Exclusive Interview with Eric Nam

พูดคุยกับ Eric Nam ศิลปินมากความสามารถเพื่อฉลองการออกอัลบั้มใหม่ There And Back Again ในฐานะศิลปินอิสระเป็นครั้งแรกในชีวิต

Photographer: Kwak Kigon

Stylist: Hwang Geum Nam

Interview by: Pacharee Klinchoo

Management: EN Management

Artist Coordination: Kanit Asava

ยินดีด้วยสำหรับซิงเกิ้ลใหม่ของคุณคาดหวังไว้ขนาดไหนและฟีดแบ็กเป็นอย่างไรบ้าง

ขอบคุณมากนะครับ ผมเพิ่งจะออกสองซิงเกิ้ลในฐานะศิลปินอิสระไปหยกๆ เลย เพลงแรกชื่อว่า I Don’t Know You Anymore ที่ออกไปเมื่อกลางเดือนตุลาคม ส่วนเพลงที่สอง Any Other Way ก็เพิ่งออกไปกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาครับ เอาจริงๆ คือผมค่อนข้างตื่นเต้นที่จะต้องออกเพลงในฐานะศิลปินอิสระเต็มตัวนะครับ แต่แฟนๆ ก็ให้กำลังใจผมมาตลอด และดูเหมือนว่าผมก็มีฐานคนฟังใหม่ๆ ที่มาหลังจากที่ผมเปลี่ยนทิศทางของดนตรีด้วยครับ มันสนุกและเติมเต็มผมได้มากจริงๆ ครับ

เนื้อหาของเพลง I Don’t Know You Anymore นี่พูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ที่แตกหักอย่างชัดเจนเลยนะคุณไปหาแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงเหล่านี้มาจากไหนกัน

ผมว่าเพลงส่วนใหญ่ที่ผมแต่งได้แรงบันดาลใจมาจากชีวิตส่วนตัวและประสบการณ์ของเพื่อนๆ รอบตัวน่ะครับ เรื่องก็คือ พวกเราล้วนเป็นมนุษย์ ถึงแม้ว่าเราอาจจะไม่สามารถเข้าใจหรือมีประสบการณ์ร่วมกับสถานการณ์บางอย่างได้อย่างเต็มที่ แต่เราก็สามารถมีความรู้สึกร่วมแบบกว้างๆ ในเรื่องที่เราประสบในระหว่างการใช้ชีวิตกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสุข ความยินดี การอกหัก ความโกรธ ความเศร้าเสียใจ ความตื่นเต้นดีใจ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นประสบการณ์ร่วมที่มนุษย์ทุกคนจะประสบได้ระหว่างการเดินทางของชีวิตทั้งนั้นครับ ดังนั้น สำหรับผม ก็คือการจับแก่นของอารมณ์เหล่านี้และแปรเปลี่ยนมันออกมาเป็นรูปแบบของดนตรีที่เข้าถึงได้ สนุก ติดหู และเต็มไปด้วยอารมณ์ให้ได้ เท่านั้นเองครับ

เพลงของคุณพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์เป็นส่วนใหญ่นะบอกหน่อยว่าคุณคิดเนื้อหาแต่ละเพลงได้อย่างไร

โดยทั่วไปแล้ว กระบวนการเขียนเพลงของผมเริ่มต้นขึ้นเมื่อผมเดินเข้าไปในห้องพร้อมนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ พวกเราจะเริ่มต้นคุยกันว่าเราทำอะไรกันอยู่ รู้สึกอย่างไร สบายตัวไหม อะไรทำให้เรามีความสุขหรือโศกเศร้าบ้าง เราเริ่มต้นจากตรงนั้น และดึงเอาคำศัพท์และวลีต่างๆ ออกมาจากบทสนทนาของพวกเราเพื่อเอามาทำต่อ มันเป็นธรรมชาติมากๆ เลยครับ เพราะพวกเราต่างก็เป็นมนุษย์ปุถุชน เพลงส่วนใหญ่บนโลกนี้ก็เกี่ยวกับความสัมพันธ์อยู่แล้ว ไม่ในทางดีก็ในทางร้าย หรืออาจจะเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่คุณมีต่อตัวเองก็ได้นะครับ

คุณผ่อนคลายอย่างไรเวลาคุณไม่ต้องทำงาน

เป็นคำถามที่ดีมากเลยนะครับ ผมว่าผมแค่พยายามทำตัวสบายๆ แบบสบายๆ เลยน่ะครับ ผมต้องบอกตัวเองว่าผมควรจะรู้สึกดีกับการไม่ทำอะไรเลยนะ มันยากมากเพราะผมชินกับการวิ่งไปวิ่งมา ทำงานแข่งกับเวลาตลอดเวลา แต่พอผมมีเวลาช่วงไหนที่ผมไม่ต้องทำ ผมก็จะบอกตัวเองว่า มันโอเคที่จะทำตัวว่างๆ นั่งดูทีวียาวๆ นอนเท่าที่ต้องการ และกินอะไรที่อยากจะกินน่ะครับ การใจดีต่อตัวเองและให้รางวัลตัวเองโดยการอนุญาตให้ตัวเองทำอะไรก็ได้ที่ต้องการคือวิธีการผ่อนคลายของผมเวลาผมไม่ต้องทำงานครับ

คุณให้ค่ากับความคิดเห็นของสาธารณชนต่อทั้งตัวคุณและต่องานคุณมากขนาดไหนและคุณรับมือกับความคิดเห็นเหล่านั้นได้อย่างไร

คงจะโกหกถ้าผมตอบว่าความคิดเห็นเหล่านั้นไม่ส่งผลอะไรกับผมนะ ผมคิดว่าคนที่บอกว่าพวกเขาไม่สนใจความคิดเห็นของคนอื่นไม่ได้พูดความจริงทั้งหมดหรอก การเข้าไปอยู่ในจุดที่คุณไม่แคร์อะไรเลยมันต้องผ่านกระบวนการที่คุณแคร์มันมากๆ มาก่อน คุณเห็นด้วยไหม พวกเราเป็นมนุษย์นะ ช่วยไม่ได้หรอกที่พวกเราจะแคร์น่ะ ผมแคร์มันนะ แต่ผมก็พยายามไม่ปล่อยให้มันส่งผลกระทบอะไรกับผม เพราะสำหรับผมแล้ว งานการและสิ่งที่ผมพยายามทำอยู่ก็คือการเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดน่ะครับ ผมพยายามทำดนตรีที่ดีที่สุด สร้างสรรค์งานที่ดีที่สุด เค้นไอเดียที่ดีที่สุดออกมา เอาทุกอย่างที่ดีที่สุดในตัวผมออกมาให้ได้มากที่สุด ถ้าสิ่งเหล่านี้มันยังไม่เติมเต็มความคาดหวังของคนอื่นอีกล่ะก็ ผมก็คงต้องยอมรับมันล่ะครับ บางทีงานของผมอาจจะไม่เหมาะกับพวกเขา ซึ่งก็ไม่เป็นไรหรอก มีคนตั้งเจ็ดพันล้านคนบนโลกนี้ ผมขอโฟกัสอยู่กับคนที่ชอบผมและงานของผมมากกว่าคนที่พยายามจะทำให้ผมเสียกำลังใจดีกว่าครับ

