เป็นเจ้าของสนีกเกอร์โมเดลที่มาแรงที่สุดของปี Nike Dunk กับ 3 คู่สีล่าสุดประจำเดือนกุมภาพันธ์

จากคอร์ทไม้บาสเก็ตบอลแห่งยุค 80’s สู่โมเดลยอดฮิตที่หลายคนต้องการครอบครอง Nike Dunk รองเท้าสนีกเกอร์จากค่าย Swoosh ที่แม้อายุอานามจะเข้าสู่ 30 กลางๆ แล้วแต่ด้วยกระแสวินเทจและซิลลูเอทที่สวมใส่ง่าย mix & match ได้หลายสไตล์

โฆษณาของ Nike Dunk OG ในยุค 80’s กับคู่สีของมหาวิทยาลัยในอเมริกา

และยังมีการใช้บล็อคคู่สีหลากหลายโทนอันได้แรงบันดาลใจมาจากสีประจำมหาลัยชื่อดังต่างๆในอเมริกา ทำให้ Nike Dunk กลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้งในปีนี้

และสำหรับ 3 คู่สีล่าสุด “ORANGE PEARL” , “BLACK HYPER COBALT” และ “SAIL TEAM RED” (ในแบบ High ข้อสูง) ก็เตรียมวางจำหน่ายในไทยแล้วด้วยราคาน่าคบหาเพียง 3,600 บาทเท่านั้น จับจองเป็นเจ้าของได้ตามกติกาที่ Facebook ของ Swoosh BKK บอกเลยว่า drop นี่คู่สีเท่ไม่แพ้ครั้งก่อนๆเลยล่ะครับ!

ไอเดียของขวัญวาเลนไทน์หลากหลายสไตล์สำหรับสาวแฟ เติมความหวานให้สาวคนสนิท

ใกล้วันวาเลนไทน์แบบนี้ของขวัญดีๆซักชิ้นก็น่ารักไม่แพ้ดอกไม้สวยๆเลยล่ะ วันนี้เราคัดของขวัญจาก Central Department Store มาเป็นไอเดียให้หนุ่มๆเลือกซื้อสำหรับสาวคนโปรดจะมีอะไรบ้างไปชมได้เลยครับ

Dyson เปิดตัวไอเท็มชิ้นเด็ด Supersonic hair dryer ที่มาพร้อมสีพิเศษสีแดง/นิกเกิ้ลพร้อมด้วยกล่องหนัง Presentation Case สีเดียวกัน เพื่อต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ที่กำลังจะมาถึง 
ราคา 15,900 บาท

วาเลนไทน์นี้มอบคาแรงส์เป็นของขวัญล้ำค่า สัมผัสแห่งความงามอันเรืองรองสู่ผิวดูอ่อนเยาว์เผยผิวเนียนนุ่ม แข็งแรง ดูเปล่งประกายใน 7 วัน ด้วย Clarins Double Serum เซรั่มทรงคุณค่าอันดับ 1  ที่มอบการดูแลผิวอย่างครอบคลุมที่สุดของคลาแรงส์พิสูจน์ความสำเร็จด้วยยอดจำหน่าย 1 ขวดในทุก 5 วินาทีทั่วโลก มอบประสบการณ์ลดเลือนริ้วรอย คืนผิวกระชับ ดูเรียบเนียนกระจ่างใสคงความอ่อนเยาว์ มาพร้อมขนาดใหม่ Deluxe Limited Edition 75 ml. ราคา 6,650 บาท

เพิ่มความหวานให้กับวาเลนไทน์นี้อีกนิด ด้วยไอเท็มสำหรับคู่รัก อย่างเสื้อยืดโลโก้สุดเท่ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Calvin Klein ให้สาวก CK ได้ใส่คู่กันในช่วงเทศกาลแห่งความรักนี้ ( ราคาตัวละ 3,500 THB)ช่องทางการสั่งซื้อสินค้า Chat & Shop Line @calvinkleinth

