The STAGE of Cuisine

แวะชิม testing menu สไตล์ฝรั่งเศสผสมผสานที่กลมกล่อมลงตัวปรุงจากความรักของเชฟเจย์ – สายนิสา แสงสิงแก้วในร้านอาหาร casual fine dining สุดน่ารักใจกลางย่านเอกมัยอย่าง Stage

Author: Pacharee Klinchoo

Photographer: Perakorn Voratananchai

บรรยากาศภายในร้าน Stage

ชื่อร้าน Stage นี้อ่านว่า “สะ-ตาช” ซึ่งแปลว่า ‘การฝึกงาน’ ในภาษาฝรั่งเศส ซึ่งเชฟเจย์ ผู้ก่อตั้งร้านอาหารนั้นเรียนจบการทำอาหารฝรั่งเศสมาโดยตรง และเดินทางเก็บสะสมประสบการณ์ไปทั่วโลก พร้อมทั้งเป็นหนึ่งในทีมเปิด L’Atelier de Joel Robuchon ที่กรุงเทพมหานคร เพราะเธอเป็นคนไทยเพียงคนเดียวที่ได้เดินทางไปเทรนที่ L’Atelier de Joel Robuchon ที่กรุงปารีส หลังจากสาขาที่กรุงเทพฯ ปิดตัวลง เชฟเจย์ก็หมายมั่นปั้นมือที่จะก่อตั้งร้านอาหารฝรั่งเศสในสไตล์ของเธอขึ้นมาอีกครั้งให้จงได้

และนั่นจึงก่อกำเนิดร้านอาหาร Stage ที่รวบรวมเอาคุณลักษณะความอ่อนน้อมถ่อมตนของเชฟ ผสมผสานกับเทคนิคการปรุงอาหารอันซับซ้อน และการเลือกสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดในแต่ละฤดูกาลเพื่อนำเสนอรสชาติอาหารอันหลากหลายโดยไม่ทิ้งสไตล์การปรุงแบบฝรั่งเศส ซึ่งอาหารที่นำเสนอนั้นจะเป็น testing menu ที่ถูกสับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทุกๆ สองเดือน เพื่อให้เข้ากับวัตถุดิบประจำฤดูกาลมากที่สุด ซึ่งในฤดูกาลนี้ ธีมที่นำเสนอได้แก่อาหารสไตล์นอร์ดิก ซึ่งมี testing menu ให้เลือกทั้งหมด 4, 6 และ 10 คอร์สตามลำดับ

ซึ่งวัตถุดิบในแต่ละจานนั้นก็ถูกคัดเลือกมาอย่างพิถีพิถัน ผ่านการปรุงอย่างใส่ใจเพื่อให้รสชาติและเอกลักษณ์ของแต่ละอย่างถูกขับออกมาอย่างถึงที่สุด ถ้าจะให้เลือกแนะนำเพียงหนึ่งจาน เราตอบได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า เราไม่สามารถเลือกได้จริงๆ เพราะ testing menu ทั้งสิบจานนั้นถูกคิด ปรุง และถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมบูรณ์ลงตัวในตัวมันเองอย่างแท้จริง

แวะมาชิม STAGE Experience ในสไตล์อาหารนอร์ดิกได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มีนาคมนี้ ได้ที่ร้าน STAGE ระหว่างเอกมัยซอย 19 และ 21 ก่อนที่ร้านจะเปลี่ยนธีม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่

โทร. 02-002-5253 / Email: info@restaurant-stage.co / www.restaurant-stage.co

Around Thailand in One Dine

ลิ้มรสสำรับอาหารไทย 4 ภาค ณ ห้องอาหารไทย สไปซ์มาร์เก็ต โรงแรมอนันตราสยามกรุงเทพ

โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ ขอเชิญชวนทุกท่านลิ้มรสหลากหลายรสชาติ กับเมนูสำรับอาหารไทย 4 ภาค ณ ห้องอาหารไทย สไปซ์ มาร์เก็ต ตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ – 20 มีนาคม ศกนี้

ตั้งแต่สมัยโบราณคนไทยมักอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ มีคนหลายวัยทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ ดังนั้นการจัดอาหารจึงต้องมีความหลากหลาย เพื่อให้ทุกคนได้รับประทานอาหารที่ดีและเหมาะสมในแต่ละโอกาส จึงเกิดวัฒนธรรมการบริโภคอาหารเป็นสำรับแบบไทยขึ้น

สำรับอาหารไทย ถือเป็นอีกหนึ่งศาสตร์และศิลป์ในการจัดอาหารที่ต้องใช้ความพิถีพิถัน เพื่อความสมดุลของอาหาร ให้มีหลากหลายรสชาติกลมกล่อม ทั้งเปรี้ยว เค็ม หวาน และเผ็ดในสำรับเดียวกัน นับเป็นเอกลักษณ์และภูมิปัญญาของคนไทยในการสร้างสรรค์อาหารต่างๆ ให้มีความเอร็ดอร่อยน่ารับประทาน และอุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร 

