อาเล็ก – ธีรเดช เมธาวรายุทธ และ Audemars Piguet Royal Oak โมเดลใหม่ล่าสุดของเรือนเวลาในฝันของหลายๆคนที่โดดเด่นด้วยคาแรคเตอร์เรียบเท่คลาสสิค

Audemars Piguet แบรนด์เรือนเวลาชั้นสูงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เผยโฉมนาฬิการอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ เซลฟ์ไวนด์ดิ้ง โครโนกราฟ ขนาดหน้าปัด 42 มิลลิเมตร 2 โมเดลใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยคาลิเบอร์ 4404 ซึ่งเป็นกลไกฟลายแบ็กโครโนกราฟ ดีไซน์ใหม่ล่าสุดของโอเดอมาร์ ปิเกต์

โดยในครั้งนี้ได้นำเสนอตัวเรือนที่รังสรรค์จากวัสดุที่ทนทานอย่างไทเทเนียม ผสมผสานกับสเตนเลส สตีล ซึ่งมาช่วยเติมเต็มคาแรคเตอร์ของหน้าปัดลวดลาย “เมก้า ทาพิสเซอรี่”  ในโทนสีกลิ่นไอสนุกอย่างฟ้าอ่อนและสีเขียวกากี มาพร้อมสายนาฬิกายางปั๊มลายในโทนสีเดียวกัน ที่สามารถถอดเปลี่ยนและสลับสายแบบใหม่ได้อย่างสะดวกสบาย หน้าปัดได้รับการออกแบบใหม่เพื่อการบอกเวลาที่ชัดเจนขึ้น โดยเรือนเวลาใหม่ 2 โมเดลที่ถูกออกแบบที่เพื่อการผจญภัยสุดท้าทายนี้จะถูกวางจำหน่ายอย่างเอ็กคลูซีฟในบูติกของโอเดอมาร์ ปิเกต์ทั่วโลก

ถัดมาที่ 3 โมเดลใหม่อย่าง รอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ ที่พัฒนาจากรุ่นดั้งเดิมในปี 1993 สร้างสรรค์ด้วยวัสดุที่แตกต่างกัน ได้แก่ สเตนเลส สตีล  ไทเทเนียม และพิ้งค์โกลด์ 18 กะรัต ถึงแม้จะคงไว้ซึ่งรายละเอียดสำคัญของนาฬิการุ่นดั้งเดิม 

ทว่าเรือนเวลาขนาดหน้าปัด 42 มิลลิเมตรทั้ง 3 เรือนนี้มาพร้อมกลไกเซลฟ์ไวนด์ดิ้ง ฟลายแบ็ก โครโนกราฟ คาลิเบอร์ล่าสุดจากโอเดอมาร์ ปิเกต์ รวมถึงระบบถอดเปลี่ยนสายด้วยตนเองแบบใหม่ อีกทั้งยังมีการปรับดีไซน์หน้าปัดเล็กน้อย พร้อมยังนำฝาหลังแซฟไฟร์กลับมาใช้อีกครั้งเพื่อนำเสนอกลไกโครโนกราฟซึ่งรังสรรค์อย่างประณีต

ต่อด้วย 5 โมเดลใหม่ในรุ่นรอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ บนขนาดหน้าปัด 43 มิลลิเมตร พร้อมตัวเรือนรังสรรค์ขึ้นจากไทเทเนียม พิ้งค์โกลด์ 18 กะรัต และสเตนเลส สตีล  ซึ่งการเปิดตัวในครั้งนี้ถือเป็นการการปรับดีไซน์ใหม่ครั้งแรกของนาฬิการอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ นับตั้งแต่การพัฒนาคอลเลคชันนาฬิกาขนาดหน้าปัด 44 มิลลิเมตรในช่วงต้นทศวรรษ 2000s

 แม้จะยังคงเอกลักษณ์ของนาฬิการุ่นรอยัล โอ๊ค ออฟชอร์แบบดั้งเดิมไว้ แต่นาฬิกาโมเดลนี้มีการพัฒนาในส่วนของการออกแบบเพื่อความสวยงามและความสะดวกสบายตอบรับกับสรีระของผู้สวมใส่ พร้อมขับเคลื่อนด้วยคาลิเบอร์ 4401 ซึ่งเป็นกลฟลายแบ็กไกโครโนกราฟนอกจากนี้ นาฬิการอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ ขนาดหน้าปัด 43 มิลลิเมตรเรือนนี้ยังใช้ระบบถอดเปลี่ยนสายแบบใหม่ที่ช่วยให้ผู้สวมใส่ สามารถเปลี่ยนสายนาฬิกาได้เองอย่างง่ายดาย

ปิดท้ายด้วยส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างวัสดุที่หรูหรามีระดับอย่างไวท์โกลด์และเซรามิกสีดำอย่าง รอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ ไดเวอร์ ขนาดหน้าปัด 42 มิลลิเมตรรุ่นใหม่ที่ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 300 เรือน เช่นเดียวกับนาฬิการอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ ไดเวอร์ 3 โมเดลที่เปิดตัวในช่วงต้นปีที่ผ่านมา นาฬิการุ่นลิมิเต็ดเรือนนี้ขับเคลื่อนด้วยคาลิเบอร์ 4308 ซึ่งเป็นกลไกเซลฟ์ไวนด์ดิ้งล่าสุดของโอเดอมาร์ ปิเกต์

อีกทั้งยังใช้ระบบถอดเปลี่ยนสายนาฬิกาด้วยตนเอง พร้อมดีไซน์หน้าปัดที่ตอบโจทย์ทุกการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ไม่ว่าจะบนบกหรือใต้น้ำมาพร้อมกลไกอัตโนมัติแบบล่าสุดของ
โอเดอมาร์ ปิเกต์ พร้อมการแสดงวินาทีและการแสดงวันที่แบบ Instant-Jump คาลิเบอร์ 4308 ถูกติดตั้งพร้อมกลไกที่ช่วยมอบเสถียรภาพและความแม่นยำเมื่อปรับฟังก์ชันของนาฬิกา สเกลเวลาการดำน้ำที่แสดงอยู่บนวงแหวนด้านในที่สามารถหมุนได้ของหน้าปัดสามารถเปิดใช้งานด้วยกลไกการคลิกแบบทิศทางเดียวที่ถูกติดตั้งให้เชื่อมกับเม็ดมะยมตรงที่ตำแหน่ง 10 นาฬิกา 

เรื่อง-เรียบเรียง rhunrun