เย็นวันสุขที่ Mahanakhon Bangkok Skybar

เย็นวันศุกร์ที่ควรเป็นวันสุข เราไปหาสถานที่ชิลๆ เพื่อใช้เวลาหลังเลิกงานจิบเครื่องดื่มดีๆ อาหารอร่อยๆและชมวิวกรุงเทพฯ จากนั้นที่ 76 ของตึกมหานครกัน ที่ชั้น 76-77 จะเป็นที่ตั้งของ มหานคร แบงค็อก สกายบาร์ ห้องอาหารและบาร์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย ที่คิง เพาเวอร์ มหานคร หนึ่งในแลนด์มาร์คของกรุงเทพฯ ใจกลางสาทร

เรามีโอกาสมาเยือนที่นี่ก่อนจะเปิดอย่างเป็นทางการเมื่ออาทิตย์ก่อน และได้พบกับ Tristan Auer นักออกแบบของ  Tristan Auer จาก Wilson Associates  ที่ดีไซน์ห้องอาหารและบาร์ที่สวยงามนี้ เขาบอกว่าได้แรงบันดาลใจจากความเป็นแฟมินีนของกรุงเทพฯ มหานคร นั่นหมายถึงอัธยาศัยที่อ่อนน้อมของคนไทย เขาจึงเลือกใช้เส้นโค้งมาเป็นส่วนหนึ่งของดีไซน์ วัสดุเลือกใช้ไม้ที่มีความนุ่มนวลอบอุ่น ไม่เลือกใช้หินอ่อนมากนักเพราะว่ามีความมัสคิวลีน จะมีในส่วนเคาน์เตอร์บาร์แต่ไม่ใช้ปูพื้น พื้นที่นี่เป็นไม้ปูพรมชิ้นทับ เขาเลือกใช้ไม้สานแบบต่างๆ มาตกแต่ง บางส่วนเขาใช้โลหะต่างชนิดทำผิวต่างๆ มากรุบนผนังให้เป็นเสมือนงานศิลปะนามธรรม และพื้นที่กึ่งกลางแจ้งด้านนอกตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้นานาเพื่อสะท้อนบรรยากาศป่าร้อนชื้นของเมืองไทย

การแบ่งโซนพื้นที่ทำอย่างเป็นสัดส่วนแต่ก็ไม่ได้แยกขาดจากกัน เพราะที่นี่เป้นห้องอาหารกึ่งบาร์ แขกจะอยู่ในบรรยากาศที่กันเองและสามารถมองสังสรรค์พูดคุยกันได้ โดยบู้ธดีเจจะอยู่ชั้นบนของห้องตรงชานบันได ว่ากันว่าเป็นบู้ธดีเจที่มองเห็นวิวสวยที่สุดในประเทศไทย เพราะมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ด้านบนนี้ก็มีโซนส่วนตัวที่ไม่ได้แบ่งเป็นห้องๆ แต่จะแบ่งโซนด้วยการจัดกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ ทำให้มีความเป็นส่วนตัวแต่ก็ไม่แยกขาดจากบรรยากาศของห้องอาหาร

Tristan Auer ใส่ใจรายละเอียดในทุกจุด แม้ความสูงของโต๊ะอาหารที่นี่ก็ไม่ได้สูงแบบโต๊ะอาหารปกติ หากแต่เป็นความสูงของโต๊ะที่แฮรีบาร์ บาร์อเมริกันในเวนิซที่เป็นต้นกำเนิดของค็อกเทลเบลลินี Tristan Auer บอกว่าความสูงของโต๊ะระดับนี้เหมาะจะให้คนสังสรรค์กันแต่ก็ยังรับประทานอาหารได้สะดวก สูงไปก็เป็นโต๊ะอาหารปกติ เตี้ยไปก็ไม่เหมาะจะนั่งรับประทานอาหาร

นอกจากนี้อาหารและเครื่องดื่มของที่นี่ยังได้รับการคัดสรรมาอย่างพิเศษโดยทีมงาน Johan Per Simon Davidsson ที่มีประสบการณ์คร่ำหวอดมายาวนานในแวดวงอาหารและเครื่องดื่ม

“มหานคร แบงค็อก สกายบาร์” เปิดให้บริการเครื่องดื่มและอาหารค่ำทุกวัน ในช่วงเวลา17.00-01.00 น. สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่www.mahanakhonbangkokskybar.com