เชฟวรินธร สัมฤทธิ์ผล หัวหน้าแม่ครัวอาหารไทย ประจำห้องอาหารไทย สไปซ์ มาร์เก็ต บรรจงรังสรรค์เซ็ตเมนูสำรับอาหารไทย 4 ภาค สะท้อนความโดดเด่นของอาหารประจำภูมิภาคต่างๆ หลากหลายเมนู อาทิ เมนูขึ้นชื่อของภาคเหนืออย่าง “ไส้อั่ว” เสิร์ฟพร้อมน้ำพริกอ่องและผักเคียง, เมนูต้นตำรับภาคกลาง “หมูสร่ง” เนื้อหมูนุ่มปรุงรสเข้มข้น ห่อพันด้วยเส้นหมี่ซั่ว ก่อนลงทอดให้เหลืองกรอบนอกนุ่มใน รับประทานคู่กับอาจาดรสหวานอมเปรี้ยว, “ต้มแซ่บหมู” รสชาติจัดจ้านของภาคอีสาน ปิดท้ายด้วย “แกงเหลืองปลากระพง” เมนูรสชาติเผ็ดร้อนของภาคใต้ เป็นต้น

อิ่มอร่อยกับเมนูสำรับไทยภาคเหนือและภาคกลางได้ในวันที่ 10 – 29 กุมภาพันธ์ และเมนูสำรับไทยภาคอีสานและภาคใต้ได้ในวันที่ 1 – 20 มีนาคม ศกนี้ ณ ห้องอาหารไทย สไปซ์ มาร์เก็ต ชั้น 1 โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ (BTS ราชดำริ) มื้อกลางวัน เปิดให้บริการเวลา 11.30 – 14.30 น. (ยกเว้นวันอาทิตย์) และ มื้อค่ำ เวลา 18.00 – 22.30 น.

The Summer is ‘Bold & Bright’!

บัตรเครดิต Citi, Greyhound Café และ Merimekko ร่วมมือกันรังสรรแคมเปญใหม่ ‘Bold & Bright’ พร้อมเมนูสุดพิเศษ และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าโดยเฉพาะ

อาหารในแคมเปญ Bold & Bright นั้นรังสรรค์โดยเชฟต่อ – ต่อสิทธิ์ สฤษฎิ์วงษ์ และเชฟโอ๊ะ – หฤษฎ์ เวชากุลจาก Greyhound Café ซึ่งเป็นอาหารที่ยังคงเอกลักษณ์สไตล์ของร้าน พร้อมจัดเสิร์ฟบนเครื่องชามจาก Marimekko โดยเมนูเรียกน้ำย่อยประกอบไปด้วย สะเต๊ะสันคอหมูและสลัดเมี่ยงคำ ในขณะที่อาหารจานหลักมีให้เลือกทั้ง แกงเขียวหวานเนื้อน่องลายโซเมน หรือ ข้าวคั่วน้ำพริกตาแดงปลาช่อนแดดเดียว ปิดท้ายด้วยขนมหวานอย่าง ลูกตาลหิมะนมสดและพุดดิ้งมะพร้าวอ่อนไอศกรีมกะทิอัญชัน 

โดยแคมเปญ Bright & Bold นี้จะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ไปจนถึงวันที่ 30 เมษายนนี้ ที่ Greyhound Café ทุกสาขา พร้อมกันนั้น เมื่อสั่งเมนูพิเศษพร้อมใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตซิตี้ในช่วงเวลาดังกล่าว ยังสามารถลุ้นรางวัลต่างๆ พร้อมรางวัลใหญ่เป็นแพ็กเกจท่องเที่ยวกรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ อันเป็นต้นกำเนิดแบรนด์ Marimekko อีกด้วย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02 260 7178 หรือ www.citibank.co.th

Author: Pacharee Klinchoo

Let’s Love and Be Loved

ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความรักสุดโรแมนติกกับอาหารมื้อค่ำสองแบบ สองสไตล์ จากสองห้องอาหารสุดหรูใน The Okura Prestige Bangkok

ไม่ว่าคนรักของคุณจะเป็นสาย à la carte หรือสายบุฟเฟต์จัดหนัก คุณก็สามารถพาคนสำคัญของคุณไปเฉลิมฉลองได้ในห้องอาหาร Elements หรือห้องอาหาร Up & Above ที่โรงแรม The Okura Prestige ในค่ำคืนวันวาเลนไทน์ของคุณทั้งคู่ได้แบบไม่ต้องเลือกเลยทีเดียว

