THE ARTISTRY OF TIME

Share This Post

- Advertisement -

เรียนรู้ความงดงามของการใช้ชีวิตผ่านช่วงเวลา

Photographer: Napat Gunkham

Fashion Editor: Chanond Mingmit

Author: Neeraj Kim

เราก็เท่ซะด้วย ใช่… ทีนี้ก็ลำบาก ก็ว้าวุ่นเลย

– ประโยคไวรอลจากเก้า – จิรายุ –

ไม่น่าแปลกใจถ้าเราจะเห็นเก้า – จิรายุ ละอองมณี โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงทุกบทบาท เพราะเขาเริ่มต้นชีวิตนักแสดงในวัยเพียง 5 ขวบ และผ่านงานแสดงมาแล้วเกือบทุกรูปแบบ ครั้งนี้ ลอฟฟีเซียล ออมส์ ชวนเก้า – จิรายุ สรุปเส้นทางชีวิตในวัย 27 ปี ก่อนถึงวันเกิดเขาในเดือนตุลาคมนี้ มากกว่า 20 ปีในฐานะนักแสดง และคราวนี้เขาพร้อมแล้วสำหรับตำแหน่งนักร้องนำวงร็อกเมทัลอย่างเต็มตัว

ตุลาคมนี้ก็ครบ 28 ปีแล้ว สรุปชีวิตช่วง 27 ปีของเก้าหน่อยได้ไหมว่าเป็นอย่างไร

ทำงานเยอะครับ ทั้งงานแสดง และดนตรีด้วย โดยเฉพาะการเป็นนักร้องนำวง Retrospect ก่อนหน้านี้ก็เคยมีร้องเพลงมาบ้าง แต่ไม่ได้ร้องประจำ ผมไม่ใช่นักร้องอาชีพ พอมาทำตรงนี้ก็อยากจะทำให้ดีที่สุด เลยมีหลายเรื่องที่เพิ่มเข้ามา เช่น เรื่องสุขภาพที่ต้องดูแลตัวเอง เรื่องเสียง ถ้าเป็นงานแสดง วันไหนที่สุขภาพเราไม่ได้เต็มร้อย แต่ก็ยังทำงานได้ ถ้าหากเป็นการร้องเพลง เสียงมันฟ้องเยอะมาก และการที่สุขภาพเราไม่ดีจะทำให้งานเรายากขึ้น ถ้าเราไม่ป่วย เราจะทำอะไรก็ได้

คิดดีแล้วใช่ไหมที่รับหน้าที่นี้ อยากรู้ตอนที่ตัดสินใจ

ไม่ใช่ผมตัดสินใจคนเดียว ต้องเป็นวงด้วย เพราะสุดท้ายก็ทำร่วมกัน ทุกคนก็เห็นว่าไปได้ มันไม่ใช่การตัดสินใจที่ปุบปับแล้วลุยเลย แต่เป็นการคุยกัน ลองกันไปเรื่อยๆ ลองไปเล่นกัน ลองทำเพลงด้วยกัน แล้วดูว่ามันเป็นยังไง ค่อยๆ กลืนกันไปไม่รีบร้อน เหมือนเราประมวลผลไปเรื่อยๆ เรียนรู้ไปว่าเราทำงานด้วยกันได้จริง ส่วนวงเขาก็ค่อยๆ เห็นเรา ทุกอย่างมันไม่ได้ดูผิดแปลก สุดท้ายก็ลงตัวตามธรรมชาติของมัน

มาเป็นนักร้องเต็มตัว ก็ต้องมีเรื่องที่ต้องพัฒนาเยอะเลย

เรื่องของทักษะการร้องเพลงก็ต้องพัฒนายิ่งขึ้น ตอนนี้ก็พัฒนาไปเรื่อยๆ การเป็นนักดนตรีมันจะแยกเป็นสองส่วนหลักๆ คือการเล่นสดกับการทำงานในห้องอัด ซึ่งต้องควบคู่ไปด้วยกัน เพราะต้องเริ่มเขียนเพลง จากปกติที่ผมทำดนตรีอย่างเดียว เพราะเมื่อก่อนการร้องไม่ใช่หน้าที่รับผิดชอบหลักของเรา พอมาอยู่กับ Retrospect ผมทำหน้าที่หลักคือเขียนเนื้อ เรียบเรียงเมโลดี้ และร้อง ก็ได้เรียนรู้มากขึ้น แต่เวลาเขียนเนื้อไปแล้วคนฟังร้องตามจากที่เราเขียน ก็รู้สึกแฮปปี้ครับ จริงๆ เมื่อก่อนก็เคยเขียนซึ่งส่วนใหญ่จะพูดถึงแค่เรื่องของตัวเองอย่างเดียว แต่เดี๋ยวนี้เราพูดแทนคนอื่นไปโดยปริยาย แบบไม่ต้องพยายามเลย เพราะเราก็ซึมซับจากเรื่องราวของคนอื่นในวงไปด้วย

