The interview with Matthieu Dupont, Montblanc South East Asia & Oceania President

ในระหว่างการเปิดตัวนาฬิการะดับโลกหลายๆ แบรนด์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา Montblanc ก็เป็นหนึ่งในผู้ผลิตนาฬิกาที่สร้างความฮือฮาให้กับวงการด้วยการเผยโฉมคอลเลกชั่นนาฬิกา 3 รุ่นที่มีความพิเศษระดับ Montblanc Fine Watchmaking ซึ่งเราก็มีโอกาสสนทนากับ Matthieu Dupont ในฐานะ Montblanc South East Asia & Oceania President เขาจะทำให้เรารู้จักความพิเศษจากมงต์บลองค์นี้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันที่เรายังไม่สามารถเดินทางไปไหนๆ ได้อย่างเดิม แต่เหล่านักสะสมนาฬิการะดับหรูก็ยังมองหาผลงานสร้างสรรค์ใหม่ๆ และกระหายใคร่รู้จักผลงานเหล่านั้นเสมอ

1. ในการแพร่ระบาดของโควิด -19 หลายประเทศที่คุณต้องดูแลทางด้านการตลาดให้ Montblanc คุณมีนโยบายเกี่ยวกับสินค้าหรูหราเช่นนาฬิกาอย่างไรบ้าง

”ผมคิดว่าสิ่งที่เรากำลังทำนั้นสอดคล้องกับสิ่งที่เกิดเขึ้นในช่วงปีที่ผ่านๆ มา ซึ่งเรามักจะทำข้ามไปอีกขั้นเสมอในแง่ของเทคนิคผลิตภัณฑ์ เป็นการสั่งสมความเชี่ยวชาญที่สืบต่อกันมา และชื่อเสียงที่เป็นสุดยอดของการผลิตนาฬิกา เราได้แสดงความเป็นช่างฝีมือที่เชี่ยวชาญ ที่สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เราเองให้ความสำคัญกับนาฬิกามากพอ ๆ กับเครื่องหนังและเครื่องเขียน ที่แม้จะเป็นงานผลิตจำนวนมาก แต่ก็ต้องคงความเสมอต้นเสมอปลายของคุณภาพ เรายังนำเสนอผลิตภัณฑ์ต่างๆ ออกมาเรื่อยๆ แม้จะเผชิญกับวิกฤตินี้ โดยเน้นคุณภาพที่จะสร้างความน่าเชื่อถือ รวมทั้งการคิดค้นเทคนิคใหม่ๆ ที่จะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นในแต่ละปี และสามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมนี่ได้อย่างแท้จริง ผมถึงบอกว่าแม้ในวิกฤติโควิด ผมจะไม่เปลี่ยนวิสัยทัศน์ที่มีต่อความเป็นที่สุดสำหรับมงต์บลองค์“

2. ถ้าคุณต้องบอกเราว่าอะไรคือจุดแข็งของ Montblanc Fine Watchmaking ทั้ง 3 รุ่นใหม่ที่เปิดตัวไปแล้วไม่นานนี้ คุณจะสรุปสั้นๆ ได้อย่างไร

”ใช่เราเพิ่งเปิดตัว 3รุ่น คือ Montblanc 1858 Geosphere Desert ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากกลุ่มคนนิยมสะสมนาฬิกา Fine Watchmaking เนื่องจากรุ่นก่อนหน้านั้นก็ทำชื่อเสียงไว้ดีมาก มาถึงรุ่นนี้กระแสตอบรับจึงอบอุ่นมาก เมื่อคุณมองจากรูปลักษณ์ภายนอก คุณจะเห็นถึงความพิเศษในทันทีโดยเฉพาะแรงบันดาลใจมาจากการเดินทางในทะเลทรายของไรน์โฮลด์ เมสเนอร์ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยอมรับว่าเป็นเส้นทางที่ท้าทายสาหัสทั้งภูมิประเทศและภูมิอากาศที่มีทั้งร้อนและหนาวต่างกันสุดขั้ว จนไปถึงหน้าผาที่เขาต้องผ่านไปให้ได้  ถ้าคุณมองไปที่ด้านหลังตัวเรือนสีน้ำตาลบรอนซ์  จะมีแผ่นโลหะสลักด้วยเลเซอร์เป็นภาพหน้าผา ส่วนหน้าปัดมีสีน้ำตาลควันบุหรี่ที่กลมกลืนกับสีตัวเรือนอย่างเหมาะเจาะ พิถีพิถันไปจนถึงสายหนังลูกวัวสฟูมาโต ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของมงต์บลองค์

”เรือนต่อมาคือ Montblanc 1858 Monopusher Chronograph Origins Limited Edition 100 ผลิตเพียง 100 เรือนเท่านั้น เป็นนาฬิกาที่มีดีไซน์ที่แสดงถึงความแข็งแกร่งแบบทหารโดยมีที่มาจากนาฬิกาที่เราผลิตในปี 1930 และใช้กลไกคาร์ลิเบอร์ที่เราสร้างขึ้นมาเอง เป็นนาฬิกาที่ทำด้วยมืออย่างประณีตและพิถีพิถันตามตระกูลของนาฬิกา Minerva ด้านหลังมีการสลักรูปเทพีแห่งสงคราม ส่วนฝาหลังสามารถเปิดออกได้ เผยให้เห็นกลไกที่ออกแบบไว้อย่างสวยงามและมีถ้อยคำที่จารึกไว้ถึงที่มาของนาฬิการุ่นนี้สลักไว้ด้านในฝาหลังอีกด้วย  

”อีกรุ่นหนึ่งก็คือ Montblanc 1858 Spit Second Chronograph Limited Edition 18 ที่ทำขึ้นมาจำกัดเพียง 18 เรือนเท่านั้น นักสะสมนาฬิกาทั้งหลายที่สั่งจองไม่ทันก็จะพลาดไปเลยเพราะรุ่นนี้เมื่อมีการเปิดตัวจะถูกสั่งจองทั้งหมดทันที ซึ่งความพิเศษอยู่ที่โลหะ 18 K Lime gold ทำจากอัลลอยพิเศษที่ทำให้สีออกมาผสมผสานระหว่างเหลืองทองและเขียวแบบวินเทจ รวมทั้งความซับซ้อนของกลไก“

3. คุณคิดว่าอะไรคือเหตุผลที่การผลิตนาฬิกาแบบ Fine Watchmaking มีความน่าสนใจ ความซับซ้อนของกลไกเทคโนโลยีใหม่ที่ประดิษฐ์ขึ้นหรือรูปลักษณ์

“ผมคิดว่ามันเป็นการผสมผสานระหว่างสิ่งที่คุณพูดทั้งหมดนั่นเอง มันเป็นสิ่งที่ต้องสอดคล้องกัน ในแง่กลไกก็ต้องมีการพัฒนาและไม่มีการประนีประนอมกับผลงานที่เราเปิดตัวนี้อย่างแน่นอน เราไม่ได้ผลิตนาฬิกาแฮนด์เมดที่สวยงามเท่านั้น แต่เรายังแสดงให้เห็นถึงเทคนิคการเคลื่อนไหวของกลไกที่ซับซ้อน และเทคนิคที่ล้ำสมัยของชิ้นส่วนกลไกพิเศษต่างๆ รวมทั้งความสามารถในการคิดค้นและผลิตนาฬิกาที่น่าเชื่อถือและมีคุณภาพสูง

“ผมเชื่อเรื่องการเชื่อมโยงอย่างน่าสนใจของการเล่าเรื่อง ที่เราทุกคนต่างกระหายใคร่รู้เรื่องราวเหล่านี้ คุณบอกว่าตอนนี้เราทำงานจากที่บ้าน ไม่สามารถเดินทางอย่างอิสระดังแต่ก่อน แต่เราก็รู้จักนักสะสมนาฬิกาในเมืองไทยที่เป็นนักเดินทางตัวยงเช่นกัน  คุณมีประเทศที่สวยงาม สารภาพเลยว่าผมเป็นแฟนตัวยงของประเทศไทยที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมการเล่าเรื่องมานานหลายปีแล้ว เรื่องราวของการสำรวจที่สวยงาม การได้ย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่คุณทำทุกอย่างได้อย่างเสรี ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางหรือสำรวจโลก ที่คงจะเกิดขึ้นในอนาคตอีกครั้งเมื่อทุกๆ อย่างปลอดภัย”