เพลงถัดไปของคุณจะพูดเรื่องอะไร

เพลงล่าสุดของผม Any Other Way เป็นเรื่องของการตกหลุมรักและไม่สนใจสิ่งที่คนอื่นพูด มันตลกดีนะที่มันตอบคำถามที่แล้วของผมไปแล้ว เพราะมันเกี่ยวกับการไม่สนใจคนรอบข้าง และหมกมุ่นอยู่กับคนตรงหน้าแบบไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ผมคงไม่คิดจะมองสถานการณ์ต่างๆ ทั้งความรักหรือสถานการณ์ใดๆ ไปมากกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ซึ่งมันก็เป็นแบบนี้ล่ะครับ ส่วนอัลบั้มใหม่ของผม There and Back Again ที่จะออกมาช่วงต้นเดือนมกราคมก็จะประกอบไปด้วยเพลงใหม่อีก 7 เพลง ซิงเกิ้ลโปรโมทคือสนุกมาก แทบจะรอให้ทุกคนได้ฟังไม่ไหวแล้วครับ สัญญาเลยว่ามันโคตรดีจริงๆ นะ อัลบั้มนี้คือดีเวอร์มาก ผมตื่นเต้นที่จะปล่อยออกมาให้ทุกๆ คนฟังจริงๆ ครับ

คุณมองภาพตัวเองในฐานะนักร้องในอีกสิบปีข้างหน้าไว้อย่างไรบ้างมีอะไรที่อยากจะทำแต่ยังไม่ได้ทำบ้างไหม

ผมรู้สึกขอบคุณมากๆ ที่ได้ทำสิ่งที่ผมทำอยู่ในตอนนี้ มันเป็นเรื่องง่ายนะที่จะต้องการอะไรมากกว่านี้อีก ประสบความสำเร็จกว่านี้ ยอดวิวมากกว่านี้ ขึ้นเวทีใหญ่กว่านี้ อะไรแบบนี้ แต่ผมคิดว่าการเรียนรู้ที่จะอยู่ให้มีความสุขและชื่นชมกับสิ่งที่มีตรงหน้าคือสิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขจากภายในและอารมณ์มั่นคงมากขึ้นครับ นั่นไม่ได้แปลว่าผมเนือยหรืออะไรหรอกนะ เชื่อเถอะว่าผมนี่ทะเยอทะยานมากๆ เลย แต่การคิดแบบนี้ทำให้ผมไม่ฟุ้งซ่านกับสิ่งที่ผมอยากจะทำต่อไป ผมอยากจะให้ดนตรีและคอนเสิร์ตของผมเข้าถึงกลุ่มคนกว้างขึ้นทั่วโลกในอนาคต และอยากจะมีสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับแฟนๆ ให้มากกว่านี้ และผมยังอยากจะแต่งเพลงหรือโปรดิวซ์เพลงและทีวีโชว์ให้กับคนอื่นด้วยนะครับ ผมไม่รู้ว่าโปรเจ็กต์นี้จะเริ่มได้อย่างไร หรือเริ่มเมื่อไหร่ แต่นี่เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าอยากจะลองในอีกสิบปีข้างหน้านะครับ

มีนักร้องไอดอลหรือศิลปินคนไหนที่คุณอยากร่วมงานด้วยไหม

ให้ตายเถอะ มีศิลปินเยอะแยะที่ผมอยากร่วมงานด้วย และมันก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เสียด้วยสิ แต่เอาลิสต์นี้ไปก่อนนะ ผมฟังเพลงของพวกเขาบ่อยมากๆ ช่วงนี้ มี Griff, Audrey Nuna, Niki, Chelsea Cutler, Stromae, Burna Boy, HER, 5SOS, Kid Laroi, LANY, Harry Styles แล้วก็ Jeremy Zucker

ฝากอะไรถึงแฟนๆชาวไทยหน่อย

สำหรับเพื่อนๆ และแฟนๆ ชาวไทยของผมนะครับ ขอบคุณมากๆ ที่ยังรอคอยผม และสนับสนุนจากที่ไกลๆ เสมอ ผมรู้ว่าพวกคุณรักและสนับสนุนผมในสิ่งที่ผมทำ และในตัวตนที่ผมเป็น ผมรู้สึกขอบคุณพวกคุณเสมอมา ผมมักจะคิดไปถึงช่วงเวลาครั้งสุดท้ายที่พวกเราได้เจอกันในกรุงเทพฯ และผมแทบจะรอให้ถึงวันที่ผมจะกลับไปเล่นดนตรีต่อหน้าพวกคุณอีกครั้งไม่ไหวเลยครับ จนกว่าจะถึงวันนั้น ขอให้ทุกคนรู้ว่าผมรักพวกคุณมาก และผมหวังให้ทุกคนร่างกายแข็งแรง มีความสุข และประสบความสำเร็จในสิ่งใดก็ตามที่คุณลงมือทำอยู่นะครับ ขอบคุณอีกครั้ง และหวังว่าจะได้เจอกันเร็วๆ นี้นะครับ

สตรีมอัลบั้ม There And Back Again ของ Eric Nam ได้แล้วทุกช่องทางออนไลน์

ไปเซิร์ฟให้สนุกกัน! The Standard Hua Hin จัดงาน “SPORTY AND SOAKED” เทศกาลริมชายหาดที่เต็มไปด้วยสีสัน พร้อมคลาสสอนเล่นเซิร์ฟจากนักเซิร์ฟแถวหน้าของไทย วันที่ 15-16 มกราคม นี้!

