5 ของขวัญที่เราคัดสรรจาก Hermès เพื่อเทศกาลปีใหม่ที่เต็มไปด้วยความหมายความทรงจำและสไตล์ที่ไม่ทิ้งความหรูหรา

อีกไม่กี่วันก็จะเข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี 2020 ที่เต็มไปด้วยและเรื่องราวและการเปลี่ยนแปลงแล้ว ยิ่งผ่านเรื่องราวหนักหนาในปีนี้มามากเท่าไร เราเชื่อว่าความผูกพันกับครอบครัว เพื่อน หรือบุคคลสำคัญก็ต้องแนบแน่นขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นเพื่อทำให้เทศกาลแห่งการให้มีความหมายมากขึ้นเราคัดสรร 5 ไอเท็มจาก Hermès ที่จะทำให้ Holiday Season ของคุณเต็มไปด้วยความทรงจำดีๆและก้าวเข้าสู่ปีใหม่อย่างมั่นคงครับ ไปชมลิสต์ของเราได้เลย!

ชุดหมากรุกไม้ mahogany ประดับดีเทลหนังและมุก 


เน็กไทผ้าไหมเนื้อพรีเมียมความกว้าง 7 cm

กำไลหนังแบบคาดรอบข้อมือ 2 รอบผลิตจากหนังลูกวัว 


 ผ้าพันคอผ้าไหมทอในแนวแทยงสีชมพู (สำหรับมอบให้สาวๆรับลมหนาว)








ชุดลิปสติก Rouge Hermè 24 เฉดสีในกล่องเปียโนจำลอง (สำหรับมอบให้สาวๆเช่นเดียวกับชิ้นบนและรับรองว่าคนรับจะต้องยิ้มไม่หุบเลยล่ะ)

พุ่งขึ้นยิ่งกว่าหุ้น Nike Dunk Low Cactus Plant Flea Market ที่ผลิตจากคริสตัลราคากระโดดขึ้นถึง 4 เท่าในเวลาเพียง 6 วัน!

เพชรวิบวับที่ต้องแย่งกันครอบครอง! Cactus Plant Flea Market แบรนด์สตรีทคอนเซ็ปท์กวนที่มาพร้อมกราฟฟิกสนุกๆและการใช้สีจัดจ้านออกแบบโดย Cynthia Lu ล่าสุดได้ร่วมมือกับ Nike ปล่อยโมเดลสุดไฮป์ Nike Dunk Low ในคู่สี Pure Platinum ทีใ่ช้คริสตัล Swarovski แท้มาใช้ทั่วทั้งคู่

โดยตอนนี้ราคารีเซลก็พุ่งขึ้นกว่า 4 เท่า (ราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 550 USD) ไปแตะที่ประมาณ 2,200-2,500 (ประมาณ 66,000บาท) เรียบร้อยแล้วภายในระยะเวลาแค่ 6 วันหลังจากวางจำหน่าย เรียกได้ว่ามาแรงมากๆครับสำหรับแบรนด์สตรีทที่ก่อตั้งขึ้นเพียง 5 ปีแบรนด์นี้

ราคารีเซลบนเวปไซต์รีเซล์สายสตรีมชื่อดัง StockX

ภาพแรกมาแล้ว! Nike Air Max 95 “Total Orange” โดยดีไซน์เนอร์มากฝีมือและมีอิทธิพลต่อเทรนด์โลก Kim Jones

แม้ว่างานหลักของ Kim Jones ดีไซน์เนอร์มากฝีมือชาวอังกฤษคือการเป็น Creative Director ให้กับสองแบรนด์หรู Dior ในส่วนของ menswear และ Fendi ในส่วนของ womenswear แต่เจ้าตัวก็มีความชอบส่วนตัวและ background ที่แนบแน่นกับวงการสตรีทแฟชั่น

และหลังจากสร้างปรากฏการณ์กับ Dior x Air Jordan 1 ไปแล้วเมื่อต้นปีรวมถึง Air Max 360 High ข้อสูงเมื่อปี 2018ล่าสุดเจ้าตัวก็หยิบเอาโมเดลเรโทรระดับตำนานของ Nike และประเทศญี่ปุ่นอย่าง Nike Air Max 95 ออกมาดีไซน์โดยเพิ่มดีเทลและคู่สี contrast จัดมาใช้

Air Max 360 High

โดยโมเดลชื่อดังจากปี 1995 ที่ได้แรงบันดาลใจจากโครงกระดูกและกายวิภาคของมนุษย์จะใช้สีเทาหม่นเขียวตัดกับส้มโทนสว่างและเติมดีเทลด้วยขีดสีดำขาวสลับสั้นคล้ายรหัส Morse พร้อมกับชื่อของ Kim Jones ที่ปลายข้างเท้าด้านนอก พร้อมเพิ่มโลโก้ swoosh อันเล็กที่หน้าเท้าด้านข้าง นอกจากนี้ยังแทนที่ผ้าตาข่ายเอกลักษณ์ของ Air Max 95 ที่หน้าเท้าด้วยวัสดุ TPE สีเทาเข้มและลวดลายบ่งบอกค่า PSI ของอากาศที่ใต้พื้นอันเป็นดีไซน์ที่ติดตาของ Air Max 95 

