แบรนด์แอคเซอซอรี่คาแร็คเตอร์เท่ BOYY เปิดตัวแฟล็กชิพสโตร์แห่งใหม่ใจกลาง Quadrilatero della Moda ย่านช้อปปิ้งสุดไอคอนิกสุดหรูของเมืองมิลาน

จากจุดเริ่มที่นิวยอร์คก่อนจะสลับประจำการทั้งที่กรุงเทพฯและมิลานแบรนด์แอคเซสซอรี่สุดไอคอนิคระดับโลกเปิดตัวแฟล็กชิพสตอร์ที่อิตาลีระหว่างงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ Salone del Mobile ร้านแฟล็กชิพล่าสุดขนาด 62 ตารางเมตรนี้ ตั้งอยู่บนถนนบากุตตา (Via Bagutta) บนพื้นที่ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นสถานที่ตั้งของร้าน  Old America อันเป็นร้านขายของเก่าของตกแต่งในสไตล์นิว อิงแลนด์ระดับตำนานของเมืองมิลาน 

แฟล็กชิพ สโตร์ของ  BOYY เปิดตัวในวันที่ 5 กันยายนระหว่างานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ของเมืองมิลานหรือ Salone del Mobile พร้อมด้วยผลงานศิลปะจัดวางเชิงทดลองโดย FOS ศิลปินจากกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ค ผู้โด่งดังในโลกศิลปะและดีไซน์ด้วยผลงานที่เชื้อเชิญให้ผู้ชมเข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับตัวงานผ่านการผสมสานสถาปัตยกรรมเข้ากับดีไซน์และศิลปะ

ไอเดียสำหรับผลงานอินสตอลเลชั่นในร้านแฟล็กชิพ BOYY ของ FOS ในครั้งนี้ ตั้งต้นจากการรื้อแนวคิดเรื่องความเป็นร้าน

“สำหรับพื้นที่จัดแสดงชั่วคราวนี้ ผมอยากเล่นกับแนวคิดเรื่องความเป็นร้านแบบดั้งเดิม รวมไปถึงพฤติกรรมที่เราทำเวลาอยู่ในพื้นที่ ที่เรียกว่า ‘ร้าน’ เพราะโดยมาก เราจะเข้าไปมีประสบการณ์ในพื้นที่ร้าน ในฐานะที่มันเป็นกรอบขนาดยักษ์สำหรับโปรดักต์โดยไม่รู้ตัว,” FOS กล่าวถึงผลงานของเขา “สำหรับที่นี่ ผมอยากจะลองขยับองค์ประกอบของความเป็นร้านนิดหน่อย โดยเปลี่ยนคุณค่าและน้ำหนักความสำคัญที่เรามอบให้กับสิ่งต่างๆ ที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นร้าน เพื่อสร้างพื้นที่ที่มีความสมบูรณ์ในตัวเอง โปรดักต์จะไม่ใช่จุดศูนย์กลางอีกต่อไป แต่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งท่ามกลางวัตถุต่างๆ ในร้าน ผู้ชมและมุมมองของพวกเขาจะกลายมาเป็นจุดศูนย์กลางของประสบการณ์นี้”

ภายในพื้นที่แฟล็กชิพสโตร์นี้ การจัดแบ่งพื้นที่ยังคงยึดตามแบบดั้งเดิมของร้าน Old America แต่มีการเพิ่มซ้อนเลเยอร์เข้าไปบนพื้นที่ เพื่อเน้นย้ำถึงแนวคิดความไม่จีรังยั่งยืน และกระตุ้นให้เกิดการสนทนาระหว่างอดีตและปัจจุบัน

กำแพงถูกสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยผ้าย้อมมือโทนสีชมพูอ่อนและส้ม* ทำหน้าที่เป็นกรอบในการกำหนดพื้นที่ เป็นเสมือนภาพที่มีชีวิต กระจกบิดเบี้ยวสะท้อนภาพที่บิดเบี้ยวของผู้ชม ซ่อนนัยความหมายเรื่องมุมมองต่อความจริงของเราที่กำลังถูกบิดเบือนตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา พื้นถูกคลุมด้วยพรมสีน้ำเงินพิมพ์ลายข้าวของกระจุกกระจิกในขนาดที่ใหญ่เกินจริง ราวกับเป็นสิ่งของที่หล่นกระจัดกระจายจากกระเป๋าในจินตนาการ เล่นล้อไปกับความรู้สึกและมุมมองของผู้ชมเรื่องสัดส่วนขนาด ฐานเสาทรายทำหน้าที่เป็นแท่นจัดวางโปรดักต์ ไปพร้อมๆ กับสะกิดให้ผู้ชมนึกถึงสัจธรรม ความเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา

นอกจากนั้น  BOYY ยังได้ออกแบบแคปซูลคอลเล็กชันพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองแฟล็กชิพ สโตร์แห่งใหม่ที่มิลานนี้ โดยใช้โทนสีที่สร้างสรรค์ขึ้นมาพิเศษเพื่อให้เข้ากับศิลปะจัดวางในร้าน เช่นสี  Orchid,  สี Sorbetto, สี Ultramarine และสี  Sesame รวมไปถึงกระเป๋าดีไซน์ใหม่อีกสองรุ่นคือ BOBBY SOFT 18 และ WONTON 18 ที่จะวางขายพร้อมๆ กับกระเป๋ารุ่นไอคอนิกอื่นๆ ของแบรนด์ โดยแคปซูลคอลเล็กชันนี้จะมีวางจำหน่ายเฉพาะที่ร้านแฟล็กชิพเมืองมิลานเท่านั้น

*หลังจบนิทรรศการ ผ้าที่ใช้สำหรับสร้างกำแพงในผลงานนี้ จะถูกนำมาใช้เป็นวัสดุสำหรับกระเป๋าผ้ารุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น เพื่อสะท้อนช่วงเวลาและยุคสมัยในหน้าประวัติศาสตร์ของ BOYY

เรียบเรียง rhunrun

เรียบเรียง rhunrun

Hermès เอาใจนักสะสมของแต่งบ้านกับ Home Collection สไตล์มินิมอลที่ผลิตขึ้นอย่างประณีตทุกรายละเอียด วางไว้มุมในไหนในบ้านก็สวยอย่างลงตัว

 เฉลิมฉลองดีไซน์ใหม่ด้วยชุดของสะสม Home collection จาก Hermès ที่มาพร้อมกับการดีไซน์ชวนฝันสไตล์และเส้นสายคลีนๆแบบ  Minimalistic กับการออกแบบด้วยวัสดุที่ทนทาน และนวัตกรรมองค์ความรู้ในแบบโบราณที่ทางแบรนด์เชี่ยวชาญ ซึ่งทำให้เกิดผลงานที่มอบความโดดเด่นและน่าค้นหาชวนสัมผัส  และชิ้นไฮไลต์ของชุดโฮมคอลเลคชั่นเซตในครั้งนี้ก็คงจะอดพูดถึงไม่ได้เลยล่ะครับ กับเก้าอี้อาร์มแชร์ Sillage D’Hermes

สำหรับ Sillage D’Hermès  ชิ้นนี้ได้รับการออกแบบโดย Studio Mumbai  ซึ่งเป็นเก้าอี้ที่ถูกดีไซน์ดัดเเปลงให้มีขนาดกว้าง พอเหมาะ กับโครงสร้างตัวไม้ ที่ได้นำเส้นใย Cellulose microfibers จาก Puglia ประเทศอิตาลี มาเคลือบบนเนื้อไม้ ที่ทำให้เก้าอี้มีรูปทรงที่นูนโค้งและมีความเรียบง่ายชวนสัมผัส

ซึ่งยังมีการเสริมลวดลายแนวตรงและการเคลือบเงาที่ทำเองกับมืออย่างพิถีพิถันกันอีกด้วย (ได้อารมณ์งานศิลปะชิ้นนึงที่ใช้งานได้เลยล่ะครับ)โดยเก้าอี้ตัวนี้ก็จะมาพร้อมกับเบาะผ้า cashmere สองชิ้นที่มีลวดลายเดียวกันกับเก้าอี้ตัวหลักออกแบบโดยการวาดเองกับมืออีกด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมี Collection อื่นๆของทาง Hermès ที่มีให้เราได้เลือกชมกันอีกเพียบไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ Bluestone handmade หรือโคมไฟตั้งโต๊ะที่มีให้เราได้เลือกทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่

ซึ่งคอลเลกชั่นทั้งหมดของทาง Hermès นั้นยังมีอีกเยอะให้เราได้รับชมกันครับ โดยสามารถหาดูและติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่งานเปิดตัว Milan Design Week ครับ

เรื่อง Eknaphat Noonwong

เรียบเรียง rhunrun

ผลงานศิลปะในรูปแบบการห่อที่ต้องรอคอยกว่า 60 ปี! วัสดุโพรพิลีนที่ห่อหุ้มประตูชัยด้วยความฝันที่สองสามีภรรยาศิลปินทิ้งเอาไว้

