คุยกับคังดงวอน และยอนซังโฮ ผู้กำกับ Train to Busan : Peninsula กันก่อนจะไปพบกับฝูงซอมบี้ในสัปดาห์นี้

เคยสงสัยไหมว่า หลังจากเหตุการณ์​ Train to Busan จบลง โลกหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง ความหวังของมวลมนุษยชาติจะยังดำรงอยู่จริงหรือไม่ วันนี้ เรามีคำตอบจากคังดงวอน นักแสดงนำ และยอนซังโฮ ผู้กำกับคนเดิมมาให้คุณผู้อ่าน พร้อมเหตุการณ์ทั้งหมดหลังจาก 4 ปีผ่านไปใน Train to Busan : Peninsula

อยากให้พูดถึงความน่าสนใจของ Train To Busan : Peninsula ที่ทำให้คุณตัดสินใจร่วมงาน

คังดงวอน: ความสนุกจริงของภาพยนตร์ไม่ใช่แค่การสู้กับซอมบี้ครับ แต่คือการสร้างสถานการณ์ในหนังมากกว่า และที่ผมสนใจมาเล่นใน Train To Busan : Peninsula ก็คือในฐานะนักแสดงผมว่ามันเป็นหนังที่ดี มากกว่าที่จะคิดถึงเรื่องค่าตัวครับ        

คุณรับบทเป็นใครใน Train To Busan : Peninsula

ผมรับบท “จองซอก” ครับ ตัวละครที่ชื่อจองซอกถึงแม้ว่าจะหลบหนีจากสถานการณ์ภัยพิบัติจากเกาหลีไปได้ แต่เขาก็สูญเสียความหวังไปครับ จากนั้นเขาก็ได้กลับมาที่เกาหลีอีกครั้งหลังจาก 4 ปี พร้อมกับภารกิจเสี่ยงตาย และได้พบกับครอบครัวของมินจอง (อีจองฮยอน) และได้พบกับความหวังครั้งใหม่อีกครั้งครับ

คาแรเตอร์ของคุณมีความเป็นฮีโร่แอคชั่นมากๆ ได้มีการเตรียมตัวหรือฝึกซ้อมอย่างไรบ้างก่อนถ่ายทำ

ตอนที่เตรียมตัวถ่ายทำหนังเรื่องนี้ยังไม่ได้มีการเตรียมแอคชั่นอะไรเป็นพิเศษครับ เพราะเรามีทีมแอคชั่นที่เคยร่วมงานกันมาตลอด เราจะตกลงกันก่อนตอนถ่ายทำ แต่มีฉากหนึ่งครับที่มีซีนแอคชั่นแบบลองเทค เราก็เลยตกลงกันหน้างานครับ เพื่อเขาจะได้ป้องกันได้ ซึ่งปกติผมจะออกกำลังกายตลอดอยู่แล้ว จึงไม่ค่อยรู้สึกเหนื่อยครับ แต่ปกติผมจะต่อสู้กับคนครับ รอบนี้ต้องเข้าซีนต่อสู้กับซอมบี้ เรื่องนี้จึงค่อนข้างยากกว่าทีคิด ผู้กำกับบรีฟว่าตัวของจองซอกต้องเข้าซีนแอคชั่นในสถานการณ์ที่สุดขั้วมากๆ ในการถ่ายทำผมจึงพยายามทำอารมณ์ให้ดูจริงจังมากๆครับ

ระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์ คุณเจอปัญหาอะไร มีความลำบากด้านไหน

บรรยากาศกองถ่ายดีมากๆแค่ได้เห็นความสุขในการทำงานของทีมงานก็ทำให้ผมรู้สึกอารมณ์ดีมากๆครับ แน่นอนครับว่าการถ่ายหนังเรื่องหนึ่งมันก็ต้องมีเหนื่อยบ้าง แต่มันก็มีความสุขมากๆ โดยเฉพาะเรื่องนี้ การถ่ายทำราบรื่น และเห็นทุกคนสนุกไปกับมัน ซึ่งโดยปกติของการถ่ายทำจะมีปัญหาเกิดขึ้นบ่อย แต่ในกองนี้ไม่เคยมีเลย ผมไม่รู้นะว่าตอนที่ผมไม่อยู่จะมีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า แต่เอาจริงๆมันไม่มีเลย ผมรู้สึกแฮปปี้มากๆเลยครับ

การทำงานกับนักแสดงเป็นอย่างไรบ้าง

ผมสนุกมากๆครับ และนักแสดงทุกก็เข้ากันได้ดี และยังแสดงกันได้ดีมากครับ สำหรับน้องอีเร กับเยวอน ก็เป็นเด็กที่สดใสมาก เวลาเข้าฉากก็เลยทำให้ผมรู้สึกสนุกไปด้วยเลยครับ

