Souvenir from Rome: ชำแหละทุกรายละเอียดของ Gucci Decor เพื่อมอบความหรูหราให้กับบ้านคุณไปอีกระดับ

คอลเลกชั่น Gucci Decor ได้สะท้อนแนวคิดที่ผสมผสานและความโรแมนติกของผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ อเลสซานโดร มิเคเล โดยนำเสนอการผสมผสานระหว่างสีสัน ลวดลาย การออกแบบ รวมไปถึงการใช้ข้อความและลวดลายต่างๆ ของ Gucci ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องกับดอกไม้และสิ่งมีชีวิต มันไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัวสำหรับเรื่องนี้ Gucci เพียงแค่จัดเตรียมวัตถุดิบและการปรับแต่งเพิ่มเติมเท่านั้น ‘Souvenir from Rome’ เป็นหนึ่งในแนวคิดใหม่ๆ ที่อยู่ในคอลเลกชั่น Gucci Decor ปี 2020 โดยอ้างอิงจากการตกแต่งห้องต่างๆ ด้วยหินอ่อนที่ดูหรูหราและสวยงามของพิพิธภัณฑ์คาปิโตลิเน (Musei Capitolini) ในกรุงโรม ที่ซึ่งถูกใช้จัดแสดงแฟชั่นโชว์คอลเลกชั่น Cruise ปี 2020 โดยโชว์นี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับการนำเสนอแนวคิดนี้อีกด้วย

ลวดลายเหล่านี้ถูกวาดขึ้นด้วยมือก่อนที่จะนำไปทำเป็นลายหินอ่อนแล้วจึงนำไปผลิตเพื่อใช้กับสินค้าอื่นๆ แนวคิด ‘Souvenir from Rome’ นี้ได้ถูกนำไปใช้กับที่เขี่ยบุหรี่พอร์ซเลนรูปทรงสี่เหลี่ยมและรูปดาว (เป็นรูปทรงใหม่ล่าสุดสำหรับคอลเลกชั่นนี้) กล่องพอร์ซเลนทรงกลม เชิงเทียนพอร์ซเลนที่มาพร้อมกับฝาปิด โต๊ะโลหะแบบพับได้ ถาดโลหะทรงกลม วอลล์เปเปอร์ และฉากกั้นห้อง โดยทั้งหมดถูกเชื่อมโยงถึงกันด้วยข้อความ ‘Souvenir from Rome’ ที่ปรากฏอยู่บนสินค้าแต่ละชิ้นในคอลเลกชั่นนี้ ยกเว้นแค่ที่เขี่ยบุหรี่รูปดาวที่ใช้เป็นลวดลาย GG ลวดลายหินอ่อนรูปแบบใหม่แสดงให้เห็นถึงทักษะและความเชี่ยวชาญด้านงานฝีมือที่ถูกนำไปใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานของคอลเลกชั่น Gucci Decor

โดยคอลเลกชั่นนี้ถูกผลิตขึ้นในอิตาลีทั้งหมดและถือเป็นการเฉลิมฉลองให้กับวัฒนธรรมทางด้านศิลปะอันล้ำค่าของชาวอิตาลีและให้กับประเพณีอันยิ่งใหญ่ของช่างฝีมือในอิตาลีด้วยเช่นกัน นี่คือตัวอย่างของเครื่องกระเบื้องพอร์ซเลนในคอลเลกชั่นที่ผลิตขึ้นโดย Richard Ginori บริษัทที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากเมืองฟลอเรนซ์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1735 เครื่องกระเบื้องพอร์ซเลนที่ดูสะดุดตาของ Gucci มีการใช้กระบวนการที่ยากลำบากในการเผาซึ่งต้องอาศัยทักษะและความชำนาญในระดับสูง รวมถึงความสามารถในการวาดภาพด้วยมือ

