ลอฟฟีเซียล ออมส์ ชวนคุณพูดคุยกับ Jamsan (ชัมซัน) นักวาดภาพประกอบชาวเกาหลีที่สร้างเสน่ห์ให้ซีรีส์ ‘It’s Okay to Not Be Okay’ น่าลุ่มหลงยิ่งกว่าเคย

Zombie Boy Cover Palette

สารภาพเลยว่า นอกเหนือไปจากโปรดักชั่นสวยงามแบบที่เราไม่กดข้าม title ตอนต้นเลยสักอีพี นิทานภาพประกอบที่โกมุนยองเขียนในซีรีส์เรื่อง It’s Okay to Not Be Okay นี้ก็เป็นอีกหนึ่งแม่เหล็กที่ทำให้เราตั้งหน้าตั้งตารอซีรีส์นี้ออกอากาศทุกสุดสัปดาห์ เพราะเราจะลุ้นทุกอีพีว่าจะมีนิทานดาร์คๆ อะไรมาให้เราอินอีก และเมื่อ Jamsan หรือชัมซัน ตอบรับคำสัมภาษณ์ทางอีเมล์ของเรา เราจึงดีใจแบบปิดอาการไม่มิด และนี่คือบทสัมภาษณ์เอ็กซ์คลูซีฟที่เขามีให้แฟนๆ ของซีรีส์ผ่านเรานั่นเอง

Interview by: Pacharee Klinchoo

Illustration: Courtesy of Jamsan

ชัมซัน หรือชื่อจริงว่า Kangsan (คังซัน) เป็นนักวาดภาพประกอบและกราฟิกดีไซเนอร์ชาวเกาหลี เขาเป็นศิลปินที่เคยร่วมงานกับแบรนด์ดังๆ มาแล้วทั้ง Nike, Samsung Galaxy และแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย ล่าสุดเขาเพิ่งได้จัดนิทรรศการเดี่ยวที่มีชื่อว่า Where People Gather ไปหยกๆ และนี่คือความคิดของเขาในการถ่ายทอดความเป็นตัวเองให้สอดคล้องกับเนื้อหาซีรีส์เรื่องดังที่สตรีมมิ่งไปกว่า 190 ประเทศผ่าน Netflix

ช่วยแนะนำตัวเองสั้นๆหน่อยนอกเหนือไปจากรายละเอียดที่มีในโปรไฟล์แล้วช่วยเพิ่มเติมรายละเอียดที่สามารถอธิบายทิศทางและความตั้งใจในการสร้างสรรค์ผลงานของคุณด้วย

ผมชื่อว่าชัมซัน เป็นผู้วาดภาพประกอบ และในขณะวาดภาพก็เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่ทำโปรเจ็กต์เชิงพาณิชย์ไปด้วยครับ และเพราะว่าตอนเป็นหนุ่มอู้นอนหลับในระหว่างทำงาน รุ่นพี่จึงตั้งนามแฝงว่า ‘ชัมซัน’ ครับ [잠산 ในภาษาเกาหลีแปลได้ 2 ความหมายคือ นอนเยอะ และภูเขาแห่งศักยภาพ(잠재력의 산)] ความหลากหลายและการทำงานโดยไม่มีการแบ่งแยกประเภทนั้น เป็นสิ่งที่ผมตั้งใจที่จะแสดงให้เห็นวัตถุดิบที่ดูสนุกสนานด้วยรูปภาพ

คุณมีโอกาสได้เข้าร่วมใน It’s Okay to Not Be Okay หลังจากตัดสินใจเข้าร่วมแล้วคุณเตรียมตัวอย่างไรบ้างขณะกำลังเตรียมตัวมีส่วนที่อยากลองทำมีจุดที่ยากหรือจุดที่สนุกบ้างไหม

