The Umbrella Academy – ซีรีส์ข้ามเวลากู้โลกของเหล่าฮีโร่ใจบอบช้ำ

จุดเด่น

  • เป็นซีรีส์ฮีโร่ที่เน้นด้านมืดของครอบครัวได้อย่างถึงแก่น
  • โรเบิร์ต ชีฮาน เล่นได้มีเสน่ห์มาก
  • เอลเลน เพจ กลับมารับบทฮีโร่ที่มีด้านดราม่าที่แข็งแรง

จุดสังเกต

  • ซีรีส์ปูเรื่องราว 5 ตอนแรกด้วยเหตุการณ์ยิบย่อยขาดความเป็นเอกภาพไปหน่อย
  • ดูแล้วก็ยังไม่ค่อยผูกพันกับตัวละครนัก
  • ไม่ปูปมสำคัญๆของตัวละครให้คนดูติดตามและเอาใจช่วยตัวละคร

1 ตุลาคม 1989 เกิดเหตุการณ์ประหลาดเมื่อสาวบริสุทธิ์ให้กำเนิดบุตรและธิดารวม 43 คน โดยเด็กทุกคนจะมีพลังพิเศษแอบแฝงอยู่แต่มีเด็ก 7 คนที่ เซอร์ เรจินัลด์ ฮาร์กรีฟส์  (คอล์ม ฟิออร์) ได้อุปถัมภ์และก่อตั้ง อัมเบรลลา อคาเดมี เพื่อฝึกให้พวกเขากลายเป็นฮีโร่พิทักษ์โลกได้แก่ อาร์เธอร์ (ทอม ฮอปเปอร์) หรือหมายเลข 1 นักบินอวกาศผู้มีพละกำลังอันแข็งแกร่ง ,ดิเอโก (เดวิด แคสตานีดา) หรือหมายเลข 2 มือมีด, อลิสัน (เอมี เลเวอร์ แลมป์แมน) หรือหมายเลข 3 ดาราดังผู้สามารถบิดเบือนความจริงด้วยคำโกหก, เคลาส์ (โรเบิร์ต ชีฮาน) หรือหมายเลข 4 ผู้สามารถสื่อสารกับวิญญาณได้, หมายเลข 5 (ไอแดน กัลลาเกอร์) เด็กชายไร้ชื่อผู้สามารถเดินทางข้ามเวลาได้ และวานย่า (เอลเลน เพจ) หรือหมายเลข 7 ผู้ถูกตีตราว่าไร้พลังแต่คอยบันทึกประวัติศาสตร์ของพวกเขาเป็นหนังสือ และด้วยบาดแผลในวัยเด็กของพวกเขาก็ทำให้แต่ละคนแยกย้ายไปตามทาง แต่หลังการตายของ เซอร์เรจินัลด์ พวกเขาก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุการตายของพ่ออุปถัมภ์และต้องร่วมมือกันหยุดยั้งหายนะโลกที่ถูกบงการโดย เดอะคอมมิชชั่น

The Umbrella Academy เดิมทีเป็นคอมิกในค่าย ดาร์ค ฮอร์ส คอมิก ที่มีซูปเปอร์ฮีโร่ดังอย่างเด็กนรก Hellboy และ The Mask หน้ากากเทวดา เป็นหัวหอกของค่าย ซึ่งคอมิกค่ายนี้มักเน้นเรื่องราวของตัวละครเอกที่มีด้านมืดหรือเกิดจากผลกระทบบางอย่างจากสังคมเป็นสำคัญ ซึ่งก็ไม่เว้น The Umbrella Academy ผลงานการสร้างสรรค์เรื่องราวโดย เจอร์ราด เวย์ ผ่านลายเส้นของ แกเบรียล บาร์ โดยแรกเริ่มเป็น คอมิกแบบ 6 ฉบับจบระหว่างปี 2007 – 2008 และได้รับรางวัล ไอส์เนอร์อวอร์ด สาขาลิมิเต็ดซีรีส์คอมิกยอดเยี่ยม และคอมิกซีรีส์ที่ 2 ก็เพิ่งวางแผงเล่มแรกจาก 3 ฉบับไปเมื่อปี2018ที่ผ่านมา โดยโครงการดัดแปลงคอมิกชุดนี้เป็นซีรีส์ได้เริ่มต้นในปี 2015 หลังจากล้มเหลวในการดัดแปลงเป็นฉบับภาพยนตร์มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน และในที่สุดมันก็ได้กลายเป็นซีรีส์ของทาง Netflix และเริ่มสตรีมมิง 10 ตอนไปเมื่อวันที 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั่นเอง

Related Post

รายชื่อหนังเข้าชิงรางวัล “ออสการ์ 2019” เรื่องไหนมาแรงสุด !

The Academy of Motion Picture Arts and Sciences ประกาศรายชื่อภาพยนตร์และนักแสดงที่ได้เข้าชิงรางวัลตุ๊กตาทอง หรือออสการ์ สาขาต่างๆ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาโดยถือว่าเป็นเรื่องพลิกความคาดหมายเป็นอย่างมาก เมื่อหนังฟอร์มเล็กฝีมือผู้กำกับต่างชาติ คือ Roma และ The Favorite ได้เข้าชิงมากที่สุด คือเรื่องละ 10 สาขา !!

Roma เป็นหนังขาว-ดำเสนอเรื่องราวของแม่บ้านชาวเม็กซิกันผู้หนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่ในเขตโคโลเนีย โรม่าในกรุงเม็กซิโกซิตี้และเป็นหนังเรื่องแรกของ Netflix ที่ได้เข้าชิงออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากฝีมือของผู้กำกับชาวเม็กซิกัน Alfonso Cuaron ผู้เคยฝากผลงานมาแล้วใน Gravity 

นอกจากสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม Roma ยังได้เข้าชิงในสาขาผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม กำกับภาพยอดเยี่ยม และบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยมด้วย

มาต่อกันที่ The Favorite เป็นหนังแนวย้อนยุค เรื่องของคนใกล้ชิดราชินีอังกฤษในสมัยต้นทศวรรษที่ 18 ที่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันอย่างเข้มข้น หนังเรื่องนี้เข้าชิงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ดารานำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมจาก Olivia Colman ดาราสมทบฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมจาก Rachel Weisz และ Emma Stone รวมทั้งรางวัลอื่นๆ ทั้งหมด 10 สาขาด้วยกัน

มาต่อกันที่ A Star is Born ภาพยนตร์แนวโรแมนติกปนเสียงเพลงที่ปัดฝุ่นสร้างใหม่มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งคราวนี้ได้ Bradley Cooper มาในฐานะนักแสดงนำฝ่ายชาย ผู้สร้าง และผู้กำกับ ประชันบทกับนักร้องสาวมากความสามารถ Lady Gaga ซึ่งหนังเรื่องนี้เข้าชิง 8 สาขาด้วยกัน รวมทั้งสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และดารานำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมจาก Lady Gaga อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์หลายคนบอกว่า ตัวเต็งสำหรับรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของปีนี้ คือ Green Book ที่ได้ 2 นักแสดงนำชาย Viggo Mortensen และ Mahershala Ali มาร่วมถ่ายทอดเรื่องจริงของเส้นทางสู่มิตรภาพต่างชาติพันธุ์ในอเมริกายุคทศวรรษ 1960 ที่ปัญหาการเหยียดผิวยังรุนแรง

Green Book เพิ่งคว้ารางวัลลูกโลกทองคำมาหมาดๆ รวมทั้งรางวัลหนังยอดเยี่ยมจากเวทีสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ของฮอลลีวู้ดด้วย ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา หนังที่คว้ารางวัลนี้สามารถชนะบนเวทีออสการ์ได้ถึง 8 เรื่องด้วยกัน

และนอกจาก 4 เรื่องที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว อีก 4 เรื่องที่ได้เข้าชิงในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมรางวัลออสการ์ปีนี้ คือ Vice, Bohemian Rhapsody, BlacKkKlansman และ Black Panther ซึงกลายเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้เข้าชิงในสาขาสำคัญนี้

Related Post

5 ร้านอาหาร บาร์ และคลับเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ

ตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้วจนถึงขึ้นปีใหม่ 2562 ก็มีร้านเปิดใหม่มากมาย ที่อ้าแขนรอต้อนรับลูกค้าอย่างเราๆให้ลองไปเปิดประสบการณ์ ณ สถานที่เหล่านั้นดูสักครั้ง เราจึงรวบรวมร้านอาหาร บาร์ และคลับที่พึ่งเปิดให้บริการสดๆร้อนๆจำนวน 10 ร้านทั่วกรุงเทพฯ ให้คุณได้ลองไปใช้เวลายามว่างตอนค่ำนั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ฟังเพลงเพราะๆ หรือมีมื้ออาหารอันแสนอร่อยกับคนใกล้ชิดของคุณ

เราเชื่อว่าต้องมีสักร้านที่เข้าตา…จนคุณต้องชวนเพื่อนไปซ้ำอีกหลายรอบอย่างแน่นอน

Pirate Arena

จาก Seenspace ได้ปรับโฉมมาเป็นเรือโจรสลัดกลางทองหล่ออย่าง Pirate Arena เป็นแหล่งกิน ดื่ม เที่ยวที่ใหม่จำนวน 3 ขั้น บรรยากาศของร้านในแต่ละชั้นจะมอบประสบการณ์ดีๆให้กับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนของคุณได้ ชั้นแรกคือ Pirate Saloon เบียร์และวิสกี้บาร์ที่ตกแต่งราวกับกำลังนั่งอยู่กลางมหาสมุทรใต้ท้องเรือ มีอาหารและเครื่องดื่มรสชาติดีสารพัดเมนูให้เลือกทาน ชั้น 2 เป็น Pirate Bazaar ที่จะมีโซนอาหารและร้านไวน์พร้อมดนตรีแจ๊สเพราะๆ ส่วนชั้น 3 คือ Fallabella Luxe ที่เที่ยวในตำนานที่กลับมามอบความสนุกและสีสันในยามค่ำคืนให้ทุกคนอีกครั้ง ต้องลองสัมผัสความพิถีพิถันของการปรุงและจัดอาหาร รวมถึงความสร้างสรรค์ของเมนูค็อกเทลและเครื่องดื่มต่างๆด้วยตัวเองสักครั้ง

สถานที่:
ทองหล่อ ซอย 13
(สถานี BTS ที่ใกล้ที่สุด: ทองหล่อ)

เวลาเปิดทำการ:
18.00 – 02.00 น.

ติดต่อร้าน:
โทร 083-639-9919

Pink Flamingo by Prelude

ค็อกเทลบาร์แห่งนี้ซ่อนตัวอยู่หลังร้านอาหาร Prelude การตกแต่งภายในร้านเป็นธีมเรโทรยุค 80’s ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกิจกรรมและดนตรีในสมัยนั้น มีนกฟลามิงโกสีชมพูแสนน่ารักรายล้อมไปทั่วร้าน ให้บรรยากาศราวเป็นเป็นทรอปิคอลบาร์ใจกลางทองหล่อเลยก็ว่าได้ สำหรับเมนูค็อกเทล คิดค้นและสร้างสรรค์โดยหัวหน้าบาร์เทนเดอร์จากสถาบัน Culinary Institute of America (CIA) ซึ่งถ่ายทอดออกมาเป็นเครื่องดื่มที่น่าสนใจทั้งรสชาติและหน้าตา เช่น Angel Pink (350 บาท) ที่มีส่วนผสมของจิน ไซรัปดอกเอลเดอร์ และชิโซะแดง Mystery Box (350 บาท) ค็อกเทลตามใจบาร์เทนเดอร์ ซึ่งถ้าใครอยากลุ้นว่าบาร์เทนเดอร์จะเลือกเครื่องดื่มชนิดไหนให้เรา เมนูนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย

สถานที่:
ชั้น 2 Arena 10 ทองหล่อ ซอย 10
(สถานี BTS ที่ใกล้ที่สุด: ทองหล่อ)

เวลาเปิดทำการ:
อังคาร – อาทิตย์
18.00 – 24.00 น.

