เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ขอเชิญร่วมสัมผัสอรรถรสแห่งความอร่อยของอาหารอิตาเลียน

ห้องอาหารโจโจ ณ โรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ต้อนรับเชฟจิโอวานนี ดัลลิตต้า เชฟมิชลินระดับ 1 ดาว จากห้องอาหาร Stube Hermitage ใน Madonna di Campiglio ประเทศอิตาลี ทุกท่านจะได้พบกับหลากหลายเมนูรสเลิศที่ผ่านกรรมวิธีการปรุงอันประณีต ผนวกกับความใส่ใจในการเฟ้นหาวัตถุดิบที่สดใหม่และสมุนไพรนานาพรรณ อันเป็นปัจจัยสำคัญซึ่งจะช่วยดึงรสชาติของอาหารแต่ละจานออกมาได้เป็นอย่างดี โดยทุกเมนูของเชฟรังสรรค์ขึ้นด้วยความตั้งใจและมุ่งมั่น ถ่ายทอดเป็นสุดยอดเมนูที่พร้อมให้บริการทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน 2562 เท่านั้น

ด้วยความสามารถอันโดดเด่นและสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของเชฟจิโอวานนี ส่งผลให้ห้องอาหาร Stube Hermitage ภายใต้การคุมบังเหียนของเขา คว้า 1 ดาวมิชลินมาครองได้อีกครั้งในปี 2562 หลังจากที่ได้รับมิชลินสตาร์ครั้งแรกในปี 2551 โดย Stube Hermitage นับเป็นห้องอาหารแห่งแรกในสกีรีสอร์ทที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้

การมาเยือนของเชฟจิโอวานนี ณ ห้องอาหารโจโจ ในครั้งนี้ ทุกท่านจะได้พบกับนานาเมนูอิตาเลียนแสนอร่อยที่ผ่านการรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน อาทิ ริซอตโต้ซัฟฟรอนปรุงกับกุ้งล็อบสเตอร์และฟัวกราส์ (Risotto allo Zafferano) รวมถึงยอกกี้มันฝรั่งปรุงกับซอสเห็ดและฟองดูว์ชีสกอร์กอนโซล่า (Gnocchi di patata di Montagna) โดยแต่ละรสชาติทีได้สัมผัสนั้น สะท้อนถึงการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างวัฒนธรรมการปรุงอาหารจากทั่วทุกภาคของอิตาลีและความงดงามของวัฒนธรรมฝั่งตะวันออก ที่แฝงไว้ซึ่งความทรงจำอันแสนอบอุ่นและความสุขที่เรียบง่าย ผ่านทางการเลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติตามฤดูกาลอีกด้วย

อาหารทุกจานของเชฟ เปรียบเสมือนคำนิยามแห่งศิลปะการใช้ชีวิตอันรื่นรมย์ นับตั้งแต่การเติบโตมาในเมืองอันงดงามท่ามกลางหุบเขาที่รายล้อมอย่าง Dolominiti Lucane ในแคว้น Basilicata ทางตอนใต้ของอิตาลี ซึ่งนอกจากจะเป็นสถานที่แสนพิเศษในหัวใจของเชฟจิโอวานนีแล้ว

ยังหล่อหลอมให้เขาเป็นเชฟที่ใส่ใจในรายละเอียด มีความชัดเจนในการชูจุดเด่นของสมุนไพรธรรมชาติและวัตถุดิบท้องถิ่นที่เลือกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหาร รวมถึงการนำความคิดสร้างสรรค์และความสุขจากการเดินทางมาพัฒนาผ่านฝีมือในการสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ เพื่อให้นักชิมทุกท่านประทับใจ

สัมผัสประสบการณ์อาหารสุดพิเศษจากมิชลินสตาร์เชฟจิโอวานนี ดัลลิตต้า ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ณ ห้องอาหารโจโจ ในราคาพิเศษดังนี้

• 1,950 บาท++ ต่อท่านสำหรับ 4 คอร์สเมนูมื้อกลางวัน (เพิ่ม 1,300 บาท++ ต่อท่าน  เมื่อเสิร์ฟควบคู่กับไวน์)

• 3,800 บาท++ ต่อท่านสำหรับ 8 คอร์สเมนูมื้อค่ำ (เพิ่ม 2,500 บาท++ ต่อท่าน เมื่อเสิร์ฟควบคู่กับไวน์)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่ง กรุณาติดต่อ โทร 02-207-7777 หรืออีเมล์ fb.bangkok@stregis.com เยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ stregisbangkok.com

เอ็มบาสซีรูมและดินเนอร์ไทม์สตอรี่ ขอเสนอ ‘เลอ เปอติต์ เชฟ’ เชฟตัวจิ๋วที่สุดในโลกมาถึงกรุงเทพฯแล้ว

เป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบใหม่สุดสร้างสรรค์ ผ่านความบันเทิงจาก ‘เลอ เปอติต์ เชฟ’ จะเกิดขึ้นที่เอ็มบาสซีรูม ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมการเดินทางแห่งอาหารสุดพิเศษทั่งทั้งเส้นทางสายไหม (The Silk Road) ตามรอยเท้าของมาร์โคโปโล นักเดินทางในตำนาน ดื่มด่ำไปกับการทำอาหารโดยเชฟตัวจิ๋วที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าคุณด้วยอนิเมชั่นสามมิติ เริ่มตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม – 31 กรกฎาคม 2562 เป็นระยะเวลา 4 เดือน

