SWIPE and Match!: มัจฉา โมซิมันน์ ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ SWIPE และได้โต้ง TWOPEE มาร่วมงานด้วย

หลังจากปล่อยซิงเกิ้ลแรกอย่าง ‘So What’ ไปจนยอดวิวในยูทูบทะลุ 14 ล้านวิวไปแล้ว มัจฉา โมซิมันน์ ศิลปินเบอร์แรกของค่าย White Fox ในเครือ GMM Grammy ก็ได้ฤกษ์ปล่อยซิงเกิ้ลที่สอง ‘SWIPE’ ที่ได้โต้ง TWOPEE มาช่วยแรปอย่างสนุกสนาน

ซึ่งสำหรับเพลงนี้ มัจฉาได้ออกอาการตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด “สำหรับเพลงนี้ฉาชอบมากๆค่ะ ซึ่งคำว่า SWIPE จะมาจาก Dating App ค่ะ ซึ่งท่อนฮุคของเพลงก็มีท่าเต้นให้ทุกๆคนเต้นตามได้ง่าย น่ารักๆ ความพิเศษของเพลงนี้ ก็ได้ฟีทเป็นเพลงแรกกับพี่โต้ง TWOPEE ฉาดีใจมากๆ ซึ่งฉาเคยไปเล่นมิวสิกวิดีโอ เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ฉาเลยรู้สึกไม่เกร็ง ทำงานสนุก และเราก็มีส่วนในการออกแบบชุดในเอ็มวีด้วยค่ะ เพราะเราเรียนแฟชั่นดีไซน์อยู่ด้วยตอนนี้ค่ะ ฉาจะชอบแนววินเทจ ยุค 90 บวกกับยุค 2000 มิลลิเนียม เอ็มวีเลยจะออกมาย้อนยุคนิดๆ ส่วนเรื่องท่าเต้น ตอนแรกเราเต้นไม่ได้เลย เพราะห่างไปนาน ก็ได้ครูอู๋ D Dance (เปรมจิตต์ อำนรรฆมณี) มาสอนและคิดท่าเต้นให้ทั้งหมดด้วยค่ะ ยังไงฉาก็ขอฝากเพลง SWIPE ด้วยนะคะ หวังว่าทุกคนจะชอบเพลงนี้นะคะ (ยิ้ม) หรือใครซ้อมเต้นแล้วแท็กวิดีโอมาให้ฉาชมบ้างนะคะที่ @matcha_cha หรือ @whitefoxgmm ค่ะ

ส่วนโต้ง TWOPEE เองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน “เพลง SWIPE พี่เวย์ทาบทามมาร่วมงานครับ (หัวเราะ) วันที่เข้าห้องอัด น้องมืออาชีพมากๆ เราเห็นน้องทำหลายอย่างมากๆ เป็นคนมีความสามารถรอบด้าน เราเชื่อในตัวน้อง ฝากด้วยนะครับ มัจฉา ฟีทเจอริ่ง TWOPEE นะครับ เป็นเพลงที่ฟังสบายๆ เชื่อว่าทุกคนร้องตามได้ ยิ่งท่าเต้นแล้วเนี่ย ต้องรีบไปเต้นตามกันทั้งเมือง ก็ฝากไว้ด้วยเพลงนี้ น้องตั้งใจทำมาก ผมตั้งใจแร๊ปมากครับ”

สตรีมเพลง SWIPE ของมัจฉาและ TWOPEE ได้ในทุกช่องทางออนไลน์

Stamp ft. Young K.: แมตช์หยุดโลกระหว่างยอดฝีมือจากสองประเทศในเพลง ‘ใจอ้วน / Sugar High’

จากที่เคยสัญญากับแฟนๆ ไว้ในลอฟฟีเซียล ออมส์​ มิวสิคอิชชู่เมื่อปลายปีที่แล้วว่าปีนี้แสตมป์ – อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข จะคัมแบ็กอย่างยิ่งใหญ่ ผู้ชายยิ้มตาสระอิคนนี้ก็ไม่ทำให้เราผิดหวังเลย เมื่อเขาเปิดปีด้วยเพลง ‘ใจอ้วน (Sugar High)’ แห่งค่าย 123Records (นึง-ส่อง-ซั่ม เรคคอร์ดส์) ซึ่งความพิเศษสุดๆ ในครั้งนี้ เขาได้ Young K. ไอดอลตัวจี๊ดแห่งวง Day6 ของ JYP Entertainment มาร่วมแต่งและร้องท่อนแร็ปภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารถึงอาการ Sugar High หรือเมาน้ำตาล อันเกิดขึ้นเมื่อร่างกายคนเราได้รับน้ำตาลมากเกินไป

ซึ่งก็ตรงกับเนื้อหาเพลงโรแมนติกที่เล่าถึงความสัมพันธ์ของคนสองคนที่ดูจะเกินกว่าคำว่าเพื่อน แต่ก็ไม่มีคำยืนยันที่แท้จริง และทุกครั้งที่ใจได้รับการเอาใจใส่เป็นพิเศษ มันก็จะพองโตจนเกือบจะระเบิด อันเป็นที่มาของชื่อเพลง ‘ใจอ้วน’ ที่แสตมป์เล่นกับคำว่า ‘ใจบาง’ ศัพท์วัยรุ่นที่หมายถึงอาการหวั่นไหวเมื่อได้เจอคนที่ถูกใจนั่นเอง

ในส่วนของเอ็มวี เขาก็ร่วมมือกับผู้กำกับที่รู้ใจกันอย่าง หมู – ชยนพ บุญประกอบ ที่เคยร่วมงานกันมาแล้วในเพลง ‘แอบดี’ ของเขานั่นเอง และเพื่อการันตีว่าสาวๆ ที่ชมเอ็มวีนั้นจะเกิดอาการ ‘ใจอ้วน’ กันโดยพร้อมเพรียง แสตมป์จึงเลือกนาย – ณภัทร เสียงสมบุญ มาเป็นพระเอกเอ็มวี เพราะมั่นใจในความเป็นสุภาพบุรุษสุดละมุนที่รับประกันว่าตัวเลือกของสาวๆ มีเพียงแค่ใจอ้วนมาก กับใจอ้วนน้อย เท่านั้นเอง

เพลง ‘ใจอ้วน / Sugar High’ สตรีมมิ่งแล้วทุกช่องทางออนไลน์

เทพเจ้าสายฟ้า Chris Hemsworth กับบทบาท Brand Ambassador ของ Boss แบรนด์หรูจากเยอรมัน!

ต้อนรับปี 2021 คริส แฮมสเวิร์ธ เป็นนักแสดงฮอลลีวูดคนแรกที่ได้รับการแต่งตั้งในฐานะ Global Brand Ambassador ของ BOSS

“ผมเป็นแฟนตัวยงมาอย่างยาวนานของ BOSS ซึ่งผมดีใจมากๆที่ตอนนี้ผมจะเป็นตัวแทนของแบรนด์ในส่วนของคอลเลกชั่นเสื้อผ้า” คริส แฮมสเวิร์ธ จะปรากฎตัวในแคมเปญโฆษณาของ BOSS เริ่มต้นกับคอลเลกชั่น Spring/Summer 2021 ที่กำลังจะเปิดตัวไปจนถึงปี 2022

Gucci ออกแบบชุดทั้งหมดในเอ็มวี ‘Treat People With Kindness’ เพลงล่าสุดของ Harry Styles

เพลงความหมายดีๆต้อนรับปีใหม่! ‘Treat People With Kindness’ ของศิลปินมากสไตล์ขวัญใจสาวๆอย่าง Harry Styles ซึ่งในเพลงนี้เจ้าตัวได้ Phoebe Waller-Bridge นักแสดงสาวชาวอังกฤษมาร่วมสร้างสีสันในเอ็มวีทั้งการแสดงและการเต้น

แต่อีกหนึ่งไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้เลยคือชุดของทั้งสองนั้นถูกออกแบบและตัดเป็นพิเศษขึ้นโดย Gucci ผ่านฝีมือของ Alessandro Michele เพื่อเพลงนี้โดยเฉพาะครับ! ลงตัวทุกองค์ประกอบแบบนี้ยอดวิว 10 ล้านภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 วันก็ดูเหมาะสมดีจริงมั้ยครับ

The Groovy Friends: ทำความรู้จักกับเสียงดนตรีที่ให้ความรู้สึกเหมือนคุณกำลังถูกโอบล้อมด้วยทรายดูดตัวอันแสนสบายของ quicksand bed และความฝันระยะสั้นที่สมาชิกวงพร้อมใจกันเดินไปให้ถึงอย่างพร้อมเพรียง

Photographer: Panupong Banluesin

Stylist: Napat Roongruang

Author: Pacharee Klinchoo

“ปกติผมเล่นแบ็คอัพเบสให้กับน้องพลอย (วาเลนติน่า พลอย) อยู่แล้วครับ” เจสัน โสตางกูล มือเบสประจำวง quicksand bed ตอบเมื่อเราถามถึงความเป็นมาเป็นไปในความร่วมมือกับนักร้องสาวเสียงใสในเพลง Road of Vacation ที่เพิ่งจะปล่อยออกมาหมาดๆ ในวันที่เรานัดสัมภาษณ์กับพวกเขา “เป็นเพื่อนกันอยู่แล้วครับ รู้สึกว่าประทับใจในตัวตน และโทนเสียงของเขาอยู่แล้ว รู้สึกได้เลยครับว่าเสียงเขาเข้ากับเพลงของเรามากๆ เลยได้มาร่วมงานกันครับ” 

ถ้าเข้ากันได้ขนาดนี้นี่ การทำงานร่วมกันเป็นอย่างไรบ้างล่ะ เราถามต่อ “ผมชอบมากตั้งแต่วันลงเสียงอัดแล้วครับ”​ เจสันตอบทันที “จริงๆ คือผมโอเคตั้งแต่เทคแรกเลยครับ โอเคทันทีเลย” เพื่อนๆ รอบวงต่างพยักหน้าโดยพร้อมเพรียง “แต่คนที่ไม่โอเคคือตัวพลอยนั่นล่ะครับ เขารู้สึกว่าตัวเองยังร้องไม่โอเค แต่สำหรับพวกเราเทคแรกคือได้ทันที ใจชื้นไปเลยครับ เพราะทุกอย่างตรงกับภาพที่คิดกันไว้ในหัวทั้งหมดเลย” 

“ใช้คำว่าสะใจได้เลยครับ” พัด – บริพัตร แสงสิริ มือคีย์บอร์ดพูดด้วยน้ำเสียงบ่งบอกความ ‘สะใจ’ อย่างแท้จริง ก่อนที่เกม – สรวิชญ์ วงศ์ปิยะ นักร้องนำและมือกีตาร์จะอธิบายถึงกระบวนการการทำอัลบั้มเต็มที่มีกำหนดจะวางในอีกไม่นานนัก (ซึ่งอาจจะเป็นช่วงเวลา

ที่นิตยสารเล่มนี้ออกพอดีก็เป็นได้) “การทำงานอัลบั้มคือมีการกดดันเรื่องเวลาครับ จำนวนเพลงเยอะขึ้น ความกดดันก็มากขึ้น แต่ในส่วนอื่นๆ ที่เหลือ ทุกอย่างก็สนุกเหมือนเดิมครับ พวกเราแค่ทดลองเปลี่ยนวิธีการทำงานจากอีพีแรก จากการที่ทำงานกันเพลงต่อเพลง คือจบเพลงหนึ่งแล้วค่อยขึ้นเพลงใหม่ ก็เปลี่ยนเป็นทำเดโม่ไว้หมดเลยสิบเพลงยี่สิบเพลง แล้วค่อยมาคัดอีกทีครับผม นี่คือความแตกต่าง” 

ถ้าการทำงานเป็นอย่างนี้ แล้วความต่อเนื่องในเรื่องเนื้อหาจะเป็นอย่างไรล่ะ เราอดสงสัยต่อไม่ได้ “พวกเราไม่ได้วางแผนให้เนื้อหาในอัลบั้มนี้มันต่อกันขนาดนั้นครับ”​ เกมตอบเกือบจะทันที “แต่ผมเชื่อว่า เมื่อมันเสร็จออกมาแล้ว มันคงมีความต่อเนื่องในตัวของมันเองอยู่แล้วครับ เพราะแต่ละเพลงที่เขียนออกมาก็คือเขียนออกมาจากตัวของเกมและเจสันอยู่แล้วครับ” 

“ส่วนใหญ่ก็เขียนจากเรื่องที่พวกเราเจอมา ณ ขณะนั้นอยู่แล้วครับ” เจสันรีบเสริม “ผมเลยคิดเหมือนเกมครับว่าสุดท้ายเนื้อหาก็จะต่อกันเองตามธรรมชาติของพวกเราที่เดินทางไปด้วยกันพร้อมกับเสียงเพลง” ซึ่งเกมก็รับช่วงต่อทันทีราวกับนัดกันไว้ “track ชีวิตของผมกับเจสันนี่ก็โตมาคล้ายๆ กันอยู่แล้วครับ วัยก็ใกล้กัน ถึงจะเจออะไรที่แตกต่างกันมาบ้าง แต่ก็เชื่อว่ามีอะไรที่เป็นจุดเชื่อมโยงกันอยู่แล้วครับ

“อีพีที่แล้วกับอัลบั้มที่กำลังทำกันอยู่นี่คือต่อกันเลยครับ” เกมเล่าต่อด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน “ไม่มีเว้นระยะพักเลยครับ ผมว่า

ความเปลี่ยนแปลงด้านเนื้อเพลงอาจจะมีไม่มากนัก ถ้าจะให้คิดเรื่องการเปลี่ยนแปลงก็คือ ในอีพีแรกเราไม่มีเพลงอกหักเลยเนอะ” เพื่อนร่วมวงพยักหน้ากันอย่างพร้อมเพรียง “ไม่มีเพลงเศร้าเลยครับ เป็นเพลงตกหลุมรัก หรือมีความสุขกับความรักกันหมดเลย แต่พอมาเป็นอัลบั้มเต็ม เราเลือกที่จะหยิบแง่มุมบางอย่างของความเศร้า และความไม่สบายใจในตัวเองออกมาเขียนบ้าง ซึ่งสาเหตุก็คือ ในอีพีแรกเราเลือกหยิบอารมณ์ใกล้ตัวมาถ่ายทอด ซึ่งตอนนั้นเราไม่ได้ผิดหวังกันขนาดนั้นไงครับ พอมาเป็นอัลบั้มเต็ม ก็เลยคิดว่า

จะลองขุดแง่มุมอะไรบางอย่างในตัวเรา หรือในความทรงจำออกมาถ่ายทอดดูบ้าง เท่านั้นเองครับ” 

ก่อนเราจะบอกลากับนักดนตรีทั้งสี่ชีวิต เราอดถามคำถามสามัญประจำเล่มของเราไม่ได้ บอกตรงๆ ว่าเราชอบฟังความคาดหวังและความทะเยอทะยานของแต่ละศิลปินที่เราคุยด้วยอยู่แล้ว “ความคาดหวังของวงเราจะเป็นความคาดหวังระยะสั้นครับ” เกมตอบทันที ในขณะที่เพื่อนร่วมวงเพียงนั่งอมยิ้ม “พอทำตามความคาดหวังสำเร็จแล้ว ถึงจะมีความคาดหวังอื่นๆ ต่อไปครับ บางวงเขาอาจจะมีความคาดหวังว่าจะต้องไปอยู่ในจุดนี้ให้ได้ วงพวกผมจะไม่ใช่อย่างนั้นเลย ตอนแรกสุดพวกเราก็หวังอยากทำเพลงที่ตัวเองชอบ พอได้ทำเพลงที่ตัวเองชอบออกมา ก็อยากมีอีพีอัลบั้มเป็นของตัวเอง พอมีอีพีแล้ว ก็อยากมีอัลบั้มเต็ม อะไรอย่างนี้ครับ ค่อยๆ ไปด้วยกัน ความคาดหวังของพวกเราในช่วงนี้ก็คือ ทำอัลบั้มเต็มนี้ให้สำเร็จให้ได้ และได้ไปเล่นคอนเสิร์ตที่ต่างประเทศครับ”

วงบอกกับเราว่าเวทีคอนเสิร์ตในฝันของพวกเขาคือเทศกาล Primavera Sound ที่ประเทศสเปน ซึ่งก็ตรงใจเราแบบไม่น่าเชื่อ ดังนั้น ก่อนเราจะเอ่ยคำลา เราเพียงบอกกับพวกเขาสั้นๆ ว่า ทริปไปสเปนครั้งหน้าของเรา เราจะได้มีโอกาสไปเจอพวกเขาบนเวทีที่เราเองก็ชอบมากเช่นกันนะ

เพลง Road of Vacation ของ quicksand bed ft. Valentina Ploy สตรีมมิ่งแล้วทุกช่องทางออนไลน์

LOVE POTION No.9: จากบทบาทของ ‘กรณ์’ ใน ‘ด้ายแดง – Until We Meet Again the Series’ ที่ส่งให้เก้า – นพเก้า เดชาพัฒนคุณ โด่งดังเปรี้ยงปร้างในช่วงข้ามคืน วันนี้เขาได้ก้าวไปอีกสเต็ปหนึ่งกับการตามความฝันในฐานะศิลปินใน Boyfriends Project

Photographer: Napat Gunkham

Fashion Editor: Chanond Mingmit 

Author: Pacharee Klinchoo

 

      “ตอนเซ็นสัญญาครั้งแรกผมยังอายุไม่ถึง 20 ปีเลยครับ” เก้า – นพเก้า เดชาพัฒนคุณ ตอบคำถามเราด้วยน้ำเสียงใสซื่อ ไร้การเสแสร้งใดๆ เมื่อเขามาปรากฏตัวที่สตูดิโอของเราในวันถ่ายแฟชั่น และก็เป็นดังคาด… ทีมงานของเราวิ่งมากระซิบว่ามีแฟนคลับกลุ่มหนึ่งนั่งรอเขาอยู่ด้านล่างสตูดิโออย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งเมื่อมองรูปลักษณ์ภายนอกของเขาที่ดูเหมือนจะเป็นรูปปั้นเทพบุตรกรีกเดินได้ เราก็ไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย “เริ่มจากงานถ่ายโฆษณาเป็นส่วนใหญ่ครับ มีถ่ายแบบบ้าง แต่เดินแบบนี่ยังไม่เคยเลยครับ”

      ด้วยคำตอบนั้น ทำให้เรารู้ว่าเก้าไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการ เขาอยู่คู่กับวงการบันเทิงมาเข้าปีที่ 7 แล้ว “ถ้าไม่ได้ก้าวเข้ามาในวงการบันเทิงด้วยตัวเองเลยนะครับ ผมคิดว่าผมอยากเป็นนักร้อง เป็นศิลปิน มากกว่าเป็นนักแสดง” ความซื่อของเก้าที่ส่งผ่านน้ำเสียงมาเรียกรอยยิ้มของทีมงานที่รายล้อมเขาอยู่ได้ทันที “แต่พอได้มาลองทำจริงๆ ผมรู้สึกว่าผมเป็นนักแสดงแล้วสนุกกว่า ท้าทายตัวเองมาก แต่จริงๆ เป็นนักร้องก็ท้าทายตัวเองเหมือนกันนะครับ แต่การเป็นนักแสดงผมรู้สึกว่ามันคือการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา เพราะผมได้รับบทบาทใหม่ๆ เสมอ

      “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าคนอื่นเขาเป็นอย่างไร” เก้าตอบอย่างลังเลนิดหน่อยเมื่อเราถามถึงกระบวนการเข้าถึงบทบาทที่เขาได้รับ “ผมก็หน้าใหม่นะครับ เพิ่งมีผลงานการแสดงไม่นาน ผมต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งเลยในการขลุกกับตัวละคร ต้องลองใช้ชีวิตเป็นเขา แล้วผมจะกลายเป็นตัวเขาเองโดยธรรมชาติไปได้ครับ” แล้วมีปัญหากับการเอาตัวเขาออกจากตัวเราตอนจบวันบ้างไหม เราอดสงสัยไม่ได้ “ผมไม่ได้อะไรขนาดนั้นนะครับ ผมเป็นคนที่กดสวิตช์ตัวเองไวมาก ด้วยพื้นฐานผมเป็นคนเฮฮาด้วยมั้งครับ เวลาเข้าบทที่เป็นซีนเค้นอารมณ์มากๆ ผมจะกลับมาไวเสมอ ไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไรเลยครับ แต่…” เขานิ่งคิดไปสักพัก “ผมอาจจะยังไม่เคยเจอบทอะไรที่หนักมากจริงๆ ก็ได้มั้งครับ ที่ผ่านมาเหมือนเป็นการเรียนรู้เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์มากกว่าครับ”

      เก้าเล่าว่าเขาเคยอยากเล่นบทดราม่ามากๆ แต่ในเมื่อเปิดตัวงานละครแรกด้วยบทดราม่าเบอร์นั้น เขาก็อยากลองเล่นบทประเภทรักคอมเมอดี้ดูบ้าง “เพราะบทแบบนี้ต้องใช้ความเป็นธรรมชาติของตัวละครสูงมากครับ ซึ่งผมว่าผมยังหาจุดในการแสดงได้ไม่มากนัก ได้ลองหลายๆ บทก็ดีนะครับ ถ้าเลือกเล่นอะไรก็ได้เหรอ” เก้าทวนคำถามเราก่อนจะตอบทันที “ผมอยากเล่นเป็นตัวร้ายครับ ตัวร้ายธรรมดา ไม่ใช่แบบตัวร้ายในภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่นะครับ ผมว่าในละครหลายๆ เรื่องบทของตัวร้ายจะโฟกัสกับเรื่องราวที่ดูเหมือนจะเป็นตัวเดินเรื่องเลยนะครับ ยิ่งกว่าพระเอก อินเนอร์ตัวร้ายจะมาเต็มมาก ดูใช้พลังงานเยอะมากเลยนะพี่”

