พบกับจักรวาลแห่ง Gucci ผ่านนิทรรศการ Gucci Visions

Share This Post

- Advertisement -

Gucci ขอนำเสนอ ‘Gucci Visions’ งานนิทรรศการล่าสุดกับประสบการณ์เสมือนจริงเพื่อให้ผู้เข้าชมได้ดื่มด่ำไปกับตำนานแห่งการสร้างสรรค์และความเป็นมาของแบรนด์ Gucci ผ่านเรื่องราวประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่าศตวรรษ ผ่านนิทรรศการที่พร้อมมอบบรรยากาศอันน่าตื่นตาตื่นใจกับการจัดแสดงเรื่องราวทั้งหมด ผ่านห้องทั้ง 6 ห้อง ที่จัดแสดงไว้อย่างเป็นเอกลักษณ์โดยห้องทุกห้องต่างสะท้อนเส้นทางการเดินทางอันสุดพิเศษของจักรวาลแห่งความเป็น Gucci ดั่งภาพจินตนาการผ่านห้วงเวลาผ่านมุมมองแบบ 360 องศา โดย Gucci Visions ในประเทศไทยจะเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน ไปจนถึงวันที่ 21 กรกฎาคม 2567 นี้ ณ EM GLASS บริเวณชั้น G อาคาร EM TOWER ศูนย์การค้า EMSPHERE

1. Flora Room

งานนิทรรศการเริ่มต้นด้วยที่ห้องแรก คือห้อง “Flora” ห้องนี้ได้นำเสนอความโดดเด่นของงานพิมพ์ลวดลายดอกไม้ของ Gucci อันโด่งดัง ซึ่งได้รับการนำมาตีความใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่าผ่านผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของ Gucci

2. Bamboo Room

ถัดมากับห้องที่ 2 คือ ห้อง “Bamboo” โดยในห้องนี้ได้นำเสนอนวัตกรรมของการนำเอาไม้ไผ่มาใช้เป็นส่วนประกอบในขั้นตอนการออกแบบ อันสร้างสรรค์ของ Gucci โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการนำเอาไม้ไผ่มาใช้เป็นวัสดุในงานกระเป๋าถือ รุ่นไอคอนิกของแบรนด์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นตรงหูจับที่ใช้ไม้ไผ่ทรงโค้ง และทำให้กระเป๋า Gucci ถูกยกให้เป็นที่สุดแห่งกระเป๋าถือหนังในปี 1947 โดยเป็นเครื่องพิสูจน์ในด้านผู้คิดค้นนวัตกรรมงานฝีมืออันล้ำยุค

3. Travel Room

สำหรับห้อง “Travel” นั้นเป็นการมองย้อนกลับไปสูวิสัยทัศน์แรกเริ่มของผู้ก่อตั้งแบรนด์เมื่อครั้งวัยเยาว์ที่ยังทำงานอยู่ที่โรงแรม The Savoy ในกรุงลอนดอน ซึ่งทำให้เห็นว่ากระเป๋าเดินทางชั้นยอดนั้นคือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงไลฟ์สไตล์อันเปี่ยมไปด้วยรสนิยมและยังแสดงถึงสถานะทางสังคมอีกด้วย กระทั่งถึงเมื่อครั้งที่เขาได้เดินทางกลับสู่บ้านเกิดในเมืองฟลอเรนซ์เพื่อก่อตั้งแบรนด์ Gucci และได้รังสรรค์ต้นแบบของกระเป๋าเดินทางด้วยงานช่างฝีมืออันประณีตโดยนำเอาวัสดุคุณภาพสูงมาใช้

4. Icons Room

ส่วนห้อง “Icons” เป็นห้องที่ได้รวบรวมกระเป๋ารุ่นต่างๆ ที่เป็นผลงานที่ได้รับการตอบรับและโด่งดังไปทั่วโลกไว้ไว้ให้ได้ชมกัน โดยนำเสนอกระเป๋าไอคอนิกของ Gucci อันได้แก่ กระเป๋าถือรุ่น Bamboo 1947 รุ่น Horsebit 1955 และรุ่น Jackie 1961

5. Star Room

ถัดมาด้วยด้วยห้อง “Star” โดยผู้เข้าชมจะได้พบกับผลงานบางส่วนของชุดต่างๆ จากงานพรมแดงจาก Gucci ที่สวมใส่โดยเหล่าเซเลบริตี้ระดับโลกทั้งในแวดวง อุตสาหกรรมภาพยนตร์และดนตรี ซึ่งเป็นเรื่องที่หาได้ยากมากสำหรับบุคคลทั่วไป โดยครั้งนี้ Gucci ได้นำมาจัดแสดงให้ชม ดังนั้นผู้ที่สนใจด้านแฟชั่นหรือผู้ที่ชื่นชอบแบรนด์ Gucci ไม่ควรพลาด

6. Fashion Room

สุดท้ายกับห้อง “Fashion” ที่จะนำพาผู้ชมไปสู่เบื้องหลังอันเป็นหัวใจสำคัญแห่งอาณาจักร Gucci กับผลงานการออกแบบจากอดีตจนถึงปัจจุบันที่เก็บรักษาไว้ของ Gucci ในเมืองฟลอเรนซ์ ที่ได้ส่งต่อทั้งแรง บันดาลใจและแนวความคิดให้กับทุกผลงานออกแบบและคอลเลกชันของแบรนด์ Gucci เอง

- Advertisement -