Seasoning Thai cuisine at Terrace Rim Naam

บ้านเรามีความอุดมสมบูรณ์ห้องอาหารการกินจนบางครั้งเราลืมสังเกตไปว่าเครื่องปรุงแต่ละชนิดก็มีฤดูกาล ด้วยความที่มีผักผลไม้ในแต่ละฤดูหมุนเวียนมาให้ปรุงเป็นอาหารเสมอ แต่สำหรับ เชฟป้อม – พัชรา พิระภาค ซึ่งเพิ่งมาทำหน้าที่หัวหน้าเชฟประจำห้องอาหาร เทอเรซ ริมน้ำ (Chef Phatchara Pirapak, Chef de Cuisine, Terrace Rim Naam) ได้นำเอาเครื่องปรุงที่เด่นในแต่ละช่วงฤดูมาปรุงเป็นอาหารไทยรสเลิศ โดยตัวเชฟเอกมีความโดดเด่นด้านการปรุงอาหารไทยโบราณมาก โดยคว้าดาวมิชลินให้ห้องอาหารไทยที่เธอเคยทำงานอยู่

เชฟป้อมเติบโตในครอบครัวไทยที่นิยมรับประทานอาหารนอกบ้าน แต่เชฟกลับสนใจเรื่องการทำอาหาร เริ่มต้นฝึกหัดทำอาหารครั้งแรกเมื่ออายุ 13 ปี เธอรู้สึกว่าการทำอาหารไทยคือความปรารถนาสูงสุดของชีวิต เชฟป้อมเริ่มต้นทำงานเป็นครั้งแรก เมื่ออายุ 21 ปี ตำแหน่งผู้ช่วยเชฟ (Commis Chef) ที่ร้านอาหารไทย สยาม วิสดอม (Siam Wisdom Cuisine) ต่อมาเมื่ออายุ 27 ปีได้เข้าทำงานในร้านอาหารไทย ‘เสน่ห์จันทน์’ ตำแหน่งรองหัวหน้าเชฟ (Sous Chef) จากความทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ จนนำมาสู่ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต ซึ่งเชฟเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของความสำเร็จในการคว้ารางวัลหนึ่งดาวมิชลิน ปี พ.ศ. 2558
ปรัชญาการปรุงอาหารของเชฟป้อม คือความประณีตในการเลือกสรรวัตถุดิบไทยตามฤดูกาลที่มาจากแหล่งผู้ผลิตที่ดีที่สุด เช่น น้ำปลาจากจังหวัดตราด, กะปิจากจังหวัดระยอง, เกลือสีชมพูหิมาลายันให้คุณประโยชน์สูงจากประเทศปากีสถาน, ผักสดใหม่จากโครงการหลวงและผู้ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ เป็นต้น

โดยนำมาปรุงอาหารให้คงคุณค่าตามหลักโภชนาการและมีสรรพคุณทางยาเป็นเอกลัษณ์ของอาหารไทย

อาหารที่เชฟป้อมทำสำหรับที่นี่ อาทิ น้ำพริกกุ้งโจน, ต้มกะทิปลาสลิดย่างมะพร้าวคั้น, เป็ดคั่วแบบลาวพวน และยำใหญ่ใส่สารพัด เป็นต้น ตำรับอาหารไทยโบราณเหล่านี้ บางอย่างคนไทยยุคนี้แทบจะไม่รู้จักกันแล้ว โดยมีเมนูอาหารไทยตามสั่งอื่นๆ

ห้องอาหาร เทอเรซ ริมน้ำ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา รายล้อมด้วยความสวยงามร่มรื่นย์เขียวขจีบ ตรงข้ามกับโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ บนถนนเจริญนคร บริการเมนูอาหารไทยโบราณตำรับพื้นบ้าน และเมนูอาหารไทยตามสั่ง ให้บริการทุกวัน เวลา 17:00 – 22:30 น.

ห้องอาหาร ศาลาริมน้ำ ตั้งอยู่ภายในศาลาทรงไทยตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม ติดกับห้องอาหาร เทอเรซ ริมน้ำ นำเสนอประสบการณ์การรับประทานอาหารที่เป็นเอกลักษณ์วัฒนธรรมของอาหารไทยต้นตำรับ โดยเชฟประเสริฐ สัสดีวงศ์ หัวหน้าเชฟไทย ให้บริการบุฟเฟ่ต์อาหารไทยมื้อกลางวัน เวลา 11:30 – 14:30 น. และมื้อค่ำบริการชุดสำรับอาหารไทย (Royal Thai Set Dinner) พร้อมโชว์การแสดงนาฏศิลป์ไทยสวยงามตระการตา เวลา 19:00 – 22:30 น.

www.mandarinoriental.com/bangkok
Facebook: @MandarinOrientalBangkok

From Chengdu to Bangkok

เพราะความเผ็ดร้อนส่งผ่านกันได้ เชฟบอริส หยาง จึงบินตรงจากเมืองเฉิงตู สู่กรุงเทพมหานครเพื่อรังสรรค์อาหารเผ็ดร้อนในแบบฉบับเสฉวนให้กับชาวไทย และทำให้เรารู้ว่าความเผ็ดจัดจ้านนั้นมีหลายแง่มุมจริงๆ

