Entries by rhunrun

ยังคงสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง! Virgil Abloh เปิดตัวโครงการ I Support Young Black Business เพื่อนำรายได้ไปบริจาคแก่องค์กรชาวผิวสี

เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เราได้นำเสนอข่าวโครงการ Post Modern ซึ่งเป็นกองทุนสนับสนุนทุนการศึกษาแก่นักศึกษาสายแฟชั่นของ Virgil Abloh และดีไซเนอร์คนเก่งคนนี้ก็ยังคงใช้แฟชั่นเป็นช่องทางในการช่วยเหลือชุมชนคนผิวสีอย่างต่อเนื่องในการเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดในโครงการใหม่ I Support Young Black Business ผ่านแบรนด์ไฮสตรีทสุดฮอต Off-White ที่เจ้าตัวเป็นคนก่อตั้งครับ  I Support Young Black Business เป็นโครงการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อที่จะระดมเงินรายได้ทั้งหมดไปสนับสนุนองค์กรชาวผิวสีต่าง ๆ ที่ Abloh และทีมได้ระบุไว้ในแต่ละไตรมาส โดยผลิตภัณฑ์ชุดแรกได้แก่ เสื้อยืดและฮูดดี้ที่พิมพ์วลี “I Support Young Black Business” ซึ่งจะนำรายได้ไปมอบให้แก่ Chicago CRED ซึ่งเป็นองค์กรสนับสนุนการลดความรุนแรงจากอาวุธปืน ที่ตัว Abloh เองได้มีส่วนร่วมกับองค์กรแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2017   ทั้งนี้ เสื้อยืดลายพิมพ์ I Support Young Black Business ได้รับการออกแบบตั้งแต่ปี 2019 และเปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาในรันเวย์โชว์ของ Off-White ณ กรุงปารีส โดยได้ Cartier Williams นักเต้นแท็ปเป็นผู้สวมใส่ นอกจากนี้ Off-White กำลังจะเริ่มต้นโปรแกรมฝึกงานในกรุงมิลาน เดือนกันยายนี้ สำหรับชาวผิวสีรุ่นเยาว์ที่อยากจะตั้งตัวสร้างอาชีพในอุตาสาหกรรมแฟชั่นในอนาคต  นอกจากโครงการ Post Modern และ I Support Young Black Business แล้ว เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Abloh ยังได้ร่วมมือกับแบรนด์ร้านบูติกในชิคาโกอย่าง Notre เพื่อจำหน่ายตั๋วจับฉลากรองเท้า  Off-White™ x Air Jordan 4 “Sail” เพื่อระดมทุนไปบริจาคแก่องค์กร Hugs No Slugs ที่ช่วยเหลือชาวผิวสีในเขตทิศใต้ของนครแห่งนี้  ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแรงจากคนในวงการที่ช่วยเหลือชาวผิวสีด้วยอุตสาหกรรมแฟชั่นอย่างไม่ลดละครับ 

พบกับศูนย์กลางกางเกงยีนส์ในสโตร์แนวคิดใหม่ Jeans Destination จาก American Eagle ที่ศูนย์การค้า Central World

