Space to Die For: 8 Space พื้นที่ศิลปะบนร้านโชห่วยที่เชียงใหม่ของแพร – พัชราภา อินทร์ช่าง

Share This Post

- Advertisement -

Author: Jirat Prasertsup

แพร – พัชราภา อินทร์ช่าง บอกว่าเธอเพิ่งย้ายสตูดิโอมาอยู่ย่านใจกลางเมืองเชียงใหม่ “เราอยู่บนชั้น 3 ของตึกเก่าที่เพิ่งถูกรีโนเวท จะบอกว่าอยู่บนร้านโชห่วยก็ได้” แพรแชทมาบอก

8 Space คือชื่อของสถานที่ที่ว่า ถนนช้างม่อย เลี้ยวซ้ายตรงสี่แยกซุ้มประตูจีนที่จะมุ่งหน้าไปกาดวโรรส เข้าสู่ถนนราชวงศ์ ตรงไปไม่ถึงกิโลเมตร The Goodcery คือที่หมาย ร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ขนาด 4 คูหา ที่เมื่อเดินเข้าไปจะพบชั้นวางสินค้าที่เรียงรายด้วยกะปิ น้ำปลา และผลิตภัณฑ์พื้นบ้านจากทั่วประเทศ นั่นล่ะ ผมถึงค่อยเข้าใจความหมายของร้านโชห่วยที่แพรว่า

แพร – พัชราภา อินทร์ช่าง เป็นศิลปินที่พำนักอยู่เชียงใหม่ แต่ไหนแต่ไร เธอเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ที่รับงานคอมเมอร์เชียลและสอนโยคะเป็นอาชีพเสริม กระทั่งช่วงที่โควิด-19 ระบาดใหม่ๆ แพรอัพโหลดรูปจิตรกรรมที่เจ้าตัววาดยั่วล้อวิกฤตการณ์ลงในกลุ่มเฟซบุ๊ค ‘นักวาดภาพประกอบ’ ภาพถูกแชร์จนเป็นไวรัล และเข้าตามิตร ใจอินทร์ ผู้ชวนให้เธอลองทำงานศิลปะอย่างจริงจังมาจัดแสดงที่ Cartel Artspace ของเขา แพรเดบิวต์ผลงานในฐานะศิลปินครั้งแรกที่นั่น ก่อนจะมีงานแสดงกลุ่มตามที่ต่างๆ อีกหลายครั้ง จนล่าสุด เมื่อปีที่แล้ว (2565) แพรมีนิทรรศการเดี่ยวครั้งที่ 2 ในชื่อ ‘แด่คนที่ยังอยู่’ (The Leftovers) ที่ VS Gallery เธอวาดรูปของบุคคลที่คนรักของพวกเขาถูกอุ้มหาย นิทรรศการเดี่ยวทั้งสองครั้งของแพรได้รับเสียงตอบรับที่ดีทีเดียว

ผมคุ้นเคยกับแพรเพราะเคยแสดงนิทรรศการในห้องติดกันที่ VS Gallery ก่อนแสดงงาน แพรเคยชวนให้ไปดูผลงานที่บ้าน งานของแพรเฉียบคมอยู่แล้ว ผมจึงไม่มีอะไรจะติ ถ้าจะติก็มีอยู่อย่าง คือห้องทำงานของแพรเล็กเกินไปสำหรับการทำงานจิตรกรรมขนาดใหญ่ ผมไม่ได้บอกแพรวันนั้น เพราะไม่ใช่สาระสำคัญ อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวน่าจะตระหนักเรื่องนี้ดี กระทั่งต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เธอแชทมาบอกว่าเพิ่งย้ายสตูดิโอมาอยู่บนชั้น 3 ของร้านโชห่วย ที่ซึ่งภายในตึกนั้นมีที่ว่างมากพอจะจัดนิทรรศการได้ และตอนนี้ก็กำลังแสดงงานของคนอื่นอยู่ จึงอยากชวนให้มาเยี่ยมเยือน

เมื่อเดินเข้าไปหลังร้านจะพบบันไดเหล็กสีดำที่พาขึ้นข้างบน ที่ชั้นสอง ปรากฏสภาพดั้งเดิมของอาคารพาณิชย์ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี ห้องว่างโล่ง ไร้เฟอร์นิเจอร์ มีเพียงหน้าต่างที่เปิดรับแสงธรรมชาติจากภายนอก พร้อมเสียงเมโลดี้ชวนฝันที่ดังจากลำโพง เข้าใจว่านั่นคือหนึ่งในผลงานที่กำลังจัดแสดง

ผมเดินต่อขึ้นไปชั้น 3 ครึ่งหนึ่งของอาคาร ตระหง่านผลงานศิลปะสองชิ้นที่ถูกแบ่งพื้นที่ผ่านโครงสร้างของคูหา 2 คูหา หนึ่งคืออินสตอลเลชั่นเงาของขันน้ำที่ใช้ในพิธีรดน้ำดำหัว และอีกหนึ่งเป็นมุ้งหลากสี พร้อมภาพจิตรกรรมสื่อผสมขนาดใหญ่ ส่วนอีกครึ่งของตึกที่มีขนาด 2 คูหาเท่ากัน ถูกกั้นไว้อย่างเป็นระเบียบ ห้องโล่งกว้างและสว่าง ผนังด้านหนึ่งแขวนรูปสีน้ำมันที่แพรวาด ที่มุมห้อง แพรนั่งเพ้นท์รูปอยู่หน้าขาตั้ง นั่นคือสตูดิโอที่ว่า – ห้องทำงานโอ่โถงจุใจ

“ตึกนี้เมื่อก่อนเป็นร้านขายเครื่องเสียง มีชื่อว่า ‘เอ็จวิทยุ’ เป็นของญาติผู้ใหญ่ของหุ้นส่วนร้าน The Goodcery เข้าใจว่าชื่อนี้อาจจะมาจากภาษาอังกฤษของเลข 8 เพราะบ้านเลขที่ของอาคารหลังนี้คือ 71 เขาคงเอามาบวกกัน พอเราได้พื้นที่ตรงนี้มา ก็ไม่อยากใช้ชื่อที่หมายถึงสเปซของเราคนเดียว จึงตั้งว่า 8 Space ทริบิวต์ให้คุณปู่ เจ้าของตึก” แพรเล่า

ส่วนสาเหตุที่แพรย้ายมาทำสตูดิโอตรงนี้ มาจากที่เธอต้องการขยับขยายที่ทำงานให้ลงตัวมากขึ้น จึงโพสต์ประกาศหาเช่าสถานที่ในเชียงใหม่ทางเฟซบุ๊ค น้ำตาล – ภัทรานิษฐ์ ศรีจันทร์ดร หนึ่งในหุ้นส่วนของ The Goodcery มาเห็นเข้า เธอรู้จักแพร และกำลังอยากทำพื้นที่ศิลปะบนร้านอยู่แล้ว จึงชวนมาใช้พื้นที่ด้วยราคาเช่าที่แสนกันเอ’

แพรบอกผมว่า ด้วยความที่เธอไม่ใช่คิวเรเตอร์ จึงจัดนิทรรศการเปิดตัวพื้นที่ครั้งนี้โดยไม่คิดถึงธีมใดๆ (กระทั่งชื่อก็ยังไม่ตั้ง) เธอเลือกผลงานมาจัดแสดงเพราะความชอบส่วนตัว และเห็นว่าชิ้นงานมีรูปแบบที่สอดรับกับสถานที่อย่างลงตัว

ผลงานที่กำลังจัดแสดง (พฤษภาคม 2566) มีวิดีโออีโรติกอาร์ท Amor 2565 ของน้ำฝน อุดมเลิศลักษณ์ บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งของคู่รัก LGBTQ ในป่าที่อาร์เจนตินา จิตรกรรมสื่อผสมและงานอินสตอลเลชั่น Landscapesociety ที่พูดถึงการย้ายถิ่นฐานเพื่อหาโอกาสทำมาหากินของคนจนเมือง โดยไพศาล อำพิมพ์ และ Water: The Apology ของวีรธัช พงษ์เรืองเกียรติ งานอินสตอลเลชั่นขันเงินบนลำโพงและแสงสะท้อน ที่สื่อความหมายถึงภาพกลับของพิธีกรรมขอขมาลาโทษผ่านประเพณีรดน้ำดำหัว

“พอมาเห็นพื้นที่ชั้น 2 ของร้านครั้งแรก ภาพของนิทรรศการ Amor 2565 ของน้ำฝน ก็แวบขึ้นมาในหัวทันที บรรยากาศของการนั่งบนม้านั่งยาว มองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง คิดถึงคนรักเก่า และเซ็กซ์ซีน เลยตั้งใจว่าพื้นที่ตรงนี้ เป็นงานอื่นไปไม่ได้นอกจากงานนี้ เหมือนได้ฉายหนังโป๊กลางเมืองบนถนนราชวงศ์สายนี้” แพรกล่าว โดยเน้นย้ำคำว่า ‘ราชวงศ์’ ตอนท้ายด้วยเสียงหนัก

“จากนั้นเราเดินขึ้นไปชั้น 3 เห็นสภาพอาคารที่ยังไม่รีโนเวท เราก็นึกถึงงานมุ้งยาว 5 เมตรของออสการ์ (ไพศาล อำพิมพ์) ที่เคยแสดงในเทศกาล S.O.E. ที่ขอนแก่น ภาพของคนจนเมืองและการพลัดถิ่น มันถูกสะท้อนผ่านมุ้งขนาดยักษ์และจิตรกรรมของออสการ์ สร้างบทสนทนาในชิ้นงานของกันและกันได้ดี

“ส่วนงานของเวฟ (วีรธัช พงษ์เรืองเกียรติ) เราชอบคอนเซปต์ของการตั้งคำถามของพิธีกรรมขอขมา ที่เวฟมองว่าไม่ควรจะเป็นเด็กเท่านั้นที่ต้องเป็นฝ่ายพินอบพิเทาหรือเอาแต่ขอโทษต่อผู้ใหญ่ฝ่ายเดียว ทำไมเราจึงไม่เคยได้ยินคำขอโทษเด็กจากผู้ใหญ่ที่ทำผิดพลาดในสังคมไทย ก็เลยชวนเวฟมาแสดง โดยมีไกร ศรีดี ศิลปินเชียงใหม่รุ่นใหม่อีกคน มาช่วยคิวเรตงานชิ้นนี้ให้ เพิ่มมิติให้งานมากขึ้น ซึ่งออกมาเท่ดีมากๆ” แพรกล่าว

นิทรรศการที่ 8 Space จะหมุนเวียนไปทุกเดือน โดย 3 เดือนแรก แพรจะเป็นคนเลือกงานมาโชว์ (เดือนมิถุนายน จะมีงานโซโลโชว์จิตรกรรมนามธรรมของศิลปินรุ่นใหญ่จากเมืองน่านที่ไม่เคยแสดงที่ไหนมาก่อน นามว่า ‘นกกระปูด’ ซึ่งแพรรู้จักเขาจากการแนะนำของวรพจน์ พันธุ์พงศ์) และหลังจากนั้น ก็จะเปิดพื้นที่ให้คิวเรเตอร์หรือศิลปินที่สนใจมาจัดแสดงผลงาน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

“เราไม่ได้คิดจะทำแกลเลอรี่เชิงพาณิชย์ เลยไม่มีค่าเช่า แต่ถ้ามีคอลเลกเตอร์คนไหนสนใจอยากสะสมงานที่กำลังจัดแสดง ก็จะแบ่งเปอร์เซ็นต์จากการซื้อขายให้กับทาง The Goodcery ที่เป็นเจ้าของสถานที่ ซึ่งก็น้อยกว่าแกลเลอรี่ทั่วไปมาก โดยเราไม่ได้อะไรจากดีลนี้ เพราะจริงๆ เราก็ทำงานของเราที่สตูดิโอข้างๆ เป็นอาสาสมัครเฝ้าแกลเลอรี่ไปในตัว” แพรเล่า

ทั้งนี้ แพรยังเล่าเสริมว่า 8 Space ไม่ใช่พื้นที่สำหรับแขวนรูปหรือโชว์ art object อย่างเดียว หากศิลปินคนใดสนใจแสดงงานเพอร์ฟอร์แมนซ์ ละครเวที อ่านบทกวี หรือกระทั่งจัดปาร์ตี้ ก็สามารถเข้ามาคุยกันได้

“แพรกำหนดทิศทางของงานศิลปะในพื้นที่นี้ไว้แบบไหน” ผมถาม

“เราไม่ได้มีกรอบอะไรมาก จะเป็นงานโรแมนติก LGBTQ สังคม หรือการเมือง จะพูดถึงเรื่องราวในท้องถิ่นหรือนอกโลกเลยก็ได้ ได้หมด เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ของศิลปินที่ยังไม่ค่อยมีโอกาสได้แสดงงาน อยากให้ภัณฑารักษ์หน้าใหม่ๆ มาทดลองความคิดและเลือกงานมาจัดแสดง รวมถึงเป็นทางเลือกให้นักสะสมที่อยากสะสมงานในราคาที่ไม่สูงนัก” แพรตอบ

“แต่ที่แน่ๆ จะไม่มีนิทรรศการเราเองในพื้นที่นี้ เรามาใช้สตูดิโอเราที่นี่เพื่อไปแสดงงานที่อื่น และอีกอย่าง งานเราก็แขวนไว้ที่สตูดิโอนี้อยู่แล้ว ถ้าเอาออกไปแสดงในสเปซอีก คงเขินน่าดู” เธอกล่าวทิ้งท้ายและยิ้ม

นั่นล่ะครับ ใครมาเชียงใหม่และกำลังมองหาพื้นที่ชมงานศิลปะใหม่ๆ ในบรรยากาศเป็นกันเอง แถมมีอาหารและกาแฟให้กินด้วย (ที่ The Goodcery ชั้นล่าง) 8 Space เป็นหนึ่งในทางเลือกชั้นเยี่ยม แถมถ้าแพรไม่ไปแสดงงานที่ไหน ก็สามารถชะโงกหน้าเข้ามาทักทาย ซื้อขนมมาฝาก หรือให้ศิลปินนำชมนิทรรศการ (ถ้าเธอไม่ยุ่งกับการทำงานส่วนตัวเสียก่อน) ก็ทำได้ อยากให้แวะมาเยี่ยมเยือนกัน

8 Space เปิดวันพุธ – อาทิตย์ 13.00 น. – 21.00 น. 

www.parepatcharapa.com/8space

- Advertisement -