BVLGARI : Time is Jewel.

ผ่านไปแล้วกับการเผยโฉมนาฬิกาคอลเล็กชันใหม่สำหรับบุลการีในปี 2022 ที่มีดีไซน์ที่น่าตื่นเต้นไม่ว่าจะเป็นการฉลอง 80 ปีของนาฬิกา Secret-watch ของบุลการีที่มี Serpenti เสมือนดีเอ็นเอของเมซง(Maison)จึงไม่แปลกใจที่เราจะได้เห็น Serpenti Misteriosi High Jewellery Secret Watches ผสมผสานศาสตร์ชั้นสูงของการทำเครื่องประดับชั้นสูงและนาฬิกาที่มีความซับซ้อนเพื่อแสดงให้เห็นว่าบุลการีนั้นคือสุดยอดในทั้งสองด้าน


สิ่งแรกที่อยากจะกล่าวถึงยังไม่ต้องไปที่การประดับตกแต่งขั้นสูงเพราะนั่นคือความคาดหวังที่เห็นด้วยตาเปล่า แต่บุลการีไม่หยุดตัวเองแค่การสืบทอดฝีมือขั้นสูงในด้านจิวเวลรี หากแต่นาฬิกาก็ได้มีการพัฒนาจักรกลให้ไปถึงที่สุดเช่นกัน อย่างในปี 2014 ที่เราได้รู้จักนาฬิกาเรือนบางที่สุดที่ได้รับการบันทึกไว้อย่างเป็นทางการ Octo Finissimo ซึ่งใช้กลไกที่มีขนาดบางที่สุดเช่นกัน แต่สำหรับ Serpenti Misteriosi บรรจุกลไกที่พัฒนาในเฮ้าส์เอง BVL100 clicre ที่มีขนาดเล็กที่สุดเพียงที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 12.3 มม. หนา 2.50 มม. น้ำหนัก 1.30 กรัม โดยมีส่วนประกอบสำคัญของจักรกลทำจากทองคำขาว
ความพิเศษของนาฬิกา Serpenti Misteriosi เฉพาะตัวเรือนของนาฬิกาไม่ใช่มีขนาดเล็กมาก แต่ยังสามารถกลับให้หน้าปัดนาฬิกาหันเข้าหรือออกจากตัวผู้สวมใส่ได้ เพียงแค่กดตัวนาฬิกาลงไปจะมีกระเดื่องรับตัวนาฬิกาคล้ายคีมที่ทำให้เรานำตัวนาฬิกาออกจากตัวจิวเวลรีรูปงูได้อย่างง่ายได้ เหมาะสำหรับทั้งคนที่ต้องการสวมนาฬิกาแขนซ้ายหรือแขนขวาก็ได้ เมื่อต้องส่งซ่อมบำรุงก็สามารถส่งไปแค่ตัวนาฬิกา ไม่ต้องส่งนาฬิกาที่เป็นจิวเวลรีไปทั้งเรือน ซึ่งกลไกนี้มีการคิดขึ้นเพื่อฟังก์ชั่นนี้โดยเฉพาะ


มาถึงตัวเรือนของนาฬิกาที่เป็นรูปงู บางดีไซน์ที่ประดับเพชรระยิบระยับคนของบุลการีก็เรียกว่ามังกร แต่จริงๆ ก็เป็นทรงเดียวกัน แน่นอนว่าเทคนิคการประกอบลำตัวของ Serpenti นี้ก็ยังทำด้วยเทคนิคดั้งเดิมที่เป็นลิขสิทธิ์ของบุลการี และใครที่เคยทดลองสวมจะเห็นว่าลำตัวของงูนั้นสามารถสวมกระชับเข้ากับแขนได้อย่างง่ายได้และเป็นธรรมชาติ ส่วนการตกแต่งด้วยการลงยาล้วนทั้งเรือนนั้นจะมีสีน้ำตาลออกมาก่อน(ยังไม่มีรายละเอียดอื่นๆ) แต่ใครที่หลงใหล Serpenti ก็คงมองไปที่ตัวเรือนลงยาสีฟ้าประดับเพชรซึ่งดูโดดเด่นและครบความเป็นไฮจิวเวลรีในความรู้สึกของคนทั่วไป แต่จะให้พีคสุดๆ ก็ต้องเรือนที่ประดับเพชรมากที่สุดบนตัวเรือนทองคำที่ทำเป็นแผ่นเกล็ดของงู คือมีทองคำกับเพชรที่โดดเด่นสุดและเรือนนี้แหละที่คนของบุลการีเรียกว่ามังกร เพราะคือที่สุดจริงๆ นอกจากนี้ยังมี SERPENTI SEDUTTORI และ SERPENTI TUBOGAS


มาถึงนาฬิกาสำหรับใครที่หลงใหลเสียงเตือนของนาฬิกาชั้นสูงที่มีฆ้องเล็กๆ เคาะเสียงสดใสกังวาลดุจดังเสียงกังสดาลต้องรอสัมผัสกับ Octo Roma Emerald Grande Sonnerie. และ Octo Roma Carillon Tourbillon blue edition. โดยเรือนแรกนั้นสำหรับคนชอบนาฬิกาประดับเพชรอีก้ดวยเพราะมาแบบเพชรทรงบาแก็ตแน่นจริงจังเต็มเรือนประดับด้วยมรกตล้อมรอบหน้าปัดเพื่อตอกย้ำว่าบุลการีคือที่สุดของจิวเวลรีและจักรกลนาฬิกา ส่วนเรือนหลังนี้สำหรับสุภาพบรุษสุดเท่ที่มองหานาฬิกากลไกตูร์บิญงแถมยังส่งเสียงเตือนได้อีกทั้งการใช้งานไม่ได้ซับซ้อนและการวางชิ้นส่วนนั้นคิดมาอย่างดีจึงเปิดโชว์ทั้งด้านหน้าและด้านหลังนาฬิกาให้เห็นการทำงานของจักรกลทั้งหมดถือเป็นศาสตร์ชั้นสูงของการทำนาฬิกาที่ไม่ได้เพียงเที่ยงตรงและมีฟังก์ชั่นพิเศาหลากหลายแต่ยังมีความสวยงามที่มองทะลุปรุโปร่งเข้าไปอย่างไรก็ยังงดงามน่าทึ่ง


Haute Horlogerie หรือนาฬิกาชั้นสูงของบุลการีที่ผสานเอาเครื่องประดับชั้นสูงมาผนวกไว้กับจักรกลที่ซับซ้อน The Grande Sonnerie ที่ประกอบด้วยฆ้อน 4 ตัวและฆ้องหรือแผ่นโลหะสร้างเสียงเตือนถือเป็นจักรกลที่ซับซ้อนที่สุดของบุลการีจนถึงปัจจุบัน ความเที่ยงตรงภายใต้จักรกล BVL 703 ไขขึ้นลานอัตโนมัติ Octo Roma Grande Sonnerie ประดับด้วยเพชรทรงบาแก็ต 446 เม็ด ล้อมกรอบหน้าปัดด้วยมรกตแซมเบียโโยรวมน้ำหนักทั้งหมดของอัญมณีคือ 30 กะรัต ตัวเรือนไวท์โกลด์ ฝาหลังและฝาหน้าเป็นกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ สายหนังจระเข้ทำสีเขียวสุดประณีต


Octo Roma Blue Carillon Tourbillon. เป็นการผนวกเอาขนบดั้งเดิมของสร้างสรรค์นาฬิกามาขับขานในภาษายุคใหม่ทั้งกลไกตูร์บิญง และการส่งเสียงเคาะสุดไพเราะเพื่อบอกเวลาหรือการเตือน ตัวเรือนทำจากแพลทตินั่ม และส่วนกรอบสีน้ำเงินบนหน้าปัดทำจากไททาเนียมทำสีน้ำเงินโดยมองเห็นเครื่องกลไกด้านในที่จัดเรียงไว้อย่างสวยงามรวมทั้งกรงตูร์บิญงที่ 6 นาฬิกา ของจักรกล calibre BVL428 ที่มีขนาด 35 มม. หนา 8.35 มม.โดยจักรกลทั้งหมดรวมทั้งที่ให้สัญญานเตือนต่างๆ มีจำนวน 432 ชิ้น นับว่าเป็นความซับซ้อนขั้นสูงทีเดียว โดยระบบการการตีฆ้องที่ให้สัญญานนั้นได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ให้เสียงกังวาลสุดไพเราะและมีความดังที่ปรับได้ รวมทั้งปรับให้สู่โหมดเงียบได้ด้วยทั้งยังสำรองพลังงานได้นานถึง 72 ชั่วโมง ทำขึ้นมาเพียง 30 เรือน
นี่เป็นเพียงคร่าวๆ ที่ยังโดดเด่นอีกรุ่นก็คือ Lvcea Intarsio ที่มีรุ่นใหม่ออกมาเช่นกัน ซึ่งเราคงได้นำเสนอในครั้งต่อๆ ไปอีกเป็นแน่