ที่สุดของเสื้อหนัง กับแจ๊กเก็ต JJ Dean Mathematical Jacket ราคาครึ่งล้านจาก Chrome Hearts

สุดของเสื้อหนัง! ราคาครึ่งล้านจาก Chrome Hearts เป็นไอเท็มคลาสสิกที่ทำให้ผู้ชายอย่างเราๆดูเท่ขึ้นทันตาอยู่แล้วสำหรับแจ๊กเก็ตหนังสไตล์ Biker ซึ่งถ้าใครอยากไปให้สุดก็ต้องเป็นแจ๊กเก็ตหนังแท้สลักลาย JJ Dean Mathematical Jacket ตัวนี้จาก Chrome Hearts ที่ใช้อะไหล่เงินแท้ .925 ทุกจุดและตัดเย็บขึ้นแบบ handmade

ซึ่งราคาว่าตามความหรูหราของแบรนด์ก็อยู่ที่ 17,820 USD หรือประมาณ 550,000 บาทครับโดยสามารถสั่งซื้อได้ที่เวปไซต์ของแบรนด์หรูจากอเมริกาได้เลย รับรองว่าเป็นตัวจบแน่นอนสำหรับสาย biker มาดขรึม!

ศาสตร์การสร้างสรรค์ในงานสถาปัตยกรรมสู่ Laser-Cut Collection แสนประณีจาก Bally

ผลิตภัณฑ์เครื่องหนังคอลเล็กชั่นLaser- Cut น้องใหม่ประจำฤดูใบไม้ผลิ/ร้อน2021 สำหรับสตรีและบุรุษที่ประกอบด้วยรองเท้า กระเป๋า และเครื่องประดับ คือภาพสะท้อนที่แท้จริงที่แสดงให้เห็นถึงความชำนาญที่ยาวนานไม่เสื่อมคลายของบาลลี่ในฐานะสถาปนิกนักออกแบบผลิตภัณฑ์จากหนังสัตว์ผู้ผลักดันให้งานฝีมือก้าวไปข้างโดยนำเทคโนโลยีล้ำยุคเข้ามาใช้ร่วมกับกรรมวิธีโบราณที่สืบทอดกันมาได้อย่างลงตัว

คอลเล็กชั่นที่ทำจากหนังสัตว์ซิกเนเจอร์ของบาลลี่ อวดความแม่นยำของการตัดด้วยเลเซอร์ให้เห็นผ่านการนำมาทำเป็นงานดีไซน์กรอบที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ซึ่งถูกใช้ในหลายรูปแบบเพื่อให้เหมาะกับลุครับร้อนที่หลากหลาย

ผลิตภัณฑ์ชิ้นโปรดของแบรนด์ที่มีกลิ่นอายของความอยู่เหนือกาลเวลาอย่างกระเป๋าSandah ของผู้หญิงที่ประกอบไปด้วยมือจับขนาดใหญ่ซึ่งใช้คล้องหัวไหล่ได้สบาย กระเป๋าผ้าไหมใบน้อยที่ถอดออกได้สำหรับการจัดระเบียบภายในกระเป๋าหรือใช้เป็นคลัตช์ต่างหากแบบเก๋ๆ รวมทั้งของชิ้นเล็กอย่างผ้าพันคอไหมที่ช่วยเติมอารมณ์รับร้อนให้สวยสง่าไปอีก  ส่วนกระเป๋า Vedahทรงโท้ตที่ใช้อะไหล่ 1851 สุดเท่ของเรา มีฝาเปิดปิดถอดได้ซึ่งคาดติดกับตัวกระเป๋าด้วยตัวยึดแม่เหล็กหรือจะถอดออกไปเลยแบบลุคกระเป๋าปากอ้าที่ดูคลาสสิกก็ได้ ช่องผ้าไหมติดซิปที่ตรงกลางยังได้รับการประดับตกแต่งด้วยลายB – Chain

รองเท้าใส่ง่ายหลากสไตล์ช่วยมอบลุคที่สะดุดตาและทันสมัย อย่าง Glaris ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคอลเล็กชั่นบู้ตBally Grungeซึ่งมีสายรัดหนังที่ถอดได้และเครื่องหมาย B -Chain  กรอบแบบต่างๆ ที่เป็นงานหนังสัตว์ทำให้สีดูตัดกันชัดเจนอย่างในรองเท้าสนีเกอร์สีขาวจากกลุ่มBally Lift ที่ขายดีที่สุดซึ่งออกแบบมาให้มีแผ่นแปะบนรองเท้าที่ถอดได้สีโทนน้ำตาลเข้มกับหมุดโลกโทนสีทอง  เพื่อแสดงความเคารพต่อมรดกของชาวสวิสที่เป็นรากเหง้าของแบรนด์ เราจึงนำรองเท้าไม้โบราณกลับมาคิดใหม่อีกครั้งโดยนำงานฝีมือที่ผ่านการตัดด้วยเลเซอร์ใส่ลงไปพร้อมหัวเข็มขัดJanelle Buckle ที่เป็นหนึ่งตราสัญลักษณ์ของบาลลี่ที่ใครๆ ก็จำได้

คอลเล็กชั่นเครื่องหนังLaser-Cutมีจำหน่ายออนไลน์และในบูติกบาลลี่ทั่วโลกแล้ววันนี้

GUCCI เปิดตัวโปรเจกต์ KAI COLLECTION x EVERYWHERE ในไทย

ตุ๊กตาหมีเท็ดดี้ซึ่งเป็นคู่หูตัวโปรดของใครหลาย ๆ คนในช่วงวัยเด็กจนโตและได้กลายเป็นป๊อปคัลเจอร์ไปแล้ว และหนึ่งในผู้ที่เป็นแฟนคลับตัวยงของเจ้าตุ๊กตาหมีเท็ดดี้ก็คือ KAI นักร้อง K-pop ที่ไม่ธรรมดาและเป็นสมาชิกของวงดนตรี EXO ของเกาหลีใต้ ด้วยการแสดงที่มีเสน่ห์ การเต้นที่น่าหลงใหล และความกล้าแสดงออก ทำให้เขามีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

