Saint Laurent ร่วมงานกับศิลปินชาวอเมริกัน Nick Turner ที่มีผลงานโดดเด่นเกี่ยวกับธรรมชาติและมนุษย์จัดแสดงผลงานที่ร้าน Saint Laurent Rive Droite ในปารีสและลอสแองเจลิส

Anthony Vaccarello ร่วมงานกับศิลปินชาวอเมริกัน Nick Turner จัดแสดงผลงานที่ร้าน Saint Laurent Rive Droite ในปารีสและลอสแองเจลิส

Nick Turner เป็นศิลปินและช่างภาพชาวอเมริกันที่มีความสนใจอย่างมากในเรื่องของธรรมชาติและมนุษย์ เขาทำงานกับวัสดุที่หลากหลาย รวมถึงภาพวาด ภาพถ่าย และงานคอลลาจภาพตัดปะ ซึ่งความสัมพันธ์ของเขากับธรรมชาติ ความสนใจในม้าและการเล่นกระดานโต้คลื่นนั้นถูกผสมผสานเข้ากับลวดลายของประวัติครอบครัว และภูมิประเทศที่ว่างเปล่าอันกว้างใหญ่จากทั่วโลก รวมถึงหนังสือที่ตีพิมพ์โดย SLRD Editions ภายใต้การดูแลของ Anthony Vaccarello ที่มีวางจำหน่ายเฉพาะสำหรับการซื้อเท่านั้น

มากไปกว่านั้น ในสโตร์ยังมีการจัดแสดงผลงานของอื่นๆ ของเขาเป็นจำนวนมาก อาทิเช่น ภาพวาดและภาพคอลลาจตัดปะรอบๆ การโต้คลื่นและภาพพิมพ์พระอาทิตย์ตก รวมถึงผลงานภาพพิมพ์ลายม้าที่จัดแสดงในปารีส ในขณะที่งานศิลปะภาพต้นปาล์มและโลมาปรากฏขึ้นที่ลอสแองเจลิส

เพื่อเติมเต็มนิทรรศการนี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น Anthony Vaccarello ยังได้พัฒนาสินค้าคอลเล็กชั่นไลฟ์สไตล์สุดพิเศษอีกด้วย รวมถึงผลงานของ Nick Turner ได้ถูกนำมาตีความเล่าใหม่เป็นสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟที่ถูกคัดสรรมาแล้ว อาทิเช่น กระเป๋าแบ็คแพ็คสะพายหลัง รองเท้าผ้าใบเวนิส และกระเป๋ารุ่นไอคอนิคอย่าง 5 à 7 รวมถึงการร่วมงานครั้งใหม่เนื่องในโอกาศพิเศษกับNew Era ที่นำสีสันและลวดลายงานของ Nick Turner มาใช้ประดับตกแต่งอีกด้วย

rhunrun เรียบเรียง

Gucci เลือกสถานที่โชว์ Cruise Collection ในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ กับสถานที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อย่างปราสาทบนยอดเขา Castel del Monte ที่ถูกยกย่องให้เป็นมรดกทางสถาปัตยกรรมของโลก

Gucci เลือกสถานที่โชว์ Cruise Collection ในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ กับสถานที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อย่างปราสาทบนยอดเขา Castel del Monte ในแคว้น Apulia ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอิตาลี ที่สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1240–1250 โดย King Frederick II

และถูกยกให้เป็น UNESCO World Heritage Site อีกด้วย รอชมโชว์ฝีมือการออกแบบของ Alessandro Michele กันได้เลยครับ

rhunrun เรียบเรียง

นิทรรศการ Shadow Dancing: Where Can We Find a Silver Lining in Challenging Times?

Shadow Dancing: Where Can We Find a Silver Lining in Challenging Times? เป็นนิทรรศการต่อเนื่องจากโครงการ Challenging Time, Artists and Curatorial Exchange, and Research Residency Program Between Thailand and Taiwan 2020 ซึ่งเป็นโครงการศิลปินในพำนักเพื่อการแลกเปลี่ยนและวิจัยเชิงทดลองออนไลน์ ภายใต้ความร่วมมือทางไกลระหว่าง หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน ในกรุงเทพฯ และ พิพิธภัณฑ์ฮงกา ในไทเป

นอกเหนือจากการขยายเครือข่ายที่มีอยู่ระหว่างแวดวงศิลปะของประเทศไทยกับไต้หวันแล้ว นิทรรศการนี้ยังถือเป็นความร่วมมือระหว่างภัณฑารักษ์ ศิลปิน กับผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงผู้ชม ซึ่งมุ่งเน้นการสนับสนุนและส่งเสริมคุณค่าของการร่วมสนทนา การเชื่อมต่อถึงกัน และความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน อันเป็นแบบอย่างสำหรับการอยู่ในโลกนี้ในช่วงเวลาที่ท้าทายในปัจจุบัน

