ไม่ต้องออกนอกโลกก็สัมผัสกลิ่นแห่งอวกาศได้! ผ่านน้ำหอม Eau de Space

เคยสงสัยกันไหมครับว่า ในอวกาศนั้นจะมีกลิ่นเป็นอย่างไร? ตอนนี้เราใกล้ที่จะได้สัมผัสกลิ่นแห่งอวกาศกันแล้วครับ เมื่อ Steve Pearce ผู้ก่อตั้งและนักเคมีแห่งบริษัท Omega Ingredients – ซึ่งเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญในการผลิตกลิ่นสำหรับอาหารและเครื่องดื่ม – ได้ปล่อยภาพตัวอย่างและรายละเอียดของน้ำหอมกลิ่นอวกาศที่มีชื่อว่า “Eau de Space” (น้ำแห่งอวกาศ) 

กลิ่นที่ได้นั้นมีที่มาจากประสบการณ์และความรู้ของ Pearce ซึ่งเขาค้นพบขณะที่ทำงานให้ NASA จากการเลียนแบบกลิ่นของสถานีอวกาศ MIR Space Station ของรัสเซีย จุดประสงค์ที่ต้องมีเลียนแบบกลิ่นของสถานีอวกาศแห่งนี้ก็เพื่อที่จะจำลองสภาพแวดล้อมในอวกาศให้ใกล้เคียงที่สุดสำหรับการฝึกซ้อมนักบินอวกาศนั่นเอง 

หากใครสนใจสัมผัสกลิ่นอันซับซ้อนแห่งอวกาศนี้ สามารถเข้าไปร่วมระดมทุนหน้าเว็บ Kickstarter ของโปรเจกต์ได้ที่นี่เลยครับ

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun

ปรับตัวหลังโควิด Moncler เตรียมเปิดไลน์ผลิตภัณฑ์น้ำหอมภายในต้นปี 2022

เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เข้ามา ทำให้ธุรกิจต่าง ๆ ต้องปรับกลยุทธ์และเปลี่ยนแปลงเพื่อความอยู่รอด Moncler แบรนด์ outerwear และเสื้อผ้าระดับไฮเอนด์จากอิตาลีก็ต้องคิดใหม่ทำใหม่เช่นกันครับ หลังจากที่ยอดขายสามเดือนแรกของแบรนด์ในปี 2020 นั้นตกลงไปถึง 18 เปอร์เซนต์จากโรคระบาด แบรนด์จึงต้องหาสิ่งใหม่ ๆ เพื่อรักษาและขยายฐานลูกค้า ซึ่งสิ่งใหม่ที่ว่านั้นคือ น้ำหอม นั่นเองครับ  

ไม่นานมานี้ Mocler ได้ทำสัญญาในการจัดทำผลิตภัณฑ์น้ำหอมร่วมกับ Interparfums ผู้ผลิตน้ำหอมสุดหรูสัญชาติฝรั่งเศส (โดยทางแบรนด์นั้นผลิตน้ำหอมให้กับแบรนด์ชื่ิอดังมากมายทั้ง Coach, Anna Sui, MCM, Jimmy Choo, Mont Blanc, Lanvin, Paul Smith และอีกมากมาย)  โดยสัญญาจะสิ้นสุดสิ้นปี 2026 พร้อมมีแนวโน้มว่าจะต่อไปอีก 5 ปีหลังจากนั้น ในการจับมือกันครั้งนี้ Interparfums จะเป็นผู้คิดค้นและผลิตกลิ่นน้ำหอมใหม่ ๆ ส่วน Moncler จะเป็นผู้จัดจำหน่ายตามสโตร์ต่าง ๆ ของตัวเอง

“ความชำนาญและความคิดสร้างสรรค์อันมีชื่อเสียงของ Interparfums ทำให้เขากลายเป็นพันธมิตรในอุดมคติที่จะมาพัฒนาน้ำหอมซึ่งสอดคล้องกับเอกลักษณ์และตัวตนของ Moncler” Remo Ruffini ประธานบริหารของ Moncler กล่าว ด้าน Philippe Benacin ประธานบริหารของ Interparfums ออกแถลงการณ์ว่า “Moncler ได้นำเสนอความพิเศษ ความน่าเชื่อถือ คุณภาพ และสไตล์ที่โดดเด่นมาโดยตลอด เรามั่นใจว่าเอกลักษณ์ของ Moncler นั้นจะถูกถ่ายทอดออกมาผ่านผลิตภัณฑ์น้ำหอมได้เป็นอย่างดี” 

Remo Ruffini 

คาดว่าผลิตภัณฑ์น้ำหอมจากความร่วมมือนี้ จะเริ่มการจัดจำหน่ายภายในไตรมาสแรกของปี 2022 ครับ 

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun

Zara ดึง Jo Malone ร่วมผลิตน้ำหอม 8 กลิ่นสุดหรูที่มาในราคาแสนเป็นมิตร

Zara ผู้ผลิตเสื้อผ้ารายใหญ่ของโลกดึง Jo Malone ผู้ผลิตน้ำหอมและเทียนหอมชื่อดังจากลอนดอนร่วมสร้างสรรค์ Zara Emotions Collection by Jo LOVES.

โดย Jo LOVES เป็นอีกหนึ่งแบรนด์นอกจาก Jo Malone ที่สร้างสรรค์กลิ่นจากโมเมนต์สำคัญและสถานที่ต่างๆที่ตัวของ Joanne Lesley Malone นักปรุงกลิ่นน้ำหอมชาวอังกฤษผู้ก่อตั้งแบรนด์ Jo Malone หลงใหล ซึ่ง Zara ก็ได้เลือกไลน์นี้มาร่วมสร้างสรรค์น้ำหอม 8 กลิ่น ที่มาในสามไซส์ให้ได้เลือกซื้อนั่นก็คือ 10ml to 40ml และ 90ml นอกจากนี้ยังมีเทียนหอมอีกด้วย 

ซึ่งสองกลิ่นเด่นที่น่าสนใจก็ได้แก่ “Ebony Wood” (เป็นกลิ่นไม้หอมผสมกานพลูและมีท็อปโน้ตของพริกไทยสีชมพู) และ “Amalfi Sunray” (เป็นกลิ่นดอก blossom ผสมส้มแมนดารินและมะกรูดอ่อนๆซึ่งเหมาะมากกับช่วงหน้าร้อน) ส่วนกลิ่นที่เหลือก็ได้แก่ “Fleur d’ Oranger,” “Vetiver Pamplemousse,” “Waterlily Tea Dress,” “Fleur de Patchouli,” “Tubereuse Noir,” และ “Bohemian Bluebells.” 

มากไปกว่านั้น Zara ยังใช้กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยใช้กระดาษมาตรฐาน FSC certified สำหรับบรรจุภัณฑ์และจะไม่ใช่พลาสติกในการห่อสินค้า ส่วนขวดก็จะเลือกขวดแก้วแบบใสเพื่อให้เห็นว่าตัวน้ำหอมไม่มีการใช้สีวิทยาศาสตร์เจือปน

มาในราคาน่าคบหาที่ 5.99 GBP หรือประมาณ 234 บาทสำหรับขนาด 10ml และ 25.99 GBP หรือประมาณ 1,010 บาทสำหรับขนาด 90ml ถือว่าน่าสนใจมากๆครับ 

#LofficielHommesChoice กับ Hand Masks อีกหนึ่งไอเท็มมาแรงที่จะช่วยดูแลผิวบนมือที่ถูกทำร้ายในช่วงโควิด

ช่วงนี้เราเชื่อว่าหลายๆคนคงใช้เวลากับอวัยวะสำคัญอย่างมือมากขึ้นเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะหายไปง่ายๆ การล้างมือบ่อยๆจึงถือเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอ

แต่เมื่อเรารักษาสุขภาพกายได้ดีแล้ว สุขภาพมือที่ผ่านการล้างการฆ่าเชื้อวันละหลายครั้งกลับตกอยู่ในสภาพตรงข้าม ทั้งความแห้ง ร่องรอยต่างๆ สีผิวและชั้นผิวหนังที่ถูกทำร้าย 

วันนี้ #LofficielHommesChoice จึงขอนำเสนอ Hand Maks ไอเท็มที่กำลังมาแรงและขายดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ซึ่งหลักการทำงานนั้นก็ไม่ต่างจาก Face Mask หน้าที่เราคุ้นชินแต่การนำเสนอต้องบอกเลยว่าน่าสนใจเลยล่ะ ทั้งในรูปแบบถุงมือและแบบครีม ไปชม 3 ชิ้นเด่นที่เพียบพร้อมด้วยคุณภาพ, ส่วนผสมที่มีเอกลักษณ์และความสนุกในการใช้งานได้เลยครับ!