ติดต่อร้าน:
โทร 061-384-1067

Koi Restaurant & Lounge

ร้านอาหารญี่ปุ่นฟิวชั่นบนชั้น 39 อาคาร Sathorn Square แห่งนี้เป็นสาขาที่ 2 ในประเทศไทย โดย Koi เป็นที่กล่าวขานมาอย่างยาวนานในระดับโลก มีสาขามากมายทั้ง ลาสเวกัส ลอสแอนเจลิส นิวยอร์ก อาบูดาบี และประเทศไทย ด้วยเหตุผลที่อาหารและเครื่องดื่มสร้างสรรค์ขึ้นด้วยความพิถีพิถันจากวัตถุดิบชั้นเลิศ ภายในร้านแบ่งเป็น 2 โซน ได้แก่ ห้องอาหาร และ เลานจ์ ตกแต่งอย่างทันสมัย ด้านในร้านมีมุมกระจกที่สามารถเห็นวิวกรุงเทพได้อย่างถนัดตา นอกจากนี้ยังมีเพลงแจ๊สเล่นคลอเพื่อสร้างบรรยากาศดีๆ อีกด้วย

สถานที่:
ชั้น 39 อาคาร Sathorn Square สีลม
(สถานี BTS ที่ใกล้ที่สุด: ช่องนนทรี)

เวลาเปิดทำการ:
อังคาร – อาทิตย์
18.00 – 01.00 น.

ติดต่อร้าน:
โทร 02-258-1590

ABar & ABar Rooftop

บาร์ทั้งสองแห่งนี้ให้บรรยากาศที่แตกต่างกัน โดย ABar เป็นอินดอร์บาร์ที่ตกแต่งในสไตล์เรโทรเท่ๆ ผสมผสานระหว่างยุควิกตอเรียและช่วงยุค 30’s ด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มเป็นหลัก มีระเบียงที่สามารถออกไปนั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ชมวิวของสวนเบญจสิริได้ ส่วน ABar Rooftop ตกแต่งออกมาในลักษณะโมเดิร์นและสบายๆมากกว่า ความพิเศษของบาร์บนดาดฟ้าโรงแรมแห่งนี้เป็นบาร์จิน ที่มีมากกว่า 55 ชนิด ซึ่งแต่ละเมนูผ่านการคิดและทดลองสูตรมาแล้ว เมนูซิกเนเจอร์ของที่ร้านคือ G&T No.3 (425 บาท) มีส่วนผสมของจิน Martin Miller และโทนิก Fever-Tree Mediterranean ที่ตกแต่งด้วยดอกไม้ทานได้นานาชนิดที่ จึงมั่นใจได้ว่ารสชาติค็อกเทลอร่อยๆ และบรรยากาศเมืองกรุงสวยๆ จะทำให้มีค่ำคืนที่ดี

สถานที่:
ชั้น 37-38 โรงแรม Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park สุขุมวิท ซอย 22
(สถานี BTS ที่ใกล้ที่สุด: พร้อมพงษ์)

เวลาเปิดทำการ:
17.00 – 01.00 น.

ติดต่อร้าน:
โทร 02-059-5999

Asia Today

บาร์แห่งนี้เกิดขึ้นจากทีมผู้ก่อตั้ง บาร์ Teen of Thailand ที่ต้องการเน้นความสำคัญของวัตถุดิบที่ใช้ในเครื่องดื่มเมนูต่างๆ โดยใช้น้ำผึ้ง สมุนไพร ฯลฯ จากท้องถิ่น ที่ทีมเจ้าของเดินทางไปหามาด้วยตนเองทั้งสิ้น ทำให้เมนูเครื่องดื่มจะสับเปลี่ยนหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังมีค็อกเทลพื้นฐานที่สามารถไปชิมได้อยู่เรื่อยๆ เมนูค็อกเทลส่วนใหญ่ใช้รัมเป็นเบส และตั้งชื่อตามวัตถุดิบหลักที่ใช้ เช่น ใบหูเสือ (360 บาท) หรือ Wild Honey Khao Yai (360 บาท) หากได้คุยกับบาร์เทนเดอร์เรื่องเครื่องดื่มนานาชนิดที่คุณสั่ง จะได้ทราบเรื่องราวของวัตถุดิบเบื้องหลังอันน่าสนใจอย่างแน่นอน

สถานที่:
ซอยนานา ถนนเจริญกรุง
(สถานี MRT ที่ใกล้ที่สุด: หัวลำโพง)

เวลาเปิดทำการ:
อังคาร – อาทิตย์
19.30 – 01.00 น.

ติดต่อร้าน:
โทร 097-134-4704

 

Related Post

FINE DINING DESTINATION IN CHIANG MAI

ด้วยประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานของเส้นทางสายใหม่ที่เชื่อมโลกทั้งใบไว้ด้วยกัน เชฟแห่งห้องอาหาร ‘ข้าว’ ณ โรงแรมโฟร ซีซันส์ เชียงใหม่ จึงนำเสนออาหารล้านนาดั้งเดิมรสเลิศ เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยหุงสุกใหม่ๆ หอมกรุ่น ให้แขกที่เข้าพักลิ้มลองรสชาติอันสดใหม่พร้อมกับวิวทุ่งนาสุดลูกหูลูกตา

นอกจากนั้น มื้อบ่าย หากแขกไม่ต้องการออกไปไหน ก็สามารถดื่มด่ำกับ afternoon tea รสเลิศ พร้อมชมวิวทุ่งนาสวยๆ ไปพร้อมๆ กันได้ และช่วงเวลาแดดร่มลมตกตอนห้าโมงเย็น ก็มีพาเหรดชาวนาให้เพลินหูเพลินตาอีกด้วย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ fb.chiangmai@fourseasons.com หรือโทร. 053-298-181

 

Related Post

DESIGNED FOR UNFORGETTABLE STAYS: PRIVATE RESIDENCES AT FOUR SEASONS RESORT CHIANG MAI

ท่ามกลางหุบเขาที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติบริเวณแม่ริม แขกผู้เข้าพัก ณ​ private residences ที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์ รีสอร์ท เชียงใหม่จะได้สัมผัสประสบการณ์สุดหรูหรา มีระดับ พร้อมการบริการจากพนักงานมืออาชีพท่ามกลางความเป็นส่วนตัวถึงขีดสุด