      เอาล่ะ… แม้ว่าเก้าจะดูตื่นเต้นกับบทบาทนักแสดงเป็นอย่างมาก แต่เราก็อดที่จะวกไปถึงบทบาทศิลปินที่เขาเพิ่งจะร่วมงานกับ Boyfriends Project ที่รวบรวม 10 หนุ่มฮ็อตที่สาวๆ อยากได้เป็นแฟนมากที่สุดมาจับคู่ออกเพลงพิเศษ ทำอัลบั้มพิเศษ ซึ่งเก้านั้นก็ได้จับคู่กับเกรท – สพล อัศวมั่นคง ในเพลง ‘คิดได้’ และก็แน่นอนว่าทำเอาสาวๆ ใจละลายกันถ้วนหน้า “อินเนอร์ในการร้องเพลงกับอินเนอร์ในการแสดง สำหรับผม ไม่ต่างมากหรอกครับ” เก้าตอบทันทีแบบแทบจะไม่หยุดคิด “มันเป็นการสื่อสารเหมือนกัน ตอนร้องเพลงแรกๆ ผมก็ไม่รู้หรอกครับ ร้องไปเฉยๆ แต่พอเริ่มเห็นคนอื่นร้องแล้วเขาอิน ผมก็รู้ว่าต้องใส่อารมณ์ ต้องสื่อสารกับคนดูให้มากผ่านบทเพลง ถ้าเกิดว่าผมไม่ใส่อารมณ์ไปในเพลงเลย ก็จะเหมือนกับการท่องบทโดยพูดไปเรื่อยๆ คนดูก็จะไม่มีอารมณ์ร่วม และจะไม่รู้สึกอินกับเนื้อหาในเพลงนั้นหรอกครับ”

      แม้ว่าบุคลิกภายนอกของเก้าจะค่อนข้างนิ่งเงียบ แต่เราเดาอาการเขาได้ว่าเขาดูตื่นเต้นกับการถ่ายแฟชั่นเซ็ตกับเราไม่น้อย เราจึงขอคำถามสุดท้ายสั้นๆ ว่า เขาหวังอะไรกับวงการบันเทิงที่เขาอยู่มานานขนาดนี้แล้วบ้าง เก้าเพียงยิ้มซื่อๆ ตามสไตล์ และจบบทสนทนากับเราด้วยคำตอบง่ายๆ “ผมก็ไม่กล้าหวังอะไรมากหรอกครับ อยากจะทำงานไปเรื่อยๆ แต่คนเราก็ต้องมีความหวังนิดหนึ่งใช่ไหมครับ ผมอยากลองเป็นพระเอกเต็มตัวดูสักครั้งครับ เล่นบทอะไรก็ได้ แค่อยากเป็นพระเอกดูครับ”

สัมภาษณ์พิเศษผู้กำกับและนักแสดงนำจาก Sweet Home ออริจินัลซีรีส์เรื่องล่าสุดจาก Netflix

Sweet Home ออริจินัลซีรีส์เรื่องล่าสุดจาก Netflix ว่าด้วยเรื่องแรงปรารถนาภายในใจของผู้คนที่เปลี่ยนให้คนกลายเป็นสัตว์ประหลาด โดยสร้างจากมังงะยอดนิยมใน Webtoon ของฮวังยังซาน ซึ่งเขาเองก็ได้มาร่วมได้อีอึงบก ผู้กำกับฝีมือดีที่เคยได้ฝากฝีมือไว้ในซีรีส์ชื่อดังหลากหลายเรื่องทั้ง Guardian: The Lonely and Great God และ Mr. Sunshine ร่วมด้วยนักแสดงอย่างซงคัง อีจินอุค อีชียอง อีโดฮยอน พัคกยูยอง โกยุนจอง คิมนัมฮี และโกมินซีมาร่วมงาน

เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังรุนแรงอยู่ในประเทศเกาหลีใต้ งานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์จึงเป็นการจัดออนไลน์ ลอฟฟีเซียล ออมส์ ไทยแลน์มีบทสัมภาษณ์ของทั้งนักแสดงและผู้กำกับมาฝากแฟนๆ ทุกคน

บทสัมภาษณ์ผู้กำกับ

เกาหลีเป็นประเทศที่สะท้อนความคิดผู้คนผ่านผลงานบันเทิงมากมาย สำหรับ Sweethome คุณได้ซ่อนแมสเสจหรือความคิดบางเรื่องอะไรเอาไว้ไหม ที่คนดูอาจจะยังไม่ทันสังเกต

แมสเสจที่ใส่ไว้เนี่ย คิดว่าถ้าผู้ชมสังเกตไม่ทันน่าจะไม่ได้ เลยตั้งใจใส่แมสเสจที่คิดว่าผู้ชมจะเห็นได้ชัดเจนไว้ค่อนข้างเยอะ และตั้งใจใส่จุดต่างๆ ที่จะทำให้คาดเดาเกี่ยวกับตัวละครแต่ละตัวไว้ตั้งแต่ตอนที่ 1 เลย ถ้าลองสังเกตไปด้วยระหว่างชมน่าจะสนุกขึ้น

K-Monster จะมีความแตกต่างอย่างไรกับ Hollywood-Monster บ้าง

สำหรับ K-Monster ตอนนี้ยังอยู่ในก้าวแรกอยู่ แต่ในอนาคตจะต้องพัฒนาไปไกลแน่นอน อยากให้รอติดตามชมกันด้วย ส่วนมอนสเตอร์หรือสัตว์ประหลาดที่อิงมาจากเว็บตูน Sweet Home จะมีลักษณะที่คล้ายมนุษย์ค่อนข้างมาก ทั้งในด้านรูปร่างและลักษณะนิสัย ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นจุดที่ต่างกับ Hollywood Monster 

คุณทำงานร่วมกับนักเขียนและนักวาดภาพประกอบจาก Webtoon อย่างไร มีคำแนะนำอะไรจากพวกเขาที่ช่วยให้คุณถ่ายทอดบุคลิกลักษณะและอารมณ์ของตัวละครออกมาในซีรีส์บ้าง

ได้รับกำลังใจจากนักเขียนเว็บตูนมากกว่า เพราะในส่วนของการร่วมงาน ตอนนั้นเอาท์ไลน์ของเรื่องยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ก็จะมีช่วงที่คอยแลกเปลี่ยน synopsis ของเรื่องด้วยกันอยู่เรื่อยๆ ในส่วนของการแสดงออกอารมณ์ของสัตว์ประหลาด ก็เป็นจุดที่ยากสำหรับผมเหมือนกัน แต่ได้รับการช่วยเหลือจากนักออกแบบท่าเต้น คุณคิมซอลจิน ช่วยกันศึกษาค้นคว้าและออกแบบวิธีการเคลื่อนไหวของมอนสเตอร์ด้วยกัน และนำไปใส่ซีจีต่อ

คุณได้กำกับซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จมาหลายเรื่อง คุณรู้สึกกดดันตัวเองในทุกครั้งที่ต้องเริ่มต้น

ถ้าบอกว่าไม่กดดันก็คงจะโกหก แต่พยายามจะกดดันตัวเองให้น้อยที่สุด ครั้งนี้เลือกชิ้นงานที่ท้าทายและเสี่ยง เลยคิดว่าถ้าออกมาไม่ดี ก็คงโดนต่อว่าไม่มากเท่าไหร่ ก็เลยคิดว่า ถ้าจะเจ๊งก็มาเจ๊งแบบที่เราสนุกด้วยดีกว่า

ในทีมนักแสดงของเรื่องมีใครที่ทำให้คุณรู้สึกเซอร์ไพรส์เป็นพิเศษระหว่างการร่วมงานกัน