สืบเนื่องจากการเปิดตัวด้วยความสำเร็จอย่างงดงามที่ดูไบ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ดินเนอร์ ไทม์ สตอรี่ พาลูกค้าเดินทางตามรอยเท้าของมาร์โคโปโล ตั้งแต่มาร์กเซย จนถึงอราเบีย อินเดีย เทือกเขาหิมาลัย จนถึงประเทศจีน โดยใช้เทคโนโลยี 3D สุดล้ำทันสมัย
การเล่าเรื่องราวผ่านรสชาติ วัตถุดิบ ภาพ เสียง และการลิ้มชิมรส ปิแอร์ ทาเวอร์นิเยร์ เชฟ เดอ ควิซีน กล่าวว่า “เราปรุงอาหาร และรังสรรค์ทุกจานทุกวันเพื่อนำความสุขสันต์มาสู่แขกของเรา ด้วยการใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และรสชาติที่กลมกลืนเข้ากัน ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่พิเศษสุด และมอบประสบการณ์ใหม่ในการรับประทานอาหารให้แก่แขกของเรา และแน่นอน ความพึงพอใจในการรับประทานอาหารจากห้องเอ็มบาสซี รูม”

ดินเนอร์ ไทม์ สตอรี่ ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อการรับประทานอาหารร่วมกันเป็นกลุ่ม นั่นคือการแชร์ประสบการณ์สุดพิเศษโดยใช้เทคโนโลยี 3D ในการสร้างภาพอนิเมชั่นฉายลงบนผ้าปูโต๊ะ ใต้มีดและส้อม ในขณะที่เชฟตัวจิ๋วเดินไปทั่วโต๊ะ พึมพำภาษาฝรั่งเศส ง่วนกับการปรุงอาหารแสนอร่อย ผู้ร่วมรับประทานอาหารจะได้พบกับนก เรือ และมังกรพ่นไฟบินว่อนเหนือจานอาหาร เมื่อการเดินทางบนเส้นทางอาหารได้เริ่มต้นขึ้น

คอนเซ็ปต์และตัวละครของ เลอ เปอติต์ เชฟ ถูกสร้างสรรค์ขึ้นในสตูดิโอของอาร์ติสต์ชาวเบลเยี่ยม Skullmapping ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2010 โดยฟิลิป สเติร์คซ์ ผู้สร้างภาพยนตร์ระดับรางวัล และแอนทอน เวอร์บีค ผู้เป็นเจ้าของวิชวล แมปปิง

ดินเนอร์ ไทม์ สตอรี่ ที่พาร์ค ไฮแอท แบงค็อก กำลังจัดแสดง 10 โชว์ต่อสัปดาห์ที่ห้องรับประทานอาหารส่วนตัวของเอ็มบาสซีรูม ที่พาร์ค ไฮแอท แบงค็อก ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม ถึง 31 กรกฎาคม 2562 โดยแต่ละสัปดาห์ให้บริการดังต่อไปนี้ วันอาทิตย์ถึงวันพุธ 19.00 น. และวันพฤหัสบดีถึงวันเสาร์ 19.00 และ 21.30 น.

แต่ละเส้นทางการเดินทางประกอบไปด้วยอาหาร 5 คอร์ส จัดเตรียมขึ้นพิเศษโดยเชฟปิแอร์ ทาแวร์นิเยร์ พร้อมการเดินทางไปกับภาพ 3D อนิเมชั่นที่ไม่เหมือนใครไปกับเชฟตัวจิ๋วที่สุดในโลก

เส้นทาง A ราคา 3,299++ บาทต่อท่าน เฉพาะรับประทานอาหาร
เส้นทาง B ราคา 3,999++ บาทต่อท่าน เฉพาะรับประทานอาหาร
จับคู่อาหารกับไวน์ เพิ่ม 1,199++ บาทต่อท่าน
จับคู่อาหารกับแชมเปญและไวน์ เพิ่ม 1,599++ บาทต่อท่าน

สำหรับการสำรองที่นั่ง รวมทั้งจองเป็นกลุ่ม กรุณาไปที่เว็บไซต์ lepetitchef.asia/parkhyattbangkok

Nespresso มอบประสบการณ์ครั้งใหม่แด่คอฟฟี่เลิฟเวอร์ ผ่าน ‘ครีเอทิสต้า พลัส (Creatista Plus)’

เครื่องชงกาแฟรุ่นล่าสุดจากเนสเพรสโซที่จะให้คอกาแฟได้รังสรรค์เมนูหลากรสชาติจากเครื่องครีเอทิสต้า พลัส พร้อมทั้งครีเอทฟองนมลาเต้อาร์ตด้วยตัวคุณเองง่ายๆ โดยจะเริ่มวางขายวันที่ 8 เม.ย.2562 นี้ ที่ร้านเนสเพรสโซทุกสาขา
ด้วยเครื่องนี้จะมีโปรแกรมในการทำกาแฟชนิดต่างๆ ผ่านแคปซูลกาแฟหลากหลายชนิดของเนสเปรสโซ อย่างการทำกาแฟลาเต้นก็จะเป็นการทำกาแฟก่อน จากนั้นจะเป็นการทำฟองนมที่เราสามารถปรับระดับความฟูหรือความเนียนของฟองนมได้ เพื่อการรินทำลาเต้อาร์ตให้ได้ตามต้องการ ข้อดีคือเราจะได้ฟองนมที่มีคุณภาพสม่ำเสมอไม่จำเป็นต้องปรับความแรงของไอน้ำด้วยมืออย่างเครื่องทั่วไป นอกจากนี้ยังทำกาแฟชนิดต่างๆ ได้อีกมากมาย