นิทรรศการนี้เป็นนิทรรศการลำดับที่ 2 ในนิทรรศการชุดสงครามเย็นของหอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน โดยเน้นที่บริบททางสังคมการเมืองและวัฒนธรรมของประเทศไทยและไต้หวัน ตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองมาจนถึงปัจจุบัน นิทรรศการนี้ที่เป็นผลลัพธ์ของการอภิปรายอย่างต่อเนื่องระหว่างศิลปินและองค์กรศิลปะทั้งสองแห่งที่เข้าร่วม โดยเป็นการนำประวัติศาสตร์สงครามเย็นกลับมาพิจารณาใหม่ และยังใช้เป็นจุดเริ่มต้นที่มีส่วนช่วยในการสำรวจการคงอยู่ของประวัติศาสตร์และผลพวงจากยุคสงครามเย็น ซึ่งยังคงปรากฏให้เห็นและสัมพันธ์กับความเป็นจริงร่วมสมัย อีกทั้งยังส่งผลถึงการมองหาความเป็นไปได้ในอนาคตที่คลุมเครือ

Shadow Dancing เปิดเผยเรื่องเล่าของประวัติศาสตร์กระแสรองที่ทำให้เราครุ่นคิดพิจารณาเกี่ยวกับสถานการณ์ของชีวิตความเป็นอยู่ในโลกที่ซับซ้อนและมีหลากหลายแง่มุม โดยหยิบยืมมโนทัศน์จากการ การเคลื่อนไหวในความมืด อันเป็นพลวัตที่ตรงข้ามกับความชัดแจ้งและความชอบธรรม ในสถานการณ์ที่เราไม่สามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน และเมื่อเราต้องจมอยู่กับความไม่แน่นอนอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ เราจะมองหาแสงสว่างในช่วงเวลาที่ท้าทายเช่นนี้ได้จากที่ไหน? โดยที่เราไม่รู้ตัว จังหวะชีวิตของเราถูกก่อกวนและเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ยังไม่นับความจริงที่ว่าเราได้ใช้ชีวิตภายใต้การควบคุมจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกมาตลอด ในทำนองเดียวกัน Shadow Dancing ยังพาดพิงถึงประวัติศาสตร์อันซับซ้อนและตำแหน่งทางภูมิศาสตร์การเมืองของไต้หวัน ตลอดจนสถานการณ์ทางสังคมและการเมืองที่ปั่นป่วนในไทยที่คล้ายกับถูกม่านหมอกสีดำปกคลุมไปทั่ว ด้วยเหตุนี้ ผลลัพธ์จากการพบปะพูดคุยเสมือนจริงและการวิจัยออนไลน์ตลอดระยะเวลาสี่เดือนโดยศิลปินชาวไต้หวันและชาวไทยทั้ง 8 คน ประกอบด้วยผลงานศิลปะสหสาขา ที่เน้นประสบการณ์และการมีส่วนร่วม รวมถึงศิลปะวิดีโอการแสดงและศิลปะจัดวางเสียง ผลงานของศิลปินต่างสะท้อนมุมมองอันหลากหลายและนำเสนอการอภิปรายอันล้ำลึกหลายชั้นและต่อเนื่อง

จากความสนใจเกี่ยวกับการตั้งฐานทัพของสหรัฐฯในบ้านเกิดของ ปณชัย ชัยจิรรัตน์ ได้สำรวจแนวคิดเรื่องพื้นที่นอกอาณาเขต และตรวจสอบหาความจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยของทหารในเขตเป่ยโถวและบริเวณใกล้เคียงในไต้หวัน นอกจากนี้เขายังพิจารณาการมีอยู่ของพื้นที่นี้ภายในไทย ซึ่งทำให้เขาได้พบบันทึกเหตุการณ์ของกองทหารก๊กมินตั๋ง กองพันที่ 93 ซึ่งหลังจากถอนที่มั่นออกจากเมืองยูนนานในปี พ.ศ. 2492 บางส่วนได้อพยพไปไต้หวันผ่านโครงการความร่วมมือทางทหารระหว่างไต้หวัน ไทย พม่า กับสหรัฐอเมริกา ในขณะที่ส่วนอื่น ๆ ถูกทิ้งและยังคงอาศัยอยู่ที่ภาคเหนือของประเทศไทยมาจนถึงปัจจุบัน ส่วน ศรภัทร ภัทราคร ให้ความสำคัญกับคนรุ่นใหม่และการต่อสู้เพื่อเสรีภาพในการแสดงออกและความเป็นประชาธิปไตย โดยเขาอ้างถึงการเคลื่อนไหวทางสังคมและนักเคลื่อนไหวที่สำคัญในประวัติศาสตร์จากทั้งสองฝั่ง ด้วยความที่เขาสนใจเรื่องเล่ากระแสรองและต้องการรวบรวมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เกี่ยวข้องมาไว้ในงานของเขาให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ด้วยวิธีการที่เขาทำสามารถสร้างพื้นที่ให้เรื่องเล่าขนาดย่อมและเปิดโอกาสให้ผู้ชมมีส่วนร่วมในการเติมส่วนที่ขาดหายไป

