Spring 2022 Menu at KINU BY TAKAGI

แม้จะเป็นอีกครั้งของฤดูใบไม้ผลิที่ชวนให้เราคิดถึงญี่ปุ่นกันโดยยังไปเยือนไม่ได้ และซากุระของปีนี้ก็คงต้องโรยราไปโดยที่นักท่องเที่ยวอาจจะยังไม่มีโอกาสเข้าไปชมในประเทศญีปุ่น แต่เราสามารถสัมผัสรสชาติอาหารประจำฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่นได้ที่ ห้องอาหารญี่ปุ่น คินูบายทาคากิ (KINU BY TAKAGI) ภายใต้การดูแลของเชฟโนริฮิสะ มาเอดะ แต่ขอเบรคก่อนสำหรับคนที่อยากจะไปชิมในวันวาเลนไทน์นี้ คือห้องอาหารปิดวันจันทร์-อังคาร นอกเสียจะเหมาทั้งห้องให้เปิดในวันวาเลนไทน์(กรุณาสอบถามกับทางโรงแรมเอง)


จริงๆ แล้วหลายคนก็คงคุ้นเคยกับ ห้องอาหารญี่ปุ่น คินูบายทาคากิ (KINU BY TAKAGI) ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ แต่กับเชฟโนริฮิสะ มาเอดะ ผู้ได้รับการชักชวนมากจากเชฟทาคากิ ให้มาดูแลห้องอาหารที่กรุงเทพฯ นี้อาจจะยังไม่เป้นที่คุ้นเคยกันเพราะเชฟมาถึงก็เกิดการลักปิดลักเปิดของห้องอาหารตามการระบาดของโควิด 19 แต่มาถึงวันนี้ก็เหมือนเป็นการเปิดตัวเชฟได้เป็นทางการเสียที แม้เชฟจะมาช่วยคิดเมนูเบนโตะจากห้องอาหารนี้จัดส่งไปตามสั่งจนต้องปิดรับออร์เดอร์เนื่องจากมีการสั่งมาจำนวนมากจนวัตถุดิบไม่พอในช่วงที่ห้องอาหารให้บริการไม่ได้ เรียกว่ารสมือเด่นมาแบบไม่ต้องอาศัยต้องรู้จักตัว เชื่อว่าหลายคนได้ชิมและชินกับรสชาติอาหารของฝีมือเชฟมาเอดะไปแล้วจากชุดเบนโตะ หรือได้มาที่ช่วงที่ห้องอาหารเปิดได้สั้นๆ ก็ได้มาเจอเชฟบ้างแล้ว
แต่มาวันนี้ห้องอาหารญี่ปุ่น คินูบายทาคากิ (KINU BY TAKAGI) คงได้เปิดบริการแบบไม่ต้องหยุดเป็นพักๆ อีก และเปิดตัวด้วยเมนูฤดูใบไม้ผลิปี 2565 ที่รังสรรค์จากวัตถุดิบที่ดีที่สุดของฤดูกาลนำเสนอเป็นอาหารกลางวันและอาหารค่ำเสิร์ฟตามอย่างวิถีไคเซกิ ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2565 (ขึ้นอยู่กับปริมาณวัตถุดิบที่จัดส่งมาจากญี่ปุ่น) ในวงเล็บนี้สำคัญเพราะจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบที่ต้องส่งมาจากญี่ปุ่นเด็ดขาด แม้ส่วนหนึ่งของความตั้งใจของเชฟทาคากิคือการใช้เครื่องปรุงที่เป็นของท้องถิ่นมามีส่วนด้วย แต่เครื่อปรุงหลักก็ต้องมาจากญีปุ่นจริงๆ


ด้วยการเลือกใช้วัตถุดิบระดับพรีเมี่ยมอย่างต่อเนื่องและรังสรรค์เป็นเมนูตามฤดูกาลในประเทศญี่ปุ่นตามอย่างวัฒนธรรมด้านอาหารที่เรียกว่า “เคียว ริวริ” (Kyo-ryori) ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นที่สุดแห่งความมีรสนิยมในเรื่องประสบการณ์การการรับประทานอาหารญี่ปุ่น อาหารที่จัดอยู่ในประเภทเคียว ริวริ คือ อาหารที่เชฟนำเสนอความงามจากธรรมชาติของตัววัตถุดิบเอง รสชาติกลมกล่อมเกิดจากศาสตร์และศิลปะการปรุงอาหารของเชฟที่สามารถชูรสชาติของวัตถุดิบ โดยไม่เน้นการเติมเครื่องปรุงต่างๆ แต่อย่างใด และอาหารนั้นๆ ยังต้องมีความสดรับกับฤดูกาลต่างๆ ที่เป็นอยู่ในขณะนั้นๆ อาหารเคียว ริวริ จึงเป็นอาหารที่จะสร้างความสุขให้กับประสาทสัมผัสทั้งห้าของผู้รับประทาน

