Of Monster and Men Live in BKK 2020

ชาวกรุงเทพฯ เมืองคอนเสิร์ตพร้อมต้อนรับคอนเสิร์ตแรกแห่งปีค.ศ. 2020 ของ Of Monsters and Men ในวันที่ 12 มกราคมนี้กันหรือยัง?

เรียกว่าสมหวังกันถ้วนหน้ากันเลยทีเดียวสำหรับแฟนเพลงของ Of Monsters and Men หลังจากรอคอยมานานนับ 10 ปี ในที่สุดวงก็มีโอกาสได้เดินทางมาแสดงสดให้ชมกันถึงเมืองไทยแบบเต็มๆ เป็นครั้งแรก โดยผู้จัดคอนเสิร์ตนอกเจ้าประจำอย่าง The Very Company ซึ่งโชว์จะเกิดขึ้น ณ Moonstar Studio ในวันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม 2020

Of Monsters and Men เป็นวงดนตรีชื่อดังจากประเทศไอซ์แลนด์ที่ก่อตั้งวงขึ้นในปี 2010 และกลายเป็นขวัญใจมหาชนแทบจะในทันทีจากซิงเกิ้ลแรก “Little Talks” ที่ทำยอดขายไปกว่า 2 ล้านก็อปปี้ ขึ้นชาร์ตเพลงดังประสบความสำเร็จทั้งในฝั่งอังกฤษ และอเมริกา เช่นเดียวกับ “Dirty Paws” อีกหนึ่งเพลงสร้างชื่อของวง ที่ฮิตจนถูกนำไปใช้เป็นซาวด์แทรคประกอบภาพยนตร์ฟีลกู้ดของ เบน สติลเลอร์ เรื่อง The Secret Life of Walter Mitty กระทั่งกลายเป็นเพลงที่แฟนเพลงทั่วโลก ต่างคาดหวังจะได้ฟังแบบสดๆ สักครั้ง 

รวมถึงเพลงชั้นยอด อาทิ “King and Lionheart” “I of the Storm” “Six Weeks” “Wild Roses” และอีกหลายต่อหลายเพลง จากผลงานอัลบั้มเต็มทั้งสามชุดของวง My Head Is an Animal (ปี 2011) My Head Is an Animal (ปี 2015) Fever Dream (ปี 2018) ที่ไม่เพียงโดดเด่นด้วยท่วงทำนองอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังอัดแน่นไปด้วยรายละเอียด ความอ่อนไหวทางอารมณ์ ซึ่งถูกนำเสนอด้วยเซนส์ดนตรีที่มีความป็อปอยู่ในตัวสูง จนสามารถเข้าไปอยู่ในใจของคนฟังได้อย่างกว้างขวาง ทุกเพศวัย การมาเยือนเมืองไทยครั้งนี้จึงถือเป็นประสบการณ์อันยอดเยี่ยมที่คอเพลงสากลไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

คุณ สมิทธิ เพียรเลิศ บอสใหญ่แห่ง The Very Company ผู้จัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้กล่าวว่า “Of Monsters And Men ถือเป็นวงที่พิเศษมากๆ ครับ พวกเขามาจากไอซ์แลนด์ แต่สามารถสร้างผลงานที่สามารถชนะใจคนฟังทั้งฝั่งอเมริกา และอังกฤษ ซึ่งมีรสนิยมที่แยกขาดออกจากกันได้สำเร็จ อันที่จริง ต้องบอกว่าผลงานของพวกเขาสามารถชนะใจคนฟังเพลงในทุกประเทศทั่วโลกเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะในเมืองไทยซึ่งแฟนๆ รอกันมานานหลายปี แต่ยังไม่เคยได้สัมผัสการแสดงสดของวงเสียที และครั้งนี้โอกาสนั้นมาถึงแล้วครับกับคอนเสิร์ต Of Monsters And Men Live In Bangkok ในวันที่ 12 มกราคม ซึ่งถือเป็นคอนเสิร์ตแรกของ The Very Company ต้อนรับปี 2020 ที่เราค่อนข้างเชื่อมั่นเหลือเกินว่า ทั้งในส่วน performance และ production ของวง จะทำให้คอนเสิร์ตครั้งนี้ เป็นการประเดิมทศวรรษใหม่ ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมทุกคนได้อย่างแน่นอน”

OF MONSTERS AND MEN LIVE IN BANGKOK จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม 2020 ณ Moonstar Studio บัตรราคา: 2,500 บาท ซื้อบัตรได้แล้วทาง Ticketmelon www.ticketmelon.com/very/omam

#OMAMliveinbangkok

#TheVeryCompany

Henry Golding กับบทบาทครั้งสำคัญในภาพยนตร์เรื่อง The Gentleman

เฮนรี่ โกลดิง นักแสดงหนุ่มหล่อขวัญใจสาวๆ แจ้งเกิดอย่างงดงามในบทหนุ่มเจ้าเสน่ห์แสนร่ำรวยในหนังฮิต Crazy Rich Asians ก่อนจะตอกย้ำความสำเร็จอีกครั้งจาการประกบกับเอมิเลีย คลาร์กในหนังรักที่เพิ่งผ่านพ้นไปอย่าง Last Christmas  ล่าสุดในปี 2020 นี้ เขาจะพลิกบทบาทครั้งสำคัญในการรับบทเป็น ดรายอาย มาเฟียหนุ่มสุดแสบ ผู้หมายฮุบกิจการค้ากัญชาจากเจ้าพ่อรายใหญ่เป็นของตัวเองในหนังแอ็คชั่นฟอร์มยักษ์ THE GENTLEMEN สุภาพบุรุษมาหากัญ และนี่คือบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับการพลิกบทบาทในครั้งนี้สำหรับดาวรุ่งชาวมาเลเซียคนนี้

ยินดีด้วยสำหรับโปรเจกต์ The Gentlemen คุณช่วยเล่าได้ไหมว่าคุณเข้าร่วมได้อย่างไร?

เฮนรี่ โกลดิง:   ผมได้รับข้อเสนอโปรเจกต์ The Gentlemen ตอนที่ผมเดินสายโปรโมทหนังเรื่อง Crazy Rich Asians ครับ ทีมงานของกาย ริชชี่กำลังมองหาใครสักคนที่สามารถเข้าถึงตัวละครดรายอายและเราก็ประชุมกัน ผมเข้าบ้านของกายในลอนดอน ดื่มวิสกี้และคุยกันเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ ก็แค่ร่วมวงกินเที่ยวด้วยกันครับ ผมคิดว่ากายเป็นคนมีสัญชาตญาณในนการเลือกนักแสดงและทำหนังซักเรื่อง และนั่นแหละครับ ผมเข้าร่วมโปรเจ็กต์ มันไปด้วยกันได้ดีที่พวกเขาทำหนังเรื่อง The Gentlemen ในช่วงเวลาเดียวกันกับผมเล่นหนังเรื่อง Last Christmas ในลอนดอน มันไปด้วยกันได้สมบูรณ์แบบครับ

คุณเป็นแฟนหนังตัวยงของกาย ริชชี่มาก่อนหรือเปล่า มีแหล่งข้อมูลในการเข้าถึงตัวละครแก๊งสเตอร์ได้ดีหรืเปล่า?