โดยห้องอาหาร 1 ดาวมิชลินอย่าง Elements นำเสนออาหารชุดพิเศษจำนวน 6 คอร์ส รังสรรค์โดยเชฟ Hans Zahner ประจำห้องอาหาร เพื่อให้คู่รักได้ดื่มด่ำกับมื้ออาหารสุดหรูหรา โดยมีไฮไลต์คือจานกุ้งแลงกูสทีนนึ่ง เสิร์ฟพร้อมไข่ปลาคาเวียร์ เจลซากุระ และเจลน้ำมะนาว เป็นออเดิร์ฟ และจานหลักนำเสนอเนื้อสันนอกญี่ปุ่นคุณภาพ A3 ย่าง เสิร์ฟพร้อมเห็ดเมอเรลจากประเทศฝรั่งเศสผัดเนย ตบท้ายด้วยของหวานอย่างมูสราสพ์เบอร์รีและลิ้นจี่สอดไส้แยมองุ่นเกียวโฮจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นอาหารพิเศษที่เสิร์ฟในเทศกาลนี้เท่านั้น โดยคอร์สนี้เสิร์ฟพร้อมแชมเปญ 1 แก้ว และกล่องของขวัญบรรจุช็อกโกแลต 1 กล่อง ในราคา 5,500++ บาท

ในขณะที่สายบุฟเฟต์นั้นต้องลิ้มลองบุฟเฟต์อาหารนานาชาติ ณ ห้องอาหาร Up & Above ที่มีรายการอาหารให้เลือกอย่างละลานตา ทั้งหอยนางรม อาหารทะเลสดใหม่ให้เลือกนำไปย่างรับประทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ด ตับห่านทอดเสิร์ฟพร้อมขนมปังหวาน หอยเชลล์โฮตาเตะอบเนย มุมอาหารญี่ปุ่นอันเป็นไฮไลต์ของโรงแรม และไลน์ขนมหวานที่มีให้เลือกหลากหลาย นำเสนอในราคาท่านละ 2,500++ บาท เสิร์ฟพร้อมน้ำอัดลม น้ำผลไม้ และม็อกเทล

อาหารค่ำมื้อพิเศษจัดเสิร์ฟที่ห้องอาหาร Elements และห้องอาหาร Up & Above เฉพาะวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 เท่านั้น

สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ The Okura Prestige Bangkok

โทร. 02-687-9000

อีเมล์: fbreservations@okurabangkok.com

www.okurabangkok.com

Trout Is Not Salmon!: สัมผัสประสบการณ์ความสดของฟยอร์ดเทราต์แท้ๆ ส่งตรงจากประเทศนอร์เวย์

สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (Norwegian Seafood Council – NSC) ตัวแทนอุตสาหกรรมอาหารทะเลของประเทศนอร์เวย์ จัดงานดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ชวนลิ้มรสฟยอร์ดเทราต์และอาหารทะเลสดใหม่จากนอร์เวย์ ที่รังสรรค์ขึ้นโดยเชฟชาวไทยผู้เชี่ยวชาญในด้านอาหารสไตล์นอร์ดิก เชฟเฟรุ่งทิวาชุ่มมงคล หัวหน้าเชฟประจำห้องอาหารฟร้อนท์รูมโรงแรมวอลดอร์ฟแอสโทเรียพร้อมทั้งได้รับเกียรติจาก ทูร์เฮาวค์ อัครราชทูตที่ปรึกษา/รองหัวหน้าสถานทูตสถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย รวมถึงสื่อมวลชนและเหล่าพันธมิตรของสภาอุตสาหกรรมนอร์เวย์เข้าร่วม

อาหารมื้อค่ำสุดพิเศษนี้จัดโดยสภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์หรือ NSC ณ ห้องอาหาร ฟร้อนท์รูมโรงแรมวอลดอร์ฟแอสโทเรียกรุงเทพ เพื่อแนะนำอาหารทะเลสดคุณภาพพรีเมียมจากน้ำเย็นที่ใสสะอาดจากนอร์เวย์ อย่าง ฟยอร์ดเทราต์ ตัวเด่นของงาน ปูจักรพรรดิ ฮาลิบัทจากนอร์เวย์ ปิดท้ายด้วยของหวานรสเลิศ

ฟยอร์ดเทราต์จากนอร์เวย์สามารถรับประทานได้ทั้งแบบดิบและแบบปรุงสุก มีคุณค่าทางโภชนาการอันประกอบไปด้วยสารอาหารอย่างโปรตีน ซีลีเนียม และโอเมก้า-3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อหัวใจและสมอง นอกจากนี้ยังมีวิตามินดีที่ช่วยสร้างความแข็งแรงให้กระดูกและดีต่อสุขภาพ หากเปรียบเทียบกับแซลมอนซึ่งมีหน้าตาและรสชาติคล้ายคลึงกันแล้ว ฟยอร์ดเทราต์มีเนื้อที่แน่นกว่า มีหนังสีเงินและเนื้อที่ออกสีแดงสดกว่า และมีชั้นไขมันรสอร่อยแทรกอยู่ทั่วตัวโดยเฉพาะบริเวณพุง 