Alessandro Michele ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Gucci ได้ออกแบบคอลเลคชั่น KAI x Gucci โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก KAI ซึ่งในคอลเลคชั่นนี้ประกอบไปด้วยเสื้อผ้าและเครื่องประดับสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีที่มีลวดลายการตกแต่งอันโดดเด่นของตุ๊กตาหมีเท็ดดี้ผูกโบว์ไทสีฟ้า

เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดความอยากรู้และทำภาพในฝันให้กลายเป็นจริง Gucci จึงได้ร่วมมือกับ IM Jibin ศิลปินป๊อปจากโซลซึ่งเป็นที่รู้จักจากการแสดงผลงานศิลปะรูปหมี Bear Balloon ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ โปรเจกต์งานศิลป์ Everywhere ที่มีชื่อเสียงของเขา Jibin ได้สร้างพื้นที่ศิลปะแบบแสดงสดโดยการวาง Bear Balloon ขนาดใหญ่ตามสถานที่ต่าง ๆ ที่มองว่าไม่น่าจะเข้ากันได้ทั่วโลก


ขณะนี้ Bear Balloon ขนาดใหญ่หนึ่งในสองตัวที่ผลิตโดย Gucci ร่วมกับ IM Jibin ได้มาถึงประเทศไทยแล้วมีการติดตั้ง Bear Balloon ขนาด 6 เมตรสีน้ำตาลแซมขาวและผูกโบว์ไทสีฟ้าซึ่งจำลองจากตุ๊กตาหมีเท็ดดี้ที่อยู่ในลวดลายของคอลเลคชั่น KAI x Gucci เช่นเดียวกับงานศิลป์หลาย ๆ ชิ้นของ IM Jibin หมีเหล่านี้จะมีคำพูดติดบนใบหน้าเพื่อเป็นการสื่อสารข้อความ โดย Bear Balloon ตัวที่มาประเทศไทยนี้ติดคำว่า “HELLO” ซึ่งเป็นคำทักทายที่เรียบง่าย เป็นมิตรและสื่อถึงความยินดีที่จะสานสัมพันธ์กับผู้คน


งานศิลป์ Gucci Bear Balloon นี้จะทำตามโปรเจกต์ Everywhere ของ IM Jibin ที่จะไปปรากฏตัวในสถานที่ที่โด่งดังที่สุดของกรุงเทพ เช่น สนามมวยราชดำเนิน, สถานีรถไฟหัวลำโพง และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ แล้วหลังจากนั้นจะจัดแสดงต่อที่ Thara Hall ในห้าง ICONSIAM ตั้งแต่วันที่ 10 ถึง 30 เมษายน และในวันที่ 19 นี้จะมีการจัด Gucci Pin หรือป๊อปอินในร้านเพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวของคอลเลคชั่น KAI x Gucci อีกด้วย

#KAIxGucci

“ผ้าลายขอเจ้าฟ้าฯ” สร้างมูลค่าหลายพันล้านให้ชุมชน โดยฝีมือศิลปินช่างทอผ้าของไทย

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้สนองแนวพระดำริ ผ่าน “โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก” จัดกิจกรรมโครงการประกวดผ้าลายขอพระราชทานฯ และจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ 8 ครั้ง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานการทอผ้า

รวมทั้งสร้างศิลปินช่างทอผ้ารุ่นใหม่ของไทย โดยนำทีมกรรมการและที่ปรึกษาโครงการฯลงพื้นที่

เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2564 นายวิฑูรย์ นวลนุกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร นำทีมที่ปรึกษาและกรรมการโครงการฯ พบปะศิลปินช่างทอผ้าจาก 3 จังหวัดอีสานตอนกลาง ได้แก่ สกลนคร นครพนม และกาฬสินธุ์ โดยกิจกรรมจัดขึ้น ณ ศาลากลางจังหวัดสกลนคร มีนายศิริชัย ทหรานนท์ นักออกแบบและประธานกรรมการการตัดสินในระดับภูมิภาค นายอัครชญ แก้วอาภรณ์ กรรมการที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก และผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ได้ร่วมชี้แจง กติกาสำคัญ รางวัล และกำหนดการโครงการประกวดผ้าลายพระราชทานฯ ตลอดจนมีการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การย้อมสีธรรมชาติไหมไทยพันธุ์พื้นบ้าน” และ “การเข็นฝ้ายแบบโบราณ” โดยเจ้าหน้าที่กรมหม่อนไหม ในการอบรมยังมีศิลปินช่างทอผ้ารุ่นเก่าของสกลนคร ที่ส่วนใหญ่มาจากหมู่บ้านย้อมสีธรรมชาติและผลิตผ้าครามได้เข้าร่วมอบรม ศิลปินช่างทอผ้าจากบ้านท่าเรือ อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสถานที่แรกที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทอดพระเนตรเห็นชาวบ้านนุ่งผ้าไหมมัดหมี่ ขณะเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมราษฎรในปี 2513 ซึ่งศิลปินช่างทอผ้าของบ้านท่าเรือที่เคยเป็นผู้ชนะเลิศโครงการประกวดทอผ้าของโครงการศิลปาชีพฯ ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ให้กับผู้เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ พร้อมกับแสดงความดีใจที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงฟื้นฟูโครงการประกวดผ้าขึ้นมาอีกครั้ง

