ไม่ต้องออกนอกโลกก็สัมผัสกลิ่นแห่งอวกาศได้! ผ่านน้ำหอม Eau de Space

เคยสงสัยกันไหมครับว่า ในอวกาศนั้นจะมีกลิ่นเป็นอย่างไร? ตอนนี้เราใกล้ที่จะได้สัมผัสกลิ่นแห่งอวกาศกันแล้วครับ เมื่อ Steve Pearce ผู้ก่อตั้งและนักเคมีแห่งบริษัท Omega Ingredients – ซึ่งเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญในการผลิตกลิ่นสำหรับอาหารและเครื่องดื่ม – ได้ปล่อยภาพตัวอย่างและรายละเอียดของน้ำหอมกลิ่นอวกาศที่มีชื่อว่า “Eau de Space” (น้ำแห่งอวกาศ) 

กลิ่นที่ได้นั้นมีที่มาจากประสบการณ์และความรู้ของ Pearce ซึ่งเขาค้นพบขณะที่ทำงานให้ NASA จากการเลียนแบบกลิ่นของสถานีอวกาศ MIR Space Station ของรัสเซีย จุดประสงค์ที่ต้องมีเลียนแบบกลิ่นของสถานีอวกาศแห่งนี้ก็เพื่อที่จะจำลองสภาพแวดล้อมในอวกาศให้ใกล้เคียงที่สุดสำหรับการฝึกซ้อมนักบินอวกาศนั่นเอง 

หากใครสนใจสัมผัสกลิ่นอันซับซ้อนแห่งอวกาศนี้ สามารถเข้าไปร่วมระดมทุนหน้าเว็บ Kickstarter ของโปรเจกต์ได้ที่นี่เลยครับ

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun

Zara ดึง Jo Malone ร่วมผลิตน้ำหอม 8 กลิ่นสุดหรูที่มาในราคาแสนเป็นมิตร

Zara ผู้ผลิตเสื้อผ้ารายใหญ่ของโลกดึง Jo Malone ผู้ผลิตน้ำหอมและเทียนหอมชื่อดังจากลอนดอนร่วมสร้างสรรค์ Zara Emotions Collection by Jo LOVES.

โดย Jo LOVES เป็นอีกหนึ่งแบรนด์นอกจาก Jo Malone ที่สร้างสรรค์กลิ่นจากโมเมนต์สำคัญและสถานที่ต่างๆที่ตัวของ Joanne Lesley Malone นักปรุงกลิ่นน้ำหอมชาวอังกฤษผู้ก่อตั้งแบรนด์ Jo Malone หลงใหล ซึ่ง Zara ก็ได้เลือกไลน์นี้มาร่วมสร้างสรรค์น้ำหอม 8 กลิ่น ที่มาในสามไซส์ให้ได้เลือกซื้อนั่นก็คือ 10ml to 40ml และ 90ml นอกจากนี้ยังมีเทียนหอมอีกด้วย 

ซึ่งสองกลิ่นเด่นที่น่าสนใจก็ได้แก่ “Ebony Wood” (เป็นกลิ่นไม้หอมผสมกานพลูและมีท็อปโน้ตของพริกไทยสีชมพู) และ “Amalfi Sunray” (เป็นกลิ่นดอก blossom ผสมส้มแมนดารินและมะกรูดอ่อนๆซึ่งเหมาะมากกับช่วงหน้าร้อน) ส่วนกลิ่นที่เหลือก็ได้แก่ “Fleur d’ Oranger,” “Vetiver Pamplemousse,” “Waterlily Tea Dress,” “Fleur de Patchouli,” “Tubereuse Noir,” และ “Bohemian Bluebells.” 

มากไปกว่านั้น Zara ยังใช้กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยใช้กระดาษมาตรฐาน FSC certified สำหรับบรรจุภัณฑ์และจะไม่ใช่พลาสติกในการห่อสินค้า ส่วนขวดก็จะเลือกขวดแก้วแบบใสเพื่อให้เห็นว่าตัวน้ำหอมไม่มีการใช้สีวิทยาศาสตร์เจือปน

มาในราคาน่าคบหาที่ 5.99 GBP หรือประมาณ 234 บาทสำหรับขนาด 10ml และ 25.99 GBP หรือประมาณ 1,010 บาทสำหรับขนาด 90ml ถือว่าน่าสนใจมากๆครับ 

#LofficielHommesChoice อยู่บ้านก็ตัดผมเองได้กับ Top 5 ปัตตาเลี่ยนฟังก์ชั่นครบใช้งานง่ายสำหรับช่วงกักตัว

ทรงผมถือเป็นอีกการแสดงออกทั้งถึงบุคลิกสไตล์และแน่นอนรสนิยม เราเชื่อว่าในยุคนี้หนุ่มๆหลายคนก็คงใส่ใจและให้เวลากับเรื่องนี้ไม่ต่างกับสาวๆแน่นอน แต่ในสถานการณ์การระบาดของไวรัสแบบนี้เราจะทำอย่างไรล่ะเมื่อร้านตัดผมร้านประจำปิดให้บริการแบบไม่มีกำหนด คำตอบที่ง่ายที่สุดคงหนีไม่พ้นการ back to basic อย่างลงมือตัดผมด้วยตัวเองซะเลย

ซึ่งวันนี้เราก็มีอุปกรณ์ชิ้นสำคัญอย่างปัตตาเลี่ยน(clipper)ที่ถึงจะหมดช่วงกักตัวไปแล้วการมีติดบ้านไว้ซักหนึ่งตัวคู่ใจก็ช่วยยกระดับการ grooming และยังช่วยเซฟค่าตัดผมในอนาคตได้อีกด้วย (แน่นอนว่าจะให้เราตัดแบบไล่เฟดไล่ระดับแบบช่างอาชีพเลยคงไม่ไหวแต่เราเลือกในแบบที่ใช้งานพื้นฐานได้ครอบคลุมและช่วยไม่ให้ทรงผมของคุณดูโทรมจนคนที่ทำงานจำไม่ได้และยังเรียบร้อยพอที่จะเปิดแอพ Zoom ได้อย่างไม่เคอะเขิน)

ไปดู Top 5 #LofficielHommesChoice ของปัตตาเลี่ยนที่ใช้งานง่ายฟังก์ชั่นครบคุ้มค่ากับการลงทุนที่เราคัดมาแล้วกันได้เลยครับ!

1 Oster Professional 76023-510 Fast Feed Clipper

ความโดดเด่นนอกเหนือจากดีไซน์เรียบเท่คลาสสิคแล้ว(มีสีให้เลือกหลากหลาย) ก็คือฟังก์ชั่นครบๆที่ปัตตาเลี่ยนดีๆซักหนึ่งตัวควรมีตั้งแต่ใบมีดปรับระดับได้ตั้งแต่เบอร์ 0 ถึงหนึ่งนิ้วและตัดได้เฉียบคมแม่นยำไล่เลี่ยกับปัตตาเลี่ยนระดับโปรที่ใช้ใน Barber ร้านหรูและยังมีเสียงมอเตอร์ที่เงียบมาก(ลดความตื่นตระหนกได้ดีเลยล่ะสำหรับมือใหม่) มาพร้อมกับสายที่ยาวเป็นพิเศษถึง 243 ซม. ถ้าใครอยากตัดบนอ่างอาบน้ำหรือเต้ารับในบ้านอยู่ไกลจากจุดรับแสงก็ทำได้ง่าย และยังมาพร้อมเซทรองหวี 4 ชิ้นน้ำ มันมอเตอร์ และแปรงทำความสะอาดแบบครบครัน 

ราคาอยู่ที่ 80USD (ประมาณ 2,590 บาท)

2 Wahl “Color Pro” hair cutting kit

ปัตตาเลี่ยนยอดนิยมมาตรฐานสากลที่เห็นได้แทบจะทุกบาร์เบอร์มาตรฐานในอเมริกา ทนทานคลาสสิคและที่สำคัญราคาถือว่าน่าคบหาด้วยมากที่สุด รองหวีที่ให้มาถึง 9 ขนาดพร้อมกับพิมบอกสีและขนาดความยาวที่ต้องการตัดไว้ครบถ้วน ตั้งแต่ 1 นิ้วไปจนถึง 1/16 นิ้วบวกกับรูปทรงที่จับถนัดมือและยังมีหวีแถมมาให้อีกด้วยคุ้มค่าแบงค์ร้อย 6 ใบสุดครับๆ

