เช็คสภาพผิวให้เป็น ก่อนเลือกซื้อเมคอัพและสกินแคร์

การทำให้ตัวเองดูดี มันอาจเป็นการเพิ่มโอกาสที่มองไม่เห็นให้กับคุณ หากคุณออกจากบ้านด้วยเสื้อผ้าหน้าผมและผิวที่พร้อม สะท้อนบุคลิกความเป็นผู้ชายที่มีบุคลิกภาพที่ดีเยี่ยมในแบบฉบับของตัวเอง คนรอบข้างจะมองว่า ชายหนุ่มคนนี้ดูแลตัวเองได้ดี ก็น่าจะดูแลคนอื่นได้ดีเช่นกัน แต่ก่อนจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่างสกินแคร์ หรือผลิตภัณฑ์เสริมความดูดี ต้องรู้จักสภาพผิวของตัวเองก่อน ว่าเป็นอย่างไร เพื่อจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ได้ถูกประเภทและเหมาะสมกับผิวของคุณ

หลายคนคงเคยได้ยินเรื่อง ผิวผู้ชายแก่ช้ากว่าผู้หญิง นั่นเป็นเรื่องจริงครับ เพราะผิวเราหนากว่า มีปริมาณอีลาสตินและคอลลาเจน (ที่ช่วยเรื่องความเต่งตึงและเรียบเนียน) มากกว่าผู้หญิง จึงทำให้มีสัญญาณผิวที่ช้ากว่า กลายเป็นผิวดูแก่ช้า แต่อย่าเพิ่งดีใจและคิดว่าผิวของเราไม่จำเป็นต้องดูแลอะไร เพราะเมื่ออายุมากขึ้นถึงจุดหนึ่ง ตอนผิวเริ่มมีริ้วรอย ผิวผู้ชายจะมีร่องลึกกว่าผู้หญิงและเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนมากกว่า และอาจจะมีแนวโน้มผิวแห้งง่ายกว่าผู้หญิงอีกด้วย

ทำความรู้จักประเภทผิว

โดยธรรมชาติลักษณะโครงสร้างผิวของผู้ชายจะแตกต่างจากผู้หญิง เนื่องจากมีฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนอยู่ และต่อมผลิตไขมันยังทำงานมากกว่าผู้หญิง 2 เท่า ทำให้ผิวผู้ชายมันกว่า มีค่า pH ต่ำกว่า และมีโอกาสเป็น ” สิว ” ได้ง่ายกว่า นอกจากนั้นสภาพผิวของผู้ชายแต่ละคนก็แตกต่างกันด้วยปัจจัยภายในและภายนอกอย่างสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมที่แตกต่างกัน จึงทำให้สภาพผิวของหนุ่มๆแต่ละคนแตกต่างกันออกไป

โดยธรรมชาติผิวผู้ชายกักเก็บความชุ่มชื้นได้ไม่ค่อยดี ผิวแห้งเป็นผิวที่ขาดความชุ่มชื้น มีโอกาสลอกเป็นขุย อาจสัมผัสได้ถึงความแห้งหยาบบนใบหน้า หรือเมื่อล้างหน้าเสร็จแล้วรู้สึกตึงที่ผิวหน้า หากคุณเคยได้ยินคำว่า ‘ผิวขาดน้ำ’ ก็คือผิวประเภทนี้นั่นเอง ข้อดีคือไม่ค่อยมีปัญหาสิวเสี้ยน แต่ข้อเสียก็คือเป็นผิวที่อาจเกิดริ้วรอยเร็วกว่าผิวประเภทอื่น

– ผิวธรรมดา (Normal Skin) –

ถ้าคุณเป็นคนที่มีผิวธรรมดาต้องบอกเลยว่าโชคดีมาก เพราะจะไม่ค่อยมีปัญหาผิวหน้า สามารถเลือกซื้อเมคอัพและสกินแคร์ได้อย่างสบายๆ ผิวธรรมดาเป็นตัวแทนของความบาลานซ์ ผิวไม่แห้งและไม่มันจนเกินไป ซึ่งบริเวณ T-zone (หน้าผาก, คาง และจมูก) อาจมีความมันเล็กน้อย เมื่ออากาศร้อนผิวจะไม่มันเยิ้ม และเมื่ออากาศเย็นจะไม่แห้งจนเป็นขุย

– ผิวมัน (Oily Skin) –

ผิวมันจะมีลักษณะ ผิวไม่เรียบเนียน รูขุมขนกว้าง เป็นผิวที่สังเกตได้ง่าย เพียงแค่ใช้นิ้วลูบบนใบหน้าก็จะสัมผัสได้ถึงความมัน ซึ่งเกิดจากการผลิตความมันในปริมานมากเกินไป เพราะฮอร์โมนเพศชายกำหนดขนาดของต่อมไขมัน และต่อมไขมันที่ใหญ่เป็นสาเหตุของเรื่องรูขุมขนกว้าง สภาพผิวมันยังเป็นผิวที่มีโอกาสเกิดสิวเสี้ยน สิวอุดตันง่ายกว่าผิวประเภทอื่นอีกด้วย

– ผิวผสม (Combination Skin) –

ถ้าหากว่าบนใบหน้าของคุณมีทั้งส่วนที่มีความมันมากและแห้งมากอยู่ด้วยกัน แปลว่า คุณมีสภาพผิวแบบ ผิวผสม คือ มีลักษณะของผิวหลายประเภทอยู่ร่วมกัน โดยสภาพผิวในบริเวณที่เป็น T-Zone มีความมันมาก ในขณะที่ช่วงแก้มจะแห้ง เป็นสภาพผิวที่คนไทยเป็นกันเยอะ ซึ่งผิวผสมต้องเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลให้เหมาะกับสภาพผิวในแต่ละส่วนของใบหน้าให้ดี

เช็คสภาพผิวง่ายๆ ด้วยตนเอง

เมื่อรู้จักประเภทผิวแล้ว เรามาลองเช็คสภาพผิวของตัวเองกันดีกว่า ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรเป็นพิเศษเลย เพียงแค่เริ่มล้างหน้าด้วยโฟมหรือผลิตภัณฑ์ที่คุณมี หากปกติล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า แนะนำให้ใช้โฟมล้างก่อนเพื่อขจัดความมันบนใบหน้าออกไปครับ หลังจากนั้นอย่าเพิ่งลงผลิตภัณฑ์ใดๆ บนใบหน้า ปล่อยไว้ 2 ชั่วโมง แล้วค่อยมาสังเกตกันครับ สภาพผิวที่ปรากฏบนใบหน้า คือ ประเภทผิวของคุณ

Cr. mendetails.com

เรื่องง่ายๆ ที่ไม่ควรพลาดกับข้อควรระวังเกี่ยวกับ ‘สูท’ ตัวเก่งของคุณ

1. ‘ห้ามลงซักเครื่องซักผ้าที่บ้าน’ ทางที่ดี อย่าซักเลยจะดีที่สุด

เนื่องจากเสื้อสูทของคุณมีรายละเอียดการตัดเย็บที่ยิบย่อยมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นตัวผ้า Canvas ที่ไว้เสริมด้านในตัวเสื้อหรือตะเข็บต่างๆ และเนื้อผ้าที่บางครั้งการซักอย่างผิดวิธี จะทำให้เสื้อสูทของคุณเสียรูปไปเลยก็มี

2. อย่าพับเสื้อสูทเก็บเหมือนเสื้อเชิ้ตทั่วๆ ไป เด็ดขาด

‘เสื้อสูท’ นั้นมีการตัดเย็บที่ระเอียดกว่าที่คุณคิด ดังนั้นการพับเก็บเสื้อสูท เพื่อประหยัดเนื้อที่นั้นไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง ยกเว้นกรณีเดียวคือการพับสูทเพื่อเดินทางไปประชุมที่ต่างประเทศ ซึ่งการพับก็มีวิธีการพิเศษด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นถ้าคุณไม่ต้องเดินทางไปประชุมที่ต่างประเทศหรือต้องยัดเสื้อสูทของคุณในกระเป๋าเดินทาง เราขอแนะนำให้แขวนเสื้อสูทเท่านั้น

3. ‘ไม้แขวน’ เป็นเรื่องสำคัญสำหรับสูทที่มีโครงสร้างและเสริมบ่า

เสื้อสูทในไทยหลากหลายเจ้าจะผลิตเป็นแบบเสริมบ่า และเพื่อให้เสื้อสูทอยู่ทรงสวย การตัดเย็บจึงมีโครงสร้างด้านในเสื้อที่ซับซ้อนมากเป็นพิเศษ และเนื่องจากเราไม่แนะนำให้พับเสื้อสูท วิธีเดียวที่จะเก็บเสื้อสูทได้ก็มีแต่การแขวนเท่านั้น แต่ควรจำไว้ว่า “เสื้อสูทไม่ควรแขวนด้วยไม้แขวนเสื้อแบบปกติ” จะต้องแขวนบนไม้แขวนเสื้อที่มีทรงบ่าเสริมให้เสื้ออยู่ทรงเท่านั้น หากแขวนบนไม้ผิดประเภท โครงสร้างผ้าในเสื้อสูทของคุณก็จะมีปัญหาตามมาเช่นเดียวกัน

4. ระมัดระวังเรื่อง ‘น้ำ’ เป็นสำคัญ จำไว้ว่า ‘สูท’ กลัวน้ำ

คุณไม่ควรส่งเสื้อสูทไปซัก เนื่องจากเสื้อสูทส่วนมาก ไม่ควรโดนน้ำแต่อย่างใด เพราะหากโดนน้ำปุ๊บอาจเกิดเป็นรอยด่างขึ้นมาบนเนื้อผ้าบางชนิดได้ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงให้เสื้อสูทของคุณสัมผัสกับน้ำ ไม่ว่าคุณจะทานเครื่องดื่มในงานเลี้ยงสำคัญๆ หรือเข้าห้องน้ำล้างมือก็ตามที ให้คุณระวังไว้ให้มากครับว่า ถ้าสูทคุณโดนน้ำเมื่อไร “เรื่องใหญ่แน่นอน” แถมห้ามซักอีก “เลอะ” ทีลำบากแน่นอน

5. อย่าใส่สูททำกิจกรรม Extreme แบบ James Bond เป็นอันขาด

เพราะคุณไม่ใช่ James Bond ดังนั้นการใส่เสื้อสูทไปทำกิจกรรมอย่างตีรันฟันแทงนั้นไม่เหมาะสมแน่นอน เนื่องจากเสื้อสูทแบบ Made to Measure นั้นออกแบบมาให้คุณขยับร่างกายได้บ้าง แต่ไม่มากจนเกินไป แม้แต่เรื่องยกแขนสูงยังยากเลย ดังนั้นกิจกรรมใดๆ ก็ตามที่ต้องขยับร่างกายเยอะเป็นพิเศษ ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงเป็นดีที่สุด เพราะผ้าที่นำมาตัดเป็นชุดสูทส่วนใหญ่ไม่ได้ผสมผ้ายืดและแน่นอน ‘สูท’ ของคุณจะขาดในที่สุด

Cr. mendetails.com

5 เทคนิครับมือปัญหาหน้ามันสำหรับผู้ชาย

1. การทานอาหารให้ถูกต้องก็สามารถช่วยได้นะ

สำหรับข้อแรกเลยเป็นการแก้ไขปัญหาที่เหมือนกับเป็นการเยียวยาปัญหาหน้ามันจากภายใน ประเภทของอาหารที่คุณควรหลีกเลี่ยงหากไม่ต้องการเจอกับปัญหาหน้ามัน ซึ่งอาหารที่ควรนำออกไปห่างๆให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็คือของทอด ของมัน เพราะยิ่งทานความมันเข้าสู่ร่างกายเท่าไหร่ ร่างกายเราก็จะขับความมันออกมาตามผิวหนังมากเท่านั้น นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกน้ำตาล ฟาสฟู้ด อาหารเผ็ดเกินไป และแอลกอฮอล์ เพราะอาหารเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำให้หลอดเลือดขยายตัว และทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ จึงทำให้ง่ายต่อการขับไขมันออกมาตามผิวหนัง ส่วนสารอาหารที่ควรรับประทานเข้าไปมากๆเพื่อต่อสู้กับความมันของผิวก็คือแหล่งอาหารวิตามินเอและบี 2 เพราะวิตามินทั้งสองชนิดนี้จะเป็นตัวเข้าไปยับยั้งกระบวนการผลิตไขมันที่ผิวหนังโดยตรง ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างมากในการลดปัญหาหน้ามัน

2. ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าที่เหมาะสม

สำหรับข้อแรกได้แนะนำให้คุณดูแลตัวเองจากภายในไปแล้ว มาถึงข้อนี้จะเป็นการดูแลผิวหน้าจากภายนอกบ้าง เพราะเราจะแนะนำให้คุณเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าที่เหมาะกับคนหน้ามันโดยเฉพาะ โดยในส่วนของการทำความสะอาดผิวหน้านั้นเราไม่แนะนำให้คุณใช้ สบู่ทั่วไปล้างหน้า เพราะไขของสบู่จะไปอุดตันตามรูขุมขนทำให้เกิดสิวจากไขมันสะสมได้ และไม่ควรใช้โฟมล้างหน้าแบบสครับในการทำความสะอาดผิวหน้า เพราะเม็ดสครับจะไปกระตุ้นให้ผิวผลิตไขมันได้ ควรใช้โฟมล้างหน้า for men แบบปกติสูตรสำหรับคนผิวหน้ามัน ส่วนเครื่องสำอางที่ใช้นั้นควรเลือกเป็นแบบเนื้อแมทเพราะนั่นจะทำให้หน้าคุณดูไม่มันไปมากกว่าเดิม ส่วนโทนเนอร์ที่เลือกใช้นั้นควรใช้ชนิดที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และน้ำหอม เพราะจะทำให้ผิวหน้าคุณแห้งเร็วทำให้มีการผลิตไขมันออกมาชดเชยซึ่งจะทำให้ผิวหน้าของมันขึ้นนั่นเอง

3. การมาส์กหน้าให้ชุ่มชื้นก็ช่วยได้เหมือนกัน

สูตรมาส์คหน้าบางสูตรก็สามารถช่วยลดความมันของผิวหน้าผู้ชายได้ ซึ่งบางสูตรนั้นก็สามารถทำใช้เองได้โดยไม่ต้องไปหาซื้อที่ไหนเช่น สูตรมะนาว + น้ำส้มสายชู + น้ำอุ่น ซึ่งทำได้ด้วยการผสมส่วนประกอบทั้ง 3 ส่วนนี้เข้าด้วยกันจากนั้นใช้สำลีชุบแล้วน้ำมาเช็ดหน้า ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งแล้วจึงล้างออก ทำเป็นประจำจะช่วยลดหน้ามันได้ แต่หากใครที่ขี้เกียจทำก็สามารถออกไปหาซื้อมาส์กหน้าที่เป็นสูตรผลไม้มาใช้ได้เช่นกัน โดยการใช้มาส์กหน้าพวกนี้จะช่วยเพิ่มคอลลาเจนให้กับผิว กระชับรูขุมขนให้เล็กลง และกำจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายเผยเซลล์ผิวใหม่ที่สดใสเรียบเนียนกว่า

4. สำหรับคนที่ผิวหน้ามันง่ายที่เป็นผลจากพันธุกรรมควรหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดด

ใครที่รู้ตัวว่าตัวเองมีพันธุกรรมความหน้ามันติดตัวมาไม่น้อยควรหลีกเลี่ยงการเอาใบหน้าของคุณไปสัมผัสกับแสงแดด เพราะแสงแดดจะทำให้ผิวหน้าของคุณสูญเสียความชุ่มชื้นแล้วมันก็จะผลิตไขมันออกมาแทนทำให้หน้าคุณกลายเป็นกระทะทอดไข่อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ก่อนออกจากบ้านต้องห้ามลืมทาครีมกันแดดให้กับใบหน้าของคุณด้วย โดยสำหรับคนหน้ามันแล้วควรเลือกใช้สูตรที่มีเนื้อครีมบางเบา และเป็นสูตรที่ช่วยดูดซับความมันของผิวหน้าด้วย ซึ่งนั่นจะมีส่วนช่วยในการลดความมันของผิวหน้าไม่น้อยเลย

5. พกกระดาษซับมันติดตัวไว้แหละดี

โดยเฉพาะคนที่มีผิวหน้ามันโดยกรรมพันธุ์ต้องห้ามลืมพกกระดาษซับมันหรือทิชชูเปียกติดตัวไว้ เพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจทำให้คุณหน้ามันนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยทิชชูเปียกบางรุ่นนั้นดีมาก เพราะได้ใส่ส่วนผสมที่ชะลอการทำงานของต่อมไขมันบนใบหน้าไว้ด้วย ในยามฉุกเฉินเมื่อเอามาใช้ก็จะสามารถช่วยระงับความมันบนใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Cr. sanook.com

‘Skinny Fat’ เมื่อผู้ชายออกอาการ ‘อ้วนนะแต่ไม่แสดงออก’

หลายคนคงจะเป็นงงและสงสัยว่ามันจะเป็นไปได้ยังไงที่ผู้ชายจะ “อ้วนนะแต่ไม่แสดงออก” เพราะตามสามัญสำนึกทั่วไปของเรานั้น “คนอ้วนดูยังไงก็ควรจะรู้ว่าอ้วน” อาจจะสังเกตจากขนาดของหน้าท้องที่ยื่นออกมา หรือสังเกตจากขนาดที่ใหญ่โตของแขนหรือขาเป็นต้น

แต่เอาเข้าจริงนั้น ผู้ชายที่ดูเหมือนเป็นคนที่มีรูปร่างปกติ ไม่ได้มีน้ำหนักเกิน หรือดูอ้วนแต่อย่างใด ความจริงอาจจะเป็นกลุ่มผู้ชายที่ “อ้วนหลบใน” หรือ “อ้วนซ่อนรูป” ก็เป็นได้ และสภาวะดังกล่าวอาจจะอันตรายไม่ต่างจากผู้ชายที่มีอ้วนหรือมีน้ำหนักเกินอย่างชัดเจนอีกด้วย

Skinny + Fat

คำว่า Skinny แปลว่า “ผอมเพรียว” ส่วนคำว่า Fat แน่นอนว่าหมายถึง “อ้วน” หรือ “ไขมัน” เมื่อนำทั้งสองคำมาวางคู่กันเป็น Skinny Fat คือคำที่อธิบายถึงบุคคลที่ดูภายนอกนั้นผอมเพรียวและมีรูปร่างที่ดูสมส่วนและเป็นปกติ แต่รูปร่างแบบนั้นเกิดจากปริมาณกล้ามเนื้อในร่างกายที่น้อยมาก และถูกพอกเอาไว้ด้วยชั้นไขมันที่สะสมตามร่างกายในปริมาณพอสมควร ทำให้ผู้ชายที่มีลักษณะ Skinny Fat เมื่อถอดเสื้อออกมาจะไม่เห็นเส้นสายและลวดลายของกล้ามเนื้อใดๆ มวลร่างกายของเขาจะกลมกลืนไปหมด เช่น ต้นแขนกลมมน, หน้าท้องมีพุงยื่นเล็กน้อย และไม่มีลอนกล้ามใดๆให้เห็น, แขนจะนิ่มเพราะไม่มีกล้ามเนื้อมากนัก เป็นต้น กล้ามเนื้อในร่างกายที่น้อยนิดนี่เองที่ส่งผลทำให้ผู้ชาย Skinny Fat สามารถสะสมไขมันได้มากขึ้นโดยไม่ทำให้ดูตัวใหญ่เกินไป และเมื่อสวมเสื้อผ้าปิดบังก็จะดูเป็นผู้ชายที่มีรูปร่างปกติทั่วไปเช่นเดิม

อันตรายของ Skinny Fat

ผู้ชายที่มีรูปร่างแบบ Skinny Fat อาจดูภายนอกแล้วเป็นคนที่มีสุขภาพที่ใช้ได้ ไม่มีน้ำหนักเกิน และไม่ได้ดูผอมจนเหมือนเป็นคนขี้โรค แต่ความที่ดูปกตินี่เองกลับส่งผลเสียทางจิตวิทยาที่ควรให้ความสนใจ นั่นเพราะผู้ชายกลุ่มนี้จะรู้สึก “นิ่งนอนใจ” และไม่สนใจที่จะดูแลรักษาสุขภาพและรูปร่างของตัวเอง เพราะเขาสามารถบอกคนอื่นได้เสมอว่า “ผมไม่ได้อ้วนเกินไปสักหน่อย” นี่เองคือปัญหาที่เรามักจะพบเห็นว่าผู้ชาย Skinny Fat ไม่สนใจที่จะออกกำลังกาย ไม่แคร์เรื่องอาหารการกินว่าจะดีและมีคุณภาพมากน้อยแค่ไหน พวกเขาจะใช้ชีวิตตามปกติไปเรื่อยๆ เพราะคิดว่าตัวเองยังโอเค แต่ร่างกายของคนเราต้องการการดูแลและการออกกำลังกายเป็นประจำและสม่ำเสมอเพื่อดูแลระบบหายใจและระบบไหลเวียนของเลือด การนิ่งนอนใจแบบนี้จึงกลายเป็นปัญหาระยะยาว ต่อเมื่อรู้ตัวอีกที ทุกอย่างก็อาจสายไปเสียแล้ว เมื่อโรคมะเร็งจากการกินแบบผิดๆ รวมถึงโรคหัวใจจากการไม่ออกกำลังกายเป็นประจำ เข้ามาคุกคามชีวิตของผู้ชายหุ่น Skinny Fat ในที่สุด

วิธีการแก้ไขปัญหา Skinny Fat

แนวทางการแก้ไขออกแบ่งเป็นสองแบบ แบบแรกคือผู้ชายที่ต้องการให้ตัวเอง “ถอดเสื้อแล้วมีกล้าม” การแก้ไขสามารถทำได้โดยการมุ่งเน้นการลดไขมัน และเพิ่มกล้ามเนื้อที่ลีบของคุณ วิธีการก็คือหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายด้วยวิธี Aerobic หรือ Cardio อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานเพื่อหวังจะลดไขมันเพียงอย่างเดียว แต่ให้ใช้วิธีการยกเวต หรือ Strength Training และพยายามท้าทายกล้ามเนื้อของตัวเองด้วยการยกน้ำหนักให้หนักขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อได้จดจำการใช้งานและซ่อมแซมให้ตัวเองแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ การยกน้ำหนักแบบนี้ควบคู่กับ การออกกำลังแบบ HIIT หรือ High Intensity Interval Training จะทำให้ไขมันที่พอกอยู่ค่อยๆลดลง และกล้ามเนื้อที่ลีบเล็กก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้นมาทดแทนครับ และที่สำคัญก็คือต้องดูแลการกินของตัวเองให้มีคุณภาพและกินอย่างเพียงพอเพื่อไม่ให้ตัวเราผอมลงไปมากกว่านี้เมื่อไขมันลดลงด้วยนะครับ

แต่สำหรับผู้ชายที่ไม่ได้แคร์เรื่องรูปร่างภายนอกของตัวเองเท่าไหร่นัก เพียงแค่กลัวว่า Skinny Fat จะส่งผลเสียในระยะยาว ขอแนะนำให้คุณ “อย่านิ่งนอนใจคิดว่าตัวเองไม่เป็นไร” หันมาดูแลเรื่องอาหารการกินและออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที อย่าคิดว่าตัวเองไม่ได้อ้วนแล้วจะทำอะไรกับร่างกายของตัวเองก็ได้เป็นอันขาด เพราะความประมาทแบบนั้นอาจส่งผลกระทบในระยะยาวเมื่อคุณแก่ตัวลง และอาจกลายเป็นภาระของลูกหลานในอนาคตได้ครับ

Cr. mendetails.com

5 อาหารที่ดีต่อหนุ่มๆ สายปาร์ตี้

มนุษย์เราอยู่เป็นสังคม ต้องมีการเข้าสังคมเพื่อพบปะสังสรรค์ผู้คนมากมาย ซึ่งหลายต่อหลายครั้งก็ต้องมีการกินดื่มกันบ้าง แต่สำหรับหนุ่มๆสายปาร์ตี้ที่ต้องดื่มกันทุกวัน ยิ่งต้องดูแลตัวเองให้ดีมากขึ้นเป็นสองเท่า เพราะถ้าคุณไม่มีวิธีการดูแลที่ดีแล้วล่ะก็ ร่างกายของคุณจะยิ่งทรุดโทรมมากกว่าคนที่ไม่นิยมงานปาร์ตี้ได้ วิธีง่ายแสนง่ายก็คือ ไม่ควรดื่มแต่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเดียว ควรจะกินอาหารอย่างอื่นด้วย แต่ก็ต้องเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพ เพราะมีอาหารบางอย่างที่จะช่วยลดผลกระทบที่เกิดจากแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปได้

ไข่ ประโยชน์ของไข่ที่มีต่อร่างกายของคุณนั้นมีมากมาย เพราะไข่เป็นแห่งโปรตีนที่สำคัญ และยังอุดมไปด้วยกรดอะมิโนต่างๆ ซึ่งกรดอะมิโนบางตัวสามารถช่วยลดและทำลายฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ได้ด้วย หลายคนอาจจะบอกว่า ไม่มีใครใช้ไข่มาทำเป็นอาหารในงานปาร์ตี้หรอก จะไปกินไข่ได้อย่างไร ก็กินไข่ก่อนไปงานปาร์ตี้ซิ ถือเป็นการเตรียมร่างกายของคุณให้แข็งแรงและพร้อมที่จะสนุกไปกับงานปาร์ตี้ตั้งแต่ต้นจนจบได้

ซีเรียล จัดว่าเป็นอาหารที่ดีสำหรับการกินก่อนไปงานปาร์ตี้ เพราะซีเรียลเป็นอาหารที่ทำให้อิ่มท้องนาน และทำให้ร่างกายของคุณดูดซึมแอลกอฮอล์ได้ช้าลง ทั้งนี้ นมที่คุณกินคู่กับซีเรียลนั้นก็มีวิตามินและมีน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญ ที่จะทำให้ร่างกายของคุณปรับสภาพและลดอาการขาดน้ำระหว่างการดื่มแอลกอฮอล์ได้ด้วย

โยเกิร์ต ก็เป็นอีกหนึ่งอาหารที่เราแนะนำให้คุณกินก่อนไปงานปาร์ตี้ เพราะเป็นแหล่งสำคัญของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และแบคทีเรียบางชนิดยังสามารถต้านและทำลายฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ได้ นอกจากนี้โยเกิร์ตยังเป็นอาหารที่ทำให้รู้สึกอิ่มท้องได้นานอีกด้วย

สปาเกตตี้ เป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรตที่จะช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย ทำให้คุณรู้สึกมีพลัง ตื่นตัว กระตือรือล้นได้จนจบงานปาร์ตี้ นอกจากนี้สปาเกตตี้ยังเป็นอาหารอีกหนึ่งประเภทที่ช่วยลดและทำลายฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ได้

แซลมอน แหล่งอุดมไปด้วยโปรตีนและวิตามินบี 12 ที่ดีและมีประโยชน์ต่อร่างกายของคุณ ในระหว่างงานปาร์ตี้ ทุกครั้งที่คุณดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป ร่างกายของคุณจะสูญเสียวิตามินบี 12 ไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นคุณจึงควรเลือกกินแซลมอนเข้าไปเพื่อเพื่อชดเชยการสูญเสียนี้ นอกจากนี้ วิตามินบี 12 ยังช่วยในเรื่องของระบบประสาทและสมอง การกินปลาแซลมอนจะช่วยทำให้คุณยังคงมีสติและจำจดเรื่องราวต่างๆ ได้ดีตั้งแต่งานปาร์ตี้เริ่มจนกระทั่งจบ

Cr. sanook.com

‘Over Exercise’ สัญญาณอันตรายเมื่อผู้ชาย “ออกกำลังกายมากไป”

การออกกำลังกายไม่ใช่มีแค่ผลดีเพียงเท่านั้น เพราะการออกกำลังกายก็มีผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน หลายคนอาจจะสงสัย ว่าเป็นไปได้ด้วยหรือที่จะมีใคร “ออกกำลังกายมากเกินไป” เพราะที่เคยเจอก็มีแค่คนที่อยากออกกำลังกายให้มากกว่าเดิมเท่านั้นเอง แต่ความจริงแล้วมีผู้ชายจำนวนไม่น้อยเลยที่ออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง ชนิดที่เรียกว่า “เสพติดการออกกำลังกาย” ซึ่งเมื่อถึงจุดหนึ่งที่เรียกว่า ‘Over Exercise’ การออกกำลังกายจะส่งผลเสียตีกลับสู่ร่างกายและจิตใจได้เช่นกัน

อาการเซื่องซึมหลังออกกำลังกาย

ความรู้สึกที่ดีหลังการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ควรจะเป็นความรู้สึกโล่งสบาย สดชื่น กระปรี้กระเปร่า และยังพร้อมที่จะทำกิจกรรมอื่นๆ ต่อได้ไม่ยากหลังจากที่พักเหนื่อยเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าเราออกกำลังกายมากไปและบ่อยครั้งเกินไปจนกระทั่งเกิดความรู้สึกเซื่องซึม, อ่อนเพลีย, ง่วงนอนจัด และไม่อยากทำอะไรต่อทั้งสิ้น นั่นคือสัญญาณอันตรายที่บอกว่าเรากำลังเข้าสู่โหมด Over Exercise

ก้าวขาไม่ออก

จากที่เคยก้าวขาวิ่งได้อย่างสบายๆ ไม่มีอะไรติดขัด แต่อยู่มาวันหนึ่งกลับรู้สึกว่าวันนี้ “ขาหนัก” ราวกับว่ามีอะไรมาถ่วงไว้จนก้าวขาแทบไม่ออก หรือแขนไม่สามารถยกน้ำหนักเดิมที่เคยยกได้แบบสบายๆ อีกต่อไปแล้ว นี่คือสัญญาณอันตรายที่ร่างกายพยายามบอกกับเราว่า “พักบ้าง”

ป่วยง่ายและป่วยนาน เหมือนคนไม่ได้ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายแต่พอดีจะช่วยสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกาย ทำให้ไม่ป่วยง่าย หรือถึงแม้เจ็บป่วยไม่สบายก็จะสามารถหายจากอาการเหล่านั้นได้เร็วขึ้น แต่ถ้าเวลาใดที่เรา Over Exercise หรือออกกำลังกายมากเกินไป ผลตีกลับของมันจะเป็นไปในทางตรงข้าม เพราะร่างกายจะอ่อนแอลงจนกลายเป็นทำให้เราป่วยง่ายขึ้น และไม่ยอมหายสักที ราวกับเป็นคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายเลยด้วยซ้ำไป หากคุณเป็นคนที่ออกกำลังกายเยอะ แต่เป็นหวัดบ่อย อาจต้องระวังเรื่องนี้ไว้บ้าง

บาดเจ็บง่าย และเจ็บนานขึ้น

คล้ายๆ กับอาการป่วย นั่นคืออาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย เช่น เจ็บกล้ามเนื้อ, เจ็บเข่า, เจ็บหัวไหล่ ฯลฯ อาการเหล่านี้จะเกิดบ่อยขึ้น อีกทั้งเมื่อบาดเจ็บแล้ว ร่างกายกลับต้องใช้เวลาฟื้นตัวเองนานขึ้นกว่าเดิมที่เคยเป็น ผู้ชายบางคนมองว่าเป็นเรื่องปกติที่เกิดจากอายุที่มากขึ้น แต่ความจริงอาจเกิดจากการที่คุณหักโหมออกกำลังกายมากเกินไปก็เป็นได้

ไม่มีสมาธิทำงานอื่น

บางครั้งผลกระทบไม่ได้เกิดที่ร่างกายอย่างชัดเจน แต่กับเกิดขึ้นภายในจิตใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่สังเกตได้ยาก แต่ลองตรวจสอบสภาพจิตใจตัวเองสักหน่อยว่าการออกกำลังกายที่คุณทำอย่างหนักหน่วงทุกวันนี้นั้น มันทำให้คุณรู้สึกมีสมาธิจดจ่อกับกิจกรรมอื่นๆ ในชีวิตน้อยลงหรือไม่ วันๆ คิดแต่จะออกกำลังกายหรือเปล่า และเมื่อออกกำลังกายเรียบร้อยแล้ว เราสามารถกลับมาสู่โหมดการทำงานในเวลาต่อมาได้ง่ายและเร็วแค่ไหน หากเราประสบปัญหาดังกล่าวจนทำให้ทำงานช้าลง งานเสร็จช้าและไม่มีประสิทธิภาพ ก็คงถึงเวลาที่ต้องปรับตัวเอง

Cr. mendetails.com

สิ่งที่ผู้ชายต้องทำ ถ้าไม่อยากดูแก่กว่าอายุจริง

เชื่อว่าไม่มีผู้ชายคนไหนอยากแก่ไว หรือถูกคนอื่นทักว่า “หน้าแก่” แน่นอน ถึงแม้เราไม่สามารถห้ามเวลาให้หยุดเดินได้ แต่อย่างใดเราสามารถที่จะดูแลรักษาตัวเองเพื่อให้ตัวเองยังดูหนุ่มอยู่เสมอ หรือไม่ก็พยายามชะลออาการ “แก่” ออกไปให้ยาวที่สุดเท่าที่จะทำได้

เติมความชุ่มชื้นให้ทุกส่วนของร่างกาย

ไม่ใช่แค่เฉพาะใบหน้าที่ผู้ชายควรจะต้องหาครีมจำพวกมอยซ์เจอร์ไรเซอร์มาทาเป็นประจำอยู่แล้วเพียงอย่างเดียว แต่โลชั่นทาตัวก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เมื่อผู้ชายอายุเพิ่มขึ้น ความชุ่มชื้นบนผิวตามร่างกายจะค่อยๆหายไป ส่งผลให้ผิวหนังเริ่มแห้งและมีรอยเหี่ยวย่นได้ไม่ต่างอะไรกับผิวหน้า นอกจากนี้ยังต้องครอบคลุมถึงความชุ่มชื้นภายในร่างกายด้วยการ “ดื่มน้ำเยอะๆ” เพราะจะทำให้ชั้นผิวด้านในของเราชุ่มชื้นเปล่งปลั่งจากภายในมากขึ้น แถมยังทำให้ระบบต่างๆภายในร่างกายทำงานได้อย่างไหลลื่นอีกด้วย

โกนหนวดเครา

“หนวดเครา” มีประโยชน์สำหรับผู้ชายที่อยากจะดู “เข้ม” มากขึ้นกว่าเดิมแต่ในทางกลับกันมันก็ทำให้เราดูแก่กว่าอายุจริงได้เช่นกัน ผู้ชายคนใดที่ไว้หนวดเคราครึ้มเป็นประจำ ลองทดสอบด้วยการโกนหนวดเคราให้สะอาดเกลี้ยงเกลาดู รับรองว่าร้อยทั้งร้อยสาวๆรอบข้างจะต้องบอกว่าคุณดูหน้าเด็กลงอย่างแน่นอน

เลือกกินอย่างมีคุณภาพมากขึ้น

ภาษิตฝรั่งกล่าวว่า “You are what you eat” แปลว่าร่างกายกินอะไรเข้าไปก็ส่งผลออกมาแบบนั้น ถ้าเรากินอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น ลดน้ำตาล, ลดไขมันเลว, ลดอาหารขยะและขนมขบเคี้ยวที่ทำลายสุขภาพ ก็จะส่งผลให้สุขภาพภายในดีขึ้น ไม่แก่และโทรมเร็ว อีกทั้งการดูแลอาหารการกินให้มีคุณภาพและกินอย่างพอดีจะช่วยทำให้เราไม่อ้วนลงพุง โรคภัยไข้เจ็บร้านแรงอื่นๆไม่ถามหา ทำให้เรามีเวลาใช้ชีวิตมากขึ้น ไม่ต้องนั่งรถเข็นก่อนวัยอันควรครับ ว่าที่จริงสุขภาพดีร่างกายแข็งแรงกระฉับกระเฉงว่องไวนี่แหละคือสัญญาณของความหนุ่มของผู้ชายครับ

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

เสริมเพิ่มเติมจากการกินอาหารโดยเน้นคุณภาพ ไม่เน้นปริมาณเป็นหลัก จากนั้นก็ต้องออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อความแข็งแรงของร่างกายและสุขภาพที่ดี รวมถึงเป็นการลดพุง เพื่อรักษารูปร่างของตัวเองไม่ให้มีไขมันส่วนเกินมากเกินไป นั่นเพราะผู้ชายเมื่อมีอายุมากขึ้น ระบบการเผาผลาญร่างกายตามปกติจะค่อยๆลดลง เราจึงต้องใช้การออกกำลังกายเข้าช่วยเผาผลาญแคลอรี่จากอาหารที่เรากินเข้าไป ผู้ชายที่อ้วนลงพุงจะดูแก่กว่าโดยอัตโนมัติเมื่อเทียบกับผู้ชายที่มีรูปร่างสมส่วนดูดีและมีสุขภาพแข็งแรง ดังนั้นผู้ชายควรใส่ใจกับการออกกำลังกายเสมอถ้าไม่อยากดูแก่กว่าอายุจริง

อย่า “เครียด” กับชีวิตมากเกินไปนัก

เรียนรู้ที่จะบอกกับตัวเองว่า “ช่างมัน” กับเรื่องราวแย่ๆที่เกิดขึ้นในชีวิต เมื่อเราพยายามทำอย่างดีที่สุดกับสิ่งที่สามารถทำได้แล้ว ที่เหลือซึ่งเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้เราก็จำเป็นที่จะต้องปล่อยมันไป จำไว้ว่าไม่มีอะไรยั่งยืนถาวร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องไม่ดีก็อยู่กับเราไม่นานทั้งนั้นแล้วมันก็จะผ่านไป หากเครียดกับชีวิตมากเกินไป ความเครียดจะกระทบกับจิตใจแล้วไปส่งผลกับร่างกายและหน้าของเรา คนที่จิตใจเศร้าหมองด้วยความเครียดจะดูหมองคล้ำและดูแก่กว่าอายุจริง ตรงข้ามกับคนที่พยายามรักษาจิตใจให้สดใสเสมอมักจะมีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและดูเด็กกว่า

Cr. mendetails.com

CELINE HAUTE PARFUMERIE COLLECTION DEBUT

15 ปีหลังจากการรังสรรค์คอลเล็กชั่นน้ำหอมให้กับ MAISON CHRISTIAN DIOR จนเป็นที่นิยมทั่วโลก ล่าสุด เอดี สลิมาน (Hedi Slimane) ได้นำเสนอคอลเลคชั่นน้ำหอมกลิ่นใหม่ HAUTE PERFUMERIA ภายใต้แบรนด์ CELINE  ซึ่งเป็นกลิ่นที่ใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง (unisex) เหมาะสำหรับทุกช่วงเวลา

มีทั้งหมด 11  กลิ่นได้แก่ PARADE, SAINT-GERMAIN-DES-PRÉS, DANS PARIS,  COLOGNE FRANÇAISE, BOIS DORMANT, LA PEAU NUE, RIMBAUD, EAU DE CALIFORNIE, REPTILE, BLACK TIE, NIGHTCLUBBING

ขวดน้ำหอมออกแบบโดย เอดี สลิมาน (Hedi Slimane)  ภายใต้คอนเซ็ปต์โมเดิร์นบรรจุในขวดแก้วรูปทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก โดยใช้เทคนิคและช่างฝีมือที่เชี่ยวชาญในการหลอมขวดแก้วตามแบบฉบับประเพณีดั้งเดิมของฝรั่งเศสมาใช้

คอลเล็กชั่นน้ำหอม CELINE HAUTE PERFUMERIE จะเร่ิมวางจำหน่ายที่ Celine บูติกปลายเดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป

#CELINEBYHEDISLIMANE #CELINEHAUTEPARFUMERIE

สุดยอดอาหารช่วยสร้างกล้ามเนื้อโดยไม่ต้องพึ่งอาหารเสริม

หลายๆ คนเข้าใจว่า การรับประทานโปรตีนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับการสร้างกล้ามเนื้อ การจะสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมาได้นั้นต้องใช้กรดอะมิโนเป็นจำนวนมาก เมื่อกล้ามเนื้อถูกทำลายเราจึงต้องสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยการรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง ทั้งนี้ใช่ว่า ร่างกายจะต้องการโปรตีนเพียงอย่างเดียว การรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต ก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยในการเก็บรักษาไกลโคเจนของกล้ามเนื้อ รวมทั้งเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด และฮอร์โมน เพื่อให้กรดอะมิโนเข้าไปในกล้ามเนื้อ และต่อไปนี้คือสุดยอดอาหารที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อที่หารับประทานได้จากซูเปอร์มาเก็ต หรือห้างสรรพสินค้า โดยไม่ต้องพึ่งอาหารเสริม

อกไก่ดำ อกไก่ดำจะให้โปรตีนมากกว่าอกไก่ธรรมดาถึง 20% ธาตุเหล็กสูงกว่า 25% สังกะสีมากกว่า 3 เท่า นอกจากนี้ยังมีปริมาณไขมันที่น้อยกว่าอกไก่ธรรมดาอีกด้วย

ควีนัว ธัญพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูง ให้โปรตีนมากกว่าเนื้อสัตว์ นอกจากนี้ยังประกอบด้วยกรดอะมิโนที่สำคัญถึง 9 ชนิด ย่อยง่าย มีไฟเบอร์สูง และยังมีธาตุเหล็กและแมกนีเซียมประกอบอยู่ด้วย

หอยนางรม ในหอยนางรมนั้นมีซิงค์ ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มีความจำเป็นในการสังเคราะห์โปรตีน

ปลาแซลมอน มีไขมันโอเมก้า 3 ประกอบไปด้วยกรด DPA และ EHA มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบของกล้ามเนื้อและยังกระตุ้นการเผาผลาญไขมันในร่างกายให้ดีขึ้น และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระลดการบาดเจ็บของเซลล์กล้ามเนื้อขณะออกกำลังกายอีกด้วย

ไข่ ไข่ขาวมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายสำหรับการฟื้นฟูและการสร้างกล้ามเนื้อ รวมถึงแร่ธาตุที่สำคัญอย่างแคลเซียม ซิงก์ และเหล็ก ไข่แดง เป็นแหล่งรวมของวิตามินเอ มีลูทีนที่ช่วยบำรุงสายตา และยังมีวิตามินบี วิตามินเค และวิตามินอี ล้วนแต่เป็นการเร่งเมทาบอลิซึมและการเปลี่ยนแปลงไขมันเป็นพลังงาน

อัลมอนด์ แหล่งรวมอาหารชั้นดีที่ช่วยให้หัวใจแข็งแรง มีกรดไขมันอิ่มตัว มีธาตุแมกนีเซียมที่ช่วยให้การย่อยอาหารได้ดี รวมทั้งยังช่วยในการสังเคราะห์โปรตีนอีกด้วย

นม มีโปรตีนคุณภาพสูงอย่างเวย์และเคซีน นอกจากนี้ยังมี คาร์โบไฮเดรต วิตามิน แร่ธาตุ และไขมันที่จำเป็นต่อการสร้างกล้ามเนื้อ นอกจากนี้นมยังช่วยเติมสารอาหารที่สูญเสียไปกับเหงื่อระหว่างออกกำลังกาย

ถั่ว มีโปรตีนช่วยสร้างและรักษาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และยังมีไฟเบอร์ที่ช่วยตอบสนองต่ออินซูลิน ช่วยในการดูดซึมและการใช้สารอาหารหลายชนิด ในขณะที่คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนช่วยให้ร่างกายมีพลังเสถียร

เนื้อวัวบดไม่ติดมัน เป็นอาหารที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้ดีกว่าเนื้อชนิดอื่นๆ มีวิตามินและแร่ธาตุผสมอยู่มาก ในเนื้อวัวมีซิงก์ วิตามินบี 12 และธาตุเหล็ก เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของร่างกาย

ผักโขม มีสารไนเตรทที่ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง นอกจากนี้ยังมีสารอัลคาไลน์ ที่ช่วยให้ร่างกายกลับมาสมดุลและป้องกันการสูญเสียของกล้ามเนื้ออีกด้วย

มันเทศและมันฝรั่ง เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตชั้นดี ที่ช่วยเพิ่มพลังงานก่อนออกกำลังกาย

Cr. sanook.com

ใช้อะไรดี? มีดโกนแบบธรรมดาหรือเครื่องโกนหนวดไฟฟ้า

อีกหนึ่งกิจวัตรที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือการโกนหนวด ยิ่งหนุ่มคนไหนหนวดขึ้นเร็ว เรียกว่าแค่อาทิตย์เดียวก็ยาวแล้ว มีดโกนหนวดหรือเครื่องโกนหนวดไฟฟ้าจึงเป็นสิ่งที่หนุ่มๆทุกคนขาดไม่ได้ วันนี้เรามีดูกันดีว่าแบบไหนดีกว่ากัน

มีดโกนแบบธรรมดา แบบมี 2 ถึง 5 ใบมีด มีดโกนแบบนี้ใช้ได้ดีระดับหนึ่งเลย ราคาถูกอันละ 30 – 200 บาท มีดโกนแบบนี้จะแบ่งเป็น 2 แบบ มีทั้งไม่สามารถเปลี่ยนใบมีดได้ กับแบบที่สามารถเปลี่ยนได้

ข้อดีของมีดโกนแบบนี้ คือ หาซื้อง่ายตามร้านสะดวกซื้อมีทุกร้าน แต่ก็ต้องแลกมากับการต้องซื้อบ่อยครั้ง เพราะใช้โกนได้แค่ 3 ครั้งใบมีดก็เริ่มไม่คมแล้ว สำหรับข้อดีอีกข้อคงเป็นการโกนได้หมดจดและสามารถขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วได้ด้วย

เครื่องโกนหนวดไฟฟ้า สำหรับหนุ่มๆที่โกนหนวด แต่ไม่อยากให้หน้าดูโล้น เพราะเครื่องโกนหนวดบางรุ่นสามารถเลือกระดับที่จะโกนได้เลย แต่ถึงแม้จะปรับระดับไม่ได้เครื่องก็จะไม่ถึงรากถึงโคนแบบมีด ส่วนวิธีใช้ก็ง่ายมากแค่กลิ้งไปมาตรงหนวดเครื่องก็จัดการให้แล้ว โกนตามแนวหนวดจะโกนได้เร็วและไม่บาด

ด้านราคาแน่นอนว่าเครื่องโกนหนวดราคาข้างข้างสูง บางรุ่นสามารถกันน้ำได้ด้วย แต่เดี๋ยวนี้ราคาถูกลงเยอะแล้ว

Cr. sanook.com