ห้องอาหาร ยามาซาโตะแนะนำอาหารชุดพิเศษช่วงฤดูใบไม้ร่วงในประเทศญี่ปุ่น

ห้องอาหารยามาซาโตะ (Yamazato) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) ห้องอาหารญี่ปุ่น ที่ได้รับ ‘มิชลิน เพลท’ (Michelin Plates) ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 จากคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก ‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย เตรียมอาหารชุดพิเศษที่ปรุงจากวัตถุดิบที่มีรสชาติโดดเด่นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 – 27 ตุลาคม 2562

เชฟชิเงรุ ฮางิวาระ (Shigeru Hagiwara) หัวหน้าพ่อครัว (Master Chef) ประจำห้องอาหาร ยามาซาโตะ สั่งนำเข้าวัตถุดิบสดใหม่ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานในช่วงฤดูใบไม้ร่วง มาปรุงเป็นอาหารญี่ปุ่นชุดพิเศษรสชาติแบบต้นตำรับ ให้บริการทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ

อาหารชุดมื้อกลางวัน ประกอบไปด้วย ปลาแมคเคอเรลและกุ้งย่างเสิร์ฟกับสาหร่ายและแตงกวาดอง ซุปใสใส่ลูกชิ้นเนื้อเป็ดบดละเอียด ไข่ตุ๋นและเห็ดชิเมจิ ปลาดิบชั้นดี 5 ชนิด (ปลาทูน่า ปลาหางเหลือง ปลาซาดีน กุ้งหวาน และหอยปีกนก) ปลาฮิราสึและเห็ดย่างทาซอสมายองเนสผสมมิโซะ ปลาซัมมะตุ๋นเสิร์ฟพร้อมฟองเต้าหู้ต้มซีอิ้ว มะเขือม่วงและฟักทอง เทมปุระกุ้ง ปลาดาบ และผักญี่ปุ่นนานาชนิด ข้าวญี่ปุ่นหุงกับน้ำซุปคลุกเคล้าเนื้อปลาแมคเคอเรลโรยหน้าไข่ปลาแซลมอน ใบโอบะและสาหร่าย ปิดท้ายอาหารกลางวันมื้อพิเศษนี้ด้วยพุดดิ้งเต้าหู้และมันหวานญี่ปุ่นโรยผงถั่วเหลืองราดน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง เสิร์ฟพร้อมผลไม้ตามฤดูกาล

ส่วนมื้อค่ำให้บริการอาหารชุด “ไคเซกิ” ตำรับราชสำนักญี่ปุ่นโบราณ ประกอบไปด้วยอาหารญี่ปุ่นอันหลากหลายที่ปรุงอย่างพิถีพิถันทั้งหมด 9 รายการ ได้แก่ ฟองเต้าหู้ราดซอสถั่วเหลืองและไข่หอยเม่น ตามด้วยปลาหมึกยักษ์ หอยปีกนกญี่ปุ่น เห็ดไมทาเกะ แปะก๊วย และเครื่องในปลาโบนิโต้ดองราดซอสไข่แดง ซุปเกี๊ยวปูใส่สาหร่ายคอมบุและเห็ด และปลาดิบชั้นดี 4 ชนิด (ปลาทูน่า ปลาซัมมะ ปลากระพงแดง และกุ้งหวาน) ส่วนอาหารย่างให้บริการเนื้อปลากระพงและเนื้อญี่ปุ่นย่างแบบโฮบายากิ (Hobayaki) เสิร์ฟพร้อมเห็ดหลวงญี่ปุ่น แปะก๊วย และเกาลัด อาหารตุ๋นเชฟให้บริการลูกชิ้นปลาแซลมอนตุ๋นเสิร์ฟกับต้นหอมญี่ปุ่นและเห็ดหอมญี่ปุ่นย่างในน้ำซุปผักโขม จากนั้นจึงให้บริการเทมปุระปูหิมะ กุ้ง ปลาดาบ และเห็ดชิเมจิ ตามด้วยเส้นหมี่ญี่ปุ่นน้ำญี่ปุนหน้าปลาไหลและเห็ดชิเมจิเสิร์ฟพร้อมกับข้าวห่อสาหร่ายไส้ผักดอง ปิดท้ายอาหารชุด “ไคเซกิ” ด้วยพุดดิ้งเต้าหู้และมันหวานญี่ปุ่นโรยผงถั่วเหลืองราดน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง และผลไม้ตามฤดูกาล

อาหารชุดพิเศษช่วงฤดูใบไม้ร่วงในประเทศญี่ปุ่น มีให้บริการระหว่าง
วันที่ 1 – 27 ตุลาคม 2562
มื้อกลางวันให้บริการตั้งแต่เวลา 11.30น. ถึง 14.30 น.
และมื้อค่ำให้บริการตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 22.30 น.