การห่อประตูชัยเป็นความฝันของ ศิลปินคริสโตและฌานน์-โคล้ด (Christo และ Jeanne-Claude) สองสามีภรรยาศิลปินวางแผนไว้ตั้งแต่ปี 1961 ซึ่งทั้งคู่ใช้การห่อสร้างงานศิลปะมาแล้วในสถานที่สำคัญมากมายเช่น พระบรมรูปกษัตริย์ Vittorio Emanuele II และ รัฐสภาเยอรมันกลางกรุงเบอร์ลิน แต่สถานที่สำคัญของปารีสอย่างประตูชัย Arc de Triomphe ไม่ไกลจากถนนฌ็องเซลิเซ่ที่ทั้งคู่พบรักกันยังคงเป็นเป้าหมายของทั้งคู่เสมอมา น่าเศร้าที่ตอนนี้ทั้งคู่จากไปแล้วก่อนจะทำมันสำเร็จ

แต่ไอเดียและการค้นคว้าของทั้งคู่ไม่สูญเปล่าครับเพราะล่าสุด Vladimir Yavachev ผู้เป็นหลานชายเข้ามาสานต่อโปรเจ็กต์นี้ร่วมกับ The Center for National Monuments ของรัฐบาลฝรั่งเศสและทีมงานทางเทคนิคถึง 95 คนรวมไปถึงวัสดุโพรพิลีน recycle ในการห่อมากถึง 25,000 ตารางเมตร ทำให้งานศิลปะนี้เกิดขึ้นได้ครับ

และตอนนี้ผลงานชิ้นนี้ซึ่งเป็นดั่งความฝันของทั้งคู่ก็จะเปิดให้เข้าชมวันที่ 18 กันยายน ไปจนถึงวันที่ 3 ตุลาคม 2021 ถือเป็นอีกเรื่องราวดีๆผ่านงานศิลปะและการสนับสนุนของคนที่รัก สนับสนุน และเห็นคุณค่าของประวัติศาสตร์และงานศิลป์ครับ  

เรื่อง-เรียบเรียง rhunrun

Simon Porte Jacquemus ดีไซน์เนอร์คนเก่งชาวฝรั่งเศสต้อนรับพนักงานแบรนด์ Jacquemus กลับเข้าสู่ออฟฟิศด้วย brunch มื้ออบอุ่นที่อุดมไปด้วยสารอาหารและสไตล์

Monday Motivation วันจันทร์แบบนี้ถ้าได้พักทาน brunch แบบอบอุ่นเป็นกันเองแต่ก็มีการจัดวางอันมีสไตล์ที่ Simon Porte Jacquemus จัดเตรียมไว้ต้อนรับพนักงานของแบรนด์ jacquemus ที่กลับมาเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศใหญ่ใน Paris รับรองว่ามีกำลังใจสู้งานต่อได้ยาวๆเลย บนโต๊ะอาหารจะมีเมนูอะไรบ้างไปชมกันเลยครับ!

ส่วนบรรยากาศออฟฟิสแสนสวยที่ได้ Till Duca Studio สตูดิโอออกแบบที่ Simon โปรดปรานมาช่วยออกแบบรับชมได้ที่นี่เลยครับ

เรื่อง เรียบเรียง rhunrun

วัฒนธรรมไทยถ่ายทอดเสน่ห์สู่ Hermès กับการรังสรรค์ผ้าผันคอในคอลเลกชั่น Hermès AW21 อย่าง MASAN & MASAN

วัฒนธรรมไทยถ่ายทอดเสน่ห์สู่ Hermès แบรนด์คลาสสิกสุดหรูในตำนานที่ใครหลายๆคนชื่นชอบและใฝ่ฝันสัญชาติฝรั่งเศส ในครั้งนี้ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่หน้ายินดีที่ศิลปินชาวไทยอย่าง “ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์” ได้ร่วมออกแบบรังสรรค์ผ้าผันคอในคอลเลกชั่น Hermès AW21 เผยให้เห็นผลงานอันสร้างสรรค์มีชีวิตชีวา

