Kendo in L’Officiel Hommes’ Memories

หลังจากทีมงานของลอฟฟีเซียล ออมส์ได้รับคำยืนยันข่าวร้ายว่าเคนโด้ – กุลภัทร พงศ์ประภาพ ได้ออกเดินทางไกลนำพวกเราไปแล้ว พวกเราทุกคนก็ต่างผลัดกันเล่าเรื่องความประทับใจส่วนตัวของพวกเราที่มีกับเขาในระหว่างการร่วมงานกันในฐานะนายแบบและนิตยสารแฟชั่นสองสามครั้ง สิ่งที่ทุกคนเห็นร่วมกันก็คือ เคนโด้เป็นเด็กดี น่ารัก สุภาพ ทำงานง่าย และเกิดมาเพื่อทำอาชีพนายแบบอย่างแท้จริง 

และเพื่อเป็นการระลึกถึงเคนโด้ นี่จะเป็นบทความแรกจากลอฟฟีเซียล ออมส์ที่เราใช้ ‘ความรู้สึก’ ในการขีดเขียนบทความนี้ขึ้นมา เพราะความรู้สึกดีๆ ที่เรามีต่อเคนโด้นั้นไม่ควรที่จะถูกเก็บงำเงียบไว้กับตัวพวกเรา แต่คนที่ไม่เคยสัมผัสเขาน่าจะได้รับรู้ถึงแง่มุมความน่ารักของเขาในแบบที่พวกเราเคยสัมผัสมาแล้ว

การร่วมงานครั้งแรก

ในปี 2019 นิตยสารลอฟฟีเซียล ออมส์ปรับตัวครั้งใหญ่ โดยการเปลี่ยนชื่อจากนิตยสารลอปติมัม เป็นนิตยสารลอฟฟีเซียล ออมส์อย่างเป็นทางการ และเพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสื่อสิ่งพิมพ์ ผู้บริหารตัดสินใจที่จะทำนิตยสารปกแข็งทุก 4 เดือนโดยใช้คอนเซ็ปต์ coffee table magazine ที่จะดำรงอยู่นานกว่า shelf life บนแผงหนังสือ

และในการนั้น เคนโด้เป็นหนึ่งในนายแบบที่เราเรียกมาถ่ายแฟชั่นเซ็ตที่เราคิดว่าแกรนด์ และยิ่งใหญ่เหมาะสมกับรูปเล่มใหม่ของนิตยสารเรา โดยยกกองกันไปถ่ายทำถึงสนามขี่ม้าที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

เมื่อทีมงานได้เห็นขนาดตัวของม้าแข่งราคาแพง หลายคนก็หวั่นๆ กับความใหญ่โตของสัตว์แสนสง่างามนี้ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะยืนยันแข็งขันถึงความปลอดภัย แต่ในใจทุกคนก็หวาดหวั่นไม่ได้ 

แฟชั่นเอดิเตอร์ของเราถามเคนโด้สั้นๆ ว่า กลัวม้าไหม และเขาก็ตอบสั้นๆ ว่า ‘กลัวครับ’ แต่ทันทีที่เขาเดินเข้าเซ็ตพร้อมกับม้าตัวใหญ่ เรากลับมองไม่เห็นความหวาดกลัวของเขาแม้แต่น้อย และนี่ก็คือภาพแฟชั่นเซ็ตสุดอลังการที่เคนโด้ได้ร่วมงานกับเราเป็นครั้งแรก ในฐานะการเฉลิมฉลองการเปลี่ยนผ่านประวัติศาสตร์ของนิตยสารของเราอย่างเป็นทางการ

กำเนิด L’Officiel Hommes ME 

แม้ว่านิตยสารของเราจะดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดโดยการออกนิตยสารปกแข็งถึงปีละ 4 เล่ม แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเนื้อหาส่วนใหญ่ในโลกยุคนี้ก็วนเวียนอยู่บนโลกดิจิตอลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้อ่าน ทีมลอฟฟีเซียล ออมส์จึงปั้นโปรเจ็กต์ L’Officiel Hommes ME หรือโปรเจ็กต์ปกดิจิตอล พร้อมบทสัมภาษณ์และแฟชั่นเซ็ตที่แสดงถึงความเป็น ‘ตัวฉัน’ อย่างแท้จริง โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่านเพียงแค่คลิกผ่านโซเชียลมีเดียของเรา

และในช่วงที่โปรเจ็กต์นี้กำลังเป็นรูปเป็นร่าง เคนโด้ก็ได้รับเลือกกลับมาถ่ายแฟชั่นเซ็ตกับเราอีกครั้ง เราจึงนำเสนอโปรเจ็กต์นี้ให้กับเขา โดยถามความสมัครใจกับเขาว่า เขาพร้อมจะมาเป็น ‘หนูทดลอง’ ร่วมหัวจมท้ายไปกับโปรเจ็กต์นี้ของเราไหม 

ซึ่งคำตอบก็เรียบง่ายไม่ต่างจากตอนที่เขายอมรับว่ากลัวม้าเลย “เอาครับ ไม่เคยมีใครสัมภาษณ์เคนมาก่อนเลย เคนอยากทำครับ”

ในวันนั้น ทีมงานฝ่ายคอนเทนต์ของเราลงนั่งคุยกับเคนโด้ ทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว เรื่องหัวใจ เรื่องอะไรต่อมิอะไร ทั้งเราและเคนได้เรียนรู้กันและกันระหว่างบทสนทนา ได้แลกเปลี่ยนแนวคิด แชร์ความเจ็บปวด และปลอบประโลมกันและกัน หลังจากนั้น เราร่วมมือกันผลิตโปรเจ็กต์ L’Officiel Hommes ME ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งโปรเจ็กต์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลสำหรับนิตยสารของเรา

และเคนโด้ก็ได้เซ็ตสแตนด์ดาร์ดความเป็น L’Officiel Hommes ME ไว้อย่างชัดเจน ไม่ว่าคุณจะถูกบุลลี่ ถูกตราหน้าจากสังคมมากแค่ไหน ตราบใดที่คุณยังเป็นตัวเอง และยังรักตัวเองมากพอ คุณจะโดดเด่นและเฉิดฉายในแบบตัวคุณได้อย่างแน่นอน 

คำบอกลาจากทีมงานลอฟฟีเซียล ออมส์ ไทยแลนด์

โดยปกติ ในฐานะ ‘สื่อ’ ทีมงานลอฟฟีเซียล ออมส์ ไทยแลนด์พึงระวังการแสดง ‘อารมณ์’ และ ‘ความคิดเห็น’ ส่วนตัวซึ่งอาจจะนำมาซึ่งการตัดสินและการเอียงข้างเสมอ แต่เมื่อพวกเราได้รู้ว่าเราจะไม่มีวันได้ร่วมงาน ได้หัวเราะ ได้กินข้าวกล่อง และได้นั่งปรับทุกข์ ดื่มเบียร์หลังเลิกกองกับเคนโด้อีกแล้ว พวกเราเห็นพ้องต้องกันว่า ‘ความรู้สึก’ ด้านบวก ที่ทีมงานของเรามีร่วมต่อเคนโด้นั้นไม่ควรจะจางหายไปตามกาลเวลา แต่เคนโด้ควรจะถูกจดจำอย่างงดงาม ผ่านประสบการณ์ตรงของพวกเราที่มีร่วมกับเขาที่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นบทความนี้ 

พวกเราทุกคนรักการทำงานร่วมกับเคนโด้ ทีมงานบางคนเม้ามอยหอยสังข์ ออกแฮงค์เอาท์กับเคนโด้ไม่ต่างอะไรกับเพื่อนสนิท และทีมงานทุกคนอยากจะจดจำภาพทรงจำดีๆ ของเขาไว้ บทความนี้จากใจของพวกเราลอฟฟีเซียล ออมส์ ไทยแลนด์ ถึงเคนโด้ เพื่อนร่วมงานที่เรารัก และชื่นชมเสมอมา

ขอให้ดวงวิญญาณของเคนโด้ได้หลุดพ้นจากความทุกข์ใดๆ ก็ตามที่เขาเผชิญอยู่ และขอให้เคนโด้เชื่อว่า พวกเราทุกคนรักและคิดถึงเคนโด้จากใจจริงๆ