ผลงานของ เอนคาริอน อัง ใช้เทคนิคการดัดแปลงเสียงและภาษาที่อ้างถึงการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศที่มีความเกี่ยวเนื่องกับภูมิศาสตร์และปรากฏการณ์ระดับโลก ศิลปินทำการรวบรวมภาพยนตร์ไทยและคลิปเสียงจากแหล่งต่าง ๆ มากมาย และสร้างสรรค์เสียงในรูปแบบใหม่ขึ้นมาเพื่อท้าทายการรับรู้และความเข้าใจของเรา ในขณะที่ เจิ้ง ถิงถิง ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่อง The Beach และภาพข่าวในประเทศไทยของผู้ประท้วงสองคนที่ว่ายน้ำข้ามแม่น้ำไปยังรัฐสภา ศิลปินฉายภาพเกาะพีพีของประเทศไทย อันเป็นเกาะสวรรค์ของคนไทยและนักท่องเที่ยว เป็นดั่งจุดหมายที่ไม่มีวันไปถึงได้ กล่าวได้ว่าแดนสวรรค์ในความเป็นจริงนั้นแตกต่างออกไปเมื่อนำไปใช้กับบริบทของเวลาในปัจจุบัน ซึ่งทำให้เราครุ่นคิดถึงความเป็นจริงที่ท้าทายต่อความคาดหวังและการมองอนาคตของเรา

งานวิจัยของ หลิน อี๋จวิน เกี่ยวกับบทบาทของคนค้าขายหาบเร่ตามท้องถนนในประเทศไทย เกิดขึ้นหลังจากศิลปินได้รู้เห็นว่าคนค้าขายหาบเร่เหล่านี้ตอบสนองต่อการประท้วงและโอกาสทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ นอกจากนี้ศิลปินยังย้อนกลับไปพิจารณาความเป็นมาของคนค้าขายหาบเร่ของไต้หวันอีกด้วย ในขณะที่ จุฬญาณนนท์ ศิริผล ค้นพบแรงบันดาลใจจากวงไอดอลหญิงล้วนยอดนิยมของญี่ปุ่นอย่าง AKB48 และวงน้องสาวต่างประเทศของพวกเขาในเอเชีย ซึ่งรวมถึง BNK48 ในกรุงเทพฯ และ TPE48 ในไทเป เขาสร้าง ANGSUMALIN 48 หรือ ANG 48 เพื่อล้อเลียนวงดังกล่าวว่าทำงานเพื่ออุดมการณ์กระแสหลัก เขายังชี้ให้เห็นถึงความแพร่หลายของวัฒนธรรมหรือซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศญี่ปุ่นในเอเชียตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง เจิง เยี่ยนอวี๋ มักใช้ผ้ามาทำหุ่นเชิดโดยใช้เทคนิคการห่อและรัดให้แน่น ศิลปินเกิดความประทับใจต่อการมีส่วนร่วมในชุมชนของ คุณจิม ทอมป์สัน ตลอดจนวิสัยทัศน์ของเขาที่มีต่องานหัตถกรรมและการยกระดับความเป็นอยู่ของชาวบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างบทบาทให้ผู้หญิง ส่วน กฤตภัทธ์ ฐานสันโดษ ในฐานะแพทย์สำหรับครอบครัว เขาสนใจการปะทะสังสรรค์กันระหว่างการแพทย์แผนปัจจุบัน วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรมกับบุคคลที่ถูกจำกัด เขาจึงสำรวจเรื่องราว “ดั้งเดิม” ที่ถูกละเลยและความเชื่อมโยงของเรื่องราวเหล่านี้ผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น ศิลปะและการทรงเจ้าเข้าผี นอกจากนี้เขายังจัด Limbic Release โครงการฉายภาพยนตร์ที่จะเชื้อเชิญให้เราขบคิดทบทวนเรื่องการล่าอาณานิคมและผลกระทบของโลกาภิวัตน์

นิทรรศการนี้เกิดขึ้นได้ด้วยการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรมแห่งสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน), สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย, มูลนิธิ เจมส์ เอช. ดับเบิลยู. ทอมป์สัน, พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยใหม่เอี่ยม, GroundControl, และ SEALECT BRAND, ร่วมกับสถาบันภาพยนตร์และโสตทัศนูปกรณ์ไต้หวัน (TFAI), สถานีโทรทัศน์สาธารณะไต้หวัน (PTS), โรงภาพยนตร์ลิโด้ และสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) และขอขอบคุณสมาชิกของเราที่มีส่วนร่วมและสนับสนุนในการจัดนิทรรศการและโปรแกรมของเรา

