นิวนอร์มอลจากโลกไฮสตรีท! New Guards Group กลุ่มแบรนด์หรูจากอิตาลีผู้เป็นเจ้าของ Heron Preston, Off-White ประกาศเลื่อนการจัดแฟชั่นโชว์ในปีนี้ออกไปทั้งหมด!

 New Guards Group กลุ่มแบรนด์หรูจากอิตาลีผู้เป็นเจ้าของ Heron Preston, Off-White, Kirin by Peggy Gou, Palm Angels และอีกหลายแบรนด์ไฮสตรีทชื่อดัง

ดูโพสต์นี้บน Instagram

my image made in my image

โพสต์ที่แชร์โดย @ virgilabloh เมื่อ

ตัดสินใจเลื่อนการจัดแฟชั่นโชว์ทั้งหมดจากตารางเดิมในช่วงเดือนกันยายนในปารีส เป็นเดือนมกราคมคมปี 2021 แทนทั้งหมดสำหรับคอลเล็กชั่น Spring/Summer 2021 โดยจะ

เริ่มจาก Off-White เป็นแบรนด์แรกส่วนแบรนด์อื่นๆจะไล่ประกาศอย่างเป็นทางการภายในเดือนนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งการปรับตัวของวงการแฟชั่นครับ!

New Normal แห่งโลกแฟชั่น Gucci ประกาศจะจัดโชว์แค่ปีละสองครั้งเท่านั้นนับจากนี้ไป!

Alessandro Michele creative director คนเก่งชาวอิตาลีของ Gucci แบรนด์หรูในกลุ่ม Kering ได้แจ้งแนวทางสำคัญผ่านวีดีโอคอลของแอพ Zoom เมื่อวานนี้ว่าทาง Gucci ตัดสินใจแล้วว่าจะจัดโชว์แค่ปีละสองครั้งเท่านั้นจากนี้ไป

และนั่นทำให้โชว์คอลเล็กชั่น Cruise 2021 ที่วางแผนไว้ว่าจะจัดขึ้นที่ San Franscisco นั้นจะถูกย่อส่วนจากโชว์สุดอลังการให้เหลือเพียงการโชว์ในรูปแบบดิจิทัลเท่านั้นส่วนวันของโชว์ก็จะเลื่อนไปเป็นวันสุดท้ายของ Milan #DigitalFashionWeek ที่ถูกลดสเกลจากโชว์ที่มีแขกคนสำคัญจากทั่วโลกไปเข้าร่วมเหลือเพียงการโชว์แบบดิจิทัลที่สามารถรับชมได้ออนไลน์เท่านั้น 

โดยการจำกัดการโชว์แค่สองโชว์แบบออนไลน์นี้ยังส่งผลให้คอลเล็กชั่นคั่นอย่าง Cruise และ Pre-Fall จะโดนรวบไว้กับคอลเล็กชั่นหลักอย่าง Spring/Summer และ Fall/Winter อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้รวมถึง capsule คอลเล็กชั่นพิเศษที่เป็นงาน collaboration ร่วมกับศิลปินหรือแบรนด์อื่นๆด้วย 

แต่ถึงแม้ว่าจะได้จัดโชว์แบบ physical ที่ได้พบปะและนั่งชมแต่ Michele ก็สัญญาว่าจะพยายามรักษาอรรถรสของแฟชั่นโชว์ไว้ให้ได้ครบถ้วนที่สุด โดยเฉพาะเรื่องเสียงดนตรีที่เจ้าตัวเตรียมใช้วง orchestra วงใหญ่แบบครบทุกเครื่องดนตรีในการถ่ายทอดพลังและเรื่องราวของสองคอลเล็กชั่นหลัก ส่วนคอลเล็กชั่นอื่นๆจะมีการนำเสนอผ่านดนตรีชนิดอื่นรวมถึงการ remix เรียบเรียงใหม่บทเพลงของวง orchestra ให้มีอารมณ์ที่ต่างออกไป หรือแม้แต่การโซโล่ของเครื่องดนตรีชิ้นเดียวเพื่อถ่ายทอดความขลังและมนต์สเน่ห์ของคอลเล็กชั่นก็จะถูกนำมาใช้ 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

“You've Got The Love”

โพสต์ที่แชร์โดย Alessandro Michele (@alessandro_michele) เมื่อ

ซึ่งการปรับลดการโชว์และจำนวนเสื้อผ้าของคอลเล็กชั่นจะไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพและแพชชั่นที่เจ้าตัวใส่ลงไปในผลงานแน่นอน Michele ยืนยันนอกจากนี้ยังกล่าวเสริมอีกด้วยว่าต่อไปนี้ทุกขั้นตอนและผลงานที่ออกมาคือการ experiment หรือทดลองทำใหม่ทั้งหมดแต่สิ่งสำคัญที่สุดต่อพวกเราก็คือความปราณถาและพลังที่มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และพลังเหล่านี้ในการกล้าที่จะเปลี่ยนและล้ำหน้ากว่าใครในสไตล์ของตัวเองก็พลักดัน Gucci มาตลอดดังนั้นการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวจึงไม่ใช่ปัญหาที่เราต้องมาคร่ำครวญแต่อย่างใด

ถือเป็นอีกหนึ่งแนวคิดดีๆพร้อมรับมือกับวิถี New Normal ที่กำลังแผ่ขยายไปทั่วโลกและทุกวงการครับ! 

สมัครงานตอนนี้ทันมั้ย! Twitter ประกาศอนุญาตให้พนักงานเลือก Work from Home ได้ตลอดไป

หลังจากที่ Googleและ Facebook ได้ออกมาประกาศให้พนักงานทั้งหมดทำงานที่บ้านต่อไปในช่วงการระบาดของCovid-19 Twitter โซเชี่ยลมีเดียชื่อดังนำโดย CEO ชาวอเมริกันคนเก่ง Jack Dorsey ก็ประกาศคำสั่งที่ล้ำไปอีกขั้นกับการ อนุญาตให้พนักงานปรับรูปแบบการทำงานเป็นการทำที่บ้านได้ตลอดไป 

โดยทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับตำแหน่งและหน้าที่รับผิดชอบด้วยนั่นหมายความว่าถ้าพิจารณาแล้วว่างานของตนทำให้เสร็จครบถ้วนได้ที่บ้านได้ก็สามารถทำที่บ้านต่อไปได้เลยหลังช่วงหมดการระบาด

“เราต้องการส่งเสริมให้พนักงานของเราสร้างสรรค์งานได้จากทุกหนแห่ง ช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าพนักงานของเราปรับตัวเข้าสู่การทำงานจากที่บ้านได้และรับผิดชอบงานต่างๆ ได้อย่างไม่ตกหล่น ดังนั้นถ้าพนักงานอยากจะทำงานที่บ้านต่อหลังจากเข้าสู่สภาวะปกติ เราก็ไม่ขัดข้องแต่อย่างใด แต่ถ้าใครอยากกลับมาทำงาน ออฟฟิศของเราก็พร้อมต้อนรับเสมอ และจะมีมาตรการรักษาความสะอาดและปลอดภัยที่ดีที่สุดไว้ต้อนรับด้วย”Jack Dorseyและตัวแทนของบริษัทกล่าวผ่านอีเมลถึงพนักงาน

Jack Dorsey

สุดท้ายสำหรับตัวOffice ในอเมริกา Jennifer Christie Chief HR Officer ได้วางแผนไว้ว่าจะกลับมาเปิดได้เร็วที่สุดในช่วงเดือนกันยายน ถือเป็นอีกหนึ่งการปรับตัวที่น่าสนใจและน่าจะถูกใจพนักงานหลายๆคนเลยล่ะครับ 

ห้างดังของอเมริกาอย่าง Macy’s เตรียมกลับมาให้เปิดให้บริการอีกครั้ง!