เมื่อปีที่แล้วผมได้ทำงานกับผู้กำกับพักชินอูผ่านเรื่อง ‘หัวใจพบรัก – Encounter’ ของ tvN ตอนนั้นผมได้ทำงานย่อเรื่องสั้นละครผ่านบทนำและบทส่งท้าย มาถึงซีรีส์เรื่องนี้ลักษณะการทำงานคล้ายๆ กัน ผมเลยได้โอกาสทำงานด้วยกัน เมื่อผมได้อ่านเรื่องย่อของ ‘เด็กน้อยซอมบี้’ กับ ‘หนุ่มน้อยผู้โตมาด้วยฝันร้าย’ ถึงจะเป็นเทพนิยายแต่ผมรู้สึกว่าไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสำหรับเด็ก แต่มันเหมาะสำหรับผู้ใหญ่ ปกติแล้วผมกับผู้กำกับพักชินอูชอบโทนหรือภาพที่คล้ายกัน และผมอยากที่จะทำตามสิ่งที่ผู้กำกับต้องการ ก็เลยไม่ได้เตรียมอะไรไว้เป็นพิเศษ ผมมุ่งเน้นไปที่การถ่ายทอดผลงานให้สื่อสารกับกลุ่มผู้ใหญ่ได้ โดยส่วนตัวแล้วผมอยากลองทำงานภาพในโทนสีที่ดูน่ากลัวหรือภาพของซอมบี้อะไรแบบนี้อยู่แล้ว

The Boy Who Fed on Nightmares Intro

คุณคิดว่าการทำงานภาพประกอบของคุณในครั้งก่อนๆกับในซีรีส์เรื่องนี้มีความคล้ายหรือแตกต่างกันอย่างไร

ตอนนี้ผมคิดว่าการยอมรับหรือเข้าถึงผลงานศิลปะของประชาชนกว้างกว่าเมื่อก่อนมาก ผมรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยมากในช่วงนี้ ซีรีส์เรื่องนี้ก็มีความแตกต่างจากซีรีส์ในแบบเก่าๆ ถึงแม้จะเป็นเทพนิยายที่ดูโหดร้ายหรือเหมาะสำหรับผู้ใหญ่ มีตัวละครที่มีบุคลิกต่อต้านสังคม แต่ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ชม ถ้าเป็นเมื่อก่อน การถ่ายทอดงานภาพประกอบนั้นมีความลำบากกว่านี้ เพราะต้องมุ่งเน้นไปที่กลุ่มค่อนข้างแมส จึงต้องมีความระมัดระวัง ผมเลยคิดว่าผู้คนเปลี่ยนไปมากกว่าสไตล์การวาดของผมหรือผมเปลี่ยนไปเสียอีก ผมเคยคิดว่าจิตรกรต้องเปลี่ยนแปลงก่อนผู้เสพงาน แต่ไม่คาดคิดเลยว่าตอนนี้ประชาชนจะมีการเปลี่ยนแปลงก่อน แม้จะเป็นไปทีละเล็กละน้อย ถ้าหากเป็นเมื่อก่อน เห็นได้ชัดว่า “ถ้าทำแบบนี้ขายไม่ออกหรอก / ไม่ชอบเลย / ไม่ดูหรอก / ใครจะไปดูอะไรที่น่ากลัวกันล่ะ” แต่ตอนนี้ถ้ามีลักษณะเฉพาะและสนุก ทุกๆ คนก็จะชอบ

ช่วยอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนการทำงานของคุณในการวาดภาพประกอบของหนุ่มน้อยผู้โตมาด้วยฝันร้ายและเด็กน้อยซอมบี้หน่อยสิ

อันดับแรกผมจะได้รับต้นฉบับเนื้อเรื่องของทั้งสองเรื่อง แล้วค่อยมาพัฒนา สร้างสรรค์ออกมาเป็นภาพประกอบ จุดที่ยากคือ ดูเหมือนเป็นหนังสือเทพนิยาย แต่เนื้อหากลับเหมาะกับผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก ดังนั้นผมต้องปรับแนวการวาดให้เหมาะกับกลุ่มผู้ใหญ่ ถ้าเป็นภาพประกอบสำหรับเด็ก สีและลายเส้นที่ใช้ก็จะเป็นแบบหนึ่ง แต่พอรู้สึกว่าอยากจะสื่อสารกับผู้ใหญ่มากกว่า เลยต้องพยายามถ่ายทอดให้กลมกลืนทั้งในความเป็นเทพนิยายสำหรับเด็กในเรื่องและสำหรับคนดูที่เป็นกลุ่มผู้ใหญ่ด้วย ถ้าผลงานดูเด็กหรือไร้เดียงสาเกินไป ก็จะดูไม่น่าสนใจและไม่เหมาะ ความยากอีกอย่างคือ ถึงแม้จะเป็นผลงานภาพประกอบสำหรับเทพนิยาย แต่เป็นเทพนิยายที่มีเนื้อหาโหดร้าย ดังนั้นตอนที่เลือกคอนเซ็ปต์จึงเอาสีสันออกทั้งหมดเป็นอันดับแรก และตั้งใจจะวาดภาพโมโนโทนด้วยการวาดเส้นที่เรียบง่ายเป็นหลัก ตัดเทคนิคออกทั้งหมด ลายเส้นจะดูหยาบกระด้าง ไม่ละเอียดอ่อน เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องราวที่จริงจัง ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ ท้ายที่สุดแล้วได้โทนสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งโชคดีที่ได้รับการตอบสนองดีจากผู้ชม โดยส่วนตัวผมเอง ผมชอบที่ได้ลองทำอะไรที่แตกต่างไปจากเดิม