ครั้งที่ 2 จัดขึ้น เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2564 มีนายวรงค์ แสงเมือง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน นายอัครชญ แก้วอาภรณ์ กรรมการที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก และคณะกรรมการได้เดินทางไปพบศิลปินช่างทอผ้าที่บ้านโคกล่าม อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม กิจกรรมนี้ได้รับความสนใจจากศิลปินช่างทอผ้าในพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ จังหวัดร้อยเอ็ด สุรินทร์ ชัยภูมิ สกลนคร ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ มีกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง“ผ้าไทยใส่ให้สนุก” โดยนายกุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหาร นิตยสารโว้กประเทศไทย เรื่อง “คอลเลคชั่นผ้าไทยร่วมสมัย” โดยนายพลพัฒน์ อัศวะประภา นักออกแบบและผู้ก่อตั้ง ASAVA Group และนายสธน ตันตราภรณ์  ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่น เรื่อง “คุณภาพเส้นใย ไหมพันธุ์ไทย ฝ้ายพื้นเมือง” โดยนายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข นักออกแบบและผู้ก่อตั้งแบรนด์ WISHARAWISH  และเรื่อง “การสร้าง Story Telling และ Packaging” โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน และ ดร.กรกลด คำสุข จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สำหรับบ้านโคกล่ามเป็นหมู่บ้านย้อมสีธรรมชาติที่ยังใช้ไม้มงคลในการย้อมผ้าอย่างขนุน คูน ยอ ซึ่งในการอบรมครั้งนี้ มีศิลปินช่างทอผ้าเข้ามาร่วมรับฟังจากหลายจังหวัด ดังนั้นคณะกรรมการโครงการประกวดฯ จึงเห็นความสำคัญและมุ่งมั่นในการมองหาศิลปินช่างทอผ้ารุ่นใหม่ที่สืบสานองค์ความรู้การทอผ้าไทยให้สืบต่อไป

ส่วนการอบรมครั้งที่ 3 จัดขึ้นที่ บ้านหัวฝาย อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น ซึ่งนายสมศักดิ์ จังตระกูล  ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นให้เกียริติเป็นประธานในพิธีเปิด มีศิลปินช่างทอผ้าจากจังหวัดขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี และชัยภูมิเข้าร่วม สำหรับจังหวัดขอนแก่นได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของการทอผ้าในประเทศไทย ที่สร้างมูลค่าให้แก่การทอผ้าได้หลายพันล้านบาทต่อปี มีผู้เชี่ยวชาญและศิลปินช่างทอฝีมือดีหลายคนที่เคยส่งผ้าเข้าประกวดในโครงการศิลปาชีพฯ ซึ่งบางคนได้เลิกทอผ้าไปแล้วในปัจจุบัน แต่มีความกระตือรือร้นที่กลับมาทอผ้าส่งเข้าประกวดอีกครั้ง

       ในการอบรมทั้ง 3 ครั้ง ได้รับความสนใจอย่างมาก มีการตั้งคำถามและนำผ้าทอตัวอย่างมาให้ชม พร้อมทั้งเล่าถึงความตั้งใจในการทอผ้าเพื่อส่งเข้าประกวด ศิลปินช่างทอผ้าหลายคนมีความมุ่งหวังที่จะคว้ารางวัลชนะเลิศเมื่อทราบว่า รางวัลชนะเลิศเป็นเหรียญทองที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาจะพระราชทานแก่ผู้ชนะการประกวดในพิธีเปิดงาน OTOP CITY ประจำปีนี้ และออกแบบโดยนายศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี ศิลปินวาดภาพผู้มีชื่อเสียง

       ทั้งนี้ผู้สนใจส่งผ้าลายพระราชทานเข้าประกวด สามารถส่งใบสมัครได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดทั่วประเทศ ภายในวันที่ 30 เมษายน 2564 และสามารถส่งผ้าเข้าประกวดได้ภายในวันที่ 12 พฤษภาคม 2564 โดยโครงการประกวดผ้าลายพระราชทานฯ จะดำเนินการตัดสินตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการประกวดผ้าลายพระราชทานฯ ติดต่อได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชน ทุกจังหวัด หรือที่กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย หรือติดต่อได้ที่เพจ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” โดยหากมีคำถามหรือต้องการจะแสดงรูปผลงานผ้าทอ โปรดใส่แฮชแท็ก #ผ้าไทยใส่ให้สนุก #phathaisaihaisanook นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มช่องทางติดต่อทาง LINE Official Account “@saihaisanook” และทาง QR Code ที่เห็นนี้ด้วยเช่นกัน สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งต่อไป จะจัดขึ้นที่ จังหวัดลำพูน อุทัยธานี สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา บุรีรัมย์ ผู้ที่สนใจจะร่วมกิจกรรมสามารถติดตามข้อมูลได้จากเพจดังกล่าว

Givēon ขึ้นแสดงสดเพลงฮิต Heartbreak Anniversary ของเจ้าตัวในโททัลลุคโทนสีเทาสุดเท่จาก Prada

กีวียอห์น Givēon ศิลปินเจ้าของเพลงฮิต Heartbreak Anniversary ขึ้นโชว์สดที่ The Ellen Show โดยศิลปินผู้มีชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy ก็เลือกสวมใส่ total look จาก Prada 

ตั้งแต่รองเท้าบู้ท ankle pouch combat boots ไปจนถึงเสื้อแจ๊กเก็ตหนัง touch-strap blouson สี marble grey ครับเสียงละมุนละยังมาในลุคเท่ๆอีกด้วย! ชมรายละเอียดของแต่ละชิ้นที่เจ้าตัวสวมใส่ได้บนเวปไซต์ของเราเลยครับ!