รองเท้าคู่สี “Total Orange” จะวางจำหน่ายในช่วงปี 2021 หน้าและยังมีข่าวลือว่าจะมีคู่สี “Black/Volt” ที่เป็นที่เป็นโทนสีที่ใกล้เคียงกับคู่สีแรกของโมเดลนี้ออกมาด้วย (แต่ยังไม่มีภาพใดๆหลุดออกมา) ถือเป็นรองเท้าคลาสสิกอีกคู่ที่กลับมาอย่างน่าสนใจครับ 

Nike Air Max 95 OG Neon

หิ้วน้องหมาอย่างมีสไตล์และรักษ์โลกกับ Prada Re-Nylon Suffiano Pet Bag

เป็นไอเท็มที่เหล่าคนรักน้องหมาต้องอยากมีไว้แน่ๆ สำหรับ Prada Re-Nylon Suffiano Pet Bag กระเป๋าวัสดุไนล่อนรีไซเคิลที่มาพร้อมช่องเก็บของที่หลากหลายและสายสะพายรวมถึงช่องขนาดใหญ่ตรงกลางสำหรับน้องหมาในการออกไปทริปนอกบ้าน และยังมีกระเป๋าใบเล็กที่ถอดออกได้ไว้เก็บสายจูงหรือเกี่ยวกับปลอกคอ

กระเป๋ามาฟังก์ชันใบนี้มีสัดส่วนที่กว้าง*ยาว*สูง ที่ 30*18*22 cm ครับเหมาะอย่างยิ่งสำหรับน้องหมาตัวเล็ก กับราคาประมาณ 2,250 USD หรือประมาณ 68,000 บาทครับ!

Ermenegildo Zegna ร่วมมือสร้างสรรค์ผลงานกับ Leica กับไอเท็มประจำคอลเล็กชั่น Fall/Winter 2020 ที่ช่วยเสริมหล่อให้กล้องจุดแดงตัวเก่ง!

คอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2020 Ermenegildo Zegna นำเสนอผลงานอันสร้างสรรค์ที่ร่วมมือกับ  Leica แบรนด์กล้องชั้นนำจากประเทศเยอรมนีสู่การสร้างสรรค์ไอเทมกระเป๋ากล้องหลากหลายรูปแบบ ผสมผสานงานฝีมืออันประณีตของทั้งสองแบรนด์ได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยการปั๊มลายโลโก้วินเทจของแบรนด์ Ermenegildo Zegna จากปี1980 ที่ออกแบบโดยกราฟิกดีไซน์เนอร์ Bob Noorda พร้อมสายสะพายคาดอกและสายคล้องมือที่สามารถปรับระดับได้

และมาพร้อมกับวัสดุหนังลูกวัวแบบเรียบ หนังลูกวัวแต่งแต้มด้วยสีสัน และลวดลายสานอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ อีกทั้งยังใช้โทนสีประจำซีซั่น อาทิ สีน้ำตาลหินทราย สีน้ำตาลควอตซ์ สีน้ำเงินปีกนกยูง และสีดำที่แต่งแต้มด้วยสีโรสโกลด์ สีทอง รวมถึงโทนสีสุดคลาสสิคอย่าง สีดำ ที่นำมาสร้างสรรค์ผลงานในซีซั่นนี้

In my Opinion : OUVERTURE OF SOMETHING THAT NEVER ENDED (Ep.1-3)

ผ่านไปแล้ว 4 ตอน สำหรับ OUVERTURE of Something that Never Ended ที่ร่วมกำกับโดย GUS VAN SANT ผู้กำกับภาพยนตร์ที่สร้างภาพลักษณ์ของหนังยุค 90s และ ALESSANDRO MICHELE ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Gucci นำเสนอเป็นมินิซีรีส์ 7 ตอนที่จะฉายในระหว่างเทศกาล GucciFest ซึ่งเป็นงานเทศกาลนวัตกรรมแฟชั่นดิจิตัลและภาพยนตร์จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 ถึง 22 พฤศจิกายน ทาง www.GucciFest.com

ที่ต้องพูดถึงไม่ใช่การมาสปอยล์เนื้อหาหรือมาตีความเรื่องราวต่างๆ แต่มาแสดงความเห็นถึงการนำเสนอคอลเลกชั่นของกุชชี่ที่ต่อไปนี้จะไม่เข้าอยู่ในตารางของมิลานแฟชั่นวีค อีกต่อไป ดังที่ทราบเมื่อปลายปีที่แล้วว่าปีนี้ทางกุชชี่จะมีการนำเสนอคอลเลกชั่นเพียง 2 ครั้งต่อปี และไม่เรียกว่า Spring/Summer หรือ Fall/Winter อีกต่อไป นี่ต้องบอกเช่นนี้เพื่อให้เข้าใจว่านี่ไม่ใช่ผลพวงของวิกฤติโควิด -19 แต่เป็นความตั้งใจแต่แรกของกุชชี่ที่จะนำเสนอคอลเลกชั่นเช่นนี้ ซึ่งกลางปีที่ผ่านมาก็มี Epilogue ที่เป็นบทสรุปของแฟชั่นโชว์ต่างๆ ที่ได้จัดขึ้นมา โดย Epilogue ก็เป็นการนำเสนอผ่านทางดิจิตัล และ OUVERTURE of Something that Never Ended หรือจะเรียกสั้นๆ ว่า  OUVERTURE ก็คือการนำเสนอคอลเลกชั่นล่าสุดของกุชชี่ผ่านทางภาพยนตร์มินิซีรีย์ 7 ตอนดังกล่าว   