หลักจากการปิดให้บริการไปร่วมเดือนเศษ ห้างดังของสหรัฐอเมริกาอย่าง Macy’s ได้ออกมาแจ้งแล้วว่าจะเปิดทำการอีกครั้งตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

โดยมีกำหนดเปิดเบื้องต้นก่อน 68 สาขาทั่วสหรัฐอเมริกาในอาทิตย์ที่จะถึงนี้ หลังจากที่ถูกสั่งปิด สาขาทั้ง 780 สาขาทั่วประเทศในเดือนมีนาคมจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Nostalgic neutrals • • Link in bio to fulfill your denim daydreams.

โพสต์ที่แชร์โดย Macy's (@macys) เมื่อ

หลังจากนั้นจะมีการเปิดสาขาเพิ่มเติมอีกในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้และสาขาที่เหลือทั้งหมดในช่วงกลางเดือนมิถุนายน(ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและข้อบังคับต่างๆของแต่ละรัฐ)

และสำหรับการเปิดครั้งแรกในวันนี้จะมีสาขาที่อยู่ในรัฐ Texas, Georgia, South Carolina, Tennessee และ Oklahoma

ซึ่งในแต่ละสาขาจะมีมาตรการที่เข้มงวดขึ้นในเรื่องของความสะอาดและปลอดภัย ไล่มาตั้งแต่การบังคับให้ลูกค้าล้างมือด้วยเจลฆ่าเชื้อ, การสร้างฉากกั้นในส่วนของ counter คิดเงิน, การงดให้บริการห้องลองเสื้อผ้า และในส่วนของสินค้าเครื่องสำอางจะไม่อนุญาตให้จับผลิตภัณฑ์

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Lovely evening with @lancomeofficial & the amazing (& stylish) National MUA @robertlancomeusa 🌸🌸 | Definitivamente uno de mis favoritos de #lancomeofficial fue su nueva fragancia La Vie Est Belle En Rose y uno de los tips más lindos que nos dió Robert para todas las Bride-To-Be es: “Encuentren una fragancia que nunca hayan usado y que les encante para el día de su boda – eso le dará un significado y a partir de ahí siempre que lo usen recordarán ese día tan especial.” . . . PROMO: Visiten el área Lancôme en Macy’s de La Plaza Mall para que les regalen su muestra de Tient Idole Ultra para 10 días! Solo tienen que enseñar screenshot de este post!!💕 Además, si compran algo les darán un regalito extra! – Válido hasta el 2 de Junio. #sponsored #lancomeofficial #macysbeauty

โพสต์ที่แชร์โดย Sara Castillo (@thestreetstyler_) เมื่อ

โดย CEO ของบริษัทอย่าง Jeff Gennette ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญที่สุดและทางห้างนั้นคาดหวังยอดขายเพียงแค่ 1 ใน 5 ของยอดขายในสถานการณ์ปกติเท่านั้น

ถึงจะเป็นก้าวเล็กๆแต่ก็ถือว่านี่คืออีกหนึ่งสถานการณ์และสัญญาณดีๆที่เกิดขึ้นครับ

Dr. Dre ก้าวขึ้นมาเป็นศิลปินที่ทำรายได้สูงที่สุดในทศววรษกับรายได้ระดับ 950 ล้านเหรียญสหรัฐ

ตามรายงานของ Forbes สื่อจอมจัดอันดับชื่อนำกับลิสต์ล่าสุด นักดนตรีที่มีรายได้สูงสุดที่ในทศวรรษ (เริ่มตั้งแต่ปี 2010) ซึ่งผลการจัดอันดับก็ได้แก่ 

1. Dr. Dre ($950 million USD)

2. Taylor Swift ($825 million USD)

3. Beyoncé ($685 million USD)

4. U2 ($675 million USD)

5. Diddy ($605 million USD)

6. Elton John ($565 million USD)

7. Jay-Z ($560 million USD)

8. Paul McCartney ($535 million USD)

9. Katy Perry ($530 million USD)

10. Lady Gaga ($500 million USD)

ซึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้  rapper, record producer และนักธุรกิจรุ่นใหญ่จาก Compton, California ก็คือหุ้น 20% ในแบรนด์หูฟัง Beats (Apple เข้ามาซื้อแบรนด์ไปเมื่อปี 2014 ในราคากว่า 3000 ล้านเหรียญสหรัฐ)

และยังมีอัลบั้ม Compton ที่เจ้าตัวปล่อยออกมาเมื่อปี 2015  อีกด้วยถือว่าเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของอดีตสมาชิก N.W.A. วงแร็ปสไตล์ gangster ระดับตำนานและเจ้าของค่ายเพลง Aftermath Entertainment

ZENITH อุทิศผลงานสุดฮอตให้กับ ตรินิแดด ซิการ์ ฉลองครบรอบ 50 ปี

เพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของหนึ่งในผู้ผลิตซิการ์หรูและนำเทรนด์สูงสุดภายในคอลเลคชั่นอันโด่งดังของอาบาโนส (Habanos) เซนิธ (Zenith) ได้เปิดตัวแนะนำผลงานนาฬิกาสามเรือนอันล้ำค่าของ ไพลอท ไทป์ 20 โครโนกราฟ ตรินิแดด เอดิชั่น (Pilot Type 20 Chronograph Trinidad Edition) รุ่นใหม่ เทศกาลอาบาโน (Habanos Festival) ครั้งที่ 21 ของคิวบา ซึ่งเป็นงานอันทรงเกียรติสูงสุดที่อุทิศให้กับซิการ์ระดับพรีเมียม (Premium Cigars) และจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 ถึง 22 กุมภาพันธ์ .. 2019 ที่ผ่านมา ในเมืองฮาวานา พร้อมทั้งเฉลิมฉลองครบรอบ 500 ปีของเมืองนี้เช่นกัน

ซิการ์เฉลิมฉลองตรินิแดด ครบรอบ 50 ปี ได้ผลิตขึ้น โรงงาน เอล ลากูอิโต (El Laguito) สุดเอ็กซ์คลูซีฟของโคฮิบา (Cohiba) โดยซิการ์อาบาโนมีชื่อเสียงโด่งดังจากกลิ่นหอมอันรุ่มรวยและความเข้มข้นของรสชาติระดับกลาง (medium) และเพื่อถ่ายทอดถึงความรุ่มรวยทั้งหมดภายในซิการ์ระดับไอคอนนี้ นาฬิกา ไพลอท ไทป์ 20 โครโนกราฟ ตรินิแดด เอดิชั่น จึงได้ปรากฏโฉมภายในสามเวอร์ชั่นของตัวเรือนทองโรสโกลด์ เยลโลโกลด์ และไวท์โกลด์ ขนาด 45 มม. โดยแต่ละเวอร์ชั่นจะผลิตขึ้นเพียงจำนวนจำกัด 50 เรือน และแกะสลักบนฝาหลังด้วยโลโก้ฉลองครบรอบ 50 ปีของตรินิแดด

