิวเกิดสะเทือนใจจากภาพนั้น จึงนำมาถ่ายทอดเป็นบทกวีที่ชื่อว่า ‘Bitter Fruit’ และตีพิมพ์ลงในวารสาร The New York Teacher ของสหภาพครู เพื่อแสดงความเห็นต่อต้านการทำร้ายและใช้ความรุนแรงต่อนผิวดำ นอกจากนั้น เขายังนำกวีของตัวเองมาแต่งทำนองและให้ภรรยาของเขาร้อง จนไปถึงหูเจ้าของคลับที่บิลลี ฮอลิเดย์ร้องเพลงอยู่ เอเบลจึงได้ทำเพลงนี้ให้กับบิลลีอย่างเป็นทางการ

ครั้งแรกที่บิลลีได้ฟังเพลงนี้ เธอเจ็บปวด และยอมร้องเพลงนี้ทันที เนื่องจากเนื้อเพลงทำให้เธอนึกถึงสถานการณ์ของบิดาของเธอ ที่เสียชีวิตเพราะโรงพยาบาลปฏิเสธการรักษา เนื่องจากเข้าเป็นผู้ป่วยผิวดำ

หลังจากที่เพลง Strange Frui โด่งดังจากการที่บิลลีร้องสดในคลับแล้ว เธอก็พยายามที่จะหาทางบันทึกเสียง แต่จอห์น แฮมมอนด์ โปรดิวเซอร์ของเธอ ภายใต้โคลัมเบีย เรดดคอร์ดส์ ปฏิเสธการบันทึกเสียง เพราะกลัวอำนาจมืดจากคนผิวขาว พวกเขาเลยแก้ปัญหาโดยการอนุญาตให้เธอไปบันทึกเสียงกับค่ายอื่นได้ มิลต์ เกเบลอร์ เจ้าของค่ายเพลงแจ๊สทางเลือกอย่างคอมโมดอร์ ที่ได้ยินบิลลีร้องเพลงนี้สดๆ แบบอะแคปเปลลาก็เข้ามาเป็นโปรดิวเซอร์ให้เธอ บันทึกเสียง และเพลงนี้ก็ถูกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในปี 1939

Strange Fruit ถือเป็นเพลงที่ประสบความสำเร็จที่สุดของบิลลีด้วยยอดขายมากกว่า 1 ล้านก็อปปี้ มันคือเสียงสะท้อนอย่างเป็นรูปธรรมครั้งแรกของผู้คนที่ต้องเผชิญกับความอยุติธรรม เป็นบทเพลงอย่างเป็นทางการของคนผิวดำที่ถ่ายทอดความเจ็บปวดที่พวกเขาถูกเลือกปฏิบัติเสมอมา

อย่างไรก็ดี ด้วยความเปราะบางของรัฐบาลสหรัฐฯ ในขณะนั้น บวกกับเนื้อหาที่ตรงไปตรงมา สะท้อนปัญหาที่รัฐบาลพยายามซุกไว้ใต้พรมที่ถูกถ่ายทอดผ่านบทเพลง Strange Fruit ทำให้รัฐบาลไม่พอใจ กดดันให้บิลลีหยุดร้องเพลงดังกล่าว นำมาซึ่งการต่อสู้ระหว่างเธอและรัฐบาล ซึ่งการต่อสู้ครั้งนี้นั้น แลกมาด้วย ‘เลือดเนื้อ’ ของบิลลี

ฟังแล้วเหมือนเหตุการณ์ยุค 2021 ในสารขัณฑ์แลนด์สักประเทศแถวๆ นี้เลยทีเดียว ไปร่วมเติมแรงบันดาลใจเรื่องการต่อสู้ระหว่างผู้ที่เชื่อมั่นในความเป็นคนเท่าเทียมกันกับรัฐบาลกดขี่ได้ในภาพยนตร์เรื่อง ‘The United States VS Billie Holiday – บิลลี ฮอลิเดย์ บทเพลงสู้อเมริกา’ กันได้เมื่อรัฐบาลทำงานได้สัมฤทธิ์ผลกว่านี้