ห้องอาหาร อัพ แอนด์ อะบัฟ นำเข้าหอยเชลล์ฮอกไกโดจากประเทศญี่ปุ่นมาปรุงเมนูพิเศษ

ห้องอาหาร อัพ แอนด์ อะบัฟ (Up &Above) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) นำเข้าหอยเชลล์สดใหม่ ตัวใหญ่ คุณภาพดี ส่งตรงจากฮอกไกโดประเทศญี่ปุ่น มาปรุงเป็นเมนูพิเศษต้อนรับลมหนาว ให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 23 ธันวาคม 2562

หอยเชลล์ หรือในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า โฮตาเตะ (Hotate) เป็นอาหารทะเลชั้นดีที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะหอยเชลล์จาก ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ขนาดใหญ่เนื้อนุ่ม รสชาติอร่อย อุดมไปด้วยโปรตีนและวิตามิน B1 ที่ได้มาจากความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติของท้องทะเลบริเวณเกาะฮอกไกโด เชฟ อัลวาโร โรอ์ (Alvaro Roa) หัวหน้าพ่อครัวใหญ่ (Executive Chef) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ คัดสรรหอยเชลล์สดใหม่ตัวใหญ่ ส่งตรงจากฮอกไกโดนำมาย่างเป็นเมนูพิเศษให้ทุกท่านได้ลิ้มลอง อาทิ โฮตาเตะย่างเนย ที่ย่างให้สุกกำลังพอดี ชูรสชาติหวานอันเป็นเอกลักษณ์ของหอยเชลล์จากฮอกไกโด หรือจะราดซอสสูตรพิเศษ เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม จัดจ้านมากยิ่งขึ้น

เมนูหอยเชลล์ฮอกไกโดพร้อมให้บริการทุกวันที่ห้องอาหาร อัพ แอนด์ อะบัฟ
ตั้งแต่เวลา 12:30 น. – 22:30 น. ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม- 23 ธันวาคม 2562

การจัดกิจกรรมเทศกาล เวิลด์ กูร์เมต์ เฟสติวัล ครั้งที่ 20 ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ เพื่อสบทบทุนเพื่อการกุศล

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ โปรดเกล้าให้หม่อมราชวงศ์สมลาภ กิติยากร เป็นผู้แทนพระองค์ไปเปิดงานเทศกาลอาหารและไวน์ระดับโลก (เวิลด์ กูร์เมต์ เฟสติวัล) ประจำปี ครั้งที่ 20 ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2562

จากการจัดงานครั้งนี้ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ ได้รวบรวมรายได้จากการขายบัตรรับประทานอาหารมื้อค่ำตลอดเทศกาลทุกที่นั่ง (บริจาค 600 บาทต่อบัตร) และรายได้ทั้งหมดจากการประมูลของรางวัล อาทิ บัตรที่พักสุดหรูจากโรงแรม และรีสอร์ทหลายแห่งจากทั่วโลกในเครืออนันตรา และไมเนอร์ โฮเทลส์ รวมถึงตั๋วเครื่องบินจากสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลนส์ โดยจะนำไปร่วมบริจาคสมทบทุน กองทุนพระเจ้าวรวงศ์เธอฯ กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เพื่อช่วยลดการติดเอดส์ สภากาชาดไทย ต่อไป

โดยงานเทศกาลประจำปีนี้เกิดขึ้นและประสบความสำเร็จไปด้วยดี ด้วยการตอบรับจากเชฟระดับมิชลินสตาร์ทั้ง 16 ท่าน บินตรงมาจาก 9 ประเทศทั่วโลก เพื่อมาปรุงอาหารจานเด่นเคียงคู่กับไวน์รสเลิศกันอย่างสุดฝีมือ รวมถึงกิจกรรมมาสเตอร์คลาสเพื่อโชว์เทคนิคการทำอาหาร ตลอดเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็ม เชฟที่มาร่วมงานทั้งหมด คือ

เชฟโวล์ฟกัง เบคเกอร์ (Wolfgang Becker) จากห้องอาหาร Becker’s เยอรมนี ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 2 ดาว

เชฟไค โฮ (Kai Ho) จากห้องอาหาร Taïrroir ไต้หวัน ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 2 ดาว

