Gucci Spring/Summer 2020

Gucci Spring/Summer 2020 มาพร้อมความลุ่มลึกของปรัชญาการเมือง Alessandro Michele นำเอาข้อเขียนของ มิเชล ฟูโกต์ ที่ได้กล่าวเกี่ยวกับการเมืองระดับชีวภาพซึ่งมีอำนาจเหนือชีวิตและร่างกายของเรา โดยเขาเชื่อว่าแฟชั่นสามารถจะเป็นยาแก้พิษให้กับสังคมได้ โชว์จึงเปิดด้วยกลุ่มโมเดลในชุด Straitjacket ที่เป็นกิมมิก ซึ่งมีขายในคอลเลกชั่นหรือไม่เดี๋ยวมา Reesee พรุ่งนี้จะแจ้งให้ทราบ

แต่สิ่งที่สื่อออกมาว่าเครื่องแบบของกลุ่มคนที่ถูกกดขี่นั้นเหมือนการสวมใส่เสื้อรัดตัวของคนวิกลจริต ที่ถูกพันธนาการด้วยกฎระเบียบที่ถูกสร้างขึ้น แฟชั่นที่เป็นยาแก้พิษของสังคมจะเป็นเช่นไรจึงเป็นการนำเสนอในส่วนต่อมาคือสีสันและรูปทรงที่หลุดพ้นจากกรอบสีขาวของเสื้อสำหรับคนที่คุ้มคลั่ง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อผ้าที่หรูหรา สีสันที่สวยงามสมกับเป็นฤดูร้อน

ในขณะที่ของสุภาพสตรีจะเน้นเนื้อผ้าที่โปร่งเบาบางที่ดีไซน์เป็นชิ้นๆ สวมทับกันทำให้เกิดซิลลูเอทใหม่ๆ ในขณะที่ของบุรุษจะเน้นที่แจ็คเก็ตแบบต่างๆ สวมกับกางเกงขาบานแบบยุคเซเวนตี้ส์ โดยแจ็คเก็ตจับคู่กับกางเกงที่ใช้เนื้อผ้าและสีเหมือนกันจึงเป็นชุดสูทแต่ไม่ใช้สูทคลาสสิกที่เป็นเหมือนเครื่องแบบของยุคสมัยหนึ่ง รองเท้าสำหรับสุภาพบุรุษสวยมาก ซิลลูเอทของแจ็คเก็ตและกางเกงมีความเป็นเซเวนตี้ส์แต่เนื้อผ้าหรูหรา รวมทั้งผ้าพิมพ์ลายพิเศษ เล่นเลเยอร์สีสันสวยมาก

ส่วนของสุภาพสตรีเล่นการทับซ้อนของของผ้าโปร่งหลากสีมาสร้าง volumn ให้กับทรงชุดต่างๆ ได้อย่างน่าสนใจแบบ Sexy with strong attitude. นอกจากนี้ยังมีชุดแม็กซี่(กระโปรงยาวระพื้น)ที่ปักเลื่อมทั้งตัวเป็นลวดลายงดงาม

นี่คือแฟชั่นที่มาแก้พิษของสังคมที่ยังเวียนว่ายอยู่กับกฏเกณฑ์ต่างๆ แม้จะเป็นการฉีกกรอบเดิมๆ แต่ยังอยู่บนพื้นฐานความเท่ ทันสมัย และมีจิตวิญญานของกุชชี่

@gucci #GucciSS20
@alessandro_michele #HommesThailand #LofficielHommesThailand

4 ไอเท็มเด็ด ที่คุณไม่ควรพลาดจากโลเอเว่

โล-เอ-เว่ แบรนด์เครื่องหนังสัญชาติสเปนที่กำลังมาแรงสุดๆในช่วงนี้ ด้วยความอาร์ตและเอกลักษณ์ด้านดีไซน์ที่ครีเอทีฟไดเรคเตอร์ โจนาธาน แอนเดอร์สัน ด้วยแนวคิดผสมผสาน Past present Future เข้าไว้ด้วยกันอย่างน่าสนใจ เกิดเป็นสระแสในกลุ่มคนแฟชั่นทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว

โลเอเว่ นั้นเรียกได้ว่าเป็นแบรนด์เครื่องหนังลัคชัวรี่ที่มีชื่อเสียงยาวนานที่สุดกว่า 172 ปี โดยก่อตั้งเมื่อปี 1846 โดย เอ็นริเก โลเอเว่ โรเยสเบิร์ก (Enrique Loewe Roessberg) ช่างผีมือด้านเครื่องหนังที่ย้ายรกราก มาตั้งถื่นฐาน ณ กรุงมาดริด ซื่อกลางของเขา LOEWE นั้นถูกใช้ชื่อตราสินค้าจวบจนทุกวันนี้

หลังจากการซื้อกิจการ LVMH GROUP และ การเข้ามาคุมไดเรคชั่นใหม่ของแบรนด์ โดยดีไซเนอร์หนุมไฟแรง อย่าง Johnathan Anderson ในปี 2014 ทำให้ภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์โลเอเว่มีความสดใหม่ ทั้งในเรื่องของการดีไซน์ และภาพรวมแบรนด์ดิ่งต่างๆ ที่เปลี่ยนไปให้เข้ากันกับเทรนด์และยุคสมัย แต่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นเลิศทางด้านเครื่องหนังที่สั่งสมมาอย่างยาวนานเอาไว้ได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าการเข้ามาของ JWA นั้นทำให้โลเอเว่กลับเป็นแบรนด์สุดฮอตแห่งศักราชนี้อีกครั้ง ก็ว่าได้