ภาพยนตร์ซีรีส์นี้ถ่ายทำในกรุงโรม นำแสดงโดยนักแสดง Silvia Calderoni ที่ใช้ชีวิตประจำวันแบบเหนือจริงภายในเมือง ร่วมกับเหล่านักแสดงและศิลปินมากความสามารถและเป็น Friends of Gucci ไม่ว่าจะเป็น Paul B. Preciado นักเขียน, Achille Bonito Oliva นักวิจารณ์ศิลปะ, Billie Eilish คนนี้คงไม่ต้องบอกว่าเป็นใคร, Darius Khonsary, Lu Han, Jeremy O. Harris, Ariana Papademetropoulos, Arlo Parks, Sasha Waltz, Florence Welch และที่คนรอว่าเขาจะโผล่มาตอนไหนของซีรีย์ก็คือ Harry Styles

ซึ่งใน Ep.3 Harry Styles ก็ปรากฎตัวในฉากที่พูดโทรศัพท์กับ  Achille Bonito Oliva นักวิจารณ์ศิลปะ ผู้บัญญัติคำว่า Transavanguardia หรือ Neo-expressionism อันเป็นทิศทางใหม่ของงานศิลปะในช่วงปลายทศวรรษ 1970 แต่ก่อนจะลงรายละเอียดในตอนนี้ต้องเล่าท้าวความก่อนตั้งแต่  Ep.1(At Home) ที่เราได้เห็นการดำเนินชีวิตของ  Silvia Calderoni ตั้งแต่การตื่นขึ้นมา ยีดเส้นยีดสายพร้อมกับฟังไลฟ์โค้ชจากทีวี ซึ่ง Paul B. Preciado นักเขียน นักปรัชญาและผู้ก้าวข้ามสถานะทางเพศจากบีทริซมาเป็นพอล ปัจจุบันเขาเป็นทั้งบุรุษข้ามเพศและเป็นนักสิทธิสตรีตัวยงอีกด้วย โดยงานเขียนของเขามุ่งเน้นไปที่ทฤษฎีเกี่ยวข้องกับอัตลักษณ์เพศภาพ สิ่งอนาจาร เรื่องเพศและสถาปัตยกรรม ความเหนือจริงมาปรากฎชัดเมื่อพอลในจอทีวีหันมาคุยกับซิลเวีย แม้ก่อนหน้านั้นระหว่างซิลเวียเดินไปเข้าห้องน้ำเธอมองลอดบานประตูมาเห็นนักดนตรีซ้อมเพลงในห้องถัดไป ซึ่งอาจจะแค่ชวนแงนว่าเขาเหล่านี้มาได้อย่างไรแต่ก็ไม่เซอร์เรียลเท่าคนในทีวีหันมาพูดกับตัวละครด้านนอกจอ 

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราคิดว่านี่คือการร่วมงานกันที่ลงตัวมากและ GUS VAN SANT ได้นำเสนอแฟชั่นได้อย่างแยบคายแต่ก็ชัดเจนและไม่ปิดบังให้สงสัยว่านี่คือซีรีย์ที่ต้องการบอกเล่าถึงคอลเลกชั่นของกุชชี่ ไม่ว่าจะเป้นชุดนอนของซิลเวียที่เป็นชุดลูกไม้ดำ ยกทรงแบบบิกินีที่ปิดปลายถันด้วยรูปดอกไม้ แต่เมื่อเธอจะเดินไปเปิดตู้ไปรษณีย์เธอเปลี่ยนเป็นชุดเดรสยาวที่ปักระยิบระยับพร้อมหมวกแบบ skull cap ที่ปักเลื่อมแน่นมากใช่แค่สวมไปเปิดตู้จดหมาย ก่อนจะกลับมาสวมชุดกางเกงและหยิบเดรสผ้าเนื้อโปร่งบางเบาพิมพ์ลายสีแดงออกมาออกมาสะบัดที่ริมระเบียงแล้วปล่อยให้ลอยไปตามลมเหมือนจะเป็นนัยยะว่าเธอได้ส่งผ่านความกล้าและความเป็นตัวตนออกไป ซึ่งเราจะเห็นในอีพีต่อมาว่ามีคนที่นั่งอยู่หน้าคาเฟ่ถึง 5 คนที่สวมใส่ชุดเดรสสีแดงนี้ 

ปกติที่ได้ชมผลงานของ กัส  แวน แซงต์ ก็จะไม่แปลกใจว่าเขาช่างซ่อนนัยยะและสัญลักษณ์ต่างๆ ไว้เสมอ สำหรับมินิซีรีย์นี้แม้จะพูดเป็นภาษาอิตาเลียนแต่ก็มีคำแปลเป็นภาษาอังกฤษ และเป็นการพากษ์เสียงทับลงในตัวละครหลายๆ ตัว ทำให้รู้สึกว่าภาษาอิตาเลียนก็ไพเราะ ยิ่งแปลมาก็เหมือนบทกวี(ต้องชมคนเขียนบทก็จะใครละถ้าไม่ใช่ กัส แวน ซองต์) และบอกเล่าถึงปณิธานของกุชชี่ที่จะช่วยแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหามลภาวะที่เกิดขึ้นกับโลก ปัญหาโลกร้อน จนถึงการยกย่องในเรื่องความหลากหลายของเพศสภาพ ซึ่งในเรื่องชัดมากว่าไม่มีเครื่องแต่งกายใดที่แบ่งแยกว่านี่คือชุดของชาย นั่นคือชุดของหญิง แต่เป็นการเลือกสวมใส่โดยเจ้าตัวที่พึงพอใจที่จะแต่งกายเช่นนั้น 