นับตั้งแต่ปี 1977 American Eagle ได้นำเสนอกางเกงยีนส์ต่าง ๆ ซึ่งผ่านกระบวนการผลิตที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมและความหลงใหล พร้อมมีสไตล์อันหลากหลายในราคาที่เอื้อมถึงได้ เพื๋อตอบโจทย์และสะท้อนตัวตนของลูกค้าผู้รักการสวมใส่ยีนส์ จนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในวงการนี้ และยังไม่หยุดที่จะตอบสนองความต้องการแก่ลูกค้าผู้หลงใหลในยีนส์ทุกคน  เพื่อที่จะตอกย้ำความเป็นแบรนด์ยีนส์ที่ครองใจชายหญิงมากว่าสี่ทศวรรษ อีกทั้งตอบสนองความปรารถนาของผู้รักยีนส์ในไทยได้กว้างขวางยิ่งขึ้น American Eagle จึงเปลี่ยนโฉมสโตร์ของแบรนด์ใน Central World ภายใต้แนวคิดล่าสุด Jeans Destination แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการรวบรวมกางเกงยีนส์กว่า 160 รุ่น ทุกไซส์ ทุกทรง – ไม่ว่าจะเป็นทรง Skinny jeans, Slim straight, Mom jeans, Boyfriend, Tom girl และอื่นๆ – ไว้ถึง 5,000 ตัวในสโตร์ขนาด 200 ตารางเมตรแห่งนี้  สำหรับยีนส์ของบุรุษนั้นมีให้เลือกถึง 80 รุ่น มีไซส์ให้เลือกตั้งแต่เบอร์ 28-36 และความยาวถึงสามระดับ ได้แก่ 28 30 และ 32 ส่วนยีนส์ของสตรีมีให้เลือกกว่า 80 รุ่น ซึ่งมีไซส์และความยาวที่เหมาะสมกับผู้สวมใส่แต่ละรายเช่นกัน ทำให้มั่นใจได้ว่าจะได้เลือกซื้อกางเกงในขนาดที่พอดีสำหรับทุกสัดส่วนอย่างแน่นอน  นอกจากนี้ สโตร์ของ AE แห่งนี้จะมีการนำสินค้ารุ่นใหม่ ๆ มาจัดจำหน่ายเป็นที่แรก อาทิ ในเดือนสิงหาคมนี้จะมีกางเกงยีนส์รุ่น Athletic Jeans ที่มีช่วงหน้าขากว้างเป็นพิเศษสำหรับผู้รักการออกกำลังกายที่มีขนาดหน้าขาใหญ่ อีกทั้งในอนาคตก็จะมีกางเกงยีนส์รุ่นใหม่ ไซส์ใหม่ให้เลือกเป็นเจ้าของด้วยเช่นกัน ทำให้สโตร์ของแบรนด์นี้เป็นศูนย์กลางกางเกงยีนส์อย่างแท้จริง   พบกับ American Eagle Jeans Destination Store ได้แล้ววันนี้ที่ศูนย์การค้า Central World ชั้น 3 โซน Eden 

Celine Spring/Summer 2021 ลบภาพร็อกสตาร์มาดหม่นด้วยความสนุกสดใสจากยุค 80’s ที่ปัดฝุ่นใหม่ผ่านแพลตฟอร์มขวัญใจวัยรุ่น

Celine อีกหนึ่งแบรนด์หรูสัญชาติฝรั่งเศสจากกลุ่ม LVMH ที่ถูกสร้างภาพจำด้วยกลิ่นไอหนุ่มสาวปารีเซียงในยุค 70’s และร็อกสตาร์มาดเซอร์หุ่นเพรียวบาง ภายใต้คาแรคเตอร์ที่ชัดเจนมาตลอดของ Hedi Slimane artistic director และตากล้องวัย 52 ปีที่ใช้เอกลักษณ์ Heroin Chic คุมโทนสีโมโนโครม ขาวดำ ที่อัดแน่นไปด้วยความดิบเท่ กระชากยอดขายจากเหล่าชายหนุ่มสายแฟชั่นมากว่าสองทศวรรษ (ตั้งแต่ Dior Homme ในช่วงปี 2001)  แต่สำหรับคอลเล็กชั่นล่าสุดเจ้าตัวเลือกที่ปลุกปั้น “The Dancing Kid” ประจำฤดูกาล Spring/Summer 2021 ให้มีความสนุกมาแทนที่ พร้อมด้วยกลิ่นไอสตรีทที่หยิบยืมจากยุค 80’s มาทั้งในด้านคู่สีและการนำเสนกับการหยิบเอาสองวัฒนธรรมที่สร้างชื่อในยุคดังกล่าวอย่าง สเก็ตบอร์ด และ ดิสโก้ เข้ามาใช้ นอกจากนี้ยังถึงกับลงทุนสร้าง account TikTok แพลตฟอร์มมาแรงขวัญใจวัยรุ่นเพื่อเปิดตัวทีเซอร์และคอลเล็กชั่นนี้อีกด้วย (ทางแบรนด์ดึงเอาดาว TikTok คนดัง Noen Eubanks มาร่วมถ่ายทีเซอร์ด้วย) ในด้านของเสื้อผ้าคอลเล็กชั่นนี้ก็มีความสดใสขึ้นตามชื่อ ไอเท็มต่างๆของเหล่าวัยรุ่นใน California อย่าง เสื้อกันลมคู่สีสด […]