G-Shock ต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ที่กำลังจะมาถึงด้วยนาฬิกาคู่ 

STAINLESS STEEL MODEL นาฬิกาสำหรับคู่รักสายสตรอง G-MS นาฬิกาสำหรับผู้หญิงยุค Eco Friendly ดีไซน์หรู หน้าปัดเล็กกระทัดรัดจับคู่กับ G-Steel กับรุ่นใหม่ GST-B300  ตัวเรือนโลหะพรีเมี่ยม เหมาะกับข้อมือของผู้ชายสายเท่ และบึกบึน คุณสมบัติของนาฬิกาสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ด้วยการเชื่อมต่อบลูทูธ ผ่าน G-SHOCK CONNECT และใช้เทคโนโลยี Carbon Core Guard  รุ่นนี้มีความพิเศษตรงที่มีสายให้อีก 2 เส้นพร้อมกับสปริงบาร์แบบ Quick Change อีกด้วยช่องทางการสั่งซื้อ Chat & Shop Line @casiowatchcmg

Timothée Chalamet กับบท Edgar ลูกชายของตัวละครระดับตำนานแห่งยุค 90’s Edward Scissorhands ในหนังโฆษณาของ Cadillac

อีกหนึ่งไฮไลต์จาก #SBLV Super Bowl ครั้งที่ 55 Timothée Chalamet หนุ่มหล่อขวัญใจสาวๆขอแปลงโฉมให้ภาพยนตร์ระดับตำนานจากปี 1991 อย่าง Edward Scissorhands ที่รับบทโดย Johnny Depp กำกับโดยผู้กำกับคู่ขวัญ Tim Burton


โดยในเวอร์ชั่นปี 2021 นี้ Timothée รับบทเป็น Edgar ลูกชายของ Edward บอกเล่าเรื่องราวชีวิตในยุคปัจจุบันถ้าต้องมีมือกรรไกรแบบ Edward ในหนังโฆษณาของแบรนด์รถยนต์อเมริกันอย่าง Cadillac เรียกว่าเล่นออกมาได้ดีทีเดียวเลยล่ะครับ! ชมวีดีโอตัวเต็มได้ด้านล่างเลยครับ (เรามีซีนจากต้นฉบับปี 1991 ให้ลองชมได้ด้วยที่ด้านล่างสุดครับ)

The New Era: เปิดศักราชใหม่ไปกับ Matthew Williams หัวเรือหลักคนใหม่แห่งแบรนด์ Givenchy

Author: Chanond Mingmit

“คุณจะค้นพบชิ้นส่วนสำคัญชิ้นหนึ่งในคอลเลกชั่น ที่ถูกสร้างมาจากสัญลักษณ์ต่างๆ ที่สามารถนำมาใช้ได้ในชีวิตจริง ทั้งผู้หญิง และผู้ชายต้องดูแข็งแกร่งโดยที่ไม่ต้องพยายาม มีความเท่าเทียม และสนุกสนาน สิ่งเหล่านี้จะสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นตัวตนของคุณ และการแสดงจุดยืนของคุณในโลกของความหรูหรา” Matthew M. Williams ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Givenchy ได้กล่าวไว้ในฐานะผู้ครองบัลลังก์คนล่าสุด คอลเลกชั่น Spring/Summer 2021 จึงเป็นเหมือนการเริ่มต้นใหม่ของ Givenchy แต่ยังคงผสมผสานความเป็น Givenchy ในยุคก่อนๆ ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเว้าหลัง ผ้าโปร่งแสง และเสื้อคอปาด จาก Hubert de Givenchy  ไปจนถึงเขาสัตว์จาก McQueen ซึ่งถือเป็นการรวบรวมเอาความคลาสสิก และความแตกต่างอย่างสุดโต่งเข้าด้วยกัน ทำให้คอลเลกชั่นนี้เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ของแบรนด์ แต่ยังคงแอบแฝงไปด้วยความสนุกสนาน และความเป็นที่นิยมในยุคนี้ นอกจากนั้นยังมีไอเท็มชิ้นพิเศษที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของคอลเลกชั่นคือ ‘กุญแจ’ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Lover’s Lock ที่เป็นเหมือนคำสัญญาของคู่รัก แต่ก็แอบแฝงไปด้วยความสนุกสนานในด้านของการตกแต่งสะพาน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของปารีส โดยตัวเขาเองนั้นได้นำตัวล็อก มาเป็นส่วนประกอบของทั้ง กระเป๋า เครื่องประดับ รวมถึงเสื้อผ้าของทั้งผู้ชายและผู้หญิง ทำให้แต่ละลุคนั้นดูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Matthew M. Williams อย่างชัดเจน

