เคล็ดไม่ลับของ Frederic Hawecker สุดยอดเชฟขนมหวานจากฝรั่งเศส

เฟรเดริก ฮาเวคเกอร์ (Frederic Hawecker) อาจไม่เหมือนเชฟขนมหวานในจินตนาการสักเท่าไหร่ เชฟร่างเล็กคนนี้มาพร้อมกับท่าทีขึงขังและพูดจาฉะฉาน แต่ทุกอย่างก็ดูนุ่มนวลขึ้นทันทีถ้าเป็นเรื่องของสิ่งที่เขาถนัดที่สุด นั่นคือการทำขนม และเหมือนเขาก็จะรู้จักตัวเองดี เพราะสำหรับแบรนด์ของเขาเองนั้น แท็กไลน์ที่เขาเลือกใช้ก็คือ “Createur de Douceurs” ที่แปลว่าผู้รังสรรค์ความนุ่มละมุนนั่นเอง

เฟรเดริก ฮาเวคเกอร์ มาจากเมืองเล็กๆ ใกล้กับเมืองอาวิญยงซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ทักษะการทำขนมของเขาได้ชื่อว่าไม่แพ้ใคร และเห็นได้ชัดว่าเชฟระดับท็อปของฝรั่งเศสก็เห็นด้วย จึงให้เขาผ่านการคัดเลือกจนเป็นหนึ่งใน Meilleur Ouvrier de France (MOF) หรือสุดยอดช่างฝีมือของฝรั่งเศสซึ่งถือเป็นเกียรติสูงสุดของหลายๆอาชีพในฝรั่งเศส และเชฟก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยเฟรเดริกนั้นได้รับตำแหน่งนี้ในสาขาเชฟขนมหวานโดยเฉพาะ

เมื่อวานนี้ เราได้เจอกับเชฟเฟรเดริกที่โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ที่เชฟได้มารังสรรค์ชุดน้ำชาชุดพิเศษที่ใช้ช็อกโกแลตที่ใช้ช็อกโลแลตพรีเมียมจาก L’Opera Chocolaterie แบรนด์ช็อกโกแลตจากฝรั่งเศสผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตช็อกโกแลตแบบซิงเกิล ออริจิน (Single Origin) โดยเชฟเฟรเดริกแอบแย้มว่าจริงๆแล้ว ช็อกโกแลตนั้นจะดีไม่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับเปอร์เซ็นต์ของช็อกโกแลตอย่างที่ใครๆ คิด แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพของเมล็ดโกโก้ ซึ่งแบรนด์ L’Opera Chocolaterie ซึ่งเป็นแบรนด์คราฟต์ที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนี้ก็ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกเมล็ดโกโก้เป็นที่สุด

ด้วยความที่ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ เป็นโรงแรมที่มีกลิ่นอายของญี่ปุ่น เชฟเฟรเดริกจึงผสมผสานช็อกโกแลตเข้ากับองค์ประกอบจากญี่ปุ่น ตั้งแต่วิสกี้แบบญี่ปุ่น ส้มยูสุ ไปจนถึงกลิ่นชา แต่ในขณะเดียวกันก็แอบเติมรายละเอียดจากบ้านเกิดของเชฟอย่างน้ำมันมะกอกเข้าไปด้วย จากการชมการสาธิต เราสังเกตเห็นว่าเชฟดูจะให้ความสำคัญกับคำว่า “เท็กซ์เจอร์” เป็นพิเศษ สำหรับเขา ขนมหวานที่ดีไม่ใช่ขนมหวานที่หวานจนเกินไป และต้องมอบ “ประสบการณ์” ให้กับผู้ที่รับประทานได้ และประสบการณ์ที่ว่าก็มาจากการเล่นกับเท็กซ์เจอร์นั่นเอง และการที่จะสร้างเท็กซ์เจอร์ให้น่าสนใจได้นั้น “ต้องอาศัยการคิดคำนวณอย่างดีครับ” เชฟกล่าวระหว่างสาธิตการทำกานาจให้เราดู

ชุดน้ำชา “ซึบากิ” เซ็ตพิเศษที่มาพร้อมกับขนมหวานฝีมือเชฟเฟรเดริกจะมีเสิร์ฟในวันที่ 12 มีนาคมนี้ ระหว่างเวลา 14.oo น.-17.oo น. ที่ Up & Above Bar ชั้น 24 โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ เท่านั้น โดยราคาอยู่ที่ 1,290++ บาท (รวมชาหรือกาแฟสำหรับสองท่าน) สำรองที่นั่ง โทร. 02-687-9000

 

 

