BVLGARI 2021 Summer Campaign ถ่ายทอดแสงอันแสนอบอุ่นของเมืองอันเป็นนิรันดร์และประกายรัศมีแห่งความสนุกสนานร่าเริง

เขียนบทใหม่แห่งเรื่องราวความหลงใหลในการสร้างสรรค์ไม่รู้จบสู่ความล้ำเลิศและความสวยงาม บุลการี (BVLGARI) พร้อมต้อนรับฤดูกาลแห่งความหวังและปณิธานอันมุ่งมั่นสู่อนาคต ด้วย 2021 ซัมเมอร์ แคมเปญ (2021 Summer Campaign) ของแบรนด์

นับเป็นอีกครั้งที่แรงบันดาลใจนั้นได้มาจากกรุงโรม อันเป็นหัวใจแห่งการสร้างสรรค์ของเมซง (Maison) พร้อมทั้งแสงอันแสนอบอุ่นของเมืองอันเป็นนิรันดร์ (The Eternal City) และประกายรัศมีแห่งความสนุกสนานร่าเริง ซึ่งทอดเงาแห่งความวิจิตรหรูหราอันเป็นนิจนิรันดร์ผ่านมนตร์สะกดที่ถ่ายทอดบนภาพของแคมเปญอันตระการตา และมอบซึ่งห้วงอารมณ์แห่งฤดูกาลอันสว่างไสวที่กำลังจะมาถึง 

ภาพถ่ายของแคมเปญ 

การเฉลิมฉลองแห่งชีวิต แสง และความสนุกสนานได้รังสรรค์ขึ้นโดยความงดงามวิจิตรอันเป็นนิรันดร์กาลของกรุงโรม ขณะเดียวกันก็เป็นดั่งบทกวีสู่นวัตกรรม ด้วยวิสัยทัศน์อันกล้าแกร่ง และอนาคตอันสดใสที่กำลังรออยู่ เสมือนเป็นการเชื้อเชิญที่มิอาจต้านทานได้สู่การใช้ชีวิตในช่วงฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยความฝันใหม่ๆ และความฝันอันกล้าหาญเด็ดเดี่ยว ผ่านฝีมือการถ่ายภาพโดยศิลปินดูโอ บรูโน (Bruno) และนิโค ฟาน มอสเซลเวลเดอ (Nico Van Mossevelde) กับภาพอันมีชีวิตชีวาในแคมเปญซัมเมอร์ของบุลการี ที่นำพาเราไปสู่ดินแดนแห่งจินตนาการเหนือขอบเขตแห่งพื้นที่และเวลา ที่ซึ่งแสงได้หล่อหลอมไว้ด้วยความสวยงาม และผสมผสานด้วยความงดงามล้ำเลิศในทุกๆ สิ่งที่แสงนั้นสัมผัส พร้อมทั้งได้แรงบันดาลใจมาจากโรม ที่ฉากอันเหมือนดั่งฝันนี้ได้ตีความด้วยมุมมองอันเหนือจริงจากองค์ประกอบอันเป็นไอคอนิกสูงสุดของนครแห่งนี้ เช่นดังท้องฟ้าอันไร้ที่สิ้นสุด ผ่านแสงสีทองอันแสนวิเศษ และสถาปัตยกรรมอันอัศจรรย์และงดงามแห่งกรุงโรม ที่บรรจบภายในภาพความสง่างามอันเป็นธรรมชาติและรุ่มรวยไปด้วยพลังจารึกแห่งประวัติศาสตร์ 

