ไปชมภาพ Backstage สุดเอ็กคลูซีฟเบื้องหลังโชว์คอลเล็กชั่น Fall 2020 ล่าสุดจาก Dior

หลังจากที่โชว์สุดยิ่งใหญ่ของ Dior คอลเล็กชั่นล่าสุด #DiorMenFall 2020 ที่ Miami จบลงกระแสต่างๆก็พุ่งเข้ามาหาแบรนด์หรูของกลุ่ม  LVMH ภายใต้การนำของ Kim Jones artistic director ชาวอังกฤษของแบรนด์ 

View this post on Instagram

ฟินาเล่จากโชว์ล่าสุดของ @dior #DiorMenFall 2020 ที่ Miami โดยคอลเล็กชั่นนี้ @mrkimjones artistic director ของแบรนด์ก็เลือกใช้เทคนิคการตัดเย็บสุดปราณีตในสไตล์ tailoring อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาผสมผสานงานศิลปะดิบเท่สไตล์สตรีทของ @shawnstussy ผู้ก่อตั้งแบรนด์ @stussy โดยคู่สีที่มีกลิ่นไอ psychedelic เน้นความสดใสและกราฟฟิกรูปคลื่นพลิ้วไหวก็มาจากมุมมองของทั้งสองที่มีให้กับเมืองชายหาดอย่าง Miami นอกจากเสื้อผ้าดีเทลเนี๊ยบๆในคู่สีสุดสนุกแล้วยังมีรองเท้าโมเดลขวัญใจสายสตรีทอย่าง Air Jordan 1 ที่ถือเป็นไฮไลต์ของโชว์และแน่นอนว่าเป็นว่าที่รองเท้าสุดฮอตแห่งปี 2020 อย่างแน่นอน #Dior #DiorMiami #kimjones #hommesthailand #lofficielhommesthailand

A post shared by L’Officiel Hommes Thailand (@hommesthailand) on

และวันนี้เราก็ได้นำภาพเบื้องหลังหรือ  backstage ที่ลั่นชัตเตอร์โดย Alfredo Piola มาฝากกันแบบเอ็กคลูซีฟสุดๆพร้อมด้วยภาพของ Shawn Stussy ผู้ก่อตั้งแบรนด์สตรีทแวร์รุ่นใหญ่อย่าง Stussy ที่รับบทบาทสำคัญกับการเป็นศิลปินรับเชิญในการออกแบบคอลเล็กชั่นนี้ร่วมกับ Kim Jones ไปชมภาพเซ็ทนี้กันเลยครับ 

Shawn Stussy ผู้ก่อตั้งแบรนด์สตรีทแวร์รุ่นใหญ่อย่าง Stussy ที่รับบทบาทสำคัญกับการเป็นศิลปินรับเชิญในการออกแบบคอลเล็กชั่นนี้ร่วมกับ Kim Jones

MYKITA เผยโฉมช็อปแห่งแรกในเมืองไทยที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

MYKITA (ไมกิต้า) แบรนด์แว่นสุดเก๋จากเยอรมัน เผยโฉมช็อปแห่งแรกในเมืองไทยที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองภายในสินธรวิลเลจ ย่านปทุมวัน โดยช็อป MYKITA แห่งนี้นำเสนอการออกแบบที่เรียบง่าย พร้อมสินค้าที่ผลิตด้วยความประณีต และศิลปะที่ผสมผสานกับเทคโนโลยี อันเป็นหัวใจของแบรนด์แว่นตาระดับโลกจากเบอร์ลิน เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่มีสีสันและสนุกสนานของกรุงเทพฯ ได้ในแบบไม่ซ้ำใคร

โดยช็อป MYKITA แห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศอันเป็นส่วนตัวในสไตล์อินดัสเตรียล ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สั่งทำพิเศษและกำแพงประดับด้วยกระจก แซมด้วยต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ออกแบบโดยทีมงานสถาปนิกของทางแบรนด์ MYKITA ซึ่งความโดดเด่นของการตกแต่งภายในคือการผสมผสานพื้นผิวต่างๆ ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว    อีกทั้งยังเป็นดีไซน์ที่สะท้อนความทันสมัยแบบเมืองใหญ่และความแตกต่างอย่างน่าสนใจในแบบของกรุงเทพฯ อีกด้วย

