Stay with STAYC!: พูดคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับวงเกิร์ลกรุ๊ปที่กำลังมาแรงในตอนนี้

อ่านเสียงความคิดสุดเอ็กซ์คลูซีฟของหกสาววง STAYC กับการคัมแบ็กใหม่พร้อมอัลบั้ม STAYDOM ในช่วงเวลาที่ไม่ง่ายเช่นนี้

Interview by: Pacharee Klinchoo

Production by: MAXPERIENCE (MPE)

รู้สึกอย่างไรกับการที่เพลงเดบิวต์ของพวกคุณได้ยอด 15 ล้านวิวในระยะเวลาอันสั้นขนาดนี้

ซูมิน (Sumin): ฉันคิดว่าฉันรู้สึกขอบคุณทุกคนที่ให้ความสนใจกับวงเรามากขนาดนี้นะคะ และฉันอยากจะพัฒนาตัวเองให้ไปได้ไกลกว่านี้ เพื่อที่จะได้ออกเพลงใหม่ๆ และไลฟ์ใหม่ๆ ที่ดีกว่านี้ให้ได้ค่ะ

เมมเบอร์แต่ละคนนิยามตัวเองด้วยคำสามคำหน่อยสิ

ซูมิน (Sumin): อดทน อดทน อดทนค่ะ

ซีอึน (Sieun): นุ่มนวล ช่างไตร่ตรอง ซื่อสัตย์ค่ะ

ไอซา (ISA): อ่อนหวาน สงบนิ่ง ใจดีค่ะ

เซอึน (Seeun): มีเสน่ห์ มีเสน่ห์ มีเสน่ห์ค่ะ

ยุน (Yoon): มีเสน่ห์ดึงดูดใจ ทำให้คนรอบข้างมีความสุข ไม่ค่อยจะเต็มบาทค่ะ

เจ (J): พิเศษ เรียบง่าย ผมบ็อบค่ะ

มีไอดอลคนไหนที่พวกคุณชอบเป็นพิเศษไหม

ซีอึน (Sieun): รุ่นพี่ไอยูเลยค่ะ ฉันเป็นแฟนของเธอมานานมาก และเธอเป็นเหมือนรูปเคารพของฉันเลยค่ะ ฉันเคารพเธอมาก และอยากจะเรียนรู้จากเธอว่าเธอดูแลคนรอบข้างตัวเธอได้ดีขนาดนั้นได้อย่างไร เวลาเธอเข้าหาแฟนคลับของเธอต่อหน้าคนอื่นก็ดูจริงใจมากๆ แถมเธอยังพัฒนาตัวเองได้ตลอดเวลาอีกด้วยค่ะ วง STAYC เองก็อยากจะส่งอิทธิพลดีๆ ให้กับสังคมนี้ผ่านเพลงของวงเราเองด้วยนะคะ

เซอึน (Seeun): ส่วนตัวฉัน รุ่นพี่แทยอนจากวง Girls’ Generation เป็นไอดอลค่ะ ฉันคิดว่ารุ่นพี่แทยอนมีอิทธิพลมากๆ ในตอนนี้ และฉันยังคิดว่าฉันอยากจะเป็นนักร้องที่ทรงอิทธิพลต่อคนรอบข้างได้แบบเธอค่ะ

พวกคุณคาดหวังอะไรจากตัวคุณเองในวงการบันเทิงนี้

ซีอึน (Sieun): ฉันหวังว่าจะเป็นเมมเบอร์วง STAYC ที่สามารถนำเสนอดนตรีที่แท้จริงออกสู่สายตาทุกคนได้ นอกจากนั้น ฉันหวังอยากให้ STAYC สร้างผลงานของตัวเองได้อย่างโดดเด่น สีสันในตัวของพวกเราจะได้ชัดเจนยิ่งขึ้น พวกเราหวังที่จะเป็น STAYC ผู้ส่งอิทธิพลด้านบวกไปสู่เด็กรุ่นใหม่ๆ ค่ะ

ในความเห็นของคุณอะไรคือเสน่ห์ที่ทำให้ผู้คนเข้าหาพวกคุณ

เซอึน (Seeun): ฉันคิดว่าเสน่ห์ของวง STAYC ก็คือเสียงที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของเมมเบอร์แต่ละคนค่ะ

ถ้าคุณย้อนเวลากลับไปได้คุณจะให้กำลังใจตัวเองในฐานะเด็กฝึกก่อนเดบิวต์ว่าอย่างไรบ้าง

ไอซา (ISA): ฉันอยากจะให้กำลังใจตัวเองให้มีความมั่นใจมากกว่านี้ และเชื่อมั่นในตัวเองให้มากๆ เลยค่ะ

มองอนาคตตัวเองในอีก 10 ปีไว้อย่างไรบ้าง

ยุน (Yoon): ในอีกสิบปี พวกเราจะพัฒนาความเป็นทีมเวิร์คของพวกเรา รวมถึงความสามารถ และไลฟ์บนเวทีด้วยค่ะ อีกสิบปีต่อมา ฉันแอบหวังว่าพวกเราจะได้ใกล้ชิดกับแฟนๆ ของเราผ่านคอนเสิร์ต และอยากจะสนิทกับเมมเบอร์คนอื่นให้มากกว่านี้ด้วยค่ะ

เจ (J): พวกเราจะพัฒนาตัวเองให้ได้กว่านี้มากๆ และเราจะยังคงร่วมงานกันอยู่ในฐานะ STAYC ค่ะ (หัวเราะ)

บอกอะไรแฟนๆที่รอเจอคุณอยู่หน่อยสิ

STAYC: สวิท (SWITH) ทุกคนคะ STAYC คัมแบ็กพร้อมกับอัลบั้ม STAYDOM แล้วนะคะ พวกเราจะแสดงเสน่ห์อันล้นเหลือใหม่ๆ ของพวกเราผ่านกิจกรรมโปรโมทในครั้งนี้ ดังนั้น พวกเราขอให้พวกคุณรักและสนใจเรามากๆ นะคะ อยากให้ทุกคนที่ได้ฟังเพลงของพวกเรามีวันดีๆ ทันทีที่ฟังจบค่ะ ทุกคนกรุณารักษาตัวนะคะ พวกเรารักทุกคนมากค่ะ ขอบคุณนะคะ

