POP ART : D E E P d i m e n s i o n s ในความอุตสาหะทางศิลปะล่าสุดของเขาที่ผนวกเทคโนโลยีและงานป็อปเข้าไว้ด้วยกัน

Author: Alex Hawgood

          สำหรับช่วงทศวรรษที่ผ่านมาและการเปลี่ยนแปลง Alex Israel ศิลปินที่มีฐานการทางานที่ลอสเองเจลิสได้สร้างภาพวาดขนาดใหญ่และอาหารตาอื่นๆที่ศูนย์กลางฮอลลีวู้ดเพื่อเฉลิมฉลองความตื้นเขินของภาพเคารพของไอดอลร่วมสมัยด้วยการพยักหน้าและขยิบตาผลงานทางศิลปะที่ยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ของเขาได้เติบโตไปจนปรากฏเป็นบิลบอร์ดบนถนนซันเซทที่มีข้อความว่า “ถ้าคุณไม่ชอบผมติดตามผม” (เป็นผลงานร่วมกับนักเขียน Bret Easton Ellis) และผลงานเครื่องหอมที่กำลังจะออกขายกับ Louis Vuitton (กลิ่นล่าสุด‘On the Beach’ มาแบบจากัดจานวนพร้อมกับกระดานโต้คลื่นสีนีออนที่ออกแบบโดยศิลปิน) และยังมีเว็บซีรีส์ของศิลปะการแสดงที่มีเสน่ห์แบบแปลกๆ ของเขาที่ประกอบด้วยอิสราเอลถามคาถามแขกรับเชิญ เช่น KrisJenner และKato Kaelin อย่างหน้าตาเฉยด้วยคำถามเกี่ยวกับการกำลังจะเกิดขึ้นของหายนะล้างโลกและคำถามไร้สาระเชิงเสียดสีถากถาง เช่น “บ้านคือที่อยู่ของหัวใจใช่มั้ย” และใครกันที่จะลืมชุดภาพวาดตัวเองที่ตอนนี้ได้แพร่กระจายไปในวัฒนธรรมป็อปได้ชุดภาพวาดซึ่ง Stella McCartney กล่าวอ้างว่าคือแรงบันดาลใจในการออกแบบเสื้อผ้าบุรุษคอลเลกชั่นแรกของเธอ

          อิสราเอลปัจจุบันอายุ 39 ปี ยังคงทางานในสายมัลติมีเดียเพื่อเล่นกับกระแสขึ้นลงของตลาดศิลปะนิทรรศการเดี่ยวของเขาที่จัดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ที่แกลเลอรี่ Almine Rech จัดแสดงของเลียนแบบเลื่อนสีแดงอันเป็นสัญลักษณ์ที่รู้จักกันดีจากภาพยนตร์เมื่อปี 1941 เรื่อง Citizen Kane โดยแขวนเลื่อนดังกล่าวลงมาจากเพดานจากที่เป็นผู้ทรงอิทธิพลด้านศิลปะเขากำลังทดลองนำเอางาน ‘80s porn flicks’ ของเขาเข้าสู่โลกเสมือนจริง Alex Israel x Snapchat คือชื่อโครงการ AR ที่เป็นความร่วมมือกันระหว่างนักสร้างภาพลักษณ์ทั้งสองขณะนี้กำลังจัดแสดงอยู่ที่ The Bass Museum of Art ในไมอามี่จนถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2022 หลังจากที่ในระยะหลังมานี้เขาได้ใช้เวลาสำรวจกล่องเครื่องมือเทคโนโลยีสามมิติของ Snapchat มาเป็นเวลาหลายปีตอนนี้เขาได้จัดรวบรวมภาพตัวเองเข้าสู่พอร์ทัลเพื่อนำเสนอภาพโต้ตอบของแอนิเมชั่นอโวคาโดเต้นรานกเพลิแกนกาลังบินและต้นปาล์มที่ส่ายไปมาได้นิทรรศการนี้ให้คำแนะนำไว้ว่าวิธีการที่ผู้ชมจะได้เห็นภาพที่วิวัฒนาการของอิสราเอลคือมองให้ลึกกว่าแค่ผิวหน้าฉาบมัน

L’OFFICIEL: คุณเข้าเป็นหุ้นส่วนกับSnapchat เพื่อแสดงภาพของคุณผ่านเทคโนโลยีAR คุณคุ้นเคยกับศักยภาพของ AR แค่ไหน
ALEX ISRAEL: ผมเล่น Pokemon Go นั่นน่าจะเป็นสิ่งที่ผมรู้จักในเรื่อง AR และรู้ว่ามันทำอะไรได้บ้างเมื่อผมเริ่มพูดคุยเรื่องนี้กับทาง Snapchat ผมก็เริ่มทำการค้นคว้าผมมีความคิดบางอย่างเพื่อการทำโครงการแต่ว่ารสนิยมของผมมันค่อนข้างจะก้าวหน้ากว่าสิ่งที่เราทำได้เล็กน้อยดังนั้นหลังจากพูดคุยกันได้สักพักก็จบลงตรงแบบว่า “โอเคอันนี้ทำได้ในตอนนี้มาทำกัน” มันน่าตื่นเต้นที่เทคโนโลยีขยายตัวตลอดเวลาตอนนี้เราเอาฟิล์มภาพยนตร์ที่เราถ่ายไว้มาผสมกับแอนิเมชันเพื่อสร้างงาน AR ได้ซึ่งค่อนข้างจะมีขั้นตอนทับซ้อนกันหลายชั้นและซับซ้อนกว่าที่จะสามารถทำได้ในสมัยก่อนและนั่นมันก็ต้องทำงานกับสิ่งที่เป็นเทคนิคเกี่ยวกับความจำแบบว่าไฟล์จะใหญ่ได้แค่ไหนและมันสามารถโหลดขึ้นโทรศัพท์คุณได้เร็วแค่ไหนและหลายสิ่งอย่างที่ว่านั่นมันก็ดีขึ้นเรื่อยๆตามเวลาที่ผ่านไป

L’O: มีลูกเล่นในการทำงานกับสื่อเสมือนจริงไหม
AI: ถ้าว่ากันด้วยเรื่องแอนิเมชันมันมีทั้งการ์ตูนและสิ่งที่เป็นภาพถ่ายจริงงานชิ้นหนึ่งแสดงภาพนกเพลิแกนกาลังบินออกจากภาพเหมือนของผมใช่มั้ยมันดูเหมือนภาพจริงแต่แล้วนกเพลิแกนก็อ้าปากและปลาที่เป็นภาพการ์ตูนก็กระโดดออกมาจากปากนก-ปลาแบบดิสนีย์น่ะนะ มันต้องมีความอุตสาหะในส่วนของผมที่จะเปรียบเทียบทั้งสองสไตล์และนำเอามันมาวางเคียงข้างกันผมสนุกสนานกับการปะติดมันเข้าด้วยกันถ้าเราสามารถทำให้ภาพวาดของผมมีชีวิตได้เราจะทำมันได้อย่างไรมันจะดูเป็นแบบไหนนั่นคือจุดเริ่มต้นของผมผมคิดว่าเอาละมันจะเป็นอย่างไรถ้าเราทลายกำแพงด้านที่สี่มันจะเป็นอย่างไรถ้าจะทำห้ผู้ชมมีส่วนร่วมมากกว่านี้และมันจะทำงานอย่างไรมันจะเป็นสิ่งที่คุณทำผ่านโทรศัพท์มั้ยมันไปเกี่ยวข้องกับสิ่งอื่นๆที่เราทาผ่านโทรศัพท์มั้ยดังนั้นผมเดาว่ามีหลายสิ่งอย่างที่ผมกำลังคิดและในบางกรณีมันก็ไปจบลงตรงที่งานปะติดที่มีสไตล์และเรนเดอร์ที่แตกต่างกัน

L’O: งานของ Snapchat ทำให้เรานึกถึงภาพยนตร์ที่ผสมผสานการแสดงสดเข้ากับแอนิเมชันเช่นภาพยนตร์เรื่อง Who Framed Roger Rabbit หรือCool World
AI: แน่นอนมีงานชิ้นหนึ่งที่อ้างอิงฉากหนึ่งในภาพยนตร์ Anchors Aweigh ซึ่งมาก่อนภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องที่ว่ามาฉากดังในภาพยนตร์เรื่องนี้คือฉากที่ Gene Kelly เต้นรำกับ Jerry Mouse ผมคิดไอเดียที่จะอัปเดตฉากนั้นแต่มันเกี่ยวกับการที่ผู้ชมจะมีส่วนร่วมเมื่อคุณยกโทรศัพท์ขึ้นส่องไปที่ภาพถ่ายมันจะเป็นเหมือนว่าภาพถ่ายจะเปิดขึ้นและอโวคาโดเต้นรำก็จะกระโดดออกมาจากภาพและลงยืนบนพื้นแกลเลอรีตรงหน้าคุณเสียงพูดนาและดนตรีก็จะนำคุณเข้าสู่การเต้นราคู่มันแทบจะเหมือนกับการเต้นรำเล็กๆที่คุณทำได้บนโซเชียลมีเดียกับอโวคาโดลูกนี้งานอีกชิ้นหนึ่งชื่อว่า ‘Drive’ ที่มันเป็นเหมือนกับแอนิเมชันภูมิทัศน์ของเมืองลอสเองเจลิสที่กาลังอยู่ในอาการประสาทหลอนและมันจะพาคุณไปในพื้นที่ต่างๆของเมืองพร้อมด้วยอนุสาวรีย์หรืออนุสรณ์สถานต่างๆที่กลายเป็นสามมิติที่หลุดออกมาจากภาพนั้นขณะที่มันกำลังเล่นอยู่คุณก็สามารถจินตนาการถึงนกและเครื่องบินและดอกไม้ไฟออกมาจากภาพวาดเข้ามาในพื้นที่แกลเลอรี่อีกอย่างคือต้นปาล์มที่หลุดออกมาจากภาพเหมือนตัวผมเอง

L’O: คุณคิดท่าทางการเต้นราของอโวคาโดได้อย่างไร
AI: ผมทางานกับนักออกแบบท่าเต้นคนหนึ่งโดยการงมไปทั่วอินเตอร์เน็ตเพื่อหาท่าเต้นที่ผมคิดว่าดีและเป็นสากลแต่ยังคงเป็นท่าเต้นที่คนเต้นไม่เก่งแบบผมก็เต้นตามได้อ้างอิงแรกคือภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเก่าเรื่อง Anchors Aweigh แต่ผมก็ไปดูว่าปัจจุบันเด็กเขาทำอะไรกันและมีอะไรเกิดขึ้นบ้างในวัฒนธรรมบนโซเชียลมีเดียแล้วก็มาทำแอนิเมชันท่าเต้นเหล่านั้นของอโวคาโดและแล้วผมก็จะ “มือของอโวคาโดยกสูงเกินไปนะ” หรือ “อโวคาโดกระโดดสูงเกินไปนะ”

L’O: ดังนั้นถ้าคุณเดินทางไปชมการแสดงจะมีผู้คนจำนวนมากสวมหูฟังและเต้นรำไปรอบๆอย่างเงียบๆใช่ไหม
AI: ใช่หวังไว้ว่าอย่างนั้นสิ่งที่น่าตื่นเต้นก็คือ AR สามารถควบคุมโลกและสร้างสิ่งนี้อีกชั้นหนึ่งซ้อนทับลงบนโลกนั้นได้การมองเห็นสิ่งต่างๆอยู่กับที่และแล้วก็สามารถมองเห็นว่ามันเริ่มเคลื่อนไหวได้ต่อหน้าต่อตาคุณขยายขอบเขตของสิ่งที่คุณคิดว่าคุณรู้เกี่ยวกับโลกใบนี้ไปสู่อีกมิติหนึ่ง AR สามารถถูกนำมาใช้ได้อเนกอนันต์แต่ผมคิดว่าเราจะมองเห็นว่ามันกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเรามากขึ้นขณะที่เทคโนโลยีที่เราใช้อยู่มันดีขึ้นเหมือนแว่นตากับคอนแทคต์เลนส์หรืออะไรแบบนั้นแหละ

L’O: AR คือส่วนหนึ่งของคลื่นลูกใหม่ทางเทคโนโลยีเช่นเดียวกับสกุลเงินคริปโตและ NFT ซึ่งบางคนเชื่อว่าจะเป็นสิ่งจาเป็นต่อวังวนของเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นซ้าๆถัดไปของอินเตอร์เน็ตในฐานะศิลปินมันสาคัญอย่างไรต่อคุณที่ต้องตามให้ทันเทคโนโลยี
AI: ผมพยายามจะตามให้ทันสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกเทคโนโลยีแต่ผมก็ยังไม่ทันสมัยเท่าที่ควรในเรื่องเทคโนโลยีแล้วผมว่ามันสาคัญสาหรับผมที่จะคิดเกี่ยวกับวิธีการทางานของผมแต่ผมก็ต้องรู้สึกว่ามันถูกต้องก่อนจะเข้าไปข้องแวะกับมันนะ Pokemon Go ช่วยให้ผมตื่นเต้นกับ AR แต่ผมก็กำลังรอสิ่งที่จะทำให้ผมตื่นเต้นจริงๆกับ NFT แต่คุณไม่มีวันรู้หรอก Snapchat มีศักยภาพในการทำให้ความคิดที่ยอดเยี่ยมน่าทึ่งหลายอย่างมีชีวิตนั่นคือเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากของการทำงานด้วยการสร้างแบบสามมิติของประสบการณ์และหาวิธีการที่จะทำให้มันใช้การได้สำหรับใครก็ได้ที่มีโทรศัพท์เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยคิดปะติดปะต่อได้ด้วยตัวเองเลยมันทำให้ผมคิดถึงสิ่งที่ผมไม่จำเป็นต้องมีหรือแม้แต่ต้องคิดถึงด้วยซ้ำในงานของผม

L’O: คุณรู้เรื่องราวมากมายเกี่ยวกับการศึกษาเรื่องการสื่อสารของมนุษย์โดยเฉพาะการใช้เครื่องหมายและสัญลักษณ์นิทรรศการเดี่ยวที่จัดแสดงเมื่อไม่นานมานี้ที่แกลเลอรี่ Almine Rech ในปารีสมีการสร้างเลื่อนไม้สีแดงอันเป็นสัญลักษณ์จากภาพยนตร์ Citizen Kane ขึ้นมาใหม่อะไรดึงดูดใจคุณให้จัดแสดงชิ้นส่วนจากประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ชิ้นนั้น
AI: แบบจำลอง ‘Rosebud’ ของผมเป็นอย่างเดียวในการจัดแสดงมันแขวนจากเพดานหน้าฉากที่เราสร้างเข้าไปในแกลเลอรี่นอกจาก Maltese Falcon แล้วมันอาจเป็นอุปกรณ์ประกอบฉากชิ้นที่มีชื่อเสียงที่สุดก็ได้นะ ในงานของผมมีอุปกรณ์ประกอบฉากจำนวนมากที่สร้างขึ้นมาใหม่หรือหาเช่ามาผมคิดแบบว่าเหมือนกับสร้างอุปกรณ์ประกอบฉากสำหรับภาพยนตร์ของผมเองบ้านประกอบฉากเป็นโลกที่น่าสนใจสำหรับผมที่ผมมักจะคิดค้นเสาะหาในงานของผมโดยเฉพาะเมื่อคิดถึงความสัมพันธ์ของอุปกรณ์ประกอบฉากกับงานประติมากรรมและชิ้นงานสำเร็จรูปผมสนใจสัญลักษณ์ทุกรูปแบบที่มากับ ‘Rosebud’ และวิธีการนำสิ่งอื่นมาเสริมเติมเข้ามาในลักษณะของเครือข่ายความคิด-ทุกอย่างตั้งแต่ ‘เลื่อน’ ของ Joseph Beuys ไปจนถึงความรู้สึกโหยหาวัยเยาว์ซึ่งในบางมุมเป็นตัวแทนของความฝันแบบอเมริกันที่ถูกถักทอเข้าไว้ในภาพยนตร์เรื่องนี้สำหรับผมแล้วนั่นทำให้มันเป็นชิ้นงานที่น่าสนใจ

L’O: Steven Spielberg ได้ซื้อ ‘Rosebud’ ตัวต้นแบบจากการประมูลโดย Sotheby เมื่อปี 1982 และเมื่อไม่นานมานี้เขาได้บริจาคให้แก่ Academy Museum of Motion Pictures ใน LA
AI: ผมไม่เคยเห็นมันนะ จนกระทั่งเมื่อพิพิธภัณฑ์เปิดเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนแต่ผมทำงานของผมเสร็จและส่งไปปารีสแล้วแต่มันก็ยังคงน่าตื่นเต้นที่เห็นมันด้วยตาตัวเองและเห็นว่าผมทำแบบจำลองของมันได้ใกล้เคียงตัวต้นแบบขนาดไหนผมว่าผมค่อนข้างใกล้เคียงเชียวแหละแต่ไม่สมบูรณ์แบบนะแต่รู้มั้ยว่าใกล้พอตัว
-Translation: Dr Wattana K –