เชฟอลัน จีแอม (Alan Geaam) จากห้องอาหาร Alan Geaam ฝรั่งเศส ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

เชฟชิโฮ คันซากิ และ เชฟมาร์เซโล ดิ กิอาโคโม (Chiho Kanzaki and Marcelo di Giacomo) จากห้องอาหาร Virtus ฝรั่งเศส ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

เชฟฮิเดกิ อี (Hideki Ii) จากห้องอาหาร Shirosaka ญี่ปุ่น ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

• เชฟแองเจล ซาปาตา มาร์ติน (Angel Zapata Martin) จากห้องอาหาร Barrafina สหราชอาณาจักร ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

เชฟฮาจิเมะ โอโตวะ และ เชฟโซ โอโตวะ (Hajime Otowa and So Otowa) จากห้องอาหาร Ciel et Sol ญี่ปุ่น ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

เชฟรุย ซิลเวสเตร (Rui Silvestre) จากห้องอาหาร Vistas in Vila Nova de Cacela โปรตุเกส ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

เชฟแอนเดรีย สปาโกนี (Andrea Spagoni) จากห้องอาหาร BeefBar ฮ่องกง ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

เชฟโยจิ โตกุโยชิ (Yoji Tokuyoshi) จากห้องอาหาร Tokuyoshi อิตาลี ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

เชฟริชชี่ ลิน (Richie Lin) จากห้องอาหาร Mume ไต้หวัน ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

เชฟเออร์เว่ เดอวิลล์ (Hervé Deville) จากห้องอาหาร Momo สหราชอาณาจักร

เชฟโรเจอร์ แวน แดม (Roger van Damme) จาก Het Gebaar เบลเยียม ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

เชฟเอียน พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย จากห้องอาหาร อิษยา สยามมิสคลับ ประเทศไทย

ห้องอาหาร ยามาซาโตะ แนะนำเมนูอาหารชุดพิเศษฉลองเทศกาลดอกเบญจมาศของประเทศญี่ปุ่น

ห้องอาหาร ยามาซาโตะ (Yamazato) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) ห้องอาหารญี่ปุ่น ที่ได้รับ ‘มิชลิน เพลท’ (Michelin Plates) ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 จากคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก ‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย และ ติดอันดับ 1 ใน 20 ห้องอาหารที่ได้รับคะแนนสูงสุด จากหนังสือคู่มือนักชิม ‘Thailand Tatler Best Restaurants 2019’ จาก นิตยสารไทยแลนด์แทตเลอร์ ขอเชิญท่านมารับประทานอาหารชุดพิเศษเพื่อร่วมฉลองเทศกาลดอกเบญจมาศ เทศกาลประจำในฤดูใบไม้ร่วงของประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 1 ถึง 29 กันยายน 2562

เทศกาลดอกเบญจมาศหรือในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “คิคุ โนะ เซกกุ” ตรงกับวันที่ 9 เดือนกันยายนของทุกปี ถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญมาแต่โบราณ เนื่องจากดอกเบญจมาศเป็นดอกไม้ประจำชาติ และเป็นสัญลักษณ์ของจักรพรรดิ์ญี่ปุ่น อีกทั้งคนญี่ปุ่นเชื่อว่าวันนี้เป็นวันดี เนื่องจากวันและเดือนตรงกับเลข 9 ซึ่งเป็นเลขมงคล คนญี่ปุ่นเชื่อว่าดอกเบญจมาศเป็นดอกไม้มงคลจึงได้นำกลีบดอกเบญจมาศมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการทำอาหาร และเครื่องดื่ม อีกทั้งในช่วงเทศกาลคิคุ โนะ เซกกุ ร้านค้าต่าง ๆ ก็จะทำขนมเป็นรูปดอกเบญจมาศเพื่อจำหน่าย เนื่องจากคนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า เมื่อรับประทานดอกเบญจมาศจะทำให้มีปัญญาที่หลักแหลมและอายุยืนนาน