สำหรับฤดูใบไม้ผลิปี 2565 เชฟทาคากิภูมิใจนำเสนอวัตถุดิบที่มีคุณภาพดีที่สุดของฤดูกาลนี้ซึ่งมาจากหลากหลายจังหวัดในประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งจังหวัดฟุกุโอกะ วัตถุดิบที่โดดเด่นสำหรับเมนูประจำฤดูใบไม้ผลิ อาทิ หอยฮามากุริ จากจังหวัดชิบะ เนื้อฮากาตะวากิว จากจังหวัดฟุกุโอกะ และ สตรอเบอร์รี่พันธุ์อามะโอ จากจังหวัดฟุกุโอกะ เมนูประจำฤดูใบไม้ผลิปี 2565 ซึ่งเชฟทาคากินำเสนอ ห้าคอร์สสำหรับมื้อกลางวัน และ สิบคอร์สสำหรับมื้อค่ำนั้นจะเป็นการนำผู้รับประทานเดินทางไปสู่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อท่องเที่ยวผ่านรสชาติความอร่อยของอาหารแต่ละคอร์สที่รังสรรค์ อีกทั้งยังได้เปิดประสบการณ์รับชมศิลปะการปรุงอาหารของเชฟโนริฮิสะ มาเอดะ ซึ่งเป็นหัวหน้าเชฟประจำห้องอาหารญี่ปุ่นคินูบายทาคากิ

เนื้อฮากาตะวากิวจากฟุกุโอกะที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นหนึ่งในวัตถุดิบประจำฤดูการใบไม้ผลินี้ เป็นเนื้อที่ได้มาจากวัวพันธุ์น้ำตาลและวัวพันธุ์ดำของญี่ปุ่น โดยได้รับการเลี้ยงด้วยฟางข้าวคุณภาพดีซึ่งเป็นข้าวที่ปลูกในจังหวัดฟุกุโอกะ และยังเลี้ยงด้วยธัญพืชนานาชนิด โดยวัวเหล่านี้เป็นวัวอายุ 20 เดือนขึ้นไป และเลี้ยงในสิ่งแวดล้อมที่ไร้ความตึงเครียดแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติและทัศนียภาพที่งดงาม ซึ่งคุณค่าจากสารอาหารที่ได้รับจากธัญพืชเป็นเสมือนอาหารเสริมชั้นดีของวัวเหล่านี้ เพราะช่วยให้วัวเหล่านี้มีเนื้อวัวที่มีชั้นไขมันแทรกเสมือนลายหินอ่อน และ ยังเป็นตัวช่วยให้เนื้อวัวมีความนุ่มชนิดที่เรียกว่าละลายในปาก เนื้อฮากาตะวากิวจากฟุกุโอกะที่ทางห้องอาหารญี่ปุ่นคินูบายทาคากิคัดสรรมานำเสนอเป็นเนื้อวากิวที่ได้รับรางวัลเหรียญทองในการแข่งวากิวโอลิมปิค 2017 ที่ประเทศญี่ปุ่น

อีกหนึ่งวัตถุดิบที่เป็นความภาคภูมิใจของจังหวัดฟุกุโอกะ คือ สตรอเบอร์รี่พันธุ์อามะโอ ซึ่งเป็นสตรอเบอร์รี่ที่ปลูกเฉพาะในพื้นที่จังหวัดฟุกุโอกะ เป็นพันธุ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดและมียอดจำหน่ายสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นติดต่อกันถึง 15 ปี สตรอเบอร์รี่พันธุ์อามะโอเป็นที่ขึ้นชื่อในเรื่องของรูปทรงที่อวบ ผิวสีแดงสดเงางามเป็นประกาย เนื้อแน่นและมีความฉ่ำหวาน ซึ่งช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเก็บเกี่ยวสตรอเบอร์รี่พันธุ์นี้ คือ ระหว่างเดือนมกราคม – มีนาคม เชฟมาเอดะและทีมของห้องอาหารญี่ปุ่น คินูบายทาคากิจึงรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้นำเสนอสตรอเบอร์รี่พันธุ์อามะโอซึ่งเป็นผลผลิตที่ดีที่สุดของปีให้แก่แขกทุกท่าน


