Virgil’s Legacy ย้อนชมเรื่องราวของผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของ Louis Vuitton ที่มากด้วยฝีมือและเป็นที่รักในวงการแฟชั่นจวบจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต 

ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาทางหลุยส์ วิตตอง ได้จัดแฟชั่นโชว์คอลเลกชั่น Louis Vuitton Men’s Fall/Winter 2022 ผลงานชิ้นสุดท้ายของเวอร์จิล อาโบลห์ ณ อาคาร Carreau du Temple ใจกลางกรุงปารีส โดยใช้ชื่อโชว์ว่า ‘Louis Dreamhouse’ เซ็ตของเวทีเป็นบ้านหลังใหญ่สีฟ้าคล้ายกับทองฟ้าแห่งความฝันอันเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ความหวัง และกำลังใจ ซึ่งจะช่วยเปิดจินตนาการให้กว้างขึ้น โดยมีนายแบบ 67 ชีวิต และแดนเซอร์อีก 20 คนสวมใส่เสื้อผ้าจากคอลเลกชั่นนี้ เพื่อถ่ายทอดแรงบันดาลใจและบอกเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมดของเวอร์จิล ซึ่งกลิ่นอายของเขาถูกรวบรวมไว้อย่างประณีตงดงามในโชว์อำลานี้ และนับเป็นที่เรื่องน่ายินดีที่โชว์สุดยิ่งใหญ่นี้จะถูกยกมาจัดแสดงในประเทศไทย ในวันที่ 1 มิถุนายน 2565 2565 นี้        ณ The Pinnacle ชั้น 8 ของ ICONSIAM โดยนับเป็นครั้งแรกของการจัดแฟชั่นโชว์ Spin-Off คอลเลคชั่นสุภาพบุรุษในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แม้ว่า เวอร์จิล อาโบลห์ จะดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ แผนกเสื้อผ้าสุภาพบุรุษของหลุยส์ วิตตอง มาเกือบสี่ปีแล้ว แต่กับรู้สึกว่าเส้นทางของเขาเพิ่งได้เริ่มต้น เวอร์จิลได้สร้างภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์หลุยส์ วิตตอง ซึ่งเปลี่ยนทุกแง่มุม        อัตลักษณ์ทางภาพ ตั้งแต่ร้านค้า แคมเปญโฆษณา การคัดเลือกนักแสดง รวมถึงเหล่าคนดังที่มาเข้าร่วมกับแบรนด์ แต่เส้นทางของเขาถูกตัดให้สั้นลง เมื่อมีการประกาศการเสียชีวิตของเขาในเดือนพฤศจิกายน 2021ด้วยโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นการสูญเสียดีไซน์เนอร์ผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งของในยุคนี้ ด้วยวัยเพียง 41 ปี ทาง L’officiel Hommes Thailand จึงได้รวบรวมผลงานไฮไลท์ของบุรุษผู้เป็นตำนานของวงการแฟชั่น มาให้ได้รับรู้กันอีกครั้ง

The Debut

ในช่วงกลางปี 2018 เวอร์จิล ได้สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ เมื่อทางหลุยส์ วิตตอง ประกาศเลือกให้ เวอร์จิล อาโบลห์           ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ แผนกเสื้อผ้าสุภาพบุรุษ ซึ่งนับเป็นไดเรกเตอร์ผิวสีคนแรกนับตั้งแต่ที่แบรนด์ก่อตั้งมาในปี  1854 ซึ่งสร้างเสียงฮือฮาในวงการแฟชั่นเป็นอย่างมาก แต่ดูเหมือนจะมีการแบ่งแยกระหว่างผู้ที่เห็นด้วยและผู้ที่                 เห็นต่าง ทว่าเวอร์จิลก็ได้สร้างความประทับใจให้ทุกคนผ่านคอลเลกชั่นสุภาพบุรุษ ประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2019 ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์สุดคลาสสิก พ่อมดมหัศจรรย์แห่งเมืองออซ (The Wizard of Oz) ซึ่งคอลเลกชั่นนี้สร้างปรากฏการณ์ทันที หลังจากที่วางขายใน Tokyo โดยสามารถสร้างสถิติทำยอดขายมากกว่าคอลเลกชั่น Supreme ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ 

Soft Trunk Messenger

คงจะเป็นเรื่องน่าขำ ถ้าจะกล่าวถึงหลุยส์ วิตตอง โดยไม่ยอมรับผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นที่สุดอย่างกระเป๋าที่มีลายโมโนแกรม             ซึ่งนับเป็นความท้าทายของดีไซน์เนอร์ใหม่ที่เข้ามาสร้างสรรค์ผลงานบนไอเทมซิกเนเจอร์เหล่านี้ แต่เวอร์จิล นั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจที่แฝงไว้ด้วยความละเอียดอ่อน โดยเขาคำนึงถึงมรดกของแบรนด์อย่าง Trunk ในตำนาน ซึ่งเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของหลุยส์ วิตตอง ที่มีมายาวนานกว่า 100 ปี เวอร์จิล นำมาตีความใหม่ และย่อส่วนให้เล็กลงกลายเป็น “Soft Trunk Messenger” หนึ่งในกระเป๋ารุ่นยอดฮิตที่เราจะเห็นได้ในทุกแฟชั่นวีค รวมทั้งบนโซเชียลมีเดียของคนดังหลาย ๆ คน

Air Force 1

ความสัมพันธ์ของเวอร์จิล กับ ไนกี้ นั้นมีมายาวนาน ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะได้มาร่วมงานกับหลุยส์ วิตตอง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่จะมีการคอลลาบอเรชั่นเกินขึ้นกันระหว่าง หลุยส์ วิตตอง และ ไนกี้  ซึ่งสนีกเกอร์รุ่นพิเศษ Nike ‘Air Force 1’ ที่ดีไซน์โดย เวอร์จิล ได้เปิดตัวครั้งแรกในคอลเลกชั่นสุภาพบุรุษ ประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2022 และมีจำนวนจำกัดเพียง 200 คู่เท่านั้น โดยสนีกเกอร์รุ่นพิเศษนี้ได้สร้างปรากฏการณ์ทำลายสถิติ ด้วยการเป็นรองเท้าสนีกเกอร์และหมวดสินค้าแฟชั่นที่ทำยอดประมูลสูงสุดตลอดกาล ด้วยยอดประมูลสูงถึง 25.3 ล้านดอลลาร์ หรือราว 827 ล้านบาท ซึ่งความสำเร็จของการประมูลในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลที่กว้างไกลและความสำเร็จของ เวอร์จิล ที่ยังมหาศาลและไม่เสื่อมคลาย แม้ว่าเขาจะจากโลกนี้ไปแล้วก็ตาม

Amen Break

คอลเลกชั่นสุภาพบุรุษประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2022 ที่ใช้ชื่อว่า Amen Break เป็นผลงานคอลเลกชั่นก่อนสุดท้ายของเวอร์จิล ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต โดยได้แรงบันดาลใจมาจากจังหวะของเสียงกลองยอดนิยมที่มาจากเพลงชื่อ Amen, Brother ของวง Winstons ซึ่งเอกลักษณ์สำคัญของศิลปินกลุ่มนี้ นอกจากที่จะมีผลงานเพลงที่โดดเด่นแล้ว ยังถูกยกย่องในฐานะการรวมตัวของคนต่างสีผิว แต่มีใจรักในเสียงเพลงเช่นเดียวกัน รายละเอียดของเสื้อผ้า รวมถึงแอคเซสเซอรี่ในคอลเลกชั่นนี้จึงเปรียบเสมือนการผสมผสานอย่างลงตัวของความไม่เข้ากันเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่การโคจรมาพบกันของชุดวอร์มที่มีเอกลักษณ์กับชุดสูทแบบทางการ ไปจนถึงการจับคู่กันของโทนสีนีออนสำหรับงานปาร์ตี้สังสรรค์ และโทนสีเรียบหรูสไตล์ดั้งเดิม

ในช่วงปลายปี 2021 คอลเลกชั่นนี้ได้ถูกนำมาแสดงอีกครั้งในไมอามี่ เพียง 2 วันหลังจากที่มีการประกาศการเสียชีวิตของ       เวอร์จิล โดยโชว์นั้นเริ่มต้นด้วยเสียงอันคุ้นเคยของเวอร์จิล ที่กล่าวว่า “ในแง่ของศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ ผมโฟกัสเรื่อยมากับการทำให้ผู้ใหญ่กลับไปทำตัวเหมือนเด็กอีกครั้ง ให้เขากลับไปหาความรู้สึกตื่นตาตื่นใจ หยุดใช้ความคิด แล้วหันมาใช้จินตนาการ” ท่ามกลางแขกคนดังมากมาย ทั้งครอบครัว Arnault ผู้ดูแลหลุยส์ วิตตองที่มากันเกือบพร้อมหน้า ตามมาด้วย Kanye West กับ Kim Kardashian ที่พาลูกสาวคนโต North West มาด้วย นอกจากนี้ยังมี Rihanna, Pharrell Williams, A$AP Rocky, Jonathan Anderson, Nigo, Silvia Venturini Fendi, Samuel Ross, Kerby Jean-Raymond, Bella Hadid, A$AP Ferg และ Joan Smallsที่พร้อมใจกันมาร่วมชมโชว์ที่เสมือนเป็นคำอำลาของดีไซเนอร์อัจฉริยะผู้เป็นตำนาน

f g o t n

a g t o g

rhunrun เรียบเรียง

f g o T n

a g t o g