ดร. อัสบีเยิร์นวาร์วิคเรอร์ทเว็ท ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (NSC) กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดนำเข้าฟยอร์ดเทราต์จากนอร์เวย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่จากการสำรวจพบว่าคนไทยจำนวนมากยังไม่รู้จักปลาชนิดนี้ มีการเข้าใจผิดว่าเป็น ‘แซลมอนเทราต์’ อยู่บ่อยๆ ซึ่งไม่มีอยู่จริง อีกหนึ่งความน่าสนใจของฟยอร์ดเทราต์คือการที่ปลาชนิดนี้มีผลผลิตจำกัด ทำให้เป็นที่ต้องการสูง น้ำใสสะอาดของนอร์เวย์ที่รายล้อมไปด้วยฟยอร์ด ซึ่งเกิดจากการมาบรรจบกันของธารน้ำแข็งและน้ำเค็มของทะเล กลายเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงฟยอร์ดเทราต์ชั้นยอดและยั่งยืน”

ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีกับร้านอาหารระดับมิชลินในยุโรป ทำให้เชฟเฟมีความพิถีพิถันในการเลือกใช้วัตถุดิบมารังสรรค์เมนู “สำหรับเมนูในค่ำคืนนี้ ถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากอาหารทะเลสดคุณภาพพรีเมียมจากนอร์เวย์ โดยมีฟยอร์ดเทราต์เป็นพระเอกของงาน ด้วยรสชาติที่เหมาะกับการรับประทานทั้งแบบดิบและปรุงสุก ผสานกับการปรุงด้วยรสชาติและวัตถุดิบแบบไทยๆ กลายเป็นคอร์สอาหารสุดพิเศษที่อยากให้ทุกคนได้ลิ้มลอง” เชฟเฟรุ่งทิวาชุ่มมงคลกล่าวถึงเมนูอาหารในงาน

การบริโภคอาหารทะเลในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทั้งในร้านอาหารและที่บ้าน ความนิยมของอาหารญี่ปุ่น โดยเฉพาะซูชิและซาชิมิ ส่งผลให้ร้านอาหารต้องคัดสรรปลาดิบที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ ในขณะเดียวกันผู้จัดจำหน่ายอาหารทะเลต้องสรรหาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ซื้อไปปรุงเองที่บ้าน ปัจจุบันผู้บริโภคชาวไทยใส่ใจในวัตถุดิบ ความปลอดภัย และผลกระทบต่อความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จากรายงานเศรษฐกิจทางทะเลที่ยั่งยืนซึ่งนำเสนอต่อที่ประชุมสหประชาชาติเผยว่า หากมีการพัฒนาอุตสาหกรรมการประมงที่ยั่งยืน ปริมาณผลผลิตทางทะเลจะเพิ่มขึ้นได้ถึงหกเท่า และมีการปล่อยปริมาณก๊าซคาร์บอนที่ต่ำกว่าการผลิตอาหารประเภทอื่นๆ

ด้วยชื่อเสียงในฐานะผู้ส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่อันดับสองของโลก ทำให้อุตสาหกรรมอาหารทะเลของนอร์เวย์ยึดมั่นในการเลือกใช้เทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญขั้นสูง เพื่อดูแลความปลอดภัยของอาหารและจัดการการประมงอย่างยั่งยืน ฟยอร์ดเทราต์นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ส่งผลให้ชาวนอร์เวย์กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมการประมงในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นปลาชนิดแรกที่ชาวนอร์เวย์ได้ลองเพาะเลี้ยง การเพาะเลี้ยงฟยอร์ดเทราต์ต้องการการดูแลที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลผลิตคุณภาพสูง ต้องใช้การติดตามความปลอดภัยและความเป็นอยู่ตลอดอายุปลา เหล่านี้สำเร็จได้ด้วยมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารทะเลที่เข้มงวดและความเคารพต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่ประเทศนอร์เวย์ให้ความสำคัญอย่างสูงสุด

อัพแอนด์อะบัฟ บาร์ แนะนำเมนูเครื่องดื่มเพิ่มความอบอุ่นในช่วงปลายฝนต้นหนาว

อัพแอนด์อะบัฟ บาร์ (Up & Above bar) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) ขอแนะนำเมนูเครื่องดื่ม เฮอร์บาเชียส (Herbaceous) ค็อกเทลสูตรเฉพาะที่มีส่วนผสมของน้ำผลไม้ สมุนไพรและเครื่องเทศ ให้บริการระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2562 เท่านั้น

คุณคมชลัช ตันเปี่ยมทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเครื่องดื่มของโรงแรมฯ นำน้ำผลไม้ สมุนไพรและเครื่องเทศ นานาชนิดมาออกแบบเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มความอบอุ่นในช่วงปลายฝนต้นหนาว อาทิ ดีวายซีซี ทู เทสต์ (DYCC To Taste) เป็นเครื่องดื่มมาดเข้มที่มีรสชาติเปรี้ยวอมหวานจากการผสมผสาน แดรมบุย (Drambuie) ลิเคียวที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศ สมุนไพร และน้ำผึ้ง แคนาเดียนคลับอายุ 6 ปี (6-year-old Canadian Club) ลูกกระวาน และน้ำยูซุ ส่วนสตรอว์เบอร์รี จิงเจอร์ (Strawberry Ginger) เป็นเครื่องดื่มกลิ่นหอมหวานที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นจาก ฮาวาน่า รัม อายุ 7 ปี (7-year-old Havana Rum) น้ำสตรอว์เบอร์รีเข้มข้น ขิงแก่ น้ำมะนาวเลมอน และน้ำเชื่อมเมเปิ้ล (Maple Syrup) เป็นเครื่องดื่มรสเข้มที่เข้ากันได้ดีกับรสหอมหวานของสตรอว์เบอร์รี

ส่วนเครื่องดื่มที่ชื่อว่า คมชลัช คริสแซนติมัม (Khomcharat Chrysanthemum) นั้นเป็นเครื่องดื่มรสชาตินุ่มที่มีส่วนผสมของ แทนคิวเรย์ จิน (Tanqueray gin) เป็นจินพรีเมี่ยมจากประเทศอังกฤษ ครองต์โทร์ (Cointreau) ลิเคียวรสส้ม น้ำมะนาว น้ำคื่นช่ายฝรั่ง แต่งหน้าด้วยโฟมที่ทำจากน้ำเก็กฮวยโดยใช้เทคนิคที่เรียกว่าโมเลกุล (Molecular) ตกแต่งด้วยผงทองคำแท้ เป็นเครื่องดื่มแนะนำที่สาว ๆ ไม่ควรพลาด

นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มม็อกเทล วินเทอร์ฮันนี่ พรอมเมอกราเนต (Winter Honey Pomegranate) สำหรับให้บริการผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีส่วนผสมเป็นน้ำเชื่อมทับทิม น้ำผึ้ง และน้ำมะนาว เป็นเครื่องดื่มเพิ่มความสดชื่นรสชาติเปรี้ยวอมหวานหอมทับทิมอย่างลงตัว

เมนูเครื่องดื่มเพิ่มความอบอุ่นในช่วงปลายฝนต้นหนาวมีให้บริการทุกวันที่ อัพ แอนด์ อะบัฟ บาร์ ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 30 ธันวาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 12:00 น. ถึง 24:00 น

ห้องอาหาร ยามาซาโตะแนะนำอาหารชุดพิเศษช่วงฤดูใบไม้ร่วงในประเทศญี่ปุ่น

ห้องอาหารยามาซาโตะ (Yamazato) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) ห้องอาหารญี่ปุ่น ที่ได้รับ ‘มิชลิน เพลท’ (Michelin Plates) ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 จากคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก ‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย เตรียมอาหารชุดพิเศษที่ปรุงจากวัตถุดิบที่มีรสชาติโดดเด่นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 – 27 ตุลาคม 2562

เชฟชิเงรุ ฮางิวาระ (Shigeru Hagiwara) หัวหน้าพ่อครัว (Master Chef) ประจำห้องอาหาร ยามาซาโตะ สั่งนำเข้าวัตถุดิบสดใหม่ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานในช่วงฤดูใบไม้ร่วง มาปรุงเป็นอาหารญี่ปุ่นชุดพิเศษรสชาติแบบต้นตำรับ ให้บริการทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ

อาหารชุดมื้อกลางวัน ประกอบไปด้วย ปลาแมคเคอเรลและกุ้งย่างเสิร์ฟกับสาหร่ายและแตงกวาดอง ซุปใสใส่ลูกชิ้นเนื้อเป็ดบดละเอียด ไข่ตุ๋นและเห็ดชิเมจิ ปลาดิบชั้นดี 5 ชนิด (ปลาทูน่า ปลาหางเหลือง ปลาซาดีน กุ้งหวาน และหอยปีกนก) ปลาฮิราสึและเห็ดย่างทาซอสมายองเนสผสมมิโซะ ปลาซัมมะตุ๋นเสิร์ฟพร้อมฟองเต้าหู้ต้มซีอิ้ว มะเขือม่วงและฟักทอง เทมปุระกุ้ง ปลาดาบ และผักญี่ปุ่นนานาชนิด ข้าวญี่ปุ่นหุงกับน้ำซุปคลุกเคล้าเนื้อปลาแมคเคอเรลโรยหน้าไข่ปลาแซลมอน ใบโอบะและสาหร่าย ปิดท้ายอาหารกลางวันมื้อพิเศษนี้ด้วยพุดดิ้งเต้าหู้และมันหวานญี่ปุ่นโรยผงถั่วเหลืองราดน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง เสิร์ฟพร้อมผลไม้ตามฤดูกาล

ส่วนมื้อค่ำให้บริการอาหารชุด “ไคเซกิ” ตำรับราชสำนักญี่ปุ่นโบราณ ประกอบไปด้วยอาหารญี่ปุ่นอันหลากหลายที่ปรุงอย่างพิถีพิถันทั้งหมด 9 รายการ ได้แก่ ฟองเต้าหู้ราดซอสถั่วเหลืองและไข่หอยเม่น ตามด้วยปลาหมึกยักษ์ หอยปีกนกญี่ปุ่น เห็ดไมทาเกะ แปะก๊วย และเครื่องในปลาโบนิโต้ดองราดซอสไข่แดง ซุปเกี๊ยวปูใส่สาหร่ายคอมบุและเห็ด และปลาดิบชั้นดี 4 ชนิด (ปลาทูน่า ปลาซัมมะ ปลากระพงแดง และกุ้งหวาน) ส่วนอาหารย่างให้บริการเนื้อปลากระพงและเนื้อญี่ปุ่นย่างแบบโฮบายากิ (Hobayaki) เสิร์ฟพร้อมเห็ดหลวงญี่ปุ่น แปะก๊วย และเกาลัด อาหารตุ๋นเชฟให้บริการลูกชิ้นปลาแซลมอนตุ๋นเสิร์ฟกับต้นหอมญี่ปุ่นและเห็ดหอมญี่ปุ่นย่างในน้ำซุปผักโขม จากนั้นจึงให้บริการเทมปุระปูหิมะ กุ้ง ปลาดาบ และเห็ดชิเมจิ ตามด้วยเส้นหมี่ญี่ปุ่นน้ำญี่ปุนหน้าปลาไหลและเห็ดชิเมจิเสิร์ฟพร้อมกับข้าวห่อสาหร่ายไส้ผักดอง ปิดท้ายอาหารชุด “ไคเซกิ” ด้วยพุดดิ้งเต้าหู้และมันหวานญี่ปุ่นโรยผงถั่วเหลืองราดน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง และผลไม้ตามฤดูกาล

อาหารชุดพิเศษช่วงฤดูใบไม้ร่วงในประเทศญี่ปุ่น มีให้บริการระหว่าง
วันที่ 1 – 27 ตุลาคม 2562
มื้อกลางวันให้บริการตั้งแต่เวลา 11.30น. ถึง 14.30 น.
และมื้อค่ำให้บริการตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 22.30 น.

ห้องอาหาร อัพ แอนด์ อะบัฟ นำเข้าหอยเชลล์ฮอกไกโดจากประเทศญี่ปุ่นมาปรุงเมนูพิเศษ

ห้องอาหาร อัพ แอนด์ อะบัฟ (Up &Above) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) นำเข้าหอยเชลล์สดใหม่ ตัวใหญ่ คุณภาพดี ส่งตรงจากฮอกไกโดประเทศญี่ปุ่น มาปรุงเป็นเมนูพิเศษต้อนรับลมหนาว ให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 23 ธันวาคม 2562

หอยเชลล์ หรือในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า โฮตาเตะ (Hotate) เป็นอาหารทะเลชั้นดีที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะหอยเชลล์จาก ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ขนาดใหญ่เนื้อนุ่ม รสชาติอร่อย อุดมไปด้วยโปรตีนและวิตามิน B1 ที่ได้มาจากความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติของท้องทะเลบริเวณเกาะฮอกไกโด เชฟ อัลวาโร โรอ์ (Alvaro Roa) หัวหน้าพ่อครัวใหญ่ (Executive Chef) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ คัดสรรหอยเชลล์สดใหม่ตัวใหญ่ ส่งตรงจากฮอกไกโดนำมาย่างเป็นเมนูพิเศษให้ทุกท่านได้ลิ้มลอง อาทิ โฮตาเตะย่างเนย ที่ย่างให้สุกกำลังพอดี ชูรสชาติหวานอันเป็นเอกลักษณ์ของหอยเชลล์จากฮอกไกโด หรือจะราดซอสสูตรพิเศษ เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม จัดจ้านมากยิ่งขึ้น

เมนูหอยเชลล์ฮอกไกโดพร้อมให้บริการทุกวันที่ห้องอาหาร อัพ แอนด์ อะบัฟ
ตั้งแต่เวลา 12:30 น. – 22:30 น. ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม- 23 ธันวาคม 2562

การจัดกิจกรรมเทศกาล เวิลด์ กูร์เมต์ เฟสติวัล ครั้งที่ 20 ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ เพื่อสบทบทุนเพื่อการกุศล

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ โปรดเกล้าให้หม่อมราชวงศ์สมลาภ กิติยากร เป็นผู้แทนพระองค์ไปเปิดงานเทศกาลอาหารและไวน์ระดับโลก (เวิลด์ กูร์เมต์ เฟสติวัล) ประจำปี ครั้งที่ 20 ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2562

จากการจัดงานครั้งนี้ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ ได้รวบรวมรายได้จากการขายบัตรรับประทานอาหารมื้อค่ำตลอดเทศกาลทุกที่นั่ง (บริจาค 600 บาทต่อบัตร) และรายได้ทั้งหมดจากการประมูลของรางวัล อาทิ บัตรที่พักสุดหรูจากโรงแรม และรีสอร์ทหลายแห่งจากทั่วโลกในเครืออนันตรา และไมเนอร์ โฮเทลส์ รวมถึงตั๋วเครื่องบินจากสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลนส์ โดยจะนำไปร่วมบริจาคสมทบทุน กองทุนพระเจ้าวรวงศ์เธอฯ กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เพื่อช่วยลดการติดเอดส์ สภากาชาดไทย ต่อไป

โดยงานเทศกาลประจำปีนี้เกิดขึ้นและประสบความสำเร็จไปด้วยดี ด้วยการตอบรับจากเชฟระดับมิชลินสตาร์ทั้ง 16 ท่าน บินตรงมาจาก 9 ประเทศทั่วโลก เพื่อมาปรุงอาหารจานเด่นเคียงคู่กับไวน์รสเลิศกันอย่างสุดฝีมือ รวมถึงกิจกรรมมาสเตอร์คลาสเพื่อโชว์เทคนิคการทำอาหาร ตลอดเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็ม เชฟที่มาร่วมงานทั้งหมด คือ

เชฟโวล์ฟกัง เบคเกอร์ (Wolfgang Becker) จากห้องอาหาร Becker’s เยอรมนี ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 2 ดาว

เชฟไค โฮ (Kai Ho) จากห้องอาหาร Taïrroir ไต้หวัน ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 2 ดาว

เชฟอลัน จีแอม (Alan Geaam) จากห้องอาหาร Alan Geaam ฝรั่งเศส ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

เชฟชิโฮ คันซากิ และ เชฟมาร์เซโล ดิ กิอาโคโม (Chiho Kanzaki and Marcelo di Giacomo) จากห้องอาหาร Virtus ฝรั่งเศส ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

เชฟฮิเดกิ อี (Hideki Ii) จากห้องอาหาร Shirosaka ญี่ปุ่น ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

• เชฟแองเจล ซาปาตา มาร์ติน (Angel Zapata Martin) จากห้องอาหาร Barrafina สหราชอาณาจักร ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

เชฟฮาจิเมะ โอโตวะ และ เชฟโซ โอโตวะ (Hajime Otowa and So Otowa) จากห้องอาหาร Ciel et Sol ญี่ปุ่น ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

เชฟรุย ซิลเวสเตร (Rui Silvestre) จากห้องอาหาร Vistas in Vila Nova de Cacela โปรตุเกส ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

เชฟแอนเดรีย สปาโกนี (Andrea Spagoni) จากห้องอาหาร BeefBar ฮ่องกง ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

เชฟโยจิ โตกุโยชิ (Yoji Tokuyoshi) จากห้องอาหาร Tokuyoshi อิตาลี ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

เชฟริชชี่ ลิน (Richie Lin) จากห้องอาหาร Mume ไต้หวัน ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

เชฟเออร์เว่ เดอวิลล์ (Hervé Deville) จากห้องอาหาร Momo สหราชอาณาจักร

เชฟโรเจอร์ แวน แดม (Roger van Damme) จาก Het Gebaar เบลเยียม ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว

เชฟเอียน พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย จากห้องอาหาร อิษยา สยามมิสคลับ ประเทศไทย

ห้องอาหาร ยามาซาโตะ แนะนำเมนูอาหารชุดพิเศษฉลองเทศกาลดอกเบญจมาศของประเทศญี่ปุ่น

ห้องอาหาร ยามาซาโตะ (Yamazato) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) ห้องอาหารญี่ปุ่น ที่ได้รับ ‘มิชลิน เพลท’ (Michelin Plates) ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 จากคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก ‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย และ ติดอันดับ 1 ใน 20 ห้องอาหารที่ได้รับคะแนนสูงสุด จากหนังสือคู่มือนักชิม ‘Thailand Tatler Best Restaurants 2019’ จาก นิตยสารไทยแลนด์แทตเลอร์ ขอเชิญท่านมารับประทานอาหารชุดพิเศษเพื่อร่วมฉลองเทศกาลดอกเบญจมาศ เทศกาลประจำในฤดูใบไม้ร่วงของประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 1 ถึง 29 กันยายน 2562

เทศกาลดอกเบญจมาศหรือในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “คิคุ โนะ เซกกุ” ตรงกับวันที่ 9 เดือนกันยายนของทุกปี ถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญมาแต่โบราณ เนื่องจากดอกเบญจมาศเป็นดอกไม้ประจำชาติ และเป็นสัญลักษณ์ของจักรพรรดิ์ญี่ปุ่น อีกทั้งคนญี่ปุ่นเชื่อว่าวันนี้เป็นวันดี เนื่องจากวันและเดือนตรงกับเลข 9 ซึ่งเป็นเลขมงคล คนญี่ปุ่นเชื่อว่าดอกเบญจมาศเป็นดอกไม้มงคลจึงได้นำกลีบดอกเบญจมาศมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการทำอาหาร และเครื่องดื่ม อีกทั้งในช่วงเทศกาลคิคุ โนะ เซกกุ ร้านค้าต่าง ๆ ก็จะทำขนมเป็นรูปดอกเบญจมาศเพื่อจำหน่าย เนื่องจากคนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า เมื่อรับประทานดอกเบญจมาศจะทำให้มีปัญญาที่หลักแหลมและอายุยืนนาน