MAGICSTRIPES Hand Repairing Gloves

ตัวมาร์กมาในรูปแบบถุงมือที่อัดแน่นไปด้วยสารบำรุงจากธรรมชาติที่อุดมไปด้วยประโยชน์ทั้ง Shea Butter (ไขมันจากเมล็ดต้นเชีย) และน้ำมันมะกอก ที่จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับมือและช่วยผลัดผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งตัวถุงมือยังมีความยืดหยุ่นสูงเหมาะกับขนาดมือของผู้ชายแบบเราที่ใหญ่กว่าสาวๆ

ราคาอยู่ที่ 14 USD (ประมาณ  450 บาท)

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Tips for social distancing: discover talents you never knew you had🤍 via @byselda

โพสต์ที่แชร์โดย MAGICSTRIPES by Natalie Franz (@magicstripes) เมื่อ

Dr. Jart+ Hand Hydrating Mask

อีกหนึ่งแบรนด์สกินแคร์คอนเซ็ปต์จัดจากเกาหลีใต้ ที่นำเสนอถุงมือในแบบฟรอยด์ให้ความร้อนสีเงิน โดยบำรุงมือด้วย thermotherapy หรือการใช้อุณหภูมิบำบัด ถึงแม้ว่าอาจจะจักกะจี้เล็กน้อยระหว่างใช้แต่หลังใช้รับรองว่าผิวมือจะดูดีขึ้นอย่างชัดเจน

ราคาอยู่ที่ 12 USD (ประมาณ 380 บาท)

ดูโพสต์นี้บน Instagram

#SocialDistancing the Jart way ✨ Illustration by @heyheysu

โพสต์ที่แชร์โดย Dr.Jart+ North America (@drjart) เมื่อ

Karuna Hydrating Hand Mask

มาในแพค 4 ให้ได้ใช้กันอย่างจุใจโดยมาร์กของ Karuna อีกหนึ่งแบรนด์ที่โดดเด่นมากเรื่องผลิตภัณฑ์อย่างมาร์ก(เป็นแบรนด์อเมริกันที่ผลิตมาร์กเองเป็นแบรนด์แรก)โดดเด่นด้วยสารสกัดจากดอกCamellia และChinese Licorice (ชะเอมเทศ) ที่ช่วยเพิ่มความนุ่มและชุ่มชื้นให้มือแบบเห็นผลทันทีหลังใช้

ราคาอยู่ที่ 34 USD ต่อแพค (ประมาณ 1,100 บาท)

#LofficielHommesChoice อยู่บ้านก็ตัดผมเองได้กับ Top 5 ปัตตาเลี่ยนฟังก์ชั่นครบใช้งานง่ายสำหรับช่วงกักตัว

ทรงผมถือเป็นอีกการแสดงออกทั้งถึงบุคลิกสไตล์และแน่นอนรสนิยม เราเชื่อว่าในยุคนี้หนุ่มๆหลายคนก็คงใส่ใจและให้เวลากับเรื่องนี้ไม่ต่างกับสาวๆแน่นอน แต่ในสถานการณ์การระบาดของไวรัสแบบนี้เราจะทำอย่างไรล่ะเมื่อร้านตัดผมร้านประจำปิดให้บริการแบบไม่มีกำหนด คำตอบที่ง่ายที่สุดคงหนีไม่พ้นการ back to basic อย่างลงมือตัดผมด้วยตัวเองซะเลย