เป็นที่แน่นอนว่าโต๊ะส่วนกลางถือเป็นหัวใจหลักของบ้านหลายๆ หลัง และเพื่อที่จะนำเสนอถึงความหรูหราในการรับประทานอาหารในแต่ละวัน Gucci Decor จึงได้พัฒนาฝาครอบอาหารที่มีความโดดเด่นซึ่งทำจากทองเหลืองชุบเงินพร้อมด้วยดีไซน์แบบโบราณ เมื่อพูดถึงฝาครอบอาหารมักจะนึกถึงเวลารับประทานอาหารในบ้านหลังใหญ่โตในสมัยก่อน และหากนำมาเทียบกับในชีวิตปัจจุบันมันกลับทำให้รู้สึกแปลกประหลาด ฝาครอบจานทรงโดมแต่ละชิ้นมีการแกะสลักคำหรือวลีที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น ‘Gucci Orgasmique’ หรือ ‘Maison de l’Amour’ นอกจากนี้ยังสามารถทำให้ดูเป็นส่วนตัวมากขึ้นได้ด้วยการเพิ่มชื่อย่อลงไป ฝาครอบอาหารทุกชิ้นต้องใช้กระบวนการผลิตที่แตกต่างกันถึง 10 ขั้นตอน รวมถึงการใช้เลเซอร์ในการแกะสลักข้อความ ในส่วนของการตกแต่งสไตล์วินเทจในขั้นตอนสุดท้ายนั้นจะทำด้วยมือ ฝาครอบอาหารมาพร้อมกับด้ามจับที่แตกต่างกัน 5 แบบในรูปทรงของสัตว์ที่นำแบบมาจาก Gucci Archive ซึ่งประกอบไปด้วยกระต่าย มือ งู หมาป่า และทับทิม สำหรับรูปทรงหัวกระต่ายและหมาป่านั้นอ้างอิงมาจากการประดับตกแต่งถ้วยโกลนที่ทำจากเงินของชาวอังกฤษและชาวสก็อตในช่วงศตวรรษที่ 18 และ 19 ซึ่งใช้สำหรับมอบเครื่องดื่มให้แก่ผู้ที่ขี่ม้า สิ่งที่เพิ่มเข้ามาใหม่ในคอลเลกชั่นการให้บริการบนโต๊ะอาหารจะเป็นถ้วยชาสไตล์เอเชียในลวดลายสมุนไพรสีเขียวและหม้อกาแฟสีดำสไตล์ ‘Maison de l’Amour’

มีลวดลายและดีไซน์ใหม่ๆ มากมายในกลุ่มสินค้าที่ทำจากพอร์ซเลน อาทิเช่น เชิงเทียนและกล่องรูปทรงดอกไม้ที่มาพร้อมกับข้อความและสโลแกนใหม่ๆ นอกจากนี้ลวดลายที่ถูกเพิ่มเข้ามาใหม่ซึ่งดูโดดเด่นเป็นอย่างมากก็คือลวดลาย Flora ที่มีชื่อเสียงของ Gucci ภาพวาดดอกไม้ที่มีสีสันสดใสในทุกฤดูกาลถูกออกแบบโดย Vittorio Accornero สำหรับ Gucci เพื่อถวายผ้าพันคอที่ทำจากผ้าไหมแบบพิเศษเป็นของขวัญแด่เจ้าหญิงเกรซแห่งโมนาโก ในปี 1966 และตอนนี้ลวดลายที่มีเรื่องราวแฝงอยู่ได้ถูกนำไปใช้กับเชิงเทียนที่มาพร้อมกับฝาปิดสีดำที่ประดับด้วยผีเสื้อสีขาวที่ดูสวยงามซึ่งทั้งหมดนี้ทำมาจากพอร์ซเลน โลโก้ Gucci สีดำในรูปแบบตัวอักษรสไตล์ gothic ปรากฏอยู่บนพื้นหลังสีชมพูพาสเทลและสีฟ้าอ่อนของเชิงเทียนพร้อมกับตัวเลขโรมัน XXV (25) ซึ่งเป็นเลขนำโชคของผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ อเลสซานโดร มิเคเลลายดาวและดวงตาเป็นอีกธีมหนึ่งที่ถูกนำกลับมาใช้ในคอลเลกชั่น Gucci Decor สีดำและสีขาวได้ถูกนำมาปรับปรุงใหม่และเพิ่มมูลค่าด้วยการผสมผสานสายรุ้งสีสันสดใสที่ล้อมรอบไปด้วยดวงดาวหลากสีลงไปบนที่เขี่ยบุหรี่พอร์ซเลนรูปดาวและแก้วพอร์ซเลนสามแบบที่ดีไซน์ที่จับเป็นรูปงูสีดำ (ที่จับเหล่านี้ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปแบบที่อยู่ใน Richard Ginori Archives ในเมืองฟลอเรนซ์) สำหรับการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนปี 2020 ซึ่งเป็นปีชวด มิกกี้เม้าส์ซึ่งเป็นตัวละครในตำนานของดิสนีย์ได้มาปรากฏอยู่บนสินค้า 2 ชิ้นในคอลเลกชั่น Gucci Decor ได้แก่ แก้วพอร์ซเลนพร้อมฝาปิด และกล่องพอร์ซเลนทรงกลม โดยทั้งสองชิ้นมาพร้อมกับสีเหลืองที่เข้ากับที่เขี่ยบุหรี่พอร์ซเลนสีเหลืองที่มีโลโก้ Gucci สีดำอยู่ตรงกลาง

นอกจากนี้ลวดลายใหม่อีกอันหนึ่งจะเป็นลายผลไม้สีแดงและสีเขียวที่ดูสดใหม่ในรูปแบบสไตล์ป็อปอาร์ตซึ่งมาพร้อมกับลาย GG apple สีแดงที่แทรกอยู่ระหว่างลวดลายเหล่านั้น (ลวดลาย GG apple เกิดจากการเอาตัวอักษร G สองตัวเชื่อมต่อกันซึ่งถือเป็นหนึ่งในลวดลายกราฟิกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของ Gucci) ลวดลาย GG apple ได้ถูกนำมาใช้กับที่เขี่ยบุหรี่พอร์ซเลนรูปดาว เชิงเทียนที่มาพร้อมกับฝาปิด และแก้วที่มาพร้อมกับฝาปิดและที่จับรูปงู

ในส่วนของลายสก็อตเองก็มีความโดดเด่นในคอลเลกชั่นนี้เช่นกัน ผ้าห่มที่ถูกถักทอด้วยเครื่องทอผ้า Jacquard จะทำให้สามารถทอผ้าแบบกลับด้านได้โดยด้านหนึ่งเป็นลายสก็อตและอีกด้านเป็นลาย Interlocking GG diagonal ตัวผ้าห่มลายสก็อตสีต่างๆ จะมีการตกแต่งตรงขอบด้วยพู่ และสำหรับอันที่เป็นลายปักจะตกแต่งตรงขอบด้วยผ้าซาติน ลวดลายพวกนี้ยังถูกเอามาใช้กับหมอนอิงที่มีสี moire ตรงฝั่งด้านหลัง ตัวหมอนอิงลายสก็อตถูกตกแต่งด้วยลวดลายสัตว์ที่ปักด้วยมือซึ่งแต่ละชิ้นต้องใช้เวลาเย็บถึงสี่ชั่วโมง และหนึ่งในนั้นคือลายลูกกวางซึ่งเป็นรูปภาพที่ออกแบบโดย Nathalie Lete นอกจากนี้ยังมีหมอนอิงทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่ด้านหลังเป็นลายสก็อตและด้านหน้าเป็นลาย G squared cloud ซึ่งทำจากผ้ากำมะหยี่ที่ดูหรูหราในรูปแบบสีเขียวหรือสีน้ำเงิน

ลาย GG bouquet เป็นลายดอกไม้หลากสีที่นำมาจากผลงานทางประวัติศาสตร์ที่พบใน Gucci archive และมันถูกนำมาปรับแต่งใหม่ให้ดูทันสมัยมากขึ้นโดยอเลสซานโดร มิเคเล ซึ่งทำให้นึกถึงรูปลักษณ์ของพรมปูพื้นและพรมแขวนผนังสไตล์วินเทจที่ถูกนำเอามาใช้กับหมอนอิงและเก้าอี้อาร์มแชร์ หมอนอิงทรงสี่เหลี่ยมลาย GG bouquet ที่ประดับมุมทั้งสี่มุมด้วยพู่ มีทั้งหมดสองสี ได้แก่ สีฟ้าและสีเขียว เช่นเดียวกับเก้าอี้อาร์มแชร์ที่มีเหมือนกันทั้งสองสี ซึ่งตัวเก้าอี้อาร์มแชร์จะมีการประดับตกแต่งด้วยหัวตะปูทองเหลืองและพู่ที่ทำจากผ้าฝ้ายตรงส่วนล่างสุด

วอลล์เปเปอร์แบบใหม่ได้รับแรงบันดาลมาจากลวดลายที่เคยถูกใช้ในคอลเลกชั่น ready-to-wear และถือเป็นลายที่โด่งดังของ Gucci ได้แก่ ลาย macro isometric GG ที่มีหลายสีในรูปแบบสไตล์ยุค ’70s, ลาย toile de Jouy ที่ประกอบไปด้วยภาพทิวทัศน์ในชนบทช่วงศตวรรษที่ 18, ลาย Flora ที่เปลี่ยนมาใช้โทนสีดำพร้อมกับรูปหัวสิงโต, ลายต้น Texas thistle บนพื้นหลังสีขาวที่ออกแบบในสไตล์โรแมนติก และลายที่ผสมผสานระหว่างนกและดอกไม้สีสันสดใสบนพื้นหลังสีน้ำเงินพร้อมกับดวงดาวสีทอง

Gucci ได้เพิ่มฉากกั้นห้องแบบใหม่สามแบบในคอลเลกชั่น Gucci Decor ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับใช้ในการตกแต่งหรือแบ่งพื้นที่ภายในห้อง ฉากกั้นห้องแบบต่ำมีโครงสร้างที่ทำจากโลหะและบานพับทั้งสามบานถูกเย็บด้วยผ้า นอกจากนี้ยังโดดเด่นจากการออกแบบโดยใช้ผลงานศิลปะ ‘Hua Fish’ ซึ่งเป็นผลงานของ Una Woodruff (Hua Fish เป็นสิ่งมีชีวิตในตำนานที่ผสมผสานระหว่างปลา งู และนก) ฉากกั้นห้องแบบต่ำอีกชิ้นหนึ่งก็ถูกทำมาจากโลหะเช่นกัน และถูกปกคลุมไปด้วยผ้ากำมะหยี่ลาย G squared cloud ในเวอร์ชั่นสีน้ำเงิน ซึ่งช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับทุกพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีฉากกั้นห้องแบบสูงที่ทำจากไม้พร้อมกับบานพับทั้งสามบานที่ถูกปกคลุมด้วยผ้ากำมะหยี่ ด้านหน้าทั้งหมดถูกปักเป็นลวดลายดาวหลากสีซึ่งเป็นลายที่เคยถูกใช้กับหมอนอิงในคอลเลกชั่นก่อนหน้านี้ และมีการปักลายดาวและดวงตาที่ด้านบนของบานพับตรงกลาง ส่วนด้านหลังจะเป็นสีดำล้วนและมีการปักลายดาวและดวงตาที่ด้านบนของบานพับตรงกลางเช่นเดียวกัน ซึ่งลายเหล่านี้มีให้บริการเฉพาะแค่สินค้าที่สั่งทำเท่านั้น

แม้ว่าคอลเลกชั่น Gucci Decor จะเป็นคอลเลกชั่นตามฤดูกาล แต่ก็มีความเชื่อมโยงถึงกันในเรื่องของการใช้ลวดลายต่างๆ ของ Gucci อย่างอิสระ และการผสมผสานรูปภาพและลวดลายที่มีสีสันสดใสและดูแปลกตาก็คงมีให้เห็นอยู่ในสินค้าทุกชิ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือสินค้าเหล่านี้ได้สร้างความรู้สึกที่เชื่อมโยงถึงกัน ดังนั้นลูกค้าสามารถซื้อสินค้าชิ้นใหม่ๆ เพิ่มเข้าไปรวมกับของเดิมที่มีอยู่ และมั่นใจได้ว่าสินค้าแต่ละชิ้นจะเข้ากันได้อย่างไร้ที่ติ

Gucci Decor มีจำหน่ายแล้วที่ Gucci flagship store, Gucci boutique และ Specialty Store บางสาขา สำหรับช่องทางออนไลน์สั่งซื้อได้ที่ gucci.com