เชฟชิเงรุ ฮางิวาระ (Shigeru Hagiwara) หัวหน้าพ่อครัว (Master Chef) ประจำห้องอาหารยามาซาโตะ ได้คัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพดีที่คนญี่ปุ่นมักรับประทานในช่วงเทศกาลดอกเบญจมาศนำเข้ามาเป็นพิเศษเพื่อใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารชุดเพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลดอกเบญจมาศในทุกปี โดยอาหารชุดมื้อกลางวันประกอบไปด้วย ลูกพลับแห้ง แปะก๊วย กุ้ง และเห็ดไมทาเกะราดน้ำส้มสายชูสูตรพิเศษ โรยด้วยกลีบดอกเบญจมาศ ซุปใสใส่ลูกชิ้นปลาซาร์ดีน ต้นหอมญี่ปุ่นและขิง ปลาดิบชั้นดี 3 ชนิด ได้แก่ ปลาโมโดริโบนิโต้ หรือปลาโอ ปลาหมึก และปลาเข็มญี่ปุ่น จานหลักเป็นปลามูนฟิชย่างกับซอสอัลมอนด์ เสิร์ฟพร้อมกับมันหวานญี่ปุ่นและผักดอง ตามด้วยปลาหวานญี่ปุ่นตุ๋นรับประทานกับไข่ปลา เกาลัด มะเขือม่วงและตกแต่งด้วยแครอทแกะสลักรูปใบไม้ เทมปุระกุ้ง ปลาโกบี้และผักนานาชนิด ข้าวหน้าเห็ดและไข่ปลาแซลมอนโรยด้วยสาหร่ายญี่ปุ่นและใบโอบะ เสิร์ฟกับซุปมิโซะและผักดอง ปิดท้ายอาหารชุดมื้อกลางวันด้วย พายแอบเปิ้ลราดซอสชาเขียว และผลไม้ตามฤดูกาล

ส่วนมื้อค่ำ ให้บริการอาหารชุดพิเศษ “ไคเซกิ” ตามแบบราชสำนักญี่ปุ่นรสชาติต้นตำรับ มีอาหารญี่ปุ่นให้บริการหลายรายการ เริ่มจากอาหารเรียกน้ำย่อยให้บริการเป็น ฟองเต้าหู้สด ไข่หอยเม่น กับดอกกระเจี๊ยบญี่ปุ่นราดซอสสูตรพิเศษ ตามด้วยเมนูปลาแมคเคอเรลดอง กุ้ง ผักภูเขา เห็ดไมทาเกะ มะเขือเทศญี่ปุ่น และไข่ปลาคาเวียร์คลุกน้ำส้มสายชูญี่ปุ่นกลิ่นดอกเบญจมาศ ซุปใสลูกชิ้นปลาผสมถั่วแดงญี่ปุ่นและแปะก๊วย เห็ด แครอทและโรยหน้าด้วยผิวส้มยูซุ ปลาดิบชั้นดี 4 ชนิด ได้แก่ ปลาทูน่า ปลาหางเหลือง ปลาเข็มญี่ปุ่น กุ้งหวานญี่ปุ่น อาหารรายการถัดไปเป็นปลาแมคเคอเรลย่างกับส้มยูซุและหอยเชลล์ย่างเนยเสิร์ฟบนแผ่นไม้ซูกิตะเพื่อให้ได้ความหอมของไม้ รับประทานคู่กับไชเท้าดองและเม็ดแปะก๊วยย่าง ตามด้วยเป็ดตุ๋นกับตับห่าน เผือก เห็ดชิทาเกะและแครอท ตามด้วยเทมปุระปูหิมะ ปลาโกบี้ กุ้ง และผักนานาชนิด และเส้นหมี่น้ำญี่ปุ่นหน้าปลากระพงย่าง เสิร์ฟกับข้าวห่อสาหร่ายไส้ผักดอง ส่วนเมนูของหวานให้บริการพายแอบเปิ้ลราดซอสชาเขียวกับผลไม้ตามฤดูกาล อาหารชุดมื้อค่ำเพื่อร่วมฉลองเทศกาลดอกเบญจมาศ

อาหารชุดพิเศษสำหรับเทศกาลชมดอกเบญจมาศ
มีให้บริการระหว่างวันที่ 1 ถึง 29 กันยายน 2562 เท่านั้น
มื้อกลางวันให้บริการตั้งแต่เวลา 11.30 น. ถึง 14.30 น.
และมื้อค่ำให้บริการตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 22.30 น.