บทสัมภาษณ์ Yerin Baek ต้อนรับคอนเสิร์ตครั้งแรกในประเทศไทยที่ SOLD OUT อย่างรวดเร็ว

คอนเสิร์ตในไทยครั้งแรก และคอนเสิร์ตเดี่ยวของคุณแบคเยรินครั้งแรก รู้สึกอย่างไรบ้างที่บัตรคอนเสิร์ต sold out ทุกรอบ

เป็นครั้งแรกของการมาประเทศไทยในฐานะของศิลปินโซโล่ รู้สึกตื่นเต้นและประหม่ามากค่ะ ฉันเคยมีประสบการณ์การแสดงเดี่ยวครั้งแรกเมื่อเจ็ดปีที่แล้วตั้งแต่เดบิ้วมา และก็ประหม่ามากว่าจะมีแฟนๆมาที่งานรึเปล่า และก็ประหม่าเล็กน้อยเพราะต้องนำแสดงบนเวทีคนเดียวเป็นเวลานาน เพราะว่ามันแตกต่างกับการแสดงที่งานเฟสตัวัลนะคะ ดีใจมากๆที่ทุกอย่างดำเนินการไปด้วยดีค่ะ มีความสุขมากค่ะ ทุกๆครั้งที่แฟนๆมาดูจะดีใจมากๆ

ก่อนที่คุณจะออกอัลบั้มโซโล่ใหม่ๆ เรามักจะได้ฟังคุณโคฟเวอร์เพลงของศิลปินต่างๆ อยากทราบว่ามีความแตกต่างอย่างไรบ้างกับการโคฟเวอร์เพลงของศิลปินอื่น และร้องเพลงของตัวเอง และเพลงแบบไหน แนวไหนที่คุณมักจะนำมาโคฟเวอร์ จะตอบในแง่ของความรู้สึก หรือในแง่ของเทคนิคก็ได้

เวลาโคฟเวอร์เพลงของศิลปินท่านอื่นก็จะพยายามเรียนรู้เทคนิคและจุดแข็งของศิลปินท่านนั้นค่ะ ฉันมักจะไฮไลท์จุดแข็งของแต่ละเพลงและพยายามปรับให้เข้ากับเสียงร้องของฉันค่ะ ฉันคิดว่ามันยากกว่าการร้องเพลงที่ตัวเองเขียนค่ะ ฉันต้องร้องโดยการใส่จิตวิญญาณโดยไม่มีไกด์ไลน์ใดๆเลยค่ะ ก็เลยไม่รู้ว่ามันดีหรือไม่ดีค่ะ บางทีก็อาจจะมีงงๆบ้างค่ะ

ตั้งแต่อัลบั้ม Every Letter I Sent You. ถึงอัลบั้ม Pisces คิดว่าตัวเองเป็นยังไง เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหนบ้าง และรู้สึกอย่างไรบ้างกับการเปลี่ยนแปลง

ก่อนอื่นฉันเพิ่งถึงวัยยี่สิบกลางๆ ฮ่าฮ่า ก็เลยมีสิ่งที่อยากลองทำเยอะเลยค่ะ เมื่ออัลบั้ม Pisces ออกมาก็ทำให้ย้อนกลับมาคิดถึงตัวตนเก่าๆของตัวเองอยู่บ้างนะคะ หลายๆสิ่งก็เปลี่ยนไปเยอะเหมือนกันค่ะ แต่ฉันคิดว่าทุกอัลบั้มที่ผ่านๆมาก็มีความเป็นตัวเองอยู่ในนั้นด้วย ทำให้คิดถึงความหลังขึ้นมาหลายๆอย่างค่ะ

รู้สึกอย่างไรบ้างกับคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในไทย มีอะไรที่อยากพูดกับแฟนๆชาวไทยบ้าง

คิดถึงแฟนๆชาวไทยมากๆเลยค่ะ ใช้เวลานานมากเลยเนอะกว่าจะได้พบกัน เป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกของฉันในไทย รู้สึกประหม่าและตื่นเต้นมากๆค่ะ จะตั้งตารอคอยเลยนะคะ ทุกๆคนก็ได้โปรดรอคอยคอนเสิร์ตที่จะมาถึงด้วยนะคะ รักนะคะ

มีดนตรีแนวไหนบ้างในช่วงนี้ที่คุณฟังบ่อยๆ และเพลงใหม่ของคุณที่เพิ่งปล่อยออกมารู้สึกยังไงบ้างคะ

เพราะว่าช่วงนี้แสดงคอนเสิร์ตในนามของวงค่อนข้างบ่อย ก็เลยฟังเพลงของวงร็อคค่อนข้างเยอะเลยค่ะ ฉันชอบฟังเพลงดีๆระหว่างขับรถนะคะ ส่วนมากจะฟังเพลงวงร็อค หรือไม่ก็เพลงบรรเลง และในฐานะของศิลปินเดี่ยวฉันมักจะค้นหาเพลงจากหลายๆแหล่ง หลากหลายวิธีเพราะอันที่จริงก็อยากจะลองเพลงที่โยกเต้นได้เล็กน้อยด้วยค่ะ ได้โปรดติดตามนะคะ

ฉันคิดว่าเสียงคุณมีเสน่ห์มาก ฉันคิดว่ามันรู้สึกสบาย และปลอบประโลมในวันแย่ๆ หรือวันที่เจอกับเรื่องยาก ในทางตรงกันข้ามมีคำชม หรือคำพูดธรรมดาแบบไหนบ้างที่ทำให้คุณรู้สึกดีและมีกำลังใจ ฉันอยากรู้ว่าคำชมเหล่านั้นมันขับเคลื่อน หรือเป็นแรงบันดาลใจให้กับคุณอย่างไรบ้าง

ฉันมักจะได้ยินบ่อยๆว่าเสียงของฉันนั้นทำให้คนรู้สึกสบาย และผ่อนคลาย มีบางคนค้นพบเสียงของฉันในวันแย่ๆ บางคนก็ค้นพบเสียงของฉันในวันที่ดำดิ่งไปกับความเศร้า ฉันไม่ใช่คนที่จะพยายามอย่างหนักเพื่อจะทำให้ตัวเองรู้สึกดี บางทีฉันก็ฟังเพลงของตัวเองบ่อยๆเหมือนกันค่ะ บางครั้งช่วงที่ทำเพลงแล้วร้องตามไกด์ไลน์ก็ทำให้เครียดเหมือนกันค่ะ แต่ฉันก็พยายามที่จะสนุกไปกับสื่งที่ตัวเองทำนะคะ

ในวันดีๆของคุณประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

บางที่ก็น่าจะเป็นวันที่ไม่ต้องทำอะไรค่ะ ฮ่าฮ่า วันที่มีอะไรๆสนุกๆก็เป็นวันดีๆเหมือนกันแต่ฉันก็ไม่ได้พยายามหาวันแบบนั้นนะคะ ฉันคิดว่าเป็นสิ่งที่ยากสำหรับฉันที่จะได้พักอย่างเต็มที่ ฉันมักจะใช้เวลาไปกับการทำงานและฝึกซ้อม บางทีเลยอยากนอนเฉยๆในช่วงที่ไม่ต้องทำอะไรค่ะ วันที่อยากพูดออกมาว่า “วันนี้แล้วสินะที่จะได้พักอย่างเต็มอิ่ม” คิดว่าวันนั้นคือวันที่ดีของฉันค่ะ

คุณเยรินมีงานอดิเรกอะไรบ้าง เพลงที่อยากแนะนำให้แฟนๆได้ฟังมีอะไรบ้าง

ฉันมักจะชอบวาดรูปหรือเขียนหนังสือในช่วงเวลาว่างอยู่บ่อยๆค่ะ ส่วนเพลงที่อยากแนะนำคือ ‘Coastin’ – Victoria Monet’ ค่ะ ช่วงที่ขับรถจะฟังบ่อยมากๆค่ะ

แฟนคลับห้ามพลาด ถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตระดับโลกของ COLDPLAY เฉพาะที่ SF CINEMA เท่านั้น

แฟนคลับห้ามพลาด ถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตระดับโลกในโรงภาพยนตร์
“COLDPLAY LIVE BROADCAST FROM BUENOS AIRES : LIVE VIEWING AT SF CINEMA” เฉพาะที่ เอส เอฟ เท่านั้น!!

โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ เอาใจแฟนคลับวงร็อคระดับโลก COLDPLAY (โคลด์เพลย์) เตรียมฉาย “COLDPLAY MUSIC OF THE SPHERES LIVE BROADCAST FROM BUENOS AIRES : LIVE VIEWING AT SF CINEMA” ถ่ายทอดสดการแสดงคอนเสิร์ตจากเมืองบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา มาให้ชาวไทยได้ดูพร้อมกับแฟน ๆ อีกกว่า 70 ประเทศทั่วโลก บนจอยักษ์พร้อมระบบเสียงสมบูรณ์แบบ ในวันที่ 29 ตุลาคม 2565 รอบเวลา 15.30 น. และ 19.00 น. เฉพาะที่โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ เท่านั้น
 
คุณสุวรรณี ชินเชี่ยวชาญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “MUSIC OF THE SPHERES ถือเป็นคอนเสิร์ต World Tour ครั้งล่าสุดของ Coldplay วงดนตรีร็อกชื่อดังสัญชาติอังกฤษ ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามกีฬา River Plate เมืองบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ในวันที่ 28 ตุลาคม 2565 (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยจะมีการถ่ายทอดสดให้แฟนเพลงได้รับชมในโรงภาพยนตร์กว่า 70 ประเทศทั่วโลก สำหรับประเทศไทยโรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ เป็นโรงภาพยนตร์แห่งเดียวที่ได้รับสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดครั้งนี้ หลังจากที่เราเคยประสบความสำเร็จในการฉายบันทึกการแสดงสด Coldplay Live ในปี 2012 และสารคดี Coldplay : A Head Full of Dreams ในปี 2018 มาแล้ว นอกจากนี้จากประสบการณ์ในการถ่ายทอดสดผ่านระบบสตรีมมิ่งในโรงภาพยนตร์ หรือ Live Viewing at SF Cinema ทำให้เรามั่นใจว่าแฟนๆ Coldplay ชาวไทย จะได้สัมผัสประสบการณ์ชมคอนเสิร์ตผ่านระบบภาพและเสียงที่สมบูรณ์แบบในโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ อย่างแน่นอน”

สำหรับผู้สนใจ COLDPLAY MUSIC OF THE SPHERES LIVE BROADCAST FROM BUENOS AIRES : LIVE VIEWING AT SF CINEMA สามารถตรวจสอบสาขา พร้อมซื้อบัตรล่วงหน้าได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน SF Cinema, www.sfcinema.com และจุดจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์สาขาที่เข้าฉาย ได้ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2565 เวลา 21.00 น. เป็นต้นไป ในราคาเริ่มต้นที่นั่งละ 600 บาท พิเศษ!! สำหรับสมาชิก SF+ รับส่วนลดเพิ่มที่นั่งละ 50 บาท นอกจากนี้ ยังสามารถติดตามข่าวสารและสอบถามรายละเอียดได้ผ่านโซเชียลมีเดีย WeLoveSF และ #SFcinema

งานเปิดตัวลิมิเต็ดซีรีย์ของทาง Netflix “ถ้ำหลวง : ภารกิจแห่งความหวัง (Thai Cave Rescue)”

Netflix ขนทีมนักแสดงพร้อมผู้สร้าง จัดงานแถลงลิมิเต็ดซีรีส์

“ถ้ำหลวง: ภารกิจแห่งความหวัง (Thai Cave Rescue)” สุดอลัง!

กรุงเทพฯ 20 กันยายน 2565 – Netflix จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวลิมิเต็ดซีรีส์ ถ้ำหลวง: ภารกิจแห่งความหวัง (Thai Cave Rescue) เล่นใหญ่ยึด Quartier Gallery ณ ห้างสรรพสินค้า The EmQuartier เนรมิตรออกมาเป็นค่ายอาสาที่เป็นฉากหลังของภารกิจสำคัญของหน้าประวัติศาสตร์ ในปฏิบัติการช่วยเหลือสมาชิกทีมหมูป่าอะคาเดมีที่ติดอยู่ในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย พร้อมเหล่านักแสดงเดินทัพมาร่วมงานกันแน่นเวที ไม่ว่าจะเป็น ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์, โดนัท-มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล, เอก-ธเนศ วรากุลนุเคราะห์, ต๊อก-ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ, บลูม วารินทร์, อุ๋ย-ทัศรินทร์ พันธุ์แพ, แนนซี่-ดารินา บุญชู และ เฟรช-อริศรา วงษ์ชาลี พร้อมด้วยผู้กำกับไทยที่มีรางวัลการันตี อย่าง บาส พูนพิริยะ รวมถึงสองผู้จัดมากฝีมือ ไมเคิล รัสเซลล์ กันน์ และ ดาน่า เลอดูซ์ มิลเลอร์ ก็บินลัดฟ้ามาร่วมพูดคุยถึงประสบการณ์และความรู้สึกในการทำงานในลิมิเต็ดซีรีส์เรื่องนี้ พร้อมเดินพรมแดงก่อนร่วมชมรอบปฐมทัศน์พร้อมกัน ณ โรงภาพยนตร์Quartier Cineart 

เปิดฉากงานแถลงข่าวด้วยโชว์สุดพิเศษจาก ทอย-ธันวา บุญสูงเนิน หรือ THE TOYS กับเพลง Keep Holding On เพลงประกอบซีรีส์ที่เขาได้มีโอกาสแต่งเนื้อร้องภาษาไทยด้วยตัวเอง ก่อนที่จะเปิดงานอย่างเป็นทางการ พร้อมเชิญผู้สร้าง อย่าง ไมเคิล รัสเซลล์ กันน์ และ ดาน่า เลอดูซ์ มิลเลอร์ พร้อมด้วย บาส พูนพิริยะ ผู้กำกับลิมิเต็ดซีรีส์เรื่องนี้ขึ้นมาพูดคุยถึงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือในการสร้างสรรค์ผลงานที่ผสมผสานความเป็นสากลและความเป็นไทยไว้ได้อย่างลงตัวเรื่องนี้ นอกจากนี้ 