ลอฟฟิเซียลออมส์หยิบเอา 4 ไอเท็มเด็ดจากโลเอเว่
ที่คุณควรมีอย่างสักชิ้น

Puzzle bag

แน่นอนว่าถ้าพูดถึงโลเอเว่แล้ว ไม่มีใครที่ไม่รู้จักกระเป๋ารุ่น พัซเซิล กระเป๋าใบแรกที่ โจนาธาน ตั้งใจออกแบบเป็นใบแรกเมื่อเข้ารับตำแหน่งดีไซเนอร์ของบ้าน ซึ่งเจ้ากระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ใบนี้ถือเป็นอีกหนึ่งใบ ในพจนานุกรม Icon bag แห่งศตวรรษอีกด้วย
‘พัซเซิล’ Puzzle กระเป๋าที่ประกอบด้วยแผ่นหนังทั้งหมด 41 ชิ้น ซึ่งถือเป็นจำนวนที่เยอะที่สุดในการประกอบกระเป๋า 1 ใบอันเป็นที่มาของชื่อรุ่น และแน่นอนว่าเรื่องของคุณภาพหนังอันโด่งดังของแบรนด์ เพราะหนังที่โลเอเว่เลือกใช้ส่วนใหญ่จะคงทนแข็งแรงเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ของหนุ่มๆ มาพร้อมกับสายสะพายที่สามารถปรับได้หลายระดับ จะเลือกสะพายข้าง คลอสบอดี้ หรือจะสะพายหลังแบบเป้ก็ทำได้เช่นกัน และด้วยคุณภาพพิเศษของหนังที่เลือกใช้ จึงทำให้สามารถพับกระเป๋าให้แบนจึงเหมาะแก่การเดินทางเป็นอย่างยิ่ง

Fisherman Trousers

กางเกงเอวสูงทรงกระบอก โดดเด่นด้วยลูกเล่นพับปลายขาแบบเทรินอัพ เผยให้เห็นผ้าสีขาวด้านใน และถือเป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่แฟนโลเอเว่ Must Have ถูกออกแบบมาทั้งแบบผ้ายีนส์ ลินิน คอดต้อน ไปจนถึงวูล และในทุกๆคอลเลคชั่น Fisherman Trousers นี้ก็จะถูกแปลงโฉมไปกับคอนเซปของคอลเลคชั่นนั้นๆ แต่รุ่นที่คลาสสิกนั้นคือ ผ้ายีนส์แบบสีเข้ม และยีนส์แบบฟอก ซึ่งเรียกได้ว่าติดตู้เอาไว้ได้ใส่แน่นอน เพราะไม่ว่าจะเลือกใส่ในโอกาสไหน ตั้งแต่ เดินชายหาดวันพักผ่อน งานปาร์ตี้ ล่องเรือ ไปออฟฟิส หรือวันหยุดสบายๆ เลือกแมชท์กับท่อนบน ได้อย่างเสื้อยืดสบายๆ ไปจนถึงเสื้อเชิ๊ต และแจ๊คเก็ต สลับสับเปลี่ยนไปตามโอกาส ก็ทำให้คุณดูเท่ห์มีสไตล์ได้แล้ว

Gate Bum Bag

กระเป๋ายูนิเซ็กส์ ใบล่าสุด ที่เป็นที่จับตามองและโด่งดังมากในช่วงปีนี้ นำเสนอด้วยดีไซน์กระเป๋าทรงครึ่งวงกลมพร้อมฝาพับในตัว และดีเทลเข็มขัดด้านหน้าที่ถูกคิดค้นมาอย่างดี พร้อมด้วยฟังชั่นก์ของสายสะพายที่สามารถปรับความยาวได้ตามต้องการ เพิ่มเติมด้วยการปั๊มลายอะนาแกรมอันเป็นเอกลักษณ์ของโลเอเว่ เหมาะกับวันสบายๆที่ต้องการความคล่องตัว โดยหนุ่มๆสามารถเลือกสะพายได้หลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบครอสบอดี้ หรือ คาดเอวก็ทำได้ดี

Sneaker

รองเท้าสนีคเกอร์รุ่นล่าสุดที่เปิดตัวบนรันเวย์คอลเลคชั่นล่าสุด ถูกวางจำหน่ายเมื่อกลางปีที่ผ่านมา และได้กลายเป็น Hot item ที่ Sold out อย่างรวดเร็ว ด้วยความสวมใส่สบายที่ลอฟฟิเซียลออมส์อยากให้ลอง บวกกับดีไซน์อันเรียบง่าย แรงบันดาลใจจากรองเท้าบัลเล่ต์ผสานกลิ่นอายของรองเท้าเทรคกิ้งยุค 70 ทำให้สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัว ออกแบบมาในวัสดุหนังแบบ Soft ที่สามารถยืดหยุ่นได้เป็นอย่างดี ตัดเย็บคู่กับวัสดุผ้าไนล่อนที่ทำออกมาให้ทุกอย่างดูลงตัว สุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือโลโก้ตัว L แบบคาริกราฟฟี่ ที่ดึงเอา Element จากตราอะนาแกรมของแบรนด์มาใช้เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่นำเสนอความเป็นโลเอเว่ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

สามารถแวะไปช้อปไอเท็มเด็ดเหล่านี้ได้ที่
โลเอเว่ สยามพารากอน ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน โทร 026109825
โลเอเว่ ดิ เอมโพเรี่ยม ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม โทร 026649902
หรือสามารถเข้าเป็นสมาชิค ใน Line@ : @Loewe_TH

เพื่ออัพเดทข่าวสารและกิจกรรมพิเศษก่อนใคร

“ RALPH LAUREN Introduces Ralph’s Club For NEW YORK Fashion Week “

The Fall 2019 Collection คอลเลคชั่นใหม่จาก RALPH LAUREN ที่นำแฟชั่นการแต่งตัวของผู้หญิงนิวยอร์กในยุค 1930’s มาผสมผสานกับยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว

– Ralph Lauren ได้กล่าวไว้ภายในงานว่า “ผมชอบผู้หญิงในชุดสูทมาตั้งนานแล้ว มันทำให้ดูมีสไตล์ มีลุคเป็นของตัวเอง และการใส่สูททักซิโด้เป็นแฟชั่นที่ไม่มีการตายตัว สูทกับผู้หญิงเป็นวัฒนธรรมที่อยู่มานานและดูเหมือนจะไม่มีวันหายไป เพราะในปัจจุบันวัฒนธรรมผู้หญิงใส่สูทก็ยังคงอยู่ อีกทั้งยังเหมาะสมกับผู้หญิงในยุคนี้อีกด้วย สูททำให้ผู้หญิงดูมีความมั่นใจและเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น คอลเลคชั่นนี้จึงจัดทำขึ้นมาเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ”

คอลเลคชั่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวิถีชีวิตและสไตล์การแต่งตัวของผู้คนในนิวยอร์ก เวลาแต่งตัวไปทำงานผู้คนส่วนใหญ่แต่งกายกันอย่างไร ในคอลเลคชั่นนี้จะเป็นคอนเซปแนวโมเดิร์ล ที่สามารถแต่งไปทำงานได้ในทุกๆวัน ภายในงานมีแขกเข้ามาร่วมงานกันอย่างมากมาย แฟชั่นโชว์ในงานจะเป็นชุดจากคอลเลคชั่นใหม่ ซึ่งจะมีทั้ง ชุดไปทำงานหรือชุดที่สามารถใส่ได้ทุกวันและยังมีชุดที่สามารถใส่ออกงานได้อีกด้วย ซึ่งจะมีทั้งชุดที่มีดีเทลมากมาย และชุดที่ดูคลาสสิกเรียบง่าย สามารถแต่งได้ไม่ยุ่งยาก

The Fall 2019 Collection จะมีลูกเล่นที่สีสันสวยงาม เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่สวมใส่ และยังมีสีคลาสสิกอย่างสีขาวดำ ที่ดูเรียบหรูเหมาะกับทุกเวลา ทั้งสีสันแต่ดีเทลต่างๆ จะมีความบ่งบอกถึงแฟชั่นการแต่งกายของผู้หญิงในยุค 1930’s ที่นำมาผสมผสานกับยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัวและมีเสน่ห์เป็นอย่างมาก

ในส่วนของเครื่องประดับได้รับแรงบันดาลใจมาจากอาร์ตเดคโคเพื่อเพิ่มความมีเสน่ห์ให้กับฤดูกาล รองเท้าจะออกแบบให้เข้ากับตัวสูทและมีโบว์ กระเป๋าในคอลเลคชั่นนี้เขาได้เพิ่มลูกเล่นของลูกปัดเข้ามา และมีกระเป๋าถือ RL50 ซึ่งได้เปิดตัวไปเมื่อในต้นปี 2019 และจะกลับมาอีกครั้งในคอลเลคชั่นนี้ในรูปแบบที่ใหม่ขึ้นเพื่อให้เข้ากับคอลเลคชั่นใหม่นี้

คอลเลคชั่นนี้จัดทำเพื่อฉลองให้กับความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ RALPH LAUREN ที่นำศิลปะวัฒนธรรมของชาวอเมริกามาเป็นแรงบันดาลใจได้อย่างลงตัว แต่มีผู้มาชื่นชมเป็นอย่างมาก ความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์จึงยังคงอยู่มา 50 ปีแล้ว

ไอเดียโพสท่าถ่ายรูปที่จะทำให้หนุ่มๆดูดีจนสาวๆต้องรีบกดไลค์ กดแชร์

หนุ่มคนไหนถ่ายรูปลง Facebook , Instagram ทีไรมักยืนตรงชูสองนิ้วกันอยู่บ้าง? ขอบอกว่าท่านี้มันเอาท์ไปแล้ว! จะถ่ายรูปลงโซเชี่ยลสมัยนี้ต้องดูดีมีสไตล์แฝงความคูลเท่ในรูปมันถึงจะอินเทรนด์ ช่วยเรียกยอดไลค์ของหนุ่มๆให้พุ่งกระฉูดได้ วันนี้เรามีไอเดียการโพสท่าถ่ายรูปแบบง่ายๆ ท่าเบสิคที่ใครๆก็สามาถทำตามได้สำหรับหนุ่มๆ ให้ดูเท่ มีสไตล์ยิ่งกว่าเดิม