แต่ละอีพีก็จะต่างกันไป คุณคิมนัมฮีก็ประทับใจมาก คุณซงคังก็สื่อสารอารมณ์ได้ดีมาก คุณอีจินอุคในบทพยอนซังอุกก็แสดงอารมณ์สองด้านออกมาได้อย่างดี ทั้งมุมที่บ้าคลั่งและมุมที่บริสุทธิ์ สำหรับคุณอีชียองที่รับบทซออีกยอง ทุกท่านน่าจะได้เห็นแล้วว่า แสดงบทบาทนักสู้หญิงที่ยอดเยี่ยมมาก นอกจากนี้ก็ยังมีนักแสดงอีกหลายท่านที่ทำให้รู้สึกเซอร์ไพร์สอยู่ตลอด

เห็นว่าเรื่องนี้ใช้ทุนสร้างเยอะมาก จุดไหนที่ทีมผู้สร้างทุ่มเท และอยากภูมิใจนำเสนอมากที่สุด 

จุดที่ภูมิใจนำเสนอที่สุด คือ การรวมตัวกันของนักแสดงในเรื่องที่ลงตัวมาก ด้วยความที่เป็นซีรีส์เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตและภัยพิบัติ เลยจะมีฉากที่ต้องรวมตัวกันเยอะ ถ้ากลุ่มนักแสดงไม่ลงตัว ซีรีส์ก็คงจะเละเทะมาก ในส่วนของจุดที่ทุ่มเท น่าจะเป็นจุดที่ผู้ชมจะเห็นจากผลลัพธ์ในซีรีส์ นั่นก็คือ ก้าวแรกในการผลิตสัตว์ประหลาดออกมาในรูปแบบต่างๆ ที่ท้าทาย 

ทีมนักแสดงในเรื่องเยอะมาก มีทั้งนักแสดงที่อยู่ในวงการมานานและนักแสดงรุ่นใหม่ อยากให้คุณช่วยเล่าจุดเด่นของนักแสดงแต่ละคนให้ฟังหน่อย และคุณมีวิธีปรับให้นักแสดงทั้ง 2 รุ่นแสดงร่วมกันได้อย่างกลมกลืนอย่างไร

นอกจากจะมีนักแสดงรุ่นใหม่เยอะแล้ว ยังมีนักแสดงหลายท่านที่แสดงซีรีส์เป็นครั้งแรก นักแสดงเหล่านั้นมาทานข้าวที่กองด้วยกัน (ที่เกาหลีจะเรียกเป็น รถข้าว) รวมตัวกันโดยที่ไม่เกี่ยงว่าใครเป็นนักแสดงที่อยู่วงการมานานแค่ไหนแล้ว ทุกคนเข้ากันได้ดีมากโดยไม่ต้องพึ่งไดเรกติ้งพิเศษใดๆ จากผม คิดว่าน่าจะเป็นพลังของข้าวกอง เวลาทานข้าวทุกคนดูปรองดองกันมาก และมันก็ลากยาวไปจนถึงเวลาเข้าฉาก ผมเลยไม่ต้องทำอะไรมาก สนุกสนานมาก

จุดเด่นของนักแสดงแต่ละคน: 

ซงคัง: แสดงอารมณ์และสายตาโดยที่ไม่มีบทพูดได้ดี  รู้จักอารมณ์เศร้าและแสดงมันออกมาได้ดีมาก

อึนฮยอกและอึนยู: ไม่ค่อยแสดงออกเช่นกัน แต่สามารถโชว์อารมณ์สองด้านที่แตกต่างออกมาได้ดี อย่างเช่น ตอนที่อยู่ใน trailer ที่อึนฮยอกพูดว่า “สงสัยโลกจะแตกแล้ว”

อีจินอุค: สลับเปลี่ยนการสื่อสายตาได้หลายรูปแบบ จุดเด่นคือสามารถแสดงสายตาที่สื่อทั้งอารมณ์ของคนที่โหดเหี้ยมและอารมณ์ของเด็กน้อยออกมาได้ในเวลาเดียวกัน

อีชียอง: เคยบอกไปว่าถ้าออกกำลังกายมาน่าจะดี แต่ก็ไม่ได้บังคับอะไร แต่พอเจออีกทีก็มาพร้อมกับกล้ามหน้าท้องเลย ออกมาเท่มาก ๆ

Netflix เป็นแพลทฟอร์มที่เปิดกว้างในการถ่ายทอดเรื่องราว และยังไปถึงคนดูทั่วโลก Sweet Home เป็นออริจินัลซีรีส์ของ Netflix อยากรู้ว่าคุณต้องปรับช่วงพรีโปรดักชั่นยังไงบ้าง และกระบวนการทำงานแตกต่างจากซีรีส์สำหรับช่องโทรทัศน์ในเกาหลีอย่างไรบ้าง 

ในส่วนของพรีโปรดักชั่น จุดที่สำคัญคือจำนวนตอนและคุณภาพของละคร สตรีมมิ่งจะมีจำนวนตอนได้มากกว่าละครโทรทัศน์ ผู้กำกับสามารถตัดต่อและส่งงานไปให้มากเท่าที่คิดว่าเหมาะสมกับละครได้ ซึ่งเป็นส่วนที่สนุกมากในขั้นตอนโปรดักชั่น นอกจากนี้ เนื่องจากผมอยากให้ทุกท่านได้ชม Sweet Home กันไว ๆ จึงเตรียมช่วงพรีโปรดักชั่นและช่วงโปรดักชั่นพร้อมกันเลย ในระหว่างที่เขียนบทก็ออกแบบสัตว์ประหลาดไปด้วย ระหว่างออกแบบสัตว์ประหลาดก็หา cg solution สำหรับโพสโปรดักชั่นไปด้วย เริ่มวางแผนตั้งแต่ประมาณช่วงกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว และตอนนี้ก็ได้นำมาให้ทุกท่านได้ชมกัน

สเปเชียลเอฟเฟกต์ของ Sweet Home ที่แตกต่างจากซีรีส์ทุกเรื่องของเกาหลีคืออะไร

จุดที่ต่างจากซีรีส์เรื่องอื่นก็คือ ไม่มีคัทไหนที่ไม่ใส่ซีจีลงไปเลย ซึ่งเป็นจุดที่เหนื่อยมาก และก็เป็นเรื่องแรกที่มีสัตวต์ประหลาดออกมาหลายรูปแบบ พยายามใส่ซีจีเข้าไปเยอะเพื่อให้ทุกอย่างออกมาครอบคลุม คิดว่าน่าจะเป็นจุดที่ยังไม่เคยเห็นในหนังหรือซีรีส์เรื่องอื่นๆ ที่ออกมาตอนนี้ ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ

คุณคิดว่าซีรีส์เรื่องนี้สะท้อนภาพสังคมในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัวและเครียดได้อย่างไร และอะไรในเรื่องที่คุณคิดว่าสามารถถ่ายทอดภาพของสังคมเกาหลีในปัจจุบันได้ดี

ไม่น่าจะสะท้อนแค่สังคมเกาหลีอย่างเดียว แต่พยายามแสดงภาพการเพิกเฉยต่อคนที่ถูกทอดทิ้ง ความอมนุษย์ โดยเรียกสิ่งเหล่านี้ว่า “การกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาด” ซึ่งเป็นส่วนที่แสดงถึงประเด็นที่ว่า “มนุษย์จะสามารถช่วยเหลือมนุษย์กันเองได้หรือไม่” ออกมาได้อย่างดี ครั้งแรกที่ได้อ่านเว็บตูนนี้เป็นช่วงก่อนจะเกิดโควิด แต่ตอนนั้นผมก็มองท้องฟ้าของกรุงโซลที่มีปัญหาเรื่องฝุ่น pm และรู้สึกถึงอารมณ์ดิสโทเปีย (dystopia) ณ ตอนนั้นรู้สึกว่า อยากเห็นท้องฟ้าที่เป็นสีฟ้าจริง ๆ แต่ในตอนนี้ที่เกิดโควิดขึ้น เป็นโรคระบาดไปทั่วโลก ทำให้เกิดคำถามนั้นขึ้นอีกครั้งว่า ท้ายที่สุดแล้วมนุษย์จะสามารถช่วยมนุษย์กันเองไว้ได้รึเปล่า