รายละเอียดรองเท้าบู้ท ankle pouch combat boots

รายละเอียดเสื้อแจ๊กเก็ตหนัง touch-strap blouson สี marble grey

HERMÈS เปิดตัว H08 WATCH นาฬิกากลิ่นไอสปอร์ตสุดหรูกลไกออโตแมติก แรงบันดาลใจจากคณิตศาสตร์และอภิปรัชญา

การผสมผสานความหนักแน่นและเส้นสายที่ลื่นไหล ความแข็งแกร่งและความละเอียดอ่อน นาฬิกาแอร์เมส H08 (Hermès H08) ฝังแน่นใน Men’s Universe ของแบรนด์

ในขณะที่สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวอย่างชัดเจน แต่ที่บ้านก็มีความเท่าเทียมกันกับวิถีที่เร่งรีบ นาฬิกา Hermès H08 ในดีไซน์ร่วมสมัยที่อยู่เหนือกาลเวลาเพื่อวางทาบบนข้อมือให้สัมผัสชีพจรของคนรุ่นใหม่ ที่ทุกย่างก้าวในทุกลมหายใจและทุกระลอกคลื่นเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ทุกช่วงเวลาของการพักผ่อนและความเร่งรีบ นี่คือสิ่งที่จะสร้างความสมดุล ส่งเสริมบทสนทนาระหว่างสิ่งตรงกันข้ามและความแตกต่าง

นาฬิกา Hermès H08 ต้องการช่างนาฬิกาที่จะรังสรรค์ขึ้นโดยแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ในงานที่เต็มไปด้วยรายละเอียด การดูแลที่พิถีพิถันและความเชี่ยวชาญที่ได้มาจากความอดทน เมื่อเวลาผ่านไป มันจะรวมจิตวิญญาณ แรงผลักดัน และการเคลื่อนไหว ดีไซน์สปอร์ตที่ได้แรงบันดาลใจจากความหนักแน่นและเส้นสายที่ลื่นไหล พื้นหน้าปัดทรงกลมโอบล้อมด้วยตัวเรือนพร้อมขอบที่อ่อนโยน ราวกับมุมและเส้นโค้งผสานเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ดูราวกับถูกตกแต่งด้วยวัสดุที่เป็นแร่ และโทนสีดำ เทาและสีแดนทราไซต์ โดยจับคู่กับสายยางธรรมชาติสีน้ำเงินและสีส้ม

ความจริงจังและความเย้ายวน ความแข็งแกร่งและความละเอียดอ่อน ความด้านและความมันวาว ที่ปรากฏขึ้นในเวลาเดียวกัน ถูกกำหนดขึ้นจากลักษณะที่แตกต่างกันโดยเนื้อแท้ที่มีหลายแง่มุมเช่นเดียวกับหนุ่ม Hermès นาฬิกา Hermès H08 ฝังแน่นเป็นส่วนหนึ่งใน Men’s Universe ของแบรนด์ที่ เวโรนิก นิชาเนียน (Véronique Nichanian) ได้สร้างขึ้นในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา โดยมีส่วนร่วมจากองค์ประกอบที่หลากหลาย ทั้งการตัดเย็บอย่างสมบูรณ์แบบ วัสดุที่เย้ายวน และมาตรฐานแห่งความสบายอย่างไร้ที่ติ

ชื่อที่น่าพิศวงของนาฬิกา Hermès H08 บ่งบอกเป็นนัยถึงกราฟิก คณิตศาสตร์และอภิปรัชญา แบบตัวอักษรดั้งเดิมที่โดดเด่นของตัวเลขที่สะท้อนถึงวัตถุ ประกอบด้วย 0 และ 8 ที่เผยให้เห็นจากรูปแบบของตัวเรือน เลข 0 แสดงถึงความว่างเปล่า ในขณะที่รูปแนวนอนของเลข 8 คือสัญลักษณ์ “ไม่มีที่สิ้นสุด” เปรียบได้กับการเดินทางระหว่างความไม่มีอยู่และทุกสิ่งที่มีอยู่ ราวกับการสะท้อนถึงความลึกลับและความลึกซึ้งของเวลา

ขับเคลื่อนอย่างเป็นจังหวะด้วยกลไกอัตโนมัติ Manufacture Hermès H1837 ที่ผลิตขึ้นภายในโรงงานของแบรนด์ นาฬิกา Hermès H08 ไลน์ใหม่นำเสนอในตัวเรือนทรงคุชชั่นขนาดใหญ่ 3 รุ่น พร้อมเม็ดมะยมขันเกลียว รุ่นแรกกับตัวเรือนที่ผลิตจากคอมโพสิตเสิรมกราฟีน ประดับด้วยขอบตัวเรือนเซรามิกปัดด้านและขัดเงา พื้นหน้าปัดเคลือบทองสีดำคั่นด้วยแทร็กนาที ตัวเลขอารบิกเคลือบสารเรืองแสงและชุดเข็มเคลือบนิกเกิลสีดำ แสดงเวลาชั่วโมง นาที และวินาที พร้อมช่องหน้าต่างแสดงวันที่ ณ 4.30 นาฬิกา จับคู่กับสายยางสีดำและล็อกแน่นด้วยบานพับล็อกสายปีกผีเสื้อที่ผลิตจากไทเทเนียม อีกสองรุ่น รุ่นแรกในตัวเรือนไทเทเนียมเคลือบดำด้านด้วยเทคนิค DLC และรุ่นที่สองในตัวเรือนไทเทเนียมปัดด้าน กรอบหน้าปัดนิกเกิลเคลือบดำ ประกอบกับสายรัดสีน้ำเงินหรือสีดำ หรือสายยางสีดำหรือสีส้ม นอกเหนือจากความทนทานและความสบายในการสวมใส่แล้ว สายแบบทอยังได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับนาฬิกา Hermès H08 เป็นตัวอย่างของสไตล์สปอร์ตที่มีความซับซ้อนและสอดคล้องกับเครื่องแต่งกายสุภาพบุรุษของ Hermès อย่างชัดเจน

Montblanc เปิดตัว Montblanc Star Legacy Metamorphosis Limited Edition 8 นาฬิกาสีน้ำเงินเจิดจรัสกับกลไกและงานประกอบชั้นสูง โรงงานผลิตของมงต์บลองค์ที่เมืองวิเญอเรต์

การผลิตนาฬิกามงต์บลองค์ขั้นสูงในสีน้ำเงินที่เจิดจรัส มงต์บลองค์เผยโฉมรุ่น Metamorphosis และ Exo Tourbillon ที่มีสิทธิบัตรในแนวสีน้ำเงินออกใหม่  สิ่งประดิษฐ์ที่เป็นกุญแจสำคัญทั้งสองได้จารึกเรื่องราวบทใหม่ให้กับจักรวาลของการผลิตนาฬิกาชั้นเยี่ยมของมงต์บลองค์ทันทีที่เปิดตัว ทั้งยังกลายเป็นเสาหลักด้านนาฬิกามาตลอดระยะเวลาหลายปีและสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการพัฒนาระบบกลไกสำหรับอนาคตซึ่งจะถูกนำมาใช้ในคอลเล็กชั่นหลักของเมซงด้วย

มงต์บลองค์เปิดตัว Montblanc Star Legacy Metamorphosis Limited Edition 8 ในสีน้ำเงินที่เจิดจรัส  เครื่องบอกเวลาที่เป็นนวัตกรรมชิ้นนี้แปลงเปลี่ยนตัวเองได้จริงด้วยการเผยโฉมหน้าที่แตกต่างกันสองแบบ  ระบบกลไกซับซ้อนที่ใช้ในการผลิตนาฬิกาชั้นเยี่ยมจำนวนมากถูกนำเข้ามาใช้โดยได้แรงขับเคลื่อนจากเครื่อง Manufacture calibre MB M67.60 ที่ผลิตขึ้นด้วยมือและเป็นเครื่องที่มีความซับซ้อนสูงมาก  การเปลี่ยนไปมาระหว่างสองหน้านั้นมีความยุ่งยากสูงและต้องอาศัยชิ้นส่วนมากกว่า 320 ชิ้น ซึ่งทุกชิ้นถูกผลิตด้วยมืออย่างพิถีพิถันและต้องเคลื่อนที่พร้อมๆ กัน  ยิ่งไปกว่านั้นกระบวนการสร้างกลไก Exo Tourbillon เพียงอย่างเดียวต้องใช้ชิ้นส่วนมากกว่า 100 ชิ้น และนาฬิกาทั้งเรือนประกอบด้วยชิ้นส่วนทั้งหมด 718 ชิ้นถ้วน  ทั้งนี้ทุกชิ้นส่วนผ่านการผลิตด้วยมือ ณ โรงงานผลิตของมงต์บลองค์ที่เมืองวิเญอเรต์ตามขนบที่สืบทอดต่อกันมายาวนาน

กลไกเริ่มต้นการทำงานด้วยการเลื่อนคันโยกที่ข้างตัวเรือน (เหมือนกับกลไก Minute Repeater) ซึ่งเชื่อมต่อกับหน้าปัด  กลไกจักรกลดังกล่าวประกอบด้วยส่วนที่ยึดอยู่กับที่กับชัตเตอร์ที่ขยับได้ซึ่งเปิดและปิดตามหน้าของนาฬิกาที่เลือกไว้

เมื่อชัตเตอร์ปิด หน้าของนาฬิกาจะแสดงฟังก์ชั่นเวลาโลกที่ 6 นาฬิกาในลักษณะของซีกโลกเหนือทรงโดมที่หมุนได้และล้อมรอบด้วยสเกล 24 ชั่วโมงกับตัวบอกกลางวัน/กลางคืน  ที่ 12 นาฬิกา จักรกรอกชุบโรเดียมพร้อมสปริงที่ผ่านกระบวนการทำให้เป็นสีน้ำเงินและสกรู 18 ตัว จะแกว่งไปด้วยความถี่ดั้งเดิมที่ 18,000 ครั้งต่อชั่วโมง

เมื่อชัตเตอร์เปิด หน้าปัดจะเผยให้ความงามของกลไก Exo Tourbillon หนึ่งนาทีที่ได้รับสิทธิบัตร ซึ่งยึดไว้กับสะพานกระจกคริสตัลแซฟไฟร์และทำหน้าที่แทนพระอาทิตย์ที่ 12 นาฬิกา  สิ่งนี้เป็นไปได้ก็ด้วยการก่อสร้างระบบกลไกที่ซับซ้อนซึ่งช่วยเอาจักรกรอกไปวางไว้นอกกรงและอยู่ใต้ชัตเตอร์  จานวันที่ที่กระโดดได้ปรากฏอยู่รอบ Exo Tourbillon

ที่ 6 นาฬิกา พระจันทร์สามมิติเสมือนจริงในตำแหน่งเดียวกับที่อยู่บนฟ้าเมื่อมองขึ้นจากโลก กำลังเดินวนรอบโลกอย่างสม่ำเสมอตามหลักไจโรสโคปซึ่งเหมือนกับที่พระจันทร์ทำจริงๆ เมื่อโคจรรอบโลก  ตัวแทนพระจันทร์ปรากฏตัวตัดกับฉากหลังที่ตกแต่งด้วยสะเก็ดสีทองที่ทอประกายราวกับค่ำคืนเต็มไปด้วยดวงดาว  ระบบดิถีพระจันทร์ตามหลักดาราศาสตร์ หรือ Moonsphase มีความแม่นยำสูงมากและต้องการการปรับเพียงหนึ่งวันในทุก 122 ปีเท่านั้น

ข้อมูลทางเทคนิค

เครื่อง                                   Montblanc Manufacture Calibre MB M67.60

ลักษณะกลไก                         กลไกจักรกลพร้อมระบบไขลานด้วยมือ, Exo Tourbillon 1 นาทีที่มีสิทธิบัตร, เวลาโลก และการบอกดิถีพระจันทร์ที่สมจริง

ขนาด                                        เส้นผ่านศูนย์กลาง = 45 มม.; สูง = 12.87 มม.

