ร่วมเดินทางสำรวจอดีต ดื่มด่ำกับปัจจุบัน และค้นหาอนาคตไปกับ Gucci และบิวกิ้น – พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล

Share This Post

- Advertisement -

Photographer: Narurbes Vadvaree

Fashion Editor: Chanond Mingmit

Author: Pacharee Klinchoo

ความรู้สึกที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ Gucci Cosmos ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

“ทริปนี้เป็นทริปงานแฟชั่นที่ต่างประเทศทริปแรกของผมเลยครับ ผมรู้สึกดีใจที่ได้ไปร่วมงานอีเวนต์ระดับโลกกับ Gucci ในครั้งนี้ครับ ผมรู้สึกว่าผมตื่นเต้นและสนุกกับอะไรหลายๆ อย่าง ทั้งสเกลงาน ทั้งศิลปินระดับโลกที่มาร่วมงาน และในส่วนของตัวงานนิทรรศการ ผมว่าเขาสามารถบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของแบรนด์ Gucci ที่เก่าแก่ โดยนำเสนอผ่านเทคโนโลยีในรูปแบบใหม่ๆ ผมว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ทุกแบรนด์จะทำได้ เพราะมันต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอสิ่งใหม่ แต่ก็ต้องมีเนื้อหาที่เป็นประวัติศาสตร์อันมีค่ามาเล่าด้วยครับ ผมชอบอะไรหลายๆ เรื่อง ทั้งที่มาของกระเป๋ารุ่น Jackie หรือประวัติศาสตร์ในการนำเอาเกือกม้ามาใช้ในการเดินทาง ผมว่ามันว้าวมากๆ เลยครับ”

ความรู้สึกที่ได้ร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Gucci

“มันมีความหมายมากเลยครับ เป็นเหมือนก้าวต่อไปของการงานอาชีพของผม ผมรู้สึกว่าการที่ผมเป็นตัวแทนเพียงหนึ่งเดียวของศิลปินไทยในงานนั้น ได้ไปปรากฏตัวร่วมกับศิลปินระดับโลกมากมาย มันคือก้าวใหญ่ที่ทำให้ผมได้เห็นพัฒนาการของตัวผมเอง การได้รับโอกาสดีขนาดนี้จาก Gucci ทำให้ผมได้มีประสบการณ์ใหม่ที่จะมาใช้พัฒนาตัวเองและงานของผมครับ”

ความรู้สึกของตัวเองที่อยู่ในวงการมาได้นานระดับหนึ่งแล้ว

“ผมรู้สึกว่า ไม่ว่าจะทำงานในวงการบันเทิง หรือทำงานที่ไหน ทุกคนก็จะมีจุดพอดีของตัวเอง และตอนแรกที่เราก้าวเข้ามาทำงาน เราไม่มีทางรู้หรอกว่าจุดไหนจะเป็นจุดที่พอดีสำหรับเรา ทุกอย่างเกิดจากประสบการณ์และการลองผิดลองถูกตลอดการเดินทางของเรา สำหรับผมในเส้นทางการทำงานในวงการบันเทิงนี้ ผมได้มีโอกาสลองทำอะไรหลายๆ อย่าง ก็ทำให้ผมได้มั่นใจและแน่ใจกับตัวเองว่าผมชอบหรือไม่ชอบอะไร และอะไรคือสิ่งที่ใช่สำหรับผม

“อย่างเรื่องการทำงานเกี่ยวกับแฟชั่น ผมก็รู้สึกว่านี่เป็นสิ่งที่ผมมีความสุข และสนุกไปกับงานของผม ในส่วนของงานเพลงและงานแสดง ก็เป็นสิ่งที่สร้างความสุขให้ผมได้เหมือนกันทั้งหมด อะไรที่ดี แบบไหนที่ผมชอบและมีความสุข ผมก็จะทำต่อไป เพราะผมเชื่อว่าถ้าคนเรามีความสุขกับการทำงาน ผลสัมฤทธิ์มันก็จะสูงที่สุด หมายถึงว่าถ้าคุณมีใจด้วย และมีความถนัดในสิ่งที่คุณทำด้วยนะครับ”

คิดว่าตัวเองชอบหรือถนัดกับการเป็นนักแสดงหรือเป็นศิลปินนักร้องมากกว่ากัน

“ผมเลือกไม่ได้เลยนะฮะ มันเหมือนกับมาถามผมว่า ผมชอบกินข้าวหรือดื่มน้ำมากกว่ากัน สำหรับผม ทั้งสองอย่างเป็นสิ่งที่จำเป็นกับผมที่จะช่วยให้ผมรู้สึกว่าได้เติมเต็มอะไรบางอย่างในตัวเอง ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่ความสุขที่จะมาเทียบกันได้ว่าอะไรดีกว่าอะไร ชอบอะไรมากกว่า เพราะทั้งสองอย่างคือความสุข ถ้าขาดไปอย่างหนึ่ง ผมก็อยู่ต่อไปได้ ไม่ได้รู้สึกว่าขาดอะไรไปขนาดนั้น แต่ผมรู้สึกว่างานทั้งสองอย่างมันเติมเต็มคนละส่วนในใจของผม ผมเลยรู้สึกมีความสุขที่จะทำทั้งสองอย่างไปพร้อมๆ กันครับ”

ปีนี้จะได้เห็นบิวกิ้นในบทบาทไหนบ้าง

“ผมทำงานเพลงในฐานะศิลปินอยู่เรื่อยๆ จะมีปล่อยเพลงออกมาเรื่อยๆ ตลอดทั้งปีครับ ช่วงกลางปีก็จะมีถ่ายภาพยนตร์ ทำงานในฐานะนักแสดง และในระหว่างปี ผมก็จะรับบทบาทผู้บริหารที่บริหารทั้ง Billkin Entertainment และธุรกิจอื่นๆ ของผมไปพร้อมๆ กันด้วยครับ”

โชคชะตาหรือฟ้าลิขิตมีความสำคัญกับบิวกิ้นมากน้อยแค่ไหน

“สำคัญมากแค่ไหนเหรอ… มันเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้เนอะ เวลามีจังหวะหรือโอกาสดีๆ เข้ามา ผมก็จะน้อมรับมันไว้ และทำมันให้เต็มที่ที่สุดละกัน ผมเป็นคนไม่ค่อยคาดหวังหรือเอาสิ่งนี้มามีอิทธิพลต่อการวางแผนชีวิตของผมสักเท่าไหร่ ผมรู้สึกว่าโชคชะตาคือสิ่งที่มาด้วยจังหวะและโอกาส ถ้าถามว่ามันสำคัญไหม มันสำคัญนะ หมายถึงว่า ผมได้ยินพ่อพูดบ่อยๆ ว่าคนที่จะประสบความสำเร็จได้ ไม่ใช่คนเก่งอย่างเดียว ต้องเป็นคนที่เฮงด้วย ผมเลยรู้สึกว่าเรื่องแบบนี้น่าจะมีส่วน แต่ผมก็พยายามจะไม่เอาใจไปผูกติดกับมันมากนัก เพราะมันก็คือส่วนที่ผมควบคุมไม่ได้นั่นแหละ”

ถ้าว่างยาวๆ จะออกเดินทาง ไปไหน หรือจะนอนอยู่บ้าน ทำอะไร

“ผมจะทำทั้งสองอย่างนะ คือ… ตั้งแต่ผมเริ่มทำงาน และได้ออกไปเจอคนเยอะๆ ผมรู้สึกว่าผมเริ่มติดบ้านมากขึ้น เมื่อเทียบกับตอนเด็กๆ ที่อยู่บ้านตลอด ก็อยากจะออกไปข้างนอก แต่ในอีกมุมหนึ่ง ผมก็รู้สึกว่า การได้ออกไปเที่ยว ไปเจอความรู้สึกใหม่ๆ บรรยากาศใหม่ๆ สถานที่ใหม่ๆ มันก็สร้างแรงบันดาลใจและไอเดียใหม่ๆ สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ผมได้ตลอด

“ถ้าออกเดินทาง ผมจะไปต่างประเทศ ชอบไปเที่ยวเองแบบวางแผนเอง จองตั๋วเครื่องบินเอง ขับรถเอง จองโรงแรมเอง ไม่ชอบไปกับทัวร์ เพราะอยากจัดเส้นทางที่เราอยากไปจริงๆ และผมรู้สึกว่าการเดินทางไปทำงานของผมทุกวันนี้มีคนคอยจัดการและดูแลทุกอย่างให้ผมอยู่แล้ว เวลาไปเที่ยวถ้าได้จัดการทุกอย่างเอง และมีแต่เพื่อนสนิทหรือครอบครัวที่ได้ไปด้วยกัน ผมจะรู้สึกว่ามันเป็นบรรยากาศที่ได้ไปพักผ่อนจริงๆ เวลาไปไหนมาไหนแล้วมีคนคอยจัดการให้ ผมจะรู้สึกว่ามันคือการทำงานน่ะครับ

“และถ้าผมอยู่บ้าน ผมจะไม่ทำอะไรเลยนอกจากชงกาแฟ ทำกับข้าว ดูหนัง ออกกำลังกาย น่าจะวนๆ อยู่ประมาณนี้ครับ”

บิวกิ้น ‘เสพติด’ อะไรบ้างไหม

“ผมเสพติดหลายอย่างนะ หนึ่งอย่างที่เสพติดแน่นอนคือกาแฟ และผมก็กึ่งๆ เสพติดการทำงาน มันก็มีบ้างเวลาทำงานเยอะๆ ผมก็รู้สึกเหนื่อย อยากพักผ่อน แต่พอพักได้สักสองสามวัน ผมก็จะเริ่มหาอะไรทำเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับตัวเอง ผมไม่ชอบปล่อยให้เวลาผ่านไปเฉยๆ หรือทำตัว slow life ขนาดนั้น

“เสพติดอะไรอีกนะ… ผมชอบกินเครื่องดื่มที่เป็นเกล็ดน้ำแข็ง และผมเสพติดเครื่องดื่มเย็น จะดื่มทุกอย่างแบบเย็น เครื่องดื่มเกล็ดน้ำแข็งเป็นรูปแบบของเครื่องดื่มที่ผมชอบที่สุด”

การแสดงจุดยืนสำคัญมากน้อยแค่ไหนในฐานะคนที่อยู่ท่ามกลางแสงไฟอย่างบิวกิ้น

“ผมว่ามันสำคัญนะ เพราะในโลกทุกวันนี้ ทุกคนต่างมี social media มีมือถือในมือ ผมว่ามันยากมากนะสำหรับบุคคลสาธารณะที่จะปกปิดตัวตนที่แท้จริงของตัวเองได้ ผมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องจริงใจกับตัวเรา และจริงใจกับคนอื่นด้วย ทุกวันนี้มันหลอกกันไม่ได้หรอก เพราะเราไม่สามารถแบ่งเวลาอยู่ต่อหน้าสื่อได้แล้ว ผมรู้สึกว่า ไม่ว่าเราจะเป็นใคร เราต้องชัดเจนและจริงใจให้ได้มากที่สุด ผมไม่คิดว่าเราจะสามารถสร้างจุดยืนที่มันไม่เป็นตัวตนของตัวเองได้แล้วบนโลกยุคปัจจุบัน ผมเชื่อว่าความจริงใจของเราจะทำให้คนสัมผัสได้ และก็ไม่ใช่ว่าทัศนคติต่างๆ จะเปลี่ยนไปไม่ได้นะ มันเปลี่ยนไปตลอดช่วงระยะเวลาที่เราเติบโตทั้งนั้นล่ะครับ”

บอกอะไรกับแฟนๆ หน่อย

“ผมดีใจนะถ้ามีใครได้อ่านบทสัมภาษณ์นี้ และได้ติดตามเรื่องทริปของผมที่ไป Gucci Cosmos นี่คือหนึ่งก้าวใหญ่ๆ ในอาชีพของผมเลยนะ เป็นโอกาสที่ดีมากในฐานะเด็กคนหนึ่ง สำหรับใครที่ตามกันมาตั้งแต่วันแรกจนถึงตอนนี้ ผมขอบคุณจริงๆ และใครที่ตามมาอ่านบทสัมภาษณ์นี้ ก็ขอบคุณมาก อย่างที่ผมบอกมาตลอดว่าผมจะเต็มที่กับทุกเรื่อง ตั้งใจทำงานและพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ผมจะทำให้คนที่ให้คุณค่ากับผมไม่ได้รู้สึกว่าผมไม่ได้มีคุณค่าอย่างที่เขาให้คุณค่านะครับผมย้ำแบบนี้เสมอ”

เชิญฝากผลงาน

“ปีนี้ EP. ‘Love’s Apprentice’ ก็จะปล่อยครบทั้ง 5 เพลง ฝากเพลงสุดท้าย ‘การเดินทางที่สวยงาม’ ที่น่าจะออกพร้อมกับบทสัมภาษณ์นี้พอดีครับ

“ช่วงเดือนสิงหาคม ผมจะไปเป็นแขกรับเชิญในคอนเสิร์ต ‘Hitman David Foster and Friends Bangkok 2023’ นะครับ นี่เป็นอีกหนึ่งงานที่เหมือนเป็นความฝันของผมเลยนะครับ เพราะ David Foster เป็นแรงบันดาลใจให้กับผมมาตลอด ทั้งในเรื่องการทำเพลงและเรื่องอื่นๆ นี่เป็นโอกาสครั้งสำคัญของผมเลยนะครับ ตอนที่เขาเช็คคิวมาผมไม่อยากจะเชื่อเลย และผมก็ดีใจมากจริงๆ นี่เป็นสิ่งที่มีความหมายต่อผมมากๆ เลยครับ เหมือนเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในชีวิตของผมเลย

“และช่วงเดือนมิถุนายน ผมก็จะมี Billkin & PP Krit Asia Fan Meeting ที่ต่างประเทศครั้งแรก ไปกับพีพีครับ ผมดีใจมากที่มีโอกาสได้ไปหาแฟนๆ ในหลายๆ เมืองที่ผมไม่เคยได้มีโอกาสเจอกันมาก่อน ส่วนสิ้นปีนี้ รับประกันว่ามีข่าวดีแน่นอนครับ รอติดตามเร็วๆ นี้ได้เลยครับ”

Clothes: Gucci Pre-Fall 2023 collection 

Model: Billkin – Putthipong Assarattanakul

Make Up: Saran Anaphon

Hair: Manaswee Kitpisut

Assistant Photographer: Poomin Wongsing

- Advertisement -