 เฮนรี่ โกลดิง: ผมเป็นแฟนหนังตัวยงของกาย ริชชี่เลย ผมโตมากับการดูหนังเรื่อง Lock, Stock and Two Smoking Barrels, Revolver, RocknRolla หนังเหล่านั้นครับ การเติบโตในอังกฤษยุคปลาย 90 และต้นยุค 2000 เขาเป็นผู้กำกับที่ผู้ชายทุกคนอยากร่วมงานด้วย เขาไม่จำเป็นต้องส่งสคริปท์มาให้ผม ผมรู้สึกว่าไม่ว่าอะไรก็ตาม นั่นคือสิ่งที่กายต้องการ ผมหาข้อมูลเกี่ยวกับแก๊งอาชญากรเอเชียในอังกฤษ ความดิบเถื่อนและวิธีการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมที่พวกเขาอาศัยอยู่ และสิ่งที่เข้ากับพวกเขาได้ ดังนั้นดรายอายจึงเป็นคนรุ่นเยาว์ ผมรู้ว่าเขามีความรู้สึกเข้าถึงความคิดของคนรุ่นใหม่ มันไม่จำเป็นต้องเลือดร้อน แต่มีความสุขุมบ้าง และเจ้าเล่ห์กว่าแก๊งสเตอร์ทั่วไปครับ

 ตัวละครของคุณ ดรายอาย มันรู้สึกแตกต่างจากบทรอมคอมใน Crazy Rich Asians และ Last Christmas จริงๆ นั่นเป็นเหตุผลที่คุณอยากเล่นหรือเปล่า?

เฮนรี่ โกลดิงแน่นอนครับ มันเป็นโอกาสที่จะเข้าถึงตัวละครที่ผมไม่เคยเล่นมาก่อน และการก้าวออกจากแนวรอม-คอมและดราม่านั้น มันรู้สึกสดใหม่เสมอที่จะสามารถสวมบทตัวละครซักตัวที่เกือบแตกต่างสุดขั้วจากที่สิ่งที่คุณเป็นครับ

ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดดในการเล่นเป็นผู้ร้ายคืออะไร คุณเคยได้รับผลตอบรับฮาๆ จากเพื่อนหรือครอบครัวในการเห็นคุณเล่นเป็นผู้ร้ายหรือเปล่า?

เฮนรี่ โกลดิงใช่ครับ มันน่าสนใจนะที่ภรรยาผมเดินออกจากห้องและผมกำลังอ่านสคริปท์ The Gentlemen เมื่อเธอกลับมาที่ห้องเธอก็รู้สึกถึงบรรยากาศตึงเครียด และอารมณ์ผมก็เปลี่ยนไปสิ้นเชิง มันรู้สึกมืดมนและหนักหน่วง มันไม่ใช่ความท้าทายหรอกแต่มันยอดเยี่ยมมากที่จะสำรวจความรู้สึกแบบนั้น ภรรยาผมคงจำผมไม่ได้เมื่อผมอ่านสคริปท์หนังเรื่องนี้ครับ

ฉันอ่านเรื่องราวตลกๆว่าคุณไม่รู้ว่าแมทธิว แม็กคอนาเฮย์เป็นนักแสดงเจ้าบทบาทมากๆ และคิดว่าเขาเกลียดคุณตอนอยู่กองถ่าย คุณช่วยเล่าเรื่องราวเพิ่มเติมต่อจากนี้ได้หรือเปล่า?

เฮนรี่ โกลดิงมีคนบอกผมว่าแมทธิวเป็นนักแสดงเจ้าบทบาทแต่ผมไม่เคยมีประสบการณ์การทำงานแบบนั้นมาก่อน และมันก็ทำให้ผมประหลาดใจแน่ๆ ผมเคยคิดว่าเราน่าจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแต่นั่นคือการทำงานทั้งหมด เขายังอยู่กับตัวละครและผมก็นับถือเขา ผมประหลาดใจนะแต่ผมก็ปรับตัวได้รวดเร็วและเมื่อหยุดการถ่ายทำ เขาก็ดูเป็นคนที่อบอุ่นที่สุดเลยครับ

แล้วนักแสดงคนอื่นๆ เป็นอย่างไรโดยทั่วไป มันดูสนุกหรือเปล่า?

เฮนรี่ โกลดิง:  กายเคยร่วมงานกับกลุ่มคนเดิมๆ มาหลายครั้งตั้งแต่ Lock, Stock and Two Smoking Barrels พวกเขาจึงดูเป็นครอบครัวยิ่งใหญ่แสนครื้นเครง ดังนั้นการทำงานกับทีมงานนี้จึงดูมหัศจรรย์มากๆ     เจเรมี่ สตรองเป็นคนตลกดี ชาร์ลี ฮันแนมก็ยอดเยี่ยม มิเชลล์ ด็อกเคียรี่ คนที่ผมทำงานร่วมจอก็น่าทึ่ง และเราก็มีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมด้วยครับ

 มันยอดเยี่ยมนะที่คุณกำลังทำในฐานะตัวแทนคนเอเชียในฮอลลีวูด นี่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับคุณหรือเปล่า หรือคุณไม่ได้คิดถึงประเด็นนี้จริงๆ?

เฮนรี่ โกลดิง:  ผมคิดว่ามันสำคัญนะสำหรับการเป็นตัวแทนคนเอเชีย ผมมีมุมมมองที่แตกต่างมากๆเกี่ยวกับการเป็นคนเอเชียสำหรับหลายๆ คนที่เติบโตนอกภูมิภาคเอเชีย การปรากฏตัวบนจอเงินมันถูกจำกัด แต่ผมเติบโตในมาเลเซียและสิงคโปร์ แล้วผมก็ใช้ชีวิตผู้ใหญ่ในเอเชียมากกว่า สำหรับผมแล้ว มันหมายถึงบางอย่างที่แตกต่างกันบ้าง แต่มันเกี่ยวกับการเลือกสิ่งที่เหมาะสมในการเล่นหนัง ทำให้ผู้คนภูมิใจที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการได้เห็นนักแสดงชาวเอเชียทำหน้าที่ได้ดี ผมไม่อยากเอาใจใส่กับการเป็นนักแสดงเอเชียหรอก ผมแค่อยากเอาใจใส่กับการเป็นนักแสดง และการเป็นนักแสดงนำ การสวมบทบาทที่ทลายอคติเรื่องเชื้อชาติ หลากหลายตัวละครมันเป็นสิ่งสำคัญโดยไม่มีการรักษาภาพลักษณ์ครับ

บทบาทการแสดงของคุณต่อไปคือเรื่องอะไร?