ผลงานผ้าพันคอผืนนี้คุณจะได้เห็นลวดลายของม้าอันเป็นที่เรารู้กันดีว่าเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ ครั้งนี้ตัวม้านั้นมาในเฉดสีที่สดใสผสมผสานเสน่ห์การสานอันเป็นหนึ่งในมรดกวัฒนธรรมของไทยผ่านผ้าซิลค์ทอพิมพ์ลายอันประณีตอย่างผ้าพันคอ MASAN & MASAN ขนาด 90×90 เซนติเมตร พร้อมแฝงแนวคิดและความหมายผ่านม้าสองตัว ด้วยการจัดองค์ประกอบให้หันหน้าเข้าหามองหน้ากันและกันเพื่อสื่ออารมณ์สะท้อนให้เห็นความเป็นมาของจุดเริ่มต้นหรือต้นกำเนิดจากม้าจนกลายมาเป็นของ Hermès

นอกจากนี้ยังได้มีการจัดหน้าร้านออกแบบ Window Display ในประเทศไทยทุกสาขาในกรุงเทพและภูเก็ตโดยได้ ธีรวัฒน์ ร่วมออกแบบเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองผลงานผ้าพันคอ MASAN & MASAN ภายใต้คอนเซ็ปต์ “การเดินทางของม้าสาน” อีกเช่นกัน

แน่นอนว่าจากลวดลายของผ้าพันคอMASAN & MASAN หรือม้าสานในภาษาไทยสำหรับWindow Display นั้นได้นำผักตกชวามารังสรรค์ใช้เป็นวัสดุหลักในต่อมายอด โดยถ่ายทอดเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไปสำหรับการออกแบบครั้งนี้เขาได้แสดงให้เห็นถึงเบื้องหลังการเดินทางของม้าผสมเข้ากับจินตนาการหลอมรวมกับความคิดสร้างสรรค์ของ Hermès เข้ากับจิตวิญญาณของงานฝีมือชั้นเลิศ รวมถึงความชำนาญและความประณีตที่ร่วมกับงานสานศิลปะของไทย สะท้อนแนวคิดภายใต้ประจำปี2021 อย่าง “Hermès, An Odyssey”

และการจัดองค์ประกอบดิสเพลย์หน้าร้านนั้นไม่เพียงให้เห็นความงามของผ้าพันคอผืนที่งดงามอันมากเทคนิคควบคู่แนวความคิดอันลึกซึ้งแล้ว การจัดตั้งดิสเพลย์นี้ตั้งใจสร้างความสุขความเพลิดเพลินและดึงดูดรวมถึงมอบความประทับใจพร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่แก่ผู้ที่ได้พบเห็นผลงานนี้อันเด่นสง่านั้น เป็นผลงานผ้าพันคอลายแรกที่ออกแบบโดยศิลปินชาวไทยร่วมกับHermès นั้นเอง

อีกวันเดียวก็ได้กินอาหารในร้านแล้ว ระหว่างรอเรารวมผลงานศิลปะที่น่ากินแบบสายแฟจาก Daisuke ศิลปินนักสร้าง content ชาวญี่ปุ่นมาฝากกัน

อีกวันเดียวก็ได้กินอาหารในร้านแล้ว ❤️ มันแอบคิดถึงบรรยากาศเหมือนกันว่ามั้ยครับ! ระหว่างรอหน้าร้านเราอ่ะงานศิลปะที่ผสมผสานแฟชั่นและหลากหลายเมนูโปรดเข้าไว้ด้วยกันโดย Daisuke (@dimda_)  ศิลปินนักสร้าง content ชาวญี่ปุ่นมาฝากกัน ชอบ(หรืออยากกิน) ชิ้นไหนคอมเม้นท์บอกเราได้เลยครับ

และถ้าได้กลับไปนั่งในร้านอาหารแล้วก็อย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วยนะครับผู้อ่านที่รักทุกคน

เรื่อง-เรียบเรียง rhunrun

เหมาะมากกับช่วงที่ต้องอยู่บ้าน! น้ำหอมปรับอากาศจาก VITRUVI ที่ใช้แรงบันดาลใจจากกาแฟแก้วโปรดมาในดีไซน์เรียบเท่เข้ากับทุกมุมบ้าน

อยู่แต่ในบ้านจนเบื่อก็คงต้องหาอะไรมาสร้างบรรยากาศภายในบ้านกันหน่อยใช่มั๊ยครับ กับไอเทมใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ VITRUVI แบรนด์เครื่องหอมดีไซน์เท่จากแคนาดาที่กำลังจะเปิดตัวสำหรับการต้อนรับในฤดูหนาวและฤดูใบไม้ร่วงกับ Stay diffuser ชวนหรูสุดที่ให้ความอบอุ่นและผ่อนคลายขึ้น