TCR_211027_EP2_47977.ARW

ทีมนักแสดงเด็กที่รับบทเป็นสมาชิกทีมหมูป่าทั้ง 12 คน ยังได้ขึ้นเวทีร่วมพูดคุยถึงประสบการณ์การออดิชั่นและการถ่ายทำร่วมกับผู้กำกับมือรางวัลอย่างบาส พูนพิริยะ พร้อมทั้งได้รับเกียรติจากสองนักแสดงชื่อดังชาวออสเตรเลีย ร็อดเจอร์ คอร์เซอร์ ผู้รับบท ดร. ริชาร์ด “แฮร์รี่” แฮร์ริส และเดมอน เฮอร์ริแมน ผู้รับบท ดร. เคร็ก แชลเลน ทีมนักประดาน้ำที่มีส่วนสำคัญในปฏิบัติการถ้ำหลวง ซึ่งบินตรงมาร่วมงานแถลงข่าวและร่วมพูดคุยถึงบทบาทของพวกเขาบนเวที ปิดท้ายด้วยทัพนักแสดงนำชาวไทยทั้ง 9 คน ขึ้นเวทีเล่าถึงบทบาทที่ได้รับ ประสบการณ์การถ่ายทำ และความรู้สึกที่ได้เป็นผู้ถ่ายทอดปฏิบัติการกู้ชีพที่ยิ่งใหญ่ในระดับโลกในครั้งนี้อีกด้วย

นอกจากงานแถลงข่าวสุดอลังกาลแล้ว Netflix ยังได้เชิญ นักแสดง ทีมงาน และเหล่าบรรดาคนดังมาร่วมแสดงความยินดีคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น โอบ-โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์, นิ้ง-ชัญญา แม็คคลอรี่ย์, ออกัส-วชิรวิชญ์ ไพศาลกุลวงศ์,ฌอห์ณ จินดาโชติ, มิว-ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ และ ทอย-ธันวา บุญสูงเนิน พร้อมร่วมเดินพรมแดงก่อนเข้าร่วมงานฉายรอบปฐมทัศน์สองตอนแรกของลิมิเต็ดซีรีส์ ถ้ำหลวง: ภารกิจแห่งความหวัง (Thai Cave Rescue) พร้อมกันเป็นครั้งแรกอีกด้วย

ร่วมรับชมเรื่องราวเบื้องหลังภารกิจกู้ชีพที่ทั่วโลกต่างร่วมส่งกำลังใจผ่านมุมมองของเด็กๆ ทีมหมูป่า ใน ถ้ำหลวง: ภารกิจแห่งความหวัง (Thai Cave Rescue) พร้อมกันกว่า 190 ประเทศทั่วโลก วันที่ 22 กันยายนนี้ เวลา 14.00น. เป็นต้นไปทาง Netflix 

L’Officiel Hommes Privée Staycation 2022 กลับมาอีกครั้งกับอีเวนต์ยิ่งใหญ่แห่งปีที่มากด้วยสไตล์และความสนุกแบบไม่เหมือนใคร!

กลับมาอีกครั้งกับอีเวนต์ยิ่งใหญ่แห่งปี L’Officiel Hommes Privée Staycation 2022 ที่เหล่าบรรดาแขกรับเชิญสุดเอ็กซ์คลูซีฟจะร่วมทริปไปกับเราเป็นระยะเวลา 3 วัน 2 คืน โดยมีจุดหมายที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เราเดินทางกันด้วยคาราวานรถ MINI โดยมีไฮไลท์เด่นคือ MINI พลังงานสะอาดที่มาร่วมขบวนและล้อหมุนกันอย่างพร้อมเพรียงจากโชว์รูม MINI ที่เอกมัย และได้เดินทางมาถึงโรงแรม Sundance Dayclub Hua Hin โดยสวัสดิภาพ ตลอดระยะเวลาการเดินทางคาราวานของ MINI

หลังจากมาถึงโรงแรม Sundance Dayclub Hua Hin แขกคนพิเศษของงาน L’Officiel Hommes Privée Staycation 2022 ก็ได้รับการต้อนรับด้วย Welcome Drink และอาหารเที่ยงที่ทางโรงแรมจัดเป็นสำรับอาหารไทยโดยฝีมือของเชฟประจำของที่นี่ ก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อนในห้องพักของแต่ละท่าน และเตรียมกับกิจกรรมเต็มๆ ในระยะเวลา 3 วัน 2 คืนของทริปนี้

ภายในห้องพักแขกคนพิเศษของงาน L’Officiel Hommes Privée Staycation 2022 จะมีเซอร์ไพร้สเป็นถุงของขวัญจากผู้สนับสนุนคนสำคัญของเราที่จะทำให้ทริปนี้ทั้งหรูหราและน่าประทับใจกว่าเดิม นอกเหนือจาก MINI ที่พวกเขาได้สัมผัสความเท่ ทันสมัยและความแรงของเครื่องยนต์ในช่วงเดินทางมาที่นี่แล้ว ยังมีมิติใหม่แห่งการปรนนิบัติผิวด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวน้องใหม่แกะกล่องจากประเทศฝรั่งเศสอย่าง LaDrope ที่ช่วยให้ทุกคนรู้สึกผ่อนคลายจากกลิ่นของผลิตภัณฑ์สำหรับการปรนนิบัติผิวจากฝรั่งเศส
โดยช่วงเย็นเร่ิมจากการเดินทางไปห้องอาหาร Oceanside beach club & restaurant โรงแรมพุทธรักษา หัวหินด้วยคาราวานรถ MINI ก่อนที่แสงสุดท้ายจะจากลา เรายังทันชมบรรยากาศริมหาดและความชิลของสถานที่ ถือเป็นอีกหนึ่งโมเม้นต์ที่ทุกคนประทับใจ ก่อนจะเริ่มรับประทานอาหารฝีมือเชฟที่ดีไซน์อาหารขุดพิเศษสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ เมื่อได้ลองลิ้มอาหารสุดอร่อยนี้แล้วทุกคนก็พร้อมที่จะไปปาร์ตี้สไตล์ลอฟฟีเซียล ออมส์กันต่อ โดยจัดขึ้นที่ Sundance Dayclub Hua Hin


ค่ำคืนแรกเปิดปาร์ตี้ด้วยสองแรปเปอร์สุดฮ็อต ขันเงิน – ไทยเทเนียม และโต้ง – ทูพี เคล้าเครื่องดื่มสุดพิเศษจาก Johnnie Walker Gold Label ที่รังสรรค์มาเฉพาะสำหรับแขกคนสำคัญของลอฟฟีเซียล ออมส์เท่านั้นคืนนี้ยาวไปเลยครับสำหรับซิกเนเจอร์ปาร์ตี้สุดมันที่แขกคนสำคัญของ L’Officiel Hommes Privée Staycation 2022
เพื่อให้สมศักดิ์ศรีงานปาร์ตี้ L’Officiel Hommes Privée Staycation 2022 ที่เต็มเหนี่ยวทั้งเรื่องปาร์ตี้ ดนตรี และงานศิลปะ ในงานนี้ เราได้ผลงานจากศิลปินดาวรุ่งพุ่งแรง Dee Sweetdrug มาเติมเต็มบรรยากาศของงานปาร์ตี้ให้สนุกสนานยิ่งกว่าที่เคย