เฮนรี่ โกลดิง:  ผมอยู่ในโปรเจกต์ Snake Eyes ผมเล่นเป็นสเนคอายส์ มันน่าทึ่งนะกับการทำงานร่วมกับผู้กำกับโรเบิร์ต ชเวนท์เก้ เราเอาเรื่องราวของ GI Joe ไปสร้างใหม่ ผมคิดว่าผู้คนจะประหลาดใจและตื่นเต้นกับผลงานที่ออกมา และผมก็ภูมิใจมากๆ เขาเป็นตัวละครที่ซับซ้อนมากๆ เลยครับ

ร่วมติดตามการพลิกบทบาทของหนุ่ม เฮนรี่ โกลดิง ได้ใน “THE GENTLEMEN สุภาพบุรุษมาหากัญ” กำหนดเข้าฉาย 30 มกราคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

ไปชมรายชื่อผู้ชนะทั้งหมดจากงานประกาศรางวัล Golden Globe Awards ครั้งที่ 77

เป็นอีกหนึ่งรางวัลที่ยิ่งใหญ่และอยู่คู่ฮอลลีวูดมาอย่างยาวนานสำหรับ  Golden Globe Awards โดยเริ่มมอบรางวัลแก่ภาพยนตร์และทีวีซีรี่ย์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1944 และสำหรับครั้งล่าสุดครั้งที่ 77 นี้ภาพยนตร์มากหน้าหลายตารวมถึงเหล่านักแสดงเช่นกัน

ซึ่งรางวัลใหญ่อย่าง Best Actor in a Motion Picture – Drama ก็ตกเป็นของ  Joaquin Phoenix จาก  Joker แบบไม่ผลิกโผเคียงข้างมาด้วย Taron Egerton ผู้รับท Sir Elton John ในภาพยนตร์ Rocketman กับรางวัล  Best Actor in Motion Picture -musical or comedy และหนุ่มเท่อย่าง Brad Pitt ผู้รับท Cliff Booth สตั๊นแมนมาดดิบในภาพยนตร์ Once Upon a Time in Hollywood  กำกับโดย Quentin Tarantino ก็คว้ารางวัล Best Actor in a Supporting Role in Any Motion Picture ไปได้ พ่วงด้วยอีกสองรางวัลใหญ่อย่าง Best Motion Picture – Musical or Comedy และ Best Screenplay – Motion Picture จากฝีมือของ Quentin Tarantino ผู้กำกับ

นอกจากนี้รางวัลอื่นๆจะตกเป็นของใครบ้างไปชมรายชื่อผู้ชนะเและผู้เข้าชิงต็มๆกันได้เลยครับ 

Best Motion Picture – Foreign Language

The Farewell (A24)

Les Misérables (Amazon)

Pain and Glory (Sony Pictures Classics)

Parasite (Neon) ชนะรางวัล

Portrait of a Lady on Fire (Neon)

Best Performance by an Actress in a Television Series – Musical or Comedy

Christina Applegate (Dead to Me)

Rachel Brosnahan (The Marvelous Mrs. Maisel)

Kirsten Dunst (On Becoming a God in Central Florida)

Natasha Lyonne (Russian Doll)

Phoebe Waller-Bridge (Fleabag) ชนะรางวัล

Best Television Series – Drama

Big Little Lies (HBO)

The Crown (Netflix)

Killing Eve (BBC America)

The Morning Show (Apple TV Plus)

Succession (HBO) ชนะรางวัล

Best Performance by an Actor in a Supporting Role in a Series, Limited Series or Motion Picture Made for Television

Alan Arkin (The Kominsky Method)

Kieran Culkin (Succession)

Andrew Scott (Fleabag)

Stellan Skarsgård (Chernobyl)  ชนะรางวัล

Henry Winkler (Barry)

Best Performance by an Actor in a Limited Series or Motion Picture Made for Television

Christopher Abbott (Catch-22)

Sacha Baron Cohen (The Spy)

Russell Crowe (The Loudest Voice) ชนะรางวัล

Jared Harris (Chernobyl)

Sam Rockwell (Fosse/Verdon)

Best Performance by an Actor in a Television Series – Musical or Comedy

Michael Douglas (The Kominsky Method)

Bill Hader (Barry)

Ben Platt (The Politician)

Paul Rudd (Living with Yourself)

Ramy Youssef (Ramy) ชนะรางวัล

Best Motion Picture – Drama

The Irishman (Netflix)

Marriage Story (Netflix)

1917 (Universal) ชนะรางวัล

Joker (Warner Bros.)

The Two Popes (Netflix)

Best Actress in a Motion Picture – Drama

Cynthia Erivo (Harriet)

Scarlett Johansson (Marriage Story)

Saoirse Ronan (Little Women)

Charlize Theron (Bombshell)

Renée Zellweger (Judy) ชนะรางวัล

Best Actor in a Motion Picture – Drama

Christian Bale (Ford v Ferrari)

Antonio Banderas (Pain and Glory)

Adam Driver (Marriage Story)

Joaquin Phoenix (Joker) ชนะรางวัล

Jonathan Pryce (The Two Popes)

Best Motion Picture – Musical or Comedy

Dolemite Is My Name (Netflix)

Jojo Rabbit (Fox Searchlight)

Knives Out (Lionsgate)

Once Upon a Time in Hollywood (Sony) ชนะรางวัล

Rocketman (Paramount)

Best Actress in a Motion Picture – Musical or Comedy

Ana de Armas (Knives Out)

Cate Blanchett (Where’d You Go, Bernadette)

Beanie Feldstein (Booksmart)

Emma Thompson (Late Night)

Awkwafina (The Farewell) ชนะรางวัล

Best Actor in a Motion Picture – Musical or Comedy

Daniel Craig (Knives Out)

Roman Griffin Davis (Jojo Rabbit)

Leonardo DiCaprio (Once Upon a Time in Hollywood)

Taron Egerton (Rocketman) ชนะรางวัล

Eddie Murphy (Dolemite Is My Name)

Best Motion Picture – Animated

Frozen 2 (Disney)

How to Train Your Dragon: The Hidden World (Universal)

The Lion King (Disney)

Missing Link (United Artists Releasing) ชนะรางวัล

Toy Story 4 (Disney)

Best Actress in a Supporting Role in Any Motion Picture

Kathy Bates (Richard Jewell)

Annette Bening (The Report)

Laura Dern (Marriage Story) ชนะรางวัล

Jennifer Lopez (Hustlers)

Margot Robbie (Bombshell)

Best Actor in a Supporting Role in Any Motion Picture

Tom Hanks (A Beautiful Day in the Neighborhood)

Anthony Hopkins (The Two Popes)

Al Pacino (The Irishman)

Joe Pesci (The Irishman)

Brad Pitt (Once Upon a Time in Hollywood) ชนะรางวัล

Best Director – Motion Picture

Bong Joon-ho (Parasite)

Sam Mendes (1917) ชนะรางวัล

Todd Phillips (Joker)

Martin Scorsese (The Irishman)

Quentin Tarantino (Once Upon a Time in Hollywood)

Best Screenplay – Motion Picture

Noah Baumbach (Marriage Story)

Bong Joon-ho and Han Jin-won (Parasite)

