55 th Anniversary Grand Seiko 44GS

The origin of “Grand Seiko Style”
ในวาระครบรอบ 55 ปีของนาฬิกา Grand Seiko 44 GS ที่ถือว่าเป็นรากฐานแห่งดีไซน์ของนาฬิกา Grand Seiko ในวาระแห่งการเฉลิมฉลองนี้จึงควรที่จะสืบย้อนไปถึงเรื่องราวที่กลายมาเป็นประวัติศาสตร์บริษัท Seiko ผลิตนาฬิกาข้อมือออกจำหน่ายครั้งแรกในปี 1913 จนกระทั่งปี 1950 พบว่ายอดขายของ Seiko เติบโตเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น แต่ยอดขายในตลาดต่างประเทศยังไม่ดีนัก เนื่องจากการออกแบบไม่มีเอกลักษณ์ของตนเอง อีกทั้งชื่อเสียงแบรนด์ในมุมมองของตลาดต่างประเทศยังคงเป็นรองนาฬิกาสัญชาติ Swiss ดังนั้นจึงมีการวางแผนที่จะแก้ไขจุดนี้


ในปี 1956 Seiko ได้เริ่มก่อตั้งแผนกออกแบบขึ้น แต่ในระยะนั้นทีมออกแบบรับผิดชอบเพียงการออกแบบ “หน้าปัด” นาฬิกาเท่านั้น จนกระทั่งทุกอย่างเปลี่ยนไปในปี 1959 หลังจากที่ Seiko ได้ว่าจ้าง “Mr.Taro Tanaka” ผู้ที่จบการศึกษาทางด้านการออกแบบโดยตรงมารับผิดชอบงานออกแบบโดยรวมทั้งหมดของ Seiko กลุ่ม Luxury โดยเฉพาะอย่าง Grand Seiko และ King Seiko
Taro Tanaka มีความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยม ที่จะออกแบบนาฬิกากลุ่ม Luxury ของ Seiko ให้มีอัตลักษณ์ของตนเอง โดยใช้การศึกษา Gem Cutting เป็นต้นแบบ จนกระทั่งคิดค้นหลักการออกแบบอันเข้มงวดขึ้น (Grammar of design) โดยมีหลักสำคัญ 3 ประการดังนี้
1.พื้นผิวของตัวเรือน เข็ม และหน้าปัดจะต้องเรียบอย่างสมบูรณ์ และต้องมีขนาดที่กว้างที่สุด เพื่อให้สะท้อนแสงได้ดี
2.พื้นผิวจะต้องมี 2 ระนาบ หรือมี 2 มิติ
3.การขัดตัวเรือนจะต้องขัดขึ้นเงาแบบ mirror-finished โดยต้องปราศจากการบิดเบือนของระนาบพื้นผิว (Distortion-free)


Grammar of design ที่ Taro Tanaka คิดค้นขึ้นสำหรับ Grand Seiko เรียกว่า
Grand Seiko Style” มี 9 องค์ประกอบ
1.หลักชั่วโมงในตำแหน่ง 12 นาฬิกามีความกว้างเพิ่มขึ้นสองเท่า
2.หลักชั่วโมงทรงสี่เหลี่ยมที่ถูกขัดแต่งให้สวยงาม
3.ขอบหน้าปัดขัดเงาพิเศษ
4.พื้นผิวขัดเงาพิเศษดูเป็นแบบสองมิติ
5.เม็ดมะยมแบบดึงออกครึ่งเดียว
6.หน้าปัดแบนเรียบ
7.เข็มชั่วโมงและเข็มนาทีแบบหลายเหลี่ยมมุม
8.ขอบด้านบนแบบโค้ง
9.ขอบด้านหน้าปัดและด้านข้างตัวเรือนมีรูปทรงกลับด้าน

นี่คือ 9 องค์ประกอบที่เป็นรากฐานทำให้ดีไซน์ของนาฬิกา Grand Seiko มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์และเป็นที่จดจำในระดับโลก โดยนาฬิการุ่นที่โดดเด่นเป็นที่จดจำต่างก็มีเอกลักษณ์

44GS with Iwate Dial
“The natural beauty top view of Mount Iwate”
เป็นดีไซน์ที่มีที่มาจากธรรมชาติที่จังหวัดอิวาเตะ ที่ถือเป็น Home place อันเป็นที่ตั้งของ Grand Seiko Studio Shizukuishi สถานที่ผลิต GS กลไก mechanical โดยลวดลายหน้าปัดได้แรงบันดาลใจมาจากลวดลายของโขดหินของภูเขา Iwate เมื่อมองผ่านจากด้านบน ตัวเรือนจะเป็น Stainless Steel ขนาด 40 มม./ 44GS case หน้าปัดเคลือบสีเงินนุ่มนวลให้ล้อกับแสงได้อย่างงดงาม กลไก Automatic Hi-beat GMT cal.9S86 สำรองพลังงานได้นาน 55 ชั่วโมง

44GS with Ultimate Quartz.
ตัวเรือนจะเป็น Stainless Steel ขนาด 40 มม./ 44GS case หน้าปัดเคลือบสีเงินนุ่มนวลให้ล้อกับแสงได้อย่างงดงาม กลไก Ultimate Quartz cal.9F85

44GS with Spring Drive
ตัวเรือน Stainless Steel 40 มม./ 44GS case หน้าปัดเคลือบสีน้ำเงิน Midnight blue นุ่มนวลให้ล้อกับแสงได้อย่างงดงาม กลไกSpring Drive cal.9R65

44GS with Automatic Hi-beat
ตัวเรือน Hi-intensity Titanium (SBGH253G, SBGH245G) และทำจาก Stainless Steel (SBGH277G, SBGH279G) ขนาด 40 มม. กลไก Automatic Hi-beat cal.9S85 สำรองพลังงานนาน 55 ชั่วโมง

นาฬิกา 44GS 55th Anniversary

SBGJ255G
ทำขึ้นมาเพียง1,200 เรือน การสร้างสรรค์ตัวเรือน “44GS”ได้สืบทอดเจตนารมณ์ หลักการออกแบบของ Grand Seiko หรือ “Grand Seiko Style” ที่กำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี 1967 โดยเป็นตัวเรือนที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ Grand Seiko มากที่สุด
กลไก Hi-beat GMT function ถูกนำมาใช้เพื่อรำลึกให้กับ Grand Seiko เรือนแรก (SBGJ005) ที่ใช้กลไกนี้และได้รับรางวัล GPHG ในปี 2014
เพื่อทำให้ตัวเรือนมีสีสันอันเป็นเอกลักษณ์จึงทำจากไททาเนียมที่มีความหนาแน่นสูง(Hi-intensity Titanium) ขนาด 40 มม./ 44GS case กลไก Automatic Hi-beat GMT cal.9S86 สำรองพลังงานนาน 55 ชั่วโมง และมีชิ้นส่วนที่เป็นจานเหวี่ยง(Oscillating Weight)สีทองโดยใช้เทคนิค Anodic Oxidation ไททาเนียมที่มีความหนาแน่นสูง

SLGH009G
ทำขึ้นมาเพียง 550 เรือน ตัวเรือน “44GS” สืบทอดเจตนารมณ์ หลักการออกแบบของ Grand Seiko หรือ “Grand Seiko Style” ที่กำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี 1967 โดยเป็นชนิดของตัวเรือนที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ Grand Seiko มากที่สุด เป็นครั้งแรกที่กลไก new Hi-beat 80 hours ถูกนำมาใช้ในตัวเรือนแบบ 44GS เพื่อเฉลิมฉลองวาระพิเศษ 44GS 55th Anniversary
ลวดลายของหน้าปัดได้แรงบันดาลใจจาก “วงโคจร” ของดวงดาว โดยเข็มวินาทีเปรียบเสมือน การเคลื่อนของเวลา ตาม “Flow of time” concept ของแบรนด์
มีดีไซน์และแรงบันดาลใจจากภูมิทัศน์ของ“Shizukuishi Landscape” ซึ่งเป็นที่ตั้งของแหล่งกำเนิดของ GS ทั้งมวล กลไก Mechanic
ตัวเรือน Ever Brilliant Stainless Steel 40 มม./ 44GS case เป็นสแตนเลสตีลเกรดพิเศษที่ทนการกัดกร่อนสูงกว่าเกรดทั่วไปที่ใช้ในอุตสาหกรรมนาฬิกา 1.7 เท่า และมีความสว่างกว่าเมื่อขัดขึ้นเงา กลไก New Automatic Hi-beat cal.9SA5 สำรองพลังงานได้นาน 80 ชั่วโมง ด้วย Power double barrels.

SLGA013G
ทำขึ้นจำกัดจำนวนเพียง 550 เรือน เป็นครั้งแรกที่กลไก new Spring Drive 120 hours ถูกนำมาใช้ในตัวเรือนแบบ 44GS เพื่อเฉลิมฉลองวาระพิเศษ 44GS 55th Anniversary ด้วยตัวเรือน “44GS” ที่สืบทอดเจตนารมณ์ หลักการออกแบบของ Grand Seiko หรือ “Grand Seiko Style” ที่กำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี 1967 โดยเป็นชนิดของตัวเรือนที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ Grand Seiko มากที่สุด
ลวดลายของหน้าปัดได้แรงบันดาลใจจาก “วงโคจร” ของดวงดาว โดยเข็มวินาทีเปรียบเสมือน การไหลเคลื่อนของเวลา ตาม “Flow of time” concept ของแบรนด์ กลไก Cal.9RA2 ตกแต่งด้วยเทคนิค “Shinshu Frost Finish” ซึ่งเป็นการทำเฉพาะในกลไก 9RA2 เท่านั้น
ตัวเรือน Ever Brilliant Stainless Steel 40 มม./ 44GS case เป็นสแตนเลสสตีลเกรดพิเศษที่ทนการกัดกร่อนสูงกว่าเกรดทั่วไปไปที่ใช้ในอุตสาหกรรมนาฬิกา 1.7 เท่า และมีความสว่างกว่าเมื่อขัดขึ้นเงา กลไก New Spring Drive cal.9RA2 ที่มีความบางลง เพื่อสามารถบรรจุลงในตัวเรือน 44GS ได้ สำรองพลังงานได้นาน 120 ชั่วโมงด้วยdouble barrels เท่ตรงที่เข็มบอกปริมาณพลังงานสำรองแสดงอยู่ที่ด้านหลังของตัวเรือน

เรียบเรียง rhunrun