ส่องภาพ 3 นักแสดงไทย “มาร์ช-บีม-แพต” ส่งตรงจากฮอลลีวูด!
นำ “เคว้ง” ซีรีส์ไทยเรื่องแรกของ Netflix บุกงาน Emmy Awards 2019

เรียกได้ว่าไม่ทำให้แฟนๆ ชาวไทยผิดหวัง สำหรับ 3 นักแสดง มาร์ช-จุฑาวุฒิ, บีม-ปภังกร และแพต-ชญานิษฐ์ ที่ตบเท้าเข้าร่วมงานอาฟเตอร์ปาร์ตี้ Emmy Awards ครั้งที่ 72 งานประกาศรางวัลในแวดวงโทรทัศน์ระดับโลก ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา กระทบไหล่ดาราและทีมงานระดับโลกของฮอลลีวูด อาทิ นักแสดงหนุ่มหน้าหล่อ Luke Eisner (จากภาพยนตร์ Tall Girl) รวมถึง Charlie Brooker (ผู้สร้างและเขียนบท) Annabel Jones (โปรดิวเซอร์) เรื่อง Black Mirror: Bandersnatch ที่เพิ่งคว้ารางวัลภาพยนตร์ทางโทรทัศน์ยอดเยี่ยม อย่างใกล้ชิดในฐานะตัวแทนนักแสดงนำจากซีรีส์ “เคว้ง” (The Stranded) ออริจินัลซีรีส์ไทยเรื่องแรกของ Netflix ซึ่งทั้ง 3 คนถือเป็นนักแสดงไทยกลุ่มแรกที่เข้าร่วมงานนี้อีกด้วย แต่ละคนมาในลุคที่ปังสุดๆ เรียกแสงแฟลชจากช่างภาพได้ไม่แพ้ดาราฮอลลีวูดเลยทีเดียว งานนี้ใครเป็นใครกันบ้าง ไปชมภาพจากงานกันเลย!

อัพแอนด์อะบัฟ บาร์ แนะนำเมนูเครื่องดื่มเพิ่มความอบอุ่นในช่วงปลายฝนต้นหนาว

อัพแอนด์อะบัฟ บาร์ (Up & Above bar) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) ขอแนะนำเมนูเครื่องดื่ม เฮอร์บาเชียส (Herbaceous) ค็อกเทลสูตรเฉพาะที่มีส่วนผสมของน้ำผลไม้ สมุนไพรและเครื่องเทศ ให้บริการระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2562 เท่านั้น

คุณคมชลัช ตันเปี่ยมทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเครื่องดื่มของโรงแรมฯ นำน้ำผลไม้ สมุนไพรและเครื่องเทศ นานาชนิดมาออกแบบเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มความอบอุ่นในช่วงปลายฝนต้นหนาว อาทิ ดีวายซีซี ทู เทสต์ (DYCC To Taste) เป็นเครื่องดื่มมาดเข้มที่มีรสชาติเปรี้ยวอมหวานจากการผสมผสาน แดรมบุย (Drambuie) ลิเคียวที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศ สมุนไพร และน้ำผึ้ง แคนาเดียนคลับอายุ 6 ปี (6-year-old Canadian Club) ลูกกระวาน และน้ำยูซุ ส่วนสตรอว์เบอร์รี จิงเจอร์ (Strawberry Ginger) เป็นเครื่องดื่มกลิ่นหอมหวานที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นจาก ฮาวาน่า รัม อายุ 7 ปี (7-year-old Havana Rum) น้ำสตรอว์เบอร์รีเข้มข้น ขิงแก่ น้ำมะนาวเลมอน และน้ำเชื่อมเมเปิ้ล (Maple Syrup) เป็นเครื่องดื่มรสเข้มที่เข้ากันได้ดีกับรสหอมหวานของสตรอว์เบอร์รี

ส่วนเครื่องดื่มที่ชื่อว่า คมชลัช คริสแซนติมัม (Khomcharat Chrysanthemum) นั้นเป็นเครื่องดื่มรสชาตินุ่มที่มีส่วนผสมของ แทนคิวเรย์ จิน (Tanqueray gin) เป็นจินพรีเมี่ยมจากประเทศอังกฤษ ครองต์โทร์ (Cointreau) ลิเคียวรสส้ม น้ำมะนาว น้ำคื่นช่ายฝรั่ง แต่งหน้าด้วยโฟมที่ทำจากน้ำเก็กฮวยโดยใช้เทคนิคที่เรียกว่าโมเลกุล (Molecular) ตกแต่งด้วยผงทองคำแท้ เป็นเครื่องดื่มแนะนำที่สาว ๆ ไม่ควรพลาด

นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มม็อกเทล วินเทอร์ฮันนี่ พรอมเมอกราเนต (Winter Honey Pomegranate) สำหรับให้บริการผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีส่วนผสมเป็นน้ำเชื่อมทับทิม น้ำผึ้ง และน้ำมะนาว เป็นเครื่องดื่มเพิ่มความสดชื่นรสชาติเปรี้ยวอมหวานหอมทับทิมอย่างลงตัว

เมนูเครื่องดื่มเพิ่มความอบอุ่นในช่วงปลายฝนต้นหนาวมีให้บริการทุกวันที่ อัพ แอนด์ อะบัฟ บาร์ ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 30 ธันวาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 12:00 น. ถึง 24:00 น

ครอบครัวพร้อมหน้า วันปริศนาฆาตกรรม! เปิด 11 ใบปิดคาแรคเตอร์ “KNIVES OUT” เมื่อทุกคนคือผู้ต้องสงสัย ใครคือฆาตกรตัวจริง?

เปิดความสงสัยให้ได้ชวนลุ้นหาความจริงกันต่อ สำหรับภาพยนตร์สืบสวนสไตล์จัดจ้านที่เพิ่งกวาดเสียงวิจารณ์ชื่นชมชนิดมาแรงสุดๆ จากเทศกาลภาพยนตร์โตรอนโตอย่าง “ KNIVES OUT ” ด้วยล่าสุดกับ 11 ใบปิดคาแรคเตอร์ ที่ออกมาย้ำธีม คดีฆาตกรรมในวันรวมญาติ เมื่อทุกคนตกเป็นผู้ต้องสงสัย ใครกันคือฆาตกรตัวจริง? พร้อมขนทัพนักแสดงมากฝีมือมาประชันบทบาทกันแบบคับจอทั้ง

คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ เป็น “ฮาร์ลาน ธรอมบีย์” คุณปู่ของครอบครัว ผู้จัดงานเลี้ยงวันเกิดของตน เชิญทุกคนมาพร้อมหน้า แต่เขากลับกลายเป็นศพในเช้าวันนั้น, คริส อีแวนส์ เป็น “แรนซัม ดรายส์เดล” ลูกชายแกะดำของครอบครัวที่ไม่เอาใครทั้งสิ้น, ไมเคิล แชนนอน เป็น “วอลต์ ธรอมบีย์” ลูกชายคนเล็กของฮาร์ลานผู้ไม่เอาไหน, โทนี่ คอลเล็ตต์ เป็น “โจนี่ ธรอมบีย์” ลูกสะใภ้ของฮาร์ลาน กูรูด้านไลฟ์สไตล์ ผู้ใช้ชีวิตเยี่ยงฮิปปี้, แคทเธอรีน แลงก์ฟอร์ด เป็น “เม็ก ธรอมบีย์” ลูกสาวของโจนี่ เธอเป็นนักศึกษาศิลป์ศาสตร์ และละเอียดอ่อนอยู่ลึกๆ

เจมี่ ลี เคอร์ติส เป็น “ลินดา ดรายส์เดล” ลูกสาวคนโตของฮาร์ลาน เจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ เธอแสนทะเยอทะยานและเชื่อมั่นในตัวเองแบบสุดๆ, ดอน จอห์นสัน เป็น “ริชาร์ด ดรายส์เดล” สามีของลินดา คอยช่วยเธอดูแลบริษัท, อนา เดอ อาร์มาส เป็น “มาร์ทา” ผู้เป็นแม่บ้าน-พยาบาลส่วนตัวของฮาร์ลานมานานหลายปี, เจเดน มาร์เทล เป็น “เจค็อบ ธรอมบีย์” เด็ก Gen Z ของจริง เล่นมือถือตลอดเวลา, แดเนียล เคร็ก เป็น “เบอนัวต์ บลังก์” นักสืบแถวหน้าผู้เข้ามารับผิดชอบคดีนี้ และ ลาคีธ สแตนฟิลด์ เป็น “เอลเลียต” อีกหนึ่งนักสืบผู้เข้ามาสมทบคดีการเสียชีวิตของฮาร์ลาน

แฟนชาวไทยปักหมุดรอเลย! เตรียมไขคดีพร้อมกันใน “KNIVES OUT” ผลงานการกำกับโดย ไรอัน จอห์นสัน จาก Star Wars: The Last Jedi และ Looper :
10 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

เตรียมพบกับการเดินทางครั้งสุดท้ายของนักรบเดนตาย จอห์น แรมโบ้ “Rambo: Last Blood”