โดยเรสซิเดนส์แต่ละห้องนั้นมีขนาดตั้งแต่ 3-6 ห้องนอน พร้อมศาลากลางแจ้งที่พร้อมให้คุณนอนเล่นชมวิวทุ่งข้าวและหุบเขาสุดลูกหูลูกตาในความเป็นส่วนตัวถึงขีดสุด พร้อมสระว่ายน้ำที่จะทำให้คุณพักผ่อนยาวนานได้ทั้งวันแบบไม่ต้องลุกไปไหน

ภายในห้องพักมีบริการเอนเทอร์เทนเมนต์ครบครัน สำหรับทุกคนในครอบครัว ทั้งโทรทัศน์ เครื่องเล่นดีวีดี สเตอริโอซิสเต็ม ที่วางไอพ็อดสำหรับฟังเพลง รวมไปถึงบอร์ดเกมสารพัดอย่างให้เลือก และยังมีบริการสปานวดผ่อนคลายให้สำหรับผู้ที่ต้องการการผ่อนคลายแบบไม่อยากออกไปไหนอีกด้วย

และนอกจากนี้ โรงแรม Four Seasons Resort จังหวัดเชียงใหม่ยังเสนอบริการพิเศษสำหรับแขกผู้เข้าพัก ณ private residence ด้วยการบริการรับส่งจากสนามบิน บัตเลอร์ส่วนตัว คานาเป้ของว่างตอนเย็น บุฟเฟต์อาหารเช้า ไวน์หนึ่งขวดเมื่อเช็กอิน และเครดิตพิเศษสำหรับสั่งอาหาร หรือทำสปาอีกด้วย

สามารถติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.fourseasons.com/chiangmai

Related Post

LIVING WELL WITH TAILOR-MADE JOURNEYS OF WELLBEING

สิ่งหนึ่งที่เป็นจุดเด่นสำคัญของโรงแรมโฟร์ซีซันส์ รีสอร์ท เชียงใหม่นั้นคือผืนดินที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ และความเป็นส่วนตัว เมื่อรวมกับชาวนาผู้เป็นมิตร ควายตัวน้อย และพระสงฆ์องค์เจ้าที่ออกบิณฑบาตรรับวันใหม่ แขกที่มาเข้าพัก ณ ที่แห่งนี้ก็จะได้รับความอิ่มอกอิ่มใจกับธรรมชาติและวิถีดังกล่าวได้ไม่ยากนัก

นั่นจึงเป็นที่มาของโปรแกรมการท่องเที่ยวที่ถูกจัดขึ้นเป็นพิเศษเพื่อให้ถูกจริตแขกผู้เข้าพักแต่ละคน โดยมีกิจกรรมหลากหลายทั้งการเดินป่า ดำนา ต่อยมวย เข้าสปา และอื่นๆ ซึ่งทางโรงแรมนั้นก็มีผู้เชี่ยวชาญในการวางแผนการเดินทาง (wellbeing experts) เพื่อให้มั่นใจว่าการพักผ่อนครั้งนี้ของคุณคุ้มค่า และเหมาะกับ lifestyle ของคุณ

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.fourseasons.com/chiangmai

Related Post

LOVE, ETC.

เธอต้องรักตัวเอง และพร่ำบอกมันทุกวัน จากนั้นก็เริ่มเขียนถึงตัวเอง จุมพิตลงที่ริมฝีปาก ที่ตา หรือที่ไหนก็ได้หนึ่งในประโยคที่วิกตอร์ อูโก เขียนในจดหมายถึงภรรยาเก็บของเขา จูเลียต ดรูเอต์ ในยุคที่สังคมเต็มไปด้วยผู้เคร่งครัดในศีลธรรม ความกลัว และกามารมณ์ วรรณศิลป์ในบทกลอนต่างถูกเปรียบเปรยซึ่งกันและกันแม้ว่าจะมันจะไม่ได้เกี่ยวข้องกันแม้แต่นิดเดียว ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Louvre-Lens นิทรรศการหนึ่งซึ่งเกี่ยวกับความรักถือกำเนิดขึ้นจากความใคร่รู้ ศึกษาผ่านหลักฐานกว่าพันชิ้น และตอกย้ำอารมณ์อันรุนแรงของมนุษย์ซึ่งถ่ายทอดกันมานานนับตั้งแต่ยุคประวัติศาสตร์ ถ้าหากตอนนี้วิกตอร์ อูโก ยังมีชีวิตอยู่ เขาคงลุกขึ้นมาแล้วบอกว่าไปดูงานนี้กันเถอะ