Stay diffuser น้ำหอมปรับอากาศจากแบรนด์ VITRUVI ที่กำลังจะถูกวางจำหน่ายนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกาแฟ ที่ดีไซน์ออกมาได้อย่างเรียบเท่ทั้งหมด 2 สี กับสี Oat และสี Espresso (สีเบจและน้ำตาล) ที่จะทำให้คุณหลงใหลไปกับกลิ่นซิกเนเจอร์ของทางแบรนด์ เช่น กลิ่นน้ำมันยูคาลิปตัสโทนอบอุ่น หรือกลิ่น Grapefruit ชวนฝันที่เป็นเอกลักษณ์ (สามารถเลือกใช้น้ำมันได้หลากหลายสูตรตามความชอบครับ)

สำหรับไอเทมชิ้นนี้นั้นสามารถกระจายกลิ่นหอม Aroma ที่รองรับพื้นที่ขนาดใหญ่ได้ถึง 700 ตารางฟุต (ประมาณ 65 ตารางเมตร)กันเลยทีเดียวล่ะครับ ซึ่งตัวเครื่องจะปล่อยน้ำมันหอมระเหยออกมาให้เราได้ผ่อนคลายได้นานถึง 18 ชั่วโมง เพราะ Stay diffuser รุ่นนี้ใช้คลื่น Ultrasonic ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนทำให้โมเลกุลของน้ำมันมีขนาดที่เล็กขึ้นซึ่งสามารถปล่อยออกมาให้พร้อมกับไอน้ำ ทำให้ไม่มีหยดน้ำตกอยู่แถวบริเวณพื้นให้ต้องตามทำความสะอาดครับ

โดยหากใครสนใจไอเทมชิ้นนี้ก็สามารถสั่งซื้อได้ในเว็บไซต์ของทางแบรนด์ได้เลยครับ ซึ่งจะมีราคาอยู่ที่ $159 USD ( หรือราวประมาณ 5,308 บาท ) และจะเริ่มวางจำหน่ายทางออนไลน์ในวันที่ 25 นี้

เรื่อง Eknaphat Noonwong

เรียบเรียง rhunrun

200 ปี 200 ดีไซน์ 200 Louis: การจัดวินโดว์ดิสเพลย์เพื่อรำลึกแด่ มร.หลุยส์ วิตตอง รังสรรค์โดยนักคิดผู้เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ 200 คน

หลุยส์ วิตตอง เตรียมจัดวินโดว์ดิสเพลย์ที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นโดยเหล่าบุคคลผู้เปี่ยมความสามารถ รวมไปถึงเพื่อนคนสนิทของแบรนด์และนักคิดผู้เต็มไปด้วยวิสัยทัศน์ (Visionary) จำนวน 200 คน เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองวาระสำคัญครบรอบวันเกิด 200 ปีของผู้ก่อตั้งเมซง หลุยส์ วิตตอง

200 Louis คือการสดุดีอันสง่างามและยิ่งใหญ่แด่บุรุษในตำนาน ผู้เป็นทั้งนักธุรกิจ นักสร้างนวัตกรรม และนักฝัน ด้วยการนำผลงานชิ้นโดดเด่นอันเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ตัวแทนแห่งหลุยส์ วิตตอง อย่าง “หีบเดินทาง” มาแปรเปลี่ยนรูปโฉมใหม่ ราวกับเป็นเรือ, ตัวต่อ (building block) หรือผืนแคนวาสว่างเปล่าที่เปิดกว้างต่อจินตนาการและการแสดงออกเชิงศิลปะส่วนบุคคล จัดแสดงผ่านทางวินโดว์ดิสเพลย์หน้าร้านหลุยส์ วิตตอง ซึ่งในอดีตเคยเป็นดั่งเวทีคอยดึงดูดผู้คนที่เดินผ่านไปมา สำหรับวินโดว์        ดิสเพลย์แห่งการเฉลิมฉลองนี้ คือการส่งสารที่สะท้อนให้เห็นถึงความปรารถนา ความหวาดกลัว และความใฝ่ฝันที่เกิดขึ้นในยุคของเรา

หลุยส์ วิตตอง ได้เชื้อเชิญบุคคลที่ครอบคลุมหลากหลายแขนงและวงการ โดยมีบางชื่อที่เราอาจรู้จักกันดีอยู่แล้วอย่าง Gloria Steinem, BTS, NIGO®, Sou Foujimoto and Frank Gehry โดยมีโจทย์ตั้งต้นในการทำงาน คือ กล่องขนาด 50 x 50 x 100 ซม. ซึ่งเป็นขนาดที่ใกล้เคียงกับหีบเดินทางรุ่นออริจินัลที่ออกแบบขึ้นโดยมร.หลุยส์ วิตตองในช่วงปีค.ศ.1850s โดยมีฝากระเป๋าเป็นทรงเรียบแบน นับเป็นการปฏิวัติด้านการออกแบบกระเป๋าเดินทางในยุคนั้นเลยก็ว่าได้ และหลังจากนั้นพวกเขาจะได้รับอิสระเสรีในการครีเอทผลงานได้โดยปราศจากข้อจำกัดใดๆ 