แรมโบ้ หรือชื่อจริงของเขา “จอห์น เจมส์ แรมโบ้” เป็นตัวละครที่พวกเราทุกคนต่างรู้จักกันดีจากไฟรนไชส์ภาพยนตร์แอคชั่น Rambo (หรือในชื่อไทย นักรบเดนตาย) ที่มีมาแล้วด้วยกันถึง 5 ภาค ตั้งแต่ปี 1982 จนถึง 2019 ประกอบไปด้วย “First Blood”, “Rambo: First Blood Part II”, “Rambo III”, “Rambo” และล่าสุด “Rambo: Last Blood” ที่มีกำหนดฉายตั้งแต่วันที่ 19 กันยายนนี้

แรมโบ้ เกิดในวันที่ 6 กรกฏาคม 1947 อดีตทหารหน่วยรบพิเศษกรีนเบอเรต์ที่ได้ผ่านความโหดร้ายในสมรภูมิของสงครามเวียดนามมาแล้ว ซึ่งการเป็นสมาชิกในหน่วยนี้หมายความว่า เขาจะต้องผ่านการฝึกฝนทักษะการสู้รบเเละเอาตัวรอดรอบด้าน ทั้งฝึกกระโดดร่ม การปีนเขา ยิงธนู ขี่ม้า ฝึกการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงการพรางตัวเพื่อหลบซ่อนจากข้าศึก

กรีนเบอเรต์เป็นหน่วยรบที่ทางสหรัฐฯ นิยมใช้ในการทำสงครามที่อยู่นอกตำราปกติ พวกเขาเชี่ยวชาญในด้านการแทรกซึมเข้าไปยังภูมิประเทศต่าง ๆ และใช้ยุทธวิธีแบบกองโจรเพื่อหาข้อมูลก่อนที่จะเริ่มเปิดสงครามเต็มรูปแบบ ซึ่งแตกต่างจากหน่วยรบพิเศษเดลต้าฟอร์ซที่มีหน้าที่ในทางสู้รบทางตรง แต่นอกจากการเป็นสมาชิกของหน่วยกรีนเบอเรต์แล้ว ตามคำบอกเล่าของนายพันเทราท์แมน ผู้เป็นทั้งเพื่อนและอดีตผู้บังคับบัญชาการของเขา แรมโบ้คือทหารที่เก่งกาจที่สุดในหน่วยนั้น เขาเป็นนักรบ และเขาถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องจักรสังหาร

ด้วยเหตุนี้เอง แรมโบ้จึงได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจนอกประเทศอยู่บ่อยครั้ง ใน “Rambo: First Blood Part II” เขาได้พบและร่วมมือกับนักรบในพื้นที่ โค และร่วมปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือเชลยสงครามในประเทศเวียดนาม ใน “Rambo III” เขาได้ร่วมมือกับกองกำลังปลดปล่อยในประเทศอัฟกานิสถานเพื่อช่วยเหลือเพื่อนของเขา เทราท์แมน ที่ถูกจับ และใน “Rambo” เขาได้ร่วมมือกับกลุ่มทหารรับจ้างเพื่อช่วยเหลือซาร่าห์ และกลุ่มผู้เผยแพร่ศาสนาในประเทศพม่า การสู้รบของเขาไม่เคยมีแบบแผน เขาคือนักรบที่สามารถรับมือได้กับสถานการณ์ทุกรูปแบบ แทรกซึมไปได้ทุกที่ เชี่ยวชาญการใช้อาวุธทุกขนาน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นนักรบที่ไร้เทียมทาน เพราะนักรบทุกคนย่อมเคยมีบาดแผล

ในช่วงที่แรมโบ้ยังคงปฏิบัติการอยู่ในหน่วยรบพิเศษกรีนเบอเรต์ เขาถูกจับเป็นเชลยสงครามในเวียดนามและโดนทรมานด้วยวิธีการต่าง ๆ นา ๆ จนทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่มีบาดแผลภายในจิตใจเพราะเหตุรุนแรง หรือที่เราเรียกกันว่าโรค PTSD (Post-traumatic stress disorder) โรคชนิดนี้สามารถพบได้มากในหมู่ทหารผ่านศึก แม้ว่าร่างกายของพวกเขาจะไม่ได้อยู่ที่สนามรบ จิตใจของพวกเขาก็ไม่เคยออกมาจากสถานที่แห่งนั้น บางคนหายจากโรคนี้หลังได้รับการรักษาเพียงหกเดือน ในขณะที่บางคนจะมีอาการของโรคนี้ไปตลอดชีวิต และหนึ่งในผู้โชคร้ายที่ต้องอยู่กับโรคนี้ไปจนตลอดชีวิตก็คือ จอห์น แรมโบ้

สำหรับใน “Rambo: Last Blood” นี้ ถึงแม้ว่าแรมโบ้จะไม่ได้ปฏิบัติภารกิจให้กับประเทศของเขาอีกต่อไปแล้ว เพื่อนของเขาเทราท์แมนก็เสียชีวิตไปแล้ว (ในระหว่างภาค 3 และภาค 4) และเขาก็ได้กลับมายังบ้านของเขาในรัฐอริโซนามาแล้ว 10 ปี จิตใจของเขาก็ยังคงอยู่ในสนามรบแห่งนั้น อาการของเขาไม่เคยดีขึ้น เขายังคงต้องข่มมันไว้ทุกวันด้วยการใช้ยา แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเราไม่เคยมีโอกาสได้เห็นมาก่อนจนกระทั่งมาถึงในภาคนี้ก็คือ “ครอบครัว” ตลอดช่วงเวลาที่เขาอยู่บ้านหลังนั้น เขาได้อยู่ดูการเจริญเติบโตของ แกเบรียลล่า หลานสาวของมาเรียที่เป็นผู้ดูแลคนในตระกูลแรมโบ้มาตั้งแต่รุ่นที่แล้ว เธอเป็นเด็กสาวที่สูญเสียแม่ พ่อที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ได้ทอดทิ้งเธอไปหลังจากที่ทำร้ายเธอ เธอเติบโตขึ้นมาพร้อมกับมาเรียและแรมโบ้ พวกเขาช่วยชุบเลี้ยงเธอขึ้นมาตั้งแต่เธอยังเป็นเด็ก เพราะฉะนั้นแกเบรียลล่าจึงเป็นเสมือนตัวแทนของความบริสุทธิ์ที่ยังคงเหลืออยู่บนโลกนี้สำหรับแรมโบ้

ทว่า ในวันหนึ่งแสงสว่างหนึ่งเดียวของแรมโบ้ก็ได้ถูกพรากจากเขาไป มัจจุราชที่ได้หลับไหลมากว่าทศวรรษจึงถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง และก็จะไม่มีใครมาหยุดการชำระแค้นของเขาได้

“แรมโบ้พยายามหาสถานที่สุดท้ายสำหรับการเดินทางของเขา” ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน กล่าว “เขารู้ว่าหน้าที่ของเขาก็คือการปกป้องครอบครัวที่เขามี มันเป็นสิ่งเดียวที่เขาเชี่ยวชาญ แต่แรมโบ้ก็รู้ตัวเองดีว่าถ้าเขาฝืนเกินไป เขาก็จะกลับกลายเป็นตัวเขาในอดีตอีกครั้ง ซึ่งมันเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาอยากจะเป็น เขารู้ดีว่าถ้าเขาถูกพรากสิ่งที่เขารักที่สุดไป เขาก็จะทำให้ผู้คนเหล่านั้นต้องชดใช้ เจ็บปวด และตายเพื่อชดใช้ความผิด”

เตรียมตัวพบกับภารกิจสุดท้ายของนักรบเดนตาย “Rambo: Last Blood แรมโบ้ 5:
นักรบคนสุดท้าย” 19 กันยายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

Game of Thrones กวาดรางวัล ซีรีส์ดราม่ายอดเยี่ยม จากงานประกาศรางวัล Emmy Awards 2019

Emmy Awards เป็นการประกาศรางวัลรายการทางโทรศัพท์และทางออนไลน์ ซึ่งจะเทียบเท่ากันรางวัลออสการ์ของทางฝั่งภาพยนตร์กันเลยทีเดียว ซึ่งเป็นรางวัลที่ถูกจัดขึ้นโดย สถาบันศิลปะและวิชาการทางโทรทัศน์ (Academy of Television Arts and Sciences – ATAS) และจัดต่อเนื่องเป็นเวลา 72 ปีแล้ว ซึ่งรายการที่มีโอกาสได้เข้าชิงรางวัลนี้มีจำนวนมาก แถมยังแยกย่อยเป็นซีรีส์อีกหลากหลายประเภท

และแน่นอนว่ารางวัลซีรีส์ดราม่ายอดเยี่ยมตกเป็นของ Game of Thrones เป็นไปตามที่หลายคนคาดหวังเอาไว้ ซึ่งในปี 2018 ซีรีส์เรื่องนี้ก็ได้รางวัลซีรีส์ดราม่ายอดไปเยี่ยมไปแล้ว ในปีนี้พวกเขาก็ได้รางวัลนี้ไปครอบครองอีกครั้ง และในปีนี้ Game of Thrones ได้ทำสถิติชื่อเข้าชิงรางวัลถึง 32 รางวัล นับว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ของรางวัล Emmy Awards เลยทีเดียว

Cr. nytimes.com

DABOYWAY พาฮิปฮอปไทยสู่สากล! ร่วมงานเปิดตัว DEF JAM SOUTH EAST ASIA ภายใต้บริษัทเพลงยักษ์ใหญ่อย่าง Universal Music Group

Universal Music Group พร้อมผลักดันศิลปินฮิปฮอปไทย และฮิปฮอปเอเซียให้สู่สากลโลก จัดงานเปิดตัวค่ายเพลง DEF JAM SOUTH EAST ASIA (เดฟ แจม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) พร้อมวางแผนแนวโน้มในการผลักดันศิลปินให้ไปไกล ทั่วทุกมุมโลก ทั้งในประเทศเวียดนาม ประเทศพม่า ,ประเทศกัมพูชา และประเทศอื่นๆ ในโซนภูมิภาค โดยมีทีมการตลาดจากหลากหลายประเทศเข้าร่วมการประชุม อาทิ ประเทศมาเลเซีย ,ประเทศอินโดนีเซีย ,ประเทศฟิลิปปินส์ ,ประเทศสิงคโปร์ และประเทศไทยบ้านเรา ถือเป็นดินแดนที่ครอบคลุมกว่า 700 ล้านคนเลยทีเดียว

ซึ่งมีดาบอยเวย์ หรือ เวย์-ปริญญา อินทชัย เป็นตัวแทนศิลปินฮิปฮอปจากค่าย DEF JAM RECORDINGS (เดฟ แจมเรเคิดดิงส์) ประเทศไทย, Joe Flizzow ประเทศมาเลเซีย , A.Nayaka ประเทศอินโดนีเซีย Yung Raja , ALIF และ Fariz Jabba ประเทศสิงคโปร์ 6 แรปเปอร์ตัวท็อปยอดนิยมของแต่ละประเทศเดินทางเข้าร่วมประชุมและฟังนโยบายต่างๆ ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยกลยุทธ์ที่ทาง Universal Music Group เน้นหนักคือการให้ความสำคัญกับ A&R ท้องถิ่น ที่ปรับใหม่ให้แตกต่างไปจากเดิม แต่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐอเมริกา และยุโรป

ทางด้าน Adam Granite รองประธานฝ่ายการตลาดของ UMG กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า “สิ่งที่เราพยายามหลีกเลี่ยงคือแนวทางการล่าอาณานิคม ความจริงคือคุณต้องการคนที่มีความเกี่ยวข้อง และเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นในแบบที่ผมไม่เคยทำ และผมจะพัฒนาศักยภาพด้วยการใช้กลยุทธ์ เพิ่มทรัพยากรที่มีพรสวรรค์ให้มากขึ้นกว่าเดิม ด้วยวิวัฒนาการของการสตรีมมิ่ง เรามีความเข้าใจที่ดียิ่งขึ้นเกี่ยวกับวิธีการ และสิ่งที่ผู้ชมกำลังมองหา และนั่นคือการเริ่มต้นใหม่ในส่วนของท้องถิ่น”

5 ซีรีส์ที่แฟนๆจักรวาลมาร์เวลห้ามพลาด

1. The Iron Fist

ฮีโร่ที่ค่อนข้างแตกต่างไปจากคนอื่น ๆ เพราะเป็นการรวมเอาเสน่ห์ของเรื่องราวความเป็นโลกตะวันตกมาผสมผสานกับการต่อสู้แบบตะวันออก เหตุเกิดจาก แดนนี่ แรนด์ ประสบอุบัติเหตุเครื่องตก นอกจากจะรอดตายแล้วยังไปโผล่ที่ เทือกเขาคุนหลุน ทำให้แดนนี่มีโอกาสฝึกฝนวิชากังฟูและการใช้อาวุธทุกชนิดจนเชี่ยวชาญ เกิดเป็นครอบครัวพลังหมัดเหล็กในตำนานได้สำเร็จ ก่อนที่วันหนึ่งจะต้องกลับมาใช้ชีวิตในนิวยอร์กอีกครั้ง

2. Cloak & Dagger

เป็นเรื่องราวของฮีโร่ดูโอ้อย่าง Tyrone Johnson (Cloak) และ Tandy Bowen (Dagger) ที่มาพร้อมกับพลังหยินและหยาง ความสว่างกับความมืดที่ต้องคอยพึ่งพากันและกัน ในวัยเด็กทั้งสองคนเกิดอุบัติเหตุและอุบัติเหตุในครั้งนั้นนำพามาซึ่งพลังพิเศษ หลังจากทั้งคนดำเนินชีวิตที่แตกต่างกันตลอดมาทำให้ ไทโรน ถูกพลังความมืดเข้าครอบงำ สามารถเปิดมิติมืดและเทเลพอร์ตได้ ความมืดของไทโรนสามารถลดความรุนแรงลงได้ด้วยความสว่างของแทนดี้ ที่มีพลังแสงเป็นทั้งอาวุธป้องกันตัว รวมถึงช่วยในการรักษา เยียวยาผู้คนทั้งร่างกายและจิตใจได้ เมื่อพบกันอีกครั้งในวันที่โตขึ้นทั้งสองคนจึงต้องใช้พลังที่มีร่วมต่อสู้ คอยซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน

3. Marvel Agent Of S.H.I.E.L.D

Marvel Agent Of S.H.I.E.L.D เป็นซีรีส์ชุดเรื่องยาวที่มีความเกี่ยวโยงกับโลกภาพยนตร์มากที่สุดในจำนวนซีรีส์ต่าง ๆ ของมาร์เวล อีกทั้งยังดำเนินเรื่องไปพร้อม ๆ กันกับไทม์ไลน์ภาพยนตร์อีกด้วย ซึ่งหน่วย S.H.I.E.L.D ที่เรารู้จักกันในภาพยนตร์ อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของ ผู้อำนวยการ นิค ฟิวรี่ เป็นองค์กรที่ริเริ่มโครงการ Avengers (รับชมได้ในภาพยนตร์ Avengers) และคืนชีพให้กับสตีฟ โรเจอร์ส หลังจากถูกแช่ในทะเลน้ำแข็งนานกว่า 70 ปี 

4. Daredevil

แมท เมอร์ด็อก สูญเสียดวงตาทั้งสองข้างไปในขณะที่ยังเป็นเด็ก และเสียพ่อแท้ๆไปในเวลาต่อมา ทว่าในความสูญเสียนี้เขากลับได้ประสาทสัมผัสในส่วนต่างๆดีที่ดีขึ้น อีกทั้งยังได้รับการฝึกฝนทักษะการต่อสู้จากชายตาบอดผู้เชี่ยวชาญวิชานินจาจนเขามีความสามารถเต็มเปี่ยมและเติบโต เรียนจบจนได้เป็นทนายความที่เชี่ยวชาญ ก่อตั้งบริษัทกฎหมายกับเพื่อนซี้ แต่ในเวลาที่ตะวันลับขอบฟ้า แมทกลับสวมชุดดำโพกหน้าออกตะเวนราตรีเพื่อช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์โดยไม่สนกฎหมายใดๆ

5. Jessica Jones

ซุปเปอร์ฮีโร่สาวที่วางมือมาเป็นนักสืบอิสระเนื่องจากเหตุการณ์ในอดีตที่ทำให้ใจบอบช้ำ รับจ้างเป็นนักสืบไปวันๆแต่มีเหตุให้เจอปมปัญหาที่ยังค้างคาใจตั้งแต่อดีต สูญเสียครอบครัวไปจากอุบัติเหตุรถชนจนสารเคมีตกใส่รถ ก่อนจะระเบิด เจสสิก้าเป็นเพียงคนเดียวที่มีชีวิตรอดกลับมา หลังจากผ่านเหตุการณ์นั้น เจสสิก้า เริ่มรับรู้ถึงความสามารถพิเศษที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น

เตรียมพบภาพยนตร์ชุดใหม่จากโปรเจกต์ “หนังผมไม่เล็กนะครับ” ที่จะทำให้ “เสียง” ของคุณกลับมามีความหมายได้อีกครั้ง

“เพราะเรื่องหนัง ไม่เคยเล็กสำหรับเรา” เตรียมพบสามภาพยนตร์ชุดต่อไปจากโปรเจกต์ “หนังผมไม่เล็กนะครับ” SHUT THE F*CK UP เมื่อเสียงของคุณไม่เคยมีค่า เมื่อทั้งชีวิตคุณได้แต่ถูกสั่งให้เงียบ นี่คือโปรเจกต์ล่าสุดที่รวมเอาสามภาพยนตร์คุณภาพ ที่จะปลุกระดมให้ “เสียง” ของคุณกลับมามีความหมายได้อีกครั้ง

เริ่มโปรแกรมแรกกับ Official Secrets (10 ต.ค.) จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่ผู้เผยความจริงกลับตกอยู่ในอันตรายเสียเอง ภาพยนตร์อิงจากเหตุการณ์จริงในช่วงสงครามอิรักที่หลายคนยังไม่รับรู้จากเรื่องจริงของเจ้าหน้าที่สำนักข่าวกรองอังกฤษผู้หมายจะหยุดยั้งสงครามอิรัก “แคธารีน กัน” สู่ศึกครั้งใหญ่ระหว่างเธอและรัฐบาลสหรัฐ เมื่อกลุ่มผู้มีอำนาจต้องการให้เธอ “หุบปาก” ทุกวิถีทาง นำมาสู่เกมส์ไล่ล่าครั้งใหญ่ที่มีชีวิตเธอ และ ความจริง ของคนทั้งโลกเป็นเดิมพัน

ต่อด้วย Liam Gallagher: As It Was (17 ต.ค.) ภาพยนตร์สารคดีตามติดชีวิตจริงของชายผู้ไม่เคย “หุบปาก” แต่โลกทั้งใบคงไร้สีสัน หากไม่มีชายคนนี้! พบกับเบื้องหลังชีวิตตลอดทศวรรษที่ผ่านมาของตำนานชาวร็อก “เลียม กัลลาเกอร์” อดีตฟรอนท์แมนตัวเจ็บแห่งวง Oasis ที่คุณจะไม่เคยพบเห็นมาก่อน ตั้งแต่การล่มสลายของวงที่เขารัก เหตุที่ทำให้วงใหม่ของเขาต้องหายไปจากวงการ และการกลับมาดุจปาฏิหาริย์ของหนึ่งในตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการเพลง

ปิดท้ายด้วย Light of My Life (28 พ.ย.) ภาพยนตร์แนวทริลเลอร์ ดราม่า สุดบีบคั้น เรื่องราวของพ่อผู้จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ ลูกสาว ของเขารอดชีวิตจากโลกที่เต็มไปด้วยคนเถื่อน ผลงานล่าสุดของนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ เคซีย์ แอฟเฟล็ก จาก Manchester by the Sea ที่เจ้าตัวทั้งกำกับ เขียนบท และแสดงนำ กับภาพยนตร์ดราม่าในโลกที่ประชากรหญิงทุกคนบนโลกต้องตายเพราะโรคระบาด เหลือเพียงลูกสาวที่น่ารักคนเดียวของเขาเท่านั้นที่มีชีวิตรอด

“เราคัดสรรหนังทั่วทุกมุมโลก เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่”
“เพราะเรื่องหนังไม่เคยเล็กสำหรับเรา”

ห้องอาหาร ยามาซาโตะแนะนำอาหารชุดพิเศษช่วงฤดูใบไม้ร่วงในประเทศญี่ปุ่น

ห้องอาหารยามาซาโตะ (Yamazato) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) ห้องอาหารญี่ปุ่น ที่ได้รับ ‘มิชลิน เพลท’ (Michelin Plates) ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 จากคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก ‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย เตรียมอาหารชุดพิเศษที่ปรุงจากวัตถุดิบที่มีรสชาติโดดเด่นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 – 27 ตุลาคม 2562

เชฟชิเงรุ ฮางิวาระ (Shigeru Hagiwara) หัวหน้าพ่อครัว (Master Chef) ประจำห้องอาหาร ยามาซาโตะ สั่งนำเข้าวัตถุดิบสดใหม่ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานในช่วงฤดูใบไม้ร่วง มาปรุงเป็นอาหารญี่ปุ่นชุดพิเศษรสชาติแบบต้นตำรับ ให้บริการทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ

อาหารชุดมื้อกลางวัน ประกอบไปด้วย ปลาแมคเคอเรลและกุ้งย่างเสิร์ฟกับสาหร่ายและแตงกวาดอง ซุปใสใส่ลูกชิ้นเนื้อเป็ดบดละเอียด ไข่ตุ๋นและเห็ดชิเมจิ ปลาดิบชั้นดี 5 ชนิด (ปลาทูน่า ปลาหางเหลือง ปลาซาดีน กุ้งหวาน และหอยปีกนก) ปลาฮิราสึและเห็ดย่างทาซอสมายองเนสผสมมิโซะ ปลาซัมมะตุ๋นเสิร์ฟพร้อมฟองเต้าหู้ต้มซีอิ้ว มะเขือม่วงและฟักทอง เทมปุระกุ้ง ปลาดาบ และผักญี่ปุ่นนานาชนิด ข้าวญี่ปุ่นหุงกับน้ำซุปคลุกเคล้าเนื้อปลาแมคเคอเรลโรยหน้าไข่ปลาแซลมอน ใบโอบะและสาหร่าย ปิดท้ายอาหารกลางวันมื้อพิเศษนี้ด้วยพุดดิ้งเต้าหู้และมันหวานญี่ปุ่นโรยผงถั่วเหลืองราดน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง เสิร์ฟพร้อมผลไม้ตามฤดูกาล

ส่วนมื้อค่ำให้บริการอาหารชุด “ไคเซกิ” ตำรับราชสำนักญี่ปุ่นโบราณ ประกอบไปด้วยอาหารญี่ปุ่นอันหลากหลายที่ปรุงอย่างพิถีพิถันทั้งหมด 9 รายการ ได้แก่ ฟองเต้าหู้ราดซอสถั่วเหลืองและไข่หอยเม่น ตามด้วยปลาหมึกยักษ์ หอยปีกนกญี่ปุ่น เห็ดไมทาเกะ แปะก๊วย และเครื่องในปลาโบนิโต้ดองราดซอสไข่แดง ซุปเกี๊ยวปูใส่สาหร่ายคอมบุและเห็ด และปลาดิบชั้นดี 4 ชนิด (ปลาทูน่า ปลาซัมมะ ปลากระพงแดง และกุ้งหวาน) ส่วนอาหารย่างให้บริการเนื้อปลากระพงและเนื้อญี่ปุ่นย่างแบบโฮบายากิ (Hobayaki) เสิร์ฟพร้อมเห็ดหลวงญี่ปุ่น แปะก๊วย และเกาลัด อาหารตุ๋นเชฟให้บริการลูกชิ้นปลาแซลมอนตุ๋นเสิร์ฟกับต้นหอมญี่ปุ่นและเห็ดหอมญี่ปุ่นย่างในน้ำซุปผักโขม จากนั้นจึงให้บริการเทมปุระปูหิมะ กุ้ง ปลาดาบ และเห็ดชิเมจิ ตามด้วยเส้นหมี่ญี่ปุ่นน้ำญี่ปุนหน้าปลาไหลและเห็ดชิเมจิเสิร์ฟพร้อมกับข้าวห่อสาหร่ายไส้ผักดอง ปิดท้ายอาหารชุด “ไคเซกิ” ด้วยพุดดิ้งเต้าหู้และมันหวานญี่ปุ่นโรยผงถั่วเหลืองราดน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง และผลไม้ตามฤดูกาล

อาหารชุดพิเศษช่วงฤดูใบไม้ร่วงในประเทศญี่ปุ่น มีให้บริการระหว่าง
วันที่ 1 – 27 ตุลาคม 2562
มื้อกลางวันให้บริการตั้งแต่เวลา 11.30น. ถึง 14.30 น.
และมื้อค่ำให้บริการตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 22.30 น.

“เป้ อารักษ์” ปล่อยเพลงใหม่ “ไม่บอก” ทดลองแนวดนตรีที่หลายคนคาดไม่ถึง

นับตั้งแต่เปิดตัวเพลงแรกจาก EP ชุด Arakochinaเป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ ก็ได้โชว์ทิศทางดนตรีใหม่ๆ ซึ่งล่าสุดเขาก็ได้มาพร้อมเพลง “ไม่บอก” ผลงานใหม่ที่นอกจากจะสะท้อนสังคมแล้ว เป้ยังได้ทดลองวิธีการร้องเพลงแบบใหม่ที่เขาไม่เคยทำมาก่อนอีกด้วย

เพลง “ไม่บอก” เป้ได้สื่อสารเรื่องราวของคนที่เลือกอยากเก็บเรื่องราวความรักของตัวเองไว้เป็นส่วนตัว ในขณะที่คนรอบตัวอยากเปิดเผยและแสดงออกความรักผ่านโลกออนไลน์ ซึ่งทำให้เพลงนี้มีเนื้อหาที่พูดถึงความรักและสะท้อนสังคมยุคใหม่ไปพร้อมกัน

นอกจากเนื้อหาของเพลงแล้ว เป้ยังได้เซอร์ไพรส์แฟนๆ ด้วยการใช้เทคนิคกึ่งร้องกึ่งแร็ปในการถ่ายทอดเพลง ประกอบกับดนตรีเสียงสังเคราะห์ ซึ่งเป้ได้นำมาใช้กับอัลบั้มชุด Arakochina เป็นครั้งแรก

ในส่วนของเอ็มวี เป้ และทีมงานก็ได้เล่าเรื่องความสัมพันธ์ของคู่รักคู่หนึ่งผ่านการไลฟ์อินสตาแกรมของทั้งคู่ ซึ่งจะมีทั้งภาพขณะที่ทั้งสองอยู่ด้วยกัน และวันที่ฝ่ายหญิงไปรักษาแผลใจในวันที่อะไรต่างๆ ไม่เป็นใจอีกด้วย ซึ่งแฟนๆ สามารถชมเอ็มวีได้แล้วที่ YouTube ค่าย What The Duck

Cr. What The Duck