โควิดก็หยุดไม่อยู่! ธุรกิจการซื้อขายศิลปะยังคงทำเงินต่อเนื่องถึง 300 ล้านเหรียญในปีนี้

แม้ว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะสร้างผลกระทบอย่างหนักแก่ธุรกิจแฟชั่น และทำให้บางบริษัทถึงขั้นต้องปิดตัวไปหรือเข้าสู่ภาวะล้มละลาย แต่ดูเหมือนว่า ธุรกิจการซื้อขายผลงานศิลปะจะไม่ได้รับผลกระทบในห้วงเวลานี้มากเท่าไรนักครับ  แม้ว่าจะไม่สามารถจัดกการประมูลแบบปกติได้ เนื่องจากต้องปฏิบัติตามการรักษาระยะห่างทางสังคม แต่ในปี 2020 ตัวแทนจัดจำหน่ายงานศิลปะรายต่าง ๆ ที่ได้ย้ายไปจัดการประมูลทางออนไลน์นั้น สามารถทำเงินได้กว่า 300 ล้านเหรียญฯ (หรือประมาณ 9,000 ล้านบาท) จนถึงขณะนี้  ตัวอย่างเช่น Sotheby’s บริษัทรับประมูลสัญชาติอังกฤษ-อเมริกันรายใหญ่ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1744 ได้เปิดเผยว่า มีผลงานศิลปะ 17 ชิ้นที่ขายประมูลได้เป็นมูลค่ารวมกว่า 10 ล้านเหรียญฯ (300 ล้านบาท) และมีผลงานภาพวาดปี 1927 Femme au chapeau rouge ของ Joan Miró ที่เป็นผลงานที่มีราคาประมูลสูงที่สุดของบริษัทในซีซั่นนี้ ด้วยราคากว่า 28.7 ล้านเหรียญฯ (หรือประมาณ 860 ล้านบาท) ในเวลาเพียง 11 นาทีหลังจากเปิดประมูลและมีคนเข้ามาชมการประมูลสูงถึง 150,000 คน นอกจากนี้ ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ยังมีผลงานภาพวาดปี 2005 Antipodal Reunion ของ George Condo ที่ถูกประมูลไปในราคา 1.3 ล้านเหรียญฯ (39 ล้านบาท) และการประมูลผลงานการออกแบบสมัยศตวรรษที่ 20 (20th Century Design online auction) ที่ทำรายได้รวมกว่า 4 ล้านเหรียญฯ (120 ล้านบาท)  “ตลาดการประมูลในลอนดอนและทั่วโลกนั้นยังไม่หยุดนิ่งไปแต่อย่างใด” Oliver Barker ประธานฯ ของ Sotheby’s กล่าว “ช่วงเวลาที่ไม่มีใครคาดคิดนั้นมักเป็นแรงกระตุ้นสำหรับการเปลี่ยนแปลง ที่เรียกร้องความยืดหยุ่นและการคิดใหม่ทำใหม่”   ในเร็ว ๆ นี้ บริษัทคู่แข่งอย่าง Christie’s จะมีการจัดการประมูลผลงานศิลปะร่วมสมัยสายสตรีทของ KAWS, Banksy และอื่น ๆ ทางออนไลน์ ซึ่งประเมินกันว่าจะมีผลงานที่อาจทำเงินสูงสุดถึง 200,000 เหรียญฯ (6 ล้านบาท)  ถือเป็นอีกหนึ่งในไม่กี่วงการที่ได้รับผลกระทบไม่มากนักในช่วงโควิด-19 นี้ แต่ในอนาคตจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องติดตามชมกันต่อไปครับ!   เรื่อง Peerachai Pasutan […]

ตามไปดู! บ้านหลังสวยสายศิลปะ ของ Kendal Jenner ในนครลอส แองเจลลิส

วันนี้ Hommes ขอพาทุกท่านไปชมบ้านหลังงามของนางแบบคนเก่งแห่งครอบครัว Jenner-Kardashian อย่าง Kendall Jenner ที่เพิ่งเปิดบ้านไปสด ๆ ร้อน ๆ ให้นิตยสาร Architectural Digest และทุกคนได้สำรวจกันครับ  บ้านของ Kendall แห่งนี้ตั้งอยู่ในนครลอส แองเจลลิส ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นที่พักอาศัยของดาราตลกชื่อดัง Charlie Sheen เมื่อนางแบบสาวชื่อดังได้ซื้อบ้านหลังนี้ เธอได้ร่วมออกแบบใหม่ทั้งหมดกับดีไซเนอร์อย่าง Kathleen – Tommy Clements และ Waldo Fernandez “ฉันภูมิใจมากกับสิ่งที่เราได้ทำสำเร็จในบ้านหลังนี้ นี่เป็นบ้านหลังแรกที่ฉันได้มีส่วนร่วมโดยสมบูรณ์ และฉันคิดว่า นี่คือการสะท้อนตัวตนและความชอบของฉันอย่างแท้จริง” Kendall กล่าว  จุดเด่นอีกอย่างหนึ่ง คือ ผลงานศิลปะต่าง ๆ ที่จัดแสดงอยู่ทั่วบ้านหลังนี้ ทั้งนี้ เป็นเพราะตัว Kendall นั้นมีความหลงใหลในงานศิลป์มาก ถึงขั้นที่ว่าเธอได้ดัดแปลงห้องโฮมเธียเตอร์ให้เป็นสตูดิโอศิลปะเลยทีเดียว  ผลงานศิลปะร่วมสมัยที่นำมาตกแต่ง มีทั้งชิ้นงานของ Barbara Kruger, Richard Prince, Raymond Pettibon และ Sterling Ruby ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ ผลงานศิลปะบนผนังของ James Turrell ตรงทางเข้า ที่ชวนให้ผู้มาเยือนรวมไปถึงตัวเจ้าบ้านเอง ได้สัมผัสความสงบและสันติขณะยืนพิจารณาอยู่ตรงหน้าผลงานชิ้นนี้ “ฉันเป็นแฟนคลับของ Turrell มาโดยตลอด ซึ่ง Kanye [West – พี่เขยชองเธอ] ที่ร่วมงานกับเขา ได้แนะนำให้ฉันรู้จักผลงานของเขา… ฉันต้องการให้ผลงานชิ้นนี้เป็นจุดศูนย์กลางของบ้านหลังนี้ และฉันดีใจสุด ๆ ที่ได้มีมันอยู่”   นอกจากนี้ยังมีชิ้นงานศิลป์อื่น ๆ เช่น พรมตุรกีเอนทีค เก้าอี้ยาวฝรั่งเศสสมัยศตวรรษที่ 19 และเก้าอี้ครัวทรงสูงที่ออกแบบโดยสถาปนิกช่วงกลางศตวรรษอย่าง Pierre Jeanneret  สำรวจบ้านหลังงามของ Kendall กันแบบเต็ม ๆ ได้ที่วีดิโอด้านบนครับ!  เรื่อง Peerachai Pasutan เรียบเรียง […]

ไม่หวั่นกระแสโลก! Hermès สามารถเติบโตได้ในภาวะวิกฤตโควิด-19 ด้วยจากการเจาะตลาดจีน!

ธุรกิจและแบรนด์แฟชั่นต่าง ๆ ต่างได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไปไม่มากก็น้อย ทว่า มีเพียงไม่กี่แบรนด์เท่านั้นที่สามารถเติบโตขึ้นได้ในภาวะการณ์เช่นนี้ หนึ่งในนั้นคือแบรนด์หรูจากฝรั่งเศสอย่าง Hermès ที่เติบโตขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีนครับ   ก่อนหน้านี้ ช่วงระหว่างการแพร่ระบาดของโรคฯ นั้น Hermès มียอดขายตกลงเพียง 7.7% เท่านั้น น้อยกว่าที่บริษัท Morgan Stanley ประเมินไว้ว่าจะตกลงที่ 13% กว่าครึ่งนึง แต่เมื่อสามารถเปิดทำการร้านค้าได้อีกครั้ง บูติกของแบรนด์ในเมืองกว่างโจว สามารถทำเงินได้มากถึง 2.7 ล้านเหรียญฯ (ประมาณ 83 ล้านบาท) ภายในวันเดียว อีกทั้งมูลค่าหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ปารีสของ Hermès เองก็เพิ่มสูงถึง 13% ระหว่างเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2020 กลายเป็น 1 ใน 8 แบรนด์หรูที่มีราคาหุ้นสูงขึ้น  มีการวิเคราะห์กลยุทธ์ของ Hermès ที่สามารถเติบโตขึ้นได้ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ ซึ่งหลายรายได้มองว่า ทางแบรนด์ได้เจาะตลาดกลุ่มลูกค้าชาวจีนเป็นหลัก ซึ่งกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้มองว่า Hermès เป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราอีกระดับที่ไม่ได้อิงกับผลงานคอลแลป กระแสต่างๆที่มาไวไปไว แคปซูลคอลเลคชั่นสำหรับคน Gen-Z และระบบแฟชั่นที่มีโลโก้หรือลายโมโนแกรมเป็นแก่นกลางหรือจุดขายสำคัญ ประกอบกับผลงานผลิตภัณฑ์เด่นๆของแบรนด์นั้นบางส่วนไม่อ้างอิงกับซีซั่น ทำให้เกิดความคลาสสิกและมนต์สเน่ห์ในตัวเองแบบไม่ตามใคร  ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่บริษัทให้คำปรึกษา McKinsey & Company นิยามว่า “Silent Luxury” ซึ่งเป็นการกลับมาของกระแสความหรูหราที่มีแก่นสารแห่งความสง่างามและความสงบ นอกจากนี้ การเจาะตลาดลูกค้าชาวจีนผ่านช่องทางออนไลน์หรือดิจิตอลนั้นก็ช่วยไม่ให้ยอดขายของแบรนด์ตกลงไปมากนัก ทั้งนี้เพราะชาวจีนเองก็เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีแนวโน้มในการซื้อสินค้าระดับหรูผ่านออนไลน์ด้วยเช่นกัน คาดว่ากลยุทธ์ในลักษณะนี้อาจทำให้รายได้ที่มาจากประเทศจีนของผลิตภัณฑ์หรูต่าง ๆ มีส่วนแบ่งที่ 50% ภายในปี 2025  นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเกี่ยวกับกระเป๋า Birkin ที่ตั้งชื่อตามนักร้องนักแสดงชาวอังกฤษอย่าง  Jane Birkin อันเป็นไอเท็มชิ้นไอคอนิกของแบรนด์มาตั้งแต่ยุค 80 (และบางครั้งก็ได้รับการมองว่าเป็นการลงทุนที่ดีกว่าทองเสียอีก) คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Hermès มีความยืดหยุ่นในการดำเนินงานไม่ว่าจะช่วงก่อนหรือหลังโควิด นอกจากนี้ ยังมีอีกแบรนด์หนึ่งที่เติบโตขึ้นอย่างสูงในประเทศจีน คือ Li-Ning แบรนด์เครื่องแต่งกายกีฬาภายในประเทศที่ก่อตั้งโดยนักกีฬาโอลิมปิกเหรียญทองปี 1989 อย่าง Li Ning ที่ได้รับอิทธิพลจากกระแสชาตินิยมของชาวจีน การโฆษณาผ่านสื่อต่าง ๆ อย่างหนัก การปรากฏตัวในการแข่งขัน NBA (สวมใส่โดยตำนานนักบาสอย่าง Dwyane Wade) และ Paris Fashion Week ที่เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับสินค้า Made in China เป็นที่ยอมรับมากขึ้น   เรียกได้ว่าทั้งหมดนี้เป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาทางธุรกิจที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียวในยามนี้ครับ  เรื่อง Peerachai Pasutan เรียบเรียง rhunrun

