Dior สั่งดัดแปลงโรงงานผลิตเสื้อผ้าเด็ก Baby Dior เพื่อช่วยผลิตหน้ากากให้อาสาสมัครและเด็กๆ

อีกหนึ่งน้ำใจจากแบรนด์หรู ! Dior แบรนด์สุดหรูสัญชาติฝรั่งเศสในกลุ่ม LVMH จัดการดัดแปลงโรงงานที่ผลิตเสื้อผ้าในไลน์ของเด็กเล็ก Baby Dior ที่ตั้งอยู่ที่เมือง Redon ทางตะวันตกเฉียงเหนือในประเทศฝรั่งเศสให้มาช่วยผลิตหน้ากากอนามัยหลากหลายขนาด (ในขนาดของเด็กด้วย)

เพื่อบริจาคให้อาสาสมัคร บุคลากรทางการแพทย์ และกระทรวงสาธารณสุขของประเทศฝรั่งเศส ถือเป็นอีกเรื่องราวดีๆที่น่าชื่นชมครับ

โควิด-19 กระทบหนัก LVMH ออกมาเผยว่ารายได้ของกลุ่มตกลงสูงถึง 20 % !

หลังจากที่เพิ่งดัดแปลงโรงงานเครื่องสำอางให้หันมาผลิตเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อรวมถึงสั่งหน้ากากอนามัยจากจีนกว่า 40 ล้านชิ้นเพื่อบริจาคให้กระทรวงสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์ของฝรั่งเศส

ดูโพสต์นี้บน Instagram

LVMH สั่งหน้ากากอนามัย 40 ล้านชิ้นเพื่อช่วยเหลือภาวะระบาดของ โควิด-19 ยังคงตึงเครียดต่อเนื่องสำหรับการระบาดของเชื้อ โควิด-19 ซึ่งยักษ์ใหญ่แห่งอุตสหกรรมหรูในหลายหมวดหมู่นำโดยแฟชั่นอย่าง LVMH ก็ไม่นิ่งนอนใจและยังเข้าร่วมช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากให้โรงงานในฝรั่งเศสที่ผลิตน้ำหอมและเครื่องสำอาง (ผลิตแบรนด์น้ำหอมให้แบรนด์ดังอย่าง Dior, Givenchy และ Guerlain) ผลิตเจลล้างมือแอลกอฮอล์เพื่อบริจาคให้กระทรวงสาธารณะสุขและอาสาสมัครของประเทศฝรั่งเศส ล่าสุด LVMH ก็จัดการสั่งซื้อหน้ากากอนามัยจำนวนกว่า 40 ล้านชิ้นจากจีนโดย 10 ล้านชิ้นแรกที่แบ่งเป็นหน้ากากเกรดผ่าตัด 7 ล้านชิ้นและหน้ากากเกรด FFP2 ที่มีชิ้นกรองอากาศ(มูลค่าประมาณห้าล้านยูโร)จะมาถึงฝรั่งเศสในอีก 2-3 วันที่จะถึงส่วนออร์เดอร์ที่เหลือจะทยอยมาถึงในสัปดาห์ต่อๆไปและบริจาคให้กระทรวงสาธารณะสุขและอาสาสมัครเช่นเดียวกับเจลล้างมือ ทางเราก็ขอชื่นชม LVMH และ CEO คนเก่ง Bernard Arnault ที่ร่วมต่อสู้ในภาวะยากลำบากแบบนี้ไปพร้อมๆกับทุกคนครับ #lvmh #coronavirus #covid_19 #hommesthailand #lofficielhommesthailand

โพสต์ที่แชร์โดย L’Officiel Hommes Thailand (@hommesthailand) เมื่อ

LVMH เครือหรูที่ถือครองแบรน์ชั้นนำอย่าง Louis Vuitton, Berluti, Celine, Dior, Fendi, Givenchy, Kenzo, Loewe, Rimowa และอีกมากมายได้ออกมาเปิดเผยว่ายอดของทางเครือได้ตกถึง 10-20% จากการปิดหน้าร้านเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันนี้ของปี 2019 โดยเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

และถึงแม้ทางบริษัทจะได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขายอย่างต่อเนื่องหลังจากผลกระทบขอการแพร่ระบาดนี้ แต่การสูญเสียกลุ่มลูกค้าในประเทศจีนก็สร้างความสูญเสียมหาศาลแบบที่หาอะไรมาแทนไม่ได้เช่นกัน

มากไปกว่านั้นกับการเลื่อนออกไปของแฟชั่นวีคและ อีเว้นท์ใหญ่อย่าง Met Gala ที่ถูกเลื่อนอย่างไม่มีกำหนดก็เริ่มทำให้วงการแฟขั่นเริ่มหน้าเป็นห่วงขึ้นเช่นกัน

