Exclusive Interview with Eric Nam

พูดคุยกับ Eric Nam ศิลปินมากความสามารถเพื่อฉลองการออกอัลบั้มใหม่ There And Back Again ในฐานะศิลปินอิสระเป็นครั้งแรกในชีวิต

Photographer: Kwak Kigon

Stylist: Hwang Geum Nam

Interview by: Pacharee Klinchoo

Management: EN Management

Artist Coordination: Kanit Asava

ยินดีด้วยสำหรับซิงเกิ้ลใหม่ของคุณคาดหวังไว้ขนาดไหนและฟีดแบ็กเป็นอย่างไรบ้าง

ขอบคุณมากนะครับ ผมเพิ่งจะออกสองซิงเกิ้ลในฐานะศิลปินอิสระไปหยกๆ เลย เพลงแรกชื่อว่า I Don’t Know You Anymore ที่ออกไปเมื่อกลางเดือนตุลาคม ส่วนเพลงที่สอง Any Other Way ก็เพิ่งออกไปกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาครับ เอาจริงๆ คือผมค่อนข้างตื่นเต้นที่จะต้องออกเพลงในฐานะศิลปินอิสระเต็มตัวนะครับ แต่แฟนๆ ก็ให้กำลังใจผมมาตลอด และดูเหมือนว่าผมก็มีฐานคนฟังใหม่ๆ ที่มาหลังจากที่ผมเปลี่ยนทิศทางของดนตรีด้วยครับ มันสนุกและเติมเต็มผมได้มากจริงๆ ครับ

เนื้อหาของเพลง I Don’t Know You Anymore นี่พูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ที่แตกหักอย่างชัดเจนเลยนะคุณไปหาแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงเหล่านี้มาจากไหนกัน

ผมว่าเพลงส่วนใหญ่ที่ผมแต่งได้แรงบันดาลใจมาจากชีวิตส่วนตัวและประสบการณ์ของเพื่อนๆ รอบตัวน่ะครับ เรื่องก็คือ พวกเราล้วนเป็นมนุษย์ ถึงแม้ว่าเราอาจจะไม่สามารถเข้าใจหรือมีประสบการณ์ร่วมกับสถานการณ์บางอย่างได้อย่างเต็มที่ แต่เราก็สามารถมีความรู้สึกร่วมแบบกว้างๆ ในเรื่องที่เราประสบในระหว่างการใช้ชีวิตกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสุข ความยินดี การอกหัก ความโกรธ ความเศร้าเสียใจ ความตื่นเต้นดีใจ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นประสบการณ์ร่วมที่มนุษย์ทุกคนจะประสบได้ระหว่างการเดินทางของชีวิตทั้งนั้นครับ ดังนั้น สำหรับผม ก็คือการจับแก่นของอารมณ์เหล่านี้และแปรเปลี่ยนมันออกมาเป็นรูปแบบของดนตรีที่เข้าถึงได้ สนุก ติดหู และเต็มไปด้วยอารมณ์ให้ได้ เท่านั้นเองครับ

เพลงของคุณพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์เป็นส่วนใหญ่นะบอกหน่อยว่าคุณคิดเนื้อหาแต่ละเพลงได้อย่างไร

โดยทั่วไปแล้ว กระบวนการเขียนเพลงของผมเริ่มต้นขึ้นเมื่อผมเดินเข้าไปในห้องพร้อมนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ พวกเราจะเริ่มต้นคุยกันว่าเราทำอะไรกันอยู่ รู้สึกอย่างไร สบายตัวไหม อะไรทำให้เรามีความสุขหรือโศกเศร้าบ้าง เราเริ่มต้นจากตรงนั้น และดึงเอาคำศัพท์และวลีต่างๆ ออกมาจากบทสนทนาของพวกเราเพื่อเอามาทำต่อ มันเป็นธรรมชาติมากๆ เลยครับ เพราะพวกเราต่างก็เป็นมนุษย์ปุถุชน เพลงส่วนใหญ่บนโลกนี้ก็เกี่ยวกับความสัมพันธ์อยู่แล้ว ไม่ในทางดีก็ในทางร้าย หรืออาจจะเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่คุณมีต่อตัวเองก็ได้นะครับ

คุณผ่อนคลายอย่างไรเวลาคุณไม่ต้องทำงาน

เป็นคำถามที่ดีมากเลยนะครับ ผมว่าผมแค่พยายามทำตัวสบายๆ แบบสบายๆ เลยน่ะครับ ผมต้องบอกตัวเองว่าผมควรจะรู้สึกดีกับการไม่ทำอะไรเลยนะ มันยากมากเพราะผมชินกับการวิ่งไปวิ่งมา ทำงานแข่งกับเวลาตลอดเวลา แต่พอผมมีเวลาช่วงไหนที่ผมไม่ต้องทำ ผมก็จะบอกตัวเองว่า มันโอเคที่จะทำตัวว่างๆ นั่งดูทีวียาวๆ นอนเท่าที่ต้องการ และกินอะไรที่อยากจะกินน่ะครับ การใจดีต่อตัวเองและให้รางวัลตัวเองโดยการอนุญาตให้ตัวเองทำอะไรก็ได้ที่ต้องการคือวิธีการผ่อนคลายของผมเวลาผมไม่ต้องทำงานครับ

คุณให้ค่ากับความคิดเห็นของสาธารณชนต่อทั้งตัวคุณและต่องานคุณมากขนาดไหนและคุณรับมือกับความคิดเห็นเหล่านั้นได้อย่างไร

คงจะโกหกถ้าผมตอบว่าความคิดเห็นเหล่านั้นไม่ส่งผลอะไรกับผมนะ ผมคิดว่าคนที่บอกว่าพวกเขาไม่สนใจความคิดเห็นของคนอื่นไม่ได้พูดความจริงทั้งหมดหรอก การเข้าไปอยู่ในจุดที่คุณไม่แคร์อะไรเลยมันต้องผ่านกระบวนการที่คุณแคร์มันมากๆ มาก่อน คุณเห็นด้วยไหม พวกเราเป็นมนุษย์นะ ช่วยไม่ได้หรอกที่พวกเราจะแคร์น่ะ ผมแคร์มันนะ แต่ผมก็พยายามไม่ปล่อยให้มันส่งผลกระทบอะไรกับผม เพราะสำหรับผมแล้ว งานการและสิ่งที่ผมพยายามทำอยู่ก็คือการเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดน่ะครับ ผมพยายามทำดนตรีที่ดีที่สุด สร้างสรรค์งานที่ดีที่สุด เค้นไอเดียที่ดีที่สุดออกมา เอาทุกอย่างที่ดีที่สุดในตัวผมออกมาให้ได้มากที่สุด ถ้าสิ่งเหล่านี้มันยังไม่เติมเต็มความคาดหวังของคนอื่นอีกล่ะก็ ผมก็คงต้องยอมรับมันล่ะครับ บางทีงานของผมอาจจะไม่เหมาะกับพวกเขา ซึ่งก็ไม่เป็นไรหรอก มีคนตั้งเจ็ดพันล้านคนบนโลกนี้ ผมขอโฟกัสอยู่กับคนที่ชอบผมและงานของผมมากกว่าคนที่พยายามจะทำให้ผมเสียกำลังใจดีกว่าครับ

เพลงถัดไปของคุณจะพูดเรื่องอะไร

เพลงล่าสุดของผม Any Other Way เป็นเรื่องของการตกหลุมรักและไม่สนใจสิ่งที่คนอื่นพูด มันตลกดีนะที่มันตอบคำถามที่แล้วของผมไปแล้ว เพราะมันเกี่ยวกับการไม่สนใจคนรอบข้าง และหมกมุ่นอยู่กับคนตรงหน้าแบบไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ผมคงไม่คิดจะมองสถานการณ์ต่างๆ ทั้งความรักหรือสถานการณ์ใดๆ ไปมากกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ซึ่งมันก็เป็นแบบนี้ล่ะครับ ส่วนอัลบั้มใหม่ของผม There and Back Again ที่จะออกมาช่วงต้นเดือนมกราคมก็จะประกอบไปด้วยเพลงใหม่อีก 7 เพลง ซิงเกิ้ลโปรโมทคือสนุกมาก แทบจะรอให้ทุกคนได้ฟังไม่ไหวแล้วครับ สัญญาเลยว่ามันโคตรดีจริงๆ นะ อัลบั้มนี้คือดีเวอร์มาก ผมตื่นเต้นที่จะปล่อยออกมาให้ทุกๆ คนฟังจริงๆ ครับ

คุณมองภาพตัวเองในฐานะนักร้องในอีกสิบปีข้างหน้าไว้อย่างไรบ้างมีอะไรที่อยากจะทำแต่ยังไม่ได้ทำบ้างไหม

ผมรู้สึกขอบคุณมากๆ ที่ได้ทำสิ่งที่ผมทำอยู่ในตอนนี้ มันเป็นเรื่องง่ายนะที่จะต้องการอะไรมากกว่านี้อีก ประสบความสำเร็จกว่านี้ ยอดวิวมากกว่านี้ ขึ้นเวทีใหญ่กว่านี้ อะไรแบบนี้ แต่ผมคิดว่าการเรียนรู้ที่จะอยู่ให้มีความสุขและชื่นชมกับสิ่งที่มีตรงหน้าคือสิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขจากภายในและอารมณ์มั่นคงมากขึ้นครับ นั่นไม่ได้แปลว่าผมเนือยหรืออะไรหรอกนะ เชื่อเถอะว่าผมนี่ทะเยอทะยานมากๆ เลย แต่การคิดแบบนี้ทำให้ผมไม่ฟุ้งซ่านกับสิ่งที่ผมอยากจะทำต่อไป ผมอยากจะให้ดนตรีและคอนเสิร์ตของผมเข้าถึงกลุ่มคนกว้างขึ้นทั่วโลกในอนาคต และอยากจะมีสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับแฟนๆ ให้มากกว่านี้ และผมยังอยากจะแต่งเพลงหรือโปรดิวซ์เพลงและทีวีโชว์ให้กับคนอื่นด้วยนะครับ ผมไม่รู้ว่าโปรเจ็กต์นี้จะเริ่มได้อย่างไร หรือเริ่มเมื่อไหร่ แต่นี่เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าอยากจะลองในอีกสิบปีข้างหน้านะครับ

มีนักร้องไอดอลหรือศิลปินคนไหนที่คุณอยากร่วมงานด้วยไหม

ให้ตายเถอะ มีศิลปินเยอะแยะที่ผมอยากร่วมงานด้วย และมันก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เสียด้วยสิ แต่เอาลิสต์นี้ไปก่อนนะ ผมฟังเพลงของพวกเขาบ่อยมากๆ ช่วงนี้ มี Griff, Audrey Nuna, Niki, Chelsea Cutler, Stromae, Burna Boy, HER, 5SOS, Kid Laroi, LANY, Harry Styles แล้วก็ Jeremy Zucker

ฝากอะไรถึงแฟนๆชาวไทยหน่อย

สำหรับเพื่อนๆ และแฟนๆ ชาวไทยของผมนะครับ ขอบคุณมากๆ ที่ยังรอคอยผม และสนับสนุนจากที่ไกลๆ เสมอ ผมรู้ว่าพวกคุณรักและสนับสนุนผมในสิ่งที่ผมทำ และในตัวตนที่ผมเป็น ผมรู้สึกขอบคุณพวกคุณเสมอมา ผมมักจะคิดไปถึงช่วงเวลาครั้งสุดท้ายที่พวกเราได้เจอกันในกรุงเทพฯ และผมแทบจะรอให้ถึงวันที่ผมจะกลับไปเล่นดนตรีต่อหน้าพวกคุณอีกครั้งไม่ไหวเลยครับ จนกว่าจะถึงวันนั้น ขอให้ทุกคนรู้ว่าผมรักพวกคุณมาก และผมหวังให้ทุกคนร่างกายแข็งแรง มีความสุข และประสบความสำเร็จในสิ่งใดก็ตามที่คุณลงมือทำอยู่นะครับ ขอบคุณอีกครั้ง และหวังว่าจะได้เจอกันเร็วๆ นี้นะครับ

สตรีมอัลบั้ม There And Back Again ของ Eric Nam ได้แล้วทุกช่องทางออนไลน์