หลังจากทิ้งท้ายด้วยการปล่อยให้ชุดเดรสพิมพ์ลายสีแดงลอยปลิวไปสายลม ใน Ep.2(At the Cafe) ยิ่งตอกย้ำว่านี่คือมินิซีรีย์ที่นำเสนอคอลเลกชั่นของกุชชี่แต่เนื้อหาไม่ใช่เรื่องแฟชั่น แต่เป็นเรื่องของคนที่กล้าที่จะเปิดเผยตัวตนและไม่ให้สิ่งใดมาเป็นกรอบในการใช้ชีวิต กล้องจับไปถึงรายละเอียดการแต่งตัวต่างๆ แบบไม่ให้สะดุดเลยว่านี่คือการนำเสนอคอลเลกชั่น แต่ขณะเดียวกันทุกบทสนทนาของนักแสดงก็ล้วนแต่มีความหายและเฉียบคมทุกคำ ไม่มีการพูดขึ้นมาโดยไม่มีความหมายหรือนัยยะให้ชวนขบคิด เพราะไม่เช่นนั้นก็เป็นความเงียบ ดังเช่นข้อความในกระดาษจดหมายที่ซิลเวียเปิดซองออกมาที่ว่า a manner of speaking I JUST WANT TO SAY THAT I COULD NEVER FORGET THE WAY YOU TOLD ME EVERYTHING by “SAYING NOTHING” ซึ่งมาจากเพลง  In a manner of speaking. ของ Tuxedomoon และข้อความนี้ได้ถูกใช้อีกครั้งเมื่อซิลเวียไปไปรษณีย์แล้วถามหาสแตมป์สำหรับติดโปสการ์ดที่ดูน่ารักๆ เจ้าหน้าที่ไปค้นๆ ตามตู้ลิ้นชักติดผนังจนได้สแตมป์ที่เป็นข้อความนี้ใน Ep.3(At the Post Office) 

แต่สำหรับ Ep.2(At the Cafe) ต้องบอกบทสนทนาล้วนชวนให้ขบคิดหมด ไม่ว่าจะเป็นที่ซิลเวียพูดว่าทำไมคนถึงชอบเก็บดอกเดซี่ นี่ไม่รู้กันเลยหรือว่าดอกเดซี่เป็นตัวทำลายธรรมชาติ หรือที่สองสาวนั่งคุยกันแล้วคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่าฉันฝันจะเป็นภรรยาของเธอ หรือการพูดถึงการเริงระบำของต้นพีชที่ระบัดไปด้วยดอก และท้ายสุดของตอนจะใช้เพลงคลาสสิกเป็นเพลงประกอบและจบแบบเปิดปลายให้เราขบคิดอย่างตอน 2 นี้ซิลเวียเปิดประตูห้องน้ำออกไปเจอกับเวทีและมีเก้าอี้ของโรงละครเรียงเป็นแถวซึ่งล้อกับวอลเปเปอร์บนหัวเตียงนอนของเธอในตอนที่ 1 ซึ่งเป็นลายพิมพ์รูปเก้าอี้โรงละครเช่นกัน

แต่ Ep.3(At The Post Office) ยิ่งตอกย้ำความเป็นฟิล์มที่นำเสนอคอลเลกชั่น เพราะแถวคนที่ยืนรอใช้บริการไปรษณีย์นั้นยืนเป็นแถวเหมือนเหล่าโมเดลรอเดินออกไปปรากฏตัวบนแคทวอล์ค และกล้องจะจับที่รองเท้า กระเป๋าหรือรายละเอียดการแต่งกายของแต่ละคนในขณะที่ขยับไปทีละก้าวเมื่อมีสัญญานบอกให้คนในแถวขยับ และตอนนี้เองที่ Achille Bonito Oliva นักวิจารณ์ศิลปะ มายืนรอใช้บริการไปรษณีย์พร้อมกับโทรมือถือหาคนปลายสายคือ Harry Styles ในชุดกางเกงยีนส์สั้นกุดสวมถุงเท้ายาวถึงหัวเข่าและเสื้อสไตล์นักกีฬาสีชมพูตัวโคร่งที่พิมพ์ปี ค.ศ. 1921 ซึ่งเป็นปีที่ก่อตั้ง Gucci และด้านหลังพิมพ์เลข 25 ซึ่งเป็นเลขนำโชคของอเลสซานโดร มิเคเล และเราจะเห็นเลข 2 กับเลข 5 อยู่เรื่อยๆ อย่างหมายเลขโต๊ะในคาเฟ่เราก็จะเห็นเบอร์โต๊ะที่ 2 และโต๊ะที่ 5 