ทางเครือยังได้กล่าวอีกว่า ในเวลาที่ไม่แน่นอนเข่นนี้ทางเราจะยังคงมุ่งเน้นจุดขายไปที่คุณค่าและเอกลักษณ์ของแบรนด์รวมไปถึงคุณภาพของสินค้าและการทำงานอย่างไม่ย่อท้อของคนในทีมต่อไป

สุดท้ายการแพร่ระบาดนี้แม่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะใช้เวลาอีกนานแค่ไหนเช่นเดียวกับผลกระทบที่ไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะฟื้นตัวแต่ทางกลุ่มก็จะขออยู่เคียงข้างทุกคน

ดูโพสต์นี้บน Instagram

We are facing an unprecedented challenge and we thank all the people who are working tirelessly on the front line. For the past few weeks we have supported Regione Lombardia and donated masks to Regione Toscana. Today, after a moment of silence out of respect on our social channels, we come back to inspire, spread creativity and emotions along with our Fendi family: employees, suppliers, partners and all of you. Aware of the difficult moments that the world is going through, we are committed to designing the best way to start again, stronger than ever, supporting Fendi’s production ecosystem and its values. #StrongerTogether #FendiFamily #LVMHjoinsforces

โพสต์ที่แชร์โดย Fendi (@fendi) เมื่อ

โดยทางเครือมีกำหนดคร่าวๆว่าจะทำการสรุปผลรวมถึงหารือประกอบการในไตรมาสแรกอย่างละเอียดในวันที่ 16 เมษายนนี้ ทางเราก็ขอเป็นกำลังใจให้กับกลุ่ม LVMH ภายใต้การนำของ CEO คนเก่ง Bernard Arnault ให้ผ่านช่วงเวลายากลำบากนี้ไปพร้อมกับทุกๆคนครับ

ดูโพสต์นี้บน Instagram

For now we’re still.⁣⁣⁣⁣ ⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣ ⁣⁣⁣⁣Waiting – it’s an idea that barely feels in our nature. Travel has always been about connecting, but it’s precisely for this purpose that, for now, we’re still. Checking in with friends and family, postponing plans, rediscovering the comforts of home in new detail, and standing in solidarity with people the world over. For now, we’re reflecting on where we’ve been, dreaming of where we’ll someday go, and who we’ll share it with when we get there. Design by Naoto Fukasawa. ⁣⁣⁣⁣⁣⁣ ⁣⁣⁣© Ph. by Nacása & Partners Inc.⁣⁣⁣ ⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣ ⁣⁣⁣⁣⁣#AloneTogether #NewHorizons

โพสต์ที่แชร์โดย RIMOWA (@rimowa) เมื่อ

Chanel ดัดแปลงโรงงานเพื่อช่วยผลิตหน้ากากและยืนยันจะไม่ทอดทิ้งพนักงาน !

Chanel อีกหนึ่งแบรนด์หรูที่ออกมาช่วยผลิตหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์อนามัยเพื่อช่วยต้านการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19

โดยทางแบรนด์ได้กล่าวไว้ว่า ทางแบรนด์ได้ดัดแปลงโรงงานของตัวเองและคู่ค้ารวมถึง suppliers ต่างๆให้มาช่วยผลิตหน้ากากอนามัยและถุงมือ โดยเมื่อผลิตเสร็จจะมีการส่งตัวอย่างไปให้องค์กรอนามัยตรวจเช็คมาตรฐานก่อนจะถูกส่งไปที่ต่างๆเพื่อช่วยเหลือ

และที่สำคัญทางแบรนด์ได้กล่าวยืนยันชัดเจนว่าจะไม่ทอดทิ้งหรือ lay off พนักงานกว่า 4,500 คนอย่างเด็ดขาด

ถึงแม้ขาแนลจะเป็นแบรนด์ใหญ่เพียงไม่กี่แบรนด์ที่ไม่ได้อยู่ใต้เครือหรือกลุ่มทุนใหญ่ LVMH หรือ Kering แต่ก็พร้อมที่จะทำงานไปพร้อมๆกับทุกคนและทุกแบรนด์เพื่อให้มั่นใจว่ามีอุปกรณ์ทางการแพทย์มากพอสำหรับทุกคนครับ

Burberry เข้าร่วมต่อสู้กับ Covid-19 ด้วยการช่วยผลิตหน้ากากและก่อตั้งกองทุน

Burberry เตรียมดัดแปลงโรงงานในประเทศอังกฤษเพื่อผลิตชุดคลุมและหน้ากากเพื่อมอบให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงยังมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนการวิจัยเพื่อค้นคว้าวัคซีนต้านไวรัส COVID-19 พร้อมทั้งบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือในการแก้ไข้ปัญหาสภาวะขาดแคลนอาหารทั่วสหราชอาณาจักร

Burberry ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับประชาคมโลกในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 โดยทางแบรนด์ได้นำเอาทรัพยากรที่มีอยู่ออกมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสและเพื่อป้องกันการระบาดในอนาคต+เราได้จัดตั้งสถานที่เพื่อผลิตชุดคลุมและหน้ากากอนามัยรวมถึงหน้ากากสำหรับใช้ในการผ่าตัดให้แก่ทีมแพทย์และผู้ป่วย

–   เราได้นำเอากำลังจากเครือข่ายการผลิตและขนส่งจากทั่วโลกมาใช้ให้เป็นประโยชน์เพื่อเร่งการแจกจ่ายหน้ากากอนามัยจำนวนมากกว่า 100,000 ชิ้น แก่ UK National Health Service เพื่อบุคลากรทางการแพทย์ 

     –   เราได้ทำการเปลี่ยนโรงงานผลิตไอเทมที่เป็นไอคอนิกอย่าง Trench coat ณ เมืองแคสเซิลฟอร์ด (Castleford) และเมืองยอร์คเชียร์ (Yorkshire) เป็นโรงงานผลิตชุดคลุมและหน้ากากสำหรับผู้ป่วยและทีมแพทย์ ซึ่งกระบวนการผลิตและการจัดจำหน่ายจะอยู่ภายใต้การรับรองจาก องค์การควบคุมยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ Medicines and Healthcare Products Regulatory Agency (MHRA)

     –   เราได้จัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนงานวิจัย single-dose vaccine เพื่อต่อต้านไวรัส ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด (University of Oxford) ซึ่งจะเริ่มทำการทดลองวัคซีนกับมนุยษ์ในเดือนเมษายนนี้ โดยมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด  (University Of Oxford) ถือเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่พัฒนาคิดค้นวัคซีนได้อย่างรวดเร็วที่สุด การันตีความสำเร็จจากการพัฒนาวัคซีนรักษาไวรัสอีโบล่าและไข้หวัดเมอร์ส (MERS) ในอดีตที่ผ่านมา

    –  เราได้บริจาคเพื่อสมทบทุนแก่มูลนิธิมากมาย อาทิ มูลนิธิ FareShare และ The Felix Project ที่อุทิศเพื่อการแก้ไข้ปัญหาสภาวะขาดแคลนอาหารทั่วประเทศอังกฤษ อย่างไรก็ตามแรงกดดันยังมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ทางมูลนิธิได้ขยายการช่วยเหลือไปยังผู้ที่ได้รับผลกระทบอันเป็นผลมาจากการระบาดของไวรัส รวมไปถึงการช่วยจัดตั้งสถานที่การผลิตในชุมชน ส่งอาหารให้แก่เยาวชนที่พึ่งพาอาหารฟรีจากโรงเรียน และเพิ่มจำนวนอาหารกล่องแบบสำเร็จรูปเพื่อช่วยเหลือธนาคารอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการ 

Marco Gobbetti ประธานกรรมการบริหาร Burberry กล่าวถึงมาตรการนี้ว่า “ในเวลาคับขันเช่นนี้ เราทุกคนต้องร่วมมือกัน ทีม Burberry ทุกคนภูมิใจที่สามารถช่วยเหลือเหล่าบุคลากรที่ทำงานเพื่อต่อสู้กับไวรัส COVID-19  อย่างไม่ย่อท้อ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือในด้านการรักษาผู้ป่วย การค้นคว้าหาวัคซีนต้านไวรัส หรือการสนับสนุนอาหารให้แก่ผู้ที่ขาดแคลนในเวลานี้ ไวรัส COVID-19 ได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของพวกเราไปอย่างสิ้นเชิง แต่เราหวังว่าการช่วยเหลือของเราจะช่วยรักษาชีวิตของผู้คนได้มากขึ้น ด้วยการควบคุมการแพร่ระบาด และช่วยฟื้นฟูโลกของเราจากการแพร่ระบาดร้ายแรงในครั้งนี้ ซึ่งเราจะผ่านวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน”

ศาตราจารย์ Gavin Screaton หัวหน้าคณะวิทยาศาตร์ทางการแพทย์จาก มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด(University of Oxford)  กล่าวถึงมาตรการนี้ว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับการช่วยเหลืออย่างท่วมท้นจาก Burberry ในการค้นคว้าการวิจัยวัคซีนต้านไวรัส COVID-19 โดยการช่วยเหลือจาก Burberry นับได้ว่าเป็นต้นแบบของบริษัทที่มุ่งเน้นการมองไปข้างหน้า เข้าใจถึงความเป็นไปได้ของอนาคตทำให้สามารถเติมเต็มและช่วยเหลือทางรัฐบาลและทุนอื่นๆในสาขาวิชาแพทย์ของมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด (University of Oxford) ได้อย่างเต็มที่ รวมถึงการบริจาคเช่นนี้ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและทันที อีกทั้งยังช่วยให้งานวิจัยเป็นไปได้อย่างรวดเร็วในสถานการณ์ที่สำคัญเช่นนี้อีกด้วย”

Mask Mania: ว่าด้วยเรื่องของการมากส์หน้า ที่ถ้าคุณได้ลองสัมผัสแล้วจะได้รู้ว่านี่แหละคือเรื่องสนุก!

มากส์นั้นกลายเป็นสิ่งที่เราหลายคนคุ้นเคยและใช้กันเป็นกิจวัตรในปัจจุบัน ดูได้จากลิสต์ผลิตภัณฑ์ความงามแห่งปีของหนังสือ เว็บไซต์ และบุคคลในวงการความงามในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลที่ว่ามันคือการบำรุงและแก้ปัญหาผิวแบบล้ำลึกภายในเวลาอันรวดเร็วทันใจ และครอบคลุมทั่วถึงทุกปัญหาที่เกิดขึ้นกับผิว เราจึงคิดว่าการมากส์นั้นก็เป็นอีกหนึ่งวิธีการดูแลผิวหน้าที่เหมาะกับผู้ชายเป็นอย่างดีเช่นเดียวกับผู้หญิง 

หากคุณไม่เคยลองมากส์มาก่อน คุณอาจจะยังไม่คุ้นชิ้นับเนื้อสัมผัสอันหลากหลายของมันจนทำให้งงงวยได้ คุณสามารถลองเริ่มจากมากส์ที่เข้าใจง่ายที่สุด อย่างมากส์แผ่น แผ่นสำลีที่ถูกออกแบบพิเศษมาให้ซึมซับสารบำรุงอย่างครบถ้วนที่สุด และยังเป็นตัวส่งผ่านสารบำรุงเหล่านี้ลงบนผิวได้อย่างเต็มที่เช่นกัน จนบางครั้งนั้น หากเป็นมากส์สำหรับให้ความชุ่มชื้นนั้น คุณก็สามารถแปะมากส์แผ่นนี้ได้ทุกวันเลยด้วยซ้ำ และไม่จำเป็นจะต้องทำที่บ้านเท่านั้น ด้วยช่วงเวลากำหนดที่กำลังพอดี คุณสามารถใช้มันก่อนออกจากบ้าน บนรถ หรือหลังเล่นฟิตเนสก็ย่อมได้ 

แต่ถ้าหากคุณเริ่มคุ้นชินกับการมากส์แล้ว เราก็ยังอยากให้คุณทดลองมากส์ชนิดอื่นๆด้วยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะมากส์เนื้อโคลน ที่ดูท่าแล้วจะเหมาะกับผิวของผู้ชายมากอีกเช่นกัน เพราะโคลนที่ถูกนำมาใช้ทำมากส์นั้นเป็นโคลนจากแห่งที่มาจากธรรมชาติ ที่มีประสิทธิภาพหลักในการทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก ลงไปถึงรูขุมขนต่างๆ ด้วยความที่ผู้ชายนั้นจะมีรูขุมขนที่กว้างกว่าผู้หญิง สิ่งสกปรกจึงสามารถตกลงไปฝังอยู่ในผิวได้ง่ายกว่า และในปัจจุบันเรายังได้เห็นการผสมสารบำรุงอื่นๆลงไปในมากส์โคลนได้อีกด้วย โดยการใช้ประโยชน์จากโคลนที่สามารถส่งผ่านสารบำรุงลงไปได้อย่างล้ำลึกเช่นเดียวกับช่วงเวลาในการทำความสะอาดนั้นเอง

การมากส์นั้นอาจจะดูมีความยุ่งยากอยู่เสียหน่อย แต่เราอยากให้คุณทำเพื่อตัวเอง การดูแลผิวนั้น อย่างที่เราเคยบอกไป มันส่งผลต่อบุคคลิกภาพภายนอกของเรา ให้เราดูดีและสดใสขึ้น และการมากส์นั้นเป็นการดูแลผิวขั้นตอนพิเศษที่ไม่ต้องทำทุกวันก็ได้ แค่ซัก 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ก็เป็นอะไรที่เพียงพอแล้ว ลองไปเล่นสนุกกับมากส์กัน แล้วคุณจะรู้ว่ามันสนุกกว่าที่คิด

Clay Play

Mask : Volcanic Color Clay Mask #Black และ #Blue จาก Innisfree,
Original Skin™ Retexturizing Mask with Rose Clay จาก Origins
เสื้อผ้าทั้งหมดจาก Givenchy

มากส์เนื้อโคลนเป็นเนื้อสัมผัสของมากส์ที่สามารถเข้าทำความสะอาดและส่งสารบำรุงลงสู่ผิวได้อย่างดีไม่น้อย คุณจะได้ทั้งผิวที่สะอาดและอุดมไปด้วยสารบำรุง โดยคุณสามารถแต้มมากส์โคสนที่ช่วยในเรื่องที่แตกต่างกันบนผิวต่างบริเวณตามความกังวลของคุณ 


Eyes Love It

Mask : 24K Gold Pure Hydra Eye Patch จาก Peter Thomas Roth
เสื้อผ้าทั้งหมดจาก Bottega Veneta

ผิวบริเวณรอบดวงตานั้นอ่อนแอกว่าผิวบริเวณอื่นเป็นอย่างมาก และมันจะแสดงออกถึงอาการเหนื่อยล้าได้ชัดเจนกว่าผิวบริเวณอื่นเช่นกัน การใช้มากส์ใต้ตาจึงเป็นความคิดที่ดีในค่ำคืนก่อนจะเป็นวันที่ต้องใช้ใบหน้า ยิ่งถ้าเอาไปแช่ตู้เย็นก่อนแล้วจะยิ่งดี เพราะความเย็นจะช่วยเรื่องความผ่อนคลาย และลดอาการบวมของใต้ตาได้อีกด้วย


Mask Like A Pro 

1 . Cleans ก่อนที่จะมากส์หน้า เราควรจะทำความสะอาดใบหน้าของเราให้สะอาดเสียก่อน เพราะสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่บนในหน้านั้นจะทำให้ผิวได้รับการบำรุงจากสารสกัดในมากส์ได้อย่างเต็มที่เท่าที่ควร อีกทั้งอาจจะก่อให้เกิดปัญหาการอุดตันอีกด้วย

2 . Don’t Over Do It ระยะเวลาการมากส์ของมากส์แต่ละชนิดนั้นถูกคิดมาแล้วว่าเป็นช่วงเวลาที่ผิวจะได้รับการบำรุงหรือแก้ไขอย่างเหมาะสม การทิ้งมากส์ไว้บนใบหน้านานเกินกว่าเวลาที่ระบุไว้บนฉลากจึงไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก เพราะมันจะส่งผลกระทบที่ไม่ดีต่อผิว เช่นการดูดซึมความชุ่มชื้นกับไป หรือทำให้ผิวระคายเคืองได้

3 . Multiple Mask At Once  บางครั้งปัญหาผิวแต่ละอย่างอาจจะเกิดขึ้นแค่เฉพาะบางส่วนของใบหน้า เพราะฉะนั้นคุณจึงสามารถเลือกใช้มากส์สำหรับปัญหาผิวที่แตกต่างกันในบริเวณที่แตกต่างกันบนใบหน้า เพื่อการแก้ปัญหาและบำรุงอย่างตรงจุด

4. Seal It With Moisturizer หลังจากสารบำรุงได้ซึมเข้าสู่ผิวแล้ว คุณสามารถล็อกมันไว้ด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อป้องกันการระเหยและสร้างสมดุลให้กับผิวของคุณอีกด้วย 


Lips Lust 

Mask : Modeling Gel Patch CHERRY CHERRY LIPS Lip Mask จาก The Face Shop
เสื้อผ้าทั้งหมดจาก Loewe

ริมฝีปากก็เป็นอีกหนึ่งบริเวณที่ควรได้รับการบำรุงอย่างล้ำลึก ยิ่งสำหรับใครที่ไม่ค่อยชอบทาลิปมันแล้วนั้น มากส์ปากก็เป็นตัวช่วยที่ดีที่คุณสามารถทำได้เองที่บ้าน 


Full Face Service

Mask: Rose Gold Mask จาก Sephora

รูปแบบมากส์ที่ทุกคนคงคุ้นชิ้นกันเป็นอย่างดี แผ่นมากส์ชุ่มไปด้วยสารบำรุงอย่างเต็มเปี่ยมที่สามรถแปะไปทั้งใบหน้าแบบเต็มๆ โดยมีสารบำรุงที่หลากหลายตามปัญหาผิวที่คุณกังวล และยังเป็นวิธีกู้ผิวอย่างรวดเร็วได้อีกด้วย เพราะเพียงไม่กี่นาทีผิวหน้าของคุณก็พร้อมใช้ง่ายหรือแต่งหน้าต่อได้อย่างเต็มที่ 


Glittery Peel 

Mask : GRAVITYMUD Firming Mask #GlitterMask จาก Glam Glow
เสื้อผ้าทั้งหมดจาก Versace  

มากส์แบบลอกออกมีอยู่ในหลายเนื้อสัมผัส พร้อมด้วยหลายประสิทธิภาพ เช่นการกระชับรูขุมขน ทำความสะอาดรูขุมขน หรือลอกสิวเสี้ยน มาพร้อมกับวิธีการใช้ที่ง่ายดาย แค่ทาลงบนใบหน้าและรอเวลาตามกำหนด แต่อย่าให้เกินล่ะ เพราะมันอาจจะลอกยากและทำร้ายผิวของคุณได้