ยังไม่ฟื้นตัว! LVMH เผยผลประกอบการประจำไตรมาส 2/2020 โดยมีรายได้ตกลงไปมากถึง 38%

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทเจ้าของแบรนด์หรูหลากหลายหมวดหมู่ LVMH ได้ออกมาประกาศผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 2/2020 ของบริษัท ซึ่งมีรายละเอียดสำคัญว่า รายได้ของบริษัทในไตรมาสนี้ลดลงไปถึง 38% และยอดขายของผลิตภัณฑ์แฟชั่นและเครื่องหนังต่าง ๆ – ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ดังอย่าง Louis Vuitton – ตกลงไป 37% อันเป็นผลมาจากการปิดร้านค้ากับบูติกในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่หยุดชะงักไป อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ถือว่าน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์เอาไว้ที่ 42% และ 38% ตามลำดับ  “แม้ว่าจะมีสัญญาณการฟื้นตัวเกิดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนจากการดำเนินงานต่าง ๆ ของบริษัท แต่รายได้ในสหรัฐฯ และทวีปยุโรปยังคงตกลงอยู่ในไตรมาสนี้” LVMH ออกมาชี้แจง “อย่างไรก็ตาม ในทวีปเอเชียนั้นมีสถานการณ์ที่ดีขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะจากการกลับมาเติบโตในประเทศจีน” ส่วนกำไรของหกเดือนแรกของบริษัทในปี 2020 นี้อยู่ที่ 1.67 พันล้านยูโร (ประมาณ 61.8 พันล้านบาท) น้อยกว่าที่ประเมินไว้ที่ 2.32 พันล้านยูโร (85.8 พันล้านบาท) แต่ “การกำไรของแบรนด์ Louis Vuitton Christian Dior และ Moët Hennessy นั้นยังอยู่ในระดับที่สูง” ทางบริษัทกล่าวเสริม  ด้านรายได้จากทางออนไลน์นั้น LVMH กล่าวว่า “ยอดขายจากออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญนั้น มีผลต่อรายได้เพียงเล็กน้อยหลังจากการปิดร้านค้าเป็นเวลาหลายเดือน” ซึ่งข้อมูลล่าสุดที่เคยประกาศไปเมื่อปี 2018 นั้น บ่งบอกว่าบริษัทมียอดขายจากช่องทางออนไลน์อยู่ที่เพียง 8% ผู้ลงทุนจึงยังคงจับตาดูว่า การแพร่ระบาดของโรคฯ จะเร่งให้บริษัทปรับตัวสู่โลกดิจิตอลมากขึ้นหรือไม่  นอกเหนือจากนี้ ยังมีการวิเคราะห์จาก Credit Suisse ออกมาว่า Louis Vuitton – ที่โดงดังจากลวดลายโมโนแกรมอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ – ได้ปรับราคาของกระเป๋าไอคอนิกรุ่นต่าง ๆ ขึ้นอีก 5% ในตลาดสำคัญเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งสวนทางกับสถานการณ์ในขณะนี้  ต้องจับตากันดูต่อไปครับว่า ผลประกอบการของบริษัทแฟชั่นอื่น ๆ ในไตรมาสนี้ – ที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์กันไว้ว่าจะเป็นไตรมาสที่เลวร้ายที่สุดจากโรคระบาด – จะเป็นเช่นไรต่อไป ยังไงเราก็เป็นกำลังใจให้นะครับ!   เรื่อง Peerachai Pasutan เรียบเรียง rhunrun