Anthony McCarten (The Two Popes)

Quentin Tarantino (Once Upon a Time in Hollywood) ชนะรางวัล

Steven Zaillian (The Irishman)

Best Original Score – Motion Picture

Alexandre Desplat (Little Women)

Hildur Guðnadóttir (Joker) ชนะรางวัล

Randy Newman (Marriage Story)

Thomas Newman (1917)

Daniel Pemberton (Motherless Brooklyn)

Best Original Song – Motion Picture

“Beautiful Ghosts” (Cats)

“I’m Gonna Love Me Again” (Rocketman) ชนะรางวัล

“Into the Unknown” (Frozen 2)

“Spirit” (The Lion King)

“Stand Up” (Harriet)

Best Performance by an Actress in a Television Series – Drama

Jennifer Aniston (The Morning Show)

Olivia Colman (The Crown) ชนะรางวัล

Jodie Comer (Killing Eve)

Nicole Kidman (Big Little Lies)

Reese Witherspoon (The Morning Show)

Best Performance by an Actor in a Television Series – Drama

Brian Cox (Succession) ชนะรางวัล

Kit Harington (Game of Thrones)

Rami Malek (Mr. Robot)

Tobias Menzies (The Crown)

Billy Porter (Pose)

Best Television Series – Musical or Comedy

Barry (HBO)

Fleabag (Amazon)  ชนะรางวัล

The Kominsky Method (Netflix)

The Marvelous Mrs. Maisel (Amazon)

The Politician (Netflix)

Best Television Limited Series or Motion Picture Made for Television

Catch-22 (Hulu)

Chernobyl (HBO) ชนะรางวัล

Fosse/Verdon (FX)

The Loudest Voice (Showtime)

Unbelievable (Netflix)

Best Performance by an Actress in a Limited Series or Motion Picture Made for Television

Kaitlyn Dever (Unbelievable)

Joey King (The Act)

Helen Mirren (Catherine the Great)

Merritt Wever (Unbelievable)

Michelle Williams (Fosse/Verdon) ชนะรางวัล

Best Performance by an Actress in a Supporting Role in a Series, Limited Series or Motion Picture Made for Television

Patricia Arquette (The Act) ชนะรางวัล

Helena Bonham Carter (The Crown)

Toni Collette (Unbelievable)

Meryl Streep (Big Little Lies)

Emily Watson (Chernobyl)

The Gentleman Grant is Back in ‘The Gentlemen’

เจ้าพ่อหนังรอมคอมรุ่นใหญ่ขวัญใจแฟนๆ ฮิวจ์แกรนท์ กลับมาอีกครั้งในผลงานอาชญากรรมคอเมดี้เรื่องใหม่ของผู้กำกับสายฮาสุดกวน กายริชชี่ในภาพยนตร์  “THE GENTLEMEN” หรือในชื่อไทย “สุภาพบุรุษมาหากัญ”” ที่รวบรวมเอานักแสดงแถวหน้าของวงการเอาไว้อย่างคับคั่ง กับเรื่องราวการต่อสู้แย่งชิงกันเพื่อความเป็นหนึ่งของสุภาพบุรุษผู้ทรงอิทธิพลมืดแห่งอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น แมทธิว แมคคอนาเฮย์ (Interstella), ชาร์ลี ฮันแนม (Pacific Rim), เฮนรี โกลดิ้ง (Crazy Rich Asians), โคลิน ฟาร์เรล (The Lobster), มิเชล ด็อคเคอรี (Downton Abbey),เจเรมี สตรอง ( Molly’s Game) และ เอ็ดดี้ มาร์ซาน(Hobbs & Shaw 2) แต่ที่หลายคนให้ความสนใจมากที่สุดเห็นจะเป็นการพลิกบทบาทสุดขั้วของ ฮิวจ์แกรนท์ที่บทบาทที่เขาได้รับในหนังเรื่องนี้นั้นแตกต่างไปจากภาพลักษณ์เดิมๆของเขาอย่างสิ้นเชิง    

Hugh Grant กับการพลิกบทบาทครั้งสำคัญในชีวิต


  โดยในภาพยนตร์ ฮิวจ์แกรนท์ รับบทบาท เฟลตเชอร์ นักสืบเอกชนเล่ห์เหลี่ยวแพรวพราว ที่ต้องเอาชีวิตของตัวเองเข้ามาเสี่ยงในเกมการแย่งชิงอำนาจของเหล่าสุภาพบุรุษผู้ทรงอิทธิพลแห่งกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นบทบาทที่แตกต่างไปจากบทบาทที่เขาเคยแสดงไว้ใน “Four Weddings and a Funeral” และ “Notting Hill” จนดูเหมือนเป็นคนละคนเลยทีเดียว

Hugh Grant กับภาพลักษณ์อบอุ่นที่ทุกคนคุ้นชิน

นี่มันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของบทและมันก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกกลัวไปด้วยในเวลาเดียวกัน แกรนท์ พูดกับนักข่าวในงานฉายรอบพิเศษของ “THE GENTLEMEN” ในโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่งของกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ที่ผ่านมา

ผมคิดว่าตอนนี้ผมก็อายุ 59 เข้าไปแล้วมันจะเป็นไปได้จริงๆเหรอว่าผมจะสามารถเปลี่ยนบุคลิกไปเป็นคนอีกคนหนึ่งที่พูดสำเนียงแบบชาวลอนดอนจ๋าแต่กายริชชี่พูดกับผมว่าไม่ๆคุณต้องทำได้สิคุณต้องทำมันได้คว้าตัวละครนั้นมาซะผมก็เลยตกลงลุยไปพร้อมกับเขาครับ แกรนท์ กล่าว

  สำหรับกาย ริชชี่ เป็นผู้กำกับที่สร้างชื่อจากผลงาน “Lock, Stock and Two Smoking Barrels” และ “Snatch” ก่อนที่จะได้มาเป็นผู้กำกับ “Sherlock Holmes” และล่าสุดในภาพยนตร์ไลฟ์แอคชั่นของค่าย Disney “Aladdin” ภาพยนตร์เรื่องนี้นับเป็นการกลับมาสร้างภาพยนตร์แนวอาชญากรรมอีกครั้งของเขา โดยผู้ที่รับบทเป็นตัวเอกของเรื่องนี้ก็คือ แมทธิวแม็กคอนาเฮย์ (Interstellar) ที่ได้สวมบทเป็นเจ้าพ่อกัญชาชาวอเมริกัน มิกกี้ เพียร์สัน ที่คร่ำหวอดวงการกัญชาในประเทศอังกฤษ และความวุ่นวายก็ได้เกิดขึ้นเมื่อเขาตัดสินใจที่จะขายธุรกิจนี้

ร่วมพิสูจน์การพลิกบทบาทการแสดงขั้นสุดขั้วของ ฮิวจ์แกรนท์ กับภารกิจการแย่งชิง ‘กัญ’ เพื่อความเป็นหนึ่ง! “THE GENTLEMEN สุภาพบุรุษมาหากัญ”  30 มกราคม ในโรงภาพยนตร์