The Standard รีสอร์ตใหม่ล่าสุดของหัวหิน ที่นำความเก๋ไก๋ผสมผสานเข้ากับการออกแบบสุดล้ำ เปิดแผนกิจกรรมของปี 2565 โดยร่วมกับแบรนด์เซิร์ฟชื่อดังระดับโลก Rip Curls และ KBA (Kite Boarding Asia) จัดงาน “Sporty and Soaked” กิจกรรมตลอด 2 วันเพื่อเฉลิมฉลองให้กับความสนุกสนานไปกับชีวิตบนทิวคลื่น

กิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-16 มกราคม 2565 ที่เดอะ เซิร์ฟ คลับ ศูนย์กีฬาทางน้ำที่เต็มไปด้วยสีสันของ The Standard, Hua Hin โดยในงาน Sporty and Soaked จะมีคลาสสอนเล่นเซิร์ฟโดย ติ๋ว-วรินทร หนึ่งในนักเซิร์ฟระดับท็อปของประเทศ และยังเป็นนักกีฬาเซิร์ฟทีมชาติไทย ซึ่งจะมาช่วยให้คำแนะนำและสอนนักเซิร์ฟมือสมัครเล่นทั้งหลาย ให้ได้เรียนรู้ทักษะต่างๆ ที่จำเป็น อาทิ paddling out การนอนบนกระดานโต้คลื่นและใช้มือพายออกไปในทะเล, วิธีดูคลื่น, popping up การเปลี่ยนท่าจากการนอนคว่ำบนกระดานโต้คลื่นมาเป็นท่ายืน รวมถึงเทคนิคการโต้คลื่น เป็นต้น

กิจกรรมนี้เริ่มต้นที่สนามหญ้าริมหาดของ The Standard, Hua Hin ด้วยการแนะนำให้ทุกท่านรู้จักการเล่นเซิร์ฟ ในช่วงอบอุ่นร่างกาย พร้อมแนะนำพื้นฐานต่างๆ ให้ทุกท่านได้ฝึกฝนก่อนลงทะเลจริง นั่นทำให้ระลอกคลื่นที่พัดเข้าฝั่งตลอดเวลา และน้ำทะเลอันระยิบระยับของอ่าวไทยแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่เหมาะสม และปลอดภัยสำหรับการฝึกเล่นเซิร์ฟ

อย่างไรก็ตาม กีฬาทางน้ำไม่ได้มีเพียงการเล่นเซิร์ฟเท่านั้น The Standard, Hua Hin ยังมีข้อเสนอดีๆอย่าง “Water Sports Buffet” สำหรับผู้รักความตื่นเต้น และท้าทายจะมีโอกาสได้ลองเล่นไคท์เซิร์ฟ และเข้าชั้นฝึกเล่นแพดเดิล บอร์ด แบบยืน เรียนรู้พื้นฐานของกีฬาเหล่านี้ก่อนจะมุ่งหน้าลงทะเล โดยทุกท่านยังสามารถเล่นเจ็ตสกีและบานานาโบ๊ทอีกด้วย ที่มีพร้อมสำหรับผู้รักความสนุกสนานและท้าทายความตื่นเต้นได้สนุกอย่างเต็มพลัง

คลาสสอนเล่นเซิร์ฟเอ็กซ์คลูซีฟกับคุณติ๋วในราคาเพียงท่านละ 2,000 บาท ราคานี้รวมการเรียนเต็มวัน และการออกไปเล่นเซิร์ฟในทะเล 2 ชั่วโมงเต็ม สำหรับ Water Sports Buffet เริ่มตั้งแต่ 10.00-17.00 น. ในราคา 4,000 บาทต่อคน ราคานี้รวมการเล่นไคท์เซิร์ฟเต็มวัน และเรียนการเล่นแพดเดิลบอร์ดแบบยืน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.standardhotels.com/hua-hin/happenings/hua-hin-sporty-and-soaked

เรียบเรียง rhunrun

โรงแรมต่างๆ ของ The Standard ตั้งอยู่ในจุดหมายปลายทางที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดของโลก ตั้งแต่หาดไมอามี่ไปจนถึงมัลดีฟส์ ลอนดอนจนถึงนิวยอร์ก ฮอลลีวูดจนถึงหัวหิน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมที่ www.standardhotels.com.

“เจมส์-ธีรดนย์” เปิดตัวช่องยูทูป JamyJamess กับ Content แรก JMJ Talk สัมภาษณ์เปิดใจครั้งแรกหลังออกมาเป็นนักแสดงอิสระเต็มตัว รอชมคอนเทนท์ดีจากหนุ่มเจมส์ได้ที่นี่ครับ

เดินทางอยู่ในวงการเข้าปีที่ 8 ทั้งในบทบาทนักแสดงและศิลปิน วันนี้ “เจมส์-ธีรดนย์” ขอบอกเล่าเรื่องราวอีกมุมมองให้รู้จักกันมากขึ้น ผ่าน JMJ Label โดยได้เตรียมโปรเจ็คพิเศษให้ชมกันในปี 2022 นี้อย่างแน่นอน พร้อมฝากติดตามผลงานภาพยนตร์ Thirteen Live และภาพยนตร์สยองขวัญกับทางสหมงคลฟิล์ม

เข้าไปกดติดตาม Youtube Channel : JamyJamess กันได้ที่นี่ครับ

หรือสามารถติดตามเจมส์ได้ที่

Instagram : @jamyjamess

Twitter : @jamyjamess

Facebook : Jamyjamess Teeradon Supapunpinyo

เรียบเรียง rhunrun

ไปทำความรู้จัก SPIRITED AWAY อนิเมชั่นเรื่องคลาสสิกที่กำลังจะมีผลงานร่วมกับแบรนด์หรูคาแรคเตอร์เท่ Loewe กับเรื่องราวนัยยะทางสังคม วัฒนธรรม และ ความละโมบในจิตใจของมนุษย์

Loewe แบรนด์หรูสัญชาติสเปนภายใต้การนำของ Jonathan Anderson creative director คนเก่งชาวอังกฤษสานต่อความสำเร็จ collaboration กับ Studio Ghibli ผู้สร้างการ์ตูนอนิเมชั่นชื่อดังจากญี่ปุ่น โดยครั้งนี้ทางแบรนด์หยิบเอาอนิเมชั่นเรื่องดังอย่าง Spirited Away ที่ถึงแม้เวลาจะผ่านไปกว่าสองทศวรรษก็ยังคงเป็นที่พูดถึงจากแฟนภาพยนตร์อย่างเหนียวแน่นตลอดมา

ภายใต้เรื่องราวการผจญภัยเหนือจินตนาการ ชวนติดตาม ตัวละครชวนตื่นตา Spirited Away นั้นยังเป็นแอนิเมชันที่แฝงนัยทางสังคม วัฒนธรรม ด้านมืด ความละโมบในจิตใจของมนุษย์ และด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ทุกครั้งของการกลับมาชม Spirited Away เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอยู่เสมอ และไม่ว่าคุณจะย้อนกลับมาดูแอนนิเมชั่นเรื่องนี้ครั้งไหน ในวัยใด ก็มักจะได้ค้นพบอะไรใหม่ๆกลับไปให้ได้ย้อนคิดเสมอ ไปทำความรู้จักกับอนิเมชั่นเรื่องนี้กันให้มากขึ้นได้เลยครับ