สำหรับชาวไทยที่คุ้นชินกับอาหารเผ็ดร้อนที่ปรุงด้วยพริกนั้น คำว่า ‘อาหารรสจัดจ้านสไตล์เสฉวน’ อาจจะไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นชวนให้น้ำลายสอสักเท่าไหร่ แต่หลังจากที่ได้ลองลิ้มรสอาหารจีนที่เชฟบอริส หยาง บินมาปรุงให้กับห้องอาหารจีนแชงพาเลซ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ เป็นเวลาเพียงสิบวันตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึง 21 กรกฎาคมนี้ก็ทำให้เรารู้ได้เลยว่า ความเผ็ดร้อนของเครื่องเทศที่เรียกว่า ‘หมาล่า’ นั้นเป็นคนละเรื่องกับรสชาติเผ็ดที่เรากินอยู่ทุกวันเลยทีเดียว

เมนูอาหารหลากหลายนั้นปรุงจากวัตถุดิบดั้งเดิมคุณภาพสูงที่ส่งตรงจากมณฑลเสฉวนเท่านั้น ทำให้อาหารแต่ละจานมาพร้อมกับวัฒนธรรมการกินแบบดั้งเดิม ซึ่งเราแนะนำเมนูไก่หมักซอส เสิร์ฟพร้อมถั่วลิสงในน้ำมันพริกเสฉวน เนื้อสไลด์ เสิร์ฟคู่ผักชีฝรั่งและซุปเสฉวน กุ้งผัดพริกเสฉวน และเป็ดต้มกับเห็ดในน้ำซุปพริกไทยอ่อน

แม้ว่าเชฟบอริสจะมาเยือนโรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ เป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่ความประทับใจในอาหารรสชาติจัดจ้านที่เคยได้ลิ้มลองนั้นจะประทับใจไปอีกยาวอย่างแน่นอน

อาหารจีนเสฉวนเลือกสรรค์โดยเชฟบอริสจะพร้อมเสิร์ฟที่ห้องอาหารจีนแชงพาเลซ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 11 – 21 กรกฎาคมนี้เท่านั้น

World Chocolate Day Celebrations

ตั๋วทองเยี่ยมชมโรงงานช็อคโกแลตในฝัน ใครที่อยากจะไปเยี่ยมโรงงานช็อกโกแลตของวิลลี่ วองก้า อาจจะไม่ต้องรออีกต่อไป เพราะฝันนั้นเป็นจริงได้ง่ายๆ ในช่วง World Chocolate Day Celebrations หรือการเฉลิมฉลองวันช็อกโกแลตโลก ที่โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ ในวันที่ 6-7 กรกฎาคมนี้เท่านั้น

ต้องเล่าก่อนว่า World Chocolate Day หมายถึงวันช็อกโกแลตสากลที่อิงกับวันที่ 7 กรกฎาคม ของทุกปี ว่ากันว่าไม่ได้เร่ิมมานมนานกาเลเท่ากับการรู้จักช็อกโกแลตขึ้นในโลกนี้ที่เป็นที่รู้จักในยุโรปเมื่อศตวรรษที่ 16 แต่การบันทึกว่าวันช็อกโกแลตโลกคือวันที่ 7 กรกฎาคมนั้นได้มีการบันทึกมาในช่วงต้นปี 2009 นี้เอง แสดงว่าอาจจะมีบางที่ที่จัดฉลองวันช็อกโกแลตโลกขึ้นก่อนหน้านั้น

เราได้ไปเยือนโรงงานของมิสเตอร์วองก้าที่สร้างสรรค์ขึ้นมาในห้อง Jester โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ ก่อนวันงานจริง แต่ในวันที่เสาร์ที่ 6 และอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคมนี้ จะจัดอย่างใหญ่โตกว่า โดยมีที่ล้อบบี้ของโรงแรมด้วย เพื่อฉลองวันช็อกโกแลตโลก World Chocolate Day แต่ภายในห้องเจสเตอร์จะกลายเป็นโรงงานช็อกโกเลตในโลกในฝันรวมทั้งบุฟเฟ่ต์บรันซ์ ในสองวันนี้ตั้งแต่เวลา 12.00 น. – 15.00 น.

ทุกคนจะได้ชมชมการสาธิตการทำช็อกโกแลตหลากหลายรูปแบบ พร้อมเพลิดเพลินกับการลิ้มลองขนมที่ทำจากช็อกโกแลต อาทิ ช็อกโกแลตทรัฟเฟิล ช็อคโกแลตซุปเปอร์ฟู้ดที่มีส่วนผสมจากผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงอย่าง Acai จากป่าแอมะซอน อมยิ้มช็อกโกแลต เค้กช็อกโกแลตไร้แป้งที่เข้มข้นอร่อยมาก มาเดอลีนช็อกโกแลตที่เคลือบช็อกโกแลตรสต่างๆ คานาเล่ช็อกโกแลต รวมทั้งเครื่องดื่มช็อกโกแลตเข้มข้มสูตรคลาสสิกที่ต้องลองรวมทั้งสูตรพิเศษที่มีทุเรียนอยู่ด้วย รับรองว่าจะต้องติดใจ ในส่วนของบุฟเฟ่ต์บรันซ์จะเป็นเมนูที่ขึ้นชื่อของที่นี่อยู่แล้วทั้งหอยนางรม ปูยักษ์อลาสก้า ล็อบสเตอร์ ฯลฯ