1. ถ่ายครึ่งตัวให้ดูเท่

ท่านี้ง่ายมากและจะทำให้ดูเท่เพิ่มขึ้นเพียงให้ตากล้องถ่ายแค่ครึ่งตัวจากนั้นคุณผู้ชายหันข้างแล้วตามองกล้องเล็กน้อย ถ้ามีแว่นก็จับแว่นเป็นพร็อพ หรือจะทำท่าเสยผมก็ดูคูลไปอีกแบบ ท่านี้ถือว่าเป็นท่าที่เบสิคแต่ก็มัดใจสาวๆให้กดไลค์แทบไม่ทัน

2. ท่านั่งแบบคูลๆ

ไม่ต้องเสียเวลาหาพร็อพหรือโลเคชั่นมากมายให้ปวดหัว อยากได้รูปเท่ ดูเรียลแบบสายชิลแล้วละก็ แค่นั่งเก็กท่าเข้มมาดแมนในท่านั่งสบายๆ หรือจะทำทีเป็นผูกเชือกรองเท้าแบบเผลอๆก็ได้ แต่ทริคข้อสำคัญคือคุณต้องแต่งตัวให้เท่ ดูดีกันสักนิด

3. ท่าเดินแบบง่ายๆ

ท่าเบสิคสำหรับสร้างรูปของคุณให้ดูเป็นธรรมชาติ แถมเป็นท่าสุดง่ายที่ใครๆก็ทำได้แต่หล่อจัดเต็มตามแบบฉบับบล็อกเกอร์ตัวพ่อ จะเดินไปตรงไปข้างหน้า เดินไปเซทางซ้ายทางขวาก็ได้หมด หรืออาจจะเดินหันหลังแต่หันมามองกล้องก็ได้ แล้วอย่าลืมให้เพื่อนถ่ายแบบกดชัตเตอร์รัวๆ จะทำให้มูฟเม้นท์ของคุณดูเป็นธรรมชาติไม่ปรุงแต่ง

4. ท่ายืนพิงกำแพง

ยืนหลังพิงกำแพงพร้อมกับโน้มตัวมาข้างหน้า และขาพับแตะกำแพงข้างหนึ่ง จะเอามือล้วงกระเป๋าก็ได้ เพื่อความเท่ยิ่งขึ้น ท่านี้เป็นท่าที่ทำตามได้ง่ายแถมยังออกมาดูดีสุดๆ

5. ถ่ายคู่กับสัตว์เลี้ยงคู่ใจ

ถ่ายคู่กับสัตว์เลี้ยงคู่ใจ ไม่ว่าจะเป็นน้องสุนัขหรือน้องแมว จะทำให้คุณดูเป็นผู้ชายอบอุ่นรักสัตว์ขึ้นมาในทันที ร้อยทั้งร้อยผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะตกหลุมรักผู้ชายรักสัตว์ วิธีนี้อาจจะทำให้ยอดไลค์ของคุณขึ้นมาเป็นกองเลยทีเดียว

SHOES 53045 – David Tourniaire-Beauciel

ใหม่ล่าสุด SHOES 53045 โดย David Tourniaire-Beauciel ดีไซน์เนอร์ชาวฝรั่งเศส ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการสร้างโมเดลรองเท้าสุดฮิตอย่าง Triple S ให้แบรนด์ระดับโลกอย่าง Balenciaga ด้วยประสบการณ์ออกแบบในวงการ Sneaker กว่า 25 ปี รวมถึงได้ร่วมงานกับดีไซน์เนอร์ระดับตำนานอย่าง Stella McCartney, Martin Margiela, Ricardo Tisci รวมถึง Demna Gvasalia

David Tourniaire-Beauciel ได้สร้างแบรนด์รองเท้าของตัวเองขึ้นในชื่อ “Shoes 53045” ซึ่งมาพร้อมกับคอนเซปต์และดีไซน์ที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของโลกอนาคตพร้อมกับลูกเล่นสีสันต่างๆ ให้ผู้ที่ครอบครองได้สัมผัสกับความสนุกทุกครั้งที่สวมใส่

Bump’Air รองเท้ารุ่นแรกจาก Shoes 53045 นอกจากจะโดดเด่นในเรื่องของดีไซน์สุดล้ำยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยี Bubble Air Sole เต็มพื้นรองเท้า ทำให้ผู้ใส่รู้สึกสบายราวกับเดินอยู่บนอากาศ ด้วยความรักในธรรมชาติได้เลือกใช้วัสดุสังเคราะห์มาเป็นวัสดุในการผลิตรองเท้าแทนการใช้หนังสัตว์

พบกับ SHOES 53045 ได้ที่
Club 21 Men Siam Discovery His-Lab, M Floor

#Club21MenTH #Club21SiamDisCovery #SHOES53045 #HommesThailand

The art of style: BOSS reveals new Fall/Winter 2019 campaign

The intersection of art, style and personal expression is at the heart of the BOSS Fall/Winter 2019 campaign, shot by renowned fashion photographer Craig McDean and directed by Fabien Baron. 

In line with the artistic theme of this season’s collection, BOSS Curated, we find the campaign cast in a gallery, perusing images of themselves which are being installed for an exhibition. This layered approach, combining portraiture and a changing environment, reflects each individual’s journey towards defining themselves that is an ongoing process of self-reflection. 

The accompanying Fall/Winter 2019 campaign film sees static portraits come vividly to life as the boundaries between the gallery space and the artworks on show become blurred. 