เกษรวิลเลจ สร้างสรรค์ความอร่อยบริบทใหม่กับ 23 ร้านอาหารและคาเฟ่สุดเทรนดี้

1823 TEA LOUNGE BY RONNEFELDT (1823 ทีเลานจ์บายรอนเนอเฟลด์)

ทีเลานจ์แห่งแรกและแห่งเดียวของแบรนด์ชาเก่าแก่ตั้งแต่ปี 1823 จากประเทศเยอรมนี นอกจากจะเสิร์ฟชาคุณภาพเยี่ยมจากทั่วทุกมุมโลกแล้ว เมนูอาหารกลางวันที่ครีเอทขึ้นล่าสุดอย่าง ‘Duck Breast’ ก็ยังมอบรสสัมผัสชั้นเลิศและสอดแทรกความเป็นแบรนด์ชาชื่อก้องลงไปด้วย โดยนำอกเป็ดที่คัดสรรมาพิเศษไปเข้าเครื่องซูวี เพื่อให้สุกอย่างสมบูรณ์แบบและคงความชุ่มฉ่ำ จากนั้นเซียร์ให้หนังกรอบกรุบกำลังน่าทาน แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นสเต๊ก มีเครื่องเคียงเป็นมันม่วงพูเรกับมันส้มอบน้ำผึ้ง ราดด้วยซอสลาเวนเดอร์เรดไวน์ ซึ่งลาเวนเดอร์ช่วยลดความเข้มข้นของไวน์แดงให้เจือจางลง แต่กลับได้รสชาติอร่อยลงตัวเมื่อรับประทานคู่กับเนื้อเป็ดชิ้นอวบที่หวานฉ่ำโดยธรรมชาติ จะเลือกนั่งทานภายในร้านก็เป็นส่วนตัวหรือเป็นโซน Balcony ด้านนอกร้านก็สามารถเอ็นจอยบิสซิเนสทอล์กท่ามกลางบรรยากาศโอ่โถง สะดวกสบาย

 ชั้น 1 เกษรเซ็นเตอร์เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 20.30 น. โทร.02-656-1085

PASTE (เพสต์)

สุดยอดร้านอาหารไทยโดยฝีมือเชฟคนไทยเพียงไม่กี่ร้านที่สามารถสอยดาวมิชลินมาประดับไว้ได้ หลอมรวมเสน่ห์ของอาหารไทยสูตรโบราณ ผสมผสานกระบวนการปรุงและการนำเสนอสุดสร้างสรรค์แปลกใหม่สวยงามที่ใครได้ลิ้มลองเป็นต้องติดใจทุกราย ดังเช่นเมนู ‘คั่วกลิ้งปลาอินทรี’ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเมนูคั่วกลิ้งของภาคใต้ แต่เปลี่ยนจากการผัดพริกแกงกับหมูสับหรือไก่สับมาทำเป็นซอส แล้วท็อปด้านบนด้วยปลาอินทรีสดจากกลุ่มประมงพื้นบ้าน เคล้ากับใบมะกรูดและพริกไทยสด เสิร์ฟพร้อมดอกดาหลา, ใบเล็บครุฑ, ใบเฟิร์นตีนตุ๊กแก และใบชะคราม อร่อยกลมกล่อมแบบรสชาติไทยในระดับสากล

 ชั้น 3 เกษรเซ็นเตอร์เปิดบริการทุกวัน เวลา 12.00 – 14.00 น. และ 18.30 – 23.00 น. โทร.02-656-1003

 

RIEDEL WINE BAR & CELLAR (รีเดลไวน์บาร์แอนด์เซลลาร์)

ชื่อนี้การันตีความพิเศษในหมู่ไวน์ เลิฟเวอร์ได้เป็นอย่างดี ภูมิใจนำเสนอเมนคอร์สสำหรับมื้อกลางวันทานง่ายที่เหมาะแก่การรับประทานแกล้มวิวย่านราชประสงค์ ‘Linguine & Spicy Crab’ เส้นลิงกวินีคลุกเคล้ากับเนื้อปูสดๆ แน่นๆ เสิร์ฟกับเลมอนและชิลลี่ออยล์ รสชาติเผ็ดนำเล็กน้อยแล้วตามด้วยความเปรี้ยวจากเลมอน แนะนำให้สั่งไวน์ขาวสักแก้วมาดื่มด้วยระหว่างมื้อ เพราะจะช่วยเพิ่มอรรถรสให้ยิ่งเอร็ดอร่อยประทับใจนำไปสู่การปิดดีลที่สมบูรณ์แบบ

ชั้น 2 เกษรเซ็นเตอร์เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00 – 24.00 น. โทร.
02-656-1133

THE MANDARIN ORIENTAL SHOP (เดอะแมนดารินโอเรียนเต็ลช็อป)

ร้านขนมและอาหารอันโด่งดัง อร่อยเลิศตามมาตรฐานของโรงแรมระดับ 5 ดาว Mandarin Oriental ภายใต้การตกแต่งที่ดูคลาสสิคเรียบโก้ นำเสนอเมนูอร่อยคลายร้อนยามบ่ายประจำฤดูร้อนของไทยที่สืบทอดกันมายาวนาน อย่าง ‘ข้าวแช่’ สูตรต้นตำรับชาววัง เมล็ดข้าวสีขาวบริสุทธิ์ เมื่อแช่น้ำแล้วไม่พองไม่แตก หอมน้ำดอกมะลิติดปลายจมูกในทุกๆ คำที่ตักรับประทาน ส่วนเครื่องเคียงก็ครบรสตามต้นตำรับ มีทั้งลูกกะปิทอด, ไข่เค็มชุบไข่ทอด, กุ้งและเนื้อปลาปั้นกลมทอด, หมูหวาน, ไชโป้วหวาน, หอมแดงยัดไส้กะปิ, พริกหยวกสอดไส้หมูบดและกุ้งสับ รวมถึงผักแกะสลักอย่างประณีตงดงาม หากยังคุยงานไม่หนำใจ ลองปิดท้ายด้วย High Tea Set ลิ้มรสขนมหวานระดับตำนาน ทั้งเลมอนทาร์ต หรือมาการองสูตรโอเรียนเต็ล ที่โดดเด่นด้วยความสดใหม่และพรีเซนเทชั่นที่สวยงาม เสิร์ฟพร้อมชามาตรฐานระดับโลกที่ทำให้ยามบ่ายครั้งนี้เป็นที่น่าจดจำไม่รู้ลืม

