SAUVAGE Game of Notes.

ความกล้าที่จะแตกต่าง ทำให้ House of Dior คือผู้ริเริ่มหนทางสายใหม่ตลอดเวลา การขยายขอบเขตครั้งนี้นำมาซึ่งน้ำหอมเข้มข้นระดับ ‘เอเล็กเซียร์’ (elixir ใช้เรียกสารละลายแอลกอฮอล์ซึ่งมีกลิ่นหอมเข้มข้น) อย่างที่ไม่เคยมีปรากฏหรือพบเห็นมาก่อนกับ Sauvage Elixir

หากเปรียบหัวน้ำหอมเป็นตัวโน้ตบนบรรทัดห้าเส้น François Demachy นักสร้างสรรค์-ผู้ปรุงน้ำหอมของ Dior เลือกใช้เพียงโน้ตสำคัญเรียบเรียงขึ้นเป็นท่วงทำนองอันเรียบง่าย ลาเวนเดอร์จากชุมชนนีย็องส์ (Nyons lavender AOP essence) ผ่านกระบวนการจากโรงกลั่น ‘Bleu Provence’ (เบลอ โปรว็องซ์)

เกรปฟรุต (grapefruit) นำมาซึ่งความสดใส มีชีวิตชีวา สมทบด้วยหัวน้ำหอมตระกูลเครื่องเทศอันโดดเด่นจากกระบวนการสกัดอุณหภูมิต่ำเพื่อถนอมกลิ่นไอที่เผ็ดร้อนไม่ว่าจะเป็นอบเชย (cinnamon) และจันทน์เทศ (nutmeg) ในขณะที่กระวาน (cardamom) มอบความฉ่ำชื่น ปลอดโปร่ง ปะปนมากับกลิ่น ‘หญ้าแห้ง’ หรือ ‘ฟาง’ เจือกรุ่นไอหอมหวานแบบวานิลลา เป็นการถ่ายทอดความงดงามตามบุคลิกธรรมชาติของไม้ดอก ‘ไพรทมิฬ’ จากที่ราบสูงเชิงเขาแอลป์อย่างแท้จริง นี่คือลาเวนเดอร์ ‘ผลิตใน Dior’ ซึ่งมีความสูงส่งอย่างน่าอัศจรรย์ มีพลังชีวิตที่ถูกลิขิตให้เป็นของตนเอง

“Sauvage ประกอบไปด้วยหัวน้ำหอมหลัก ซึ่งมีความสำคัญ และจำเป็นอย่างยิ่งจนผมต้องการเก็บไว้ให้คงอยู่เพื่อสร้างแบบฉบับ ในขณะเดียวกัน ก็ต้องก้าวรุดหน้าไปสู่ระดับความหนาแน่นทางน้ำหนักกลิ่นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เพื่อให้พลังกลิ่นได้ระดับอย่างกลมกลืนโดยปราศจากความสับสนปนเป และความกระด้างทางแง่มุมแนวกลิ่น ผมเลือกที่จะใช้วิธี ‘ลอกเปลือก’ ของเนื้อกลิ่นในภาพรวมจนเข้าไปถึงส่วนของโครงสร้าง และเหลือไว้เพียงแก่นแท้แกนหลัก ด้วยเหตุนี้ ‘เอเล็กเซียร์’ จึงเป็นเหมือนการสลักเสลา แกะลวดลายโดยใช้เส้นเพียงเส้นเดียว ลากอย่างต่อเนื่อง ลงน้ำหนักสม่ำเสมอด้วยความแม่นยำ ประณีต และชัดเจน ดังนั้น กลิ่นหอมที่ได้จึงเข้มข้นไปด้วยมิติความลึกจนชวนพิศวง และหลงใหล”

ฟรองซัวส์ เดอมาชี, นักสร้างสรรค์-ผู้ปรุงน้ำหอมของ Dior 

Sauvage Elixir คือแก่นแท้แห่งความหรูหรา น้ำหนักกลิ่นเข้มข้นสะกดใจให้ลุ่มหลง ชูรสด้วยความสดชื่น ปลุกให้ตื่นทุกประสาทสัมผัส แต่ครอบงำอย่างไม่คิดจะจากไปในขวดแก้วสีน้ำเงินเข้มเฉดมิดไนท์บลู เด่นด้วยสีเงินของชื่อที่ดูล่องลอยมาจากเนื้อแก้ว ฐานขวดทรงโดมทำหน้าที่ส่องประกายแสงดุจการถ่ายทอดพลังเร้นลับอย่างเกินจะห้ามใจ

Johnny Depp ผู้เปรียบดัง Sauvage icon มาร่วมงานที่ถ่ายทำโดย Jean-Baptiste Mondino โดยที่เด็ปป์ยืนอยู่ตามลำพังท่ามกลางบรรยากาศรัตติกาลสีน้ำเงินภายใต้สายตาจับจ้องของเพลิงจันทราที่ลุกโชน

เขาสาวเท้าก้าวไปบนพื้นทะเลทรายอันเต็มไปด้วยอำนาจสะกดอารมณ์อย่างเร้นลับ ซึ่งทอดยาวกว้างไกลสุดสายตา ภายใต้สายตาของฌอง บาพติสต์ ม็องดิโน วีรบุรุษกับกีตาร์คู่ใจกำลังตกอยู่กลางวงล้อมของฝูงสุนัขป่า เป็นหนึ่งเดียวกับจิตวิญญาณแห่ง Sauvage อย่างชัดเจน

ทุกรายละเอียดของการทำแคมเปญสำหรับกลิ่นหอมใหม่นี้ไม่ได้พิถีพิถันแค่การเลือกผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณา นักแสดงผู้จะมาเป็น Sauvage icon แม้แต่สิ่งของที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งในฉากอย่างกีตาร์ ที่มือกีตาร์ทั้งหลายรู้ดีว่า การได้ครอบครอง “Trussart” ถือเป็นอภิสิทธิ์พิเศษ และความโดดเด่นเป็นหนึ่งของกีตาร์แต่ละตัว ล้วนจุดประกายจินตนาการถึงมหาเทพดนตรีร็อคระดับตำนานแห่งยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นคีธ ริชาร์ด, บ็อบ ดีแลน, อีริก แคล็พตัน และแจ็ค ไวท์

ชายฝรั่งเศสผู้ย้ายถิ่นฐานมาใช้ชีวิตอยู่ในแถบเวสต์โคสต์ของอเมริกามากว่า 20 ปี เจมส์ ทรูสาร์ตได้สร้างกีตาร์ ซึ่งมีความพิเศษเหนือธรรมดาด้วยบุคลิกเฉพาะตัว ทั้งในแง่ของเสียง และการสอดแทรกทักษะ ความชำนาญผ่านงานออกแบบโลหะ เครื่องดนตรีเหล่านี้จึงมีความพิเศษเป็นหนึ่งเดียวของโลกด้วยฝีมือของนักเดินทางผู้ซึมซับอิทธิพลต่างขั้วอันหลากหลาย และเหนืออื่นใด เขาคือศิลปินผู้บูชาดนตรีเป็นพระเจ้าตัวจริง

การพบปะร่วมกันกับ Sauvage ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ย่อมเกิดขึ้นเป็นปรกติตามธรรมชาติ สืบเนื่องจากความรักในร็อคที่เหมือนกัน ทั้งจอห์นนี เด็ปป์ และฌอง-บาพติสต์ ม็องดิโน ซึ่งต่างก็โชคดีที่มีกีตาร์ “Trussart” ในครอบครอง

และด้วยเหตุนี้ กีตาร์ Sauvage จึงได้ถือกำเนิดขึ้น โดยมีลักษณะเฉพาะตัวจากสุนทรียศิลป์ทางการออกแบบยกย่องวัฒนธรรมเพลง Swamp Pop แนวเพลงลูกผสมระหว่างร็อค-บลูส์, ครีโอล, บูกี และดนตรีพื้นเมืองแบบคาจัน นอกจากนั้น  เพื่อเป็นที่ระลึกถึงหลุยส์เซียนา ดินแดนอันเป็นรกรากที่มาของวัฒนธรรมเพลงแนวนี้ ลวดลาย “หนังจระเข้ตีนเป็ด” (alligator) ซึ่งเป็นจระเข้น้ำจืดที่พบได้ในลุ่มน้ำพงไพรทั่วมลรัฐแห่งนี้ ได้ถูกบรรจงสลักลงบนเนื้อโลหะอย่างวิจิตรตระการตา ในขณะเดียวกัน ก็เสมือนเป็นบทประกาศถึงตัวตนของศิลปินผู้ออกแบบสร้างสรรค์ ซึ่งได้รับอิทธิพลหล่อเลี้ยงจากสุนทรียศิลป์หลากแขนง ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบยานยนต์ระหว่างทศวรรษ 1960 ถึง 1970 หรือนวศิลป์ (Art Nouveau) อันเป็นที่นิยมสูงสุดระหว่างค.ศ. 1890 ถึง 1905 ตลอดจนผลงานเลื่องชื่อของจิตรกรอัลแบร็กต์ ดูราร์

ความตระการตาของลวดลาย “หนังจระเข้เสมือนจริง” บนประดิษฐกรรมอันเต็มเปี่ยมไปด้วยอิทธิพลจากแรงบันดาลใจแหล่งต่างๆ ทำให้ “Sauvage Trussart” เป็นยิ่งกว่ากีตาร์ ด้วยโครงสร้างอันซับซ้อนไปด้วยการใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างเสรี ทำให้นี่เป็นกีตาร์ที่งามสง่าด้วยจิตวิญญาณของตนเอง