บุฟเฟ่ต์บรันซ์ + การเยี่ยมชมโรงงานช็อคโกแลตในฝัน เฉพาะวันที่ 6 – 7 กรกฎาคมนี้ ราคา 2,490++ บาทต่อท่าน (3,990++ บาทต่อท่านรวมไวน์ และเบียร์) www.peninsula.com

“ The Cloud SANSIRI x THE COFFEE CLUB ”

เปิดท้องฟ้าแห่งใหม่ใจกลางเมืองให้ทุกคนได้รีชารจ์พลังบนพื้นที่สุดชิลล์ สำหรับคนที่ไลฟ์สไตล์และสุขภาพดีกับ Feel Good Menu เมนูสุขภาพดีต่อใจและกายที่ THE COFFEE CLUB สร้างสรรค์ขึ้นเฉพาะ THE CLOUD และพร้อมสัมผัสประสบการณ์แห่งการอยู่อาศัยแบบชีวิตดีๆ กับ Sansiri Gallery พื้นที่มอบประสบการณ์รูปแบบใหม่ครั้งแรกในเมืองไทยของแสนสิริ ที่ชั้น 3 สยามพารากอน

ภายใต้คอนเซ็ปต์ Wellness and Better Living Experience
THE CLOUD เกิดจากความร่วมมือระหว่าง แสนสิริ ผู้นำแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์จากประเทศไทยและ THE COFFEE CLUB ผู้นำแห่งวงการคาเฟ่และร้านอาหารชื่อดังจากออสเตรเลีย เปิดพื้นที่ใหม่ที่จะพาคุณเข้าสู่โลกแห่งประสบการณ์ Wellness and Better Living Experience ผ่านการผ่อนคลาย เติมพลัง และสัมผัสประสบกาณ์ใหม่ๆ ในเซลล์เซ็นเตอร์ของแสนสิริที่รวมเอาคาเฟ่และร้านอาหารคอนเซ็ปต์ใหม่จาก THE COFFEE CLUB

เซลล์เซ็นเตอร์นี้ตั้งอยู่ในพื้นที่สไตล์มินิมอลจากการเลือกใช้โทนสีและวัสดุที่สร้างความรู้สึกสบายและเป็นกันเอง นำนวัตกรรมมาปรับใช้ในการนำเสนอโครงการต่างๆ อาทิ Experience Panels ที่ช่วยนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ของแสนสิริอย่างน่าสนใจ รวมถึงยังเป็นครั้งแรกในไทยที่ใช้โรบ็อตอัจฉริยะเพื่อบอกเล่าข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ

ในส่วนของคาเฟ่และร้านอาหาร ยังนับเป็นครั้งแรกในเอเชียที่ THE COFFEE CLUB ได้ปรับคอนเซ็ปต์ของอาหารและการตกแต่งเพื่อสร้างเซอร์ไพรส์โดยได้การรังสรรค์เมนูอาหารใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อ THE CLOUD โดยเฉพาะ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Feel Good Menu” โดยนำเสนอ 10 เมนูใหม่ ซึ่ง 4 ใน 10 เมนู ได้รับคำแนะนำจาก พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล หรือที่รู้จักกันในนาม หมอผิง หญิงเก่งแห่งวงการเวชศาสตร์ชะลอวัยจากโรงพยาบาลสมิติเวชในการเลือกใช้วัตถุดิบที่ทานแล้วดีต่อสุขภาพและรสชาติอร่อยทานได้ง่าย

ภายในงานเต็มไปด้วยแขกผู้มีเกียรติสนใจในไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ นี้ และคุณอภิชาติ จูตระกูล ประธานกรรมการและประธานอำนวยการบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และ คุณชุมพจน์ ตันติสุนทร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยเชฟ เจมส์ เบรนบิวรี่ Head of Global Culinary ของเดอะ คอฟฟี่ คลับ ที่มากล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ 

นอกจากนี้ พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล ที่จะมาเล่าถึงความร่วมมือในการคิดค้นอาหารเพื่อสุขภาพเพื่อ THE CLOUD และให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ และยังได้คุณลูกเกด เมทินี กิ่งโพยม นางแบบตัวแม่ที่คนรุ่นใหม่ยกให้เป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิต ตั้งแต่หน้าที่การงาน การดูแลครอบครัว รวมไปถึงการรักษาสุขภาพ

คุณสามารถสัมผัสประสบการณ์ใหม่แห่งวิถีชีวิตคนเมืองที่ใส่ใจสุขภาพได้ที่ THE CLOUD ชั้น 3 สยามพารากอน