การจัดวินโดว์ดิสเพลย์จะถูกแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบขึ้นอยู่กับสโตร์หลุยส์ วิตตองในแต่ละแห่ง เริ่มจากรูปแบบแรกคือการตกแต่งบริเวณกระจกหน้าแฟล็กชิปสโตร์ของหลุยส์ วิตตอง ด้วยจอภาพแสดงหีบเดินทางลอยอยู่กลางอากาศที่เปิดเป็นภาพวิดีโอแบบวนลูป ส่วนรูปแบบที่สองคือการสร้างสรรค์กล่องที่นำมาเรียงต่อกันให้มีรูปทรงคล้ายหุ่นยนต์ขนาดยักษ์ ซึ่งเป็นวิธีการเดียวกับที่มร.หลุยส์ วิตตอง มักจะเรียงหีบเดินทางซ้อนกันเพื่อตกแต่งกระจกหน้าร้านของเขา และสุดท้ายในวันที่ 21 สิงหาคม 2021 ผลงาน 200 Louis จะถูกนำมาจัดแสดงที่ร้านหลุยส์ วิตตองในหลากหลายโลเคชั่น โดยถูกออกแบบให้เป็นลายตารางหมากรุก Damier (ดามิเยร์) สามมิติ โดยพิมพ์ผลงานแต่ละชิ้นถูกจัดวางอยู่ในกรอบทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งจะมีการลอกชั้นกระดาษออกจากแต่ละช่องสี่เหลี่ยม และนำกระดาษลายพิมพ์นั้นไปรียูสเป็นแพ็คเกจจิ้งผลิตภัณฑ์หรือมอบให้ลูกค้า วันละสองครั้ง

สุดท้ายนี้จะไม่มีวันเกิดใดสมบูรณ์แบบได้โดยปราศจากของขวัญ หลุยส์ วิตตอง จึงมอบคำมั่นสัญญาในการบริจาคเงิน 10,000 ยูโร ในนามนักสร้างสรรค์ทุกคนจำนวน 200 คน ซึ่งรวมเป็นเงินบริจาคทั้งหมด 2 ล้านยูโร เพื่อมอบให้กับองค์กรไม่แสวงหากำไร 15 แห่งที่ถูกคัดสรรมา โดยเน้นไปที่การส่งเสริมด้านการเข้าถึงศิลปะและการสร้างสรรค์ผลงานหลากหลายแขนงในหมู่เยาวชนรุ่นใหม่และชุมชนผู้ด้อยโอกาส ที่ครอบคลุม 13 ประเทศและ 5 ทวีปทั่วโลก

กล่าวได้ว่าโปรเจ็กต์ 200 Louis ได้ขยายขอบเขตการเฉลิมฉลองครบรอบ 200 ปีของมร.หลุยส์ วิตตอง ให้เป็นเสมือนการสำรวจโลกอดีตและอนาคตที่มาบรรจบกันในโลกปัจจุบัน อีกทั้งมรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นของเมซงหลุยส์ วิตตอง ยังได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ทางอ้อมในหลากหลายรูปแบบที่ช่วยจุดประกายแรงบันดาลใจ ภาพสะท้อน และความปีติยินดี ผ่านโปรเจ็กต์คอลลาบอเรชั่นสุดพิเศษในครั้งนี้อีกด้วย

เรื่อง-เรียบเรียง rhunrun

ถูกใจสายอาร์ต สายดีไซน์ MoMA Design Store เตรียมเปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดกับ ” Team MoMA ” สำหรับฤดูใบไม้ร่วงที่กำลังจะมาถึง

สบายตัวไปกับเสื้อสเวตเตอร์และฮู้ดดี้จาก MOMA (The Museum of Modern Art) กับคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดที่ได้รับหน้าที่เป็นผู้ออกแบบสินค้าในครั้งนี้สำหรับฤดูกาลใบไม้ร่วงที่กำลังจะมาถึงอย่าง MoMA Design Store แบรนด์ของพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่จากกรุงนิวยอร์กที่ได้รับหน้าที่ให้เป็นผู้รังสรรค์เสื้อผ้าออกแบบผลงานมาให้ผู้ชมได้จับจองกัน กับชุดคอลเลกชั่นเสื้อกันหนาวสุดคลาสสิกที่มาในนามของ ” Team MoMA “