เช้าวันต่อมาหลังที่ทุกคนได้ตื่นนอนอย่างสบายๆ กับหรีไทม์ตอนเช้ากับมื้อเช้าที่แขกทุกคนสามารถสั่งทางไลน์ก่อนที่จะมาถึงห้องอาหารเช้า โดยจะเลือกเวลาที่จะรับประทานมื้เช้าโดยสะดวกหรือจะสั่งให้เป็นรูมเซอร์วิสก็ได้ส่วนอาหารมื้อกลางวันก็เป็นอีกหนึ่งมื้อพิเศษ ณ Ob-Oon Patisserie & Boulangerie โรงแรมพุทธรักษา หัวหิน โดยจัดขุดอาหารสุดพิเศษมานำเสนอ โดยมีข้าวซอยเป็นจาตเด่น ร้านนี้เบเกอรี่สุดอร่อยเป็นที่กล่าวขวัญว่ามากัวหินต้องมาชิมให้ได้ โดยมีกิจกรรมยามบ่าย และปาร์ตี้ในค่ำคืนนี้

บ่ายๆ แดดเริ่มร่ม ลมเริ่มตก แขกสุดพิเศษของงาน L’Officiel Hommes Privée Staycation 2022 ก็อุ่นเครื่องความสนุกสนานแบบเบาๆ ก่อนปาร์ตี้จัดเต็มยามค่ำคืนด้วยพูลปาร์ตี้สุดเหวี่ยงริมสระ พร้อมปรนเปรอผิวหน้าให้สวยใสท้าแสงแดดด้วยผลิตภัณฑ์ La Drope ที่ส่งตรงจากกรุงปารีส ให้อะดรีนาลินหลั่ง และหน้าใสพร้อมปาร์ตี้จัดเต็มในคืนที่สองนี้ครับ
ดินเนอร์มื้อค่ำนี้สร้างสรรค์โดยเชฟของห้องอาหาร Sundance Lounge โรงแรม Sundance Dayclub Hua Hin  ปิดท้ายด้วยปาร์ตี้ส่งท้ายอีเวนต์สุดยิ่งใหญ่แห่งปีอย่าง L’Officiel Hommes Privée Staycation 2022 ด้วยเสียงเพราะๆ จากบุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ ศิลปินคนสำคัญแห่งวงการดนตรีไทย พร้อมเสิร์ฟความสนุกให้กับแขกคนพิเศษด้วยเครื่องดื่ม free flow รังสรรค์โดยทีมบาร์เทนเดอร์จาก Johnnie Walker Gold Label 


ปาร์ตี้สุดเหวี่ยงของ L’Officiel Hommes Privée Staycation 2022 คงจะเหวี่ยงไปไม่สุดแน่ๆ ถ้าไม่ได้เครื่องดื่มสุดพิเศษจาก Johnnie Walker Gold Label ที่รับดูแลแขกคนสำคัญของอีเวนต์ไปตลอดทริปอันน่าประทับใจถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศการพักผ่อน(แบบเต็มเหนี่ยว)สไตล์ L’Officiel Hommes Privée Staycation 2022 ลองมาเช็คอินที่โรงแรม Sundance Dayclub Hua Hin ดู แล้วคุณจะรู้รสชาติความ stay+vacation ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

rhunrun เรียบเรียง

NTS & BOTTEGA VENETA ประกาศเปิดตัว BOTTEGA RADIO รายการวิทยุรายเดือนเพื่อสนันสนุนผลงานของนักดนตรีและนักสร้างสรรค์หน้าใหม่

NTS ผนึกกกำลังกับแบรนด์แฟชั่นสุดหรู Bottega Veneta เป็นพันธมิตรด้านวัฒนธรรมและรายการวิทยุรายเดือน เฉลิมฉลองผลงานเบื้องหลังการทำดนตรีโดยการร่วมงานกันของนักดนตรีหน้าใหม่และนักดนตรีระดับตำนาน

NTS x Bottega Veneta เริ่มต้นขึ้นในเดือนเมษายนและดำเนินต่อไปทุกเดือนตลอดปี 2565 จะเปิดบทสนทนาใหม่ระหว่างผู้อยู่อาศัย NTS และดารารับเชิญผ่านชุดซาวด์สเคปทางดนตรีที่สร้างสรรค์ร่วมกัน ซึ่งออกอากาศภายใต้ชื่อใหม่ของ Bottega Radio โดยตอนแรกนำเสนอ Tim Zha หรือ Organ Tapes ผู้คลั่งไคล้ autotune ที่ร่วมงานกับ Jazmin จาก L.A ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีละตินและพิธีกรประจำรายการ NTS อย่าง Como La Flor

ซีรีส์นี้เปิดตัวเมื่อวันที่ 7 เมษายน โดยจัดปาร์ตี้ขึ้นที่ Stone Nest ในย่าน West End ของกรุงลอนดอน โดยมีดีเจและการแสดงสดจากบอสใหญ่ของ PLZ Make It Ruins อีกทั้งผู้ร่วมฟีทเจอริ่งกับ Frank Ocean อย่าง Vegyn นักดนตรีแนวฮิปฮอปผู้รักในการสร้างสรรค์ผลงานอย่าง Slauson Malone นักร้อง R’n’B สุดเท่ Liv.e และ Dean Blunt ผู้ซึ่งเกินคำบรรยาย

 ตอนแรกของ Bottega Radio ออกอากาศทาง NTS 2 เวลา 18:00 น. วันที่ 8   เมษายน โดยมี Organ Tapes และ Como La Flor เข้าร่วมรายการ: ฟังย้อนหลังผ่าน NTS ที่นี่

rhunrun เรียบเรียง

Ten Zweed Years: Lost & Resurrected

ครบรอบหนึ่งทศวรรษเพลง ‘ธันวาคม’ ปีนี้ Zweed n’ Roll วงอัลเทอร์เนทีฟกลิ่นอายบริตป็อป ก็พร้อมแล้วที่จะกลับมาบรรเทาความเศร้าและความเคว้งคว้างให้ทุกคนในอัลบั้มล่าสุด Resurrection 

“ตอนแรกเราคิดแค่ว่าอยากทำอัลบั้มแรกด้วยตัวเองให้เสร็จก่อน แล้วเราก็ไม่ได้รีบตรงนั้นด้วยค่ะ ทำไปเรื่อยๆ จนปีนี้ก็ 10 ปีแล้ว รู้สึกดีใจที่ยังทำอยู่” พัด – สุทธิภัทร สุทธิวาณิช ถ่ายทอดความรู้สึกในโอกาสที่ปี 2022 นี้ครบรอบหนึ่งทศวรรษ ‘ธันวาคม’ ซิงเกิลแรกของ Zweed n’ Roll ด้วยท่วงทำนองเนิบช้าทว่าหนักแน่นของเพลงดังกล่าวนั้น ทำให้วงเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น “10 ปีที่ผ่านมาทำให้ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ได้เห็นว่าการเล่นดนตรีก็เป็นอาชีพเราได้จริงๆ นะ จนถึงวันนี้ที่มีทีมงานมืออาชีพมาอยู่กับเราครับ” นิว – นิติ นิติยารมย์ เล่าถึงการเปลี่ยนสถานะจากวงอิสระสู่การสังกัดค่าย Warner Music Thailand เมื่อปีที่ผ่านมา

“[แต่] ตอนคอนเสิร์ตใหญ่ต้นปี 2020 เป็นช่วงที่เสร็จอัลบั้มแรกแล้วสองปี เราไม่รู้ว่าจะเดินไปไหนต่อ พอเล่นคอนเสิร์ตใส่เต็มให้ทุกอย่างเสร็จ เหมือนทุกคนก็เว้นหายไปเลย และต้องต่อสู้กับจิตใจตัวเองเยอะเพราะโควิดและสถานการณ์หลายๆ อย่าง” นิวย้อนถึงช่วงเวลาที่สมาชิกทั้งห้าต้องพบกับความเคว้งคว้างหลังจากผ่านจุดสูงสุดอีกช่วงหนึ่งของวง ซึ่งพัดก็ได้นำประสบการณ์นั้นมาร้อยเรียงเป็นซิงเกิล Fighter “เรารู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่างที่ทำให้ตัวเองไม่อยู่นิ่ง เลยเขียนเพลง Fighter เพื่อให้กำลังใจตัวเองและทุกคนค่ะ” เราจึงถามต่อถึงวิธีการ ‘ต่อสู้’ กับความเครียดของเหล่าสมาชิก “ของผมน่าจะเป็นพลังจากคนในวงครับ เหมือนเขากระตุ้นให้เราเห็นว่าต้องไปต่อนะ เพื่อนมันสู้ต่อนะ” ทัน – ธรรม์ ดำรงรัตน์ แบ่งปันถึงแรงใจของตน ส่วนปูน – ณัฐพัชร์ สมิตนุกูลกิจ เล่าว่าการฟังเพลงของวงเองนั้นคือกำลังใจของเขา “เวลาที่ได้กลับมาฟังเพลงตัวเองซึ่งตั้งใจทำแล้วผมก็รู้สึกดีมากๆ พอฟังแล้วก็อยากทำผลงานดีๆ อย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ครับ”

บทสัมภาษณ์เต็มๆอ่านต่อได้บนนิตยสารฉบับเดือนมีนาคมของเราทุกแผงหนังสือชั้นนำครับ! 

Photographer: Narin Lourujirakul

Direction by: Napat Roongruang 

Author: Peerachai Pasutan 

เรียบเรียง rhunrun

พูดคุยกับสองนักแสดงนำจาก ‘พยากรณ์วันนี้ มีรักบางแห่ง (Forecasting Love and Weather)’ ซีรีส์โรแมนติกเรื่องล่าสุดจาก Netflix

ต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ด้วยซีรีส์หวานๆ ‘พยากรณ์วันนี้ มีรักบางแห่ง (Forecasting Love and Weather)’ ที่นำแสดงโดยซงคัง และพัคมินยอง กับบทสัมภาษณ์สั้นๆ แต่พิเศษสำหรับแฟนๆ ชาวไทยที่จะทำให้หัวใจคุณสั่นไหวไปตามอากาศเลยทีเดียว

เรื่องนี้พูดถึงพนักงานที่ทำงานในกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งเป็นอาชีพที่ใครหลายๆ คนไม่เคยเห็นการทำงานแบบเจาะลึก ผู้ชมจะได้เห็นอะไรในเรื่อง แล้วพอมาเล่นบทที่ทำอาชีพนี้ ได้ศึกษาอะไรเพิ่มไหม คุณคิดว่าสภาพอากาศสามารถอธิบายความรักได้อย่างไรบ้าง

พัคมินยอง: ฉันเป็นคนหนึ่งที่เคยไม่เข้าใจเลยว่าทำไมกรมอุตุฯ เกาหลีถึงพยาการณ์อากาศผิดอยู่บ่อยครั้ง แต่พอได้สัมผัสประสบการณ์เกี่ยวกับสายงานนี้แล้วถึงเข้าใจ อย่างแรกฉันอยากให้ประชาชนและผู้ชมได้รับรู้ว่า ตลอด 24 ชม. ในแต่ละวันพวกเขาตั้งใจทำงานกันมากแค่ไหน อีกอย่างคือซีรีส์เรื่องนี้มีเนื้อหาที่แปลกใหม่ เรื่องราวของผู้คนในเรื่องก็สดใหม่เช่นกัน เรื่องราวของตัวละครแต่ละตัวและการปะทะกันของพวกเขาเพิ่มสีสัน และความสนุกสาน ฉันคิดว่าถ้าโฟกัสตรงจุดนั้นน่าจะทำให้ชมซีรีส์ได้อย่างเพลิดเพลินมากยิ่งขึ้นค่ะ

ซงคัง: ในแต่ละวันอากาศเปลี่ยนแปลงไม่รู้กี่สิบครั้ง ผมคิดว่ารสนิยม ทัศนิคติ ความเชื่อของคนเราก็ย่อมเปลี่ยนแปลงกันได้ครับ ในซีรีส์เรื่องนี้ถ่ายทอดรายละเอียดเหล่านั้นไว้อย่างดี วันที่ฟ้าสดใส ความรักก็สดใสตามไปด้วย วันที่มืดครึ้ม ความรักก็อึมครึมตามอากาศ เนื้อเรื่องดำเนินไปพร้อมกับการเปรียบเทียบ จุดนั้นน่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะได้เห็นในเรื่องนี้ครับ

ฝนตก แดดออก หนาว หรือร้อน ที่ทำให้คุณตกหลุมรักใครได้ง่ายที่สุด

ซงคัง: ตอนฝนตกครับ ผมว่าตอนที่ฝนพรำน่าจะโรแมนติกสุดแล้วครับ

พัคมินยอง: ฤดูใบไม้ผลิค่ะ ฤดูใบไม้ผลิให้ความรู้สึกของการเริ่มต้นครั้งใหม่ เวลาที่มองท้องฟ้าที่มี ดอกซากุระสีชมพูปลิวอยู่ในสายลมน่าจะทำให้คนที่อยู่ข้างๆ เราดูเท่ห์มากขึ้นนะคะ

เป็นผลงานซีรีส์เรื่องแรกที่ทั้งสองได้โคจรมาพบกัน ระหว่างถ่ายทำได้เรียนรู้อะไรจากตัวอีกฝ่ายหนึ่งบ้าง มีเรื่องราวเซอร์ไพรส์ใดๆ ในตัวของทั้งคู่ที่ได้ค้นพบระหว่างถ่ายทำบ้าง

ซงคัง: ผมได้เรียนรู้หลายอย่างครับ รุ่นพี่พัคมินยองผ่านผลงานแนวโรแมนติกมาหลายเรื่องและก็ทำได้ดีมากด้วย ผมยังมีข้อบกพร่องอีกเยอะ  แต่รุ่นพี่ก็คอยให้กำลังใจและให้คำแนะนำอยู่ตลอด ทำให้ผมได้เรียนรู้เยอะเลยครับ

พัคมินยอง: โล่งอกไปที่ซงคังคิดแบบนั้นค่ะ เพราะหลายครั้งที่ตัวฉันเองยังกลัวว่าจะจู้จี้กับเขาเกินไป แต่เขาเป็นคนสดใสร่าเริง และรับฟังคำแนะนำของฉันโดยคิดในแง่บวก ทำให้เราทำงานร่วมกันอย่างสนุกสนาน ฉันสัมผัสได้ถึงแรงมุ่งมั่นของเขา ฉันเคยขอยืมดูหนังสือบทละครจากเขาบางครั้งที่ฉันเกิดลืมบทกลางคัน แต่อ่านไม่ออกเลยค่ะ เพราะเขาขีดเส้นไฮไลท์ที่บทพูดของตัวเองจนมองไม่เห็นตัวหนังสือ (หัวเราะ) เลยได้รู้ว่าเขาอดหลับอดตานอนตั้งใจท่องบทมากแค่ไหน หลังจากนั้นฉันก็มองเขาในมุมมองใหม่  มองเห็นซงคังที่มีความมุ่งมั่นและนักแสดงที่ตั้งใจมากๆ คนหนึ่งค่ะ

