เท่และเหมาะกับสถานการณ์ตอนนี้มากๆ Austin Babbitt ศิลปินมาแรงจากอเริกาแปลงโฉมเสื้อตัวเก่าเป็นมาร์กเท่ๆสไตล์สตรีท!

เท่และเหมาะกับสถานการณ์ตอนนี้มากๆ Austin Babbitt (@asspizza) ดีไซเนอร์หนุ่มจากนิวยอร์ก หยิบเอาเสื้อยืดตัวเก่ามาทำเป็น mask แบบสวมหัวที่เย็บเสริมบริเวณขอบตาและจมูก พร้อมสกรีนลายรอบปากและกรอบหน้า

Austin Babbitt

ซึ่งถึงแม้จะอายุเพียงแค่ 22 ปีแต่เจ้าตัวก็ได้ร่วมงานกับแบรนด์ใหญ่อย่าง Supreme รวมถึงศิลปินฮิปฮอประดับแถวหนัาทั้ง Kanye West และ Wiz Khalifa มาแล้วครับ

ด้วยสไตล์ดิบๆที่หยิบเอาของใกล้ตัวมาคัสตอมด้วยสีสันร้อนแรงและกราฟฟิกที่เต็มไปด้วยอารมณ์ดุดัน ใครจะลองหยิบเสื้อตัวเก่ามาทำตามก็ได้นะครับ!

เดวิด เบ็คแฮม ในฐานะทูตสันถวไมตรีขององค์การยูนิเซฟร่วมรณรงค์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อวัคซีนป้องกันโรค

เนื่องในสัปดาห์แห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก (World Immunization Week) ซึ่งตรงกับสัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายนของทุกปี เบ็คแฮมได้ปล่อยวิดีโอโดยเขาได้พูดถึงการห่างหายจากกิจกรรมในชีวิตประจำวันที่ผู้คนทั่วโลกต้องเผชิญในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นการไม่ได้กอดกับคนในครอบครัว การไม่ได้เจอเพื่อนหรือคนที่รัก  โดยเขาได้กระตุ้นให้พ่อแม่ผู้ปกครองเข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อให้ปลอดภัยจากโรคร้าย ในขณะเดียวกัน เบ็คแฮมยังได้ย้ำให้ผู้ปกครองพาบุตรหลานเข้ารับวัคซีนที่จำเป็นตามกำหนด เพื่อปกป้องเด็กๆ จากโรคต่างๆ เช่น โรคคอตีบ หัด และโปลิโอ

เบ็คแฮมกล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมา เราต่างเห็นแล้วว่าโรคโควิด-19 ได้นำมาซึ่งความสูญเสียอันมหาศาล แต่ขณะเดียวกัน ก็เตือนให้เราเห็นถึงความสำคัญและศักยภาพของวัคซีน วัคซีนเป็นสิ่งที่ได้ผลและสามารถช่วยชีวิตหลายล้านชีวิตได้ในแต่ละปี  จากการที่ผมร่วมงานกับยูนิเซฟมาตลอดหลายปี ผมเรียนรู้ว่าวัคซีนสำคัญมากขนาดไหนต่อสุขภาพของคนที่เรารัก แต่กระนั้น ก็ยังมีเด็กทั่วโลกจำนวนมากที่ไม่ได้รับวัคซีนจะช่วยปกป้องพวกเขาจากโรคร้ายต่าง ๆ  ตามกำหนด นี่เป็นเหตุผลที่ผมออกมารณรงค์ในสัปดาห์แห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก ผมภูมิใจมากที่ได้ร่วมมือกับยูนิเซฟและพันธมิตร เพื่อเชิญชวนให้พ่อแม่ไปฉีดวัคซีน และพาลูกๆ ไปรับวัคซีนตามกำหนดเช่นกัน”

นอกจากเดวิด เบ็คแฮม แล้ว ยังมีทูตยูนิเซฟและศิลปินผู้สนับสนุนอีกหลายคน อาทิ ออร์แลนโด บลูม, โซเฟีย คาร์สัน, โอลิเวีย โคลแมน, แองเจลิค คิดโจ, เจเรมี หลิน, อลิซซ่า มิลาโน และเจสซี่ แวร์ อีกทั้งบุคลาการทางการแพทย์ ครู และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วทุกมุมโลก ที่พร้อมใจกันออกมารณรงค์เรื่องวัคซีนผ่านกิจกรรมออนไลน์ นอกจากนี้ บุคลากรที่ทำงานด่านหน้าจากหลากหลายประเทศ ทั้งในประเทศเบนิน อินโดนีเซีย จอร์แดน และเปรู ก็จะมาบอกเล่าประสบการณ์จริง เพื่อชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของวัคซีนในการช่วยปกป้องเด็ก ๆ จากโรคร้ายต่าง ๆ ได้

ทุก ๆ ปี ทารกแรกเกิดและเด็ก 14 ล้านคนทั่วโลก ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคที่สามารถป้องกันได้  ซึ่งจำนวนมากอาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกล พื้นที่ที่มีความขัดแย้ง หรือในชุมชนแออัด ที่บริการสาธารณสุขเข้าไม่ถึง ในปีที่ผ่านมา การแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบให้สถานการณ์ดังกล่าวแย่ลงไปอีก อีกทั้งมาตรการล็อกดาวน์และอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการจัดส่ง ยังอาจส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตของเด็กจากโรคที่ป้องกันได้เพิ่มขึ้นมหาศาล

ในประเทศไทย การได้รับวัคซีนของเด็กยังคงเป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วงในพื้นที่ชายแดนใต้ ผลสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติและสนับสนุนจากยูนิเซฟ ระบุว่า ในจังหวัดปัตตานีและจังหวัดนราธิวาส มีเด็กอายุ 1 ปีเพียงร้อยละ 63 และร้อยละ 52 เท่านั้นที่ได้รับวัคซีนครบ ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศที่ร้อยละ 82 

สัปดาห์แห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก (World Immunization Week) มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงวัคซีนเพื่อปกป้องผู้คนทุกเพศทุกวัยจากโรคภัยไข้เจ็บ ในปีนี้ การรณรงค์ได้เน้นแนวคิด “Vaccines bring us closer” หรือ “วัคซีนเชื่อมเราให้ใกล้กัน” ที่กระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้คนทั่วโลกเรื่องการสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของวัคซีนในการเชื่อมผู้คนให้ใกล้กัน ตลอดจนส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้คนทุกที่ทั่วโลกไปตลอดช่วงชีวิต

การพูดคุยออนไลน์กับทูตสันถวไมตรีของยูนิเซฟ จะเผยแพร่ทาง เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม และสามารถดาวน์โหลดข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่นี่ ตลอดสัปดาห์แห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก

เหมาะกับช่วงที่ต้องอยู่บ้าน! concept design ลาย Swoosh ออกแบบโดย Davide Perella

เหมาะกับช่วงที่ต้องอยู่บ้าน! concept design ของโต้ะกลางลาย Swoosh ของ Nike ออกแบบโดย Davide Perella ศิลปินชาวอิตาลีที่ดูๆไปก็ได้กลิ่นไอของเฟอร์นิเจอร์โมเดิร์นชิ้นคลาสสิคอย่าง Noguchi Coffee Table ที่เปิดตัวในปี 1947 อีกด้วยครับ ได้แต่หวังให้รีบๆวางจำหน่ายจริงๆสำหรับโต้ะตัวนี้!

Moët & Chandon x AMBUSH

Moët & Chandon ประกาศความร่วมมือระดับโลกครั้งแรกกับ Yoon นักออกแบบผลิตภัณฑ์ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทั่งโลก โดยความร่วมมือของ Moët & Chandon x AMBUSH จะแสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่เหมือนใครของ Yoon แต่ยังคงไว้ซึ่งคาแร็คเตอร์ของแบรนด์ซึ่งมีประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนาน

ในการก้าวไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญและน่าสนใจนั้น Moët & Chandon ได้นำเสนอแพลตฟอร์มอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับ Yoon นักออกแบบจากโตเกียว ที่ ณ ขณะนี้เปรียบเสมือนดาวรุ่งในกลุ่มนักออกแบบเชิงนวัตกรรมรุ่นใหม่ ที่นำวิสัยทัศน์อันสร้างสรรค์และทันสมัยมาสู่การทำงานร่วมกันกับ Moët & Chandon ในครั้งนี้ เหตุผลที่ Maison เลือกร่วมงานกับผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของแบรนด์แฟชั่น AMBUSH คนนี้ มาจากการได้รับรู้ถึงจิตวิญญาณของ Yoon ในการเป็นผู้บุกเบิกหรือที่เรียกอีกชื่อว่า “ผู้ทำลายกฎ” แต่ยังคงไว้ซึ่งความเคารพอย่างยิ่งต่องานฝีมือ และ การถ่ายถอดความรู้ที่ได้รับการยกย่องตามกาลเวลา รวมถึงมีความปรารถนาร่วมกันที่จะใช้การออกแบบและความสร้างสรรค์อย่างร่วมสมัยในการอนุรักษ์และรักษาธรรมชาติเอาไว้

“ฉันรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้รับเกียรติในครั้งในในการออกแบบขวด Moët Impérial มันเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ในการได้รับสัญลักษณ์อันเป้นที่รู้จักของคนทั่วโลกจาก Moët & Chandon แต่ฉันเห็นว่ามันเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ในเวลาเดียวกัน ที่จะนำสุนทรียภาพอันงดงามในสไตล์ของตัวเองมาสู่แชมเปญอันโด่งดังนี้” Yoon ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ AMBUSH กล่าว “ ในการเยี่ยมชม Epernay ของฉัน ๆ ได้เห็นความทุ่มเทของผู้คนที่ Moët & Chandon ที่มีต่อธรรมชาติและดินแดนอันมีค่าของพวกเขา สิ่งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ฉันเลือก World Land Trust เพื่อรับการสนับสนุนจากแบรนด์ เพื่อที่เราจะได้ช่วยกันอนุรักษ์พื้นที่อื่น ๆ ทั่วโลกด้วยกัน”


ตามค่านิยมของ Moët & Chandon สำหรับการมีความเอื้อเฝื้อเพื่อแผ่ต่อสังคมที่ส่งผลให้แบรนด์ค่อยๆ ขยายความยิ่งใหญ่มาตั้งแต่ปี 1743 ดังนั้นเผื่อสืบทอดค่านิยมและความตั้งใจนี้ Moët & Chandon จะบริจาคผลกำไรส่วนหนึ่งจากการขาย Moët & Chandon x AMBUSH ที่ผลิตในจำนวนจำกัด ให้กับ World Land Trust ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลระดับนานาชาติ ที่ปกป้องและอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของธรรมชาติที่ถูกคุกคาม ภารกิจของ World Land Trust คือการสนับสนุนพันธมิตรด้านการอนุรักษ์ในท้องถิ่นเช่น Fundación Jocotoco ในเอกวาดอร์ในความพยายามที่จะหยุดยั้งการทำลายระบบนิเวศและเพื่อปกป้องแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์หายากและใกล้สูญพันธุ์ยังคงอยู่รอด
“เรารู้สึกขอบคุณสำหรับความตั้งใจของ Moët & Chandon ในการช่วยเรารักษาเขตสงวน Canandé ในป่า Chocó ของประเทศเอกวาดอร์ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพเช่นเดียวกับป่าฝนอเมซอนแต่ถูกคุกคามมากกว่า” โจนาธาน บาร์นาร์ด ซีอีโอของ World Land Trust กล่าว “ ปัจจุบันสภาพป่าที่ยังสมบูรณ์เหลือเพียง 2 เปอร์เซ็นต์ของป่าแห่งนี้ แต่ยังคงมีสัตว์อาศัยอยู่โดย 10 เปอร์เซ็นต์เป็นสัตว์สายพันธ์หายากที่ไม่สามรถพบที่ไหนบนโลกใบนี้ การสนับสนุนจากการทำงานร่วมกันของ Moët & Chandon x AMBUSH จะมีผลโดยตรงต่อการหยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่า Chocó ไม่เพียงแต่เพื่อประโยชน์ของสัตว์สายพันธุ์ที่เปราะบางและหายากเท่านั้น แต่ยังเพื่อต่อสู้กับสาเหตุหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกด้วย”
ความร่วมมือระหว่าง Moët & Chandon และ Yoon ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 152 ปีที่ขวดแชมเปญ อันเป็นเอกลักษณ์ของ Moët Impérial ซึ่งถือเป็นแชมเปญสัญลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2412 ได้รับการออกแบบใหม่โดยศิลปิน Yoon ได้ผสมผสานความสวยงามแบบมินิมอลของเธอเข้าไปในดีไซน์ใหม่ มีการปรับคอขวดจากสีทองเป็นสีดำเข้มตัดกับฉลากที่มีลายนูนเป็นสีขาวเพื่อให้ได้ดีไซน์ที่ดูสะดุดตาซึ่งเปรียบเสมือนหน้าต่างที่จะจุดประกายและนำพาไปสู่อนาคตที่เต็มไปด้วยโอกาสและความสำเร็จที่รออยู่อีกด้านของผู้ที่กล้าที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้า

“พวกเราตื่นเต้นกับการได้ร่วมงานกับ Yoon ในครั้งนี้เพราะมันได้นำความสดใหม่ที่ไม่หยุดยั้งมารวมเข้ากับมรดกอันล้ำค่าที่มีมาอย่างยาวนานหลายศตวรรษของ Moët & Chandon และสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของเราในการอนุรักษ์ธรรมชาติเพื่อให้แน่ใจว่าเราได้สร้างอนาคตที่สดใสส่งต่อให้สำหรับคนรุ่นต่อไป” Benoît Gouez, Cellar Master of Moët & Chandon

Moët Impérial ขวดลิมิเต็ดเอดิชั่นโดยมีความร่วมมือกับ Yoon ตัวขวดถูกบรรจุด้วยแชมเปญคุณภาพระดับเรือธงของแบรนด์ ที่นิยามด้วยความสดชื่นที่มาพร้อมกับกลิ่นหอมของผลไม้และความกลมกล่องของรสชาติซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะทั้งหมดของ Moët & Chandon. Moët Brut Impérial ถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความมีชีวิตชีวาและความหลากหลายของไร่องุ่นในแคว้นแชมเปญ โดยตัวแชมเปญมีโครงสร้างที่โดดเด่นและชัดเจนจากองุ่นพันธุ์ Pinot Noir เสริมด้วยความกลมกล่อมจากองุ่นพันธุ์ Meunier และปิดท้ายด้วยความสดชื่นจากองุ่นพันธุ์ Chardonnay

Moët & Chandon x AMBUSH ลิมิเต็ดอิดิชั่นมีวางจำหน่ายที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ นอกเหนือจากนี้ยังมีจำหน่ายที่เลานจ์ บาร์ โรงแรมและร้านไวน์ชั้นนำทั่วโลก.

ABOUT MOËT & CHANDON
Moët & Chandon ก่อตั้งขึ้นในปี 1743 มีส่วนร่วมในการแนะนำแชมเปญให้กับคนทั่วโลกด้วยการนำเสนอไวน์ที่ไม่เหมือนใครที่สามารถดื่มได้ในทุกโอกาส ตั้งแต่ Moët Impérial ที่เป็นเอกลักษณ์ไปจนถึง Grand Vintage Collection และตั้งแต่ Moët Rosé Impérial ที่มีประหวัดมาอย่างยาวนาน ไปจนถึง Moët Ice Impérial ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ซึ่งแชมเปญทุกตัวมาพร้อมรสชาติที่เมื่อได้ลิ้มลองแล้วทำให้รู้สึกถึงความสดชื่อของผลไม้และรสชาติอันกลมกล่อมที่มีเอกลักษณ์อันชัดเจนนับตั้งแต่ก่อตั้ง Moët & Chandon เป็นแชมเปญทางเลือกเพื่อเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์หรือช่วงเวลาส่วนตัวที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่น่าจดจำในชีวิต Moët & Chandon มีรูปแบบของการเฉลิมฉลองที่บ่งบอกถึงช่วงเวลานั้นด้วยวิธีที่ไม่เหมือนใคร

ABOUT WORLD LAND TRUST
World Land Trust (WLT) ปกป้องแหล่งที่อยู่อาศัยที่สำคัญทางชีวภาพและถูกคุกคามมากที่สุดในโลกโดยเอเคอร์ต่อเอเคอร์ ผ่านเครือข่ายขององค์กรพันธมิตรทั่วโลก WLT ให้เงินทุนในการสร้างเขตสงวนและให้การคุ้มครองที่อยู่อาศัยและสัตว์ป่าอย่างถาวร ความร่วมมือได้รับการพัฒนาโดยองค์กรท้องถิ่นที่จัดตั้งขึ้นและได้รับการยอมรับอย่างสูงซึ่งมีส่วนร่วมในการสนับสนุนและความมุ่งมั่นระหว่างชุมชน WLT ยังทำงานเพื่อสร้างความตระหนักในสหราชอาณาจักรและที่อื่น ๆ ถึงความจำเป็นในการอนุรักษ์เพื่อปรับปรุงความเข้าใจและสร้างการสนับสนุนผ่านข้อมูลและการระดมทุน

Please drink responsibly.

Tom Hancocks ศิลปินจากนิวยอร์กออกแบบอาร์มแชร์ที่สวยและลงตัว ที่ถ้าผลิตออกวางจำหน่ายเมื่อไหร่น่าจะขายหมดอย่างรวดเร็ว!

ผลิตออกมาเมื่อไหร่ขอจองเลย! Tom Hancocks ศิลปินจากนิวยอร์กออกแบบอาร์มแชร์เท่ๆที่มีกลิ่นไอ industrial และความโมเดิร์นของแสตนเลสและกระจก พร้อมเบาะหนังนุ่มๆสีเหลืองสร้าง contrast ที่ลงตัวมากๆ

แม้ว่ายังเป็นงาน concept ในรูปแบบ digital art แต่รับรองว่าถ้าวางขายจริงน่าจะขายดีมากแน่ๆครับ

แต่งบ้านอย่างมีสีสันพร้อมด้วยสไตล์ด้วยพรมคู่สีสวยจาก Untitled Yet Studio

แต่งบ้านอย่างมีสีสันพร้อมด้วยสไตล์ Untitled Yet Studio เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ออกแบบพรมได้น่าสนใจด้วยการหยิบเอาส่วนประกอบอย่าง โลโก้ และลายเส้นของศิลปะและแบรนด์เนมมาใส่ไว้ในงานได้อย่างสนุก โดยเรารวบรวมเอางานผืนที่มีโลโก้ Swoosh เอกลักษณ์ของ Nike มาฝากกันแต่ละผืนถือว่าสวยทีเดียวครับ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ €140 หรือประมาณ 5,000 บาทครับ! (ขนาดพรมอยู่ที่ประมาณ 65*55cm)

สามารถชมทุกดีไซน์พร้อมราคาได้ที่นี่เลยครับ

Reclaimed Legacy by Kindness Wood นิทรรศการที่จะทำให้คุณเชื่อมั่นในความงดงามหากแหว่งวิ่นของธรรมชาติมากขึ้น

Author: Pacharee Klinchoo

Photographer: Perakorn Voratananchai

‘From Flaw to Flawless’ คือสิ่งที่ชารีฟ ลอนา Design Director ของ Studio Act of Kindness ดีไซน์สตูดิโอสุดเก๋ ยึดมั่นในการรังสรรค์วัสดุไม้จากเศษไม้เหลือเก็บในโกดังของ Champaca แบรนด์ผลิตและจำหน่ายไม้แท้คุณภาพสูง ที่ลูกค้าและสถาปนิกชั้นนำเลือกใช้ภายใต้ชื่อ ‘Kindness Wood’ หลังจากที่เขาได้เรียนรู้ว่าเศษไม้เหลือใช้ในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์นั้นมีมากมายมหาศาลขนาดไหน “ตอนแรกสุดที่ผมได้เข้าไปคุยงานกับแบรนด์ Champaca ก็คือเขาอยากได้คอลเลกชั่นไม้พื้นลายแปลกๆ แต่พอผมได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมโรงงาน ผมเห็นทันทีเลยครับว่าแบรนด์นี้มีศักยภาพที่จะไปได้มากกว่าการทำแพทเทิร์นพื้นไม้ไปขายในโชว์รูม” เขาเริ่มต้นเล่าโปรเจ็กต์วัสดุไม้จากเศษไม้ด้วยแววตาตื่นเต้น “ผมไปเจอเศษไม้เหลือจากการผลิตเข้า… อธิบายแบบนี้ดีกว่าครับ เวลาได้ซุงมาท่อนหนึ่งน่ะครับ ซุงจะถูกเลือกให้เป็นเกรดเออยู่แค่ 70% เท่านั้น อีก 30% ที่เหลือที่มีตาไม้หรือร่องรอยของธรรมชาติจะถูกคัดออกว่าเป็นไม้ตกเกรด แต่ด้วยธรรมชาติของต้นไม้ ทำให้เราไม่สามารถควบคุมเกรดของไม้ได้เลย ทำให้โรงงานนั้นสะสมเศษไม้ไว้สามโกดังขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นการสะสมมาสามชั่วอายุคนแล้วครับ พอผมเปรยว่าผมอยากจะทำโปรเจ็กต์แบบนี้ คุณพ่อของแพท (พัฒนิศ เจริญกุล Vice President ของ Champaca) ก็ไฟเขียวทันทีเลยครับ เพราะตลอดชีวิตของท่านที่ทำงานมา ท่านเห็นมาตลอดว่าหนทางเดียวในการกำจัดไม้เหล่านี้คือการเผาทิ้ง ทำเป็นเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์ส่วนอื่นๆ ของโรงงาน ท่านแฮ้ปปี้มากเลยครับกับโปรเจ็กต์นี้”

ตั้งแต่วันที่ชารีฟได้ก้าวเข้าไปสัมผัสกับเศษไม้จำนวนมหาศาลมาจนถึงวันเปิดแสดงงานนิทรรศการ Reclaimed Legacy ที่โชว์เคสการประยุกต์ใช้วัสดุไม้จริงนั้นกินเวลาเพียงห้าเดือนเท่านั้น ซึ่งถือว่าสั้นมากจริงๆ สำหรับโปรเจ็กต์ใหญ่ขนาดนี้ “ที่ผ่านมา ผมเรียนสถาปัตย์ฯ มา ก็รู้ดีว่าการดีไซน์อย่างยั่งยืนนั้นมันทำได้หลายรูปแบบมาก มีแนวคิดหลากหลายแบบ ส่วนตัวผมรู้สึกว่า ที่ผ่านมา ทุกคนมองเวลาของขยะสั้นไปหน่อย การนำเอาผักตบชวาหรือขวดน้ำมาทำเก้าอี้หรือเฟอร์นิเจอร์มันก็สวยได้แป๊บเดียว เป็นแค่อีเวนต์หนึ่ง แล้วมันก็กลายเป็นขยะอยู่ดี ผมเลยอยากทำอะไรที่มันยั่งยืนกว่านั้น เลยมองว่าเรามีกลุ่มคนที่ไม่สามารถซื้อไม้สักทั้งก้อนได้อยู่แล้ว ถ้าเราสามารถทำไม้สำเร็จรูปจากไม้สักจริงที่มีลายพร้อมใช้เป็นตัวเลือกให้คนเหล่านี้ โดยราคาถูกกว่าเป็นครึ่งหนึ่ง ก็น่าจะดีกว่า”

เฟอร์นิเจอร์ที่ถูกจัดแสดงในนิทรรศการ Reclaimed Legacy ครั้งนี้คือคอลเลกชั่นที่จับต้องได้เพื่อแสดงศักยภาพของ Kindness Wood ว่าทำอะไรได้บ้าง “หลังจากสำรวจเศษไม้ทั้งหมดสามโกดังเต็มๆ แล้ว ผมก็แยกเศษไม้ทั้งหมดออกมาเป็น 14 หมวด” ชารีฟอธิบายต่อด้วยแววตาตื่นเต้นเช่นเคย “ที่มีกรุ๊ปค่อนข้างใกล้เคียงกัน ทุกอย่างมีจำนวนมหาศาลเลยครับ ผมก็ทำไม้ประกอบออกมาทั้งหมด 7 ซีรีส์ ซึ่งระบบหลักของมันคือไม้เหล่านี้จะออกมาเป็นก้อน เหมือนซุง แต่ในแง่ของธุรกิจแล้ว ถ้าลูกค้าต้องการไม้แผ่น ทางเราสามารถจัดการให้ได้ด้วยความบางที่สุดถึง 4 มิลลิเมตร ซึ่งการอัดไม้ก้อนนี้ก็ถือว่าเป็นการเรียนรู้ใหม่กันหมดทุกคน ทุกภาคส่วน คนงานเองก็ได้พัฒนาตัวเอง บริษัทเองก็ได้ทำงานสร้างสรรค์ใหม่โดยใช้ต้นทุนเดิมของตัวเองที่กองเสียเปล่าอยู่มาหลายทศวรรษ ทำให้เกิดมูลค่าใหม่ ดังนั้น นิทรรศการ Reclaimed Legacy นี่คือแสดงอย่างชัดเจนว่า Kindness Wood มีศักยภาพแค่ไหน เนื่องด้วยความพิเศษที่ผมดีไซน์แต่ละลาย คือในหนึ่งก้อนไม้สามารถตัดออกมาได้สี่ลายไม่เหมือนกันตามแต่ว่าเราจะตัดในมุมไหน ซึ่งถ้าเอาก้อนไม้ทั้งหมด 7 ลายมาตัดเรียงกัน คุณจะได้แพทเทิร์นลายไม้ทั้งหมด 28 แบบ ดังนั้น ไม้หนึ่งก้อนที่คุณซื้อไป สามารถใช้หมดได้ 100% เลยครับ”

เรายังอดประทับใจความรวดเร็วในการรันโปรเจ็กต์ Kindness Wood ระหว่างสองธุรกิจนี้ไม่ได้ มันเหมือนกับเจอเนื้อคู่น่ะ เราออกความเห็น “ที่ผ่านมา ทาง Champaca ได้พยายามจะทำอะไรหลายอย่างอยู่แล้วครับ” ชารีฟยิ้ม “ไปร่วมมือกับองค์การป่าไม้ ไปปลูกป่า ทำอะไรหลายๆ อย่าง ทดแทนสิ่งที่ตัวเองรู้สึกผิดในระหว่างการทำงาน ส่วนผมเองก็เป็นอินทีเรียร์ดีไซน์ที่ทำงานลักชัวรี่เรสซิเดนท์มาเยอะมาก ใช้ไม้ ใช้หินกันแบบสิ้นเปลืองเหมือนจะระเบิดทั้งเขามา ดังนั้น ลึกๆ ผมเองก็รู้สึกผิดอยู่เช่นกันครับ และพอเราได้มาคุยกัน เราเลยคลิกกันทันทีครับ และผมเชื่อนะครับว่า ช่างไม้เองก็คงจะรู้สึกผิดไม่แพ้พวกเราหรอกครับ เพราะไม้ก็คือเครื่องมือทำมาหากินของพวกเขา ถ้าเราจะสามารถเอาเศษเหลือเหล่านั้นมาทำให้เกิดประโยชน์ และยืดระยะเวลาการตัดไม้ออกไปได้อย่างแท้จริง ใครจะไม่ทำล่ะครับ”

นิทรรศการ Reclaimed Legacy by Kindness Wood จัดแสดงที่ Warehouse 30 (โกดัง 3) ตั้งแต่วันนี้ – 8 เมษายนนี้ ติดตามรายละเอียดได้ ที่นี่

Louis Vuitton Ginza ปรับโฉมสโตร์ครั้งล่าสุดกับตึก 7 ชั้นที่ถูกเนรมิตให้เหมือนกับภาพสะท้อนแสงของผืนน้ำ

สโตร์ล่าสุดกับตึก 7 ชั้น Louis Vuitton Ginza Namaki Store ย่าน กินซ่าในกรุงโตเกียว ถูกปรับโฉมใหม่โดยสถาปนิก Jun Aoki ที่มาออกแบบ facade แสนดึงดูดตาที่แสงสะท้อนและรูปทรงเรขาคณิตอันได้แรงบันดาลใจจากแสงที่ตกกระทบน้ำเกิดเป็นสีสันหลากสีไม่รู้จบจากภายนอกอาคารถูกนำมาปรับใช้ภายในสโตร์ด้านในที่ออกแบบโดย Peter Marino Architect และใช้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นสวยหายากจาก Pierre Paulin และ Stefan Leo 

และชั้นบนสุดก็จะเป็นร้านอาหารและคาเฟ่ Le Café V โดยเชฟคนดังของญี่ปุ่น Yosuke Suga ครับ หมดโควิดเมื่อไหร่ถือเป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจและน่าแวะไปเยี่ยมชมมากครับ

Business France เตรียมจัดงาน French Fashion Corner ครั้งที่หนึ่งเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อชาวไทยได้ทำความรู้จักกับแบรนด์แฟชั่นกลุ่มนิชจากฝรั่งเศสโดยตรง


Author: Ruckdee Chotjinda

Photographer: Perakorn Voratananchai

French Fashion Corner เป็นกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจที่จะจัดในวันพุธที่ 24 มีนาคมตั้งแต่เวลา 14.00 น. ที่สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ ผู้จัดงานนี้คือ Business France หน่วยงานระดับชาติของประเทศฝรั่งเศสซึ่งมีเป้าหมายหลักในการส่งเสริมกิจการของบริษัทสัญชาติฝรั่งเศสในต่างประเทศ โดยงานในครั้งนี้ได้รวบรวมแบรนด์แฟชั่นระดับนิชต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแว่นตา นาฬิกา รองเท้า ชุดว่ายน้ำ ฯลฯ มาให้ผู้ซื้อชาวไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมพูดคุยกับตัวแทนของแต่ละแบรนด์ผ่านระบบวีดีโอคอล 

แน่นอนว่าเรามีคำถามมากมายเกี่ยวกับแนวคิดที่แปลกใหม่ซึ่งเป็นการผสมผสานแพลทฟอร์มแบบฟิสิคอลและดิจิตอลในครั้งนี้ และเราก็ได้รับเกียรติจากอัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายการพาณิชย์ เอสแตล ดาวีด เป็นผู้ตอบคำถามทั้งหมด พร้อมนำทีมงาน L’Officiel Thailand, L’Officiel Hommes Thailand และ Luxuo Thailand ชมพรีวิวผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ต่างๆ ที่จะมาร่วมงาน French Fashion Corner ครั้งแรกนี้ด้วย 

ฝรั่งเศสขึ้นชื่อด้านแฟชั่นและสินค้าลักชัวรี่เพราะอะไร

ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับแฟชั่นมายาวนานตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 ชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ให้กำเนิดโอตกูตูร์ และนับจากนั้นมาเราก็มีแบรนด์มากมายที่โด่งดังไปทั่วโลกอย่าง Hermès และ Louis Vuitton แต่เป้าหมายหลักของ French Fashion Corner คือการนำเสนอว่าฝรั่งเศสไม่ได้มีเพียงแค่แบรนด์ระดับโอตกูตูร์หรือแบรนด์ลักชัวรี่ระดับสูงเท่านั้น แต่ยังมีแบรนด์ในกลุ่มนิชที่มีราคาตั้งแต่ระดับแคชวลขึ้นไปถึงลักชัวรี่ 

Business France ไม่เคยจัดงาน French Fashion Corner ในประเทศอื่นใดมาก่อนหน้านี้ 

ใช่แล้วค่ะ นี่เป็นครั้งแรกเลยจริงๆ French Fashion Corner เป็นโครงการใหม่ของเราที่ไม่เหมือนใคร ทั้งหมดก็เกิดขึ้นเพราะสถานการณ์โควิด อย่างที่ทราบกันว่าเพราะไม่มีใครเดินทางไปที่ใดได้ ผู้ซื้อในประเทศไทยก็ไม่สามารถเดินทางไปยุโรปหรือปารีสได้เช่นกัน ไม่สามารถไปดูแฟชั่นโชว์ต่างๆ ได้ เราจึงเกิดแนวคิดว่าจะนำคอลเลคชั่นสินค้าของแบรนด์ฝรั่งเศสในกลุ่มนิชต่างๆ มายังเมืองไทย ให้ผู้ซื้อในไทยได้เห็นว่าฝรั่งเศสมีอะไรใหม่ๆ บ้าง แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับทุกฝ่ายก็ตาม 

เราจะจัดโชว์รูมในวันที่ 24 ที่สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพเพื่อนำเสนอสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดจาก 10 แบรนด์ที่เราเห็นว่ามีศักยภาพที่จะเติบโตในตลาดอาเซียนให้ผู้ซื้อได้เลือกศึกษา แบรนด์ทั้งหลายนี้พบเห็นได้บนท้องถนนของกรุงปารีส ร้านค้าแนวคอนเซปท์สโตร์ในปารีสและเมืองใหญ่อื่นๆ อย่างเช่นลียง 

นอกจากที่จะได้ทำความรู้จักและสัมผัสกับสินค้าแล้ว ผู้ซื้อยังจะได้พูดคุยกับเจ้าของแบรนด์หรือดีไซเนอร์ผ่านทางระบบการประชุมทางไกลด้วย โดยเราจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ประจำที่บูธของแต่ละแบรนด์ ทำให้งานนี้มีลักษณะเป็นฟิจิตอลและถือเป็นอะไรที่ใหม่มากเพราะว่าเราไม่เคยทำแบบนี้กับอุตสาหกรรมแฟชั่นในประเทศใดเลยในโลก แต่ประเทศไทยเป็นประเทศที่ชื่นชอบเรื่องของแฟชั่นเป็นอย่างมากและก็มีประวัติศาสตร์ในการสร้างสรรค์อุตสาหกรรมแฟชั่นที่ยาวนานด้วย จึงเป็นประเทศที่เหมาะสมที่เราจะได้ลองทำธุรกิจในรูปแบบนี้กัน 

French Fashion Corner เชิญผู้ซื้อมาร่วมงานแล้วจำนวนกี่คนและหากมีผู้สนใจเพิ่มเติมสามารถเข้าชมงานได้ทันทีเลยหรือไม่ 

งานนี้ไม่รับผู้เข้าชมโดยไม่มีการลงทะเบียนล่วงหน้าค่ะ คุณจะต้องลงทะเบียนก่อน ขณะนี้เราได้เชิญผู้ซื้อแล้วจำนวน 40 รายจากในประเทศไทยเท่านั้น แล้วถ้างานนี้เกิดผลก็อาจจะนำไปเป็นโมเดลเพื่อจัดในประเทศอื่นต่อไป 

เกณฑ์ที่คุณใช้ในการคัดเลือกแบรนด์คืออะไร 

เราหารือกันใหญ่โตเป็นการภายในเพื่อพิจารณาว่าแบรนด์ใดที่จะเหมาะกับตลาดไทยบ้าง แบรนด์ใดที่จะขายที่นี่ได้บ้าง เพราะไม่ใช่ว่าจะเหมาะไปเสียทุกแบรนด์ นี่เป็นประเด็นสำคัญ แบรนด์ทั้งหมดที่เราเลือกมาเป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์และมีศักยภาพที่ดีสำหรับตลาดไทย เราเองก็อยากจะดูเหมือนกันว่าเมื่อผู้ซื้อได้มาเห็นแล้วจะมีฟีดแบ็คอย่างไรบ้าง 

ส่วนมากที่เห็นจะเป็นสินค้าแอคเซสซอรี่ต่างๆ 

สำหรับการจัดงานครั้งแรกนี้ บริษัทแอคเซสซอรี่จะเป็นที่สนใจของตลาดไทย เรามีทั้งรองเท้า กระเป๋า นาฬิกาไปจนถึงจิวเวลรี่ เป็นจิวเวลรี่ระดับไฮเอ็นด์ และมีแว่นตา แตกต่างกันทั้งหมดเลย 

และเรารับทราบมาว่ามีบางแบรนด์เน้นเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติเป็นพิเศษด้วย 

ใช่แล้วค่ะ แบรนด์แรกที่ดิฉันอยากจะนำเสนอก็คือ Awake ซึ่งเป็นบริษัทแจ้งเกิดใหม่ แบรนด์นี้ดิฉันรู้สึกภูมิใจด้วยจริงๆ เพราะเขามีปรัชญาในการคิดว่าสินค้าลักชัวรี่สามารถผลิตจากวัสดุรีไซเคิลและวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ นาฬิกา Awake ผลิตจากแหจับปลาที่เก็บกู้มาจากท้องทะเล และท่านประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของประเทศฝรั่งเศสก็ใส่นาฬิกาแบรนด์นี้ในการประชุม G7 ที่ผ่านมา 

อีกแบรนด์หนึ่งที่อยากพูดถึงคือ Tatiane de Freitas ซึ่งก็ค่อนข้างใหม่ เป็นแบรนด์ชุดว่ายน้ำจากลียง เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่สามของประเทศฝรั่งเศส Tatiane de Freitas มีเอกลักษณ์ตรงที่มีความชิคในสไตล์ฝรั่งเศสแต่ก็มีความเผ็ดร้อนในสไตล์บราซิลเลียน นั่นเป็นเพราะว่าเจ้าของแบรนด์ซึ่งเป็นผู้ออกแบบด้วยนั้นมาจากบราซิล และแบรนด์นี้มีแนวทางในการดำเนินกิจการที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับที่เป็นตัวอย่างได้อย่างดี ตั้งแต่ขั้นตอนของการเลือกซื้อวัตถุดิบไปจนถึงเรื่องของการผลิตดีไซน์ต่างๆ 

นอกจากผลิตภัณฑ์และวีดีโอคอลแล้วงานในวันที่ 24 มีนาคมจะมีอะไรนำเสนออีกบ้าง 

งานส่วนที่เป็น B2B จะจัดในช่วงบ่ายเพราะเวลาจะตรงกับช่วงเช้าของฝรั่งเศส จากนั้นเราจะมีรันเวย์แฟชั่นโชว์ในตอนค่ำร่วมกับสมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพเพราะว่าเขามีหลักสูตรเกี่ยวกับการออกแบบแฟชั่นด้วย นักศึกษาของสมาคมก็จะได้นำเสนอคอลเลคชั่นของตนเอง และเราจะมีการนำเสนอแบรนด์ฝรั่งเศสด้วยเช่นกัน ตามด้วยค็อกเทลเป็นการปิดท้าย 

ผู้สนใจกรุณาลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนวันงานผ่านทางหน้า Google Form อย่างเป็นทางการของ French Fashion Corner ขอให้ทุกท่านบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจที่ตั้งไว้จากการร่วมงานในครั้งนี้  

teamLab นิทรรศการศิลปะมากสีสันกลับมาอีกครั้งกับการผสมผสานแสงสีเข้ากับห้องอบซาวน่า!

เมื่อศิลปะ ซาวน่า และแสงสีมารวมตัวกัน teamLab นิทรรศการแสงไฟหลากสียอดฮิตกลับมาอีกครั้งโดยการเนรมิตห้องอบซาวน่าของ Rinkan Sauna ในโตเกียว
ซึ่งนิทรรศการที่มาในชื่อ “TikTok teamLab Reconnect” ก็จะมีงานศิลปะ installation ที่ถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ากับอุณหภูมิและขนาดของห้องอบซาวน่าแต่ละห้องครับ ถือว่าได้เสพย์งานศิลป์และผ่อนคลายผิวไปในตัวด้วย

ใครมีโอกาสถือว่าน่าสนใจมากๆเลยล่ะ!