มีเรื่องอะไรน่าจดจำในระหว่างการถ่ายทำที่สามารถแชร์ร่วมกับเราได้บ้างไหม

น่าจะเป็นฉากที่ถ่ายทำเป็นฉากสุดท้าย รู้สึกว่า เอ้อ ถ่ายจบสักที เป็นฉากที่หิมะตก จะอยู่ตอนแรกสุดของอีพีแรกเลย แต่ว่าเป็นฉากที่ถ่ายทำท้ายสุด ก็เลยประทับใจที่สุด แล้วก็มีฉากที่เศร้าๆ อีกหลายฉากที่ประทับใจ

Sweet Home ดัดแปลงมาจาก Webtoon คุณให้สัมภาษณ์ว่าทำงานพร้อมๆ กับตอนที่เวบตูนออก ทำงานกับนักเขียนคิมคันบี และฮวังยังชาน เพิ่มเติมอย่างไรบ้าง ในการสร้างความแปลกใหม่ให้ซีรีส์เรื่องนี้

ต้องพูดว่านักเขียนทั้งสองท่านให้ความใส่ใจเป็นพิเศษมากกว่าทำงานร่วมกัน ส่วนที่เพิ่มเติมเข้าไปมีอยู่ในหลายตอนเลย แต่จุดเด่นที่สุดที่เพิ่มไป คือตัวละครซออีกยอง ส่วนอื่น ๆ ถ้าบอกตอนนี้น่าจะเป็นการสปอย พาร์ทหลังๆ สนุกมากกว่านี้อีก

บทสัมภาษณ์นักแสดง

ในฐานะที่เป็นแฟนเว็บตูนเรื่อง Sweet Home มาก่อน พอได้มาเล่นซีรีส์จากเว็บตูนที่ตัวเองชอบรู้สึกยังไงบ้าง และการได้มาแสดงเป็นตัวละครเองความรู้สึกแตกต่างจากการเป็นผู้อ่านอย่างไร 

ซงคัง: ตอนอ่านเว็บตูน รู้สึกเข้าใจตัวละคร มีความรู้สึกร่วมไปด้วย แต่พอมาแสดงก็คิดเยอะมากว่าจะทำยังไงให้คล้ายคลึงและกลมกลืนกับตัวละครได้มากที่สุด จะแสดงความในใจของชาฮยอนซูออกมายังไงได้บ้าง

คุณคิดว่าซีรีส์เรื่องนี้ หรือบทบาทที่คุณได้รับนั้นสะท้อนพฤติกรรมของมนุษย์ในสังคมปัจจุบันได้อย่างไร 

ซงคัง: คิดว่าซีรีส์สะท้อนภาพสังคมที่กลายเป็นสังคมปัจเจกนิยม คนสนใจแต่ตัวเอง ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้เกิดความโลภและกิเลสต่างๆ คิดว่าเป็นละครที่ทำให้เราได้ย้อนกลับมาคิดทบทวนเรื่องของความโลภเหล่านั้น

อีชียอง: ภัยพิบัติจะมาถึงตัวใครก็ได้ ถึงแม้ฉันจะแสดงบทผู้หญิง แต่ไม่ใช่แค่ผู้หญิงเท่านั้น คนแก่หรือแม้แต่เด็ก เมื่อเจอสถานการณ์ภัยพิบัติ เพื่อปกป้องคนที่เรารักหรือสิ่งที่สำคัญกับเราแล้ว ใคร ๆ ก็สามารถกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งได้ และเหมือนกับที่คุณซงคังได้กล่าวไป ปัญหาของปัจเจกนิยมมีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในเมื่อเกิดวิกฤต เราจะรวมพลังและพิชิตมันได้

ด้วยความที่คุณอีจินอุคเป็นนักแสดงมากประสบการณ์ ผ่านผลงานมาเยอะมาก บทบาทที่คุณแสดงในเรื่องนี้มีด้านไหนที่แฟนๆ จะได้สัมผัสความแตกต่างจากผลงานที่ผ่านๆ มาของคุณ

อีจินอุค: ใช่แล้วครับ บทบาทก่อนหน้านี้ที่ผมเคยแสดง ส่วนมากจะเป็นบทที่ทุกคนคุ้นเคยกันและสามารถจินตนาการออก แต่คราวนี้เป็นบทบาทที่คิดว่าแฟนๆ น่าจะจินตนาการกันไม่ออก อยากจะให้แฟนๆ มองว่าเป็นตัวละครตัวนึง ถ้าหากเป็นเช่นนั้นได้ จะรู้สึกเป็นเกียรติมากในฐานะนักแสดง อยากให้ทุกคนมองว่านี่ไม่ใช่อีจินอุคในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง แต่เป็นนักแสดงอีจินอุค เป็นพยอนซังอุก

จากเรื่องปีศาจที่เราเห็นมาจากตัวมนุษย์เอง สำหรับคุณ อะไรคือความปรารถนาของมนุษย์ที่คุณคิดว่าน่ากลัวที่สุดในปัจจุบันนี้

ซงคัง: ความเห็นแก่ตัว สนใจแต่ตัวเอง (ปัจเจกนิยม) 

อีโดฮยอน: เห็นด้วย

อีจินอุค: คิดว่าน่าจะเป็นพื้นฐานของสิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้อยากจะสื่อถึง

นอกเหนือจากตัวละครของตัวเองแล้ว มีตัวละครไหนที่ทำให้คุณรู้สึกประทับใจเป็นพิเศษบ้าง

อีโดฮยอน: ผมประทับใจตัวละครฮยอนซูมากที่สุด ตั้งแต่ตอนที่ได้อ่านเว็บตูน และตอนที่ถ่ายทำก็เช่นกัน เราจะเห็นทั้งภาพในจินตนาการและภาพความเป็นจริงของฮยอนซู ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นภาพของมนุษย์เราที่ใช้ชีวิตอยู่จริงๆ เลยประทับใจที่สุด

อีจินอุค: ประทับใจทุกตัวละครเลย แต่คิดว่าน่าจะประทับใจตัวละครชาฮยอนซู ที่คุณซงคังเล่นมากที่สุด คุณซงคังแสดงบทบาทของนักเรียนที่จะช่วยปกป้องรักษาอนาคตของพวกเราไว้ได้ดีมาก เป็นตัวละครที่จะนำพาไปสู่อนาคตที่ดี อยากให้ผู้ชมได้ปฏิบัติตามตัวละครของฮยอนซูที่มีจิตใจที่ดีงาม

อีชียอง: คิดว่าพยอนซังอุคเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์มาก เป็นตัวละครที่ดูมีความเหงา และมีความน่ากลัว แต่ก็เป็นตัวละครที่มีความเป็นมนุษย์มากที่สุด มีเสน่ห์มาก

ซงคัง: ผมก็คิดว่าตัวละครทุกตัวมีเสน่ห์มาก แต่ส่วนตัวชอบตัวละครอีกยอง เพราะชอบออกกำลังกาย คิดว่าเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์และเท่มาก