สีเขียวอ่อนยังเป็นสีหลักที่ทำให้ทุกอย่างดูมีความเป็นหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะเป็นเพดานโลหะ รถเข็นที่ใช้บรรจุแว่นตา หรือการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ไม้โอ๊คด้วยโลหะ นอกจากนี้ยังมี MYKITA WALL กำแพงสีขาวอันเป็นสัญลักษณ์ของร้าน จัดแสดงแว่นตารุ่นต่างๆ ในคอลเลกชั่นปัจจุบันไว้อย่างสวยงาม เมื่อเดินเข้ามาในร้านจะมองเห็นแล็บตรวจสายตาผ่านกระจกใสบานใหญ่จากพื้นถึงเพดาน โดยเป็นการหลอมรวมความประณีตเข้ากับเทคโนโลยีชั้นสูงซึ่งเป็นการออกแบบที่สื่อถึงความหมายของคอนเซ็ปต์ MYKITA’s Modern Manufactory อย่างแท้จริง    

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ผ่านดีไซน์ที่ผสมผสานกับเทคโนโลยีจนกลายมาเป็นสไตล์สุดโดดเด่น ได้แล้ววันนี้ที่ MYKITA SHOP สินธรวิลเลจ

เตรียมชมแฟชั่นโชว์คอลเล็กชั่นล่าสุด Pre-Fall 2020 จาก Dior โดย Kim Jones สดๆส่งตรงจาก Miami

ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์เสื้อผ้าสุดหรูที่มาแรงและทำโชว์ออกมาได้ยอดเยี่ยมเสมอสำหรับ Dior นำโดยแฟชั่นดีไซน์เนอร์คนเก่งชาวอังกฤษ  Kim Jones ซึ่งหลังจากที่เจ้าตัวเคยร่วมงานกับศิลปินระดับโลกมาแล้วมากมายตั้งแต่ Hajime Sorayama, Kaws, Daniel Arsham และ Raymond Pettibon (ผู้ออกแบบโลโก้สุดคลาสสิคให้วงพังค์ Black Flag)

ซึ่งครั้งนี้เจ้าตัวก็ได้ร่วมงานกับ Shawn Stussy ผู้ก่อตั้งแบรนด์สตรีทแวร์รุ่นใหญ่อย่าง Stussy ซึ่งถึงแม้ว่าตัว Shawn จะขายหุ้นของเจ้าตัวให้กับ Frank Sinatra JR. พาร์ทเนอร์ไปแล้วตั้งแต่ปี 1996 แต่ตัวเขาก็ยังเป็นภาพจำของแบรนด์ Stussy ที่หลายคนนึกถึง (โลโก้สุดคลาสสิคของแบรนด์ก็มาจากลายมือของเจ้าตัว) 

โดยสถานที่จัดโชว์ก็คือเมือง Miami ในอเมริกาที่กำลังจะมีเทศกาลงานศิลปะและดีไซน์ระดับโลกอย่าง Art Basel เกิดขึ้นในสัปดาห์เดียวกัน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโชว์ที่พลาดไม่ได้อย่างยิ่งเราขอแนะนำให้กาวันรอไว้เลยสำหรับ วันพุธที่ 4 ธันวาคมช่วงเช้า เวลา 7.30 นาฬิกา (ตามเวลาไทย)

It’s Gym Time EA7 Emporio Armani

EA7 Emporio Armani นำเสนอเครื่องแต่งกายเพื่อต้อนรับการเล่นกีฬาทุกประเภทแบบ 360 องศา

อย่างคอลเลกชั่นฟิตเนสหรือเสื้อผ้าที่ออกแบบมาเพื่อการออกกำลังกายในช่วงฤดูหนาวโดยใช้เนื้อผ้าและเทคนิคการผลิตที่ให้ความสำคัญกับการใช้งานเพื่อการออกกำลังกายทุกรูปแบบ ทั้งการเล่นกีฬาอย่างจริงจังแบบมืออาชีพ ไปจนถึงกิจกรรมกีฬาทั่ว ไปโดยยังรักษาเอกลักษณ์ความเป็น EA7 ไว้อย่างครบถ้วนในทุกรายละเอียดที่มีให้เลือกทั้งแจ๊กเก็ตแบบมีฮู้ด เสื้อกั๊กบุนวม