Way to End Your Year Crazily at ‘Sound Check Party’

มีแผนไปเที่ยวพัทยากันก่อนสิ้นปีไหม? Fat Coco ชวนคุณมาสนุกสุดเหวี่ยงกับกองทัพดีเจและศิลปินกับ Sound Check Party ส่งท้ายปีก่อนเคานท์ดาวน์

DJ GRAMOPHONEDZIE

สุดสัปดาห์ที่ 27-29 ธันวาคม โค้งสุดท้ายก่อนเคานท์ดาวน์ต้อนรับปีใหม่ Fat Coco ณ โรงแรมเอวัน เดอะรอยัล ครูส ร่วมจัดปาร์ตี้ส่งท้ายปีสามวันรวดที่ยกทัพศิลปินชั้นแนวหน้าทั้งไทยและเทศมากันอย่างคับคั่ง

DJ ZIGGY PHUNK

โดยไลน์อัพสำคัญของทั้งสามวันนั้นเรียกได้ว่าไม่มีใครยอมใคร ทั้ง DJ Gramophonedzie, DJ Ziggy Phunk, T-Bone, Srirajah Rockers, DJ Superlover และอื่นๆ อีกคับคั่ง

บัตรเข้างานหนึ่งวันราคา 500 บาท และ 1,300 บาทสำหรับสามวัน

จองได้ที่ www.hatcha.live / แฟนเพจ A-One The Royal Cruise Hotel / 038-259-999

#Fatcoco #SoundCheckParty #qccommsPR

PARCELS DJ SET LIVE IN BANGKOK

Parcels เป็นวงอิเล็กโทรป็อปสัญชาติออสเตรเลียสังกัดค่ายเพลงสัญชาติฝรั่งเศสอย่าง Kitsuné โลกได้รู้จักพวกเขาเป็นครั้งแรกผ่านซิงเกิ้ล ‘Overnight’ ที่ได้ตัวพ่อวงการอิเล็กโทรป็อปอย่าง Daft Punk มาช่วยโปรดิวซ์ให้

ไม่แปลกใจกันใช่ไหมที่เพลงนี้ผงาดจนได้รับการยอมรับว่าเป็นคลาสสิกไปได้ในระยะเวลาอันสั้นมากๆ เช่นนี้? และเมื่อปีที่แล้ว วงก็ได้ปล่อยอัลบั้มเต็ม ‘Parcels’ ออกมาประดับวงการอิเล็กโทรป็อปรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ ซึ่งก็เป็นไปตามคาด… พวกเขาคือความหวังของวงการอิเล็กโทรป็อปรุ่นใหม่อย่างแท้จริง

แฟนๆ ซาวด์อิเล็กโทรป็อปชาวไทยเตรียมตัวกรี๊ดกันได้กับ Parcels DJ Set Live in Bangkok: Exclusive Party ที่วงส่งสองสมาชิกอย่างแพทริค (นักร้องนำและมือคีย์บอร์ด) กับอนาโตเล่ (มือกลอง) มารับบทดีเจเล่นเพลย์ลิสต์สุดโจ๊ะสไตล์ Parcels เรียกน้ำย่อยให้กับแฟนๆ ในเวนิวใกล้ชิดสนิทสนมอย่าง BEAM Thonglor ซึ่งดูจากสถานที่แล้ว คาดว่าคงจะไม่มีใครได้ใกล้ชิดกับศิลปินมากไปกว่านี้ได้อีกแล้วล่ะ

และเพื่อเป็นการตอกย้ำความใกล้ชิด เราแอบกระซิบว่าครั้งนี้ บัตรมีจำนวนจำกัดอยู่เพียง 300 ใบเท่านั้น เปิดปฏิทินเคลียร์คิวของคุณในวันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคมนี้ ให้พร้อม แล้วไปสนุกด้วยกันตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป

บัตรราคา 650 บาท จำหน่ายที่ www.ticketmelon.com

แล้วพบกันครับ

Kinu by Takagi

หลังการปรับปรุง River Wing ได้มีการเปิดตัวใหม่ของโรงแรม ที่ตามมาคือห้องอาหารต่างๆ ล่าสุด KINU by Takagi ที่เสิร์ฟอาหารไคเซกิ โดยเชฟทาคากิ คาซึโอะ เชฟระดับสองดาวมิชลินจากร้าน Kyoto Cuisine Takagi

กลับมาผงาดอย่างสมภาคภูมิการเป็น Grande Dame ริมแม่น้ำเจ้าพระยาของโรงแรม แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ หลังการปรับปรุง River Wing ได้มีการเปิดตัวใหม่ของโรงแรมที่จัดเป็นงานดินเนอร์สุดหรู ที่ตามมาก็คือห้องอาหารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Lord Jim’s และล่าสุด KINU by Takagi ที่เสิร์ฟอาหารไคเซกิ โดยเชฟทาคากิ คาซึโอะ เชฟระดับสองดาวมิชลินจากร้าน Kyoto Cuisine Takagi จากเมืองอะชิยะ ร้านอาหาร KINU by Takagi จะทำให้ผู้มาเยือนได้อิ่มอร่อยกับอาหารสไตล์เกียวโตที่เสิร์ฟในสไตล์ไคเซกิที่เสิร์ฟจานต่อจาน  รายการอาหารแต่ละช่วงฤดูการจะมีการเปลี่ยนแปลงตามเครื่องปรุงหลักๆ ที่มีในช่วงนั้น โดยจัดเป็นอาหารเคียวริโอริ(Kyo-ryori) 10 คอร์ส ส่วนใครจะลิ้มลองกับสาเกที่จับคู่กันกับอาหารแต่ละจานอย่างลงตัวที่นี่ก็มีให้บริการ

การจะมาที่ห้องอาหาร KINU by Takagi จะใช้ทางเข้าเดียวกับห้องอาหาร   Lord Jim’s  ซึ่งควรจองที่นั่งมาล่วงหน้าก่อนเพราะมีที่นั่งเพียง 10 ที่เท่านั้น ก่อนที่จะเข้าสู่ห้องอาหาร จะมีห้องเล็กๆ จัดไว้เสิร์ฟเครื่องดื่มต้อนรับแขกของห้องอาหารคินุโดยเชฟทาคากิ  จากนั้นก็จะถูกเชิญเข้าไปในห้องอาหารที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องอาหารลอร์ดจิมส์ ตกแต่งอย่างพิถีพิถันสวยงาม ความประณีตนี้เราสัมผัสได้แม้แต่ใต้หน้าโต๊ะซึ่งทำจากไม้สักชิ้นเดียว ก่อนเปิดร้านเชฟทาคากิ ให้ช่างพลิกหน้าโต๊ะให้เขาตรวจก่อนว่าสัมผัสของเนื้อไม้นั้นนุ่มเนียนมือหรือเปล่า แม้ว่าจะไม่มีใครก้มลงไปดูใต้โต๊ะ แต่เชฟบอกว่าคนที่นั่งอยู่ก็อาจจะเอามือไปสัมผัสใต้หน้าโต๊ะ อาหารไคเซกิ ที่นี่ไม่ได้เสิร์ฟมาเป็นถาดใหญ่ๆ มีจานเล็กจานน้อย แต่เสิร์ฟมาจานต่อจาน ภาชนะนั้นเชฟคัดสรรมาอย่างสุดประณีต ไม่ว่าชามซุปที่เป็นเครื่องเขินลงลายทองจากญี่ปุ่น เครื่องปั้นดินเผาจากญี่ปุ่นที่เน้นสีสันของดินแหล่งที่ปั้นภาชนะ แต่เชฟได้คัดเลือกภาชนะเครื่องเคลือบดินเผาจากเชียงใหม่มาผสมผสานอีกด้วย ดังอาหารที่นี่ก็จะใช้วัตถุดิบที่มีในบ้านเรามาเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องปรุง  

รายการอาหารเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ที่เด่นและคาดว่าจะมีเสมอก็ คือ ซุปปลาใส่ลูกแป๊ะก๋วย ที่ญี่ปุ่นคนมาที่ร้านของเชฟเพื่อจะได้ชิมซุปนี้ ที่นี่เชฟเสิร์ฟในถ้วยเครื่องเขินสีดำลายทองสวยงามมากๆ ซุปมีความข้นใสด้านหน้าเป็นหัวผักกาดขูด(มาจากญี่ปุ่น เชฟลองของบ้านเราแล้วบอกว่ารสชาติติดขื่นๆ ไม่หวานสนิท) หยอดคาเวียร์ลงไปเพื่อให้รสเค็มๆ เวลาเคี้ยว ซุปรสชาติคล่องคอมากมีความหวานของน้ำซุปที่มาจากปลาโอตากแห้งนำมาไสเป็นแผ่นบางๆ ต้มเป็นน้ำซุป ชิ้นปลาหิมะชิ้นใหญ่ซ่อนใต้สีขาวของหัวปักกาดขูดเสมือนหิมะที่คลุมอยู่กลางบึงน้ำ สีสีเหลืองของลูกแปะก๊วยแต้มให้ดูสดใสและรสชาติหนึบๆ ละมุนปาก  

อาหาร 10 คอร์สมีอาหาร 12 อย่าง มีทั้งปลาดิบ ข้าวปั้นมีทั้งหน้าปลาโอ หน้าปลาไหลย่าง  สุกี้เนื้อในซอสมะเขือเทศที่อร่อยล้ำที่เชฟใช้เนื้อวากิวเกรด A5 มาย่างให้สุกกำลังดี แต่ใครต้องการแบบสุกจริงจังให้บอกเชฟได้ บางคนไม่กินปลาดิบให้แจ้งก่อนตั้งแต่จองล่วงหน้าเพราะเชฟจะเตรียมอาหารอย่างอื่นแทนให้ แต่ถ้าจะมาแนวมังสะวิรัติหรือวีแกนอาจจะต้องไปที่ห้องอาหารอื่นซึ่งมีอาหารแนวนี้ให้บริการ กระซิบว่ามื้อน้ำชาที่เสิร์ฟขนมและของว่างแบบวีแกนที่นี่ห้องออเธอร์เล้าจ์อร่อยมาก ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยของหวานที่แสนจะชื่นใจ ราคาต่อท่าน 7,500 บาท ++ ใช้เวลาประมาณเกือบสามชั่วโมง 

รวมๆ แล้วบรรยากาศและการปรนนิบัติจากพนักงานน่าประทับใจมาก(พนักงานได้รับการฝึกฝนตามธรรมเนียมของร้าน Kyoto Cuisine Takagi ที่ได้ดาวมิชลิน) รสชาติอาหารดีมากด้วยเครื่องปรุงสุดพิเศษ และกรรมวิธีการปรุงที่สุดประณีต จะเป็นประสบการณ์รับประทานอาหารที่น่าจดจำสำหรับทุกคน อีกนิดที่หลายคนอาจจะไม่ทราบ คือ ร้านอาหารที่นี่บางร้านจะมี Dress code อย่างของห้องนี้จะเป็น Elegant Attire (สุภาพบุรุษกรุณาสวมกางเกงขายาวและรองเท้าหุ้มส้น) ทั้งนี้เพื่อบรรยากาศที่รื่นรมย์ในการรับประทานอาหาร ต้องยอมรับว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่เป็นเอกลักษณ์ของกรองด์ดามริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากใดๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องตามสบายเหมือนไปกินอาหารตามร้านทั่วไป แต่นั่นก็ทำให้ที่นี่มีความแตกต่างที่หลายคนชอบที่จะมาเยือน

KINU by Takagi ให้บริการ 2 รอบ รอบแรก 18.30-20.30 น. รอบสอง 21.00-23.00 น.( ปิดทุกวันจันทร์ ) โทร.02 659 9000 Email – MOBKK-RESTAURANTS@MOHG.COM #MOBKK


How Hot is Calvin Harris?

Calvin Harris หนึ่งใจชายหนุ่มที่เคยครองหัวใจของนักร้องสาวอย่างเทย์เลอร์ สวิฟต์ และเจ้าของรายได้กว่า 2.3 พันล้านบาท (66 ล้านดอลลาร์) ในปี 2015 จากการจัดอันดับของนิตยสารฟร์บส์ดีเจที่มีรายได้มากที่สุดในโลกในปีนั้น และในปีนั้นเองที่ทั้ง แคลวินและเทเลอร์ ออกเดทพากันทำรายได้โค่นบัลลังก์ของเจย์ ซีและบียอนเซ่ ในฐานนะคู่รักที่ทำเงินสูงสุดอีกด้วย โดยรายได้จากการเป็นดีเจของแคลวิน แฮร์ริสนั้นสูงกว่าอันดับ 2 ถึง 2 เท่า อย่างเดวิด กูเอตต้าอีกด้วย โดยหลังจากการเลิกลากับเทย์เลอร์ สวิฟต์แบบจบกันไม่ค่อยสวยแล้ว แคลวินยังให้สัมภาษณ์ว่า “มันเป็นเรื่องที่ยากมาก เมื่อเรื่องที่ผมเคยคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวกลายเป็นเรื่องที่คนทั่วไปรับรู้” และถ้านั้นยังดราม่าไม่พอ หนึ่งในเพลงดังของแคลวินที่ชื่อว่า ‘This Is What You Came For’ ที่เทย์เลอร์อ้างว่ามีส่วนในการแต่งเพลงนี้แต่เธอไม่เคยได้รับเครดิต แคลวินก็ออกมาตอบโต้ผ่านทวิตเตอร์ทันทีว่า “ผมคิดว่า ถ้าหากคุณมีความสุขกับความรักครั้งใหม่ คุณก็ควรจะสนใจเรื่องความรักของคุณ แทนที่จะพยายามย่ำยีแฟนเก่าด้วยการกระทำบางสิ่งบางอย่างจะดีกว่า” นั้นทำให้ความเดือดของคู่เคยรักคู่นี้ปะทุความรุนแรงมากขึ้นไปอีกเท่าตัว 