เรื่องนี้คุณใช้เวลาแต่งหน้ากับแต่งสเปลเชียลเอฟเฟกต์นานแค่ไหนก่อนจะได้เข้าฉาก

อีจินอุค: ผมต้องแต่งแผลรอยไหม้ แล้วแต่ว่าฉากนั้นจะเห็นเยอะแค่ไหนด้วย ช่วงแรกๆ ยังไม่ค่อยชิน เลยใช้เวลาประมาณหนึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง หลังจากนั้นเริ่มชินขึ้นเลยใช้เวลาไม่เกินหนึ่งชั่วโมง การแต่งหน้าก็ยาก แต่ที่ลำบากจริงๆ คือการล้างหน้าหลังจากถ่ายเสร็จ ล้างยากมาก แล้วก็เจ็บด้วย ผมเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ออกจากห้องแต่งหน้าคนสุดท้ายเลย

คุณคาดหวังอะไรจากทั้งแฟนๆ และจากตัวเองหลังจากซีรีส์เรื่องนี้ออกฉาย

อีจินอุค: ถึงแม้จะต่างจากสถานการณ์ในละครของพวกเรา แต่ตอนนี้ทุกคนก็กำลังประสบกับสถานการณ์ที่ยากลำบากเหมือนกัน คิดว่าถ้าได้ดูละครของพวกเราแล้ว น่าจะได้รู้ว่า ยิ่งสถานการณ์เป็นเช่นนั้น เราไม่ควรจะนึกถึงแต่ความปลอดภัยและความสุขของตัวเองอย่างเดียว แต่ควรจะนึกถึงคนอื่นๆ ด้วย

อีชียอง: เป็นออริจินัลซีรี่ส์ที่ลองทำอะไรใหม่ๆ หลายอย่าง หวังว่าคนดูจะชอบและดูกันอย่างสนุกสนาน จะได้มีซีรีส์แนวนี้ออกมาอีกเยอะๆ 

อีโดฮยอน: ผมคิดว่าสัตว์ประหลาดที่อยู่ในซีรีส์ ก็คือโคโรน่าในชีวิตจริงของพวกเรา อย่างที่พี่อีจินอุคบอกไป ถ้าซีรีส์เรื่องนี้ เป็นโอกาสที่ทำให้ผู้ชมนึกถึงคนอื่นๆ มากกว่าตัวเองได้ ก็น่าจะเป็นอิทธิพลที่ดีจากซีรีส์

ซงคัง: ผมก็เหมือนกันครับ อยากให้จิตใจที่ดีของทุกคนเป็นกำลัง ทำให้ผ่านช่วงที่ยากลำบากนี้ไปได้

เรื่อง Sweet Home ถือว่าเป็นผลงานการแสดงเรื่องแรกของคุณที่ลงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ มีอะไรแตกต่างจากการเล่นละครโทรทัศน์ และการร่วมงานครั้งแรกกับ Netflix เป็นยังไงบ้าง

อีโดฮยอน: รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ร่วมงานกับ Netflix ผมเชื่อว่านักแสดงทุกคนน่าจะอยากแสดงละครของทาง Netflix เลยรู้สึกเป็นเกียรติและขอบคุณมาก ในส่วนตอนถ่ายทำ สิ่งที่ชอบที่สุดคือ มีขนมของว่างเตรียมไว้ให้ตลอดเลย เวลาที่สตาฟหรือนักแสดงเหนื่อย ๆ ก็มาทานกัน (ในจังหวะนี้ ซงคัง แซวขึ้นมาว่า เห็นอีโดฮยอนกินตลอดเลย)

อะไรคือสิ่งที่คุณได้เรียนรู้จากเนื้อเรื่องของ Sweet Home ที่คุณสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตจริงได้บ้าง 

อีจินอุค: เหมือนกับที่ตอบก่อนหน้านี้ คือ คิดว่าได้เรียนรู้ว่า สิ่งที่เราคิดว่าเราทำเพื่อตัวเอง มันอาจจะไม่ใช่อย่างนั้นก็ได้ และเราไม่สามารถตัดสินได้ว่า สัตว์ประหลาดต้องเป็นสิ่งที่แย่ มนุษย์เป็นสิ่งที่ดี  ภายนอกอาจจะเป็นสัตว์ประหลาด แต่การกระทำและการตัดสินใจอาจจะมีความเป็นมนุษย์มากกว่าก็ได้  หรือภายนอกอาจจะเป็นมนุษย์ แต่การกระทำและการตัดสินใจอาจจะแย่กว่าสัตว์ประหลาดอีก และคิดว่าปัญหาของการตัดสินใจด้วย

(ช่วงตอบคำถามนี้ อีจินอุคบอกว่า คำถามยากจัง ทำไมผมได้แต่คำถามยากๆ อีชียองเลยแซวว่า คุณเหมาะกับคำถามแบบนี้แล้ว)

Sweet Home สตรีมมิ่งที่ Netflix ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคมเป็นต้นไป

My Life, My Dream: เพราะเชื่อว่าทุกอย่างเกิดจากความรักเซ้นต์ – ศุภพงษ์ อุดมแก้วกาญจนาจึงเลือกถ่ายทอดความเป็นตัวตนเพื่อตอบแทนความรักที่ได้รับ และส่งต่อความรักของเขาไปให้ทุกคนที่รอคอยอยู่เสมอ

Photographer: Virunan Chiddaycha

Stylist: Napat Roongruang

Author: Pacharee Klinchoo

“ผมคิดว่าแต่ละงานที่ผมทำมีเสน่ห์ไม่เหมือนกันเลยครับ” เซ้นต์ – ศุภพงษ์ อุดมแก้วกาญจนา ตอบเราด้วยรอยยิ้มเปื้อนหน้า “ผมตอบไม่ได้จริงๆ ครับว่าผมถนัดงานอะไรมากที่สุด เพราะเวลาทำงานเพลง ผมก็เอ็นจอยไปกับงานเพลง เวลาทำงานแสดง ผมก็รู้สึกว่าอยากเล่าเรื่องตัวละครที่ผมรับบทอยู่ ผมแค่รู้สึกว่าทุกอย่างที่ผมทำคือความสุขหนึ่งก้อน มันคือก้อนที่เป็นการเล่าเรื่องราว ทั้งผ่านการร้องเพลง และผ่านการแสดงครับ

“อินเนอร์ที่ผมใช้ในการแสดงกับการร้องเพลงนี่ต่างมากเลยครับ” คำตอบกระตือรือร้นของเซ้นต์ทำเอาเราขมวดคิ้วบางๆ เพราะมันตรงข้ามกับคำตอบอื่นๆ ที่เราเคยได้รับมาอย่างสิ้นเชิง “ในแง่ของการแสดง มันคือการเอาตัวละครหนึ่งมาทำอย่างไรก็ได้ให้คนอื่นเข้าใจเขาให้ได้ ซึ่งผมอาจจะเป็นคนเดียวบนโลกเลยก็ได้ที่ได้เข้าไปนั่งอยู่ในใจเขา แต่โจทย์ในการทำงานตรงนี้คือ ทำอย่างไรก็ได้ให้คนทั้งโลกที่ดูเขา เข้าใจเขาให้ได้ แต่เวลาร้องเพลง มันเหมือนกับว่าผมได้มานั่งล้อมวงอยู่ในกลุ่มเพื่อน ได้มาสนุก นั่งร้องเพลงกับเพื่อน เป็นฟีลนั้นมากกว่าครับ”

เซ้นต์บอกกับเราโดยไม่ลังเลเลยว่า จริงๆ แล้วเขาอยากจะเป็นนักธุรกิจ แต่งานด้านบันเทิงนั้นก็ติดอยู่กับกิจกรรมประจำวันของเขาจนกระทั่งแทบจะแยกไม่ออก เขาจึงเลือกเดินเส้นทางนี้อย่างไม่ลังเล “มันเป็นความฝันแหละ ผมว่า” ดวงตาเขาเหม่อไปไกล “มันคือการตามหาตัวเองของเด็กคนหนึ่ง ผมเคยอยากเป็นหมอตามเพื่อน แต่ต่อมาก็รู้สึกว่าไม่ใช่ อยากทำธุรกิจมากกว่า เลยไปลงเรียนด้านธุรกิจ ก็รู้สึกว่าชอบนะแต่งานวงการบันเทิงมันสอดแทรกอยู่ในทุกกิจกรรมที่ผมทำอยู่แล้ว ทั้งเรื่องงานอาสาที่ทำกับเพื่อน หรือการจัดกิจกรรมต่างๆ กับเพื่อนๆ ผมก็เลยคิดว่าอยากจะลองไปในเส้นทางนี้ดู และก็ลองทำมาเรื่อยๆ จนตอนนี้ก็คิดได้แล้วครับว่าอยากทำทั้งงานธุรกิจและงานในวงการบันเทิง”

ในวันที่เรานัดถ่ายแฟชั่นกับเขา เซ้นต์กำลังอยู่ในช่วงเตรียมตัวงานแฟนมีต SOLO SAINT 2020 Race to Bangkok ซึ่งแม้ว่าจะจัดมาหลายครั้งแล้ว เขาก็ยังดูตื่นเต้นแบบปิดอาการไม่มิดอยู่เลย “ตื่นเต้นทุกครั้งครับ”เขายอมรับ “ผมอยากจะเล่าเรื่องอะไรบางอย่างทุกครั้งที่มีโอกาส ทุกอย่างเกิดจากความรักครับ งานแฟนมีตทุกครั้งผมมีเป้าหมายว่าผมอยากจะทำให้แฟนคลับภูมิใจ

ว่าศิลปินของเขาทำในสิ่งที่เขาอยากจะให้ทำได้ ในโชว์นี้ผมใส่ความเป็นตัวเองไปเยอะมาก ส่วนตัวผมชอบรถมากๆ ซึ่ง Ferrari คันที่เอามาถ่ายในโปสเตอร์เป็นคันแรกที่ผมได้มีโอกาสได้ลงไปนั่งในชีวิตนี้ มันเคยเป็นความฝันของผม ในวันนี้ผมสามารถเอาความฝันนั้นมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผม ส่วนหนึ่งในการทำงาน ส่วนหนึ่งในความรัก ผมว่าทุกอย่างมันเกิดจากความรักทั้งหมดนั่นล่ะครับ ผมรักที่จะทำมัน และผมก็จะทำมันตลอดไปครับ”

ร่วมฉลอง 10 ล้านวิวไปกับ MV ‘So What’ ของมัจฉา โมซิมันน์!

หลังจากที่มัจฉา โมซิมันน์ ศิลปินคนล่าสุดจาก GMM GRAMMY ปล่อยซิงเกิ้ล ‘So What’ ออกไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ในวันนี้ ยอดวิวในยูทูบก็ทะลุ 10 ล้านวิวไปเรียบร้อยแล้ว และมีทีท่าว่าจะพุ่งทะยานไปเรื่อยๆ อีกด้วย ปรบมือให้ดังๆ หน่อยครับ

ซึ่งในการนี้ มัจฉาก็ได้เปิดใจด้วยอาการตื่นเต้นแบบปิดไม่มิดว่า ว้าววว… ตอนนี้เพลง “So What” ก็ 10 ล้านวิวแล้ว ขอบคุณแฟนๆ ทุกคนมากนะคะ ที่เข้าไปชมมิวสิควิดีโอกัน เพลงนี้ก็เป็นซิงเกิลแรกของฉา ซึ่งเพิ่งปล่อยไปได้สิบกว่าวันได้ตั้งสิบล้านวิวแล้วเกินคาดมากๆ ฉาดีใจมากๆ เลยค่ะ เพราะฉาตั้งใจทำงานตรงนี้มากทุ่มเต็มร้อย อยากให้ทุกคนชอบกัน ใครที่ฟังเพลงหรือดูเอ็มวีแล้วมีคอมเม้นท์อะไรบอกกันมาได้นะคะ ฉาน้อมรับทุกคำติชมเพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆค่ะ Love you all so much!” 

เตรียมพบกับ Original Series เรื่องใหม่ของคนไทย Bangkok Breaking ได้ที่ Netflix เร็วๆ นี้

Bangkok Breaking ออริจินอลซีรีส์ไทยอันดับสองของ Netflix ได้ประกาศเปิดตัวทีมนักแสดงพร้อมเริ่มต้นการถ่ายทำอย่างเต็มรูปแบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยนักแสดงนำได้แก่ เวียร์ – ศุกลวัฒน์ คณารส และออม – สุชาร์ มานะยิ่ง ร่วมด้วยนักแสดงทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่อย่างคับคั่ง ทั้งแบงค์ – ปวริศร์ มงคลพิสิฐ / ฮาร์ท – สุทธิพงศ์ ทัดพิทักษ์กุล / เป้ – ทวีฤทธิ์ จุลละทรัพย์ / เฟรช – อริศรา วงษ์ชาลี / ปุ้มปุ้ย – พรรณทิพา อรุณวัฒนชัย และอื่นๆ อีกมากมาย

นอกจากนั้น ยังได้มือกำกับและเขียนบทอย่าง ก้องเกียรติ โขมศิริ และ ปราบดา หยุ่น รับบท showrunner และอำนวยการผลิต เรียกได้ว่าจัดเต็มกันทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง โดยปราบดาได้เปิดเผยคอนเซ็ปต์ของซีรีส์เรื่องนี้ไว้ว่า “Bangkok Breaking จะนำเสนอภาพของกรุงเทพฯ ในมุมมองที่คนกรุงเทพฯเอง ก็ไม่คุ้นตาและไม่เคยเห็น ถ่ายทอดภาพของเมืองที่ซับซ้อนและมีความขัดแย้งในตัวเอง เมืองที่ทุกมิติในชีวิตของคนมีความเป็นสีเทา ไม่อาจตัดสินทุกเรื่องราวได้แค่ขาว-ดำ เราโชคดีมากที่ได้ เวียร์ กับ ออม มานำแสดง รวมถึงทีมนักแสดงคุณภาพท่านอื่นๆ นี่เป็นการรวมทีมนักแสดงที่แข็งแรงและทำให้ซีรีส์น่าสนใจและน่าดูอย่างแท้จริง” ก่อนก้องเกียรติจะเสริมว่า “ตัวละครของเวียร์จะพาคนดูไปพบกับกรุงเทพฯในมุมที่แปลกใหม่ ที่ผู้ชมทั้งไทยและต่างชาติไม่เคยเห็นในหนังสือหรือภาพถ่ายท่องเที่ยวใดๆมาก่อน ผมเลือกนำเสนอภาพผ่านมุมกล้องที่ย้อนแย้งแปลกตา แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งที่ผสมกลมเกลียวของวิถีชีวิตใหม่และเก่า ในขณะเดียวกันก็มีความรักที่ไม่คาดคิดก่อตัวขึ้นระหว่างที่เรื่องราวดำเนินไป”

Bangkok Breaking เตรียมเดินหน้าถ่ายทำวันที่ 3 ธันวาคมนี้ โดยถ่ายทำในประเทศไทยทั้งหมด ซีรีส์เรื่องนี้มีจำนวนตอนทั้งหมด 6 ตอน และมีกำหนดออกฉายมากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก ในปี 2564 ติดตามได้เฉพาะใน Netflix เท่านั้น