Growing Up Each Day เติบโต รับมือกับปัญหา และพร้อมเรียนรู้เรื่องราวระหว่างทางการเติบโตนั้นไปกับริว – วชิรวิชญ์ วัฒนภักดีไพศาล

Share This Post

- Advertisement -

Photographer: Ponpisut Pejaroen

Fashion Editor: Chanond Mingmit

Author: Pacharee Klinchoo

365 วันสำหรับคุณ เป็นระยะเวลายาวนานขนาดไหน สำหรับเราที่เคยได้ร่วมงานกับ ริว – วชิรวิชญ์ วัฒนภักดีไพศาล ในโปรเจ็กต์ L’Officiel Hommes ME เมื่อปีที่แล้ว และได้กลับมาเจอเขาอีกครั้งกับโปรเจ็กต์เดิม เพิ่มเติมคือ 

Homme Plissé Issey Miyake และ Bao Bao Issey Miyake และตัวตนเขาที่เติบโตเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด

“ดีครับ” เขาตอบเราแบบไม่ต้องคิดเมื่อเราถามว่าหนึ่งปีที่ไม่ได้คุยกันเขาเป็นอย่างไรบ้าง “ริวรู้สึกว่าริวจัดการความเครียด และจัดการชีวิตริวได้ดีขึ้นนะครับ รู้สึกว่าปล่อยได้เร็วกว่าเดิม ส่วนในเรื่องงาน ริวก็ยังหาจุดพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ไม่หยุดครับ” เขาดูสงบลงกว่าตอนที่เราคุยกันเมื่อปีที่แล้วจริงๆ อะไรคือจุดเปลี่ยน พอจะรู้ไหม เราสงสัย “พอโตขึ้น ทำงานมากขึ้น เจอผู้คนมากขึ้น ก็ทำให้คิดได้ ตอนนี้ริวคิดว่า ก็แค่อยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุดเท่าที่ริวจะทำได้ ก็ไม่ได้ทำได้100% หรอกครับ แต่ก็จะพยายาม” 

เจอกันคราวที่แล้ว กับเจอกันคราวนี้ นิยามเรื่องแฟชั่นของริวเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน “ริวไม่รู้หรอกนะครับว่าโลกแฟชั่นมันเปลี่ยนไปยังไง แต่ริวรู้ตัวมากขึ้นว่าริวชอบอะไร เมื่อก่อนริวแต่งตัวไม่เก่ง เพราะไม่รู้ว่าตัวเองชอบใส่อะไร แต่พอหลังๆ มารู้ตัวว่าตัวเองชอบความวินเทจ ชอบแฟชั่นเรียบๆ ง่ายๆ ก็ทำให้แต่งตัวให้เข้ากับตัวเองได้ง่ายขึ้นครับ และที่วันนี้ได้มาถ่ายแบบกับแบรนด์ของประเทศญี่ปุ่น ทั้ง Homme Plissé Issey Miyake และ Bao Bao Issey Miyake ริวดีใจมากเลยนะครับ เพราะริวชอบประเทศญี่ปุ่นอยู่แล้วด้วย”

ริวเห็นเสน่ห์อะไรในประเทศญี่ปุ่น “เอาจริงๆ ริวก็ตอบไม่ได้หรอกนะครับว่าริวชอบประเทศญี่ปุ่นเพราะอะไร แต่มันมีความดิบ ความจริงใจอะไรบางอย่างของญี่ปุ่นก็ไม่รู้ ที่ทำให้ริวชอบ บอกไม่ถูก” เขานิ่งคิดไปสักพัก “เพราะมันไม่ cliché น่ะครับ ทั้งเรื่องแฟชั่น วัฒนธรรม ของกิน ดนตรี เพลง และอื่นๆ” เปลี่ยนเรื่องกันดีกว่า ริวคิดว่าในระหว่างการทำงานที่ผ่านมา ริวเติบโตตรงนั้นเยอะมากน้อยแค่ไหน “เรื่อยๆ เลยครับ เวลาเจอนักแสดงรุ่นใหญ่ในกองถ่ายคือรู้สึกว่าทุกคนเป็นทั้งครู เป็นทั้งแรงบันดาลใจให้ริวได้เสมอเลยครับ ตอนนี้ริวรู้สึกว่าตัวเองนิ่งขึ้น ได้ทำงานกับมืออาชีพทำให้ริวได้เห็นภาพที่ไม่เคยเห็น โฟกัสถูกจุดมากขึ้น ได้คุยกับนักแสดงหลายๆ คนที่สอนอะไรหลายๆ อย่างกับเรา ให้เราเก็บเกี่ยวมาจนเราเข้าใจภาพกว้างมากขึ้นครับ และบางคนก็สอนเรื่องการใช้ชีวิตให้กับริวด้วยครับ”

ริวคิดว่าความรักจำเป็นกับชีวิตริวขนาดไหนกัน “จำเป็นครับ” อีกครั้งที่ตอบโดยแทบจะไม่คิด “ริวรู้สึกว่าทุกคนควรจะมีความรัก ไม่ว่าจะเป็นความรักอะไรก็ตามแต่ เพราะชีวิตทุกวันเราเครียดอยู่แล้ว ทุกคนควรจะเจอสิ่งที่เป็น safe zone ทำแล้วมีความสุข เรื่องง่ายๆ อย่างกลับไปเจอแมวก็ถือว่าเป็นความรักนะครับ” โอเค… ถ้าริวมีเงินและเวลาไม่จำกัด ริวจะใช้มันไปกับอะไร แมวเลยไหม “เอาจริงๆ ริวไม่ได้อยากจะออกไปใช้เงินขนาดนั้นหรอกครับ ริวอยากจะมีอิสระทางการเงินมากพอจนริวออกไปใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจมากกว่าครับ ถ้าริวมีเวลาทำอะไรก็ได้ ริวอยากจะไปใช้ชีวิตที่กระบี่ ไปทำงานพาร์ทไทม์เล็กๆ น้อยๆ ตอนกลางวัน ตกเย็นก็ไปทะเล ไปใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อน ส่วนตัวริวอยากไปเที่ยวที่ธรรมชาติของหลายๆ ประเทศ ไปเปิดโลกให้กว้างขึ้น ไปลองใช้ชีวิตให้มันสุดๆ ไปเลยครับ”

“ริวรู้สึกว่าทุกคนควรจะมีความรัก ไม่ว่าจะเป็นความรักอะไรก็ตามแต่ เพราะชีวิตทุกวันเราเครียดอยู่แล้ว ทุกคนควรจะเจอสิ่งที่เป็น safe zone ทำแล้วมีความสุข เรื่องง่ายๆ อย่างกลับไปเจอแมวก็ถือว่าเป็นความรักนะครับ”

ฟังแล้วอดสงสัยไม่ได้นะว่าภาพชีวิตในฝันของริวเป็นยังไง “ถ้าถึงเวลาริวก็อยากมีครอบครัวครับ” เขาลากเสียงยาว “ส่วนตัวอยากมีลูกมาก อยากใช้ชีวิตกับครอบครัวครับ อยากรู้ว่าเป็นครอบครัวตัวเองแล้วจะเป็นยังไง” ริวดูเชื่อมั่นในสถาบันครอบครัวมากเลยนะ เราตั้งข้อสังเกต “มากเลยครับ” เขายอมรับ “ริวมองคนในครอบครัวริวเป็นทีมน่ะครับ ริวไม่อยากจะทะเลาะกับคนในบ้านเลย ถือว่าริวโชคดีมาก ที่ริวมีครอบครัวเป็นที่ปรึกษาเรื่องต่างๆ คุยกันได้ทุกเรื่อง ทุกคนจะคอยช่วยกัน อย่างเรื่องงานและเรื่องการวางแผนชีวิตของริว ทุกคนที่บ้านจะช่วยริวคิด และจัดการให้ทั้งหมดเลยครับ ดังนั้นเวลาริวทำงาน ริวจะรู้ว่า ริวไม่ได้ทำงานเพื่อตัวเองคนเดียว แต่นี่คือการทำงานเป็นทีม อ้อ…” เขายิ้ม “ริวมีน้องชายคนหนึ่ง สนิทกับริวมากจนริวกล้าพูดเลยว่าเขาเป็นคนที่ริวรักที่สุด และถ้ามีโอกาส ริวก็อยากจะพาน้องเข้าวงการครับ” ถามน้องหรือยัง เราแซว “น้องบอกแล้วครับว่าน้องอยากทำงานเบื้องหลัง ตอนนี้น้องกำลังเข้ามหาวิทยาลัย เรียนสาขาภาพยนตร์อยู่ครับ อีกไม่นาน น่าจะได้เข้าวงการจริงๆ แล้ว”

ดูเหมือนจะเป็นธรรมเนียมของเราไปแล้วที่เราจะปิดบทสนทนาระหว่างเรากับคนตรงหน้าด้วยการถามถึงแฟนคลับ ครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน พอเราถามถึงแฟนคลับ (ที่มีชื่อด้อมน่ารักว่า Ryu Power ที่มาจากชื่อเพลง Power ของวงไอดอล Exo ที่ริวชอบมากเป็นพิเศษ) ริวนิ่งไป “เอาจริงๆนะพี่ คำเดียวเลยครับ คือ ‘ขอบคุณ’ แค่นั้นเลยจริงๆ ริวมองทุกคนเป็นเพื่อนของริว เวลาเจอหน้ากันก็เล่นกัน อะไรแบบนั้นครับ” 

เขาทำหน้านึกได้ จนเราเกือบกลั้นหายใจว่าเขาจะพูดอะไร “ริวโชคดีมากเลยครับที่แฟนคลับริวเข้าใจเรื่อง space ระหว่างกัน มันสำคัญมากเลยครับ อย่างริวมองตัวเองที่ชอบชานยอล (สมาชิกวง Exo) ริวก็รู้ว่าริวชื่นชอบผลงานของเขา ในส่วนชีวิตส่วนตัวของเขา ริวก็จะเข้าใจในสิ่งที่เขาเป็น คอยเชียร์ คอยสนับสนุนเขาในแบบที่เขาเป็น ไม่ได้ไปคาดหวังว่าเขาต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ ซึ่งริวคิดว่าริวโชคดีจริงๆ เลยครับที่ริวได้เจอ Ryu Power ที่เข้าใจริว และยังอยู่กับริวมาจนถึงทุกวันนี้

“เพราะเอาจริงๆ นะ” ประกายตาของเขาดูสดใสขึ้น “แฟนคลับริวน่ะ เราเริ่มรู้จักกันตอนที่ริวอยู่ Nine by Nine และอยู่กันยาวมาเรื่อยๆ ริวเลยไม่ต้องพยายามทำตัวน่ารัก หรือเป็นอะไรที่ไม่ใช่ตัวริวเอง เหมือนทุกคนรู้ว่าริวเป็นคนยังไง และยอมรับริวแบบนั้น ริวรู้สึกสบายใจมากจริงๆ ครับ คำว่า ‘Ryu Power’ ที่ริวคิดขึ้นมาได้ตอนที่ดู Exo คัมแบ็คอัลบั้ม The War: The Power of Music ตอนนั้นมันทรงพลังมากจริงๆ ครับ เพราะทั้งแฟนคลับและริวต่างก็เป็นพลังให้กันและกันมาตลอดจริงๆ ครับ”

Grooming: Pinyo Litaisong

Assistant Photographers: Manosit Boonnon / Supasit Sooksawat

assistant stylist: Rapeepan Jantaranipa

Videographer: Panlit Voravutvityaruk

Assistant Videographer:  Suradit Laorsittipirom

Co-producer: Akeera Sasungnern

- Advertisement -