วุ่นวายใจอะไรอย่างนี้ นี่เป็นเพราะความรักใช่ไหม

เหมือนกับเสียงเพลงสดใสในฤดูร้อนที่เราชอบร้องในคาราโอเกะ หรือจะเป็นพระเอกหนุ่มอิตาเลียนหวีเปียก ขับ Alfa Romeo ในละครทีวี ความรักก็เช่นกัน ช่างสับสนวุ่นวายแบบที่ใครก็ยังไม่รู้ว่ากุญแจสำหรับทางออกของเรื่องนี้อยู่ที่ไหน เหมือนเพลง Betty et Zorg จากภาพยนตร์เรื่อง Betty Blue ที่ยิ่งฟังยิ่งติดหู หรือจะเป็นความรักระหว่างปัญญาชนอย่างคู่ของชาร์ตกับโบวัวร์ และเอลัวอิสกับอเบลารด์ ที่ฟังเรื่องเล่าแล้วดูดีกว่าคู่ของฟรีดา คาห์โล กับดิเอโก ริเวรา เศร้าถึงทรวงกว่านี้ต้องยกให้แฮมเล็ตกับโอฟีเลีย และตำนานรักระหว่างเลย์ลากับมาจนัน ที่ถือเป็นโรเมโอกับจูเลียตของชาวตะวันออก ไม่ว่าความรักนั้นจะมาจากพระเจ้า เพราะโรแมนติก หรือสนิทใจกันในหมู่พี่น้อง รักคือความรู้สึกร่วมอันเป็นสากล คำถามจากเนื้อเพลงภาษาอิตาเลียนยุค 1980s ข้างต้นก็คงจะใช้ได้กับทุกคน โดยไม่คำนึงถึงรสนิยมทางเพศและเรื่องส่วนตัวอื่นๆ เรียกว่ารักก่อกวนหัวใจนั้นเป็นเรื่องธรรมดาดั้งเดิมตั้งแต่โลกนี้ได้ถือกำเนิดมนุษย์ขึ้นมา การศึกษาทางวิทยาศาสตร์พยายามอธิยายการกำเนิดขึ้นและโครงสร้างของความผูกพันทางอารมณ์ แม้นักวิทยาศาสตร์พยายามที่จะสืบค้นไปถึงสมองส่วนลิมบิกที่มีอยู่ในทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสัตว์เลื้อยคลาน แม้จะเข้าแล็บชำแหละกลีบสมองของมนุษย์อย่างเป็นจริงเป็นจังนานหลายชั่วโมงเพื่อหาคำตอบ เราก็ยังคงไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเมื่อคิวปิดเล็งและยิงศรรักไปปักที่อก กระบวนการทำงานที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ อันที่จริงพวกรูปปั้นเทวดาเด็กตัวน้อยแบบศิลปะอิตาเลียนอาจจะช่วยให้เราพบคำตอบเกี่ยวกับความรักมากกว่ามีดปลายแหลมของนักประสาทชีววิทยาเสียอีกด้วยซ้ำ ถ้าเหตุผลของหัวใจคือความไร้เหตุผล เราอาจจะต้องใช้ศิลปะเข้ามาช่วย จะเป็นเพลงรักหรือรูปปั้นอันโด่งดังก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความเข้าใจอารมณ์แปลกวูบวาบที่กำเนิดมาพร้อมกับโลกใบนี้

มันคือความรู้สึกที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทีละนิด

เพราะการตกหลุมรักคืออารมณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าและเลียนแบบกันได้ นิทรรศการนี้เลยดำเนินเรื่องราวตามลำดับเวลา คล้ายเพลงที่ค่อยๆ ดังขึ้น เพื่อแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการและตัวแทนของความรักตั้งแต่ยุคโบราณจวบจนถึงปัจจุบัน ซีฟ กูราริเยร์ ภัณฑารักษ์ผู้หลงใหลในโปรเจ็กต์นี้มากๆ อธิบายเอาไว้ว่า สิ่งที่คุณจะได้เจออาจตรงข้ามกับสิ่งที่คิดไว้ เมื่อเรื่องราวแห่งความรักไม่ได้เริ่มขึ้นมาจากความสวยงาม กรอบความคิดโดยทั่วไปได้อิทธิพลมาจากฝั่งตะวันตก แหล่งกำเนิดเรื่องราวปกรณัมทั้งอีฟและแพนดอรา เธอทั้งสองมาบรรจบกันตรงที่เป็นภาพแทนหญิงผู้โชคร้ายผู้นำพาความฉิบหายมาสู่มวลมนุษยชาติดั่งโรคห่า หลายศตวรรษก่อนที่เราจะรู้จักโรคเอดส์และกามโรค ความรักกลายเป็นเรื่องอันตรายไปเรียบร้อยแล้ว มีเพียงความบริสุทธิ์และกระบวนการทางศาสนาเท่านั้นที่ดูจะไร้มลทินจากเรื่องนี้ จนในบางครั้งเราอนุญาตให้ตัวเองหวาดกลัวและไร้เดียงสาเกินกว่าที่จะรักอีกครั้ง ความบริสุทธิ์อย่างที่ว่านั้นสวยงามดั่งผ้าคลุมหน้าพระแม่มารีที่รูปปั้น Pietà หรือสวยงามดั่งผลงานแกะสลักที่ชื่อ Ecstasy of Saint Teresa ของเบอร์นินี ซึ่งตั้งอยู่ในโบสถ์ประเทศอิตาลี นับเป็นช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์ที่สังคมนั้นห่างไกลจากความฉาวโฉ่ในเรื่องเพศ การแบ่งครึ่งประเภทขาวกับดำแบบนี้อาจเป็นความตั้งใจที่จะหนีจากความรู้สึกหลอกหลอนในหมู่คนรักต่างเพศที่ไม่อยากมานั่งคิดวนเวียนว่าเมียกับโสเภณีนั้นต่างกันอย่างไร หรือสิ่งไหนดีกว่ากันระหว่างความบริสุทธิ์ผุดผ่องกับกามารมณ์ และนี่คือสิ่งที่ซีฟ กูราริเยร์ ให้ความสำคัญ จากความสุขสู่ความกล้าหาญ จากการประพฤติผิดในศีลธรรมสู่ความรักแบบโรแมนติก การท่องไปในโลกแห่งประวัติศาสตร์อาจทำให้รู้สึกว่าพวกเรากับเหล่าบรรพบุรุษนั้นไม่ได้ต่างกันเลย เราแชตกันในทินเดอร์เหมือนที่พระเจ้าเฮนรีที่ 4 ทรงเขียนจดหมายถึงพระนางมารี เดอ เมดิซี เราเต้นกันในคลับหรือในงานเลี้ยงสักแห่ง พลอดรัก มีความสุขแล้วก็กลับมาเศร้าไปตามเรื่องราว

จับมือผมให้แน่น และแนบชิดกันอีกสักครั้ง

เราพูดว่ารัก แสดงออกว่ารัก ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาหรือนักประสาทชีววิทยา สิ่งแรกที่อยากทำคือเปิดเผยผ่านภาษากายครั้งหนึ่งคามิลล์ โคลเดล เจ้าของผลงานประติมากรรม La Valse เคยสร้างการโอบกอดเอาไว้จากความรักอย่างสิ้นหวังที่มีต่อโรแด็ง หรือเป็นสัญญะง่ายๆ เพียงการจับมือเหมือนรูปปั้นชาวอียิปต์ มุมมองของเหล่าศิลปินนั้นหลากหลายและเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แน่นอนว่าพวกเขาสะท้อนภาพความรู้สึกที่มีอยู่ในตัวเองผ่านบริบททางสังคมอันมีวิวัฒนาการไปเรื่อย ชุดความคิดเกี่ยวกับความรักเหล่านี้ไม่ว่าจะมาจากสิ่งที่เห็นหรือได้ยินจะถูกสรุปอยู่ในนิทรรศการแห่งนี้ โดยจัดแสดงผ่านนวัตกรรมต่างๆ ในรูปแบบคุ้นชินและแปลกตาในระดับปฏิวัติวงการ ถ้าอ้างอิงจากศิลปินชาวฝรั่งเศสอย่างฟรองซัวร์ บูเชร์ และนิกิ เดอ แซงต์ฟาลล์ ผู้หญิงมักถูกนำเสนอในรูปแบบของความสุดโต่งไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม คำถามคือรูปภาพอิโรติกอย่างเช่นนางในฮาเร็มนั้นคือรูปธรรมของหญิงผู้เป็นที่รักจริงหรือไม่ ส่วนพวกศิลปินเอเชียนั้นมีคุณธรรมและเห็นคุณค่าในการมีอยู่ของเพศหญิงมากกว่าหรือเปล่า ทัศนคติในเรื่องความรักนั้นมีหลากหลายมาก ขึ้นอยู่กับจังหวะเต้นของหัวใจ หรืออย่างน้อยก็ระบบการทำงานในสมองส่วนลิมบิก หากย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 16 แฟนตาซีเรื่องเพศคือสิ่งที่ใครก็จินตนาการไม่ออก สังคมมีแต่ฉันทามติเรื่องความบริสุทธิ์อันดีงาม สิ่งต้องห้ามกลายเป็นรูปแทนขององคชาติ ซึ่งน่าจะรุนแรงมากกว่าความกังวลเรื่องการขายดิลโดอย่างเปิดเผยในปัจจุบันนี้ซะอีก หรือว่าความรักในฟากฝั่งของชาวตะวันตกจะแยกออกจากเรื่องความรุนแรงไม่ได้ ตามสันนิษฐานจากเพลงของเซบาสเตียง เตลลิเยร์ ที่เศร้าไปกว่านั้นก็อาจจะอ้างอิงได้จากแฮชแท็กล่าสุดที่ระบาดอย่างรวดเร็วในวงการบันเทิง จะรักมากหรือจะทำเพื่อรักมากเท่าไหร่ก็ตาม ความบ้าคลั่งก็มีจุดจบอยู่ดี เหมือนอย่างการจบชีวิตที่ทะเลทรายของมาจนัน บทกลอนของกิลโย อาโพลลิแนร์ และกอดหมอนนอนฝันไปกับความรักของ Zorg แต่จะคลั่งก็คลั่งสิ อย่างน้อยก็รู้ว่าตัวเองรักคนอื่นเป็น

Related Post

ROMANTIC DINING BY THE RIVER

วาเลนไทน์นี้… พาคู่รักของคุณมาฉลองมื้อพิเศษสุดโรแมนติกริมน้ำ ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ กับห้องอาหารศาลาทิพย์ ที่เชฟรังสรรค์เมนูสุดพิเศษสำหรับคู่รักโดยเฉพาะ ภายใต้เรือนไม้สักทองริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้ค่ำคืนสุดพิเศษของคุณยิ่งพิเศษกว่าเคย

Read more

Related Post

เตรียมเซอร์ไพร้สคนรักในวันวาเลนไทน์หรือยัง ?

โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ ชวนคู่รักมาร่วมเนรมิตวันวาเลนไทน์ให้เป็นช่วงเวลาที่แสนมหัศจรรย์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เร่ิมจากการนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมทัศนียภาพที่งดงามเหนือน่านฟ้ากรุงเทพฯใช้เวลา 15 นาทีก่อนมื้ออาหารค่ำสุดพิเศษ ณ ห้องเจสเตอร์ ที่จะมีเพียงคู่รักเพียง 5 คู่เท่านั้น เพื่อความเป็นส่วนตัวอย่างสูงของแต่ละคู่ ซึ่งในวันวาเลนไทน์ห้องเจสเตอร์จะได้รับการเนรมิตให้เป็นเสมือนสวนแห่งดอกไม้สีขาวราวกับดินแดนแห่งเทพนิยาย

เมนูพิเศษ 9 คอร์สรังสรรค์โดยหัวหน้าพ่อครัวใหญ่ สเตฟาน ไลท์เนอร์ (Stefan Leitner, Executive Chef) เชฟจัดให้มีความสมดุลทั้งในเรื่องรสชาติ หน้าตาของอาหาร และ ปริมาณ และซ่อนความประหลาดใจให้แก่คู่รัก อาทิ อาหารหน้าตาเป็นขนมหวานมาการอง แต่เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วกลับกลายเป็นอาหารคาวเรียกน้ำย่อย Foie Gras Praline ช็อคโกแลตตับห่าน ซึ่งนำเสนอในรูปลักษณ์ของช็อคโกแลต หรือซุปข้นรสชาติเข้มที่คู่รักจะสนุกกับการคาดเดาว่าซุปข้นนี้ปรุงจากวัตถุดิบใดบ้าง (มีทั้งไข่หอยเม่น ปู King Crab ไข่แดงที่ผ่านการ Sous-Vide และเห็ดทรัฟเฟิลดำ) สำหรับของหวานนั้นเชฟไใช้ฝักวานิลลาจากตาฮีตีออกมาเป็น Berry Sorbet เติมความหอมหวานสดชื่น และที่จะขาดไม่ได้สำหรับวันวาเลนไทน์ คือ ช็อคโกแลตสูตรพิเศษตำรับเพนนินซูลา ซึ่งใช้ดาร์กช็อคโกแลต 66% จาก Valrhona แบรนด์ช็อคโกแลตระดับพรีเมี่ยม ปิดท้ายค่ำคืนอันแสนพิเศษนี้

 