คุณพัคมินยองดูจะมีเคมีเป็นธรรมชาติ เข้ากับนักแสดงชายทุกคนที่ร่วมงานกันมาเลย มีเคล็ดลับเบื้องหลังอะไรหรือไม่

พัคมินยอง​: ฉันว่าเคมีระหว่างนักแสดงเป็นเรื่องของความพยายามค่ะ ต้องพยายามจูนเข้าหากัน เคมีของคนสองคนจะเข้ากันได้ดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับว่าทั้งสองคนเปิดใจให้กันมากแค่ไหน และพยายามมากน้อยแค่ไหน ถ้าตรงนี้ไม่ดี โทนเสียงไม่ค่อยเข้ากัน ฉันก็ควรลองปรับดู แต่นอกเหนือจากความพยายามที่ว่ามานี้ บางครั้งก็มีบางอย่างที่ปรับกันไม่ได้จริงๆ อย่างเช่น มองภาพรวมแล้วดูไม่เหมาะสมกัน แต่โชคดีที่ฉันตัวค่อนข้างเล็กถ้าเทียบกับนักแสดงหญิงคนอื่นๆ นักแสดงชายที่เคยร่วมงานด้วยส่วนใหญ่เลยชอบใจ เพราะว่าทำให้พวกเขาดูตัวสูงใหญ่ขึ้น (หัวเราะ) มือฉันก็เล็กมาก พอจับแล้วยิ่งทำให้มือพวกเขาดูเท่ห์และดูแมนขึ้นค่ะ 

ฝากถึงแฟนๆ ที่รอชมซีรีส์ ‘พยากรณ์วันนี้ มีรักบางแห่ง (Forecasting Love and Weather)’ 

พัคมินยอง: พวกเราตั้งใจกับการถ่ายทำมากๆ สมกับที่ทุกคนตั้งตารอเลยล่ะค่ะ ซีรีส์เรื่องนี้อยู่ในท็อป 3 ของผลงานที่ยากที่สุดสำหรับฉัน ฉันกังวลมากว่าผู้ชมจะให้การตอบรับอย่างไรบ้าง แต่บอกได้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ซีรีส์ที่เรียบง่ายเลย แต่ถึงอย่างนั้นก็อยากให้ทุกคนรัมชมอย่างง่ายๆ สบายๆ อยากให้ติดตามว่าพวกเขาทำงานกันแบบไหน และอยากให้ผู้ชมเองลองทำตัวกลมกลืนไปกับพวกเขาขณะรับชมค่ะ

ซงคัง: พยากรณ์วันนี้มีรักบางแห่ง ( Forecasting Love and Weather) ไม่ได้สร้างมาจากบทละครที่แต่งเรื่องขึ้นมาเฉยๆ แต่เป็นซีรีส์ที่เกิดจากการพูดคุย และเรื่องราวของผู้คนมากมาย เป็นเรื่องที่สนุกและมีเนื้อหาสาระอัดแน่น อยากให้ติดตามชมกันครับ ขอบคุณครับ

‘พยากรณ์วันนี้ มีรักบางแห่ง (Forecasting Love and Weather)’ สตรีมมิ่งแล้วที่ Netflix (ตอนใหม่ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 20.30 น.)

Exclusive Interview with Eric Nam

พูดคุยกับ Eric Nam ศิลปินมากความสามารถเพื่อฉลองการออกอัลบั้มใหม่ There And Back Again ในฐานะศิลปินอิสระเป็นครั้งแรกในชีวิต

Photographer: Kwak Kigon

Stylist: Hwang Geum Nam

Interview by: Pacharee Klinchoo

Management: EN Management

Artist Coordination: Kanit Asava

ยินดีด้วยสำหรับซิงเกิ้ลใหม่ของคุณคาดหวังไว้ขนาดไหนและฟีดแบ็กเป็นอย่างไรบ้าง

ขอบคุณมากนะครับ ผมเพิ่งจะออกสองซิงเกิ้ลในฐานะศิลปินอิสระไปหยกๆ เลย เพลงแรกชื่อว่า I Don’t Know You Anymore ที่ออกไปเมื่อกลางเดือนตุลาคม ส่วนเพลงที่สอง Any Other Way ก็เพิ่งออกไปกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาครับ เอาจริงๆ คือผมค่อนข้างตื่นเต้นที่จะต้องออกเพลงในฐานะศิลปินอิสระเต็มตัวนะครับ แต่แฟนๆ ก็ให้กำลังใจผมมาตลอด และดูเหมือนว่าผมก็มีฐานคนฟังใหม่ๆ ที่มาหลังจากที่ผมเปลี่ยนทิศทางของดนตรีด้วยครับ มันสนุกและเติมเต็มผมได้มากจริงๆ ครับ

เนื้อหาของเพลง I Don’t Know You Anymore นี่พูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ที่แตกหักอย่างชัดเจนเลยนะคุณไปหาแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงเหล่านี้มาจากไหนกัน

ผมว่าเพลงส่วนใหญ่ที่ผมแต่งได้แรงบันดาลใจมาจากชีวิตส่วนตัวและประสบการณ์ของเพื่อนๆ รอบตัวน่ะครับ เรื่องก็คือ พวกเราล้วนเป็นมนุษย์ ถึงแม้ว่าเราอาจจะไม่สามารถเข้าใจหรือมีประสบการณ์ร่วมกับสถานการณ์บางอย่างได้อย่างเต็มที่ แต่เราก็สามารถมีความรู้สึกร่วมแบบกว้างๆ ในเรื่องที่เราประสบในระหว่างการใช้ชีวิตกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสุข ความยินดี การอกหัก ความโกรธ ความเศร้าเสียใจ ความตื่นเต้นดีใจ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นประสบการณ์ร่วมที่มนุษย์ทุกคนจะประสบได้ระหว่างการเดินทางของชีวิตทั้งนั้นครับ ดังนั้น สำหรับผม ก็คือการจับแก่นของอารมณ์เหล่านี้และแปรเปลี่ยนมันออกมาเป็นรูปแบบของดนตรีที่เข้าถึงได้ สนุก ติดหู และเต็มไปด้วยอารมณ์ให้ได้ เท่านั้นเองครับ

เพลงของคุณพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์เป็นส่วนใหญ่นะบอกหน่อยว่าคุณคิดเนื้อหาแต่ละเพลงได้อย่างไร

โดยทั่วไปแล้ว กระบวนการเขียนเพลงของผมเริ่มต้นขึ้นเมื่อผมเดินเข้าไปในห้องพร้อมนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ พวกเราจะเริ่มต้นคุยกันว่าเราทำอะไรกันอยู่ รู้สึกอย่างไร สบายตัวไหม อะไรทำให้เรามีความสุขหรือโศกเศร้าบ้าง เราเริ่มต้นจากตรงนั้น และดึงเอาคำศัพท์และวลีต่างๆ ออกมาจากบทสนทนาของพวกเราเพื่อเอามาทำต่อ มันเป็นธรรมชาติมากๆ เลยครับ เพราะพวกเราต่างก็เป็นมนุษย์ปุถุชน เพลงส่วนใหญ่บนโลกนี้ก็เกี่ยวกับความสัมพันธ์อยู่แล้ว ไม่ในทางดีก็ในทางร้าย หรืออาจจะเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่คุณมีต่อตัวเองก็ได้นะครับ

คุณผ่อนคลายอย่างไรเวลาคุณไม่ต้องทำงาน

เป็นคำถามที่ดีมากเลยนะครับ ผมว่าผมแค่พยายามทำตัวสบายๆ แบบสบายๆ เลยน่ะครับ ผมต้องบอกตัวเองว่าผมควรจะรู้สึกดีกับการไม่ทำอะไรเลยนะ มันยากมากเพราะผมชินกับการวิ่งไปวิ่งมา ทำงานแข่งกับเวลาตลอดเวลา แต่พอผมมีเวลาช่วงไหนที่ผมไม่ต้องทำ ผมก็จะบอกตัวเองว่า มันโอเคที่จะทำตัวว่างๆ นั่งดูทีวียาวๆ นอนเท่าที่ต้องการ และกินอะไรที่อยากจะกินน่ะครับ การใจดีต่อตัวเองและให้รางวัลตัวเองโดยการอนุญาตให้ตัวเองทำอะไรก็ได้ที่ต้องการคือวิธีการผ่อนคลายของผมเวลาผมไม่ต้องทำงานครับ

คุณให้ค่ากับความคิดเห็นของสาธารณชนต่อทั้งตัวคุณและต่องานคุณมากขนาดไหนและคุณรับมือกับความคิดเห็นเหล่านั้นได้อย่างไร

คงจะโกหกถ้าผมตอบว่าความคิดเห็นเหล่านั้นไม่ส่งผลอะไรกับผมนะ ผมคิดว่าคนที่บอกว่าพวกเขาไม่สนใจความคิดเห็นของคนอื่นไม่ได้พูดความจริงทั้งหมดหรอก การเข้าไปอยู่ในจุดที่คุณไม่แคร์อะไรเลยมันต้องผ่านกระบวนการที่คุณแคร์มันมากๆ มาก่อน คุณเห็นด้วยไหม พวกเราเป็นมนุษย์นะ ช่วยไม่ได้หรอกที่พวกเราจะแคร์น่ะ ผมแคร์มันนะ แต่ผมก็พยายามไม่ปล่อยให้มันส่งผลกระทบอะไรกับผม เพราะสำหรับผมแล้ว งานการและสิ่งที่ผมพยายามทำอยู่ก็คือการเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดน่ะครับ ผมพยายามทำดนตรีที่ดีที่สุด สร้างสรรค์งานที่ดีที่สุด เค้นไอเดียที่ดีที่สุดออกมา เอาทุกอย่างที่ดีที่สุดในตัวผมออกมาให้ได้มากที่สุด ถ้าสิ่งเหล่านี้มันยังไม่เติมเต็มความคาดหวังของคนอื่นอีกล่ะก็ ผมก็คงต้องยอมรับมันล่ะครับ บางทีงานของผมอาจจะไม่เหมาะกับพวกเขา ซึ่งก็ไม่เป็นไรหรอก มีคนตั้งเจ็ดพันล้านคนบนโลกนี้ ผมขอโฟกัสอยู่กับคนที่ชอบผมและงานของผมมากกว่าคนที่พยายามจะทำให้ผมเสียกำลังใจดีกว่าครับ

เพลงถัดไปของคุณจะพูดเรื่องอะไร

เพลงล่าสุดของผม Any Other Way เป็นเรื่องของการตกหลุมรักและไม่สนใจสิ่งที่คนอื่นพูด มันตลกดีนะที่มันตอบคำถามที่แล้วของผมไปแล้ว เพราะมันเกี่ยวกับการไม่สนใจคนรอบข้าง และหมกมุ่นอยู่กับคนตรงหน้าแบบไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ผมคงไม่คิดจะมองสถานการณ์ต่างๆ ทั้งความรักหรือสถานการณ์ใดๆ ไปมากกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ซึ่งมันก็เป็นแบบนี้ล่ะครับ ส่วนอัลบั้มใหม่ของผม There and Back Again ที่จะออกมาช่วงต้นเดือนมกราคมก็จะประกอบไปด้วยเพลงใหม่อีก 7 เพลง ซิงเกิ้ลโปรโมทคือสนุกมาก แทบจะรอให้ทุกคนได้ฟังไม่ไหวแล้วครับ สัญญาเลยว่ามันโคตรดีจริงๆ นะ อัลบั้มนี้คือดีเวอร์มาก ผมตื่นเต้นที่จะปล่อยออกมาให้ทุกๆ คนฟังจริงๆ ครับ

คุณมองภาพตัวเองในฐานะนักร้องในอีกสิบปีข้างหน้าไว้อย่างไรบ้างมีอะไรที่อยากจะทำแต่ยังไม่ได้ทำบ้างไหม

ผมรู้สึกขอบคุณมากๆ ที่ได้ทำสิ่งที่ผมทำอยู่ในตอนนี้ มันเป็นเรื่องง่ายนะที่จะต้องการอะไรมากกว่านี้อีก ประสบความสำเร็จกว่านี้ ยอดวิวมากกว่านี้ ขึ้นเวทีใหญ่กว่านี้ อะไรแบบนี้ แต่ผมคิดว่าการเรียนรู้ที่จะอยู่ให้มีความสุขและชื่นชมกับสิ่งที่มีตรงหน้าคือสิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขจากภายในและอารมณ์มั่นคงมากขึ้นครับ นั่นไม่ได้แปลว่าผมเนือยหรืออะไรหรอกนะ เชื่อเถอะว่าผมนี่ทะเยอทะยานมากๆ เลย แต่การคิดแบบนี้ทำให้ผมไม่ฟุ้งซ่านกับสิ่งที่ผมอยากจะทำต่อไป ผมอยากจะให้ดนตรีและคอนเสิร์ตของผมเข้าถึงกลุ่มคนกว้างขึ้นทั่วโลกในอนาคต และอยากจะมีสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับแฟนๆ ให้มากกว่านี้ และผมยังอยากจะแต่งเพลงหรือโปรดิวซ์เพลงและทีวีโชว์ให้กับคนอื่นด้วยนะครับ ผมไม่รู้ว่าโปรเจ็กต์นี้จะเริ่มได้อย่างไร หรือเริ่มเมื่อไหร่ แต่นี่เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าอยากจะลองในอีกสิบปีข้างหน้านะครับ

มีนักร้องไอดอลหรือศิลปินคนไหนที่คุณอยากร่วมงานด้วยไหม

ให้ตายเถอะ มีศิลปินเยอะแยะที่ผมอยากร่วมงานด้วย และมันก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เสียด้วยสิ แต่เอาลิสต์นี้ไปก่อนนะ ผมฟังเพลงของพวกเขาบ่อยมากๆ ช่วงนี้ มี Griff, Audrey Nuna, Niki, Chelsea Cutler, Stromae, Burna Boy, HER, 5SOS, Kid Laroi, LANY, Harry Styles แล้วก็ Jeremy Zucker