ชั้น G เกษรเซ็นเตอร์เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 20.00 น. โทร.02-656-2118

ERIC KAYSER (อีริคเคย์เซอร์)

พักเหนื่อยจากเรื่องงานมาเติมพลังด้วยความหวานกันซักนิดที่อีริค เคย์เซอร์ ร้านขนมปังอาร์ทิซานเจ้าดังจากฝรั่งเศส ภายใต้การสืบทอดกรรมวิธีการทำขนมปังตามแบบฉบับดั้งเดิมมาตั้งแต่รุ่นคุณทวดกระทั่งถึงปัจจุบัน ให้บริการทั้งเบเกอรี่ พาทิสเซอรี่และเครื่องดื่มต่างๆ ‘Buchée de Roses’ เป็นชื่อของเค้กสีชมพูหวานฉ่ำใหม่ล่าสุด มาจากการผสม ผสานกันระหว่างกุหลาบ ลิ้นจี่ และราสเบอร์รี่ โดยเค้กจะถูกเรียงเป็นชั้นๆ ตามลำดับการรับรู้กลิ่นและรสชาติของมนุษย์ ซึ่งความอร่อยสุดเซอร์ไพรส์จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นในทุกคำที่ป้อนเข้าปาก ราวกับกำลังรับประทานกลีบดอกไม้หวานหอมจากท้องทุ่งในความฝัน

ชั้น G เกษรทาวเวอร์เปิดบริการทุกวัน เวลา 07.30 – 20.30 น. โทร. 02-019-4909

DUKE (ดุ๊ก)

ด้วยเอกลักษณ์ของร้านที่เป็นแหล่งรวมของวิสกี้และซิการ์ระดับตำนานโลก บวกกับคอนเซ็ปต์ร้านที่ออกแนว Co-Working Space ดุ๊กจึงรังสรรค์เครื่องดื่มแก้วใหม่เพื่อเอาใจคอกาแฟตัวยงที่ปรารถนาจะสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ของรสชาติที่มีกลิ่นอายของกาแฟผสมผสานอยู่ด้วย ‘Fancy Cold Brew’ จึงเป็นม็อกเทลลูกผสมสูตร Cold Brew สไตล์เยอรมัน เสิร์ฟมาในแก้วค็อกเทลทรงบางเฉียบ จิบแรกปลายลิ้นสัมผัสถึงรสชาติเข้มข้นของกาแฟ ก่อนตามด้วยรสหวานผสานเปรี้ยวจากแพสชั่นฟรุตและส้ม ละเลียดจิบหลังมื้อกลางวันพร้อมดื่มด่ำกับงานศิลปะที่เวียนมาจัดแสดงที่ร้านตลอดทั้งปี

ชั้น 1 เกษรเซ็นเตอร์เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00 – 24.00 น. โทร.094-647-8888

STARBUCKS COFFEE (สตาร์บัคส์คอฟฟี่)

ดับไอร้อนของเดือนเมษายนด้วยเมนู ‘Cold Foam Iced Espresso’ กาแฟเอสเพรสโซ่เสิร์ฟในรูปแบบเย็น ที่มาพร้อมโคลด์โฟมที่ทางสตาร์บัคส์รังสรรค์ฟองนมเนียนนุ่มละมุนลิ้นท็อปอยู่ด้านบน เอาใจคอกาแฟที่รักสุขภาพ เพราะมีรสหวานหน่อยๆ และโฟมนมทำจากนมไขมันต่ำ มอบรสชาติกาแฟที่เข้มข้นเย็นชื่นใจ สัมผัสได้ถึงความครีมมี่แต่แคลอรี่ต่ำ เหมาะกับเป็นเครื่องดื่มปิดท้ายมื้อกลางวันที่อากาศร้อน ช่วยปลุกความสดชื่นตลอดช่วงบ่ายได้อย่างมีชีวิตชีวา

ชั้น 1 เกษรทาวเวอร์เปิดบริการทุกวัน เวลา 06.30 – 22.00 น. โทร.065-509-1566

STARBUCKS RESERVE™ EXPERIENCE STORE (สตาร์บัคส์รีเสิร์ฟเอ็กซ์พีเรียนซ์สโตร์)

อีกระดับแห่งร้านกาแฟยอดนิยมกับการสร้างประสบการณ์การดื่มกาแฟให้พิเศษยิ่งขึ้น ด้วยการคัดสรรสุดยอดกาแฟคุณภาพเยี่ยมหายากจากทั่วโลกมาพร้อมเสิร์ฟ ทั้งยังเผยขั้นตอนการชงกาแฟให้คนรักกาแฟได้ดื่มด่ำอย่างใกล้ชิด นำเสนอสเปเชียลเมนู ‘Smoked Butterscotch Latte’ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากร้าน Shanghai Reserve Roastery ซึ่งมีจำหน่ายเฉพาะสตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟเท่านั้น โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมของบัตเตอร์สก็อตซอสรสชาติเข้มข้นที่ได้จากการเคี่ยวเนยและน้ำตาลเข้าด้วยกัน ผสมผสานกับเอสเพรสโซ่ช็อต ให้ความรู้สึกของเครื่องดื่มที่ราวกับเป็นขนมหวาน เพราะเต็มไปด้วยรสชาติหวานมัน กลมกล่อม หอมกลิ่นควันอ่อนๆ ที่สำคัญยังเลือกชนิดของกาแฟและระดับความเข้มข้นของรสชาติได้ตามใจต้องการ  