POTATO จับมือต่อ – ธนภพ ส่งเอ็มวี ‘หมดความหมาย’ เพื่อให้คนพ่ายแพ้กับความรักโดยเฉพาะ

นอกเหนือไปจากห้าสมาชิกหนุ่มจากวง POTATO แล้ว ซิงเกิ้ลที่สอง ‘หมดความหมาย’ จาก ‘FRIENDS’ อัลบั้มชุดที่ 8 ของวงก็ได้สองนักแสดงหนุ่มขวัญใจแม่ยกอย่างต่อ – ธนภพ ลีรัตนขจร และเกรท – สพล อัศวมั่นคง มาร่วมแสดงเอ็มวีดราม่าเข้มข้นไม่แพ้ตัวเพลงเลยครับ

สาส์นจากปั๊บ: “หมดความหมาย มาจากการที่เราพยายามทำอะไรดีที่สุด แต่ต่อให้เราทำดีที่สุดแล้ว ถ้าเขาไม่ต้องการ เราก็เป็นคนแพ้ที่ไม่เคยชนะ  แพ้แต่ไม่ได้ยอมแพ้ คือคนที่ยอมรับความจริงว่าความรักในรูปแบบของแฟน  มันไม่ได้เกิดจากคนๆ เดียว  ถ้าวันนึงเราหมดคุณค่ากับใครสักคนเท่ากับเราก็หมดความหมาย   เรายอมรับมันแต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่เจ็บปวด ส่วนมิวสิกวิดีโอได้น้อง ต่อ – ธนภพ มาเล่นให้ ผมชื่นชมผลงานการแสดงของเขามานานแล้ว รู้สึกว่าเขารักการแสดงจริงๆ ไลฟ์สไตล์การทำงานเขาเหมือนกับโปเตโต้ที่จริงใจ และเหมือนกับว่า เพลงนี้เลือกเขาด้วยส่วนหนึ่ง คือ เราจะให้เขาฟังเพลงก่อนว่า เขาโอเคไหม คิดว่าเขาสามารถถ่ายทอดความรู้สึกได้ดีโดยไม่ต้องพูด เราอยากเห็น ต่อ ในมุมนี้ อยากร่วมงานด้วยมานานแล้วครับ”

สาส์นจากต่อ: “นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกับพี่ๆ โปเตโต้ ผมไม่เล่นเอ็มวีมานานมากแล้วครับ พี่เขาก็จะส่งเพลงมาให้ฟังก่อน ผมฟังเพลงชอบเลย รู้สึกว่าฟังแล้ว เราก็พร้อมที่จะถ่ายทอดมัน เป็นเอ็มวี.ที่ดราม่ามาก เป็นครั้งที่ผมรู้สึกว่าเราได้กลับมาเล่นเอ็มวี.ก็ไม่น่ายาก แต่มันกลายเป็นคิดผิดหมดเลย โห่ว… ไม่ใช่ไม่ยากเลย นี่มันยากนะเนี่ย แต่ผมรู้สึกประทับใจ คือเอ็มวี.มันออกมาสวย ผมชอบมู้ดของเอ็มวี. ครับ และเป็นการได้ร่วมงานกับ พี่หนุ่ย-ศุทธสิทธิ์ เดชอินทรนารักษ์  ผกก.เอ็มวี.คนแรกในรอบ 10 ปีของผมด้วย ก็อยากจะฝากทุกคนติดตามเพลงนี้ด้วยครับ”

ติดตามเพลง ‘หมดความหมาย’ ได้แล้วทุกช่องทางออนไลน์

อยู่บ้านกันนานๆ มาร่วม ‘เบื่อ’ ไปกับซิงเกิ้ลใหม่ของ ‘ฟองเบียร์’ นักร้องสาวเสียงใสดีกรีแอร์โฮสเตสกันดีกว่า

Jidy Entertainment เปิดตัว ‘ฟองเบียร์ – ชนากานต์ ขุนวัง’ นักร้องสาวเสียงใสดีกรีอแอร์โฮสเตสในบทบาทศิลปินกับซิงเกิ้ล ‘เบื่อ (Bored)’ เพื่อเอาใจคนที่ต้องหยุดอยู่บ้านแบบเบื่อๆ

ซึ่งเพลงนี้ได้ ‘จั้ม Colorpitch’ (เจ้าของเพลง ‘หมอก’ และ ‘ขัดใจ’) มาช่วยเรียบเรียงให้ เธอได้เล่าถึงการทำงานเพลงครั้งแรกในชีวิตไว้ว่า “สำหรับเพลง ‘เบื่อ’ เป็นเพลงที่พี่จั้มเขียนไว้เมื่อนานมากแล้ว พี่จั้มเลยไปลองเอามาฟังดูใหม่แล้วรู้สึกว่าเพลงค่อนข้างจะติดหู เลยคิดว่าน่าจะเหมาะกับเรา พี่จั้มเลยเอามาให้ฟัง เราฟังแล้วก็ชอบมาก เพราะเพลงค่อนข้างเศร้า แล้วเราเป็นคนที่ชอบฟัง ชอบร้องเพลงเศร้าอยู่แล้วด้วย เลยได้เพลงนี้มาเป็นซิงเกิลแรกค่ะ แต่เพลงนี้โจทย์แอบยากตรงที่ต้องสื่อความหมายเพลงออกมายังไง ให้ได้อารมณ์เบื่อมากที่สุด ก็ได้พี่จั้มช่วยแนะนำให้ไปฟังเพลง R&B เยอะๆ พยายามเก็บเสียง รักษาเสียง วอร์มเสียงก่อนเข้าห้องอัดมาตลอด พอถึงวันที่เข้าห้องอัดก็รู้สึก Relax ไม่ได้เครียดมาก เพราะพี่ๆทีมงานมีการพูดคุยเรื่องวิธีการร้อง การถ่ายทอดอารมณ์เพลงกันตั้งแต่แรกๆ ทำให้การทำงานค่อนข้างโฟลว์ เลยใช้เวลาอัดร้องไม่นานเท่าไหร่ค่ะ อยากฝากซิงเกิลแรกเพลง ‘เบื่อ(Bored)’ ของเบียร์ด้วยนะคะ เพลงนี้เป็นเพลงแรกในชีวิตก็ตั้งใจทำมาให้ดีที่สุด หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ” 