จำนวนชิ้นส่วน                       718 ชิ้น

จำนวนทับทิม                        61 เม็ด

พลังงานสำรอง                       ประมาณ 50 ชั่วโมง

จักรกรอก                                   บาลานซ์วีล เส้นผ่านศูนย์กลาง = 14.5 มม.; ความเฉื่อย = 59 มก./ตรซม.

ความถี่                                      18,800 ครั้งต่อชั่วโมง (2.5 เฮิรตซ์)

สปริง                                     ผ่านกระบวนการทำให้เป็นสีน้ำเงิน ใช้ฟิลิปส์ เทอร์มินอล เคิร์ฟ

แท่นเครื่อง                             ชุบโรเดียมพร้อมขัดลายวงกลม

สะพาน                                  ชุบโรเดียมพร้อมลาย “Côtes de Genève” 

ขบวนเฟือง                                ซี่เฟืองพิเศษเพื่อการส่งกำลังที่มีประสิทธิมากขึ้น

การบอกค่าต่างๆ                    เข็มชั่วโมงและนาทีเยื้องศูนย์กลาง ช่องวินาทีขนาดเล็กที่ 12 นาฬิกา

                                            หน้าปิด: เวลาโลกโดยมีซีกโลกเหนือล้อมด้วยสเกล 24 ชั่วโมงและบอกกลางวัน/กลางคืน

                                            หน้าเปิด: กลไกทูร์บิญง 1 นาทีที่มีสิทธิบัตร ซีกโลกเหนือล้อมด้วยท้องฟ้าที่อยู่จานเคลือบสะเก็ดสีทองซึ่งเสมือนเป็นดวงดาวและดิถีพระจันทร์ที่สมจริง แสดงวันที่ที่ 12 นาฬิกา

Wakanda Forever! Audemars Piguet เปิดตัวนาฬิกาซูเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวล กับนาฬิการุ่น Royal Oak Concept “Black Panther” Flying Tourbillon สุดลิมิเต็ดเพียง 250 เรือน!

หลังจากการประกาศพาร์ทเนอร์ชิพอย่างเป็นทางการกับมาร์เวล เอนเตอร์เทนเมนท์ (Marvel Entertainment) โอเดอมาร์ ปิเกต์ (Audemars Piguet) แบรนด์เครื่องบอกเวลาชั้นสูงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมแล้วที่จะเผยโฉมนาฬิกาเรือนแรกในซีรีส์นาฬิกาซูเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวล กับนาฬิการุ่น รอยัล โอ๊ค คอนเซปท์ “แบล็ค แพนเธอร์” ฟลายอิ้ง ตูร์บิยอง (Royal Oak Concept “Black Panther” Flying Tourbillon) ลิมิเต็ด เอดิชั่นที่ผลิตเพียง 250 เรือน ด้วยแรงบันดาลใจในการออกแบบนาฬิกาจากคาแรคเตอร์ในตำนานเพื่อยกย่องซูเปอร์ฮีโร่เจเนอเรชันใหม่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก จึงเป็นที่มาให้โอเดอมาร์ ปิเกต์เลือกความแข็งแกร่งและทรงพลังของตัวละครในจักรวาลมาร์เวล และเลือกเปิดตัวนาฬิกาเรือนแรกด้วยคาแรคเตอร์ที่มีความเชื่อมโยงกับโอเดอมาร์ ปิเกต์ อย่าง แบล็ค แพนเธอร์ (Black Panther) ที่ให้คุณค่ากับความสัมพันธ์ของครอบครัว รวมไปถึงการผสมผสานระหว่างขนบธรรมเนียมดั้งเดิมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากันอย่างลงตัว

ในการสร้างสรรค์นาฬิการอยัล โอ๊ค คอนเซปท์ “แบล็ค แพนเธอร์” ฟลายอิ้ง ตูร์บิยอง นั้น
โอเดอมาร์ ปิเกต์ได้เน้นถึงรากฐานของแบรนด์ทั้งในด้านความพิถีพิถันของงานฝีมือแบบดั้งเดิมและความล้ำสมัยของเทคโนโลยีแห่งอนาคต กลั่นเอาความคิดสร้างสรรค์ที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ กลายเป็นนาฬิกาที่มีกลไกอันซับซ้อน นาฬิกาขนาดหน้าปัด 42 มิลลิเมตรเรือนนี้บอกเล่าประวัติศาสตร์อันยาวนานของโอเดอมาร์ ปิเกต์ในด้านของความกล้าที่จะทดลองสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ทั้งในแง่ของการดีไซน์ รวมถึงการที่แบรนด์มักจะเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมใหม่ๆ และเพราะการที่แบรนด์ไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ จึงเป็นเหตุผลให้โอเดอมาร์ ปิเกต์ผลักดันและก้าวข้ามขีดจำกัดของการสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมองให้ไกลกว่าการสร้างสรรค์เรือนเวลาชั้นสูง ที่ผสมผสานแรงบันดาลใจจากป๊อปคัลเจอร์และวงการบันเทิง

ตัวเรือนล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยี ด้วยแรงบันดาลใจจากไวเบรเนียม

นาฬิกาเรือนนี้ถูกรังสรรค์ออกมาด้วยดีไซน์แบบฟิวเจอริสติกที่ทำให้ทุกคนนึกถึงชุดที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำของแบล็ค แพนเธอร์ ตัวละครสำคัญอีกหนึ่งตัวจากจักรวาลมาร์เวล ตัวเรือนไทเทเนียมทรงกลมถูกเน้นให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยขอบตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมและเม็ดมะยม
เซรามิกสีดำเพื่อดีไซน์ที่ดูไฮเทค แม้ตัวเซรามิกที่มีความแข็งแรงทนทานจะไม่มีความยืดหยุ่น แต่วัสดุที่มีน้ำหนักเบาชนิดนี้ก็ช่วยขับเน้นรูปทรงโค้งเว้าให้เข้ารับกับรูปทรงของตัวเรือน และหน้าปัดขนาด 42 มิลลิเมตรก็กลมกลืนไปกับสัดส่วนของข้อมือได้อย่างลงตัว