เหตุผลที่ผู้ชมจะต้องไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์

คือถ้าใครที่เคยชอบ Train to Busan ก็คงจะชอบเรื่องนี้มากๆครับ แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยได้ดู Train to Busan ก็ยังจะสนุกไปกับหนังแน่นอนครับ เพราะมันเป็นคนละส่วนกับ Train to Busan ผมคิดว่าผู้ชมจะได้รับประสบการณ์ความสนุกแน่นอนครับ

หลังจากที่ภาพยนตร์ Train to Busan : Peninsula ถูกรับเลือกโดยเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ คุณรู้สึกเสียใจหรือไม่ ที่ไม่ได้มีโอกาสไปร่วมในงานเปิดตัวที่นั่น

 ก็เสียใจครับ แต่ช่วงเวลานี้ก็เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังลำบาก ถือว่าเป็นโอกาสที่ผมจะได้ทำผลงานที่ดีกว่าต่อไป ถึงแม้ปีนี้งานเทศกาลภายนตร์เมืองคานส์จะไม่ถูกจัดขึ้น แต่การที่หนังได้รับเลือกเข้าไป ก็ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ

ฝากผลงานภาพยนตร์ Train to Busan : Peninsula กันหน่อย

อุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั่วโลกลำบากกันมากครับ และเราทุกคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้ก็คงจะลำบากไม่แพ้กัน ภาพยนตร์ Train to Busan : Peninsulaถือเป็นภาพยนตร์บล็อคบัสเตอร์เรื่องแรกที่ฉาย จึงอยากให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นตัวแทน เป็นความหวังของทุกคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมหนังทั่วโลก และขอเป็นกำลังใจให้หนังที่จะฉายต่อไปครับ


Train to Busan ถือเป็นภาพยนตร์บล็อคบัสเตอร์ที่ประสบความสำเร็จทั่วโลก ในฐานะผู้กำกับรู้สึกกดดันแค่ไหนสำหรับการทำภาพยนตร์ Train to Busan: Peninsula

ยอนซังโฮ: ถ้าจะบอกว่าไม่กดดันก็คงจะโกหกครับ ผมคิดว่าหลายคนคงอยากรู้เรื่องราวหลังจาก Train to Busan ตัวผมเองอยากจะตอบแทนผู้ชมมากกว่าเรื่องของความสำเร็จในการทำภาพยนตร์ภาคต่อให้ประสบความสำเร็จเท่ากับภาคแรกครับ ผมได้เปิดมุมมองใหม่ใน Train to Busan ไปแล้ว สำหรับใน Train to Busan: Peninsula  ผมวางแผนไว้ว่าจะขยายมุมมองให้ใหญ่ขึ้น ซึ่งอันนี้คือจุดที่ผมรู้สึกเต็มที่มากๆ  การเปิดขยายมุมมองไม่ได้กดดันสำหรับผม แต่มันทำให้ผมรู้สึกสนุกมากครับ

ด้วยทุนสร้างที่สูงกว่า Train to Busan อะไรคือความแตกต่างจากภาคแรก? แล้วอะไรคือสิ่งที่คาดหวังว่าผู้ชมจะได้เห็นจาก Train to Busan: Peninsula

อย่างแรกเลยก็คือผู้ชมจะได้เข้าไปสัมผัสประสบการณ์ในพื้นที่ที่ไม่รู้จัก ที่เรียกว่า Peninsula ในช่วงเวลา 4 ปีผ่านไป  กับเรื่องราวของตัวละครที่ชื่อ จองซอก ครับ ใน Train To Busan ผู้ชมจะตื่นตัวไปกับจุดเริ่มต้นของเชื้อไวรัสที่เราไม่รู้จัก ที่เกิดในสถานที่ที่เราใช้ชีวิตประจำวัน แต่สำหรับ Train to Busan: Peninsula จะเกิดในสถานที่ที่เราไม่คุ้นเคย ไม่รู้จักมาก่อน และผู้ชมก็จะมีส่วนร่วมในการสำรวจโลกนี้ไปพร้อมกับตัวละครหลัก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากครับ

ตลอดระยะเวลาในการถ่ายทำ คุณมีเหตุการณ์ความประทับใจในทำงานกับนักแสดงด้านไหนบ้าง

ประทับใจมาก เพราะผมคิดว่าภาพลักษณ์และอารมณ์ของ Train to Busan: Peninsula จะถูกถ่ายทอดผ่านนักแสดงครับ โดยรวมแล้วผมคิดว่าพวกเขาเป็นนักแสดงที่เหมาะสมกับภาพยนตร์ตามที่ผมคิดไว้ครับ ในด้านการทำงาน อย่างของ คุณคังดงวอน ที่รับบท จองซอก ก็สามารถถ่ายทอดซีนแอคชั่นได้ยอดเยี่ยม ไม่แค่เฉพาะความแอคชั่น แต่ยังใส่อารมณ์ของตัวละครลงไปในการเล่นแอคชั่นแต่ละซีนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้นอารมณ์ส่วนใหญ่ใน Train to Busan: Peninsula จึงเปรียบเสมือนอารมณ์ทั้งหมดของจองซอกครับ

สำหรับ คุณอีจองฮยอน ที่รับบท มินจอง หญิงสาวที่แข็งแกร่ง มีบุคลิคเหมือนกับนักรบหญิงและยังเป็นคุณแม่ที่มีหลายคาแรคเตอร์อยู่ในคนคนเดียว ผมคิดไว้ตั้งแต่แรกว่าจะต้องเป็นคุณอีจองฮยอนคนเดียวเลยครับ เพราะผมคิดว่าการหาคนที่มีคาแรคเตอร์หลากหลายเหมือนคุณอีจองฮยอนยากมากครับ อย่างตอนที่ผมต้องการหา จุนอี ซึ่งเป็นตัวละครที่เป็นกุญแจสำคัญของเรื่อง และพวกเราก็ได้พบกับ คุณอีเร ตอนนั้นผมดีใจมาก ที่หาคนที่มีความเหมาะกับคาแรคเตอร์จุนอีได้ครับ คุณอีเรแสดงก็ออกมายอดเยี่ยมเป็นที่น่าพอใจมาก ไม่ว่าจะเป็นการแสดงฉากแอคชั่นหรือซีนอารมณ์ ผมรู้สึกขอบคุณมาก หลังจากที่ผมดูหนังจบ ผมจินตนาการไม่ออกเลยครับว่าถ้าเป็นนักแสดงคนอื่นหนังจะออกมาเป็นอย่างไร ผมรู้สึกโชคดีมากครับ

อะไรที่คุณให้ความสนใจมากที่สุดในการถ่ายทำ

จริงๆแล้วผมให้ความสำคัญและตั้งใจทำหนังเรื่องนี้ทุกส่วนเลยครับ ส่วนไฮไลท์ของหนังเรื่องนี้จะแตกต่างจากเรื่องก่อนหน้านี้ ฉากการขับรถไล่ล่าที่อยู่ในครึ่งหลังของหนัง ผมตั้งใจมาก เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกอินเหมือนได้ขับรถไล่ล่าในดินแดนหลังวันสิ้นโลกครับ

มุมมองความเป็นมนุษย์ใน Train to Busan: Peninsula มีความแตกต่างอย่างไรกับ Train to Busan

สิ่งที่เกิดขึ้นในดินแดนหลังวันสิ้นโลก จะมีความขัดแย้งกับความเป็นมนุษย์โดดเด่นมากครับ มนุษย์ผ่านพ้นช่วงที่โลกพังพินาศ เราพยายามให้ภาพยนตร์ถ่ายทอดภาพและความหมายออกมาแบบนั้นครับ

การทำงานกับนักแสดงเป็นอย่างไรบ้าง

ก็สนุกนะครับ นักแสดงทุกคนสามารถถ่ายทอดและแสดงออกมาได้ตรงตามที่ผมตั้งใจ อย่างคุณคังดงวอนเขาใส่อารมณ์ตัวละครเข้าไปในฉากแอคชั่นได้เป็นอย่างดีอารมณ์ที่ส่งผ่านทางสายตาผมเชื่อว่าจะทำให้คุณอินไปกับเรื่องราวได้เป็นอย่างดี หรืออย่างคุณอีจองฮยอนเองก็แสดงตัวละครของมินจองออกมาได้สมจริงทุกมิติ รับรองว่าคุณจะได้เห็นฉากแอคชั่นสุดมันส์แบบที่ไม่เคยปรากฏในภาพยนตร์เรื่องไหนมาก่อน

รู้สึกอย่างไรที่หนังของคุณได้ถูกรับเลือกไปที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์อีกครั้ง

เทศกาลหนังเมืองคานส์คือความฝันของผมตั้งแต่ตอนเริ่มทำหนังครับ พอทางเทศกาลหนังเมืองคานส์เลือกหนังเราไปอีกครังหลังจาก Train to Busan ผมรู้สึกขอบคุณและเป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ

ปิดท้ายฝากผลงานภาพยนตร์ Train to Busan: Peninsula

หนังเรื่อง Train to Busan: Peninsula เป็นหนังที่เหมาะที่จะไปดูในโรงภาพยนตร์มากๆครับ ผมคิดว่าคงจะมีใครหลายคนที่ตื่นเต้นและรอคอยกับภาพยนตร์เรื่องนี้หวังว่าทุกคนจะได้ชมผลงานของเราในโรงภาพยนตร์อย่างปลอดภัยนะครับ

Train to Busan : Peninsula เข้าฉายพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคมเป็นต้นไป