รับฟังเพลง ‘เบื่อ (Bored)’ ได้ทุกช่องทางสตรีมมิ่งออนไลน์

ขยายเวลาเข้าร่วมกิจกรรม “SPIRAL T-SHIRT: FROM THE TERROR OF SAW” สำหรับสาวกภาพยนตร์เรื่อง SAW เท่านั้น!

มงคลเมอเจอร์ ขยายเวลาส่งผลงานประกวดออกแบบเสื้อยืดแฟนดีไซน์ภายใต้โปรเจ็กต์ ‘SPIRAL T-SHIRT: FROM THE TERROR OF SAW’ ออกไปอีกนิด เพื่อชิงรางวัล 5,000 บาทสำหรับผู้ชนะเลิศ นอกจากนั้น ลายเสื้อยืดที่ชนะยังจะถูกนำไปผลิตเป็นของพรีเมียมพิเศษของภาพยนตร์อีกด้วย

กติกามีเพียงให้คุณออกแบบเสื้อยืดภายใต้สัญลักษณ์ ‘เกลียวสีเลือดสไปรัล’ เพื่อสื่อถึงความระทึกขวัญของภาพยนตร์ ‘Spira: From the Book of Saw’ ที่กำลังจะกลับมาสร้างปรากฏการณ์เกมล่าครั้งใหม่ของฆาตกรโรคจิตที่เลียนแบบ ‘จิกซอว์’ ฆาตกรต่อเนื่องในตำนาน

อ่านดีๆ ก่อนส่ง:

– ผู้เข้าประกวดต้องออกแบบในโปรแกรม Adobe Illustrator เท่านั้น และจำกัดสีในการออกแบบได้ไม่เกิน 6 สี 

– โพสต์ภาพที่คุณออกแบบบน Facebook ของคุณเอง และตั้งเป็นสาธารณะ

– พร้อมติด #SPIRALFANART

ส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 7 พฤษภาคม และลุ้นประกาศผลผู้ชนะได้ที่เฟสบุคเพจของมงคลเมเจอร์

5 คำถามฝากถึงกงยู สามีแห่งชาติสุดฮ็อตจากภาพยนตร์เรื่อง ‘ซอบก’ จากแฟนๆ ชาวไทย

ด้วยกระแสมาแรงฉุดไม่อยู่ของภาพยนตร์เรื่อง ‘SEOBOK ซอ-บก มนุษย์อมตะ’ ที่ได้สองพระเอกชื่อดังสองวัยจากประเทศเกาหลีอย่าง กงยู และ พัคโบกอมมาร่วมจอกันเป็นครั้งแรก ทำให้สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนลเปิดโอกาสให้แฟนๆ ชาวไทยได้ส่งคำถามเอ็กซ์คลูซีฟถึงกงยูผ่าน #SEOBOK ในทวิตเตอร์ และนี่คือห้าคำถามที่กงยูตอบกลับมาให้แฟนๆ ชาวไทย

รู้สึกอย่างไรที่ได้เล่นเรื่องนี้คะ แล้วชอบในตัวละครของตนเองอย่างไรบ้างค่า (@fineday_club)

ตัวละครนี้มีความดาร์กมากจนไม่เหลือความหวังทั้งร่างกายและจิตใจ การเป็นกีฮอนผมอยากให้ผู้ชมได้รู้สึกถึงความยากลำบากของชีวิตที่ผ่านมาครับ ผมเลยอยากให้มีความสมเหตุสมผลของตัวละครที่จะดูโทรม ไม่สบาย ผอมแห้ง ก็เลยต้องลดน้ำหนักเพื่อหนังเรื่องนี้ครับ 

คิดว่า สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในภาพยนตร์เรื่องนี้ที่แตกต่างจากเรื่องอื่นๆ คืออะไร (@may_chayada)

ตัวผมเองคิดถึงความหมายของหนังเรื่องนี้ตลอดตั้งแต่ตอนที่พิจารณาบท ระหว่างที่เราถ่ายทำ ปิดกล้อง หรือแม้กระทั่งตอนนี้ผมก็ยังคิดถึง หนังเรื่องนี้ทำให้ผมคิดว่าการมีชีวิตยาวนานไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่การที่ชีวิตเรามีจุดสิ้นสุด เราจะใช้ชีวิตอย่างไร อันนี้คือประเด็นที่ทำให้ผมคิดจากหนังเรื่องนี้ครับ

ในภาพยนตร์ เรายังไม่รู้คำตอบว่าตัวละครเลือกทางไหนระหว่าง “การมีชีวิตอยู่ตอนนี้ หรือการมีชีวิตอยู่ตลอดไป” อยากทราบว่า ถ้าในชีวิตจริงสามารถเลือก 2 ทางเลือกดังกล่าวมาได้ นักแสดงจะเลือกทางไหน เพราะอะไรคะ (@FORYOU879)

ผมเลือกชีวิตที่มีจุดสิ้นสุดครับ ผมเคยแสดงละครและใช้ชีวิตอมตะเป็นประสบการณ์ทางอ้อมมาแล้ว มันทรมานและเศร้ามาครับ มันเป็นความคิดส่วนตัว ก็ยอมรับนะครับว่า ชีวิตที่มีจุดสิ้นสุดอาจจะลำบากน้อยกว่าหรือเปล่า

ถามคุณกงยูว่า รู้สึกอย่างไร เมื่อต้องมารับบทคู่กับโบกอมคะ และด้วยอายุที่ต่างกันมาก มีอะไรที่ต้องปรับตัวเข้าหากันระหว่างทำงานบ้างคะ (@mecottoncandy)

เคยได้ยินมาว่าเป็นคนตั้งใจทำงาน แล้วก็มารยาทดีนะครับ พอผมได้มาสัมผัสก็รู้สึกเหมือนกันครับ ได้เจอตอนถ่ายหนังก็ตั้งใจทำงานมาก จริงใจ ผมยังรู้สึกว่าน่ารักเลยครับ ด้วยความเป็นรุ่นพี่ ผมเป็นห่วงเขาว่า เขาจะคิดมากกับเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องใช้ความคิดหนักๆ อยู่หรือเปล่า แต่พอมองดูเขา ก็ทำได้ดีมาก และน่าประทับใจมากครับ

ความสนุกที่สุดในช่วงที่ถ่ายคือเหตุการณ์ไหนคะ (@nanapatnapat)

บางครั้งผมก็อยู่ในอารมณ์ตัวละคร ยิ่งตอนอยู่คนเดียวจะยิ่งเครียดครับ พัคโบกอมก็คอยเทคแคร์ผมตอนทำงาน มันทำให้ผมรู้สึกดี มีกำลังใจไปด้วยครับ ยิ่งตอนที่ทำงานกันหนักมาก แต่พอได้อยู่กับเขาก็ทำให้บรรยากาศดีขึ้นมาก

หรือใครอยากฟังเป็นคลิปจากปากเจ้าตัวเอง ก็กดดูได้เลยครับ

พบกับ ‘SEOBOK ซอ-บก มนุษย์อมตะ’ ได้แล้วทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

Givēon ขึ้นแสดงสดเพลงฮิต Heartbreak Anniversary ของเจ้าตัวในโททัลลุคโทนสีเทาสุดเท่จาก Prada

กีวียอห์น Givēon ศิลปินเจ้าของเพลงฮิต Heartbreak Anniversary ขึ้นโชว์สดที่ The Ellen Show โดยศิลปินผู้มีชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy ก็เลือกสวมใส่ total look จาก Prada 

ตั้งแต่รองเท้าบู้ท ankle pouch combat boots ไปจนถึงเสื้อแจ๊กเก็ตหนัง touch-strap blouson สี marble grey ครับเสียงละมุนละยังมาในลุคเท่ๆอีกด้วย! ชมรายละเอียดของแต่ละชิ้นที่เจ้าตัวสวมใส่ได้บนเวปไซต์ของเราเลยครับ!

รายละเอียดรองเท้าบู้ท ankle pouch combat boots

รายละเอียดเสื้อแจ๊กเก็ตหนัง touch-strap blouson สี marble grey

จาก Post Traumatic สู่ Happy Ending กับหนึ่งคำถามถึงไมค์ ชิโนดะ

ในบางครั้ง เราเคยสงสัยว่า อะไรกันแน่นะที่ทำให้แฟนคลับของวงดนตรีใดวงดนตรีหนึ่งอยู่กับศิลปินที่พวกเขารักมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน แม้ว่าในปัจจุบันจะมีทางเลือกมากมายเกิดขึ้น เราเคยคิดว่ามันเป็นเพราะผลงานที่ถูกจริต แต่ถ้าเกิดว่าศิลปินคนเดิมที่เปลี่ยนแนวเพลงไปเรื่อยๆ หากยังสามารถรักษาฐานแฟนคลับไว้ได้ล่ะ คำตอบคืออะไรกันแน่

และหลังจากที่ลอฟฟีเซียล ออมส์ ไทยแลนด์ได้รับโอกาสสัมภาษณ์ Mike Shinoda แห่งวง Linkin Park ผ่านโปรแกรมซูมร่วมกับสื่อหลากหลายชีวิตจากทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เนื่องในโอกาสที่เขาเพิ่งออกซิงเกิ้ลใหม่ Happy Ending ในฐานะศิลปินเดี่ยวโดยไม่เกี่ยวข้องกับวงหลักใดๆ ของเขา เราก็พอจะเข้าใจแล้วว่า นอกเหนือไปจากความตั้งใจทำงาน และพลังใจของเขาที่ส่งมาถึงแฟนคลับในช่วงเวลาที่ยากลำบากของทั้งวงและแฟนเพลงแล้ว ตัวตน และความจริงใจที่นักข่าวโนเนมอย่างพวกเราสัมผัสได้ยามที่เขาตั้งใจตอบทุกคำถามอย่างเอาใจใส่ก็คืออีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เขาเป็นที่รักมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่าสองทศวรรษแล้ว

แม้ว่าเราจะมีโอกาสถามเขาเพียงแค่หนึ่งคำถามสั้นๆ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะรู้ใจเรา โดยตอบคำถามที่เรายังไม่มีโอกาสได้ถามเพิ่ม ในเรื่องบทบาทในอนาคตของเขาในฐานะโปรดิวเซอร์ ว่าจะเป็นอย่างไร เรารู้ว่านี่คือเรื่องบังเอิญ แต่เราก็อดอมยิ้มในความบังเอิญอันเกิดมาจากความใส่ใจในการตอบคำถามนักข่าวที่เขาไม่รู้จักนี้ไม่ได้ และนี่คือคำถามและคำตอบเพียงหนึ่งเดียวที่ลอฟฟีเซียล ออมส์ ได้มีโอกาสถามไมค์​ ชิโนดะในครั้งนี้

ยินดีด้วยสำหรับซิงเกิ้ลใหม่ที่เพิ่งออกมา ฉันเชื่อว่าแฟนๆ รู้สึกโล่งออกมาเลยที่คุณออกซิงเกิ้ลนี้ รู้สึกอย่างไรคะ ตั้งแต่อัลบั้ม Post Traumatic มาจนถึงซิงเกิ้ล Happy Ending ในวันนี้

ผมรู้สึกว่า Post Traumatic มันดูนานมาแล้วมากๆ เลยนะ พอจะเข้าใจที่ผมพูดใช่ไหม เหมือนนานมากแล้วจริงๆ อย่างที่ผมพูดไปนั่นแหละว่า ปีที่แล้วผมลงมือทำอะไรต่างๆ เยอะแยะไปหมด ได้สร้างสรรค์นั่นนี่ และมีความสุขกับสิ่งที่ทำ สิ่งที่ผมทำอาจจะไม่ใช่ซิงเกิ้ลใหญ่ๆ หรืออะไรที่สำคัญขนาดนั้น มันไม่มีแรงกดดันใดๆ เลย ผมก็แค่ลงมือทำ และสนุกไปกับมัน เท่านั้นเองครับ 

เอาอย่างนี้… ขอยกตัวอย่างนะครับ แอคเคานท์ของผมใน Twitch จะมีโปรแกรมที่เรียกว่า ‘ถ้วยแห่งโชคชะตา’ นี่เลย ใบนี้เลย (เอื้อมมือไปหยิบออกมาชูใส่กล้อง) แฟนๆ ที่ชมช่องบ่อยๆ จะมีแต้ม และพวกเขาสามารถรีดีมแต้มได้โดยการใส่สไตล์ของเพลงที่ตัวเองชอบลงในถ้วยใบนี้ และผมก็มีหน้าที่ที่จะหยิบสไตล์เหล่านั้นขึ้นมาแมชอัพ ยำรวมกัน ผมยำสไตล์ของเพลงสารพัดแบบ ตั้งแต่ฮิปฮอป หนังสยองขวัญ แอนิเมะ โพลก้า และก็พวกเพลงพื้นบ้านของชาวฮังกาเรียน มีสไตล์บ้าๆ บอๆ เยอะแยะไปหมด อย่างเมื่อวันก่อนก็เป็นเพลงพื้นบ้านญี่ปุ่นกับวงอย่าง The Stroke กับ The Doors อะไรแบบนี้ล่ะครับ มันบ้าบอมาก แต่ก็สนุกมากด้วย นี่เป็นเรื่องที่ผมทำมาตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมานี้ครับ

ผมว่าแพลตฟอร์มใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นทำให้ผมมีพื้นที่ให้ไอเดียใหม่ๆ โอ้… ผมลืมไป ผมควรจะเล่าเรื่องโปรแกรมที่ผมกำลังทำอยู่ตอนนี้เลย มันชื่อว่า #shinodaproduceme โดยผมจะเปิดโอกาสให้ศิลปิน และแฟนเพลงที่เขียนเพลงของตัวเองให้ใส่ #shinodaproduceme ไว้ในแทร็กเพลงเหล่านั้น ทั้งแพลตฟอร์ม Tiktok, Instagram และ Twitter ผมก็จะไปเช็คแฮตช์แท็กนั้นตลอดเวลา ถ้าเกิดว่าผมหรือแฟนๆ จากแพลตฟอร์ม Twitch เห็นเพลงที่ผมอยากทำ ผมก็จะติดต่อเจ้าของเพลงไป เอาเพลงนั้นมาโพรดิวซ์สดตอนผมไลฟ์ และหลังจากที่ผมโพรดิวซ์เสร็จ ผมก็จะจัดการมิกซ์เสียง และอัดมาสเตอร์ให้เรียบร้อย ก่อนจะส่งกลับไปให้พวกเขาเอาไปปล่อยในช่องทางของตัวเอง บางคนมีฐานแฟนคลับอยู่หลักหมื่นอยู่แล้ว และพวกเขาก็จะมีเพลงที่ผมโปรดิวซ์ให้ออกไป นั่นล่ะครับ

เห็นไหมล่ะว่า เขาตอบราวกับรู้ใจเรา แม้ว่า #shinodaproduceme จะไม่ใช่เหตุการณ์ใหม่ แฟนพันธ์แท้ของเขารู้กันหมดแล้วล่ะว่าเขามีโปรเจ็กต์นี้อยู่ แต่การได้ยินจากปากเขาเองว่าเขามีความสุข และสนุกเพียงไรในฐานะโปรดิวเซอร์และศิลปินเดี่ยวในระหว่างที่วงหลักของเขายังมองไม่เห็นอนาคตแบบนี้ เราก็รู้เลยว่าเพลง Happy Ending นี้อาจจะถูกส่งออกมาเพื่อปลอบประโลมแฟนๆ ว่า เขามีความสุขแล้วจริงๆ 

สตรีมเพลง Happy Ending ของไมค์ ชิโนดะได้แล้วทุกช่องทางออนไลน์

Steve Yeun สร้างประวัติศาสตร์เป็นคนเชื้อสายเอเชียคนแรกที่ได้เข้าชิงนักแสดงนำจากเวที Oscar!

คนเอเชียคนแรกกับการเข้าชิงนักแสดงนำ Oscar! Steve Yeun นักแสดงเชื้อสายเอเชีย-อเมริกาที่เราคุ้นหน้าเจ้าตัวดีจากบท Glenn ในซีรี่ย์ The Walking Dead สร้างประวัติศาสตร์เข้าชิงราววัล The Academy Awards ครั้งที่ 93 สาขา Best-Actor

ซึ่งไม่เคยมีนักแสดงเชื้อสายเอเชียคนใดได้เข้าชิงมาก่อนโดยผลงานที่ส่งเจ้าตัวเข้าชิงก็คือบททำในภาพยนตร์ Minari เกี่ยวกับครอบครัวเกาหลีที่ย้ายไปอยู่ในฟาร์มที่ Arkansas ประเทศอเมริกาครับ ซึ่งระหว่างนั้นทั้งหมดก็ต้องตามหาความหมายของคำว่าบ้านในดินแดนที่ไม่คุ้นชิน รอลุ้นและส่งกำลังใจให้ Steven กันได้เลย! และเราก็เก็บเอา trailer ของ Minari มาฝากกันด้วยไปชมกันได้เลยครับ

Love Alarm สัญญาณรักพร้อมกระตุ้นทุกคนแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

สตรีมแล้วตั้งแต่วันนี้ สำหรับซีรีส์สุดคิวท์จาก Netflix อย่าง Love Alarm ซีซั่นสอง ที่ได้นักแสดงชุดเดิมกลับมาเติมเต็มความน่ารักกันอย่างพร้อมเพรียง เพื่อเป็นการอุ่นเครื่อง เรามีบทสัมภาษณ์สั้นๆ ของเหล่านักแสดงนำและผู้กำกับจากงานแถลงข่าวเปิดตัวมาฝากทุกคน

ความรู้สึกต่อ Love Alarm 2 

คิมโซฮยอน: ซีซั่นนี้ก็เติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นค่ะ ดีใจที่ได้กลับมาร่วมงานในซีซั่น 2 เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เริ่มมีความสัมพันธ์แบบผู้ใหญ่ ขอบคุณแฟนๆ จากทั่วโลกที่ติดตามชมตั้งแต่ซีซั่น 1 รู้สึกเซอร์ไพรซ์มากที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีขนาดนี้ค่ะ

ซงคัง: หลังจากซีซั่นแรก ผมเติบโตขึ้นมากครับ และตื่นเต้นสำหรับเวอร์ชั่นอัพเกรดในซีซั่นนี้ ซึ่งซีซั่น 1 ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากเลยครับ ผมแทบไม่อยากเชื่อเลย ครั้งนี้ก็อยากเห็นว่าผู้ชมจะชอบซีซั่น 2 ไหม ผมได้เห็น Love Alarm ในเวอร์ชั่นภาษาต่างๆ ทั่วโลก และได้อ่านคอมเมนท์จากแฟนๆ ทางออนไลน์ด้วย เห็นเลยว่าทุกๆ คนก็รอคอยซีซั่น 2 นี้ครับ

ผู้กำกับคิมจินอู: ซีซั่นนี้เป็นเวอร์ชั่นอัพเกรดจากเดิมครับ ก็จะมีฟังก์ชั่นอะไรใหม่ๆ มากขึ้น 

เรื่องราวใน Love Alarm 2 เป็นอย่างไร 

ผู้กำกับคิมจินอู: สำหรับ Love Alarm เวอร์ชั่น 2.0 ตัวละครก็จะเติบโตขึ้นครับ เรื่องราวก็จะสะท้อนถึงการตัดสินใจอะไรหลายๆ อย่างในแบบที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ปมเรื่องราวหลายๆ อย่างก็จะมาคลี่คลายในซีซั่นนี้ 

ฟังก์ชั่นของแอปมีอะไรเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน

คิมโซฮยอน: ฟังก์ชั่นที่เพิ่มขึ้นมาก็คือ มีลูกเล่นใหม่ที่แสดงรายชื่อของ user ที่มีแนวโน้มว่าจะชอบพวกเขาในอนาคต แอปจะบอกได้ว่าใครเป็น potential relationship ของเราค่ะ 

คาแรกเตอร์ที่ได้รับมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และการทำงานกับผู้กำกับใน Love Alarm 2

คิมโซฮยอน: สำหรับคาแรกเตอร์ของฉัน คิมโจโจ ต้องเจอทั้งช่วงเวลาที่ดีและร้าย ทำให้บางครั้งเธอเป็นคนที่ซ่อนความรู้สึกของตัวเอง ไม่แสดงออกมา ทั้งความรู้สึกกลัว สับสน อึดอัดใจ เธอถึงใช้ shield และจากซีซั่นแรก เธอไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร เพราะเธอมี shield ด้วยส่วนหนึ่งนะคะ ซึ่งในซีซั่น 2 นี้ เธอก็มีการเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ และเธอก็จะได้เรียนรู้อะไรอีกหลายอย่างจากการเติบโตค่ะ ซึ่งในเรื่องการแสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึกที่ซับซ้อน ความสับสน ผู้กำกับคิมจินอูช่วยได้มากเลยค่ะ

ผู้กำกับคิมจินอู: สำหรับ คิมโซฮยอน ผมจะไม่ได้ไกด์มากในเรื่องของ acting หรือ บุคลิกตัวละคร แต่ส่วนใหญ่ผมจะแชร์ความเห็น ความรู้สึกของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เพราะผมอยากได้ real energy จากนักแสดง ผมจะช่วยใ้ห้พวกเขาเอาความรู้สึกจากข้างในออกมามากกว่า

ซงคัง: สำหรับคาแรกเตอร์ของ ฮวังซอนโอ จากซีซั่น 1 ที่เป็นเด็กไฮสคูล มาถึงซีซั่นนี้ก็จะเป็นผู้ใหญ่ เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแล้ว โทนของเนื้อเรื่องโดยรวมใน Love Alarm 2 ก็เปลี่ยนไปด้วยครับ มีความมั่นคงขึ้น เติบโตขึ้นไปอีกขั้น ความขัดแย้งระหว่างตัวละครก็มีการ transform ไปอีกขั้น

ผู้กำกับคิมจินอู: สำหรับ ซงคัง เขามีความเข้าใจในคาแรกเตอร์อยู่แล้วครับ เมื่อต้องแสดง เขาสามารถตีความตัวละครจากมุมมองของตัวเอง เขามีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เติบโตขึ้นพร้อมๆ กับตัวละครเลยครับ

ถ้าสามารถให้คำแนะนำแก่ตัวละครที่ตัวเองเล่นอยากจะบอกเขา/เธอว่าอะไร

คิมโซฮยอน: ฉันอยากจะบอก คิมโจโจ ว่า ฉันเข้าใจนะว่าเธอมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก มีบาดแผลในใจ ซึ่งเธอยังเด็กและสวย แต่เธอควรจะมีความสุขกับชีวิตบ้าง เธอสมควรได้รับมันนะ 

ถ้าให้เลือกเป็นตัวละครในเรื่องได้อยากเป็นใคร 

คิมโซฮยอน:  ฉันอยากเป็น ฮวังซอนโอ นะคะ อยากรู้ว่าเวลาแอปมันเตือนตลอดเวลา จะรู้สึกยังไง (หัวเราะ) หรือฉันอาจจะอยากปิดโทรศัพท์ไปเลยก็ได้ 

ซงคัง: ส่วนผมก็อยากเป็น คิมโจโจ ครับ ถ้ามี shield บ้างก็ดี 

การกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้งใน Love Alarm 2 เป็นอย่างไรบ้าง

คิมโซฮยอน:  ฉันรู้สึกสบายๆ ขึ้นมากกว่าตอนซีซั่น 1 นะคะ ในขณะเดียวกันก็ตื่นเต้นด้วยค่ะ ฉันรู้สึกว่าเคมีระหว่างนักแสดงและทีมงานไปกันได้ดี ทุกคนตลก ทำให้การทำงานสนุกมากค่ะ

ซงคัง: ตอนซีซั่นแรกผมรู้สึกประหม่านะครับ แต่พอมาถึงซีซั่นนี้เราสนิทกันมากขึ้น ถึงแม้งานจะหนัก แต่ทุกครั้งที่มาทำงานผมรู้สึกสนุกมากครับ

ผู้กำกับคิมจินอู: ผมเพิ่งมากำกับซีซั่นนี้เลยครับ ผมก็เลยต้องทำการบ้านด้วยการไปย้อนดูของซีซั่น 1 ทั้งหมด ยอมรับว่าทีแรกผมก็กังวลนิดๆ ครับ แต่พอตอนทำงานร่วมกันกับทีมแล้วหายเกร็งไปเยอะเลย ทุกคนทำงานด้วยง่าย และมีเอเนอร์จี้ที่ดีมากครับ

คุณคิดว่าอะไรคือจุดแข็งของเรื่อง Love Alarm ที่ทำให้มี Love Alarm ซีซัน 2 และคุณจะทำให้ซีซัน 2 แตกต่างจากซีซันแรกยังไง

ผู้กำกับคิมจินอู: ผมคิดว่าในซีซันแรก คาแรกเตอร์ของตัวละครสดใสมาก ดังนั้นในซีซัน 2 ผมอยากจะทำให้เห็นถึงพัฒนาการและการตัดสินใจต่างๆของตัวละครโดยแสดงให้เห็นถึงบุคลิกและนิสัยของคาแรกเตอร์ที่แท้จริงของตัวละครให้มากที่สุดครับ

องค์ประกอบอะไรที่อยากให้ผู้ชมเห็นในซีซัน 2 บ้าง

คิมโซฮยอน: ถ้าได้ดูซีรีส์ของเราที่มีการอัพเดทเวอร์ชั่นเป็น Love Alarm 2.0 ซึ่งจะมีผลทำให้มีเรื่องราวต่างๆตามมาจากการอัพเดทแอปพลิเคชันครั้งนี้ค่ะ 

ซงคัง: สำหรับผมจะเห็นว่ามีความขัดแย้งต่างๆค่อนข้างมากในซีซันแรก อยากให้ทุกคนติดตามเรื่องราวในซีซัน 2 ว่า บทสรุปของความขัดแย้งต่างๆจะเป็นยังไงครับ

ผู้กำกับคิมจินอู: ผมคิดว่าพัฒนาการ การเติบโตขึ้นของตัวละครแต่ละตัว รวมถึงการตัดสินใจต่างๆของตัวละครน่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้ซีซันนี้แตกต่างจากซีซันที่แล้วครับ 

ถ้าในชีวิตจริงมีแอป Love Alarm 2.0 คุณจะดาวน์โหลดมาใช้มั้ย หรือคุณจะเชื่อความรู้สึกของคุณเอง

คิมโซฮยอน: ถ้าคุณเห็นจากในตัวอย่างซีรีส์ การตัดสินใจของฉันค่อนข้างยาก ฉันเลือกที่จะเชื่อความรู้สึกของตัวเองมากกว่าใช้แอปพลิเคชันค่ะ

ซงคัง: ผมคิดว่าผมคงไม่ดาวน์โหลดแอป ถึงแม้การใช้แอปค่อนข้างสะดวกและไม่ต้องแสดงความรู้สึกออกมา แต่ผมคิดว่าการที่แสดงออกถึงความรู้สึกของตัวเองน่าจะเป็นความรู้สึกที่แท้จริงมากกว่าครับ

แอป Love Alarm มีส่วนสะท้อนเรื่องราวต่างๆ ในสังคม อะไรคือสิ่งที่คุณต้องการจะสื่อสารและถ่ายทอดในซีรีส์เรื่องนี้

ผู้กำกับคิมจินอู: เมื่อแอปพลิเคชันมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของคนและกลายเป็นตัวแบ่งสถานะทางสังคม ผมคิดว่าคุณไม่จำเป็นต้องใช้เหตุผลกับไอเดียต่างๆกับแอปพลิเคชันเหล่านี้ แค่มองโลกในแง่ดีว่าเทคโนโลยีใหม่ๆเหล่านี้จะนำไปสู่สิ่งที่น่าตื่นเต้นใหม่ๆในชีวิตและเราไม่ควรจะต้องกังวลมากกับการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ครับ

คุณผ่านการแสดงหลากหลายบทบาทด้วยคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกัน คุณคิดว่าอะไรใน Love Alarm ที่เป็นสิ่งที่แตกต่างกับผลงานก่อนๆ ของคุณ

คิมโซฮยอน: ฉันคิดว่าอย่างที่ผู้กำกับบอกไว้คือเป็นความท้าทายใหม่และการเติบโตของตัวละครโจโจจากเด็กนักเรียนมัธยมและโตเป็นผู้ใหญ่ค่ะ