สำหรับการเปิดตัวชุด Collection ในครั้งนี้ก็จะประกอบไปด้วยเสื้อเสตเตอร์คอกลม (Crewneck)แบบสวมและฮู้ดดี้ที่มาพร้อมสีสันที่สดใสกับชุดสี Maroon กับ Silver Grey และสี Orange ที่ถูกประดับตราโลโก้ตรงกลางของเสื้อกับคำว่า ” MoMA ” ที่ให้เราได้นำมาสวมใส่กันได้อย่างหลากหลายกันเลยทีเดียว อีกทั้งการทำงานในครั้งนี้นั้น สำหรับการออกแบบเสื้อผ้า เราก็ยังได้แบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติอเมริกันอย่าง Champion มาร่วมแจมในการดีไซน์ในครั้งนี้อีกด้วยถือว่าไว้ใจได้เลยในเรื่องคุณภาพของเสื้อผ้า

ซึ่งเราจะเห็นได้จากโลโก้ของแบรนด์แชม์เปี้ยนจากเสื้อฝั่งข้อมือด้านซ้ายของไอเท็มหลายๆชิ้นครับ

ยังไม่พอเท่านั้นครับ เพราะนอกจากจะมีเสื้อที่หลากหลายแล้ว MoMA ก็ยังมีสินค้าในส่วนของเครื่องประดับมาให้เราได้รับชมกันอีกกับหมวก Beanie ของทางแบรนด์ และหมวกแก๊ปของ Brooklyn Dodgers, New York Yankess และ NY Mets สุดเท่จากสองทีมเบสบอลชื่อดังของเมืองที่มาพร้อมด้วยกันห้าเฉดสี ให้เราได้นำมาสวมใส่ตามในแบบฉบับสปอร์ตๆ ที่ทำให้เราสามารถออกไปวิ่งทำกิจกรรมข้างนอกและสวมใส่ได้อย่างสบายกันเลยล่ะ ซึ่งสำหรับหมวกก็จะมีทั้งสีแดง , สีน้ำเงิน , สีดำ , สีเขียว มาให้เราได้เลือกซื้อกันแบบเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว

ซึ่งสำหรับใครที่สนใจสินค้าจากทาง MoMA Design Store นั้น ก็สามารถเข้าไปเช็ครายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อสินค้าได้ทางเว็บไซต์ของแบรนด์ได้เลยครับ หรือหากใครสะดวกจะเดิน Walk in เข้าไปก็สามารถหาซื้อได้จากศูนย์การค้า Soho New York กันได้ เพราะจะมีวางจำหน่ายจนถึงวันที่ 31 ตุลาคมนี้ครับอย่ารอช้ากันล่ะ

เรื่อง Eknaphat Noonwong

เรียบเรียง rhunrun

Painting X at Xspace Art Gallery

Painting X คือนิทรรศการที่เกิดขึ้นเพื่อตั้งคำถามที่เรียบง่ายว่า “จิตรกรรมคืออะไร?” นิทรรศการครั้งนี้เป็นอารัมภบทของการเริ่มต้นสำรวจงานจิตรกรรมในแง่มุมต่างๆ ทั้งมุมมองต่อศิลปิน มุมมองต่องานจิตรกรรมร่วมสมัยในประเทศไทย เพื่อรวบรวมผลงานของจิตรกรร่วมสมัยที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย และสำรวจความเป็นไปได้ในการขยายขอบเขตการให้ความหมายในงานจิตรกรรม ผ่านผลงานจิตรกรรมชิ้นเยี่ยมหลากรูปแบบ หลายแนวทาง 