หน้าต่างอันมีชีวิตชีวา 

แสงแห่งโรมคือความงดงามล้ำเลิศในทุกๆ ชั่วโมง ด้วยรัศมีอันบริสุทธิ์ของรุ่งอรุณ กับประกายแสงเจิดจ้าที่เต็มไปด้วยความสดใสและอบอุ่นขึ้น ณ ชั่วโมงต่างๆ ใกล้เที่ยงวัน ไปจนถึงแสงราวกับเฉดสีทองอำพัน ณ วินาทีก่อนดวงอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้า ในช่วงระหว่างกรอบเวลาอันแสนพิเศษเหล่านั้นได้เสกสรรให้ทุกอย่างดูราวกับเป็นไปได้ และโดยแรงบันดาลใจของห้วงเวลาอันเต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกนี้ รวมถึงการให้ความสำคัญกับช่วงขณะเมื่อแสงนั้นได้แปรเปลี่ยนไปเป็นแสงสีทองเหลือบเหลืองส้ม บุลการีได้รังสรรค์ภาพอันมีชีวิตชีวานี้ผ่านหน้าต่างราว 1000 บานเหนือบูติกของแบรนด์ทั่วโลก เสมือนการเดินทางเข้าสู่ท้องฟ้าแห่งโรม ณ เสี้ยววินาทีก่อนที่ดวงอาทิตย์จะลาลับ ทว่า แสงนั้นยังมีความหมายเชิงสัญลักษณ์เช่นกัน โดยเปรียบเหมือนดั่งประภาคารหรือกระโจมไฟอันเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณของบุลการีที่มักจะปรากฏให้เห็นทั่วกรุงโรมเสมอ และนั่นคือความงดงามล้ำเลิศที่ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับช่างอัญมณีสู่การรังสรรค์ซึ่งความสมบูรณ์แบบเชิงศิลป์เดียวกัน และมอบประสบการณ์แห่ง “ความปีติแห่งการรังสรรค์” อันบริสุทธิ์ผ่านทุกๆ ผลงานอันงดงามวิจิตร 

ผลงานสร้างสรรค์ของบุลการี 

นับจากเครื่องประดับอัญมณีสู่เรือนเวลา ผ่านเครื่องหนังและเครื่องประดับ แคมเปญอันเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ รวมถึงหน้าต่างอันงดงามล้ำเลิศนี้ได้เผยซึ่งผลงานสร้างสรรค์ที่ขาดไม่ได้ชิ้นล่าสุดจากหลากหลายคอลเลกชั่นอันเป็นไอคอนิกสูงสุดของบุลการี 

ทั้งความอาจหาญของเครื่องประดับอัญมณีแห่ง บี ซีโรวัน (B.zero1) ที่มุ่งมั่นสู่อนาคตด้วยบุคลิก ความกล้าแสดงออก และความสวยงามโดดเด่น หรือความวิจิตรงดงามเหนือกาลเวลาของ โมเนเต (Monete) ที่ฟื้นคืนชีวิตชีวาด้วยงานออกแบบใหม่ ขณะที่เครื่องประดับอัญมณีอันเป็นไอคอนิก บุลการี บุลการี (BVLGARI BVLGARI)  ได้ถ่ายทอดพลังขับเคลื่อนอีกครั้งถึงแรงบันดาลใจแห่งโรมันสู่ความเป็นนิจนิรันดร์ ไม่เพียงเท่านั้น นาฬิกาอันเย้ายวนใจเกินต้านทาน ทั้ง เซอร์เพนติ สปิกา (Serpenti Spiga) และเซอร์เพนติ ทูโบกาส (Serpenti Tubogas) ยังพร้อมคดเคี้ยวพันรอบข้อมือไว้ด้วยเสน่ห์ของงู ขณะที่เรือนเวลาไอคอนิก บุลการี บุลการี (BVLGARI BVLGARI) และบุลการี อลูมิเนียม (BVLGARI ALVMINIUM) นั้นยังสร้างความโดดเด่นเฉพาะหนึ่งเดียวแห่งสไตล์อันแตกต่าง ที่หล่อหลอมไว้ด้วยหัวใจอันเป็นศูนย์กลางภายในคอลเลกชั่นยูนิเซกซ์ (unisex) เหล่านี้ นั่นคือ ความอาจหาญ เหนือกาลเวลา และประณีตวิจิตร หรือโดดเด่น ทันสมัย และร่วมสมัย

เรื่องเรียบเรียง  rhunrun