เตรียมรับชมโชว์คอลเล็กชั่นล่าสุดจาก Celine ในชื่อแสนซ่าปนขี้เล่นอย่าง “THE DANCING KID” สดๆวันนี้เวลาสามทุ่มตรง!

เป็นอีกหนึ่งโชว์ที่หลายคนจับตามองกับการนำเสนอคอลเล็กชั่นในรูปแบบออนไลน์ครั้งแรกของ Celine ภายใต้การนำของ creative director มาดขรึมขวัญใจแฟนๆอย่าง Hedi Slimane ซึ้งครั้งนี้โชว์มาในชื่อสนุกๆอย่าง “THE DANCING KID” ที่ไม่ได้เข้มขรึมและคุมโทนโนโนโครมสีเข้มในสไตล์ของร็อกสตาร์ที่ Hedi นำเสนอมาตลอด  ถือว่าสนใจมากๆสำหรับคอลเล็กชั่นนี้ รอรัมชมพร้อมกันทั่วโลกได้วันนี้ 3 ทุ่มตามเวลาของประเทศไทย บนเวปไซต์และ instagram ของแบรนด์ แฟนๆของดีไซน์เนอร์และตากล้องคนเก่งวัย 52 ห้ามพลาดเลยครับ! 

BOTTEGA VENETA: MEN ภาพยนตร์สั้นที่ตีความหมายของความหลากหลายและซับซ้อนของผู้ชายในทุกแง่มุมผ่านความสัมพันธ์ระหว่างเสื้อผ้าและผู้สวมใส่

ผู้ชายแบบ New BOTTEGA นั้นจะมีบุคลิกอย่างไรเรียบเท่มินิมอลหรือรักสนุกแบบฉีกทุกเกณฑ์ชมหลากหลายในการตีความ “ความเป็นผู้ชาย” และสายสัมพันธ์ระหว่างบุรุษผู้สวมใส่กับเสื้อผ้าตัวสวยได้ผ่านหนังสั้น BOTTEGA VENETA: MEN  ที่ Daniel Lee, Creative Director ชาวอังกฤษคนเก่งผู้คืนชีพให้ BOTTEGA  ได้จัดทำขึ้นพร้อมด้วยเพื่อนศิลปินจากหลากหลายแขนงนำโดย Barry Keoghan Dick Jewell  George Rouy  Michael Clark  Neneh Cherry Obongjayar Octavian Roberto Bolle Roman Tricky   ได้แล้วตอนนี้ถือว่าห้ามพลาดเลยล่ะเพราะหนังสั้นตัวนี้จะเปิดให้รับชมถึงวันที่ 6 สิงหาคมนี้เท้านั้นไปชมทีเซอร์เท่ๆรอกันก่อนได้เลยครับ! ส่วนหนังตัวเต็มคลิ๊กที่นี่เพื่อชมได้เลยครับ!

ปรับเปลี่ยนอย่างหนักเพื่อความอยู่รอด! The Row แบรนด์หรูจากพี่น้องตระกูล Olsen ลดพนักงานมากถึง 50% จากปัญหาทางการเงิน

The Row เป็นแบรนด์จากคู่แฝดแห่งฮอลีวูดอย่าง Ashley และ Mary-Kate Olsen ที่มีชื่อเสียงจากสไตล์มินิมอลสุดหรูและไอเทมของแบรนด์อย่าง กระเป๋า Ascot และรองเท้า Velvet Furlane อีกทั้งตัวสองพี่น้องตระกูล Olsen เองก็ได้รับการยอมรับและได้รับรางวัลจากสถาบันต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน ทว่าตอนนี้ The Row ก็ไม่ต่างจากแบรนด์อื่น ๆ ที่กำลังอยู่ในภาวะที่ยากลำบากในยามนี้ครับ   มีรายงานเปิดเผยว่า The Row ได้ปลดพนักงานในแผนกต่าง ๆ ออกไปถึงครึ่งหนึ่งเนื่องจากประสบปัญหาทางการเงินระหว่างการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว ยังมีการปลดหัวหน้าแผนกออกแบบฝ่ายสตรี Anna Sophia Hövener และผู้ก่อตั้งแผนกเครื่องแต่งกายบุรุษ Paul Helbers ซึ่งบางรายได้มองว่า การออกจากบริษัทของ Helbers นั้นถือเป็นจุดสิ้นสุดของแผนกสำหรับผู้ชายแบบเราๆที่เปิดตัวไปตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2018 ทว่าไม่ได้มีผลการดำเนินงานที่ดีมากเท่าที่ควรในช่วงที่ผ่านมา  ขณะนี้ ทางแบรนด์เองก็เป็นเจ้าหนี้ของ Barneys New York – ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ของแบรนด์หรูต่าง ๆ ที่ตอนนี้ตกอยู่ในภาวะล้มละลาย และยังติดหนี้แก่ The Row เป็นเงินกว่า 3.7 ล้านเหรียญฯ (ประมาณ 114 ล้านบาท) กระนั้นก็ดี The Row เองก็ไม่ได้ผลักดันการจัดจำหน่ายสินค้าของตนผ่าน e-commerce มากนัก จึงอาจเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้แบรนด์ต้องประสบปัญหาทางการเงินเช่นกัน  อย่างไรก็ตาม ทางแบรนด์ก็ไม่ได้ออกมาให้ความเห็นหรือตอบโต้ต่อข่าวที่ออกมา อีกทั้งออกแถลงการณ์กับทางเว็บไซต์ WWD ว่า The Row ยังคงทำงานในคอลเลคชั่นต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้ง Pre-Fall และ Fall 2020, Spring 2021 รวมไปถึงคอลเลคชั่นอื่น ๆ ในอนาคต   นอกจากปัญหาทางการเงินแล้ว ยังมีข่าวออกมาว่า The Row ประสบปัญหาเรื่องความหลากหลายทางเชื้อชาติภายในบริษัท โดยไม่มีการจ้างพนักงานระดับสูงชาวผิวสีใน HQ ต่าง ๆ และมีพนักงานชาวเอเชียจำนวนน้อย โดยทางแบรนด์ไม่ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้แต่อย่างใด  แม้จะมีปัญหาต่าง ๆ เช่นนี้ แต่ก็มีรายงานข่าวออกมาว่า ทั้ง Ashley และ Mary-Kate (ผู้ซึ่งเป็นซีอีโอและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ตามลำดับนั้น) ยังคงใช้จ่ายอย่างไม่ระมัดระวัง ทั้งซื้อเตียงขนเฟอร์ที่ไม่มีผู้ใดใช้มาตั้งไว้กลางสตูดิโอออฟฟิศ หรือตัว Mary-Kate ที่ใช้เงินไปจำนวนมากจากการหย่ากับสามี Olivier Sarkozy และจากการพักร้อนหนีโควิดในย่าน The Hamptons ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า The Row และสองพี่น้อง Olsen จะปรับตัวอย่างไรต่อไปครับ ทางเราก็ขอเป็นกำลังใจให้ครับเพราะผลงานดีไซน์ในสไตล์มินิมอลเรียบหรูสง่างามของสองซุปเปอร์สตาร์ชาวอเมริกันก็ถือว่าทำออกมาได้ดีตลอดครับ   เรื่อง Peerachai Pasutan เรียบเรียง rhunrun