 #THECLOUDSANSIRI #THECLOUDTHECOFFEECLUB #HommesThailand

บุฟเฟต์มื้อสายวันอาทิตย์ ที่ ห้องอาหารอัพ แอนด์ อะบัฟ

ห้องอาหารอัพ แอนด์ อะบัฟ (Up & Above Restaurant) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) ให้บริการบุฟเฟต์มื้อสายวันอาทิตย์ (Sunday Brunch)  มื้ออาหารยอดนิยมสำหรับครอบครัวที่คนกรุงเทพฯ ชื่นชอบ ให้บริการทุกวันอาทิตย์ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ถึง 15.00 น. มีอาหารนานาชาติหลากหลายเมนูให้คุณได้เลือกรับประทานอย่างไม่จำกัด 

เชฟได้คัดสรรเมนูน่ารับประทานหลายหลากหลายสัญชาติมาให้บริการแก่ทุกท่าน ทั้งอาหารญี่ปุ่น อาหารอเมริกัน อาหารฝรั่งเศส อาหารไทย โดยมีอาหารจานหลักปรุงจานต่อจานให้บริการ อาทิ ตับห่านย่างเสิร์ฟบนขนมปัง ล็อบสเตอร์จากแคนาดาย่าง มุมอาหารญี่ปุ่นให้บริการอาหารญี่ปุ่นสดใหม่ อาทิ ปลาดิบ สด ๆ ข้าวห่อสาหร่าย และข้าวหน้าปลาดิบหลายรายการ ทาโกะยากิ ยากิโทริ ปลาทูน่าตาตากิเสิร์ฟกับซอสพอนซึ (Ponzu)

นอกจากนั้นยังมีอาหารทะเลสดๆ ที่ทุกคนชื่นชอบให้บริการแบบเย็นฉ่ำบนน้ำแข็ง ได้แก่ หอยนางรมสด ๆ นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส ออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา กระเทาะเปลือกกันแบบสด ๆ ล็อบสเตอร์จากรัฐเมน ขาปูอลาสก้า ปูทะเล ปูม้า กุ้ง หอยแมลงภู่จากนิวซีแลนด์ กั้ง และหอยตลับมะนิลา ส่วนอาหารทะเลปรุงร้อน ได้แก่ กุ้งแม่น้ำย่าง กุ้งลายเสือย่าง หอยเชลล์จากญี่ปุ่นย่าง หอยนางรมย่าง และปลาหมึกย่าง มุมพาสต้าให้บริการพาสต้าเส้นสดปรุงกับซอสในแบบที่คุณโปรดปราน ได้แก่เพสโต้ซอส คาโบนาลา โบลองเนส ซอสหอยแมลภู่ รวมถึงครีมซอสไข่ปลาเมนไทโกะ พลาดไม่ได้กับมุมเนื้ออบเวลลิ่งตัน สเต็กเนื้อสันในห่อด้วยแป้งพายอบสุกกำลังดีรสชาติอร่อยกลมกล่อม ให้บริการกับยอร์กเชียพุดดิ้ง (Yorkshire Pudding) และ ซอสไวน์แดง รับประทานกับสลัดผักนานาชนิด ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยผลไม้สดตามฤดูกาลและขนมหวานนานาชนิด รวมไปถึงขนมหวานที่ทำสดใหม่ ได้แก่ ช็อคโกแลตลาวา และ วาฟเฟิลทำสดใหม่ให้บริการคู่กับไอศครีมโฮมเมด 

บุฟเฟต์มื้อสายวันอาทิตย์ มีให้บริการทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 12.00 น ถึง 15.00 น. ราคาท่านละ 4,100++ บาท ให้บริการอาหารแบบไม่จำกัดพร้อมแชมเปญ ไวน์ เบียร์ ค็อกเทลนานาชนิด ชา กาแฟ น้ำอัดลม และน้ำผลไม้ ราคาท่านละ 3,500++ บาท  ให้บริการอาหารอันหลากหลายกับไวน์โพรเซคโค เบียร์ ค็อกเทลนานาชนิด ชา กาแฟ น้ำอัดลม และน้ำผลไม้ และราคาท่านละ 2,800++ บาท ให้บริการพร้อมชา กาแฟ น้ำอัดลม และน้ำผลไม้ สำหรับเด็กอายุ ระหว่าง 7 ถึง 12 ปี  ราคาท่านละ 1,050++ บาท 

ห้องอาหารอัพ แอนด์ อะบัฟ ตั้งอยู่ที่ชั้น 24 โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสนใจสำรองที่นั่ง กรุณาติดต่อ 02 687 9000 อีเมล์ upandabove@okurabangkok.com หรือที่เว็บไซต์ www.okurabangkok.com 

เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ขอแนะนำขนมไหว้พระจันทร์แสนอร่อย 4 รสชาติ บรรจุในกล่องหรู ลิมิเต็ด อิดิชั่น

โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ร่วมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเทศกาลของชาวจีนแต่โบราณ จัดขึ้นในช่วงกลางฤดูใบไม้ร่วง แรม 15 ค่ำ เดือน 8 ตามปฏิทินจีน หรือในช่วงเดือนกันยายนตามปฏิทินสากลที่กำลังจะถึงนี้ โดยการมอบขนมไหว้พระจันทร์ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ซึ่งแสดงถึงการแบ่งปันและการมอบความรักให้กับครอบครัว มิตรสหาย เพื่อนร่วมงาน รวมถึงเป็นของขวัญเพื่ออวยพรให้ผู้รับมีความสุขและความเจริญรุ่งเรือง 

ต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ด้วยความอร่อยของขนมไหว้พระจันทร์ทั้ง 4 รสชาติให้ท่านได้เลือกลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็นไส้ทุเรียนไข่แดง ซึ่งผลิตจากทุเรียนหมอนทองพันธุ์ดี ให้รสชาติหวานมันกลมกล่อม ไส้พุทราจีนไข่แดง นำเสนอการผสมผสานระหว่างวัตถุดิบคลาสสิกอย่างพุทราจีนและแป้งสูตรพิเศษ ตัดรสด้วยความเค็มมันของไข่แดงได้อย่างลงตัว ไส้ลูกบัวไข่แดง หนึ่งในรสชาติสุดโปรดของทุกคนในครอบครัว และไส้ถั่วเหลืองมะพร้าวใบเตย ที่เมื่อรับประทานแล้วจะเพลิดเพลินไปกับความเนียนนุ่มชุ่มลิ้นและความหอมหวานในทุกคำที่สัมผัส

ขนมไหว้พระจันทร์บรรจุในกล่องสุดหรู ลิมิเต็ด อิดิชั่น สี Living Coral หรือสีปะการัง ซึ่งถือเป็นสีแห่งปี 2562 (Color of the Year 2019) ที่สื่อถึงความอบอุ่น ความเป็นธรรมชาติ และในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกสนุกสนานและมีชีวิตชีวา ออกแบบอย่างประณีตในดีไซน์ทรงกลมสวยงาม สามารถใช้เป็นกรอบรูปโมบายแขวนที่ระลึกเพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ผู้รับ ราคากล่องละ 1,288 บาท+ บรรจุ 4 ชิ้น มีวางจำหน่ายที่ เดอะ เลานจ์ ชั้น 1 โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม เป็นต้นไป

เนื่องจากขนมไหว้พระจันทร์ผลิตจำนวนจำกัด ท่านสามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ พร้อมรับส่วนลดพิเศษ 20% เมื่อสังซื้อและชำระเงินภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2562 และรับบริการส่งฟรีในเขตกรุงเทพและปริมณฑล เมื่อสั่งซื้อ 100 กล่องขึ้นไป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อล่วงหน้า กรุณาติดต่อที่ เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ โทร 02 207 7777 หรือ fb.bangkok@stregis.com เยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ www.stregisbangkok.com 

ห้องอาหารอัพ แอนด์ อะบัฟขอแนะนำเมนูเนื้อนำเข้าสุดพรีเมียมที่ไม่อยากให้ทุกท่านพลาด

ห้องอาหาร อัพ แอนด์ อะบัฟ (Up & Above Restaurant) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) ขอเสนอเมนูเนื้อนำเข้าสุดพรีเมียม จากรัฐทัสมาเนีย ประเทศออสเตรเลีย และเมืองคาโกชิม่า ประเทศญี่ปุ่น มีให้บริการเฉพาะวันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 31 สิงหาคม 2562 เท่านั้น 

เชฟ อัลวาโร โรอ์ (Alvaro Roa) หัวหน้าพ่อครัวใหญ่ (Executive Chef ) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ คัดสรรเนื้อวัว คุณภาพดี ส่งตรงจากประเทศออสเตรเลียและประเทศญี่ปุ่น นำมาย่างในระดับที่คุณโปรดปราน ได้แก่ สเต็กเนื้อโทมาฮอก (Tomahawk) เนื้อติดซี่โครงส่วนที่ใหญ่ที่สุด ขนาด 1 กิโลกรัม นำเข้าจากทัสมาเนีย ประเทศออสเตรเลีย เหมาะสำหรับรับประทาน  2 ท่าน ราคา 5,500++ บาท และเนื้อคาโกชิม่า เนื้อสันในคุณภาพดีที่มีความชุ่มฉ่ำและมีชั้นไขมันแทรกอยู่ในเนื้อ เป็นเนื้อที่ได้มาจากวัวดำสายพันธุ์ดีจากเกาะคิวชู ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น ขนาดชิ้นละ 200 กรัม ราคา 1,600++ บาท รับประทานกับเครื่องเคียงเลิศรสเลือกจาก ฝักทองบดกับน้ำผึ้ง เห็ดชิทาเกะย่าง หน่อไม้ฝรั่งย่าง หัวไชเท้าผัดเนย หรือมันฝรั่งทอดโรยผงพริกญี่ปุ่น 

เมนูเนื้อนำเข้าสุดพรีเมียม มีให้บริการที่ ห้องอาหาร อัพ แอนด์ อะบัฟ ทุกวันตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2562 ระหว่างเวลา 12.00 น. ถึง 22.30 น. 

