Entries by rhunrun

สิ้นปีแบบนี้ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขไปกับกระเป๋ารุ่นไอคอนิกจาก BOTTEGA VENETA

เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขไปกับ Bottega Veneta ด้วยกระเป๋ารุ่นไอคอนิก  ต้อนรับช่วงเทศกาลคริสมาสต์และปีใหม่ด้วยการออกสีใหม่อย่างสีเงินและสีทอง โดดเด่นด้วยเอฟเฟคหนังเมทาลิค เล่นแสงยามเย็นได้อย่างงดงามไร้ที่ติ ผ่านกรรมวิธีการฟอกหนัง ที่พิถีพิถันมอบสัมผัสนุ่มนวลและมีรอยย่นทั่วทั้งใบ ทำให้กระเป๋าแต่ละใบมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำกัน และยังแสดงถึงคุณภาพของหนังที่เลือกใช้อีกด้วย อีกทั้งนวัตกรรมการเคลือบเงา ที่ทำให้กระเป๋ามีความทนทานและต่อรอยขีดข่วน มาด้วยกันหลากหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็นรุ่นยอดฮิตตลอดกาล อย่าง รุ่น Padded Cassette รุ่น Turn รุ่น Knot และ รุ่น Jodie  เริ่มต้นที่กระเป๋าใบโปรดของผู้คนมากมายอย่างกระเป๋า Padded Cassette ที่จุดเด่นของตัวกระเป๋ามาพร้อมเอฟเฟกต์ matelassé ซึ่งเป็นเทคนิคการทอด้วยมือที่ให้เอฟเฟกต์หนัง ที่เปรียบเสมือนการบุนวมที่มีความหนาขึ้นเห็นได้ชัดถึงการทับซ้อน หรือเรียกได้ว่าเป็นการสาน Intrecciato ที่แสดงให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของแบรนด์อย่างวิจิตรประณีต ให้ผิวสัมผัสนูนและสวยงามนั้นเอง นำเสนอความเหนือกาลเวลาเข้ากับความทันสมัยผ่านกระเป๋า Knot ใช้เทคนิคพิเศษในการยกระดับผลงานชิ้นเอกในขณะที่ยังคงเอกลักษณ์โดดเด่นของBottega Veneta อีกทั้งอะไหล่โลหะเปิดปิดกระเป๋า Knot ชวนให้นึกถึงประวัติศาสตร์ และมรดกของแบรนด์อย่างแท้จริง  ตามด้วยกระเป๋า Turn โดดเด่นด้วยลูกตุ้มโลหะสีทอง ที่สามารถปรับระดับได้ และสามารถใช้ได้หลากหลายสไตล์ โดยสามารถเปลี่ยนจากกระเป๋าทรงเพ้าช์ เป็นกระเป๋าทรงมินิฮาล์ฟมูน (half-moon mini bag) ที่สามารถสะพายไหล่ได้  เพราะด้วยตัวหนังของกระเป๋ามีความนุ่ม ทำให้ปรับคืนดีไซน์กระเป๋าได้ด้วยตามต้องการเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ในแต่ละวันของคุณ จบด้วยกระเป๋า Jodie กระเป๋าหูหิ้วสุดคลาสสิค โดดเด่นด้วยการถักทอด้วยเทคนิค intrecciato อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Bottega Veneta กระเป๋า Jodie ยังมาพร้อมกับหลากหลายเฉดสี และขนาดที่เหมาะกับทุกการใช้งาน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Bottega Veneta Store และ www.bottegaveneta.com rhunrun เรียบเรียง  crackpot MS PK

‘Pink Flash’ คู่สีใหม่ล่าสุดจาก collaboration สุดฮอต Jacquemus x Nike วางจำหน่ายทางออนไลน์แล้ววันนี้

วันอังคารสีชมพูกับความสดใสของคู่สีใหม่ล่าสุดจาก collaboration สุดฮอต Jacquemus x Nike กับโมเดลที่ได้แรงบันดาลใจจากการปีนเขาอย่าง Air Humara สี ‘Pink Flash’ วางจำหน่ายทางออนไลน์ของแบรนด์ครับ คลิ๊กเข้าไปเลือกชมกันได้เลย! rhunrun เรียบเรียง

Audemars Piguet เปิดตัว “Code 11.59 by Audemars Piguet Starwheel” ที่ดึงเอากลไกหน้าปัดแบบ Wandering Hours ที่ซับซ้อนและประณีตกลับมาใช้อีกครั้ง

โอเดอมาร์ ปิเกต์ แบรนด์เครื่องบอกเวลาชั้นสูงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เปิดตัวนาฬิการุ่น Code 11.59 by Audemars Piguet Starwheel เรือนเวลาที่ผสานไว้ด้วยเซรามิกสีดำกับไวท์โกลด์ 18 กะรัต พร้อมด้วยกลไก Wandering Hours ที่ถูกคิดค้นขึ้นเป็นครั้งแรกในศตวรรษที่ 17 เพื่อให้เป็นกลไกบอกเวลาที่แสดงชั่วโมงโดยใช้ระบบของดาวเทียมที่ขยับไปตามมาตราส่วนนาทีที่ถูกจัดวางไว้ในรูปของส่วนโค้ง การบอกเวลาชั่วโมงและนาทีที่งดงามนี้ทำให้การอ่านเวลาดูมีความลึกลับน่าค้นหายิ่งกว่าที่เคย และแม้ว่ากลไกนี้จะได้รับความนิยมน้อยลงในช่วงศตวรรษที่ 20 ทว่าโอเดอมาร์ ปิเกต์ได้กลับมาค้นพบและแนะนำออกสู่ตลาดอีกครั้งในปี 1991 โดยใช้ชื่อว่า “Starwheel” กลไกที่ไม่ธรรมดานี้ถูกนำมาติดตั้งอยู่ในนาฬิกาหลายรุ่นจนถึงช่วงต้นทศวรรษ 2000 และในวันนี้ Starwheel กำลังจะกลับมาอีกครั้งในคอลเลกชัน Code 11.59by Audemars Piguet ด้วยดีไซน์ที่มีความล้ำสมัยเป็นพิเศษของตัวเรือนยิ่งช่วยขับเน้นความน่าสนใจของหน้าปัดแสดงเวลาแบบ Wandering Hours พร้อมทั้งยกย่องกลไกสุดคลาสสิกของเรือนที่น้อยคนจะรู้จักไปพร้อมๆ กัน กลไก Wandering Hours ในดีไซน์สุดล้ำสมัย จากศตวรรษที่ 17 ถึงศตวรรษที่ 20 ความงดงามของ Wandering Hours นั้นอยู่ภายในกลไกที่ซ่อนเร้นไว้อย่างลึกลับ โดยเผยในปี 1991สะท้อนความงามผ่านกลไกที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนบนหน้าปัด โอเดอมาร์ ปิเกต์สานต่อและพัฒนากลไก Starwheel โดยอิงจากนาฬิการุ่นต่าง ๆ แห่งทศวรรษ 1990 และบรรจุกลไกสุดพิเศษนี้ไว้บนตัวเรือนของ Code 11.59 by Audemars Piguet ยิ่งไปกว่านั้นกลไก Wandering Hours ยังขับเน้นโครงสร้างและรายละเอียดของตัวเรือนให้โดดเด่นยิ่งขึ้นไปอีกด้วยรูปทรงเรขาคณิตที่ซ้อนทับกัน โดยเฉพาะทรงกลมของขอบตัวเรือน ฝาหลัง และดิสก์ Starwheel รวมไปถึงตัวเรือนส่วนกลางทรงแปดเหลี่ยม หน้าปัดอเวนจูรีน (Aventurine) สีน้ำเงินเป็นฉากหลังสะท้อนแสงระยิบระยับให้กับดิสก์วงกลมสามแผ่นที่หมุนได้ด้วยแกนของมันเอง ราวกับดาวเคราะห์ในจักรวาลเล็ก ๆ ของหน้าปัด ดิสก์ทรงโดมทั้งสามชิ้นรังสรรค์ขึ้นจากอะลูมิเนียมและเคลือบสีดำด้วยการกระบวนการเคลือบแบบพีวีดี ก่อนที่จะได้รับการตกแต่งแบบพ่นทรายให้มีความแวววาว พร้อมด้วยตัวเลขบอกชั่วโมงสีขาวบนกลไกสะท้อนดีไซน์อันร่วมสมัย ส่วนแสดงนาที 120 องศา ซึ่งมีความกว้างเป็นส่วนโค้งจากตำแหน่ง 10 นาฬิกาถึง 2 นาฬิกา และขอบตัวเรือนด้านใน จึงใช้สีดำทั้งสองส่วน โดยเลขบอกนาทีใช้เป็นสีขาว รายละเอียดด้านเทคนิค นาฬิกาข้อมือรุ่น Code 11.59 by Audemars Piguet Starwheel ขนาดหน้าปัด 41 มิลลิเมตร 15212NB.OO.A002KB.01 ฟังก์ชั่น   […]

เรื่องราวและประวัติศาสตร์ของอียิปต์ผ่านการตีความของ Dior และ Kim Jones ชมโชว์สดๆส่งตรงจากกรุงไคโรได้วันนี้ 5 ทุ่มตรงตามเวลาประเทศไทยครับ!

เรื่องราวและประวัติศาสตร์ของอียิปต์ผ่านการตีความของ Dior และ Kim Jones ชมโชว์สดๆส่งตรงจากกรุงไคโรได้วันนี้ 5 ทุ่มตรงตามเวลาประเทศไทยครับที่ลิ้งด้านล่างครับ!

BOTTEGA VENETA เยือนไมอามี่อย่างมีสไตล์กับเก้าอี้ COME STAI? ดีไซน์โดย GAETANO PESCE จัดแสดงผ่านนิทรรศการ อาร์ทติส ทอล์ค และ หนังสือรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นที่ได้นางแบบระดับตำนาน Kate Moss มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราว

Matthieu Blazy ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Bottega Veneta มอบหมายอันเป็นประวัติการณ์ให้กับ สถาปนิก ศิลปินและนักออกแบบอย่าง Gaetano Pesce เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ให้รังสรรพื้นที่แสดงผลงานศิลปะชั่วคราวเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในงานแฟชั่นโชว์ Bottega Veneta Summer 23 ที่มิลาน ประเทศอิตาลี สถานที่จัดแสดงประกอบด้วยพื้นยางเรซิ่นที่ได้รับการออกแบบอย่างวิจิตรและเก้าอี้สีเรซิ่นทั้งหมด 400 ตัว ที่สร้างสรรค์ด้วยสีสันที่หลากหลาย แม้แฟชั่นโชว์ได้จบลงแล้ว แต่การร่วมมือกันระหว่าง Matthieu Blazy และ Gaetano Pesce ยังคงดำเนินต่อไป ด้วยการจัดนิทรรศการที่ flagship fair ในปีนี้ โดยนำเสนอเก้าอี้ Come Stai? และเก้าอี้บางตัวถูกเลือกมาจัดแสดงและพร้อมจำหน่ายที่งาน Design Miami/ ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง 4 ธันวาคม2022 การสนทนาระหว่าง Pesce และ ผู้อำนวยการภัณฑารักษ์ของ Design Miami/  Maria Cristina Didero ตามด้วยการลงนามในหนังสือเพื่อเฉลิมฉลองโปรเจคและเปิดตัวหนังสือสะสม THE EXHIBITION (นิทรรศการ)                                      เก้าอี้ Come Stai? เป็นผลงานออกแบบชิ้นใหม่ของ Pesce ในรอบหลายปี โดยถูกการรังสรรค์ขึ้นโดยผ้าแคนวาสผ้าฝ้าย โดยใช้เทคนิคการทอแบบดั้งเดิม จุ่มสีเรซิ่นและผสมผสานเข้ากับรูปวาดด้วยมือ ซึ่งแต่ละตัวมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกัน “ผลงานชิ้นนี้คือการแสดงความเคารพต่อความแตกต่าง เป็นผลงานที่ข้องเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์อย่างปฏิเสธไม่ได้ เพราะมนุษย์ทุกคนล้วนแล้วต่างกัน ถ้ามีใครบอกว่ามนุษย์ทุกคนเหมือน ๆ กันทั้งนั้น ก็ช่างหัวพวกเขา! พวกเราต่างกัน และนั่นคือสิ่งที่นิยามคุณค่าของพวกเรา ไม่เช่นนั้นพวกเราก็ไม่ต่างจากสำเนาเลียนแบบ หนึ่งในแนวคิดการออกแบบในครั้งนี้มาจากพื้นฐานที่ว่าพวกเราทุกคนล้วนมีเอกลักษณ์ด้วยกันทั้งนั้น” Gaetano Pesce กล่าว โดยจะถูกจัดแสดงและจัดจำหน่ายที่​ Miami Design District ตามที่อยู่ 153 NE 40th St, Miami, FL 33137 ตั้งแต่วันที่ 330 พฤศจิกายน ถึง 4 ธันวาคม 2022 […]

BOY DOLL คอลเล็กชั่นล่าสุดจาก Celine กับการหยิบเอาเรื่องราวและช่วงเวลาอันน่าจดจำผ่านแนวดนตรีหลากหลายชนิดที่เกิดขึ้นใน L’Olympia ฮอลล์ดนตรีเก่าแก่ที่สุดในฝรั่งเศสมาตีความใหม่อย่างลงตัว

BOY DOLL คอลเล็กชั่นล่าสุดจาก Celine ภายใต้การนำของ Hedi Slimane เลือกใช้สถานที่อันเป็นตำนานอย่าง L’Olympia ฮอลล์ดนตรีเก่าแก่ที่สุดในฝรั่งเศสมาใช้เป็นฉากหลังซึ่งฮออล์ดังกล่าวก็เปิดกิจการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1893 และเป็นสถานที่จัดการแสดงโอเปร่าและบัลเล่ต์มานับครั้งไม่ถ้วน นอกจากนี้ในยุคหลังยังได้ต้อนรับศิลปินมากมายหลายแนวดนตรีอาทิเช่น THE BEATLES (1964), THE ROLLING STONES (1965), JIMI HENDRIX (1966), BOB DYLAN (1966), JAMES BROWN (1967), DAVID BOWIE (2002) และล่าสุดกับวงอินดี้ร็อกจากนิวยอร์ก THE STROKES (2020). ในส่วนของงานดีไซน์ Hedi ได้ดึงเอาศิลปินคนเก่งอย่าง BANKS VIOLETTE เข้ามาร่วมงานโดยทั้งคู่นั้นร่วมงานกันมายาวนานตั้งแต่ปี 2005 หลังจากที่ได้พบกันในนิวยอร์ก ถัดมาที่งานดนตรีอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้ Celine ในยุคของ Hedi นั้นโดดเด่นไม่เหมือนใครโ ดยในครั้งนี้ทางแบรนด์ได้ร่วมงานกับ SHITKID สองสาวคู่หูจากสวีเดนที่หยิบเอาดนตรีพังก์มาตีความหมายใหม่ให้ร่วมสมัยและมีความขบถอยู่เต็มเปี่ยมซึ่ง “FAVOURITE THING” […]

DIESEL อีกหนึ่งแบรนด์ฮอตภายใต้การนำของ Glenn Martens หยิบกระแส Y2K มาต่อยอดผ่านคอลเล็กชั่นล่าสุด Pre-Fall 2023

DIESEL แบรนด์ที่กลับมาฮอตแบบหยุดไม่อยู่ด้วยการนำเอากลิ่นไอของเทรนด์ Y2K มาตีความหมายใหม่ผ่านสายตาของ Glenn Martens creative director ชาวเบลเยี่ยม และนี่ก็คือคอลเล็กชั่นของฝั่งผู้ชายในฤดูกาลล่าสุด Pre-Fall 2023 ไปชมกันได้เลยครับ! rhunrun เรียบเรียง

ปิดตำนานไว้ที่ 27 ปี! Raf Simons ประกาศปิดตัวแบรนด์พร้อมสั่งลาด้วยคอลเล็กชั่น SS2023

 Raf Simons ประกาศแล้วว่าคอลเล็กชั่น SS2023 ที่เพิ่งจัดโชว์ไปที่ลอนดอนจะเป็นคอลเล็กชั่นสุดท้ายของเจ้าตัวและแบรนด์ครับเราได้รวบรวมเอาลุคไฮไลต์ที่ผ่านมาของอีกหนึ่งดีไซเนอร์อัจฉริยะชาวเบลเยี่ยมมาฝากกัน ซึ่งแฟนๆก็อย่าเพิ่งใจหายเพราะเจ้าตัวจะยังคงตำแหน่ง co-creative director คู่กับ Miuccia Prada ให้กับ Prada ต่อไปครับ rhunrun เรียบเรียง

Nothing Ear (stick) นวัตกรรมสุดล้ำกับดีไซน์อ้างอิงหลักยศาสตร์เพื่อความสบายสูงสุด มาพร้อมกับเสียงที่สมจริงทรงพลังด้วยไดร์เวอร์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อพลิกโฉมวงการหูฟัง