ชั้น 2 เกษรเซ็นเตอร์เปิดบริการทุกวัน เวลา 06.30 – 21.00 น. โทร. 062-593-3786

เคล็ดไม่ลับของ Frederic Hawecker สุดยอดเชฟขนมหวานจากฝรั่งเศส

เฟรเดริก ฮาเวคเกอร์ (Frederic Hawecker) อาจไม่เหมือนเชฟขนมหวานในจินตนาการสักเท่าไหร่ เชฟร่างเล็กคนนี้มาพร้อมกับท่าทีขึงขังและพูดจาฉะฉาน แต่ทุกอย่างก็ดูนุ่มนวลขึ้นทันทีถ้าเป็นเรื่องของสิ่งที่เขาถนัดที่สุด นั่นคือการทำขนม และเหมือนเขาก็จะรู้จักตัวเองดี เพราะสำหรับแบรนด์ของเขาเองนั้น แท็กไลน์ที่เขาเลือกใช้ก็คือ “Createur de Douceurs” ที่แปลว่าผู้รังสรรค์ความนุ่มละมุนนั่นเอง

เฟรเดริก ฮาเวคเกอร์ มาจากเมืองเล็กๆ ใกล้กับเมืองอาวิญยงซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ทักษะการทำขนมของเขาได้ชื่อว่าไม่แพ้ใคร และเห็นได้ชัดว่าเชฟระดับท็อปของฝรั่งเศสก็เห็นด้วย จึงให้เขาผ่านการคัดเลือกจนเป็นหนึ่งใน Meilleur Ouvrier de France (MOF) หรือสุดยอดช่างฝีมือของฝรั่งเศสซึ่งถือเป็นเกียรติสูงสุดของหลายๆอาชีพในฝรั่งเศส และเชฟก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยเฟรเดริกนั้นได้รับตำแหน่งนี้ในสาขาเชฟขนมหวานโดยเฉพาะ

เมื่อวานนี้ เราได้เจอกับเชฟเฟรเดริกที่โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ที่เชฟได้มารังสรรค์ชุดน้ำชาชุดพิเศษที่ใช้ช็อกโกแลตที่ใช้ช็อกโลแลตพรีเมียมจาก L’Opera Chocolaterie แบรนด์ช็อกโกแลตจากฝรั่งเศสผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตช็อกโกแลตแบบซิงเกิล ออริจิน (Single Origin) โดยเชฟเฟรเดริกแอบแย้มว่าจริงๆแล้ว ช็อกโกแลตนั้นจะดีไม่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับเปอร์เซ็นต์ของช็อกโกแลตอย่างที่ใครๆ คิด แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพของเมล็ดโกโก้ ซึ่งแบรนด์ L’Opera Chocolaterie ซึ่งเป็นแบรนด์คราฟต์ที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนี้ก็ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกเมล็ดโกโก้เป็นที่สุด

ด้วยความที่ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ เป็นโรงแรมที่มีกลิ่นอายของญี่ปุ่น เชฟเฟรเดริกจึงผสมผสานช็อกโกแลตเข้ากับองค์ประกอบจากญี่ปุ่น ตั้งแต่วิสกี้แบบญี่ปุ่น ส้มยูสุ ไปจนถึงกลิ่นชา แต่ในขณะเดียวกันก็แอบเติมรายละเอียดจากบ้านเกิดของเชฟอย่างน้ำมันมะกอกเข้าไปด้วย จากการชมการสาธิต เราสังเกตเห็นว่าเชฟดูจะให้ความสำคัญกับคำว่า “เท็กซ์เจอร์” เป็นพิเศษ สำหรับเขา ขนมหวานที่ดีไม่ใช่ขนมหวานที่หวานจนเกินไป และต้องมอบ “ประสบการณ์” ให้กับผู้ที่รับประทานได้ และประสบการณ์ที่ว่าก็มาจากการเล่นกับเท็กซ์เจอร์นั่นเอง และการที่จะสร้างเท็กซ์เจอร์ให้น่าสนใจได้นั้น “ต้องอาศัยการคิดคำนวณอย่างดีครับ” เชฟกล่าวระหว่างสาธิตการทำกานาจให้เราดู

ชุดน้ำชา “ซึบากิ” เซ็ตพิเศษที่มาพร้อมกับขนมหวานฝีมือเชฟเฟรเดริกจะมีเสิร์ฟในวันที่ 12 มีนาคมนี้ ระหว่างเวลา 14.oo น.-17.oo น. ที่ Up & Above Bar ชั้น 24 โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ เท่านั้น โดยราคาอยู่ที่ 1,290++ บาท (รวมชาหรือกาแฟสำหรับสองท่าน) สำรองที่นั่ง โทร. 02-687-9000

 

 

5 ร้านอาหาร บาร์ และคลับเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ

ตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้วจนถึงขึ้นปีใหม่ 2562 ก็มีร้านเปิดใหม่มากมาย ที่อ้าแขนรอต้อนรับลูกค้าอย่างเราๆให้ลองไปเปิดประสบการณ์ ณ สถานที่เหล่านั้นดูสักครั้ง เราจึงรวบรวมร้านอาหาร บาร์ และคลับที่พึ่งเปิดให้บริการสดๆร้อนๆจำนวน 10 ร้านทั่วกรุงเทพฯ ให้คุณได้ลองไปใช้เวลายามว่างตอนค่ำนั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ฟังเพลงเพราะๆ หรือมีมื้ออาหารอันแสนอร่อยกับคนใกล้ชิดของคุณ