คุณผ่านการแสดงหลากหลายบทบาท คุณมีวิธีอย่างไรในเลือกที่จะแสดงในเรื่องต่างๆ

ซงคัง: ตอนที่ผมตัดสินใจที่จะเลือกเล่นในซีรีส์เรื่องต่างๆ ผมจะเลือกเรื่องที่จะให้ความบันเทิงจากมุมมองของผู้ชมและเลือกเรื่องที่มีความหมาย ผมอยากจะแสดงให้ผู้ชมเห็นถึงมุมใหม่ๆของผมที่ความแตกต่างไปจากเดิมครับ

Love Alarm, Navillera และ Sweet Home ล้วนเป็นซีรีส์ที่ดัดแปลงมาจากเว็บตูน คุณคิดว่าอะไรคือเหตุผลที่คุณเลือกแสดงผลงานจากเว็บตูน

ซงคัง: อย่างที่ผมบอกคือผมอยากจะแสดงในเรื่องที่ให้ความบันเทิงกับผู้ชมและมีความหมาย ผมคิดว่าซีรีส์ที่ดัดแปลงมาจากเว็บตูนเป็นเรื่องที่ผู้ชมชื่นชอบมากมายอยู่แล้วและน่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกผูกพันกับซีรีส์ประเภทนี้ครับ

ในผลงานก่อนหน้านี้ของคุณเราเห็นถึง Love Alarm เป็นซีรีส์แนวโรแมนติกที่มีรายละเอียดค่อนข้างมาก อะไรเป็นสิ่งที่คุณให้ความสำคัญในการกำกับเรื่องนี้

ผู้กำกับคิมจินอู: การทำงานในเรื่อง Love Alarm ทำให้ผมย้อนคิดถึงตัวเองในตอนที่ผมเป็นเด็กที่ผมอาจลืมไปแล้ว ได้ร่วมงานกับนักแสดงเด็กๆทำให้ผมได้รับพลังงานความรู้สึกที่สดใหม่ ในซีซัน 2 ทำให้ผมเข้าถึงและถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกที่สดใหม่ใน Love Alarm ซีซัน 2 นี้ครับ

อะไรที่คุณได้เรียนรู้จากการแสดงเป็นคิมโจโจในเรื่องนี้

คิมโซฮยอน: ตัวละครโจโจเป็นคนที่ต้องตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ที่ค่อนข้างยากและท้าทาย มีความรับผิดชอบในสิ่งที่เธอเลือก ฉันคิดว่าการที่ฉันเล่นเป็นโจโจในเรื่อง ในฐานะนักแสดงทำให้ฉันต้องใส่ใจในรายละเอียดต่างๆมากขึ้น รวมถึงความกลัวในสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นตอนคุณอายุ 20 กว่าๆด้วยค่ะ

ซงคัง คุณได้รับฉายาว่าเป็น “ลูกรักของ Netflix” คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง

ซงคัง: ผมรู้สึกยินดีมากครับและพอผมได้ยินอย่างนั้นทำให้ผมต้องตั้งใจทำงานให้หนักขึ้นเพื่อให้สมกับฉายาที่พวกเขาเลือกให้ผมครับ 

Sweet Home และ Love Alarm เป็นออริจินัลซีรีส์ของ Netflix คุณรู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้แสดงในเรื่องนี้

ซงคัง: ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้การทำงานกับ Netflix ในฐานะนักแสดงด้วยผลงานแรกเรื่อง Love Alarm ในปี 2019 และเรื่องนี้ถือเป็นผลงานเรื่องที่ 3 ทุกครั้งที่ได้แสดงรู้สึกดีใจมากและมีความประทับใจทุกครั้งที่ได้แสดงครับ

ช่วยฝากอะไรถึงแฟนๆ 190 ประเทศทั่วโลกที่รอติดตามชม Love Alarm ซีซัน 2 หน่อย

คิมโซฮยอน: ขอบคุณทุกคนที่ชื่นชอบ Love Alarm ซีซัน 1 และอยากให้ทุกคนรอติดตามชมเคมีของตัวละครทั้ง 3 ในซีซัน 2 ที่เข้มข้นขึ้นค่ะ

ซงคัง: ขอบคุณมากสำหรับการตอบรับที่ดีมากๆในซีซัน 1 ผมหวังว่าทุกคนจะชื่นชอบในความแตกต่างและแปลกใหม่ในซีซัน 2 นี้ครับ

ผู้กำกับคิมจินอู: ผมหวังว่าผลงานที่พวกเราทุ่มเทในการถ่ายทำจะสามารถถ่ายทอดเรื่องราวและทำให้ผู้ชมสนุกสนานและร่วมสัมผัสประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมนี้ไปกับพวกเราครับ

Love Alarm ซีซั่นสอง สตรีมมิ่งทาง Netflix แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ขึ้นไทม์แมชชีนไปร่วมงานวิวาห์ของโนบิตะและชิสุกะกับตัวอย่างแรกอย่างเป็นทางการของภาพยนตร์ ‘STAND BY ME โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป 2’

ตัวการ์ตูนอมตะอย่างโดราเอมอนนั้นก็ถือเป็นเพื่อนที่โตกันมาของใครหลายคน ล่าสุด Gucci เองก็ออกคอลเลกชั่นพิเศษกับเจ้าโดราเอมอนฉลองปีวัว และอีกไม่นานนี้ แฟนๆ ชาวไทยก็จะได้น้ำตาท่วมจอไปกับภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเจ้าแมวหุ่นยนต์ ตัวกลมสีฟ้าอย่าง ‘STAND BY ME โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป 2’ เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีหุ่นยนต์ตัวนี้ โดยตัวอย่างแรกนั้นเปิดออกมาก็เรียกได้ว่าน้ำตาท่วมจอแล้ว แถมยังได้คู่รักคนสำคัญอย่าง ‘โต๋ – ไบรท์’ มาพากย์เสียงเป็นโนบิตะ-ชิสุกะอีกด้วย

เรียกได้ว่าห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง เปิดฉายรอบพิเศษ 1-5 เมษายนนี้ ก่อนฉายจริงในวันที่ 6 เมษายนทุกโรงภาพยนตร์ชั้นนำทั่วประเทศ