From Paris to Marrakesh: แวะเยี่ยมเยือนโมร็อกโกไปกับคอลเลกชั่นล่าสุดจาก Saint Laurent by Anthony Vaccarello

Author: Chanond Mingmit 

ย้อนกลับไปในปี 1966 Yves Saint Laurent ได้ไปเยี่ยมเยือนประเทศโมร็อกโกเป็นครั้งแรกและแน่นอนว่าครั้งนั้นเขาได้ตกหลุมรักที่แห่งนี้ได้อย่างทันทีพร้อมกับ Peirre Berge โดยเขาทั้งคู่ได้ตัดสินใจที่จะตกลงซื้อบ้านพักตากอากาศหลังหนึ่งที่ Medina of Marrakesh เมื่อปี 1980 โดยสถานที่แห่งนั้นคือ Majorello Garden และ Villa Oasis ซึ่งเจ้าของก่อนหน้านั้นคือ JacQues Majorelle ศิลปินชื่อดัง โดยหลังจากที่เขาได้ครอบครองบ้านพักหลังนั้น เขาก็ได้เคยกล่าวไว้ว่า “หลังจากที่ฉันได้บ้านหลังนั้น ฉันก็เริ่มที่จะมีความรู้สึกอ่อนไหวต่อแสงและสีมากขึ้น” สถานที่แห่งนี้จึงเป็นเหมือนดั่งแรงบันดาลใจในการออกแบบคอลเลกชั่นของเขานับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งโดยปกติแล้วก่อนสัปดาห์การแสดงแฟชั่นโชว์ในคอลเลกชั่นอาภรณ์ชั้นสูงของเขา เขาก็มักที่จะเดินทางไปที่โมร็อกโกในบ้านพักแห่งนี้เพื่อที่จะแสวงหาแรงบันดาลใจจากความสงบเงียบรวมถึงเสพบรรยากาศและสีสันอันสวยงามของโมร็อกโกเป็นประจำในช่วงฤดูร้อนโดยเขามักจะสวมเสื้อคลุมตัวหลวมที่ทำจากผ้าไหมเนื้อบางเบาอยู่เสมอ และทั้งหมดนี้เองก็เป็นแรงบันดาลใจหลักที่ Anthony Vaccarello ได้นำเรื่องราวของ Yves Saint Laurent มาเล่าและสร้างสรรค์ออกมาเป็นคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูใบไม้ผลิดูร้อน 2021 สำหรับสุภาพบุรุษในครั้งนี้ได้อย่างลงตัวและถือเป็นการสดุดีเรื่องราวของ Yves Saint Laurent อีกด้วย

Behind The Epilogue: บทสรุปเรื่องราวสามตอน ผ่านการถ่ายทอดพิเศษ 12 ชั่วโมง กับ Gucci ผ่านสายตาของ Alessandro Michele

เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Alessandro Michele ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Gucci ได้เปิดเผยบทสรุปของเรื่องราวสามตอน ในการเปลี่ยนมุมมองและตั้งคำถามต่อกฎเกณฑ์ บทบาท และพิธีกรรมที่มากำหนดแฟชั่นในแบบที่เรารู้จัก ในครั้งนั้นได้มีการถ่ายทอดสดแบบพิเศษถึง 12 ชั่วโมง เปิดเผยให้โลกภายนอกได้เห็นถึงสิ่งที่อยู่ข้างหลังม่านที่ปิดอยู่ ตลอดช่วงระยะเวลาหนึ่งวันที่ทีมออกแบบของ Gucci ได้กลายเป็นนายแบบ และนางแบบอย่างน่าตื่นเต้นและถูกถ่ายภาพขณะกำลังโพสท่าอยู่ในสถานที่ถ่ายแบบ

Author: Chanond Mingmit

การถ่ายแบบอย่างจริงจังในตอนนั้นได้ปูทางไปสู่แคมเปญที่กำลังถูกนำเสนออยู่ในตอนนี้ สถานที่ 2 แห่งที่ใช้ในการถ่ายทำนั้นตั้งอยู่ ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ซึ่งทั้งสองแห่งมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ที่แรกได้แก่ พระราชวัง Sacchetti อันยิ่งใหญ่ในสไตล์ศิลปะแบบ Mannerism ส่วนอีกที่คือพื้นที่ร้างที่เต็มไปด้วยภาพวาดกราฟิตี้ในย่าน Campo Boario ภาพที่ถูกถ่ายออกมาได้รวบรวมทีมออกแบบของ Gucci ที่ทำงานร่วมกับมิเคเล่ในคอลเลกชั่นเดียวกับที่พวกเขากำลังสวมใส่อยู่ ภายใต้บทละครของการเปรียบเทียบและมุมมองต่างๆ

ในบทสนทนาที่เปิดกว้างระหว่างความเสื่อมโทรมภายนอกและการเปิดเผยส่วนบุคคลของพื้นที่ทั้งสองที่ดูเหมือนจะเข้ากันไม่ได้ ผู้คนที่ไม่เปิดเผยตัวตนเหล่านี้ไปๆ มาๆ ระหว่างทำหน้าที่ในกองถ่ายที่เกิดขึ้นที่พระราชวังและอาคารร้างอันเสื่อมโทรม ผลลัพธ์ที่ได้คือพวกเขานำเสนอบทละครเปรียบเทียบที่เชื่อมโยงระหว่างความจริงและความเพ้อฝัน สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างแฟชั่นที่อยู่ในจินตนาการและสินค้าของจริงที่ผลิตออกมา

มิเคเล่กล่าวว่า “ผมรวบรวมสิ่งที่แตกต่างกันมาไว้ด้วยกัน และสิ่งนั้นนำเสนอความสวยงามอันแสนยุ่งเหยิงที่ผมแสวงหามาโดยตลอด นั่นคือ ความยุ่งเหยิงของความสวยงาม จะเกิดอะไรขึ้นกับความสัมพันธ์ระหว่างความจริงและนิยายเมื่อสายตาที่อยากรู้อยากเห็นแอบมองเข้าไปในกลไกของการสร้างภาพในความคิด จะเกิดอะไรขึ้นกับแฟชั่น เมื่อความจริงกลับกลายเป็นเพียงช่วงเวลาแห่งการหลอกลวง ทำลายมนตร์สะกดที่บังคับให้ผู้ร่วมงานของผมทำงานอย่างหลงใหลในเสื้อผ้าที่พวกเขาต้องทิ้งไปในภายหลัง ผมขอให้พวกเขาสวมใส่มัน ด้วยเหตุนั้นพวกเราจึงทำงานด้วยตัวเอง ทำทุกอย่างภายในออฟฟิศของเรา ผสมผสานสิ่งต่างๆ ที่เราได้ทำไปแล้วเข้ากับสิ่งที่เรากำลังจะทำ เอาชนะแผนการของเวลาที่สอดคล้องกับความคิดของผมในเรื่อง Epilogue ซึ่งเป็นการตัดสินใจครั้งสุดท้ายของอนาคตที่ส่วนใหญ่เป็นปัจจุบัน”