ซึ่งวันนี้เราก็มีอุปกรณ์ชิ้นสำคัญอย่างปัตตาเลี่ยน(clipper)ที่ถึงจะหมดช่วงกักตัวไปแล้วการมีติดบ้านไว้ซักหนึ่งตัวคู่ใจก็ช่วยยกระดับการ grooming และยังช่วยเซฟค่าตัดผมในอนาคตได้อีกด้วย (แน่นอนว่าจะให้เราตัดแบบไล่เฟดไล่ระดับแบบช่างอาชีพเลยคงไม่ไหวแต่เราเลือกในแบบที่ใช้งานพื้นฐานได้ครอบคลุมและช่วยไม่ให้ทรงผมของคุณดูโทรมจนคนที่ทำงานจำไม่ได้และยังเรียบร้อยพอที่จะเปิดแอพ Zoom ได้อย่างไม่เคอะเขิน)

ไปดู Top 5 #LofficielHommesChoice ของปัตตาเลี่ยนที่ใช้งานง่ายฟังก์ชั่นครบคุ้มค่ากับการลงทุนที่เราคัดมาแล้วกันได้เลยครับ!

1 Oster Professional 76023-510 Fast Feed Clipper

ความโดดเด่นนอกเหนือจากดีไซน์เรียบเท่คลาสสิคแล้ว(มีสีให้เลือกหลากหลาย) ก็คือฟังก์ชั่นครบๆที่ปัตตาเลี่ยนดีๆซักหนึ่งตัวควรมีตั้งแต่ใบมีดปรับระดับได้ตั้งแต่เบอร์ 0 ถึงหนึ่งนิ้วและตัดได้เฉียบคมแม่นยำไล่เลี่ยกับปัตตาเลี่ยนระดับโปรที่ใช้ใน Barber ร้านหรูและยังมีเสียงมอเตอร์ที่เงียบมาก(ลดความตื่นตระหนกได้ดีเลยล่ะสำหรับมือใหม่) มาพร้อมกับสายที่ยาวเป็นพิเศษถึง 243 ซม. ถ้าใครอยากตัดบนอ่างอาบน้ำหรือเต้ารับในบ้านอยู่ไกลจากจุดรับแสงก็ทำได้ง่าย และยังมาพร้อมเซทรองหวี 4 ชิ้นน้ำ มันมอเตอร์ และแปรงทำความสะอาดแบบครบครัน 

ราคาอยู่ที่ 80USD (ประมาณ 2,590 บาท)

2 Wahl “Color Pro” hair cutting kit

ปัตตาเลี่ยนยอดนิยมมาตรฐานสากลที่เห็นได้แทบจะทุกบาร์เบอร์มาตรฐานในอเมริกา ทนทานคลาสสิคและที่สำคัญราคาถือว่าน่าคบหาด้วยมากที่สุด รองหวีที่ให้มาถึง 9 ขนาดพร้อมกับพิมบอกสีและขนาดความยาวที่ต้องการตัดไว้ครบถ้วน ตั้งแต่ 1 นิ้วไปจนถึง 1/16 นิ้วบวกกับรูปทรงที่จับถนัดมือและยังมีหวีแถมมาให้อีกด้วยคุ้มค่าแบงค์ร้อย 6 ใบสุดครับๆ

ราคาอยู่ที่ 18 USD (ประมาณ 590 บาท)

3. Andis Master hair clipper

ถึงแม้ว่าราคาอาจจะค่อนข้างสูงแต่ว่านี่แหละคือปัตตาเลี่ยนตัวจบที่ช่างผมหลายๆคนอยากมีไว้ในครอบครอง ด้วยรูปร่างที่สวยสมส่วนเหมาะมือแถมยังใช้งานแบบไร้สายได้(นานถึง 90 นาที) และสำหรับแบรนด์คุณภาพสูงอย่าง Andis สิ่งที่ทำให้ช่างผมหลายคนหลงใหลก็คือใบมีดที่มีคุณภาพสูงและความคมที่ตัดได้หมดจดไม่ว่าผมจะหยาบหรือเสียสะสมแค่ไหน คนที่ผมเส้นเล็กมากๆจึงหมดห่วงเรื่องนี้ได้เลย สุดท้ายยังปรับสปีดและระดับของใบมีดได้หลากหลายทำเพิ่มความแม่นยำแบบที่ช่างต้องการ ถ้าคุณเริ่มมั่นใจหรือมีฝีมือการตัดผมอยู่บ้างนี่คือตัวที่เราแนะนำเลยครับ 

ราคาอยู่ที่ 221 USD (ประมาณ 7,100 บาท)

4. Mangroomer palm-held hair clipper

อีกหนึ่งตัวที่เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่มาพร้อมความง่ายในการใช้งานด้วยรูปทรงที่ไม่มีด้ามจับทำให้จัดการเส้นผมส่วนหลังหัวที่ตัดเองค่อนข้างยากได้ง่ายขึ้น ลดการบิดของข้อมือเมื่อต้องถือปัตตาเลี่ยนทั่วไป และที่สำคัญใช้งานแบบไร้สายได้ในราคาที่เป็นมิตรรวมถึงมีรองหวีมาให้ถึง 9 ขนาดแค่รูปทรงและดีไซน์ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวที่น่าสนุกและน่าจะแก้เบื่อช่วงนี้ได้ดีเลยครับ 

ราคาอยู่ที่ 30 USD (ประมาณ 970 บาท)

5. Panasonic ER-GP80 K Professional Hair Clipper

ใครที่ชอบดีไซน์เรียบเท่แบบโมเดิร์นคงจะสะดุดตาชิ้นนี้อย่างแน่นอน ด้วยวัสดุ carbon-fiber และ titanium และแท่นชาร์ตแนวตั้ง(ใช้งานไร้สายได้ 50 นาที)ให้อารมณ์ gadget ชิ้นสวย ในด้านของฟังก์ชั่นก็ไม่ได้เป็นรองดีไซน์เลยด้วยใบมีดที่มีรอบมอเตอร์สูงที่สุดในตลาดถึง 10,000 rpm เพิ่มความเฉียบคมในการตัด ควบคุมความยาวที่ต้องการตัดได้ตั้งแต่ 0.8- 2 มิลลิเมตรเพียงแค่หมุนแป้นตรงกลางและยังมาพร้อมกับรองหวีให้อีก 3 ขนาดถือว่าใช้งานได้กว้างที่สุดในลิสต์ของเราและเป็นอีกตัวที่น่าลงทุนครับ 

ราคาอยู่ที่ 153 USD (ประมาณ 4,900 บาท)

ดูโพสต์นี้บน Instagram

🌰

โพสต์ที่แชร์โดย 박서준 (@bn_sj2013) เมื่อ

ตัดออกมาแล้วจะหล่อแบบเถ้าแก่ (CEO) พัคแซรอยหรือพ่อหนุ่มพัคซอจุนกันมั้ยคอมเม้นท์บอกเราได้เลยครับ

ภาพประกอบโดย Jason Raish

Ferrari ร่วมต่อสู้กับการระบาดของโควิด-19 ด้วยการผลิตวาล์วสำหรับเครื่องช่วยหายใจและหน้ากากป้องกัน

เฟอร์รารี่เริ่มผลิตวาล์วสำหรับใช้กับเครื่องช่วยหายใจ และชิ้นส่วนของหน้ากากป้องกัน ที่โรงงานในมาราเนลโล ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเพื่อสนับสนุนผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพที่รักษาผู้ป่วยจากไวรัสโคโรนา 

แผนกสร้างรถยนต์ต้นแบบได้นำเทคโนโลยีการผลิตที่มีอยู่เดิมมาปรับใช้เพื่อผลิตชิ้นส่วนที่ทำจากเทอร์โมพลาสติก โดยวาล์วบางตัวได้รับการพัฒนาโดย Mares โรงงานผลิตอุปกรณ์ดำน้ำ ที่นำเอาวาล์วซึ่งพวกเขาออกแบบขึ้นเพื่อใช้ในการดำน้ำ มาปรับใช้กับหน้ากากช่วยหายใจสำหรับผู้ป่วยที่ประสบปัญหาระบบทางเดินหายใจล้มเหลว

ผู้รับหน้าที่ให้คำปรึกษาโครงการคือ Nuovamacut Gruppo TeamSystem กลุ่มช่วยเหลือทางด้านการค้นคว้าวิจัยให้แก่บริษัทต่างๆ ที่เข้าร่วมสนับสนุนในโครงการจนประสบผลสำเร็จมาแล้ว

ในขณะที่การประกอบชิ้นส่วนอื่นๆ ที่เหลือ จะถูกส่งไปยัง Solid Energy เพื่อนำไปดัดแปลงหน้ากากดำน้ำให้กลายเป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยปกป้องสุขภาพของผู้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ติดเชื้อต่อไป

ในระยะเวลาอันใกล้นี้ เฟอร์รารี่มีแผนที่จะผลิตอุปกรณ์อีกนับร้อยรายการขึ้นโดยใช้ชิ้นส่วนต่างๆ ที่ได้รับมอบมาจากหลายๆ บริษัทที่ให้ความช่วยเหลือ และจะประสานงานกับองค์กร Italian Civil Protection เพื่อส่งไปยังโรงพยาบาลหลายแห่งทั่วอิตาลี รวมไปถึงใน แบร์กาโม, เจโนอา, โมเดนา และ ซาสซูโอโล ทั้งยังส่งไปให้กับผู้ปฏิบัติงานในเมือง เมดิซินา ที่ตั้งอยู่ใกล้กับโบโลญาอีกด้วย

Zegna กลับมาเปิดโรงงานที่ประเทศอิตาลีและสวิตเซอร์แลนด์อีกครั้ง เพื่อผลิตชุดป้องกัน 280,000 ชุด มอบให้โรงพยาบาลใช้รับมือโควิด-19

วันนี้ในฐานะส่วนหนึ่งของความพยายามของกลุ่มZegna เพื่อช่วยในการต่อสู้กับวิกฤต COVID-19 ทั่วโลกเราได้เริ่มผลิตชุดป้องกันสำหรับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์โดยมีเป้าหมายในการผลิต 280,000 ชุด ซึ่งความพยายามเหล่านี้จะช่วยจัดหาพัสดุที่จำเป็นเร่งด่วนไปยังเมือง Piedmont (250,000ชุด) และเมืองCanton Ticino (30,000 ชุด)

ซึ่งเราได้ทำการแปลงส่วนหนึ่งของโรงงานINCO ของเราในเมืองNovaraประเทศอิตาลี  และ โรงงาน Consitex ในเมือง Mendrisioประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพื่อรองรับการผลิตตามความเหมาะสม

นี่เป็นความพยายามและความร่วมมือระหว่าง เซนญ่า กรุ๊ป (ZegnaGroup), มูลนิธิเซนญ่า (Fondazione Zegna) เมือง Piedmontประเทศอิตาลี และ เมือง Canton Ticino, ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Today, as part of the Zegna Group’s efforts to aid in the fight against the global COVID-19 crisis, we have started manufacturing protective hospital suits for medical staff, with the aim of producing 280,000 units. These efforts will help provide urgently needed supplies to the Piedmont Region (250,000 units) and Canton Ticino (30,000 units), where we have converted a portion of our INCO plant in Novara and CONSITEX in Mendrisio to accommodate the suit production.⁣ ⁣ This is a collective effort made possible by the collaboration between the Zegna Group, Fondazione Zegna, the Piedmont Region, Italy and Canton Ticino, Switzerland. ⁣ ⁣ The protective suits are constructed with a non-woven fabric, produced by Pratrivero SpA in Biella, Italy. ⁣ ⁣ The Zegna Group is incredibly pleased that the Biella textile district and Unione Industriale Biellese responded immediately to our appeal to work together during this difficult period. We are proactively collaborating with the Piedmont Crisis Unit and Canton Ticino authority to speed up the production process in an effort to meet the pressing need for vital medical supplies.⁣ ⁣ The crisis we are all facing is a stark reminder that we must join together in every effort to combat the outbreak. UNITED WE WILL MAKE IT!

โพสต์ที่แชร์โดย Zegna (@zegnaofficial) เมื่อ

โดยกลุ่ม Zegna มีความยินดีอย่างยิ่งที่ย่านสิ่งทอ Biellaและ Unione Industriale Biellese ตอบสนองทันทีต่อการขอความช่วยเหลือของเรา และพร้อมที่จะทำงานร่วมกันในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เรากำลังร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเมือง Piedmont และในเมือง Canton Ticino เพื่อเร่งกระบวนการผลิตเวชภัณฑ์อย่างเร่งด่วนเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการในช่วงเวลานี้ 

สองบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ Apple และ Google ร่วมกันพัฒนาระบบติดตามผู้ป่วยโควิด-19

เพื่อร่วมกันต้านการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส สองบริษัทใหญ่อย่าง Apple และ Google ได้จับมือกันร่วมพัฒนาระบบการติดตามการแพร่ระบาดในชุมชนผ่าน bluetooth และแอพลิเคชั่น

โดยระบบนี้จะใช้ได้กับแอพพลิเคชั่นในขององค์กรสาธารณสุขต่างในๆ ทั้งใน Android และ IOS โดยจะแยกแผนดำเนินการผ่านสองขั้นตอนคือขั้นแรกปล่อยแอพลิเคชั่นเพื่อให้มือถือสองเครื่องขึ้นไปที่มีระบบปฎิบัติการเหมือนหรือต่างกันให้สามารถแชร์ข้อมูลสาธารณะสุขระหว่างกันได้

ขั้นที่สองจะจะเปิดใช้แพลตฟอร์มการติดตามผู้ติดเชื้อผ่าน Bluetooth ที่กว้างขึ้นโดยจะคลอบคลุมตึกหรือพื้นที่ต่างๆและมีการส่งข้อมูลถึงผู้ใช้ถึงข้อมูลของระบบนิเวศน์รวมถึงมีการตอบโต้กันในแพลตฟอร์มเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบ realtime ด้วย (ข้อมูลจะคัดกรองโดยสาธารณะสุขที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้นๆ)

โดยทั้งสองได้กล่าวอีกว่า การทำงานร่วมกันครั้งนี้เป็นการร่วมงานครั้งสำคัญของทั้งสองบริษัทที่จะช่วยกันแก้ปัญหาที่โลกเรากำลังเผชิญ โดยหวังว่าการทำงานร่วมกันของนักพัฒนา รัฐบาลและสาธารณสุขจะสามารถพัฒนาให้เทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาช่วยเหลือทุกคนได้และหยุดยั้งการแพร่ระบาดในครั้งนี้ ถึงอย่างไรก็ตามยังไม่มีวันกำหนดแน่ชัดสำหรับการเปิดใช้ระบบนี้

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Everything feels different now. It’s unclear how long this will last, or what life will look like when it’s all behind us. And while much is uncertain, some inspiring things are happening, too. All over the world, we’ve seen an outpouring of creativity in the face of this crisis. People are sharing their unique points of view. Finding ways to connect from afar. To that end, @apple will be featuring moments captured at home by creators from around the world. We have always shined a light on artists, and we are committed to supporting them now, more than ever. We might be apart, but we’re in this together. #ShotoniPhone #atHome by… – 1. Yos B. @iyoso – 2. Greg M. @megaguire – 3. Sidney B. @sidneybensimon – 4. Emma W. @emmafwright – 5. Andre B. @decobueno

โพสต์ที่แชร์โดย apple (@apple) เมื่อ

Apple พัฒนา Face Shield ดีไซน์เรียบง่ายแต่ตอบโจทย์การใช้งานเพื่อบุคลากรทางการแพทย์

ความกลัวการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสทำให้เกิดการขาดแคลนในเครื่องมือการแพทย์ไม่ว่าจะเป็นในบุคคลทั่วไปหรือแพทย์ ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่ร่วมกันบริจาคหรือจัดทำอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ

และล่าสุด Apple ผู้นำด้านเทคโนโลยีและหนึ่งในบริษัทที่มีอิทธิพลต่อโลกได้เข้ามายื่นมือช่วยเหลือ ด้วยการออกแบบหน้ากาก Face Shield ออกมาเพื่อแพทย์และพยาบาล

ซึ่งแตกต่างกับหน้ากากปกติยังไงนั้น โดยปกตินั้นหน้ากากแบบธรรมดาจะมาพร้อมกับแทบสีฟ้าด้านบนและคำว่า Face Shield แต่ของ Apple นั้นถูกออกแบบมาให้เป็นสีขาวและมีส่วนประกอบเพียงสามชิ้นเท่านั้นที่มาประกอบเข้าด้วยกันโดยมีส่วนของสายคาด แผ่นป้องกันและแผ่นซิลิโคน(ไม่มีส่วนผสมของ latex) สำหรับหน้าผาก

โดยดีไซน์สุดเรียบง่ายนี้ทำให้การขนส่งการทำความสะอาดรวมไปถึงการประกอบนั้นง่ายขึ้นมาก (ในหนึ่งกล่องบรรจุได้ถึง 100 ชิ้นโดยชิ้นส่วนแต่ละชิ้นโดดเด่นอยู่แล้วเรื่องความบางที่วางซ้อนทับกันได้) ซึ่งในส่วนนี้ทางแบรนด์ก็ปล่อยวีดีโอวิธีการประกอบออกมาควบคู่ไปด้วยโดยสามารถทำได้ง่ายๆเพียงไม่ถึงนาที

เรียกได้ว่ายังคงความเป็น Apple ที่คิดค้นการออกแบบที่แยบยลลงตัวได้อยู่เสมอๆและตอนนี้ Face Shield ล้อตแรกนั้นได้ถูกส่งไปยังโรงพยาบาลและหน่วยแพทย์ต่างๆใน California เริ่มจากโรงพยาบาล Kaiser hospital ใน Santa Clara Valley ซึ่งผลตอบรับก็ดีเกินคาด ทำให้ทางแบรนด์จะเร่งผลิตหน้ากากจากโรงงานทั้งในอเมริกาและจีนให้ได้หนึ่งล้านชิ้นต่อสัปดาห์และทยอยส่งให้ทุกพื้นที่ในอเมริกาและทั่วโลกให้เร็วที่สุด

Jack Dorsey เจ้าของ Twitter บริจาคทรัพย์สินกว่า 28% ของเจ้าตัวมูลค่ากว่าพันล้านเหรียญสู้ Covid-19

มหาเศรษฐีชาวอเมริกัน CEO ของ Twitter และ Square Inc. อย่าง Jack Dorsey ได้เข้าร่วมบริจาคเงินเพื่อตั้งโครงการ Start Small เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19

โดยเจ้าตัวนั้นได้บริจาคเงินสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเงินจำนวนนี้มาจากหุ้นของเจ้าตัวเองในบริษัท Square Inc ซึ่งเทียบเท่ากับเงินไทยสูงถึง 32,800,000,000 บาทหรือตีเป็น 28 เปอร์เซ็นต์ของทรัพย์สินของมหาเศรษฐีวัย 43 ปี

ซึ่งในโครงการ Start Small นั้นมีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการแพร่ระบาดในเรื่องของอาหารและหลังจากนั้นจะนำเงินที่เหลือเข้าไปบริจาคให้องค์กรที่เกี่ยวกับสุขภาพของผู้หญิงและการศึกษา โดยเจ้าตัวยังกล่าวอีกว่า ทางเราได้คิดว่านี้คือการแก้ปัญหาในระยะยาวที่โลกเรากำลังเผชิญซึ่ง UBI หรือนโยบายการแจกจ่ายเงินและสิ่งของจำเป็นก็เป็นสิ่งที่สำคัญและต้องได้รับการทดลองอีกมาก รวมถึงความรู้และความใส่ใจทางด้านสุขภาพในผู้หญิงก็เช่นกัน

สำหรับการกระทำนี้นั้นเจ้าตัวนั้นอยากให้ทุกคนมาช่วยกันในยามฉุกเฉินแบบนี้ และหวังว่าตัวเขานั้นอาจเป็นแรงบันดาลใจเล็กๆให้ทุคนลุกขึ้นมาช่วยเหลือผู้อื่นเช่นกัน โดยในโครงการนี้จะโปร่งใสทุกขั้นตอนโดยทุกคนที่บริจาคสามารถเข้ามาดู Spread Sheets และสามารถเห็นว่าเงินที่ได้มาและะออกไปนั้นไปอยู่ที่ไหนและกับใครบ้าง

น่าชื่นชมมากๆครับสำหรับ CEO แฟนเพลงตัวยงของ rapper คนเก่ง Kendrick Lamar