4. หากเปรียบเทียบนาฬิกา 3 รุ่นที่ออกใหม่นี้คุณคิดว่าแต่ละรุ่นจะเหมาะกับลูกค้าของคุณอย่างไร

“เมื่อเราพูดถึงความหลากหลาย เราสามารถพูดถึงเรื่องอายุ พูดถึงเรื่องเพศสภาพ ความชอบของคนเหล่านี้ก็จะมีความต่างกัน แต่เมื่อคุณเป็นคนที่ชอบนาฬิกามงต์บลองค์ เป็นลูกค้าหรือเป็นคนสะสมนาฬิกาของเรา ผมเชื่อว่าความชอบของกลุ่มคนเหล่านี้มีความคล้ายคลึงกัน และท้ายที่สุดไม่ว่าคุณจะอายุน้อยหรือยังเด็ก ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้หญิงหรือเป็นผู้ชาย ไม่ว่าคุณเพิ่งจะมาสนใจสะสมนาฬิกา หรือว่าคุณเชี่ยวชาญเรื่องนาฬิกาเป็นอย่างดี ที่สุดแล้วคุณก็จะมองหาสุนทรียศาสตร์ทางด้านความงามที่เรามอบให้คุณอยู่ดี คุณมองหาความน่าเชื่อถือในกลุ่มนาฬิกา ซึ่งแน่นอนว่าเรามีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนานและเราก็มีเรื่องราวใหม่ๆ มาทำให้เกิดบางสิ่งบางอย่างที่พิเศษเสมอ อย่างนาฬิกาของเราที่ดีไซน์มาจากยุคโฟร์ตี้ส์ แต่การใช้วัสดุที่ต่างออกไปจะทำให้น่าสนใจ อย่างการที่เราใช้บรอนซ์ เราใช้ทองและไทเทเนียม ผมคิดว่าเราแสดงให้เห็นว่าลูกค้าที่มีความหลากหลายจะมาพร้อมกับคุณสมบัติบางอย่างที่พวกเขามองหาเช่นเดียวกัน”

5. คุณคิดว่าอะไรเป็นสิ่งพิเศษเกี่ยวกับ The Montblanc 1858 Monopusher Chronograph Origins Limited Edition 100 ในความคิดของคุณเอง หรือมีอะไรในนาฬิกาเรือนนี้ที่ทำให้คุณประทับใจ

“เป็นอีกรุ่นหนึ่งที่น่าสนใจมาก ด้วยประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ผมยกให้เป็นรุ่นที่โดดเด่น ด้วยขนาดเดิม 46 มม. เป็นการดึงนาฬิกาออกมาดูเวลาจากกระเป๋ามาเป็นแบบสวมเข้ากับข้อมือ(รุ่นใหม่นี้ขนาด 44 มม.) โดยรุ่นล่าสุดนี้เป็นเทคนิคที่ไปไกลกว่าแค่การปรับปรุงใหม่ เราเก็บองค์ประกอบสำคัญบางอย่างของต้นแบบเดิมไว้ อย่างฝาหลังที่มีการแกะสลักด้วยเทคนิคที่ทำให้เกิดความลึกตื้นที่ทำให้ภาพมิเนอร์วา เทพีแห่งสงครามดูงดงามมากยิ่งขึ้น รวมทั้งกลไกโครโนกราฟคาร์ลิเบอร์ที่ย้อนไปถึงปี 1900s การเร่ิมของศตวรรษที่ 20 คุณสามารถเห็นองค์ประกอบบางอย่างของกลไก เช่น จานหลักที่เชื่อมกับชิ้นส่วนสะพานชิ้นเล็กๆ ทำจากสิ่งที่เรียกว่าเงินเยอรมัน ซึ่งเราทราบว่านักสะสมบางท่านให้ความสำคัญกับรายละเอียดเหล่านี้ เราก็ให้ความสนใจที่จะนำเสนอในรายละเอียดเหล่านี้เช่นกัน แน่นอนว่าเราคงไว้ซึ่งการตกแต่งแบบดั้งเดิม ก่อนที่จะก้าวไปอีกขั้นในด้านเทคโนโลยี การทำลวดลาย Côtes de Genève ที่สวยงาม ด้วยมือ ซึ่งสำคัญมากสำหรับเราในการแสดงให้เห็นถึงความสามารถทางเทคนิคต่างๆ ในเชิงช่างฝีมือ” 

6. คุณคาดว่า 18 K Lime Gold สำหรับนาฬิกา Montblanc 1858 Split Second Chronograph Limited Edition 18 จะได้รับความนิยมเพียงใด เพราะเป็นสีทองแบบใหม่ที่ลดความมันวาวแบบเดิม ๆ ที่คิดค้นโลหะทองสีนี้ขึ้นมาเพราะต้องการให้เหมาะกับคนรุ่นใหม่หรือเปล่า

“เป็นอีกรุ่นที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะตอนนี้ถือได้ว่าจำหน่ายหมดไปแล้วอย่างรวดเร็ว ด้วยความซับซ้อนของกลไกแต่การใช้งานไม่ซับซ้อน ดีไซน์หน้าปัดที่สวยงามอยู่ภายใต้ตัวเรือนที่ทำจากโลหะผสมแบบใหม่ที่เป็นทองออกแนววินเทจมากๆ ทำให้ทองมีโทนสีเหลืองเจือเขียว ที่ไม่ได้เห็นในงานใด ๆ เพราะเป็นการผสมผสานของโลหะเงิน ทองและเหล็กที่ให้สีทองเฉดใหม่โดดเด่นมาก

“น่าเสียดายที่มีเพียง 18 เรือนเท่านั้นที่เราผลิต เพื่อนักสะสมนาฬิกาของเราจริงๆ กลุ่มลูกค้าไม่ได้ขึ้นกับอายุ ขอให้เขาชอบ เราใช้ความคิดมากมายที่จะสร้างสิ่งที่แตกต่างเพื่อให้เจ้าของภาคภูมิใจในการสวมใส่นาฬิกาของเรา และได้เห็นบางสิ่งที่แตกต่างออกไป และสำหรับคนรุ่นใหม่ๆ นั้นดูเหมือนว่าพวกเขาก็มักมองหาสิ่งที่แตกต่างออกไป และเข้าถึงข้อมูลสิ่งที่เขาสนใจได้อย่างลึกซึ้ง ความสำเร็จของไลม์โกลด์นั้นไม่ใช่ว่าเราไม่เคยคิดค้นอะไรแบบนี้มาก่อน ตลอดเวลาอันยาวนานของเราก็ได้คิ้นค้นเรื่องโลหะผสมใหม่ๆ สำหรับนาฬิกาซึ่งมูลค่าจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนเมื่อเวลาผ่านไป นอกเหนือจากความซับซ้อนของกลไกและรูปลักษณ์ที่สวยสะดุดตาแล้วทองชนิดพิเศษนี้ช่วยเสริมให้นาฬิการุ่นนี้เหมาะสมจะเป็นรุ่นที่ทำขึ้นจำกัดจำนวน”

7. ทำไม Montblanc 1858 Geosphere Limited Edition 1858 ใหม่ถึงได้รับแรงบันดาลใจจากทะเลทรายโกบี

“นาฬิการุ่นนี้ถือเป็นหนึ่งในการผสมผสานที่สมบูรณ์แบบกับเรื่องราวที่เป็นแรงบันดาลใจของดีไซน์ เป็นโอกาสพิเศษที่เราได้ร่วมงานกับ ไรน์โฮลด์ เมสเนอร์ นักปีนเขาที่เป็นตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ ผมเชื่อว่าเขาเป็นแรงบันดาลใจมากให้ก้บหลายๆ คนเขามีเรื่องราวที่ยอดเยี่ยมในสิ่งที่เขาเชื่อว่าเป็นการผจญภัยที่ยากที่สุดครั้งหนึ่ง เขาข้ามทะเลทรายโกบีสองพันกิโลเมตร คละเคล้าไปด้วยอุณหภูมิที่รุนแรงที่เกิดขึ้นจากพื้นที่อากาศร้อนจัด พายุทราย ไปจนถึงพื้นที่หนาวระดับเยือกแข็ง มงต์บลองค์ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ของเขามาเป็นงานดีไซน์ สำหรับบางคนอาจจะเป็นเรื่องเล่าต่อๆ กันมา  แต่สำหรับเรื่องของเมสเนอร์ เขาเป็นคนที่มาเล่าเรื่องราวไม่ใช่เรื่องแต่งขึ้น เป็นเรื่องจากปากคำของคนมียังมีชีวิตอยู่จริงๆ ที่ได้ไปอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีการประนีประนอมใดๆ”

8. แล้วอะไรคือจุดเด่นของนาฬิกาเรือนนี้ในความคิดของคุณ

“หนึ่งในนั้นคือไฮไลท์เกี่ยวกับทะเลทราย รูปลักษณ์ของนาฬิกาที่โดดเด่น สเฟียร์รูปโลก 2 ลูกนั้นวางตำแหน่งอย่างสวยงามบนหน้าปัดและถูกล้อมรอบด้วยการบอกโซนเวลาที่แตกต่างกัน คุณสามารถอ่านค่าเวลาได้ทั้งจากซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ได้อย่างง่ายดาย สามารถดูเวลาในโซนที่สองพร้อมๆ กับเวลาที่คุณตั้งให้เป็นเวลาหลัก ดีไซน์สีทองที่งดงามและรูปลูกโลกนั้นจะสื่อว่าคุณกำลังจะเดินทางไปทั่วโลก ส่วนการใช้งานอื่นๆ ก็ง่ายมาก เพราะมงต์บลองค์ไม่เน้นความซับซ้อนของการใช้งาน แม้กลไกจะมีความซับซ้อนมากแต่กลับใช้งานได้ง่ายและอ่านค่าเวลาได้ชัดเจน มงต์บลองค์เป็นแบรนด์หรูชั้นนำระดับโลก เราจึงสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ด้วยความประณีต เน้นงานฝีมือที่จะทำให้ของชิ้นนั้นเป็นชิ้นพิเศษสุดอย่างแท้จริง”

9. ด้วยการเปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษที่แตกต่างกันสามรุ่นคุณคิดว่าแต่ละรุ่นจะมีกลุ่มลูกค้าเฉพาะหรือไม่ หรือลูกค้าจะเลือกนาฬิกาที่เขาชอบมากกว่าหนึ่งรุ่น

“เราสร้างสรรค์ผลงานไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ไม่ได้จำกัดกลุ่มของลูกค้า เราพัฒนาตัวเองให้อยู่กับพวกเขาในทุกๆ ขณะไม่ว่าจะเป็นการฉลองในชัยชนะสำหรับการใช้ชีวิตของพวกเขา การเชื่อมต่อทางอารมณ์ที่แข็งแกร่งมากกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นแรงบันดาลใจ เป็นสิ่งกระตุ้นและทำให้คุณรู้ว่าไลฟ์สไตล์นั้นคืออะไรก็ตามที่คุณคุ้นชิน และให้คุณสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่น ๆ ได้เช่นกัน 

“หากคุณดูแคมเปญของแบรนด์ เรามีแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่มีบุคลิกที่ต่างกันออกไป อย่างนักแสดงเฉินคุน หรือคนอื่นๆ เรามีคนที่มีความโดดเด่นที่เข้ามาร่วมแคมเปญของมงต์บลองค์ และเราเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับพวกเขาเหล่านั้น ท้ายที่สุดเมื่อเรามองไปที่พวกเขา พวกเราทุกคนจะมีแรงบันดาลใจที่จะไปข้างหน้า และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น ๆ เช่นกัน พวกเขาเหล่านั้นทำให้เรารู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และเราจะอยู่ที่นั่นในวาระที่จะได้เฉลิมฉลองด้วยกัน”

10. คุณมองตลาดนาฬิกา Montblanc ในประเทศไทยอย่างไร และคุณคาดหวังการตอบรับของนาฬิกา 3 รุ่นใหม่นี้หรือไม่

“ประเทศไทยเป็นตลาดที่แข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์มงต์บลองค์ รวมทั้งนาฬิกาด้วยถือเป็นตลาดสำคัญของเราเลย นักสะสมนาฬิกาของไทยมีความชื่นชอบในเรื่องการสะสมนาฬิการะดับสุดยอดมาก  ผมอยากจะบอกว่าถือเป็นกลุ่มนักสะสมที่ภักดีและมีความกระตือรือร้น  ผมหวังว่าปีนี้เราจะทำให้พวกเขาภาคภูมิใจกับนาฬิกาคอลเลกชั่นเหล่านี้อีกครั้ง  พวกเขามีความรู้เรื่องนาฬิกาเป็นอย่างดีทั้งในเรื่องเทคนิคและความซับซ้อนของกลไก ซึ่งมงต์บลองค์สามารถแสดงอัตลักษณ์ตัวตนของเขาได้อย่างแท้จริง และเราก็พร้อมที่จะนำเสนอหรือสาธิตทางเทคนิคต่างๆ ให้กับพวกเขาเข้าใจในผลงานของเราให้ดียิ่งขึ้น 

“วิกฤติไวรัสโควิด-19 เปลี่ยนการปฏิสัมพันธ์ต่างๆ ของผู้คน เราอาจจะไม่สามารถนั่งลงพูดคุยกับกับนักสะสมเหล่านั้นได้มากเท่าที่เราต้องการเช่นแต่ก่อน แต่เราก็สามารถติดต่อพวกเขาผ่านทางออนไลน์ที่สามารถสร้างบรรยากาศเหมือนการสนทนาแบบส่วนตัวได้โดยไม่ต้องพบปะกันจริงๆ แต่พวกเขาอยู่ที่บ้านได้ เปิดไวน์ที่ชื่นชอบและติดต่อกับเราทางออนไลน์จากในบ้านของเขาเองอย่างสะดวกสบาย โดยมีผู้เชี่ยวชาญที่จะให้คำตอบกับคุณได้ในเรื่องของนาฬิกาที่คุณสนใจ แล้วไม่จำกัดแค่เจ้าหน้าที่ของเราที่พูดคุยกับคุณอยู่ หากคุณต้องการคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญในสวิตเซอร์แลนด์ก็สามารถที่จะให้เขาเข้ามาอธิบายในสิ่งที่คุณสงสัยได้ ก็นับว่าเป็นข้อดีของเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือการนำเสนอนาฬิกาของเราในรูปแบบใหม่นี้ ด้วยวิธีนี้คุณอยู่ที่บ้านพร้อมกับอาหารและเครื่องดื่มที่คุณโปรดปรานพร้อมทั้งคุยกับเจ้าหน้าที่ของเราไปด้วยอย่างสบายๆ เป็นการนำเสนอประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจไปจนถึงคุณสามารถสั่งซื้อสินค้ากับเราได้เลย”

นับเป็นการสนทนาที่ทำให้เราได้เห็นการปรับตัวของมงต์บลองค์ ที่จะนำเสนอผลงานสร้างสรรค์สุดพิเศษแม้ในยุคที่เราเต็มไปด้วยข้อจำกัดในการเดินทาง หรือแม้แต่การไปสู่สถานที่สาธารณะต่างๆ แต่สำหรับนักสะสมที่ติดตามผลงานของนาฬิกา Montblanc มาตลอด ทางมงต์บลองค์ก็มีวิธีที่สื่อสารกับพวกเขาได้อย่างสะดวกสบาย หรือแม้แต่หน้าเว็บไซต์ของมงต์บลองค์ก็ปรับให้เข้าถึงรายละเอียดของดีไซน์ที่ท่านสนใจได้อย่างชัดเจนและง่ายดาย

นาฬิกา 3 รุ่นที่เผยโฉมล่าสุดของมงต์บลองค์นี้คือดีไซน์ที่น่าตื่นเต้น และสำหรับคนที่ชื่นชอบงานดีไซน์สุดพิเศษคงไม่พลาดที่จะเข้าไปทำความรู้จักหรือแม้แต่ครอบครอง อย่างที่ Matthieu Dupont บอกกับเราว่า ทางมงต์บลองค์เชื่อว่าปีนี้จะเป็นอีกปีที่นักสะสมนาฬิกาทั้งหลายได้ภาคภูมิใจกับผลงานสร้างสรรค์ล่าสุดนี้