Related Post

5 ร้านอาหาร บาร์ และคลับเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ

ตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้วจนถึงขึ้นปีใหม่ 2562 ก็มีร้านเปิดใหม่มากมาย ที่อ้าแขนรอต้อนรับลูกค้าอย่างเราๆให้ลองไปเปิดประสบการณ์ ณ สถานที่เหล่านั้นดูสักครั้ง เราจึงรวบรวมร้านอาหาร บาร์ และคลับที่พึ่งเปิดให้บริการสดๆร้อนๆจำนวน 10 ร้านทั่วกรุงเทพฯ ให้คุณได้ลองไปใช้เวลายามว่างตอนค่ำนั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ฟังเพลงเพราะๆ หรือมีมื้ออาหารอันแสนอร่อยกับคนใกล้ชิดของคุณ

เราเชื่อว่าต้องมีสักร้านที่เข้าตา…จนคุณต้องชวนเพื่อนไปซ้ำอีกหลายรอบอย่างแน่นอน

Pirate Arena

จาก Seenspace ได้ปรับโฉมมาเป็นเรือโจรสลัดกลางทองหล่ออย่าง Pirate Arena เป็นแหล่งกิน ดื่ม เที่ยวที่ใหม่จำนวน 3 ขั้น บรรยากาศของร้านในแต่ละชั้นจะมอบประสบการณ์ดีๆให้กับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนของคุณได้ ชั้นแรกคือ Pirate Saloon เบียร์และวิสกี้บาร์ที่ตกแต่งราวกับกำลังนั่งอยู่กลางมหาสมุทรใต้ท้องเรือ มีอาหารและเครื่องดื่มรสชาติดีสารพัดเมนูให้เลือกทาน ชั้น 2 เป็น Pirate Bazaar ที่จะมีโซนอาหารและร้านไวน์พร้อมดนตรีแจ๊สเพราะๆ ส่วนชั้น 3 คือ Fallabella Luxe ที่เที่ยวในตำนานที่กลับมามอบความสนุกและสีสันในยามค่ำคืนให้ทุกคนอีกครั้ง ต้องลองสัมผัสความพิถีพิถันของการปรุงและจัดอาหาร รวมถึงความสร้างสรรค์ของเมนูค็อกเทลและเครื่องดื่มต่างๆด้วยตัวเองสักครั้ง

สถานที่:
ทองหล่อ ซอย 13
(สถานี BTS ที่ใกล้ที่สุด: ทองหล่อ)

เวลาเปิดทำการ:
18.00 – 02.00 น.

ติดต่อร้าน:
โทร 083-639-9919

Pink Flamingo by Prelude

ค็อกเทลบาร์แห่งนี้ซ่อนตัวอยู่หลังร้านอาหาร Prelude การตกแต่งภายในร้านเป็นธีมเรโทรยุค 80’s ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกิจกรรมและดนตรีในสมัยนั้น มีนกฟลามิงโกสีชมพูแสนน่ารักรายล้อมไปทั่วร้าน ให้บรรยากาศราวเป็นเป็นทรอปิคอลบาร์ใจกลางทองหล่อเลยก็ว่าได้ สำหรับเมนูค็อกเทล คิดค้นและสร้างสรรค์โดยหัวหน้าบาร์เทนเดอร์จากสถาบัน Culinary Institute of America (CIA) ซึ่งถ่ายทอดออกมาเป็นเครื่องดื่มที่น่าสนใจทั้งรสชาติและหน้าตา เช่น Angel Pink (350 บาท) ที่มีส่วนผสมของจิน ไซรัปดอกเอลเดอร์ และชิโซะแดง Mystery Box (350 บาท) ค็อกเทลตามใจบาร์เทนเดอร์ ซึ่งถ้าใครอยากลุ้นว่าบาร์เทนเดอร์จะเลือกเครื่องดื่มชนิดไหนให้เรา เมนูนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย

สถานที่:
ชั้น 2 Arena 10 ทองหล่อ ซอย 10
(สถานี BTS ที่ใกล้ที่สุด: ทองหล่อ)

เวลาเปิดทำการ:
อังคาร – อาทิตย์
18.00 – 24.00 น.