จานแรกเครื่องปรุงหลักคือล็อบสเตอร์ญี่ปุ่น หรือ อิเสะ เอบิ ที่จะมีอยู่ในเมนูอาหารกลางวัน และ เมนูอาหารค่ำสำหรับเมนูฤดูใบไม้ผลิ โดยนำเสนอเป็นคอร์สแรก ล็อบสเตอร์ญี่ปุ่นที่มาจากชายฝั่งของเมืองชิบะกล่าวได้ว่าเป็นล็อบสเตอร์ญี่ปุ่นที่มีคุณภาพระดับพรีเมี่ยม และห้องอาหารนี้จะคัดสรรเฉพาะล็อบสเตอร์จากจังหวัดนี้เท่านั้น โดยเชฟนำล็อบสเตอร์มานึ่งในอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อยังคงรักษารสสัมผัสของล็อบสเตอร์ สำหรับจานนี้ทั้งเชฟทาคากิและเชฟมาเอดะต่างตั้งใจสร้างความสดชื่นให้กับต่อมรับรสเสมือนการเปิดประสาทสัมผัสโดยใช้กลิ่นของส้มยูสุเป็นกลิ่นสิ่งสร้างความสดชื่นและความเจริญอาหาร โดยนำน้ำส้มยูสุมาปรุงร่วมกับดาชิ ทำออกมาเป็นดาชิเจลลี่กลิ่นยูสุ และเสิร์ฟล็อบสเตอร์และกุ้งทะเลจากญี่ปุ่นในซอสดาชิเจลลี่กลิ่นยูสุนี้ พร้อมเติมเต็มสีสันของฤดูใบไม้ผลิลงในจานนี้ด้วยกลีบดอกเบญจมาศ และผักสีสวยงาม เพื่อสื่อถึงฤดูใบไม้ผลิและการเริ่มต้นใหม่ที่สดใส จานนี้ต้องเรียกว่าสร้างความทึ่งจากวัตถุดิบหลักและเจลลีดาชิและส้มยูสุได้อย่างลงตัวที่สุด เนื้อกุ้งสดกรอบหวานมาก และทำสุกมากำลังดี คือน่าหลงใหลและชวนให้นึกถึงสีสันของฤดูใบไม้ผลิจริงๆ

ส่วนเนื้อฮากาตะวากิว จากฟุกุโอกะ เป็นเมนูที่มีอยู่ทั้งในเซ็ทมื้อกลางวัน และ เซ็ทมื้อค่ำ เชฟมาเอดะใช้ความพิถีพิถันและใช้ทักษะขั้นสูงตั้งแต่การเตรียมเนื้อ แขกทุกท่านจะได้เพลิดเพลินกับขั้นตอนย่างเนื้อด้วยเตาถ่านซึ่งเชฟมาเอดะต้องใช้ความใส่ใจในขั้นตอนนี้เป็นอย่างมาก เพื่อให้ได้เนื้อวากิวที่มีความนุ่มกำลังดีสมคำร่ำลือว่า “ละลายในปาก” และเราก็ไม่ได้ผิดหวังจริงๆ คือได้ชมจากการจัดกระดับตกแต่งต่างๆ ของเนื้อที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะรับประทานด้วยการละเลียดเคี้ยวช้าๆ หอมกลิ่นควันไฟ กลิ่นไขมันเนื้อที่ย่างมาพอเหมาะพอดีเป็นความหอมที่ประทับใจ ส่วนรสสัมผัสนั้นต้องบอกว่าละลายในปากจริงๆ แค่จานนี้ก็ให้ประสบการณ์ที่เกินคุ้มแล้ว

สำหรับท่านที่รับประทานเซ็ทอาหารค่ำสิบคอร์ส ยังมีวัตถุดิบอีกหนึ่งชนิดที่ท่านไม่ควรพลาด นั่นคือ ชิราโกะจากปลาทาระ (ปลาคอด) ซึ่งเชฟมาเอดะสร้างสรรค์จานนี้ด้วยการนำชิราโกะทอดด้วยเทคนิคพิเศษ เสิร์ฟคู่กับเนื้อปลาคอด พร้อมซอสซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของห้องอาหารญี่ปุ่น คินูบายทาคากิ โดยเมนูนี้จะนำเสนอเป็นคอร์สที่หกสำหรับมื้อค่ำ ซึ่งวัตถุดิบชนิดนี้อาจจะไม่เป็นที่คุ้นเคยของคนไทย แต่ใครที่ไปรับประทานอาหารญี่ปุ่นแบบไคเซกิที่ญี่ปุ่นอาจจะเคยทดลองรับประทานและติดใจมาแล้ว เทียบเคียงก็ประมาณฟัวการ์แต่มีความมันและความนิ่มมากกว่า ต้องให้เชฟฝีมือชั้นเลิศปรุงวัตถุดิบชนิดนี้ถึงจะควรค่าความหายาก ยากต่อการปรุงให้อร่อย และหาได้ยากไม่ใช่จะหาได้ตามร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป

วัตถุดิบบางอย่างที่อาจจะไม่ใช่วัตถุดิบหลักแต่ก็คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันอย่างวาซาบิ ที่เสิร์ฟมากับปลาดิบ ซึ่งเชฟแม้จะมาอยู่เมืองไทยไม่นานแต่เขาก็บอกว่าอย่าเอาวาซาบิที่เขาฝนสดๆ กันแผ่นหนังปลาฉลามใส่ลงในซอสโชยุนะ อย่างไรให้ตะเกียบตัดวาซาบิมาป้ายลงบนชิ้นปลาแล้วค่อยคีบเอาด้านเนื้อปลาจุ่มลงในโชยุแล้วรับประทาน ถ้าเราเอาวาซาบิไปละลายในโชยุจะทำให้เราไม่ได้รสชาติที่แท้จริงของวาซาบิ แล้วอย่างที่ทราบว่าหัววาซาบิจะเติบโตได้ดีในแหล่งน้ำที่สะอาดจริงๆ เท่านั้นจึงเป็นอาหารออร์แกนิคโดยธรรมชาติ รสชาติของวาซาบิแท้ๆ รสออกหวานจนสัมผัสได้แม้จะมีความขื่นและซ่าที่เราเรียกว่าเผ็ดโดดเด่น แต่วาซาบิแท้ต้องมีรสหวานแทรกและมีกลิ่นหอมฉุน ไม่ใช่มีแต่ความฉุนเผ็ดแบบวาซาบิผงที่เอามาละลายกับน้ำแล้วปั้นเป็นก้อนอย่างที่พบเห็นทั่วๆ ไป

ประสบการณ์การรับประทานอาหารตามอย่างวิถีไคเซกิ ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ จะปิดท้ายด้วยเมนูขนมหวาน ซึ่งนำเสนอสตรอเบอร์รี่พันธุ์อามะโอซึ่งได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศญี่ปุ่น ความฉ่ำหวานของสตรอว์เบอร์รี่อามะโอเข้ากันได้ดีอย่างลงตัวกับไอศครีมนมถั่วเหลืองและมิโสะขาวเสิร์ฟพร้อมด้วยพันนาคอตต้าชาเขียว เป็นการปิดท้ายการเดินทางของประสบการณ์ความอร่อยของอาหารญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ต้องอบกว่าสตรอว์เบอร์รีพันธุ์นี้เป็นที่นิยมของคนญี่ปุ่นมากและติดอันดับขายดีอันดับหนึ่งในญี่ปุ่นในบรรดาสตรอว์เบอร์รีพันธุ์ต่างๆ นิยามของความสดหวานฉ่ำมาจากสตรอว์เบอร์รีพันธุ์นี้จริงๆ ทั้งกลิ่นหอมที่ตราตรึงใจ แค่ได้ชิมก็จะยากลืมเลือนในรสชาติ เสริมด้วยความละมุนของไอศกรีมที่ทำจากนมถั่วเหลือและมิโสะขาว(จับคู่ได้ลงตัวมากๆ)อร่อยจนนึกอยากจะชิมเปล่าๆ และพันนาคอตต้าชาเขียวก็คือที่สุด จบลงอย่างประทับใจจริงๆ

ห้องอาหารญี่ปุ่น คินูบายทาคากิ (Kinu by Takagi) เปิดให้บริการวันพุธ – วันอาทิตย์ สามารถรองรับแขกได้ 10 ท่าน ต่อมื้ออาหาร
• มื้อกลางวันให้บริการห้าคอร์ส ราคา 4,000++ บาท ต่อท่าน เริ่มเสิร์ฟอาหารเวลา 12.00 น.
• มื้อค่ำให้บริการสิบคอร์ส ราคา 8,000++ บาท ต่อท่าน เริ่มเสิร์ฟอาหารเวลา 18.00 น.

กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้า และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ห้องอาหารญี่ปุ่นคินูบายทาคากิ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ โทร 0 2659 9000 หรือ อีเมล mobkk-restaurants@mohg.com เยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ mandarinoriental.com/bangkok