ระหว่างมื้ออาหารทุกคู่รักจะถูกบันทึกภาพโดย วิรุฬห์ กุณตัณฑ์ หนึ่งในช่างภาพถ่ายภาพงานแต่งงานที่ดีที่สุดในประเทศไทย แล้วนำมาใส่กรอบที่มีเอกลักษณ์เป็นผลงานลิมิเต็ดฯ ของนักวาดมากฝีมือ คุณปัณพัท มอบเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ที่อยู่เหนือกาลเวลา

 

โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ นำเสนอประสบการณ์การฉลองวันวาเลนไทน์ ดังนี้
* มื้อค่ำพิเศษ 9 คอร์ส พร้อมแชมเปญเพนนินซูลา 1 ขวด ณ ห้องเจสเตอร์ พร้อมนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมทัศนียภาพความงามของกรุงเทพฯ 15 นาที อย่างเป็นส่วนตัว ราคา 112,999++ บาท สำหรับ 2 ท่าน
* มื้อค่ำพิเศษ 9 คอร์ส พร้อมแชมเปญเพนนินซูลา 1 ขวด ณ ห้องเจสเตอร์ ราคา 39,999++ บาท สำหรับ 2 ท่าน
* อาหารค่ำแบบบุฟเฟต์นานาชาติ ณ ห้องอาหารริเวอร์ คาเฟ่ แอนด์ เทอเรซ ราคา 5,600++ บาท สำหรับ 2 ท่าน
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และ สำรองที่นั่งได้ที่ โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ โทร 0 2020 2888 หรือที่ www.peninsula.com/bangkok

Related Post

Someone in the Rain

ลอฟฟีเซียล ออมส์ ได้ฤกษ์ดี ฉลองครบรอบหนึ่งปีของหนังสือโดยการดึงตัวหนุ่มฮ็อต Jung Hae In จากซีรีส์ Something in the Rain มาขึ้นปกในคอลเลกชั่นใหม่ของ Dior Men โดย Kim Jones พร้อมบทสัมภาษณ์เจาะลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนๆ โดยเฉพาะ

คุณได้ร่วมงานกับ Dior Men คอลเลกชั่นแรกของ Kim Jones เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา คุณรู้สึกอย่างไรกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของแบรนด์ Dior ในครั้งนี้

คอลเลกชั่นของคิม โจนส์แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความอ่อนโยน อันเป็นเอกลักษณ์พิเศษของแบรนด์ไปพร้อมๆ กัน นอกจากเสื้อผ้าแล้ว เครื่องประดับอย่างอื่นก็ไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งการเอางานของ Kaws มาตกแต่งด้วยดอกไม้จริง และยังมีรันเวย์รูปวงกลมอีก ผมประทับใจจนหาคำพูดมาบรรยายไม่ได้เลยครับ ไม่ใช่แค่ผมเห็นคอลเลกชั่นนี้เป็นคนแรกๆ ด้วยนะครับ แต่ผมเป็นคนแรกที่ได้ใส่เสื้อผ้าจริงๆ หลังจากโชว์จบลง ถือเป็นประสบการณ์ที่มีความหมายมากสำหรับผมครับ

ไปร่วมงานกับ Dior ที่ปารีส รู้สึกอย่างไรบ้างฤดูร้อนในกรุงโซลมันร้อนมากใช่ไหม เราคิดว่าคุณอาจจะรู้สึกแตกต่างกันไปบ้างตอนอยู่ที่ปารีสใช่ไหม

เป็นการไปปารีสครั้งแรกในชีวิตของผม และเป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกับแบรนด์ใหญ่ขนาดนี้ ผมตื่นเต้นมาก ทุกอย่างดูใหม่และยิ่งใหญ่ไปหมด ถึงจะไปแค่สั้นๆ แต่อากาศมันดีมากเลยครับ ผมได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ จากการได้ร่วมโชว์และถ่ายภาพ ซึ่งการได้ร่วมงานกับคนเก่งๆ เป็นประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงทีเดียวครับ

ชื่อของคุณโด่งดังและเป็นที่กล่าวขวัญไปทั่วในช่วงปีที่ผ่านมา ค.ศ. 2018 ถือว่าเป็นปีทองของคุณในฐานะนกั แสดงทีเดียว คุณจะอธิบายความสำคัญของปีนี้ภายในคำเดียวได้อย่างไร

‘ตั้งสติ’ ครับ เพราะผมยุ่งมากตลอดทั้งปีดั้งนั้นการคุมสติให้อยู่และรู้ตัวตลอดเวลาทำให้ตลอดทั้งปีมีความหมายมากครับ

คุณก่อให้เกิดปรากฏการณ์ไปทั่วหลังจากซีรีส์เรื่อง Something in the Rain ออกฉายคุณรู้สึกอย่างไรกับชีวิต

ผมว่าปรากฏการณ์เหล่านั้นมันเกิดขึ้นเพราะคนดูชอบเรื่องราวของมันครับ ผมอยากจะถือโอกาสนี้กล่าวขอบคุณผู้กำกับนักเขียนบท และนักแสดงทุกคนที่ทำให้ซีรีส์นี้น่าจดจำรวมไปถึงผู้ชมที่ชอบมันด้วยนะครับ

บทบาทของ Seo Joon-hee นั้นแสดงออกถึงความรักอันมั่นคงซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่มีวันเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริง หลังจากคุณปิดกล้องแล้ว คุณเชื่อไหมว่าความรักแบบนี้เกิดขึ้นได้จริงๆ

ตอนที่รับบทเป็นเขานั้น ผมหมกมุ่นอยู่กับการถ่ายทอดความรู้สึกของเขาออกมาให้ได้ดีที่สุด ผมคิดว่าความรักอันมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลงนั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับการได้รักใครสักคน ในตอนต้นผมก็แอบสงสัยเหมือนกันนะครับแต่พอได้สวมบทบาทเป็นเขามานานๆ ผมก็เริ่มเชื่อแล้วว่าความรักแบบนี้มันก็เกิดขึ้นได้ในชีวิตจริงเช่นกันน่ะครับ