มีใครที่ให้แรงบันดาลใจหรือมีอิทธิพลต่อคุณไหมใครคือนักวาดภาพประกอบหรือนักเขียนที่คุณยกย่องเหตุผลนั้นคืออะไรแล้วนอกจากผู้คนแล้วคุณได้รับแรงบันดาลใจจากอะไรบ้าง

ไม่มีใครเป็นพิเศษที่ให้แรงบันดาลใจหรือมีอิทธิพล แทนที่จะได้รับแรงบันดาลใจจากใครไปเรื่อยๆ ผมชอบที่จะนำสิ่งต่างๆ รอบตัวมาเก็บเกี่ยวเป็นข้อมูล เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน นอกจากนี้ผมดูหนังและละครเยอะมาก เช่นภาพยนตร์เรื่อง Godzilla ก็ได้เห็นลักษณะคาแร็กเตอร์ สีหน้าที่แสดงออกของก็อตซิลลา หรือบางครั้งผมหยิบเอาลักษณะสีหน้าที่แสดงออกของลูกสุนัขที่อยู่ในบ้าน แล้วคิดเชื่อมโยงกับสีหน้าและลักษณะของผู้คน ผมมักจะสังเกตสิ่งรอบตัวแล้วจินตนาการมันออกมา สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ให้เชื่อมโยงกัน

The Boy Who Fed on Nightmares

คุณสนใจเรื่องราวแบบไหนและอยากบอกกล่าวข้อความอะไรถึงผู้คนผ่านผลงานของคุณเอง

ทุกวันนี้ผมสนใจในเทพนิยายที่โหดร้าย แฟนตาซี และเรื่องที่ไม่สมจริง แต่ในทางหนึ่งมันไม่ได้เป็นเพียงแค่แฟนตาซี แต่เราสามารถพบเจอเรื่องราวเหล่านี้ได้ในความเป็นจริง บางครั้งความเป็นจริงก็เกินกว่าที่เราจะจินตนาการไปถึงได้ บางครั้งมีความจริงที่น่าเศร้าใจมากมาย สิ่งเหล่านี้ก็สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นภาพวาดแฟนตาซีได้ ตอนนี้ผมเริ่มสนใจงานในรูปแบบนี้มากขึ้น

It’s Okay to Not Be Okay ได้ออกอากาศให้ผู้ชมถึง 190 ประเทศผ่าน Netflix ทำให้ผู้ชมจากทั่วโลกมีโอกาสได้สัมผัสผลงานภาพประกอบของคุณด้วยบอกหน่อยว่าคุณคิดอย่างไรกัน

จำนวนผู้ติดตามในอินสตาแกรมของผมเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากหลังจากซีรีส์เรื่องนี้ออกฉาย ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ เพราะนี่เป็นช่องทางเดียวที่แฟนๆ สามารถใช้ติดต่อกับผมได้ ผมเลยคิดว่าผลงานของผมเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นตามความนิยมของซีรีส์เรื่องนี้ ผมทั้งดีใจแล้วก็มีความกังวลนิดๆ เพราะเมื่อมีคนสนใจผลงานของคุณเพิ่มขึ้น ความคาดหวังของพวกเขาก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่ผมคิดว่าผมพยายามสร้างสรรค์งานของผมให้ออกมาสมบูรณ์ที่สุดแล้ว

It’s Okay to Not Be Okay สตรีมมิ่งแล้วที่ Netflix