ราคาอยู่ที่ 18 USD (ประมาณ 590 บาท)

3. Andis Master hair clipper

ถึงแม้ว่าราคาอาจจะค่อนข้างสูงแต่ว่านี่แหละคือปัตตาเลี่ยนตัวจบที่ช่างผมหลายๆคนอยากมีไว้ในครอบครอง ด้วยรูปร่างที่สวยสมส่วนเหมาะมือแถมยังใช้งานแบบไร้สายได้(นานถึง 90 นาที) และสำหรับแบรนด์คุณภาพสูงอย่าง Andis สิ่งที่ทำให้ช่างผมหลายคนหลงใหลก็คือใบมีดที่มีคุณภาพสูงและความคมที่ตัดได้หมดจดไม่ว่าผมจะหยาบหรือเสียสะสมแค่ไหน คนที่ผมเส้นเล็กมากๆจึงหมดห่วงเรื่องนี้ได้เลย สุดท้ายยังปรับสปีดและระดับของใบมีดได้หลากหลายทำเพิ่มความแม่นยำแบบที่ช่างต้องการ ถ้าคุณเริ่มมั่นใจหรือมีฝีมือการตัดผมอยู่บ้างนี่คือตัวที่เราแนะนำเลยครับ 

ราคาอยู่ที่ 221 USD (ประมาณ 7,100 บาท)

4. Mangroomer palm-held hair clipper

อีกหนึ่งตัวที่เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่มาพร้อมความง่ายในการใช้งานด้วยรูปทรงที่ไม่มีด้ามจับทำให้จัดการเส้นผมส่วนหลังหัวที่ตัดเองค่อนข้างยากได้ง่ายขึ้น ลดการบิดของข้อมือเมื่อต้องถือปัตตาเลี่ยนทั่วไป และที่สำคัญใช้งานแบบไร้สายได้ในราคาที่เป็นมิตรรวมถึงมีรองหวีมาให้ถึง 9 ขนาดแค่รูปทรงและดีไซน์ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวที่น่าสนุกและน่าจะแก้เบื่อช่วงนี้ได้ดีเลยครับ 

ราคาอยู่ที่ 30 USD (ประมาณ 970 บาท)

5. Panasonic ER-GP80 K Professional Hair Clipper

ใครที่ชอบดีไซน์เรียบเท่แบบโมเดิร์นคงจะสะดุดตาชิ้นนี้อย่างแน่นอน ด้วยวัสดุ carbon-fiber และ titanium และแท่นชาร์ตแนวตั้ง(ใช้งานไร้สายได้ 50 นาที)ให้อารมณ์ gadget ชิ้นสวย ในด้านของฟังก์ชั่นก็ไม่ได้เป็นรองดีไซน์เลยด้วยใบมีดที่มีรอบมอเตอร์สูงที่สุดในตลาดถึง 10,000 rpm เพิ่มความเฉียบคมในการตัด ควบคุมความยาวที่ต้องการตัดได้ตั้งแต่ 0.8- 2 มิลลิเมตรเพียงแค่หมุนแป้นตรงกลางและยังมาพร้อมกับรองหวีให้อีก 3 ขนาดถือว่าใช้งานได้กว้างที่สุดในลิสต์ของเราและเป็นอีกตัวที่น่าลงทุนครับ 

ราคาอยู่ที่ 153 USD (ประมาณ 4,900 บาท)

ดูโพสต์นี้บน Instagram

🌰

โพสต์ที่แชร์โดย 박서준 (@bn_sj2013) เมื่อ

ตัดออกมาแล้วจะหล่อแบบเถ้าแก่ (CEO) พัคแซรอยหรือพ่อหนุ่มพัคซอจุนกันมั้ยคอมเม้นท์บอกเราได้เลยครับ

ภาพประกอบโดย Jason Raish

Mask Mania: ว่าด้วยเรื่องของการมากส์หน้า ที่ถ้าคุณได้ลองสัมผัสแล้วจะได้รู้ว่านี่แหละคือเรื่องสนุก!

มากส์นั้นกลายเป็นสิ่งที่เราหลายคนคุ้นเคยและใช้กันเป็นกิจวัตรในปัจจุบัน ดูได้จากลิสต์ผลิตภัณฑ์ความงามแห่งปีของหนังสือ เว็บไซต์ และบุคคลในวงการความงามในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลที่ว่ามันคือการบำรุงและแก้ปัญหาผิวแบบล้ำลึกภายในเวลาอันรวดเร็วทันใจ และครอบคลุมทั่วถึงทุกปัญหาที่เกิดขึ้นกับผิว เราจึงคิดว่าการมากส์นั้นก็เป็นอีกหนึ่งวิธีการดูแลผิวหน้าที่เหมาะกับผู้ชายเป็นอย่างดีเช่นเดียวกับผู้หญิง 

หากคุณไม่เคยลองมากส์มาก่อน คุณอาจจะยังไม่คุ้นชิ้นับเนื้อสัมผัสอันหลากหลายของมันจนทำให้งงงวยได้ คุณสามารถลองเริ่มจากมากส์ที่เข้าใจง่ายที่สุด อย่างมากส์แผ่น แผ่นสำลีที่ถูกออกแบบพิเศษมาให้ซึมซับสารบำรุงอย่างครบถ้วนที่สุด และยังเป็นตัวส่งผ่านสารบำรุงเหล่านี้ลงบนผิวได้อย่างเต็มที่เช่นกัน จนบางครั้งนั้น หากเป็นมากส์สำหรับให้ความชุ่มชื้นนั้น คุณก็สามารถแปะมากส์แผ่นนี้ได้ทุกวันเลยด้วยซ้ำ และไม่จำเป็นจะต้องทำที่บ้านเท่านั้น ด้วยช่วงเวลากำหนดที่กำลังพอดี คุณสามารถใช้มันก่อนออกจากบ้าน บนรถ หรือหลังเล่นฟิตเนสก็ย่อมได้ 

แต่ถ้าหากคุณเริ่มคุ้นชินกับการมากส์แล้ว เราก็ยังอยากให้คุณทดลองมากส์ชนิดอื่นๆด้วยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะมากส์เนื้อโคลน ที่ดูท่าแล้วจะเหมาะกับผิวของผู้ชายมากอีกเช่นกัน เพราะโคลนที่ถูกนำมาใช้ทำมากส์นั้นเป็นโคลนจากแห่งที่มาจากธรรมชาติ ที่มีประสิทธิภาพหลักในการทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก ลงไปถึงรูขุมขนต่างๆ ด้วยความที่ผู้ชายนั้นจะมีรูขุมขนที่กว้างกว่าผู้หญิง สิ่งสกปรกจึงสามารถตกลงไปฝังอยู่ในผิวได้ง่ายกว่า และในปัจจุบันเรายังได้เห็นการผสมสารบำรุงอื่นๆลงไปในมากส์โคลนได้อีกด้วย โดยการใช้ประโยชน์จากโคลนที่สามารถส่งผ่านสารบำรุงลงไปได้อย่างล้ำลึกเช่นเดียวกับช่วงเวลาในการทำความสะอาดนั้นเอง

การมากส์นั้นอาจจะดูมีความยุ่งยากอยู่เสียหน่อย แต่เราอยากให้คุณทำเพื่อตัวเอง การดูแลผิวนั้น อย่างที่เราเคยบอกไป มันส่งผลต่อบุคคลิกภาพภายนอกของเรา ให้เราดูดีและสดใสขึ้น และการมากส์นั้นเป็นการดูแลผิวขั้นตอนพิเศษที่ไม่ต้องทำทุกวันก็ได้ แค่ซัก 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ก็เป็นอะไรที่เพียงพอแล้ว ลองไปเล่นสนุกกับมากส์กัน แล้วคุณจะรู้ว่ามันสนุกกว่าที่คิด

Clay Play

Mask : Volcanic Color Clay Mask #Black และ #Blue จาก Innisfree,
Original Skin™ Retexturizing Mask with Rose Clay จาก Origins
เสื้อผ้าทั้งหมดจาก Givenchy

มากส์เนื้อโคลนเป็นเนื้อสัมผัสของมากส์ที่สามารถเข้าทำความสะอาดและส่งสารบำรุงลงสู่ผิวได้อย่างดีไม่น้อย คุณจะได้ทั้งผิวที่สะอาดและอุดมไปด้วยสารบำรุง โดยคุณสามารถแต้มมากส์โคสนที่ช่วยในเรื่องที่แตกต่างกันบนผิวต่างบริเวณตามความกังวลของคุณ 


Eyes Love It

Mask : 24K Gold Pure Hydra Eye Patch จาก Peter Thomas Roth
เสื้อผ้าทั้งหมดจาก Bottega Veneta

ผิวบริเวณรอบดวงตานั้นอ่อนแอกว่าผิวบริเวณอื่นเป็นอย่างมาก และมันจะแสดงออกถึงอาการเหนื่อยล้าได้ชัดเจนกว่าผิวบริเวณอื่นเช่นกัน การใช้มากส์ใต้ตาจึงเป็นความคิดที่ดีในค่ำคืนก่อนจะเป็นวันที่ต้องใช้ใบหน้า ยิ่งถ้าเอาไปแช่ตู้เย็นก่อนแล้วจะยิ่งดี เพราะความเย็นจะช่วยเรื่องความผ่อนคลาย และลดอาการบวมของใต้ตาได้อีกด้วย


Mask Like A Pro 

1 . Cleans ก่อนที่จะมากส์หน้า เราควรจะทำความสะอาดใบหน้าของเราให้สะอาดเสียก่อน เพราะสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่บนในหน้านั้นจะทำให้ผิวได้รับการบำรุงจากสารสกัดในมากส์ได้อย่างเต็มที่เท่าที่ควร อีกทั้งอาจจะก่อให้เกิดปัญหาการอุดตันอีกด้วย

2 . Don’t Over Do It ระยะเวลาการมากส์ของมากส์แต่ละชนิดนั้นถูกคิดมาแล้วว่าเป็นช่วงเวลาที่ผิวจะได้รับการบำรุงหรือแก้ไขอย่างเหมาะสม การทิ้งมากส์ไว้บนใบหน้านานเกินกว่าเวลาที่ระบุไว้บนฉลากจึงไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก เพราะมันจะส่งผลกระทบที่ไม่ดีต่อผิว เช่นการดูดซึมความชุ่มชื้นกับไป หรือทำให้ผิวระคายเคืองได้

3 . Multiple Mask At Once  บางครั้งปัญหาผิวแต่ละอย่างอาจจะเกิดขึ้นแค่เฉพาะบางส่วนของใบหน้า เพราะฉะนั้นคุณจึงสามารถเลือกใช้มากส์สำหรับปัญหาผิวที่แตกต่างกันในบริเวณที่แตกต่างกันบนใบหน้า เพื่อการแก้ปัญหาและบำรุงอย่างตรงจุด

4. Seal It With Moisturizer หลังจากสารบำรุงได้ซึมเข้าสู่ผิวแล้ว คุณสามารถล็อกมันไว้ด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อป้องกันการระเหยและสร้างสมดุลให้กับผิวของคุณอีกด้วย 


Lips Lust 

Mask : Modeling Gel Patch CHERRY CHERRY LIPS Lip Mask จาก The Face Shop
เสื้อผ้าทั้งหมดจาก Loewe

ริมฝีปากก็เป็นอีกหนึ่งบริเวณที่ควรได้รับการบำรุงอย่างล้ำลึก ยิ่งสำหรับใครที่ไม่ค่อยชอบทาลิปมันแล้วนั้น มากส์ปากก็เป็นตัวช่วยที่ดีที่คุณสามารถทำได้เองที่บ้าน 


Full Face Service

Mask: Rose Gold Mask จาก Sephora

รูปแบบมากส์ที่ทุกคนคงคุ้นชิ้นกันเป็นอย่างดี แผ่นมากส์ชุ่มไปด้วยสารบำรุงอย่างเต็มเปี่ยมที่สามรถแปะไปทั้งใบหน้าแบบเต็มๆ โดยมีสารบำรุงที่หลากหลายตามปัญหาผิวที่คุณกังวล และยังเป็นวิธีกู้ผิวอย่างรวดเร็วได้อีกด้วย เพราะเพียงไม่กี่นาทีผิวหน้าของคุณก็พร้อมใช้ง่ายหรือแต่งหน้าต่อได้อย่างเต็มที่ 


Glittery Peel 

Mask : GRAVITYMUD Firming Mask #GlitterMask จาก Glam Glow
เสื้อผ้าทั้งหมดจาก Versace  

มากส์แบบลอกออกมีอยู่ในหลายเนื้อสัมผัส พร้อมด้วยหลายประสิทธิภาพ เช่นการกระชับรูขุมขน ทำความสะอาดรูขุมขน หรือลอกสิวเสี้ยน มาพร้อมกับวิธีการใช้ที่ง่ายดาย แค่ทาลงบนใบหน้าและรอเวลาตามกำหนด แต่อย่าให้เกินล่ะ เพราะมันอาจจะลอกยากและทำร้ายผิวของคุณได้

Photographer : Adison Rusameeronchai

Fashion Editor : Chanond Mingmit

Writer : Chayanon Chongprasert 

No More Boundaries: แหกทุกกฎเกณฑ์เมคอัพสำหรับผู้ชายแบบออมส์เท่านั้น

เพราะเมกอัพและการดูแลตัวเองนั้นล้วนเต็มไปด้วยอิสระและเสรีภาพที่ไม่สิ้นสุด แล้วทำไมเรายังต้องติดอยู่กับกฎเกณฑ์อันน่าเบื่อแบบเดิมอีกล่ะ

Photographer: Adison Rusameeronchai

Fashion Editor: Chanond Mingmit

Author: Chayanon Chongprasert


Rainbow Vision

Makeup: แต่งเปลือกตาด้วยลิปสติกเนื้อลิควิดเข้มข้นสีสด Liquid Suede Cream Lipstick จาก NYX Cosmetics


หากจะกล่าวไปถึงเรื่องของความงามและการดูแลตัวเองนั้นมันเป็นสิ่งที่มนุษย์คุ้นชินกันมาเป็นอย่างดีตั้งแต่ในประวัติศาสตร์หลากหลายยุคทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่ด้วยค่านิยม ความเชื่อ หรือคำนิยามใดก็แล้วแต่ที่ยังคงวนเวียนอยู่ในสังคมของเรา ทำให้เรื่องของเครื่องสำอางหรือสกินแคร์นั้นดูราวกับจะเป็นเรื่องของผู้หญิงซะมาก ทำให้เพศชายนั้นถูกตีกรอบให้อยู่ห่างจากของเหล่านั้นจนกลายเป็นเรื่องต้องห้ามไปโดยปริยาย อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับเวลาที่เดินหน้าอยู่ตลอด ค่านิยมเหล่านี้ก็กลายเป็นเรื่องล้าสมัยไปเสียแล้ว เพราะนี่คือยุคสมัยแห่งการเฉลิมฉลองความเป็นตัวเอง และไม่มีใครจะมากีดกันอิสระของคุณได้อีกต่อไป

Blushing Boy

Makeup: แต้มบลัชออนเนื้อครีมน้ำหนักเบา Minimalist WhippedPowder Blush สี Sayoko บริเวณหน้าแก้มพาดผ่านสันจมูก จาก Shiseido

Clothes: เสื้อผ้าจาก Burberry


ถ้าย้อนกลับไปสักช่วง 10 ปีที่แล้ว การที่ผู้ชายจะข้องเกี่ยวกับเมกอัพหรือสกินแคร์ในชีวิตประจำวันของเขานั้นคงจะเป็นเรื่องที่ประหลาดอยู่ไม่น้อย ไม่มีหรอกผู้ชายที่ทาครีมหรือแม้แต่บอดี้โลชั่นก่อนนอน ไม่มีหรอกผู้ชายที่ลุกขึ้นมาแต้มคอนซีลเลอร์ปิดรอยดำจากสิว หรือลงแป้งฝุ่นก่อนจะออกจากบ้าน แค่ทาครีมกันแดดก็ถือว่าเป็นขั้นตอนที่มากพอสำหรับผู้ชายคนหนึ่งแล้ว และสำหรับคนที่กล้าหรือพร้อมที่จะหยิบผลิตภัณฑ์เหล่านี้ขึ้นมาใช้นั้นก็ไม่พ้นที่จะถูกมองว่าเป็น ‘ผู้ชายสำอาง’ หรือมีกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศไปในทันที ซึ่งถ้าลองกลับมาคิดให้ดีแล้วเราคงต้องตั้งคำถามเช่นกันว่าการที่เราจะทำให้ตัวเองดูดีนั้นมันผิดมากขนาดนั้นเลยหรือเปล่า การเติมความมั่นใจก่อนออกจากบ้านหรือการดูแลตัวเองไม่ให้ความร่วงโรยทำร้ายรูปลักษณ์ของเราจนยับเยินในช่วงบั้นปลายชีวิตนั้นเป็นความคิดที่ไม่ดีมากจนรับไม่ได้เลยหรือไม่ หรือง่ายๆ แค่เราอยากจะสนุกและมีความสุขกับตัวเองมันผิดจริงหรือ ซึ่งเราให้คำตอบกับคุณได้เลยว่า “ไม่”

Blue Brow

Makeup: แต่งคิ้วด้วยอายแชโดว์เนื้อครีม The Cream Eyeshadow สี 305 Dark Blue จาก 3INA Cosmetics

Clothes: เสื้อผ้าจาก Saint Laurent


ในปัจจุบันภาพของผู้ชายที่หยิบเอาเมกอัพขึ้นมาใช้หรือเติมระหว่างวันนั้นไม่ใช่สิ่งที่แปลกตาอะไรอีกต่อไปแล้ว ด้วยกระแสการยอมรับความหลากหลายในเรื่องเพศ และการเผยความเป็นตัวตนของตัวเองออกมานั้น ทำให้กำแพงที่กั้นระหว่างผู้ชายกับเรื่องของความงามนั้นถูกทลายลง และมาอยู่ใกล้กันมากขึ้นจนกลายเป็นสิ่งที่เริ่มจะคุ้นชินกันไปแล้ว ทั้งเรื่องของการเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองซึ่งก็เป็นหัวใจหลักของเครื่องสำอางหรือสกินแคร์ รวมไปถึงความสนุกสนานของสีสัน เนื้อสัมผัสที่สามารถสร้างความคิดสร้างสรรค์ในสไตล์ของแต่ละคนให้ออกมาได้อย่างเต็มที่ เพียงแค่คุณกล้าพอที่จะหยิบมันขึ้นมาเล่น

Red Alert

Makeup: วาดอายไลเนอร์ทรงกราฟิกและระบายริมฝีปากด้วยลิปสติกเนื้อแมตต์น้ำหนักเบา Rouge Allure Ink Fusion สี True Red จาก Chanel

Clothes: เสื้อผ้าจาก Celine


และในศักราชใหม่นี้เราขอเป็นอีกหนึ่งเสียงสนับสนุนให้คุณได้ลองหยิบเครื่องสำอางและสกินแคร์ขึ้นมาเล่นสนุกและดื่มด่ำไปกับสุนทรียศาสตร์ของมันอย่างไม่ต้องกลัวใคร สำหรับมือใหม่คุณอาจจะเริ่มจากของชิ้นเล็กๆ หรือปริมาณเพียงเล็กน้อยไปก่อน แต่สำหรับใครที่คุ้นชินอยู่แล้วก็ขอให้เล่นสนุกกับมันต่อไปและอาจจะมากขึ้นได้กว่าเก่า เพื่อตอกย้ำว่าความสนุกของเรื่องความงามนั้นไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ใดที่หนึ่ง แต่มันคือความอิสระของความเป็นตัวเองที่ใครก็ครอบครองได้โดยไม่มีข้อจำกัดใดมาขวางกั้นอีกต่อไป

Black Meets Pink

Makeup: แต่งเปลือกตาด้วยอายแชโดว์เนื้อฝุ่นสี Cherry Topped เพิ่มลูกเล่นด้วยลิปกลอสสีใส และทาริมฝีปากด้วยลิปสติกเนื้อแมตต์สีดำ Villiant ทั้งหมดจาก M.A.C Cosmetics

Clothes: เสื้อผ้าจาก Louis Vuitton

Model: Eiji @WM Management

Makeup Artist: Phuwadon Dechphrom

Hair Stylist: Junjira Roshom

Galderma รังสรรค์นวัตกรรมเพื่อความงามทุกรายจากภายในสู่ภายนอก

เพราะเชื่อว่าสิ่งที่ทำให้เรามีเอกลักษณ์ที่แตกต่าง คือสิ่งเดียวกันกับที่สร้างความงามเฉพาะตัว… กัลเดอร์มา เอสเธติกส์ ประเทศไทย ผู้นำด้านนวัตกรรมความงามระดับโลก เนรมิตพื้นที่ภายใน GMM Live House ให้กลายเป็นบิวตี้ พาวิลเลียน นำเสนอสุดยอดนวัตกรรมความงามระดับไฮเอนด์ ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อเติมเต็มองค์ประกอบความงามในทุกรายละเอียดสำหรับสาวไทย พร้อมจัดเวิร์คช็อปสุดพิเศษแนะเคล็ดลับให้สาวๆ เปล่งประกายความสวยในทุกมิติจากภายในสู่ภายนอก สร้างเสน่ห์ไม่เหมือนกัน ภายใต้แนวคิด “Empower Beauty in All Forms” ที่มุ่งสร้างแรงบันดาลใจและเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้สาวไทยสวยมั่นใจในเอกลักษณ์แบบเฉพาะตัว

เริ่มต้นชาร์จความสวยจากภายใน ด้วยเวิร์คช็อปจากออร์กานิก้า ที่จะช่วยผ่อนคลายความเครียด ด้วยการครีเอท ‘หินหอม’ หรือ ‘Scent Stone’ ด้วยน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์จากธรรมชาติ (Essential Oil) เพื่อรังสรรค์กลิ่นหอมสุด ‘รีแล็กซ์’ ในแบบของตัวเอง โดยได้ นักแสดง-นางแบบสาวสวยแถวหน้าของวงการ ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช ที่ควบตำแหน่งผู้ก่อตั้งและบริหารแบรนด์ออกานิก้า ปรากฏโฉมในลุคสวยเปล่งประกายออร่า พาทุกคนเพลิดเพลินพร้อมเคลิบเคลิ้มไปกับกลิ่นหอม อโรมาตลอดกิจกรรม  ซึ่งสาวริต้า ได้กล่าวว่า “กลิ่นหอม มีพลังในการบำบัดจิตใจเป็นอย่างมาก สามารถช่วยปรับอารมณ์ของคนที่กำลังเครียดให้ผ่อนคลาย ช่วยให้คนที่นอนหลับยากนอนหลับได้ง่าย หรือคนที่มีปัญหาเรื่องความทรงจำก็ทำให้ความทรงจำดีขึ้น นับว่าเป็นการช่วยปรับความสมดุลของร่างกายและอารมณ์ ดังนั้นนอกจากความสวยภายนอกที่เราจะให้ความสำคัญแล้ว การบำบัดจิตใจภายในให้สงบและผ่อนคลายจากความเครียดก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะริต้าเชื่อว่าสุขภาพและความงามเป็นของคู่กันร่างกายที่แข็งแรง สุขภาพจิตใจที่ดีก็จะส่งผลต่อสุขภาพผิวพรรณ ดังนั้นเราต้องดูแลควบคู่กันไป” 

ริต้า ยังได้แนะเคล็ดลับการเลือกกลิ่นหอมให้ถูกใจพร้อมผ่อนคลายได้ทุกวัน เพราะแต่ละกลิ่นจะให้ความหอม และความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป

·        กลิ่นเปปเปอร์มินต์ หรือ ยูคาลิปตัส จะช่วยปลุกให้ร่างกายมีความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และทำให้สมองปลอดโปร่ง

·        กลิ่นดอกไม้ เช่น ลาเวนเดอร์ หรือ กุหลาบ ให้ความรู้สึกอ่อนหวานน่าหลงใหล จะช่วยบำบัดจิตใจให้ผ่อนคลาย และทำให้นอนหลับได้ง่าย

·        กลิ่นผลไม้ เช่น ส้ม หรือ เลมอน จะช่วยปลุกอารมณ์ให้สดใส มีชีวิตชีวา

·        กลิ่นสมุนไพร เช่น ตะไคร้ หรือ ใบมะกรูด ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น จะช่วยปรับสมดุลให้จิตใจสงบ

อีกหนึ่งไฮไลท์เซเลบฯ คนดัง  ป็อป-วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ ที่ใครๆ ต่างก็ยกนิ้วให้กับรสนิยมและความเพอร์เฟ็กต์ทุกองศา ได้มาร่วมแชร์เทคนิคการค้นหา ‘ซิกเนอเจอร์’ และการเติมเต็ม ‘ออร่า’ ให้ตัวเอง ที่พิสูจน์แล้วว่าทุกอย่างเป็นไปได้จากประสบการณ์ตรงว่า “การสร้างเอกลักษณ์ หรือ ซิกเนอเจอร์ของตัวเองให้เป็นที่จดจำ สิ่งแรกคือต้องรู้จักตัวเอง รู้ว่าเรามีจุดแข็ง จุดอ่อนอะไร และเรามีโอกาสอะไรบ้างในการส่งเสริมจุดแข็งตลอดจนโอกาสในการปรับปรุงจุดอ่อน จากนั้นจงหาอัตลักษณ์ของตัวเองให้เจอ โดยวิธีการง่ายๆ คือการดึงจุดแข็งของตัวเองขึ้นมาทำให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ทั้งนี้สิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญควบคู่กันไป คือการดูแลรูปลักษณ์ภายนอกทั้งรูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ การแต่งตัว และสไตล์  ตลอดจนทัศนคติที่ดี เมื่อเรารู้จักตัวเองแล้ว ต้องรู้เขา ใครที่เราอยากให้เข้ามาสัมผัสออร่าในตัวเรา เราต้องวางตำแหน่ง หรือ positioning ของตัวเองให้อยู่ตรงนั้น พร้อมรักษาอัตลักษณ์ตัวเองให้สม่ำเสมอ เพราะสิ่งนี้จะพัฒนาไปสู่ภาพลักษณ์ในอนาคต พอคนจดจำภาพลักษณ์ของเราได้ ก็จะกลายเป็นเอกลักษณ์ของตัวเรา และเมื่อเอกลักษณ์ปรากฏ นั่นหมายถึงการมีซิกเนอเจอร์ของตัวเอง หลังจากนั้น การเติมเต็มออร่า มีเพียงเงื่อนไขเดียว คือ ‘ความมั่นใจ’ และเชื่อมั่นในตัวเอง เพียงเท่านี้ คุณก็จะสามารถมีทั้ง ซิกเนอเจอร์ และออร่าของตัวเองได้แล้ว”

ครบทุกเทคนิคการสร้างความสวยจากภายในแล้ว ปิดท้ายด้วยเคล็ดลับที่จะช่วยคอมพลีทความสวยในทุกรายละเอียดใบหน้าอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อสร้างความมั่นใจขั้นสุด โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามชั้นนำ อาทิ  ดร.ลี ยง ซอบ ศัลยแพทย์ความงามชื่อดังจากประเทศเกาหลี นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้า และ นพ.ปรัชญ์ พึ่งเจษฎา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผิวพรรณ ร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับ 3 นวัตกรรมความงามระดับไฮเอนด์จาก กัลเดอร์มา เอสเธติกส์ ประเทศไทย ที่คัดสรรมา เพื่อทำงานร่วมกันและตอบสนองความต้องการของแต่ละบุคคลในแบบเฉพาะตัว ได้แก่ ABO Active 3D (เอโบ แอคทีฟ ทรีดี)  นวัตกรรมสารลดเลือนริ้วรอยจากประเทศอังกฤษ ที่จะสร้างมิติแห่งความอ่อนเยาว์และการยกกระชับใบหน้าได้อย่างรวดเร็วในทันที พร้อมมอบผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ เพื่อความสวยมั่นใจทุกอารมณ์  Restylane Hyaluronic Dermal Fillers (เรสทิเลน ไฮยาลูรอนิค เดอร์มอล ฟิลเลอร์) นวัตกรรมสารเติมเต็มที่คิดค้นและพัฒนาเพื่อเติมเต็มริ้วรอยร่องลึก คืนความอ่อนเยาว์ พร้อมปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับใบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ ให้สาวๆ สวยโดดเด่นไม่เหมือนใคร Restylane Original SKINBOOSTERS (เรสทิเลน ออริจินัล สกินบูสเตอร์) นวัตกรรมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว  ที่จะช่วยเสริมปราการปกป้องผิวให้แข็งแรง อิ่มน้ำ กระจ่างใส สุขภาพดี พร้อมช่วยกระชับรูขุมขนให้ผิวดูเรียบเนียน เพื่อการเผยผิวออร่าเปล่งประกายสดใสไร้ที่ติ

เภสัชกร พิรพัฒน์ ศรีวัฒนวงศ์ ผู้อำนวยการธุรกิจความงาม บริษัท กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า

“ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมความงามระดับโลก กัลเดอร์มามีความตั้งใจ และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ความงามพร้อมทั้งคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ สู่ประเทศไทยต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ความงามและเติมเต็มความมั่นใจให้ผู้หญิงไทยทุกคน ด้วยแนวคิดที่จะช่วยเติมเต็มความทุกองค์ประกอบของความงามเพื่อสร้างเอกลักษณ์ในแบบเฉพาะตัว เพื่อสนับสนุนความสวยในทุกรูปแบบ ตามแนวคิดที่เชื่อว่า ‘THE THINGS THAT MAKE US INDIVIDUAL ARE THE SAME THINGS THAT MAKE US BEAUTIFUL’ เพื่อส่งเสริมและสร้างความมั่นใจให้กับผู้หญิงทุกคนกล้าที่จะเปล่งประกายความงามในแบบของตัวเอง ทั้งในด้านของจิตใจทัศนคติ รวมไปถึงบุคลิกภาพและรูปลักษณ์ภายนอก เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นวัตกรรมความงามที่ได้นำมามอบให้กับทุกคน พร้อมการจัดงานเวิร์คช็อปครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างความงามและความมั่นใจให้กับผู้หญิงไทยภายใต้ทัศคติที่มองเห็นคุณค่าให้ตัวเอง เพื่อสร้างความสวยมั่นใจทั้งภายในและภายนอก พร้อมเผชิญกับทุกสถานการณ์ที่เข้ามา”

หากท่านใดสนใจ สามารถรับบริการนวัตกรรมเพื่อเติมเต็มทุกองค์ประกอบความงามได้แล้ววันนี้ ที่คลินิกความงามชั้นทุกแห่งทั่วประเทศ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและค้นหาคลินิกให้บริการได้ที่ www.galdermaaestheticsthailand.com หรือ ติดตามข่าวสารที่ Facebook: Galderma Aesthetics Thailand และ YouTube: Galderma Aesthetics Thailand

BIOTHERM HOMME เซรั่มบูส หน้าใสสำหรับคุณผู้ชาย

BIOTHERM HOMME FORCE SUPREME BRIGHTENING DUAL CONCENTRATE

ครั้งแรกกับเซรั่มผสมสดบูสหน้าใสสำหรับผู้ชาย

“หนุ่มๆที่มองหาตัวช่วยผิวใส ไร้จุดด่างดำ แถมให้ผิวกระชับต้องมี BIOTHERM HOMME FORCE SUPREME BRIGHTENING DUAL CONCENTRATE เซรั่มผสมสดตัวใหม่ล่าสุดที่แม้แต่ผู้ชายอันดับหนึ่งอย่าง DAVID BECKHAM ยังเลือกใช้”

ใครบอกว่าต้องรอถึงอายุ 30 แล้วค่อยดูแลผิว เป็นคำตอบที่ผิด เพราะทุกวันนี้การใช้ชีวิตท่ีเร่งรีบเป็นเรื่องปกติสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะมีภารกิจรัดตัว ตั้งแต่การทำงาน การเข้าสังคม ไปจนถึงการใช้เวลาร่วมกับครอบครัว  โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนุ่มๆ ที่มีไลฟ์สไตล์ ที่ต้องออกไปเผชิญแสงแดด ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายหรือกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ  ปัจจัยหน่ึงที่เร่งให้เกิดสัญญาณความร่วงโรยเร็วขึ้นได้ ก็คือจุดด่างดำและความหมองคล้ำยังคงเป็นสัญญาณแรกๆ ท่ีปรากฏให้เห็นและดูแลได้ยาก ดังนั้นหนุ่มๆอายุ 20 กว่าก็ควรเริ่มมองหาสกินแคร์ที่ตอบโจทย์ผิวที่ร่วงโรยง่ายด้วยสภาพแวดล้อมและความเครียดที่มาจากการแข่งขันสูงในปัจจุบัน

ไบโอเธิร์ม อ็อมม์ (BIOTHERM HOMME) มีพันธกิจสำคัญในการดูแลปัญหาผิวทุกประการของผู้ชาย ด้วยความเช่ือว่าชายหนุ่มท่ีมีอิทธิพลต่อผู้คนรอบข้างจะแสดงให้เห็นถึงพลังของเขาด้วยการมีเวลาให้กับการดูแลภาพลักษณ์และเอาใจใส่ผิวพรรณของตนเองด้วยวิธีการที่สะดวก ไม่ยุ่งยาก 

การร่วมมือกันระหว่างสถาบันวิจัยของไบโอเธิร์ม อ็อมม์กับทีมนักออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีความคิดสร้างสรรค์สุดล้ำ ก่อให้เกิดบรรจุภัณฑ์แนวคิดใหม่ช่ือว่า CLICK & CLEAR นวัตกรรมเหนือช้ันแห่งวงการผลิตภัณฑ์บำรุงผิว FORCE SUPREME BRIGHTENING DUAL CONCENTRATE เป็นเซรั่มสำหรับผู้ชายที่ลดเลือนจุดด่างดำและความหมองคล้ำชนิดผสมสดสำหรับใช้เป็นประจำทุกวันสูตรแรกของไบโอเธิร์มอ็อมม์ ด้วยการกดเพียงคลิกเดียว สูตรผสมล้ำสมัยจะได้รับการปลุกฤทธ์ิ เพื่อเริ่มต้นการดูแลปัญหาผิวด้วย วิธีการไฮเทคท่ีไม่เหมือนใคร ให้ผิวกระจ่างใสและรู้สึกกระชับข้ึนแลดูอ่อนเยาว์

http://www.biotherm.co.th

เซรั่มสำหรับผู้ชายที่ประกอบด้วยส่วนผสมทรงประสิทธิภาพสองส่วนซึ่งสามารถสร้างความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ได้ตั้งแต่ครั้งแรกท่ีใช้ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้มีเซรั่มที่ใหม่สำหรับลดเลือนจุดด่างดำแบบเร่งด่วนได้ทุกท่ีทุกเวลา ก่อนผสม ส่วนผสมทั้งสองส่วนถูกแยกการกักเก็บเพื่อคงความสดใหม่และประสิทธิภาพสูงที่สุดก่อนการผสมใช้ 

ไบโอเธิร์ม อ็อมม์ ทราบดีว่าจุดด่างดำและความหมองคล้ำยังคงไม่ได้รับการแก้ไขด้วยวิธีการทำงานแบบทางเดียวของผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผิวผู้ชายแบบด้ังเดิม ไบโอเธิร์ม อ็อมม์จึงสร้างสรรค์นวัตกรรม CLICK & CLEAR ท่ีไม่เคยมีมาก่อน นวัตกรรมใหม่น้ีทำให้สามารถผสานส่วนผสมที่ทรงประสิทธิภาพสองส่วนเข้าด้วยกันก่อให้เกิดเซรั่มพลังใหม่ข้ึนในทันทีเพื่อรับมือกับความหมองคล้ำและจุดด่างดำที่จัดการได้ยากที่สุดเพื่อผิวที่ดูกระจ่างใสหมดจดไร้ที่ติ

นอกจากเสริมพลังด้วยเซรั่มส่วนผสมเฉพาะของไบโอเธิร์ม อ็อมม์ อย่าง LIFE PLANKTON™ แล้ว FORCE SUPREME BRIGHTENING DUAL CONCENTRATE ยังนำหน่ึงในส่วนผสมฟื้นบำรุงความกระจ่างใสท่ี ทรงประสิทธิภาพท่ีสุดมารวมเข้ากับเทคโนโลยีชะลอความร่วงโรยอันล้ำสมัย เพื่อการฟื้นบำรุงผิวต่อความหมองคล้ำและจุดด่างดำที่ดูแลได้ยาก 

ค้นพบที่สุดแห่งเซรั่มดูแลผิวและปฏิบัติการฟื้นบำรุงความกระจ่างใส ด้วยนวัตกรรมของเซรั่มผสมสดที่ผนวกสองบรรจุภัณฑ์ไว้ในหนึ่งเดียว ระหว่างบูสเตอร์ (BOOSTER)และเบส (BASE)

  • บูสเตอร์ (BOOSTER) ที่ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ให้ผิวกระจ่างใส ด้วยพลังของเฟอรูลิกแอซิด (FERULIC ACID) ที่ทรงประสิทธิภาพในเรื่องเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ เป็นส่วนผสมฟื้นบำรุงความกระจ่างใสของผิวที่ทรงประสิทธิภาพท่ีสุดชนิดหนึ่งของโลก 
  • เบส (BASE) ที่ช่วยให้ผิวแข็งแรง กระชับ ด้วยสารสกัดจากสาหร่ายสีน้ำเงิน สาหร่ายขนาดเล็ก ส่วนผสมอันเป็นเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ในตระกูล FORCE SUPREME เก็บเก่ียวมาจากทะเลสาบแคลแมธ (KLAMATH LAKE) ในรัฐโอเรกอน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำท่ีได้รับการปกป้องคุณภาพน้ำให้อยู่ใน เกณฑ์ดี เสริมคุณค่าด้วยไลฟ์แพลงตอน (LIFE PLANKTON™) ความเข้มข้น 1 % และผนึกกำลังกับแอคทลี ซี (ACTYL C) มีประสิทธิภาพในการฟื้นบำรุงความกระจ่างใส ด้วยปฏิบัติการช่วยลดเลือนจุดด่างดำและความหมองคล้ำจากรังสียูวี 

เมื่อบูสเตอร์ (BOOSTER) ถูกปล่อยผสมเข้ากับเบส (BASE) เฟอรูลิกแอซิดจะแสดงพลังออกมา เพื่อทำให้เซรั่มผสมสดสูตรน้ีมีประสิทธิภาพการฟื้นบำรุงความกระจ่างใสของผิวได้ดีท่ีสุด เมื่อส่วนผสมท้ังสองรวมเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว แถมยังให้ผิวแข็งแรง กระชับ 

เซรั่มผสมสดสำหรับผู้ชายที่มี 2 ประสิทธิภาพในคลิกเดียว

ปริมาณเฟอรูลิกแอซิดที่เข้มข้นเป็นพิเศษจากบูสเตอร์จะถูกผสมเข้ากับเบสช่วยดูแลสัญญาณความร่วงโรยของผิว ให้ผิวไร้จุดด่างดำ กระจ่างใสและกระชับ บอกลาปัญหาความร่วงโรยของผิวสำหรับคุณผู้ชาย

ผลท่ีได้คือเซรั่มผสมสดสูตรที่มีความเข้มข้นเป็นสองเท่าซึ่งทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน พลังจากเฟอรูลิกแอซิดและการเสริมคุณค่าด้วยส่วนผสมท่ีช่วยดูแลความร่วงโรยประสิทธิภาพสูงทำให้เซรั่มสูตรผสมสดน้ีมีประสิทธิภาพ ในการฟื้นบำรุงความกระจ่างใสทยอดเยี่ยม เพื่อช่วยดูแลจุดด่างดาและความหมองคล้ำ พร้อมมอบผิวที่ดูกระจ่างใสขึ้น กระชับ และดูอ่อนเยาว์ในเนื้อเซรั่มสีขาว-น้ำเงิน 

CLICK & CLEAR นวัตกรรมเซรั่มสำหรับผู้ชายจากแนวคิดใหม่ของไบโอเธิร์ม อ็อมม์ ทำให้สามารถคงคุณค่าของส่วนผสม สำคัญ ๆ ท่ีทรงประสิทธิภาพที่สุด ทว่าเสื่อมสลายได้ง่ายไว้จนกระทั่งได้รับการผสมเข้าด้วยกันเป็นสูตรผสมทรงอานุภาพท่ีสุดต้ังแต่ครั้งแรกท่ีใช้ 

เก่ียวกับไบโอเธิรม์อ็อมม์ 

จากหน่ึงในสิ่งมีชีวิตชนิดแรกๆ ของโลกสู่ผลิตภัณฑ์เซรั่มดูแลผิวระดับพรีเมี่ยมสำหรับผู้ชาย LIFE PLANKTON™ มีอยู่บนโลกใบนี้มานานกว่าสามพันล้านปีก่อนที่คณะผู้เช่ียวชาญด้านผิวหนังจะแสดงให้เห็นว่าสิ่งมีชีวิตชนิดน้ีมีคุณสมบัติฟื้นบำรุงผิวในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1930 ยี่สิบปีหลังจากน้ัน คณะนักชีววิทยาก็หาทางผสาน LIFE PLANKTON™ ลงในสูตรผสมผลิตภัณฑ์ดูแลผิวได้สำเร็จ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพและวิทยาศาสตร์ชีวภาพ แล้วไบโอเธิร์มก็ถือกำเนิดข้ึน ต่อมาในปีคริสต์ศักราช 1985 เมื่อไบโอเธิร์มริเริ่มแนวคิดท่ีจะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับผู้ชาย เนื่องจากผู้ชายมีผิวท่ีหยาบกว่าหนากว่า และมีโอกาสท่ีจะแว็กซ์ขนบนใบหน้าน้อยกว่าผู้หญิงมาก หนุ่มๆ จึงมีชุดผลิตภัณฑ์เซรั่มดูแลผิวเป็นของตัวเอง…ผลิตภัณฑ์เซรั่มที่สร้างมาเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ

ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.biotherm.co.th 

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ 

Facebook : @biothermthailand Twitter : @BiothermTH

#BiothermThailand #No1MenSkincare #ClickAndClear

ทำความเข้าใจกับ ‘เวย์โปรตีน’ ตัวช่วยดีๆ ที่ให้มากกว่าการสร้างกล้ามเนื้อ

เรื่องของโภชนาการนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับร่างกายมนุษย์ ซึ่งโปรตีนนั้นเป็นหนึ่งในสารอาหารที่จำเป็นสำหรับร่างกายคนเราอย่างมาก แต่เพราะลำพังแค่การกินไก่ หรือเนื้อย่างเดียวอาจทำให้ร่างกายคนเรารับโปรตีนเข้าไปไม่เพียงพอต่อที่ต้องการในแต่ละวัน จึงทำให้ เวย์โปรตีน ถูกคิดค้นขึ้นมานั่นเอง โดยเฉพาะคนที่กำลังออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้ออย่างมุ่งมั่น ขยันเข้ายิมเป็นประจำ คนเหล่านี้เราเชื่อว่าคุณจะต้องใช้เวย์โปรตีนเป็นตัวช่วยเสริมอย่างเเน่นอน แต่ก่อนที่เราจะตัดสินใจใช้เวย์โปรตีนเป็นตัวช่วยนั้น เราต้องมาทำความเข้าใจเกี่ยวเวย์โปรตีนกันให้ดีก่อน เพราะยังมีอยู่หลายคนที่เข้าใจในเรื่องของเวย์โปรตีนในแบบผิดๆ

1. เวย์โปรตีนไม่ใช่ยา เเต่เป็นอาหารชนิดหนึ่ง

เวย์โปรตีนนั้นไม่ใช่ยาหรือของวิเศษอะไร เเต่มันก็คืออาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงชนิดหนึ่งที่อัดเเน่นด้วยโปรตีนคุณภาพสูงอย่างเข้มข้น เป็นผลิตภัณฑ์จากนมที่มีโปรตีนสูงกว่าอาหารที่ให้โปรตีนทั่วไป เวย์โปรตีนมีโปรตีนสูง ไขมันต่ำ คาร์โบไฮเดรตต่ำ และมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายในสัดส่วนที่สูงกว่า เวย์โปรตีนจะดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้รวดเร็ว พอดูดซึมได้เร็วก็ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ หรือเพิ่มเติมกล้ามเนื้อต่างๆ ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

2. ควรทานเวย์โปรตีนวันละกี่กรัม?

เวย์โปรตีน ไม่ใช่ยา ดังนั้น การกิน เวย์โปรตีน จึงสามารถกินได้อิสระเหมือนกับอาหารทั่วไป กินตอนไหน กี่โมง ก็ได้ผลหมด ไม่มีข้อจำกัด โดยวิธีการกิน เวย์โปรตีน ให้ได้ผลดีที่สุดกับร่างกายก็คือ กินเวย์โปรตีนอย่างน้อย 20-30 กรัม เพื่อให้เกิดภาวะ Hyperaminoacidemia ซึ่งช่วยกระตุ้นการสร้างโปรตีนในร่างกาย

3. เวย์โปรตีนมี 3 ชนิด

  1. เวย์โปรตีน คอนเซนเทรท – เวย์โปรตีนชนิดนี้จะมีความเข้มข้นอยู่ประมาณ 70-80% เป็นผงสีครีมอ่อน และมีกลิ่นรสตามธรรมชาติแบบนม เต็มไปด้วยกรดอะมิโนครบทั้ง 20 ชนิด และกรดอะมิโนจำเป็นอีก 8 ชนิดที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ ทำให้กล้ามเนื้อใหญ่ขึ้น ป้องกันการติดเชื้อ และเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายอีกต่างหาก
  2. เวย์โปรตีน ไอโซเลต – เวย์โปรตีนชนิดนี้ได้จากการนำเวย์โปรตีน คอนเซนเทรทมาผ่านกระบวนการผลิตเพิ่มเติม ทำให้มีความเข้มข้นของโปรตีนสูงขึ้นไปอีก มากกว่า 90% เลยทีเดียว เป็นผงสีครีมอ่อน และมีกลิ่นธรรมชาติแบบนมเหมือนกัน
  3. เวย์โปรตีน ไฮโดรไลซ์ – เป็นเวย์โปรตีนแบบที่ 1 และ 2 ที่ผ่านกระบวนการไฮโดรไลซ์ ทำให้โมเลกุลของเวย์โปรตีนที่มีขนาดใหญ่ ถูกย่อยจนเป็นเปปไทด์ ทำให้มีโปรตีนบริสุทธิ์สูงถึง 100% ซึ่งมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์บอกด้วยว่า เวย์โปรตีนในรูปแบบของเปปไทด์นั้นร่างกายจะดูดซึมได้ดีที่สุด ซึ่งมีงานวิจัยทางคลินิกแสดงให้เห็นว่าเวย์โปรตีน สามารถช่วยส่งเสริมภาวะโภชนาการ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งดีขึ้นได้

4. เวย์โปรตีนกินกับอะไรก็ได้

สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าจะทานเวย์โปรตีนกับอะไรดีก็สามารถผสมกับน้ำ น้ำผลไม้ หรือน้ำที่ผสมคาร์โบไฮเดรต เช่น กลูโคส ก็ได้ บางคนอาจจะนำเวย์โปรตีนมาปั่นกับน้ำผลไม้ก็ได้เหมือนกัน มีการศึกษาพบว่า การกินเวย์ผสมกับคาร์โบไฮเดรตหลังออกกำลังกายเสร็จ จะยิ่งช่วยให้เวย์โปรตีนมีประสิทธิภาพมากขึ้นและได้ผลยิ่งกว่าการทานกับน้ำเปล่า การทานเวย์โปรตีนที่ถูกต้องนั้นไม่ควรใช้น้ำร้อน ให้ใช้น้ำธรรมดา หรือน้ำเย็น เพราะอาจทำให้เวย์จับตัวเป็นก้อน และทานยากกว่าเดิม