นอกจากนี้ยังสื่อถึงอิสระความคิดที่เราไม่จำเป้นต้องขีดกรอบการแต่งกายไว้แค่รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ใครไม่ใคร่สวมใส่เสื้อผ้าเพราะต้องการนุ่งห่มสิ่งที่ติดกายมาแต่แรกก็คือเนื้อหนังของตัวเองก็ไม่ผิดอันใด เราจึงเห็นหนุ่มสาวคู่หนึ่งนั่งคุยกันในคาเฟ่ด้วยชุดแรกเกิด ในโลกแห่งความเซอร์เรียลที่แทบจะไม่ต่างอะไรกับโลกที่แท้จริงในปัจจุบันแฟชั่นของกุชชี่ได้ตอบสนองกับคนทุกวัย ทุกสไตล์และทุกรูปร่าง เราจะเห็นว่า  Achille Bonito Oliva สวมเสื้อเชิ้ตลายทางแขนยาวมีลายโลโก้ของคอลเลกชั่นเล็กๆ ปักตรงกระเป๋ากับกางเกงที่ดูเป็นสุภาพบุรุษวัยกลางคนที่ไม่พยายามเป็นคนแฟชั่นใดๆ แต่นี่ก็เป็นลุคหนึ่งของคอลเลกชั่นนี้ ที่จะเชื่อมโยงกับคนทั่วไปได้อย่างแยบยลเพราะเชิ้ตตัวกางเกงตัวคือลุคที่คนเข้าถึงง่ายที่สุด 

ก็เหมือนกับมินิซีรีย์นี้ที่สื่อถึงการนำเสนอคอลเลกชั่นตรงๆ ไม่อ้อมค้อมแต่กลับมีความแยบคายในการนำเสนออันเป็นมวลรวมที่มีเสน่ห์ทำให้เราอยากติดตามไปเรื่อยๆ การไม่พยายามเข้าใจเนื้อเรื่องของหนังจะทำให้เราเข้าใจ ปล่อยให้ใจเราซีมซับไปตามวิถี เฉกเช่นประโยคที่ว่า ฉันไม่เคยลืมวิธีที่เธอบอกทุกอย่างกับฉันด้วยวิธีการไม่พูดอะไรเลย ซึ่งกลายเป็นคีย์หลักที่ติดตามไปทุกตอนของมินิซีรีย์นี้

มินิซีรีส์ 7 ตอนจะเผยแพร่ทุกวันตลอดช่วงเทศกาลในรูปแบบการออกอากาศพิเศษบน YouTube Fashion, Weibo, Gucci YouTube และจะลงไว้บนเว็บไซต์ GucciFest.com โดยค่อย ๆ เปิดเผยให้เห็นคอลเลกชั่นใหม่แบบวันต่อวัน 

ตามที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เมื่อ Alessandro Michele ออกแถลงการณ์ในหัวข้อ Notes From the Silence ที่ว่าการนำเสนอคอลเลคชั่นใหม่เป็นเรื่องที่สนุกสนานและถือเป็นเรื่องแปลกใหม่ ไม่ถูกจำกัดด้วยแนวคิดเก่า ๆ เกี่ยวกับฤดูกาลอีกต่อไป เข้าใกล้ความต้องการของเขาที่จะผสมผสานกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ได้รับพื้นที่ใหม่, รหัสทางภาษา, และแพลตฟอร์มการสื่อสาร

ในเทศกาล GucciFest ยังมีการฉายภาพยนตร์แฟชั่นและซีรีส์ OUVERTURE of Something that Never Ended เพื่อเฉลิมฉลองให้กับผลงานของนักออกแบบอิสระรุ่นใหม่ทั้ง 15 คนได้แก่ Ahluwalia, Shanel Campbell, Stefan Cooke, Cormio, Charles De Vilmorin, JordanLuca, Mowalola, Yueqi Qi, Rave Review, Gui Rosa, Rui, Bianca Saunders, Collina Strada, Boramy Viguier, และ Gareth Wrighton นักออกแบบรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเหล่านี้ได้รับการคัดเลือกจากผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ Alessandro Michele เพื่อจัดแสดงคอลเลคชั่นของพวกเขาผ่านทางแพลตฟอร์มดิจิทัลของ GucciFest ด้วยการสนับสนุนจาก Gucci

ใครเร็วก็ได้ไป! Common Projects เตรียมโล้ะขายสินค้าจาก Archive ของแบรนด์กว่า 600 คู่ในราคาสุดพิเศษ

เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์เมื่อปี 2004 สำหรับ Common Projects แบรนด์รองเท้าในสไตล์มินิมอลที่โดดเด่นด้วยวัสดุและการตัดเย็บคุณภาพสูง และคู่สีที่แต่งตัวได้หลากหลาย

และล่าสุดทางแบรนด์ก็เตรียมทลายสต็อกของสินค้าตัวอย่าง ตัวทดลอง กว่า 600 คู่ใน Archive ของแบรนด์ในช่วง 6 ปีหลังมาลดราคาเพื่อให้แฟนๆได้เป็นเจ้าของ ซึ่งหลายคู่นั้นก็ถูกทำขึ้นมาเพียงคู่เดียวเท่านั้น และไม่เคยถูกวางจำหน่ายที่ไหน รวมถึงวัสดุที่เราไม่คุ้นตาบนโมเดลไหนๆของ Common Projects ก็ถูกนำมาทดลองทำขึ้นแต่ไม่ได้ผลิตขาย 

และแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ Sample แต่รองเท้าทุกคู่ถูกผลิตขึ้นภายใต้มาตรฐานของแบรนด์ ในโรงงานจากอิตาลีทุกคู่ ใครอยากได้รองเท้าราคาดีที่ไม่เหมือนใครเตรียมช็อปได้ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 10 a.m. EST หรือประมาณ 4 ทุ่มเวลาบ้านเราครับ เข้าไปลงทะเบียนกันได้เลยที่นี่ครับ 

ร่วมเดินทางกลับบ้านไปกับ Versace Holiday เฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งความสุขส่งท้ายปี

ร่วมเดินทางกลับบ้านไปกับ Versace เฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งความสุขส่งท้ายปี Versace เผยแคมเปญฮอลิเดย์แคมเปญ 2020 แห่งเทศกาลเฉลิมฉลองที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวันหยุดพักผ่อนการที่ได้กลับบ้านเพื่อเฉลิมฉลองวันหยุดกับครอบครัว เพื่อน และคนรัก นับเป็นช่วงเวลาที่วิเศษที่สุดของปี

แคมเปญนี้นำเสนอเรื่องราวในรูปแบบแฟชั่นฟิล์ม เผยให้เห็นถึงเรื่องราวการเดินทางหลากหลายรูปแบบ โดยในแต่ละซีนแสดงถึงเอกลักษณ์ของสถานที่ตั้งแต่การท่องเที่ยวบนภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะสู่ป่าทรอปิคอล

Reflection of My Life: หวนคืนวงการอีกครั้งกับอัลบั้มเดี่ยวครั้งแรกในชีวิตของ Park Yu Chun (พัคยูชอน) และการเริ่มต้นใหม่ที่ไม่มีคำว่าสายไป

Author: Pacharee Klinchoo / Photographer: Virunan Chiddaycha / Stylist: Napat Roongruang

“จากคนที่เคยเป็นไอดอลในตำนาน แต่พอเจอเหตุการณ์ไม่ดี ทำให้เขารู้สึกเสียใจ ว่างเปล่า คอยปลอบใจตัวเอง แต่เขารู้ว่าตัวเองยังโชคดีที่มีคนยังให้กำลังใจและรักเขาอยู่ เขาจึงต้องดำเนินชีวิตต่อไป” นี่คือคำบรรยายอัลบั้มเดี่ยวครั้งแรกของพัคยูชอนที่มีชื่อว่า Re:Mind ที่เจ้าตัวให้นิยามว่ามันคือ ‘การเริ่มต้นใหม่’ ซึ่งอัลบั้มนี้มีเพลงทั้งหมด 7 เพลงด้วยกัน และที่สำคัญคือมีเพลงไทย 1 เพลงที่ชื่อว่า See You Again และเขาเลือกที่จะมาแถลงข่าวการคัมแบ็กพร้อมคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้มที่กรุงเทพฯ เรานี่เอง

ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังตึงเครียดเป็นอย่างมากในประเทศไทย ยูชอนจึงต้องผ่านกระบวนการการกักตัวยาวนานถึง 14 วันก่อนจะปรากฏตัวให้แฟนๆ ทั่วโลกหายคิดถึง และก็ไม่ต้องบรรยายนะว่าทีมงานเราตื่นเต้นแค่ไหนเมื่อตัวแทนของยูชอนในประเทศไทยคอนเฟิร์มกับเราว่า ทันทีที่เขาเป็นอิสระ เขาจะมาถ่ายทำแฟชั่นเซ็ตกับเราในฉบับ music issue และปรากฏตัวบนโปรเจ็กต์ L’Officiel Hommes ME หรือปกดิจิตอลเป็นคนแรก

ในวันถ่ายทำ ทีมงานของเรามาถึงกองถ่ายกันตั้งแต่ก่อนเวลานัด และทันทีที่ทีมงานของเขาปรากฏตัว เราก็รู้สึกถึงแรงกระเพื่อมในกองถ่ายได้อย่างทันที เขาเป็นคนพูดน้อย ยกมือไหว้ทุกคนที่เขาสบตาพร้อมกล่าวสั้นๆ “สวัสดีครับ” อย่างชัดถ้อยชัดคำ เราได้ยินเสียงกระซิบมาว่า หลังจากออกจากการกักตัว เขาก็มีตารางงานที่ค่อนข้างแน่นขนัดอย่างต่อเนื่อง นั่นก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับแฟนๆ ทุกคนที่กำลังรอคอยเขาอยู่ว่าถึงเวลาอีกครั้งแล้วที่เขาจะกลับมาเฉิดฉายในวงการที่เขารักที่จะอยู่จริงๆ

ระหว่างการถ่ายทำ ทีมงานบางคนของเราเดินขึ้นลงสตูดิโอเพื่อประสานงานและวิ่งเอาของต่างๆ ทุกคนวิ่งมากระซิบบอกทีมงานที่ตั้งสมาธิถ่ายทอดเรื่องราวของเขาผ่านแฟชั่นเซ็ตใหญ่อยู่บนสตูดิโอกับเขาว่า มีแฟนคลับมานั่งรอเขาอยู่ใต้สตูฯ จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว นั่นก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ดีเลยว่าในการกลับมาครั้งนี้เขายังมีคนที่รักและรอคอยเขาอยู่เสมอจริงๆ