ติดต่อร้าน:
โทร 061-384-1067

Koi Restaurant & Lounge

ร้านอาหารญี่ปุ่นฟิวชั่นบนชั้น 39 อาคาร Sathorn Square แห่งนี้เป็นสาขาที่ 2 ในประเทศไทย โดย Koi เป็นที่กล่าวขานมาอย่างยาวนานในระดับโลก มีสาขามากมายทั้ง ลาสเวกัส ลอสแอนเจลิส นิวยอร์ก อาบูดาบี และประเทศไทย ด้วยเหตุผลที่อาหารและเครื่องดื่มสร้างสรรค์ขึ้นด้วยความพิถีพิถันจากวัตถุดิบชั้นเลิศ ภายในร้านแบ่งเป็น 2 โซน ได้แก่ ห้องอาหาร และ เลานจ์ ตกแต่งอย่างทันสมัย ด้านในร้านมีมุมกระจกที่สามารถเห็นวิวกรุงเทพได้อย่างถนัดตา นอกจากนี้ยังมีเพลงแจ๊สเล่นคลอเพื่อสร้างบรรยากาศดีๆ อีกด้วย

สถานที่:
ชั้น 39 อาคาร Sathorn Square สีลม
(สถานี BTS ที่ใกล้ที่สุด: ช่องนนทรี)

เวลาเปิดทำการ:
อังคาร – อาทิตย์
18.00 – 01.00 น.

ติดต่อร้าน:
โทร 02-258-1590

ABar & ABar Rooftop

บาร์ทั้งสองแห่งนี้ให้บรรยากาศที่แตกต่างกัน โดย ABar เป็นอินดอร์บาร์ที่ตกแต่งในสไตล์เรโทรเท่ๆ ผสมผสานระหว่างยุควิกตอเรียและช่วงยุค 30’s ด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มเป็นหลัก มีระเบียงที่สามารถออกไปนั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ชมวิวของสวนเบญจสิริได้ ส่วน ABar Rooftop ตกแต่งออกมาในลักษณะโมเดิร์นและสบายๆมากกว่า ความพิเศษของบาร์บนดาดฟ้าโรงแรมแห่งนี้เป็นบาร์จิน ที่มีมากกว่า 55 ชนิด ซึ่งแต่ละเมนูผ่านการคิดและทดลองสูตรมาแล้ว เมนูซิกเนเจอร์ของที่ร้านคือ G&T No.3 (425 บาท) มีส่วนผสมของจิน Martin Miller และโทนิก Fever-Tree Mediterranean ที่ตกแต่งด้วยดอกไม้ทานได้นานาชนิดที่ จึงมั่นใจได้ว่ารสชาติค็อกเทลอร่อยๆ และบรรยากาศเมืองกรุงสวยๆ จะทำให้มีค่ำคืนที่ดี

สถานที่:
ชั้น 37-38 โรงแรม Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park สุขุมวิท ซอย 22
(สถานี BTS ที่ใกล้ที่สุด: พร้อมพงษ์)

เวลาเปิดทำการ:
17.00 – 01.00 น.

ติดต่อร้าน:
โทร 02-059-5999

Asia Today

บาร์แห่งนี้เกิดขึ้นจากทีมผู้ก่อตั้ง บาร์ Teen of Thailand ที่ต้องการเน้นความสำคัญของวัตถุดิบที่ใช้ในเครื่องดื่มเมนูต่างๆ โดยใช้น้ำผึ้ง สมุนไพร ฯลฯ จากท้องถิ่น ที่ทีมเจ้าของเดินทางไปหามาด้วยตนเองทั้งสิ้น ทำให้เมนูเครื่องดื่มจะสับเปลี่ยนหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังมีค็อกเทลพื้นฐานที่สามารถไปชิมได้อยู่เรื่อยๆ เมนูค็อกเทลส่วนใหญ่ใช้รัมเป็นเบส และตั้งชื่อตามวัตถุดิบหลักที่ใช้ เช่น ใบหูเสือ (360 บาท) หรือ Wild Honey Khao Yai (360 บาท) หากได้คุยกับบาร์เทนเดอร์เรื่องเครื่องดื่มนานาชนิดที่คุณสั่ง จะได้ทราบเรื่องราวของวัตถุดิบเบื้องหลังอันน่าสนใจอย่างแน่นอน

สถานที่:
ซอยนานา ถนนเจริญกรุง
(สถานี MRT ที่ใกล้ที่สุด: หัวลำโพง)

เวลาเปิดทำการ:
อังคาร – อาทิตย์
19.30 – 01.00 น.

