Preview GRAND SEIKO at Siam Paragon Watch Expo 2021

วันนี้(18 มิถุนายน 2564) คือวันแรกของ Siam Paragon Watch Expo 2021 เราไปชมกันว่าแบรนด์นาฬิกาที่อยู่ในใจของใครหลายคนอย่าง GRAND SEIKO มีไฮไลท์อะไรที่งานบ้าง เรารวบรวมมาพร้อมทั้งราคา เพื่อช่วยในการตัดสินใจของคุณ

SLGH007J “The tree ring” 140th anniversary
ผลิตขึ้นเพื่อฉลองฉลองในวาระครบรอบ 140 ปี บริษัท SEIKO มาพร้อมกับหน้าปัดลายพิเศษ “Tree ring” หรือลายวงปีต้นไม้ สื่อจิตวิญญาณและวิสัยทัศน์ของ คินทาโร่ ฮัตโตริ ผู้ก่อตั้งบริษัทฯ
ลายวงปีของต้นไม้ เปรียบเสมือนสมุดจดบันทึกที่เปิดเผยถึงความเจริญเติบโตของต้นไม้ โดยสามารถทำให้เราทราบว่าแต่ละช่วงปีที่ผ่านมานั้น ปีใดมีน้ำมากหรือน้อย หรือมีเหตุการณ์ทางธรรมชาติใดๆที่ประสบแก่ต้นไม้ ดังนั้นทาง Grand Seiko จึงนำลายวงปีของต้นไม้นี้มาเป็นแรงบันดาลใจในการนำเสนอเพื่อสะท้อนวัน เวลาที่ผ่านมาของบริษัทฯ ที่มีการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน
Markers ได้รับการออกแบบใหม่ เพื่อรำลึกถึง Grand Seiko เรือนแรกที่เปิดตัวในปี 1960 ที่จะมีขนาดใหญ่เพื่อการอ่านเวลาชัดเจน และเพื่อให้เห็นถึงงานขัด diamond cut ซึ่งนำกรรมวิธีการผลิต Jewelry มาประยุกต์ใช้
สัญลักษณ์ “ดาวแปดแฉก” อันสุดคลาสสิคที่ Grand Seiko เริ่มใช้มาตั้งแต่ปีแรกที่เปิดตัว สำหรับนาฬิกาเรือนพิเศษที่มีชิ้นส่วน solid gold อยู่บนหน้าปัด
กลไก 9SA5 ได้ถูกนำมาใช้ในนาฬิกาเรือนนี้ นอกจากสมรรถนะที่เพิ่มขึ้นจากเดิมแล้ว ยังใส่ใจรายละเอียดในการออกแบบกลไกโดยบรรจุรายละเอียด ส่วนเว้าส่วนโค้งอันเป็นธรรมชาติลงไป โดยนำความสวยงามของเมือง Shizukuishi สถานที่ผลิตนาฬิกาลงไปอยู่ในการออกแบบกลไกด้วย ด้วยกลไก Hi-beat ใหม่ “9SA5” พลังงานสำรอง 80 ชั่วโมง
ราคา 1,986,000 THB

SBGJ251G 24 seasons “Shunbun ”
ฤดูกาลของญี่ปุ่นนั้น ถูกแยกย่อยลงไปอีกจาก 6 ช่วงย่อยจากฤดูกลาสากลทั้ง 4 ฤดู ดังนั้นการนับฤดูกาลของญี่ปุ่นตั้งแต่โบราณจึงมีถึง 24 ฤดู (Sekki) ด้วยเหตุผลเรื่องความเหมาะสมในการทำการเพาะปลูก
เรือนเวลาเรือนนี้ได้แรงบันดาลใจจากฤดู Shunbun หรือฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น โดยสัญญาณอย่างหนึ่งที่บอกถึงการเริ่มเข้าใกล้สู่ฤดูใบไม้ผลิคือ เป็นช่วงเวลาที่ป่าเริ่มมีใบไม้เขียวสด และเต็มไปด้วยดอกซากุระที่ผลิบานประกอบกับแสงแดดอ่อนที่เปรียบได้กับคำสัญญาจากธรรมชาติได้มาถึงอันเป็นที่มาของแรงบันดาลใจในการผลิตหน้าปัดของรุ่นนี้ของ Grand Seiko
ตัวเรือนที่โค้งมนอย่างนุ่มนวลมาพร้อมกับขอบที่คมและมีเหลี่ยมมุมอย่างโดดเด่นและคลาสสิก ตามแบบฉบับของ Grand Seiko กับการขัดด้วยเทคนิคซารัตซึ (Zaratsu) ซึ่งให้ภาพสะท้อนที่ใสราวกระจกปราศจากการผิดเพี้ยนของพื้นผิว
กลไกแบบ Spring Drive สามารถมองเห็นรายละเอียดของกลไกเหล่านี้ผ่านทางกระจกแซฟไฟร์ที่ผนึกบนฝาหลัง ให้ชื่นชมความงดงามที่ผ่านการขัดแต่งชิ้นส่วนกลไกต่างๆ อย่างประณีต
ราคา 250,100 THB

SBGN023G Quartz GMT 140th Anniversary
ผลิตเนื่องในโอกาสฉลองครบ 140 ปีของบริษัท SEIKO เพื่อสืบสานวิสัยทัศน์อันกว้างไกล “เราต้องนำหน้าผู้อื่นหนึ่งก้าวเสมอ” มร. คินทาโร่ ฮัตโตริ ของผู้ก่อตั้งแบรนด์
งานดีไซน์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับความเป็นสปอร์ตและการใช้ในชีวิตประจำวัน
ตัวเรือนเรียบง่าย แต่แฝงด้วยรูปทรงแข็งแกร่งและเฉียบคม พื้นผิวที่งามประณีตด้วยเทคนิคการขัดแต่งแบบซารัสซึ (Zaratsu) นำเสนอมุมมองที่ทรงพลังของความเป็นสปอร์ต มาพร้อมขอบตัวเรือนเซรามิกที่เกือบจะไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วน และเพิ่มความหรูหราให้กับสไตล์สปอร์ตโดยรวม ขอบตัวเรือนเซรามิกประดับสเกล GMT 24 ชั่วโมง ยังช่วยให้การอ่านเวลาได้ทันทีอย่างแม่นยำ
ทุกรายละเอียดได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มความชัดเจนในการแสดงเวลาและการแสดงค่าอย่างแม่นยำที่กลไกควอตซ์ คาลิเบอร์ 9F86 มอบให้ วงแหวนรอบพื้นหน้าปัดในสไตล์ทูโทนช่วยให้การอ่านค่าเวลากลางวันและกลางคืนจากโทนสีที่ตรงกันซึ่งชี้บอกด้วยเข็ม GMT ได้ในทันที ในรุ่นที่มีรายละเอียดสีทองบนหน้าปัดและเข็ม GMT นำเสนอในแบบผลิตจำนวนจำกัดเพียง 2,021 เรือน เพื่อเป็นการฉลองวาระครบรอบ 140 ปีของการก่อตั้ง Seiko
ฝาหลังของรุ่นประดับสัญลักษณ์สิงโตที่ผลิตจากทองคำ 18k และสลักหมายเลขประจำเรือน
ราคา 182,500 THB

SBGJ249G 24 seasons “Shōsho ”
ฤดูกาลของญี่ปุ่นนั้น ถูกแยกย่อยลงไปอีกจาก 6 ช่วงย่อยจากฤดูกลาสากลทั้ง 4 ฤดู ดังนั้นการนับฤดูกาลของญี่ปุ่นตั้งแต่โบราณจึงมีถึง 24 ฤดู (Sekki) ด้วยเหตุผลเรื่องความเหมาะสมในการทำการเพาะปลูก
เรือนเวลาเรือนนี้ได้แรงบันดาลใจจากฤดู Shōsho หรือฤดูร้อนของญี่ปุ่น โดยสัญญาณอย่างหนึ่งที่บอกถึงการเริ่มเข้าใกล้สู่ฤดูร้อนหลังจากที่ฤดูหนาวกำลังจะผ่านไปคือ เป็นช่วงเวลาที่เริ่มมีสายลมอุ่นๆ พัดผ่าน ซึ่งการพัดผ่านลงกระทบบนผิวน้ำจะเกิดเป็นคลื่นระลอกเล็กๆนี้ถือเป็นความงดงามในธรรมชาติ ที่ Grand Seiko ได้แรงบันดาลใจในการผลิตหน้าปัดของรุ่นนี้
ตัวเรือนที่โค้งมนอย่างนุ่มนวลมาพร้อมกับขอบที่คมและมีเหลี่ยมมุมอย่างโดดเด่นและคลาสสิก ตามแบบฉบับของ Grand Seiko กับการขัดด้วยเทคนิคซารัตซึ (Zaratsu) ซึ่งให้ภาพสะท้อนที่ใสราวกระจกปราศจากการผิดเพี้ยนของพื้นผิว
กลไกแบบ Spring Drive สามารถมองเห็นรายละเอียดของกลไกเหล่านี้ผ่านทางกระจกแซฟไฟร์ที่ผนึกบนฝาหลัง ให้ชื่นชมความงดงามที่ผ่านการขัดแต่งชิ้นส่วนกลไกต่างๆ อย่างประณีต
ราคา 250,100 THB