แม้ว่าการถ่ายทำของเราจะถูกจำกัดด้วยเรื่องเวลา แต่ในช่วงเวลาที่เขาใช้กับทีมงานเรานั้นก็เป็นช่วงเวลาที่เราตั้งใจเต็มที่ที่จะถ่ายทอดตัวตนของเขาออกมาให้กับแฟนๆ ที่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยเขาอยู่ได้ชื่นใจ เหมือนกับที่ทีมงานเราหลายคนได้สัมผัสในระหว่างการร่วมงานสั้นๆ กับเขาในครั้งนี้นั่นเอง

ช่วยเล่าคอนเซ็ปต์ เรื่องราว และสารที่คุณต้องการจะสื่อถึงแฟนๆ ในอัลบั้มใหม่ที่กำลังจะออกหน่อย

อัลบั้ม Re:mind เป็นการสื่ออารมณ์ความรู้สึกผ่านบทเพลง บอกเล่าถึงประสบการณ์ต่างๆ ที่ตัวเองได้พบเจอและผ่านเข้ามาในชีวิตไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบัน และบอกกับตัวเองว่าจะต้องเป็นคนที่ดีกว่าเดิม

ในระหว่างการทำงานในฐานะศิลปินเดี่ยว คุณคิดว่ากระบวนการทำงานยากง่ายหรือแตกต่างจากการทำงานร่วมกับวงมากน้อยแค่ไหน

การทำงานเป็นวงและเดี่ยวไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไหร่ อย่างการทำงานกับวงจะมีเวลาว่างมากกว่า อย่างเช่นเวลามีถ่ายงานต่างๆ ก็จะมีเวลาว่างตอนนั่งรอเมมเบอร์คนอื่นถ่ายงานแบบเดี่ยว นอกนั้นก็คิดว่าไม่มีจุดไหนแตกต่างกันมากนักครับ

คุณรู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้ปล่อยอัลบั้มใหม่ในครั้งนี้ คาดหวังอะไรจากอัลบั้มชุดนี้บ้างไหม ตื่นเต้นขนาดไหน กลัวหรือไม่มั่นใจบ้างไหม

ไม่ได้ปล่อยอัลบั้มมาก็นานแล้วพอหายไปนานแบบนี้เลยมีสิ่งที่อยากทำเยอะเลย แต่สิ่งที่อยากทำเหล่านั้นก็ไม่สามารถทำได้ทั้งหมด แต่ก็ยังคงมีความโลภเล็กๆ ที่อยากจะทำอยู่ ก็จะพยายามทำให้ออกมาดีที่สุด แล้วก็อยากให้แฟนๆ รู้สึกว่า ‘ตัวเขาทำอัลบั้มนี้มาด้วยความตั้งใจนะ’ การที่ได้ปล่อยอัลบั้มในครั้งนี้ก็รู้สึกดีใจมากๆ ครับ

เรารู้ว่าแฟนๆ ของคุณอยากให้คุณกลับมา หลายคนกำลังรอคุณคัมแบ็กอย่างใจจดใจจ่อ การที่มีแฟนๆ รอคอยคุณอยู่แบบนี้ รู้สึกอย่างไรบ้าง และช่วยเล่าตอนที่เตรียมอัลบั้มให้ฟังหน่อย มันทำให้คุณกดดันบ้างไหม หรือจริงๆ แล้วนี่คือแรงผลักดันที่ทำให้คุณตัดสินใจกลับมา ตอบเราหน่อย

ความจริงอยากจะรีบทำอัลบั้มออกมาให้เสร็จได้เร็วกว่านี้นะครับ แต่ด้วยสถานการณ์ไวรัสโควิด เลยทำให้ล่าช้าออกไป คือตอนนี้ทุกคนต่างก็ได้รับผลกระทบกันทั้งนั้น เลยอยากให้สถานการณ์ไวรัสนี้จบไปเร็วๆ เพื่อที่ผมจะได้โชว์ภาพลักษณ์ที่ดีให้แฟนๆ ได้เห็นกันครับ

ในความคิดของคุณ คุณคิดว่า ‘ดนตรี’ มีความหมายอย่างไรสำหรับชีวิตคุณ ช่วยอธิบายให้หน่อย

ผมเป็นคนที่ชอบเพลงและดนตรีมาก ไม่แบ่งแยกประเภทของดนตรี เหมือนกับว่าดนตรีจะช่วยคลายความเครียดได้ด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังทำให้ผมใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข โดยปกติแล้วผมจะชอบฟังมากกว่าที่จะร้องเพลงครับ

ทีมงานหลายคนของเราลงความเห็นว่าคุณเป็นนักแสดงที่เก่งมากจริงๆ แฟนๆ หลายคนคิดถึงและยังรอติดตามผลงานการแสดงใหม่ของคุณ มีบทบาทไหนที่คุณอยากเล่นเป็นพิเศษไหมถ้าเป็นไปได้

ถ้าได้แสดงละครก็ดีนะครับ แต่ก็ไม่ได้แสดงละครมานานมากแล้ว ถ้าเกิดให้กลับมาแสดงละครอีกครั้งก็ไม่แน่ใจว่าละครเรื่องนั้นจะไปได้สวยไหม มากกว่าความรู้สึกรอคอย ผมรู้สึกกังวลมากกว่าครับ ถ้าจะให้กลับไปแสดงละครเหมือนแต่ก่อน อาจจะกังวลว่าตัวเองจะสามารถทำได้ดีเหมือนเมื่อก่อนหรือเปล่า ณ ตอนนี้ยังไม่มีบทไหนที่อยากแสดงครับ แต่ถ้ามีโอกาสก็จะแสดงให้เต็มที่ครับ

อะไรคือสิ่งที่คุณคิดว่าสำคัญที่สุดในชีวิต

(นิ่งคิด) คิดหนักเลยครับ เพราะสิ่งที่สำคัญในชีวิตไม่ได้มีแค่อย่างเดียว ถ้าให้เลือกก็คงจะตอบว่า ‘เวลา’ ครับ เพราะต้องมีเวลาถึงจะสามารถทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตได้ เช่น การใช้เวลากับครอบครัว ใช้เวลาเพื่อทำงาน ใช้เวลาไปกับความสุขและความทุกข์ในชีวิต คำพูดที่ว่า ‘ยิ่งมีเวลามากก็ยิ่งดี’ นั้น ผมไม่ค่อยแน่ใจกับคำพูดนี้ แต่ก็คิดว่ามันสำคัญตรงที่ถ้าเรายิ่งมีเวลาเยอะมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสามารถทำอะไรหลายๆ อย่างได้มากขึ้นเท่านั้นครับ

ช่วยพูดถึงแฟนๆ ที่ติดตามคุณอยู่หน่อย พวกเขาสำคัญกับคุณขนาดไหน ถ้าเป็นไปได้ คุณอยากบอกอะไรกับพวกเขาตัวต่อตัว และพวกเขาจะคาดหวังอะไรกับผลงานใหม่ของคุณได้บ้าง

จริงๆ แล้วผมควรที่จะได้พบปะแฟนๆ ให้เร็วกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นแฟนๆ ชาวไทยก็ดี หรือแฟนๆ ต่างประเทศก็ดี อยากจะรีบไปพบพวกเขาเร็วๆ แล้ว และรู้สึกขอบคุณที่พวกเขายังรอคอยอยู่เสมอ ในอนาคตผมก็จะมีงานและกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น ก็อยากจะให้ติดตามผลงานของผมที่กำลังจะออกมาในเร็วๆ นี้ด้วยนะครับ ขอบคุณที่ยังคงรอคอยเสมอมาครับ

สำหรับคุณ แฟนๆ สำคัญขนาดไหน

มีแฟนๆ หลายคนที่ยังคอยสนับสนุนกันมาตั้งแต่สมัยก่อนอย่างยาวนาน พวกเขาก็ยังรอคอยผมอยู่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาเป็นเหมือนคนที่คอยจับมือผมเอาไว้ไม่ปล่อย การที่มีแฟนๆ คอยสนับสนุนแบบนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยทำให้ผมมีกำลังใจอย่างมาก เปรียบแฟนๆ เป็นดั่งต้นไม้ใหญ่เลยก็ว่าได้ครับ

คุณตื่นเต้นกับคอนเสิร์ตเดี่ยวคัมแบ็กครั้งแรกของตัวเองที่กำลังจะเกิดขึ้นมากขนาดไหน พูดถึงมินิคอนเสิร์ตให้ฟังหน่อยได้ไหม

มินิคอนเสิร์ตในครั้งนี้จะเป็นงานที่พิเศษและสำคัญสำหรับผม ซึ่งจะแตกต่างจากงานและกิจกรรมครั้งก่อนๆ เป็นการแสดงพิเศษ รวมไปถึงเป็นการประกาศกิจกรรมและงานที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย และสามารถสื่อสารกับแฟนๆ ชาวไทย โดยจะมีการปล่อยเพลงเวอร์ชั่นภาษาไทยอีกด้วยครับ ก็อยากให้ทุกคนมาเจอกันในงาน และฝากติดตามผลงานของผมด้วยนะครับ

Park Yu Chun Re:Mind 1st Comeback Mini Concert 

28 November 2020 at Union Hall 2, Union Mall

More Info: www.thelimethailand.com 

Special Thanks: The Dream and Destiny Co., Ltd.

รับลมหนาวอย่างมีสไตล์ Acne Studios ปล่อยคอลเล็กชั่นผ้าพันคอคู่สีสวยกว่าร้อยดีไซน์รับฤดูหนาว!

เป็นอีกหนึ่งไอเท็มเด่นของแบรนด์อยู่แล้วสำหรับผ้าพันคอขนสัตว์ที่มาพร้อมโลโก้ขนาดใหญ่แบบ Oversized จากแบรนด์ขวัญใจสายแฟชั่น Acne Studios จากเมือง Stockholm สวีเดน 

และล่าสุดสำหรับคอลเล็กชั่นใหม่ FW 2020 ทางแบรนด์ก็ไปหยิบยืม Thielska Gallery อีกหนึ่งสถานที่เด่นในเมือง Stockholm เพื่อมาเป็นฉากหลังของไอเท็มชิ้นสวยที่มีมาให้เลือกกว่า 100 คู่สีและดีไซน์โดยแบ่งออกเป็น 5 ดีไซน์หลักคือ Checked แบบตาราง, Logo, Classic, Striped และ Bandana เลือกผืนที่เป็นคุณได้ที่นี่เลยครับ

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Scenes from a gallery, Stockholm, 2/3.⁣ ⁣ The viewer wears an Acne Studios scarf from the FW20 collection.⁣ ⁣

โพสต์ที่แชร์โดย Acne Studios (@acnestudios) เมื่อ