โปรแกรมสำหรับสาธารณชน:

17 มีนาคม 2565 วันเปิดงานนิทรรศการ ณ ห้องโถง Event Space ชั้น 2

● เวลา 16:00 – 17:00 น.
ลงทะเบียนและรับการตรวจ ATK ณ ชั้น G

● เวลา 17:00 – 18:30 น.
เสวนาโดยศิลปินไทย จุฬญาณนนท์ ศิริผล, กฤตภัทธ์ ฐานสันโดษ, และปณชัย ชัยจิรรัตน์
ดำเนินรายการโดย ปวีณา เนคมานุรักษ์
ศิลปินไทยทั้ง 3 คนจะมานั่งพูดคุยเกี่ยวกับวิธีการทำงานและการพัฒนาผลงานศิลปะในระหว่างการเข้าร่วมโครงการตั้งแต่ช่วงออนไลน์มาจนถึงการติดตั้งผลงาน ณ หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน

● เวลา 18:30 – 18:45 น. พิธีเปิดนิทรรศการและการกล่าวต้อนรับโดย กฤติยา กาวีวงศ์ ผู้อำนวยการหอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน และ เถียน โย่วอัน ผู้อำนวยการฝ่ายวัฒนธรรม สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป แห่งประเทศไทย

● เวลา 18:45 – 21:30 น. เดินชมนิทรรศการ ณ แกลเลอรี่ 1 และ 2 ชั้น 3

23 เมษายน 2565
● เวลา 16:00 – 18:00 น.
Limbic Release ภาค 1 โดย กฤตภัทธ์ ฐานสันโดษ
การฉายภาพยนตร์เรื่องสั้น ที่ห้อง Event Space หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน
ประกันชีวิต (2009, นฆ ปักษนาวิน, 30 นาที)
เงาสูญสิ้นแสง (2018, กฤษดา นาคะเกตุ, 25 นาที)
32 Km – 60 Years (2018, ลาฮา มีโบ, 20 นาที)
Water without Source (2017, เหลี่ยง ติงหยู, 30 นาที)

เสวนา (ประมาณ 30-45 นาที)
หัวข้อ: สนทนาข้ามสาขาวิชาชีพระหว่างภัณฑารักษ์กับแพทย์/ผู้สร้างภาพยนตร์

ผู้ดำเนินรายการ: กฤตภัทธ์ ฐานสันโดษ (แพทย์/ภัณฑารักษ์ภาพยนตร์)
ผู้ร่วมเสวนา: นฆ ปักษนาวิน (แพทย์/ผู้สร้างภาพยนตร์)
วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา (ภัณฑารักษ์ภาพยนตร์)

7 พฤษภาคม 2565
● เวลา 16:00 – 18:00 น.
Screen World: ด้วยความร่วมมือระหว่างหอศิลป์บ้านจืม ทอมป์สัน, บางกอก ซิตี้ซิตี้ แกลอรี่, สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล และ ภาควิชาวรรณคดี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

โปรแกรมฉายภาพยนตร์ Onsite & Online และการเสวนาข้ามสาขาวิชาชีพกับศิลปิน
จุฬญาณนนท์ ศิริผล ในการรื้อสร้างประวัติศาสตร์และการปลดแอก “ความโรแมนติก” ในประเทศไทยและเอเชีย

ผู้ร่วมเสวนา: อ. ดร. วิกานดา พรหมขุนทอง
(สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล )
รศ. ดร. นัทธนัย ประสานนาม
(ภาควิชาวรรณคดี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)

*ดำเนินรายการด้วยภาษาไทยพร้อมการแปลสดภาษาอังกฤษ

21 พฤษภาคม 2565
● เวลา 16:00 – 18:00 น.
Limbic Release ภาค 2 โดย กฤตภัทธ์ ฐานสันโดษ
การฉายภาพยนตร์เรื่องยาว ที่ โรงภาพยนตร์ลิโด้ สยามสแควร์ ซอย 2
Bodo (1993, ฮวง หมิง ฉวน, 80 นาที)

เสวนา (ประมาณ 30-45 นาที)
หัวข้อ: สนทนาข้ามสาขาวิชาชีพขยายความเคลื่อนไหวของภาพยนตร์

ผู้ดำเนินรายการ: กฤตภัทธ์ ฐานสันโดษ (แพทย์/ภัณฑารักษ์ภาพยนตร์)
ผู้ร่วมเสวนา: ปวีณวัช ทองประสพ (ศศ.ม. สาขาวรรณคดีเปรียบเทียบ เชี่ยวชาญ
ด้านนิเวศวิทยาและกฎหมายพื้นเมือง)
รณฤทธิ์ มณีพันธุ์ (ศศ.ม. สาขาวรรณคดีเปรียบเทียบ เชี่ยวชาญด้าน
วรรณคดีในช่วงความสะพรึงสีขาว (White Terror), ประวัติศาสตร์
บาดแผล และการศึกษาความทรงจำ)

* โปรแกรมออนไลน์เพิ่มเติมจะประกาศในภายหลัง อย่างไรก็ตามโปรแกรมทางกายภาพอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดตามการอัพเดทเพิ่มเติมบนเว็บไซต์และหน้าเพจเฟสบุ๊คของหอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน

หมายเหตุ: ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ผู้เข้าร่วมงานทุกท่านต้องได้รับการตรวจ ATK ที่หน้างาน จึงเรียนมาเพื่อขอความร่วมมือ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
โทรศัพท์ (+66) 02 001 5470
อีเมล artcenter@jimthonpsonhouse.com
เว็บไซต์ www.jimthompsonartceter.org
เฟสบุ๊ค Jim Thompson Art Center
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 10.00 น. – 18.00 น.
ค่าเข้าชม: บุคคลทั่วไป 50 บาท; เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปีเข้าชมฟรี; สมาชิกเข้าชมฟรี
กลุ่มนักเรียนนักศึกษา (กรุณาจองล่วงหน้า)

ข้อมูลเพิ่มเติม: เรามีที่จอดรถจำนวนจำกัด ท่านสามารถเดินทางมาหอศิลป์บ้านจิมทอมป์สันด้วยรถไฟฟ้า BTS ลงที่สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ทางออกที่ 1 และเดินเข้าซอยเกษมสันต์ 2 เข้ามาประมาณ 200 เมตร

Bottega Veneta เปิดตัว  the Cabat Olivetti Capsule Collection ที่มีแรงบันดาลมาจากเครื่องพิมพ์ดีดดีไซน์สุดไอคอนิกจากแบรนด์ Olivetti

Bottega Veneta เปิดตัว  the Cabat Olivetti Capsule Collection ซึ่งได้รับแรงบันดาลมาจากเครื่องพิมพ์ดีดอันเป็นเอกลักษณ์ของ Olivetti โดยจะวางจำหน่ายเฉพาะที่ Bottega Veneta store เมืองเวนิสในจำนวนจำกัด กระเป๋า the Cabat นั้นได้แรงบันดาลใจมาจากผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของ  Olivetti’ นั้นก็คือเครื่องพิพม์ดีด the Lettera 22  –

เครื่องพิพม์ดีด the Lettera 22 ออกแบบโดย Marcello Nizzoli ช่วงปี  ค.ศ. 1950

นับตั้งแต่สีสันไปจนถึงขนาดและสัดส่วนของกระเป๋า สีกระเป๋า The Cabat มีด้วยกันทั้งหมด 4 สี และได้รับการออกแบบโดยใช้สีของเครื่องพิมพ์ดีดในปี 1940 ที่ตัดกันอย่างสวยงามกับสีดำของหูหิ้วของกระเป๋า นอกจากนี้ยังแฝงลูกเล่นเป็นห่วงสีแดงที่ชวนนึกถึงเอกลักษณ์ของเครื่องพิมพ์ดีดของ Olivetti อีกด้วย

รูปภาพในแคมเปญนี้ถ่ายที่สตูดิโออันเก่าแก่และคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของ Olivetti ซึ่งได้รับการออกแบบโดยสถาปินิกอย่าง Carlo Scarpa และถ่ายภาพโดย Francois Halard หนึ่งในช่างภาพ นักออกแบบภายใน และสถาปินิกที่มีชื่อเสียงระดับโลก มุมมองของ Francois Harlard เป็นที่เลื่องลือในการทำให้ภาพที่เขาถ่ายนั้นมีชั้นเชิงมากขึ้น ด้วยหัวใจของการเป็นพันธมิตรและเพื่อแสดงความสนับสนุนการรักษาและคงไว้ซึ่ง Olivetti Showroom (Negozio Olivetti) ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์  Bottega Veneta ได้ทำการบริจาคเงินให้กับ Fondo Ambiente Italiano (FAI)

rhunrun เรียบเรียง

Valentino นำเสนอกระเป๋าสุดคลาสสิก Valentino Garavani Roman Stud ผ่านจอภาพสามมิติสุดล้ำในสี่เมืองสำคัญแห่งวงการแฟชั่น!

Valentino นำเสนอกระเป๋าสุดคลาสสิกอันโด่งดัง Valentino Garavani Roman Stud วิวัฒนาการผลงานอันประณีตของหมุดอันเป็นซิกเนเจอร์ของเมซง ผ่านจอภาพเคลื่อนไหวสามมิติในสถานที่สุดพิเศษทั้งสี่แห่งทั่วทุกมุมโลกทั้ง New York’s Times Square, Tokyo’s Minami Aoyama, Milan’s Galleria del Corso และ London’s Piccadilly Lights

ไปชมภาพบรรยากาศกันได้เลยครับ

rhunrun เรียบเรียง

Saint Laurent Rive Droite Bruno V. Roels การร่วมงานกันระหว่างแบรนด์หรูคาแรคเตอร์เท่กับศิลปินที่โดดเด่นทั้งงานภาพถ่ายและงานเขียน

Saint Laurent Rive Droite จัดนทรรศการสุดพิเศษเพื่อต้อนรับศิลปินชาวเบลเยียม Bruno V. Roels ซึ่ง Anthony Vaccarello ได้คัดเลือกผลงานศิลปะของเขาในจำนวน 8 ชิ้นเพื่อนำมาจัดแสดงในปารีส รวมถึง LOOKING FOR PARADISE (MIAMI VICE GRAND), 2021 และ 15 งานศิลปะในลอสแองเจลิสซึ่งรวมถึง LOOKING FOR PARADISE #2, 2022 เนื่องในโอกาสนี้ ยังมีแม็กกาซีน Fanzine ฉบับที่ 2 วางจัดจำหน่ายในร้านร่วมกับรูปถ่ายและผลงานของ Bruno V. Roels อีกด้วย

Bruno V. Roels แบ่งเวลาระหว่างการเขียนและการถ่ายภาพ ซึ่งสำหรับเขาแล้วนั้น การพิมพ์ (เปลี่ยนภาพถ่ายให้เป็นวัตถุที่จับต้องได้) มีความสำคัญไม่แพ้การถ่ายภาพ โดยเขาได้ถ่ายภาพอย่างต่อเนื่อง บันทึกเรื่องราวทั้งชีวิตของเขา และสร้างคลังภาพถ่ายที่ สำคัญจำนวนมาก และมีต้นปาล์มเป็นหลักในภาพถ่ายเพราะสำหรับเขาแล้ว ต้นปาล์มเป็นสัญลักษณ์และเป็นที่รู้จักได้ตลอดเวลาเนื่องจากประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการทำงานร่วมกันในครั้งนี้ Anthony Vaccarello ได้เลือกที่จะสร้างกลุ่มสินค้าแบบเอ็กซ์คลูซีฟโดยใช้ต้นปาล์มเป็นไกด์ไลน์สำหรับคอลเล็กชั่นนี้ โดยใช้รูปถ่ายของ Bruno V. Roels เป็นภาพพิมพ์ ซึ่งประกอบไปด้วยคอลเล็กชั่นสำหรับผู้ชายและสินค้าไลฟ์สไตล์ เช่น ลายสก๊อต ผ้าขนหนูพิมพ์ลายชายหาด จาน ที่รองแก้วไม้ ที่เขี่ยบุหรี่ รองเท้าผ้าใบ และผ้าพันคอไหม โดยมีวางจัดจำหน่ายภายในร้านและบน YSL.COM

rhunrun เรียบเรียง

BOTTEGA VENETA สร้างสรรค์ The Square พื้นที่สำหรับแสดงงานศิลปะผ่านทางภาพยนตร์ ละครเวที การเล่าเรื่อง การอ่านบทกวี รวมถึงอาหาร ขึ้นใจกลางเมืองดูไบ 

The Square Dubai เป็นรวบรวมสถานที่ที่สร้างแรงบันดาลใจมาจากคำภาษาอาหรับ “majlis” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการรวมตัวและการอยู่ร่วมกัน ตลอดสามวันในช่วงเย็นของวันที่ 12, 13, 14 เมษายน Bottega Veneta เป็นเจ้าภาพจัดงานแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมโดยจัดขึ้นในพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรหัสที่ถูกออกแบบ โดย สถาปนิกชาวเลบานอน Carl Gerges รวมถึงจะมีการฉายภาพยนตร์ ละครเวที การเล่าเรื่อง การอ่านบทกวี รวมถึงการรับประทานอาหารด้วย 

ผู้ร่วมงาน มีดังนี้ Carl Gerges (สถาปนิกและนักดนตรีชาวเลบานอน), Shaima Al Tamimi (นักเล่าเรื่องผ่านภาพลูกครึ่งเยเมนและแอฟริกันตะวันออก),

Asma Al Badawi (นักขับกลอนชาวซูดานและอังกฤษ), ‘Mustafa the Poet’ (นักกวีและนักแต่งเพลงชาวแคนนาดา), Samer Doumet (นักร้อง นักแต่งเพลง และบรรณาธิการเพลงชาวเลบานอน).

‘The Square’ จะถูกจัดขึ้นที่ Tokyo, San Francisco, Shanghai and Sao Paulo ต่อไป.

rhunrun เรียบเรียง

งานฝีมือสุดหรู นี่ไม่ใช่กระเป๋า Birkin สุดไอคอนิกของ Hermès แต่มันคือหินที่ถูกแกะสลักโดย Barbara Ségal ศิลปินคนดังจากนิวยอร์ก!

งานฝีมือสุดหรู นี่ไม่ใช่กระเป๋า Birkin สุดไอคอนิกของ Hermès แต่มันคือหินแกะสลักงานศิลปะโดย Barbara Ségal ศิลปินคนดังจากนิวยอร์กที่ร่ำเรียนวิชาแกะสลักหินมาจากปรมาจารย์ René Collamarini ที่ปารีส

ด้วย texture ของหินที่สวยแบบธรรมชาติจะวางไว้ที่ไหนในบ้านก็โดดเด่นไปหมดจริงๆ!

rhunrun เรียบเรียง

Journey to awakening

นิทรรศการภาพถ่ายของสองพี่น้องที่บอกเล่าเรื่องราวเดียวกันคือการเดินทางแต่มีมุมมองที่แตกต่างกันรวมทั้งเทคนิคการนำเสนอก็ต่างกัน การเล่าเรื่องราวอย่างซื่อตรงไม่มีความซับซ้อนแต่ซ่อนเรื่องราวไว้มากมายของ สิวิกา ประกอบสันติสุข กับภาพถ่ายที่จับเอาสิ่งที่พบเห็นระหว่างการเดินทางมาผ่านขบวนการทางภาพถ่ายแล้วตีความเชิงนามธรรมของ ณัฐ ประกอบสันติสุข ช่างภาพแฟชั่นชื่อดังของวงการทำให้นิทรรศการ ‘A Journey’ ที่ Play art house ถนนทรงวาดเป็นสิ่งที่คนรักศิลปะการถ่ายภาพต้องไปชมให้ได้


From Here to There
ดังที่ทราบว่า สิวิกา ประกอบสันติสุข หรือคุณก้อยที่ใครๆ คุ้นเคยคือนักเขียนเรื่องท่องเที่ยวมากฝีมือผู้ที่ตัวอักษรของเธอสะท้อนจิตวิญญาณของแหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของเธอก็เป็นการจับเอาชั่วเวลาขณะที่เธอรู้สึกประทับใจต่อภาพที่เห็นตรงหน้ามาบันทึกไว้ ไม่มีการจัดแต่งที่ซับซ้อน เป็นการเก็บภาพประทับใจที่เธอรู้สึกเพื่อจะบันทึกเรื่องราวการเดินทางเป็นภาพ ทำให้ภาพถ่ายของเธอมีเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่แพ้ลีลาการบันทึกเป็นตัวอักษร


เมื่อวันหนึ่งเธอต้องจัดนิทรรศการภาพถ่ายเธอก็ยังเล่าเรื่องโดยไม่ต้องพึ่งตัวอักษร หากแต่มีเพียงชื่อภาพซึ่งก็เป็นชื่อสถานที่นั้นๆ มากกว่า แต่ที่เป็นเรื่องเล่าโดยการนำเอาภาพคนที่กำลังเดินทางไปหรือจากสถานที่นั้นๆ มาจัดองค์ประกอบเป็นส่วนหนึ่งที่ชวนให้จินตนการถึงเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็นคนกำลังเดินออกจากประตูถ้ำที่แกะสลักด้วยฝีมือมนุษย์ในอินเดีย ที่คุณก้อยเล่าให้ฟังว่าบรรยากาศที่ตรงนั้นทำให้ณัฐ น้องชายของเธอตัดสินใจจะบวชทั้งๆ ที่เขาไม่ใช่คนที่ลุ่มหลงในเรื่องศาสนามาก่อน เพราะระหว่างที่ยืนอยู่ในนั้นจู่ๆ ก็มีเสียงสวดมนต์กระหึ่มขึ้นมาทำให้รู้สึกปิติ นี่เป็นการเดินทางที่ทำให้ได้ไปพบกับการตื่นรู้โดยไม่ได้ตั้งใจมาก่อน
บางภาพก็เป็นโบราณสถานที่เก่าแก่ในซีเรียซึ่งปัจจุบันถูกทำลายไปแล้วด้วยความเชื่อต่างศาสนา โดยภาพนั้นยืนยันได้ถึงความงดงามยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมใน Palmyra บนแผ่นดินซีเรีย ซากเมืองขนาดใหญ่ที่เคยเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมแห่งสำคัญที่สุดในยุคโบราณ ภาพสถานที่ถูกบันทึกไว้โดยสิวิกาเมื่อปี 2010 ก่อนถูกกลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอส (IS) ยึดครองและโจมตีจนเกิดความเสียหายในเดือนสิงหาคม 2015


แม้แต่ภาพหมู่บ้านห่างไกลในโมร็อกโกก็ยังดูเป็นจุดหมายที่น่าเดินทางไปให้ถึงเมื่อนำมาประกอบกับภาพชาวพื้นเมืองเดินเท้าไปตามถนนที่มีรถโดยสารวิ่งผ่านโดยมีท้องฟ้าสีสดเกลื่อนด้วยก้อนเมฆทำให้รู้สึกว่าเขาคงจะเดินเท้าไปสู่จุดหมายด้วยความสุข ภาพถ่ายของสิวิกาที่เต็มไปด้วยเรื่องราวนั้นทำให้คนดูรู้สึกอิ่มเอม และเชื่อว่าคนในภาพจะเดินทางส็จุดหมายที่ตัวเองตั้งใจไว้อย่างแน่นอน


From Here to None
ส่วนอีกห้องที่เป็นผลงานภาพถ่ายของณัฐ ประกอบสันติสุข ที่เป็นโมโนโครมและมีความเป็นนามธรรมแต่ไม่ต้องเครียดกับความตีความ ใครเห็นอย่างไร รู้สึกอย่างไรก็อย่างนั้น ไม่ใช่เรื่องผิดหรือถูก ภาพทั้งหมดมาจากการเดินทางเช่นกัน แต่แทนที่จะเป็นภาพทิวทัศน์เพื่อสื่อถึงการเดินทางไปยังสถานที่หนึ่งๆ แต่ณัฐเลือกจะนำเสนอในมุมขยายถึงวัตถุที่เขาพบเห็นในการเดินทาง แม้แต่ภาพถ่ายจากช่องหน้าต่างของประตูรถไฟที่มีตัวอักษรภาษาฝรั่งเศสคาดทับไว้(บอกว่าประตูนี้เป็นช่องดูวิวอะไรประมาณนั้น)ก็ยังมองผ่านออกไปเห็นทิวทัศน์ข้างทางรถไฟของภูเขาในโมรอคโค แต่เราก็ยังถูกจำกัดด้วยการมองเห็นภาพกว้างนั้นในกรอบแคบของช่องกระจกประตูรถไฟอยู่ดี และ Journey ที่เป็นชื่อภาพของเขาก็เป็นรูปพื้นผิวที่เขานำมาผ่านกระบวนการทางภาพถ่ายใครใคร่ตีความว่าเส้นลายนั้นคือผืนดินที่แตกระแหง หรือมองว่าเป็นเส้นแม่น้ำที่เรามองจากมุมสูงก็แล้วแต่ แต่ก็เป็นการเดินทางเหมือนกัน
แต่ภาพที่ดูแล้วจะสมบูรณ์ยิ่งขึ้นเมื่อณัฐได้มาอธิบายเองว่าทำไมภาพนี้จึงชื่อ Ego ก็คือภาพส่วนหัวของประติมากรรมสตรีที่ผ่านเทคนิคการตกแต่งภาพให้มีความคอนทราสต์สูงและมีน้ำหนักภาพที่งดงามน่าประทับใจ แต่ถ้าดูชื่อภาพแล้วสงสัยว่าทำไมถึงชื่อ Ego ณัฐอธิบายไว้ว่าอัตตาทำให้เราลุ่มหลงและตาบอด ประติมากรรมนี้ไม่ได้ถูกสร้างให้เป็นแบบนี้แต่แรก แต่ในสภาพที่เขาไปพบเจอและบันทึกไว้เป็นภาพเมื่อนำมาตกแต่งให้ได้อารมณ์ภาพที่ต้องการเขาก็มองเห็นว่าภาพนี้สื่อถึงเรื่องอัตตา โดยภาพอื่นๆ ของณัฐก็จะตั้งชื่อภาพอย่างเรียบสั้นแต่ให้พลังที่บ่งบอกถึงภาพนั้นๆ ได้โดยไม่ต้องตีความซับซ้อนใดๆ แต่ภาพถ่ายของเขายิ่งดูก็ยิ่งให้เราได้คิดต่อยอดเรื่องราวที่เป็นประสบการณ์ของแต่ละบุคคลไปอย่างไม่มีสิ้นสุด


ชมนิทรรศการ ‘A Journey’ muj Play art house ซึ่งเป็นอาร์ตแกลอรี่ที่ตั้งอยู่ในตึกเก่าแก่อายุกว่าร้อยปีบนถนนทรงวาด ได้แล้ววันนี้ถึงวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2565 เปิดให้เข้าชมวันอังคาร-พฤหัสบดี เวลา 11.00 – 16.00 น. และในวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 11.00 – 18.00 น.
การเดินทางไป Play art house 993 ถนน ทรงวาด แขวง สัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา (ใกล้ MRT วัดมังกร) เดินประมาณ 600 เมตร หรือจากท่าเรือราชวงศ์เดินมาประมาณ 500 เมตร #AJourney #ทรงวาด #HommesThailand #LOfficielHommesThailand