ชื่นชมผลงานของศิลปินรุ่นใหม่ได้ในนิทรรศการ EARLY YEARS PROJECT #5 by MILLCON ที่ BACC

เชื่อว่าในทุกวันนี้ มีศิลปินรายใหม่ ๆ จากทุกอาชีพ ทุกช่วงวัย และทุกแห่งหนได้เริ่มลงมือสร้างสรรค์ผลงานตามแนวทางความคิดของตนเอง ทว่าหลายคนนั้นอาจไม่มีโอกาสที่จะพัฒนา ต่อยอด หรือได้รับคำแนะนำในการแสดงความสามารถทางศิลปะของตน จนทำให้วงการศิลปะพลาดโอกาสที่จะได้เห็นผลงานจากศิลปินเหล่านี้ไปอย่างน่าเสียดาย

Author: Peerachai Pasutan

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) และ บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) จึงได้ร่วมมือกันสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่หรือศิลปินที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นในเส้นทางศิลปะ ผ่านโครงการ EARLY YEARS PROJECT #5 by MILLCON: 20/20 ‘เปลี่ยน’ (Fluidity of Change) ซึ่งปีนี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 นับตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อปี 2559 โดยศิลปินที่ได้รับการคัดเลือกนั้นจะได้รับการพัฒนาผลงาน แนวความคิด ตลอดจนทักษะการทำงานร่วมกับเครือข่ายทั้งในและนอกวงการศิลปะ อีกทั้งยังได้รับทุนสนับสนุนในการสร้างสรรค์ผลงาน และมีโอกาสทำงานร่วมกับฝ่ายนิทรรศการของ BACC ด้วยเช่นกัน 

“น้อยเวทีที่จะเปิดโอกาสให้คนได้มาแสดงความสามารถจริง ๆ ซึ่งสิ่งที่ทำให้โครงการนี้น่าสนใจ และมีความแตกต่างตั้งแต่แรก ก็คือการเปิดโอกาสให้ใครก็ได้ที่รักชอบงานศิลปะโดยไม่จำกัดอาชีพได้มีพื้นที่หรือเวทีที่ได้ลงมือทำจริง ๆ” คุณสิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาบริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงโครงการนี้ไว้ในพิธีเปิดนิทรรศการ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา

โครงการ EARLY YEARS PROJECT ครั้งนี้นำเสนอผลงานที่สะท้อนการเคลื่อนไหวทางศิลปะ และสิ่งแวดล้อมที่ท้าทายต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์ โดยมีสาระสำคัญเพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมในการแสวงหาความสมดุลระหว่างมนุษย์และธรรมชาติต่อไป มีศิลปินเลือดใหม่ที่จะมาถ่ายทอดผลงานของตนสู่สายตาสาธารณชน ทั้งหมด 8 ราย ได้แก่ อวิกา สมัครสนาน, รัตนา สุจริต, รัตนกานต์ กาญจนพันธุ์บุญ, รณรงค์ บุตรทองแก้ว, สรีนา สัตดาผล, สุชน สุจิต, ธนนันท์ ใจสว่าง และ ญาณุศักดิ์ เนาว์แสง 

สามารถชมผลงานและให้กำลังใจทั้งแปดศิลปินรุ่นใหม่ได้ในนิทรรศการ EARLY YEARS PROJECT #5 by MILLON: 20/20 ‘เปลี่ยน’ (Fluidity of Change) จัดแสดงแล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 20 กันยายน 2563 ณ ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ติดตามรายละเอียดข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง facebook.com/baccpage

ภาพจาก BACC

ไม่ต้องออกนอกโลกก็สัมผัสกลิ่นแห่งอวกาศได้! ผ่านน้ำหอม Eau de Space

เคยสงสัยกันไหมครับว่า ในอวกาศนั้นจะมีกลิ่นเป็นอย่างไร? ตอนนี้เราใกล้ที่จะได้สัมผัสกลิ่นแห่งอวกาศกันแล้วครับ เมื่อ Steve Pearce ผู้ก่อตั้งและนักเคมีแห่งบริษัท Omega Ingredients – ซึ่งเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญในการผลิตกลิ่นสำหรับอาหารและเครื่องดื่ม – ได้ปล่อยภาพตัวอย่างและรายละเอียดของน้ำหอมกลิ่นอวกาศที่มีชื่อว่า “Eau de Space” (น้ำแห่งอวกาศ) 

กลิ่นที่ได้นั้นมีที่มาจากประสบการณ์และความรู้ของ Pearce ซึ่งเขาค้นพบขณะที่ทำงานให้ NASA จากการเลียนแบบกลิ่นของสถานีอวกาศ MIR Space Station ของรัสเซีย จุดประสงค์ที่ต้องมีเลียนแบบกลิ่นของสถานีอวกาศแห่งนี้ก็เพื่อที่จะจำลองสภาพแวดล้อมในอวกาศให้ใกล้เคียงที่สุดสำหรับการฝึกซ้อมนักบินอวกาศนั่นเอง 

หากใครสนใจสัมผัสกลิ่นอันซับซ้อนแห่งอวกาศนี้ สามารถเข้าไปร่วมระดมทุนหน้าเว็บ Kickstarter ของโปรเจกต์ได้ที่นี่เลยครับ

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun

สร้างความแปลกใหม่! Bottega Veneta เปิดตัว Invisible Pop-up Store แนวคิดใหม่ในกับคอนเซ็ปต์ล่องหนกลางเซี่ยงไฮ้!

Bottega Veneta ได้เปิดตัว Invisible Store ป๊อปอัพสไตร์แนวคิดใหม่ใจกลางห้างสรรพสินค้า Plaza 66 ในนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ครอบคลุมพื้นที่ 1,080 ตารางเมตร และจัดจำหน่ายสินค้าสำหรับบุรุษและสตรีในคอลเลคชั่น pre-fall 2020 โดยมีทั้ง ready-to-wear, กระเป๋า, เครื่องหนังขนาดเล็ก, รองเท้า, จิลเวลรี่ และแว่นตาต่าง ๆ จากผลงานการสร้างสรรค์ของครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนเก่งชาวอังกฤษ Daniel Lee ครับ 

ภายนอกป๊อปอัพสไตร์แห่งนี้อำพรางตัวอยู่กลางโถงของห้างสรรพสินค้าด้วยกระจกที่สะท้อนบรรยากาศรอบ ๆ ทั้งสี่ด้านจนเกือบจะมองไม่เห็นตัวร้านและโลโก้ของแบรนด์ – อันเป็นคอนเซ็ปต์ของร้าน ส่วนภายในก็มีการตกแต่งแบบลวงตาจากวัสดุสะท้อนที่เล่นกับแสงสีและพื้นที่ของร้านเช่นกัน 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

By Tyrone Lebon

โพสต์ที่แชร์โดย Bottega Veneta (@bottegaveneta) เมื่อ

Bartolomeo Rongone ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแบรนด์ (Chief executive officer) กล่าวถึงการตั้งป๊อปอัพสโตร์ครั้งนี้ว่า “เราต้องการแสดงความทุ่มเทของเราที่มีต่อประเทศจีนมากกว่าครั้งไหน ๆ อีกทั้งเรายังตื่นเต้นที่จะได้เบี่ยงเบนความสนใจแก่ลูกค้าท้องถิ่นบ้างในช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ โดย Invisible Store ของแบรนด์นั้นถ่ายทอดทั้งความละเอียดอ่อน ความปราณีต ความสนุกสนาน และความรู้สึก อันเป็นค่านิยมหลักของ Bottega” ถือเป็นการสร้างความแปลกใหม่แก่ลูกค้าชาวจีนที่เป็นกลุ่มตลาดหลักของแบรนด์อิตาเลียนแบรนด์นี้ 

Invisible Store ของแบรนด์เปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ไปจนถึงวันที่ 19 กรกฎาคม ถือเป็นป๊อปอัพสโตร์ที่น่าสนใจและนำเทรนด์มาก ๆ ของแบรนด์ที่กำลังมาแรงเหลือเกินในเครือ Kering นี้ครับ! 

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun

ขอระบายความในใจ! Kanye West ร้อยเรียงความรู้สึกลงบนป้ายขนาดใหญ่หลังการประกาศร่วมงานกับ Gap ที่หน้าร้านของแบรนด์ในชิคาโก

หลังจากที่ประกาศร่วมงานสุดเซอร์ไพรส์ไปได้ไม่นาน ดูเหมือนว่า Kanye West และ Gap ก็ไม่รีรอที่จะเริ่มทำงานด้วยกันครับ เมื่อมีป้ายปริศนาสีขาวขนาดใหญ่คลุมร้าน Gap สาขาหนึ่งในชิคาโกไว้ทั้งร้าน ซึ่งเป็นร้านที่พ่อ Yeezy เคยชอบไปอุดหนุนอยู่บ่อยครั้ง โดยมีข้อความจากลายมือของแรปเปอร์ชื่อดังปรากฎไว้ดังนี้ครับ 

Thank God 

Hi Chicago it’s me 

This is [the] Gap store 

I used to shop at when 

I would drive my Nissan 

from the southside 

so blessed 

I thank god and I am 

so humbled at the 

opportunity to serve 

I put my heart into the 

color palette and every 

detail I love Tron the original 

Do you like stuff 

I don’t know what to do with 

my hands 

Love YEEZY 

(แปลเป็นไทยได้ประมาณว่า ขอบคุณ พระเจ้า ไง ชิคาโก นี่ข้าเอง นี่คือร้าน Gap [ร้านนั่น] ที่ข้าเคยมาช้อปตอนจะขับรถนิสสันของข้ามาจากทางใต้ รู้สึกได้รับการอำนวยพรเหลือเกิน ขอขอบคุณพระเจ้า และข้าขอน้อบน้อมต่อโอกาสนี้ที่จะได้รับใช้ จะใส่ดวงใจลงไปในถาดสีและทุกรายละเอียดที่ข้ารักจาก Tron ภาคแรก ชอบเรื่องนี่กันไหม ข้าไม่รู้ว่าจะใช้มือทั้งสองของตัวไปทำอะไร รักนะจาก YEEZY) 

จากคำประกาศนี้ก็สันนิษฐานได้ว่า West จะออกแบบร้านแห่งนี้ให้สีสันแบบในถาดสี มีกลิ่นอายมินิมอลอันแข็งแรง และแรงบันดาลใจแบบ earth-toned อันเป็นคู่สีที่เจ้าตัวหลงใหล แม้ว่าการยก reference จากภาพยนตร์เรื่อง Tron ขึ้นมาอ้างจะบอกไปอีกทางหนึ่งก็ตาม นอกจากนี้ อีกด้านหนึ่งของร้าน Gap ในชิคาโกแห่งนี้ยังมีสัญลักษณ์ตัวย่อ “YZY” ในสไตล์ฟ้อนต์โลโก้ของ Gap เพื่อเป็นการเน้นย้ำถึงการร่วมงานกันครับ 

หลังจากที่ West ได้ประกาศร่วมงานกับ Gap เมื่อวันที่ 26 มิถุนายนนั้นก็ได้รับเสียงตอบรับในทางบวก – โดยเฉพาะจากบรรดาผู้ถือหุ้น จนทำให้ราคาหุ้นของ Gap พุ่งขึ้นถึงไป 42% ครับ อีกทั้งการร่วมมือกันครั้งนี้อาจเป็นความหวังครั้งใหม่ของ Gap ให้กลับมาเป็นที่นิยมหลังจากที่แบรนด์ประสบปัญหาต่าง ๆ ทั้งจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการทำกำไรของแบรนด์ที่ดิ่งลงมากว่าเกือบ 20 ปี – จาก 11.6 พันล้านเหรียญฯ ในปี 1999 เหลือเพียง 2.11 ล้านเหรียญฯ ในปีนี้ครับ 

โลโก้ YZY ในฟ้อนต์ของ GAP

คาดการณ์ว่าจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ จากการร่วมมือกันครั้งนี้จะออกจำหน่ายภายในปีหน้าครับ ต้องรอดูกันว่าจะสร้างความฮือฮาและกระแสให้แก่วงการแฟชั่นอีกมากขนาดไหนครับ 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Stars & stripes, your way. Happy #MDW, Gap Family.

โพสต์ที่แชร์โดย Gap (@gap) เมื่อ

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun

Dior เตรียมปล่อยกระดานโต้คลื่นชิ้นแรกของแบรนด์ร่วมสร้างสรรค์โดย Shawn Stussy และจะมีแค่ 100 ชิ้นในโลกเท่านั้น!

ชอห์น สตุสซีเป็นหนึ่งในฮีโร่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในใจของผม เขาเริ่มต้นเส้นทางการทำงานในฐานะนักกีฬากระดานโต้คลื่น เขายังผลิตกระดานโต้คลื่นเองและเขียนชื่อของตัวเองกำกับลงบนผลงานทุกชิ้น ดังนั้น การเชิญให้เขามาร่วมงานด้วยกันกับผลงานกระดานโต้คลื่นแรกชิ้นแรกของดิออร์จึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติมากสำหรับผม และเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก” คิม โจนส์ (Kim Jones) ผู้อำนวยการสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายชายของดิออร์ กล่าวถึงไอเท็มสุดเอ็กคลูซีฟชิ้นนี้

ผลงานสุดเอกซ์คลูซีฟชิ้นนี้จัดทำขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 100 ชิ้นเท่านั้น ถือเป็นการเฉลิมฉลองจิตวิญญาณอันร่าเริง สดใส และอาบไปด้วยแสงแดดของโชว์ประจำฤดูใบไม้ร่วง 2020 ของ Dior Men ซึ่งจัดขึ้นในเมืองไมอามี ผลงานการออกแบบของ คิม โจนส์ ร่วมกับ ชอห์น สตุสซี ศิลปินและนักกีฬากระดานโต้คลื่น

ศิลปินที่สร้างชื่อเสียงจนประสบความสำเร็จเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปผู้นี้ได้หวนกลับไปจับงานที่เขารักอีกครั้งเพื่อดิออร์ โดยเขาได้ออกแบบและสรรสร้างผลงานกระดานโต้คลื่นในรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในชื่อ‘the Gun’ โดยกระดานโต้คลื่นดังกล่าวมีจุดเด่นอยู่ที่โครงร่างเพรียว ที่มาพร้อมกับครีบพิเศษที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนแม้จะต้องเผชิญกับคลื่นขนาดใหญ่อันทรงพลัง ทั้งนี้ จุดแข็งและความแม่นยำของ ชอห์น สตุสซี นั้น ชวนให้นึกถึงความรู้ความเชี่ยวชาญของนักปะติมากรรมหรือสถาปนิก ซึ่งเป็นอาชีพที่เขาแอบใฝ่ฝันถึง

สำหรับดิออร์ ผมต้องการสร้างสรรค์กระดานโต้คลื่นที่เพรียว พร้อมความโค้งมนที่ถูกยืดออก ในเฉดสีเรียบของแบรนด์ ที่ดูเหมือนกับว่ากำลังเต้นรำอยู่ในมหาสมุทร” เขากล่าวถึงผลงานชิ้นสำคัญล่าสุดของเขา

กระดานโต้คลื่นในเฉดสีเทาของดิออร์ (Dior grey) และฟ้าอ่อน (ice blue) ได้รับการตกแต่งด้วยงานคอลลาจ “Dior” อันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลคชันฤดูใบไม้ร่วง 2020 ของ Dior Men ตลอดจนผึ้งอันเป็นผลงานของศิลปินผู้นี้นำมาตีความใหม่ ถือเป็นการนำเอกลักษณ์ประจำของแบรนด์ดิออร์กลับมาปรับโฉมและนำเสนอใหม่ได้อย่างน่าสนใจ

ผลงานชิ้นนี้ผ่านกระบวนการฟินนิชชิงโดยเวิร์คช็อป UWL ใน ลา โรเชลล์ ประเทศฝรั่งเศสซึ่งใช้ทั้งความรู้ความเชี่ยวชาญสูงสุดในการสร้างผลงานที่มีที่มาจากสไตล์สุดคลาสสิคของเขส ทั้งนี้ กระดานโต้คลื่นแต่ละอันจำต้องใช้งานฝีมือที่กินเวลามากถึง 72 ชั่วโมง โดยเทคนิคอันทรงคุณค่าเหล่านี้ทำให้ได้กระดานโต้คลื่นที่ได้มาตรฐานสูงสุด ไม่ต่างจากงานศิลปะ และเหมาะสำหรับทั้งผู้รักกีฬากระดานโต้คลื่นและนักสะสม

ไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด! RIMOWA เปิดตัวแว่นตาและแว่นกันแดดครั้งแรกของแบรนด์

RIMOWA แบรนด์กระเป๋าเดินทางชื่อดังจากเยอรมันได้ออกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ แว่นตาและแว่นกันแดดแบบ unisex ภายใต้ชื่อแบรนด์ RIMOWA Eyewear นับว่าเป็นก้าวแรกของแบรนด์ที่จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ นอกเหนือจากไลน์กระเป๋าเดินทางอลูมิเนียมยอดฮิตครับ 

Rimowa Classic Cabin (ไซส์ S)

แว่นตาและแว่นกันแดดของแบรนด์นั้นมีกรอบสุดคลาสสิกให้เลือกด้วยกัน 3 ทรงได้แก่ aviator, square และ pantos อีกทั้งมีสีเลนส์ให้เลือกหลากหลาย น้ำหนักเบา ใช้วัสดุที่แข็งแรงทนทาน แต่ยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ด้วยสไตล์ wear-and-tear ทนทานแต่ก็ยังสง่างามแม้ผ่านการใช้งานที่หนักหน่วงเพียงใด 

ซึ่งจะเข้ากันกับปรัชญาการออกแบบกระเป๋าเดินทางของแบรนด์เป็นอย่างดี 

แว่นกันแดดของแบรนด์จะเริ่มจำหน่ายวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ที่ RIMOWA สโตร์บางแห่งและทาง RIMOWA.com ส่วนแว่นสายตาจะมีให้เลือกเป็นเจ้าของในร้านออฟติกที่ตัดแว่นสายตาที่ร่วมรายการทั่วโลกครับ 

ถือว่าเป็กอีกก้าวที่น่าสนใจของ Rimowa ภายใต้การนำของ  Alexandre Arnault CEO หนุ่มไฟแรงวัย 27 ปีครับ!  

ดูโพสต์นี้บน Instagram

🕸

โพสต์ที่แชร์โดย A.A (@alexandrearnault) เมื่อ

Collections Design from Legacy ดีไซน์แห่งคอลเลกชันจากตำนาน

เมื่องานดีไซน์สะท้อนถึงแบรนด์และตัวตน บ่งบอกอัตลักษณ์ที่ผ่านยุคสมัยและกาลเวลา คอลเลกชันแสตมป์ที่นำเสนอภาพของอาคารไปรษณีย์กลาง จึงเป็นเสมือนจดหมายเหตุที่มีดีไซน์ บันทึกไว้ซึ่งเส้นทางเดินแห่งกิจการไปรษณีย์ของไทยมาแต่ครั้งสยามสมัย นับจากปี พ.ศ. 2483 จวบจนอายุครบ 8ทศวรรษในปีพ.ศ.นี้ ผ่านงานสถาปัตยกรรมแบบอาร์ตเดโคอันโดดเด่น ผลงานรังสรรค์ของสองสถาปนิกแห่งยุคคือ พระสาโรชรัตนนิมมานก์ และ หมิว อภัยวงศ์

ประติมากรรมปูนปั้นครุฑยุดแตรงอนขนาด 3 เท่าของคนจริง ในลักษณะศิลปะประดิษฐ์ แสดงกล้ามเนื้อแข็งแรงทรงพลังน่าเกรงขาม จำนวนสององค์ที่ประดับอยู่บนยอดมุขกลางซ้ายขวาของตัวอาคาร คือฝีมือล้ำเลิศของศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ปูชนียบุคคลด้านศิลปะร่วมสมัยของไทยและทีมลูกศิษย์ซึ่งยังได้ฝากผลงาน“หนึ่งเดียวของโลก”ไว้ด้วยอันได้แก่ ประติมากรรมนูนต่ำภาพแสตมป์ขนาดเขื่องจำนวน 8 ชิ้น ประดับบนผนังทั้งสี่ด้านของห้องโถงชั้นล่างภายในตัวอาคาร รวมถึง 3 คู่ประตูเหล็กหล่อประดับครุฑยุดแตรงอนสยายปีกกว้างอย่างท้าทายอยู่ด้านหน้า

หนึ่งในชุดงานแสดงตราไปรษณียากรแห่งชาติ 2532  (4 สิงหาคม 2532)

“80 ปี อาคารไปรษณีย์กลาง” จึงใช่เพียงคอลเลกชันอันทรงคุณค่าน่าสะสมเท่านั้น หากตัวอาคารที่ตั้งตระหง่านอยู่บนถนนเจริญกรุง ใจกลางกรุงเทพมหานคร ยังถือเป็นแหล่งรวมงานศิลป์ชั้นเยี่ยมที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ชั้นยอดได้อย่างลงตัว ไม่ว่าใครก็ไม่ควรพลาดโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมสักครั้งในชีวิต

ชุด 20 ปี การสื่อสารแห่งประเทศไทย (25 ก.พ 2540)
ชุดอาคารที่ทำการไปรษณีย์กลาง (4 ส.ค 2556)
ชุดอาคารที่ทำการไปรษณีย์กลาง (4 ส.ค 2556)
หนึ่งในชุด 135 ปี ไปรษณีย์ไทย (4 ส.ค. 2561)
ชุด 80 ปี  อาคารที่ทำการไปรษณีย์กลาง  (24 มิ.ย. 2563)

ชมเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสวยที่ได้แรงบันดาลใจจาก “Game of Thrones” ซีรีส์ชื่อดังเรื่องโปรดของหลายๆคน

แม้ว่าซีรีส์ดรามา-แฟนตาซีสุดฮิตอย่าง Game of Thrones ของ HBO จะอวสานไปปีกว่า ๆ แล้ว แต่ก็ยังไม่หยุดที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้แก่แฟนคลับและศิลปินนทั่วโลกครับ อย่างเช่นผลงานล่าสุดของ Lionel Jadot ศิลปินและนักออกแบบชาวเบลเยี่ยม ที่นำเสนอผลงานเฟอร์นิเจอร์ชุด “Game of Thrones” ที่สร้างสรรค์ขึ้นจากอิทธิพลของซีรีส์เรื่องนี้ 

ผลงานชุดนี้ของ Jadot ประกอบด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบต่าง ๆ ที่สะท้อนถึงสไตล์ที่ต่อต้านความเข้าชุด (anti-conformist) และความรักอิสระในการออกแบบของตัวศิลปิน โดยผลงานทุกชิ้นทำขึ้นจากวัสดุรีไซเคิลและวัสดุใกล้ตัวต่าง ๆ ที่ Jadot สะสมเองเป็นเวลาหลายปี และจุดเด่นของผลงานชุดนี้ คือ เก้าอี้นั่งแบบต่าง ๆ ที่ศิลปินบรรยายไว้ว่าเป็น “บัลลังก์” นั่นเอง 

Lionel Jadot

นอกจากนี้ ยังมีผลงานอื่น ๆ นอกจากบัลลังก์ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เช่น เก้าอี้ที่ทำจากเทป VHS ยุคเก่า, โคมไฟตั้งโต๊ะที่มีฐานเป็นเครื่องลายคราม และม้านั่งยาวที่ประกอบด้วยเบาะหลากหลายขนาด

ผลงานชุดนี้กำลังจัดแสดงในชื่อนิทรรศการ “Enthrone Dethrone” ณ Everyday Gallery ประเทศเบลเยี่ยม หรือใครสนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของผลงานชุดนี้ทางออนไลน์ สามารถติดตามที่เว็บไซต์ของ Everyday Gallery ได้ถึงวันที่ 16 สิงหาคมนี้ครับ เชื่อว่าผลงานชุดนี้จะโชว์ความคิดสร้างสรรค์ให้แก่แฟน ๆ ซีรีส์ได้ ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียวครับ 

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun

Louis Vuitton เปิดตัวสติ๊กเกอร์ไลน์สะท้อนวัฒนธรรมและความเป็นไทยทั้ง มวยไทย รถตุ๊กๆ และการใช้ภาษาคาราโอเกะบนโลกออนไลน์ พร้อมให้ download ได้แล้ววันนี้!

Louis Vuitton Vivienne LINE สติกเกอร์ กับการเชื่อมโยงภายใต้คอนเซ็ปต์Spirit of Travel เรื่องราวของการเดินทางที่ถือเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ เข้ากับVivienneมาสคอตของหลุยส์ วิตตองที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทย พร้อมกับความน่าสนใจด้วยการผสมผสานเอกลักษณ์ความเป็นไทยไว้ในคาแรคเตอร์ของมาสคอตวิเวียนแบบแอนิเมชั่น 8 ตัว ทั้งการเดินทางด้วยรถตุ๊กๆ ต่อยมวยไทย นั่งเรือข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งการใช้ภาษาที่คนไทยเท่านั้นที่จะเข้าใจอย่าง 555 ที่หมายถึงการหัวเราะ

ภาษาคาราโอเกะ เพื่อสามารถใช้ในสื่อสารผ่านช่องทางไลน์ได้ในทุกๆวัน รวมทั้งยังเป็นการบอกความหมายในการติดต่อเชื่อมโยงถึงกัน และเข้าถึงใกล้กันมากขึ้นในช่วงเวลาที่เราต้อง Social Distancing เช่นนี้

มาสคอตวิเวียน เปรียบเสมือนตัวแทนสำหรับการให้ของขวัญจากหลุยส์ วิตตอง เปิดตัวครั้งแรกในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ.2017ด้วยคาแรคเตอร์ที่สดใส น่ารัก สนุกสนาน กับเอกลักษณ์ที่มีหัวเป็นดอกไม้มีกลีบ4 แฉก ส่วนตาข้างหนึ่งปิดไว้ด้วยดอกไม้จากลวดลายโมทีฟMonogram อันเป็นไอคอนิคของหลุยส์ วิตตอง โดยชื่อของวิเวียนมาจาก VVN Leather  หนังที่ใช้ในการผลิตกระเป๋าของหลุยส์ วิตตอง นั่นเอง

สามารถดาวน์โหลดLouis Vuitton Vivienne LINE สติกเกอร์  ได้แล้ววันนี้ที่ https://line.me/S/sticker/17828 และติดตามช่องทาง Line @louisvuittonth 

อยู่บ้านก็เสพย์งานศิลป์ระดับโลกได้! Jeff Koons เปิดให้ชมผลงานสุดไอคอนิก ‘Balloon Venus’ สีล่าสุด ได้ผ่านสตูดิโอออนไลน์ของ David Zwirner

Jeff Koons ศิลปินชาวอเมริการที่โด่งดังจากงานศิลป์สไตล์ balloon modelling หรือการสร้างงานศิลปะจากรูปทรงของลูกโป่งที่ถูกนำมาดัดเป็นสิ่งต่างๆ กำลังจัดนิทรรศการออนไลน์เกี่ยวกับผลงานประติมากรรม Balloon Venus อันโด่งดังของเขาผ่าน Studio สตูดิโอออนไลน์แห่งใหม่ของ David Zwirner ตัวแทนซื้อขายงานศิลป์และเจ้าของแกลเลอรี่ชื่อดังชาวเยอรมัน 

Jeff Koons

Venus ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความรักและความเจริญพันธุ์นั้น ถูกนำมาตีความใหม่ในผลงานของ Koons นับตั้งแต่ยุค 70’s เป็นต้นมา ผลงานที่โด่งดังที่สุดของ Koons ยังรวมถึงการตีความ Venus of Lespugue ประติมากรรมขนาดเล็กจากยุคหินเก่าเมื่อ 24,000-26,000 ปีก่อน ซึ่งสร้างข้อถกเถียงเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันเกี่ยวกับการค้นพบผลงานศิลปะเชิงนามธรรมชุดแรก ๆ ของโลก  

Venus ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความรักและความเจริญพันธุ์นั้น ถูกนำมาตีความใหม่ในผลงานของ Koons นับตั้งแต่ยุค 70’s เป็นต้นมา ผลงานที่โด่งดังที่สุดของ Koons ยังรวมถึงการตีความ Venus of Lespugue ประติมากรรมขนาดเล็กจากยุคหินเก่าเมื่อ 24,000-26,000 ปีก่อน ซึ่งสร้างข้อถกเถียงเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันเกี่ยวกับการค้นพบผลงานศิลปะเชิงนามธรรมชุดแรก ๆ ของโลก  

Koons ได้เล่นกับความเป็นนามธรรมการอุปมาในรูปปั้น Venus ให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น จนกลายเป็นผลงานอย่าง Ballon Venus Lespugue เมื่อปี 2013 และ Ballon Venus Lespugue (Red) ที่เพิ่งเสร็จสมบูรณ์ในปีนี้ โดยในนิทรรศการครั้งนี้นั้น ประกอบด้วยวีดิโอการทำงาน ภาพวาดแบบร่าง และการบรรยายถึงผลงานโดย Koons เอง 

“นี่เป็นครั้งแรกที่ได้นำผลงานมาจัดแสดงสู่สาธารณชนผ่าน Studio ทางออนไลน์ ตัวประติมากรรมก็จะยังคงเปลี่ยนแปลงและมีปฏิสัมพันธ์ไปตามสภาพแวดล้อมเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในร่มหรือกลางแจ้งก็ตาม และแม้จะเป็นภาพแทนของวัตถุโบราณที่มีอายุกว่า 25,000 ปี แต่ขณะเดียวกันก็มีความร่วมสมัยอยู่ด้วย” Koons กล่าวถึงผลงานของตัวเอง 

สามารถเข้าไปเยี่ยมชมนิทรรศการของ Koons นี้ได้ที่สตูดิโอออนไลน์ของ Zwirner ที่นี่เลยครับ

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Tap the 𝗹𝗶𝗻𝗸 𝗶𝗻 𝗯𝗶𝗼 to step inside ‘Studio: @JeffKoons,’ now live at #DavidZwirnerOnline.⁣ ⁣ This special, expanded edition of ‘Studio’ illuminates for the first time, a large-scale balloon sculpture recently completed by #JeffKoons of the goddess Venus, a figure that has recurred in the artist’s work since the late 1970s.⁣ ⁣ Featuring process videos, the artist’s preparatory drawings, and Koons’s own voice as a guide, this presentation offers an unprecedented look at his practice and work.⁣ —⁣ Jeff Koons⁣ ‘Balloon Venus Lespugue (Red),’ 2013–2019⁣ Mirror-polished stainless steel with transparent color coating⁣ 105 1/16 x 48 13/16 x 41 3/16 inches⁣ 266.9 x 124.1 x 104.7 cm⁣ ⁣ #davidzwirner #onlineexhibition #sculpture #artiststudio #artistlife #historyofart #arthistory⁣ ⁣

โพสต์ที่แชร์โดย David Zwirner (@davidzwirner) เมื่อ

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun