Bottega Veneta Salon 03 คอลเล็กชั่นล่าสุดที่นำเอาความสร้างสรรค์บนท้องถนนของชาวเมือง Detroit มาถ่ายทอดผ่านเรดี้ทูแวร์ชิ้นสวยที่เต็มไปด้วยรายละเอียดในการออกแบบ

สำหรับ Salon 03 คอลเล็กชั่นล่าสุด Daniel Lee ผู้อำนวยการสร้างสรรค์แห่ง Bottega Veneta ได้กล่าวถึงคอลเล็กชั่นนี้ผ่าน TALKING POINTS ผ่าน 10 หัวข้อพร้อม Bullet Point สำคัญใจความดังนี้ครับ

CONCEPT

  • คอลเลกชั่น ‘Salon’ จาก Bottega Veneta นำเสนอเสื้อผ้าในแบบเรดี้ทูแวร์ (ready-to-wear) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชั่นที่เคยเปิดตัวไปก่อนหน้านี้เมื่อเดือนตุลาคม 2020 ในกรุงลอนดอน และที่กรุงเบอร์ลิน เมื่อเดือนเมษายน 2021 
  • ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการนำเสนอที่คล้ายกับยุคทองของกูตูร์
  • ในแต่ละฤดูกาล Salon จะ ‘ออกมาสู่ท้องถนน’ เพื่อสำรวจพื้นที่ใหม่ๆ และพบปะกับชุมชนท้องถิ่น

WHY DETROIT

  • สำหรับคอลเลกชั่น Salon 03 ในครั้งนี้ พวกเราอยู่ที่เมืองดีทรอยต์ ทางตอนเหนือของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่ง Daniel Lee ผู้อำนวยการสร้างสรรค์แห่ง Bottega Veneta ได้เคยมาเยือนครั้งแรกเมื่อ 6 ปีที่แล้ว และสนใจอยากร่วมงานกับ ชาว Detroiters ผู้ที่มีความสร้างสรรค์ตั้งแต่นั้นมา 
  • ในฐานะที่เมืองดีทรอยต์เป็นเมืองที่บุกเบิกการค้าปลีกในอเมริกา รวมถึงเทคโนโลยีและยานยนต์ ชาว Detroitersได้สร้างรถยนต์ที่สวยงามที่สุดในโลก และรัฐมิชิแกนก็ได้เป็นผู้นำทางการเคลื่อนไหวของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ของอเมริกา
  • เมืองดีทรอยต์เป็นเมืองที่ให้ความความสำคัญกับงานการออกแบบและเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมมาโดยตลอด
  • นี่คือจิตวิญญาณแห่งความช่างคิดค้นของ Bottega Veneta ในการเฉลิมฉลองที่ได้เข้าร่วมกับชุมชนดีทรอยต์
  • Daniel Lee เขาเติบโตมากับอุตสาหกรรมทางตอนเหนือของอังกฤษ ผู้หลงใหลในนวัตกรรมเชิงเทคนิคและผนวกกับความสร้างสรรค์ของเมืองดีทรอย

COLLECTION

  • ความเคลื่อนไหวในคอลเลกชั่นนี้มาจากสถานที่แห่งความก้าวหน้า และการกล่าวถึงอนาคตที่สนุกสนาน
  • ในคอลเลกชั่นประกอบด้วยชุดกีฬาและชุดทำงานของชาวอเมริกันที่มีความร่วมสมัย และให้มุมมองในการสวมใส่ตอนกลางวัน เป็นการแสดงความรู้สึกของปัจเจกนิยมและเสรีภาพ
  • เส้นด้ายมาในรูปแบบของโลหะ สะท้อนให้เห็นถึงอุตสาหกรรม วิศวกรรม และการปฏิวัติ 
  • เน้นในเรื่องความสามารถเชิงเทคนิคและการใช้งาน ผสานกับความทันสมัยและสเน่ห์อันน่าหลงใหลที่ให้ความอิสระ 
  • ให้ความสำคัญกับความหรูหราอลังการของโครงสร้างและวอลุ่มของเสื้อผ้า
  • ในคอลเลกชั่นนี้ใช้ความนุ่มเป็นธีมหลักของคอลเลกชั่น และเน้นการใช้งานได้จริงนำเสนอผ่านผ้า toweling ทั้งคอลเลกชั่น และใช้เส้นด้ายยางรีไซเคิลในการตัดเย็บ
  • การตัดเย็บมาในรูปแบบไม่มีโครงสร้าง และมีซิลลูเอทที่ให้ความสบาย
  • สำหรับเสื้อพาร์กา (Parkas) ถูกตีความใหม่ด้วยการทอด้วยเส้นด้ายโลหะเพื่อสร้างวอลุ่มใหม่

FABRIC AND INNOVATION

  • สำหรับผ้าในคอลเลกชั่นนี้มาพร้อมด้ายโลหะซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่จึงสามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างของเสื้อผ้าได้ตามความโค้งของลวดโลหะแนวคิดในเรื่องของสัดส่วนและโครงสร้างได้ถูกท้าทายด้วยนวัตกรรมดังกล่าว โดยเสื้อผ้าจะสามารถถูกบีบหรือเค้นได้
  • เพิ่มความน่าสนใจให้พื้นผิวด้วยเส้นด้ายยางบนเสื้อพาร์กาและเดรส ลูกปัดและเลื่อมบนกระโปรงและเดรส ปิดท้ายด้วยเปลือกหอย 
  • สำหรับลูกปัดแบบยางและแบบแวววาวทำมาจากวัสดุชีวภาพและมีความยั่งยืน (sustainable) สามารถย่อยสลายได้
  • ด้ายไนลอนที่ใช้ในคอลเลกชั่นได้ถูกรีไซเคิลมาจากผ้าฝ้ายที่ได้รับการรับรองว่าเป็นแบบออร์แกนิค และโพลียูรีเทน (Polyurethane) ของเราก็เป็นแบบน้ำ (water based) 

BAGS

  • กระเป๋าในคอลเลกชั่นนี้ยังคงมีลูกเล่นกับสัญลักษณ์ของ Bottega Veneta ยางจากบูต, รูปทรงสามเหลี่ยม และวัสดุที่สัมผัสได้ โดยล้วนแล้วแต่เป็นความคลาสสิกของ Bottega Veneta ทำในรูปแบบใหม่ด้วยชิ้นส่วนโลหะที่ได้แรงบันดาลใจจากอุตสาหกรรมและกลไก
  • ด้วยความนุ่มของตัวกระเป๋าช่วยให้ถือได้อย่างมั่นใจ กระเป๋า cassette แบบข้อต่อมาพร้อมโครงสร้างที่แข็งแรง และการสาน Bottega Veneta Intrecciato ที่เป็นเอกลักษณ์ก็ได้ถูกนำกลับมาทำใช้ในครั้งนี้อีกด้วย


SHOES

  • แนวทางสำหรับรองเท้าในคอลเลกชั่น Salon 03 เป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีแบบสปอร์ต
  • โดดเด่นด้วยรองเท้าเทรนเนอร์ถักนิตและรองเท้าส้นสูงที่มีสายรัดส้นทรงแหลม มาพร้อมเทคนิคการทำผ้าให้เป็นรูพรุน (spongy technical toweling) สำหรับนวัตกรรมผ้าในครั้งนี้
  • รองเท้าแซนเดิลทรงสามเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์และรองเท้าที่มีรูปแบบของสายคาดด้านหลังแบบใหม่ที่พัฒนามาเพื่อคอลเลกชั่น Salon 03 โดยเป็นเทคโนโลยีจากรองเท้าเทรนเนอร์ที่ถูกแปลงออกมาเป็นส้นสูง

JEWELLERY

  • สำหรับแรงบันดาลใจของเครื่องประดับในคอลเลกชั่น Salon 03 มีการใช้เทคนิคัลและสไตล์สปอร์ตแบบบาร็อค
  • มีลวดลายที่เป็นออร์แกนิคและมีความแข็งแกร่งอย่าง กระบองเพชร เฟิร์น และครัสเตเชียที่เน้นเกี่ยวกับ การเคลื่อนไหวและเท็กเจอร์  คอลเลกชั่นนี้ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนที่ประกอบเข้าด้วยกันอย่างแน่นหนา การใช้งานที่หลากหลายและสามารถสวมใส่ได้หลายวิธี 
  • มาพร้อมสีอีนาเมล (enamel) ที่แข็งแรงและแน่นหนาพร้อมการปรุงแต่งและมีพื้นผิวที่ยกระดับขึ้น
  • สำหรับชิ้นงานซิกเนเจอร์ของ Bottega Veneta เช่น ต่างหูห่วงคลาสสิก ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ด้วยการลงสีแบบอินดัสเทรียล เพื่อทำให้เห็นความต่าง
  • เทคนิคการลงสีอีนาเมลแบบผสานความเป็นศิลปะ พร้อมกับการประดับเพชร

VENUE

  • Salon 03 คอลเลกชั่นนี้ได้ถูกจัดขึ้นที่โรงละครมิชิแกนอันเก่าแก่ (the Michigan Building Theatre)
  • สถานที่จัดงานอย่าง The Renaissance Revival ถูกสร้างขึ้นในปี 1926 ด้วยขนาดและสถาปัตยกรรมได้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงสถานะของความคลาสิคเก่าแก่ของอเมริกา โรงละครถูกออกแบบและสร้างมาไม่ใช่แค่สำหรับเมืองดีทรอยต์เท่านั้น แต่ยังสำหรับทั้งโลกอีกด้วย
  • จิตวิญญานของความเป็นสาธารณะยังคงก้องอยู่จนถึงทุกวันนี้ นั่นคือเหตุผลว่าทำไม Bottega Veneta รู้สึกสบายใจเหมือนอยู่บ้าน ณ ที่แห่งนี้

MUSIC

โดย MOODYMANN และ Carl Craig

  • การแสดงดนตรี Salon 03 เฉลิมฉลองของดีทรอยต์ในฐานะเมืองแห่งเสียงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก Bottega Veneta ได้ร่วมมือกับ Moodymann นักดนตรีพื้นเมืองและนักผสมผสานจากดีทรอยต์ ซึ่งเป็นที่รู้จักจากแนวเพลงลูกผสมที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา เพื่อนำซาวด์แทร็กแบบไดนามิกมาสู่การแสดง
  • CARL CRAIG: RUNWAY
  • Carl Craig: ภายหลังการเป็นเจ้าภาพการแสดงภายในโรงละครมิชิแกนได้มีการติดตั้งทั้งเสียงและแสงบนรันเวย์
  • Carl Craig ได้สร้างสภาพแวดล้อมเกี่ยวกับเสียงที่ชั้นล่างของสถานที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ของโรงละครและได้หวนรำลึกถึงประเพณีอันเกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยีในช่วงบุกเบิกพื้นที่อย่างลึกซึ้ง
  • Carl Craig แสดงประสบการณ์อันประกอบด้วยประติมากรรมเกี่ยวกับเสียงแบบเฉพาะและการจัดแสงอย่างเรียบง่าย
  • ประสบการณ์การทำงาน ร่วมกับเงาและแสงไฟ ล้วนแสดงถึงวันเก่าๆของการเที่ยวคลับ โดยสะท้อนจากแสงแฟลชของกล้องรันเวย 

BOTTEGA FIREHOUSE

  • Bottega veneta ได้สร้างสรรค์ผลงานที่ The Firehouse พื้นที่ค้าขายสุดสร้างสรรค์ที่ 1201 Bagley โดยตั้งอยู่ในสถานีดับไฟเก่า และในพื้นที่แห่งนี้ยังถูกใช้ร่วมกับงานศิลปะจากศิลปินท้องถิ่น นักออกแบบและภัณฑารักษ์
  • การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ the firehouse ของเรานั้นน้อยมาก ทำให้ตัวอาคารและชิ้นส่วนต่างๆ ยังคงเป็นจุดสนใจ
  • ไฮไลท์ในคอลเลกชั่นนี้รวมไปถึงงานเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยโดย Chris Schanck และ Aratani Fay สิ่งทอต่างๆ โดย Substudio และเซรามิกโดย Hamtramck Ceramck โดยเฟอร์นิเจอร์สำหรับ Bottega Veneta ทั่วโลกนั้น จะเป็นผลงานร่วมกันกับนักออกแบบจากเมืองดีทรอยต์
  • ผลงานตีพิมพ์ในด้านศิลปะและวัฒนธรรมที่คัดเลือกโดย Ruben Cardenas และห้องสมุด เพื่ออุทิศให้กับประวัติศาสตร์การตีพิมพ์ของ เมืองดีทรอยต์ได้ถูกจัดโดย Asmaa Walton 
  • The Underground Music Academy (UMA) ของเมืองดีทรอยต์ จะทำการจัดร้านแผ่นเสียงในรูปแบบของ Pop Up ภายใน Bottega Firehouse ซึ่งมีแนวเพลงที่หลากหลาย
  • การดูแลจัดการโดยดีเจของเมืองดีทรอยต์ โปรดิวเซอร์ Waajeed และ Underground Music Academy ทำให้ การบันทึกเทปครั้งนี้เป็นตัวแทนของความสมบูรณ์ทั้งของเสียงคนเมืองดีทรอยต์เองและอิทธิพลที่มีต่อศิลปินทั่วทุกมุมโลก
  • Underground Music Academy เป็นองค์กรใน ทางเหนือของเมืองดีทรอยต์ก่อตั้งโดยนักดนตรีมืออาชีพและผู้มีวิสัยทัศน์พร้อมทุ่มเทให้กับการสร้างศิลปินรุ่นต่อไป

เรื่อง-เรียบเรียง rhunrun

ชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