ดูเหมือนว่าคุณจะโด่งดังในชั่วข้ามคืนจากการแสดงซีรีส์เพียงเรื่องเดียว แต่เอาเข้าจริงแล้วคุณเคยร่วมแสดงภาพยนตร์มาหลายเรื่องแล้วคุณอาจจะโด่งดังเพราะบทนี้ แต่บอกเราหน่อยว่าคุณฝึกฝนการแสดงอย่างไร จึงมาถึงจุดนี้ได้

ผมไม่เคยอยากเป็นนักแสดงเพราะต้องการเป็นจุดสนใจแต่ผมดีใจมากที่ทุกคนชอบการแสดงของผม และชอบตัวตนของผม ผมไม่รู้หรอกว่าเหตุผลที่ทำให้ผมมาถึงจุดนี้คืออะไรแต่ผมรู้สึกดีใจและขอบคุณมากที่หลายคนเปิดโอกาสให้ผมได้แสดงมาเรื่อยๆ จนมาถึงวันนี้ และผมก็จะแสดงต่อไปเรื่อยๆ ครับ

คุณรับบทบาทมาหลากหลายมาก ทั้งซีรีส์ภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ และหนังอินดี้ดูเหมือนว่าคุณไม่ลังเลที่จะลองรับบทใหม่ๆคุณเคยให้สัมภาษณ์ว่า ผมอยากจะเล่นบทบาทที่หลากหลาย เพื่อให้รู้ว่าตัวเองกลัวอะไร และไม่เก่งเรื่องอะไร’ คุณตอบตัวเองได้หรือยังว่าคุณกลัวอะไร และไม่เก่งเรื่องอะไร

ผมได้รับคำตอบว่า ‘มันไม่มีคำตอบ’ หรอกครับทุกครั้งที่สวมบทบาทใดๆ ก็ตาม ไม่มีอะไรง่ายเลยผมรู้สึกหวาดกลัวตลอดเวลา และต้องปรับตัวตลอดเวลาผมคิดว่าความรู้สึกเหล่านี้แหละที่ทำให้ผมรู้สึกดีเวลาที่การแสดงแต่ละครั้งจบลง ผมเชื่อว่าผมจะแสดงต่อไปเพราะความรู้สึกแบบนี้ล่ะครับ

หลายคนคิดว่าคุณเป็นนักแสดงที่ถ่อมตัวจริงใจ และตรงไปตรงมา คุณเห็นด้วยไหม

ก็จริงนะครับ ผมเป็นคนจริงจังและระวังตัวตลอดเวลา อาจจะน่าเบื่อไปบ้างสำหรับบางคน คุณเห็นด้วยไหมล่ะครับ (ยิ้ม)

ยิ่งได้ทำความรู้จักกับคุณ ยิ่งรู้สึกว่าคุณเป็นนักแสดงที่มีความสุขกับการแสดงจริงๆ เคยได้ยินมาว่าคุณได้รับโอกาสโดยบังเอิญตอนเดินเล่นอยู่บนถนน คุณจึงตัดสินใจเรียนด้านการแสดงในมหาวิทยาลัยอย่างจริงจัง อะไรทำให้คุณตัดสินใจทำอาชีพนี้ หรือนี่คือธรรมชาติตัวตนของคุณอยู่แล้ว

หลังจากสอบเอนทรานซ์ติด ผมก็เลือกสาขาการแสดงเพราะเคยถูกจับไปแคสต์ตอนเดินเล่นอยู่นั่นล่ะครับ แต่ผมก็ไม่คิดว่าการที่ผมมาไกลได้ขนาดนี้มันเป็นเพราะธรรมชาติของผมหรอก ผมตัดสินใจเป็นนักแสดงเต็มตัวตนที่ไปเกณฑ์ทหารน่ะครับ ยิ่งผมรับบทบาทต่างๆ มากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรู้ตัวว่าผมรักการแสดงมากขึ้นเท่านั้น หยุดไม่อยู่แล้วจริงๆ

เวลาคุณอยู่กับคนที่สนิท คุณเป็นคนแบบไหนกันนะ

ผมค่อนข้างขี้อายกับคนแปลกหน้า แต่ถ้าสนิทกับใครแล้วผมจะปล่อยมุกตลอดเวลา และเป็นเด็กขี้แกล้ง ผมหัวเราะง่ายด้วยครับ เวลาอยู่ใกล้คนที่ผมไว้ใจน่ะครับ (ยิ้ม)

ภาพยนตร์เรื่องใหม่ของคุณ Yoo Yeol’s Music Album ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ไม่มีใครรู้รายละเอียดเกี่ยวกับนอกจากเป็นเรื่องราวความรักของคนสองคนที่จูนกันเหมือนกับคลื่นความถี่ของคลื่นวิทยุที่เล่นเพลงรัก แต่ก็แคล้วคลาดกันไปมา อธิบายคาแร็กเตอร์ของตัวคุณหน่อยสิ

มันก็ยังคลุมเครืออยู่นั่นล่ะ ผมยังพูดอะไรมากไม่ได้ เพิ่งถ่ายจบไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเท่านั้นเอง ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความเป็นดนตรีอยู่มาก และเรื่องราวก็พิเศษมากทีเดียวผมคิดว่านี่เป็นบทที่ยากที่สุดที่ผมเคยแสดงมาตลอดชีวิตนี้ก็รอติดตามเเล้วกันครับ

ได้ยินมาว่าคุณชอบร้องเพลงมากคุณฟังเพลงประเภทไหนบ้าง

ตอนที่ผมถ่ายเรื่อง Something in the Rain ผมจะฟังเพลงประกอบภาพยนตร์เพื่อให้ตัวเองมีสมาธิจดจ่อกับบทแต่ส่วนมากผมชอบฟังเพลงแจ๊ซน่ะครับ

ปีค.ศ. 2019 ผ่านมาสองเดือนแล้ว คุณมีอะไรที่อยากจะทำเป็นพิเศษ เพราะไม่ได้ทำเมื่อปีที่แล้วบ้างไหม

ผมชอบเดินทาง แต่ก็มัวติดถ่ายซีรีส์และภาพยนตร์จนไม่เหลือเวลาเดินทาง ผมอยากจะเดินทางเพื่อพักผ่อนเข้าเสียทีแต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะไปไหนนะครับ

Related Post