ขับเคลื่อนภายในด้วยกลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติโครโนกราฟคอลัมน์วีล เอล พริเมโร (El Primero) ผู้สืบทอดตำนานของกลไกโครโนกราฟคาลิเบอร์ ซึ่งผลิตขึ้นในแบบซีรีส์ที่มีความเที่ยงตรงสูงสุดในโลก และก้าวเข้าสู่การเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ในปี .. 2019 นี้ด้วยเช่นกัน โดยทำหน้าที่ขับเคลื่อนเข็มชั่วโมงและนาทีกลาง เช่นเดียวกับฟังก์ชั่นแสดงวินาทีบนหน้าปัดเล็กและจับเวลาโครโนกราฟ บนหน้าปัดที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งบรรจุด้วยตัวเลขเรืองแสงสีเบจขนาดใหญ่แบบโอเวอร์ไซส์ รวมถึงตกแต่งด้วยลวดลายใบยาสูบอันโดดเด่น เช่นเดียวกับโลโก้ของเซนิธ และตรินิแดด

ผลงานสำหรับนักสะสมเหล่านี้ได้จับคู่มากับสายหนังวัวสีน้ำตาลฮาวานา ตกแต่งด้วยลวดลายโลโก้ของตรินิแดด พร้อมทั้งเดินเส้นด้วยยางเพื่อความทนทาน และประทับด้วยโลโก้เดียวกันบนด้านใน ปลอดภัยด้วยหัวเข็มขัดแบบหมุดทำจากทองโรสโกลด์ เยลโลโกลด์ หรือไวท์โกลด์ 18 กะรัต เข้ากับตัวเรือน ขณะที่รุ่นพิเศษสูงสุดเพียงหนึ่งเดียวของ ไพลอท ไทป์ 20  โครโนกราฟ ตรินิแดด เอดิชั่น ซึ่งทำจากแพลทินัม ได้นำไปร่วมประมูลในระหว่างเทศกาลอาบาโน โดยเป็นส่วนหนึ่งของกล่องเก็บซิการ์ตรินิแดดสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้กับการเฉลิมฉลองครบรอบของแบรนด์

สองเมซง (Maisons) ระดับตำนาน ทั้งเซนิธ และอาบาโนส เอส.เอ. (Habanos S.A.) ล้วนถ่ายทอดถึงจักรวาลที่มีร่วมกัน แห่งความเป็นต้นตำรับขนานแท้ ความเที่ยงตรงแม่นยำ และความล้ำเลิศ โดยแต่ละบริษัทยังได้ผสมผสานความหลงใหลและความเชี่ยวชาญของตนสู่ผลงานสร้างสรรค์สุดพิเศษ เพื่อนำความเพลิดเพลินอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนให้กับผู้ซึ่งหลงใหลในซิการ์ผู้เปี่ยมด้วยประสบการณ์ ความร่วมมือกันระหว่างอาบาโนส เอส.เอ. และเซนิธ ประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่องผ่านแบรนด์โคฮิบา และวันนี้ยังคงเดินหน้าต่อด้วยแบรนด์ตรินิแดด ที่ทั้งเซนิธ และอาบาโนส จะได้แลกเปลี่ยนซึ่งปรัชญาเดียวกันของความล้ำเลิศ ความทันสมัย และเอ็กซ์คลูซีฟ ผ่านบทบาทของแบรนด์แรกในฐานะผู้ผลิต นาฬิกาสวิสที่ได้สร้างรากฐานแห่งนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญมากว่า 150 ปี ขณะที่แบรนด์หลังครองชื่อเสียงอันโด่งดังแห่งโลกซิการ์อันเป็นที่ถวิลหาสูงสุดของทั่วโลก

เซนิธ: อนาคตแห่งการประดิษฐ์นาฬิกาสวิสแท้

นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี .. 1865 เซนิธ นำทางด้วยความเป็นต้นตำรับ ด้วยความกล้าหาญ และความหลงใหลในการพิชิตซึ่งพรมแดนแห่งความล้ำเลิศ ความเที่ยงตรงแม่นยำ และนวัตกรรม ทำให้หลังการก่อตั้งขึ้นเพียงไม่นาน เลอ โลค (Le Locle) โดยช่างนาฬิกาผู้เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ จอร์จส ฟาฟร์ยาโคต์ (Georges Favre-Jacot) เซนิธก็เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงจากความเที่ยงตรงแม่นยำระดับโครโนมิเตอร์ ด้วยดีกรีรางวัลด้านความเที่ยงตรงถึง 2,333 รางวัลในช่วงเวลาเพียงกว่าหนึ่งศตวรรษครึ่งของการดำรงอยู่ ซึ่งนับเป็นสถิติอย่างแท้จริง

โดยเฉพาะชื่อเสียงอันโด่งดังจากกลไกระดับตำนาน อย่าง 1969 เอล พริเมโร คาลิเบอร์ (1969 El Primero calibre) ที่ช่วยให้สามารถจับเวลาช่วงสั้นๆ ได้อย่างแม่นยำใกล้เคียง1/10th ของวินาทีมากที่สุด โดยโรงงานแห่งนี้ได้พัฒนากลไกอันหลากหลายมาแล้วกว่า 600 ชุด และในวันนี้ เซนิธนำเสนอแนวคิดใหม่อันน่าทึ่งในการจับวัดเวลา ซึ่งรวมไปถึงความแม่นยำถึง 1/100th ของการจับเวลาวินาที ด้วยรุ่น ดีฟาย เอล  พริเมโร 21 (Defy El Primero 21) และมอบมิติใหม่แห่งความเที่ยงตรงของจักรกล ด้วยนาฬิกาอันเที่ยงตรงแม่นยำสูงสุดในโลก อย่างดีฟาย แล็บ (Defy Lab) แห่งศตวรรษที่ 21 ด้วยสัมพันธภาพอันทรงพลังครั้งใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยประเพณีอันน่าภาคภูมิใจจากแนวคิดอันเปี่ยมด้วยพลังและล้ำสมัย ในวันนี้ เซนิธกำลังเขียนซึ่งอนาคตของตนและอนาคตแห่งการประดิษฐ์นาฬิกาสวิสแท้เช่นกัน

9 ผู้นำเพศแม่ของโลกนี้…มีใครบ้างไปดูกัน

1

Julia Eileen Gillard

เธอคือนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของประเทศออสเตรเลีย เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีเพศหญิงคนแรกของประเทศ และเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกที่ ‘โสด’

 

2

Vigdís Finnbogadóttir

เธอคือประธานาธิบดีหญิงคนแรกของประเทศไอซ์แลนด์ และเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของโลกที่มาจากการเลือกตั้ง

 

3

Angela Merkel

เธอคือนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศเยอรมนี และได้รับการยกย่องจากนิตยสาร Forbes ว่าเป็นหนึ่งในสตรีผู้ทรงอิทธิพลของโลก

 

4

Dalia Grybauskaite

เธอคือประธานาธิบดีหญิงคนแรกของประเทศลิทัวเนีย เป็นคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยที่สอง และเคยรับตำแหน่งสำคัญๆ ทางการเมืองของประเทศตัวเอง และกรรมาธิการยุโรปมาแล้ว

 

5

Margaret Thatcher

เธอคือนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของสหราชอาณาจักร ที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดของประเทศ

 

6

Dilma Vana Rousseff

เธอคือประธานาธิบดีคนที่ 36 ของประเทศบราซิล และเป็นอดีตประธานาธิบดีหญิงคนแรกของประเทศ