เชฟชิเงรุ ฮางิวาระ (Shigeru Hagiwara) หัวหน้าพ่อครัว (Master Chef) ประจำห้องอาหารยามาซาโตะ ได้คัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพดีที่คนญี่ปุ่นมักรับประทานในช่วงเทศกาลดอกเบญจมาศนำเข้ามาเป็นพิเศษเพื่อใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารชุดเพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลดอกเบญจมาศในทุกปี โดยอาหารชุดมื้อกลางวันประกอบไปด้วย ลูกพลับแห้ง แปะก๊วย กุ้ง และเห็ดไมทาเกะราดน้ำส้มสายชูสูตรพิเศษ โรยด้วยกลีบดอกเบญจมาศ ซุปใสใส่ลูกชิ้นปลาซาร์ดีน ต้นหอมญี่ปุ่นและขิง ปลาดิบชั้นดี 3 ชนิด ได้แก่ ปลาโมโดริโบนิโต้ หรือปลาโอ ปลาหมึก และปลาเข็มญี่ปุ่น จานหลักเป็นปลามูนฟิชย่างกับซอสอัลมอนด์ เสิร์ฟพร้อมกับมันหวานญี่ปุ่นและผักดอง ตามด้วยปลาหวานญี่ปุ่นตุ๋นรับประทานกับไข่ปลา เกาลัด มะเขือม่วงและตกแต่งด้วยแครอทแกะสลักรูปใบไม้ เทมปุระกุ้ง ปลาโกบี้และผักนานาชนิด ข้าวหน้าเห็ดและไข่ปลาแซลมอนโรยด้วยสาหร่ายญี่ปุ่นและใบโอบะ เสิร์ฟกับซุปมิโซะและผักดอง ปิดท้ายอาหารชุดมื้อกลางวันด้วย พายแอบเปิ้ลราดซอสชาเขียว และผลไม้ตามฤดูกาล

ส่วนมื้อค่ำ ให้บริการอาหารชุดพิเศษ “ไคเซกิ” ตามแบบราชสำนักญี่ปุ่นรสชาติต้นตำรับ มีอาหารญี่ปุ่นให้บริการหลายรายการ เริ่มจากอาหารเรียกน้ำย่อยให้บริการเป็น ฟองเต้าหู้สด ไข่หอยเม่น กับดอกกระเจี๊ยบญี่ปุ่นราดซอสสูตรพิเศษ ตามด้วยเมนูปลาแมคเคอเรลดอง กุ้ง ผักภูเขา เห็ดไมทาเกะ มะเขือเทศญี่ปุ่น และไข่ปลาคาเวียร์คลุกน้ำส้มสายชูญี่ปุ่นกลิ่นดอกเบญจมาศ ซุปใสลูกชิ้นปลาผสมถั่วแดงญี่ปุ่นและแปะก๊วย เห็ด แครอทและโรยหน้าด้วยผิวส้มยูซุ ปลาดิบชั้นดี 4 ชนิด ได้แก่ ปลาทูน่า ปลาหางเหลือง ปลาเข็มญี่ปุ่น กุ้งหวานญี่ปุ่น อาหารรายการถัดไปเป็นปลาแมคเคอเรลย่างกับส้มยูซุและหอยเชลล์ย่างเนยเสิร์ฟบนแผ่นไม้ซูกิตะเพื่อให้ได้ความหอมของไม้ รับประทานคู่กับไชเท้าดองและเม็ดแปะก๊วยย่าง ตามด้วยเป็ดตุ๋นกับตับห่าน เผือก เห็ดชิทาเกะและแครอท ตามด้วยเทมปุระปูหิมะ ปลาโกบี้ กุ้ง และผักนานาชนิด และเส้นหมี่น้ำญี่ปุ่นหน้าปลากระพงย่าง เสิร์ฟกับข้าวห่อสาหร่ายไส้ผักดอง ส่วนเมนูของหวานให้บริการพายแอบเปิ้ลราดซอสชาเขียวกับผลไม้ตามฤดูกาล อาหารชุดมื้อค่ำเพื่อร่วมฉลองเทศกาลดอกเบญจมาศ

อาหารชุดพิเศษสำหรับเทศกาลชมดอกเบญจมาศ
มีให้บริการระหว่างวันที่ 1 ถึง 29 กันยายน 2562 เท่านั้น
มื้อกลางวันให้บริการตั้งแต่เวลา 11.30 น. ถึง 14.30 น.
และมื้อค่ำให้บริการตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 22.30 น.