เราเชื่อว่าต้องมีสักร้านที่เข้าตา…จนคุณต้องชวนเพื่อนไปซ้ำอีกหลายรอบอย่างแน่นอน

Pirate Arena

จาก Seenspace ได้ปรับโฉมมาเป็นเรือโจรสลัดกลางทองหล่ออย่าง Pirate Arena เป็นแหล่งกิน ดื่ม เที่ยวที่ใหม่จำนวน 3 ขั้น บรรยากาศของร้านในแต่ละชั้นจะมอบประสบการณ์ดีๆให้กับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนของคุณได้ ชั้นแรกคือ Pirate Saloon เบียร์และวิสกี้บาร์ที่ตกแต่งราวกับกำลังนั่งอยู่กลางมหาสมุทรใต้ท้องเรือ มีอาหารและเครื่องดื่มรสชาติดีสารพัดเมนูให้เลือกทาน ชั้น 2 เป็น Pirate Bazaar ที่จะมีโซนอาหารและร้านไวน์พร้อมดนตรีแจ๊สเพราะๆ ส่วนชั้น 3 คือ Fallabella Luxe ที่เที่ยวในตำนานที่กลับมามอบความสนุกและสีสันในยามค่ำคืนให้ทุกคนอีกครั้ง ต้องลองสัมผัสความพิถีพิถันของการปรุงและจัดอาหาร รวมถึงความสร้างสรรค์ของเมนูค็อกเทลและเครื่องดื่มต่างๆด้วยตัวเองสักครั้ง

สถานที่:
ทองหล่อ ซอย 13
(สถานี BTS ที่ใกล้ที่สุด: ทองหล่อ)

เวลาเปิดทำการ:
18.00 – 02.00 น.

ติดต่อร้าน:
โทร 083-639-9919

Pink Flamingo by Prelude

ค็อกเทลบาร์แห่งนี้ซ่อนตัวอยู่หลังร้านอาหาร Prelude การตกแต่งภายในร้านเป็นธีมเรโทรยุค 80’s ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกิจกรรมและดนตรีในสมัยนั้น มีนกฟลามิงโกสีชมพูแสนน่ารักรายล้อมไปทั่วร้าน ให้บรรยากาศราวเป็นเป็นทรอปิคอลบาร์ใจกลางทองหล่อเลยก็ว่าได้ สำหรับเมนูค็อกเทล คิดค้นและสร้างสรรค์โดยหัวหน้าบาร์เทนเดอร์จากสถาบัน Culinary Institute of America (CIA) ซึ่งถ่ายทอดออกมาเป็นเครื่องดื่มที่น่าสนใจทั้งรสชาติและหน้าตา เช่น Angel Pink (350 บาท) ที่มีส่วนผสมของจิน ไซรัปดอกเอลเดอร์ และชิโซะแดง Mystery Box (350 บาท) ค็อกเทลตามใจบาร์เทนเดอร์ ซึ่งถ้าใครอยากลุ้นว่าบาร์เทนเดอร์จะเลือกเครื่องดื่มชนิดไหนให้เรา เมนูนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย

สถานที่:
ชั้น 2 Arena 10 ทองหล่อ ซอย 10
(สถานี BTS ที่ใกล้ที่สุด: ทองหล่อ)

เวลาเปิดทำการ:
อังคาร – อาทิตย์
18.00 – 24.00 น.

ติดต่อร้าน:
โทร 061-384-1067

Koi Restaurant & Lounge

ร้านอาหารญี่ปุ่นฟิวชั่นบนชั้น 39 อาคาร Sathorn Square แห่งนี้เป็นสาขาที่ 2 ในประเทศไทย โดย Koi เป็นที่กล่าวขานมาอย่างยาวนานในระดับโลก มีสาขามากมายทั้ง ลาสเวกัส ลอสแอนเจลิส นิวยอร์ก อาบูดาบี และประเทศไทย ด้วยเหตุผลที่อาหารและเครื่องดื่มสร้างสรรค์ขึ้นด้วยความพิถีพิถันจากวัตถุดิบชั้นเลิศ ภายในร้านแบ่งเป็น 2 โซน ได้แก่ ห้องอาหาร และ เลานจ์ ตกแต่งอย่างทันสมัย ด้านในร้านมีมุมกระจกที่สามารถเห็นวิวกรุงเทพได้อย่างถนัดตา นอกจากนี้ยังมีเพลงแจ๊สเล่นคลอเพื่อสร้างบรรยากาศดีๆ อีกด้วย

สถานที่:
ชั้น 39 อาคาร Sathorn Square สีลม
(สถานี BTS ที่ใกล้ที่สุด: ช่องนนทรี)

เวลาเปิดทำการ:
อังคาร – อาทิตย์
18.00 – 01.00 น.

ติดต่อร้าน:
โทร 02-258-1590

ABar & ABar Rooftop

บาร์ทั้งสองแห่งนี้ให้บรรยากาศที่แตกต่างกัน โดย ABar เป็นอินดอร์บาร์ที่ตกแต่งในสไตล์เรโทรเท่ๆ ผสมผสานระหว่างยุควิกตอเรียและช่วงยุค 30’s ด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มเป็นหลัก มีระเบียงที่สามารถออกไปนั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ชมวิวของสวนเบญจสิริได้ ส่วน ABar Rooftop ตกแต่งออกมาในลักษณะโมเดิร์นและสบายๆมากกว่า ความพิเศษของบาร์บนดาดฟ้าโรงแรมแห่งนี้เป็นบาร์จิน ที่มีมากกว่า 55 ชนิด ซึ่งแต่ละเมนูผ่านการคิดและทดลองสูตรมาแล้ว เมนูซิกเนเจอร์ของที่ร้านคือ G&T No.3 (425 บาท) มีส่วนผสมของจิน Martin Miller และโทนิก Fever-Tree Mediterranean ที่ตกแต่งด้วยดอกไม้ทานได้นานาชนิดที่ จึงมั่นใจได้ว่ารสชาติค็อกเทลอร่อยๆ และบรรยากาศเมืองกรุงสวยๆ จะทำให้มีค่ำคืนที่ดี

สถานที่:
ชั้น 37-38 โรงแรม Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park สุขุมวิท ซอย 22
(สถานี BTS ที่ใกล้ที่สุด: พร้อมพงษ์)

เวลาเปิดทำการ:
17.00 – 01.00 น.