ถ่ายภาพโดย Alec Soth ช่างภาพจากมินนีแอโพลิส และถ่ายทำภาพยนตร์โดยผู้กำกับชาวโรมัน Damiano และ Fabio D’Innocenzo ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ Silver Bear สาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลินปี 2020 โดยแคมเปญดังกล่าวนำไปสู่บทสรุปของการเล่าเรื่องที่เริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ด้วยโชว์ An Unrepeatable Ritual เมื่อมิเคเล่นำการเตรียมการข้างหลังเวทีมาเป็นเวทีแสดงหลัก และเรื่องราวยังคงดำเนินต่อไปในเดือนพฤษภาคมด้วยการเปิดตัวแคมเปญ The Ritual ที่เป็นการทดลองที่ลึกซึ้งซึ่งลบเลือนเส้นแบ่งระหว่างนายแบบนางแบบและผู้แต่งเพื่อค้นหาแนวคิดเกี่ยวกับความงามที่เกิดขึ้นเองและไม่สามารถคาดเดาได้ และตอนนี้หลังจากการนำเสนอแบบถ่ายทอดสดในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ในที่สุดเทพนิยายเรื่องนี้ก็เดินทางมาถึงบทสรุปส่งท้ายที่เรียกว่า Epilogue นั่นเอง

ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์: Alessandro Michele

ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์: Christopher Simmonds

ช่างภาพ: Alec Soth

ผู้กำกับภาพยนตร์: Damiano และ Fabio D’Innocenzo

TUMI ผู้นำนวัตกรรมและไลฟ์สไตล์การเดินทางเปิดตัวร้านค้าประสบการณ์เสมือนจริงแห่งแรก !

ในฤดูกาลนี้ TUMI ซึ่งเป็นแบรนด์หรูชั้นนำด้านการเดินทาง ไลฟ์สไตล์ และเป็นมีสินค้าประสิทธิภาพระดับสากล จะเปิดตัวร้านค้าเสมือนจริงที่ก้าวล้ำ หรือ TUMI Virtual Store เพื่อเปิดตัวคอลเลกชัน Spring 2021 ประจำฤดูใบไม้ผลิ ปี 2564 พร้อมมอบประสบการณ์ผ่านหลายช่องทางอย่างเต็มอิ่มและเหนือกว่าให้กับลูกค้าทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง

ร้านค้าเสมือนจริง TUMI Virtual Store เป็นสื่อในการการเล่าเรื่องราวแบบไดนามิกที่สร้างแรงบันดาลใจให้ลูกค้าเริ่มต้นการเดินทาง ผ่านจุดสัมผัสและการเปิดใช้งานเชิงโต้ตอบที่ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อก้าวสู่ยุคใหม่ของการค้าปลีกดิจิทัลที่เชื่อมโยงแฟน ๆ เข้ากับแบรนด์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน   ตั้งแต่การรับชมการนำเสนอภาพเสมือนจริงของพื้นที่ที่ล้ำสมัยอันซับซ้อนของ Virtual Store ไปจนถึงการร่วมถ่ายภาพที่คุณสามารถแชร์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์และร่วมเล่นมินิเกมที่สนุกสนาน นอกจากนี้ แขกยังสามารถดูผลิตภัณฑ์ของ TUMI ผ่านการใช้งานระบบสามมิติแบบ 360 องศา และความเป็นจริงเสมือนที่ชวนให้หลงใหล และสามารถเลือกซื้อสินค้ารูปแบบล่าสุดของคอลเลกชัน Spring 2021 ได้

นอกจากนี้ยังช่วยยกระดับประสบการณ์การซื้อสินค้าแบบ TUMI O2O (“การเปลี่ยนการซื้อสินค้าแบบออนไลน์ให้เป็นออฟไลน์” และรวมถึง “การเปลี่ยนการซื้อสินค้าแบบออฟไลน์สู่ออนไลน์”) โดยรวม เนื่องจาก Virtual Storeสามารถเชื่อมต่อกับช่องทางอื่น ๆ ในการเลือกซื้อสินค้าของ TUMI ผ่านฟังก์ชัน Chat & Shop เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายลูกค้าไปยังจุดซื้อได้อย่างราบรื่น   ลูกค้าที่เข้าใช้งาน Virtual Store สามารถติดต่อกับพนักงานขายเพื่อขอคำแนะนำและถามคำถาม และสั่งซื้อสินค้าได้อย่างง่ายดาย หรือสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ผ่านทางเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซในประเทศ    โดยผู้ที่เยี่ยมชมร้านค้าจริงของ TUMI ในภูมิภาคสามารถสำรวจภูมิทัศน์แห่งโลกดิจิทัลของ TUMI ผ่านตู้คีออสในร้านค้า เพื่อยกระดับประสบการณ์ออฟไลน์ให้ดียิ่งขึ้น

ในคอลเลกชัน Spring 2021 นี้ กระเป๋าการเดินทางของ TUMI ใช้นวัตกรรมใหม่ด้านโลหะและสีเอิร์ธโทนโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยการเปิดตัว TUMI MAX ซึ่งเป็นคอลเลกชันกระเป๋าเดินทางระดับพรีเมียมล่าสุดของแบรนด์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ของคอลเลกชัน19 Degree Aluminum และ 19 Degree Polycarbonate ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์   โดยคอลเลกชัน 19 Degree Aluminum จะเปิดตัวกระเป๋าเดินทางทรงหีบมีล้อแบบใหม่ และสี Russet Ombre ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะประจำฤดูกาล ในขณะที่คอลเลกชัน 19 Degree Polycarbonate จะเปิดตัวสีใหม่ คือสี Cordovan สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลางเท่านั้นเพลิดเพลินไปกับคอลเลกชัน Spring 2021 คอลเลกชันใหม่ของ TUMI ได้ในการถ่ายทอดสดระดับภูมิภาค และสัมผัสประสบการณ์ใหม่จากTUMI Virtual Store ร้านค้าเสมือนจริงของ TUMI  ได้ที่นี่เลยครับ

#TUMIGoesVirtual

ดื่มน้ำทั้งเครื่องดื่มเย็นและร้อนได้อย่างมีสไตล์กับแก้ว mug จาก Dior x 24Bottles

Stay Hydrated! ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างมีสไตล์กับแก้ว Mug รักษาอุณหภูมิที่ Dior ออกแบบร่วมกับ 24Bottles มาพร้อมสายรัดคล้องเอวหรือกระเป๋า โดดเด่นด้วยลายพิมพ์ฟ้อนต์ Oblique สุดไอคอนิกขอแบรนด์ นอกจากนี้ยังเป็นแสตนเลสที่รักษาความเย็นได้ 24 ชั่วโมงและความร้อนที่ 6 ชั่วโมง

รับรองว่าได้จิบน้ำแบบเท่ๆตลอดวันแน่นอน ราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 641 USD หรือประมาณ 19,000 บาทครับ