Nothing ได้นำเสนอประสบการณ์ทางด้านเสียงที่ล้ำหน้าที่สุดในปัจจุบัน กับหูฟัง Ear (stick) ที่สามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 29 ชั่วโมง มีไดร์เวอร์ที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะขนาด 12.6 มม. และออกแบบมาในรูปแบบ half-in ear สามารถสวมใส่ได้อย่างสบาย Nothing Ear (stick) ถ่ายทอดเสียงที่ทรงพลังอย่างแท้จริง มอบความรู้สึกเบาสบายในราคาเพียง 4,190 บาท ออกแบบมาเพื่อความสบาย ดีไซน์มาในรูปแบบ half-in-ear ที่ทำให้การสวมใส่สบายเป็นพิเศษ Ear (stick) มอบทางเลือกใหม่ให้กับผู้ใช้ในระบบEcosystem เสียงของ Nothing หูฟังที่มาในเคสทรงกระบอกขนาดกะทัดรัดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงของลิปสติก ตัวหูฟังอยู่ในระดับที่พอดีกับหู เพื่อให้สวมใส่ได้อย่างพอดีและเป็นธรรมชาติ ได้รับการออกแบบตามหลัก การยศาสตร์และผ่านการทดสอบกับผู้คนมากกว่า 100 คน Nothing Ear (stick) ให้ความรู้สึกเบาสบายราวกับไม่ได้สวมใส่ มีน้ำหนักเพียง 4.4 กรัมต่อข้าง เพื่อการใช้งานที่สะดวกตลอดทั้งวัน เสียงที่ชัดเจนสัมผัสเสียงที่มีชีวิตชีวามากขึ้นด้วยไดร์เวอร์ไดนามิคที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะของ Nothing Ear (stick) ซึ่งเป็นหนึ่งในไดร์เวอร์ที่มีความไวที่สุดในตลาด มีขนาด 12.6 มม. ซึ่งสามารถที่จะให้ความลึกของเสียงได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยรายละเอียดเสียงสูงที่ชัดเจนและครบถ้วน ในขณะเดียวกันก็ยังมีขนาดที่เล็กพอสำหรับการสวมใส่ที่พอดี ให้ความสม่ำเสมอของเสียงแม้อยู่ในความถี่สูงสุดและต่ำที่สุด เพื่อประสบการณ์การรับฟังที่สมจริงอย่างทรงพลัง เผยเทคโนโลยีใหม่อย่าง Bass Lock Technology ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์อัจฉริยะที่จะวัดรูปร่างของช่องหูที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้ใช้แต่ละคนและความพอดีของหูฟัง และทำการตรวจเสียงเบสที่หายไประหว่างการสวมใส่ หลังจากนั้นเส้นโค้งของอีควอไลเซอร์จะปรับโดยอัตโนมัติไปยังระดับที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ใช้ เพื่อให้เสียงมีความลึกและคมชัดทุกครั้ง Clear Voice Technology  Nothing’s Clear Voice Technology อีกหนึ่งนวัตกรรมที่เพิ่มประสิทธิภาพให้ไมโครโฟนมีความละเอียดสูงสามตัว ทำงานร่วมกับระบบอัลกอริทึมที่ได้รับการพัฒนามาเพื่อตัดเสียงรบกวนรอบข้าง และเพิ่มประสิทธิภาพการสนทนาของผู้ใช้ด้วยการป้องกันเสียงจากสิ่งแวดล้อมภายนอก การเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพ Ear (stick) มีเสาอากาศที่ออกแบบใหม่ซึ่งอยู่ห่างจากใบหน้าเพื่อลดการปิดกั้นของสัญญาณ เมื่อคุณเล่นเกมบนสมาร์ทโฟนของ Nothing Phone (1) ฟังก์ชันนี้จะสลับไปที่โหมดความหน่วงต่ำโดยอัตโนมัติเพื่อให้เสียงและกราฟิกตรงกันอย่างพอดี นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Android ได้อย่างง่ายดายด้วย Fast Pair[1] Press Controlsปุ่มควบคุมหูฟังถูกออกแบบมาเพื่อการสัมผัสที่แม่นยำมากขึ้นเป็นพิเศษ โดยปุ่มควบคุมหูฟังสามารถใช้งานได้แม้ในขณะที่นิ้วมือเปียก ผู้ใช้สามารถกดสั่งการผ่านก้านหูฟังเพื่อเปิดใช้งานระบบด้วยเสียงและปรับระดับเสียงได้อย่างง่ายดาย ใช้ร่วมกับ Phone (1) […]

วันจันทร์แบบนี้เก้าอี้ Sunset Chair ผลงานร่วมออกแบบระหว่าง Off-White และ Helinox ให้คุณได้เอนกายพักผ่อนได้ทุกที่ทุกเวลา

วันจันทร์แบบนี้เก้าอี้ Sunset Chair ผลงานร่วมออกแบบระหว่าง Off-White และ Helinox แบรนด์ชั้นนำด้านอุปกรณ์แคมป์ปิ้งจากประเทศเกาหลีใต้ ที่มุ่งเน้นในเรื่องการใช้งาน ความแข็งแรง และน้ำหนักที่เบาพกพาสะดวก ดีไซน์ที่โดดเด่นด้วยผ้าสีและเฟรมสีดำน้ำหนักเบาน่าจะตอบโจทย์ใครหลายๆคนครับ เพราะว่านอกจากจะเข้ากับชุดได้อย่างแนบเนียนผ่านระบบพับ ยังสามารถไว้นั่งพักให้หายเหนื่อยได้ทุกที่อีกด้วยว่าแล้วก็ของีบ power nap ซักแปปละกันนะ! rhunrun เรียบเรียง