5 วิธีดูแลเส้นผมที่ทำให้ผมของคุณผู้ชายยาวเร็วขึ้น และดูสุขภาพดี

มีคุณผู้ชายจำนวนไม่น้อยที่อยากจะลองไว้ผมยาวแต่กลับพบว่าเมื่อผมยาวถึงระดับหนึ่งแล้วมันมักจะไม่ยาวต่อหรือไม่ก็ยาวช้าลงเรื่อยๆจนคุณรู้สึกรำคาญและล้มเลิกความตั้งใจที่จะไว้ผมยาวไปอย่างน่าเสียดาย แต่ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าปกติแล้วผมของคนเราจะยาวขึ้นประมาณครึ่งนิ้วต่อเดือน ซึ่งผมของแต่ละคนจะยาวขึ้นไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น การกิน ไลฟ์สไตล์ และการดูแลเส้นผม วันนี้จะมาเสนอ 5 วิธีดูแลเส้นผมที่ทำให้ผมของคุณผู้ชายยาวเร็วขึ้น และดูสุขภาพดีกันครับ

1. อย่าสระผมบ่อย

จริงอยู่ที่เวลาเส้นผมของเราเกิดความมันนั้น มันสร้างความน่ารำคาญใจให้กับหนุ่มๆเป็นอย่างมาก แต่การที่หนุ่มๆต้องการที่จะไว้ผมให้ยาว ความมันเป็นสิ่งที่จำเป็นเพราะถ้าหากว่าเราสระผมบ่อยมากเกินไป จะทำให้หนังศีรษะแห้งและทำให้ผมยาวช้าลง ดังนั้นหากอยากให้ผมยาวเร็วขึ้น ก็ควรลดจำนวนการสระผมลง

2. อย่าหวีผมในขณะที่ผมเปียก

การหวีผมจะช่วยกระตุ้นหนังศีรษะและต่อมผลิตไขมันที่จำเป็นให้ทำงานได้ดีขึ้น แถมยังทำให้เส้นผมชุ่มชื้นแข็งแรงและยาวไว แต่ไม่ควรหวีในขณะที่ผมเปียก เพราะเป็นช่วงที่เส้นผมเปราะบางมากที่สุด และถ้ายิ่งหวีบ่อยๆ ก็จะทำให้ผมของคุณผู้ชายร่วงอีกด้วย

3. หลีกเลี่ยงการไดร์ผมหรือการใช้ความร้อนกับเส้นผม

การไดร์ผมจะทำให้เส้นผมได้รับความร้อน และยิ่งเป็นในตอนที่ผมกำลังเปียกจะทำให้เส้นผมของคุณอ่อนแอจนขาดง่าย และมีความเสี่ยงที่จะทำให้การเติบโตของเส้นผมช้าลง ดังนั้นถ้าหากว่าคุณผู้ชายตั้งการให้ผมยาวเร็วๆ ก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้ไดร์และการใช้ความร้อนกับเส้นผม หากว่าคุณต้องการเป่าผมให้เป่าด้วยพัดลมเบาๆแทน เท่านี้ก็เพียงพอสำหรับผมของผู้ชายแล้วครับ

4. เล็มปลายผมออกบ้าง

เมื่อผมของเราเริ่มยาว อาการหนึ่งที่อาจจะเกิดขึ้นกับเส้นผมของเรานั้นก็คือ “ผมแตกปลาย” ซึ่งถ้าหากปล่อยไว้ จะทำให้เส้นผมของคุณเสียในระยะยาว ดังนั้นเราควรทำการ “เล็มปลายผม” ออกไปบ้างประมาณเดือนละ 1 ครั้ง แต่จะเป็นการเล็มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แค่ประมาณ 2-3 มิลลิเมตร เพื่อที่จะตัดส่วนที่แตกปลายออก นอกจากจะเป็นการตัดผมที่แตกปลายออกไปแล้ว การเล็มปลายผมจะทำให้ผมของคุณยาวออกมาใหม่เร็วขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

5. ดื่มน้ำให้มากๆ

การดื่มน้ำมากๆ หรือดื่มน้ำไม่น้อยกว่า 1 ลิตรต่อวัน จะช่วยให้ผมของเราเร็วขึ้นได้ เพราะร่างกายของเราจะมีความชุ่มชื้นเพียงพอที่จะไปเลี้ยงเส้นผมของคุณให้ยาวขึ้นได้เป็นอย่างดี

เคล็ดลับดูแลหนวดเคราของคุณผู้ชาย

เกิดมาเป็นผู้ชายทั้งที บางครั้งคุณก็มีอารมณ์อยากไว้หนวดเพื่อให้ดูเข้มๆ แถมยังหวังว่ามันจะออกมาดูดีเพื่อดึงดูดสายตาของสาวๆ แต่หนุ่มๆ รู้หรือไม่ว่า การไว้หนวดจริงๆ แล้วมีเคล็ดลับและขั้นตอนในการดูแลไม่แพ้การสวมใส่เสื้อผ้าเลยทีเดียว

1. ตัดแต่งหนวดเมื่อแห้งเท่านั้น

หากถึงเวลาที่ต้องตัดแต่งหนวดให้สวยงาม อย่าตัดแต่งหลังจากอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ เพราะหนวดของคุณยังไม่เข้าที่ ควรรอจนกว่าจะแห้ง แล้วค่อยเล็มจนกว่าคุณจะได้ทรงหนวดที่ถูกใจ

2. อย่าลืมทำความสะอาด

การทำความสะอาดไม่ยากเลย แค่ใช้แชมพูสำหรับหนวดหรือถ้าไม่มีก็ใช้แชมพูทั่วไปก็ได้ นำมาสระหนวดเป็นประจำอย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพราะในแต่ละวันจะมีฝุ่นละอองและเศษอาหารเข้าไปเกาะติดอยู่ตามหนวดเคราโดยที่หลายคนไม่รู้ตัว หากปล่อยให้สิ่งสกปรกสะสมนาน ๆ อาจกลายเป็นโรคผิวหนัง และส่งกลิ่นเหม็นได้

3. ใช้แว็กซ์สำหรับหนวดเคราโดยเฉพาะ

การตัดแต่งหนวดเครานั้นไม่ใช้แค่การใช้เครื่องโกนหนวดหรือกรรไกรในการตัดแต่งเท่านั้น คุณยังสามารถใช้แว็กซ์สำหรับกำจัดหนวดในบริเวณที่ไม่ต้องการได้อีกด้วย เพื่อให้หนวดเคราของคุณเกลี้ยงเกลาดูเป็นระเบียงมากขึ้น แต่คุณจะต้องใช้แว็กซ์สำหรับหนวดเคราโดยเฉพาะเท่านั้น

4. เล็มรักษาระดับของหนวดเครา

การเล็มรักษาระดับของหนวดเครานั้นเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่หนุ่มๆควรทำ เพราะการเล็มหนวดเคราอยู่เสมอนั้นนอกจากจะเป็นการรักษาระดับของหนวดเคราแล้ว ยังเป็นการตัดส่วนปลายที่แห้งเสียออกไปอีกด้วย และการรักษาระดับไม่ให้ยาวจนเกินไปยังช่วยให้คุณเป็นคนที่ดูดีตลอดเวลาอีกด้วย

5. อย่าลืมบำรุงผิวหน้า

การบำรุงผิวหน้าให้มีความชุ่มชื่นอยู่ตลอดเวลานั้นเป็นสิ่งที่ผู้ชายไว้หนวดเคราจำเป็นต้องทำเป็นอย่างมาก เป็นในบางครั้งการไว้หนวดเคราก็จะทำให้ผิวบริเวณที่ีหนวดนั้นเกิดความแห้งเสียได้ และยังทำให้หนวดของคุณไม่เงางามอีกด้วย ดังนั้นหนุ่มๆควรบำรุงผิวหน้าอยู่เป็นประจำ