อังกฤษ อัจฉริยโสภณ ภัณฑารักษ์ผู้ริเริ่มโครงการและคัดสรรผลงาน กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของนิทรรศการในครั้งนี้ว่า “นิทรรศการ Painting X มีจุดเริ่มต้นจากการร่วมกันก่อตั้งกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า ‘จิตรกรวันเสาร์’ (Saturday Painter) หมายถึงกลุ่มจิตรกรที่ทำงานจิตรกรรมกันอย่างจริงจัง (ซึ่งล้อกับคำว่า ‘จิตรกรวันอาทิตย์’ (Sunday Painter) ที่หมายถึงจิตรกรสมัครเล่น) โดยมีสมาชิกเริ่มต้น 16 คน หลังจากจัดแสดงงานร่วมกันครั้งแรก เราตั้งใจกันว่าจะจัดแสดงงานร่วมกันทุกๆ ปี เพื่อกระตุ้นการทำงานศิลปะด้วยสื่อจิตรกรรม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมวิจารณ์ผลงานของกันและกันจากประสบการณ์การทำงานแบบจิตรกรมืออาชีพ เพราะเราต่างเชื่อว่า “งานจิตรกรรมไม่มีวันตาย” แต่ด้วยสถานการณ์โรคระบาดทำให้เราต้องเว้นระยะห่างทางสังคม นิทรรศการครั้งที่สองจึงยังไม่เกิดขึ้นเสียที จนกระทั่ง Xspace Art Gallery เชิญให้ผมร่วมจัดนิทรรศการสำหรับพื้นที่ห้องแสดงผลงานศิลปะขนาดใหญ่ ความคิดเกี่ยวกับนิทรรศการประจำปีของกลุ่มจิตรกรวันเสาร์จึงกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้งโดยตั้งต้นเลือกงานจากสมาชิกจิตรกรวันเสาร์อย่าง สุรพงศ์ สุทัศน์ ณ อยุธยา, กริช จันทรเนตร, พชร ปิยะทรงสุทธิ์, ตฤณภัทร ชัยสิทธิศักดิ์, อํานาจ วชิระสูตร, ทวีศักดิ์ อุชุคตานนท์, นพนันท์ ทันนารี, พีรนันท์ จันทมาศ, วันสว่าง เย็นสบายดี, อาจิณโจนาธาน อาจิณกิจ, วิทวัส ทองเขียว, จิตรการ แก้วถิ่นคอย, เจะอับดุลเลาะ เจ๊ะสอเหาะ, ปริทรรศ หุตางกูร, สุทธิ เกียรติพุ่มพวง, มิร์ทิลล์ ทิแบย์เรงซ์ (Myrtille Tibayrenc), อัญชลี อนันตวัฒน์, ไปรยา เกตุกูล, นีโน่ สาระบุตร, ชญานิษฐ์ ม่วงไทย และโอ๊ต มณเฑียร

“และด้วยความตั้งใจของ Xspace Art Gallery ที่ต้องการสนับสนุนศิลปินหน้าใหม่ ทางเราจึงจงใจเพิ่มรายชื่อจิตรกรรุ่นใหม่ที่มีรูปแบบการสร้างสรรค์ผลงานที่น่าสนใจและน่าจับตามองหลายคน อย่างสหัสวรรษ แสนปราชญ์, ปิยะธิดา ไกรกิจราษฎร์, ณภัทร สินไตรรัตน์ และจูเลีย โอบอร์น (Julia Oborne) ซึ่งในฐานะผู้จัด ผมพยายามแสดงให้เห็นรูปแบบของงานจิตรกรรมจากศิลปินหลากหลายรุ่น ประสบการณ์ และมุมมอง ศิลปินหลายคนทำงานด้วยความคิด ในขณะที่หลายคนทำงานด้วยความรู้สึก เรามองเห็นและเรียนรู้อะไรจากงานจิตรกรรมที่เป็นภาพนิ่งเหล่านี้? คำถามปลายเปิดที่ไม่ต้องการคำตอบนี้ เหมาะสมอย่างยิ่งในสังคมร่วมสมัยที่ขับเคลื่อนด้วยภาพเคลื่อนไหวในขณะที่แอปพลิเคชั่นต่างๆ กำลังแย่งชิงความสนใจของเราใน 24 ชั่วโมงของเราอยู่ทุกวินาที ผมหวังว่าการเริ่มต้นของนิทรรศการนี้จะเป็นการส่งต่อที่ไม่สิ้นสุด เพื่อขยายของเขตของเสรีภาพ ศักยภาพและการทำงานสร้างสรรค์ศิลปะของศิลปินต่อไป”

มาร่วมหาคำตอบว่า “จิตรกรรม” คืออะไรใน ค.ศ. 2021 

เข้าชมตัวอย่างผลงานได้ที่นี่  

นิทรรศการ Painting X จัดแสดง ณ อาคาร XSPACE Art Gallery ซอยปรีดีพนมยงค์ 14 ถนนสุขุมวิท 71 เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 5 พฤศจิกายน 2564 (จันทร์ ถึง เสาร์ เวลา 10:00 น. – 17:00น.)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโปรดติดต่อ โทร 066-073-2332, อีเมล contact@xspacegallery.com