Spirited Away ภาพยนตร์การ์ตูนอนิเมชั่นชื่อดังจาก สตูดิโอจิบลิ (Studio Ghibli) ที่เป็นที่รู้จักและกล่าวถึงมาแล้วทั่วโลก ผลงานการกำกับของอาจารย์ ฮะยะโอะ มิยะซะกิ (Hayao Miyazaki) ผู้สร้างการ์ตูนอนิเมชั่นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องนี้กวาดรางวัลมาแล้วนับไม่ถ้วน ทำให้กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำกำไรสูงสุดในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น และในปี 2022 ที่ใกล้เข้ามานี้ ยังมีโปรเจคต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นเกี่ยวกับแอนนิเมชั่นเรื่องดังเรื่องนี้อีกด้วย อาทิ ละครบอร์ดเวย์ ที่จะออนทัวร์ที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรก

เรื่องราวของ “จิฮิโระ” เด็กหญิงวัย 10 ปี ที่กำลังอยู่ระหว่างการเดินทางย้ายมาบ้านใหม่กับพ่อแม่ แต่กลับหลงเข้าไปในอีกมิติหนึ่งโดยบังเอิญ ทำให้พ่อแม่ของเธอถูกสาปเป็นหมู และเธอจะต้องติดอยู่ในมิติที่เต็มไปด้วยภูตผีและเรื่องราวมหัศจรรย์ที่เธอไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ระหว่างความสับสนที่เกิดขึ้น เธอได้รับการช่วยเหลือจาก “ฮากุ” เด็กชายปริศนาที่ทำให้เธอได้เข้าสู่การหลบซ่อนภายในโรงอาบน้ำของ “ยูบาบา” แม่มดใจร้ายที่ควบคุมมิติเเห่งนี้ โดยต้องแลกเปลี่ยนกับชื่อของเธอ

ณ โรงอาบน้ำแห่งนี้ จิฮิโระ ต้องทำงานเพื่อแลกกับการมีชีวิตรอด และทำให้เธอได้พบกับเหล่าภูตผีตัวประหลาดต่างๆ มากมาย รวมไปถึงการเฝ้าติดตามของผีไร้หน้า ภายใต้หน้ากากและชุดคลุมสีดำ ที่คอยตามติดเธออย่างเงียบสงบไปในทุกๆที่

หลังจากพล็อตแล้วเรามาทำความรู้จักกับตัวละคร แต่ละตัวกันก่อนที่จะถึงเวลาเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษในช่วงเดือนมกราคม ที่กำลังจะถึงนี้

จิฮิโระ (Ogino Chihiro)

เด็กหญิงจอมดื้อรั้น วัย 10 ปี ที่หลุดเข้าสู่อีกมิติหนึ่งระหว่างการเดินทางย้ายบ้าน โชคดีที่เธอได้รับความช่วยเหลือจาก “ฮากุ” เด็กชายปริศนา จนทำให้เธอต้องทำงานภายในโรงอาบน้ำที่เต็มไปด้วยเหล่าภูตผีและตัวประหลาดต่างๆ

ฮะกุ (Haku)


เด็กชายปริศนาอีกมิติหนึ่งที่เข้ามาช่วยเหลือจิฮิโระ ซึ่งแท้จริงแล้ว เขา คือ เทพารักษ์แห่งแม่น้ำโคะฮะกุ และมีชื่อจริงว่า “นิกิฮายามิ โกฮาโกนุชิ” ในอดีตเคยช่วยจิฮิโระมาก่อนครั้งหนึ่ง แต่หลังจากแม่น้ำถูกมนุษย์ถมเพื่อสร้างเป็นแมนชั่น ทำให้เข้าต้องเร่ร่อนมาพึ่งพาแม่มดยูบาบา และเป็นทาสมือขวาของนาง

ยูบาบา (Yubāba)

แม่มดใจร้ายผู้แสนโลภมาก เจ้าของโรงอาบน้ำและเป็นผู้ที่ควบคุมโลกภูต นางเป็นหญิงสูงวัยที่มีขนาดหัวใหญ่โต ชอบใช้อำนาจและออกคำสั่ง แต่กลับมีความเอ็นดูให้เฉพาะกับ “โบ” เด็กทารกยักษ์ที่นางเลี้ยงไว้

ผีไร้หน้า (Kaonashi )

ผีที่คอยติดตามจิฮิโระ ภายใต้ผ้าคลุมสีดำและปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากาก มักอยู่เงียบๆ และไม่พูดจา แต่ภายหนังออกอาละวาดกลืนกินเหล่าภูตผีต่างๆ ที่มีความโลภ

เรื่อราวการผจญภัยของจิฮิโระในมิติแห่งวิญญาณที่แสนมหัศจรรย์จะเป็่นอย่างไรต่อไป เธอจะสามารถช่วยเหลือฮากุ และนำพ่อแม่กลับสู่โลกมนุษย์ได้หรือไม่นั้น ร่วมเดินทางไปพร้อมกับเธอได้ใน  Spirited Away มิติวิญญาณมหัศจรรย์ สามารถรับชมได้บนช่องทางเน็ตฟลิกซ์ Netflix พร้อมร่วมติดตามคอลเลคชั่นสุดพิเศษประจำปี ผลงานการร่วมมือกันระหว่างโลเอเว่ และสตูดิโอ จิบลิ ได้ในเร็วๆนี้

เรื่อง-เรียบเรียง rhunrun

Amélie Is Back in Town to Make You Happy

Author: Peerachai Pasutan

Photos and Trailer: House Samyan

ช่วงนี้นั้นมีภาพยนตร์ฝรั่งเศสทั้งเก่าและใหม่เข้าฉายในบ้านเราอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นเป็นภาพยนตร์โรแมนติก-คอมเมดีอมตะอย่าง Amélie โดยผู้กำกับฌอง-ปิแอร์ เฌอเนต์ ที่ครองใจผู้ชมทั่วโลกให้ตกหลุมรักสาวเสิร์ฟแสนเสน่ห์และเจ้าเล่ห์แห่งมงมาร์ต เมื่อสองทศวรรษก่อนนั่นเอง

Amélie (หรือในชื่อเต็ม Le Fabuleux Destin d’Amélie Poulin – โชคชะตาสุดอัศจรรย์ของอาเมลี ปูแลง) บอกเล่าเรื่องราวของ อาเมลี (โอเดรย์ โตตู) สาวเสิร์ฟปารีสผู้โดดเดี่ยวและเก็บตัว วันหนึ่ง เมื่อเธอมีโอกาสได้สร้างความสุขให้ผู้อื่นโดยบังเอิญ เธอจึงเริ่มปฏิบัติการ [แอบ] มอบความสุขให้แก่คนรอบข้างที่ติดแหง็กอยู่กับพฤติกรรมซ้ำซากและความจำเจ แต่หลังจากที่พานพบและตกหลุมรักกับชายหนุ่มปริศนา (มาติเออ กัสโซวิตซ์) ณ ตู้ถ่ายภาพในสถานีรถไฟนั้น อาเมลีจะยอมเปิดใจให้ตนเองมีความสุขบ้างหรือไม่ 

ความสนุกของ Amélie อยู่ที่สาวเจ้าตัวละครเอก ที่ช่างคิดแผนการสุดบรรเจิดต่าง ๆ เพื่อสร้างความสุขให้คนป่วง ๆ รอบตัว – ทั้งพ่อ เพื่อนบ้านร่วมตึก เพื่อนร่วมงานกับลูกค้าขาจรแห่งคาเฟ่กังหันคู่ หรือแม้แต่คนแปลกหน้า – จนเกิดเป็นเรื่องราวอลเวง ชวนหัวเราะ และคาดเดาได้ยากว่าจะจบลงอย่างไร แต่ภายใต้ความตลกตลอดสองชั่วโมงนั้น ภาพยนตร์ก็ยังทำให้ผู้ชมเห็นถึง ความโดดเดี่ยวของมนุษย์ในทุกชั่วขณะชีวิต อย่างที่เราเห็นได้ในตัวอาเมลีผู้พบเจอกับโศกนาฏกรรมในครอบครัวเมื่อวัยเด็ก ซึ่งอาจหล่อหลอมให้เธอเป็นคนอินโทรเวิร์ตและเก็บตัวเงียบในโลกแห่งความเป็นจริง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะทำให้มนุษย์ทั้งหลายร่วมกันต่อสู้กับโชคชะตาแห่งความเดียวดายได้บ้าง คือการลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างให้เราได้รู้จักหรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นในโลกบิดเบี้ยวใบนี้ ดั่งที่อาเมลีได้ปฏิวัติตัวเองเพื่อ [แอบ] สร้างความสุขและคลายความเหงาให้เพื่อนมนุษย์รอบกาย รวมถึงตัวของเธอเองด้วย  

แม้ว่าจะผ่านไป 20 ปีแล้ว แต่ผู้ชมยุคใหม่ก็น่าจะต่อกับ Amélie ติดได้ไม่ยาก เนื่องจากตัวภาพยนตร์นั้นมีกลิ่นอายและจังหวะจะโคนแบบที่เราคุ้นเคยกันดีในรอมคอมยุคปัจจุบัน ส่วนตัวละครทั้งหลักและรอง หรือแม้แต่แมวในเรื่องก็มีคาแรคเตอร์ชัดเจน น่าจดจำ และช่วยกันสร้างสีสันในเรื่องได้ดี นอกจากนี้ การกำกับภาพและศิลป์ที่คุมโทนแดง-เขียว-น้ำตาล พ่วงด้วยบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงของปารีสในเรื่องนั้น ก็ทำให้เหมาะกับการชมในช่วงคริสต์มาส/ปีใหม่นี้พอดิบพอดี แม้ช่วงท้ายภาพยนตร์อาจจะรวบรัดเรื่องราวบางจุดเร็วไปสักนิด กระนั้นก็ยังเป็นสิ่งที่ให้อภัยได้ เมื่อเทียบกับคุณค่าและความบันเทิงของ Amélie ที่ไม่เสื่อมคลายไปตามกาลเวลา

พิสูจน์ความคลาสสิกของ Amélie ได้ที่โรงภาพยนตร์ House สามย่าน ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไป เช็ครอบฉายทาง www.housesamyan.com 

Worldtigo : Digital Fine Dining

จากคำฮิต Metaverse ที่อาจจะกลายมาเป็นไลฟ์สไตล์ใหม่ของเรา แต่ก่อนจะถึงวันนั้น Worldtigo จะเปิดประสบการณ์ใหม่ในการรับประทนอาหารแบบ Digital Dining Experience พาให้เรามาสัมผัสการรับประทานอาหารแบบดิจิทัล บนชั้น 60 โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ ที่จะจัดขึ้นคล้ายๆ ป็อปอัพที่จะมีการเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ไปเรื่อยๆ


ต้องเกริ่นสักนิดว่าที่มาของความสุดล้ำนี้มาจากการต้องการนำเสนออาหารเด็ดๆ จากแต่ละห้องอาหารของ โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ โดยคัดสรรจานเด็ดมาสร้างเป็นเรื่องราวที่มีให้สัมผัสครบทั้งรูป รส กลิ่น เสียง และความอร่อย โดย Worldtigo เป็นห้องอาหารรูปแบบใหม่แบบ Digital Fine Dining ที่นำเอาเทคโนโลยี 4D Mapping มาสร้างมิติใหม่ให้กับการรับประทานอาหาร ดังนั้นเรื่องรสชาติอาหารจึงเป็นจุดเด่นที่ควบคู่มากับเทคโนโลยีดิจิตัล

การดึงเอา 4 เมนูเด็ดระดับ 5 ดาว ที่อร่อยขึ้นชื่อจาก 4 ห้องอาหารไม่ว่าจะเป็นห้องอาหารไบยุน เรือแซฟฟรอน ครูซ ห้องอาหารเวอร์ทิโก้ และ ห้องอาหารไทเฮ มารังสรรค์เป็นเซ็ทอาหารค่ำ 4 คอร์ส ในรูปแบบ Theme Dinner Journey ด้วยความร่วมมือกับบริษัท เอไอ ดิจิตัล จำกัด ผู้เนรมิตพลิกโฉม Worldtigo โดยใช้เทคโนโลยีของโลกจินตนาการมาผสมผสานกับเทคโนโลยีของโลกแห่งความจริง ที่เรียกว่า Mix reality และยังเพิ่มการรับรู้สัมผัส (sensory experience) ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 (5 senses) รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ที่จะทำให้คุณตื่นเต้น และสนุกสนานไปกับเทคโนโลยีเหนือจินตนาการ ผ่านอาหารทั้ง 4 จาน เริ่มต้นด้วย

Chinese Neon Jungle Theme: เปิดตัวกันที่ Three Kings ติ่มซำ 3 ชนิดจากห้องอาหารจีนไบยุน ขนมจีบเนื้อปูยักษ์ ฮะเก๋ากุ้งแป้งสด และเผือกทอดสอดไส้ฟัวกราส์ ความเก๋อยู่ที่การสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อเขียนสิ่งที่อยากเขียนบนมือถือแต่จะไปปรากฏลงบนจาน ใครอยากฝากข้อความบอกคนข้างๆ หรือเพื่อแคปรูปอวดโซเชียลก็ทำได้เลย
Moon River Theme: จานเด็ดที่เป็นที่สุดจากเรือแซฟฟรอน ครูซ อย่างต้มข่าคาปูชิโน่หอยเชลล์ เพิ่มความหอม รสสัมผัส และความเปรี้ยวด้วยเครื่องเคียงที่เสริฟมาให้ในจาน ลิ้มรสน้ำซุปที่กลมกล่อม พร้อมกับการสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อหาความลับของพระจันทร์และสายน้ำที่ซ่อนอยู่ไปพร้อมๆกัน
Planet 60 Theme: All Time Favourite Main course อาหารจานหลักยอดนิยมตลอดการจากห้องอาหารเวอร์ทิโก้ ที่มีให้เลือกระหว่างสเต๊กเนื้อสันในออสเตรเลียทัฟเฟิลซอส หรือ ปลาหิมะย่าง เลมอนบัตเตอร์ซอส ล่องลอยไปในโลกแห่งจินตนาการบนชั้น 60 (Planet 60) สแกนคิวอาร์โค้ด แล้วใช้โทรศัพท์ของคุณส่องไปรอบๆ ความลึกลับ สิ่งมหัศจรรย์ ที่จะปรากฎบนหน้าจอมือถือ
ปิดท้ายด้วย The Neptune Theme ที่จะนำพาความหนาวเย็นของน้ำแข็งมาสู่จานขนมหวานที่โด่งดัง Yuzu Planet ไอศกรีมมูสส้มยูสุ จากห้องอาหารไทเฮ เมื่อสแกนคิวอาร์โค้ดแล้วจะพบกับอะไรต้องไปลองสัมผัสประสบการณ์นี้ดู

Worldtigo: Digital Dining Expereince ตั้งอยู่บนชั้น 60 โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ ถนนสาทรใต้
ชุดอาหารค่ำ 4 คอร์ส: Theme Dinner Journey ราคาสุทธิ 3,800 บาท ต่อท่าน
เปิดให้บริการวันละหนึ่งรอบ ในวันศุกร์ ถึง วันอาทิตย์ เวลา 18:30-20:00 รอบละ 36 ท่าน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร: 0 2679 1200

ต้อนรับคริสต์มาสอย่างมีสไตล์กับ 8 ต้นคริสต์มาส จาก 8 ดีไซเนอร์ชื่อดังที่ช่วยเติมเต็มสัญลักษณ์ของช่วงเวลาพิเศษส่งท้ายปี

ต้อนรับคริสต์มาสอย่างมีสไตล์ เรารวบรวมเอา 8 ต้นคริสต์มาส จาก 8 ดีไซเนอร์ที่สร้างสรรค์ฟอร์มของต้นไม้ด้วยวัสดุที่ต่างกันเพื่อต้อนรับช่วงเวลาพิเศษแห่งปี ตามรายการด้านล่าง

1. Public Hotel, New York by Ian Schrager
2. Claridge’s Christmas tree by Karl Lagerfeld
3. The Singing tree by Es Devlin
4. Sledge Christmas tree by Hello Wood
5. The Tree of Glass by Lee Broom
6. Le Royal Monceau, Paris by Baptiste Pitou
7. The Merry Breakfast Christmas tree by Gary Card
8. Does the Iterative Fit by Joanne Tatham and Tom O’Sullivan

ชอบต้นไหนที่สุดคอมเม้นท์บอกเราได้เลยครับ!

เรื่องเรียบเรียง rhunrun

แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัวโรงแรมแห่งใหม่ใจกลางเมืองภูเก็ต โรงแรม คอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักเที่ยวรุ่นใหม่ที่ต้องการเห็นมุมและมิติที่แตกต่างของภูเก็ต

คอร์ทยาร์ด บาย แมริออทหนึ่งใน 30 แบรนด์โรงแรม ในเครือ แมริออท บอนวอย ประกาศเปิดตัวโรงแรมแห่งใหม่บนเกาะภูเก็ต โรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ โดยมีห้องพักทั้งหมด 248 ห้อง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่าของภูเก็ต ออกแบบมาอย่างทันสมัยเพื่อให้แขกผู้เข้าพักได้รับความสะดวกสบายอย่างเต็มที่ และยังสามารถสัมผัสกลิ่นอายของวัฒนธรรมของภาคใต้

โรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ ตั้งอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติภูเก็ตประมาณ 40 นาที และยังสะดวกสบายโดยการเดินทางจากสถานที่อื่นๆ ทั้งในภูมิภาคและต่างประเทศทั่วโลก โรงแรมตั้งอยู่บนทำเลที่ดี ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของจังหวัดภูเก็ต ทำให้ผู้เข้าพักสามารถเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวได้อย่างง่ายดาย เช่น ถนนคนเดินวันอาทิตย์ ตลาดชิลล์วา ตลอดจนพิพิธภัณฑ์และวัด ที่สะท้อนให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีสอันทรงคุณค่า และวัฒนธรรมที่สวยงามของชาวเปอรานากัน

นอกจากนี้ผู้เข้าพักยังสามารถเพลิดเพลินไปกับแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และสถานบันเทิงในบริเวณใกล้เคียง หรือหากต้องการสัมผัสกับธรรมชาติ ชายหาดที่งดงามของภูเก็ต หาดป่าตองและหาดกะตะ ก็อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมโดยใช้เวลาขับรถเพียง 30 นาที โรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ เน้นการออกแบบร่วมสมัย รวมเอาความสะดวกสบายและการใช้งานได้อย่างแท้จริงเข้าด้วยกัน การออกแบบของโรงแรมยังนำองค์ประกอบของศิลปะและงานฝีมือแบบไทยดั้งเดิมมาประกอบไว้ด้วย เพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่น

โรงแรมนำเสนอห้องพักและห้องสวีทที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันจำนวน 248 ห้อง รวมถึงห้องเพรสซิเดนเชียลสวีทขนาด 140 ตร.ม. โดยในทุกห้องพักเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ทีวีจอแบน อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โต๊ะทำงาน และโซฟา ซึ่งเป็นจุดที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนพร้อมวิวเมืองภูเก็ตห้องอาหารครัวตลาดใหญ่ เปิดให้บริการทั้งวัน พร้อมเสิร์ฟอาหารไทยท้องถิ่นประจำภาคใต้และอาหารนานาชาติ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ กรุณาโทร +66 76 643 555 หรือเยี่ยมชม www.courtyardphukettown.com และชมวีดีโอบรรยากาศของโรงแรมที่เราได้ไปเยี่ยมชมมาด้านล่างได้เลยครับ

เรียบเรียง rhunrun

มิว ศุภศิษฏ์ นักร้อง นักแสดงกับบทบาทล่าสุดอย่าง CEO! ขยายธุรกิจเปิด “MSS CONNECTION” ต่อยอดความสำเร็จจาก Mew Suppasit Studio

นับเป็นอีกหนึ่งนักร้อง นักแสดง ที่นั่งควบเก้าอี้ผู้บริหารด้วย อย่าง มิว ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ กับตำแหน่ง CEO ของ “บริษัท มิว ศุภศิษฏ์ สตูดิโอ จำกัด” เรียกได้ว่าคุณบอสมิวได้สร้างผลงานอันโดดเด่นอย่างมากมายในปีนี้ และมีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี และจะยังไม่หยุดอยู่เพียงแค่นี้ เพราะ มิว ศุภศิษฏ์ ได้เตรียมวางกลยุทธ์ปรับขยายธุรกิจ โดยใช้ชื่อ “MSS CONNECTION”(เอ็มเอสเอส คอนเน็คชั่น)  หลังเกือบ 2 ปีที่ผ่านมาทุ่มเทและประสบความสำเร็จด้านงานเพลง ได้ทำงานกับนักร้องนักแต่งเพลงระดับโลกหลายคน

ล่าสุดเตรียมปรับตัวบริษัทครั้งใหญ่เพื่อรองรับอุตสาหกรรมความบันเทิงให้ครอบคลุมและต่อยอดไปอย่างไร้ขีดจำกัด ทั้งในด้านงานเพลง ภาพยนตร์ ซีรีส์ทั้งในไทยและระดับอินเตอร์เนชั่นแนล การเปิดรับศิลปินและนักแสดงในสังกัด มีเอเจนซี่ โปรโมเตอร์ รวมถึงงานโปรดักชั่นต่าง ๆ ทั้งนี้ก็มีโปรเจกต์ใหญ่ต่าง ๆ ที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการ และเตรียมจะร่วมงานกับศิลปินและทีมงานทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลังที่มีชื่อเสียงในระดับโลก เพื่อผลิตผลงานคุณภาพ ปูทางสู่การยกระดับอุตสาหกรรมบันเทิงไทย

ถือได้ว่าเป็นปีทองจริงๆ สำหรับ มิว ศุภศิษฏ์ ที่รุ่งทั้งงานเบื้องหน้าและเบื้องหลัง และดูเหมือนว่าจะขยันทำงานแบบเต็มที่แบบนันสตอปดูได้จากแพลนปีหน้าแล้ว น่าจะมีผลงานออกมาให้แฟนๆ ทั่วโลก ได้ติดตามกันตลอดปีแบบไม่มีเว้นว่างอย่างแน่นอน ส่วนใครที่อยากจะเข้ามาเป็นเด็กในสังกัด “MSS CONNECTION” ก็คงต้องเฝ้าติดตามข่าวคราวๆ ให้ดี ว่าจะมีการเปิดออดิชั่นเมื่อไหร่  คงต้องตามลุ้นผลงานปีหน้าของ “Mss connection” ว่าจะปังขนาดไหน แต่ได้ชื่อว่าเป็นฝีมือของ มิว ศุภศิษฏ์ ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังอย่างแน่นอน 

เรียบเรียง rhunrun

KENZOKI สกินแคร์ ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ชิ แนวคิดจากวัฒนธรรมจีนและญี่ปุ่นที่ออกแบบตามหลักการพื้นฐานทั้งหมดที่มีอยู่ในธรรมชาติและความสอดคล้องต่อพลังงานที่อยู่ในตัวเรา

KENZOKI สกินแคร์ ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ชิ แนวคิดจากวัฒนธรรมจีนและญี่ปุ่นที่ออกแบบตามหลักการพื้นฐานทั้งหมดที่มีอยู่ในธรรมชาติ ชิ คือการไหลเวียนของพลังงานที่อยู่ในตัวเรา เช่นเดียวกับในจักรวาล การไหลเวียนที่พร้อมเพรียงกันคือสัญญาณของความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างร่างกายและจิตใจของความรู้สึกและความสุขสบาย

เรื่องราวของดอกบัวหลวง

ดอกบัวหลวงถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางในเอเชียมากกว่า 2,000 ปีในทางการแพทย์ ในเครื่องประดับและทางจิตวิญญาณ ดอกบัวหลวงเป็นสัญลักษณ์ของความงามและความบริสุทธิ์ ดอกไม้ในตำนานถูกเล่าขานว่าไม่เคยเหี่ยวเฉาหรือแก่ลง แม้ลำต้นฝังอยู่ใต้โคลนแต่ ใบ และดอกกลับสูงทะยานขึ้นระฟ้า

ดอกไม้ที่มีความยืดหยุ่นที่น่าทึ่ง

ดอกบัวหลวงได้สร้างพลังที่อัศจรรย์ โดยปกป้องตัวมันเองและเอาตัวรอดในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากโดยการปรับตัวได้อย่างน่าทึ่งในสภาพแวดล้อมใต้น้ำ ความทนทานต่อกาลเวลาอย่างไม่น่าเชื่อ เมล็ดของดอกบัวหลวงได้ถูกบันทึกว่ามีอายุยืน โดยทีมงานนักวิจัยจาก U.C.L.A. ได้ทำการเพาะเมล็ดพันธุ์ที่มีอายุประมาณ 1,300 ปีได้อย่างสำเร็จ โดยฟื้นตัวจากทะเลสาบที่แห้งในจีน ความอายุยืนนี้เกิดขึ้นได้ก็เพราะตัวเมล็ดถูกหุ้มด้วยเปลือกที่แข็ง ที่ช่วยป้องกันความชื้นและแรงกระทบภายนอก นี่คือหัวใจหลักของความอายุยืนในโลกของพืช

จากการเพาะปลูกสู่สูตรของเรา

ดอกบัวหลวงของ KENZOKI ถูกปลูกขึ้นในเดือนพฤษภาคมจนถึงตุลาคม ตามแนวแม่น้ำแม่โขงบนพื้นที่ราบของเมืองเวียงจันทน์ ในลาว โดยพันธมิตรที่สำคัญของ KENZO ดอกบัวหลวงถูกปลูกในการทดน้ำในนาข้าวเพื่อควบคุมความบริสุทธิ์ของน้ำ 

ดอกบัวจะถูกเก็บเกี่ยวในตอนเช้ามืดหรือตอนบ่ายแก่ๆ ดอกบัวถูกเก็บด้วยมือทีละดอกด้วยความประณีต และดอกต้องอยู่ในระยะที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยว ไม่มีการสูญเสียของกลีบดอกแม้แต่กลีบเดียว หรือไม่มีการสัมผัสโดนน้ำ เพื่อคงสภาพของดอกไม้ไว้

หลังจากเก็บเกี่ยวแล้ว ส่วนต่างๆของดอกไม้จะถูกเลือกโดยมือที่แห้งโดยใช้กระบวนการดั้งเดิม

 ความเชี่ยวชาญด้านสกินแคร์

การปรับสูตรใหม่ของสกินแคร์ทั้งหมดของ KENZOKI ได้คิดค้นอย่างดีที่สุดเพื่อผิวทุกประเภท และตั้งใจที่จะมอบเนื้อสัมผัสที่มีคุณภาพและบริสุทธิ์มากที่สุด ด้วยส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติ ถึง 90%

เป็นเวลากว่า 20 ปีมาแล้วที่ KENZOKI ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับความลับของ ดอกบัวหลวง และรวบรวมสารสกัดที่ดีที่สุดสองชนิดที่  ได้มาจากตัวทำละลายจากธรรมชาติ 100% มาแยกโมเลกุลเฉพาะและเน้นไปที่เป้าหมายหลักของคุณประโยชน์สำหรับผิว

  • สารสกัดดอกบัวหลวงแบบถูกสกัดด้วยการใช้ตัวทำละลาย hydro-glycolic ที่มีต้นกำเนิดจากธรรมชาติเพื่อให้ได้ flavonoid ซึ่งเป็นโมเลกุลที่รู้จักกันดีในด้านคุณสมบัติที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
  • สารสกัดดอกบัวหลวงที่ได้มาจากการสกัดจากน้ำมันตัวทำละลายที่มีต้นกำเนิดจากธรรมชาติเพื่อให้ได้ phytosterols, sterols ซึ่งเป็นโมเลกุลที่ประกอบเป็น lipidic matrix ของผิวหนังชั้นนอก สารสกัดทั้งสองนี้รวมอยู่ในสูตรของเรา เพื่อให้เกิดประโยชน์ตั้งแต่ครั้งแรกที่สัมผัสกับผิว

และวันนี้เราก็จะพาไปชมเรื่องราวของผลิตภัณฑ์เด่นทั้ง 3 ไปชมกันได้เลยครับ

1. YOUTH FLOW SERUM (Youth Flow)

เซรั่มตัวใหม่เพื่อความกระจ่างใสและอ่อนเยาว์ในแต่ละวัน เซรั่มตัวนี้รวบรวมการต่อต้านริ้วรอยทั้งหมดเข้ากับประสาทสัมผัสพิเศษ การผสมผสานระหว่างน้ำดอกบัวหลวงและสารสกัดจากน้ำมัน ส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพสองชนิดนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยปกป้องผิวจากภาวะออกซิไดซ์เกินสมดุลและกระตุ้นกระบวนการสร้างใหม่ของผิว ด้วยสารสกัดต้นมาลโลว์จากธรรมชาติที่ทำการยกกระชับผิว ผิวของคุณจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด: ผิวจะดูอ่อนเยาว์ ยืดหยุ่นขึ้น ราวกับได้ผิวใหม่

ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ ผิวจะชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง และเรียบเนียนหลังใช้ 1 เดือน ริ้วรอยและร่องลึกต่างๆจะลดลง ความกระชับและความเปล่งปลั่งของผิวได้รับการฟื้นฟู โดย 97% ของผู้หญิงลงความเห็นว่าผิวดูสวยขึ้น ไม่เพียงแค่นี้เนื้อสัมผัสแบบน้ำมันน้ำนมยังซึมซาบเร็วเนียนเข้ากับผิวและปล่อยกลิ่นหอมผ่อนคลาย

2. ปลอบประโลมหรือให้ความชุ่มชื้น(Hydration Flow)

MOISTURIZING SKIN GUARDIAN Cream มีให้เลือกใหม่ ถึงสองแบบ ได้แก่ smooth cream สำหรับผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง และ light mattifying cream สำหรับผิวผสมถึงผิวมัน

MOISTURIZING SKIN GUARDIAN – ผิวปกติถึงผิวแห้ง ที่มาพร้อมกับ 97% ของส่วนผสมมาจากธรรมชาติMOISTURIZING SKIN GUARDIAN CREAM สำหรับผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง ปรับเข้ากับทุกสภาพผิวและให้ความรู้สึกสบายเมื่อทา เนื้อสัมผัสอันหอมละมุนจะซึมซาบเข้าสู่ผิวและอยู่เป็นเวลา 72 ชั่วโมง ให้ความชุ่มชื้นขั้นสุดและเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว ปกป้องผิวจากแรงกดดันในแต่ละวัน ผิวจะเปล่งปลั่งสดใส เต่งตึง คืนความสบายและความนุ่มให้กับผิว

3.SENSUAL BODY CREAM (Nourish Flow)

ด้วยกลิ่นหอมชวนน่ารับประทานและเนื้อครีมข้น SENSUAL BODY CREAM จะซึมเข้าสู่ผิวทันทีและห่อหุ้มผิวไว้ด้วยความนุ่ม     

ผสานส่วนผสม 2 อย่าง ได้แก่ สารสกัดน้ำมันดอกบัวหลวง และโปรตีนจากรำข้าวในธรรมชาติ ช่วยบำรุงผิวอย่างเข้มข้น ยกกระชับและเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว ผิวได้รับการฟื้นฟู ผ่อนคลายและนุ่มขึ้นทันที ชุ่มชื้นยาวนาน 24 ชั่วโมง ผิวดูเรียบเนียนขึ้น เต่งตึง และสวยงามเกินต้าน!

SENSUAL BODY CREAM ประกอบด้วยส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติถึง 97% SENSUAL BODY CREAM ช่วยบำรุงและปกป้องผิวจากภาวะขาดน้ำโดยเสริมเกราะป้องกันผิว เนื้อสัมผัสที่เย้ายวนจะห่อหุ้มผิวด้วยความนุ่ม หลังทาจะให้ความรู้สึกสบายในทันที อุดมด้วยสารสกัดจากน้ำมันดอกบัวศักดิ์สิทธิ์และโปรตีนจากรำข้าวที่ได้จากธรรมชาติ ครีมบำรุงผิวกายนี้ช่วยยกกระชับ ทำให้ผิวนุ่ม เรียบเนียน และฟื้นฟูผิวให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เรียบเรียง rhunrun