นอกจากนั้นแคลวิน แฮร์ริส ยังกวาดรางวัลกว่า 20 รางวัลจากเวทีต่างๆ ทั้ง MTV มิวสิค อวอร์ด, อเมริกัน มิวสิค อวอร์ด, บิลบอร์ด มิวสิค อวอร์ด และรางวัลในบ้านเกิดตัวเองอย่าง บริตอวอร์ด อีกด้วย แคลวินแฮร์ริสไม่เพียงแต่เป็นนักร้อง นักแต่งเพลงเขายังเป็นโปรดิวเวอร์อีกด้วย โดยเขาออกอัลบั้มแรกในปี 2007 (I Created Disco) และดังเป็นพลุแตกในซิงเกิ้ล ‘I’m Not Alone’ ที่ขึ้นชาร์ตอันดับหนึ่งในอังกฤษในปี 2008 โดยศิลปินเบอร์ใหญ่อย่างไคลีย์ มิโนก คือศิลปินคนแรกๆ ที่มาร่วมงานกับเขาทั้งยังเขียนเพลงเป็นโปรดิสเซอร์ให้ในอัลบั้ม X ในเพลง ‘In my Arms’ และ ‘Heart Beat Rock’ และนั้นก้เป็นจุดเริ่มตั้นการการเป็นเจ้าพ่อฟีดเจอริ่งอีกด้วย อย่าง Ne-Yo, Pharrell Williams’ Kety Perry, Sam Smith, John Newman และเพลงที่ดังเป็นพลุแตกที่ไม่มีใครไม่รู้จักอย่าง ‘We Found Love’ ที่ได้รีฮันน่ามาร่วมแจม 

และก็สิ้นสุดการรอคอยกันสักทีที่แคลวิน แฮร์ริส จะบินลัดฟ้ามายังเมืองไทยเพื่อเปิดคอนเสิร์ตในงานเทศกาลดนตรี 808 Festival 2019 โดยถือว่าเป็นมาเยือนเมืองไทยครั้งแรกของเขาอีกด้วย ในวันที่ 6-8 ธันวาคมนี้ พร้อมด้วยทัพดีเจชื่ออย่าง Dyro , Generik , Ofenbach , KSHMR , Blasterjaxx , Keanu Silva , SKRILLEX ณ ไบเทค บางนา แฟนตัวจริงไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

Trout Is Not Salmon!: สัมผัสประสบการณ์ความสดของฟยอร์ดเทราต์แท้ๆ ส่งตรงจากประเทศนอร์เวย์

สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (Norwegian Seafood Council – NSC) ตัวแทนอุตสาหกรรมอาหารทะเลของประเทศนอร์เวย์ จัดงานดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ชวนลิ้มรสฟยอร์ดเทราต์และอาหารทะเลสดใหม่จากนอร์เวย์ ที่รังสรรค์ขึ้นโดยเชฟชาวไทยผู้เชี่ยวชาญในด้านอาหารสไตล์นอร์ดิก เชฟเฟรุ่งทิวาชุ่มมงคล หัวหน้าเชฟประจำห้องอาหารฟร้อนท์รูมโรงแรมวอลดอร์ฟแอสโทเรียพร้อมทั้งได้รับเกียรติจาก ทูร์เฮาวค์ อัครราชทูตที่ปรึกษา/รองหัวหน้าสถานทูตสถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย รวมถึงสื่อมวลชนและเหล่าพันธมิตรของสภาอุตสาหกรรมนอร์เวย์เข้าร่วม

อาหารมื้อค่ำสุดพิเศษนี้จัดโดยสภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์หรือ NSC ณ ห้องอาหาร ฟร้อนท์รูมโรงแรมวอลดอร์ฟแอสโทเรียกรุงเทพ เพื่อแนะนำอาหารทะเลสดคุณภาพพรีเมียมจากน้ำเย็นที่ใสสะอาดจากนอร์เวย์ อย่าง ฟยอร์ดเทราต์ ตัวเด่นของงาน ปูจักรพรรดิ ฮาลิบัทจากนอร์เวย์ ปิดท้ายด้วยของหวานรสเลิศ

ฟยอร์ดเทราต์จากนอร์เวย์สามารถรับประทานได้ทั้งแบบดิบและแบบปรุงสุก มีคุณค่าทางโภชนาการอันประกอบไปด้วยสารอาหารอย่างโปรตีน ซีลีเนียม และโอเมก้า-3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อหัวใจและสมอง นอกจากนี้ยังมีวิตามินดีที่ช่วยสร้างความแข็งแรงให้กระดูกและดีต่อสุขภาพ หากเปรียบเทียบกับแซลมอนซึ่งมีหน้าตาและรสชาติคล้ายคลึงกันแล้ว ฟยอร์ดเทราต์มีเนื้อที่แน่นกว่า มีหนังสีเงินและเนื้อที่ออกสีแดงสดกว่า และมีชั้นไขมันรสอร่อยแทรกอยู่ทั่วตัวโดยเฉพาะบริเวณพุง 

ดร. อัสบีเยิร์นวาร์วิคเรอร์ทเว็ท ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (NSC) กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดนำเข้าฟยอร์ดเทราต์จากนอร์เวย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่จากการสำรวจพบว่าคนไทยจำนวนมากยังไม่รู้จักปลาชนิดนี้ มีการเข้าใจผิดว่าเป็น ‘แซลมอนเทราต์’ อยู่บ่อยๆ ซึ่งไม่มีอยู่จริง อีกหนึ่งความน่าสนใจของฟยอร์ดเทราต์คือการที่ปลาชนิดนี้มีผลผลิตจำกัด ทำให้เป็นที่ต้องการสูง น้ำใสสะอาดของนอร์เวย์ที่รายล้อมไปด้วยฟยอร์ด ซึ่งเกิดจากการมาบรรจบกันของธารน้ำแข็งและน้ำเค็มของทะเล กลายเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงฟยอร์ดเทราต์ชั้นยอดและยั่งยืน”

ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีกับร้านอาหารระดับมิชลินในยุโรป ทำให้เชฟเฟมีความพิถีพิถันในการเลือกใช้วัตถุดิบมารังสรรค์เมนู “สำหรับเมนูในค่ำคืนนี้ ถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากอาหารทะเลสดคุณภาพพรีเมียมจากนอร์เวย์ โดยมีฟยอร์ดเทราต์เป็นพระเอกของงาน ด้วยรสชาติที่เหมาะกับการรับประทานทั้งแบบดิบและปรุงสุก ผสานกับการปรุงด้วยรสชาติและวัตถุดิบแบบไทยๆ กลายเป็นคอร์สอาหารสุดพิเศษที่อยากให้ทุกคนได้ลิ้มลอง” เชฟเฟรุ่งทิวาชุ่มมงคลกล่าวถึงเมนูอาหารในงาน

การบริโภคอาหารทะเลในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทั้งในร้านอาหารและที่บ้าน ความนิยมของอาหารญี่ปุ่น โดยเฉพาะซูชิและซาชิมิ ส่งผลให้ร้านอาหารต้องคัดสรรปลาดิบที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ ในขณะเดียวกันผู้จัดจำหน่ายอาหารทะเลต้องสรรหาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ซื้อไปปรุงเองที่บ้าน ปัจจุบันผู้บริโภคชาวไทยใส่ใจในวัตถุดิบ ความปลอดภัย และผลกระทบต่อความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จากรายงานเศรษฐกิจทางทะเลที่ยั่งยืนซึ่งนำเสนอต่อที่ประชุมสหประชาชาติเผยว่า หากมีการพัฒนาอุตสาหกรรมการประมงที่ยั่งยืน ปริมาณผลผลิตทางทะเลจะเพิ่มขึ้นได้ถึงหกเท่า และมีการปล่อยปริมาณก๊าซคาร์บอนที่ต่ำกว่าการผลิตอาหารประเภทอื่นๆ

ด้วยชื่อเสียงในฐานะผู้ส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่อันดับสองของโลก ทำให้อุตสาหกรรมอาหารทะเลของนอร์เวย์ยึดมั่นในการเลือกใช้เทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญขั้นสูง เพื่อดูแลความปลอดภัยของอาหารและจัดการการประมงอย่างยั่งยืน ฟยอร์ดเทราต์นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ส่งผลให้ชาวนอร์เวย์กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมการประมงในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นปลาชนิดแรกที่ชาวนอร์เวย์ได้ลองเพาะเลี้ยง การเพาะเลี้ยงฟยอร์ดเทราต์ต้องการการดูแลที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลผลิตคุณภาพสูง ต้องใช้การติดตามความปลอดภัยและความเป็นอยู่ตลอดอายุปลา เหล่านี้สำเร็จได้ด้วยมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารทะเลที่เข้มงวดและความเคารพต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่ประเทศนอร์เวย์ให้ความสำคัญอย่างสูงสุด

Light of My Life: เพราะลูกคือดวงใจของพ่อ

คุณจะทำอย่างไรหากโลกใบนี้เกิดไวรัสประหลาดที่คร่าชีวิตมนุษย์เพศหญิงไปจนหมด เหลือเพียงลูกสาววัยแบเบาะของคุณที่ต้องสูญเสียแม่ของตัวเองไป เธอมีเพียงคุณเท่านั้นที่จะเป็นผู้ปกป้องเธอจากโลกที่แทบจะไม่เหลือความหวังนี้แล้ว พบกับการแสดงสุดตราตรึงของเคซีย์ แอฟเฟล็ค กับบทบาทของ ‘พ่อ’ ที่จะทำให้คุณยิ่งเชื่อมั่นในความรักที่ไร้ข้อกังขานี้ไปยิ่งกว่าเดิมกับ ‘Light of My Life – คือพ่อ… คือลูก’

คนเป็นพ่อย่อมอยากจะปกป้องลูกของตัวเองเป็นธรรมดา เคซีย์ แอฟเฟล็ค นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์จาก ‘Manchester by the Sea’ ได้กล่าวขณะที่พูดถึงบทบาทของ ‘พ่อ’ ในภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเขา ‘Light of My Life – คือพ่อ… คือลูก’ ศูนย์กลางของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือเด็กอายุ 11 ขวบซึ่งเป็นวัยที่เด็กตัวน้อยกำลังจะก้าวสู่ช่วงวัยรุ่นแต่สถานการณ์ในโลกของภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นสถานการณ์ที่อันตรายกับเด็กคนนี้มากและมันทำให้การตัดสินใจของเธอบางอย่างอาจจะเป็นการตัดสินว่าพวกเขาจะสามารถเอาชีวิตรอดต่อไปได้หรือไม่

ผมเป็นคนที่หลงไหลในเรื่องราวที่สื่อถึงสังคมของมนุษย์‘Light of My Life’ คือเรื่องราวของพ่อที่อุทิศทุกสิ่งทุกอย่างให้กับลูกของพวกเขามันเป็นความรักอันบริสุทธิ์ที่ไม่มีวันเสื่อมสลายไปตามกาลเวลาซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าใจได้แทนที่เราจะมองเห็นความสวยงามของโลกใบนี้บางครั้งพวกเรากลับมองว่ามันคือสถานที่ที่เต็มไปด้วยอันตรายสำหรับลูกๆครับเขากล่าว คนเป็นพ่อก็ย่อมอยากจะปกป้องลูกของตัวเองเป็นธรรมดาแม้ว่าเธอจะเป็นเด็กวัยรุ่นที่กระหายอิสระจนกว่าเขารู้ว่าลูกสาวของเขาสามารถเอาตัวรอดเองได้เขาก็จะพยายามปกป้องเธออย่างสุดชีวิตแม้ว่าจะต้องแลกกับการทำให้จิตใจของพวกเขารู้สึกเจ็บปวดก็ตาม”

เคซีย์เผยว่าเขาใช้เวลากว่า 10 ปีในการพัฒนาบทประพันธ์สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยมันเริ่มมาจากนิทานก่อนนอนที่เขาเล่าให้ลูกชายทั้งสองของตัวเองฟังนั่นเอง ผมได้จดนิทานเหล่านั้นเอาไว้ทั้งหมดผมคิดว่าผมอาจจะนำเรื่องเหล่านั้นไปสร้างเป็นภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกการเล่านิทานและบทบาทของนิทานที่ส่งเสริมต่อการเติบโตของลูกตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ไอเดียนั้นของผมได้มีวิวัฒนาการและมันก็ได้ทำให้ผมเริ่มเขียนบทภาพยนตร์จากมัน

LOML_D33_CC_0031.RAF

สิ่งหนึ่งที่ผมชอบในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือแม่ว่าหนังจะสร้างเสร็จแล้วผมก็ยังคงต้องหาว่ามันเป็นเรื่องของอะไรและทำไมมันถึงมีความสำคัญสำหรับผม เขากล่าวต่อ เรื่องราวเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่สามารถตีความหมายได้อย่างชัดเจนทันทีพวกมันเป็นสิ่งที่เรารับรู้ผ่านจิตใต้สำนึกและบางครั้งมันก็ต้องใช้เวลาเป็นปีๆกว่าที่เราจะเข้าใจว่าสิ่งเหล่านั้นคืออะไร

และเราเชื่อว่าภายหลังจากการตัดสินใจพัฒนาบทกว่าสิบปีผันตัวเองเป็นทั้งผู้กำกับและนักแสดงนำของเรื่องนี้เคซีย์คงได้คำตอบกับสิ่งที่เขาสงสัยอยู่ในใจบ้าง ไม่มากก็น้อย

ไปร่วมค้นหาคำตอบในใจ และพิสูจน์ความรักอันยิ่งใหญ่ของมนุษย์พ่อได้ในภาพยนตร์เรื่อง ‘Light of My Life – คือพ่อ… คือลูก’ ได้ในโรงภาพยนตร์ชั้นนำตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป