กลับมาทำดนตรีทั้งที เบน – ชลาทิศ อีกหนึ่งศิลปินผู้มีคาแรคเตอร์ที่โดดเด่นจึงขอปล่อยเพลงในอัลบั้มใหม่ให้ฟังแบบจัดเต็มตลอดปี 2022

การกลับมาในรอบเจ็ดปี

เชื่อว่าผู้อ่านที่กำลังถือนิตยสารฉบับนี้อยู่ในมือ คงจะได้ฟังเพลง ‘Destiny’ และ ‘วงกลม’ ซิงเกิลใหม่ในรอบเจ็ดปีของเบน – ชลาทิศ ตันติวุฒิ กันบ้างแล้ว ไม่เพียงแต่แฟนคลับหลายๆ คนจะดีใจกับการที่เบนกลับมาทำเพลงอีกครั้ง เจ้าตัวเองก็รู้สึกตื่นเต้นไม่แพ้กันตอนให้สัมภาษณ์กับเรา “ถ้าเอาความรู้สึกจริงๆ เลย ผมรู้สึกเหมือนเป็นศิลปินใหม่มากๆ” เบนเกริ่น “เพราะด้วยขั้นตอนการทำอัลบั้ม [ใหม่ชุด] นี้ มันไม่เหมือนสมัยตอนที่เราอยู่ Bakery Music ที่เราทำงานอยู่กับพี่บอย (บอย โกสิยพงษ์) ซึ่งอารมณ์เหมือนกึ่งๆ สำเร็จรูปแล้ว แต่สำหรับโปรเจกต์อัลบั้มใหม่นี้ เรานับหนึ่งตั้งแต่ต้นครับ ต้องเริ่มหาลูปกลองและต้องคิดว่าเราจะทำเพลงอะไรดี เลยทำให้ผมย้อนกลับไปตอนที่ทำ Monotone กับเพื่อนๆ ครับ” และการหวนคืนสู่วงการดนตรีครั้งนี้ เบนได้ถือโอกาสมาสังกัดค่าย Tero Music ด้วย “เราอยากจะส่งเพลงไปให้ถึงคนฟังได้กว้างมากที่สุดครับ คือถ้าเรามองศักยภาพตัวเองในฐานะศิลปินอิสระ ผมไม่มีเวลาไปโฟกัสเยอะขนาดนั้น เพราะยังมีอีกหลายๆ อย่างที่ต้องทำ ผมเลยรู้สึกว่าเรามีพี่ๆ ของ Tero Music ที่เราไว้ใจและเป็นมืออาชีพอยู่ แล้วเราก็มีหน้าที่แค่สร้างสรรค์เพลงของเราครับ”

จากนั้น เบนก็เล่าถึงแรงบันดาลใจของเพลง ‘Destiny’ ก่อนเป็นเพลงแรก “คือ Facebook มันขึ้นแจ้งเตือน ‘On This Day’ ว่าวันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของผมกับแฟน แล้วจังหวะมันได้พอดีครับ ตอนที่ผมเขียนเนื้อเพลงนี้ ผมรู้สึกถึงเวลาที่เราแลกแหวนและมองกัน ให้คำสัญญากันว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป [อีกทั้ง] บนโลกนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างมันถูกกำหนดเอาไว้ว่าจะเกิดขึ้น – ไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคนมาเจอกันเท่านั้น – แล้วผมก็เป็นคนคนหนึ่งที่เชื่อในโชคชะตา จึงขอมอบเพลงนี้ให้ทุกๆ คนด้วย ไม่ใช่แค่จะฉลองงานแต่งงานของผมอย่างเดียวครับ” ขณะที่เบนเล่า ทุกคนในกองนั่งฟังเงียบ ซาบซึ้งกับเรื่องราวไปพร้อมๆ กัน

“ส่วนเรื่องของเพลง ‘วงกลม’ ก็ไม่พ้นเรื่องความรักเหมือนกันครับ ในหลายๆ ครั้ง เวลาที่เราจะมีความสุขกับแฟนใหม่ หรือคิดว่าชีวิตเราสมบูรณ์แบบ มันก็จะมีอะไรสักอย่างที่ ‘แวบ’ เข้ามาถึงเหตุการณ์กับคนโน้นคนนี้ คือช่วงเวลา [เก่าๆ] เหล่านั้นก็ไม่ได้เลวร้ายนะ แม้จะไม่ได้จบลงด้วยดี แต่ ณ วินาทีนั้นที่มันแวบขึ้นมา ก็ทำเอาจี๊ดอยู่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ผมเลยเขียนเพลงนี้ขึ้นเพื่อบอกตัวเองว่า บางทีความทรงจำอาจย้อนกลับมาทำให้เราเจ็บปวดได้ แต่เราก็สามารถอยู่กับมันอย่างแข็งแรงและเข้าใจมากขึ้นได้” เบนพูดถึงที่มาที่ไปของซิงเกิลที่สอง

– สองทศวรรษบนเส้นทางดนตรี

เมื่อตอนต้นการสัมภาษณ์ เบนกล่าวสั้นๆ ถึงช่วงแรกเริ่มในวงการดนตรีของเขา เราจึงนึกขึ้นได้ว่า ไม่นานมานี้ เบนก็ได้ลงโพสต์ Facebook ครบรอบ 20 ปีที่เขาขึ้นคอนเสิร์ตต่อหน้าสาธารณชนครั้งแรกร่วมกับวง Monotone เราจึงให้เขาสะท้อนความรู้สึกของตนในช่วงสองทศวรรษนี้ “ตลอดเวลายี่สิบปีที่ผ่านมาก็เหมือนกับว่าผมเป็นกระปุกออมสินอันหนึ่งที่คอยหยอดประสบการณ์ ความสุข และอื่นๆ เข้ามาในตัว ซึ่งแต่ละช่วงเวลานั้นก็มีคุณค่าในตัวเองครับ” ถึงแม้ว่าระยะหลังๆ เราจะเห็นเบนในบทบาทอื่นอย่างพิธีกรและนักแสดงเสียมากกว่า แต่การเป็น ‘ศิลปิน’ คือสิ่งที่เบนรักมากที่สุดไม่เคยเปลี่ยน “ผมต้องขอบคุณการเป็นนักร้องของผมนะ ที่สามารถต่อยอดไปเป็นโน่นนี่นั่นได้ และต้องขอบคุณคนที่ให้โอกาสเราด้วย แต่การร้องเพลงนั้นเป็นสิ่งเดียวที่ผมรู้สึกว่า มาสิ! มันคือตัวตนของเราครับ” จากนั้น เบนก็พูดถึงปณิธานของตนในอนาคต “ผมไม่เคยวางแผนว่าพออายุ 40 แล้วจะหยุด อายุ 50 ให้อยู่บ้านทำธุรกิจ ผมแค่คิดว่าในชีวิตผมจะทำอย่างไรให้ร้องเพลงไปได้จนกว่าจะร้องไม่ไหวครับ”

– แด่ครอบครัว ความหลากหลายทางเพศ และดนตรี

เราชวนเบนพูดคุยต่อถึงชีวิตครอบครัวของเขา เนื่องจากเราเห็นว่าครอบครัวของเบนก็ช่วยทำลายมายาคติคำว่า ‘ครอบครัว’ ที่เชื่อกันมายาวนานว่าจะต้องมีแค่พ่อแม่ลูกเท่านั้น “ผมว่าทุกคนมีสิทธิ์เลือก [ครอบครัวของตัวเอง] นะ ทุกคนมีสิทธิ์เป็นในสิ่งที่ตัวเองเป็น และผมเชื่อว่า บางทีกรอบที่เกิดขึ้น ก็เป็นแค่กรอบของคนกลุ่มหนึ่งที่บัญญัติไว้ให้เป็นข้อห้าม หรือเป็นเพียงมุมมองความคิดของคนในยุคหนึ่งซึ่งอาจส่งผลมาถึงปัจจุบัน แต่ว่ายุคนี้ก็เป็นยุคที่คนกล้าออกมาพูดกันมากขึ้น กล้าที่จะแสดงออกมากขึ้น อย่างเมื่อก่อนแค่ชายรักชายก็โดนจับแล้ว”

นอกจากนี้ เบนยังพูดถึงอิทธิพลของดนตรีที่ช่วยผลักดันชุมชน LGBTQ+ มาโดยตลอด “อย่างสมัยก่อน การที่สังคมเกย์จะเปิดกว้างขึ้น ให้นึกถึงตอนที่เพลง Vogue ของมาดอนนา (Madonna) ดังๆ จากแค่สังคมเกย์เล็กๆ ที่คนชุมนุมกันทุกวันหยุดในคลับเล็กๆ แห่งหนึ่ง ก็เริ่มกระจายออกไปทั่วโลก ทุกคนรู้จักและเต้นตามเพลง Vogue ได้ ฉะนั้นผมคิดว่าดนตรีก็ส่งผลต่อสังคมโลกในแต่ละยุคสมัยมานานมากแล้วครับ” เขาเล่าเสริม

“ขอฝากติดตามเพลง ‘Destiny’ และ ‘วงกลม’ กันก่อนนะครับ ส่วนระยะเวลาที่จะถึงนี้ ผมก็จะมีผลงานใหม่ปล่อยออกมาเรื่อยๆ เพราะว่าอัลบั้มนี้จะมีทั้งหมด 12 เพลงด้วยกัน หวังว่าทุกคนจะไม่เบื่อเบน – ชลาทิศ กันไปเสียก่อน เพราะไหนๆ ก็ห่างหายไปนานมากแล้วครับ” เบนกล่าวทิ้งท้าย และเราเชื่อว่า ทุกครั้งที่ศิลปินคนนี้สร้างสรรค์บทเพลงใหม่ออกมา บทเพลงนั้นก็จะมอบความสุข และจับอารมณ์ความรู้สึกของผู้ฟังได้อยู่หมัดเสมอ

ฟังเพลง ‘Destiny’ และ ‘วงกลม’ ได้แล้วผ่านทุกช่องทางสตรีมมิง และชมเอ็มวีทางช่อง Tero Music บน YouTube

“ผมว่าทุกคนมีสิทธิ์เลือก [ครอบครัวของตัวเอง] นะ ทุกคนมีสิทธิ์เป็นในสิ่งที่ตัวเองเป็น และผมเชื่อว่า บางทีกรอบที่เกิดขึ้น ก็เป็นแค่กรอบของคนกลุ่มหนึ่งที่บัญญัติไว้ให้เป็นข้อห้าม หรือเป็นเพียงมุมมองความคิดของคนในยุคหนึ่งซึ่งอาจส่งผลมาถึงปัจจุบัน”

เรียบเรียง rhunrun

Photographer: Ponpisut Pejaroen

Direction by: Napat Roongruang 

Author: Peerachai Pasutan