ตัวเรือนที่กันน้ำได้อย่างดีเยี่ยมยังคงใช้ศิลปะการสร้างสรรค์เรือนเวลาแบบดั้งเดิมด้วยงานฝีมือสุดพิถีพิถัน ขอบตัวเรือนเซรามิกสีดำมาพร้อมรายละเอียดของการขัดแบบซาตินและการขัดลบมุมที่เป็นเอกลักษณ์ของโอเดอมาร์ ปิเกต์ เทกซ์เจอร์บนตัวเรือนไทเทเนียม ที่ใช้เทคนิคแซนด์บลาสต์ การขัดลบมุมให้เป็นทรงหกเหลี่ยม และการขัดแบบซาตินเพื่อให้ลุคแบบทูโทนได้อย่างน่าสนใจ ส่วนซีลยางสีม่วงช่วยเสริมสีสันที่มีความสดใสเข้ามาบนตัวเรือนให้โดดเด่นได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของฝาหลังแซฟไฟร์ใช้ทั้งเทคนิคการขัดแบบแซนด์บลาสต์และการขัดแบบซาตินพร้อมเผยให้เห็นกลไกขนาดเล็กอันซับซ้อนภายใน

นาฬิการุ่นใหม่ล่าสุดนี้มาพร้อมพลังของคาลิเบอร์ 2965 ถือว่าเป็นพัฒนาการล่าสุดของการพัฒนากลไกไขลานที่มาพร้อมฟลายอิ้ง ตูร์บิยอง ซึ่งโอเดอมาร์ ปิเกต์เปิดตัวออกมาครั้งแรกปี 2018 ในคอลเลกชั่นรอยัล โอ๊ค คอนเซปท์ ดีไซน์ทูโทนร่วมสมัย กรอบแสดงกลไกฟลายอิ้ง ตูร์บิยอง
แมทช์กับสุนทรียะในการออกแบบของตัวเรือนโดยรวม ส่งเสริมให้กลไกดูมีมิติและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ฝาด้านหลังแซฟไฟร์ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มองเข้าไปสำรวจการดีไซน์ที่ผสมผสานเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเข้ากับความเชี่ยวชาญของช่างฝีมือจากอดีต กลไกด้านหลังอย่างบริดจ์ไทเทเนียมรูปทรงเรขาคณิตขัดแบบแซนด์บลาสต์ เคลือบพีวีดีสีดำและเทา เผยให้เห็นส่วนประกอบต่าง ๆ ของกลไกแห่งอนาคตที่เป็นดั่งหัวใจของนาฬิกาเรือนนี้ ซึ่งประกอบไปด้วยด้านหลังของกรอบหน้าต่างกลไกฟลายอิ้ง ตูร์บิยอง และชุดของฟันเฟือง ขอบตัวเรือนด้านในสีม่วงขัดแบบแซนด์บลาสต์ ยังมีการสลักคำว่า “Royal Oak Concept Limited Edition of 250 Pieces” ไว้อย่างโดดเด่น

การกักเก็บพลังงานยาวนาน 72 ชั่วโมงและกันน้ำได้ลึก 50 เมตร เป็นอีก 2 องค์ประกอบที่ทำให้นาฬิกาเรือนนี้มีเสน่ห์ของความเป็นนาฬิกาแห่งการผจญภัยและพร้อมเผชิญทุกความท้าทายอย่างมีสไตล์

Bottega Veneta จัดโชว์คอลเล็กชั่นล่าสุด Salon 02 ขึ้นอย่างลับๆที่ผับชื่อดังใจกลางกรุงเบอร์ลิน !

โชว์ลับที่ห้ามถ่ายรูปและไม่มีการโปรโมทใดๆ! Bottega Veneta จัดโชว์คอลเล็กชั่นล่าสุด Salon 02 ขึ้นอย่างลับๆที่ night club อันโด่งดังของ Berlin อย่าง Berghian

ซึ่งการที่ไม่มี social media และไม่มีการโปรโมทใดๆรวมถึงห้ามถ่ายภาพข้างในโชว์ทำให้ตอนนี้มีเพียงรูปจาก paparazzi ที่หน้างานเท่านั้นครับ โดยแขกคนสำคัญก็มีตั้งแต่ Virigl Abloh, Skepta, Honey Dijon, Burna Boy และอีกมากมาย ถือว่าเป็นการยิ่งกระตุ้นให้ผู้ชมอยากเห็นคอลเล็กชั่นนี้มากขึ้นได้อย่างน่าสนใจเลยล่ะครับ! (แม้จะไม่มี social media ก็ตาม)

KAI X GUCCI คอลเล็กชั่นที่อัดแน่นไปด้วยความสนุกจากไอดอลและนักแสดงมากความสามารถแห่งวง EXO

นักแสดงผู้เปี่ยมไปด้วยความสามารถอันโดดเด่นซึ่งไม่เพียงดึงดูดความสนใจของเหล่าแฟนๆ มากมาย และไม่ใช่แค่เพียงแฟนคลับ K-pop เท่านั้น KAI ได้รับการเปิดตัวเป็นสมาชิกวง EXO ของเกาหลีใต้ในปี 2012 เขาเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงโด่งดังในด้านการแสดงที่มีเสน่ห์ การเต้นที่น่าหลงใหล และสไตล์ส่วนตัวที่แสดงออกมา

Alessandro Michele ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Gucci ได้ออกแบบคอลเลคชั่นพิเศษ KAI x Gucci ขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจาก KAI สินค้าในคอลเลคชั่นพิเศษนี้ประกอบไปด้วยเสื้อผ้า ready-to-wear และแอคเซสเซอรี่ต่างๆทั้งสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีที่มาพร้อมกับลวดลายพิเศษซึ่งก็คือลายตุ๊กตาหมีเทดดี้แบร์

หมี Teddy Bear เป็นสัตว์ตัวโปรดของ KAI พร้อมด้วยความผูกพันธ์ที่มีต่อป๊อปคัลเจอร์ที่ทรงพลังเป็นภาพสื่อสารหลักของคอลเลคชั่นนี้ การออกแบบที่แปลกตาของหัวตุ๊กตาหมีพร้อมผูกโบว์สีน้ำเงินได้รับแรงบันดาลใจมาจากตุ๊กตาหมีสไตล์วินเทจ และการตกแต่งที่ดูขี้เล่นนี้ได้ถูกผสมผสานเข้ากับลวดลายอื่น ๆ ของ Gucci

ในส่วนของเสื้อสำหรับสุภาพบุรุษนั้น มีเสื้อผ้าหลายชิ้นที่ได้รับการออกแบบและตกแต่งด้วยตุ๊กตาหมีที่ KAI โปรดปราน ไม่ว่าจะเป็น เสื้อแจ็กเก็ตผ้าไนลอนแคนวาสน้ำหนักเบา เสื้อแจ็กเก็ตเดนิมฟอกหิน เสื้อคอกลมและเสื้อคาร์ดิแกนผ้าขนสัตว์/ผ้าฝ้าย ที่มีลายทอ ไปจนถึงเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้าย ผ้าไหมทวิล (twill) หรือผ้าขนสัตว์ลายตาราง (woollen check) กางเกงชิโน่สีเบจผ้าแคนวาส กางเกงยีนส์เดนิม และเสื้อวอร์มแบบมีซิปหน้าทำจากผ้าเจอร์ซี่ที่สวมเข้าชุดกับกางเกงบาสเก็ตบอลและกางเกงวอร์ม สำหรับสุภาพสตรีมีเสื้อแบบมีฮู้ดและเสื้อคอกลมแบบซิปหน้า ทำจากผ้าไนลอน เสื้อคาร์ดิแกนคอวีและคอกลมทรงโอเวอร์ไซส์ลายทางทำจากผ้าขนสัตว์/ผ้าฝ้าย ชุดผ้าฝ้าย/ผ้าไหมเนื้อดีในสีงาช้างและสีน้ำเงินรวมถึงเสื้อแจ็กเก็ตคาร์ดิแกนและเสื้อคอโปโลแขนสั้น เสื้อสเวตเตอร์คอกลม กระโปรงทรงเอและมินิเดรส รวมไปถึงกางเกงยีนส์และกางเกงขาสั้นผ้าเดนิม และเสื้อผ้าเจอร์ซี่ที่ดูสวมใส่สบายในแนวสตรีท นอกจากนี้เสื้อสเว็ตเชิ๊ตและเสื้อยืดผ้าฝ้ายสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ขื่นชอบคอลเล็คชั่น KAI x Gucci

นอกจากนั้นในคอลเล็คชั่นนี้ยังประกอบไปด้วยกระเป๋าถือและกระเป๋าสำหรับผู้ชาย มีการนำลวดลายหมีเทดดี้แบร์ มาจัดวางแบบกระจายให้เห็นอยู่ทั่วทั้งใบ หรือแบบเฉพาะจุดที่พบได้บนผ้าแคนวาสลาย GG Supreme สีเบจ/สีน้ำตาลเข้ม กระเป๋าทุกแบบถูกตกแต่งขอบด้วยหนังสีส้มอิฐและทำให้ดูพิเศษขึ้นด้วยป้ายหนังสีส้มด้านในพร้อมตัวอักษรสีทองและรายละเอียดของคอลเล็คชั่นพิเศษในครั้งนี้ สำหรับกระเป๋าสำหรับผู้ชายนั้นนั้นมีให้เลือกตั้งแต่กระเป๋าสะพายทรง Tote ขนาดเล็ก เป้สะพายหลังขนาดเล็ก กระเป๋าคาดเอว กระเป๋าใส่กล้อง กระเป๋าใส่เอกสาร กระเป๋าทรงDuffle ขนาดกลาง กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ และกระเป๋าทรงกลมสำหรับใส่หมวกขนาดเล็ก ในส่วนของกระเป๋าถือสำหรับผู้หญิงนั้นประกอบไปด้วยกระเป๋าทรง Tote ขนาดกลาง กระเป๋าบัคเก็ตขนาดมินิ กระเป๋าสะพายไหล่ทรงสี่เหลี่ยมขนาดมินิ และกระเป๋าสะพายไหล่ทรงกลมขนาดเล็ก

เปิดตัว ณ ประเทศเกาหลี และสินค้าในคอลเลคชั่นนี้จะวางจำหน่ายในร้านที่ได้รับการเลือกสรรโดยเฉพาะ และจะมีจำหน่ายที่ Gucci Pins ในประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน ฮ่องกง เวียดนาม สิงคโปร์ และไทย ซึ่ง Gucci Pins นีได้รับแรงบันดาลใจจากหมุดที่เห็นบนแผนที่ดิจิทัลแบบอินเตอร์แอคทีฟเหล่านี้จะมอบโอกาสในการเชื่อมต่อและมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่น รวมถึงสัมผัสกับคอลเลคชั่นในอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ

บรรจุภัณฑ์ของคอลเล็คชั่นพิเศษ KAI x Gucci  นี้มาพร้อมกับป้าย ตั๋วและตุ๊กตาหมีที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ สำหรับสินค้า ready-to-wear จะวางจำหน่ายเฉพาะในประเทศเกาหลี (ในร้านค้าและผ่านช่องทาง e-commerce) โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม และหลงจากนั้นในประเทศจีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตะวันออกเฉียงใต้

Creative Director: Alessandro Michele

Art Director: Sarah-Jayne Todd

Photographer: MIN Hyunwoo

Film Director: KIM Woogie