7

Isabel Martínez de Perón

เธอคือประธานาธิบดีหญิงคนแรกของประเทศอาร์เจนตินา (โดยขึ้นรับตำแหน่งหลังจากที่ Juan Perón ผู้เป็นสามีเสียชีวิต) และถือว่าเป็นสตรีคนแรกของโลกที่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี (แต่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เพราะในระหว่างที่สามีเธอดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เธอเป็นผู้รับตำแหน่งรองประธานาธิบดี พ่วงด้วยตำแหน่ง First Lady)

8

Sirimavo Bandaranaike

เธอคือนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศศรีลังกา และเป็นผู้หญิงคนแรกที่ขึ้นรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

9

Park Geun-hye

เธอคือประธานาธิบดีหญิงคนแรกของประเทศเกาหลีใต้ และคือประธานาธิบดีหญิงคนแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ

 

The Future Project

Coach(โค้ช)ได้แถลงข่าวการเยี่ยมเยียนที่เป็นเซอร์ไพรส์ของ นักแสดง, โปรดิวเซอร์ และ เฟซเครื่องแต่งกายชายคนแรกของโค้ช อย่าง Michael B. Jordan (ไมเคิล บี จอร์แดน) ที่โรงเรียนมัธยมปลาย Barringer (แบรินเจอร์) ในนวร์ก นิวเจอร์ซีย์ เมืองบ้านเกิดของเขาการเซอร์ไพรส์พิเศษครั้งนี้เป็นการสนับสนุนโครงการ  Dream It Real โครงการการกุศลของ Coach ผ่านมูลนิธิ Coach ที่มีจุดมุ่งหมายในการสนับสนุนกลุ่มคนรุ่นใหม่ ให้พวกเขามองเห็นและสร้างอนาคตที่พวกเขารู้ว่าสามารถเป็นไปได้

Michael B. Jordan

ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Dream It Real  Coachได้ร่วมมือกับ The Future Project ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรระดับชาติที่ทำให้คนหนุ่มสาวค้นพบพลังของพวกเขาและเรียนรู้ที่จะสร้างอนาคตที่ดีกว่า องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรนี้จะนำบุคคลที่เรียกว่าเป็น “Dream Director” เข้าไปอยู่ในโรงเรียนมัธยมทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นโค้ช,ผู้นำหรือผู้จัดการที่มีส่วนช่วยในการเปลี่ยนแปลง โดยบุคคลเหล่านี้จะได้รับการอบรมฝึกฝนในระเบียบวิธีที่ได้อ้างอิงจากการวิจัยของ The Future Project กิจกรรมหนึ่งของโครงการนี้คือการที่นักเรียนจะทำงานร่วมกับ Dream Directors เพื่อสร้างสรรค์โครงการในอนาคตที่อ้างอิงจากแพสชั่นของพวกเขา เพื่อทำให้ความฝันของพวกเขาเอง, ของโรงเรียน หรือของสังคมเป็นจริงขึ้นมา

Michael B. Jordan

และในวันศุกร์ที่ผ่านมา จอร์แดนได้ไปเยี่ยมเยียนโรงเรียนมัธยมปลาย Barringer (แบรินเจอร์) ในฐานะ Dream Director กิตติมศักดิ์ ซึ่งเขาได้พบปะและให้คำปรึกษาแก่เด็กนักเรียน และได้ร่วมเป็นพิธีกรในงานโรงเรียนที่เหล่านักเรียนได้จัดขึ้น ที่มีชื่อว่า “Passion Show” และได้ร่วมลงชื่อบนจิตรกรรมฝาผนังที่สร้างแรงจูงใจ ที่ถูกสร้างสรรค์โดยความร่วมมือของ Coach และศิลปิน Toby Triumph นอกจากนี้จอร์แดนยังได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมเชียร์ก่อนเริ่มการแข่งขันกีฬา และเขาได้รับของขวัญเป็นเสื้อกีฬาบาสเก็ตบอลของโรงเรียนอีกด้วย

Michael B. Jordan

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมกับ Coach และโครงการ Dream It Real” จอร์แดนกล่าว “การเพิ่มขีดความสามารถของคนหนุ่มสาวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผม และความสามารถในการทำงานร่วมกับนักเรียนในฐานะ Dream Director กิตติมศักดิ์ ที่ Barringer – ในบ้านเกิดของผมที่นวร์ก – เป็นประสบการณ์ที่ผมจะไม่มีวันลืม”

 “เราตื่นเต้นมากที่ได้มาอยู่ที่ Barringer กับไมเคิลเพื่อทำงานกับ The Future Project และคนรุ่นใหม่ที่โรงเรียนมัธยมปลาย Barringer” Carlos Becil หัวหน้าฝ่ายการตลาดของ Coach กล่าว “ไมเคิลได้ส่งเสริมคุณค่าของ Coach และ โครงการ Dream It  Real ซึ่งก็คือความเป็นไปได้, การมองโลกในแง่ดี และการเป็นหนึ่งเดียวกัน และเขายังได้แบ่งปันความมุ่งมั่นของเราในการสนับสนุนและสร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชน” 

 “ในนวร์กและในชุมชนทั่วประเทศมีการเคลื่อนไหวที่เพิ่มขึ้นของคนหนุ่มสาวที่เต็มไปด้วยแพสชั่น ซึ่งกำลังสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับพวกเราทุกคน” Kanya Balakrishna ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ The Future Project กล่าว “Michael B. Jordan เป็นแบบอย่างที่เหลือเชื่อสำหรับคนหนุ่มสาวเหล่านี้และเราภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับเขาและ Coach เพื่อมอบแรงบันดาลใจและการสนับสนุนที่คนหนุ่มสาวเหล่านี้สมควรได้รับ”

Michael B. Jordan

Michael B. Jordan

มาทำความรู้จักกับประธานาธิบดีคนใหม่ของประเทศฝรั่งเศสในสามมุมกัน

ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสเป็นไปตามคาด ไม่หักมุมพลิกโผเหมือนมหาอำนาจฝั่งอเมริกาที่ทำเอาคนครึ่งโลกอึ้ง ทึ่ง เสียว แต่นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีคนใหม่ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสก็มาพร้อมกับนโยบายและเรื่องซุบซิบที่เผ็ดร้อนพอดู ณ ตอนนี้คุณอาจรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเขากับภรรยาที่แก่กว่าถึง 20 ปี มากกว่าเคมเปญหาเสียงและนโยบายของเขาเสียอีก ทันทีที่ประกาศว่า มาครงได้ชัยชนะ ทีมงานลอปติมัมก็เร่งหาข้อมูลเกี่ยวกับเขาทั้งเชิงตื้นเชิงลึกเพื่อสรุปมาให้คุณผู้อ่านได้ทำความเข้าใจ และพอเห็นภาพฝรั่งเศสในอีก 5 ปีต่อจากนี้

