5 เหตุผลการันตีว่า Squid Game จาก Netflix จะขึ้นแท่นเป็นซีรีส์ในใจคุณแบบพลาดไม่ได้

บอกตรงๆ ว่าเราแอบคาดหวังกับ Squid Game – สควิดเกมเล่นลุ้นตาย ซีรีส์ survival เรื่องใหม่จาก Netflix ไว้ไม่น้อย ประการแรกเพราะเราชอบซีรีส์แนวนี้ ประการที่สองก็เพราะเราเห็นอาร์ตไดเร็กชั่นสีสันจัดจ้านราวกับหลุดมาจากโลกแห่งเทพนิยายแล้วเราชอบมาก แต่เหตุผลเพียงแค่นี้อาจจะดู bias และเป็นส่วนตัวไปเล็กน้อย Netflix จึงให้ 5 เหตุผลหลักที่รับประกันว่าคุณจะติดหนึบกับซีรีส์เรื่องนี้มาแล้ว

ที่สุดกับที่สุดมาเจอกัน

ผู้สร้างซีรีส์ Squid Game คือผู้กำกับฮวังดงฮยอก ซึ่งโด่งดังจากผลงานภาพยนตร์รางวัลอย่าง Silenced, Miss Granny และ The Fortress เขาไม่เคยทำให้ผู้ชมผิดหวังไม่ว่าจะเป็นผลงานประเภทใด และความทุ่มเทที่เขามีให้กับซีรีส์ สควิดเกมเล่นลุ้นตาย นี้ก็เป็นที่ประจักษ์ชัดด้วยข้อเท็จจริงที่ว่า เขาวางแผนทำซีรีส์เรื่องนี้มานานกว่า 10 ปี นอกจากนี้ยังได้นักแสดงชื่อดังอย่างอีจองแจและพัคแฮซูมาเป็นตัวเอก โดยทั้งสองต่างเป็นนักแสดงมือรางวัล ซึ่งสามารถถ่ายทอดตัวละครได้หลากหลายบทบาท ด้วยอีจองแจผู้มีผลงานติดอันดับบ็อกซ์ออฟฟิศมากมาย และพัคแฮซูผู้สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมได้ในทุกๆ บทบาทใหม่ ทำให้ซีรีส์ สควิดเกมเล่นลุ้นตาย นับเป็นการพบกันของผู้กำกับที่ดีที่สุดและนักแสดงที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้

เกมเอาชีวิตรอดในรูปแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

เป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้เล่น 456 คนจะรอดชีวิตและคว้ารางวัลได้ทั้งหมด แต่ปริศนาว่าใครที่จะตายเป็นรายต่อไปและจะตายอย่างไรนั้น สร้างบรรยากาศที่ตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความตึงเครียดระทึกขวัญ ไม่มีผู้เล่นคนใดเลยที่รู้มาก่อนว่าเกมนี้ต้องแลกด้วยชีวิต จนกระทั่งพวกเขาได้ตระหนักหลังจากเกมแรก เรื่องราวที่ว่าผู้เล่นเหล่านี้สมัครใจเข้าร่วมเกมอย่างไรกันบ้างนั้น ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้แตกต่างอย่างชัดเจนจากภาพยนตร์และซีรีส์เอาชีวิตรอดเรื่องอื่นๆ คุณจะค่อยๆ ดำดิ่งลงไปในเรื่องเมื่อได้เห็นด้านมืดของธรรมชาติมนุษย์ เหตุการณ์ที่คาดเดาไม่ได้จะทำให้หัวใจเต้นรัวด้วยความสนุกไปพร้อมๆ กับที่ต้องคาดเดาว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปกับแต่ละคน

การหักมุมเกมเด็กเล่น

เกมที่ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเล่นเพื่อเอาชีวิตรอดล้วนเป็นเกมสมัยเด็กที่คุ้นเคยทั้งหมด และการนำเอาเกมเด็กเล่นเหล่านี้มาเล่าควบคู่กับความเป็นความตายเมื่อพ่ายแพ้ ทำให้เราเห็นภาพที่ย้อนแย้งเสียเหลือเกินระหว่างความใสซื่อบริสุทธิ์และประสบการณ์อันสนุกสนานในวัยเด็ก หลายเกมก็เป็นเกมที่เราต่างเคยเล่นมาก่อนอย่างเช่น “เออีไอโอยู หยุด” นอกจากนี้เรายังจะได้เห็นเกมเด็กเล่นสุดคลาสสิกของเกาหลีอีกด้วย การที่เราต่างก็มีประสบการณืที่เชื่อมโยงได้กับเกมที่แสนเรียบง่ายแต่ถึงตายนี้ ถือเป็นอีกการหักมุมที่ดีและเกินคาด เมื่อเทียบกับซีรีส์เอาชีวิตรอดอื่นๆ คุณเองก็จะได้ย้อนนึกถึงเกมโปรดในวัยเด็กไปพร้อมกับการรับชมบรรดาผู้เล่นฟาดฟันกันในเกม

พล็อตเรื่องที่ล้ำลึก

หากมองเผินๆ อาจรู้สึกว่าพล็อตของ สควิดเกมเล่นลุ้นตาย ก็ไม่มีอะไรพิเศษ แต่ความจริงแล้วซีรีส์เรื่องนี้เต็มไปด้วยการแทนสัญลักษณ์อย่างชาญฉลาด สะท้อนภาพของสังคมร่วมสมัยและการแข่งขันไม่จบสิ้นของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม โดยเป็นความตั้งใจสุดสร้างสรรค์ของผู้กำกับฮวังดงฮยอก ที่ต้องการแสดงให้เห็นความย้อนแย้งว่าเจตนารมณ์ที่ดีของระบบทุนนิยม ซึ่งเดิมต้องการที่จะช่วยให้ประชาชนอยู่ดีกินดีนั้น แท้จริงแล้วสามารถทำร้ายมนุษย์และนำไปสู่การแข่งขันอันโหดร้ายได้อย่างไร เราจะได้เห็นภาพที่ชัดเจนและแจ่มแจ้งของธรรมชาติมนุษย์และเห็นว่าแต่ละคนมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อสถานการณ์ที่เราไม่สามารถไว้ใจใครได้ทั้งสิ้น โดยมีสัญลักษณ์มากมายที่ทิ้งเอาไว้ให้ตีความได้อย่างล้ำลึก

ชีวิตหลากมิติของแต่ละตัวละคร

ซีรีส์เรื่องนี้ได้ทัพนักแสดงมากความสามารถมาร่วมถ่ายทอดบทบาทอันหลากหลายของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนซึ่งล้วนเผชิญกับสถานการณ์สิ้นหวังในชีวิตที่แตกต่างกันออกไป และนำพาพวกเขาเข้ามาเกี่ยวข้องกับเกมสุดอันตรายนี้ โดยตัวละครเหล่านี้มีคนทุกประเภท ไม่ว่าจะประสบปัญหาหนี้สินการพนันไปจนถึงการหาเลี้ยงครอบครัว พวกเขาหลายคนต้องต่อสู้อย่างหนักในจิตใจเมื่อตระหนักว่าหากต้องการจะชนะเกมนี้ คู่แข่งคนอื่นๆ ต้องตาย และในระหว่างที่เราได้เห็นพวกเขาค่อยๆ โอบรับความจริงนี้ไว้ เราเองก็จะได้ดำดิ่งไปกับเรื่องราวของพวกเขาแต่ละคนอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปพร้อมๆ กัน

จากทั้งหมดนี้มีเหตุผลข้อไหนโดนใจใครเป็นพิเศษบ้าง? อย่าพลาดชมซีรีส์ สควิดเกมเล่นลุ้นตาย ตั้งแต่วันแรก 17 กันยายนนี้ที่ Netflix เท่านั้น!