BOSS Menswear faces Finnlay Davis and Alpha Dia wear modern outerwear and tailoring from the new collection, while BOSS Womenswear muse Sora Choi is joined by Saskia de Brauw to showcase softly tailored dresses, beautifully crafted knits and voluminous coats. 

Each look is an expression of curated personal style, perfectly expressed through this innovative new campaign. 

“Thai Breeze”

หมวกปานามาเป็นของแต่งตัวที่เหมาะเมืองร้อนชื้นอย่างบ้านเรา “ห้างเซ็นทรัล” เปิดตัวคอลเลกชั่นล่าสุดของ “Ecua–Andino” (เอกวา-อันดิโน) แบรนด์หมวกปานามาชื่อดังสัญชาติเอกวาดอร์ ที่ออกแบบคอลเล็กชันเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อห้างเซ็นทรัลโดยเฉพาะในชื่อ “Thai Breeze” (ไทย บรีซ) โดยได้รับเกียรติจาก มร.อเลฮานโดร เลกาโร (Alejandro Lecaro) ผู้ก่อตั้งแบรนด์บินตรงจากประเทศเอกวาดอร์ มาร่วมงาน พร้อมนำเสนอแฟชั่นหมวกจากนางแบบ และนายแบบ ในบรรยากาศสวนหลังบ้านบนชั้น 5 Siwilai City Club ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่

ธาพิดา นรพัลลภ ออมนิ-ชาแนล เมอร์ชั่นไดซิ่ง ไดเร็กเตอร์ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ได้ให้ความเห็นถึงเทรนด์ของหมวกปานามาที่เหมาะกับแฟชั่นบ้านเรา
“ปัจจุบันนี้หนุ่มสาวหันมาแต่งตัวมากขึ้น ทุกคนต่างสนุกที่จะได้มิกซ์แอนด์แมชท์เสื้อผ้าในแบบที่ชอบ จนกลายเป็นสไตล์ของตัวเอง… โดยเฉพาะหมวกปานามา ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะด้วยการใช้งานที่สามารถสวมได้แทบทุกโอกาส และรูปทรงที่คลาสสิก เพื่อตอกย้ำความเป็นจุดหมายของคนรักแฟชั่น ห้างเซ็นทรัลจึงได้เป็นตัวแทนจำหน่ายหมวกปานามา เอกวา-อันดิโน (Ecua–Andino) อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ทำให้ลูกค้าสามารถลอง หรือเลือกแบบที่ชอบได้จากสินค้าจริง ในราคาสมเหตุผล”

ด้าน มร.อเลฮานโดร เลกาโร (Alejandro Lecaro) CEO แบรนด์ เอกวา อันดิโน กล่าวว่า
“ความท้าทายในการออกแบบคอลเลกชั่นนี้อยู่ที่ จะทำอย่างไรให้เหมาะกับห้างเซ็นทรัล และต้องสื่อถึงความเป็นไทยร่วมสมัย แต่ไม่หวือหวาเกินไป และยังคงไว้ด้วยความคลาสสิกของหมวกปานามา เป็นที่มาของคอลเลกชั่น “Thai Breeze” โดยนำความประทับใจในวัฒนธรรมของไทย ภาษาไทย และรอยยิ้มอันอ่อนโยน ที่พบได้ทุกที่ทั่วไทย เสมือนสายลมที่พัดผ่านรอบตัว

“จุดเด่นของคอลเล็กชั่นนี้คือการใส่ความเป็นไทย สะท้อนภาพลักษณ์ของคนไทยที่สนุกกับการแต่งตัว กล้าแสดงความเป็นตัวเอง แต่ยังอยู่ในกรอบของวัฒนธรรมอันดี โดยใช้เทคนิคการเย็บขลิบขอบปีกหมวกหรือการใช้สีเอิร์ธโทนของริบบิ้นที่ดูสุขุมลุ่มลึก หรือการใช้ริบบิ้นที่ยาวกว่าปกติ ให้สามารถสร้างสรรค์การผูกริบบิ้นได้อย่างอิสระ และการเพ้นท์ลายมวลดอกไม้สีสันสดใส ล้วนเป็นลูกเล่นที่เหมาะกับภูมิอากาศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างปฎิเสธไม่ได้”

จุดเริ่มต้นของแบรนด์หมวกนี้มาจาก Edgar Sanchez (เอ็ดการ์ ซานเชส) และ Alejandro Lecaro (อเลฮานโดร เลกาโร) ทั้งคู่เป็นชาวเอกวาดอร์ และได้พบกันครั้งแรกเมื่ออายุ 12 ปี ในโรงเรียน German School Humboldt (CAH) ที่เมืองกวายากิล ประเทศเอกวาดอร์
หลังจากสำเร็จการศึกษา ในปี 1983 ทั้งสองได้ร่วมธุรกิจกัน โดยเริ่มจากเปิดร้านเล็ก ๆ จำหน่ายสินค้างานคราฟของเอกวาดอร์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องดนตรีท้องถิ่น กระทั่งได้มีโอกาสร่วมงานแฟร์ในเมืองดูราน ซึ่งมีศิลปินชื่อดัง Gloria Estefan และวง Miami Sound Machine ที่เธอร่วมงานด้วยสวมหมวกปานามาที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติ ทั้งสองจึงเกิดไอเดียที่จะผลิตหมวกปานามา ซึ่งเป็นสินค้าประจำชาติของเอกวาดอร์อย่างจริงจัง

ที่มาของคำว่าหมวกปานามานั้นเป็นที่รู้จักนับแต่ปี ค.ศ. 1630 หมวกของชาวเอกวาดอร์ ได้มีการนำไปใช้ในกลุ่มผู้ที่มีชื่อเสียงมากมาย อาทิ กษัตริย์นโปเลียน เรื่อยมาจนถึงยุคของวินสตัน เซอร์ชิล อดีตนายกรัฐมนตรี สหราชอาณาจักร แม้แต่พอล นิวแมน นักแสดงและผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง, ฌอน คอนเนอรี่ นักแสดงเจ้าบทบาทกับภาพลักษณ์เจมส์ บอนด์ ที่คนยอมรับและเจ้าของของรางวัลออสการ์ แม้แต่นักร้องสาวสุดฮอต เคที่ เพอร์รี่ ของชื่นชอบหมวกปานามา

แต่ชื่อนั้นมาจากในปี ค.ศ. 1906 ธีโอดอร์ รูสเวลท์ ประธานาธิบดีคนที่ 26 ของสหรัฐอเมริกา ได้สวมหมวกของชาวเอกวาดอร์ระหว่างการเยี่ยมชมโครงการขุดคลองปานามา ซึ่งภาพถ่ายของรูสเวลท์ได้มีการเผยแพร่ไปทั่วโลก จึงทำให้หมวกที่เขาสวมเป็นที่รู้จัก และเรียกขานกันในนาม “หมวกปานามา”

หมวกปานามา สร้างสรรค์โดยช่างฝีมือชาวเอกวาดอร์ ด้วยการเลือกใช้วัสดุจากเส้นใยธรรมชาติที่ดีที่สุดจากต้นปาล์ม Toquilla มาประดิษฐ์หมวกอย่างละเอียด ประณีต และงดงาม ซึ่งกว่าจะเป็นหมวกใบหนึ่งนั้น ต้องใช้เวลาในการผลิตระหว่าง 1 สัปดาห์ ถึง 6 เดือน ขึ้นอยู่กับความละเอียดประณีตของการถักทอ ยิ่งสานละเอียดมากยิ่งมีความนิ่มนวลเหมือนผ้าและราคาสูง แต่ปกติหมวกปานามาที่ม้วนเก็บได้จะสานละเอียดในระดับหนึ่งไม่จำเป็นต้องละเอียดมาก และการม้วนเก็บเพื่อสะดวกในการเดินทางแต่หลังจากนั้นต้องคลี่ออกมาสวมให้เป็นทรง แต่การที่หมวกม้วนได้หรือไม่ได้ไม่ได้หมายความว่าสานดีกว่าละเอียดกว่าแต่อย่างใดแต่เป็นที่ทรงหมวกด้วย อย่างหมวกทรง Trilby hat ไม่ควรม้วนเพราะจะเสียทรงไปเลย และการจับหมวกไม่ว่าจะสานจากเส้นใยธรรมชาติหรือทำจากขนสัตว์ที่เป็นสักหลาด อย่าจับตรงส่วนบนด้านหน้าที่ที่เรียกว่าจมูกของหมวก ให้จับปีกหมวกขึ้นมาลองสวมใส่ เพราะส่วนนั้นจะเสียทรงได้ง่าย ถ้าเป้ฯหมวกสานส่วนนั้นถ้าจับบ่อยๆ ก็จะเกิดการฉีกขาดได้ จำไว้เป็นสากลว่าถ้าจะจับหมวกเพื่อสวมไม่ว่าจะเป็นการลองหรือใส่จริงในทุกวันให้จับที่ปีกหมวกเท่านั้น

#ThaiBreeze #EcuaAndinoXCentral #CentralDepartmentStore #HommesThailand

Gucci เปิดตัว Ultrapace Sneaker รุ่นใหม่

Ultrapace รองเท้า sneaker ใหม่สำหรับสุภาพบุรุษและสตรีเปิดตัวครั้งแรกในงานแฟชั่นโชว์ฤดูใบไม้ร่วง / ฤดูหนาว 2019-2020 (Autumn/Winter 2019-2020) ที่ผ่านมา เป็นที่พูดถึงด้วยสไตล์การออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค 80s ตัวรองเท้าตกแต่งด้วยรายละเอียด สีสัน และโลโก้แบรนด์ สร้างเสน่ห์ดึงดูดด้วยลักษณะอันโดดเด่นไม่ซ้ำใคร

สำหรับคอลเลคชั่น Cruise 2020 นี้ รองเท้า Ultrapace ได้เพิ่มดีไซน์ใหม่เพื่อสร้างความน่าตื่นเต้นให้กับคอลเลคชั่น ด้วยการนำเอาวัสดุ และสีสันที่หลากหลาย มาใส่ไว้ในทั้งรุ่น mid/ high top วัสดุมากมายที่นำมาผสมกับรายละเอียดและสีสันที่ตัดกันเป็นส่วนทำให้เกิดสไตล์โดดเด่นเฉพาะตัว นอกจากนั้นยังมีรุ่นทำจากผ้าสีสะท้อนแสงให้อารมณ์ดิสโก้ในยุค 80 อีกด้วย

Ultrapace sneaker มีลักษณะเด่นคือมีส่วนผสมขององค์ประกอบพิเศษ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างวัสดุและสีสัน รวมถึงการออกแบบให้มีลักษณะเก่าเล็กน้อยเพื่อนำจิตวิญญาณความเป็นวินเทจเข้ามาร่วม Ultrapace ถูกออกแบบมาให้มีพื้นยางที่มองจากด้านนอกเห็นเป็นสามสี มีผ้าเทอรี่ซับด้านใน และตัวรองเท้าทำจากหนังพิมพ์ลายริ้ว หนัง หนังกลับ หนังสีเมทัลลิค และผ้า Lavaredo ด้วยวัสดุที่แตกต่างและสีสันที่หลากหลาย เช่น สีแดง น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม ชมพู และอีกมากมายนี้ทำให้ Ultrapace มีความแปลกตา ในบางรุ่นของคอลเลคชั่นสุภาพสตรีมีส่วนประกอบที่เพิ่มมากขึ้นกว่านั้นโดยเพิ่มงานตัดขอบด้วยผ้าเทอร์รี่ พิมพ์ลายดอกกุหลาบ ส้นรองเท้าด้านนอกมีสไตล์ตรงกลางของส้นมีการลงสีด้วยมือ

ยิ่งไปกว่านั้น Ultrapace ยังได้นำรายละเอียดโลโก้และสัญลักษณ์ของแบรนด์ Gucci ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงมาตกแต่งรวมกันไว้บนส่วนต่างๆของรองเท้า เพื่อเพิ่มความรู้สึกความเป็นตัวตนอย่างแท้จริงให้กับดีไซน์ที่ผู้สวมใส่สามารถเลือกซื้อให้ตรงกับความต้องการได้ ซึ่งรวมถึงสัญลักษณ์ Gucci สไตล์วินเทจที่อยู่กับลิ้นของรองเท้า คำว่า Gucci ที่เป็นงานปักเย็บ เครื่องหมายตัว “G” และอีกมากมาย เช่น โลโก้ Gucci ในรูปแบบอื่นอีกมากมาย ตัวล็อคดับเบิ้ล GG ที่นำมาประดับบนตัวรองเท้าและส้นรองเท้า ผสมผสานกับเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ทางผู้ออกแบบนำมาผสมผสานในอีกหลากหลายวิธี (เช่น การพิมพ์ ปักเย็บ และในรูปแบบของยาง) ทำให้รองเท้า Ultrapace มีเสน่ห์ดึงดูดด้วยลักษณะอันโดดเด่นไม่ซ้ำใคร

นอกจากรองเท้า Ultrapace ที่เปิดตัวไปในโชว์ Autumn/Winter 2019-2020 ที่ผ่านมาแล้วนั้น ในฤดูกาลใหม่นี้ Ultrapace ยังมีให้เลือกในรุ่น mid/ high top ที่มาพร้อมกับการผสมผสานสีและรายละเอียดในลักษณะเดียวกัน แต่ในรุ่น mid/ high top นั้นจะมีสายรัด Velcro เพิ่มให้โดยจะคาดอยู่บนส่วนที่เป็นแผ่นยางด้านหน้า ที่มีตัวอักษรเขียนคำว่า “MiD”

แม้จะมีรูปลักษณ์แบบวินเทจ แต่ Ultrapace ก็สามารถมอบความคล่องตัว และรวมเอาแฟชั่นกับฟังก์ชั่นการใช้งานเข้ามาอยู่ด้วยกันและเป็นร่วมสมัยอย่างแท้จริง

งานนิทรรศการ “L’ELEGANTE THAI” Thai – Italian Craftsmanship

Collaboration นี้ เกิดขึ้นจากความรักและเห็นคุณค่าในความงดงามของผ้าไทย งานหัตถศิลป์จากภูมิปัญญาไทยที่ถูกส่งต่อมาจากบรรพบุรุษ ควรค่าแก่การอนุรักษ์และส่งต่อไปยังรุ่นลูกหลาน รวมทั้งเผยแพร่ไปในระดับสากล

นิทรรศการครั้งนี้ได้เผยแพร่ความงดงามของผ้าไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับโลก โดย “อันโตนิโอ มาราส” (Antonio Marras) ดีไซเนอร์ชาวอิตาเลียน เจ้าของแบรนด์ Antonio Marras แบรนด์แฟชั่นอิตาลีที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน และ “สรพล ชวพัฒนากุล” ดีไซเนอร์ชาวไทย เจ้าของแบรนด์ SORAPOL ที่สร้างชื่อเสียงในระดับโลก มาร่วมเนรมิตคอลเลคชั่นสุดพิเศษ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “THE WORLD FASHION CRAFTSMANSHIP: Enriching the pride of SIAM” ด้วยการนำผ้าไทยจากทุกภูมิภาคของประเทศไทยมาประยุกต์สร้างสรรค์เป็นเครื่องแต่งกายที่มีความร่วมสมัย ผ่านเทคนิคการตัดเย็บและการสร้างสรรค์งานหัตถศิลป์หรืองานคราฟต์ในรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์ สำหรับจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้โดยเฉพาะ

การออกแบบคอลเลคชั่นพิเศษสำหรับงานนิทรรศการ ‘L’ELEGANTE THAI’ ของแบรนด์ อันโตนิโอ มาราส ยังคงความโดดเด่นของงานคราฟต์หรืองานฝีมืออันประณีตวิจิตรบรรจงในแบบฉบับอิตาเลียน และการใช้สีสันที่หลากหลาย อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์ ผสานกับการให้ความสำคัญในการเรียนรู้วัสดุต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ การเรียนรู้ลักษณะเฉพาะตัวของ ผ้าไทย ซึ่งมองว่าผ้าไทยเป็นผ้าที่มีเสน่ห์ สามารถชวนจินตนาการถึงเรื่องราวในทุกแห่งหน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ที่ห่างไกลหรือดินแดนอันลี้ลับ แต่ก็มีความสมจริงและน่าตื่นเต้น

โดยเรื่องเล่าเหล่านี้เป็นองค์ประกอบสำคัญในการเพิ่มคุณค่าได้อย่างหรูหราและร่วมสมัย ผู้สวมใส่จึงรู้สึกพิเศษกว่าการใส่ชุดทั่วไป ฉะนั้น การสวมใส่ผ้าไทยจึงเสมือนการสวมใส่เรื่องราวแห่งเอกภพที่ผ่านการสร้างสรรค์ถักทอขึ้นด้วยมือและแฝงไว้ซึ่งองค์ความรู้และวัฒนธรรมที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน โดยชุดไฮไลท์ในคอลเลคชั่นนี้เป็นชุดราตรียาวที่เลือกใช้ผ้าหลากหลายเพื่อสื่อถึงความแตกต่างที่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว และเลือกใช้ 3 โทนสีหลักเพื่อสื่อสารถึงความแตกต่าง ได้แก่ โทนสีเทา โทนสีแดงก่ำม่วง และโทนสีน้ำตาลเข้ม รวมถึงการผสานรูปแบบ ลวดลาย และลายเส้นที่แตกต่างกันเข้าไว้ด้วยกันเพื่อสร้างสรรค์เป็นความพิเศษของชุดไฮไลท์นี้

สำหรับแรงบันดาลใจในการออกแบบคอลเลคชั่นครั้งนี้ของแบรนด์ SORAPOL มาจาก “ลายข้าวหลามตัด” (Diamond Pattern) ซึ่งลายข้าวหลามตัดนี้เป็นลายที่เราเห็นอยู่ในผ้าไทยมานานกว่าร้อยปี เรียกได้ว่าเป็นพื้นฐานของลายไทยที่ถูกสร้างสรรค์สืบต่อกันมาจนกลายเป็นตำนานที่เสมือนเป็นตัวแทนของความเป็นไทยอย่างแท้จริง โดยการออกแบบชุดในครั้งนี้ ได้นำองค์ประกอบของลายข้าวหลามตัด มาผสมผสานกับเทคนิคสมัยใหม่ เพื่อนำเสนอเรื่องราวจากอดีตถึงปัจจุบัน โดยชุดไฮไลท์เป็นการนำผ้าทอมือของไทยมาตัดเย็บด้วยเทคนิคการทำรูปทรงโดยใช้เลเซอร์และประยุกต์เข้ากับการใช้ผ้าจากอิตาลีด้วยเช่นกัน ซึ่งเปรียบเสมือนการหลวมรวมสองวัฒนธรรมเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว

งานนี้ไอคอนสยาม ร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย บริษัท แม็กซ์ อิมเมจ จำกัด โดยการสนับสนุนของ บริษัท ดิ ไอคอนสยาม เรสซิเดนซ์ คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด, บริษัท ดิ ไอคอนสยาม ซูเปอร์ลักซ์ เรสซิเดนซ์ คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด ร่วมสร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ให้วงการแฟชั่นไทย

นิทรรศการ “L’ELEGANTE THAI” Thai – Italian Craftsmanship Collaboration (“เลเลกานเต้ ไทย” ไทย-อิตาเลียน คราฟต์แมนชิพ คอลลาบอเรชั่น) โชว์อัตลักษณ์แห่งความล้ำค่าของผ้าไทยที่รังสรรค์และออกแบบด้วยความประณีตวิจิตรบรรจงจากฝีมือดีไซเนอร์ระดับโลกอย่างแท้จริง

โดยนิทรรศการ “L’ELEGANTE THAI” จะจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ถึง 1 กันยายน 2562 นี้ พร้อมป๊อปอัพ สโตร์ของทั้งสองแบรนด์ ซึ่งมีขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองไทย ณ ไอคอนสยาม
www.iconsiam.com

Heron Preston คอลเลคชั่น Fall / Winter 2019 : Night Shift

Night Shift คือนิยามของการวางกรอบการแต่งกายแนว Uniform ที่เปลี่ยนแปลงตามตารางเข้างานของแต่ละคน แต่สิ่งที่โดดเด่นและขาดไม่ได้สำหรับธีม “Uniform” คือไอเท็มที่ทำจากผ้าแคนวาสและเดนิม

Night Shift งานออกแบบของ Heron Preston คอลเลคชั่น FW19 เกิดขึ้นจากความหลงใหลและเอกลักษณ์เครื่องแต่งกายของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่ประจำสนามบิน หรือ TSA Agent, ของต้องห้ามและเขตหวงห้ามต่างๆ คอลเลคชั่นนี้เน้นไปที่เสื้อตัวนอก โดยคำนึงถึงการใช้งานอย่างมีสไตล์เป็นหลัก

พบกับ HERON PRESTON Fall/Winter 2019 ได้ที่
Club 21 Men Siam Discovery
Club 21 Men Erawan Bangkok

#Club21MenTH #Club21SiamDiscovery #HeronPreston