Photographer : Adison Rusameeronchai

Fashion Editor : Chanond Mingmit

Writer : Chayanon Chongprasert 

Ralph Lauren ร่วมบริจาคเงินกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อเข้าช่วยวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด 19

เป็นเจ้าพ่อ menswear และสุภาพบุรุษของวงการแฟชั่นอยู่แลัวสำหรับ Ralph Lauren ดีไซน์เนอร์คนเดียวในโลกที่ได้รางวัลอันทรงเกียรติอย่าง Lifetime Achievement จาก CFDA (Thr Council of Fashion Designers of America)

ดูโพสต์นี้บน Instagram

⁣In an immensely generous and inspiring move, Ralph Lauren has joined Vogue’s Anna Wintour and CFDA Chairman Tom Ford in their COVID-19 relief efforts by making a $1 million gift to CFDA/Vogue Fashion Fund's A Common Thread fundraising initiative through the Ralph Lauren Corporate Foundation. The contribution is part of the Foundation’s $10 million commitment to help its teams, partners and communities impacted by the novel coronavirus pandemic. ⠀ A Common Thread raises much-needed funds and awareness for those in the American fashion community who have been impacted by COVID-19. Thank you, @ralphlauren! Go to link in bio to make a donation. #CVFFACommonThread

โพสต์ที่แชร์โดย cfda (@cfda) เมื่อ

ซึ่งในการบริจาคครั้งนี้ของเจ้าตัวนั้นเป็นการบริจาคผ่านมูลนิธิของ Ralph Lauren เอง (Ralph Lauren Corporate Foundation ) โดยเงินกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐจะถูกระจ่ายไปสู้บริษัทต่างๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือในส่วนของแรงงานและองค์กรต่างๆที่มีผลกระทบจากการแพร่ระบาดครั้งนี้

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Now more than ever, supporting each other in this time of need has become our mission. As we face this global challenge together, the Ralph Lauren Corporate Foundation is committing $10 million to help our teams and communities around the world. These funds will: Provide financial grants through the Emergency Assistance Foundation for Ralph Lauren colleagues facing special circumstances like medical, eldercare or childcare needs; Contribute to the World Health Organization COVID-19 Solidarity Response Fund, a global effort supporting countries to prevent, detect, and respond to the pandemic; Build on our 20-year commitment to cancer care through our Pink Pony Fund by supporting our long-standing network of international cancer institutions that are caring for people with cancer who are especially vulnerable at this time; and Commit an inaugural gift to the Council of Fashion Designers of America (CFDA) / Vogue Fashion Fund for COVID-19 relief to support the American fashion community impacted by the pandemic. As we face this challenge as a global community, our hope is to continue to be the beacon of optimism and unity that Ralph Lauren and our brands have always been to the world.

โพสต์ที่แชร์โดย Ralph Lauren (@ralphlauren) เมื่อ

โดยตัว Ralph Lauren และประธาณของมูลนิธิอย่าง Patrice Louvet ยังได้กล่าวอีกว่า “เราเชื่อว่าไม่ว่าคุณจะมาจากไหน หรือเป็นใครก็ตาม เราทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกัน และเราจะช่วยเหลือกันเพื่อให้ผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้” และเราก็ได้เห็นแล้วว่าการแพร่ระบาดครั้งนี้มีผลกระทบต่อหลายฝ่ายมากมาย ที่ต้องการความช่วยเหลือเช่นกันและนั้นคือเหตุผลที่เรากระจ่ายการบริจาคครั้งนี้ให้กับหลายๆ องค์กร ตั้งแต่ลูกจ้างของบริษัทเองที่ได้รับผลกระทบจนถึง WHO (World Health Organization) 

นอกเหนือไปจากนั้นทาง Ralph Lauren เองก็ได้กล่าวว่า จะผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างเช่น ถุงมืออนามัย 25000 ชิ้นและหน้ากากอนามัยอีก 250,000 ชิ้นอีกด้วย

Gucci ออกมาบริจาคเงินกว่า 2 ล้านยูโรเพื่อสู้กับการระบาดของ Coronavirus

Gucci ในนามของ #GucciCommunity ออกมาบริจาคเงินกว่า 2 ล้านยูโรให้กับองค์กรป้องกันในอิตาลี ที่เป็นประเทศที่มีการแพร่ระบาดของโควิด 19 มากที่สุดและยังได้จับมือกับธนาคาร Intesa Sanpaolo บริจาคเงินอีก 1 ล้านยูโรให้กับหน่วยงานจาก WHO ( World Health Organization) ที่เป็นหน่วยงานย่อยที่ก่อตั้งมาเพื่อดูแลเรื่องของไวรัสโคโรน่าโดยตรงหลังจากกะบาด