ชายหนุ่มรูปหล่อ

หลายสำนักกล่าวว่า หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้มาครงชนะก็เพราะเสน่ห์ส่วนตัวของเขา เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างครูและลูกศิษย์จนก่อเกิดเป็นรักแท้สร้างภาพให้นายมาครงกลายเป็นนักการเมืองหนุ่มอายุน้อยแสนโรแมนติกที่ปักใจรักผู้หญิงคนเดียวมาหลายสิบปี เขาและภรรยาพบกันในวิชาการละคร นอกจากจะหลงรักอาจารย์สาวแล้ว มาครงยังหลงรักการแสดงถึงขั้นที่เคยไปคัดตัว ด้านประวัติการศึกษา นายมาครงจบปริญญาตรีสาขาวิชาปรัชญา และรักการเขียนกาพย์กลอนเป็นชีวิตจิตใจ แล้วมันส่งผลต่อการเป็นประธานาธิบดีอย่างไร ? แน่นอนว่าเขาใช้ทักษะการแสดงและวรรณศิลป์เพื่อปราศรัยหาเสียง จนกินใจคนหมู่มากในฝรั่งเศส แต่ทักษะเหล่านี้จะเพียงพอหรือไม่ยามต้องลงมือบริหารประเทศ ไม่มีใครตอบได้

สนับสนุนสหภาพยุโรป
นโยบายของมาครงสนับสนุนให้ฝรั่งเศสยังคงอยู่ในสหภาพยุโรป และกระชับความสัมพันธ์ในเชิงเศรษฐกิจกับประเทศสมาชิกให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น แนวคิดนี้สร้างความไม่มั่นใจแก่หลายภาคส่วน เพราะความอ่อนแรงของสหภาพยุโรปในขณะนี้ จุดแตกหักแรกเริ่มขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2007 ที่ประเทศกรีก หนึ่งในสมาชิกสหภาพยุโรปติดหนี้จนต้องขอความช่วยเหลือจากสหภาพฯ ก่อให้เกิดความแตกแยกระหว่างสมาชิกว่า จำเป็นจะต้องเสี่ยงเพื่อช่วยเหลือกรีกหรือไม่ อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบมากคือการที่สหราชอาณาจักร หนึ่งในมหาอำนาจ ประกาศถอนตัวจากสหภาพยุโรป ในขณะที่นางแองเจลา เมอร์เคิลนายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าวสนับสนุนว่า “เขา (มาครง) นำเสนอนโยบายที่สนับสนุนสหภาพยุโรปอย่างกล้าหาญ และยืนหยัดเพื่อความเปิดกว้าง” ซึ่งแน่นอนว่า จะส่งผลดีต่อสหภาพยุโรปโดยรวม นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า มาครงปรารถนาจะกระชับความสัมพันธ์กับเยอรมนี ที่บัดนี้แข็งแกร่งทางเศรษฐกิจที่สุดในสหภาพยุโรป เพื่อพยุงเศรษฐกิจที่ตกต่ำลงของฝรั่งเศส

สัญญะแห่งความหวัง
เคมเปญหลักที่เขาใช้หาเสียงมีชื่อว่า En Marche แปลเป็นไทยคร่าวๆว่า ก้าวต่อไปข้างหน้า เขานำเสนอนโยบายที่สร้างความหวังให้แก่คนรุ่นใหม่ และมีลักษณะประนีประนอมไม่สุดโต่งเหมือนคู่แข่ง อาทิ การเพิ่มชั่วโมงทำงานให้ประชาชนเพราะ “หากคุณยังเด็ก ทำงานแค่ 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ไม่พอเลี้ยงชีพหรอก” หรือการลดขนาดห้องเรียนชั้นประถมศึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอน ด้านปัญหาคนอพยพ มาครงไม่สนับสนุนการปิดพรมแดน แต่เชื่อในการเปิดประเทศให้ผู้อพยพ โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องศึกษาภาษาและวัฒนธรรมฝรั่งเศส และนำเสนอโครงสร้างนโยบายที่สร้างความสะดวกแก่แรงงานผู้มีทักษะให้สามารถทำงานในฝรั่งเศสได้ง่ายขึ้น

เบื้องหลังการปกปิดตัวตนของนักเขียน ศิลปิน ดีไซเนอร์ หรือแม้แต่นักธุรกิจ

Anonymously Well-Knowns

อะไรคือเหตุผลเบื้องลึกเบื้องหลังการปกปิดตัวตนของนักเขียน ศิลปิน ดีไซเนอร์ หรือแม้แต่นักธุรกิจ? เพื่อหลีกเลี่ยงอคติในการตัดสิน หรือเพื่อความปลอดภัยส่วนตัว? หรือทั้งสองอย่าง? แล้วเราในฐานะ ผู้เสพผลงาน และผู้บริโภคมีสิทธิแค่ไหนในการรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของพวกเขาเหล่านั้น? แล้วเหตุใดเราถึงต้องการที่จะสืบค้นตัวตนที่เขาไม่ต้องการเปิดเผยกันล่ะ?

FRANCE - JANUARY 01: Photo of DAFT PUNK (Photo by Mick Hutson/Redferns)

การปกปิดตัวตนของเหล่าศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานในหลายสาขานั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ ในยุคโบราณ นักเขียนส่วนใหญ่เลือกใช้นามปากกาในการประพันธ์เพื่อปกปิดตัวตน และลดข้อครหาว่านวนิยายที่พวกเขาแต่งนั้นอาจจะพาดพิงถึงบุคคลที่พวกเขารู้จักในชีวิตจริง หรือนักเขียนผู้หญิงบางคนก็เลือกใช้นามปากกาที่ฟังดูเหมือนชื่อผู้ชาย เพราะการยอมรับนักเขียนสตรีในบางยุคนั้นยังไม่แพร่หลาย (เรื่องนี้ไม่ต้องย้อนกลับไปไกลมากนักหรอก แม้กระทั่งปลายยุค ‘90s J.K. Rowling (เจ.เค. โรว์ลิ่ง) เองยังได้รับ “คำแนะนำ” จากบรรณาธิการต้นฉบับ Harry Potter and the Philosopher’s Stone ให้ใช้ชื่อย่อ J.K. แทนชื่อจริงของเธอ (Joanne Rowling) แถมก่อนหน้าที่เธอจะโด่งดังจากซีรีส์ชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ เธอก็เคยใช้นามปากกาว่า Robert Galbraith (โรเบิร์ต กัลเบรธ) มาแล้ว) และการปกปิดตัวตนนั้นก็ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงวงการวรรณกรรมเท่านั้น

แต่วงการเพลงก็มีนักดนตรีที่สวมหน้ากากตลอดเวลาอย่าง Daft Punk หรือใช้ตัวการ์ตูนแสดงตัวตนอย่าง Gorillaz ซึ่งนั่นก็อาจจะเป็นเพราะว่าพวกเขาคือนักดนตรีที่ทำเพลงหลากหลายแนว และต้องการนำเสนอตัวตนที่สอง (Alternated Self) ในเพลงอีกชุดหนึ่ง ซึ่งก็เป็นที่รู้กันในบรรดาแฟนเดนตายอยู่ดีว่าตัวจริงของพวกเขาคือใคร อาจจะเพราะพวกเขาไม่ได้ซีเรียสนักกับการปกปิดตัวตนอย่างแท้จริง

แต่ก็มีศิลปินและนักธุรกิจหลายคน (หรือหลายกลุ่ม) ได้อาศัยตัวตนที่สองในการสำแดงความคิดความอ่าน อย่างตรงไปตรงมา รวมไปถึงการพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี และสร้างสรรค์ผลงานในสายงานตัวเองอย่างอิสระ เพราะการไม่มีตัวตนในโลกจริงนั้นเป็นการลดอคติในการตัดสินของผู้เสพงานสร้างสรรค์ไปได้หลายเปลาะ นอกจากนั้น การปกปิดตัวตนของศิลปินนั้นยังเป็นการป้องกันความปลอดภัยของตัวเองไม่ว่าจะในเรื่องการถูกคุกคามจากแฟนคลับ หรือการถูกลักพาตัว (ดูอย่างกรณีที่ John Hinckley Jr. (จอห์น ฮินเคิลลีย์ จูเนียร์) พยายามที่จะสังหาร Ronald Reagan (โรนัลด์ เรเกน) ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเพื่อเรียกร้องความสนใจจาก Jodie Foster (โจดี้ ฟอสเตอร์) ซึ่งฟอสเตอร์ได้ให้สัมภาษณ์หลังจากนั้นว่า เธอรู้สึกว่า ‘ถูกคุกคามความเป็นส่วนตัวแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน’ หรือกรณีที่ Robert Pattinson (โรเบิร์ต แพททินสัน) ได้ให้สัมภาษณ์ว่าเขาไม่สามารถรับมือกับชื่อเสียงของเขาหลังจากที่ภาพยนตร์เรื่อง Twilight ออกฉายได้ เพราะมีแฟนคลับเฝ้าติดตามเขาตลอดเวลา และมีแฟนคลับบางคนถึงขั้นแฮ็กเข้ามาในอีเมล์ส่วนตัวของเขา ทำให้เขาเลิกเล่นโซเชียลมีเดีย และสามารถติดต่อเขาได้ผ่านทางเอเจนซี่เท่านั้น) ถึงกระนั้น … เมื่อใครสักคนก้าวเข้ามาเป็นจุดสนใจแล้ว ก็ยากแล้วล่ะที่จะอยู่เงียบๆ โดยไม่เปิดเผยตัวตนได้ เรามาทำความรู้จักคนดังไร้ตัวตน และเหล่าแฟนคลับ (หรือแอนตี้แฟนคลับ) ที่พยายามเปิดเผยตัวตนของพวกเขากัน

Banksy

ถ้าพูดถึงประเด็นปกปิดตัวตนแบบนี้ แล้วไม่พูดถึงศิลปินสตรีทอาร์ทชื่อดังสัญชาติอังกฤษอย่าง Banksy บทความนี้ก็คงจะไม่สมบูรณ์อย่างแน่นอน ผลงานของ Banksy ปรากฏในรถไฟใต้ดินกรุงบริสตอล และกรุงลอนดอนตั้งแต่ช่วงต้นยุค ‘90s แต่เขาเริ่มเป็นที่รู้จักโด่งดังไปทั่วโลกจากผลงานชื่อ The Mild Mild West ช่วงปีค.ศ. 1999 และผลงานหลังจากนั้นของเขาก็เป็นภาพกราฟิตี้สไตล์ต่อต้านสงคราม ต่อต้านระบอบทุนนิยม รวมไปถึงต่อต้านระบอบต่างๆ ในสังคม ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหัวข้อเหล่านั้นทำให้โลกหันมาสนใจเขาอย่างจริงจัง และเขาก็กลายเป็นหนึ่งในศิลปินรุ่นใหม่คนสำคัญของโลก

GLASTONBURY, ENGLAND - JUNE 24: Art work said to be by underground artist Banksy is seen on the fence at the Glastonbury Festival site at Worthy Farm, Pilton on June 24, 2010 in Glastonbury, England. The gates opened yesterday to what has become Europe's largest music festival and is celebrating its 40th anniversary. (Photo by Matt Cardy/Getty Images)

เมื่อมีชื่อเสียง ก็มีคนอยากจะขุดคุ้ยประวัติส่วนตัวของเขา แต่ Banksy ก็ปฏิเสธที่จะเปิดเผยตัวตนอย่างเป็นทางการไม่ว่าจะกับสื่อใดๆ ก็ตาม มีทฤษฎีหลากหลายที่พยายามจะสืบเสาะค้นหาว่าเขาเป็นใคร ในปีค.ศ. 2014 มีเว็บไซต์หนึ่งอ้างว่าง Paul Horner (พอล ฮอร์เนอร์) ชายหนุ่มวัย 35 ปีจากเมืองลิเวอร์พูลที่ถูกกลุ่ม  Anti-Graffiti Task Force ตามจับในข้อหาทำลายทรัพย์สินสาธารณะคือ Banksy ตัวจริง แต่ต่อมา Jo Brooks (โจ บรูกส์) เอเจนซี่ของ Banksy ก็ได้ออกมาปฏิเสธว่า Banksy ยังอยู่ดีมีสุขไม่ได้ถูกจับไปไหน ขอให้บรรดาแฟนๆ สบายใจได้

CHELTENHAM, ENGLAND - APRIL 14: A piece of new graffiti street art, claimed to be by the secretive underground guerilla artist Banksy, which appeared on the side of a house in Cheltenham this weekend, is seen on April 14, 2014 in Gloucestershire, England. The artwork, which shows three stencil figures listening into a conversation in an existing telephone box, is just a few miles away from Government Communications Headquaters (GCHQ), which is responsible for providing intelligence and information assurance to the British Government and Armed Forces. (Photo by Matt Cardy/Getty Images)

ปีถัดมา Richard Pfeiffer (ริชาร์ด ไฟเฟอร์) ถูกจับข้อหาทำลายทรัพย์สินสาธารณะ ซึ่งภาพนั้นเป็นภาพที่สร้างสรรค์โดย Banksy ในย่านแมนฮัตตัน แต่จริงๆ แล้ว เขาและคู่หมั้นเพียงแค่เดินผ่านและชื่นชมผลงานชิ้นนั้นอยู่เท่านั้น แต่เขาก็ถูกจับอยู่ดี และ ข่าวก็แพร่ไปไกลแล้วว่าเขาคือผู้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นนั้น แต่หกเดือนถัดมา เขาก็หลุดพ้นข้อกล่าวหา และออกมาปฏิเสธอย่างเป็นทางการด้วยตัวเองว่าเขาไม่ใช่ Banksy

RAMALLAH, WEST BANK - AUGUST 6. A graffiti made by the British, guerrilla, graffiti artist Banksy is seen on Israel's highly controversial West Bank barrier in Ramallah on August 6, 2005. Banksy has made a name for himself with provocative images stencilled around the streets of London. On his recent trip to the Palestinian territories he has created nine of his images on Israel's highly controversial West Bank barrier. (Photo by Marco Di Lauro/Getty Images)

ต่อมาไม่นานนัก HBO ได้ผลิตสารคดีเรื่อง Banksy Does  New York ที่ Chris Healey (คริส ฮีลลีย์) ศิลปินชาวแคนาดาได้ยืนยันว่า Banksy เป็นกลุ่มศิลปินจำนวน 7 ชีวิตที่มีผู้หญิงเป็นหัวหน้า โดยผู้หญิงคนนั้นปรากฏตัวในสตูดิโอของ Banksy ที่เปิดเผยในสารคดีเรื่อง Exit Through the Gift Shop ซึ่งทฤษฎีนี้ก็ยัง ไม่มีเอเจนซี่ของ Banksy ออกมาปฏิเสธเป็นทางการ แต่ทฤษฎีนี้กลับไม่ได้รับการยอมรับทั่วไปในหมู่แฟนๆ Banksy เพราะไม่มีใครเชื่อว่าผลงานของเขาเป็นงานกลุ่มนั่นเอง

WESTON-SUPER-MARE, ENGLAND - SEPTEMBER 10: A mermaid sculpture in front of a castle at Banksy's Dismaland on September 10, 2015 in Weston-Super-Mare, England. (Photo by Matthew Baker/Getty Images)

ในปีค.ศ. 2008 ได้มีนักสืบแบบโพรไฟล์ลิ่งจาก Queen Mary University กรุงลอนดอนได้นำเทคนิคการโพรไฟล์ลิ่งแบบถิ่นที่อยู่มาตามหาตัว Banksy และสรุปว่าเขาคือ Robin Gunningham (โรบิน กันนิ่งแฮม) ศิลปินท้องถิ่นในเมืองบริสตอล ซึ่งต่อมาในปีค.ศ. 2015 โรบินก็ได้ปรากฏตัวในโปรเจ็กต์ Dismaland ของ Banksy ในฐานะเด็กโบกรถ ซึ่งแฟนๆ ก็จำเขาได้ จึงมีการสรุปอย่างจริงจังว่าแท้จริงแล้วโรบินเองนั่นล่ะคือ Banksy

BETHLEHEM, WEST BANK - DECEMBER 05: A Palestinian labourer works under a large wall painting by elusive British graffiti artist Banksy December 5, 2007 on a building wall in the biblical city of Bethlehem in the West Bank. The Bristol-born artist has adorned Israel's West Bank separation barrier and Bethlehem walls with new images, including one of a dove wearing a flak jacket and a soldier being frisked by a young girl. His works, along with those of other international artists, are part of an exhibition called Santa's Ghetto. (Photo by David Silverman/Getty Images)

และก็ยังมีนักข่าวอย่าง Craig Williams (เครก วิลเลียมส์) ที่นำเสนอความเกี่ยวข้องกับผลงาน Banksy กับ Robert Del Naja(โรเบิร์ต เดล นายา) ฟรอนท์แมนวง Massive Attack ซึ่งเขายืนยันว่า ทุกครั้งวงนี้ไปเล่นที่เมืองใดๆ ก็ตาม จะต้องมีผลงานของ Banksy ปรากฏตามมาเสมอ แต่ก็นะ ไม่มีการตอบรับหรือปฏิเสธจากเอเจนซี่ของ Banksy ก็สรุปว่ายังไม่สรุปอยู่ดีว่า Banksy คือใครกันแน่

Elena Ferrante

เอเลนน่าเป็นนามปากกาของนักเขียนนวนิยายชาวอิตาเลียน เธอมี
ผลงานเขียนเล่มแรก Troubling Love ตั้งแต่ปีค.ศ. 1992 และโด่งดังไปทั่วโลกตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ผลงานที่สร้างชื่อเสียงที่สุดคือซีรีส์นวนิยายสี่ตอนจบชุด Neapolitan Novels ที่ตีพิมพ์ไปเมื่อปีค.ศ. 2011 ในปีค.ศ. 2016 เธอได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 บุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกใบนี้โดยนิตยสาร Time แม้ว่าเธอจะเป็นที่รู้จักในระดับโลก แต่เธอก็ยืนยันที่จะปกปิดตัวตนที่แท้จริงของเธอไว้อย่างเงียบเชียบ และก็เป็นดังที่เขาว่า ยิ่งไม่อนุญาต ยิ่งอยากจะรู้ จึงมีหลากหลายทฤษฎีว่าด้วยเรื่องตัวตนที่แท้จริงของเธอ โดยเป็นการจับแพะชนแกะของบทสัมภาษณ์ที่เธอเคยให้สัมภาษณ์ไว้ตามสื่อต่างๆ

ต่อมาในปีค.ศ. 2003 เธอตีพิมพ์หนังสือเรื่อง The Act of Falling Apart เป็นจดหมายที่เธอโต้ตอบกับบรรดาบรรณาธิการของเธอ ซึ่งก็เปิดเผยตัวตนของเธอออกมาได้นิดหน่อยว่าเธอเติบโตที่เมืองเนเปิล และออกไปใช้ชีวิตนอกประเทศอิตาลีมาได้สักระยะหนึ่ง เธอถือปริญญาวรรณกรรมคลาสสิก มีลูก แต่ไม่ได้แต่งงานแล้ว
ซึ่งนั่นก็เป็นเพียงข้อมูลพื้นฐานเท่านั้น

Word-of-mouth Wonders

ปีค.ศ. 2016 Marco Santagata (มาร์โก้ ซานตากาต้า) นักเขียนนวนิยายและศาสตราจารย์ที่ University of Pisa ได้ตีพิมพ์บทความว่าด้วยการระบุตัวตนของเอเลนน่าโดยวิเคราะห์จากสไตล์งานเขียนของเอเลน่าอย่างใกล้ชิด ในตอนที่เธอบรรยายภาพเมืองปิซ่า และเขียนถึงเรื่องการเมืองอิตาลียุคใหม่ และรวบรวมข้อมูลเหล่านั้นมาสรุปได้ว่า เอเลนน่าเคยอาศัยอยู่ในเมืองปิซ่า แต่ออกจากเมืองไปในช่วงปีค.ศ. 1966 เธอจึงเสนอทฤษฎีว่าเอเลน่าอาจจะเป็นศาสตราจารย์ชาวเนเปิล Marcella Marmo (มาร์เซลลา มาร์โม) ที่มาเรียนที่เมืองปิซ่าในช่วงค.ศ. 1964 – 1966 แต่ทั้งมาร์เซลลาและเอเจนซี่ของเอเลนน่าก็ออกมาปฏิเสธทฤษฎีนี้กันอย่างพร้อมเพรียง

ช่วงปลายปีค.ศ. 2016 ก็เกิดข่าวครึกโครมไปทั่วโลกเมื่อ Claudio Gatti (เคลาดิโอ กัตติ) ตีพิมพ์บทความเกี่ยวข้องกับธุรกรรมการเงินของ Anita Raja (แอนิตา ราย่า) นักแปลในกรุงโรมว่าเธอนั่นเองที่เป็นเอเลนน่าตัวจริง โดยในบทความนั้นมีข้อมูลเรื่องการเงิน และการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของแอนิตาแบบโจ๋งครึ่ม และบทความนี้          ก็กลายเป็นหัวข้อถกเถียงกันอย่างกว้างขวางบนโลกวรรณกรรมถึงการคุกคามเรื่องส่วนตัวของนักเขียนและขอบเขตของการเข้าถึงข้อมูลลับต่างๆ โดย Matt Haig (แมตต์ เฮก) นักเขียนนวนิยายชาวอังกฤษถึงกับทวีตข้อความว่า “ความพยายามในการหาตัวเอเลนน่า เฟอร์รันเต้ตัวจริงนั้นเป็นเรื่องที่น่าอดสูและไม่มีค่าใดๆ ทั้งสิ้น เพราะตัวตนที่จริงที่สุดของนักเขียนก็คือหนังสือที่พวกเขาเขียนนั่นเอง” แต่อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีของเคลาดิโอนั้นก็ดูจะเป็นจริงมากที่สุด และยังไร้ซึ่งการปฏิเสธจากเอเจนซี่และสำนักพิมพ์ ก็คงสรุปไปแล้วแบบฉาวโฉ่สินะ เราว่า

Satoshi Nakamoto

เขาเป็นผู้ออกแบบ Bitcoin หรือเงินสกุลดิจิตอลสกุลแรกของโลกที่ต่อมาใช้เป็นฐานในการพัฒนาดาต้าเบสอย่าง Blockchain ที่จะเป็นนวัตกรรมเปลี่ยนโลก ให้เราทำงานและติดต่อสื่อสารกับทุกคน ได้อย่างอิสระเสรีไร้ซึ่งพรมแดนของประเทศอย่างแท้จริง คุณซาโตชิ นากาโมโต ผู้คิดค้นเทคโนโลยีนี้ บอกว่าเขาอาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น เกิดราวๆ ปีค.ศ. 1975 และนั่นก็เป็นเพียงข้อมูลเดียวที่ออกมาจากตัวเขา (หรือตัวพวกเขา เพราะก็ไม่มีใครแน่ใจว่าคุณซาโตชินั้นเป็นคน หรือกลุ่มบุคคลกันแน่) และด้วยความรวยของคุณซาโตชิ (ปีค.ศ. 2016 เขาเป็นเจ้าของบิทคอยน์อยู่ หนึ่งล้านหน่วย ซึ่งก็เทียบเป็นเงินได้ราวๆ 760 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เท่านั้นเอง) ก็ย่อมมีคนสงสัยอยู่แล้วว่าเขาเป็นใคร และก็มีทฤษฎีหลากหลายแตกต่างกันออกไป และส่วนมากทฤษฎีเหล่านั้นก็มุ่งเป้าไปว่าคุณซาโตชิไม่ใช่คนเอเชีย และอาศัยอยู่ที่ประเทศอเมริกาและทวีปยุโรป (แหมนะ … มีแค่เผ่าพันธุ์คอร์เคซอยเท่านั้นสินะที่สามารถคิดค้นอะไรอัจฉริยะเปลี่ยนโลกได้ขนาดนี้)

Nakamoto Named as Bitcoin Father Denies Involvement

ในปีค.ศ. 2013 Skye Grey (สกาย เกรย์) บล็อกเกอร์ออนไลน์ได้นำเสนอว่า Nick Szabo (นิก ซาโบ) นั้นอาจจะเป็นคุณซาโตชิตัวจริง เขาเป็นนักค้าการเงินผู้โด่งดังและเป็นเจ้าของบทความบน Bit Gold หลายอัน ซึ่งอ่านๆ แล้วก็มโนได้ไม่ยากว่าเขาเองเป็นคนที่ริเริ่มเรื่องบิทคอยน์เป็นคนแรกๆ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่มีการพิสูจน์อย่างชัดเจนว่าเขาคือคุณซาโตชิตัวจริง ปีถัดมา นิตยสาร Newsweek ได้ยืนยันว่า Dorian Nakamoto (ดอเรียน นากาโมโต้) ชาวอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในแคลิฟอร์เนีย (เขามีชื่อจริงว่าซาโตชิ นากาโมโต้) นั้นเป็นคุณซาโตชิ นอกเหนือจากชื่อเดียวกันแล้ว ดอเรียนยังมีโพรไฟล์ที่ชวนให้คล้อยตามว่าเขามีความสามารถมากพอที่จะคิดค้นบิทคอยน์ขึ้นมาจริงๆ แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากที่บทความถูกตีพิมพ์ออกไป บ้านของดอเรียนก็ถูกบุกโดยกองทัพสื่อ และเขาก็ปฏิเสธอย่างเต็มปากเต็มคำว่าเขาไม่รู้จักเงินสกุลนี้ด้วยซ้ำ ต่อมา P2P Foundation ของคุณซาโตชิก็โพสต์ข้อความเป็นครั้งแรกในรอบห้าปีตบหน้าสื่อดังฉาดว่า “ผมไม่ใช่ดอเรียน นากาโมโต้นะ” โอเค จบไป

ตัวเลือกถัดมาคือ Hal Finney (ฮัล ฟินนีย์) หน่วยกล้าตายคนแรกๆ ที่เริ่มใช้เงินบิทคอยน์ และเป็นยูสเซอร์ที่มีการโต้ตอบกับดาต้าเบสตลอดเวลา เขาอาศัยอยู่ไม่ไกลจากดอเรียนด้วยซ้ำ นักข่าวจากนิตยสาร Forbes เคยนำลายมือของเขาไปตรวจเทียบกับลายมือของคุณซาโตชิ ซึ่งก็ดูเหมือนกันในหลายจุดแบบไม่น่าเชื่อ แต่ก็มีทฤษฎีว่าเขาอาจจะแค่เป็นโกสต์ไรเตอร์ให้กับคุณซาโตชิก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามฟินนีย์ปฏิเสธเสียงแข็งว่าเขาเป็นเพียงยูสเซอร์เท่านั้น

Utah Software Engineer Mints Physical Bitcoins

คนที่อื้อฉาวที่สุดเห็นจะเป็น Craig Steven Wright (เครก สตีเฟ่น ไรท์) เพราะนิตยสาร Wired ได้เขียนว่าเครกนั้นคือคนที่คิดค้นบิทคอยน์ หรือไม่ก็พวกลวงโลกที่ชอบทำให้โลกคิดว่าเขาคิดค้นนั่นล่ะ แต่เครกเองกลับ
ปิดแอ็คเคาน์ทวิตเตอร์ของตัวเองและปิดปากเงียบ ไม่ออกสื่อ ในวันเดียวกันนั้นเอง Gizmodo ก็ตีพิมพ์หลักฐานที่แฮ็กได้จากอีเมล์ของเครกยืนยันว่าคุณซาโตชิคือเครกกับ David Kleiman (เดวิด คลีแมน) นักวิเคราะห์ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสียชีวิตไปเมื่อปีค.ศ. 2013 แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บิทคอยน์ส่วนใหญ่ปฏิเสธที่จะเชื่อถือข้อมูลดังกล่าว และบ้านของเครกก็ถูกตำรวจบุกค้นหาเรื่องเอกสารทางภาษีต่างๆ แต่ก็เงียบไป

จนในที่สุด กลางปีค.ศ. 2016 เครกก็ได้โพสต์ขึ้นบล็อกตัวเองว่า เขาคือคุณซาโตชิตัวจริง แต่อย่างไรก็ตาม Peter Todd (ปีเตอร์ ทอดด์) เดเวลลอปเปอร์ของบิทคอยน์ได้ออกมาปฏิเสธการโพสต์ดังกล่าวโดยให้เหตุผลว่าการโพสต์นั้นไม่น่าเชื่อถือและไม่มีที่มา และได้ปฏิเสธเรื่องนี้ลงไปในทวิตเตอร์หลักของบิทคอยน์เองเลยทีเดียว หนึ่งเดือนถัดมา London Review of Books ได้ตีพิมพ์บทความว่าด้วยเรื่องของเครกและสงครามบิทคอยน์ โดยอ้างว่ามีบริษัทของประเทศแคนาดาอยู่เบื้องหลังความพยายามที่จะเปิดเผยตัวของเขา ซึ่งก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทฤษฎีสมคบคิดที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ ก็สรุปอีกครั้งว่ายังไม่สรุปอยู่ดี

Bitcoin Value Soars And Drops

การตามหาตัวตนของคนที่เราชื่นชม เพื่อทำความรู้จักและนำกลับไปมโนให้ชุ่มชื่นหัวใจนั้นก็คงไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไรมากนัก หากพฤติกรรมนั้นไม่ไปรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของคนผู้นั้นทั้งในโลกจริงหรือโลกเสมือน พึงระลึกไว้เสมอว่าเราทุกคนล้วนต้องการที่ว่างส่วนตัวกันทั้งนั้น บรรดาคนดังก็ไม่ยกเว้นหรอก จริงๆ นะ