ห้องอาหาร อัพ แอนด์ อะบัฟ ตั้งอยู่ที่ชั้น 24 โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง กรุณาติดต่อ 02 687 9000 หรือ upandabove@okurabangkok.com

ร่วมสืบสานตำนานเทศกาลทานาบาตะของประเทศญี่ปุ่นที่ห้องอาหารยามาซาโตะ

ห้องอาหาร ยามาซาโตะ (Yamazato) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) เชิญชวนทุกท่านมาเขียนคำอธิฐานในช่วงเทศกาล “ทานาบาตะ” หรือเทศกาลขอพรจากดวงดาวของชาวญี่ปุ่น พร้อมรับประทานอาหารชุดพิเศษระหว่างวันที่ 1 ถึง 28 กรกฎาคม 2562

เทศกาล “ทานาบาตะ” ตำนานความรักของสาวทอผ้า และหนุ่มเลี้ยงวัว ซึ่งมีอุปสรรคและโดนลงโทษให้แยกจากกันโดยมีแม่น้ำแห่งสวรรค์หรือทางช้างเผือกกั้นทั้งสองไว้  ซึ่งชาวญี่ปุ่นจะอธิษฐานขอพรจากดวงดาวให้เกิดปาฎิหารย์ เพื่อให้ทั้งสองได้พบกันในวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี คำอธิษฐานเหล่านั้นจะถูกเขียนในกระดาษสี และนำไปแขวนบนต้นไผ่ กระดาษคำอธิฐานเหล่านั้นจะถูกนำไปเผา หรือพับเป็นเรือเพื่อลอยน้ำ เพื่อดลบันดาลให้คำอธิฐานนั้นเป็นจริง 

ห้องอาหารยามาซาโตะ เชิญชวนทุกท่านมาเขียนคำอธิษฐานบนกระดาษสีและแขวนประดับบนต้นไผ่บริเวณหน้าห้องอาหาร และรับประทานอาหารชุดพิเศษเพื่อร่วมสืบสานตำนานเทศกาลทานาบาตะ โดยเชฟชิเงรุ ฮางิวาระ (Shigeru Hagiwara) หัวหน้าพ่อครัวประจำห้องอาหารยามาซาโตะ ได้จัดเตรียมอาหารชุดทั้งมื้อกลางวัน และมื้อค่ำเป็นพิเศษเพื่อให้ทุกท่านรำลึกถึงเทศกาลทานาบาตะ 

อาหารชุดมื้อกลางวัน ราคาชุดละ 1,400++ บาท ประกอบไปด้วย อาหารเรียกน้ำย่อย ได้แก่ เป็ดรมควัน หอยแมลงภู่ ข้าวโพดอ่อนราดด้วยซอสน้ำส้มสายชูผสมไข่แดงตกแต่งด้วยพริกหยวกรูปดาว ซุปใสใส่กุ้ง เห็ดชิเมจิ วุ้นเส้นและผักญี่ปุ่น เสิร์ฟมาพร้อมกับปลาดิบชั้นดี 3 ชนิด (ปลาทูน่า, ปลาหางเหลือง, หอยปีกนก) จากนั้นเสิร์ฟปลามูนฟิชย่างราดซอสมายองเนสผสมข้าวโพด มันหวานญี่ปุ่น และมะเขือเทศดองหวานตกแต่งด้วยพริกหยวกรูปดาว พร้อมกับปลาไหลตุ๋นกับผักญี่ปุ่น และแครอทรูปดาว  เทมปุระรวม ข้าวหน้าปลาดาบเงินและไข่ปลาแซลมอน ซุปมิโซะ และผักดอง ปิดท้ายมื้ออาหารกลางวันด้วยผลไม้ตามฤดูกาล และพุดดิ้งมะม่วงราดซอสชาเขียวและถั่วแดง 

ส่วนอาหารชุดมื้อค่ำ ให้บริการแบบ “ไคเซกิ”  ตามแบบราชสำนักญี่ปุ่น ราคาชุดละ 4,700++ บาท ประกอบไปด้วยอาหารน่ารับประทาน 9 รายการ อาทิ ฟองเต้าหู้สด ไข่หอยเม่น เก๋ากี้และดอกกระเจี๊ยบรูปดาวราดซอสสูตรพิเศษ เสิร์ฟมาพร้อมกับปลาไหลย่าง ปลาหมึก เห็ดไมทาเกะราดซอสงา ซุปลูกชิ้นปลาไหลใส่สาหร่ายทะเล ปลาดิบชั้นดี 4 ชนิด (ปลาทูน่า, กุ้งหวานญี่ปุ่น, ปลาหางเหลือง,หอยปีกนกญี่ปุ่น) ปลาแมคเคอเรลย่างเสิร์ฟกับเนื้อย่างราดซอสมิโซะแบบเผ็ด เนื้อเป็ดตุ๋นกับผักนานาชนิด เทมปุระปูหิมะ ปลาดาบเงิน เห็ดและผักญี่ปุ่น เส้นหมี่น้ำหน้าปลาหวานญี่ปุ่นโรยด้วยเห็ดชิเมจิ เปลือกส้มยูซุขูดเพิ่มรสชาติให้น้ำซุปกลมกล่อม ให้บริการพร้อมกับข้าวห่อสาหร่ายไส้ผักดองญี่ปุ่น ส่วนขนมหวานให้บริการสาคูน้ำกะทิและน้ำตาลญี่ปุ่น พร้อมกับผลไม้สดตามฤดูกาล 

อาหารชุดพิเศษสำหรับเทศกาลทานาบาตะ มีให้บริการระหว่างวันที่ 1 ถึง 28 กรกฎาคม 2562 เท่านั้น มื้อกลางวันให้บริการตั้งแต่เวลา 11.30 น. ถึง 14.30 น. ส่วนมื้อค่ำให้บริการตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 22.30 น. 

ห้องอาหารยามาซาโตะ ตั้งอยู่ที่ชั้น 24 โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสนใจสำรองที่นั่ง กรุณาติดต่อ 02 687 9000 หรือ yamazato@okurabangkok.com  หรือที่เว็บไซต์ www.okurabangkok.com

โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ เชิญทุกท่านร่วมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ปี 2562

โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) ขอเสนอขนมไหว้พระจันทร์สูตรต้นตำรับ บรรจุในกล่องดีไซน์พิเศษ เรียบหรู เหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญของฝากแด่คนพิเศษ หรือลูกค้าคนสำคัญ เพื่อใช้ไหว้พระจันทร์เสริมสิริมงคลในปีนี้ จำหน่ายที่ร้านขนม ลา พาทิสเซอร์รี (La Pâtisserie) ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 13 กันยายน 2562

สำหรับท่านที่กำลังมองหาขนมไหว้พระจันทร์สำหรับฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ขอแนะนำขนมไหว้พระจันทร์สูตรต้นตำรับชิ้นใหญ่ รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ แป้งบางนุ่ม ไส้เนียน เนื้อแน่น มี 4 รสชาติ ได้แก่ ไส้ชาเขียว ไส้ยอดนิยมที่มีความหอมของชาเขียว หวานกำลังพอดี ไส้คัสตาร์ด ไส้ทุเรียนไข่เดี่ยว และไส้พุทราไข่เดี่ยว จำหน่ายราคาชิ้นละ 228 บาท

ส่วนขนมไหว้พระจันทร์ชิ้นใหญ่ 4 ชิ้น 4 รสชาติ บรรจุในกล่องดีไซน์พิเศษสีทองแดงและสีน้ำตาล ตกแต่งลวดลายหน้ากล่องด้วยใบกิงโกะ (Gingo) หรือใบแปะก๊วยสีทองแดง สัญลักษณ์ของโรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ เรียบหรู เหมาะแก่การมอบเป็นของกำนัลสุดประทับใจ ราคากล่องละ 1,168 บาท  วางจำหน่ายที่ร้านขนมลา พาทิสเซอร์รี ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 13 กันยายน 2562 

ร้านขนมลา พาทิสเซอร์รี ตั้งอยู่ที่ชั้น 1 ฝั่งอาคารปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึงวันศุกร์เวลา 7.00 น. ถึง 19.00 น. 

พิเศษ สำหรับผู้ที่สั่งซื้อขนมไหว้พระจันทร์บรรจุกล่อง 4 ชิ้นและวางมัดจำ 50% เพื่อยืนยันคำสั่งซื้อ ระหว่างวันที่ 1 ถึง 31 กรกฎาคม 2562 จะได้รับส่วนลด 10% สำหรับยอดสั่งซื้อตั้งแต่ 51-100 กล่อง หรือรับส่วนลด 15 % สำหรับยอดสั่งซื้อตั้งแต่ 101-300 กล่อง ส่วนยอดสั่งซื้อตั้งแต่ 301 กล่องเป็นต้นไป รับส่วนลด 20% 

สั่งจองขนมไหว้พระจันทร์ล่วงหน้าได้ที่ โทร. 02 687 9000 หรืออีเมล์ fbreservations@okurabangkok.com  ราคาทั้งหมดรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้ว