และเสื้อสูทที่รับกับทุกส่วนของร่างกายที่สามารถสวมแมตช์กับกางเกงขาสั้นหรือกางเกงขายาวที่เข้าชุดกัน ไปจนถึงสเวตเชิ้ตและเสื้อยืดน้ำหนักเบาที่ใส่แล้วอุ่นแต่ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม โดยนอกเหนือจากสีขาวและสีดำที่ EA7 ใช้เป็นหลักสีสันใหม่ๆ ยังมีสีกาแฟที่ทำให้คุณดูโดดเด่นแน่นอนเมื่อเข้าฟิตเนส หรือ การเราสีกาแฟมาผสมกับสีดำเพื่อให้ดูเป็นลุคที่ดูทันสมัยยิ่งขึ้น

พบกับ EA7 Emporio Armani ได้ที่ ห้างเซ็นทรัลชิดลม เซ็นทรัลภูเก็ต และห้ามสรรพสินค้า Zen

ต้อนรับช่วงวันหยุดยาวกับ Globetrotter กระเป๋าเดินทางรุ่นล่าสุดจาก Gucci

เพื่อต้อนรับช่วงวันหยุดยาวรับปีใหม่ Gucci แบรนด์หรูสัญชาติอิตาลีจึงเตรียมวางจำหน่ายไอเท็มที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับช่วงเทศกาลนี้อย่างกระเป๋าเดินทาง 

โดยกระเป๋าเดินทางสุดหรู Globetrotter ใบนี้ก็ได้มีการใช้ผ้าแคนวาสพร้อมโมโนแกรม Double G สุดไอคอนิกในคู่สี beige และ ebony คลาสสิคของแบรนด์พร้อมกับดีเทลสุดหรูอย่างการใช้ผ้า cotton สีแดงสดบุภายในของกระเป๋าทั้งหมด และการใช้หนังแท้เสริมที่มุมกระเป๋าและหูหิ้วทั้งสองด้านเพื่อความทนทาน

ในด้านของฟังก์ชั่นก็มาพร้อมกับล้อแบบ 360 องศา พร้อมระบบล็อคสองชั้นได้แก่สายหนังและล็อกโลหะแบบมีกุญแจไข 

กับราคาวางจำหน่ายที่ 2980 USD หรือประมาณ 90,000 บาท ถือเป็นกระเป๋าเดินทางที่มีสไตล์และคลาสสิคอีกทั้งยังถือขึ้นเครื่องบินได้ด้วยกับขนาด กว้าง 36 cm สูง  47 cm และลึก 16 cm

BVLGARI เฉลิมฉลองการเปิดตัวของ POP (UP) CORN

ก่อนจะถึงงานเฉลิมฉลองการเปิดตัวของ Pop (Up) Corn ในเย็นวันนี้ ซึ่งเป็นป็อพอัพสโตร์ธีมภาพยนตร์ ณ สยามพารากอน เรามาดูกันก่อนว่าภายในงานจะมีการตกแต่งในธีมที่น่าตื่นตาตื่นใจเพียงใด โดยรูปแบบของงานครั้งนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโลกภาพยนตร์อิตาลีในช่วงปี 1960 ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับยุครุ่งเรืองของ Bvlgari ด้วยเช่นกัน

ธีมอันน่าตื่นตาตื่นใจของป็อพอัพสโตร์ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโลกภาพยนตร์อิตาลีในยุค 1960 ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในความรุ่งเรืองของ Bvlgari ณ ขณะนั้น โดยมาในรูปแบบของพื้นที่จัดแสดงหลากสีสันที่มาพร้อมเสน่ห์สะกดสายตา นอกจากนี้ ยังมีการสร้างประตูจำลองของร้านที่ตั้งอยู่บนถนน Via Condotti ในกรุงโรมขึ้นมาเพื่อให้ผู้เข้าชมเข้าถึงโลกอันแสนพิเศษแห่งนี้ได้ดียิ่งขึ้นและเป็นเสมือนประตูสู่เมืองหลวงของประเทศอิตาลีอีกด้วย

DOLCE VITA, PURA VITA

Bvlgari คือผู้สร้างสรรค์เครื่องประดับที่นำเสนอสีสันอันน่าสนใจ ความสดใสและเป็นธรรมชาติมาจากรากฐานของแบรนด์ซึ่งเป็นที่มาของความคิดสร้างสรรค์อันทันสมัยและมีเอกลักษณ์ ในช่วงยุค 1960 ร้านของ Bvlgari ที่ถนน Via Condotti ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรมได้ดึงดูดเหล่าดาราฮอลลีวูดผู้มีชื่อเสียงมากมายหลังพวกเขามาถึงสตูดิโอ Cinecittà และนี่คือจุดเริ่มต้นของความโรแมนติกระหว่างช่างทำเครื่องประดับและดวงดาวแห่งจอเงินทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Kirk Douglas, Audrey Hepburn, Frank Sinatra และแน่นอนว่ารวมถึง Elizabeth Taylor และ Richard Burton

โดยสำหรับ Burton นั้น เขาเคยกล่าวถึงนักแสดงร่วมจากเรื่อง Cleopatra ผู้นี้ว่า “คำเดียวในภาษาอิตาลีที่ Elizabeth รู้จักคือ Bvlgari!” ด้วยอัตลักษณ์ที่เต็มไปด้วยแง่มุมหลากหลายทว่าเป็นหนึ่งเดียว Bvlgari สร้างสรรค์สิ่งที่เหนือความคาดหมายและผสมผสานสีสันและรูปร่างเข้าด้วยกันอย่างลงตัวและน่าทึ่ง ราวกับเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุที่เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของตนเองพร้อมเติมความทันสมัยและเสน่ห์เพิ่มเข้าไป ช่วงเวลาแห่ง Dolce Vita ไม่เคยจางหายไปจากช่างทำเครื่องประดับ และถูกหยิบขึ้นมาตีความอีกครั้งในโอกาสนี้ซึ่งภาพยนตร์รับบทบาทเป็นผู้ดำเนินเรื่องหลัก

POP (UP) CORN

Pop (Up) Corn จาก Bvlgari คือ คอนเซ็ปต์ที่สนุกสนานและมีชีวิตชีวา ซึ่งรวมเอารูปลักษณ์แห่งภาพยนตร์และสีสันที่มีพลังของแบรนด์เครื่องประดับจากกรุงโรมเข้าไว้ด้วยกัน โดยมีตู้โชว์และรถเข็นป็อปคอร์นสีสันสดใสที่โดดเด่นขึ้นด้วยแสงไฟล้อมรอบ และป็อปคอร์นทำจากเซรามิกเป็นเครื่องดึงดูดสายตา พื้นที่ที่มีชีวิตชีวาแห่งนี้ทำให้มุ่งความสนใจไปที่เครื่องประดับ นาฬิกา และเครื่องหนังรุ่น Limited Edition โดยสร้างความเป็นหนึ่งเดียวอันเป็นจุดร่วมของคอลเลคชั่นจากแบรนด์ หนึ่งในเอกลักษณ์ของ Bvlgari

COME CLOSE, THE SHOW IS ABOUT TO BEGIN

ตู้ดิสเพลแสดงชิ้นงานภายในประดับด้วยแสงไฟที่ช่วยขับเน้นให้โดดเด่น โดยใช้รูปทรง สี และกฎการจัดวางที่หลากหลายด้วยลูกเล่น และความประณีตเพื่อดึงดูดผู้คนเข้าสู่โลกของภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นกล่องป็อปคอร์นลายทางแบบทูโทน รถเข็นป็อปคอร์นสีสันสดใส และตู้ดิสเพลที่ส่องประกาย เครื่องตกแต่งเหล่านี้ต่างเชื้อเชิญให้ผู้เข้าชมก้าวเข้าสู่โลกของภาพยนตร์อันแสนพิเศษเพื่อค้นพบดาวที่แท้จริงของงานในครั้งนี้ คือ กระเป๋า Serpenti Forever หนังลูกวัวในโทนสีชมพูที่เพิ่มประกายความสดใสให้ป็อพอัพสโตร์แห่งนี้โดดเด่นอย่างแท้จริง

Pop (Up) Corn จะจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 4 มกราคม 2020

#BvlgariPopUpCorn

Ambush และ Gentle Monster รีสต้อกแว่นตาโมเดล Zip Tie ยอดฮิตหลังจากกระแสตอบรับล้นหลามในล้อตแรก

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ไฮสตรีทสุดฮอตสัญชาติญี่ปุ่นก็คงไม่เกินจริงสำหรับ Ambush โดยดีไซน์เนอร์สาวมาดเท่ลูกครึ่งอเมริกัน-เกาหลี Yoon Ahn และหนึ่งในไอเท็มที่ขายดีจน Sold Out ไปตั้งแต่ช่วงแรกที่วางจำหน่ายก็คือแว่นตากันแดดที่ทางแบรนด์ร่วมงานกับ Gentle Monster แบรนด์แว่นตาชื่อดังของเกาหลี

โดยเจ้าแว่น Zip Tie ที่มีฟิตติ้งแบบ Oversized นี้นั้นได้แรงบันดาลใจมาจาก ‘The Man Who Fell to Earth’ ท่ีมีศิลปินระดับตำนานผู้ล่วงลับอย่าง David Bowie รับบทนำ 

และชื่อ Zip tie ก็มาจากดีเทลบนตัวแว่นทั้งทีขาและสันจมูก (temple)ที่มีการออกแบบชิ้นโลหะให้คลายกับตัวหนีบอุตสาหกรรม 

โดยตัวแว่นนั้นมีด้วยกันสามสีคือ ส้ม ฟ้าอ่อน และ สีใส และวัสดุ acetate ของตัวแว่นทั้งหมดยังสามารถกันรังศี UV ได้ 100% ตบท้ายด้วยป้ายห้อยโลโก้โลหะที่สามารถคล้องกับขาแว่นได้ เป็นเจ้าของแว่นสุดไฮป์สุดจัดจ้านตัวนี้ได้ที่เวปไซต์ของ Gentle Monster ที่ราคา 350 USD (ประมาณ 10,500 บาท)

Louis Vuitton เตรียมวางจำหน่ายหีบเก็บรองเท้าที่ลูกค้าสามารถร่วมคัสตอมได้ในทุกดีเทล

เพื่อเป็นการต้อนรับ  Savoir-Faire อีเว้นท์ใหญ่ส่งท้ายปีที่จะเกิดขึ้นภายในงาน Design Miami หนึ่งใน design fair ที่ใหญ่ที่สุดในโลก Louis Vuitton แบรนด์หรูที่ควบคุมทิศทางโดย Virgil Abloh artistic director และดีไซน์เนอร์คนเก่งก็เตรียมเอาไอเท็มสุดไอคอนิกของแบรนด์อย่างหีบมาเพิ่มความสนุกและกลิ่นไอไฮสตรีทตามสไตล์ของ Virgil 

โดยหีบใบนี้จะถูกออกแบบภายในใหม่ทั้งหมดให้พอดีสำหรับการใส่รองเท้าสนีกเกอร์ ซึ่งจำนวนช่องใส่ลูกค้าสมารถคัสตอมเองได้ทั้งหมด (ส่วนความกว้างและสูงนั้นสามารถใส่รองเท้าทรงสูง High-Top ได้ใหญ่สุดที่ไซส์ 12 US และทรง Low-Top ได้ที่ไซส์ 13) นอกจากนี้ยังสามารถคัสตอมลาย monogram และ hardware ต่างๆของหีบได้ด้วย

และหีบมากฟังก์ชั่นใบนี้จะวางจำหน่ายที่งาน Design Miami ภายใน Miami Design District’s Paradise Plaza ในวันที่ 13 ธันวาคมก่อนจะวางขายทั่วโลกพร้อมกับสนีกเกอร์โมเดล 408 Global Trainers สนีกเกอร์โมเดลล่าสุดที่ Virgil ออกแบบโดยมีแรงบันดาลใจจากคู่สีของเมืองสำคัญในโลกทั้งเก้าเมือง (คู่สีดังกล่าวได้แก่ bright orange สำหรับ Chicago, dark blue สำหรับ New York, yellow สำหรับ London, light blue สำหรับ Paris, pink สำหรับ Milan, dark green สำหรับ Dubai, teal สำหรับ Shanghai, red สำหรับ Seoul และ purple สำหรับTokyo.)

ถือเป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่น่าสนใจและน่ามีไว้สะสมเลยล่ะสำหรับ Monogram Sneaker Trunk ใบนี้

Bounce Split-Toe Leather Boots ดีเทลใหม่ล่าสุดบนบู้ท Tabi สุดไอคอนิก

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโมเดลสุดไอคอนิกอยู่แล้วสำหรับ Tabi Boot รองเท้าบูทที่สร้างชื่อให้กับ Maison Margiela แบรนด์หรูสัญชาติฝรั่งเศสขวัญใจสายแฟชั่น และล่าสุดโมเดลอายุกว่า 30 ปีนี้ก็ได้รับการเพิ่มดีเทลที่ร่วมสมัยแต่ก็แฝงกลิ่นอายความขบถแบบ Margiela ไว้

โดยดีเทลที่เพิ่มมาก็คือส้นรองเท้าโปร่งใสที่อัดอากาศไว้ภายในเพื่อช่วยเพิ่มความสบายขณะสวมใส่ โดยวัสดุยางที่ส้นนั้นก็มีการสลักชื่อแบรนด์พร้อมทั้งเลข 22 โค้ดเลขของรองเท้า split-toe รุ่นนี้ พร้อมด้วยวัสดุหนังแท้ขัดเงาทั้งคู่และหนังแท้สีแทนธรรมชาติบริเวณด้านในรองเท้า

ด้วยราคาจำหน่าย 874  usd   Tabi Bounce Split-Toe Leather Boots ถือเป็นอีกหนึ่งรองเท้าบู้ทที่ช่วยเสริมสไตล์การแต่งตัวที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับชุดเก่งของทุกคนอย่างไม่ต้องสงสัย

PORSCHE X BOSS

ด้วยแรงบันดาลใจจากเส้นสายอันเฉียบคมของคอนเซ็ปต์คาร์รุ่น Mission E ของ Porsche ก่อกำเนิดเป็นคอลเลกชั่นแคปซูล BOSS X Porsche ที่นำเสนอซิลลูเอตต์อันแข็งแรง และดีไซน์อันทันสมัย การตัดเย็บสุดเนี้ยบได้แรงบันดาลใจมาจากโครงสร้างของรถอันโฉบเฉี่ยว บวกกับรายละเอียดปลีกย่อยอย่างกระเป๋าขนาดเล็กสำหรับใส่กุญแจรถยนต์บนตัวสูท แจ๊กเก็ต และกางเกงขายาว ป้ายผลิตพิเศษ BOSS X Porsche ไลนนิ่ง และการตัดเย็บอันประณีต บวกกับแมททีเรียลสุดหรูนั้นแสดงถึงความหรูหราและงามสง่าของทั้ง BOSS และ Porsche ไฟหน้ารถยนต์ยังเป็นตัวแปรสำคัญในการพัฒนาสีสันของทั้งคอลเลกชั่น โดยมีสีแดงเข้มและสีเทาเป็นสียืนพื้น เพิ่มความโดดเด่นด้วยสีแดงสด ทำให้ทั้งคอลเลกชั่นดูทั้งสมาร์ต และแคชชวลไปพร้อมกัน

และในครั้งนี้ อดีตนักแข่งรถมืออาชีพอย่าง Mark Webber ก็ได้กลับมาสวมชุด BOSS หลังพวงมาลัยอีกครั้ง เขาคือตัวแทนแห่งขุมพลังแห่งความเร็ว และความเรียบหรูอันปรากฏในแคมเปญโฆษณาครั้งนี้ “ทั้ง Porsche และ BOSS ต่างก็ต้องการทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบที่สุด ในฐานะนักแข่งรถมืออาชีพ ผมจึงไม่ลังเลเลยที่จะเข้าร่วมเป็นหนึ่งในความสมบูรณ์แบบนั้น”

แคปซูลคอลเลกชั่น Porsche X BOSS มีจำหน่ายที่บูติก BOSS ที่กรุงเทพมหานครตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป

สาขาของ BOSS

– ชั้น 1 สยามพารากอน โทร. 02-610-9440

– ชั้น M ไอคอนสยาม โทร. 02-117-2339

– ชั้น 1 เกษร พลาซ่า โทร. 02-656-1083

– ชั้น 4 เซ็นทรัล ชิดลม โทร. 02-655-7010