H.Moser & Cie.กับการอัพเกรดนาฬิกา SWISS ALP WATCH

จุดสิ้นสุดของแนวคิดในการสร้างแรงบันดาลใจของนาฬิกา Swiss Alp Watch Final Upgrade (สวิสส์ แอลป์ วอทช์ ไฟนอล อัพเกรด) ได้เผยโฉมไปแล้วเมื่อวานนี้จากณ เมือง Neuhausen am Rheinfall ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในการผจญภัยของสาวกผู้หลงใหลนาฬิกา Swiss Alp Watch (สวิสส์ แอลป์ วอทช์) มาตั้งแต่ปี 2011 โดยเปิดตัวเพื่อตอบสนองต่อการถือกำเนิดของนาฬิกาที่เชื่อมโยงต่อความปรารถนาอันแรงกล้าของแบรนด์ที่มีอายุกว่า 200 ปี อย่าง H.Moser & Cie. (เอช.โมเซอร์ แอนด์ ซี.) ที่ยังคงยึดมั่นต่อคุณค่าของประเพณีดั้งเดิมในการผลิตกลไกนาฬิกาชั้นสูง ที่ถูกผสานลงในกลไกอันทันสมัย 

 

โดยนาฬิกา Swiss Alp Watch (สวิสส์ แอลป์ วอทช์) ได้เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายของการสร้างสรรค์อันเป็นเอกลักษณ์ จนเกิดเป็นผลงานที่มีแนวคิดไม่เหมือนใคร ซึ่งนาฬิกา Swiss Alp Watch Final Upgrade (สวิสส์ แอลป์ วอทช์ ไฟนอล อัพเกรด) จึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการยกย่องนาฬิกาที่เป็นตัวเชื่อมโยงและผสมผสานเทคโนโลยี Vantablack®  (แวนทาแบล็ค) ให้เข้ากับการผลิตกลไกนาฬิกาชั้นดีในแบบดั้งเดิม 

ปัจจุบันจึงเป็นช่วงเวลาแห่งการเชื่อมโยงอีกครั้ง ทั้งต่อตัวเราเอง, ต่อผู้คนรอบข้างและต่อสิ่งสาคัญ ซึ่งเหตุการณ์ในปัจจุบันเป็นเครื่องเตือนใจว่า โลกเสมือนจริงนั้นไม่มีวันเหนือกว่าโลกของความเป็นจริง โดยเฉพาะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่มีทางทดแทนผู้คน และเทคโนโลยียังคงเป็นเพียงเครื่องมืออย่างไม่มีวันสิ้นสุด 

ความเชื่อมั่นอันแรงกล้าของ H.Moser & Cie. (เอช.โมเซอร์ แอนด์ ซี.) ที่ต้องการจะปิดท้ายคอลเลกชั่น Swiss Alp Watch (สวิสส์ แอลป์ วอทช์) ด้วยนาฬิการุ่นพิเศษที่มีความคล้ายคลึงจากรุ่นก่อนหน้านี้ โดยนาฬิกา Swiss Alp Watch Final Upgrade (สวิสส์ แอลป์ วอทช์ ไฟนอล อัพเกรด) ได้แรงบันดาลใจการออกแบบจากสมาร์ทวอทช์แต่ภายในเป็นระบบกลไกจักรกล100% จากโรงงานในสวิสส์ และสำรองพลังงานขั้นต่า 100 ชั่วโมง ที่ได้รับการพัฒนาให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น ซึ่งถูกคิดค้นขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบสาหรับนาฬิการุ่นต่อไป 

แทนที่จะต้องดาวน์โหลดข้อมูล ผู้ผลิตนาฬิกาจากเมือง Schaffhausen (ซาฟฟ์ฮาวเซน) จึงมีความคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะเติมพลังให้ตนเอง ด้วยนาฬิกาที่ต้องสื่อถึงอารมณ์และตามฝันของคุณ โดยยังคงทำตามวัตถุประสงค์หลักของมันนั่นคือ การบอกเวลาสำหรับนาฬิการุ่นนี้ H.Moser & Cie. (เอช.โมเซอร์ แอนด์ ซี.) ต้องการรวมองค์ประกอบต่าง ๆ ที่มีส่วนทำให้เกิดความสาเร็จในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อย่างความงดงามของหน้าปัด Vantablack® (แวนทาแบล็ค) ในรุ่น Concept  (คอนเซ็ปต์) ที่ไม่มีโลโก้และหลักชั่วโมง โดยได้แรงบันดาลใจจากนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี และใช้หน้าปัด Vantablack® (แวนทาแบล็ค) ผลิตจากวัสดุที่คิดค้นขึ้นเองร่วมกับเข็มชั่วโมง-นาทีสีดำ ยิ่งทำให้ดูเหมือนหน้าปัดกำลังอยู่ในโหมด Standby (สแตนบาย) โดยมีการเสริมความสมบูรณ์แบบด้วยช่องบอกวินาทีสีเทาตรงตำแหน่ง 1 นาฬิกาบนหน้าปัด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ทาให้นึกถึงเวลาที่ผ่านไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตือนความจำว่าที่นี่และตอนนี้คือสิ่งสำคัญ 