ติดต่อร้าน:
โทร 097-134-4704

 

Related Post

FINE DINING DESTINATION IN CHIANG MAI

กิจกรรมที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเยือนเชียงใหม่ คือการต้องไปแวะชิมและชิวที่ โฟร์ซีซั่นส์รีสอร์ท เชียงใหม่ รีสอร์ท ที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางหุบเขาที่เขียวชอุ่มของทุ่งนา พร้อมชมทัศนียภาพอันสวยงามของภูเขาที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติท่ามกลางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมอันดีงามที่หาได้ยากในจังหวัดเชียงใหม่

เริ่มต้นการรับประทานอาหารกลางวัน ที่ห้องอาหารข้าว (Khao) กับเชฟอัญชลี นำเสนออาหาร ด้วยการเปิดเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘ข้าว’ อันเป็นธัญญาหารหลักของคนไทย ผ่านเสน่ห์รสชาติและหน้าตาของเมนูต่างๆ ที่ล้วนเกิดจากความทุ่มเทของเชฟที่คิดค้นด้วยการใช้วัตถุท้องถิ่นคุณภาพดีจากชุมชน ด้วยการนำเอาผลิตภัณฑ์จากโครงการหลวงมาไว้ที่นี่ เมนูที่ถูกคิดค้นผ่านศิลปะที่มีกลิ่นอายของ จีนยูนาน ยุโรป และ พม่าเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยหุงสุกใหม่ๆ หอมกรุ่น ให้แขกที่เข้าพักลิ้มลองรสชาติแสนอร่อยพร้อมกับวิวทุ่งนาสุดลูกหูลูกต

นอกจากนี้ในช่วงยามบ่ายเรายังมี Tea Room สำหรับ Afternoon Tea ให้ผู้เข้าพักและแขกที่มาเยือนได้เพิ่มประสบการณ์ใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการดื่มชาและกาแฟ ด้วยการนำเอาชาและกาเเฟคุณภาพดีในภาคเหนือที่มีกระบวนการผลิตเป็นมิตรต่อป่าและธรรมชาติ อาทิ Mae Salong Classic Green, Mae Teng Lychee, Coconut Scented Miang Tree Leaves หรือ Tropical Sunset โดยลูกค้าสามารถจับจ่ายซื้อชาเพื่อเป็นของที่ระลึกได้อีกด้วย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ fb.chiangmai@fourseasons.com หรือโทร. 053-298-181

 

Related Post

ROMANTIC DINING BY THE RIVER

วาเลนไทน์นี้… พาคู่รักของคุณมาฉลองมื้อพิเศษสุดโรแมนติกริมน้ำ ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ กับห้องอาหารศาลาทิพย์ ที่เชฟรังสรรค์เมนูสุดพิเศษสำหรับคู่รักโดยเฉพาะ ภายใต้เรือนไม้สักทองริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้ค่ำคืนสุดพิเศษของคุณยิ่งพิเศษกว่าเคย

Read more

Related Post

เตรียมเซอร์ไพร้สคนรักในวันวาเลนไทน์หรือยัง ?

โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ ชวนคู่รักมาร่วมเนรมิตวันวาเลนไทน์ให้เป็นช่วงเวลาที่แสนมหัศจรรย์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เร่ิมจากการนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมทัศนียภาพที่งดงามเหนือน่านฟ้ากรุงเทพฯใช้เวลา 15 นาทีก่อนมื้ออาหารค่ำสุดพิเศษ ณ ห้องเจสเตอร์ ที่จะมีเพียงคู่รักเพียง 5 คู่เท่านั้น เพื่อความเป็นส่วนตัวอย่างสูงของแต่ละคู่ ซึ่งในวันวาเลนไทน์ห้องเจสเตอร์จะได้รับการเนรมิตให้เป็นเสมือนสวนแห่งดอกไม้สีขาวราวกับดินแดนแห่งเทพนิยาย

เมนูพิเศษ 9 คอร์สรังสรรค์โดยหัวหน้าพ่อครัวใหญ่ สเตฟาน ไลท์เนอร์ (Stefan Leitner, Executive Chef) เชฟจัดให้มีความสมดุลทั้งในเรื่องรสชาติ หน้าตาของอาหาร และ ปริมาณ และซ่อนความประหลาดใจให้แก่คู่รัก อาทิ อาหารหน้าตาเป็นขนมหวานมาการอง แต่เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วกลับกลายเป็นอาหารคาวเรียกน้ำย่อย Foie Gras Praline ช็อคโกแลตตับห่าน ซึ่งนำเสนอในรูปลักษณ์ของช็อคโกแลต หรือซุปข้นรสชาติเข้มที่คู่รักจะสนุกกับการคาดเดาว่าซุปข้นนี้ปรุงจากวัตถุดิบใดบ้าง (มีทั้งไข่หอยเม่น ปู King Crab ไข่แดงที่ผ่านการ Sous-Vide และเห็ดทรัฟเฟิลดำ) สำหรับของหวานนั้นเชฟไใช้ฝักวานิลลาจากตาฮีตีออกมาเป็น Berry Sorbet เติมความหอมหวานสดชื่น และที่จะขาดไม่ได้สำหรับวันวาเลนไทน์ คือ ช็อคโกแลตสูตรพิเศษตำรับเพนนินซูลา ซึ่งใช้ดาร์กช็อคโกแลต 66% จาก Valrhona แบรนด์ช็อคโกแลตระดับพรีเมี่ยม ปิดท้ายค่ำคืนอันแสนพิเศษนี้

 

ระหว่างมื้ออาหารทุกคู่รักจะถูกบันทึกภาพโดย วิรุฬห์ กุณตัณฑ์ หนึ่งในช่างภาพถ่ายภาพงานแต่งงานที่ดีที่สุดในประเทศไทย แล้วนำมาใส่กรอบที่มีเอกลักษณ์เป็นผลงานลิมิเต็ดฯ ของนักวาดมากฝีมือ คุณปัณพัท มอบเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ที่อยู่เหนือกาลเวลา

 

โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ นำเสนอประสบการณ์การฉลองวันวาเลนไทน์ ดังนี้
* มื้อค่ำพิเศษ 9 คอร์ส พร้อมแชมเปญเพนนินซูลา 1 ขวด ณ ห้องเจสเตอร์ พร้อมนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมทัศนียภาพความงามของกรุงเทพฯ 15 นาที อย่างเป็นส่วนตัว ราคา 112,999++ บาท สำหรับ 2 ท่าน
* มื้อค่ำพิเศษ 9 คอร์ส พร้อมแชมเปญเพนนินซูลา 1 ขวด ณ ห้องเจสเตอร์ ราคา 39,999++ บาท สำหรับ 2 ท่าน
* อาหารค่ำแบบบุฟเฟต์นานาชาติ ณ ห้องอาหารริเวอร์ คาเฟ่ แอนด์ เทอเรซ ราคา 5,600++ บาท สำหรับ 2 ท่าน
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และ สำรองที่นั่งได้ที่ โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ โทร 0 2020 2888 หรือที่ www.peninsula.com/bangkok

Related Post

ชวนชิมอาหารจีนจากเชฟ 2 ดาวมิชลินจากสิงคโปร์

ตั้งแต่วันที่ 6 ถึง 12 มิถุนายนนี้ ห้องอาหารจีนแชงพาเลซ  โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ พร้อมเสิร์ฟสุดยอดอาหารจีนโดยฝีมือเชฟมิชลินสตาร์ระดับ 2 ดาว เชฟม๊ก กิ๊ด คว่อง จากสิงคโปร์

อาหารจีนที่ได้รับการรับรองจากมิชลินสตาร์ระดับ 2 ดาว ไม่ได้มีมาก แต่อาหารจีนก็เป็นอาหารที่ดูจะถูกปากคนไทย และรสชาติอาหารจีนจากเชฟที่ได้ 2 ดาวมิชลินนั้นจะเป็นเช่นไรย่อมน่าลิ้มลอง เชฟม๊ก กิ๊ด คว่อง มีประสบการณ์มากกว่า 35 ปี เขามีโอกาสแสดงฝีมือการปรุงอาหารถวายแด่กษัตริย์แห่งโมร็อกโก ประธานาธิบดีแห่งรัสเซีย นายกรัฐมนตรีแห่งสิงคโปร์ รวมถึงบุคคลสำคัญและมีชื่อเสียงทั่วโลก

เขาเชี่ยวชาญด้านการผสมผสานศิลปะและกลิ่นอายความทันสมัยเข้าไปในขั้นตอนการตกแต่งอาหาร เชฟม๊กยังได้รังสรรค์เมนูแปลกใหม่ด้วยรสชาติที่กลมกล่อมกว่า 20 เมนู

คุณสามารถลิ้มลองอาหารจานเด่นของเชฟมิชลินสตาร์ระดับ 2 ดาว อาทิ ปลาคอดอบไข่ขาวและกังป๋วย เป๋าฮื้อออสเตรเลียเจี๋ยนน้ำแดง หมูแดงเลิศรส ปลิงทะเลยัดไส้กุ้ง ตับห่านราดด้วยซอสเป๋าฮื้อ ซุปไก่ตุ๋นรังนกพิเศษ และขานกกระทาทอดกระเทียมกรอบ ฯลฯ ราคาเริ่มต้นที่จานละ 380++บาท ถึง 8,880++บาท

เชฟม๊ก กิ๊ด คว่อง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองโต๊ะได้ที่ฝ่ายสำรองที่นั่งห้องอาหารของโรงแรมฯ โทร.0 2236 7777  หรือ 0 2236 9952 หรือ www.shangri-la.com/bangkok

Related Post

White Pearl & Black Pearl หอยนางรม และคาเวียร์

 

สำหรับวงการอาหาร ถ้าพูดถึงไข่มุกและไข่มุกดำแล้วคนจะต้องนึกถึงเนื้อหอยนางรมขาวๆ สดๆ และคาเวียร์ เครื่องปรุงทั้งสองชนิดนี้เสมือนความหรูหราในมื้ออาหาร ถ้าตัดภาพลักษณ์หรูหราที่เรามอบให้กับอาหารสองชนิดนี้ ก็ต้องยอมรับว่ารสชาตินั้นสุดยอดของการนำเอาสิ่งที่ดีที่สุดของท้องทะเลมารวมรสเข้าไว้ด้วยกัน

ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ ได้นำเอาเครื่องปรุงที่เป็นสุดยอดจากท้องทะเล 2 สิ่งนี้มารังสรรค์เป็นเมนูต่างๆ โดยคัดสรรหอยนางรมชั้นดีจากฟาร์ม หอยนางรมคุณภาพระดับพรีเมี่ยมจากฟาร์มเดวิด แฮร์เว (David Herve farm) คาเวียร์จากคาเวียรี่ (Kaviari) จากปารีส และ แชมเปญระดับตำนานจาก หลุย โรเดอเรอ (Louis Roederer)

โดยห้องอาหารต่างๆ ของโรงแรมก็นำเครื่องปรุงสุดพิเศษ 2 ชนิดนี้มาปรุงเป็นอาหารจานเด็ด โดยฝีมือ Executive chef Dominique Martinez อาทิ หอยนางรม Rounce นำมาปรุงสไตล์นิวออร์ลีน ฉ่ำไปด้วยเนย สมุนไพรและพาร์สลีย์สับนำไปอบและเผาให้ผิวของอาหารกรอบมีความหอม แต่เนื้อหอยนางรมยังสดชุ่มคงรสแท้ไว้อย่างเต็มเปี่ยม หอยนางรม Royale นำมาปรุงด้วยซอสแชมเปญซาบายอง หอยนางรม Boudeuse นำมาจับคู่กับหน่อไม้ฝรั่งสดปรุงให้สุดแต่คงรสกรอบหวานไว้ราดด้วยซอสเวลูเต โรยด้วยเนยแข็งพาร์มีซานฝานเป็นแผ่นบางๆ นี่เป็นแค่ตัวอย่างอาหารบางจาน ส่วน Chinese Cuisine Executive Chef Ball Yau จากห้องอาหารจีนเหม่ยเจียง นำหอยนางรมมาผัดกับไข่เค็มแสนอร่อยและเข้าได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ แน่นอนว่าอาหารรสเลิศอีกหลายชนิดที่ปรุงจากหอยนางรมจะมีคาเวียร์เป็นส่วนหนึ่งด้วย

แต่ต้องไม่ลืมที่จะสัมผัสรสชาติแท้ๆ ของคาเวียร์ชั้นเลิศของ Kaviari หลังจากมีกฏหมายคุ้มครองปลาสเตอร์เจียน คาเวียร์จึงถูกผลิตจากปลาชนิดนี้ที่เลี้ยงในฟาร์มและนำไข่มาทำเป็นคาเวียร์  ไม่ว่าจะเป็น Oscietra Prestige caviar, Beluga caviar และ Caviar premium white sturgeon เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงอย่างแผ่นแป้งเล็กๆ  blinis ไข่ต้มส้บ ต้นหอมฝรั่งสับ ฯลฯ แต่วิธีที่จะลองลิ้มชิมรสคาเวียร์แบบคนรัสเซียแท้ๆ นั้นคือ เช็ดหรือล้างหน้ามือระหว่างนิ้วชี้และนิ้วโป้ง ตักคาเวียร์วางลงไป และนำเข้าปาก ตามด้วยพรายฟองที่หอมละมุนของ Louis Roederer champagnes ที่มีทั้งโรเซ่, Blanc de Blancs 2010, Louis Roederer Cristal Brut 2009 ฯลฯ มาครบความเลิศหรูของแชมเปญตระกูลนี้

Related Post

ฉลองครบรอบ 12 ปี การเป็นพันธมิตรกลุ่มโรงแรมเลอบัว โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท

กลุ่มโรงแรม เลอบัว โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จัดงานฉลองครบรอบ 12 ปีการเป็นพันธมิตรกับ เพอร์นอต ริคาร์ด ประเทศไทย โดยมี  เคว็นติน จ็อบ กรรมการผู้จัดการ, กฤษดา กมลวรินทิพย์  ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ร่วมกับ กลุ่มโรงแรมเลอบัว โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท นำโดย นราวดี บัว ประธานบริษัท, มร. ดีภัค โอหริ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และชวภณ สวิระสฤษดิ์ จัดงานฉลองครบรอบ 12 ปี แห่งความสำเร็จการเป็นพันธมิตรธุรกิจระหว่างเพอร์นอต ริคาร์ด ประเทศไทย และกลุ่มโรงแรมเลอบัว โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท โดยมีแขกวีไอพีร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ เดอะโดม แอท เลอบัว

วาระนี้ได้การฉลองความสำเร็จของห้องอาหารเมซซาลูนาจากการได้รับการจัดอันดับมิชลินสตาร์ระดับ 2 ดาวเมื่อไม่นานมานี้ ภายในงานประกอบด้วยงานสังสรรค์ระดับเอ็กซ์คลูซีฟหลายรายการ อาทิ งานเลี้ยงช่วงเย็นที่ Flûte A Perrier-Jouët Bar ดื่มด่ำแชมเปญรุ่นเอ็กซ์คลูซีฟโดย แพริเอ จูเอ่ท์ รวมถึงการฉลองครบรอบ 1 ปีของ Alfresco 64 – A Chives Bar บาร์วิสกี้กลางแจ้งที่สูงที่สุดในโลกและการสร้างสรรค์ Chivas Regal Exclusive lebua Blend และงานพรีวิวร้านอาหารญี่ปุ่นแนวใหม่ที่จะมาเสริมความยิ่งใหญ่ของเดอะโดม แอท เลอบัว อันได้แก่ Sukai Omakase (สุไค โอมากาเสะ) และ Bar Sukai (บาร์ สุไค)

งานฉลองครั้งยิ่งใหญ่นี้นำแขกผู้มีเกียรติร่วมเดินทางไปสัมผัสกับรสชาติแห่งความสำเร็จของเดอะโดม แอท เลอบัว และรื่นรมย์กับงานสังสรรค์ระดับเอ็กซ์คลูซีฟตลอดค่ำคืน ปิดท้ายด้วยงานเลี้ยงฉลองสุดตระการตาภายในสเตท รูม ชั้น 67 ซึ่งจะเป็นที่ตั้งของห้องอาหารและบาร์สไตล์ญี่ปุ่นแห่งใหม่ของโรงแรมเลอบัว

 

Related Post

อยากกินกุ้งแม่น้ำเหรอ ? ทำไมต้องไปไกลถึงอยุธยา

ห้องอาหาร อัพ แอนด์ อะบัฟ (Up & Above restaurant) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) เชิญชวนมาลิ้มรสเมนูพิเศษปรุงจากกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ๆ เนื้อหวานแน่น ให้บริการตั้งแต่ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2561

เชฟ เจษฎณรงค์ ทักษาปกรณ์ ผู้ช่วยหัวหน้าพ่อครัวใหญ่ประจำโรงแรมฯ คัดสรรแต่กุ้งแม่น้ำ สด ๆ ตัวใหญ่ ๆ เนื้อแน่น นำมาปรุงเป็นเมนูพิเศษหลากหลายรายการ เพื่อให้ทุกท่านได้ลิ้มรส ได้แก่ กุ้งแม่น้ำฉู่ฉี่ ปรุงรสชาติแบบต้นตำรับ หอมกลิ่นเครื่องแกง กุ้งแม่น้ำนึ่งซีอิ๊ว รสชาติกลมกล่อมหวานเค็ม รับประทานกับข้าวสวยร้อน ๆ กุ้งแม่น้ำทอดกระเทียม ที่ทอดสุกกำลังพอดีหอมกระเทียมทอดกรอบ และต้มยำกุ้งแม่น้ำ เมนูยอดนิยมของชาวไทย และชาวต่างชาติ ที่เชฟคัดกุ้งตัวโต ทำเป็นต้มยำที่รสชาติจัดจ้านเข้มข้นถึงเครื่องต้มยำและสมุนไพรหลากหลายชนิด

เมนูพิเศษปรุงจากกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ มีให้บริการเป็นอาหารจานเดี่ยว ที่ห้องอาหาร อัพแอนด์อะบัฟ ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00 น. – 22.30 น. ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2561 ราคาเริ่มต้นที่ 780++ บาทต่อจาน

ห้องอาหาร อัพแอนด์อะบัฟ ตั้งอยู่ที่ชั้น 24 โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง กรุณาติดต่อ 02 687 9000 หรือ upandabove@okurabangkok.com

ราคาทั้งหมดยังไม่รวมค่าบริการ 10% และภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7%

Related Post

The Joy of Hua Hin #หัวหินถิ่นนี้จอย

ร้อนๆ อย่างนี้หลายคนคงอยากไปอยู่ริมทะเล  เมื่อนึกถึงทะเลก็ต้องนึกถึงหัวหิน เพราะมีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นที่หัวหินในช่วงปีหลังๆ นี้ โดยเฉพาะร้านกิน ร้านนั่งชิลเก๋ๆ ที่เราเข้าไปดูที่  #SansiriSummerVibes ซึ่งเป็นแคมเปญไลฟ์สไตล์ ลีฟวิ่ง คอมมิวนิตี้ (Lifestyle Living Community) สุดเก๋บนไอจีด้วยการแนะนำร้านอาหาร ร้านคาเฟ่และขนมหวานชื่อดังของหัวหิน ร้านอาหารสตรีทฟู้ด ชื่อดังมากมายกว่า 60 ร้าน และสถานที่แฮงเอ้าท์ไลฟ์สไตล์ไม่ซ้ำใคร เช่น บาร์เก๋ๆ เปรียบเสมือนเพื่อนบ้านที่คุ้นเคยกันอย่างดี รวมถึงร้าน Hidden gem

หมูปิ้งลุงแต @ตลาดเช้าหัวหิน

เห็นคิวคนที่ต่อแถวซื้อหมูปิ้งร้านนี้รับรองได้ว่าเด็ดแน่ ทั้งคนหัวหินเองและนักท่องเที่ยว หมูปิ้งที่หมักอย่างดี ปิ้งบนเตาถ่านส่งกลิ่นหอมกรุ่น แอบกระซิบว่า เมนูหมูปิ้งของลุงแต่นี้เป็นเมนูที่เข้าวังมาแล้วเชียว

The Tea House (เต ที เฮ้าส์) @Flynow outlet

ร้านน้ำชาในบรรยากาศเก๋ๆเหมาะจิบชายามบ่าย ตกแต่งอย่างสวยงามในบรรยากาศความเป็นฝรั่งเศส ทั้งชาที่เลือกสรรมาอย่างดีที่สุดรวมทั้งขนมอบแสนอร่อยสไตล์ฝรั่งเศส

โสภาซีฟู้ด

มาหัวหินก็ต้องรับประทานอาหารทะเลให้สะใจ ร้านนี้มีชื่อเสียงเรื่องรสชาติที่จัดจ้านและเป็นรสแบบท้องถิ่นแท้ๆ ใครต้องการชิมอาหารทะเลที่ได้มาสดๆ ปรุงเป็นอาหารรสจัดต้องมาที่นี่

ป้ารวยปูเป็น

แค่ชื่อร้านก็เชื่อได้ว่ารสแซบแท้แน่นอน ไม่ใช่แค่ปูสดๆ แต่อาหารทะเลอื่นๆ ก็สดเช่นกัน นำมาปรุงเป็นอาหารรสจัดจ้านต่างๆ นอกจากนี้ยังมีร้านแนะนำเช่น เฮียชัยเป็ดย่าง ร้านอาหาร  Red Coral Restaurant โรงแรมเอสเคปหัวหิน คาเฟ่ วิไลวรรณ Together Café, INU Café, Velo Café สตรีทฟู้ด ขนมจีนเจ้รุ่ง ลอดช่องลุงดำ สาลี่กะปิสูตรโบราณ Socialize Space@Seen SpaceDer, Tanya’s, Sundance, Umikaze, Oasia, Burning Day Light Tamarind Market Pizza Art, PRASITA RIBS, กุ้งถัง และอีกมากมาย

โดยมีคอนเซ็ปต์ “เปลี่ยนทั้งย่านให้เป็นบ้านหลังใหญ่ของเรา” เปิดบ้านหลังใหม่ในโลเคชั่นล่าสุดที่ “หัวหิน” ของแสนสิริ ที่จะชวนทุกคนมาสนุกพักผ่อนกับไลฟ์สไตล์ใหม่ๆเฉลิมฉลองความเป็นเพื่อนบ้าน พร้อมมอบพริวิเลจสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากเหล่าร้านค้าที่เป็นเพื่อนบ้านในย่านนี้มากมายกว่า 60 ร้านค้า ผ่านแฮชแท็ก #SansiriSummerVibes เอาใจเหล่า แสนสิริ แฟมิลี่ ได้มาจอยกันครบจบในที่เดียวตลอดซัมเมอร์ ง่ายๆเพียงแค่แจ้งรับสิทธิ์ผ่าน IG direct message หรือสแกนบาร์โค้ดรับสิทธิ์ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ – 31 พ.ค. นี้


Related Post