มีอะไรที่ท้าทายเราบ้างไหม

ทุกอย่างเลย เพราะวงเขามีเส้นทางของตัวเองที่เดินมานานแล้ว อยู่ๆ เราก็มาเจอพวกเขาระหว่างทาง มีอะไรหลายอย่างที่ต้องตามให้ทัน แต่โชคดีที่วงเขาไม่ได้เร่งรัดการเรียนรู้จากผมนะ แต่จะมีสิ่งที่เขาทำให้ดูอยู่แล้ว เช่นการเล่นสด หรือการทำเพลง ความเข้มข้นตรงนั้นมันกำลังดี อยู่ในจุดที่ตื่นเต้น ท้าทาย แต่ไม่เคยรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว เป็นความกดดันที่ดี

โอเค ถ้าอย่างนั้นเราคาดหวังอะไรจากเก้า – จิรายุ ในวัย 28 ได้บ้าง

ถ้าคุยกันก่อนหน้านี้นะ ผมจะมีเช็คพ้อยต์ของชีวิตที่อยากทำให้ถึงในแต่ละช่วงอายุ เช่น อยากมีอัลบั้มของตัวเองครั้งแรกก่อนอายุ 25 ซึ่งก็ได้ทำแล้ว หลังจากนี้มันเหมือนเป็นกำไรแล้ว และเราก็ทำงานอย่างมีความสุขมาตลอด ผมผ่านช่วงเวลาที่ดีและแย่มาหมดละ ตอนนี้ผมไม่ได้อยากไปแข่งขันกับใคร ไม่ชอบการแข่งขันถ้าไม่จำเป็น ตอนนี้เราทำทุกอย่างที่เป็นงานศิลปะทั้งหมดจะเอาไปเปรียบเทียบเหมือนกีฬาไม่ได้ แค่มีความสุขกับสิ่งที่ทำก็พอ คิดว่าคงมีคนชอบเหมือนเรา หลายปีมาแล้วที่ผมเลือกงานเฉพาะที่ชอบจริงๆ มีเวลาให้กับงานนั้น

ถามตรงๆ ว่าเบื่อยัง 20 กว่าปีในวงการบันเทิง

ยังครับ กำลังเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ ด้วยแหละ จะเบื่อก็ต่อเมื่องานเราเป็นอะไรเดิมๆ ก็ต้องยอมรับว่า บทที่เข้ามา ถ้าเราอยู่สายแสดงแล้วทำมานานๆ จะเริ่มมีบทซ้ำเดิม แต่เข้าใจนะว่าอาจเป็นข้อจำกัดหลายอย่างที่ทำให้ไม่ได้เจอบทที่ดีตลอดเวลา ซึ่งถ้าอยู่กับที่แล้วรอให้อะไรใหม่ๆ เข้ามาก็คงยาก ผมเองก็ไม่ได้อยู่ในเซฟโซน ถ้าคนมองเข้ามาก็อาจคิดว่าคนอย่างผมนี่ไม่ต้องพยายามอะไรแล้ว ในสายการแสดงก็น่าจะไปได้โอเค แต่อยู่ดีๆ ผมมาทำดนตรีเมทัลซึ่งไม่ใช่ดนตรีกระแสหลักในไทย คนก็จะตั้งคำถามว่าทำไปทำไมวะ เล่นกีต้าร์ด้วย เป็นนักร้องด้วย จะดีเหรอ แต่ผมไม่แคร์ สิ่งเหล่านี้แหละที่ทำให้ไม่เบื่อ เพราะถึงจุดที่ผมไม่ต้องมาคิดเยอะแล้วว่าจะดังหรือไม่ดัง ทำไปเพื่อตัวเองก่อนเลย ความสุขล้วนๆ ผมทำงานมานาน ก็จะมีเงินเก็บที่ทำให้ไม่ต้องมานั่งคิดเรื่องรายได้ตลอดเวลาว่าจะพอไหม ผมไม่ได้ใช้เงินเยอะอยู่แล้ว เลยมีเวลาไปทำอย่างอื่นที่เราไม่ได้หากำไรจากสิ่งนั้น

เป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนในชีวิตเลยไหม

มีหลายช่วง มีเรื่อยๆ เลย แทบจะตลอดเวลา สิ่งที่ผมเรียนรู้จากวงการนี้ได้ตลอดเลยคือทุกสิ่งทุกอย่างไม่แน่นอน ขึ้นสุด ลงสุด พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือได้แค่ในเวลาไม่กี่นาทีด้วยซ้ำ ยิ่งอยู่ในวงการมานาน เห็นเลยว่าความผันผวนของชื่อเสียงยิ่งขึ้นลงเร็วเรื่อยๆ ผมอยู่ตั้งแต่ยุคที่มันเป็นอนาล็อก จนเดี๋ยวนี้เป็นดิจิทัล ทุกอย่างมาไวไปไวมากๆ ฉะนั้นก็เอ็นจอยกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า การคาดหวังกับคนดูของเรามันทำได้นะ ถ้าแบกไหว รับความผิดหวังได้ แต่การเปลี่ยนโฟกัสมาอยู่ในจุดที่เราควบคุมได้ทำให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายและสนุกกว่า ถ้าเราชอบงานที่ทำและสนุกกับมัน เก็บเกี่ยวความสุขได้ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำ ถ้าเป็นแบบนี้ผมรู้สึกว่าสบายใจมาเรื่อยๆ

แล้วถ้าย้อนเวลากลับไปได้ มีเรื่องไหนที่อยากแก้ไขไหม

ถ้าย้อนเวลาได้จริงๆ ก็คงแก้อยู่แล้วล่ะ เพราะก่อนหน้านี้ผมเป็นคนย้ำคิดย้ำทำ ไม่ค่อยปล่อยวาง ซึ่งถ้ามีความสามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้จริงๆ ผมทำอยู่แล้ว เพื่อทำให้ดีขึ้น เป็นคนที่ชอบผลักดันตัวเองนิดนึง ไม่ได้ไปแข่งกับใครนะ แค่อยากทำให้ดี แต่ชีวิตคนเราก็อย่างนี้แหละ แก้ได้เรื่องนึงก็ไม่พอใจเรื่องอื่นต่อ ไม่มีชีวิตที่ราบเรียบร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก จะรวยหรือจนก็มีปัญหา มีความเครียด ถึงแม้จะเป็นคนละแบบก็ตาม ผมว่าดีละที่เรากลับไปแก้ไขไม่ได้ ให้เวลาเดินทางไปข้างหน้าและอยู่กับปัจจุบันดีกว่า

ในวันที่เราเจอสิ่งใหม่ และในวัยนี้ล่ะ เก้าให้เวลาและจัดความสำคัญของคนรอบตัวยังไงบ้าง

ถ้าให้จัดอันดับความสำคัญ สิ่งแรกที่น้อยลงเลยคือเพื่อน เราก็มีเพื่อนไม่ได้เยอะมาก เพื่อนเป็นคนสำคัญในชีวิตเรานะ แต่รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่หลายคนไม่ได้ต้องการเวลาจากเรามาก บางคนไม่เจอกันเป็นปีเลยก็มี (หัวเราะ) ที่ผ่านมาเราเจอกันเยอะแล้วสมัยเรียน ไปเที่ยว ไปปาร์ตี้ เดี๋ยวนี้แยกย้ายทำงานกันหมด ก็อยากนัดกันบ่อยกว่านี้ ถ้ามีวันพักก็คิดถึงนะ แต่คิดถึงการนอนมากกว่าว่ะเพื่อน (หัวเราะ) แฟนผมก็โชคดีด้วยที่ไม่ต้องตัวติดกันตลอดเวลา เขาทำงานคล้ายเรา เขาจะเข้าใจถ้าไม่ได้เจอกัน ค่อยหาเวลาไป งานน่าจะมาเป็นอันดับหนึ่ง เป็นช่วงที่มีแรง บางทีผมก็เซอร์ไพรส์ตัวเองที่ทำอะไรได้มากกว่าที่คิด แล้วก็อยากรู้ว่าจะเป็นยังไงต่อ งานต่อไปของเราจะส่งผลยังไงกับเราและคนดูนะ เลยทำให้ตอนนี้หลายอย่างในชีวิตลดความสำคัญลง อ้อ แต่มากกว่างานผมให้เรื่องสุขภาพ จะได้มีแรงและมีใจไปทำงาน ก็เป็นหัวข้อที่น่าจะมาตามอายุเหมือนกัน

Video Director: Settawut Nrothong / Director of Photography: Settawut Nrothong / Art Directors: Patcharin Khamlue / Jindaporn Yenperng / Focus Puller: Atiya Phuangpan / First Assistant Camera: Nakarin Saetan / Key Grip: Polwimol jullasee / Kittithat Thongsuk / Camera Equipment: Foongbinlek Film Service / Lighting Equipment: Huntor House / Video Editor: Settawut Nrothong / Make Up: Benjamin Sroyin / Hair: Thunwadee Narapatpimkul / Assistant Photographers: Saran Wannaphurk / Nuntanat Akaraphongkarn Assistant Fashion Editor: Napat Roongruang / Co-Producer: Akeera Sasungnern

- Advertisement -