“แนวคิดนี้เกิดขึ้นโดยลูกค้าและเพื่อนของแบรนด์ ซึ่งเป็นผู้ชื่นชอบและเป็นแฟนตัวจริงของคอลเลกชั่นนาฬิกา Swiss Alp Watch (สวิสส์ แอลป์ วอทช์) โดยพวกเขาได้มาเยี่ยมเยียนเราด้วยไอเดียการออกแบบที่นอกกรอบสุดๆ และเราเองก็ต้องการลงมือสร้างสรรค์โมเดลนี้ขึ้นมาอย่างไม่รีรอ โดยสอดคล้องกับปรัชญาของเราด้วยอารมณ์ขันและหยอกเย้า” 

Edouard Meylan (เอดวอร์ด เมย์ลอง) CEO of H. Moser & Cie. (ซีอีโอ ของ เอช.โมเซอร์ แอนด์ ซี.) ได้กล่าวไว้ 

 

ไม่จำเป็นต้องมี Social Media! Bottega Veneta ปล่อยภาพแคมเปญล่าสุด Salon 01 ให้แฟนๆได้เลือกโพสต์ตามสไตล์ของตัวเอง

Bottega Veneta แบรนด์หรูสัญชาติอิตาลีภายใต้การนำของ Daniel Lee creative director ชาวอังกฤษ ปล่อยภาพแคมเปญล่าสุด SS21 Salon 01 ออกมาโดยได้ Tyrone Lebon เป็นคนลั่นชัตเตอร์


และแม้จะไม่มี social media ใดๆของแบรนด์หลงเหลืออยู่ (หลังจากที่ทางแบรนด์ลบทุก account ทิ้งไปเมื่อเดือนก่อน) แฟนๆ สื่อแฟชั่น และเหล่า influencer ของแบรนด์ต่างก็พร้อมใจกันโพสรูปแคมเปญนี้โดยเลือกภาพที่เข้ากับบุคลิกหรือธีมในการเล่าเรื่องของแต่คน ซึ่งนายแบบนางแบบต่างก็มีหลากหลายสไตล์และเชื้อชาติ เช่นเดียวกับเหล่าสัตว์ที่มาร่วมถ่ายแบบเช่นกัน เรียกได้ว่าค่อนข้างฉลาดและเป็นวิธีการที่สะท้อนความเงียบขรึมขี้อายแต่มากไปด้วยฝีมือและความคิดของ Daniel Lee ครับ

เพราะถึงจะไม่ได้มีแพลตฟอร์มออนไลน์ใดๆมาช่วยแต่การบอกเล่าปากต่อปาก และพลังรวมถึงความชอบของแฟนๆก็ทำให้แคมเปญนี้เป็นที่พูดถึงเป็นวงกว้างเช่นเดียวกับทุกครั้งครับ

BOTTEGA VENETA
Salon 01 Campaign

Photographed by Tyrone Lebon

Actress Sheila Atim

Artist Rosemarie Trockel

Nora Svenson
Nikita Stsjolokov
Ottawa Kwami
Emil Schueler
Andrea Risso