ดูโพสต์นี้บน Instagram

We Are All in This Together. Gucci stands with its global community to fight the #Covid19 pandemic by making two separate donations to crowdfunding campaigns. Locally, in Italy where the company is based, a 1 million euros donation to the Italian Civil Protection Department #DipartimentoProtezioneCivile in partnership with @intesasanpaolo’s #ForFunding platform to reinforce Italy’s health services and to source new ICU beds. Globally, Gucci donated 1 million euros to the United Nations Foundation’s Covid-19 Solidarity Response Fund in support of the World Health Organization @who through Facebook’s US$10 million Matching Fundraiser to monitor and collect data on the spread of the virus to strengthen ICUs across the world, supply protection equipment to health personnel and fast-track the creation of vaccines and therapies. The initiatives are captured in an original illustration gifted by Rome-based artist @mp5art, a person who holds their hand on their heart a message of human solidarity. “Gucci has created a world, open and free: a Gucci global community. We ask all of you to be the changemakers in this crisis, to stand together with us in the fight against the Coronavirus. We are all in this together,” say @alessandro_michele, Creative Director of Gucci, and #MarcoBizzarri, President and CEO of Gucci. Calling on our #GucciCommunity to join with us, give through our Donate Sticker on Stories to the United Nations Foundation’s Covid-19 Solidarity Response Fund in support of the World Health Organization @who, and on gucci.forfunding.it to donate to the Italian Civil Protection Department #DipartimentoProtezioneCivile. Discover more about the crowdfunding campaigns through link in bio. Starting from tomorrow, Gucci’s social channels will feature the official messages of @who to help spread useful information and prevention for the virus. #StaySafe #FlattenTheCurve

โพสต์ที่แชร์โดย Gucci (@gucci) เมื่อ

โดย Alessandro Michele ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ชาวอิตาลีของ Gucci ได้ออกมากล่าวว่า การแพร่ระบาดครั้งนี้ทำให้เราต้องทำหลายอย่างที่ไม่คาดคิด แต่ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนตั้งใจทำ เพื่อช่วยเหลือเหล่าแพทย์และพยาบาลรวมถึงบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆที่ต้องออกมาต่อสู้กับโควิด 19 ทุกวันไม่ใช่แค่ในอิตาลีแต่ทั่วทั้งโลกตอนนี้

ประกาศอย่างเป็นทางการของแบรนด์

นอกเหนือไปจากนั้น Marco Bizzarri ประธานและ CEO ของ Gucci ก็ได้ออกมากล่าวว่า ความกล้าหาญและการเสียสละของบุคคลเหล่านี้ทำให้เราเห็นถึงแสงสว่างในวันเวลาที่ยากลำบากแบบนี้ โดยการช่วยเหลือและสนับสนุนกันโดยเฉพาะผู้ที่อ่อนแอกว่าเราหรืออยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากกว่าจะทำให้เราสามารถข้ามวิกฤตครั้งนี้ไปได้

สุดท้ายทางแบรนด์ยังยกแอคเค้าท์อินสตาแกรมที่มีผู้ติดตามกว่า 70 ล้านคนให้เป็นที่กระจ่ายข่าวของ WHO และยังเชิญชวนให้ทุกคนเข้าร่วมบริจาคให้กับองค์กรเพื่อช่วยเหลืออีกด้วย โดยสามารถบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือได้แล้วที่อินสตาแกรมสตอรี่ของทางแบรนด์และข่องทางอื่นๆอย่างเช่นเว็บไซต์ก็สามารถบบริจาคได้เช่นกัน

Nike พัฒนาหน้ากากสุดล้ำเพื่อบุคลากรทางการแพทย์ควบคู่กับการบริจาคเงิน !

หลังจากได้บริจาคเงินกว่า 15 ล้านเหรียญสหรัฐทาง Nike ได้ออกมากล่าวว่า ทางแบรนด์จะมีการเข้าไปช่วยเหลือผู้เชี่ยวชาญทางแพทย์ ซึ่งประธานบริษัทอย่าง John Donahue ได้ออกมาแถลงข่าวว่าในทางบริษัทกำลังร่วมพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ไว้ใช่ป้องกันสำหรับแพทย์และพยาบาล ซึ่งร่วมถึงหน้ากากป้องกันที่ได้รับคำแนะนำและกำลังพัฒนาร่วมกับ Oregon Health & Science University (OHSU)

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Now more than ever, we are one team.⠀ #playinside #playfortheworld

โพสต์ที่แชร์โดย nike (@nike) เมื่อ

โดยทาง Nike ได้มีการประกาศถึงการจับมือกับ ORSU เพื่อพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์เมื่องานสัมมนา Q3 ที่ผ่านมา

Nike Air Zoom Pulse

และนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทางบริษัทคิดค้นอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือแพทย์ เมื่อปี่ที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัว Air Zoom Pulse รองเท้าเพื่อบุคลากรทางการแพทย์ที่ทาง ORSU ก็ได้นำไปใช้เช่นกัน ถือว่าน่าชื่นชมทางค่าย Swoosh มากๆและสโลแกน Just Do It ของแบรนด์ก็ถูกเน้นย้ำต่อสาธารณชนอีกครั้ง !

แฟชั่นในระยะปลอดภัยกับไอเท็มจาก Issue Thailand

แรกๆ ที่มีการตื่นตัวเรื่องการป้องกันตัวเองจากฝอยน้ำลายจากการพูดคุยกันในช่วงดควิด-19 ระบาด ก็มีภาพขำๆ อย่างการตัดเอาก้นถังแกลลอนน้ำดื่มออกแล้วมาสวมหัว หรือง่ายๆ ก็เอาถุงพลาสติกมาสวมหัวซึ่งหวาดเสียวต่อการหายใจไม่ออกหรือวนเวียนสูดดมก๊าซคาร์บอนฯ จากตัวเราเอง

แต่ไอเดียนี้ของ ISSUE ต้องบอกว่าสุดเท่เป็นแฟชั่น ด้วยการผสมผสานหมวกทรงบัคเก็ตกับ Visor hat ซึ่งมีตัวปีกหมวกด้านหน้ายาวเพื่อบังแดด นักกอล์ฟนิยม ยิ่งที่เป็นพลาสติกใสกันยูวีจะช่วยให้เห็นทัศนียภาพได้ชัดเจน

แต่เมื่อเราต้องกันฝอยน้ำลายจากการคุยหรือการไอจามในช่วงนี้มากกว่า จึงเป็นไอเดียของการทำหมวกทรงเก๋นี้ที่ทำให้คุยสนทนาได้โดยไม่ต้องรำคาญกับการใช้หน้ากากอนามัยแล้วคุยกันไม่รู้เรื่อง ถือเป็นอีกหนึ่งแฟชั่นที่ออกมารับกับสถานะการณ์นี้พอดี สอบถามรายละเอียดได้ที่ FB: IssueThailand 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Thank you khun @khemanito . . . #issuethailand

โพสต์ที่แชร์โดย ISSUE Thailand (@issuethailand) เมื่อ

word by Tong_Sethapong

Tik Tok บริจาคเงินกว่า 320 ล้านบาทแก่องค์การอนามัยโลกเพื่อสู้กับ Coronavirus

Tik Tok แอพยอดนิยมที่กำลังมาแรงในช่วงปีนี้ได้ร่วมบริจาคเงินให้องค์การอนามัยโลกหรือ WHO ( World Health Organization) ด้วยเงินกว่า $ 10 ล้านดอลลาร์เพื่อช่วยเหลือการแพร่ระบาดของโควิด-19

โดยเงินส่วนนี้จะถูกนำไปซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์, ยาที่จำเป็นและการคิดค้นวัคซีน โดย Alex Zhu ประธานบริษัทของ Tik Tok ได้กว่าวว่า “เราไม่สามารถหาคำบรรยายถึงหนี้ที่เราติดค้างกับบุคคลที่เสียสละเพื่อส่วนรวมที่เอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นหรือคนที่ยอมแยกตัวจากครอบครัวคนรักเพื่อให้คนอื่นปลอดภัยหรือบุคคลที่ทำงานไม่หยุดและไม่มีเวลาพักเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย”

และยังได้กล่าวอีกว่านอกเหนือจากบริษัทและบุลคลที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือแล้ว ทางเราเองก็เป็นส่วนนึงอยากยื่นมือเข้ามาช่วยแม้เป็นการช่วยเหลือเพียงเล็กน้อยแต่ก็หวังว่าจะช่วยเหลือและเข้าถึงสิ่งที่จำเป็นได้
โดยทางบริษัทก็ได้บริจาคอุปกรณ์ที่จำเป็นให้กับประเทศและชุมชนที่จำเป็นและยังตั้งใจที่จะบริจาคหน้ากากอนามัยให้กับเหล่าทีมแพทย์และจิตอาสาและดูแลเรื่องอาหารให้กับเหล่านักเรียน อาจารย์และครอบครัวที่มีผลประทบจากการปิดโรงเรียนและสถานศึกษา

สุดท้ายทางบริษัทเองก็พยายามที่จะกระจายการบริจาคให้แก่องค์กรอื่นๆ อย่างเช่น Red Cross เป็นต้นตามคำกล่าวของประธานของ UN อย่าง Elizabeth Cousens ที่ได้กล่าวว่าเราจะหยุดการแพร่ระบาดนี้ได้หากทุกคนช่วยกันและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด