Dior คอลเลคชันเครื่องแต่งกายชายประจำฤดูใบไม้ผลิ 2022 กับการนำมรดกตกทอดของของเมอร์ซิเออร์ดิออร์ มาตีความหมายใหม่หลอมรวมเป็นจิตวิญญาณที่เป็นส่วนหนึ่งของปัจจุบัน

คอลเลคชันเครื่องแต่งกายชายประจำฤดูใบไม้ผลิ 2022 โดย คิม โจนส์ (Kim Jones) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์คอลเลคชันเครื่องแต่งกายชาย คือการสะท้อนและการนำเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของดิออร์มาปรับแต่ง เพื่อตอกย้ำให้รายละเอียดอันโดดเด่นอันเปรียบเสมือนภาษาเฉพาะที่เป็นตัวกำหนดอัตลักษณ์ความเป็นชายของ เฮาส์ ออฟ ดิออร์ ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น

การหวนกลับไปศึกษาฐานจัดเก็บข้อมูลผลงานของแบรนด์ไม่เพียงแต่นำไปสู่ตัวตนของเมอร์ซิเออร์ดิออร์เท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงผู้ที่สืบทอดหน้าที่และบทบาทต่อจากเขาซึ่งนำลุคต่าง ๆ มาตีความในรูปแบบใหม่ มรดกตกทอดของดิออร์ อดีตที่ยังคงอยู่ และจิตวิญญาณที่เป็นส่วนหนึ่งของปัจจุบัน เพื่อต้อนรับคอลเล็กชั่นที่เต็มไปด้วยเรื่องราวนี้ L’Officiel Hommes ของเราก็ได้ พีพี กฤษฏ์ อำนวยเดชกร ศิลปินมากความสามารถมาช่วยถ่ายทอดเรื่องราวในคอลเล็กชั่นนี้ด้วยครับ

องค์ประกอบต่าง ๆ ถูกดึงมาจากมรดกตกทอดอันมั่งคั่งของดิออร์ ซึ่งสามารถนับย้อนกลับไปได้ถึงปี 1947 อันเป็นปีที่ เฮาส์ ออฟ ดิออร์ ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรก ลายเสือดาวซึ่งปรากฏอยู่ในคอลเลคชันแรกได้รับการทอหรือถักขึ้น ช่วงเอวคาดทับด้วยเข็มขัด เพื่อเน้นย้ำให้เห็นถึงงานเทลเลอริงอันเฉียบคมอันเถือเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของแบรนด์ ลายดอกไม้ที่มีที่มาจากความรักที่ คริสเตียน ดิออร์ (Christian Dior) มีต่อการทำสวนและธรรมชาติ ในขณะที่ลายกราฟิกนำมาจากช่วงทศวรรษที่ 1960s สร้างสรรค์ขึ้นโดย มาร์ค โบฮาน (Marc Bohan) ในรูปแบบของอักษร CD ทรงหัวใจ หลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการอ้างอิงผลงานจากฐานข้อมูลเหล่านี้ถูกสอดแทรกไว้บนเสื้อผ้าที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับชายหนุ่มยุคใหม่ เป็นดิออร์สำหรับปัจจุบัน

แฟชั่นในปัจจุบันจะกลายเป็นมรดกของวันพรุ่งนี้ การได้ใช้เวลาไตร่ตรองทำให้ คิม โจนส์ มีโอกาสพิจารณาถึงการที่ตนมีส่วนร่วมในหน้าประวัติศาสตร์ของดิออร์ การฟื้นคืนชีวิต การทำให้ประณีต และการนำเอาผลงานลูกผสมระหว่างงานเทลเลอริงและสปอร์ตแวร์ ความสบาย ๆ กับความเป็นทางการอันถือเป็นเอกลักษณ์ของเขากลับมานำเสนอใหม่ นอกจากนี้ ยังปรากฎอารมณ์ของการเปลี่ยนแปลงและเปลี่ยนไป หรืออาจะเรียกได้ว่าเป็นพัฒนาการ อย่างบอมเบอร์แจ็คเก็ตขนเชิร์ลลิงกลับด้านเพื่อเผยให้เห็นถึงสีที่ตัดกัน ในขณะที่เสื้อเอาเธอร์แวร์น้ำหนักเบาถูกนำมาบีบอัดให้เล็กลงในรูปแบบของกระเป๋า Saddle อีกหนึ่งสัญลักษณ์แห่งดิออร์

ซึ่งใช้สะพายแบบครอสบอดี กระเป๋าที่ถือเป็นผลงาน ‘must-have’ จากไลน์ Dior Lingot ในขนาดต่าง ๆ ชวนให้นึกถึงกระเป๋าเดินทางในอดีตจากฐานจัดเก็บข้อมูลผลงานของดิออร์ ปิดท้ายด้วยผลงานอันโดดเด่น “Atelier Christian Dior” ที่ได้แรงบันดาลใจจากอัลเตลิเยร์ที่ตั้งอยู่ที่ 30 Avenue Montaigne 

มาพร้อมกับรายละเอียดที่ทำขึ้นเพื่อเป็นการสดุดีศาสตร์และศิลป์ของงานฝีมือชั้นสูงที่เป็นการผสมผสานการใช้งานจริงเข้ากับความหรูหราสูงสุด โดยมีที่มาจากชุดเครื่องแบบในงานพิธีการและอุตสาหกรรม ตลอดจนรูปทรงของเวิร์คแวร์สุดคลาสสิก

เรียบเรียง rhunrun