อร่อยปักหมุด : อาหารดี เครื่องดื่มโดนใจ ที่“พิปป้า” (PIPPA) รูฟท็อปบาร์น้องใหม่พัทยา

ในพัทยามีบาร์และร้านอาหารที่หลากหลายและเชื่อว่าหลายๆคนเคยไปมาหลายที่แล้ว วันนี้น้านำเสนอให้ทุกท่านได้ลองไปร้านนี้ “พิปป้า” (PIPPA) ร้านอาหารสไตล์รูฟท็อป บาร์รูปแบบใหม่ล่าสุดบนชั้น 19 ของโรงแรมมิตร์ บีช พัทยา (MYTT Beach Hotel) บอกได้เลยว่าถูกใจใครหลายๆ คนแน่นอนครับ

ในส่วนห้องอาหารระหว่างเดินไปนั้นเราก็จะเห็นครัวเปิดที่มองเห็นเชฟกำลังขมักเขม้นในการปรุงอาหาร ให้เราได้ชิมกัน บรรยากาศตกแต่งสบายตา สวยงาม ผ่อนคลาย มีทั้ง Outdoor และ Indoor

มาถึงอาหารกันบ้าง รังสรรค์โดยเชฟ Julian Lavigne ที่ผสมผสานสไตล์ยุโรปและเอเชีย รสชาติจึงเป็นเอกลักษณ์ ใช้วัตถุดิบคุณภาพดีสดใหม่ เริ่มกับเมนูเรียกน้ำย่อย “Homemade Tofu & Tomato Salsa” มะเขือเทศออร์กานิค ทานคู่กับเต้าหู้โฮมเมด เพิ่มรสชาติด้วยผลไม้แห้ง สมุนไพรและน้ำส้มสายชูที่หมักจากกระเทียมดำเป็นเมนูแปลกใหม่ที่ยังไม่เคยทานที่ไหนมาก่อนจะบอกว่าเข้ากันได้ดีมาก The golden Bao Braised Beef Truffle

เปิดทำการทุกวัน (วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์) ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ถึงเที่ยงคืน สำรองที่นั่งได้ที่เบอร์ 038 259 510 หรืออีเมล์ที่ info@pipparestaurant.com
เพื่อยกระดับประสบการณ์การกินดื่มในพัทยา ที่พิปป้าเรามีความมุ่งมั่นที่ จะมอบประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยมให้แก่แขกของเรา

เมนูน่าลิ้มลองต้อนรับฤดูกาลใหม่ กับ “เทสติ้งเมนูใหม่” ที่ห้องอาหารเรดสกาย

ต้อนรับฤดูกาลใหม่กับรสชาติอันแสนอร่อย ที่ห้องอาหารเรดสกาย ชั้น 55 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ขอเชิญทุกท่านมาเพลิดเพลินไปกับหลากหลายวัตถุดิบคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลกตามฤดูกาลนำมารังสรรค์เป็นสุดยอดเมนู โดย เชฟคริสเตียน แฮม หัวหน้าพ่อครัวชาวฝรั่งเศส กับ เทสติ้งเมนูสไตล์ฝรั่งเศส 5 คอร์ส ราคา 2,955 บาท++ / ท่าน และไวน์แพริ่ง 1,899 บาท++ / ท่าน (ราคานี้ไม่รวมอัตราภาษีและค่าบริการ) ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 สิงหาคมนี้

ห้องอาหารเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.30 น. ถึง 01.00 น. เริ่มเปิดประสบการณ์ความอร่อยด้วยเมนูทานเล่น สลัดปลาแซลมอนรมควัน เสิร์ฟพร้อมขนมปังแซฟฟรอน ต่อด้วยเมนูเรียกน้ำย่อย สลัดทูน่าสไลด์ เสิร์ฟพร้อมอาร์ติโชคราวิโอลี่ราดซอสถั่วไพน์นัท จากนั้นเสิร์ฟด้วยเมนู กุ้งล็อบสเตอร์ เสิร์ฟพร้อมเฟนเนลผสมน้ำส้มและมะกอกดำกับผักสลัด จากนั้นเสิร์ฟด้วยไฮไลท์จานหลัก เนื้อสันแกะนุ่ม ละมุนลิ้น เสิร์ฟพร้อมมะเขือม่วงตุ๋นกับมะเขือเทศ และซุกินี ปิดท้ายด้วยของหวาน เครปซูเฟล่ราดซอสเชอร์รี่ เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมอัลมอนด์ หรือจะเลือกรับเป็น ชีสต่างๆจากฝรั่งเศส

ห้องอาหารจีนแชงพาเลซ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ภูมิใจนำเสนอ ขนมไหว้พระจันทร์ในตำนานด้วยหลากหลายไส้รสชาติสุดคลาสสิก ให้คุณได้เฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์กันอย่างอบอุ่น

ห้องอาหารจีนแชงพาเลซ แห่งโรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลองหนึ่งในช่วงเวลาที่สำคัญของชาวจีน พร้อมต้อนรับ “เทศกาลไหว้พระจันทร์” ประจำปี พ.ศ. 2562 ด้วยการนำเสนอขนมไหว้พระจันทร์ในตำนานหลากหลายรสชาติสุดคลาสสิกในแบบฉบับแชงกรี-ลา ที่ได้รับความไว้วางใจจากท่านที่ชื่นชอบในการรับประทานขนมไหว้พระจันทร์มามากกว่า 30 ปี บรรจุในกล่องบรรจุภัณฑ์ลายปลากัดสีเงินและสีทองสุดหรู พร้อมจำหน่ายแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 16 กันยายน พ.ศ. 2562 นี้ ในราคาเริ่มต้นเพียงกล่องละ 838 บาท – 1,588 บาท

ขนมไหว้พระจันทร์แห่งห้องอาหารจีนแชงพาเลซ รังสรรค์จากวัตถุดิบชั้นเลิศนานาชนิด ผ่านกรรมวิธีอันแสนพิถีพิถันที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดโดยมาสเตอร์เชฟขนมไหว้พระจันทร์มากประสบการณ์ นำมาบรรจุในกล่องบรรจุภัณฑ์อันหรูหราที่เต็มเปี่ยมด้วยความหมายอันเป็นมงคลให้แก่ทั้งผู้รับและผู้ให้ โดยตัวกล่องสีแดงโกเมน สื่อถึงความมั่งคั่ง ร่ำรวย และความสุขอันเป็นนิรันดร์ตามความเชื่อของ ชาวจีน เพิ่มความหรูหราด้วยลายเส้นรูปปลากัดไทยสีเงินและสีเงิน ซึ่งให้ความหมายถึง ความมีสง่าราศี ผู้ทรงพลัง และความอ่อนช้อย พร้อมเชิดชูเรื่องราวอันทรงคุณค่าของปลากัดไทยในฐานะสัตว์น้ำประจำชาติไทยห้องอาหารจีนแชงพาเลซ

เย็นวันสุขที่ Mahanakhon Bangkok Skybar

เย็นวันศุกร์ที่ควรเป็นวันสุข เราไปหาสถานที่ชิลๆ เพื่อใช้เวลาหลังเลิกงานจิบเครื่องดื่มดีๆ อาหารอร่อยๆและชมวิวกรุงเทพฯ จากนั้นที่ 76 ของตึกมหานครกัน ที่ชั้น 76-77 จะเป็นที่ตั้งของ มหานคร แบงค็อก สกายบาร์ ห้องอาหารและบาร์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย ที่คิง เพาเวอร์ มหานคร หนึ่งในแลนด์มาร์คของกรุงเทพฯ ใจกลางสาทร

เรามีโอกาสมาเยือนที่นี่ก่อนจะเปิดอย่างเป็นทางการเมื่ออาทิตย์ก่อน และได้พบกับ Tristan Auer นักออกแบบของ  Tristan Auer จาก Wilson Associates  ที่ดีไซน์ห้องอาหารและบาร์ที่สวยงามนี้ เขาบอกว่าได้แรงบันดาลใจจากความเป็นแฟมินีนของกรุงเทพฯ มหานคร นั่นหมายถึงอัธยาศัยที่อ่อนน้อมของคนไทย เขาจึงเลือกใช้เส้นโค้งมาเป็นส่วนหนึ่งของดีไซน์ วัสดุเลือกใช้ไม้ที่มีความนุ่มนวลอบอุ่น ไม่เลือกใช้หินอ่อนมากนักเพราะว่ามีความมัสคิวลีน จะมีในส่วนเคาน์เตอร์บาร์แต่ไม่ใช้ปูพื้น พื้นที่นี่เป็นไม้ปูพรมชิ้นทับ เขาเลือกใช้ไม้สานแบบต่างๆ มาตกแต่ง บางส่วนเขาใช้โลหะต่างชนิดทำผิวต่างๆ มากรุบนผนังให้เป็นเสมือนงานศิลปะนามธรรม และพื้นที่กึ่งกลางแจ้งด้านนอกตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้นานาเพื่อสะท้อนบรรยากาศป่าร้อนชื้นของเมืองไทย

การแบ่งโซนพื้นที่ทำอย่างเป็นสัดส่วนแต่ก็ไม่ได้แยกขาดจากกัน เพราะที่นี่เป้นห้องอาหารกึ่งบาร์ แขกจะอยู่ในบรรยากาศที่กันเองและสามารถมองสังสรรค์พูดคุยกันได้ โดยบู้ธดีเจจะอยู่ชั้นบนของห้องตรงชานบันได ว่ากันว่าเป็นบู้ธดีเจที่มองเห็นวิวสวยที่สุดในประเทศไทย เพราะมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ด้านบนนี้ก็มีโซนส่วนตัวที่ไม่ได้แบ่งเป็นห้องๆ แต่จะแบ่งโซนด้วยการจัดกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ ทำให้มีความเป็นส่วนตัวแต่ก็ไม่แยกขาดจากบรรยากาศของห้องอาหาร

Tristan Auer ใส่ใจรายละเอียดในทุกจุด แม้ความสูงของโต๊ะอาหารที่นี่ก็ไม่ได้สูงแบบโต๊ะอาหารปกติ หากแต่เป็นความสูงของโต๊ะที่แฮรีบาร์ บาร์อเมริกันในเวนิซที่เป็นต้นกำเนิดของค็อกเทลเบลลินี Tristan Auer บอกว่าความสูงของโต๊ะระดับนี้เหมาะจะให้คนสังสรรค์กันแต่ก็ยังรับประทานอาหารได้สะดวก สูงไปก็เป็นโต๊ะอาหารปกติ เตี้ยไปก็ไม่เหมาะจะนั่งรับประทานอาหาร

นอกจากนี้อาหารและเครื่องดื่มของที่นี่ยังได้รับการคัดสรรมาอย่างพิเศษโดยทีมงาน Johan Per Simon Davidsson ที่มีประสบการณ์คร่ำหวอดมายาวนานในแวดวงอาหารและเครื่องดื่ม

“มหานคร แบงค็อก สกายบาร์” เปิดให้บริการเครื่องดื่มและอาหารค่ำทุกวัน ในช่วงเวลา17.00-01.00 น. สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่www.mahanakhonbangkokskybar.com

Seasoning Thai cuisine at Terrace Rim Naam

บ้านเรามีความอุดมสมบูรณ์ห้องอาหารการกินจนบางครั้งเราลืมสังเกตไปว่าเครื่องปรุงแต่ละชนิดก็มีฤดูกาล ด้วยความที่มีผักผลไม้ในแต่ละฤดูหมุนเวียนมาให้ปรุงเป็นอาหารเสมอ แต่สำหรับ เชฟป้อม – พัชรา พิระภาค ซึ่งเพิ่งมาทำหน้าที่หัวหน้าเชฟประจำห้องอาหาร เทอเรซ ริมน้ำ (Chef Phatchara Pirapak, Chef de Cuisine, Terrace Rim Naam) ได้นำเอาเครื่องปรุงที่เด่นในแต่ละช่วงฤดูมาปรุงเป็นอาหารไทยรสเลิศ โดยตัวเชฟเอกมีความโดดเด่นด้านการปรุงอาหารไทยโบราณมาก โดยคว้าดาวมิชลินให้ห้องอาหารไทยที่เธอเคยทำงานอยู่

เชฟป้อมเติบโตในครอบครัวไทยที่นิยมรับประทานอาหารนอกบ้าน แต่เชฟกลับสนใจเรื่องการทำอาหาร เริ่มต้นฝึกหัดทำอาหารครั้งแรกเมื่ออายุ 13 ปี เธอรู้สึกว่าการทำอาหารไทยคือความปรารถนาสูงสุดของชีวิต เชฟป้อมเริ่มต้นทำงานเป็นครั้งแรก เมื่ออายุ 21 ปี ตำแหน่งผู้ช่วยเชฟ (Commis Chef) ที่ร้านอาหารไทย สยาม วิสดอม (Siam Wisdom Cuisine) ต่อมาเมื่ออายุ 27 ปีได้เข้าทำงานในร้านอาหารไทย ‘เสน่ห์จันทน์’ ตำแหน่งรองหัวหน้าเชฟ (Sous Chef) จากความทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ จนนำมาสู่ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต ซึ่งเชฟเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของความสำเร็จในการคว้ารางวัลหนึ่งดาวมิชลิน ปี พ.ศ. 2558
ปรัชญาการปรุงอาหารของเชฟป้อม คือความประณีตในการเลือกสรรวัตถุดิบไทยตามฤดูกาลที่มาจากแหล่งผู้ผลิตที่ดีที่สุด เช่น น้ำปลาจากจังหวัดตราด, กะปิจากจังหวัดระยอง, เกลือสีชมพูหิมาลายันให้คุณประโยชน์สูงจากประเทศปากีสถาน, ผักสดใหม่จากโครงการหลวงและผู้ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ เป็นต้น

โดยนำมาปรุงอาหารให้คงคุณค่าตามหลักโภชนาการและมีสรรพคุณทางยาเป็นเอกลัษณ์ของอาหารไทย

อาหารที่เชฟป้อมทำสำหรับที่นี่ อาทิ น้ำพริกกุ้งโจน, ต้มกะทิปลาสลิดย่างมะพร้าวคั้น, เป็ดคั่วแบบลาวพวน และยำใหญ่ใส่สารพัด เป็นต้น ตำรับอาหารไทยโบราณเหล่านี้ บางอย่างคนไทยยุคนี้แทบจะไม่รู้จักกันแล้ว โดยมีเมนูอาหารไทยตามสั่งอื่นๆ

ห้องอาหาร เทอเรซ ริมน้ำ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา รายล้อมด้วยความสวยงามร่มรื่นย์เขียวขจีบ ตรงข้ามกับโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ บนถนนเจริญนคร บริการเมนูอาหารไทยโบราณตำรับพื้นบ้าน และเมนูอาหารไทยตามสั่ง ให้บริการทุกวัน เวลา 17:00 – 22:30 น.

ห้องอาหาร ศาลาริมน้ำ ตั้งอยู่ภายในศาลาทรงไทยตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม ติดกับห้องอาหาร เทอเรซ ริมน้ำ นำเสนอประสบการณ์การรับประทานอาหารที่เป็นเอกลักษณ์วัฒนธรรมของอาหารไทยต้นตำรับ โดยเชฟประเสริฐ สัสดีวงศ์ หัวหน้าเชฟไทย ให้บริการบุฟเฟ่ต์อาหารไทยมื้อกลางวัน เวลา 11:30 – 14:30 น. และมื้อค่ำบริการชุดสำรับอาหารไทย (Royal Thai Set Dinner) พร้อมโชว์การแสดงนาฏศิลป์ไทยสวยงามตระการตา เวลา 19:00 – 22:30 น.

www.mandarinoriental.com/bangkok
Facebook: @MandarinOrientalBangkok

From Chengdu to Bangkok

เพราะความเผ็ดร้อนส่งผ่านกันได้ เชฟบอริส หยาง จึงบินตรงจากเมืองเฉิงตู สู่กรุงเทพมหานครเพื่อรังสรรค์อาหารเผ็ดร้อนในแบบฉบับเสฉวนให้กับชาวไทย และทำให้เรารู้ว่าความเผ็ดจัดจ้านนั้นมีหลายแง่มุมจริงๆ

สำหรับชาวไทยที่คุ้นชินกับอาหารเผ็ดร้อนที่ปรุงด้วยพริกนั้น คำว่า ‘อาหารรสจัดจ้านสไตล์เสฉวน’ อาจจะไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นชวนให้น้ำลายสอสักเท่าไหร่ แต่หลังจากที่ได้ลองลิ้มรสอาหารจีนที่เชฟบอริส หยาง บินมาปรุงให้กับห้องอาหารจีนแชงพาเลซ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ เป็นเวลาเพียงสิบวันตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึง 21 กรกฎาคมนี้ก็ทำให้เรารู้ได้เลยว่า ความเผ็ดร้อนของเครื่องเทศที่เรียกว่า ‘หมาล่า’ นั้นเป็นคนละเรื่องกับรสชาติเผ็ดที่เรากินอยู่ทุกวันเลยทีเดียว

เมนูอาหารหลากหลายนั้นปรุงจากวัตถุดิบดั้งเดิมคุณภาพสูงที่ส่งตรงจากมณฑลเสฉวนเท่านั้น ทำให้อาหารแต่ละจานมาพร้อมกับวัฒนธรรมการกินแบบดั้งเดิม ซึ่งเราแนะนำเมนูไก่หมักซอส เสิร์ฟพร้อมถั่วลิสงในน้ำมันพริกเสฉวน เนื้อสไลด์ เสิร์ฟคู่ผักชีฝรั่งและซุปเสฉวน กุ้งผัดพริกเสฉวน และเป็ดต้มกับเห็ดในน้ำซุปพริกไทยอ่อน

แม้ว่าเชฟบอริสจะมาเยือนโรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ เป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่ความประทับใจในอาหารรสชาติจัดจ้านที่เคยได้ลิ้มลองนั้นจะประทับใจไปอีกยาวอย่างแน่นอน

อาหารจีนเสฉวนเลือกสรรค์โดยเชฟบอริสจะพร้อมเสิร์ฟที่ห้องอาหารจีนแชงพาเลซ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 11 – 21 กรกฎาคมนี้เท่านั้น