ติดต่อร้าน:
โทร 02-059-5999

Asia Today

บาร์แห่งนี้เกิดขึ้นจากทีมผู้ก่อตั้ง บาร์ Teen of Thailand ที่ต้องการเน้นความสำคัญของวัตถุดิบที่ใช้ในเครื่องดื่มเมนูต่างๆ โดยใช้น้ำผึ้ง สมุนไพร ฯลฯ จากท้องถิ่น ที่ทีมเจ้าของเดินทางไปหามาด้วยตนเองทั้งสิ้น ทำให้เมนูเครื่องดื่มจะสับเปลี่ยนหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังมีค็อกเทลพื้นฐานที่สามารถไปชิมได้อยู่เรื่อยๆ เมนูค็อกเทลส่วนใหญ่ใช้รัมเป็นเบส และตั้งชื่อตามวัตถุดิบหลักที่ใช้ เช่น ใบหูเสือ (360 บาท) หรือ Wild Honey Khao Yai (360 บาท) หากได้คุยกับบาร์เทนเดอร์เรื่องเครื่องดื่มนานาชนิดที่คุณสั่ง จะได้ทราบเรื่องราวของวัตถุดิบเบื้องหลังอันน่าสนใจอย่างแน่นอน

สถานที่:
ซอยนานา ถนนเจริญกรุง
(สถานี MRT ที่ใกล้ที่สุด: หัวลำโพง)

เวลาเปิดทำการ:
อังคาร – อาทิตย์
19.30 – 01.00 น.

ติดต่อร้าน:
โทร 097-134-4704

 

FINE DINING DESTINATION IN CHIANG MAI

กิจกรรมที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเยือนเชียงใหม่ คือการต้องไปแวะชิมและชิวที่ โฟร์ซีซั่นส์รีสอร์ท เชียงใหม่ รีสอร์ท ที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางหุบเขาที่เขียวชอุ่มของทุ่งนา พร้อมชมทัศนียภาพอันสวยงามของภูเขาที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติท่ามกลางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมอันดีงามที่หาได้ยากในจังหวัดเชียงใหม่

เริ่มต้นการรับประทานอาหารกลางวัน ที่ห้องอาหารข้าว (Khao) กับเชฟอัญชลี นำเสนออาหาร ด้วยการเปิดเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘ข้าว’ อันเป็นธัญญาหารหลักของคนไทย ผ่านเสน่ห์รสชาติและหน้าตาของเมนูต่างๆ ที่ล้วนเกิดจากความทุ่มเทของเชฟที่คิดค้นด้วยการใช้วัตถุท้องถิ่นคุณภาพดีจากชุมชน ด้วยการนำเอาผลิตภัณฑ์จากโครงการหลวงมาไว้ที่นี่ เมนูที่ถูกคิดค้นผ่านศิลปะที่มีกลิ่นอายของ จีนยูนาน ยุโรป และ พม่าเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยหุงสุกใหม่ๆ หอมกรุ่น ให้แขกที่เข้าพักลิ้มลองรสชาติแสนอร่อยพร้อมกับวิวทุ่งนาสุดลูกหูลูกต

นอกจากนี้ในช่วงยามบ่ายเรายังมี Tea Room สำหรับ Afternoon Tea ให้ผู้เข้าพักและแขกที่มาเยือนได้เพิ่มประสบการณ์ใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการดื่มชาและกาแฟ ด้วยการนำเอาชาและกาเเฟคุณภาพดีในภาคเหนือที่มีกระบวนการผลิตเป็นมิตรต่อป่าและธรรมชาติ อาทิ Mae Salong Classic Green, Mae Teng Lychee, Coconut Scented Miang Tree Leaves หรือ Tropical Sunset โดยลูกค้าสามารถจับจ่ายซื้อชาเพื่อเป็นของที่ระลึกได้อีกด้วย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ fb.chiangmai@fourseasons.com หรือโทร. 053-298-181

 

ROMANTIC DINING BY THE RIVER

วาเลนไทน์นี้… พาคู่รักของคุณมาฉลองมื้อพิเศษสุดโรแมนติกริมน้ำ ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ กับห้องอาหารศาลาทิพย์ ที่เชฟรังสรรค์เมนูสุดพิเศษสำหรับคู่รักโดยเฉพาะ ภายใต้เรือนไม้สักทองริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้ค่ำคืนสุดพิเศษของคุณยิ่งพิเศษกว่าเคย

Read more

เตรียมเซอร์ไพร้สคนรักในวันวาเลนไทน์หรือยัง ?

โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ ชวนคู่รักมาร่วมเนรมิตวันวาเลนไทน์ให้เป็นช่วงเวลาที่แสนมหัศจรรย์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เร่ิมจากการนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมทัศนียภาพที่งดงามเหนือน่านฟ้ากรุงเทพฯใช้เวลา 15 นาทีก่อนมื้ออาหารค่ำสุดพิเศษ ณ ห้องเจสเตอร์ ที่จะมีเพียงคู่รักเพียง 5 คู่เท่านั้น เพื่อความเป็นส่วนตัวอย่างสูงของแต่ละคู่ ซึ่งในวันวาเลนไทน์ห้องเจสเตอร์จะได้รับการเนรมิตให้เป็นเสมือนสวนแห่งดอกไม้สีขาวราวกับดินแดนแห่งเทพนิยาย