ฝากอะไรถึงแฟนๆชาวไทยหน่อย

สำหรับเพื่อนๆ และแฟนๆ ชาวไทยของผมนะครับ ขอบคุณมากๆ ที่ยังรอคอยผม และสนับสนุนจากที่ไกลๆ เสมอ ผมรู้ว่าพวกคุณรักและสนับสนุนผมในสิ่งที่ผมทำ และในตัวตนที่ผมเป็น ผมรู้สึกขอบคุณพวกคุณเสมอมา ผมมักจะคิดไปถึงช่วงเวลาครั้งสุดท้ายที่พวกเราได้เจอกันในกรุงเทพฯ และผมแทบจะรอให้ถึงวันที่ผมจะกลับไปเล่นดนตรีต่อหน้าพวกคุณอีกครั้งไม่ไหวเลยครับ จนกว่าจะถึงวันนั้น ขอให้ทุกคนรู้ว่าผมรักพวกคุณมาก และผมหวังให้ทุกคนร่างกายแข็งแรง มีความสุข และประสบความสำเร็จในสิ่งใดก็ตามที่คุณลงมือทำอยู่นะครับ ขอบคุณอีกครั้ง และหวังว่าจะได้เจอกันเร็วๆ นี้นะครับ

สตรีมอัลบั้ม There And Back Again ของ Eric Nam ได้แล้วทุกช่องทางออนไลน์

“เจมส์-ธีรดนย์” เปิดตัวช่องยูทูป JamyJamess กับ Content แรก JMJ Talk สัมภาษณ์เปิดใจครั้งแรกหลังออกมาเป็นนักแสดงอิสระเต็มตัว รอชมคอนเทนท์ดีจากหนุ่มเจมส์ได้ที่นี่ครับ

เดินทางอยู่ในวงการเข้าปีที่ 8 ทั้งในบทบาทนักแสดงและศิลปิน วันนี้ “เจมส์-ธีรดนย์” ขอบอกเล่าเรื่องราวอีกมุมมองให้รู้จักกันมากขึ้น ผ่าน JMJ Label โดยได้เตรียมโปรเจ็คพิเศษให้ชมกันในปี 2022 นี้อย่างแน่นอน พร้อมฝากติดตามผลงานภาพยนตร์ Thirteen Live และภาพยนตร์สยองขวัญกับทางสหมงคลฟิล์ม

เข้าไปกดติดตาม Youtube Channel : JamyJamess กันได้ที่นี่ครับ

หรือสามารถติดตามเจมส์ได้ที่

Instagram : @jamyjamess

Twitter : @jamyjamess

Facebook : Jamyjamess Teeradon Supapunpinyo

เรียบเรียง rhunrun

Amélie Is Back in Town to Make You Happy

Author: Peerachai Pasutan

Photos and Trailer: House Samyan

ช่วงนี้นั้นมีภาพยนตร์ฝรั่งเศสทั้งเก่าและใหม่เข้าฉายในบ้านเราอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นเป็นภาพยนตร์โรแมนติก-คอมเมดีอมตะอย่าง Amélie โดยผู้กำกับฌอง-ปิแอร์ เฌอเนต์ ที่ครองใจผู้ชมทั่วโลกให้ตกหลุมรักสาวเสิร์ฟแสนเสน่ห์และเจ้าเล่ห์แห่งมงมาร์ต เมื่อสองทศวรรษก่อนนั่นเอง

Amélie (หรือในชื่อเต็ม Le Fabuleux Destin d’Amélie Poulin – โชคชะตาสุดอัศจรรย์ของอาเมลี ปูแลง) บอกเล่าเรื่องราวของ อาเมลี (โอเดรย์ โตตู) สาวเสิร์ฟปารีสผู้โดดเดี่ยวและเก็บตัว วันหนึ่ง เมื่อเธอมีโอกาสได้สร้างความสุขให้ผู้อื่นโดยบังเอิญ เธอจึงเริ่มปฏิบัติการ [แอบ] มอบความสุขให้แก่คนรอบข้างที่ติดแหง็กอยู่กับพฤติกรรมซ้ำซากและความจำเจ แต่หลังจากที่พานพบและตกหลุมรักกับชายหนุ่มปริศนา (มาติเออ กัสโซวิตซ์) ณ ตู้ถ่ายภาพในสถานีรถไฟนั้น อาเมลีจะยอมเปิดใจให้ตนเองมีความสุขบ้างหรือไม่ 

ความสนุกของ Amélie อยู่ที่สาวเจ้าตัวละครเอก ที่ช่างคิดแผนการสุดบรรเจิดต่าง ๆ เพื่อสร้างความสุขให้คนป่วง ๆ รอบตัว – ทั้งพ่อ เพื่อนบ้านร่วมตึก เพื่อนร่วมงานกับลูกค้าขาจรแห่งคาเฟ่กังหันคู่ หรือแม้แต่คนแปลกหน้า – จนเกิดเป็นเรื่องราวอลเวง ชวนหัวเราะ และคาดเดาได้ยากว่าจะจบลงอย่างไร แต่ภายใต้ความตลกตลอดสองชั่วโมงนั้น ภาพยนตร์ก็ยังทำให้ผู้ชมเห็นถึง ความโดดเดี่ยวของมนุษย์ในทุกชั่วขณะชีวิต อย่างที่เราเห็นได้ในตัวอาเมลีผู้พบเจอกับโศกนาฏกรรมในครอบครัวเมื่อวัยเด็ก ซึ่งอาจหล่อหลอมให้เธอเป็นคนอินโทรเวิร์ตและเก็บตัวเงียบในโลกแห่งความเป็นจริง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะทำให้มนุษย์ทั้งหลายร่วมกันต่อสู้กับโชคชะตาแห่งความเดียวดายได้บ้าง คือการลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างให้เราได้รู้จักหรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นในโลกบิดเบี้ยวใบนี้ ดั่งที่อาเมลีได้ปฏิวัติตัวเองเพื่อ [แอบ] สร้างความสุขและคลายความเหงาให้เพื่อนมนุษย์รอบกาย รวมถึงตัวของเธอเองด้วย  

แม้ว่าจะผ่านไป 20 ปีแล้ว แต่ผู้ชมยุคใหม่ก็น่าจะต่อกับ Amélie ติดได้ไม่ยาก เนื่องจากตัวภาพยนตร์นั้นมีกลิ่นอายและจังหวะจะโคนแบบที่เราคุ้นเคยกันดีในรอมคอมยุคปัจจุบัน ส่วนตัวละครทั้งหลักและรอง หรือแม้แต่แมวในเรื่องก็มีคาแรคเตอร์ชัดเจน น่าจดจำ และช่วยกันสร้างสีสันในเรื่องได้ดี นอกจากนี้ การกำกับภาพและศิลป์ที่คุมโทนแดง-เขียว-น้ำตาล พ่วงด้วยบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงของปารีสในเรื่องนั้น ก็ทำให้เหมาะกับการชมในช่วงคริสต์มาส/ปีใหม่นี้พอดิบพอดี แม้ช่วงท้ายภาพยนตร์อาจจะรวบรัดเรื่องราวบางจุดเร็วไปสักนิด กระนั้นก็ยังเป็นสิ่งที่ให้อภัยได้ เมื่อเทียบกับคุณค่าและความบันเทิงของ Amélie ที่ไม่เสื่อมคลายไปตามกาลเวลา

พิสูจน์ความคลาสสิกของ Amélie ได้ที่โรงภาพยนตร์ House สามย่าน ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไป เช็ครอบฉายทาง www.housesamyan.com