เมนูพิเศษ 9 คอร์สรังสรรค์โดยหัวหน้าพ่อครัวใหญ่ สเตฟาน ไลท์เนอร์ (Stefan Leitner, Executive Chef) เชฟจัดให้มีความสมดุลทั้งในเรื่องรสชาติ หน้าตาของอาหาร และ ปริมาณ และซ่อนความประหลาดใจให้แก่คู่รัก อาทิ อาหารหน้าตาเป็นขนมหวานมาการอง แต่เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วกลับกลายเป็นอาหารคาวเรียกน้ำย่อย Foie Gras Praline ช็อคโกแลตตับห่าน ซึ่งนำเสนอในรูปลักษณ์ของช็อคโกแลต หรือซุปข้นรสชาติเข้มที่คู่รักจะสนุกกับการคาดเดาว่าซุปข้นนี้ปรุงจากวัตถุดิบใดบ้าง (มีทั้งไข่หอยเม่น ปู King Crab ไข่แดงที่ผ่านการ Sous-Vide และเห็ดทรัฟเฟิลดำ) สำหรับของหวานนั้นเชฟไใช้ฝักวานิลลาจากตาฮีตีออกมาเป็น Berry Sorbet เติมความหอมหวานสดชื่น และที่จะขาดไม่ได้สำหรับวันวาเลนไทน์ คือ ช็อคโกแลตสูตรพิเศษตำรับเพนนินซูลา ซึ่งใช้ดาร์กช็อคโกแลต 66% จาก Valrhona แบรนด์ช็อคโกแลตระดับพรีเมี่ยม ปิดท้ายค่ำคืนอันแสนพิเศษนี้

 

ระหว่างมื้ออาหารทุกคู่รักจะถูกบันทึกภาพโดย วิรุฬห์ กุณตัณฑ์ หนึ่งในช่างภาพถ่ายภาพงานแต่งงานที่ดีที่สุดในประเทศไทย แล้วนำมาใส่กรอบที่มีเอกลักษณ์เป็นผลงานลิมิเต็ดฯ ของนักวาดมากฝีมือ คุณปัณพัท มอบเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ที่อยู่เหนือกาลเวลา

 

โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ นำเสนอประสบการณ์การฉลองวันวาเลนไทน์ ดังนี้
* มื้อค่ำพิเศษ 9 คอร์ส พร้อมแชมเปญเพนนินซูลา 1 ขวด ณ ห้องเจสเตอร์ พร้อมนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมทัศนียภาพความงามของกรุงเทพฯ 15 นาที อย่างเป็นส่วนตัว ราคา 112,999++ บาท สำหรับ 2 ท่าน
* มื้อค่ำพิเศษ 9 คอร์ส พร้อมแชมเปญเพนนินซูลา 1 ขวด ณ ห้องเจสเตอร์ ราคา 39,999++ บาท สำหรับ 2 ท่าน
* อาหารค่ำแบบบุฟเฟต์นานาชาติ ณ ห้องอาหารริเวอร์ คาเฟ่ แอนด์ เทอเรซ ราคา 5,600++ บาท สำหรับ 2 ท่าน
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และ สำรองที่นั่งได้ที่ โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ โทร 0 2020 2888 หรือที่ www.peninsula.com/bangkok

ชวนชิมอาหารจีนจากเชฟ 2 ดาวมิชลินจากสิงคโปร์

ตั้งแต่วันที่ 6 ถึง 12 มิถุนายนนี้ ห้องอาหารจีนแชงพาเลซ  โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ พร้อมเสิร์ฟสุดยอดอาหารจีนโดยฝีมือเชฟมิชลินสตาร์ระดับ 2 ดาว เชฟม๊ก กิ๊ด คว่อง จากสิงคโปร์

อาหารจีนที่ได้รับการรับรองจากมิชลินสตาร์ระดับ 2 ดาว ไม่ได้มีมาก แต่อาหารจีนก็เป็นอาหารที่ดูจะถูกปากคนไทย และรสชาติอาหารจีนจากเชฟที่ได้ 2 ดาวมิชลินนั้นจะเป็นเช่นไรย่อมน่าลิ้มลอง เชฟม๊ก กิ๊ด คว่อง มีประสบการณ์มากกว่า 35 ปี เขามีโอกาสแสดงฝีมือการปรุงอาหารถวายแด่กษัตริย์แห่งโมร็อกโก ประธานาธิบดีแห่งรัสเซีย นายกรัฐมนตรีแห่งสิงคโปร์ รวมถึงบุคคลสำคัญและมีชื่อเสียงทั่วโลก

เขาเชี่ยวชาญด้านการผสมผสานศิลปะและกลิ่นอายความทันสมัยเข้าไปในขั้นตอนการตกแต่งอาหาร เชฟม๊กยังได้รังสรรค์เมนูแปลกใหม่ด้วยรสชาติที่กลมกล่อมกว่า 20 เมนู

คุณสามารถลิ้มลองอาหารจานเด่นของเชฟมิชลินสตาร์ระดับ 2 ดาว อาทิ ปลาคอดอบไข่ขาวและกังป๋วย เป๋าฮื้อออสเตรเลียเจี๋ยนน้ำแดง หมูแดงเลิศรส ปลิงทะเลยัดไส้กุ้ง ตับห่านราดด้วยซอสเป๋าฮื้อ ซุปไก่ตุ๋นรังนกพิเศษ และขานกกระทาทอดกระเทียมกรอบ ฯลฯ ราคาเริ่มต้นที่จานละ 380++บาท ถึง 8,880++บาท

เชฟม๊ก กิ๊ด คว่อง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองโต๊ะได้ที่ฝ่ายสำรองที่นั่งห้องอาหารของโรงแรมฯ โทร.0 2236 7777  หรือ 0 2236 9952 หรือ www.shangri-la.com/bangkok